เกษตรฯเร่งจัดการ แหล่งน้ำเมืองคอน ช่วยการระบายน้ำ

https://www.naewna.com/local/840053

เกษตรฯเร่งจัดการ  แหล่งน้ำเมืองคอน  ช่วยการระบายน้ำ

เกษตรฯเร่งจัดการ แหล่งน้ำเมืองคอน ช่วยการระบายน้ำ

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เกษตรฯเร่งจัดการ แหล่งน้ำเมืองคอน ช่วยการระบายน้ำ แก้ภัยแล้ง-น้ำท่วม

เมื่อเร็วๆ นี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรด้านแหล่งน้ำ ที่โรงเรียนบ้านน้ำร้อน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จากสภาพภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นที่ราบ และที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลขนาดกว้างฝั่งอ่าวไทย มีลำน้ำธรรมชาติซึ่งเกิดจากเทือกเขาไหลผ่านหลายสาย เมื่อเกิดฝนตกหนักบริเวณเทือกเขา ทำให้เกิดน้ำท่าในคลองต่างๆ เป็นปริมาณมาก ทำให้พี่น้องเกษตรกรและชาวบ้านได้รับผลกระทบ

สำหรับในพื้นที่ ต.สี่ขีด อ.สิชล พบว่าช่วงน้ำหลากระหว่างเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม ปริมาณน้ำไหลจากต้นน้ำมีปริมาณมาก ทำให้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร กัดเซาะตลิ่งและถนนสัญจรในหมู่บ้านพังเสียหาย เส้นทางคมนาคมและคลองถูกตัดขาด กรมชลประทาน จึงศึกษาและออกแบบหาแนวทางแก้ไข โดยดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ ต.สี่ขีด อ.สิชล 3 แห่ง ได้แก่ 1. คลองท่าโคก 2.คลองท่าเรือรี และ 3.คลองบางน้ำใส เพื่อป้องกันน้ำกัดสองตลิ่งช่วงน้ำหลากบริเวณพื้นที่หมู่ 1 , 2 และ 11 ต.สี่ขีด อ.สิชล ระยะเวลาก่อสร้าง 1 ปี(ปีงบประมาณ 2569) นอกจากนี้กรมชลประทาน มีแผนพัฒนาลุ่มน้ำคลองกาย ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับอุปโภค-บริโภค ให้มีน้ำเพียงพอในช่วงฤดูแล้ง อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำจืดอื่นๆ 2 แห่ง คือ 1.โครงการประตูระบายน้ำคลองกลายวัดชุมโลง และ 2.โครงการประตูระบายน้ำคลองกลายบ้านนากุน

‘นฤมล’หนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ จัดการภาคเกษตร-พัฒนาศักยภาพ

https://www.naewna.com/local/840056

‘นฤมล’หนุนเกษตรกรรุ่นใหม่  จัดการภาคเกษตร-พัฒนาศักยภาพ

‘นฤมล’หนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ จัดการภาคเกษตร-พัฒนาศักยภาพ

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังมอบนโยบายและเปิดงานสัมมนาแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงาน
ส่งเสริมการเกษตร ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568 และร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตรครบรอบ 57 ปีที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กทม.ว่ากรมส่งเสริมการเกษตร มีบทบาทและภารกิจสำคัญซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจหลากหลาย ครอบคลุมการดูแลและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการผลิต การพัฒนาเทคโนโลยี หรือการบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผ่านมาที่เกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังในการสำรวจและรายงานข้อมูลความเสียหายของพื้นที่การเกษตร รวมถึงการออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจแก่พี่น้องเกษตรกร

