dTMS ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคซึมเศร้า

https://www.naewna.com/lady/849315

dTMS ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคซึมเศร้า

dTMS ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคซึมเศร้า

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรคซึมเศร้า เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมากทำให้การรักษาโรคซึมเศร้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยคืนคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าหลายวิธี เช่น การรักษาด้วยยา การทำจิตบำบัด และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด คือ dTMS หรือ Deep Transcranial Magnetic Stimulation เป็นการใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นเซลล์ประสาทในสมองส่วนลึก เพื่อช่วยลดอาการซึมเศร้าโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเหมือนยาบางชนิด

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH- Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมองหลายชนิด เช่น ซีโรโทนิน (serotonin) นอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine) และโดปามีน (dopamine) ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเศร้าหมอง เบื่อหน่าย หมดความสนใจในสิ่งต่างๆ ในชีวิต รู้สึกสิ้นหวังไร้ค่า และอาจคิดฆ่าตัวตายได้

สาเหตุของโรคซึมเศร้าเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม, การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง และเหตุการณ์ในชีวิตที่เครียดหรือกระทบกระเทือนจิตใจ เช่น การสูญเสีย การหย่าร้าง การถูกล่วงละเมิด เป็นต้น

ปัจจุบันโรคซึมเศร้ามีการรักษาหลายวิธี เช่น การรักษาด้วยยา, การทำจิตบำบัด และการรักษาด้วย dTMS หรือ Deep Transcranial Magnetic Stimulation คือ การปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปกระตุ้นสมองในจุดที่มีผลต่อโรค เพื่อกระตุ้นทำให้เกิดกระเเสประสาท แล้วทำให้เกิดการหลั่งสารเคมีในสมอง ในการที่จะปรับสมดุลการทำงานของสมองให้เข้าสู่ภาวะปกติและลดการเกิดอาการซึมเศร้าลงได้ โดยการรักษาด้วย dTMS นี้ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ว่ามีความปลอดภัยเเละมีประโยชน์ช่วยในการรักษาโรคซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง มีผลข้างเคียงจากยา ไม่ตอบสนองต่อยาหรือรับประทานยาเกินหนึ่งปีแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น แต่ในปัจจุบันมีการนำ dTMS มาใช้ร่วมกับการรักษาด้วยการทำจิตบำบัดเเละการกินยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรักษาให้ดีขึ้นอีกด้วย

dTMS เป็นการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นบริเวณสมองส่วนหน้าในแต่ละครั้งจะกระตุ้นผ่านหมวกอุปกรณ์ที่ผู้ป่วยสวมใส่ที่ศีรษะโดยจะกระตุ้น 2 วินาที และเว้นพักเป็นระยะเวลา 20 วินาที จึงกระตุ้นซ้ำต่อเนื่องไป 20-30 นาที ผลการตอบสนองต่อการรักษาด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นกับจำนวนครั้งสะสมของการกระตุ้น แต่มีข้อจำกัดในการกระตุ้นแต่ละวัน จึงจำเป็นต้องกระตุ้นต่อเนื่องอย่างน้อย 10-15 วัน หรือเว้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ก่อนรับการรักษาด้วย dTMS จิตแพทย์จะประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยทุกราย

จุดเด่นของ dTMS คือ ให้ผลการรักษาที่ดีกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีอาการรุนแรงและดื้อต่อการรักษาด้วยวิธีอื่นลดอาการด้านลบ ทำให้อาการซึมเศร้าดีขึ้น และวิตกกังวลลดลง เป็นการรักษาที่มีความปลอดภัย มีผลข้างเคียงจากการรักษาค่อนข้างน้อย เป็นวิธีการรักษาที่สามารถใช้ร่วมกับการรักษาวิธีอื่น เช่น การรักษาด้วยการกินยา หรือการรักษาโดยการทำจิตบำบัดได้

อย่างไรก็ตาม โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่สามารถรักษาหายได้ หากรู้ตัวเองเร็วแล้วรีบมารักษา ซึ่งการตรวจหาโรคในระยะเริ่มต้นเป็นส่งสำคัญมาก เบื้องต้นให้สังเกตอาการตัวเองและคนรอบข้างว่า มีอาการเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหรือไม่ หากมีอาการเศร้านานกว่า 2 สัปดาห์ แนะนำให้ไปปรึกษาจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ เปิดตัว‘R FINDS’ แพลตฟอร์มเชื่อมมนต์เสน่ห์ชุมชนท้องถิ่นสู่นักเดินทางทั่วโลก

https://www.naewna.com/lady/849305

โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ เปิดตัว‘R FINDS’  แพลตฟอร์มเชื่อมมนต์เสน่ห์ชุมชนท้องถิ่นสู่นักเดินทางทั่วโลก

โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ เปิดตัว‘R FINDS’ แพลตฟอร์มเชื่อมมนต์เสน่ห์ชุมชนท้องถิ่นสู่นักเดินทางทั่วโลก

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ร่วมกับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล จัดงานเฉลิมฉลองเทศกาล Global Day of Discovery ในวาระครบรอบ10 ปี อันน่าตื่นตาตื่นใจ ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ พร้อมเปิดตัว “R Finds” แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกที่ไม่เพียงเชื่อมโยงนักเดินทางกับผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วโลก แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของเราที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกและยั่งยืนให้กับชุมชน

ภายในงานมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตของบุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ มาเพิ่มสีสันความสนุกให้กับแขกที่มาร่วมงานโดยมี ม.ล.ศรุศักดิ์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ร่วมเป็นประธานและแขกกิตติมศักดิ์อีกมากมาย อาทิ H.E. Mr.Paolo Dionisi – Ambassador of Italy, นพ.วิชัย หงส์จารุ,เอื้อเอ็นดู ดิศกุล ณ อยุธยา, เจษฎ์สุดา บัวเลิศ, ยุพาพรสหวัฒน์, ณัฏฐวัจน์ เชี้ยวบางยาง, ปิยะพรรณ กุศลพัฒน์,วริสรา ศิริมงคลเกษม, อภิชาติ หวั่งหลี เมื่อเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลงานสุดสร้างสรรค์จาก 6 แบรนด์พันธมิตร R FINDS ของไทย ที่นำเสนอสินค้าจากชุมชนสานต่อเสน่ห์ของงานฝีมือดั้งเดิมผสานกับดีไซน์ร่วมสมัย อาทิ กระเป๋าถือสีสันสดใสจาก Mince, ยาหม่องสมุนไพรโบราณในรูปแบบทันสมัยจาก Holen, ผ้าพันคอสุดหรูจาก Narada, งานจักสานจากใบเตยจาก Prodpran, เครื่องประดับลายผ้าขาวม้าจาก Pahkahmah และน้ำอบดอกไม้หอมจาก Nang Loy ซึ่งล้วนสะท้อนถึงเอกลักษณ์อันงดงามของศิลปะไทย

ค้นพบเสน่ห์ของชุมชนทั่วโลกผ่าน R FINDS ได้ที่ http://www.R-Finds.com และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมเรเนซองส์ ได้ที่ http://www.renhotels.com

กาชาด ชวนเริ่มต้นสิ่งดีรับปีใหม่ 2568 ทำบุญบริจาคโลหิตส่งท้ายปีก่อนเดินทาง

https://www.naewna.com/lady/849311

กาชาด ชวนเริ่มต้นสิ่งดีรับปีใหม่ 2568  ทำบุญบริจาคโลหิตส่งท้ายปีก่อนเดินทาง

กาชาด ชวนเริ่มต้นสิ่งดีรับปีใหม่ 2568 ทำบุญบริจาคโลหิตส่งท้ายปีก่อนเดินทาง

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนประชาชนเริ่มต้นสิ่งดีรับปีใหม่ 2568 ทำบุญบริจาคโลหิตส่งท้ายปีก่อนเดินทางในโครงการ “ให้เลือดก่อนปีใหม่ ท่องเที่ยวปลอดภัย โชคดีได้บุญ” ระหว่างวันที่23-31 ธันวาคม 2567 (9 วัน)ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิต 8 แห่งในกรุงเทพมหานคร ผู้บริจาคโลหิตจะได้รับเสื้อยืด “GIVE BLOOD SAVE LIFE” เป็นที่ระลึก

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวันคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และเดินทางท่องเที่ยวมากกว่าช่วงเวลาปกติ ทำให้มีการใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลต่างๆ จึงต้องเตรียมความพร้อมสำรองโลหิต เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที หากมีความต้องการใช้โลหิตอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ จากสถิติการเบิกโลหิตเพื่อสำรองไว้ใช้ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ พบว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติ ถึงร้อยละ 30 สถิติดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 พบว่า ในช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2566-4 มกราคม 2567 เกิดอุบัติเหตุทางถนนรวม 2,288 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 284 ราย และผู้บาดเจ็บ 2,307 ราย

อีกทั้ง หลังจากวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ยังพบว่าปริมาณโลหิตสำรองคงคลังมีจำนวนลดน้อยลง เนื่องจาก เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนเดินทางกลับมาจากภูมิลำเนา และเริ่มทำงานตามปกติ ส่งผลกระทบกับผู้ป่วย ที่มีความจำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษา โดยโลหิตที่ได้รับบริจาคส่วนใหญ่ ร้อยละ 77 ใช้กับผู้ป่วยที่สูญเสียโลหิตเฉียบพลันจากอุบัติเหตุ การผ่าตัด ตกเลือดหลังคลอดบุตร เป็นต้น อีกร้อยละ 23 ใช้กับผู้ป่วยโรคเลือด อาทิ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมียฮีโมฟีเลีย เกล็ดเลือดต่ำ เป็นต้น

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงขอเชิญชวนประชาชนเริ่มต้นสิ่งดีรับปีใหม่ 2568 ร่วมทำบุญสร้างกุศลบริจาคโลหิตส่งท้ายปีก่อนการเดินทาง ในโครงการ“ให้เลือดก่อนปีใหม่ ท่องเที่ยวปลอดภัยโชคดีได้บุญ” ระหว่างวันที่ 23-31 ธันวาคม 2567 (9 วัน) เพื่อเสริมสิริมงคลให้ชีวิต ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย พบแต่ความโชคดี และที่สำคัญเพื่อให้มีโลหิตสำรองเพียงพอใช้ในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที

สามารถบริจาคโลหิต ได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยถนนอังรีดูนังต์ ,หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน สาขาท่าพระ ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง), ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต, โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิต 8 แห่ง ในกรุงเทพฯได้แก่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชกรมแพทย์ทหารอากาศ, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ,สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลตำรวจ, คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช,โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลสิรินธร

ผู้บริจาคโลหิตในโครงการฯจะได้รับเสื้อยืด “GIVE BLOOD SAVE LIFE” เป็นที่ระลึกแทนคำขอบคุณ “บริจาคโลหิตต่อเนื่องทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้ง เพื่อให้มีปริมาณโลหิตที่สม่ำเสมอ และเพียงพอสำหรับผู้ป่วย”

Hidden Gem ซีรี่ส์ร้านสตรีทฟู้ดไทยดังไกลระดับโลก พร้อมเสิร์ฟตำนานของดีทั่วไทยบน Netflix และ Max

https://www.naewna.com/lady/849265

Hidden Gem ซีรี่ส์ร้านสตรีทฟู้ดไทยดังไกลระดับโลก  พร้อมเสิร์ฟตำนานของดีทั่วไทยบน Netflix และ Max

Hidden Gem ซีรี่ส์ร้านสตรีทฟู้ดไทยดังไกลระดับโลก พร้อมเสิร์ฟตำนานของดีทั่วไทยบน Netflix และ Max

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“HIDDEN GEM” ภาพยนตร์สารคดีซีรี่ส์อาหารที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในต่างประเทศ เข้าฉายในไทยแล้ววันนี้ที่ Netflix และ Max พร้อมพาทุกคนไปพบกับเรื่องราวความเป็นที่สุดของเมนูอาหารไทยระดับตำนานทั่วไทย ผ่านเรื่องราวในซีรี่ส์ทั้ง 6 ตอน จากฝีมือการจัดทำโดย ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ (True CJ Creations) และ Ryoii Film ที่ร่วมกันคัดสรรและถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังรสชาติที่ถูกซุกซ่อนหลายจังหวัดในประเทศไทย ของ 6 ร้านในตำนาน เพื่อส่งต่อคุณค่าของอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก

ในแต่ละตอนผู้ชมจะได้พบกับร้านอาหารในตำนานที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น จกโต๊ะเดียว เยาวราช ที่โด่งดังเรื่องอาหารจีนหายากและความอร่อยฉบับต้นตำรับ, หมูย่างโกแก่
เมืองตรัง กับสูตรลับความอร่อยจากแดนใต้, ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง สะพานเหลือง ความอร่อยที่อยู่คู่ย่านสะพานเหลืองมานานหลายสิบปี, โรตีสายไหม แม่ป้อม ตำนานโรตีสายไหมจากอยุธยา,
ตาตือ จิ้มเปรี้ยว เพชรบุรี ร้านอาหารตามสั่งที่โดนใจผู้คนมากมาย และ ข้าวหลามแม่ไข่คงศักดิ์ ข้าวหลามในตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอมหวานที่เผาแบบโบราณไม่เหมือนใคร

นอกจากจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมในไทยแล้ว ภาพยนตร์สารคดีซีรี่ส์ “HIDDEN GEM” ยังถูกยกระดับสู่เวทีโลก โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ THACCA ร่วมกับ ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ และ Ryoii Film ที่นำซีรีส์นี้ไปโปรโมทในงาน Asia TV Forum & Market 2024 ณ มารีนาเบย์แซนส์ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ภายใต้กิจกรรม “THAILAND NETWORKING: THE TOUCH OF THACCA” ซึ่งเป็นเวทีที่เชื่อมโยงคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดสากล โดยในงานได้เชิญ แม่ป้อม เจ้าของร้านโรตีสายไหมเจ้าดังจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย เชฟนิค ณัฐพล ภวไพบูลย์ Executive Chef และเจ้าของร้านวังหิ่งห้อย ไปโชว์ดึงสายไหมและเชิญชวนผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสเสน่ห์ของโรตีสายไหมไทยแบบถึงใจ

พร้อมกันนี้ ยังมีข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ต่างประเทศ เมื่อ Hidden Gem เตรียมขยายเวอร์ชั่นไต้หวัน ผ่านความร่วมมือกับ Moving Visual และ Taiwan+ เพื่อนำเสน่ห์ของวัฒนธรรมอาหาร
สตรีทฟู้ดในไต้หวัน ออกสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกในปีหน้าอีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถรับชมเรื่องราว “ที่สุด” ของความอร่อยจากร้านสตรีทฟู้ดไทย สามารถติดตามชมภาพยนตร์สารคดีซีรี่ส์ชุด “HIDDEN GEM” ทาง Netflix และ Max ได้แล้ววันนี้

3 ธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค รับรางวัลในงาน The Thailanders Top Business Organization & Social Sustainability Impact Awards 2024

https://www.naewna.com/lady/849271

3 ธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค รับรางวัลในงาน The Thailanders Top Business  Organization & Social Sustainability Impact Awards 2024

3 ธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค รับรางวัลในงาน The Thailanders Top Business Organization & Social Sustainability Impact Awards 2024

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ที่ตอกย้ำและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริหารธุรกิจภายใต้ความมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจยุคใหม่ควบคู่กับการดูแลและรับผิดชอบต่อสังคม ล่าสุด เกษมสุข จงมั่นคง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจกอล์ฟ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงินและบริหาร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย อาทร วนาสันตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ ทัวร์ริซึ่ม จำกัด เข้ารับรางวัล 3 รางวัล ในงาน The Thailanders Top Business Organization & Social Sustainability Impact Awards 2024 ซึ่งจัดโดยนิตยสาร The Thailanders สื่อสองภาษาชั้นนำของประเทศไทย เพื่อเผยแพร่ความสำเร็จขององค์กรธุรกิจชั้นนำของประเทศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ โดยมี สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัลที่โรงแรม Park HYATT Bangkok

สำหรับธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค ที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย ธุรกิจศูนย์การค้า ธุรกิจกอล์ฟและธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว โดย ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ รับรางวัล THE THAI LANDERS LEGENDARY FAMOUS SHOPPING CENTER FOR THAILAND TOURISM SUSTAINABILITY 2024 สนามริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ รับรางวัล THE THAILANDERS MOST LUXURY & ELEGANT GOLF COURSE WITH BEST HOSPITALITY SERVICES OF THAILAND 2024 และ โรงแรมทินิดี เทรนดี้ กรุงเทพฯ ข้าวสาร รับรางวัล THE THAI LANDERS MOST MODERN STYLISH DESIGN HOTEL OF BANGKOK 2024 WITH BEST HOSPITALITY LEGEND

จากความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นเครื่องหมายที่การันตีให้เห็นว่า เอ็ม บี เค และธุรกิจในเครือ มีการบริหารงานอย่างมืออาชีพและไม่เคยหยุดนิ่งที่พัฒนาคุณภาพและการบริการด้านต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากที่สุด ขณะเดียวกันยังดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมในทุกมิติ ทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคม และบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจให้แก่องค์กรและสังคมไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนระยะยาว

สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัลฯ ให้กับ เกษมสุข จงมั่นคง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจกอล์ฟ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงินและบริหาร บมจ.เอ็ม บี เค พร้อมด้วย อาทร วนาสันตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว บจ.เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ ทัวร์ริซึ่ม

สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัลฯ ให้กับ เกษมสุข จงมั่นคง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจกอล์ฟ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงินและบริหาร บมจ.เอ็ม บี เค พร้อมด้วย อาทร วนาสันตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว บจ.เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ ทัวร์ริซึ่ม

สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัลฯ ให้กับ เกษมสุข จงมั่นคง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจกอล์ฟ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงินและบริหาร บมจ.เอ็ม บี เค พร้อมด้วย อาทร วนาสันตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว บจ.เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ ทัวร์ริซึ่ม

สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัลฯ ให้กับ เกษมสุข จงมั่นคง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจกอล์ฟ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงินและบริหาร บมจ.เอ็ม บี เค พร้อมด้วย อาทร วนาสันตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว บจ.เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ ทัวร์ริซึ่ม

สองผู้บริหาร เกษมสุข จงมั่นคง และ อาทร วนาสันตกุล กับความสำเร็จและความภูมิใจในครั้งนี้

สองผู้บริหาร เกษมสุข จงมั่นคง และ อาทร วนาสันตกุล กับความสำเร็จและความภูมิใจในครั้งนี้

สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยฯ ร่วมยินดีกับผู้บริหาร บมจ.เอ็ม บี เค

สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยฯ ร่วมยินดีกับผู้บริหาร บมจ.เอ็ม บี เค

เปิดตัว Italasia One Bangkok ครบเครื่องเรื่องกินดื่มแบบฉบับคนเมือง

https://www.naewna.com/lady/849054

เปิดตัว Italasia One Bangkok ครบเครื่องเรื่องกินดื่มแบบฉบับคนเมือง

เปิดตัว Italasia One Bangkok ครบเครื่องเรื่องกินดื่มแบบฉบับคนเมือง

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อิตาเลเซีย (Italasia) ผู้นำเข้าสินค้าชั้นนำจากประเทศอิตาลี นำโดย จักรกฤต เบเนเดทตี้ กรรมการผู้จัดการ และ ฟา เบเนเดทตี้ ผู้บริหารและผู้อำนวยการสายผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์โรงแรม/ร้านอาหารบริษัท อิตาเลเซีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัดจัดงานแกรนด์ โอเพนนิ่ง เปิดตัว Italasia One Bangkok โชว์รูมอิตาเลเซีย ลำดับที่ 36อย่างเป็นทางการ ซึ่งตั้งอยู่ ณ One Bangkokแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางเมือง บนถนนวิทยุและพระราม 4 กับการออกแบบที่หยิบยกเอาเสน่ห์เมื่อครั้งอดีตของบ้านเมืองในย่านนี้มาเป็นแรงบันดาลใจ อันสื่อถึงการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการใช้ชีวิต การอยู่อาศัยของผู้คน ครอบครัว และความสุข

ภายในงานมีเหล่าเซเลบริตี้และแขกคนสำคัญร่วมงานคับคั่ง อาทิ อทิตา สุธาดารัตน์,วิชาดา พูลผล, ชัญญ ธนเพ็ญชาติ, เจนนิภาศรีวิไลฤทธิ์, ฐิติพงษ์ ล้อประเสริฐ, วิมลลักษณ์จงรัตนเมธีกุล, ณิชชา บุณยากร, กิ่งกานต์สลากรธนวัฒน์, ภัคญดา ชุติดนัยกุล, มรุวุตม์บูรณศิลปิน และ เบญจพร ตันพิสัยไพสิฐ ฯลฯ

