นัท มีเรีย เผยเหตุก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่ เพราะทำเด็กหลอดแก้วถึง 4 ครั้ง

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830188

นัท มีเรีย เผยเหตุก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่ เพราะทำเด็กหลอดแก้วถึง 4 ครั้ง

10 ธ.ค. 2567 12:35 น.

นัท มีเรีย เผยเหตุก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่ เพราะทำเด็กหลอดแก้วถึง 4 ครั้ง

นอกจากเรื่องสถานะของความรักที่หลายคนอยากรู้ สำหรับ นัท มีเรีย ก็ยังมีเรื่องอาการป่วยเนื้องอกของเจ้าตัว ที่ทำเอาแฟนๆ เป็นห่วงไม่น้อย ซึ่งเมื่อวานนี้ เจ้าตัวยังได้อัปเดตเรื่องสุขภาพ ที่หลายคนเป็นห่วงว่าผอมจนเกินไป และเนื้องอกที่เจ้าตัวเป็นที่งาน “CineAsia 2024 RECEPTION NIGHT” ณ นภาลัย เทอเรส ชั้น 7 ไอคอนสยาม ให้ฟังว่า

– สำหรับสุขภาพ นัทเป็นเนื้องอกค่อนข้างใหญ่ แต่ว่าไม่อันตราย 

– เพราะค่อนข้างเป็นคนผอม มันเลยเห็นชัด เพราะมันอยู่ท้องน้อยข้างล่าง ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องผ่า

– ขอบคุณที่หลายๆ คนเป็นห่วงอยากจะให้เอาออก แต่ต้องรอเช็กต่อว่าถ้าเกิดหมดฮอร์โมนแล้ว ก้อนเนื้อยังใหญ่ขึ้นก็คงต้องเอาออก 

– ตอนนี้ยังใช้ชีวิตอยู่กับก้อนเนื้อนี้ได้แบบค่อนข้างปลอดภัย ยังไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถึงเวลาก้อนเนื้อก็จะเล็กไปเองตามวันและเวลา ตามวัย

– ตนเคยผ่านการทำ IVF ทำน้องแบบเด็กหลอดแก้ว 4 รอบ มันเป็นฮอร์โมนที่ตนใช้ มันเป็นการกระตุ้นอย่างหนึ่งให้มันเจริญเติบโตขึ้น

– ตอนนี้กลับมารับประทานอาหารที่เป็นพืชผักมากขึ้น ปรับมาได้ 2 ปีกว่าแล้ว ที่เห็นลีนๆ เพราะทานดี ไม่ทานเนื้อสัตว์มาก

– เหลือเรื่องปรับการนอนให้เร็วขึ้น แล้วตนมีสุขภาพจิตที่ดี แข็งแรงทั้งกายและใจ ชื่อว่ามันผ่านไปได้

ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์เดือด อั้ม อธิชาติ หลัง นัท ประกาศยุติความสัมพันธ์

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830172

ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์เดือด อั้ม อธิชาติ หลัง นัท ประกาศยุติความสัมพันธ์

10 ธ.ค. 2567 11:23 น.

ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์เดือด อั้ม อธิชาติ หลัง นัท ประกาศยุติความสัมพันธ์

หลังจากที่นักร้องสาว นัท มีเรีย ออกมาเปิดใจว่ายุติสถานะความสัมพันธ์กับ อั้ม อธิชาติ ปิดฉากรัก 15 ปี ตอนนี้กลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันไปเมื่อวานนี้ (9 ธ.ค.67) ซึ่งทำเอาหลายคนช็อกไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้อั้มเคยออกมายืนยันว่าเรื่องข่าวเตียงหักไม่มีเป็นความจริง ทั้งคู่ยังรักกันดี

และล่าสุด อั้ม อธิชาติ ได้โพสต์คลิปออกกำลังกายกับคุณแม่ และหลังจากที่นัทประกาศยุติความสัมพันธ์ไป งานนี้ก็มีชาวเน็ตพร้อมใจกันไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นในอินสตาแกรมของอั้มมากมาย อาทิ 

“หมดรักอั้ม เลย หมดเลยไม่ชอบเลย, เสียดายอยู่ด้วยกันมา10 กว่าปี ติดตามคู่นี้มาตลอด ยังอิจฉาเวลาลงรูปหวานๆ, ตอนแรกก็ยืนยันไม่ได้เลิกๆ สุดท้ายก็นะวงการบันเทิง, มันคือเรื่องของเขา..ไม่ใช่ดารา คนธรรมดาก็เลิกกัน อยู่กันไม่ได้ก็เป็นเพื่อน..ถูกละ,

เราว่าการเลิกลากันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกคู่นะ เวลาเปลี่ยนใจคนเปลี่ยนได้เสมอ ถ้าสองคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ เราไม่ควรเข้ามาด่าว่าใครนะ ที่ความรักของเขาต้องจบลง ไม่ว่าในรูปแบบไหนเพราะเอาจริงๆ เราไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาพยายามปรับกันมามากน้อยแค่ไหน”

มดดำ วิเคราะห์คำตอบ นัท เรื่องมือที่ 3 ยังสงสัย หลังตอบ ‘มันเกินการควบคุมจริงๆ’

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2830171

มดดำ วิเคราะห์คำตอบ นัท เรื่องมือที่ 3 ยังสงสัย หลังตอบ 'มันเกินการควบคุมจริงๆ'

10 ธ.ค. 2567 10:23 น.

มดดำ วิเคราะห์คำตอบ นัท เรื่องมือที่ 3 ยังสงสัย หลังตอบ ‘มันเกินการควบคุมจริงๆ’

หลังจากที่ นัท มีเรีย ออกมายอมรับว่าได้เลิกรากับ อั้ม อธิชาติ แล้ว หลังจากที่มีกระแสข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่ง มดดำ คชาภา เพื่อนซี้ของอั้มก็ออกมาอัปเดตเรื่องราวเพื่อนสนิทว่าทั้งคู่อาจจะมีปัญหากันบ้าง แต่ยังไม่เลิก 

และล่าสุด มดดำ ได้ออกมาเล่าข่าวดังกล่าวในรายการแฉ พร้อมวิเคราะห์คำพูดของ นัท แบบช็อตต่อช็อต ซึ่งมดดำได้พูดว่า 

“กับข่าวลือมือที่ 3 นัทบอกมันเกินการควบคุมจริงๆ ค่ะ ประโยคนี้มันก็อาจจะแบบ มีรึเปล่า ไม่มีก็ต้องตอบว่าไม่มี ถูกต้องมั้ย อันนี้ใช้คำว่ามันเกินการควบคุมจริงๆ ค่ะ”

ทำเอา แจ็ค แฟนฉัน พิธีกรร่วมรายการถามมดดำทันทีว่ามองประโยคนี้ว่าอย่างไร ซึ่งมดดำก็ตอบว่า “ฉันก็ว่ามันก็อาจจะมีปัญหามือที่ 2 มือที่ 3 เดี๋ยวต้องให้มาตอบเอง”

จากนั้น มดดำ ก็ได้เล่าไทม์ไลน์ข่าวลือ อั้ม-นัท เริ่มมีข่าวลือรักสั่นคลอนออกมาตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งมดดำยังได้พูดว่า “ที่ผ่านมาฉันพูดเสมอว่าเขาทั้งคู่มีปัญหากัน แต่ยังไม่ถึงขั้นเลิก ก็เพราะเขายังไม่ได้จดทะเบียนสมรส

ต่อมาช่วงต้นเดือนธันวาคม อั้มไปสงบจิตสงบใจที่ประเทศอินเดีย 1 อาทิตย์ หลังจากกลับมาจากอินเดียได้เพียงวันเดียว นัทก็ออกมาประกาศยุติความสัมพันธ์หลังแต่งงานกันมา 10 ปี”

นอกจากนี้ มดดำ ยังเผยต่อว่าอั้มจะมาเล่าเรื่องราวทั้งหมดด้วยตัวเองในรายการ แฉ เร็วๆ นี้ แต่ไม่ได้พูดเรื่องพญานาคนะ ต้องมาพูดเรื่องนี้

‘วุ้นเส้น-นิกม์’ วิวาห์หรูส่งท้ายปี ลั่นคำสัญญา “จะอยู่เคียงข้างกัน” (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2830016

10 ธ.ค. 2567 05:30 น.