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า การดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวกับการเกษตร โดยนโยบายหลักคือการยกระดับเกษตรดั้งเดิม ให้เป็นเกษตรสมัยใหม่ตามแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” รวมถึงฟื้นฟูนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรเพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร อย่างไรก็ตาม ยังพร้อมสานต่องานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมว.เกษตรฯ เพื่อให้การทำงานสามารถขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนั้น ได้พัฒนาแนวทางตามสถานการณ์ของประเทศ ซึ่งได้ให้ความสำคัญใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.เกษตรมูลค่าสูง ที่เป็นภารกิจสำคัญของกรมส่งเสริมการเกษตร ทั้งในเรื่อง Smart Agriculture การทำเกษตรแม่นยำ การส่งเสริมด้านการเพาะปลูก รวมไปถึงการแปรรูปเพื่อต่อยอดการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เป็นต้น และ 2.การทำเกษตรแบบยั่งยืน ที่สอดคล้องกับทิศทางของโลกในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืนของอาหารและความยั่งยืนของภาคเกษตร โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งเสริมให้มีการจัดการทรัพยากรทางการเกษตรโดยทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ด้วย BCG และ Carbon Credit รวมทั้งการแก้ปัญหา PM2.5 ที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศและส่งผลกระทบในหลายด้าน ต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหา และลดการเผา ในพื้นที่การเกษตรให้ได้มากที่สุด

“เราพร้อมสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เข้ามาในภาคเกษตรมากขึ้น ต่อยอดขยายผลเพื่อให้คนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนภาคการเกษตร อย่างไรก็ตาม ด้วยภารกิจที่หลากหลายของกรมส่งเสริมการเกษตร จึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงรุกบูรณาการ ร่วมมือ และมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เชื่อมั่นในศักยภาพของกรมส่งเสริมการเกษตร ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาการเกษตรให้ก้าวหน้าและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

รมว.เกษตรฯหารือกยท.ถกวาระด่วน

https://www.naewna.com/local/840057

รมว.เกษตรฯหารือกยท.ถกวาระด่วน

รมว.เกษตรฯหารือกยท.ถกวาระด่วน

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ถกด่วน : ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับนายเพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (ประธานบอร์ด กยท.)นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท.วาระเร่งด่วน เพื่อเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) พิจารณาใน 3 วาระสำคัญ

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือร่วมกับนายเพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (ประธานบอร์ด กยท.) นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย วาระเร่งด่วน เพื่อเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) มีวาระสำคัญ ดังนี้ 1.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบกิจการยางเพื่อรับซื้อยางจากเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง 2.ขออนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง และ 3.ขออนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยาง เพื่อเพิ่มโอกาสและศักยภาพในการเสริมสภาพคล่องในการพัฒนาด้านยางพารา สมาชิกของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางสามารถขายยางได้ในราคายุติธรรม ลดต้นทุนในการรวบรวมผลผลิตได้ และเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง Malaysian Rubber Board (MRB) ประเทศมาเลเซีย กับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อการพัฒนาด้านการค้ายางพาราและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุนความร่วมมือการบริหารจัดการผลผลิตยางพารา ให้สอดคล้องต่อความต้องการในอุตสาหกรรมยางพาราของทั้ง 2 ประเทศ ให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนทางเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ของผู้ผลิตและผู้บริโภค ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนด้านการค้าและอุตสาหกรรมยางพารา ให้มีคุณภาพและมาตรฐานสร้างความมั่นคงในระยะยาวของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงส่งเสริมการตรวจสอบย้อนกลับ และการแก้ปัญหาและความท้าทายที่เกี่ยวข้อง

กรมวิชาการฯขยายผล2ปุ๋ย เพิ่มประสิทธิภาพผลิตข้าว

https://www.naewna.com/local/840054

กรมวิชาการฯขยายผล2ปุ๋ย  เพิ่มประสิทธิภาพผลิตข้าว

กรมวิชาการฯขยายผล2ปุ๋ย เพิ่มประสิทธิภาพผลิตข้าว

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการดำเนินการขยายผลงานวิจัยและเทคโนโลยี ตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครพนม จึงนำเทคโนโลยีปุ๋ยชีวภาพ2 ชนิด คือพีจีพีอาร์-ทู และแหนแดง ผลงานวิจัยของกองวิจัยและพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ถ่ายทอดสู่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวใน จ.นครพนม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้เกษตรกร เนื่องจากผลผลิตที่เกษตรกรได้รับยังต่ำอยู่เฉลี่ย 350 กิโลกรัม/ไร่

ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู เป็นปุ๋ยชีวภาพแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของข้าว ประกอบด้วย แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดินบริเวณราก และช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชได้ โดยปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู จะผลิตสารคล้ายฮอร์โมนพืชช่วยเพิ่มปริมาณราก เพิ่มการดูดน้ำและปุ๋ย
ส่งเสริมการเจริญเติบโตของข้าว ช่วยตรึงธาตุไนโตรเจนช่วยละลายธาตุฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เพิ่มการนำจุลธาตุเข้าสู่เซลล์พืช ช่วยเพิ่มปริมาณราก 20% ลดการใช้ปุ๋ยเคมี 25% เพิ่มผลผลิตข้าว 10% เพิ่มประสิทธิภาพการดูดน้ำและอาหาร 15% ส่วนแหนแดง เป็นเฟิร์นน้ำขนาดเล็กที่ช่วยตรึงไนโตรเจนให้กับต้นข้าว สามารถสลายตัวได้ง่าย และปลดปล่อยธาตุไนโตรเจน และธาตุอื่นๆ ออกมาได้อย่างรวดเร็ว

พิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน กรมการข้าว ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/local/840078

พิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน กรมการข้าว ประจำปี 2567

พิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน กรมการข้าว ประจำปี 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 21.09 น.

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2567 เวลา 16.30 น. นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานในพิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน กรมการข้าว ประจำปี 2567 โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมกรมการข้าว และภาคส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ในพื้นที่ร่วมในพิธี ณ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ (พระอารามหลวง) อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

ทั้งนี้ กรมการข้าว จะจัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน กรมการข้าว ประจำปี 2567 ในวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น.จึงขอเรียนเชิญพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานร่วมถวายจตุปัจจัย อนุโมทนาบุญในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานตามกำหนดวัน เวลาและสถานที่ดังกล่าว

– 006

‘รมว.นฤมล’มุ่งผลักดันสหกรณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/839985

'รมว.นฤมล'มุ่งผลักดันสหกรณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

‘รมว.นฤมล’มุ่งผลักดันสหกรณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.49 น.

“รมว.นฤมล”มุ่งผลักดันสหกรณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ (คพช.) ครั้งที่ 4/2567 โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภาคเอกชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 134 – 135 โดยที่ประชุมได้พิจารณาการขยายขอบเขตการลงทุน ภายใต้มาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 โดยปรับปรุงประกาศ คพช. เรื่อง ข้อกำหนดการฝากหรือการลงทุนอย่างอื่นของสหกรณ์ ให้คำนึงถึงการลงทุนอย่างรอบคอบและปลอดภัย เพื่อให้สหกรณ์มีรายได้เพิ่มเติมอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือในส่วนการนำวิทยาการข้อมูล (Data Science) เพื่อจัดวางระบบจัดเก็บ วิเคราะห์และประยุกต์ใช้ข้อมูลสหกรณ์ในระดับมหภาค โดยต้องสร้างแอปพลิเคชั่นให้สหกรณ์ใช้งานอย่างมีประโยชน์ในเชิงธุรกิจ สามารถสร้างกำไร คาดการณ์ความเสี่ยง และช่วยพัฒนาสถาบันให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง อันเป็นผลดีต่อสมาชิกและเกษตรกร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในการจัดทำงบประมาณปี 2569 โดยได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ บูรณาการร่วมกันวางแผนการทำงานให้ผลลัพธ์การทำงานเป็นที่ตั้ง เพื่อผลักดันสหกรณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรอยู่ดี กินดีอย่างยั่งยืนต่อไป

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เป็นปธ.ร่วมเปิดกิจกรรม Global One Health Day 2024

https://www.naewna.com/local/839947

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เป็นปธ.ร่วมเปิดกิจกรรม Global One Health Day 2024

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เป็นปธ.ร่วมเปิดกิจกรรม Global One Health Day 2024

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.56 น.