อิตาเลเซีย วัน แบงค็อก เผยโฉมมาพร้อมดีไซน์คอนเซ็ปต์เรียบง่ายที่ชวนให้นึกถึงความทรงจำดีๆ และวันวานแห่งความสุข มอบกลิ่นอายของตึกรามบ้านช่องอีกทั้งร้านค้าที่ตั้งอยู่ริมทางบน ถนนตรง หรือชื่อที่ใช้เรียกขาน ถนนพระราม 4 ในยุคสมัยก่อน อันโดดเด่นด้วยการประดับตกแต่งที่มักเต็มไปด้วยช่องหน้าต่าง บานเกล็ด และเด่นชัดด้วยลวดลายของบานประตูเหล็ก ซึ่งอิตาเลเซีย วัน แบงค็อก ได้รวบรวมสินค้าอิมพอร์ตระดับพรีเมียมรวมไปถึงเครื่องดื่มไว้อย่างครบครันที่สุด โดยเน้นจำหน่ายสินค้าในรูปแบบ Grab & Go ที่เหมาะสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่และไลฟ์สไตล์คนเมือง รวมถึงพนักงานออฟฟิศและนักท่องเที่ยวที่ต่างต้องการการบริการที่เข้าถึงง่าย สะดวกสบาย และรวดเร็ว

ทั้งนี้ สาขาวัน แบงค็อกยังคงอัดแน่นไปด้วยสินค้าอิมพอร์ตระดับพรีเมียมที่มีให้เลือกสรรหลากหลาย ตั้งแต่ไวน์, เหล้า, สาเก, ชูไฮ, โซจู รวมถึงเครื่องดื่มอีกมากมายจากประเทศอิตาลี, ฝรั่งเศส, สเปน, ออสเตรเลีย, ชิลี หรือจะเป็นเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์อย่าง MONIN, กาแฟ illy ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เทเบิลแวร์ อาทิ แบรนด์ Alessi, Luzerne, Wedgwood, WMF, Cutipol, Chilewich และที่ขาดไม่ได้คือเครื่องแก้วคริสตัลชื่อดังจากประเทศเยอรมนีอย่าง Schott Zwiesel ซึ่งนับว่าเป็นแบรนด์แก้วไวน์ขายดีอันดับหนึ่งของอิตาเลเซีย

Italasia One Bangkok ตั้งอยู่ที่ชั้น B1 โซน Parade เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 094-4356297

ธ.ไทยพาณิชย์ พัฒนาศักยภาพเยาวชน ผ่านศิลปะโครงการ ‘กล้าใหม่…ใฝ่รู้’ ปีที่ 19

https://www.naewna.com/lady/849268

ธ.ไทยพาณิชย์ พัฒนาศักยภาพเยาวชน  ผ่านศิลปะโครงการ ‘กล้าใหม่...ใฝ่รู้’ ปีที่ 19

ธ.ไทยพาณิชย์ พัฒนาศักยภาพเยาวชน ผ่านศิลปะโครงการ ‘กล้าใหม่…ใฝ่รู้’ ปีที่ 19

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเยาวชน จัดการแข่งขันสร้างสรรค์จินตนาการผ่านศิลปะในโครงการ“กล้าใหม่…ใฝ่รู้” ปีที่ 19 ประจำปี 2567 ระดับประถมศึกษา รอบชิงชนะเลิศ เวทีโอกาสที่เป็นมากกว่าการแข่งขัน โดยมีกฤษณ์ จันทโนทก กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี วรวัจน์ สุวคนธ์ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นผู้มอบรางวัล พร้อมด้วยคณะกรรมการตัดสิน ดร.สังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร ผศ.ดร.อภิชาติ พลประเสริฐ หัวหน้าภาควิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.ปทุมมา บำเพ็ญทาน อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และ อาจารย์ธีร์พาทิศ บุญวิจิตรนิธิธร หัวหน้าภาควิชาจิตรกรรมคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมเปิดงาน ณ หอประชุมมหิศร ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ โอกาสนี้ยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการศิลปะ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้”ในหัวข้อ “สานพลังเด็กดี…สร้างสุขในสังคม” จัดแสดงผลงานของน้องๆ ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมระดับภูมิภาค ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่

กฤษณ์ จันทโนทก กล่าวว่า “โครงการ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” ระดับประถมศึกษา เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่ธนาคารภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมพัฒนาศักยภาพเยาวชน เสริมสร้างพัฒนาการ ทักษะการเรียนรู้และประสบการณ์นอกห้องเรียนให้เด็กๆ ได้มีโอกาสวางแผน ลงมือทำจริง ส่งเสริมจินตนาการอย่างเหมาะสมกับช่วงวัยรวมทั้งส่งเสริมทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 พัฒนาคุณลักษณะที่ดี 4 ด้าน (4Cs) ประกอบด้วย การคิดแบบวิจารณญาณ(Critical Thinking) การสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมาย(Communication) การทำงานเป็นทีม (Collaboration) และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) พร้อมปลูกฝังคุณธรรมความดีให้เยาวชนเป็นทั้งเด็กดีและเด็กเก่ง เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ดี ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน”

