จังหวัดหนองบัวลำภูคึกคักนักท่องเที่ยวแห่ ร่วมงานเปิดสะพานเชื่อมฮัก ประกวดควายงาม

https://www.naewna.com/lady/849441

จังหวัดหนองบัวลำภูคึกคักนักท่องเที่ยวแห่ ร่วมงานเปิดสะพานเชื่อมฮัก  ประกวดควายงาม

จังหวัดหนองบัวลำภูคึกคักนักท่องเที่ยวแห่ ร่วมงานเปิดสะพานเชื่อมฮัก ประกวดควายงาม

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.00 น.

หนองบัวลำภูจัดงานเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวที่งดงาม บอกเล่าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ลงตัว โดยช่วงเช้าเปิดสะพานเชื่อมฮัก ต่อด้วยช่วงสาย เปิดงานประกวดควายงาม โดยมีชาวบ้าน และบรรดานักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างมากมาย ตลอดทั้งวัน

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา จังหวัดหนองบัวลำภูจัดงานเปิดสะพานเชื่อมฮัก ณ อ่างเก็บน้ำลำห้วยบอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านตาดไฮ ตำบลโคกม่วง อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ภายในงาน มีผู้ร่วมงานจากทุกภาคส่วน อาทิ นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดรักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ตัวแทนหน่วยงานราชการ, นายสมคิด บรรยาย และนายจารุวัฒน์ ศรีซุย ตัวแทนผู้นำภาคเอกชน โรงงานน้ำตาลเอราวัณ พร้อมด้วย ประชาชน และนักท่องเที่ยวแห่ร่วมงานมากมาย

ทั้งนี้ นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดรักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “เพื่อฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวเก่าที่มีความสำคัญของอ.โนนสัง ให้กลับมามีชีวิตชีวาสร้างความคึกคักให้ชุมชนอีกครั้ง ซึ่งก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี เพราะนับจากวันแถลงข่าวครั้งแรกไปก็มีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่องเพราะที่นี่มีความสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถมากางเต้นท์นอนได้ มีตลาดร้านค้ามากมาย งานเปิดสะพานเชื่อมฮักที่จัดขึ้นตั้งแต่เวลา 7.00 น. เริ่มจากมีการแห่ หลวงพ่อทันใจพระพุทธรูปปางพระจักรพรรดิ และรูปหล่อเหมือน หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ไปประดิษฐาน บริเวณเกาะกลางน้ำ โดยมีคณะสงฆ์ร่วมพิธี เจริญพระพุทธมนต์ หลังจากนั้นมีการร่วมทำบุญตักบาตร จากพระสงฆ์จำนวน 30 รูป แล้วจึงเริ่มพิธีการทำการเปิดสะพานเชื่อมฮักอย่างเป็นทางการ ภายในงานมีทั้งการฟ้อนรำจากชาวบ้าน การออกร้านจัดจำหน่ายอาหาร สินค้าพื้นเมือง และโรงทานสำหรับผู้มาร่วมงาน บรรยากาศภายในงานมีแต่รอยยิ้ม ทั้งจากผู้จัดงานและผู้มาร่วมงานกันอย่างคึกคัก”

นอกจากนี้ ในช่วงสายยังมีการจัดงานประกวดควายงาม ที่บริเวณ สนามที่ 1 อำเภอโนนสัง ณ หาดโนนยาว ต.โคกใหญ่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู นับเป็นครั้งแรกที่ หลังจากที่เดินสายประกวดความงามทั้งประเทศ แล้ว ควายประเภทสวยงามจากจังหวัดหนองบัวลำภู กวาดรางวัลชนะเลิศมาแทบทุกเวที หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน นำโดย นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดรักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู และนางวัลลภา วราอัศวปติ ปศุสัตว์หนองบัวลําภู ตัวแทนหน่วยงานราชการ, นายสมคิด บรรยาย และนายจารุวัฒน์ ศรีซุย ตัวแทนผู้นำภาคเอกชน โรงงานน้ำตาลเอราวัณ เล็งเห็นศักยภาพ แนวทางในการช่วยเหลือให้ประชาชนชาวหนองบัวลำภูให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงเป็นที่มาในการจัดงานประกวดควายงามนี้ขึ้นมา โดยภายในงานมีการนำควายงามที่ได้รับรางวัลมาร่วมงาน พร้อมทั้งมีการประกวดคัดสายพันธุ์ควายงามที่รับรองจากกรมปศุสัตว์หนองบัวลำภู เพื่อเป็นมาตราฐานของควายงามที่จะใช้กันในระดับสากลต่อไป อีกทั้งยังมีการแสดงควายที่ผ่านการเข้าโรงเรียนฝึกสอนควาย บ้านโนนแดง จากคุณครูหมัด ที่สอนให้ควาย คลานได้ สวัสดีได้ สร้างสีสันในงานประกวดได้อย่างมากอีกด้วย

“ตลอดทั้งวัน จาก 2 งานที่จัดขึ้นได้รับการตอบรับจากประชาชน และนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก และไม่ได้มีงานแค่วันเดียว แต่ยังมีการเปิดให้เข้าท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ผมหวังว่าจได้รับการตอบรับมากยิ่งๆขึ้นเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัด สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตชาวบ้านให้ดียิ่งขึ้น” นายสุรศักดิ์ อักษรกุล กล่าวว่าทิ้งท้าย

-(016)

‘ศุภมาส’ เปิดกล่องของขวัญปีใหม่ 2568 ให้คนไทยเรียนฟรีทั่วประเทศ

https://www.naewna.com/lady/849440

'ศุภมาส' เปิดกล่องของขวัญปีใหม่ 2568 ให้คนไทยเรียนฟรีทั่วประเทศ

‘ศุภมาส’ เปิดกล่องของขวัญปีใหม่ 2568 ให้คนไทยเรียนฟรีทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 14.59 น.

“ศุภมาส” เปิดกล่องของขวัญปีใหม่ 2568 กระทรวง อว.เพื่อประชาชน ให้คนไทยทั่วประเทศเรียนฟรี ! Upskill – Reskill – Newskill ครั้งใหญ่ กว่า 600 หลักสูตร ติดอาวุธทางปัญญา ขัดเกลาทักษะเดิม เพิ่มเติมทักษะใหม่ เรียนผ่านเกณฑ์ได้ใบรับรองใช้สมัครงานทันที หวังสร้างงาน สร้างอาชีพ ช่วยคนว่างงานปรับเปลี่ยนทักษะกลับสู่ตลาดแรงงานอีกครั้ง

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า กระทรวง อว. ได้จัดเตรียมของขวัญปีใหม่ อว. เพื่อประชาชน ประจำปี 2568 ด้วยการเปิดให้คนไทยทุกคนได้เรียนฟรี กับหลักสูตร Upskill-Reskill-Newskill เพื่อขัดเกลาทักษะเดิม เพิ่มเติมทักษะใหม่ ซึ่งเรารวบรวมมากว่า 600 หลักสูตรจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ โดยหลักสูตรเหล่านี้จะเป็นหลักสูตรระยะสั้นที่จะสร้างทักษะที่สอดคล้องกับยุคสมัยและอาชีพในปัจจุบัน หรือรองรับการทำงานตามความถนัดและความสนใจได้ หากเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับประกาศนียบัตรเพื่อนำไปใช้เป็นใบรับรองในการสมัครงาน คนที่ว่างงานก็จะสามารถปรับเปลี่ยนทักษะเพื่อกลับสู่ตลาดแรงงานได้อีกครั้ง

