องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี จับมือ สยามพิวรรธน์ มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวเกาหลีใต้ แบบเหนือระดับ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811675

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี จับมือ สยามพิวรรธน์  มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวเกาหลีใต้ แบบเหนือระดับ

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี จับมือ สยามพิวรรธน์ มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวเกาหลีใต้ แบบเหนือระดับ

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ลี ฮัก จู รองประธานฝ่ายการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization) และ ปานเทพย์ นิลสินธพ ประธานบริหารสายงานประสบการณ์ลูกค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยไปยังประเทศเกาหลีใต้ ในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบครอบครัว ณ โรงแรมคอนราด กรุงโซล ประเทศเกาหลี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานร่วมงาน

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม ไอซีเอส และสยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีโดยมอบโปรโมชั่นพิเศษเป็นส่วนลดสำหรับผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ สำหรับลูกค้าของศูนย์การค้ากลุ่มสยามพิวรรธน์, โปรโมชั่นพิเศษ, และการประชาสัมพันธ์แคมเปญผ่านทางสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ภายในศูนย์การค้าต่างๆ

แคมเปญพิเศษนี้ จัดขึ้นร่วมกับ “Traveloka” แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2567 เอกสิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้าของศูนย์การค้าในกลุ่มสยามพิวรรธน์เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อมุ่งเป้าไปที่กลุ่ม Top Spender ของประเทศไทย โดย Top Spender ที่มียอดซื้อสินค้าสูงสุดภายในศูนย์การค้าของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ จำนวน 3 ราย จะได้รับ ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ-เกาหลี ในชั้นธุรกิจ รายละ 2 ที่นั่ง พร้อมที่พักระดับ 5 ดาว จำนวน 3 คืน ในกรุงโซล เป็นรางวัล

ปานเทพย์ นิลสินธพ ประธานบริหารสายงานประสบการณ์ลูกค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ศูนย์การค้าในกลุ่มสยามพิวรรธน์ล้วนเป็นโกลบอลเดสติเนชั่น ที่ครองใจลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาโดยตลอด เป็นศูนย์กลางของผู้คนทุกไลฟ์สไตล์ ทุกวัย และทุกสาขาอาชีพที่ต้อนรับลูกค้าวันละกว่า 450,000 คนต่อวัน รวมทั้งยังมีแพลตฟอร์มที่เปิดต้อนรับเข้าถึงลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลา ได้แก่ ONESIAM Application โดยสยามพิวรรธน์มุ่งมั่นในการนำเสนอและมอบประสบการณ์เหนือระดับและแปลกใหม่ให้กับลูกค้าอย่างไร้ขีดจำกัด และมีนโยบายในการทำงานแบบ Co-create & Collaboration กับพันธมิตรทางธุรกิจใน Ecosystem ที่มีครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มสยามพิวรรธน์ ได้ทำงานร่วมกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ในประเทศเกาหลีใต้มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสยามพิวรรธน์ได้นำ K-Culture ในรูปแบบต่างๆ ไปนำเสนอให้กับประชาชนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านแฟชั่น ดนตรีและเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ F&B และด้านการท่องเที่ยว ที่ได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างดีล้นหลาม เช่น คอนเสิร์ต, งานแฟนมิตติ้งครั้งแรกในไทยของศิลปิน K-POP ชื่อดัง, ป๊อปอัพสโตร์ที่มาเปิดเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอื่นๆ อีกมากมาย

“ในวันนี้ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Korea Tourism Organization เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าชาวไทย ผ่านแคมเปญและกิจกรรมต่างๆ และขอขอบคุณที่ Korea Tourism Organization ได้ให้เกียรติสยามพิวรรธน์ ในการเข้าร่วมแคมเปญในครั้งนี้เป็นกลุ่มศูนย์การค้าเดียวในประเทศไทยที่ได้มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ที่ชื่นชอบประเทศเกาหลีใต้ และสนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมในแคมเปญนี้” นายปานเทพย์ กล่าว

ติดตามรายละเอียดสิทธิพิเศษพร้อมกันได้ที่ FB: KTO Thailand และ Facebook : ONESIAM

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี จับมือ สยามพิวรรธน์ มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวเกาหลีใต้ แบบเหนือระดับ

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ลี ฮัก จู รองประธานฝ่ายการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization) และ ปานเทพย์ นิลสินธพ ประธานบริหารสายงานประสบการณ์ลูกค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยไปยังประเทศเกาหลีใต้ ในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบครอบครัว ณ โรงแรมคอนราด กรุงโซล ประเทศเกาหลี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานร่วมงาน

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม ไอซีเอส และสยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีโดยมอบโปรโมชั่นพิเศษเป็นส่วนลดสำหรับผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ สำหรับลูกค้าของศูนย์การค้ากลุ่มสยามพิวรรธน์, โปรโมชั่นพิเศษ, และการประชาสัมพันธ์แคมเปญผ่านทางสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ภายในศูนย์การค้าต่างๆ