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2567 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานร่วมเปิดกิจกรรม Global One Health Day 2024 โดยมีนายภาณุมาศ ญาณเวทย์สุกล อธิบดีกรมควบคุมโรค และนายภัทรพล มณีอ่อน ผู้แทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานร่วมเปิดงาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานเครือข่ายทั้งภายในประเทศ และองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

โดย Global One Health Day 2024 จัดขึ้นเพื่อแสดงความเข้มแข็งและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานสุขภาพหนึ่งเดียว ในด้านการป้องกันควบคุมโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน และแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และความก้าวหน้าในการดำเนินงาน ตามแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียวของหน่วยงานพันธมิตรในเครือข่าย และเผยแพร่ข้อมูลการบูรณาการแนวคิดด้านสุขภาพหนึ่งเดียวในด้านอาหารปลอดภัย (Food Safety) และการดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial resistance (AMR)) ณ บริเวณ ICONSIAM PARK 1 ชั้น 2 Apple Store

– 006

‘เพาะรัก…อย่างยั่งยืน’ บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการเรียนรู้ มอบทุนการศึกษาให้กับน้องๆ ด้อยโอกาสและพิการ

https://www.naewna.com/lady/840229

‘เพาะรัก...อย่างยั่งยืน’ บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการเรียนรู้  มอบทุนการศึกษาให้กับน้องๆ ด้อยโอกาสและพิการ

‘เพาะรัก…อย่างยั่งยืน’ บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการเรียนรู้ มอบทุนการศึกษาให้กับน้องๆ ด้อยโอกาสและพิการ

วันเสาร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ เดินหน้าเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งการให้สู่ปีที่ 11 ผ่านหลากหลายกิจกรรมดีๆ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี ตั้งแต่กิจกรรม “เปิดโลกกว้าง สร้างรอยยิ้ม” กิจกรรมที่สร้างสรรค์โอกาสแห่งจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้น้องด้อยโอกาสคนพิการ และผู้สูงอายุได้เข้าชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ทุกสาขาของเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์กรุ้ป ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อเติมเต็มประสบการณ์และสร้างสรรค์พัฒนาการทางด้านจิตใจ พร้อมมอบความสุข รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ซึ่งมูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ นำน้องๆ ที่ด้อยโอกาสเข้าชมภาพยนตร์แล้ว 311,717 คน และนำผู้สูงอายุเข้าชมภาพยนตร์แล้ว 60,572 คน รวมทั้งสิ้น 372,289 คน