รมว.อว. กล่าวต่อว่า ทั้ง 600 หลักสูตรจะแบ่งเป็นหมวดต่างๆ ซึ่งสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ ได้แก่ 1. หมวดดิจิทัล หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ เช่น Generative AI ที่ช่วยให้ First Jobber ทำงานง่ายขึ้น การเรียนรู้ตลอดชีวิตและพัฒนาทักษะเพื่ออนาคตด้วย Robotics and Automation สร้าง Mobile App. ด้วย React Native เส้นทางสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์พื้นฐาน 2.หมวดธุรกิจและการบริหารจัดการ เช่น Steps เตรียมความพร้อมสู่การเป็นเจ้าของกิจการใน 7 วัน การระดมทุนของธุรกิจสตาร์ทอัพ การบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ 3.หมวดอาหารและโภชนาการ เช่น ฝึกทักษะการเป็นผู้ประกอบการด้านผลิตภัณฑ์อาหาร นวัตกรรมการแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม การผลิตแป้งทางเลือกสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ โครงการความเป็นเลิศด้านอาหารไทย 4.หมวดสุขภาพและการแพทย์ เช่น การดูแล พยาบาล และฟื้นฟูผู้ป่วยจากโรคต่างๆ การพยาบาลแบบประคับประคอง จิตวิทยาการปรึกษาสำหรับผู้เริ่มต้น สปาและโยคะเพื่อสุขภาพ

5.หมวดเกษตรและสิ่งแวดล้อม เช่น การเป็นผู้ประกอบการด้านการเกษตรแบบดิจิทัลเชิงสร้างสรรค์ ศาสตร์แห่งการรับรู้ทางประสาทสัมผัสเพื่อการพัฒนานวัตกรรมเกษตรและอาหาร นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรสำหรับผู้ประกอบการ (นวัตกรรมขายได้) 6.หมวดภาษา ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เช่น ภาษาอังกฤษ-จีน-ญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารในทุกระดับ การอบรมเชิงปฏิบัติการเชิงช่างศิลป์ล้านนา “การสร้างสรรค์งานไม้แกะสลักและการตกแต่งงานไม้ร่วมสมัย” นักพัฒนาการท่องเที่ยว การจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและนวัตกรรม 7.หมวดผู้สูงวัย เช่น อีคอมเมิร์ซเบื้องต้นสำหรับผู้สูงอายุ งานยุคใหม่ของผู้สูงวัยและแรงบันดาลใจธุรกิจผลิตภัณฑ์สินค้า-บริการ การพัฒนาทักษะสำหรับผู้ดูแลในการสร้างความสุขให้ผู้สูงอายุ 8.หมวดทักษะชีวิตและการพัฒนาตนเอง เช่น ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ การเจรจาต่อรองแบบ Win-Win การจัดการกับความไม่แน่นอน การพัฒนาตนเอง การผลักดันการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม และ 9.หมวดอื่นๆ เช่น กฎหมายพื้นฐาน กฎหมายทั่วไปสำหรับประชาชน งานซ่อมบำรุงมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางอากาศ เป็นต้น

“ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกในยุคดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตลาดแรงงานทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทาย ขณะเดียวกันยังมีการเกิดขึ้นใหม่ของอาชีพที่หลากหลาย เราจึงจำเป็นต้องมองทักษะที่เหมาะสมและสอดคล้องกับอาชีพในปัจจุบัน เกือบทุกอาชีพต้องอาศัยทักษะที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก หากนักศึกษาจบใหม่ หรือผู้ว่างงาน ไม่มีทักษะเหล่านี้หรือปรับตัวไม่ทัน ปัญหาที่ตามมา คือการไม่สามารถรับมือกับงานที่เปิดรับได้ เพราะเกือบทุกอาชีพต่อไปนี้จะต้องพัฒนาทักษะทันสมัยและสอดคล้องกับหมวดอาชีพที่มี หากสามารถปรับตัว ปรับทักษะพร้อมใช้ นอกจากจะเป็นที่ต้องการของนายจ้าง มีอาชีพที่มั่นคง ได้ค่าตอบแทนสูงแล้ว เรายังสามารถใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลได้อย่างมีความสุขด้วย“ น.ส.ศุภมาส กล่าวและว่า

“กระทรวง อว. อาจไม่ได้มีงบประมาณมากมาย แต่เรามีองค์ความรู้ มีเทคโนโลยี มีนวัตกรรม ที่จะนำมาติดอาวุธทางปัญญาให้กับคนไทย เพื่อให้ทุกคนสามารถไขว่คว้าโอกาสและกำหนดอนาคตด้วยมือของตนเองได้”

สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถสมัครหรือดูรายละเอียดของหลักสูตรทั้งหมดได้ที่ เว็บไซต์ http://www.mhesi.go.th

-(016)

ฉลองครอบรอบ 12 ปี 19 สาขา ‘บลูช็อป-น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช’ จัดโปรส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2025

https://www.naewna.com/lady/849438

ฉลองครอบรอบ 12 ปี 19 สาขา 'บลูช็อป-น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช' จัดโปรส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2025

ฉลองครอบรอบ 12 ปี 19 สาขา ‘บลูช็อป-น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช’ จัดโปรส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2025

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 14.58 น.

ปีใหม่นี้ แซ่บนัวถึงใจกันถ้วนหน้า! เมื่อ “บลูช็อป” จับมือ “น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช” จัดโปรพิเศษส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2025 กับน้ำปลาร้าในร้านบลูช๊อปฉลองครอบรอบ 12 ปี 19 สาขา ในราคาเพียง 19 บาทแทนคำขอบคุณและเติมกำลังใจให้ทุกครอบครัวในห้วงเวลาสำคัญ

นางชนานาถ ดลมินทร์ หรือ ‘เจ้เพ็ญ‘ ผู้บริหาร ’บลูช็อป’ พร้อมด้วย นางไพลิน โตอิ้ม หรือ ‘แม่ไพลิน’ ผู้บริหาร บริษัทจ่าวิรัชฟู้ดส์และเจ้าของธุรกิจ “น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช” แถลงข่าวความร่วมมือครั้งสำคัญในการจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อเป็นการมอบของขวัญแทนคำขอบคุณลูกค้า ‘ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2025’ โดย ‘แม่ไพลิน’ ได้นำน้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช จัดแคมเปญ “น้ำปลาร้าปันสุขกับบลูช็อป” มาจัดจำหน่ายในร้านบลูช็อปทั้ง 19 สาขา ในราคาสุดพิเศษ เพียง 19 บาท จำนวนทั้งสิ้น 50,000 ขวด ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้ของ “น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช” กับ “บลูช็อป” มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบน้ำปลาร้าได้ซื้อไปรับประทานกันในราคาประหยัด ที่สำคัญ ยังเป็นการลดต้นทุนให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่ใช้น้ำปลาร้าในการประกอบอาหารจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่อีกด้วย