แคมเปญพิเศษนี้ จัดขึ้นร่วมกับ “Traveloka” แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2567 เอกสิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้าของศูนย์การค้าในกลุ่มสยามพิวรรธน์เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อมุ่งเป้าไปที่กลุ่ม Top Spender ของประเทศไทย โดย Top Spender ที่มียอดซื้อสินค้าสูงสุดภายในศูนย์การค้าของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ จำนวน 3 ราย จะได้รับ ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ-เกาหลี ในชั้นธุรกิจ รายละ 2 ที่นั่ง พร้อมที่พักระดับ 5 ดาว จำนวน 3 คืน ในกรุงโซล เป็นรางวัล

ปานเทพย์ นิลสินธพ ประธานบริหารสายงานประสบการณ์ลูกค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ศูนย์การค้าในกลุ่มสยามพิวรรธน์ล้วนเป็นโกลบอลเดสติเนชั่น ที่ครองใจลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาโดยตลอด เป็นศูนย์กลางของผู้คนทุกไลฟ์สไตล์ ทุกวัย และทุกสาขาอาชีพที่ต้อนรับลูกค้าวันละกว่า 450,000 คนต่อวัน รวมทั้งยังมีแพลตฟอร์มที่เปิดต้อนรับเข้าถึงลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลา ได้แก่ ONESIAM Application โดยสยามพิวรรธน์มุ่งมั่นในการนำเสนอและมอบประสบการณ์เหนือระดับและแปลกใหม่ให้กับลูกค้าอย่างไร้ขีดจำกัด และมีนโยบายในการทำงานแบบ Co-create & Collaboration กับพันธมิตรทางธุรกิจใน Ecosystem ที่มีครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มสยามพิวรรธน์ ได้ทำงานร่วมกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ในประเทศเกาหลีใต้มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสยามพิวรรธน์ได้นำ K-Culture ในรูปแบบต่างๆ ไปนำเสนอให้กับประชาชนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านแฟชั่น ดนตรีและเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ F&B และด้านการท่องเที่ยว ที่ได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างดีล้นหลาม เช่น คอนเสิร์ต, งานแฟนมิตติ้งครั้งแรกในไทยของศิลปิน K-POP ชื่อดัง, ป๊อปอัพสโตร์ที่มาเปิดเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอื่นๆ อีกมากมาย

“ในวันนี้ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Korea Tourism Organization เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าชาวไทย ผ่านแคมเปญและกิจกรรมต่างๆ และขอขอบคุณที่ Korea Tourism Organization ได้ให้เกียรติสยามพิวรรธน์ ในการเข้าร่วมแคมเปญในครั้งนี้เป็นกลุ่มศูนย์การค้าเดียวในประเทศไทยที่ได้มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ที่ชื่นชอบประเทศเกาหลีใต้ และสนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมในแคมเปญนี้” นายปานเทพย์ กล่าว

ติดตามรายละเอียดสิทธิพิเศษพร้อมกันได้ที่ FB: KTO Thailand และ Facebook : ONESIAM

AESLA ตอกย้ำเทรนด์ ‘Potenza’ จัดประชุมวิชาการยกระดับมาตรฐานการแพทย์ไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811625

AESLA ตอกย้ำเทรนด์ ‘Potenza’ จัดประชุมวิชาการยกระดับมาตรฐานการแพทย์ไทย

AESLA ตอกย้ำเทรนด์ ‘Potenza’ จัดประชุมวิชาการยกระดับมาตรฐานการแพทย์ไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.35 น.

 ‘AESLA’ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ชั้นนำด้านความงามระดับโลก จัดงานประชุมเชิงวิชาการ “Unlocking Next-Level RF Microneedling in Aesthetics: Unveiling The New Technique” By Potenza’s Professionals เพื่ออัปเดตเทรนด์ความงามในปี 2024 และยกระดับมาตรฐานการแพทย์ด้านความงามในประเทศไทย ตลอดจนถึงถ่ายทอดความรู้ แชร์ผลการวิจัย เทคนิคเคล็ดลับ และประสบการณ์เชิงลึกในการใช้งานนวัตกรรม Potenza จากแบรนด์ Cynosure ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับเป็น “The world’s first 4-Mode RF Microneedling” ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก U.S.FDA และ Gold Standard ซึ่งหลังจากที่เทรนด์ความงามในด้านการยกกระชับผิวกำลังมาแรง รวมถึงเทคโนโลยีในกลุ่ม RF Microneedling เริ่มเป็นที่นิยมและถูกพูดถึงมากขึ้นในปี 2024 ทำให้มีแพทย์มาเข้าร่วมเป็นจำนวนมากกว่า 150 คน นับว่าเป็นเวิร์กชอป Potenza ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมาในประเทศไทย

โดยงาน “Unlocking Next-Level RF Microneedling in Aesthetics: Unveiling The New Technique” By Potenza’s Professionals จัดขึ้น ณ Institute of Dermatology หรือ สถาบันโรคผิวหนัง บริเวณห้องประชุมมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ชั้น 20 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากแพทย์ชั้นนำระดับประเทศที่มาร่วมถ่ายทอดความรู้ , อัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีความงาม ตลอดจนถึงแชร์ผลการวิจัย เทคนิคเคล็ดลับ และประสบการณ์เชิงลึกในการใช้งาน Potenza ได้แก่ นพ.วิชัย หงส์จารุ, นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล, พญ.รสริน คุปต์วิวัฒน์, พญ.กุหลาบ จิตต์มิตรภาพ และ นพ.สราวุธ เหล่ากิจรุ่งโรจน์

