พันธุ์ไทย คอลแลป ศิลปินรุ่นใหม่ ครีเอท รถฟู้ดทรัค เป็นงานอาร์ตสุดปัง

https://www.naewna.com/lady/838461

พันธุ์ไทย คอลแลป ศิลปินรุ่นใหม่  ครีเอท รถฟู้ดทรัค เป็นงานอาร์ตสุดปัง

พันธุ์ไทย คอลแลป ศิลปินรุ่นใหม่ ครีเอท รถฟู้ดทรัค เป็นงานอาร์ตสุดปัง

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กาแฟพันธุ์ไทย จับมือศิลปินไทย อัง-วิพุธ อัศวเวทวุฒิ หรือ Viput A. คนรุ่นใหม่ผู้เชื่อมั่นในการถ่ายทอดพลังบวกผ่านงานศิลปะชูอัตลักษณ์ไทยร่วมสมัยสู่งานดีไซน์บน “รถฟู้ดทรัคพันธุ์ไทย” ตอกย้ำ DNA แบรนด์ไทยที่เปิดกว้างทุกความคิดสร้างสรรค์ ในคอนเซ็ปต์ “เอกลักษณ์ไทย 4 ภาค” ด้วยสีสันและลายเส้นเฉพาะตัว ผสานแนวคิดที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความสุขสู่การออกแบบงานศิลปะไทยร่วมสมัยสะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันโดดเด่นจาก 4 ภาคของประเทศไทยจัดแสดงเป็นครั้งแรกในงาน MotoGP รายการPT Grand Prix of Thailand 2024 สุดยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดสู่สายตาผู้ชมมากกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก

สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า “หนึ่งในรูปแบบการให้บริการของกาแฟพันธุ์ไทยคือโมเดล รถฟู้ดทรัคที่สามารถขยายโอกาสการมองเห็นและส่งมอบประสบการณ์ให้ลูกค้าได้ลองชิมเครื่องดื่มได้มากขึ้น โมเดลรถฟู้ดทรัคจึงตอบโจทย์ทั้งด้าน Mobility,Accessibility และ Visibility ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปจอดในสถานที่ต่างๆ ได้อย่างคล่องตัวได้ทดลองสำรวจความต้องการลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ ก่อนเปิดสาขาในโมเดลต่างๆ ต่อไป รวมถึงสามารถเคลื่อนที่ไปเข้าร่วมงานอีเว้นท์ได้สะดวกสบายมากขึ้นนอกจากนี้ ยังเป็นการประชาสัมพันธ์แบรนด์ สร้างการรับรู้ การจดจำได้เห็นแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการได้ร่วมงานกับศิลปินไทยคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์อย่าง Viput A. ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ พร้อมช่วยขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น”

ด้าน อัง-วิพุธ อัศวเวทวุฒิ หรือ Viput A. กล่าวถึงความประทับใจที่ได้ร่วมงานกับพันธุ์ไทยว่า “เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและสร้างสรรค์มากครับ การได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์และความเข้มข้นของกาแฟพันธุ์ไทยผ่านงานภาพประกอบทำให้ผมรู้สึกสนุกและท้าทายมาก ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในแบรนด์ที่เติบโตจากรากฐานของความเป็นไทย และส่งต่อความหลงใหลนี้ไปยังลูกค้าทุกคน ตั้งใจให้รถฟู้ดทรัคทั้ง 4 คัน เป็นเหมือนงานศิลปะเคลื่อนที่ นำองค์ประกอบต่างๆ ความโดดเด่นของเอกลักษณ์ไทยทั้ง4 ภาค มาปรับให้เข้ากับบริบทสมัยใหม่ ด้วยคีย์เวิร์ด Artistic | Youthful | Regions เพื่อถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ของกาแฟพันธุ์ไทยผ่านเรื่องราววิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ต่างๆ ทั้งสายหมอกยามเช้าบนดอยสูงของภาคเหนือ พร้อมกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสดชื่นของต้นกาแฟในภูเขา, ภาพบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของภาคกลาง ไลฟ์สไตล์ที่มีสีสันผสานศิลปกรรมของวัดวาอาราม แวดล้อมด้วยบรรยากาศต่างๆ ที่ชวนคึกคัก, ความมีชีวิตชีวาของภาคใต้ ความสดใสจากท้องทะเล ภายใต้วัฒนธรรมที่หลากหลายอย่างการเพนท์ผ้าบาติก ภาพเรือกอและ พร้อมรอยยิ้มของชาวมุสลิมทางภาคใต้,วิถีชีวิตความเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความสนุกสนานของผู้คนในภาคอีสาน มีประเพณีที่สวยงาม รวมถึงอาหารอีสานที่โด่งดังไปทั่วโลก”

“ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และการนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาใส่ในงานอาร์ต รถฟู้ดทรัคพันธุ์ไทยนี้ จึงเป็นเสมือนทูตทางวัฒนธรรม
ที่ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ของงานศิลปะไทยร่วมสมัย พร้อมออกเดินทางเสิร์ฟกาแฟไทยให้ผู้คนทั่วประเทศ สำหรับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน MotoGP นี้ จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสอันดีในการนำเสนอแบรนด์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล พร้อมส่งเสริมความสามารถของคนไทยไปสู่สายตาทั่วโลก” สุขวสา กล่าวเสริม

เปิดประตูสู่คลังสยอง ‘จุนจิ อิโต้ ป๊อปอัพ สโตร์’ รวมสินค้าลิขสิทธิ์นักวาดลายเส้นระดับโลก

https://www.naewna.com/lady/838459

เปิดประตูสู่คลังสยอง ‘จุนจิ อิโต้ ป๊อปอัพ สโตร์’  รวมสินค้าลิขสิทธิ์นักวาดลายเส้นระดับโลก

เปิดประตูสู่คลังสยอง ‘จุนจิ อิโต้ ป๊อปอัพ สโตร์’ รวมสินค้าลิขสิทธิ์นักวาดลายเส้นระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดื่มด่ำความหลอนฉลองเทศกาลฮาโลวีนกันที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนมาสัมผัสประสบการณ์แสนพิเศษ เปิดประตูสู่คลังสยอง จุนจิ อิโต้ ป๊อปอัพ สโตร์ (JUNJI ITO POP UP STORE THAILAND) จัดโดย Japan Anime Movie Thailandร่วมกับ Muse Communication เปิดให้เข้าชมฟรี ณ ชั้น 4 โซน A ภายในพื้นที่กว่า 500 ตร.ม. ฟินกับจุดเช็คอินถ่ายภาพพร้อมกิมมิคสุดแนวกับผลงานศิลปะจากลายเส้นต้นฉบับอันทรงคุณค่า พร้อมขนทัพสินค้าลิขสิทธิ์จากผลงานระดับตำนานของอ.จุนจิ อิโต้ นักวาดลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์และขึ้นชื่อเรื่องความขนหัวลุกและสยองที่สุดในญี่ปุ่นมาไว้ Junji Ito Pop Up Store Thailand แห่งนี้ พิเศษไปกว่านั้นกับโซนคาเฟ่ที่จะดื่มด่ำเต็มอิ่มไปกับบรรยากาศชวนพิศวง