โดย ‘เจ้เพ็ญ’ เจ้าของบลูช็อป กล่าวว่า โดยปกติแล้ว บลูช็อปเป็นร้านที่จัดจำหน่ายสินค้าในราคาประหยัดให้กับผู้บริโภคอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ติดต่อคุณแม่ไพลิน ขอขายในราคานี้ คุณแม่ไพลินท่านก็ตอบตกลงให้เป็นพิเศษเฉพาะที่บลูช็อป ก็เลยได้นำน้ำปลาร้ามาจัดจำหน่ายได้ในราคาต้นทุนเพื่อคืนกำไรให้กับลูกค้าบลูช็อป จึงต้องขอขอบคุณทาง บริษัท จ่าวิรัชฟู้ดส์ที่เข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ และเห็นใจผู้บริโภค จึงได้ให้ราคานี้กับบลูช็อป นอกจากนี้ ยังทำให้บลูช็อปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องดีๆ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ผู้คนต้องกลับไปหาครอบครัว สามารถนำน้ำปลาร้าดีๆ กลับไปทำอาหารรับประทานกันภายในครอบครัวได้อย่างมีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำปลาร้าที่มีราคาสุดประหยัดเพียง 19 บาท แต่รสชาติอร่อยถูกใจคนทั้งครอบครัว ถือว่า เป็นการเติมกำลังใจให้คนไทยด้วยกันในช่วงเวลาปีใหม่นี้

ด้าน ‘แม่ไพลิน’ ระบุว่า เราได้ร่วมกับบลูช็อปทั้ง 19 สาขา นำน้ำปลาร้าแม่ไพลินมาวางจำหน่าย ซึ่งปลาร้าของ จ่าวิรัช แม่ไพลินนี้กำเนิดมา 100 กว่าปีแล้ว โดยได้คัดสรรปลาอย่างดีมาเป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตน้ำปลาร้า ทำให้มีกลิ่นหอมและรสชาติอร่อย สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ ยำ แกงอ่อม ลาบ น้ำพริก โดยมี 4 สูตรด้วยกัน ได้แก่ สูตรอีสาน แซ่บคูณสอง ทรงเครื่อง และสูตรดั้งเดิม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเมนูใด รับรองว่า มีรสชาติอร่อย สะอาด ถูกหลัก ได้มาตรฐานอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพอื่นๆ อีกมากมายภายใต้แบรนด์ของจ่าวิรัชอีกด้วย ทั้งนี้ การร่วมมือกับบลูช็อปครั้งนี้ นับเป็นการจัดโปรโมชั่นครั้งใหญ่ที่รับรองว่า ราคาถูกที่สุดแน่นอน

“แม่เข้าใจว่า ทุกคนต้องลำบากในการทำมาหากิน ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ พ่อค้าแม่ค้าหลายคน คนหาเช้ากินค่ำ หมดทุน ท้อแท้ หมดกำลังใจ บางครอบครัว ไม่ค่อยได้กลับบ้าน รับประทานอาหารด้วยกันเพราะต่างต้องต่อสู้ดิ้นรน ทำมาหากิน ครอบครัวแม่เองก็ทำปลาร้าขายมานานหลายรุ่นแล้ว เรามีอยู่มีกินได้ เพราะปลาร้า แม่เลยคิดที่อยากจะช่วยคนที่รักในการกินปลาร้าและคนที่ทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับปลาร้า ได้ลดค่าใช้จ่าย ทางบลูช็อปติดต่อมา จึงนำน้ำปลาร้า แม่ไพลิน by จ่าวิรัชปันสุข มาจำหน่ายในราคา 19 บาทอีกครั้ง จากปกติ 35 บาท เพื่อปันสุขให้กับทุกคน โดยทางบลูช็อปก็ได้จัดทำโครงการน้ำปลาร้าปันสุขให้ผู้ประกอบการร้านค้าที่ใช้น้ำปลาร้าเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร หรือคนที่ชอบกินปลาร้า ได้ซื้อไปกินกันในช่วงเทศกาลแบบนี้ แม่ก็อยากแบ่งปันและให้กำลังใจกัน ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ได้รับประทานน้ำปลาร้าดีๆ ราคาประหยัด หวังอย่างยิ่งว่า จะช่วยให้คนรักปลาร้าชอบกินปลาร้าแบบแม่ได้มีความสุข อีกทั้งยังได้ร่วมมือกับบลูช็อปในการร่วมจัดจำหน่ายให้ โดยไม่หวังกำไร ยิ่งรู้สึกดีใจและชื่นชมอย่างยิ่ง” แม่ไพลิน กล่าว

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาร้า ชอบกินปลาร้าแบบปรุงสุก สะอาด ปลอดภัย อร่อย แซ่บนัว ผลิตด้วยโรงงานที่ผ่านมาตรฐานสากล ต้องห้ามพลาดกับโปร “ปลาร้าปันสุขกับบลูช็อป” กับ “น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช ปันสุข” ได้ที่บลูช็อปทุกสาขา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

น้ำปลาร้าแม่ไพลิน byจ่าวิรัช ปันสุข น้ำปลาร้าปรุงสุก สะอาด ปลอดภัย อร่อย แซ่บนัว น้ำปลาร้าที่ผลิตด้วยโรงงานที่ผ่านมาตรฐานสากล ในเครือบริษัท จ่าวิรัชฟู้ดส์

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาร้า สนใจสินค้าอื่นๆของบริษัท จ่าวิรัชฟู้ดส์ สามารถ ติดตามและสั่งซื้อสินค้าได้ที่ TikTok shop :jawiratfood.official

-(016)

‘INFINIZ Wellness เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมชูโปรแกรม #InfinizSkinPro ดูแลผิวแบบมืออาชีพ’

https://www.naewna.com/lady/849410

'INFINIZ Wellness เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมชูโปรแกรม #InfinizSkinPro ดูแลผิวแบบมืออาชีพ'

‘INFINIZ Wellness เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมชูโปรแกรม #InfinizSkinPro ดูแลผิวแบบมืออาชีพ’

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.39 น.

INFINIZ Clinic ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความสำเร็จ พร้อมเปิดตัว INFINIZ Wellness ศูนย์ดูแลความงามและสุขภาพแบบองค์รวมที่พร้อมให้บริการแล้ววันนี้ นำโดย นายแพทย์ณัฐพล ลาภเจริญกิจ (หมออู๋) ผู้ชำนาญด้านรักษาผิวพรรณและการปรับรูปหน้า หมออู๋เผยว่าแนวคิด “Holistic Skin and Wellness” เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาศูนย์แห่งนี้

“INFINIZ Wellness ไม่ใช่แค่คลินิกความงาม แต่เป็นศูนย์ดูแลสุขภาพ ผิวพรรณ และความงามแบบองค์รวมที่ผสมผสานนวัตกรรมล้ำสมัยและการดูแลเฉพาะบุคคล เราเชื่อว่าความงามที่แท้จริงเริ่มต้นจากสุขภาพที่ดี และเราพร้อมช่วยดูแลลูกค้าให้ครบทุกมิติ” หมออู๋กล่าว

ไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้คือโปรแกรม #InfinizSkinPro การดูแลผิวพรรณแบบมืออาชีพที่ช่วยยกกระชับและปรับผิวเรียบเนียน สร้างความกระจ่างใสอย่างยั่งยืน ด้วยการรักษาจากสร้างสุขภาพที่แข็งแรงจากภายใน การปรับสมดุลย์ฮอร์โมน โปรแกรมการฉีด Hyaluronic Acid (HA) ร่วมกับ การฉีดสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Biostimulator) ซึ่งมีการออกแบบสำหรับปัญหาเฉพาะบุคคลเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวและสร้างความอ่อนเยาว์ผิวในระยะยาว