โดยในพาร์ตของการบรรยายช่วงเช้า เริ่มต้นด้วยหัวข้อ “ยกระดับการรักษาด้วย 4 โหมดของ Potenza ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด” โดย นพ.วิชัย หงส์จารุ, “การใช้ Potenza ในด้าน Facial Design และผลักยา” โดย นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล นอกจากนั้นยังมีการอัปเดตข้อมูลหัวทิปตัวใหม่อย่าง “CP-25” ซึ่งเป็น หัว Fusion Tip ที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม , “อัปเดตผลการวิจัยการใช้ Potenza ในการแก้ปัญหาผิว จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล” โดย พญ.รสริน คุปต์วิวัฒน์ ก่อนที่จะตามมาด้วยช่วง Panel Discussion ของทั้ง 3 ท่าน

ในช่วงบ่ายเริ่มต้นด้วยพาร์ต Experience Sharing Session โดย พญ.กุหลาบ จิตต์มิตรภาพ และ นพ.สราววุธ เหล่ากิจรุ่งโรจน์ ก่อนจะเป็นช่วงสาธิตเชิงปฏิบัติการ “Live  Demonstration” โดย นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล หรือ “คุณหมอโอ๊ค” ซึ่งประกอบไปด้วยสาธิตการยกกระชับ, ปรับรูปหน้า, แก้ปัญหาริ้วรอย รวมไปถึงการใช้ Potenza ในการผลักยา ซึ่งถือเป็นช่วงที่แพทย์ผู้เข้าร่วมงานให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในเชิงเทคนิคอย่างละเอียด ก่อนจะปิดท้ายด้วยช่วง Q&A Session โดยตลอดงานยังได้รับเกียรติจาก พญ.นัทยา วรวุทธินนท์ มาเป็น Moderator ในการดำเนินงานอีกด้วย

นพ.วิชัย หงส์จารุ เปิดเผยว่า เทคโนโลยีของ Potenza เข้าขั้นเป็น Advanced RF Microneedling เพราะว่าสามารถเลือกปรับโหมดได้ทั้ง Monopolar และ Bipolar ขณะเดียวกันยังสามารถปรับความถี่ได้ทั้ง 1 และ 2 MHz รวมเป็น 4 โหมด ทำให้ใช้งานได้ในหลายระดับชั้นผิวอย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น ประสิทธิภาพเห็นชัดมากยิ่งขึ้น

ส่วน นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล ได้อธิบายถึงความนิยมของ Potenza ที่สอดคล้องกับเทรนด์ความงามในปี 2024 “Potenza เป็น RF Microneedling ซึ่งมาแรงมาก ๆ ในช่วง 2-3 ปีมานี้ เนื่องจากสามารถใช้งานได้หลากหลายมาก นอกจากนั้นปัจจุบันก็ยังมีงานวิจัยใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับการช่วยเสริมการรักษาฝ้า หรือลดก้อนไขมันต่างๆ ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย รวมถึงจุดเด่นเรื่องหัวทิปที่ช่วยในการผลักยา ซึ่ง Drug delivery เป็นอีกหัวข้อที่สำคัญมากๆ ในยุคนี้ เพื่อทั้งบำรุงและแก้ไขปัญหาผิวไปได้พร้อมๆ กันในคราวเดียว

ก่อนจะกล่าวเสริมถึง Fusion Tip ตัวใหม่อย่าง CP-25 ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจาก CP-21 ภายใต้สโลแกน 280% larger, 250% faster, 100% better เพื่อยกระดับผลลัพธ์และสามารถใช้ในการรักษาได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น “CP-25 เป็นหัวทิปใหม่ที่พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์สำหรับการผลักยาจาก CP-21 ที่ทำงานได้ดีมากแล้ว แต่ตัว CP-25 ได้เพิ่มพื้นที่ ทำให้ครอบคลุมการรักษาได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น แล้วก็แม่นยำขึ้น เนื่องจากหัวดีไซน์เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ มันตอบโจทย์และทำงานได้ง่ายขึ้นมาก ซึ่งตอบโจทย์กับคุณหมอที่นำไปใช้ในการรักษากับคนไข้ได้เป็นอย่างมากเลยล่ะครับ” ถือเป็นการเพิ่มตัวเลือกในการรักษาที่หลากหลาย เติมเต็มฟังก์ชันการใช้งานของ Potenza ให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมอย่างครบวงจร ตอบโจทย์เทรนด์ความงามในปี 2024 ที่เน้นทั้งด้านผลลัพธ์ที่เห็นผลชัดและความรวดเร็วในการใช้งานอย่างแท้จริง

-(016)

ป.ป.ส.เชิญชวนเยาวชนร่วมส่งผลงานประกวดคลิป วิดีโอสั้น ‘Be Smart Say No to Drugs’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811618

ป.ป.ส.เชิญชวนเยาวชนร่วมส่งผลงานประกวดคลิป วิดีโอสั้น 'Be Smart Say No to Drugs'

ป.ป.ส.เชิญชวนเยาวชนร่วมส่งผลงานประกวดคลิป วิดีโอสั้น ‘Be Smart Say No to Drugs’

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.25 น.