สำหรับ 3 โซนพิศวงที่ประดับประดาไปด้วยลายเส้นจาก อ.จุนจิ อิโต้ แบ่งเป็น โซนที่ 1 : Big Theme Decoration เติมเต็มความหลอนด้วย 5 จุดถ่ายรูปเช็คอินผ่านคาแร็กเตอร์ต่างๆ ด้วยลายเส้นจากต้นฉบับสัตว์เลี้ยงแสนรักของโซอิจิ เจ้าแมวน้อยแสนน่ารัก “โคล่อน”กลายเป็นแมวปีศาจ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของมันแท้จริงแล้วเบื้องหลังอาจเกิดจากโซอิจิที่ใช้ไสยศาสตร์ทำให้กลายเป็นแบบนั้น, ห้องของโทมิเอะ รวมฉากการปรากฏตัวสุดหลอนของโทมิเอะ หญิงสาวปริศนาเจ้าของเสน่ห์ที่เต็มไปด้วยความลึกลับ, ห้องของโซอิจิ สำรวจเรื่องราวเร้นลับไปกับเด็กชายผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์ แปลกแยกและเกลียดผู้คน “เดี๋ยวแกได้เจอความสยองขวัญแน่”,เมืองแห่งป้ายสุสาน ชะตากรรมอันน่าสะพรึงกลัวหลับใหลอยู่ในเมืองแห่งนี้ โซน 2 : Merchadise zone ขนทัพสินค้าลิขสิทธิ์นับร้อยรายการ รวบรวมไอเทมหายากให้แฟนๆของ อ.จุนจิ อิโต้ ได้จับจองเป็นเจ้าของกันถึงประเทศไทย และสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีจำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น โซน 3 : Food and Beverage สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะประเทศไทยกับเมนูมากมายตอบโจทย์ความพิศวงในธีม “คลังสยอง” กว่า 5 ประเภทเมนูให้เลือกสรร ได้แก่ Ice CreamMenu ตกแต่งลวดลายคาแร็กเตอร์ถึง 4 แบบไม่ซ้ำกันในแต่ละสัปดาห์ พร้อมไอศกรีมสุดพรีเมียมส่งตรงจากเบลเยียม 2 รสชาติ Red Velvet และ Chocolate Oreo, Drink Menu เครื่องดื่มสุดฟิน4 รสชาติ Strawberry soda/Blueberry soda/Cocoa Strawberry Milk, Black Jelly WithMilk พร้อม 4 คาแร็กเตอร์ตัวละครให้แฟนจุนจิได้สะสม, Snack Menu เพลิดเพลินไปกับ 4 เมนูอร่อย และรสชาติสุดพรีเมียม Toasted meatball/Crispy Sausage Rolls/Bacon Set / Snack Set,Croffle Menu อร่อยฟินทุกคำสัมผัสกับเมนูครอฟเฟิลหน้าล้น Erie Fruity Croffle ครอฟเฟิลสตรอว์เบอร์รี่ซอสฟรุตลูปส์ และ MysteriousCroffle ครอฟเฟิลช็อกโก้โอริโอ้, Cake Menu คัดสรรความอร่อยแบบจุใจกับเมนูเค้กสุดฟินถึง 4 รสชาติมาพร้อมตัวปักคาแร็กเตอร์ขวัญใจแฟนๆ โทมิเอะ และชายหนุ่มสี่แยก ถึง 4 แบบ ได้แก่ Love Addictive Cake ดาร์กช็อกโกแลต Love n Mist cake มิลค์กี้ไวท์ช็อกโกแลต Pure Jealousy Cake คาราเมลไวท์ช็อกโกแลต Deep In Love Cake โกลเด้น ช็อกโกแลต พร้อมโปรโมชั่นจับคู่เมนูคุ้มกว่าเซตเมนูสุดคุ้ม 4 เซต (ตามที่กำหนดให้) รับของแถมแผ่นรองแก้ว ลิขสิทธิ์แท้จากลายเส้น อ.จุนจิ อิโต้ (1 ชิ้น สุ่มจาก 4 แบบ จนกว่าสินค้าจะหมด)

ขอเชิญชวนสาวก อ.จุนจิ อิโต้ และเหล่าผู้ชมทุกเพศทุกวัยที่ชื่นชอบมุมถ่ายภาพสุดเท่กับผลงานลายเส้นนักเขียนชาวญี่ปุ่นระดับโลกมาดื่มด่ำและสัมผัสประสบการณ์แสนพิเศษใน Junji Ito Pop Up Store Thailand ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2567 เวลา 11.00-20.00 น. ณ ชั้น 4 โซน A ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

กรมควบคุมโรคชวนประชาชนตั้งเป้าออกกำลังกายสม่ำเสมอ ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง และลดเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ

https://www.naewna.com/lady/838430

กรมควบคุมโรคชวนประชาชนตั้งเป้าออกกำลังกายสม่ำเสมอ  ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง และลดเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ

กรมควบคุมโรคชวนประชาชนตั้งเป้าออกกำลังกายสม่ำเสมอ ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง และลดเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมรณรงค์วันหลอดเลือดสมองโลก ปี 2567 ภายใต้แนวคิด “กีฬาสร้างพลัง หยุดยั้งโรคหลอดเลือดสมอง” มุ่งเน้นให้ประชาชนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง พร้อมแนะนำวิธีสังเกตสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมองด้วยตนเอง หากมีอาการให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว      

นายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของอัตราการเสียชีวิตของคนไทย และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุน้อยกว่า 70 ปี องค์การโรคหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Organization : WSO) ได้กำหนดให้วันที่ 29 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันหลอดเลือดสมองโลก ซึ่งประเด็นการรณรงค์ในปี 2567 นี้คือ Let’s get active everyday to Be #GreaterThan Stroke : กีฬาสร้างพลัง หยุดยั้งโรคหลอดเลือดสมอง มุ่งเน้นให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายหรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง เพราะการออกกำลังกายจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 25% สถานการณ์ทั่วโลกพบว่า 1 ใน 4 ของประชากร ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองมากกว่า 12 ล้านคน (ทุกๆ 3 วินาที พบผู้ป่วยรายใหม่ 1 คน) และเสียชีวิตมากถึง 6.5 ล้านคน สำหรับประเทศไทยข้อมูลจากระบบรายงานฐานข้อมูลสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข ปี 2567 พบผู้ป่วยสะสม โรคหลอดเลือดสมองจำนวน 358,062 ราย และเสียชีวิตจำนวน 39,086 ราย ดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ

นายแพทย์อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง ทำให้เกิดความผิดปกติของระบบประสาทอย่างเฉียบพลัน สามารถสังเกตอาการหรือสัญญาณเตือนได้ด้วยตนเองตามหลักการ B.E.F.A.S.T ดังนี้ B (Balance) ปวดหัว เวียนศีรษะ ทรงตัวไม่ได้แบบทันที E (Eye) มองเห็นภาพซ้อน มองไม่ชัด F (Face) หน้าเบี้ยวปากเบี้ยว มุมปากตก A (Arm) แขนอ่อนแรงครึ่งซีก ชาไม่มีแรงแบบเฉียบพลันS (Speech) พูดไม่ชัด พูดลำบากลิ้นแข็ง T (Time) หากมีอาการให้รีบโทรสายด่วน 1669 และรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว ภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที หากไปพบแพทย์ช้าอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หรืออาจจะกลายเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ดังนั้น การป้องกันไม่ให้เกิดโรคเป็นวิธีที่ดีที่สุด