‘วุ้นเส้น-นิกม์’ วิวาห์หรูส่งท้ายปี ลั่นคำสัญญา “จะอยู่เคียงข้างกัน” (คลิป)

เป็นงานมงคลสุดอลังของวงการบันเทิงส่งท้ายปี สำหรับงานวิวาห์ของ วุ้นเส้น–วิริฒิพา ภักดีประสงค์ และ นิกม์ ธนะภูมิกุล ที่จัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้งสองได้จัดงานแต่งที่ฝรั่งเศสไปแล้ว เมื่อช่วงกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยก่อนงานจะเริ่ม วุ้นเส้น และ นิกม์ ได้ควงคู่มาปรากฏตัวต่อหน้าสื่อ เป็นที่จับตาสำหรับชุดเจ้าสาวที่สวยหรูจากแบรนด์ Alon Livne White ของฮ่องกง สร้อยคอเครื่อง ประดับจากแบรนด์ chopard ต่างหู แหวน สร้อยคอ เพชรรวม 110 กะรัต มูลค่าราว 38 ล้านบาท และเจ้าสาวยังเตรียมไว้อีก 3 ชุด ชุดรับแขกถ่ายรูปหน้าแบ็กดรอฟเป็นของแบรนด์ Vera Wang เครื่องประดับ Kavantsharart จากนั้นชุดเปิดตัวเจ้าสาวในงานจะเป็นแบรนด์ asava พร้อมเครื่องประดับจาก Gemspavilion ชุดสุดท้าย After Party สั่งตัดพิเศษจากแบรนด์ไทย Peace by Silsupa พร้อมเครื่องประดับจาก scintilla

วุ้นเส้น วิริฒิพา กล่าวว่า เราแต่งงานที่ฝรั่งเศสไปแล้ว แต่ก็ยังตื่นเต้นอยู่ ธีมงานคือ Art Nouveau ดอกไม้ไม่เยอะมาก แต่เป็นภาพต่างๆ เน้นศิลปะ ซึ่งนิกม์ก็ตามใจตนทุกอย่างอยู่แล้ว สำหรับคำสัญญาที่เราให้กัน คือสัญญาว่าเราจะอยู่เคียงข้างกัน ซัพพอร์ตกัน เขาอยากไปไหนทำอะไรเราจะสนับ สนุนให้เขามีความสุข และถ้าเกิดเขามีเรื่องอะไรที่เหนื่อยในชีวิต เราก็จะเป็นส่วนที่ซัพพอร์ตเติมเต็มให้เขามีพลังงานอีกครั้ง ก็สัญญาว่าจะทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด จะเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป เราอยากให้เป็นความสุขของกันและกันแบบนี้ตลอดไป ส่วนเรื่องลูก ตอนที่เราคุยกันว่าเราจะมีมั้ยทำได้มั้ยอายุเท่านี้ วุ้นก็ไม่สัญญาว่าเราจะทำได้ 100% คือรู้ว่านิกม์อยากมี เราก็อยากมีให้เขา แต่ว่าก็อย่าคาดหวังเพราะว่าอายุเราไม่ได้น้อยๆ การแต่งงานไม่ได้เป็นหลักว่าเราแต่งงานเพื่อมีลูก แต่ถ้ามีก็คือมาเติมเต็มครอบครัว

ด้าน นิกม์ ธนะภูมิกุล กล่าวว่า วุ้นเส้นดูแลตนดีมาก ตั้งแต่อาหารการกิน ดูแลทุกอย่าง แม้กระทั่งจิตใจด้วย สำหรับเราความสุขมันไม่ได้เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก ก็คือการดูแลกันตั้งแต่เช้าจนเย็น ตนอยากทำกาแฟให้เขาตอนเช้า อยากให้เขาซบตอนกลางคืน ก็เป็นความสุขเล็กๆน้อยๆในทุกๆวัน ก็สัญญาว่าจะทำแบบนี้ทุกวัน ตั้งแต่วันแรกที่คบกันมาถึงวันนี้ วุ้นจะถามเสมอว่ายูโอเคมั้ย มีความห่วงใยทุกวัน แล้วก็สวยเหมือนเดิม สำหรับเรื่องการมีลูกนั้นตนคิดว่าวุ้นน่าจะเป็นแม่ที่ดี ก็เลยอยากจะสร้างครอบครัวกับเขา มีลูกสักคนหนึ่ง วุ้นเขาก็บอกว่าถ้าหนึ่งก็น่าจะไหว

CRAVITY ทะลายกำแพง ซิงเกิลอัลบั้มแรก FIND THE ORBIT

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830127

CRAVITY ทะลายกำแพง ซิงเกิลอัลบั้มแรก FIND THE ORBIT

9 ธ.ค. 2567 22:19 น.

CRAVITY ทะลายกำแพง ซิงเกิลอัลบั้มแรก FIND THE ORBIT

CRAVITY (กราวิตี) พร้อมทะลายกำแพงและก้าวไปอีกขั้นด้วยซิงเกิลอัลบั้มแรก FIND THE ORBIT ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญสำหรับการเดินทางของวง ผลงานชิ้นนี้บ่งบอกถึงพัฒนาการของ CRAVITY ที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม รวมถึงฐานแฟนคลับอันเหนียวแน่นที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นผ่านกิจกรรมทั้งในบ้านเกิดและระดับนานาชาติ FIND THE ORBIT สะท้อนความมุ่งมั่นอันแรงกล้าในการสร้างความแตกต่างและมุ่งนำเสนอตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ในโลกของเคป็อป

เส้นทางใหม่ : FIND THE ORBIT

วงโคจรถูกกำหนดให้เป็นเส้นทางที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุถูกดึงดูดด้วยแรงบางอย่าง อาทิ แรงโน้มถ่วงที่ทำให้โคจรรอบวัตถุอื่นในลักษณะเดียวกัน CRAVITY ดวงดาวทั้ง 9 ที่มีความสมดุลอันยอดเยี่ยมได้สร้างเส้นทางเฉพาะตัวผ่านการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และแรงผลักดันที่หล่อหลอมให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ระหว่างการเดินทางและล่องลอยออกไป พวกเขาก็ค่อยๆปรับจูนเพื่อรักษาสายสัมพันธ์และจุดมุ่งหมายของพวกเขาเอาไว้ CRAVITY ได้สร้างวงโคจรอันเป็นเอกลักษณ์ผ่านแรงกดดัน , ความขัดแย้ง และพลังงานของการเดินทางครั้งนี้ขึ้นมา