นอกจากโปรแกรมชูโรงอย่าง #InfinizSkinPro แล้ว INFINIZ Wellness ยังมีบริการที่ครอบคลุมทั้งการตรวจวิเคราะห์สุขภาพผิว การปรับสมดุลร่างกาย การตรวจและรักษาภาวะขาดฮอร์โมน และการตรวจวิเคราะห์ระดับยีนดูความเสี่ยงของโรคต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการทั้งสุขภาพและความงามในที่เดียว

INFINIZ Wellness พร้อมให้บริการแล้ววันนี้ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพและความงามอย่างยั่งยืน

#InfinizWellness #InfinizSkinPro #InfinizClinic #10thAnniversary #HolisticSkin #WellnessThailand

กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ จัดงาน TICA Connect ครั้งที่ 9 เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

https://www.naewna.com/lady/849066

กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ จัดงาน TICA Connect ครั้งที่ 9 เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ จัดงาน TICA Connect ครั้งที่ 9 เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (Thailand International Cooperation Agency : TICA) กระทรวงการต่างประเทศ จัดงาน TICA Connect ครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด “Empowering Community for a Sustainable Future” เมื่อวันที่12-13 ธันวาคม 2567 ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ทิศเหนือ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษาฯ

ในงานมี นายไพศาล หรูพาณิชย์กิจรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานกล่าวเปิดงาน เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนท้องถิ่นซึ่งเป็นด่านหน้าของการพัฒนาในทุกด้าน อาทิ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความไม่เท่าเทียมทางสังคม การจัดการทรัพยากรในท้องถิ่นและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อชุมชนท้องถิ่นได้รับการเสริมสร้างองค์ความรู้ ทรัพยากร และสิทธิในการตัดสินใจ ท้องถิ่นจะสามารถจัดการกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนอีกทั้ง ยังมีปาฐกถาพิเศษจาก นายสุพจน์รอดเรือง ณ หนองคาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และ Ms. Michaela Friberg-Storey, UN Resident Coordinator in Thailand เกี่ยวกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

นางพิมพ์วดี โสวรัตนพงศ์ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กล่าวว่า“กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ภารกิจความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของไทยของกรมความร่วมมือระหว่างประเทศแก่สาธารณชนทั่วไปได้รับรู้ และตระหนักถึงประโยชน์ของความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศต่อการพัฒนาประเทศไทยและสนับสนุนให้ประเทศคู่ร่วมมือบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับคู่ร่วมมือทั้งไทยและต่างประเทศ

หัวข้อ (Theme) ของงาน TICA Connect ครั้งที่ 9 คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Empowering Community for a Sustainable Future)โดยนำเสนอผลสำเร็จของความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศต่อการพัฒนาชุมชนของไทย การถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาชุมชนของไทยให้แก่ชาวต่างชาติได้เรียนรู้เพื่อนำไปปรับใช้ในท้องถิ่นของตน ประสบการณ์ทำงานร่วมกับชุมชนในต่างประเทศของอาสาสมัครเพื่อนไทยที่ปฏิบัติงานภายใต้โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในต่างประเทศตลอดจนความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาชนในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”

นอกจากนี้ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ ยังได้จัดการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์บนเวทีในหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ประสบการณ์จากความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศต่อการพัฒนาชุมชนของไทย การถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาชุมชนของไทยให้แก่ชาวต่างชาติได้เรียนรู้เพื่อนำไปปรับใช้ในท้องถิ่นของตน ประสบการณ์ทำงานร่วมกับชุมชนในต่างประเทศของอาสาสมัครเพื่อนไทยที่ปฏิบัติงานภายใต้โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในต่างประเทศ ตลอดจนมุมมองของเยาวชนเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนจากนักศึกษาวิชาภาษาไทยในมหาวิทยาลัยที่กัมพูชาและเวียดนาม และความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาชนในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

รวมทั้งมีการจัดแสดง นิทรรศการภารกิจของกรมความร่วมมือระหว่างประเทศที่ดำเนินงานในประเทศต่างๆ รวมทั้งนิทรรศการของหน่วยงานคู่ร่วมมือ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ตลอดจนหน่วยงานด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ เช่น USAID, JICA KOICA, GIZ หน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติต่างๆ รวมทั้งศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD) เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนต่างๆ โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากคณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศประจำประเทศไทย ผู้แทนหน่วยงานไทย นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงผู้รับทุนรัฐบาลไทยของกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ และสื่อมวลชนต่างๆ เข้าร่วมงาน

หมดยุคการบูลลี่ ถึงเวลายืดอกปกป้องความรู้สึกของตัวเอง ‘เอฎา ปุณศิรา’ กระตุ้นเด็กไทยตระหนักรู้ผ่าน Consent Game

https://www.naewna.com/lady/849267

หมดยุคการบูลลี่ ถึงเวลายืดอกปกป้องความรู้สึกของตัวเอง  ‘เอฎา ปุณศิรา’ กระตุ้นเด็กไทยตระหนักรู้ผ่าน Consent Game

หมดยุคการบูลลี่ ถึงเวลายืดอกปกป้องความรู้สึกของตัวเอง ‘เอฎา ปุณศิรา’ กระตุ้นเด็กไทยตระหนักรู้ผ่าน Consent Game

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การบูลลี่ นับเป็นสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกและส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ถูกกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยเจตนาหรือไม่เจตนา ทั้งจากการทำร้ายร่างกาย รวมไปถึงการใช้วาจา โดยภายในสังคมไทยยังคงต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องการบูลลี่ที่ต้องหาทางแก้ไขโดยด่วน ซึ่งจากสถิติของกรมสุขภาพจิตเด็กไทยมีพฤติกรรมการบูลลี่ จนเคยอยู่อันดับ 2 ของโลก โดยพบว่า 91% ของเด็กไทยเคยถูกกลั่นแกล้ง การถูกล้อเลียนต่างๆ นั่นจึงเป็นเหมือนการสร้างแผลภายในใจที่ไม่มีวันเลือนหาย หากไม่ได้สร้างการตระหนักรู้ถึงการเคารพความรู้สึกของผู้อื่น ซึ่งไม่เพียงแค่ในช่วงเด็กวัยเรียน คนไทยหลายคนที่ต้องเจอกับคำบูลลี่ด้วยเหตุผลไม่กล้าแสดงออก หรือตอบโต้อย่างชัดเจน จากพื้นฐานนิสัยคนไทยที่มีความเกรงใจ หรือกลัวว่าอีกฝ่ายจะมีความไม่พอใจ

นี่จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่อย่าง “เอฎา-ปุณศิรา เธียรวร” ในวัยเพียง 16 ปี ที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าลุย อย่างไม่รีรอ โดยลุกขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงในการเคารพสิทธิผู้อื่นและกล้าปกป้องความรู้สึกของตัวเอง ด้วยนวัตกรรม “เกมการยินยอม” (Consent Game) โดยจากการได้เรียนไฮสคูลที่ Choate Rosemary Hall ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงทำให้เธอได้เรียนเกี่ยวกับการตระหนักรู้และเคารพถึงสิทธิของตนเองและสิทธิของผู้อื่นอีกทั้ง ยังได้รับตำแหน่ง ผู้นำนักเรียน (Student Leadership Position) เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยมีบทบาทสำคัญในโครงการ Bystander Education Program ด้วยหน้าที่ในการสังเกตการณ์ และให้ความรู้แก่นักเรียน รวมถึงพูดคุยกับคณะครู เพื่อป้องกันการกระทำความผิด จากประสบการณ์ในการเป็นผู้นำในไฮสคูล ทำให้เอฎามองเห็นถึงประโยชน์ในการสร้างความตระหนักรู้ถึงการปกป้องสิทธิของตัวเอง จึงมีแรงบันดาลใจที่อยากจะตอกย้ำถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในความเป็นมนุษย์ของทุกคน ให้เด็กไทยกล้าเผชิญกับสิ่งที่ถูกต้อง

เกมการยินยอม (Consent Game) คืออะไร ?