ดร.สังคม ทองมี กล่าวว่า “โครงการฯ มีการออกแบบกระบวนการแข่งขันที่แตกต่างจากการแข่งขันทั่วไปโดยสิ้นเชิง เปิดโอกาสให้เด็กๆ จากภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศได้มีส่วนร่วม กิจกรรมมีความหลากหลาย ไม่เพียงแต่ให้เยาวชนได้เกิดความคิดสร้างสรรค์ แต่ได้เรียนรู้มากขึ้น นอกจากนักเรียนแล้ว ครูก็มีส่วนร่วมในกิจกรรมไปพร้อมๆ กัน กระบวนการเหล่านี้ทำให้เกิดการพัฒนาการศึกษาด้านศิลปะ ระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมาได้เห็นพัฒนาการของโครงการ ซึ่งครูหรือนักการศึกษาศิลปะสามารถนำไปปรับใช้ได้ เด็กๆ ที่ผ่านจากเวทีนี้ทุกคนมีศิลปะนิสัย ไม่ว่าจะเติบโตไปเรียนสาขาไหน ประกอบอาชีพอะไร สิ่งนี้จะติดตัวไป สามารถนำเอามาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และมีหลายคนที่ใช้ศิลปะเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพด้านศิลปะ”

ผศ.ดร.อภิชาติ พลประเสริฐ กล่าวว่า “โครงการนี้มีความสำคัญในการปลูกต้นกล้าให้กับประเทศ เป็นกล้าใหม่ที่พร้อมจะเติบโตแข็งแรง เพื่อเป็นกำลังสำคัญของชาติ เป็นโครงการที่ธนาคารจัดมาอย่างต่อเนื่อง มีผลลัพธ์ที่ดีต่อการพัฒนาเยาวชนอย่างครบวงจร นอกจากเด็กๆ แล้ว ครูและสถาบันการศึกษาจากทั่วประเทศยังได้มีส่วนร่วม ผมในฐานะผู้ออกแบบกระบวนการแข่งขันได้มีการวางแผนเป็นเวลานานเพื่อให้ออกมาดีที่สุด เป็นวิธีการบ่มเพาะที่มีทฤษฎีรองรับ พยายามเพิ่มเติมให้เด็กได้แสดงศักยภาพความเป็นเด็กออกมาได้มากที่สุด ได้ลงมือทำเอง เกิดประสบการณ์จริง ซึ่งจะเป็นความรู้ที่ยั่งยืน ฝังอยู่ในตัวเด็กสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาตัวเองในด้านอื่นๆ และการดำเนินชีวิตต่อไป”

ปีนี้มีเยาวชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 160 ทีม ทีมละ 4 คนแบ่งการแข่งขันเป็น 4 ภาค ได้แก่ ภาคกลางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ คัดเลือกทีมตัวแทนที่มีผลงานยอดเยี่ยมภาคละ 5 ทีม รวม 20 ทีม เพื่อเข้าร่วมแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ในหัวข้อ “ความดี วิถีไทย” นอกจากการแข่งขันแล้ว น้องๆ ยังได้ไปทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทยเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการทางการเงินการธนาคารของประเทศไทย ชมนิทรรศน์รัตนโกสินทร์และสถานที่สำคัญต่างๆ รอบเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อจุดประกายให้เยาวชนได้ร่วมสืบสานรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป

ผลการแข่งขัน รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนบ้านเอราวัณ จ.เลย รองชนะเลิศ อันดับ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศ เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนพิมานวิทย์นราธิวาส จ.นราธิวาส รางวัลชมเชย 4 รางวัล โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ จ.ภูเก็ต, โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดทุ่งสวน) จ.กำแพงเพชร, โรงเรียนผดุงวิทย์ จ.เพชรบูรณ์ และ โรงเรียนวัดสมัยสุวรรณ จ.สุราษฎร์ธานี

ผลงานของน้องๆ ในรอบชิงชนะเลิศทั้งหมดจะนำไปจัดนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม-15 มีนาคม 2568 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดธนาคาร) เวลา 09.30-16.30 น. ติดตามรายละเอียดได้ทาง Facebook : SCB Challenge “กล้าใหม่…ใฝ่รู้”

AWC เปิดตัว‘Sartoria by Paulo Airaudo’บน‘EA’รูฟท็อป ห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งอิตาเลียนร่วมสมัย โดยเชฟมิชลินสตาร์‘เปาโล อายราวโด’

https://www.naewna.com/lady/849049

AWC เปิดตัว‘Sartoria by Paulo Airaudo’บน‘EA’รูฟท็อป ห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งอิตาเลียนร่วมสมัย โดยเชฟมิชลินสตาร์‘เปาโล อายราวโด’

AWC เปิดตัว‘Sartoria by Paulo Airaudo’บน‘EA’รูฟท็อป ห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งอิตาเลียนร่วมสมัย โดยเชฟมิชลินสตาร์‘เปาโล อายราวโด’

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

AWC เปิดตัว “Sartoria by Paulo Airaudo” ห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งอิตาเลียนร่วมสมัย รังสรรค์โดยเชฟมิชลินสตาร์ “เปาโล อายราวโด” บน “EA” Rooftop at The Empire ไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์คใหม่ล่าสุดของกรุงเทพฯ ดื่มด่ำกับอาหารอิตาเลียนชั้นเลิศ นำเสนอนิยามใหม่ของเมนูอิตาเลียนคลาสสิกจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันโดยเชฟมิชลินสองดาว“เปาโล อายราวโด” เชฟรางวัลมิชลินรวมหกดาวจาก 14 ห้องอาหารชื่อดังทั่วโลกสัมผัสการผสมผสานระหว่างรสชาติอิตาเลียนแบบดั้งเดิมและความคิดสร้างสรรค์สมัยใหม่