“Remember who we are – จดจำว่าเราเป็นใคร”

FIND THE ORBIT ของ CRAVITY ส่งสัญญาณถึงเรื่องราวบทใหม่แห่งวัยเยาว์และความมุ่งมั่นของพวกเขา ผลงานที่ปล่อยออกมาสะท้อนถึงการเดินทางที่ทำให้เติบโตและพัฒนาขึ้น ขณะที่ผลงานก่อนหน้านี้จะถ่ายทอดถึงการค้นหาตัวตนที่แตกต่าง แต่ FIND THE ORBIT ได้ผสานแก่นแท้ของวัยรุ่นที่พวกเขาได้แสดงให้เห็นมาตลอด เข้ากับความทะเยอทะยานที่มุ่งไปข้างหน้าเพื่อก้าวสู่สิ่งใหม่ ซิงเกิลอัลบั้มนี้ทำหน้าที่ดั่งฉากเปิดที่พร้อมส่งสารอันทรงพลังและสอดประสานกัน เพื่อเน้นย้ำถึงการทำงานเป็นทีม , ตัวตนอันโดดเด่นของ CRAVITY ไปจนถึงการแสดงและแนวเพลงที่ชัดเจน ซึ่งพวกเขาเตรียมเผยโฉมเพื่อเข้าสู่ยุคใหม่


การเดินทางครั้งนี้ CRAVITY นำเสนอเรื่องราวการรวมตัวของวัยรุ่นที่มีภูมิหลังอันหลากหลาย ได้เรียนรู้จากการใช้ชีวิตในแต่ละวันและร่วมกันก้าวไปข้างหน้าเพื่อมุ่งสู่อนาคต แฟนๆ ที่ติดตามเรื่องราวของ CRAVITY จะเข้าใจได้อย่างแจ่มชัดถึงสารที่สอดแทรกมาในอัลบั้ม นับตั้งแต่เดบิวต์สู่การแสดงคอนเสิร์ตเพื่อแฟนๆ , เวิลด์ทัวร์ ไปจนถึงการร่วมรายการต่างๆ ที่ทำให้พวกเขาค่อยๆ เติบโต วันนี้ CRAVITY ยังคงเดินหน้า ก้าวข้ามขีดจำกัด และกรุยทางในแบบฉบับของตัวเอง

ถ้าไม่ทำตอนนี้ก็คงไม่มีโอกาสแล้ว : ผลงานอันน่าจับตา “Now or Never”

เพลง “Now or Never” ถ่ายทอดพลังงานและสไตล์อันเจิดจ้าของ CRAVITY พร้อมกับสื่อสารอันแรงกล้าถึงการคว้าโอกาสไว้อย่างไม่ลังเล ริฟฟ์กีตาร์ , จังหวะกลองเปี่ยมพลัง และท่วงทำนองของเสียงร้องอันเข้มข้น ผสานกันจนกลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ CRAVITY ที่พร้อมเผชิญโลก มิวสิกวิดีโอที่เต็มไปด้วยฉากน่าตื่นเต้นชวนให้ติดตาม นำเสนอสมาชิกแต่ละคนที่โคจรบนเส้นทางอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง พร้อมสร้างสรรค์ประสบการณ์อันน่าทึ่งที่เผยให้เห็นด้านใหม่ๆของ CRAVITY


ก้าวสำคัญบนเส้นทางของพวกเขา

สำหรับ FIND THE ORBIT นั้น วง CRAVITY สะท้อนความเป็นศิลปินที่เดินทางมาถึงปีที่ 4 และพร้อมจะก้าวต่อไปอย่างกล้าหาญเพื่อการเติบโตในอนาคต ผลงานที่ปล่อยมานี้ไม่เพียงตอกย้ำถึงสไตล์สุดเนี้ยบและการทำงานเป็นทีมได้อย่างราบรื่น แต่ยังเสริมให้พวกเขามีบทบาทในวงการเคป็อปในขณะที่พวกเขายังคงจะสร้างความแปลกใหม่อย่างต่อเนื่อง

FIND THE ORBIT ของ CRAVITY ถือเป็นก้าวสำคัญ และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเข้มแข็ง รวมถึงเป็นผู้กำหนดทิศทางในอนาคตอีกด้วย

รักไม่ช่วยอะไร นัท-อั้ม ย้อนความทรงจำ 15 ปี จากสามีภรรยา จบแล้วทุกอย่าง

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830122

รักไม่ช่วยอะไร นัท-อั้ม ย้อนความทรงจำ 15 ปี จากสามีภรรยา จบแล้วทุกอย่าง

9 ธ.ค. 2567 21:39 น.

รักไม่ช่วยอะไร นัท-อั้ม ย้อนความทรงจำ 15 ปี จากสามีภรรยา จบแล้วทุกอย่าง

ย้อนเส้นทางความรักของ อั้ม อธิชาติ และ นัท มีเรีย คู่รักที่ไม่ได้หวือหวาอีกคู่ของวงการบันเทิง ที่วันนี้ได้ประกาศชัดเจนว่ายุติสถานะสามีภรรยา เหลือแค่สถานะเพื่อน บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จึงจะขอย้อนเส้นทางความรักของคู่นี้อีกสักครั้ง

–  อั้มและนัท พบกันที่งานบุญ เพราะนัทนับถือหลวงปู่แลที่วัดพระทรง จ. เพชรบุรี และอั้มเป็นลูกศิษย์ของท่าน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งคู่ได้ชักชวนกันไปทำบุญ

– แต่การจีบนัทไม่ง่าย อั้มต้องฝ่าหลายด่าน ทั้งเพื่อนๆ และคนรอบตัวของนัท แต่อั้มไม่ท้อ พิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่อง เข้าหาทำความรู้จักกับคนใกล้ชิดของนัทจนเอาชนะใจทุกคนได้

– ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาขึ้นอย่างช้าๆ และก่อนที่จะคบกันจริงจัง อั้มเปลี่ยนแปลงตัวเองหลายอย่าง เลิกดื่มเหล้า เลิกสูบบุหรี่

– หลังจากคบกันมา 5 ปี ความรักสุกงอม อั้ม-นัท จูงมือกันแต่งงานในวันที่ 14 เม.ย.2557

– ในงานแต่งอั้มพูดว่าการได้อยู่กับผู้หญิงที่มีจิตใจดี ทำให้ตัวอั้มเองกลายเป็นคนที่ดีขึ้น และสัญญาว่าจะดีขึ้นต่อไปเรื่อยๆ 

– หลังจากแต่งงาน อั้ม-นัท ถูกถามเรื่องทายาท แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่มีข่าวดีสักที

– และคู่ของอั้ม-นัทเป็นคู่รักที่ไม่ได้หวือหวา วันว่างอยู่บ้าน ออกกำลังกายด้วยกัน เที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน มีภาพหวานๆ ให้ได้ดูกันบ้าง