โรคหลอดเลือดสมองสามารถป้องกันได้ 90% โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพลดหวาน มัน เค็ม มีกิจกรรมทางกายหรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ไม่เกินระหว่าง 18.5-22.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ควบคุมระดับความดันโลหิตน้อยกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดน้อยกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ควบคุมระดับไขมันในเลือดไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรงดสูบบุหรี่ งดดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงความเครียดพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กล่าวเพิ่มเติมว่า การมีกิจกรรมทางกาย หรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอมีส่วนสำคัญในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานโรคไขมันในเลือดสูง ภาวะซึมเศร้า และความเครียด องค์การอนามัยโลก(World Health Organization : WHO) แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวันหรือสะสม 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือดทำให้การไหลเวียนของหัวใจและหลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสามารถออกกำลังกายเพื่อช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อและความยืดหยุ่น ลดปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัวและการเดิน ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ ทั้งนี้การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัดเนื่องจากต้องมีการปรับให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายและระดับการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล

โอกาสธุรกิจมาแล้ว! PET FAIR SEA 2024 เชื่อมโยงตลาดสัตว์เลี้ยงเอเชียแปซิฟิก

https://www.naewna.com/lady/838509

โอกาสธุรกิจมาแล้ว! PET FAIR SEA 2024 เชื่อมโยงตลาดสัตว์เลี้ยงเอเชียแปซิฟิก

โอกาสธุรกิจมาแล้ว! PET FAIR SEA 2024 เชื่อมโยงตลาดสัตว์เลี้ยงเอเชียแปซิฟิก

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 19.08 น.

PET FAIR SOUTH EAST ASIA: แรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นธุรกิจสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคเอเชีย

วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค ร่วมกับ บริษัท Globus Events และ กระทรวงพาณิชย์ กรมปศุสัตว์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) สมาคมที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนจากหน่วยงานราชการและเอกชน เปิดตัวการจัดงาน “PET FAIR SOUTH EAST ASIA” (เพ็ท แฟร์ เซาส์ อีสท์ เอเชีย) อย่างเป็นทางการ โดยงานครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ระว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ

ครั้งนี้นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 3 ของงาน “PET FAIR SOUTH EAST ASIA” โดยยกระดับประสบการณ์จากงานแสดงสินค้าเพื่อการค้าปลีกสู่การเป็นเวทีระดับสากลในการเจรจาธุรกิจ โดยมีบริษัทชั้นนำกว่า 400 แห่ง จาก 40 ประเทศ และพร้อมต้อนรับผู้เข้าชมงานจาก 80 ประเทศทั่วโลก ในปี 2024 นี้มีพาวิลเลี่ยนนานาชาติจาก 12 ประเทศ ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พร้อมด้วยงานสัมมนาเชิงวิชาการที่น่าสนใจกว่า 40 วิทยากรชั้นนำ ภายในงานยังมีโซนพิเศษ Thai Pet Avenue ซึ่งเป็นการรวบรวม SMEs ไทยในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงมาแสดงสินค้าที่เน้นความคิดสร้างสรรค์และคุณภาพ ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมี “Pet Trade Service Consultants Zone” เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออก การจดทะเบียนการค้า และมาตรฐานสินค้าที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในการขยายธุรกิจไปยังตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายฐานการตลาดได้เพิ่มมากขึ้น

ซึ่งงานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้จัดพร้อมรองรับผู้เข้าชมงานกว่าหมื่นรายจากนานาชาติ และคาดการณ์ว่าการจัดงานครั้งนี้จะสร้างมูลค่าการค้าสูงถึง 850 ล้านบาท (ประมาณ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จากข้อตกลงที่เกิดขึ้นทั้งในระหว่างและหลังงานแสดงสินค้า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตระยะยาวและสร้างความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และระดับนานาชาติ

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวว่า “อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของไทย โดยเฉพาะอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่ทำรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตชั้นนำและเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับสองของโลก รองจากเยอรมนี ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 ประเทศไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่ากว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 26% การเติบโตที่สูงขึ้นอย่างมากนี้สะท้อนถึงศักยภาพและความทุ่มเทของผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยในการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และมีผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่มทั่วโลก

“กรมปศุสัตว์เล็งเห็นความสำคัญเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนสามารถเป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดรายได้ของประเทศจำนวนมากและส่งผลที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของประเทศ กรมปศุสัตว์ จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมอาหารสัตวเลี้ยงเเบบครบวงจร หรือ PET FOOD SERVICE CENTER (PFSC) ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นศูนย์กลางเกี่ยวกับอาหารสัตว์เลี้ยงโดยตรง เราได้นำระบบอิเล็คทรอนิกส์ New Single Window เข้ามาใช้งานเป็นการอานวยความสะดวกต่อผู้ประกอบการอาหารสัตว์เลี้ยงให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของประเทศให้พัฒนาและยั่งยืนทัดเทียมประเทศอื่น” กล่าวโดย นายสัตวเเพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์

นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต รองผู้อำนวยการ (Chief Operating Officer : COO) และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า “ปีนี้ถือเป็นปีที่สามของการจัดงาน งานในครั้งนี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลก เราภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ และมองเห็นถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ในการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในภาคส่วนการดูแลสัตว์เลี้ยงระดับโลก งานนี้เป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือและความสำเร็จร่วมกันระหว่างผู้แสดงสินค้า ผู้ซื้อ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้ ทีเส็บมุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างประเทศกับโอกาสทางธุรกิจในภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทย เรามั่นใจว่างานนี้สร้างแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง”

“การจัดงานในครั้งนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 400 รายจาก 40 ประเทศ รวมถึงบริษัทใหม่อีก 100 แห่ง และยังมีพาวิลเลี่ยนระดับประเทศอีก 12 บูธ และพาวิลเลี่ยนสตาร์ทอัพไทยสุดพิเศษ ภายในงาน เรามุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำมากมาย อาทิ Networking Night, Pitching Contest: Innovators Pitch เป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้นำเสนอนวัตกรรม ปิดท้ายด้วยกิจกรรมการกุศล ร่วมบริจาคกับมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog) เพื่อเชื่อมโยงความช่วยเหลือจากบรรดาผู้ประกอบการของเราไปยังสังคมไทยต่อไป” กล่าวโดย นายยารูณ วาน โฮป ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รอยัล ดัตช์ ยาร์เบอร์ส (ผู้จัดงาน)

“ผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นบริษัทจากจีนจำนวนมากและสมาชิกของ Asia Pet Alliance (APA) เข้าร่วมงาน ทั้งในฐานะผู้แสดงสินค้าและผู้เยี่ยมชม สถานะที่แข็งแกร่งของพวกเขาเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจและความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการค้าและความร่วมมือในภาคส่วนนี้ระหว่างทั้งสองภูมิภาค เราและวีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอแพลตฟอร์มอันยอดเยี่ยมซึ่งมอบโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรม” กล่าวโดย นายเดวิด จง ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Globus Events