กิจกรรมการจัดทำและส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” เพื่อส่งมอบพื้นที่แห่งโอกาสและแบ่งปันความสุขให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน ภายใต้แนวคิด “โลกกว้างแห่งโอกาส” เพื่อเปิดโลกทัศน์และสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีสร้างสรรค์ต่างๆ จากระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ได้จัดทำและส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ไปแล้ว 65 โรงเรียน 63 จังหวัด และในปีนี้ยังเดินหน้ามอบโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 อีก 10 โรงเรียน 10 จังหวัด คือ เพชรบุรี, สงขลา, ระยอง, พิษณุโลก, สตูล, ราชบุรี, นครพนม, สกลนคร ยะลา และพะเยา โดยมีเป้าหมายจะส่งมอบให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ล่าสุดกับ “โครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” กิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยการเปลี่ยนพื้นที่ว่างในโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้น้องๆ ได้ทำกิจกรรมการปลูกผักกะละมังปลอดสารพิษ มุ่งเน้นให้น้องๆ เห็นคุณค่าของสิ่งใกล้ตัวสามารถพึ่งพาตนเองที่สำคัญให้น้องๆ นักเรียนได้เรียนรู้ลงมือฝึกปฏิบัติจริง เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่การปลูกผักเพาะต้นกล้า และย้ายต้นกล้า นำผักที่ปลูกได้มาทำเป็นอาหารกลางวันรับประทานในโรงเรียน ส่วนผลผลิตที่เหลือสามารถนำไปขายเพื่อนำรายได้มาใช้ต่อยอดดูแลการปลูกผักและโรงเรือนเพื่อสร้างความยั่งยืนได้ต่อไป ซึ่งได้จัดทำและส่งมอบไปแล้ว 2 โรงเรียน 2 จังหวัด คือโรงเรียนวัดหนองไม้ซุง จ.พระนครศรีอยุธยา และโรงเรียนบ้านด่านเกวียน จ.นครราชสีมา และเดินหน้าจัดทำและส่งมอบในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป รวมทั้ง กิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” มอบทุนการศึกษาประจำปี 2567 และโบว์ลิ่งการกุศลในครั้งนี้ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ได้จัดมอบทุนการศึกษาประจำปีให้กับน้องๆ ที่ด้อยโอกาส10 ทุน และน้องๆ ที่บกพร่องทางร่างกายและสติปัญญา 10 ทุน รวมปีละ 20 ทุน ทุนละ 10,000 บาท ปัจจุบันได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วทั้งหมด 160 ทุน ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี ร่วมมอบโอกาสและเติมความสุขให้กับน้องๆ และจะนำไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อน้องๆ ด้อยโอกาสในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลต่อไป

ภายในงานได้รับเกียรติจาก วิชาพูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ พร้อมด้วย อรุโณชา ภาณุพันธ์, คมกริช ศิริรัตน์, อภิชาติ คงชัย คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมกันมอบทุนการศึกษาให้น้องๆ รวมถึงศิลปินดารา โอม ภวัต จิตต์สว่างดี และ เล้ง ธนพล อู่สินทรัพย์ มาร่วมสร้างความสุขและเติมแรงบันดาลใจผ่านเสียงเพลง พร้อมทัพศิลปิน อาทิ วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์, นักแสดงจากภาพยนตร์ธี่หยด 2 ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน, พีระกฤตย์ พชรบุณยเกียรติ, ทศพล หมายสุข, ธนัตถ์ศรันย์ ซำทองไหล และ กาจบัณฑิต ใจดี,นักแสดงจากภาพยนตร์วัยเป้ง 2 ณภควัต เกตุตรีกร,ธุวานนท์ ไตรคุป, กิตติพิพัฒน์ ม่วงไม้, คมคณต ทองหมั้น, ธนกร เร่งไพบูลย์วงษ์ และ ปภาดา ประกอบเสียง, แม่ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก, พนิดา เขื่อนจินดา นางสาวไทย 2567, พรศิริกุลพั่วทา, ชนาวีร์ ประสงค์กิจ, ชนพัฒน์ พรมมาสิม มาร่วมมอบความสุขและความบันเทิงให้กับน้องๆ ณ อินฟินิซิตี้ ฮอลล์ ชั้น 5 โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์