คือ เกมแห่งความเมตตา การเคารพ และความเห็นอกเห็นใจ โดย เกมการยินยอม (Consent Game) ออกแบบมาเพื่อสอนถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจน ความเคารพซึ่งกันและกัน และการเข้าใจขอบเขตในความสัมพันธ์ ผ่านการแสดงบทบาทสมมุติ การเล่าเรื่อง และกิจกรรมแบบโต้ตอบ โดยจะมีการจำลองสถานการณ์ต่างๆ และฝึกการโต้ตอบกัน อาทิ การยืมของของเพื่อน การถูกล้อเลียนด้วยชื่อที่ไม่ชอบ การกดดันจากเพื่อน รวมถึงการต้องเผชิญกับความท้าทายทางสังคมอื่นๆ การถูกผู้ใหญ่หรือเพื่อนชักชวนไปในสถานที่ที่มีความเสี่ยง หรือการโดนชักชวนให้กระทำผิดกฎโรงเรียนหรือกฎหมาย หากต้องเจอกับสถานการณ์จำลองต่างๆ จะเลือกแสดงออกอย่างไรโดยที่ไม่ใช้คำพูด เช่น การแสดงออกทางสีหน้า เพื่อเข้าใจระดับความสบายใจของผู้อื่น

หลักสำคัญในการเล่นเกมนี้ต้องมี “การขอและให้การยินยอม” ก่อนที่จะเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของใคร หรือก่อนจะตัดสินใจใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น เป็นการสอนผ่านเกมให้นักเรียนได้ฝึกการตีความและฝึกการแสดงออกทางสีหน้าและภาษากาย ที่สามารถตอบสนองได้ทั้งการใช้วาจาและไม่ใช้วาจา เพื่อเป็นบทเรียนเกี่ยวกับการยินยอม ความเคารพ และการสื่อสารที่เหมาะสมกับวัย โดยในทุกครั้งที่จัดกิจกรรม จะมีการปรับแต่งเกมเพื่อให้เหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียนที่มาร่วมกิจกรรม

ในการริเริ่มสร้าง “เกมการยินยอม (Consent Game)” ขึ้นมา เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างความเข้าใจถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ โดย เอฎา – ปุณศิรา กล่าวว่า “การเคารพ รวมทั้งมีความเข้าใจในสิทธิและความต้องการของผู้อื่นและของตนเอง จะช่วยสร้างรากฐานของชุมชนที่แข็งแกร่งมากขึ้น เอฎาอยากสร้างสิ่งที่จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจวิธีการเคารพขอบเขตของกันและกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ เกมการยินยอม หรือ Consent Game และเอฎา หวังว่าเกมนี้จะมอบทักษะที่จำเป็นให้กับคนรุ่นใหม่ อยากให้เด็กและเยาวชนไทยมีความมั่นใจในการที่จะสื่อสารถึงความต้องการของตนเองอย่างชัดเจนและให้เกียรติซึ่งกันและกัน”

แม้ปัจจุบัน เอฎา จะอยู่ในวัยเรียนไฮสคูลที่อเมริกา แต่ในช่วงเวลาว่างและบินกลับมาบ้านเกิดที่เมืองไทย ได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์เพื่อสังคม โดยได้จัดกิจกรรมภายในโรงเรียน 7 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดบุคคโล, โรงเรียนวัดมงคลวนาราม, โรงเรียนวัดนาคนิมิต โรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม (ฝ่ายมัธยม), โรงเรียนวัดไทร, โรงเรียนวัดประเสริฐสุทธาวาส และ โรงเรียนแจงร้อนวิทยา โดยมีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 700 คน พร้อมนำ “เกมการยินยอม (Consent Game)” มาร่วมการสร้างความตระหนักรู้ถึงการเคารพตัวเองและผู้อื่น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากนักเรียนเป็นอย่างดี

“ขอขอบคุณการต้อนรับที่อบอุ่นจากทุกโรงเรียนที่ได้เข้าไปจัดกิจกรรม ทั้งท่านผู้อำนวยการโรงเรียน และท่านรองผู้อำนวยการโรงเรียน คุณครูมากมาย และน้องๆ นักเรียนให้การต้อนรับและสนับสนุนกิจกรรมเกมการยินยอม (Consent Game) เป็นอย่างดี ในครั้งนี้ยังได้รับฟังความคิดเห็นของเด็กๆ ที่สะท้อนออกมาในมุมที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง จึงเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่ทำให้เข้าใจและเข้าถึงความรู้สึกของเด็ก ๆ มากขึ้น ถือว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก”

จากความมุ่งมั่น และตั้งใจของ “เอฎา – ปุณศิรา” ในการคิดเกมการยินยอม (Consent Game) ขึ้นมา เชื่อว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้ และเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้างวัฒนธรรมของความเมตตา การเคารพ ความเห็นอกเห็นใจ และความเข้าใจซึ่งกันและกัน เริ่มต้นจากการปลูกฝังเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ โดยเอฎา ยังพร้อมจะเดินหน้าต่อเพื่อสร้างสังคมที่ดี และมองถึงการพัฒนาเกมการยินยอม (Consent Game) ในเวอร์ชั่นออนไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงนักเรียนได้ทั่วประเทศ รวมถึงขยายไปในประเทศต่าง ๆ อีกด้วย

นี่เป็นอีกข้อที่ตอกย้ำว่า “อายุไม่ใช่สิ่งสำคัญ” หากมีความปรารถนาดีต่อสังคม เหมือนกับ “เอฎา – ปุณศิรา เธียรวร” สาววัย 16 ปี กล้าที่จะลุกขึ้นมาลุยและเดินหน้าในการสร้างแรงบันดาลใจ และขับเคลื่อนสังคมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีในสังคม สมกับเป็นผู้นำเยาวชนที่เต็มไปด้วยความสามารถ