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงาน PET FAIR SOUTH EAST ASIA ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ณ ไบเทค ฮอลล์ 98-100 ตั้งแต่เวลา 10:00-18:00 น. ข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ http://www.petfairsea.com (ขอสงวนสิทธิสำหรับผู้เข้าชมงานที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป และสวมใส่ชุดสุภาพเพื่อการเจรจาธุรกิจภายในงาน)

-(016)

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดงานมหกรรมสุขภาพดี รวมพลังฟู้ดฟิตฟอร์ไฟน์ ร่วมพิชิต 15 ล้านแคล ฉลองครบรอบ 15 ปี

https://www.naewna.com/lady/838411

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดงานมหกรรมสุขภาพดี รวมพลังฟู้ดฟิตฟอร์ไฟน์ ร่วมพิชิต 15 ล้านแคล ฉลองครบรอบ 15 ปี

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดงานมหกรรมสุขภาพดี รวมพลังฟู้ดฟิตฟอร์ไฟน์ ร่วมพิชิต 15 ล้านแคล ฉลองครบรอบ 15 ปี

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 16.01 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดงานมหกรรมสุขภาพดี รวมพลังฟู้ดฟิตฟอร์ไฟน์ ชวนกินให้เป็น-ชวนออกให้ฟิต ร่วมพิชิต 15 ล้านแคล ฉลองครบรอบ 15 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ผนึกกำลังสร้างสรรค์และร่วมกันผลักดันให้ประชาชนมีสุขภาวะดีอย่างยั่งยืนตามพระปณิธาน

เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งตรงกับวันที่ 29 ตุลาคม 2567 นี้ เพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณและสานต่อการดำเนินงานในการดูแลส่งเสริมสุขภาพประชาชน ตามพระปณิธานอันแน่วแน่ของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ทรงจัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขึ้นเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยในท้องถิ่นทุรกันดารที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งให้ได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานด้วยวิทยาการแพทย์ขั้นสูงและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงได้จัดกิจกรรมมหกรรมสุขภาพดี ครบรอบ 15 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ภายใต้ชื่องาน CRA FOOD FIT for FINE FEST 15th Anniversary CHULABHORN Hospital รวมพลังฟู้ดฟิตฟอร์ไฟน์ ชวนกินให้เป็น-ชวนออกให้ฟิต-ยิ่งฟิตยิ่งได้บุญ เพื่อให้บริการวิชาการความรู้ โดยเน้นการดูแลเชิงป้องกันและส่งเสริมสุขภาพในด้านการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ถูกสุขภาวะควบคู่กับการส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เกิดจากการใช้ชีวิตอย่างไม่เหมาะสมทั้งในการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย ร่วมกับความเสื่อมของร่างกายตามอายุ ซึ่งทำให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งโรคเหล่านี้อาจนำไปสู่โรคที่รุนแรงยิ่งขึ้น เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคไตเรื้อรัง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังจัดแคมเปญรณรงค์เพื่อผนึกกำลังสร้างสรรค์และร่วมกันผลักดันให้ประชาชนมีสุขภาวะดีอย่างยั่งยืนตามพระปณิธานกับกิจกรรมที่จะชาเล้นจ์รวมพลังคนไทย ชวนออกให้ฟิตร่วมพิชิต 15 ล้านแคล ฉลองครบรอบ 15 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้ร่วมกันออกกำลังกายเบิร์นสะสมแคลอรี่ผ่านแอปพลิเคชัน Calories Credit Challenge: CCC เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 29 พ.ย. 2567  โดยทุกแคลสะสมมีค่าแปลงเป็นเงินบริจาค เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนและจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

งานมหกรรมสุขภาพดี ครบรอบ 15 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดขึ้นในวันที่ 29-30 ตุลาคม 2567 ณ ชั้น 2 ฝั่งทิศเหนือ อาคารรัฐประศาสนศาสตร์ (อาคาร บี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ฯ โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นประธานเปิดงานโดยได้กล่าวแถลงว่า “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีวิสัยทัศน์ในการสร้างสุขภาวะที่ดีและเท่าเทียมเพื่อทุกชีวิต ด้วยวิทยาการขั้นสูง นวัตกรรมและความเป็นเลิศ โดยมีพันธกิจหลักทั้งในด้านการจัดการศึกษา การวิจัยสร้างนวัตกรรม การให้บริการวิชาการและวิชาชีพด้านสุขภาพ และการสืบสานพระปณิธานในการช่วยเหลือประชาชน  โดยตระหนักถึงปัญหาด้าน

สุขภาพและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ สำหรับมหกรรมสุขภาพดี CRA Food Fit for Fine ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้บริการวิชาการและวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยมุ่งเน้นการสร้างเสริมดูแลเชิงป้องกันเพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมประเทศอย่างมากเนื่องจากเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทยและก่อให้เกิดภาระโรคจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทั้งนี้ มีข้อมูลบ่งชี้ว่าประชากรของประเทศไทยมีแนวโน้มการเสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มมากขึ้น ประมาณ 400,000 รายต่อปี หรือวันละมากกว่า 1,000 ราย คิดเป็นร้อยละ 74 ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมดในประเทศไทย และพบว่าคนไทยเสียชีวิตจากโรค NCDs 4 โรคหลัก ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคเบาหวาน โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น จึงมุ่งรณรงค์ส่งเสริมความรอบรู้เกี่ยวกับกระบวนการป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือโรค NCDs โดยนำทีมบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มาร่วมให้ความรู้เพื่อส่งเสริมการปรับ เปลี่ยน พฤติกรรมการบริโภคอาหารให้ถูกสุขภาวะควบคู่กับการให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวสำหรับการเคลื่อนไหวร่างกายในแบบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ให้ประชาชนได้รู้เท่าทันสุขภาพเพื่อมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การเลือกทานอย่างถูกสุขภาวะและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะส่งผลถึงการมีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายทางสาธารณสุขของประเทศลงได้

ด้าน นายฐากูร พานิช รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวถึง การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนใช้แพลตฟอร์ม Calories Credit Challenge: CCC โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน รวมกว่า 50 หน่วยงาน ได้นำร่องใช้แอปพลิเคชัน Calories Credit Challenge มาใช้เป็นเครื่องมือในกิจกรรมกีฬาและการส่งเสริมการออกกำลังกายภายในราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อเป็นการกระตุ้น จูงใจด้วยการสะสมปริมาณแคลอรี่ที่ได้จากกิจกรรมต่าง ๆ และจัดเก็บเป็นข้อมูลกลางสำหรับติดตามประเมินผลในแต่ละโครงการเพื่อร่วมรณรงค์ส่งเสริมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชน เพื่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ตลอดจนเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคม โดยรองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้กล่าวถึงการขับเคลื่อนดำเนินงานของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 15 และการนำแพลตฟอร์ม Calories Credit Challenge มาจัดทำเป็นแคมเปญชาเล้นจ์คนไทยในการร่วมออกกำลังสะสมแคลอรี่พิชิต 15 ล้านแคล ฉลองครบรอบ 15 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยทุกแคลสะสมมีค่าแปลงเป็นเงินบริจาคจากองค์กรพันธมิตรที่ได้ร่วมสนับสนุนนำรายได้สมทบทุนมูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ ฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และกิจกรรมของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ต่อไป