– มีบางครั้งที่มีปัญหากันเล็กๆ น้อยๆ แต่ทั้งคู่ก็ปรับความเข้าใจกันได้ และปรับตัวเข้าหากันอยู่เสมอ

– เพราะทั้งคู่อยากจะมีทายาท นัท-อั้ม ได้รับลูกสาวบุญธรรม น้องฟ้าโปรด ลูกสาวที่เกิดจากญาติสนิทและผู้จัดการส่วนตัวมาเป็นลูกบุญธรรม ทำให้ทั้งคู่มีศักดิ์เป็นพ่อทูนหัว แม่ทูนหัวของน้องฟ้าโปรด ซึ่งการมีลูกบุญธรรมครั้งนี้ เป็นการยกให้ตามเคล็ดความเชื่อ ไม่ใช่ทางกฎหมาย เพื่อให้ลูกสาวชวนเพื่อนนางฟ้าที่อยู่บนสวรรค์มาอยู่กับนัทอีกคน

– ในเดือนตุลาคม 67 มีกระแสข่าวลือ พระเอกตัวท็อป ส่อแววเตียงหักเพราะนอกใจภรรยานักร้องยุค 90 คนแห่โยงว่าเป็นคู่ของ อั้ม-นัท 

– แต่อั้มออกมาให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐ ยืนยันความสัมพันธ์ยังรักกันดี ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน 

– แต่ทางด้าน นัท มีเรีย กลับโพสต์ข้อความลงโซเชียลที่ทำให้หลายคนสงสัยในความสัมพันธ์ เพราะดูสวนทางกับสิ่งที่อั้มให้สัมภาษณ์ 

– ในวันนี้ (9 ธ.ค.) นัทได้ออกงานอีเวนต์หลังจากที่มีกระแสข่าว ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เปิดเผยว่า ได้ยุติความสัมพันธ์ในฐานะสามีภรรยากับอั้มแล้ว เหลือแค่ความเป็นเพื่อน และไม่ได้หย่ากันเพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ส่วนสภาพจิตใจของนัทนั้นมีความสุขดีกับชีวิตตอนนี้ 

จบเส้นทางรัก 15 ปีของ อั้ม อธิชาติ และ นัท มีเรีย เหลือแค่ความทรงจำ

เปิดชีวิต คุณพ่ออุดม ในวันที่ บิ๊ก D2B ไม่อยู่ 17 ปีผูกพัน แฟนคลับดูแลไม่ห่าง (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830065

เปิดชีวิต คุณพ่ออุดม ในวันที่ บิ๊ก D2B ไม่อยู่ 17 ปีผูกพัน แฟนคลับดูแลไม่ห่าง (คลิป)

9 ธ.ค. 2567 20:01 น.

เปิดชีวิต คุณพ่ออุดม ในวันที่ บิ๊ก D2B ไม่อยู่ 17 ปีผูกพัน แฟนคลับดูแลไม่ห่าง (คลิป)

  • 17 ปี กับการจากไปของ บิ๊ก D2B
  • ครอบครัวแบบบิ๊กๆ กลุ่มแฟนคลับ BIG D2B Family เปรียบเสมือนลูกหลานครอบครัว กิตติกรเจริญ
  • คุณพ่ออุดม เปรียบเสมือนของขวัญที่ บิ๊ก ได้ทิ้งไว้ให้กับแฟนคลับ BIG D2B Family


17 ปีกับการจากไปตลอดกาลของ บิ๊ก D2B หรือ บิ๊ก ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ หนึ่งในบอยแบนด์ชื่อดังวง D2B (ดีทูบี) ตำนานบอยแบนด์ไทยในยุค 2000 พวกเขามีสมาชิก 3 คน คือ บิ๊ก-แดน-บีม ช่วงปี 2543-2546 D2B มีผลงานออกมาต่อเนื่อง มีแฟนคลับจำนวนมาก

โดยเมื่อปี 2546 บิ๊ก ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขับรถตกคูน้ำย่านศรีนครินทร์ สำลักน้ำครำจนหมดสติ การรักษาตัวในระยะแรกเป็นไปด้วยดี วันแรกๆ บิ๊ก ยังลุกขึ้นมาชูสองนิ้วทักทาย และให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าอาการดีขึ้น ขอพักฟื้นสักระยะ แล้วจะกลับมาร้องเพลงให้ทุกคนได้ฟังเหมือนเดิม และได้เขียนบอกแฟนๆ ว่า “ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงครับเจอกันแน่นอนครับ”

แต่ไม่นาน บิ๊กนอนหลับแบบไม่รู้สึกตัว เพราะถูกเชื้อราที่มากับน้ำเน่าในคูน้ำทำลายสมอง บิ๊กนอนเป็นเจ้าชายนิทรานานกว่า 4 ปี และจากทุกคนไปในวันที่ 9 ธ.ค. 2550 ด้วยวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น

จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ เวลาผ่านมา 17 ปีแล้ว แต่ภาพความทรงจำเก่าๆ ของครอบครัว และแฟนคลับ ที่มีต่อผู้ชายคิ้วเข้ม ขี้เล่น หน้าตาซุกซนคนนี้ไม่เคยเลือนหายไป

แม้ว่าตัวของบิ๊กจะไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว แต่เขายังทิ้งของขวัญที่มีค่าที่สุดสำหรับกลุ่มแฟนคลับ BIG D2B Family ไว้ให้อีก 2 คนคือ คุณพ่ออุดม กับ คุณแม่ยุพา กิตติกรเจริญ ที่อยู่ดูแลกันสองคน ด้วยความรักของแฟนคลับบิ๊ก D2B ถึงแม้ว่านักร้องขวัญใจที่ชื่นชอบจะจากไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังคงคอยหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันเข้ามาดูพ่ออุดมและแม่ยุพาด้วย

เปรียบเสมือนลูกหลานที่มาคอยทำหน้าที่ต่างๆ แทนลูกชายของบ้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นการมาเยี่ยมเยียน นั่งพูดคุยคลายเหงาให้กับพ่อแม่ของบิ๊ก ซื้อของกินของใช้เข้ามาให้ หรือเทศกาลและวันสำคัญก็จะยกกันเข้ามาสร้างรอยยิ้มให้กับพวกท่าน และเป็นเช่นนี้มาตลอดตั้งแต่ บิ๊ก D2B จากไป

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2567 เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจอีกครั้ง คุณแม่ยุพา ได้จากไปอย่างสงบ หลังป่วยติดเตียงมานานหลายปี สร้างความเสียใจให้กับคุณพ่ออุดม ครอบครัว และกลุ่มแฟนคลับอย่างมาก

แม้ว่าในวันนี้ พ่ออุดม จะไม่มี บิ๊ก และคุณแม่ยุพาแล้ว แต่ยังมีลูกๆ อีกหลายคนจากกลุ่ม BIG D2B Family คอยดูแลอย่างดี

เวลาผ่านไป 17 ปี
แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

เวลาผ่านไป 17 ปี แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม และในวันนี้ 9 ธันวาคม 2567 เป็นครบรอบ 17 ปีของการจากไปของ บิ๊ก D2B ทางทีมข่าวบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน คุณพ่ออุดม กิตติกรเจริญ คุณพ่อของ บิ๊ก D2B ซึ่งปัจจุบันคุณพ่ออายุ 77 ปี คุณพ่อแข็งแรงมาก จากที่ก่อนหน้านี้คุณพ่อได้มีความผิดปกติจากการมองเห็น และได้ผ่าตัดซ่อมแซมจอประสาทตาเรียบร้อยแล้ว ทำให้กลับมามองเห็นชัดเจนได้อีกครั้ง ส่วนโรคต่างๆ ไม่ได้มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่มีที่คุณหมอต้องฟอลโลว์อัพก็คือ ปอดที่ต้องตามฟอลโลว์อัพ