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) (AWC) กล่าวว่า “AWCมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับเชฟระดับโลกอย่าง “เปาโล อายราวโด” ที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการนำเสนอคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และศิลปะการปรุงอาหารอย่างมีเอกลักษณ์เพื่อนำความประทับใจในการรับประทานอาหารอิตาเลียนชั้นเลิศมาสู่ประเทศไทย ณ ห้องอาหาร “Sartoria by Paulo Airaudo” ถ่ายทอดเมนูอาหารแห่งสุนทรียรสโดยเชฟผู้ได้รับรางวัลดาวมิชลิน อันทรงเกียรติมาแล้วนับไม่ถ้วน และเป็นที่ยอมรับในฐานะหนึ่งในเชฟแถวหน้าของวงการอาหารระดับโลก

“AWC มุ่งมั่นที่จะสร้างนิยามใหม่ให้กับประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และการบริการ เพื่อสนับสนุนกรุงเทพฯ สู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก โดยห้องอาหารแห่งนี้พร้อมมอบประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนให้แก่ผู้มาเยือนด้วยทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองหลวงและแม่น้ำเจ้าพระยาจากมุมสูง ณ “EA” Rooftop at The Empire ที่ตั้งอยู่บนอาคารระดับแฟลกชิปของ AWC ใจกลางสาทร ร่วมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับวงการอาหาร รวมถึงกำหนดมาตรฐานใหม่ของความเป็นเลิศและนวัตกรรมด้านการบริการให้แก่ประเทศไทย”

เชฟเปาโล อายราวโด กล่าวว่า “Sartoria by Paulo Airaudo ที่ “EA” Rooftop at The Empire เป็นห้องอาหารแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของผมนับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจที่หล่อหลอมเส้นทางอาชีพเชฟของผมตลอดมา ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้นำความเชี่ยวชาญทางด้านอาหารและความหลงใหลในอาหารอิตาเลียนมาสู่กรุงเทพฯ เมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมการปรุงและการรับประทานอาหารที่มีชีวิตชีวาและหลากหลาย ห้องอาหาร “Sartoria by Paulo Airaudo” เป็นการบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังอาหารแต่ละจานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลิ่นอายทางวัฒนธรรมอิตาเลียน”

เชฟเปาโล อายราวโด มีชื่อเสียงจากการนำกรรมวิธีสมัยใหม่มาสร้างสรรค์และเพิ่มคุณค่าให้กับอาหาร อิตาเลียนคลาสสิก หัวใจสำคัญของ “Sartoria by Paulo Airaudo” คือ การกำหนดนิยามใหม่ให้ศิลปะการลิ้มรสอาหารอิตาเลียนชั้นเลิศ ห้องอาหารแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามเหนือกาลเวลาของสไตล์ฟลอเรนซ์และแคว้นทัสคานี โดยแต่ละเมนูได้รับการคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลจากแหล่งวัตถุดิบท้องถิ่นที่ดีที่สุดของเมืองไทยและญี่ปุ่นเพื่อส่งมอบมื้ออาหารอันแสนพิเศษและน่าจดจํา โดยมีเมนูไฮไลท์ คือพาสต้าแคปเปลเลตติสอดไส้เนื้อเป็ดที่ปรุงรสอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟพร้อมเนยและไทม์ซอสและพาสต้าอัลลาชิตาร์รากับกุ้งแดงมาซาล่าทานคู่กับเนยเปรี้ยว

พื้นที่ 375 ตารางเมตร ของห้องอาหาร “Sartoria by Paulo Airaudo” ได้รับการออกแบบมาให้หวนถึงเสน่ห์ของมรดกทางวัฒนธรรมของอิตาลีและความมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ ไฮไลท์สำคัญคือห้องครัวแบบเปิด ที่เชิญชวนให้ผู้มาเยือนได้ชมศิลปะการทำอาหารอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เปี่ยมด้วยความมีส่วนร่วมและอรรถรสที่น่าจดจำ

พร้อมเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ผ่านทาง https://www.sartoriabypauloairaudo.com อีเมล ea.reservations@marriotthotels.com หรือโทร. +66 (0) 2407 1654

Coach ฉลองเทศกาลแห่งความสุข เปิดตัว THE COACH HOLIDAY POP-UP

https://www.naewna.com/lady/849266

Coach ฉลองเทศกาลแห่งความสุข เปิดตัว THE COACH HOLIDAY POP-UP

Coach ฉลองเทศกาลแห่งความสุข เปิดตัว THE COACH HOLIDAY POP-UP

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Coach เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขด้วยการเปิดตัว Coach Holiday Pop-up ที่ได้แรงบันดาลใจจากการเฉลิมฉลองปาร์ตี้วันหยุดในตึก Brownstone สุดไอคอนิคของมหานครนิวยอร์ก และยังดึงเสน่ห์ของงานเลี้ยงวันหยุดสไตล์วิกตอเรียนที่ Upper East Side ผสมผสานด้วยลูกเล่นสุดพิเศษในแบบฉบับของ Coach โดยงานเปิดตัวนี้เหล่าคนดังมากมายมาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น นนน กรภัทร์, ณิชา ณัฏฐณิชา, บลู พงศ์ทิวัตถ์, น้ำตาล ทิพนารี, จูเน่ เพลินพิชญา และ ขุนพล อลัน ไทย และ จั๋ง จากวง BUS