ภายในงาน มีการจัดกิจกรรมเสวนาให้ความรู้สุขภาพ Food Fit for Fine on stage “ชวนกินอย่างใส่ใจ ห่างไกลโรค NCDs ชวนออกให้ฟิต พิชิตโรคหลอดเลือดหัวใจ” โดยนายแพทย์วิโรจน์ เมืองศิลปศาสตร์ แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์หัวใจและหลอดเลือด ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด,  แพทย์หญิงสิรี วงศ์รักมิตร แพทย์เฉพาะทางโภชนศาสตร์คลินิก, นายแพทย์ศุภณัฐ วรวิชชวงษ์ แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคไต ศูนย์โรคไต พร้อมด้วยการสร้างแรงบันดาลใจ “กล้าที่จะออก กล้าที่จะฝัน สุขภาพดีคุณก็มีได้” โดยมี นายแพทย์อี๊ด ลอประยูร ผู้อำนวยการโรงเรียนวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วย วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย เหรียญเงินโอลิมปิก 2024 และ รอน-ภัทรภณ โตอุ่น ดารานักแสดง ร่วมเสวนาแชร์แรงบันดาลใจที่ทำให้มีสุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพใจแฮปปี้ด้วยวิถีชีวิตสุขภาพดี Food Fit for Fine โดยมี เจิ้น วีระกฤษณ์ วัชรศรีวราห์ รับหน้าที่พิธีกร นอกจากนี้ มหกรรมสุขภาพดี ครบรอบ 15 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ยังได้ออกแบบกิจกรรมเพื่อให้บริการประชาชนในการรวมพลังฟู้ดฟิตฟอร์ไฟน์ ชวนกินให้เป็น-ชวนออกให้ฟิต-ยิ่งฟิตยิ่งได้บุญ โดยแบ่งเป็นโซนตรวจปรึกษาสุขภาพฟู้ด-ฟิต-ฟอร์ไฟน์ กับบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ ตรวจวัดองค์ประกอบร่างกายและปรึกษาการบริโภคอาหารที่ถูกสุขภาวะกับโภชนาการโดยทีมโภชนศาสตร์คลินิก และแนะนำการออกกำลังกายโดยทีมเวชศาสตร์การกีฬา ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและให้คำปรึกษาสุขภาพหัวใจ โดยศูนย์หัวใจและหลอดเลือด และการทดสอบภาวะเปราะบางในผู้สูงอายุจากคลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอด และหลอดเลือด โซนชวนออกให้ Fit พื้นที่กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และภาคีเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเปิดให้ประชาชนได้ร่วมคิกออฟออกกำลังกายเริ่มสะสมแคลอรี่ผ่านแอปพลิเคชัน Calories Credit Challenge อาทิ ปั่นจักรยาน, วิ่งบนลู่วิ่ง, กรรเชียงบก, กิจกรรมทดสอบปฏิกิริยาตอบสนอง เป็นต้น และโซน Food อิ่มอร่อยกับรสชาติแห่งความสุข กับเมนูอาหารจากร้านดังและร้านซุปตาร์กว่า 20 ร้าน อาทิ  น้ำหวาน zaza  ,เปรี้ยว AF, หนุ่ม อรรถพร , ท็อป ดารณีนุช, ผัดไทย ใจดีดี ,ธงธง มกจ๊ก, จุ๊บแจง วิมลพันธ์  และอะตอม   ร่วมเสริมทัพความอร่อยภายในงาน  โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการออกร้านสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมทั้งร่วมช้อปได้บุญกับผลิตภัณฑ์เซรามิกจากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และผลิตภัณฑ์ที่ระลึกการกุศลจากมูลนิธิจุฬาภรณ์ และมูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ ฯ สำหรับผู้เข้าร่วมงานที่ร่วมบริจาคตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป สมทบทุนมูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ ฯ (ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า) จะได้รับเสื้อยืดออกกำลังกายฟู้ดฟิตฟอร์ไฟน์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

สำหรับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดตั้งขึ้นจากพระปณิธานอันแน่วแน่ของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยในท้องถิ่นทุรกันดารที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งให้ได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและพัฒนายกระดับการรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทยให้ทัดเทียมนานาประเทศ ต่อมาทรงมีพระดำริให้ขยายขอบข่ายการดูแลรักษาของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ด้วยพระกรุณาธิคุณโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง ส่วนต่อขยายเพิ่มเติมการให้บริการทางแพทย์จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุมทุกโรคให้กับประชาชนและทรงจัดตั้ง “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” ในปี พ.ศ.2559 เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนและการวิจัยขั้นสูงที่จะสร้างบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสำคัญและตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ     พร้อมทั้ง

ให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนโดยมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นส่วนงานภายใต้กำกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีภารกิจด้านการให้บริการทางการแพทย์และการรักษาพยาบาลด้วยมาตรฐานสากลแก่ประชาชน และเป็นสถานที่ฝึกเรียนรู้ทางคลินิกสำหรับนักศึกษาและบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขาวิชาของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทั้งนี้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ได้มุ่งพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการให้บริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 15 ของการดำเนินงานได้ตั้งเป้าขยายการเปิดให้บริการทางการแพทย์ในอาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง เพื่อให้ได้ใช้งานอย่างเต็มศักยภาพ ด้วยระบบบริการสุขภาพเฉพาะทางที่นำนวัตกรรมเครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัยและจำเป็นต่อการตรวจรักษาอย่างครบถ้วนเพื่อต่อยอดความเชี่ยวชาญเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิอย่างสมบูรณ์ มุ่งรักษาโรคยากที่มีความซับซ้อนด้วยศูนย์การรักษาเฉพาะทางด้านต่าง ๆ อย่างครบวงจร พร้อมทั้งการเตรียมเปิดใช้เครื่องมือและบริการในส่วนของห้องผ่าตัดไฮบริด อาทิ นวัตกรรมเครื่องเอกซเรย์ตรวจวินิจฉัยคลื่นหัวใจชนิดระนาบเดี่ยว เครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดชนิดสองระนาบ พร้อมด้วยเครื่องควบคุมแขนกลเพื่อช่วยในการผ่าตัดส่องกล้องซึ่งเป็นนวัตกรรมที่จะเพิ่มศักยภาพในการรักษาโรคเนื้องอกในสมองและระบบประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการผ่าตัดผ่านสายสวนร่วมกับการผ่าตัดแบบเปิดสำหรับช่วยผ่าตัดโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดในสมองที่ซับซ้อน หรือการนำนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ‘ดาวินชี’ มาใช้ในการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งช่องท้อง เป็นต้น

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มุ่งมั่นให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบริการทางการแพทย์และนำเทคโนโลยีที่เป็นเลิศเข้ามารักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลให้ทัดเทียมสากล ตลอดจนสืบสานพระปณิธานในการช่วยเหลือประชาชนด้วยความเพียรและจิตเมตตา ซึ่งเป็นพันธกิจที่บุคลากรของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ทุกคนยึดถือเพื่อมุ่งหวังให้โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นที่พึ่งแก่ผู้ป่วยในทุกระดับชั้นให้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกโรคด้วยวิทยาการแพทย์ขั้นสูงและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นหมุดหมายที่พึ่งทางสุขภาพของกรุงเทพมหานครและของสังคมไทยต่อไป

-(016)

นาราไทย คูซีน พัทยา ต้อนรับมิสแกรนด์ฯ กว่า 70 ประเทศทั่วโลก!

https://www.naewna.com/lady/838409

นาราไทย คูซีน พัทยา ต้อนรับมิสแกรนด์ฯ กว่า 70 ประเทศทั่วโลก!