คริสปี้ ครีม ส่งความอร่อยระดับตำนาน Krispy Kreme x prepared with nutella

https://www.naewna.com/lady/840228

คริสปี้ ครีม ส่งความอร่อยระดับตำนาน  Krispy Kreme x prepared with nutella

คริสปี้ ครีม ส่งความอร่อยระดับตำนาน Krispy Kreme x prepared with nutella

วันเสาร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คริสปี้ ครีม (Krispy Kreme) โดนัทสูตรลิขสิทธิ์อันดับ 1 ที่ครองใจคนทั่วโลก ชวนคุณมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ด้วยคอลเลคชั่น Krispy Kreme x prepared with nutella นำรสชาติความอร่อยระดับตำนานแบบฉบับของนูเทลล่ามารังสรรค์ เป็น 3 หน้าสุดพิเศษ เริ่มด้วย ออริจินอล เกลซ โดนัท นูเทลล่า (Original Glazed Doughnut prepared with nutella) เมนูยอดฮิตอย่างออริจินอล เกลซสอดไส้นูเทลล่าเข้มเต็มวง, นัทตี้ ช็อกโกแลตต้านูเทลล่า (Nutty Chocolatta prepared with nutella) โดนัทเคลือบนูเทลล่าเน้นๆ พร้อมโรยพีนัท ครัช เพิ่มความกรุบกรอบ, นัทตี้ โกโก้ฟิลด์ นูเทลล่า (Nutty Cocoa Filled prepared with nutella) โดนัทเนื้อนุ่มสอดไส้นูเทลล่าครีม ท็อปด้วยนูเทลล่า-ไวท์ช็อกโกแลต และพราลีนแคชชูว เพิ่มความอร่อยในทุกคำ

ฟินกับความเข้มเต็มพิกัดกับ Krispy Kreme x prepared with nutella ในราคาชิ้นละ 35 บาท หรือจะเลือกซื้อแบบเซตพร้อมกล่องลายลิมิเต็ดทั้งแบบแพ็ก 3 ในราคา 105 บาท (นูเทลล่าโดนัท 3 ชิ้น) หรือแบบเซต ในราคา 296บาท (ออริจินอล เกลซ 6 ชิ้น, แอสซอร์ทเตท 3 ชิ้น และนูเทลล่า โดนัท 3 ชิ้น) ตั้งแต่วันนี้-30 พฤศจิกายน 2567 ณ ร้านคริสปี้ ครีม ทุกสาขา (ราคาดังกล่าว ยกเว้น สาขาสนามบินสุวรรณภูมิ,สนามบินดอนเมือง และแอปพลิเคชั่นฟู้ดเดลิเวอรี)พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวของคริสปี้ ครีม โดนัทได้ที่ www.krispykreme.co.th หรือ www.facebook.com/krispykremethailandfanpage หรือ #Krispykremethailand

กรมชลประทาน ต่อยอด ‘นฤบดินทรจินดา’ อ่างเก็บน้ำสุดท้ายของในหลวงร.9

https://www.naewna.com/lady/840224

กรมชลประทาน ต่อยอด ‘นฤบดินทรจินดา’ อ่างเก็บน้ำสุดท้ายของในหลวงร.9

กรมชลประทาน ต่อยอด ‘นฤบดินทรจินดา’ อ่างเก็บน้ำสุดท้ายของในหลวงร.9

วันเสาร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมชลประทาน ต่อยอด ‘นฤบดินทรจินดา’ อ่างเก็บน้ำสุดท้ายของในหลวงร.9 สู่การพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำ ‘ลำพระยาธาร’ ปราจีนบุรี แก้ปัญหาอุทกภัย ลดน้ำแล้ง

กรมชลประทานต่อยอดแผนบริหารจัดการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำ“ลำพระยาธาร” จังหวัดปราจีนบุรี ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่มั่นใจ โครงการนี้จะแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ลดปัญหาสังคม ตามรอย “อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา”

“อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา” โครงการอ่างเก็บน้ำแห่งสุดท้ายของในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อยอดการจัดการน้ำและแก้ปัญหาอุทกภัย ลดน้ำแล้งน้ำท่วม อ.นาดี, อ.กบินทร์บุรี ในจ.ปราจีนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง สู่โครงการศึกษาแผนการพัฒนาแหล่งน้ำและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำลำพระยาธาร จังหวัดปราจีนบุรี” ซึ่งรวมถึงโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังมืด และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยชัน ซึ่งผลการศึกษาพบว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำลำพระยาธารได้ 3 ปัญหาสำคัญ คือ ปัญหาภัยแล้ง (ปัญหาไฟป่า ปัญหาไม่มีแหล่งน้ำสำหรับสัตว์และพืช การขาดแคลนน้ำสำหรับใช้การเกษตร) ปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม (มีรายได้น้อย ย้ายถิ่นฐาน) และปัญหาน้ำหลาก (น้ำไหลล้นตลิ่งและไหลหลากเข้าพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เกษตร เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สิน)

นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวถึงภาพรวมผลการศึกษาของโครงการว่า เป็นการศึกษาแผนหลักในการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำลำพระยาธาร ตามข้อจำกัดของพื้นที่ เช่น การพัฒนาน้ำใต้ดิน การขุดสระเก็บน้ำ การปรับปรุงระบบการปลูกพืช การพัฒนาฝาย ประตูระบายน้ำ รวมทั้งโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง

ทั้งนี้ ได้คัดเลือกโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีความสำคัญ 2 ลำดับแรก มาศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม คือ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังมืด และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยชัน ซึ่งจะได้มาถึงความเหมาะสมด้านต่างๆ ได้แก่ ที่ตั้งอ่างเก็บน้ำ ความจุ ระดับเก็บกัก และผลประโยชน์ที่จะได้รับ โดยโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังมืด จะตั้งอยู่ บ้านวังใหม่ ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ความจุ 15.55 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทานฤดูฝน 23,950 ไร่ ฤดูแล้ง 8,784 ไร่ และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยชัน ตั้งอยู่บ้านบุสูง ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ความจุ 15.94 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทานฤดูฝน 10,780 ไร่ ฤดูแล้ง 5,735 ไร่

จากผลการศึกษาความเหมาะสมได้มีการศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาตามองค์ประกอบโครงการที่ได้จากผลการศึกษาความเหมาะสม พร้อมทั้งมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม หากโครงการเกิดขึ้นจริงนอกจากจะมีน้ำใช้สำหรับการเกษตรแล้วยังมีผลประโยชน์ด้านอื่นๆ ประกอบด้วย เป็นแหล่งอุปโภคบริโภคของชุมชน เป็นแหล่งน้ำสำรองสำหรับใช้ดับไฟป่าและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า เป็นแหล่งน้ำของสัตว์ป่า เพิ่มระดับน้ำใต้ดิน ช่วยตัดยอดน้ำหลากบางส่วน บรรเทาความรุนแรงของอุทกภัย เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร และพัฒนาคุณภาพชีวิต เมื่อมีระบบชลประทานจะไม่ต้องเสียค่าสูบน้ำเป็นการลดต้นทุนของเกษตรกรให้มีปริมาณน้ำใช้ตลอดฤดูทำให้ผลผผลิตทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น

“พื้นที่ที่เห็นได้ชัดว่าได้รับประโยชน์อย่างแน่นอนคือตำบลนาดี เพราะในช่วงฤดูแล้งไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำเราก็คิดว่าโครงการนี้จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้แต่พื้นที่ตรงนี้ฤดูฝนน้ำจะเยอะ เคยมีเหตุการณ์น้ำท่วมอุโมงค์และปีนี้ก็น้ำท่วมบริเวณท้ายน้ำ 3-4 ครั้งเลย เนื่องจากน้ำท่าเยอะและไม่มีแหล่ง
เก็บกักน้ำ ถ้ายังไม่ทำก็จะถูกน้ำท่วมไปอย่างนี้ พอฤดูแล้งก็แห้งแล้ง”ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าว