ป.ป.ส. เชิญชวนเยาวชนร่วมกิจกรรมสื่อสาร สร้างสรรค์ รู้เท่าทัน ยาบ้า (Be Smart Say No to Drugs) ส่งผลงานประกวดคลิป วิดีโอสั้น ภายใต้คอนเซปต์ “How to say no to Yaba ?” ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 24,000,000 ล้านบาท มุ่งผลักดันคนรุ่นใหม่ห่างไกลจากยาบ้า

สืบเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน อัตราของผู้ติดยาเสพติดยังคงสูงและอยู่ในวัยเยาวชนที่แนวโน้มจะมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ โดยในประเทศไทยยาเสพติดที่มีการแพร่ระบาดและมีการเสพติดสูงสุด คือ ยาบ้า ทั้งนี้ จากข้อมูลของผู้ติดยาเสพติดพบว่าอายุเฉลี่ยของการใช้ยาเสพติดในครั้งแรก คือ 15-19 ปี ถือว่าเป็นช่วงวัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ในปัจจุบัน เยาวชนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่ายและรวดเร็วผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีอยู่มากมาย หลายข้อมูลไม่ผ่านการกลั่นกรอง บิดเบือนทำให้โดนชักจูงเข้าสู่วงจรเสพยาเสพติดได้โดยง่าย โดยเฉพาะ ยาบ้า ซึ่งจัดเป็นยาเสพติดที่เป็นปัญหาสูงสุดของประเทศไทย

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เปิดเผยว่า “นโยบายปัจจุบันมุ่งเน้นให้หมู่บ้าน/ชุมชน มีความปลอดภัยจากปัญหายาบ้า สร้างความเชื่อมั่น ความพึงพอใจของประชาชน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี นำความปลอดภัยมาสู่ประชาชน ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ได้กำหนดเป้าหมาย ลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด และยกเป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องได้รับการแก้ไขให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายในการป้องกันยาเสพติดที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก คือ กลุ่มเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 13-19 ปี ซึ่งเป็นวัยรุ่นที่มีพลังสร้างสรรค์ ถือเป็นกลไกการขับเคลื่อนงานป้องกันยาเสพติดที่สำคัญที่จะเข้ามามีส่วนร่วมสร้างสังคมปลอดภัยจากยาเสพติด”

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) โดย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์  หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เปิดเผยว่า “ในฐานะที่สำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนงานยาเสพติดของประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้กับเด็กและเยาวชน จึงได้กำหนดนโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และแก้ใขปัญหายาเสพติด พ.ศ.2566 – 2570 โดยเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติดให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กและเยาวชน ผ่านการเรียนการสอน รวมถึงช่องทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียในปัจจุบัน นับเป็นช่องทางสำคัญที่สามารถสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนได้อย่างทั่วถึง อีกทั้ง สอดคล้องกับความสนใจของช่วงวัย ทั้งนี้ เพื่อให้การสื่อสารถึงเยาวชนเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเฉพาะการสื่อสารให้รู้เท่าทันโทษพิษภัย ยาบ้า ที่เป็นปัญหายาเสพติดของประเทศไทย”

สำนักงาน ป.ป.ส. จึงได้สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ภายใต้ชื่อกิจกรรมสื่อสาร สร้างสรรค์ รู้เท่าทันยาบ้า (Be Smart Say No to Drugs) ซึ่งเป็นการประกวดคลิปวิดีโอสั้น (ไม่เกิน 1 นาที) ผ่านแพลตฟอร์มติ๊กต็อก (TikTok) ภายใต้คอนเซปต์ “How to say no to Yaba ?” ผู้ส่งผลงานอายุ 13 – 19 ปี ที่กำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า ในสถานศึกษาทั่วประเทศ

การประกวดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ (1) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า (ทีมละ 2-5 คน)  และ (2) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ทีมละ 2-5 คน) โดยในแต่ละทีมจะต้องอยู่สถานศึกษาเดียวกัน สำหรับการคัดเลือกผลงาน จะเริ่มคัดเลือกตั้งแต่ระดับอำเภอจำนวน 878 อำเภอ แล้วคัดเลือกทีมชนะเลิศแต่ละอำเภอ มาแข่งขันเป็นตัวแทนของจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้ามาตัดสินในระดับประเทศต่อไป

โดยชิงเงินรางวัลรวมทุกระดับกว่า 24 ล้านบาท ทั้งนี้ กิจกรรมสื่อสาร สร้างสรรค์ รู้เท่าทัน ยาบ้า (Be Smart Say No to Drugs) เริ่มเปิดรับผลงานตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยสามารถส่งผลงานผ่านช่องทางwww.besmartsaynotodrugs.com

กิจกรรมนี้ มุ่งหวังที่จะสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้กับเยาวชน ให้ห่างไกลจากยาบ้า และรับรู้ถึงโทษพิษภัยผลกระทบจากการใช้ยาเสพติด การใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการสร้างการรับรู้จึงถือเป็นเครื่องมือหลักในการที่จะช่วยสื่อสาร และเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงในการเข้าถึงเยาวชน ได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังต้องการที่จะให้เยาวชน รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และสร้างสรรค์สื่อที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

ทั้งนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัล สำนักงาน ป.ป.ส. จะนำมาใช้ในการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อสร้างกระแสให้เยาวชนห่างไกลจากยาบ้า พร้อมทั้ง ดำเนินการตามแผนงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยผ่านกลไกในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ เพื่อมุ่งหวังให้เยาวชนมีทักษะการใช้ชีวิตให้ห่างไกลจากยาเสพติด พร้อมทั้งรู้เท่าทันโทษพิษภัยยาบ้า สามารถใช้ชีวิตและเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพเป็นกำลังพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง http://www.besmartsaynotodrugs.com /   Facebook : Be Smart Say No to Drugs / Tiktok : besmartsaynotodrugs ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

-(016)

ถอดบทเรียนแนวคิด Oral Frailty – ฟันดี 80/20 ก้าวข้ามดูแลสุขภาพช่องปากแบบเดิม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811612

ถอดบทเรียนแนวคิด Oral Frailty - ฟันดี 80/20 ก้าวข้ามดูแลสุขภาพช่องปากแบบเดิม

ถอดบทเรียนแนวคิด Oral Frailty – ฟันดี 80/20 ก้าวข้ามดูแลสุขภาพช่องปากแบบเดิม

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.13 น.

สำนักทันตฯแพร่รายงาน ชี้สูงวัย 80-85 ปี มีฟันถาวรเฉลี่ย 11.7 ซี่ต่อคน ร้อยละ 27.7 เท่านั้นที่มีฟันถาวรใช้งาน 20 ซี่ ขณะที่สูงอายุตอนต้น เจอปัญหาช่องปากยังไม่ได้รับการรักษา ร้อยละ 74.3 เหงือกอักเสบ ร้อยละ 48.7 เป็นโรคปริทันต์อักเสบ และร้อยละ 18.7 เป็นโรคปริทันต์อักเสบระดับรุนแรง

หมอฟัน มธ. โชว์ความสำเร็จนโยบาย 80/20 ของญี่ปุ่น จนเกิดนโยบายดูแลสุขภาพช่องปากแบบใหม่มีความเป็นองค์รวมมากขึ้น ย้ำชัด ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แบบ จึงไม่ได้มีเพียงโรคที่ปรากฎในช่องปากเท่านั้น แต่จะรวมถึงการทำงานของอวัยวะช่องปากที่เสื่อมลงตามวัย มาคู่กับปัญหาด้านสุขภาพที่ย่ำแย่

เมื่อเร็วๆนี้ มูลนิธิทันตสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และโครงการการพัฒนาเครือข่ายสังคมเพื่อการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ฟันดี 80/20 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสรุปผลการดำเนินงาน ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตริช คอนเวนชั่น นนทบุรี

ทพญ.วรางคนา เวชวิธี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ในฐานะผู้จัดการโครงการฯ ฟันดี 80 20 กล่าวถึงสถานการณ์ผู้สูงอายุว่า นับจากปี 2566 เป็นต้นไปประเทศไทยจะมีจำนวนประชากรที่สูงอายุจะเพิ่มขึ้นปีละ 1 ล้านคน ผู้สูงอายุ 60 ปีวันนี้ จะมีชีวิตอยู่เฉลี่ยอีก 20 ปี ฉะนั้น ผู้สูงอายุหากอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีและกินดี อายุ 80 ปี จำเป็นต้องมีฟันถาวรใช้งานได้เฉลี่ย 20 ซี่

ผู้จัดการโครงการฯ ฟันดี 8020 กล่าวถึงการพัฒนาเครือข่ายสังคมเพื่อการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ฟันดี 8020 พื้นที่นำร่อง 10 จังหวัด ได้แก่ จ.ลำพูน ,แพร่ ,สิงห์บุรี ,นครปฐม ,บุรีรัมย์ ,มหาสารคาม ,สุราษฎร์ธานี ,ปัตตานี ,ศูนย์บริการสาธารณสุขที่ 25 จุฬาลงกรณ์ ,ศูนย์บริการสาธารณสุขที่5 ห้วยขวาง กทม.) ถือเป็นจังหวัดที่มีผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) มีจำนวนผู้สูงอายุมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโดยรวม

“บางจังหวัด เช่น แพร่ จำนวนผู้สูงอายุทะลุ 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) การทำงานระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี โครงการฯ ได้เข้าไปหนุนเสริมพลังชุมชนช่วยทำงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากให้กับผู้สูงอายุในพื้นที่”

ทพญ.วรางคนา ชี้ว่า ปัญหาสุขภาพช่องปาก ลดการสูญเสียฟันในผู้สูงอายุนั้น หากรอให้มีปัญหาแล้วไปรับบริการจะไม่ทันกาล ดังนั้นการป้องกันถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ขณะที่เจ้าหน้าที่ทันตสาธารณสุขมีจำนวนไม่เพียงพอ เพราะต้องปฏิบัติงานด้านการรักษาเป็นหลัก ไม่สามารถลงไปให้ความรู้เชิงป้องกันได้ ทางโครงการฯ ฟันดี 8020 จึงเข้าไปพัฒนาเครือข่ายทั้ง อสม. แกนนำในชุมชน ผู้นำศาสนาใน 10 พื้นที่นำร่อง เข้าไปสร้างความรับรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับโรคในช่องปาก การดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตัวเอง ครอบครัว และคนในชุมชน รวมถึงการเพิ่มโอกาสในการเข้ารับบริการทางด้านทันตกรรม