คุณพ่อได้เล่าความเป็น บิ๊ก ให้ฟังว่า ตอนเด็กๆ บิ๊กเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายขี้เล่น แล้วพ่อเป็นคนที่ตามใจ เพราะเราดูแล้วเราก็โอเค เราก็ต้องมีเวลาให้กับเขาบ้าง เช่นสมัยตอนที่เขาอายุ 7-8 ขวบ เขาอยากเล่นรถราง พ่อก็จะไปนั่งเฝ้าที่อิมพีเรียล บางทีไปดูหนังพ่อก็จะไปนั่งหลับ ไปนั่งรอเขาไปดูหนังกับเพื่อน ก็คือไปนั่งรอตลอด ส่วนแม่เขาจะจัดการเรื่องบ้าน ถ้าพ่อมีเวลาก็จะให้กับเขาทั้งหมด เพราะพ่อเดินทางบ่อย ส่วนใหญ่เขาจะอยู่กับแม่ และแม่ก็จะไม่ค่อยพาไปไหน มันก็เป็นหน้าที่เรา เราก็จะพาออกไปทุกวันหยุด อยากไปไหนก็จะพาไป พ่อก็จะนั่งรอ

ถามว่าพ่อกับแม่ใครดุกว่ากัน พ่อแม่จะเป็นคนเจ้าระเบียบ บางทีกลับมาบ้านยังเห็นเขาอยู่ที่บ้าน ไม่ออกไปทำงานสักที ก็ถามว่าแล้วทำไมไม่ไปทำงาน เขานัดยังไง บางที AR โทรมาหาพ่อ ถามว่าบิ๊กอยู่บ้านไหม ก็บอกว่า อยู่ อ้าวแล้วทำไมเขายังไม่รีบไปล่ะ พ่อกลับมาถึงพ่อก็ด่าเลย ว่าทำอย่างนี้ได้ยังไง โตแล้วรับผิดชอบได้แล้ว เรารู้ว่าเราทำหน้าที่อย่างนี้ จะไปให้คนอื่นเขารอได้ยังไง

มีอยู่ครั้งหนึ่ง พ่อเข้ามาถึงบ้าน เห็นบิ๊กนั่งกินข้าวอยู่ เขาก็บอกพ่อว่าไม่ต้องไปส่ง เดี๋ยวไปเอง เขาก็เดินจากบ้านไปหน้าปากซอยจะเรียกแท็กซี่ไปทำงาน พ่อก็ขับตาม บอกให้ขึ้นรถแต่เขาไม่ขึ้น จะเดินไปหน้าปากซอยเอง พ่อก็เลยเลี้ยวรถกลับไปหาแม่ที่อพาร์ตเมนต์ ตอนนั้นเขาดื้อ

เข้าใจว่าส่วนหนึ่งมันอาจจะมาจากเพื่อนๆ เขาอาจจะโดนล้อว่า โตแล้วยังให้พ่อไปรับอยู่อีกหรอ เพราะว่าพ่อเคยไปตอนที่เขาเข้าสังกัดแล้ว พ่อไปรอที่ลานจอดรถ ที่ RS แล้ว รปภ. เขาเคยเห็นว่าพ่อนอนรอที่ลานจอดรถ ไปรอเขาอัดเสียงเสร็จแล้วก็รับกลับ อันนี้อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาคิดว่า โตแล้วไม่ต้องให้พ่อมารับหรอก พอพ่อรู้เรื่องนี้ พ่อก็เลยให้เขาหัดขับรถ แล้วถึงจะมาซื้อรถให้ตอนหลัง มันเกิดจากเรื่องที่เพื่อนเขาทัก เขาเลยโกรธ

การเลี้ยงดูบิ๊กในตอนนั้นเราไม่ได้เข้มงวดกับเขามาก เลี้ยงแบบปล่อยไปตามธรรมชาติ เอาให้เต็มที่เลย จะไปจะไปไหนก็พาไปจะไปเล่นตรงไหน พ่อก็จะไปนั่งรอ ขาดอะไรอยากได้อะไรก็ซื้อ บางครั้งก็ก็ตามใจในสิ่งที่เขาอยากทำ ปล่อยให้เป็นตัวของเขาเอง เราโอเคไม่ต้องเป็นห่วงอะไร เราไม่ได้มีการด่าเขามาก เพียงแต่เราบอกด้วยเหตุผล นี่คือสิ่งที่พ่อให้เขา

พ่อคิดถึงบิ๊ก
เสียดายน่าจะอยู่กับเรานานกว่านี้

ตอนนี้บิ๊กกับคุณแม่ไม่อยู่แล้ว แต่เขาอาจจะมองคุณพ่อลงมาจากข้างบน ถ้าบอกอะไรได้คุณพ่ออยากบอกอะไร

“ตรงนี้เรายังห่วงเขาอยู่ ถึงแม้ว่าเขาจะมาแป๊บเดียว ช่วงเวลา 2 ปีเท่านั้นเอง ก่อนที่เขาจะเข้าวงการเพราะเขาต้องไปฝึกอยู่ที่ RS พ่อยังห่วงเขาอยู่ แต่เขาอยู่กับเราไม่นาน เขาน่าจะอยู่กับเรานานกว่านี้ เขาจะได้ดูแลเราบ้าง

เพราะดูแลเขามาประมาณ 5 ปี ไปๆ มาๆ จนมาตอนหลังพระราชินี ในรัชกาลที่ 9 ท่านทรงเมตตา รับไว้ในพระราชานุเคราะห์ หลังจากนั้นก็ไปไปๆ มาๆ โรงพยาบาล จนกระทั่งแกเสีย

คือบิ๊กมาอยู่กับเราน้อยไป น้อยจริงๆ ตอนนี้ก็ยังคิดถึงเขาอยู่ คือมาแบบแป๊บเดียวแล้วก็ไป เรารู้สึกอย่างนั้น ซึ่งเราก็ไม่ได้ไปสนับสนุนในเรื่องอะไรของเขา ปล่อยให้เขาอิสระ แต่มีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยไปหน่อย

ไม่ต้องเป็นห่วง พ่อโอเค
ตอนนี้แม่กับบิ๊กคงได้เจอกันแล้ว

เมื่อถามว่าคุณพ่ออุดม อยากบอกอะไรกับคุณแม่ยุพาไหม คุณพ่อบอกว่า “ไม่ต้องห่วงพ่อ โอเค พ่อพยายามที่จะอยู่ให้ได้นานที่สุดนะครับ ส่วนเขาไปสบายแล้ว ก็อยากให้ไปอยู่ในที่ดีๆ อยู่ด้วยกันกับบิ๊ก อันนี้คือสิ่งที่ได้อธิบายออกมาให้ฟัง ณ ปัจจุบัน นี่คือสิ่งที่พ่ออยากบอกให้ได้รู้”