สุรชาติ มาลาศรี

ด้านตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ นายปพนธนัย เคนตู้ ชาวบ้านหมู่ 10 ซึ่งเป็นเกษตรกรตำบลนาดี มั่นใจว่าการเกิดขึ้นของอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำลำพระยาธาร จะมีผลดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม เพราะที่นี่ช่วงหน้าแล้งจะขาดน้ำ เกษตรไม่สามารถเพราะปลูกได้หากมีแหล่งกักเก็บน้ำ ก็จะเป็นน้ำต้นทุนในการทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปีหลายชุมชนใต้อ่างเก็บน้ำจะมีน้ำอุปโภค-บริโภค และในอนาคตเราสามารถพัฒนาพื้นที่สันเขื่อนเป็นแหล่งท่องเที่ยว ตามรอยเขื่อนโครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ที่เราเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นแล้ว

มหิทธิ์ วงศ์ษา

“จะมีพื้นที่หลายพันไร่ ได้รับประโยชน์จากการสร้างอ่างเก็บน้ำนี้มีอ่างเก็บน้ำดีกว่าไม่มี สำหรับผมมันมีประโยชน์มากกว่า อย่างช่วงหน้าฝนสมัยก่อนกบินทร์บุรีที่อยู่ใต้เราน้ำจะท่วมทุกปี แต่เดี๋ยวนี้พอมีอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา น้ำที่ไหลไปกบินทร์บุรีมีสองสาย คือจากบ้านผมหนึ่งสาย และจากอ่างเก็บน้ำหนึ่งสาย พอมีอ่างเก็บน้ำก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง ถ้ามีการสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำลำพระยาธารเพิ่มอีกก็จะช่วยได้อีก เดี๋ยวนี้ตลาดไม่ค่อยท่วมแต่พื้นที่การเกษตรยังท่วมอยู่ช่วงหน้าฝน ถ้าสร้างอ่างเก็บน้ำก็จะได้รับผลประโยชน์ด้วย”

ปพนธนัย เคนตู้

นายมหิทธิ์ วงศ์ษา ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา เป็นโครงการที่มีพื้นที่โครงการบางส่วน อยู่ชายขอบอุทยานแห่งชาติปางสีดากับอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยกรมชลประทานได้มีการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดีและพัฒนาด้านการเกษตรจนได้รับรางวัลสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ประเภทโครงการรัฐบาลดีเด่น 2 ปีซ้อน คือ รางวัล EIA Monitoring 2021 และ EIA Monitoring 2024 ดังนั้น สามารถเป็นโครงการต้นแบบสำหรับการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมรวมทั้งด้านอื่นๆ เมื่อมีการพัฒนาโครงการในลุ่มน้ำลำพระยาธารที่มีองค์ประกอบโครงการที่มีผลกระทบต่อพื้นที่อนุรักษ์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งกรมชลประทานมั่นใจว่า จะสามารถดำเนินการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ต่อยอดการจัดการน้ำและแก้ปัญหาอุทกภัย ลดน้ำแล้ง น้ำท่วม อ.นาดี, อ.กบินทร์บุรี ในจ.ปราจีนบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ได้เป็นอย่างดี ตามแนวทางการทำงานของอ่างนฤบดินทรจินดา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

“กรมชลประทานมุ่งมั่นที่จะทำให้โครงการฯ ลุ่มน้ำลำพระยาธารสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านทุกคนในทางที่ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาบริเวณนั้นไม่มีการพัฒนาแหล่งน้ำเลย จากที่เราศึกษา ประชาชนในพื้นที่นั้นมีรายได้น้อยเนื่องจากเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ถ้าประสบภัยแล้งก็ทำการเกษตรไม่ได้ ถ้าน้ำท่วมก็ทำการเกษตรไม่ได้เช่นกัน การที่เราพัฒนาแหล่งน้ำก็จะทำให้ประชาชนพัฒนาการเกษตรในฤดูแล้งได้ โดยเฉพาะพื้นที่ตรงนั้นปลูกไม้ยืนต้นหรือผลไม้ได้ดี เช่น ทุเรียนปราจีนบุรี ฉะนั้นถ้าพัฒนาแหล่งน้ำให้มีน้ำใช้ตลอดปีก็จะปลูกไม้ผลได้อย่างดี เมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้นก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”