นาราไทย คูซีน พัทยา ต้อนรับมิสแกรนด์ฯ กว่า 70 ประเทศทั่วโลก!

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.57 น.

ยูมิ เคียงศิริ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด เครือร้านอาหารนารา กรุ๊ป ต้อนรับตัวแทนสาวงามจากเวทีมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 จาก 71 ประเทศทั่วโลก อาทิ อินเดีย เม็กซิโก บราซิล ปารากวัย ชิลี เวียดนาม อินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ ฯลฯ โดยทางผู้จัดประกวดมิสแกรนด์ฯ เลือก ‘นาราไทย คูซีน‘  ร้านอาหารไทยรสชาติดั้งเดิมระดับพรีเมียม เพื่อเป็นร้านรับรองคณะนางงาม ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการโชว์ซอร์ฟพาวเวอร์แนะนำอาหารไทยแบบดั้งเดิม ให้กับสาวงามจากทั่วโลกได้ร่วมสัมผัสรสชาติอาหารไทยต้นตำรับ ไม่ว่าจะเป็นเมนูยอดนิยม ต้มยำกุ้ง ยำส้มโอ ผัดไทยกุ้งสด ลาบทอด  รวมถึงไฮไลท์อย่าง ก๋วยเตี๋ยวเรือนารา และเมนูใหม่อย่าง ปอเปี๊ยะนารา ไก่ห่อใบเตย ต้มแซ่บหมูเด้ง ณ ร้านนาราไทย คูซีน สาขาเทอมินัล 21 พัทยา

นอกจากบรรดาคณะสาวงามจากนานาประเทศจะได้ลิ้มลองอาหารไทย ยังได้สัมผัสบรรยากาศการตกแต่งภายในร้านนารา ที่เรียบหรูดูอบอุ่นสไตล์ไทยโมเดิร์น เป็นการยกระดับความพรีเมียมร้านอาหารไทย และเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับบรรดาสาวงามจากทั่วโลกได้สัมผัสเสน่ห์อาหารไทยรวมถึงความประณีตพิถีพิถันทุกขั้นตอนอีกด้วย

งานนี้สาวงามมิสแกรนด์ฯ จากทั่วโลก ต่างกดไลค์ถูกใจให้คะแนนอาหารไทยเต็มสิบกันรัวๆ  

-(016)

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน ‘สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ ๒๖’

https://www.naewna.com/lady/838407

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน 'สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ ๒๖'

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน ‘สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ ๒๖’

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.55 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯไปทรงเป็นประธานเปิดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ ๒๖ ” ณ ลิฟวิ่ง ฮอลล์ ชั้น ๓ สยามพารากอน

มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ ๒๖”  ตั้งแต่วันนี้ถึง วันจันทร์ที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๗  ณ ลิฟวิ่ง ฮอลล์ ชั้น ๓  ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานฝีมือที่มีเอกลักษณ์ผลงานของทหารทุพพลภาพ สมาชิกสายใจไทยและครอบครัวให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น  โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ เสด็จฯ  ไปทรงเป็นประธานเปิดงานในวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๗

สำหรับพิธีเปิดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ ๒๖” ในปีนี้ นำเสนอการขับร้องเพลงโดยนักร้องกิติมศักดิ์ คุณนันทิดา แก้วบัวสาย และคุณชนม์ทิดา อัศวเหม  ร่วมขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์

ชื่อเพลง “รัก” ต่อด้วยการแสดงแบบเสื้อชุดสวยงามด้วยผลิตภัณฑ์ผ้าไหมพิมพ์ลายคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ฝีมือการออกแบบลวดลายของสมาชิกสายใจไทยและได้รับเกียรติจากผู้แสดงแบบกิติมศักดิ์กว่า ๓๐ ท่านร่วมแสดงแบบในชื่อชุด “แต่งงาม ตามใจ สายใจไทย เติมเต็ม” พร้อมแฟชั่นโชว์ชุดฟินาเล่ที่สวยงามจากนักแสดงสาว แสนสวยมากด้วยคุณภาพ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์  

ภายในงานมีสินค้ามากมายวางจำหน่าย  เช่น

๑.            งานทำลวดลายบนแก้ว

แก้วรูปทรงต่าง ๆ เช่น แก้วน้ำ  แก้วไวน์  แจกัน ฯลฯ แกะสลักลายที่ต้องการด้วยมีดคัตเตอร์แล้ว      พ่นทรายเพื่อให้เกิดลายที่ชัดเจนบนเนื้อแก้ว  การติด Decal หรือรูปลอกน้ำ

๒.            งานเครื่องหนัง

เป็นผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยหนังแท้ หนังเทียม หนังประกอบผ้า ฯลฯ เช่น กระเป๋าถือสุภาพสตรีหลากหลายรูปแบบ  หมวก  สมุดโน้ต ที่ใส่ปากกา เป็นต้น

๓.            งานพู่กันระบายสี (ชิ้นงานไม้ / ชิ้นงานกระเบื้อง)

เป็นการทำลวดลายบนไม้และกระเบื้องหลากหลายรูปแบบ เช่น พานไม้มะม่วงลายพวงมาลัย  แจกันลายผ้าไทย  ตลับไม้  ตลับกระเบื้อง  เชิงเทียน  แจกัน  หรือชุดกาแฟ  ลายต่างๆ เป็นต้น

๔.            งานผลิตภัณฑ์ผ้า

ผ้าไหม/ผ้าฝ้ายพิมพ์ลาย  เนคไท และผ้าพันคอที่มีลวดลายให้เลือกมากมาย  รวมถึงการตัดเย็บเสื้อ   ในแบบใหม่  และกระเป๋าผ้าทรงต่างๆ

ส่วนไฮไลท์ของผลิตภัณฑ์สายใจไทยในปีนี้ประกอบด้วยผลงานของสมาชิกสายใจไทยและครอบครัวมีความหลากหลายมากมาย ได้แก่ เครื่องแก้วจัดชุด แก้วน้ำ แก้วไวน์เพื่อใช้ในเทศกาลของขวัญ เครื่องแก้วประดับโลหะสีทอง ชุดของขวัญเอนกประสงค์ ผ้าปูโต๊ะ ผ้ากลางโต๊ะ ผ้าคาดเตียง  ผ้าหมอนหนุนหลากหลายลวดลาย       ผ้าไหมพิมพ์ลาย สำหรับตัดเสื้อ และเสื้อลินินสำเร็จรูป รวมถึงกระเป๋าล้อลากเพ้นท์ลายสวยงาม กระเป๋าลายใหม่ๆ เป็นต้น

นอกจากรายการสินค้าที่กล่าวถึงแล้ว ยังมีร้าน “ครัวสายใจไทย” ที่ชาวสายใจไทยภูมิใจเสนอนำมาจำหน่ายภายในงานเหมือนเช่นเคย และทุกวันจะมีการแสดงดนตรีจากหลากหลายสถาบันการศึกษามาร่วมบรรเลงเพลงเพราะๆ ให้ทุกท่านได้ฟัง

ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย” ประจำปี ๒๕๖๗  ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ -๒๑.๐๐น. ณ  ลิฟวิ่ง ฮอลล์ ชั้น ๓ ศูนย์การค้า

สยามพารากอน  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อมูลนิธิสายใจไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ โทรศัพท์

๐๒-๑๘๓-๕๑๑๕-๙ Facebook:saijaithai market ร้านสายใจไทย หรือ Line@saijaithai , สยามพารากอน โทรศัพท์ ๐๒-๖๑๐-๘๐๐๐ หรือ Facebook : SiamParagon

ฟอร์จูนทาวน์ จัด ‘Music Record Fest 2024’ ปักหมุด รวมแรร์ไอเทมย้อนยุคสำหรับคนรักเสียงเพลง

https://www.naewna.com/lady/838400

ฟอร์จูนทาวน์ จัด 'Music Record Fest  2024' ปักหมุด รวมแรร์ไอเทมย้อนยุคสำหรับคนรักเสียงเพลง

ฟอร์จูนทาวน์ จัด ‘Music Record Fest 2024’ ปักหมุด รวมแรร์ไอเทมย้อนยุคสำหรับคนรักเสียงเพลง

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.50 น.

30 ตุลาคม 2567, กรุงเทพฯ – ฟอร์จูนทาวน์ (Fortune Town) ศูนย์รวมไอทีและไลฟ์สไตล์ชั้นนำย่าน รัชดา-พระราม 9 ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND จัด Music Record Fest  2024  รวมแรร์ไอเทมเด็ด  แผ่นไวนิล  ซีดี เทปคาสเซ็ตยุค  60’s -90’s เอาใจคนรักเสียงเพลง  ในราคาสุดพิเศษ   ระหว่างวันที่  31 ตุลาคม  – 3 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณ  Fortune Event Space  ชั้น 4  ฟอร์จูนทาวน์ 

 “Music Record Fest 2024” เทศกาลของคนรักเสียงเพลง ที่จะพาคุณย้อนยุคไปเพลิดเพลินกับความคลาสสิกของดนตรีจากยุค 60’s -90’s  ทั้งในและต่างประเทศ ด้วยแผ่นเสียงไวนิล เทปคาสเซ็ต ซีดี ผลงานเพลงจากศิลปินสุดฮอต  ในราคาสุดพิเศษ พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษ

-นิทรรศการปกแผ่นเสียง “เพลิน พรหมแดน” ศิลปินลูกทุ่งในตำนาน เจ้าของฉายา “ราชาเพลงพูด”

-พิเศษ! การรำลึกถึงศิลปินแห่งชาติ ด้วยโชว์เพลง “เพลิน พรหมแดน”

-กิจกรรมการเสวนาพูดคุยเรื่องราวของเพลงในยุคแผ่นเสียง ความเปลี่ยนแปลงของแผ่นเสียงในแต่ละยุค และการพูดคุยเรื่องเครื่องเล่นแผ่นเสียงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กับศิลปินและผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียง

-รวมแรร์ไอเทมเด็ดแห่งยุค 60’s -90’s ในราคาสุดพิเศษ ภายในบูธจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเล่นแผ่นเสียง แผ่นไวนิล ซีดี และเทปคาสเซ็ต ทั้งในและต่างประเทศ

เทศกาลที่คนรักเสียงเพลงไม่ควรพลาด! “Music Record Fest  2024”  วันที่ 31 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2567 เวลา 11.00 น. – 22.00 น. ณ บริเวณ  Fortune Event Space  ชั้น 4  ฟอร์จูนทาวน์  เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9  ทางออกประตู  1

ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ http://www.fortunetown.co.th , FB : fortunetown  , IG : fortunetown , Youtube : fortunetown , Line : FortuneTown หรือ https://lin.ee/tNWLAG , Application : Fortune Town

พม.เปิดเวทีคนเก่งสู่ตลาดแรงงานสร้างอาชีพ พร้อมมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ-สร้างแรงบันดาลใจแก่บุคคลดีเด่นและผลิตภัณฑ์ดีเด่น

https://www.naewna.com/lady/838397

พม.เปิดเวทีคนเก่งสู่ตลาดแรงงานสร้างอาชีพ พร้อมมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ-สร้างแรงบันดาลใจแก่บุคคลดีเด่นและผลิตภัณฑ์ดีเด่น

พม.เปิดเวทีคนเก่งสู่ตลาดแรงงานสร้างอาชีพ พร้อมมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ-สร้างแรงบันดาลใจแก่บุคคลดีเด่นและผลิตภัณฑ์ดีเด่น

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.49 น.

กระทรวง พม. เปิดกิจกรรมเวทีคนเก่งสู่ตลาดแรงงานสร้างอาชีพ พร้อมมอบเกียรติบัตรเพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ และสร้างแรงบันดาลใจแก่บุคคลดีเด่นและผลิตภัณฑ์ดีเด่น

30 ตุลาคม 2567 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เดินหน้านโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤตประชากร จัดงาน “เวทีคนเก่งสู่ตลาดแรงงานสร้างอาชีพ” โดยมีการเสวนาแลกเปลี่ยนเทรนด์อาชีพใหม่ ๆ อัปสกิลเพิ่มทักษะใหม่ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล กิจกรรมเวิร์กช้อป สร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ให้ สามารถพึ่งพาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน พร้อมมอบเกียรติบัตรเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่บุคคลและกลุ่มอาชีพที่สำเร็จการฝึกอบรมที่เป็นบุคคลดีเด่น และผลิตภัณฑ์ดีเด่น ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ

นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  เป็นประธานเปิดงาน “เวทีคนเก่งสู่ตลาดแรงงานสร้างอาชีพ” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวง พม. กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงานกว่า 500 คน โดยมี นางสาวอมรรัตน์ ศรีฉ่ำ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ  กล่าวรายงาน

นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่า “กระทรวง พม. ขับเคลื่อนนโยบายภายใต้วิสัยทัศน์ : คนไทยมีความมั่นคงในชีวิตและสวัสดิการที่เหมาะสม โดยยึดนโยบาย  5X5 ฝ่าวิกฤตประชากร ซึ่งมีภารกิจหลักคือ พัฒนาศักยภาพ และสร้างโอกาสให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็ก      คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ยากไร้ เพื่อให้กลุ่มเปราะบางก้าวข้ามคำว่า “เปราะบาง” มีงาน มีรายได้ สามารถอยู่ร่วมในสังคม และพร้อมส่งต่อโอกาสสู่ผู้อื่นต่อไป โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวง พม. ในการเสริมพลังวัยทำงาน : ตั้งตัวได้ สร้างและดูแลครอบครัวได้และพร้อมที่จะสูงอายุอย่างมีคุณภาพในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ.2561 – 2580 ที่มุ่งสร้างคนไทยให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 และสังคมไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสนับสนุนต่อการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต

สำหรับการจัดงานในวันนี้ เป็นหนึ่งในภารกิจของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ที่มุ่งเสริมสร้าง พัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมายสตรีและครอบครัวให้มีความมั่นคงทางด้านการประกอบอาชีพ สร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันครอบครัว ให้สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน โดยได้เปิดเวทีในการแสดงผลงาน ผลิตภัณฑ์ และความสามารถของบุคคลกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ที่ได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพและสนับสนุนจากกรมฯ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมเลือกซื้อสินค้าคุณภาพในราคาพิเศษ จากกลุ่มอาชีพกว่า 40 บูธ ที่นำผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อาทิ งานหัตถกรรม สินค้าชุมชน อาหารและผลิตภัณฑ์ของผู้เข้าร่วมโครงการฯ ภายในงานมีการจัดเวิร์คช้อปฝึกอาชีพ ที่จะช่วยสร้างทักษะและความรู้ใหม่ ๆ เช่น การฝึกทักษะงานฝีมือ การทำอาหาร และการสร้างแบรนด์สินค้า รวมทั้งการจัดเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับอาชีพในยุคดิจิทัลและเทรนด์ใหม่ของตลาดแรงงาน โดยวิทยากรรับเชิญจะมาแนะแนวทาง การพัฒนาอาชีพเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีพิธีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติในการประกวดบุคคลดีเด่นและผลิตภัณฑ์ดีเด่น เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคคลและกลุ่มอาชีพที่สำเร็จการฝึกอบรม

งาน “เวทีคนเก่งสู่ตลาดแรงงานสร้างอาชีพ” จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

-(016)

เปิดแคมเปญ MIRROR 50 POWER of NOW :ตอนนี้แหละเริ่มเลยเผย50ผู้สร้างแรงบันดาลใจสู่ความกล้าที่จะเริ่ม

https://www.naewna.com/lady/838390

เปิดแคมเปญ MIRROR 50 POWER of NOW :ตอนนี้แหละเริ่มเลยเผย50ผู้สร้างแรงบันดาลใจสู่ความกล้าที่จะเริ่ม

เปิดแคมเปญ MIRROR 50 POWER of NOW :ตอนนี้แหละเริ่มเลยเผย50ผู้สร้างแรงบันดาลใจสู่ความกล้าที่จะเริ่ม

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.40 น.

Mirror Thailand : มิร์เรอร์ ไทยแลนด์ สื่อออนไลน์ที่มุ่งสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและส่งเสริมพลังของผู้หญิงและเพศหลากหลาย เปิดตัวแคมเปญใหญ่แห่งปี
Mirror 50”ภายใต้แนวคิด POWER of NOW : ตอนนี้แหละ เริ่มเลย” เพื่อเฉลิมฉลองและยกย่อง50 บุคคลและองค์กรตัวอย่างที่มีพลังสร้างสรรค์กล้าคิด กล้าทำกล้าเป็นตัวเองและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคมเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมณ SOHO House Bangkok โดยมีบุคคลสำคัญในวงการต่างๆมาร่วมมากมาย

คุณแนทธนวลัยวัชรพลตัวแทนMirror Thailand กล่าวว่า ในฐานะสื่อที่มุ่งสร้างสรรค์และส่งต่อพลังบวกสู่สังคม MIRROR ThailandจึงเกิดแนวคิดในการจัดแคมเปญMIRROR 50เพื่อสนับสนุนและยกย่อง 50 บุคคลและองค์กรที่สร้างแรงขับเคลื่อนอันทรงพลังสร้างแรงบันดาลใจ ปลุกกระแสและสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ และผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคม ใน 6 กลุ่มสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น CHANGER, ARTIST, INFLUENCER,ENTREPRENEUR, RISING STARหรือ BRAND ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด POWERof NOW : ตอนนี้แหละเริ่มเลย’เพื่อปลุกพลัง สร้างแรงบันดาลใจ ให้ทุกคนตระหนักในคุณค่าและเชื่อมั่นในตนเองกล้าก้าวข้ามความกลัวกล้าเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน และกล้าที่จะ ‘เริ่ม’ ลงมือและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้พร้อม เพราะการลงมือทำคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด

สำหรับงานเปิดตัวแคมเปญMIRROR 50จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ณSOHO House Bangkokโดยได้รับเกียรติจากบุคคลที่มีอุดมการณ์แน่วแน่ กล้ายืนหยัดในสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่นและกล้าลงมือทำมาร่วมแสดงพลังเพื่อสร้างคอมมิวนิตี้ของกลุ่มคนที่กำลังผลักดันสังคมในด้านต่างๆให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นเจี๊ยบ มัจฉา พรอินทร์ นักรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงจากเหตุแห่งเพศนักเคลื่อนไหวปกป้องสิทธิมนุษยชนและสิทธิความหลากหลายทางเพศ,หนิงแกนนำชนเผ่าปกาเกอะญอเพื่อสิทธิสตรี, นะโม ชลิพา ดุลยากร ผู้ก่อตั้ง Inskruแพลตฟอร์มให้ครูรุ่นใหม่มาร่วมออกแบบการศึกษา, ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น Miss Thailand Universe 2019, จัสมิน มาริสา ฮิวส์ – ณิก้า อาณิก้า ฮอร์แมน ศิลปินดูโอ้ JMNK จากค่าย XOXO Entertainment,บลู นาโรสภูเขา-บุญรอด Content Creator ชื่อดัง,เกด พิชามาศ ชัยงาม เจ้าของloopersแพลตฟอร์มเสื้อผ้ามือสอง,นิ้ง ลลิตา ขจรเกียรติยศ เจ้าของ Mystyle by Lalita แบรนด์จิวเวลรี  และอื่นๆ อีกมากมาย

และตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ เตรียมพบกับคอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะพาไปล้วงลึกเรื่องราวและสัมผัสมุมมองของ50 ผู้กล้าต้นแบบจากแคมเปญMIRROR 50 ที่จะมาจุดประกายและสร้าง
แรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าก้าวข้ามทุกความกลัว เชื่อมั่นในคุณค่าของตนเองและพร้อมที่จะ ‘เริ่มก้าวแรก’สู่ความสำเร็จ ตามแนวคิด‘POWER OF NOW: ตอนนี้แหละ เริ่มเลย’ โดยสามารถติดตามได้ที่ MIRROR Thailand ทุกช่องทาง

Website : https://mirrorthailand.com

Facebook : https://www.facebook.com/MirrorThailandOfficial

Instagram : https://www.instagram.com/mirrorthailand/

Tiktok : https://www.tiktok.com/@mirror_thailand

Youtube : youtube.com/c/MIRRORTHAILAND