แฟนคลับเหมือนเป็นตัวแทน บิ๊ก
มาช่วยดูแลพ่อแม่

คุณพ่ออุดม ได้พูดถึงกลุ่มแฟนคลับ BIG D2B Family ให้ฟัง บอกว่า “พ่อรักกลุ่มแฟนคลับของบิ๊กทุกคน ทุกคนช่วยพ่อได้มาก ทั้งในเรื่องของยาและการพาไปหาหมอ แม้ว่าวันนี้บิ๊กจะไม่อยู่แล้ว แต่พ่อก็เคยคิดว่า บิ๊กเขาส่งแฟนคลับ มาช่วยดูแลพ่อ ซึ่งเรื่องนี้อาจเป็นไปได้เหมือนกัน

เขาเหมือนเป็นตัวแทนของบิ๊ก เหมือนจริงๆ แฟนคลับเขาช่วยได้ทุกเรื่อง จากใจเลย พ่อไม่เคยเห็นความเหนียวแน่นมันมีมากขนาดนี้ จากความรู้สึกคนที่อายุประมาณนี้ คือบางคนก็ยังสงสัยทำไมมันมีอะไรที่ผูกพัน บอกตรงๆ มันเป็นความใกล้ชิด ความเป็นกันเอง ความช่วยเหลือ ความรัก

17 ปีที่ผ่านมา พ่อเฝ้ามอง
BIG D2B Family เหมือนลูกคนหนึ่ง

พ่ออยู่กับแฟนคลับกลุ่มนี้มาตั้งแต่บิ๊กเสีย ประมาณ 17 ปี เหนียวแน่นกันมาตลอด มีงานอะไรเขาก็จะบอก พ่อก็บอกเลยว่าจัดเลย มีอะไรก็บอก อะไรที่มันไม่นั่นเดี๋ยวพ่อซัพพอร์ตเอง เพราะพ่อบอกว่าพ่อมีรายได้อยู่ ทำให้พวกเราผนึกกำลังรวมตัวกัน อยากทำอะไรบอกมา

กับแฟนคลับทุกคนมันเกิดจากความผูกพัน ความเข้าใจความใกล้ชิดความรัก ความจริงใจ จาก 17 ปี มันมาเรื่อยๆ ทำให้เรารู้สึกเหนียวแน่นจริงๆ

ตั้งแต่งานศพบิ๊กปี 2550 ตอนนั้นพ่อไม่ได้คิดว่ามันจะมาถึงขนาดนี้ เดินมาไกลขนาดนี้ถึงแม้ว่าจะเสียไปแล้ว 1-2 ปี ก็ยังมานั่งคุยกันกับพ่อ อยากกินอะไรก็ซื้อกันเข้ามา คล้ายๆ กับ ให้พ่อได้มีคนคุย

พอมาปี 51 ทั้งเรื่องแม่และเรื่องตา ทุกคนก็ช่วยกันจัดการ เวลาพ่อมีอะไรพ่อก็จะบอกเขา คนที่ชำนาญในแต่ละด้านก็จะไปจัดการให้ พ่อก็จะคอยซัพพอร์ตเรื่องเงิน

17 ปีที่ผ่านมา พ่อก็เฝ้าแฟนคลับเหมือนเป็นลูกคนหนึ่ง เฝ้ามองเขาเติบโต เป็นคนในครอบครัวของเราซึ่งตรงนี้เด็กเขาเองก็แสดงออกอย่างบริสุทธิ์เหมือนกับความรัก ทุกอย่างช่วยเหลือหมด ตรงนี้ทำให้เรารู้สึกว่า นี่ขนาดไม่ใช่ญาติ ญาติยังไม่ขนาดนี้เลย เด็กๆ เขาทำจากใจจริงๆ ตรงนี้ที่พ่อนับถือมาก

นอกจากนี้คุณพ่อยังได้ฝากถึงแฟนๆ จากทางโซเชียล แฟนคลับทางไกลที่ไม่ได้เดินทางมา ขอบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงพ่อ พ่อยังช่วยตัวเองได้ด้วยความระมัดระวัง แล้วก็อะไรที่ยังไม่หายก็พยายามทำให้มันหาย ก็ไม่ต้องห่วงสำหรับเรื่องนี้ พ่อพยายามจะรักษาตัวเองให้ดีที่สุด อยู่กับแฟนคลับไปเรื่อยๆ ตลอดไป

ตอนนี้เหมือนเราตัวคนเดียว 
มองไปทางไหนก็ไม่เจอใคร

ยังมีคนช่วยดูแลคุณพ่อ ยังมีคนคุยด้วยยกหูหาเหมือนเดิม แต่ถ้าในความรู้สึกจริงๆ มันก็เหมือนเรานั่งอยู่บ้านเหมือนตัวคนเดียว มันไม่เหมือนกับที่คนอื่นๆ ยังมีญาติพี่น้อง แต่เราตัวคนเดียวจริงๆ นั่งหันซ้ายหันขวาไม่มีใคร เราอยู่คนเดียวแล้ว อันนี้คือในด้านส่วนของจิตใจ

ถามว่าอยากไปเที่ยวไหม ก็อยากไป แต่ร่างกายเรายังไม่สมบูรณ์ ตายังมองไม่เห็นชัด เลยทำให้เดินทางลำบาก ก็เลยไม่อยากออกไปไหน ตอนอยู่ที่บ้านก็มีกิจกรรมคลายเหงาบ้าง คือการนั่งท่องใน YouTube ติดอินเทอร์เน็ต ซื้อโทรทัศน์ใหม่ โดยมีเด็กๆ กลุ่มแฟนคลับเขาเป็นคนจัดการให้หมด

ถามว่าช่วยได้ไหม จริงๆ เมื่อก่อนพ่อเป็นคนที่ชอบหาความรู้ แต่ด้วยสายตาซึ่งเรามองไม่ชัดมันก็เลยทำให้เราลำบากที่จะเข้าไปค้น ตอนนี้ก็ช่วยคลายเหงาได้ส่วนหนึ่ง แต่มันก็ถึงกับมากเท่าไหร่เพราะมันมาจากสายตาเราอย่างเดียว เรามองไม่ค่อยชัด

แฟนคลับเปรียบเสมือนกล่องจุ่ม
ที่บิ๊กได้ฝากไว้ให้ช่วยดูแลกับพ่อแม่

ด้าน ธีรนุช เลิศคชสีห์ หรือ พี่ขวัญ ของน้องๆ แฟนคลับ BIG D2B Family ได้เล่าถึงความรักความผูกพันกับครอบครัวนี้ บอกว่า “ต้องย้อนตั้งแต่สมัยที่พี่บิ๊กยังอยู่ ตอนที่พี่บิ๊กประสบอุบัติเหตุ ตอนนั้นก็คือเริ่มเข้ามาที่บ้าน แล้วก็มาได้สัก 1-2 ครั้ง ด้วยสายสุขภาพที่เราเรียนมาก็จะช่วยดูแลในส่วนสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่พี่บิ๊ก

อย่างเช่นว่า ช่วงนี้มีไม่สบายหรือมีอาการผิดปกติ พ่อก็จะโทรมาเอง หรือบางครั้งจะติดต่อเราผ่านพี่ๆ คนอื่นๆ แล้วแต่การติดต่อเราได้ ถ้ามันเร่งด่วนเราก็จะเคลียร์งานแล้วรีบมาดู หรือว่าถ้าบางอย่างมาไม่ได้ ก็จะประเมินให้ก่อนแล้วจะบอกว่าไปโรงพยาบาลเถอะ เดี๋ยวตามต่อให้ อะไรอย่างนี้ค่ะ

หลังจากนั้นพี่บิ๊กก็เสียเขาเป็นพาร์ตหนึ่งที่ทำให้เราเติบโตอย่างสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นการที่เราจะส่งความรู้สึกดีๆ หรือความห่วงใยไปให้คนรอบๆ เขา หรือว่าการที่เราจะมีชมรมเล็กๆ สักชมรมหนึ่งที่บอกว่าเป็นชมรมรัก บิ๊ก D2B จริงๆ มันก็ไม่ได้แปลก ในมุมคุณพ่ออาจจะมองว่าพวกเราเป็นของขวัญที่พี่บิ๊กส่งมาไว้ให้คุณพ่อกับคุณแม่ แต่ในขณะที่มุมของพวกเราคุณพ่อกับคุณแม่คือมรดกที่พี่บิ๊กทิ้งไว้ให้พวกเราเหมือนกัน”

น้องแอม ดวงใจ พิศสะอาด ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ดูสลับกันเข้ามาช่วยดูแลคุณพ่อคุณแม่ของ บิ๊ก อยู่เสมอๆ “ความเป็น BIG D2B Family มิตรภาพ มีทั้งความผูกพัน ความสุข สนุก ร้องไห้ กอดคอเศร้าไปด้วยกัน ยิ้มไปด้วยกัน คุณพ่อเป็นเหมือนของขวัญอีกหนึ่งชิ้น ที่ทำให้พวกเรายังมีความสุขในทุกๆ วันเหมือนกัน มันไม่ใช่แค่การมาพบปะกันทุกครั้งที่เรามา ทุกครั้งที่เราได้เจอพ่อได้เจอรอยยิ้ม หรือว่าได้เจอเสียงหัวเราะของพ่อเนอะ บางทีเหมือนที่ทุกคนรู้ ตั้งแต่พี่บิ๊กมาจนคุณแม่ น้อยครั้งมากที่คุณพ่อจะหัวเราะ น้อยครั้งมากที่คุณพ่อจะยิ้มแบบเต็มที่ค่ะ”

ยุ้ย ทิพย์วาพร โค้วเจริญพร สาวช่างทำผม ผู้ที่รับหน้าที่ช่วยตัดผม ดูแล สระผมคุณแม่ยุพา ช่วงที่คุณแม่ยังอยู่ “เป็นช่างทำผมค่ะ ก็ได้มีติดต่อมาทางพี่ขวัญ ว่าอยากจะเข้ามาดูแลคุณแม่ในส่วนนี้ บางทีจะมีพี่เพ็ญและน้องๆ มาช่วยตัดเล็บด้วยค่ะ

พวกเราเป็นของขวัญที่เหมือนกล่องจุ่ม เพราะว่าแต่ละคนมีลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนกันเลย แต่ทุกคนก็มาอยู่รวมกันได้ เป็นจิ๊กซอว์ที่บางทีตอนแรกเหมือนจะไม่เข้ากัน แต่สุดท้ายมันเข้ากัน มันรวมกันได้แล้วมันก็ต่อเป็นรูปภาพที่สวยงามได้ มันเป็นครอบครัวที่ดีมาก ทุกคนเป็นพี่น้องที่น่ารักมาก เอาจริงๆ ไม่ว่าแต่ละคนมีเรื่องที่ไม่สบายใจอะไร สามารถคุยกันได้ คือเราสามารถแสดงความอ่อนแอให้พี่น้องกลุ่มนี้เห็นได้ แล้วเราก็จะได้รับพลังที่ดีกลับมา แล้วก็ไปใช้ชีวิตของเราต่อไป”

น้องกิ่ง กาญจนา พิพัฒน์เจริญวงศ์ สาวนักวิทยาศาสตร์ ที่ช่วยดูแลเรื่องจัดหาซื้อยารักษาอาการป่วยให้คุณพ่ออุดม คุณแม่ยุพา “ด้วยความที่จบวิทยาศาสตร์ ก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ก็จะมีความรู้ในส่วนของเรื่องยาบ้าง เป็นคนช่วยคุณพ่อในเรื่องของการซื้อยา จัดหายาต่างๆ เข้ามาให้ค่ะ คือบางครั้งเราก็จะนัดกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ใครว่างวันนี้ๆ ก็จะมีนัดกัน โทรเข้ามาหาคุณพ่อว่า คุณพ่อเดี๋ยววันนี้จะแวะเข้าไปหานะ หรือว่าพอไปเที่ยวกัน กลับมาเราก็มีของฝากแล้วก็มาเกาะรั้ว ตะโกนเรียกพ่อบอกว่าหนูซื้อขนมมาฝาก

คุณพ่อคุณแม่เขาก็มองเราเหมือนเป็นลูกหลานท่านคนหนึ่ง เราก็เลยรู้สึกว่าการเข้ามาที่แห่งนี้ มันเหมือนเป็นเซฟโซนของเรา รู้สึกว่าอบอุ่นทุกครั้งที่ได้มา”

ความรักความชื่นชอบในตัวของศิลปิน ทำให้ทุกคนที่มาจากต่างถิ่น ได้หลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี แต่กลุ่มแฟนคลับ BIG D2B Family ยังคงเหนียวแน่น และทำหน้าที่รับช่วงต่อ ช่วยดูแลคุณพ่ออุดม กิตติกรเจริญ คุณพ่อของบิ๊ก ตลอดไป…

นัท มีเรีย ประกาศเลิก อั้ม อธิชาติ จบรัก 15 ปี ยุติความเป็นสามีภรรยา

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830119

นัท มีเรีย ประกาศเลิก อั้ม อธิชาติ จบรัก 15 ปี ยุติความเป็นสามีภรรยา

9 ธ.ค. 2567 19:35 น.

นัท มีเรีย ประกาศเลิก อั้ม อธิชาติ จบรัก 15 ปี ยุติความเป็นสามีภรรยา

คลุมเครืออยู่นานในที่สุด นัท มีเรีย ตัดสินใจออกมาเปิดใจยอมรับว่าเลิก อั้ม อธิชาติ จบความสัมพันธ์รัก 15 ปียุติความเป็นสามีภรรยา โดย นัท มีเรีย เผยที่งาน “CineAsia 2024 RECEPTION NIGHT” ณ นภาลัย เทอเรส ชั้น 7 ไอคอนสยาม

– นัท มีเรีย ยุติความสัมพันธ์ในฐานะสามีภรรยา เหลือฐานะเพื่อนที่ดีต่อกัน ขออนุญาตไม่ตอบถึงสาเหตุ มันมีปัจจัยที่มาก เราพูดคุยตกลงจบความสัมพันธ์กัน ขอไม่ลงรายละเอียด การตัดสินใจเกิดขึ้นสักพัก

– นัทเห็นถึงความรักความห่วงใยที่มีให้นัทจริงๆ เยอะมากๆ นัทขอขอบคุณสำหรับกำลังใจ

– ข่าวลือที่โยงถึงบุคคลที่ 3 เกินความควบคุมของนัทจริงๆ นัทกับคุณอั้มได้คุยกันเรียบร้อยแล้วเหลือเป็นสถานะเพื่อนกัน

– มันมีการพูดคุยเรื่องนี้แล้วจริงๆ ประเด็นเรื่องหย่า นัทไม่ได้จดทะเบียนเลยไม่มีการหย่าค่ะ

– เรื่องแหวน ก็จริงๆ เป็นแหวนแต่งงานของคุณพ่อ วงข้างนอกเป็นแหวนของนัทเองค่ะ คุณแม่ให้เป็นแหวนแต่งงาน มันเป็นแหวนแต่งงานที่มีความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับคุณพ่อคุณแม่ เลยเอาแหวนตัวเองมาใส่ทับ

– มันมีสิ่งดีๆ อยู่กับตัวเรามากมายพอเรามาเห็นเลยนึกถึงขึ้นมา สำหรับเรื่องรูปภาพที่ลงจริงๆ แล้วรูปพวกขาวดำนัทชอบอยู่แล้วมันเป็นภาพอาร์ต พอเราได้ไปเที่ยวต่างประเทศแล้วเจอเราก็ลง ยืนยันไม่มีอะไรที่เศร้าเราแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศใช้ชีวิตปกติ หรือข้อความนัทชอบเขียนอะไรให้คนได้คิดอยู่แล้ว ไม่คิดว่าจะมีคนตีความไปขนาดนี้

– สำหรับความรู้สึกตอนนี้หรือจิตใจมีความสุขทั้งกายและจิตใจอยู่แล้ว นัทเลือกมองในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่นัทมีสิ่งดีๆ รอบตัวมากมาย

– 15 ปี คบกัน 5 ปี แต่งกัน 10 ปี เรียนรู้กันมาตลอดไม่มีอะไรผิดเลยถ้าเราต้องแยกย้ายกันเดินอยากให้ทุกคนมองด้วยความเข้าใจ ไม่มีอะไรที่ไม่ดีเลยค่ะ ชีวิตคู่ไม่ได้มีแค่ยิ้มอย่างเดียว วันนี้นัทไม่ได้มีน้ำตาอะไรที่เป็นเรื่องไม่ดีแล้ว

– นัทมองว่าตอนนี้นัทอยู่กับปัจจุบันมีความสุข

– นัทวางแผนการใช้ชีวิตให้มีความสุข เรียบง่ายไม่ซับซ้อน เรามีหน้าที่ทำงานนัทยังมีอะไรทำตั้งเยอะ ใช้ชีวิตตามปกติ.

เซอร์ไพรส์ จันจิ ปล่อยเพลงรักที่มีกลิ่นอายของยุค 90 ในวันเกิด มาริโอ้

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830125

เซอร์ไพรส์ จันจิ ปล่อยเพลงรักที่มีกลิ่นอายของยุค 90 ในวันเกิด มาริโอ้

9 ธ.ค. 2567 18:00 น.

เซอร์ไพรส์ จันจิ ปล่อยเพลงรักที่มีกลิ่นอายของยุค 90 ในวันเกิด มาริโอ้

จันจิ จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย จันจิเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่เรียนมัธยม โดยเธอได้ออดิชั่นเพื่อเป็นแดนเซอร์ในมิวสิควิดีโอและคอนเสิร์ต โดยเธอได้มีโอกาสได้เข้าไปเป็นให้กับศิลปินในสังกัดแกรมมี่หลายคนอาทิ เบิร์ด ธงไชย บี้ สุกฤษฎิ์, ชิน ชินวุฒ, แกงส้ม เดอะสตาร์ เป็นต้น ในปีพ.ศ. 2556 จันจิ จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย ได้เปิดตัวในฐานะหนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป GAIA (ไกอา) และปัจจุบันจันจิยังเป็นนักแสดงมากความสามารถ เรื่องล่าสุดคือ หนึ่งในร้อย และล่าสุด JUNJI (จันจิ) จะมาร่วมทำเพลงกับ marr team ซึ่งมีชื่อเพลงว่า “ตั้งแต่เจอรอยยิ้มเธอ ฉันก็ไม่หลงรักรอยยิ้มอื่นอีกเลย”

“ตั้งแต่เจอรอยยิ้มเธอ ฉันก็ไม่หลงรักรอยยิ้มอื่นอีกเลย” Single ที่ 11 จาก marr team ซึ่งเพลงนี้ได้ “JUNJI (จันจิ จันจิรา)” มาร่วมในครั้งนี้ด้วย เพลงนี้แต่งมาจาก Concept ที่ว่า “ตั้งแต่เจอรอยยิ้มของเธอ ฉันก็ไม่หลงรักรอยยิ้มอื่นอีกเลย”

โดยเนื้อหาในเพลงนี้ ยังมีการกล่าวถึง ตั้งแต่ได้เจอรอยยิ้มของเธอก็ทำให้เราไม่หลงรักรอยยิ้มอื่นอีกเลย ทำให้รู้ว่าไม่เคยเจอใครที่น่ารักได้มากขนาดนี้จนทำให้เราเสียอาการ และพอได้เห็นรอยยิ้มของเธอก็ยิ่งทำให้แพ้มากขึ้นทุกทีที่ได้เห็น อย่างกับท่อนที่ว่า “ตั้งแต่เจอรอยยิ้มเธอ ฉันก็ไม่หลงรักรอยยิ้มอื่นอีกเลยฉันคงไม่หลงรักใครได้มากเท่าเธอ”

อีกทั้งเพลงนี้ถูกแต่งโดย marr music team บวกกับเสียงร้องที่น่ารัก ของ JUNJI (จันจิ จันจิรา) และแนวเพลงที่มีกลิ่นอายของยุค 90 ทำให้เพลงนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

รถเมล์ คะนึงนิจ คลอดลูกคนที่ 2 ตั้งชื่อน้องนิจ แข็งแรงปลอดภัยทั้งแม่และลูก

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830064

รถเมล์ คะนึงนิจ คลอดลูกคนที่ 2 ตั้งชื่อน้องนิจ แข็งแรงปลอดภัยทั้งแม่และลูก

9 ธ.ค. 2567 15:30 น.

รถเมล์ คะนึงนิจ คลอดลูกคนที่ 2 ตั้งชื่อน้องนิจ แข็งแรงปลอดภัยทั้งแม่และลูก

หลังจากที่ตั้งหน้าตั้งตานับถอยหลังที่จะได้เจอหน้าลูกคนที่ 2 อย่างใจจดใจจ่อ สำหรับนางเอก-พิธีกรสาว รถเมล์ คะนึงนิจ ล่าสุด เจ้าตัวก็ได้คลอดลูกคนที่ 2 เรียบร้อยแล้ว และแข็งแรงปลอดภัยดีทั้งแม่และลูก

โดยอินสตาแกรมของ โพลีพลัส ได้โพสต์รูปพร้อมข้อความต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวรถเมล์เอาไว้ว่า “เวลคัม “น้องนิจ” ค่าาาา สมาชิกใหม่สุดน่ารักของพวกเรา น่าร้ากกกสุดๆๆ ยินดีกับครอบครัวคุณแม่ “รถเมล์” ด้วยค่ะ” บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