ทพญ.วรางคนา กล่าวถึงระบบนิเวศน์ของผู้สูงอายุ โครงการฯ ฟันดี 8020 ได้สร้างคนในชุมชนช่วยกันดูแลสุขภาพช่องปาก มีการพัฒนาการใช้เครื่องมือคัดกรอง และประเมินตนเอง จัดระบบข้อมูลที่สนับสนุนการดูแลสุขภาพช่องปาก ก่อนมีการส่งต่อเพื่อรับการรักษา

ขณะที่ นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการ สสส.และรักษาการ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9 ) กล่าวถึงสถิติผู้สูงอายุ ปี 2565 อายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนกว่า 12 ล้านคน แต่กลับพบว่า ผู้สูงอายุได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากน้อยมาก เพียงร้อยละ 5.78 (ปี 2566) สสส.เป็นอีกหน่วยงานที่เข้าไปการสร้างเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ โดยเฉพาะด้านสุขภาพ อย่างโครงการฯ ฟันดี 8020 จะเป็นตัวอย่างให้พื้นที่อื่นๆ ได้เรียนรู้ร่วมกัน การดูแลสุขภาพช่องปาก สุดท้ายจะมีข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนให้ผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุ 80 ปี มีฟันดีอย่างน้อย 20 ซี่ รวมถึงเห็นภาพการทำงานต้องเชื่อมโยง ประสานกับหน่วยงานไหนบ้าง เป็นต้น

ด้าน ดร.ทพญ.สิริมา กุลวานิช คณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงสภาวะสุขภาพช่องปากกับภาวะเปราะบางของผู้สูงอายุว่า แนวคิด Oral Frailty หรือภาวะช่องปากอ่อนแอ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2013 Japan Society Of Gerodontology นำเสนอแนวคิดเรื่องการป้องกันภาวะเปราะบาง โดยอธิบายความเกี่ยวข้องกับสภาวะอ่อนแอในช่องปาก นำสู่ภาวะเปราะบางของร่างกาย ผ่านกลไกการเกิดทุพพลภาพ และภาวะสูญเสียกล้ามเนื้อในผู้สูงวัย

“แนวคิด Oral Frailty เป็นแนวคิดใหม่ที่ก้าวข้ามกรอบแนวคิดการดูแลสุขภาพช่องปากแบบเดิมที่นอกจากควบคุมโรคในช่องปากแล้วยังเน้นย้ำให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลโครงสร้างอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับช่องปากให้สามารถใช้งานได้ดี”

ดร.ทพญ.สิริมา ระบุ และว่า ปัจจุบันมีหลักฐานทางวิชาการอธิบายความสัมพันธ์ภาวะทุพโภชนาการจากการกินไม่ได้ การอักเสบติดเชื้อในช่องปาก ส่งผลต่อการอักเสบทั่วร่างกาย ซึ่งความสำเร็จของนโยบาย 80/20 ของญี่ปุ่น ทำให้เกิดนโยบายดูแลสุขภาพช่องปากแบบใหม่ที่มีความเป็นองค์รวมมากขึ้น ซึ่งไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แบบ และไม่ได้มีเพียงโรคที่ปรากฎในช่องปากเท่านั้น แต่จะรวมถึงเรื่องของการทำงานของอวัยวะช่องปากที่เสื่อมลงตามวัยควบคู่กับปัญหาด้านสุขภาพโดยรวมที่ย่ำแย่ลงด้วย ดังนั้นทิศทางการส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุของไทย จึงควรหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้มากขึ้น

ทั้งนี้ โครงการฯ ฟันดี80/20 สอดรับกับผลรายงานผลสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ.2566 ของสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ฉบับล่าสุด โดยความน่าสนใจของผลการสำรวจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ 60-74 ปี และ 80-85 ปี พบว่า สถานการณ์การมีฟันถาวรใช้งานในกลุ่มผู้สูงอายุ 60-74 ปีมีฟันถาวรเฉลี่ย 19.6 ซี่ต่อคน ร้อยละ 60.9 มีฟันถาวรใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ ร้อยละ 43.7 มีฟันหลังสบกันอย่างน้อย 4 คู่สบ

ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุตอนปลาย 80-85 ปี มีฟันถาวรเฉลี่ย 11.7 ซี่ต่อคน ร้อยละ 27.7 มีฟันถาวรใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ และร้อยละ 15.7 มีฟันหลังสบกันอย่างน้อย 4 คู่สบ

นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้สูงอายุตอนต้นส่วนหนึ่งยังคงมีปัญหาในช่องปากที่ยังไม่ได้รับการรักษา โดยร้อยละ 74.3 มีสภาวะเหงือกอักเสบ ร้อยละ 48.7 เป็นโรคปริทันต์อักเสบ และร้อยละ 18.7 เป็นโรคปริทันต์อักเสบระดับรุนแรง ร้อยละ 60 มีฟันผุบริเวณตัวฟันที่ยังไม่ได้รักษา เฉลี่ย 2.1 ซี่ต่อคน ร้อยละ 35.5 มีรากฟันผุที่สัมพันธ์กับเหงือกร่นเฉลี่ย 0.9 ซี่ต่อคน ร้อยละ 3.7 มีภาวะปากแห้งน้ำลายน้อย ซึ่งปัญหาเหล่านี้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและทันเวลา จะมีโอกาสลุกลามนำไปสู่ความเจ็บปวดและสูญเสียฟันได้