นักเดินทางมีเฮ!! เวียตเจ็ทไทยแลนด์ออกโปรตั๋วภายในประเทศ เริ่มต้น 25 บาท

https://www.naewna.com/lady/849264

นักเดินทางมีเฮ!! เวียตเจ็ทไทยแลนด์ออกโปรตั๋วภายในประเทศ เริ่มต้น 25 บาท

นักเดินทางมีเฮ!! เวียตเจ็ทไทยแลนด์ออกโปรตั๋วภายในประเทศ เริ่มต้น 25 บาท

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ออกโปรโมชั่น “Season‘s Greetings” เสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษสำหรับเส้นทางบินภายในประเทศ เริ่มต้นเพียง 25 บาท (ราคาไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม) สำรองบัตรโดยสารได้ระหว่างวันที่ 23-27 ธันวาคม 2567 ที่ www.vietjetair.com นอกจากนี้ สายการบินฯเตรียมจัดโปรโมชั่นพิเศษอีกมากมายตลอดทั้งเดือน เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางในช่วงปีใหม่ได้ในราคาสุดคุ้ม

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เสริมศักยภาพฝูงบิน โดยเพิ่มเครื่องบินจำนวน 2 ลำ เพื่อรองรับความต้องการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2567 –31 มกราคม 2568 สายการบินฯ จะให้บริการเที่ยวบินเพิ่มเติม ระหว่าง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) และจุดหมายปลายทางยอดนิยมภายในประเทศ ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ เชียงราย และเชียงใหม่ รวมถึงเส้นทางบินข้ามภาคระหว่าง ภูเก็ต และ เชียงใหม่ ด้วยจำนวนที่นั่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 ที่นั่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารเดินทางกลับภูมิลำเนา พบปะครอบครัวและคนที่รัก หรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลแห่งความสุขด้วยราคาบัตรโดยสารที่เข้าถึงง่าย

นอกจากนี้ ยังประกาศเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศ เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสายการบินฯ ในการมอบประสบการณ์การเดินทางทางอากาศในราคาคุ้มค่าและเข้าถึงได้สำหรับทุกคนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและมอบตัวเลือกการเดินทางที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้นให้แก่ผู้โดยสาร ผู้ที่สนใจสามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ ที่ www.vietjetair.com

และเนื่องจากความต้องการเดินทางที่สูงในช่วงเทศกาลปีใหม่ ผู้โดยสารสามารถสำรองเที่ยวบินล่วงหน้าเพื่อเลือกวันที่ต้องการเดินทาง ที่เว็บไซต์ www.vietjetair.com แอปพลิเคชั่น
“Vietjet Thailand” หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/VietJetThailand (คลิกที่แถบ “จองเลย”) รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายหรือสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสาร พร้อมกันนี้ผู้โดยสารสามารถชำระเงินด้วย “ทรูมันนี่ วอลเล็ท” และบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต

ล่าสุด สายการบินฯ คว้ารางวัล “สายการบินโลว์คอสต์ที่ดีที่สุดในไทยแห่งปี 2567” จากนิตยสารโกลบอลแบรนด์ สหราชอาณาจักร และรางวัล “สายการบินที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นมิตรมากที่สุดแห่งปี 2567” จากนิตยสาร International Finance เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยึดมั่นในค่านิยมหลัก คือ “ความสนุกสนานและเป็นมิตร” ควบคู่กับ “ความปลอดภัย” “ความตรงต่อเวลา” และ “ราคาที่เข้าถึงได้”

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้บริการครอบคลุม 11 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเที่ยวบินข้ามภูมิภาค จาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทย กับเวียดนาม จีน ญี่ปุ่น กัมพูชา ไทเป มุมไบ และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค

อัปเดตนิทรรศการน่าเดินที่ MMAD at MunMun Srinakarin เวอร์ชั่นคนอยู่เฝ้ากรุงเทพฯ ข้ามปีใหม่

https://www.naewna.com/lady/849303

อัปเดตนิทรรศการน่าเดินที่ MMAD at MunMun Srinakarin  เวอร์ชั่นคนอยู่เฝ้ากรุงเทพฯ ข้ามปีใหม่

อัปเดตนิทรรศการน่าเดินที่ MMAD at MunMun Srinakarin เวอร์ชั่นคนอยู่เฝ้ากรุงเทพฯ ข้ามปีใหม่

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไม่ว่าคุณจะเป็น อินโทรเวิร์ต เอ็กซ์โทรเวิร์ต หรือแอมบิเวิร์ต แค่ทิ้งตัวไม่ออกเดินทางช่วงเทศกาล จัดมาให้แล้ว นิทรรศการน่าเดิน ชวนขบคิด แถมฮีลใจที่ แมด,มันมัน ศรีนครินทร์ (MMAD at MunMun Srinakarin) ฉบับคนอยู่เฝ้ากรุง ใครสนใจแวะไปชมได้

เริ่มจาก นิทรรศการ : โลกแห่งชีวิต โดย จิรศักดิ์ อนุจร ผลงานจิตรกรรมว่าด้วย “ชีวิต” ที่มีความศรัทธา และสอดแทรกปรัชญาทางพระพุทธศาสนา และการเรียนรู้แนวคิดในการดำเนินชีวิต เป็นการเรียนรู้ เป็นความทุกข์ เป็นธรรมชาติ เปรียบเสมือนชีวิตแต่ละชีวิตที่เหมือนหยดน้ำที่ตกลงในสระกว้างแล้วเกิดแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้างมีผลกระทบต่อๆ กันไป และสุดท้ายทุกหยดน้ำก็ไหลรวมกับระเหยเป็นไอแล้วกลั่นตัวเป็นหยดใหม่อีกครั้ง

นิทรรศการ : Negative Blooms โดย นครินทร์ ปัญญาวงค์ ปรับเปลี่ยนภาพดอกไม้ที่คุ้นเคยให้เป็นโทนสีที่ไม่คุ้นตาผ่านการจัดการด้วยสื่อดิจิทัลผลงานสะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างสิ่งที่เป็นธรรมชาติกับสิ่งที่ถูกสังเคราะห์ ระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกดิจิทัล เชื้อเชิญให้ผู้ชมตั้งคำถามถึงบทบาทของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงการรับรู้ของเราต่อธรรมชาติ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการส่งภาพดอกไม้พร้อมคำอวยพร เช่น “สวัสดีวันจันทร์” และสำรวจวิธีที่สื่อดิจิทัลทำให้ธรรมชาติกลายเป็นเพียงภาพที่ผ่านสายตาอย่างรวดเร็ว ชวนให้ครุ่นคิดถึงความเปราะบางในการอยู่ร่วมกันระหว่างธรรมชาติและเทคโนโลยี นิทรรศการ : ฉันจะมีความสุข โดย ชุตินันท์ ขำมา นิทรรศการเชิญชวนให้ผู้ชมสำรวจวิธีการรับมือกับความคิดของตนเอง และค้นหาวิธีอยู่ร่วมกับความคิดที่ทั้งควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ รวมถึงวิธีจัดการกับความทุกข์ที่เกิดจากความคิดของเราเอง ผลงานในนิทรรศการถ่ายทอดผ่านภาพวาด “สิ่งมีชีวิตในจินตนาการ” และ “รูปทรงนามธรรม” ซึ่งผสมผสานสองด้านของความคิดที่แตกต่างกันอย่างลงตัว โดยทั้ง3นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันนี้-26 มกราคม 2568