The Coach Holiday Pop-up ตั้งอยู่ที่ ธาราฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม โดยมี The Coach Coffee Shop ที่ตกแต่งให้เข้ากับเทศกาลแห่งความสุขซึ่งได้แรงบันดาลใจจากอาคาร Brownstone หินสีน้ำตาลคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์ของนิวยอร์ก หลังคาและทางเข้าที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีต ตกแต่งด้วยธีมสีแดงสด และหน้าต่างที่มีแสงไฟส่องสว่างเป็นเงาสร้างบรรยากาศของปาร์ตี้ที่สนุกสนาน

เลือกซื้อของขวัญสุดพิเศษจากคอลเลคชั่น Coach Holiday 2024 ที่ออกแบบโดย Stuart Vevers ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นที่เน้นงานฝีมือ ความหรูหรา และการแสดงออกถึงตัวตน โดยนำสไตล์อเมริกันคลาสสิกของ Coach มาตีความใหม่โดยเน้นความทันสมัย ด้วยวัสดุที่หรูหรา สีสันและการตกแต่งให้เข้ากับเทศกาล โดยมีกระเป๋าไอคอนิกอย่าง Quilted Tabby ที่มาในรูปลักษณ์ใหม่ด้วยหนังเมทัลลิกและกำมะหยี่ นอกจากนี้ ยังสามารถถ่ายภาพที่ระลึกในโฟโต้บูธธีมวันหยุดและเพลิดเพลินไปกับขนมและเครื่องดื่มสุดพิเศษที่ The Coach Coffee Shop

เจฟ ซาเตอร์ นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของเมซง วาเลนติโน

https://www.naewna.com/lady/849071

เจฟ ซาเตอร์ นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของเมซง วาเลนติโน

เจฟ ซาเตอร์ นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของเมซง วาเลนติโน

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Maison Valentino ประกาศแต่งตั้งเจฟ ซาเตอร์ ศิลปินมากความสามารถชาวไทยขึ้นเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของเมซง

สำหรับบทบาทใหม่ของเจฟในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของ Maison Valentino เขาได้กล่าวว่า “สำหรับผม แฟชั่นคือ ความสนุกสนานและการสนับสนุนแนวคิดที่ว่าความงามนั้นมีความหมายที่ลึกซึ้งและหลากหลาย การที่ผมได้มาเป็นส่วนหนึ่งของ MaisonValentino และการสร้างสรรค์ของอเล็กซานโดรมิเคเล่ (Alessandro Michele) ทำให้ผมได้เห็นว่าความงามนั้นอยู่ในทุกๆ รายละเอียด ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้และได้เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของ Maison Valentino”

เจฟ ซาเตอร์ เป็นที่รู้จักทั้งในฐานะนักแสดง นักร้อง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ทั้งในวงการเพลงและภาพยนตร์ เขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในปี 2022 จากบทบาทในซีรี่ส์ BL เรื่อง KinnPorsche (2022) ซึ่งเขาได้แสดงและเขียนเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างเพลง “Why Don’t You Stay”นอกจากนี้ ในปีเดียวกัน เขายังดึงดูดความสนใจจากผู้ชมในระดับนานาชาติ ในรายการ “Call Me by Fire Season 3” ซึ่งเป็นรายการเรียลิตี้ร้องเพลงจากประเทศจีน ที่ออกอากาศทาง Mango TV

ในต้นปี 2024 ที่ผ่านมา เจฟ ซาเตอร์ ยังคงความดังและดึงดูดความสนใจจากผู้คนในฐานะเมนเทอร์ในรายการ “Chuang Asia 2024” การแข่งขันเรียลิตี้ระหว่างจีนและไทยโดย Tencent TV อีกทั้ง ยังได้ปล่อยอัลบั้มสตูดิโอเดบิวต์ที่ทุกคนรอคอยอย่าง “Space Shuttle No. 8” ตามมาด้วยการทัวร์เอเชีย ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และมีการแสดงในเมืองต่างๆ เช่น ไทเป ฮ่องกง มะนิลา จาการ์ตา สิงคโปร์ และกรุงเทพฯ

ในเดือนสิงหาคม 2024 เจฟ ซาเตอร์ได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา ในเรื่อง “วิมานหนาม (The Paradise of Thorns) 2024” และยังได้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ ในเพลง “เหมือนวิวาห์ (Rain Wedding)” ผลงานการแสดงของเขาทำให้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ GQ Men of the Year : Actor of the Year Award นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลด้านดนตรีมากมาย รวมถึงคมชัดลึก Best Male Artist, ไนน์ เอนเตอร์เทนSolo Artist of the Year และ 3 รางวัลจาก Spotify Awards for 2024

ในปี 2025 เจฟ ซาเตอร์ มุ่งมั่นที่จะแสดงความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ของเขาต่อไปในฐานะโปรดิวเซอร์ของทีวีซีรี่ส์เรื่อง “Happy Ending” ภายใต้เอเจนซี่ของเขาStudio On Saturn และจะมีส่วนร่วมในเพลงประกอบของโปรเจกท์นี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายในความสามารถของเขา ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เจฟได้สร้างความประทับใจในกรุงปารีสด้วยการเข้าร่วมงานแฟชั่นโชว์ Valentino Pavillon des Folies Spring/Summer 2025 ซึ่งเป็นผลงานแรกของอเล็กซานโดร มิเคเล่ (Alessandro Michele) ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของเมซง

Maison Valentino ยินดีที่จะต้อนรับ เจฟซาเตอร์ ในฐานะหนึ่งในแบรนด์แอมบาสซาเดอร์และตั้งตารอที่จะร่วมงานกับเขาในกิจกรรมต่างๆ ของเมซงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต