คุณแหน : 9 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/840227

คุณแหน : 9 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 9 พฤศจิกายน 2567

วันเสาร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ประกาศชื่อ นักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2567 จำนวน 28 ราย
ดังต่อไปนี้ 1.สาขาบริการสังคม ได้แก่ สุเมธ จินดาวัฒน์ คณะสังคมศาสตร์, ภรณี ลีนุตพงษ์คณะมนุษยศาสตร์, ภก.ณรงค์ศักดิ์ ใบเนียม คณะเภสัชศาสตร์, รศ.นพ.อำนาจ อยู่สุข คณะแพทยศาสตร์, นพ.ประจินต์ เหล่าเที่ยง คณะแพทยศาสตร์ ดร.อัญชัน ชมภูพวง คณะเกษตรศาสตร์, ธีรยุทธ สิริวรรณสถิต คณะรัฐศาสตร์, 2.สาขาวิชาการ ได้แก่ ศ.เกียรติคุณ อุษณีย์ ธงไชย คณะมนุษยศาสตร์ และ ศ.คลินิก เกียรติคุณ ดร.ทพญ.วรุณี เกิดวงศ์บัณฑิตคณะทันตแพทยศาสตร์, รศ.ดร.สุชาติ โกทันย์คณะเทคนิคการแพทย์, รศ.ดร.ดวงใจนาคะปรีชา คณะวิทยาศาสตร์, 3.สาขาบริหารธุรกิจ ได้แก่ วิชา จันทร์เชื้อ คณะรัฐศาสตร์, จำลอง เจริญวัฒนากุล คณะเทคนิคการแพทย์ และ ขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ คณะวิศวกรรมศาสตร์, พีระ เลาหกานต์นิยม คณะวิศวกรรมศาสตร์, พีรพงศ์ เชิดสถิรกุล คณะบริหารธุรกิจ, 4.สาขาบริหารองค์กรการศึกษา ได้แก่ รศ.ดร.ธนารักษ์สุวรรณประพิศ คณะพยาบาลศาสตร์, รศ.ธีรภัทรวรรณนฤมล คณะการสื่อสารมวลชน, รศ.ดร.สุจินดา ศรีวัฒนะ คณะอุตสาหกรรมการเกษตร,ผศ.ทพ.พิริยะ เชิดสถิรกุล, พงษ์ธาดา สุภาแสนคณะศึกษาศาสตร์, 5.สาขาบริการราชการ ได้แก่ พญ.วันทนีย์ วัฒนะ คณะแพทยศาสตร์, ยศพล เวณุโกเศศ คณะรัฐศาสตร์ฯ, 6.สาขาบริหารองค์กร ได้แก่ ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา คณะวิศวกรรมศาสตร์, บรรเจิด หอมบุญมา คณะเกษตรศาสตร์, ไพศาล อุดมกุลวณิชย์ คณะเกษตรศาสตร์, พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ คณะแพทยศาสตร์, 7.สาขาส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ดร.อนุกูล ศิริสัมพันธ์ คณะวิจิตรศิลป์… ขอแสดงความยินดีกับ “ศิษย์เก่า มช.ดีเด่น” ทุกคนมา ณ โอกาสนี้…

ll ยินดีกับ ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน โอกาสที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Rising Sun Gold Ray with Neck Ribbon จากประเทศญี่ปุ่น โดยมีท่านเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น (HE. Masato Osaka)เป็นตัวแทนมอบให้ที่ทำเนียบทูต โดยได้รับเกียรติจากอดีตนายกรัฐมนตรี 2 ท่าน ได้แก่ ชวน หลีกภัยกับ ดร.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาร่วมยินดีด้วย…

llแสดงความยินดีกับ สันติสุข มะโรงศรี เป็นหนึ่งในศิษย์เก่าเศรษฐศาสตร์ดีเด่น ในโอกาสคณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ครบรอบ 75 ปี…

llเพิ่งทราบว่า เหตุผลที่ อนิตา วงศ์ทองศรี ไม่ชอบกินผักที่มีรูๆ เช่น ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว ด้วยเกรงว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น Afraid ยิ่ง…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ ศิรินภา ศรีทองทิม ที่สูญเสียคุณพ่อไปเมื่อเร็วๆ นี้…ส่วนอดีตข้าราชการเก่า กรมประชาสัมพันธ์ศศิ เสตะจันทร์ จากไปแล้วเช่นกัน…

ll บริษัทเวชพงศ์โอสถ บริษัทเก่าแก่ในไทย เดิมผลิตยาหลายชนิดออกจำหน่าย ปัจจุบันมีกิจการใหม่สำหรับผู้สูงวัย ชื่อ “GAYA The Retreat and Residence” ดูแลสว.ผู้สูงวัย แบบชั่วคราว และแบบถาวร สถานที่อยู่ใกล้ห้างเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ เลียบทางด่วนรามอินทรา พรทิพย์ สาริกบุตร เตรียมไปใช้บริการ…

ll ลานทิพย์ ทวาทศิน นายกสมาคม YWCA เชิญชวนทุกท่านไปเที่ยวงานแสดงสินค้าจากสถานทูตทั่วโลกที่ Central World 7-10 พ.ย. …

ll รอคอยกันมานาน ดีใจกับครอบครัว พล.ต.ท.อดิเทพ-วรินทร์ทิพย์ ปัญจมานนท์ เป็นคุณปู่คุณย่า เพราะหลานชายคนแรก น้องพชา ครบ 7 เดือนแล้ว ผลผลิตจากลูกชายคนเดียว พ.ต.อ.ดร.เอกพล-มุกดา สะใภ้คนสวย หลานแข็งแรง เพราะแม่ให้กินนมแม่มาตลอด !!…ll

บารอนเนส

‘ไทยประกันชีวิต’ เดินหน้าพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน สนับสนุน Run to Remember 2024 ระดมทุนช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส

https://www.naewna.com/lady/840231

‘ไทยประกันชีวิต’ เดินหน้าพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน สนับสนุน Run to Remember 2024 ระดมทุนช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส

‘ไทยประกันชีวิต’ เดินหน้าพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน สนับสนุน Run to Remember 2024 ระดมทุนช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส

วันเสาร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไทยประกันชีวิตสนับสนุน Run to Remember 2024 งานวิ่งเพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส และเด็กกำพร้า ผ่านการจัดสร้างศูนย์การเรียนรู้ และดูแลสถานสงเคราะห์เด็กที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิ Hands Across the Water (ประเทศไทย) ในพังงาและยโสธร พร้อมร่วมรำลึกเหตุการณ์ครบรอบ 20 ปี ภัยพิบัติสึนามิในประเทศไทย

วราภรณ์ ลีกุลนิมิต ผู้อำนวยการสายงานกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรเพื่อสนับสนุนกิจกรรม Run to Remember 2024 ซึ่งจัดโดยมูลนิธิ Hands Across the Water (ประเทศไทย) งานวิ่งที่มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส และเด็กกำพร้าที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ ผ่านการนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานและเงินบริจาค จัดสร้างศูนย์การเรียนรู้ รวมถึงดูแลสถานสงเคราะห์เด็กที่มูลนิธิฯ ดูแล

“แนวคิดในการจัดงาน Run to Remember 2024 สอดคล้องกับเจตนารมณ์การดำเนินธุรกิจของไทยประกันชีวิต ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของทุกชีวิต ตามวิสัยทัศน์การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และเป็นไปตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์เป้าหมายการพัฒนาสู่ความยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals Master Plan ที่จัดทำขึ้นให้สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืน UN Global Compact ของสหประชาชาติ ในข้อ 3 การสร้างสุขภาวะที่ดี และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย (Good health and well-being) และข้อที่ 10 เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ (Reduced Inequalities) รวมถึงพันธกิจที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสพร้อมเป็นองค์กรที่ดีของสังคมไทย ภายใต้แก่นการดูแลสังคมด้วยการให้ (Giving) การดูแล (Caring) และการเติมเต็มคุณค่าของชีวิต (Fulfilling) เพราะไทยประกันชีวิตตระหนักดีว่า หากสังคมเข้มแข็ง องค์กรจะสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน”

งาน Run to Remember 2024 เป็นงานวิ่งที่นอกจากจะเสริมสร้างสุขภาพกายที่แข็งแรงให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมแล้วยังสร้างความสุขใจของการเป็นผู้ให้ด้วยการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้ได้มีที่อยู่อาศัย อาหารที่ถูกสุขอนามัยและมีโอกาสทางการศึกษา ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชนในอนาคตอีกด้วย โดยจัดขึ้นใน 2 รูปแบบ คือ Running Activity วันที่ 15 ธันวาคม 2567 ณ สวนจตุจักร กทม. โดยวิ่งระยะ 3 กิโลเมตร (Fun Run) และ 9 กิโลเมตร (Mini Marathon) Virtual Run กิจกรรมวิ่งสะสมระยะ 1,400 กิโลเมตร ใน 26 วันตั้งแต่วันที่ 1-26 ธันวาคม 2567 และส่งผลบนแพลตฟอร์ม THAIFIT ทั้งนี้ เพื่อเป็นการร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ครบรอบ 20 ปี ภัยพิบัติสึนามิในประเทศไทย Mr.Peter Baines ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศ มูลนิธิ Hands Across the Water จะวิ่งจากเส้นทางบ้านโฮมฮัก จังหวัดยโสธร ถึงจุดสิ้นสุด ณ บ้านธารน้ำใจ จังหวัดพังงา ในวันที่ 26 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันที่เกิดเหตุการณ์สึนามิขึ้นในประเทศไทย

“ไทยประกันชีวิต เชื่อมั่นว่าความร่วมมือ และการสนับสนุนของพันธมิตรจากทุกภาคส่วน รวมถึงการสนับสนุนจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม จะเป็นพลังที่ช่วยส่งต่อรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ที่อยู่ในการดูแลของมูลนิธิฯ และสนับสนุนให้ภารกิจของมูลนิธิฯ ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชนไทยสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ และอยากเชิญชวนให้ผู้ที่รักการวิ่งทุกท่าน สมัครเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบทางเลือกและคุณค่าให้กับเยาวชนไทยต่อไป” วราภรณ์ กล่าวผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ดูข้อมูลเพิ่มเติมและช่องทางการสมัครวิ่งได้ที่ งานวิ่งที่สวนจตุจักร :
https://thai.fit/c/RTR2024 งานวิ่งเสมือนจริง (Virtual Run) : https://thai.fit/c/rtrvr24

CPS CHAPS’ จับมือ ‘BOWKYLION’ โชว์คอลเลกชั่นปลายปี เท่และเซ็กซี่ สไตล์ Workwear

https://www.naewna.com/lady/840272

CPS CHAPS’ จับมือ ‘BOWKYLION’ โชว์คอลเลกชั่นปลายปี เท่และเซ็กซี่ สไตล์ Workwear

CPS CHAPS’ จับมือ ‘BOWKYLION’ โชว์คอลเลกชั่นปลายปี เท่และเซ็กซี่ สไตล์ Workwear

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.27 น.

CPS CHAPS (ซีพีเอส แชปส์) แบรนด์แฟชั่นสุดเท่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “CREATIVITY. PASSION. SELF.” เปิดตัว “CPS CHAPS | BOWKYLION คอลลาบอเรชั่นล่าสุดที่ได้ศิลปินสาวเสียงดี “โบกี้ไลอ้อน” ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ เจ้าของเพลงฮิตติดชาร์ต มาร่วมออกแบบโดยการผสานความเท่แบบ CPS CHAPS และความเป็นเซ็กซี่ Diva ของ BOWKYLION กลายเป็นสไตล์ Workwear ที่ฉีกกรอบชุดทำงานแบบเดิมๆ ถ่ายทอดออกมาในคอนเซ็ปต์ 9to5 สะท้อนลุคสาวมั่นที่โดดเด่นได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

คอลเลกชั่นนี้นำเสนอแฟชั่นไอเทมที่สามารถสวมใส่ได้หลากหลายโอกาส ได้ทั้งทำงาน หรือไปปาร์ตี้ปลายปี โดยดึงเอาความเก๋แบบ City Look มาผสมผสานเข้ากับสไตล์เฉพาะตัวอันโดดเด่นของ BOWKYLION มอบลุคที่มีความเซ็กซี่ด้วยโทนสีออฟไวท์ แดง ดำและทอง ที่นำมาดีไซน์ด้วยลวดลายกราฟฟิกที่บอกเล่าเรื่องราวและสิ่งรอบตัวของศิลปินสาว อย่างโน๊ตดนตรี รอยสักลายกุหลาบ และสัตว์เลี้ยง เพิ่มความหรูหราด้วยเทคนิคการฟอกสีและตกแต่งด้วยหมุดเพชร และไอเทมที่ห้ามพลาด! ในคอลเลกชั่นนี้คือ เบลเซอร์และเสื้อเชิ้ตที่สามารถนำมาครีเอทลุคที่หลากหลายด้วยการจับคู่กับกระโปรงหรือกางเกงหลากหลายดีไซน์ อาทิ ยีนส์ขากว้าง กระโปรงยาวแต่งสายไขว้บริเวณเอว กระโปรงสั้น กางเกงขาม้า กางเกงสามส่วน เป็นต้น

ช้อปไอเทม CPS CHAPS | BOWKYLION” ได้แล้วที่ร้าน CPS CHAPS ทุกสาขา ช่องทางออนไลน์ http://www.cpschaps.com และ TikTok Shop @cpschaps.official

‘ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้’ เล่นใหญ่กว่าเดิม จัดกับแคมเปญ ‘Golden Ball’

https://www.naewna.com/lady/840264

‘ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้’ เล่นใหญ่กว่าเดิม จัดกับแคมเปญ ‘Golden Ball’

‘ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้’ เล่นใหญ่กว่าเดิม จัดกับแคมเปญ ‘Golden Ball’

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.19 น.

ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ แลนด์มาร์กสำหรับคนรักกีฬาและความบันเทิงแบบครบวงจรที่ไม่ซ้ำใคร ชวนทุกคนมาเฉลิมฉลอง พร้อมประทับใจไปกับบรรยากาศแห่งความสุข อาหารรสเลิศ และความบันเทิงแบบจัดเต็ม กับการกลับมาของแคมเปญ Golden Ball สุดยิ่งใหญ่ประจำปี ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ถึง 5 มกราคม 2568 ซึ่งในปีนี้ ท็อปกอล์ฟ จะมาเพิ่มความพิเศษให้แคมเปญพิเศษกว่าที่เคย โดยผู้โชคดีทุกคนจะมีสิทธิเลือกที่จะรับรางวัลทันที  หรือเก็บลูกกอล์ฟทองคำไว้เพื่อลุ้นรับรางวัล‘โบนัส’ใหญ่สุดพิเศษ ซึ่งมีมูลค่ารวมของรางวัลสูงถึง 8 ล้านบาท แจกรางวัลทุกวันมากกว่า 50 รางวัล รวม 3,000 รางวัล!

ตลอดทั้งแคมเปญ สามารถลุ้นเป็นหนึ่งในผู้โชคดี รับรางวัลสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น iPad, Airpod, iPhone 16, ชุดไม้กอล์ฟ Callaway, จักรยานไฟฟ้า Ryde Culture และตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจ ไป-กลับกรุงเทพฯ สหรัฐอเมริกาจากสายการบิน STARLUX ติดมือกลับบ้านไปแบบฟินๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ

ยิ่งไปกว่านั้น ในปีนี้ยังมีอีกหนึ่งความตื่นเต้นให้ได้ร่วมสนุก นอกจากการลุ้นรางวัลสุดพิเศษในแต่ละวัน ผู้โชคดียังสามารถเลือกเก็บลูกกอล์ฟสีทองไว้ลุ้นรับรางวัล ‘โบนัส’ สุดยิ่งใหญ่ มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท กับแพ็คเกจทริปสุดหรู ซึ่งประกอบไปด้วย การเข้าพัก 3 คืน สำหรับ 4 ท่าน ที่โรงแรมบูติกชั้นนำการันตีด้วยรางวัลอย่าง HakuVillas ในนิเซโกะ ณ ประเทศญี่ปุ่น

HakuVillas ที่พักสุดหรูภายใต้ HakuLife Collection ถือเป็นที่พักที่หรูหราที่สุดของ H2Life ที่เปิดให้บริการ มีชื่อเสียงในการมอบประสบการณ์สุดหรูที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันให้แก่แขกผู้เข้าพัก นอกจากนี้ HakuVillas ยังได้รับรางวัล World’s Best Ski Boutique Hotel และ Japan’s Best Ski Boutique Hotel จาก World Ski Awards 2023 รวมถึง Japan’s Best Golf Hotel จาก World Golf Awards 2020 และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย

ผู้โชคดียังสามารถเพลิดเพลินกับการออกรอบที่สนามกอล์ฟ Hanazono Golf และ Niseko Village Golf Course รวมสองรอบ นอกจากนี้ยังมีมื้ออาหารสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น มื้อค่ำจากเชฟส่วนตัว อาหารเช้า คานาเป้ช่วงบ่าย  พร้อมการต้อนรับด้วยแชมเปญ Dom Pérignon ระดับพรีเมียมที่เสิร์ฟคู่กับคาเวียร์ อีกด้วย โดยผู้ชนะสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์พิเศษเหล่านี้ได้ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงตุลาคม 2568 พร้อมบริการรับส่งสนามบิน และอาหารค่ำสุดหรูที่ HakuSteak พร้อมเที่ยวบินสำหรับสี่คนจากกรุงเทพฯ โดยรางวัลโบนัสนี้ จะถูกประกาศในวันที่ 5 มกราคม 2568 ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของท็อปกอลฟ์ เมกาซิตี้ ซึ่งรางวัลพิเศษ และรางวัลโบนัสปีนี้ รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 8 ล้านบาท เพิ่มโอกาสในการชนะ และรับรางวัลกลับบ้าน พร้อมแบ่งปันความสุขให้กับทุกคนมากขึ้นกว่าที่เคย!

ก้าวเข้าสู่ช่วงส่งท้ายปี 2567 ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ อยากชวนทุกคนมาร่วมการนับถอยหลังสู่ปี 2568 กับคืนข้ามปีสุดประทับใจ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับความบันเทิงแบบจัดเต็ม ทั้งดนตรีสด และความสนุกสุดมันส์จากดีเจ พร้อมชมการแสดงพลุสุดตระการตา ร่วมก้าวเข้าสู่ปีใหม่ไปด้วยกัน

ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ คือ แหล่งรวมกีฬาและความบันเทิงสำหรับทุกคน ไม่ว่าคุณจะมองหาสถานที่ฝึกวงสวิง หรือแค่ต้องการใช้เวลาพิเศษไปกับคนสำคัญ ทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับความสนุกที่ผสานเข้ากับเกมส์กีฬาได้ที่นี่ ผ่านการตีลูกกอล์ฟฝังไมโครชิพไปยังหลุมขนาดยักษ์ทั้ง 11 จุด ซึ่งเป็นความสนุกที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ พร้อมด้วยฮิตติ้งเบย์ถึง 102 เบย์ ที่มาพร้อมโซฟาแสนสบาย และระบบปรับอากาศเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด ทำให้ทุกคนสามารถสนุกสนานไปกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครได้อย่างเต็มที่ ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ ให้ความสำคัญกับการสร้างช่วงเวลาดีๆ ทำให้ที่นี่เหมาะอย่างยิ่งที่จะมาสร้างความทรงจำสุดประทับใจ กับค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ อาหารรสเลิศ และความตื่นเต้นอีกมากมาย

เมื่อพักเบรคจากเกมหวดวงสวิง ทุกคนยังสามารถเพลิดเพลินกับบาร์ และอีก 5 ร้านอาหารที่ไม่เหมือนใครของท็อปกอล์ฟ ซึ่งมีอาหารรสเลิศหลากหลายที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการ ทำให้ ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทุกช่วงเวลาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างค่ำคืนที่น่าจดจำร่วมกับคนในครอบครัว หรือค่ำคืนที่สนุกสนานร่วมกับกลุ่มเพื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองปีใหม่สุดประทับใจนี้ อย่าลืมชวนคนสำคัญมาสร้างความทรงจำดีๆ กับความสนุกสนาน ความบันเทิง และมื้ออาหารสุดพิเศษ เพื่อส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีไปด้วยกัน

ให้ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ เป็นสถานที่เฉลิมฉลองคืนข้ามปีของคุณในปีนี้! จัดเต็มทั้งความบันเทิง อาหารรสเลิศ และเกมสนุกสุดเหวี่ยง ไม่ว่าจะหาสถานที่เพื่อใช้ช่วงเวลาพิเศษกับครอบครัว หรือสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ท็อปกอล์ฟจัดมาให้ครบอย่างแน่นอน   

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.topgolfthailand.com หรือโทร 021141289

‘VIV SKIN-SkinX’ เจาะตลาดคนรักผิวทุกเจนฯ รุกสู่ Health & Wellness

https://www.naewna.com/lady/840217

'VIV SKIN-SkinX' เจาะตลาดคนรักผิวทุกเจนฯ รุกสู่ Health & Wellness

‘VIV SKIN-SkinX’ เจาะตลาดคนรักผิวทุกเจนฯ รุกสู่ Health & Wellness

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.52 น.

“VIV SKIN” (วิฟ สกิน) แบรนด์เครื่องสำอางสมุนไพรไทย ภายใต้การบริหารของคุณจุ๋ย วรัทยา นิลคูหา ประธานกรรมการบริหารและทีมบริหารผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจสกินแคร์มากว่า 12 ปี ได้ร่วมกับ “SkinX” แอปพลิเคชันหาหมอผิวหนังออนไลน์ ที่มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากโรงพยาบาลสมิติเวชและโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มุ่งเน้นกำไรดูแลผิวบอบบางอย่างมืออาชีพด้วยแนวคิด “สุขภาพผิวที่ดีเริ่มต้นที่ผิวแข็งแรง และทุกคนสามารถเริ่มต้นใหม่กับผิวของตนเองได้” VIV SKINX ก้าวข้ามขีดจำกัดของกำไรเป็นแค่แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงาม และเปิดตัวฮีโร่โปรดักต์ “VIV SKINX – DERMA SKIN BARRIER SOOTHING CREAM” ซึ่งโดดเด่นด้วยนวัตกรรมที่ช่วยรีเซ็ตผิวให้แข็งแรงจากสารสกัด Ectoin จากทะเลสาบเดดซี ที่ช่วยสร้างเกราะป้องกันผิวจากมลพิษในปัจจุบัน เช่น ฝุ่น PM2.5 ควันบุหรี่ รังสียูวี บลูไลท์ รวมถึงช่วยเรื่องการอักเสบของผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์นี้ตอบโจทย์คนรักผิวทุกวัยและทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการดูแลผิวบอบบาง (Sensitive skin) ถือเป็นการบุกเบิกตลาด Health & Wellness ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Beauty ของทุกเจเนอเรชัน

จุ๋ย วรัทยาและทีมบริหารแบรนด์ “VIV SKIN” กล่าวว่า “ตลาด Health & Wellness โดยเฉพาะในกลุ่ม Beauty มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งต่างประเทศและในประเทศไทยซึ่งคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคใส่ใจดูแลตัวเองและเลือกสินค้าสกินแคร์มากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้เกิดจากมลภาวะที่เพิ่มขึ้นและการเติบโตของช่องทางออนไลน์ที่สะดวกสบาย โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ซึ่งสื่อและคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์และความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค”

VIV SKINX คือการร่วมมือระหว่างแบรนด์ VIV SKIN (วิฟ สกิน) บริหารงานโดยจุ๋ย วรัทยาและทีมบริหารซึ่งดำเนินกิจการและมีประสบการณ์มากว่า 12 ปี และ SkinX แอปพลิเคชันหาหมอผิวหนังออนไลน์ที่มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากโรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มุ่งเน้นการดูแลผิวบอบบางอย่างมืออาชีพ ด้วยเทคโนโลยีและความรู้ทางการแพทย์ที่ทันสมัยผสานเข้ากับคุณค่าของสารสกัดจากธรรมชาติที่ปลอดภัยและผ่านการวิจัยอย่างละเอียด เพื่อการมี “สุขภาพผิวที่ดีในระยะยาว” ด้วยแนวคิดของผลิตภัณฑ์ที่สำคัญคือ “ผิวดี เริ่มต้นที่ผิวแข็งแรง” พร้อมส่งผลิตภัณฑ์เบอร์ 1 อย่าง “DERMA SKIN BARRIER SOOTHING CREAM” ออกสู่ตลาด ซึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรงและสุขภาพดียิ่งขึ้นในระยะยาว พร้อมการรีเซ็ตผิวให้กลับมาแข็งแรงและสุขภาพดีอีกครั้ง ไม่ว่าคุณจะอยู่ใน Gen X ที่เจอปัญหาผิวมานาน Gen Y ที่กำลังเผชิญกับความเครียดจากการทำงาน หรือ Gen Z ที่อาจประสบกับปัญหาผิวจากการลองใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทุกคนสามารถเริ่มต้นใหม่กับผิวของตนเองได้ โดยคุณค่าของ “VIV SKINX – DERMA SKIN BARRIER SOOTHING CREAM” ได้แก่

“อ่อนโยนเหมาะกับผิวบอบบางระดับผิวเด็กและคุณแม่ที่ตั้งครรภ์สัมผัสได้” (SENSITIVE SKIN – 6 Free) ผลิตภัณฑ์ปราศจากสารผลัดเซลล์ผิว น้ำหอม พาราเบน ซิลิโคน และสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

“สร้างเกราะป้องกันผิวด้วย Ectoin จากธรรมชาติ” ปกป้องผิวจากมลภาวะ รวมถึงยังสามารถช่วยเรื่องการอักเสบของผิวได้อีกด้วย โดย Ectoin ที่กำเนิดจากทะเลสาบเดดซี เป็นสารสกัดที่ทรงคุณค่าและมีประสิทธิภาพอย่างแตกต่างโดยผ่านการวิจัยและทดสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