นอกจากนี้ยังมี นิทรรศการ : Essence of Time and Transience Solo Exhibition By Demian Factory เปิดประตูเข้าสู่โลกแห่งความงดงามและความไม่แน่นอนของชีวิตใน Essence of Time and Transience นิทรรศการเดี่ยว โดย Demian Factory นิทรรศการนี้เป็นการเดินทางที่สะท้อนถึงความลึกซึ้งของการดำรงอยู่ โดยได้แรงบันดาลใจจาก “รุไบยาต”(Rubaiyat) ของโอมาร์ คัยยาม กวีชาวเปอร์เซีย นำเสนอแนวคิดที่ท้าทายให้ผู้ชมได้ไตร่ตรองเกี่ยวกับความหมายของชีวิต ความงดงามที่แอบแฝงอยู่ในช่วงเวลาที่ผ่านไป และการยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน นิทรรศการ : The Beginning of Something Else A Solo Exhibition By Viriya Chotpanyavisut แต่ละภาพถ่ายมีเรื่องราวของตนเอง อยู่ในจุดเริ่มต้นของการเดินทางพิจารณา วัตถุของแต่ละภาพถ่ายคือ “objet trouvé” – วัตถุที่ถูกค้นพบ(found object) ที่แสดงให้เห็นสิ่งต่างๆ ตามที่มันเป็น อย่างไรก็ตาม ภาพไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น แต่มันกระตุ้นจินตนาการ ในแง่นี้ ภาพกลายเป็น “émotion trouvée” – อารมณ์ที่ถูกค้นพบ (found emotion) ความรู้สึกเกิดขึ้นจากแต่ละภาพอย่างไม่มีคำอธิบาย เดินทางจากหัวใจไปยังจิตใจ เราเริ่มเข้าใจว่าทำไมช่างภาพถึงเลือกแต่ละช่วงเวลา และแม้หัวข้อของภาพถ่ายจะดูอธิบายตัวเองได้ แต่กลับเลี่ยงการอธิบายเป็นคำพูด เราเข้าใจว่า “อะไร” แต่ไม่เข้าใจ “ทำไม” เรารู้สึกถึงภาพมากกว่ามองเห็นมัน

นิทรรศการ : NIGHTMARE BEFORE CHRISTMAS นิทรรศการนี้จะนำพาผู้ชมดำดิ่งไปในมิติที่ซับซ้อนของมนุษย์ สัมผัสทั้งความเปราะบางและความงดงามที่อยู่คู่กันเสมอในทุกลมหายใจ มันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลอง แต่คือการเดินทางค้นหาความหมายแท้จริงของ “ความเป็นมนุษย์” ในทุกความรู้สึกที่หล่อหลอมเราให้เป็นตัวเอง

จบท้ายด้วย 2 นิทรรศการฮีลใจ หลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งปี “พาใจกลับบ้าน Homecoming” นิทรรศการที่ชวนหันกลับมาดูแลใจ หันหน้าเข้าหาโลกภายใน เฝ้ามองทุกความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้น เอนกายลง “นอน” ช้าๆ ซึมซับบรรยากาศ แล้วหลับตาลง ทบทวน เฝ้าดู รับรู้ ความคิดที่ไหลผ่านตัวเราในแบบที่ไม่ต้องแก้ไข ไม่ต้องจับจด พร้อมเติมพลังใจเตรียมรับกับปีใหม่ และ “1 วัน 1,000 ภาพ ครั้งที่ 2 : On the Ground” Photo Installation “ภาพถ่ายดอกไม้” 1,000 ภาพ ที่ชวนทุกคนมาปล่อยใจ สัมผัสกับความงดงามของทุ่งดอกไม้ และทิวเขา นอกจากสัญลักษณ์ของความงาม “ดอกไม้” ยังสื่อถึงความเปราะบาง และชั่วคราว แต่ในทุกช่วงเวลาที่ดอกไม้เบ่งบานกลับสร้างแรงบันดาลใจและให้ความหมายมากมายกับชีวิต พร้อมชวนทุกคนมารีเฟรชกับวันใหม่ในทุกวัน

อัปเดตแวดวงศิลปะ พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่สำหรับสายอาร์ตได้ที่ เฟซบุ๊ก : MMAD – MunMun Art Destination และ MunMun

กอล์ฟการกุศลมูลนิธิจำนงค์ฯ ปี 5 นำรายได้ช่วยเหลือนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล

https://www.naewna.com/lady/849056

กอล์ฟการกุศลมูลนิธิจำนงค์ฯ ปี 5  นำรายได้ช่วยเหลือนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล

กอล์ฟการกุศลมูลนิธิจำนงค์ฯ ปี 5 นำรายได้ช่วยเหลือนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กอล์ฟการกุศลมูลนิธิจำนงค์ ภิรมย์ภักดี “ซีบีเอฟ กอล์ฟ แชริตี้” ครั้งที่ 5 ประจำปี 2567 ที่สนามโรบินวู้ดส์ กอล์ฟ คลับ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา
มี โปรหมาย-ประหยัด มากแสง และ โปรช้าง-ธงชัย ใจดี นำ 8 โปรดัง เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อสนับสนุนโครงการปันน้ำใจเพื่อช่วยเหลือนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลปี 2 จ.กาญจนบุรี

เพิ่มพูน ไกรฤกษ์ ประธานมูลนิธิฯ กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟการกุศลในครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันคับคั่ง และได้รับเกียรติจาก สันติ ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, อดีตนายกสมาคมกีฬากอล์ฟฯ ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับวงการกอล์ฟไทย ร่วมเป็นประธานจัดการแข่งขัน พร้อมด้วย ภูริตภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, ปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ และ พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย

วัตถุประสงค์ของการแข่งขันฯ เพื่อนำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดสมทบทุนกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศลของมูลนิธิจำนงค์ ภิรมย์ภักดี โดยในด้านการศึกษา สนับสนุนโครงการปันน้ำใจ
เพื่อช่วยเหลือนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลปี 2 จ.กาญจนบุรี ติดตั้งโซลาร์เซลล์ สร้างอาคารอเนกประสงค์ สร้างห้องสุขาและบริจาคอุปกรณ์การเรียนต่างๆ เช่น ชุดนักเรียน รองเท้า ที่นอนเด็กอุปกรณ์เครื่องเขียน นอกจากนี้ ในปี 2568 ทางมูลนิธิฯ จะได้จัดตั้งกองทุนร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช เพื่อระดมทุนมอบความหวังให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดด้วยการรักษาแบบใหม่ด้วย CAR T-Cell ภายใต้ชื่อ “กองทุนจำนงค์ ภิรมย์ภักดี เพื่อผู้ป่วยโรงพยาบาลศิริราช” รวมทั้งเพื่อให้กีฬากอล์ฟเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เข้าร่วมการแข่งขัน

ทั้งนี้ มูลนิธิจำนงค์ ภิรมย์ภักดี เป็นมูลนิธิที่ก่อตั้งเมื่อปี 2559 โดยได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ หลายด้าน ทั้งด้านสาธารณสุข การบริจาคเงินเพื่อสร้างและพัฒนาสถานพยาบาล สนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนด้านการศึกษา เน้นส่งเสริมให้บุคคลได้เข้าถึงโอกาส พัฒนาชีวิตและครอบครัว รวมถึงสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสให้อยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม

ไอคอนด้านอาหารระดับโลก กอร์ดอน แรมซีย์ และกลุ่มบริษัทธนจิรา เปิดร้าน Bread Street Kitchen & Bar Flagship ที่ไอคอนสยาม

https://www.naewna.com/lady/849304

ไอคอนด้านอาหารระดับโลก กอร์ดอน แรมซีย์ และกลุ่มบริษัทธนจิรา  เปิดร้าน Bread Street Kitchen & Bar Flagship ที่ไอคอนสยาม

ไอคอนด้านอาหารระดับโลก กอร์ดอน แรมซีย์ และกลุ่มบริษัทธนจิรา เปิดร้าน Bread Street Kitchen & Bar Flagship ที่ไอคอนสยาม

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เชฟกอร์ดอน แรมซีย์ เชฟมิชลินสตาร์ชื่อดังระดับโลก ร่วมกับ กลุ่มบริษัทธนจิรา บริษัทแนวหน้าด้านการนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์ชั้นนำของไทย เตรียมพร้อมเปิดตัวร้าน Bread Street Kitchen & Bar Flagship สาขาประเทศไทยแห่งแรกที่ไอคอนสยามแลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมให้บริการช่วงปลายธันวาคม 2567 นี้

ร้าน Bread Street Kitchen & Bar โดยเชฟกอร์ดอน แรมซีย์ ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 เสิร์ฟอาหารต้นตำรับฉบับอังกฤษแท้ ส่งตรงประสบการณ์มื้ออาหารเหนือระดับ โดยสาขาที่ไอคอนสยามจะเป็นร้านที่สองในไทย หลังจากประสบความสำเร็จจากสาขาแรกที่ห้างสรรพสินค้าเอ็มสเฟียร์ มีพื้นที่ร้านอาหารขนาด 608 ตารางเมตร ได้รับการออกแบบโดยทีมงานที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมายอย่างบริษัท Whitespace Bangkok แนวทางการออกแบบจะสื่อสารถึงเอกลักษณ์ของร้าน Bread Street Kitchen อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพื้นที่คลังสินค้าสไตล์อินดัสเทรียล ชวนให้นึกถึงร้านที่ St. Paul’s ในลอนดอน พื้นที่ภายในผสมผสานการคัดสรรเฟอร์นิเจอร์วินเทจเข้ากับกลิ่นอายแบบโมเดิร์น สื่อความรู้สึกถึงความเป็นเมืองไฮไลท์คือพื้นกระเบื้องลายตารางหมากรุกอันเป็นลายเซ็นของแบรนด์ ผู้ที่เข้ามาภายในร้านจะถูกดึงดูดด้วยพื้นที่บาร์ที่มีองค์ประกอบตกแต่งอย่างวัสดุทองแดงและเหล็ก เพื่อสร้างบรรยากาศแบบอินดัสเทรียล โดยที่ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นมิตร เริ่มมื้ออาหารด้วยความรู้สึกสบายๆ พร้อมค็อกเทลและรายการไวน์ที่คัดสรรมาอย่างพิเศษที่สุด เครื่องดื่มที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านคือ Ramsay’s G&T และค็อกเทลสุดพิเศษ Bangkok by the River ทั้งสองเมนูที่เฉลิมฉลองให้กับจิตวิญญาณของร้าน Bread Street Kitchen และเมืองกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ที่เวลานี้คือบ้านหลังใหม่ของร้านนี้

ผู้มาที่ร้านจะได้รับประทานอาหารบนเก้าอี้นั่งสบายและเอนจอยไปกับวิวของเมืองกรุงเทพฯ ผ่านกระจกหน้าต่างบานสูงพิเศษจากเพดานจรดพื้น ครัวเปิดช่วยเพิ่มความรู้สึกเหมือนการได้ชมการแสดงจากเชฟที่ผ่านการฝึกฝนจากเชฟกอร์ดอนที่คอยทำอาหารเพื่อเสิร์ฟให้กับมื้อพิเศษ เมื่อมองขึ้นข้างบน จะพบกับคานไม้ที่ทอดยาวข้ามเพดาน ชวนให้นึกถึงอาคารท่าเทียบเรือริมแม่น้ำ ก็เพื่อเป็นการยกย่องให้กับสถานที่ตั้งสาขานี้ที่ไอคอนสยามซึ่งอยู่ริมแม่น้ำที่ทอดตัวสวยงาม  และไม่อยากให้พลาดโอกาสเดินชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา
ในส่วนระเบียงด้านนอก ภาพทิวทัศน์สวยงามและบรรยากาศยามเย็นให้ภาพพระอาทิตย์ตกเป็นฉากหลัง รับรองความรู้สึกเพลิดเพลินที่สุดสำหรับการสัมผัสประสบการณ์มื้ออาหารโซนด้านนอก

ห้องรับประทานอาหารส่วนตัวจุที่นั่งได้ 12 คน โดดเด่นด้วยผนังกระจกสไตล์แอนทีคที่มีพื้นผิวเก่าแก่ ช่วยเพิ่มความซับซ้อน ความลุ่มลึก และเป็นภาพลวงตาให้กับพื้นที่ ส่วนโต๊ะกลางที่ออกแบบคัสตอมเฉพาะได้เติมเต็มพื้นที่แห่งนี้ไปสู่ความสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับงานเลี้ยงฉลองสำหรับคนใกล้ชิด งานส่วนตัว หรืออีเว้นท์องค์กร

สำหรับเมนูของร้าน Bread Street Kitchen & Bar นำเสนออาหารคลาสสิกสไตล์อังกฤษและอาหารนานาชาติ นำเสนออาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของกอร์ดอน แรมซีย์ เมนูไฮไลท์ ได้แก่ เมนู บีฟเวลลิงตัน (Beef Wellington), Lobster Moilee, ปลาทูน่าทาร์ทาร์รสเผ็ด (Spicy Tuna Tartare) ฟิชแอนด์ชิป (Fish & Chips) และพุดดิ้งทอฟฟี่หนึบหนับ (Sticky Toffee Pudding) ที่รสชาติยากจะลืมเลือนนอกจากนี้ยังลิสต์เมนูใหม่อื่นๆ ที่จะเพิ่มเข้ามาเพื่อยกระดับประสบการณ์ให้กับมื้ออาหารของผู้มารับประทานที่ร้านอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารที่น่าจดจำหรือเครื่องดื่มสำหรับช่วงเวลาเย็น Bread Street Kitchen & Bar ที่ไอคอนสยามการันตีได้ว่าจะมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารและไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร

ธนพงศ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทธนจิรา กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับเชฟกอร์ดอน แรมซีย์ ในโปรเจกท์ที่น่าตื่นเต้นนี้ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับทั้งสองบริษัทของเรา ผมเชื่อว่าการเปิดตัวร้าน Bread Street Kitchen & Bar ที่ไอคอนสยามในครั้งนี้จะเป็นการมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษให้กับทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ทุกคนจะได้มีโอกาสลิ้มลองอาหารอังกฤษชั้นเลิศในบรรยากาศที่หาไม่ได้จากที่ไหน สำหรับกลุ่มบริษัทธนจิราของเรามุ่งมั่นที่จะนำประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับเวิลด์คลาสมาสู่ประเทศไทย และความร่วมมือครั้งนี้ก็ตอบโจทย์กับวิสัยทัศน์นี้อย่างสมบูรณ์แบบ”

Bread Street Kitchen & Bar Thailand เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 11.00-22.00 น. ที่ชั้น 3 ไอคอนสยาม