“เทคโนโลยีฟื้นบำรุงผิวให้แข็งแรงขึ้นในระยะยาวและเนียนนุ่มทันทีที่ทา” ด้วยเทคโนโลยี Encapsulation บรรจุ Ceramide 3 ฟอร์ม และ NP-Ceraphilic ในรูปแบบไลโปโซม ซึ่งมีสาร NP-Ceraphilic 1.5% และ HYA 8 molecules อนุพันธ์ไฮยาลูรอนิคช่วยให้ผิวกักเก็บน้ำได้นานขึ้น ร่องลึกแลดูตื้นขึ้น แก้ปัญหาผิวแห้งลอกเป็นขุยและไฮไลท์คือ VIV SKINX มีทีมแพทย์ที่ปรึกษาจาก SkinX ซึ่งเป็นแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางจากโรงพยาบาลสมิติเวชและโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้อย่างถูกต้อง (Skincare literacy) ผ่านแอปพลิเคชัน SkinX

ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ประธานกรรมการบริหาร SkinX เสริมว่า “VIV SKINX เกิดจากความตั้งใจที่จะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย โดยทุกกระบวนการผ่านการทดสอบและพัฒนาภายใต้คำแนะนำของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้ทุกท่าน”

จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา ประธานกรรมการบริหาร VIV SKIN กล่าวต่อว่า “สำหรับแผนการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ VIV SKINX – DERMA SKIN BARRIER SOOTHING CREAM จะมุ่งเน้นไปยังช่องทางออนไลน์เป็นหลักเน้นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทีมแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง โดยสร้างเนื้อหาที่เข้าถึงทุกเจเนอเรชันโดยง่าย รวมถึงเรานำเสนอผลิตภัณฑ์ของคนไทยที่เข้าใจสภาพผิวของคนไทยในราคาย่อมเยาว์ที่จับต้องได้ ซึ่งมั่นใจว่าความร่วมมือครั้งสำคัญครั้งนี้ จะมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าในระยะยาวให้แก่ผู้บริโภค”

นอกจากนี้ VIV SKIN จะยังคงเดินหน้าร่วมมือกับ SkinX พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จากแบรนด์ “วิฟ สกินเอ็กซ์” (VIV SKINX) อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังได้เตรียมดำเนินการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้หมึกพิมพ์รักษ์โลก (Soy ink) ในการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดเพื่อให้บรรจุภัณฑ์สามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไปได้”

“VIV SKINX – Derma Skin Barrier Soothing Cream” จัดจำหน่ายในราคา 495 บาท (ขนาด 50 ML.) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tiktok.com/@vivskin , https://www.facebook.com/vivskin , https://www.instagram.com/vivskin , https://skinx.app/ , https://www.facebook.com/skinxthailand/ , https://www.instagram.com/skinx.thailand/ , Line : @vivskin หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40vivskin

#DermaSkinBarrier #SoothingCream #VivSkinX #ผิวดีรีเซ็ตใหม่ได้ #YourSkinYourReset

-(016)

ฉลองครบรอบ 1 ปี ‘Arinara Beach Resort Phuket’ จัดคอนเสิร์ตการกุศล พร้อมชวนลิ้มรส Dry Aged Beef จากร้านชื่อดัง

https://www.naewna.com/lady/840202

ฉลองครบรอบ 1 ปี 'Arinara Beach Resort Phuket' จัดคอนเสิร์ตการกุศล พร้อมชวนลิ้มรส Dry Aged Beef จากร้านชื่อดัง

ฉลองครบรอบ 1 ปี ‘Arinara Beach Resort Phuket’ จัดคอนเสิร์ตการกุศล พร้อมชวนลิ้มรส Dry Aged Beef จากร้านชื่อดัง

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.30 น.

Arinara Beach Resort Phuket จัดคอนเสิร์ตการกุศล นำศิลปินแถวหน้าเมืองไทย ฉลองครบรอบ 1 ปี The Beach Phuket พร้อมไฮไลท์เด็ดชวนลิ้มรส Dry Aged Beef จากร้านชื่อดัง

Arinara Beach Resort Phuket ฉลองครบรอบ 1 ปี ร้านอาหาร The Beach Phuket อย่างยิ่งใหญ่ และเต็มไปด้วยความประทับใจ The Beach Phuket ภายใต้การบริหารงานของ คุณสิริรัตน์ เมอร์ฟีย์ ผู้บริหารระดับสูงตลอดระยะเวลาหนึ่งปีเต็มในการรังสรรค์เมนูเลิศรสคุณภาพดีให้ผู้ใช้บริการ และนักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองกันนั้น The Beach Phuket ยังได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นเป็นอย่างดี ผ่านการเลือกใช้วัตถุดิบจากชาวบ้านในละแวกบางเทา และเชิงทะเล รวมถึงอาหารทะเลจากชาวประมง และผักผลไม้จากเกษตรกรท้องถิ่นมาโดยตลอด

และเพื่อเป็นการตอบแทนความเชื่อใจและไว้วางใจในการบริการ The Beach Phuket จึงได้จัดงานฉลองครบรอบ 1 ปีของร้านอาหาร The Beach Phuket โดยร่วมมือกับผู้สนับสนุน Corona Casa, Central Phuket., Robinson lifestyle Thalang, ร้านอาหารทรีมังกี้ ภูเก็ต และ บริษัท สวัสดีภูเก็ต ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ อาทิ “คุณธนสุนทร สว่างสาลี” อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ “คุณพีรญา นพรัตน์” ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน “คุณนาตยา แจ้งอุบล” ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ ให้เกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดี

โดยไฮไลท์สำคัญของงานคือการจัดคอนเสิร์ตการกุศลสุดพิเศษ พร้อมนำศิลปินแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “คุณไอซ์ ศรัณยู” และ “คุณมีนตรา อินทิรา” มาร่วมสร้างความสนุกผ่านเสียงเพลงให้กับชาวภูเก็ตที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย The Beach Phuket ได้มอบสมทบทุนให้กับศูนย์บ้านพักคนชรา และ โรงพยาบาลถลาง ภูเก็ต

พร้อมกันนี้อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานฉลองครบรอบ 1 ปีนี้ The Beach Phuket ขอเชิญทุกท่านสัมผัสความอร่อยแบบออริจินอลกับการเปิดตัวร้าน 35 Dry Aged Beef ที่จะเสิร์ฟเนื้อดรายเอจจากร้านชื่อดังในกรุงเทพฯ นำมาให้บริการกับชาวภูเก็ตได้ลิ้มรสความอร่อยกันถึงที่ในร้านอาหาร The Beach Phuket by Arinara Beach Resort Phuket

ด้วยความทุ่มเทจากทีมงาน The Beach Phuket และทีมผู้บริหารที่ตั้งใจสร้างสรรค์ The Beach Phuket ให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ต้อนรับและบริการนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ และพร้อมมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับครอบครัว เพื่อน และคนที่คุณรัก ได้เก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่สวยงามด้วยกันที่นี่ !

-(016)

BEDO จัดพิธีมอบโล่เครื่องหมาย ‘B MARK 2567’ แก่ 12 ผู้ประกอบการ หนุนการอนุรักษ์-ใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

https://www.naewna.com/lady/840196

BEDO จัดพิธีมอบโล่เครื่องหมาย 'B MARK 2567' แก่ 12 ผู้ประกอบการ หนุนการอนุรักษ์-ใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

BEDO จัดพิธีมอบโล่เครื่องหมาย ‘B MARK 2567’ แก่ 12 ผู้ประกอบการ หนุนการอนุรักษ์-ใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.17 น.

สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO จัดพิธีมอบโล่แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์และบริการ จากความหลากหลายทางชีวภาพ (เครื่องหมาย B MARK) ประจำปี 2567 ณ ห้องสุวิทย์ศักดานนท์ โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมี นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ เป็นประธานมอบโล่และเกียรติบัตรให้แก่ผู้ประกอบการจากทั่วประเทศ จำนวน 12 ผู้ประกอบการ ที่ได้นำทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนตามหลักของ BEDO-BCG โดยมีมหาวิทยาลัยสวนดุสิตเป็นที่ปรึกษาโครงการดำเนินการตรวจประเมินผลิตภัณฑ์และบริการจากความหลากหลายทางชีวภาพที่ยื่นขอรับรองเครื่องหมาย B MARK พัฒนาศักยภาพผู้ตรวจประเมินให้การรับรองเครื่องหมาย B MARK และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการจากความหลากหลายทางชีวภาพที่ได้รับเครื่องหมาย B MARK ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น

นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ กล่าวว่า BEDO เล็งเห็นถึงความมั่นคงของฐานทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ อันจะนำมาซึ่งรายได้ของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นห่วงโซ่ขั้นต้นของเศรษฐกิจระดับประเทศ จึงได้นำหลักการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพมาดำเนินงานให้ชุมชนท้องถิ่นมีรายได้จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ให้ “การสร้างรายได้เป็นเครื่องมือการอนุรักษ์” ด้วยการดำเนินงานตามหลักการ สพภ. 3 ประการ ได้แก่ 1) การใช้ทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพที่มีในชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น 2) การผลิตที่เป็นมิตรกับความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม 3) การปันรายได้ไปอนุรักษ์ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ โดยการสนับสนุนส่งเสริมสร้างต้นแบบให้ชุมชนคนที่อยู่ในท้องถิ่นที่อยู่ติดฐานทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ สามารถนำทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่นมาต่อยอดสร้างรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างยั่งยืน ตามแนวทางของ BioEconomy, Circular Economy และ Green Economy โดยชุมชนต้องมีการพัฒนาสินค้าและบริการบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพด้วยการใช้สหวิทยาการที่เกี่ยวข้องในบริบทที่เหมาะสม นำทรัพยากรชีวภาพมาผลิตเป็นสินค้าที่มีมูลค่าทางการตลาดอย่างยั่งยืน

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา สพภ. ได้มีการให้ตราส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากฐานทรัพยากรชีวภาพ (ตรา BioEconomy) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556 และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2567 มีการปรับเปลี่ยนสัญลักษณ์ตรา BioEconomy เป็น “เครื่องหมายสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการจากความหลากหลายทางชีวภาพ” หรือ “เครื่องหมาย B MARK” ในการรับรองผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเกิดประโยชน์ใน 3 ด้าน ดังนี้

1. ด้านผู้บริโภค ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพผ่านการเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ได้รับการรับรอง

2. ด้านผู้ผลิต ผู้ผลิตที่ได้รับเครื่องหมาย B MARK จะมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาผู้บริโภค ซึ่งเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นในการผลิตที่ยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม

3. ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ จะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

4. ด้านเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการเติบโตของตลาดสินค้าสีเขียว สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดสินค้าสีเขียว ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ การสร้างงานและรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

โดยรวมแล้วผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับเครื่องหมายรับรอง B MARK จะเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริโภค ผู้ผลิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในที่สุด

12 ผู้ประกอบที่ได้รับโล่เครื่องหมาย B MARK แบ่งตามภูมิภาคมีดังนี้

ภาคเหนือ : บริษัท ชีววิถีเฮิร์บ จำกัด (จ.น่าน) วิสาหกิจชุมชนชีววิถี น้ำเกี๋ยน (จ.น่าน) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มชาเมี่ยง (จ.น่าน) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสันมหาพนสมุนไพรอินทรีย์ (จ.เชียงใหม่) วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผัก สมนุไพร และผลไม้ (จ.ลำพูน) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำสวนเพื่อการผลิตและแปรรูปผลผลิตเกษตร (จ.ลำพูน)

ภาคตะวันตก : วิสาหกิจกลุ่มแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรสามร้อยยอด (จ.ประจวบคิรีขันธ์) บริษัท ภาลักษณ์เจริญ จำกัด (จ.ตาก)

ภาคใต้ : วิสาหกิจชุมชนกาแฟสด@ผึ้งโพรงไทยบ้านด่านช้าง (จ.นครศรีธรรมราช)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เกษตรยั่งยืนบ้านศรีเจริญ (จ.เลย) วิสาหกิจชุมชนกาแฟอาราบิก้าและมะคาเดเมียแบบประชาอาสาบ้านดงมะไฟ (จ.นครราชสีมา)

ภาคกลาง : บริษัท สยามปราณา จำกัด (กรุงเทพฯ)

-(016)

‘ศุภชัย’ หารือคณะผู้แทนจากสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน กระชับความร่วมมือด้านอวกาศ มุ่งให้เทคโนโลยีอวกาศไทยก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

https://www.naewna.com/lady/840190

'ศุภชัย' หารือคณะผู้แทนจากสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน กระชับความร่วมมือด้านอวกาศ มุ่งให้เทคโนโลยีอวกาศไทยก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

‘ศุภชัย’ หารือคณะผู้แทนจากสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน กระชับความร่วมมือด้านอวกาศ มุ่งให้เทคโนโลยีอวกาศไทยก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.59 น.

8 พฤศจิกายน 2567 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การต้อนรับและร่วมหารือคณะผู้แทนจากสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (China national spece Administration (CNSA)) สาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย นายเปี้ยน จื้อกัง รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน เพื่อการดำเนินงานความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ ณ ห้องประชุมชั้น 3B อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว. (โยธี)

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า ในนามของกระทรวง อว. ขอต้อนรับทุกท่านที่ได้เดินทางมาประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมงาน Thailand Space Week และร่วมหารือกับหน่วยงานด้านอวกาศของกระทรวง อว. เพื่อกระชับความร่วมมือด้านอวกาศ โดยในปีนี้ความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างไทย-จีน มีพัฒนาการและความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่การลงนามบันทึกความร่วมมือเรื่องสถานีวิจัยดวงจันทร์นานาชาติ การสำรวจและการใช้อวกาศเพื่อสันติภาพ การให้ความอนุเคราะห์ “ดินดวงจันทร์” มาจัดแสดงในงาน อว. แฟร์ การให้ไทยส่ง “ชุดทดลองปลูกพืชอวกาศ” ไปกับภารกิจสือเจี้ยน-19 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา รวมถึงการเดินทางไปเยือนแและร่วมหารือของผู้บริหารกระทรวง อว. และสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน หลายครั้งในรอบปีนี้ กระทรวง อว. ขอขอบคุณ สำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน ที่เป็นมิตรและให้โอกาสประเทศไทยในการเข้าร่วมโครงการด้านอวกาศของจีนมาโดยตลอด ขอให้ความมั่นใจว่า กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับประเทศจีนอย่างสูงที่สุด และหนึ่งในนั้นคือด้านอวกาศ

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวต่อว่า ปีหน้าเป็นปีแห่งการฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 50 ปี ระหว่างไทยกับจีน ถือเป็นโอกาสอันดียิ่งในการกระชับความร่วมมือและผลักดันกิจกรรมความร่วมมือใหม่ ๆ ในด้านอวกาศ ระหว่างกระทรวง อว. และสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีนอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมา ความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีในเรื่องอวกาศระหว่างไทย-จีนมีมาอย่างต่อเนื่องและได้สร้างผลงานอย่างเป็นรูปธรรมมาโดยตลอด ส่งผลให้ศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีด้านอวกาศของไทยเพิ่มขึ้น กระทรวง อว. มีความยินดีอย่างยิ่งและพร้อมให้การสนับสนุน การจัดตั้งศูนย์กลางและต้นแบบความร่วมมือระหว่างประเทศด้านอวกาศในกลุ่มประเทศอาเซียนในประเทศไทย เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านอวกาศระดับภูมิภาคต่อไป

นายเปี้ยน กล่าวว่า ทั้งไทยและจีนมีเป้าประสงค์เดียวกันในการร่วมกันพัฒนาความร่วมมือด้านอวกาศ จึงจำเป็นต้องมีการจัดโครงสร้างความร่วมมือเพื่อต่อยอดต่อไปในกิจการอวกาศมีความชัดเจนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตนจึงขอเสนอใน 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกคือ ในลงนามความร่วมมือด้านการสำรวจอวกาศและสถานีวิจัยดวงจันทร์ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เราต้องมีการติดตามเพื่อขยายผลความร่วมมือกันต่อไป และประเด็นต่อมาในความร่วมมือจีนกับในหลาย ๆ ประเทศ ก็ได้มีการสร้างโมเดลความร่วมมือ โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมขึ้นมา ซึ่งก็ประสบความสำเร็จและเป็นไปได้ด้วยดี จึงต้องการแนะนำให้ไทยจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้วยเช่นกัน

-(016)

อ.ต.ก.จัดงาน ‘โครงการประชาสัมพันธ์ศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง 2567’ กระตุ้นเศรษฐกิจ

https://www.naewna.com/lady/840187

อ.ต.ก.จัดงาน 'โครงการประชาสัมพันธ์ศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง 2567' กระตุ้นเศรษฐกิจ

อ.ต.ก.จัดงาน ‘โครงการประชาสัมพันธ์ศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง 2567’ กระตุ้นเศรษฐกิจ

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.55 น.

“องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จัดงาน “โครงการประชาสัมพันธ์ศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง 2567” กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมสินค้าเกษตรคุณภาพสูงด้านการตลาด เพื่อเพิ่มรายได้ เพิ่มโอกาสและช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร กลุ่มองค์กรเกษตรกร ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กล่าวถึง อาคารศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูง (Thailand Best Agricultural Showroom) ที่ได้ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล ในการส่งเสริมสินค้าเกษตรคุณภาพสูงด้านการตลาด โดยพัฒนาพื้นที่อาคารสัตว์เลี้ยง ปรับปรุงพื้นที่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูง (Thailand Best Agricultural Showroom) ณ บริเวณก่อนขึ้นทางพิเศษศรีรัช ให้เป็นพื้นที่สำหรับแสดงสินค้าทางการเกษตรในรูปแบบศูนย์แสดงสินค้า สร้างช่องทางการจำหน่าย เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ให้แก่ลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเข้าถึงสินค้าเกษตรได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นช่องทางออฟไลน์หรือออนไลน์ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร

ผู้อำนวยการ อ.ต.ก. กล่าวเพิ่มเติมถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของอาคารศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูง (Thailand Best Agricultural Showroom) ว่า ศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูง จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรไทย ส่งเสริมผลผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูงที่มีความหลากหลาย สามารถดึงดูดความสนใจแก่ผู้บริโภค ส่งเสริมความรับรู้และสร้างโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง และยังเป็นศูนย์รวมในการเจรจาซื้อขายสินค้าเกษตรคุณภาพของประเทศไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านการส่งออกอีกด้วย

ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคการเกษตร อ.ต.ก. ได้ดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์อาคารศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูง (Thailand Best Agricultural Showroom) โดยมีเป้าหมายสนับสนุนภาคการเกษตรสมัยใหม่เชื่อมโยงกับกลไกตลาด กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร ทำให้เกษตรกรเกิดความเข้มแข็งและมั่นคงในอาชีพ เกิดการเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการ มีการสร้างเครือข่าย ปลูกฝังแนวคิดในการวางแผนการผลิต เพิ่มฐานลูกค้าตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมงานเปิดอาคารศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูง โดย อ.ต.ก. ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 28 พฤศจิกายน 2567 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูง โดยภายในงานจะพบกับสินค้าเกษตรคุณภาพเกรด Premium มากมาย คัดสรรโดย อ.ต.ก. เป็นสินค้าเหมาะกับผู้บริโภคที่รักสุขภาพทุกท่าน ทั้งสินค้าออแกนิค สินค้าเกษตรอินทรีย์ ความ Healthy ที่เลือกได้ จำนวน กว่า 20 ร้านค้า และอาหารอร่อยๆ น่าทานมากมาย และยังมีกิจกรรม เวิร์กช็อป-สร้างอาชีพ แก่ผู้ที่สนใจทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นทุบสีดอกไม้ลงบนผ้า, ผ้าย้อมครามธรรมชาติ, เทียนเจล, เทียนหอม, ถ่ายโอนสีใบไม้ลงผ้า และสร้อยคอ-ที่ห้อยโทรศัพท์จากลูกปัด และพิเศษที่สุด องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จัดใหญ่ ลดราคาไข่ แผงละ 65 บาท จำนวนจำกัด วันละ 200 แผง ตลอดระยะเวลาการจัดงาน และยังมีส่วนลด 100 บาท เมื่อซื้อสินค้า 200 บาทขึ้นไป และยังมีรถรับ-ส่ง อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมงานอีกด้วย อย่าพลาด 22 – 28 พฤศจิกายน 2567 เวลา 08.00 – 20.00 น. เท่านั้น

-(016)

เปิดตัวหนังโฆษณาใหม่ ‘อุ้ย! มดลื่น’ ตอกย้ำคุณภาพที่ครองใจเจ้าของบ้านทั่วไทย

https://www.naewna.com/lady/840185

เปิดตัวหนังโฆษณาใหม่ 'อุ้ย! มดลื่น' ตอกย้ำคุณภาพที่ครองใจเจ้าของบ้านทั่วไทย

เปิดตัวหนังโฆษณาใหม่ ‘อุ้ย! มดลื่น’ ตอกย้ำคุณภาพที่ครองใจเจ้าของบ้านทั่วไทย

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.49 น.

“ปูนลูกดิ่ง สกิมโค้ท” เปิดตัวหนังโฆษณาใหม่ ที่มอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคหรือเจ้าของบ้าน ท้าพิสูจน์ความเรียบเนียนของผนังที่ใช้ ปูนลูกดิ่ง สกิมโค้ท ด้วยการสัมผัส และใช้แว่นขยายส่องผนัง ซูมให้เห็นได้ชัดว่าผนังเรียบเนียนขนาดมดยังลื่น!! เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษที่สามารถแก้ไขปัญหาผนังขรุขระ ไม่เรียบ ได้ด้วยการฉาบบางๆ ให้ผลลัพธ์ ผนังเนียนสวย 100% ที่สัมผัสได้จริง ถูกใจคนรักบ้าน

ประภารัตน์ สิริวัฒกานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ควิกโคท โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ปูนซีเมนต์สำเร็จรูป ภายใต้แบรนด์ “ลูกดิ่ง” และ “จิงโจ้” เปิดเผยว่า ลูกดิ่ง สกิมโค้ท เป็นหนึ่งในสินค้าฮีโร่ของแบรนด์ลูกดิ่ง ที่ได้รับการตอบเป็นอย่างดีมาตลอดจากกลุ่มลูกค้าโครงการชั้นนำ และช่าง ผู้รับเหมาทั่วไทย ในปัจจุบัน กลุ่มเจ้าของบ้านถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญในยุคใหม่ ที่มีบทบาทในการเลือกซื้อวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างบ้าน ซึ่งปูนลูกดิ่ง สกิมโค้ท เป็นสินค้าที่เจ้าของบ้านอาจจะยังไม่ทราบว่าสกิมโค้ท คืออะไร จำเป็นต้องใช้หรือไม่ จึงเป็นที่มาของการทำหนังโฆษณาตัวนี้ขึ้นมา

หนังโฆษณาลูกดิ่ง สกิมโค้ท “อุ้ย! มดลื่น” เราต้องการสื่อสาร โดยตรงให้กับเจ้าของบ้าน ถ่ายทอดโดย คุณพ่อที่พาลูกวัยกำลังซุกซน เข้าไปตรวจสอบบ้านหลังแรก โดยลูกได้ทำการสำรวจบ้านด้วยแว่นขยาย และเห็นความไม่เรียบเนียนของผนัง ผ่าน ”มด” ที่เข้ามาช่วยในการสื่อสาร โดยลูกใช้แว่นขยายส่องการเดินทางของมดไปเรื่อย ๆ บนผนังที่ยังไม่ได้ทำการสกิมโค้ท และเมื่อมดข้ามมาผนังที่ใช้ ลูกดิ่ง สกิมโค้ท ลูกก็เห็นว่ามดลื่น!! จนอุทานออกมา “อุ้ยพ่อ มดลื่น!! เพราะ “ผนังเรียบเนียน จนมดลื่น” เป็นการสื่อสารให้เห็นถึงความเรียบเนียนของผนังที่ใช้สินค้า ลูกดิ่ง สกิมโค้ท เพื่อให้กลุ่มเจ้าของบ้านสามารถเข้าใจได้ง่าย

ประภารัตน์ กล่าวต่อว่า หากพูดถึงสินค้ากลุ่มงานซีเมนต์สำเร็จรูป ปูนลูกดิ่ง สกิมโค้ท ของเราถือเป็นผู้บุกเบิก เจ้าแรกในประเทศไทย และด้วยคุณสมบัติพิเศษที่สามารถแก้ไขปัญหาผนังได้จริง อาทิเช่น ปัญหาผนังรูพรุนตามด ผนังแตกลายงา ผนังเป็นคลื่น และเนื้อปูนละเอียด เนียน นุ่ม ขัดง่ายช่วยให้ช่างไม่เปลืองแรง ทำงานได้ไว ได้รับมาตรฐาน มอก.3056-2563 ทำให้ปูนลูกดิ่ง สกิมโค้ท ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการก่อสร้าง เกิดการบอกต่อปากต่อปากเรื่อยมา จนเป็นปูนเก็บงานที่ช่างไทยยกให้เป็น อันดับ 1 ในใจ

นอกจากนั้นทางบริษัทฯ ยังมีการสร้างการรับรู้ สินค้า “ปูนลูกดิ่ง สกิมโค้ท” ผ่านแคมเปญการตลาดอย่างครอบคลุมทุกช่องทางออนไลน์ สื่อสารผ่านช่องทางหลักของแบรนด์ และช่องทางของกลุ่มคนดังที่อยู่ทั้งในและนอกวงการก่อสร้าง วงการรับเหมาต่อเติมบ้าน และยังมีช่องทางออฟไลน์ ที่จัดกิจกรรมผ่านบูธแสดงสินค้า มีกิจกรรมท้าพิสูจน์ให้ได้เห็น ได้ทดลองสินค้าจริงกับเจ้าหน้าที่ มีการแจกคู่มือมาตรฐานงานสกิมโค้ท ให้ดาวน์โหลดฟรีผ่านเว็บไซต์ พร้อมกับสร้างการรับรู้ที่หน้าร้านค้าทั่วประเทศ

-(016)