ขณะที่สำนักทันตกรรมฯแพร่รายงาน ชี้สูงวัย 80-85 ปี มีฟันถาวรเฉลี่ย 11.7 ซี่ต่อคน ร้อยละ 27.7 เท่านั้นที่มีฟันถาวรใช้งาน 20 ซี่ ขณะที่สูงอายุตอนต้น เจอปัญหาช่องปากยังไม่ได้รับการรักษา ร้อยละ 74.3 เหงือกอักเสบ ร้อยละ 48.7 เป็นโรคปริทันต์อักเสบ และร้อยละ 18.7 เป็นโรคปริทันต์อักเสบระดับรุนแรง

-(016)

‘น้ำมันงาดำสกัดเย็นไทย’สร้างชื่อระดับโลก คว้าเหรียญทองจากเวทีนวัตกรรมนานาชาติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811577

'น้ำมันงาดำสกัดเย็นไทย'สร้างชื่อระดับโลก คว้าเหรียญทองจากเวทีนวัตกรรมนานาชาติ

‘น้ำมันงาดำสกัดเย็นไทย’สร้างชื่อระดับโลก คว้าเหรียญทองจากเวทีนวัตกรรมนานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 12.33 น.

สร้างชื่อให้กับประเทศไทยดังไกลไปทั่วโลก หลังจากที่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้นำผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมของนักวิจัย และนักประดิษฐ์ ตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประกวดในงาน“The 7th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2024”ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 มิถุนายน 2567 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ผ่านมา ซึ่งผลการประกวดในครั้งนี้ปรากฏว่าน้ำมันงาดำสกัดเย็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรทริว่าแบล็คซีดส์สามารถคว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวทีระดับโลกมาครองได้สำเร็จได้แก่รางวัลเหรียญทองและรางวัลพิเศษ WIIPA SPECIAL AWARD(วีป้า สเปเชียล อวอร์ด) โดยมี นายสถาพร ปานศักดิ์ และ นายอนัส ประทีปสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิวทริชั่น ไซเอนซ์ แลบบอราทอรี่ (ประเทศไทย) จํากัดเจ้าของแบรนด์โปรทริว่า แบล็คซีดส์ และ บริษัท ชีวา ออร์แกนิค จำกัด นำทีมเข้ารับรางวัลแห่งความสำเร็จ ถือเป็นความภาคภูมิใจและตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับวงการอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทยสู่ระดับสากล

และเมื่อเวลา 21.00 น. ที่ผ่านมา 2 ผู้บริหารคนเก่ง ได้เดินทางกลับสู่ประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมินายอนัส ประทีปสุวรรณ กรรมการผู้จัดการฯ ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัล เหรียญทอง-รางวัลพิเศษ จากเวทีประกวดในครั้งนี้ว่า “พวกเราดีใจมากครับที่น้ำมันงาดำสกัดเย็น โปรทริว่า แบล็คซีดส์ ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยไปคว้ารางวัลในระดับโลก ซึ่งก็คือ รางวัลเหรียญทอง และ รางวัลพิเศษ WIIPA SPECIAL AWARD ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจขององค์กรเรามากๆครับ เพราะรางวัลเหรียญทองจากงานThe 7th  China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2024 เป็นรางวัลที่มอบให้กับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย องค์กรเอกชน ที่มีผลงานวิจัยที่โดดเด่น ส่วนรางวัล WIIPA SPECIAL AWARDคือรางวัลพิเศษที่มอบให้กับโครงการที่มีศักยภาพสูง เป็นโครงการใหม่ ที่มีนวัติกรรมใหม่ มีความริเริ่มสร้างสรรค์ มีประโยชน์ต่อสังคม สามารถดึงนวัตกรรมมาใช้และเห็นผลลัพธ์ได้จริง

ต้องขอบคุณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ขอบคุณท่าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ที่ให้โอกาสให้น้ำมันงาดำสกัดเย็นได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ แล้วก็ขอบคุณทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สำหรับการวิจัยในตัวของผลิตภัณฑ์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำหรับการวิจัยในสารสกัด”

ทางด้านนายสถาพร ปานศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ เผยต่ออีกว่า น้ำมันงาดำสกัดเย็นได้มีการทำวิจัยในตัวของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การวิจัยในตัวของ รอ แมททีเรียล(Raw Material)ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงยืนยันได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงในแง่โครงสร้างของเซลล์ และช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกอ่อน สามารถช่วยลดการอักเสบของเซลล์ต่างๆ ลงได้จริงเรียกว่าเป็นซุปเปอร์ฟู้ดที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก

“น้ำมันงาดำสกัดเย็นถือเป็นซุปเปอร์ฟู้ดที่มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะจากงานวิจัยที่เราได้ทำในครั้งนี้เป็นการยืนยันว่าน้ำมันงาดำสกัดเย็นของ โปรทริว่า แบล็คซีดส์ช่วยลดการอักเสบ และสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกอ่อนได้จริง เหมาะสำหรับกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องของข้อเข่า เจ็บเข่า ข้อเข่าเสื่อมต่างๆ ก็จำเป็นที่จะต้องมีการเสริมสร้าง-ดูแลเข่า กลุ่มที่สองก็คือกลุ่มของคนที่ใช้ร่างกายค่อนข้างหนัก เริ่มมีภาวะของออฟฟิศซินโดรม ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง ร้าวลงขา ก็สามารถใช้น้ำมันงาดำสกัดเย็นเข้ามาดูแลได้

ซึ่งตรงนี้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้จากผลการวิจัยในระดับเซลล์ โดย ม.เทคโนโลยีสุรนารี ที่ได้มีการเอาเซลล์ที่เราสนใจหรืออยากเห็นการเปลี่ยนแปลงว่าสามารถกระตุ้นเซลล์นั้นได้จริงหรือไม่ยกตัวอย่างเช่น เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของเซลล์กระดูกอ่อนว่าสามารถเพิ่มขึ้นได้จริงไหมซึ่งเมื่อได้รับน้ำมันงาดำสกัดเย็นเข้าไปแล้ว ก็ปรากฏว่า 21 วัน ตัวเซลล์กระดูกอ่อนก็สามารถสร้างตัวเองขึ้นมาได้อย่างมีนัยสำคัญ หรือส่วนของการอักเสบของร่างกาย เราก็เอาเซลล์ตามข้อต่อต่างๆ มาทดลองภาวะการลดการอักเสบ ซึ่งก็สามารถลดได้จริง และเร็วๆ นี้จะมีการต่อยอดนวัตกรรมน้ำมันงาดำสกัดเย็นเข้าร่วมวิจัยกับทางสถาบันวิจัยที่ประเทศเยอรมณี ซึ่งจะเป็นการทดลองที่สูงกว่าการทดลองในไทย ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นการยืนยันคุณภาพอีกระดับของผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี”

เรียกว่าเป็นข่าวดีของวงการอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไทยที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศ และต่างประเทศ สร้างความภาคภูมิใจ ความเชื่อมั่น ความมั่นใจให้กับผู้บริโภค  และยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับผลิตภัณฑ์ไทยดังไกลถึงต่างประเทศอีกด้วย

แจ้งข่าวเศร้า ‘โฉมฉาย ฉัตรวิไล’ ดาราอาวุโส เสียชีวิตแล้ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811791

แจ้งข่าวเศร้า 'โฉมฉาย ฉัตรวิไล' ดาราอาวุโส เสียชีวิตแล้ว

แจ้งข่าวเศร้า ‘โฉมฉาย ฉัตรวิไล’ ดาราอาวุโส เสียชีวิตแล้ว

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 10.07 น.

21 มิ.ย.67 ป๊อบ สุริยา เยาวสังข์ อดีตพระเอกภาพยนต์ ผีเสื้อกับดอกไม้ กว่าจะรู้เดียงสา โพสต์แจ้งข่าวเศร้า โดยระบุว่า “แม่แอ๊ดเป็นคริสต์เตียน……จึงขอพระเจ้าทรงรับดวงวิญญาณของแม่แอ๊ดไว้เป็นนางฟ้าบนสวรรค์ตลอดไปด้วย…..RIP โฉมฉาย ฉัตรวิไล…..”

.-008 

ฮือฮาทั่วโลก! ‘ลิซ่า’ปล่อยภาพทีเซอร์โปสเตอร์แรก แฟนๆกรี๊ดลุคใหม่เปรี้ยวเข็ดฟันมาก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811779

ฮือฮาทั่วโลก! 'ลิซ่า'ปล่อยภาพทีเซอร์โปสเตอร์แรก แฟนๆกรี๊ดลุคใหม่เปรี้ยวเข็ดฟันมาก

ฮือฮาทั่วโลก! ‘ลิซ่า’ปล่อยภาพทีเซอร์โปสเตอร์แรก แฟนๆกรี๊ดลุคใหม่เปรี้ยวเข็ดฟันมาก

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 08.13 น.

21 มิถุนายน 2567 เรียกว่าเซอร์ไพรซ์แฟนๆกลางดึกเมื่อ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ ‘ลิซ่า แบล็กพิงก์’ และต้นสังกัดอย่าง “LLOUD” ปล่อยภาพทีเซอร์โปสเตอร์แรกจากซิงเกิลใหม่เพลง ‘ROCKSTAR’ ก่อนนับถอยหลังเพื่อฟังและชมมิวสิกวิดีโอเพลงนี้แบบเต็มๆ พร้อมกันเช้าวันที่ 28 มิถุนายนนี้ (ตามวันและเวลาประเทศไทย)

และเมื่อภาพทีเซอร์โปสเตอร์ถูกปล่อยออกมานั้น แฟนๆ ทั่วโลกเรียกได้ว่าฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะลุคแรกของเธอนั้นแซ่บสุดๆ ทั้งทรงผมและเครื่องประดับสุดเท่ เป็นคอนเซ็ปต์ที่เรียกได้ว่าฉีกลุคเดิมๆ ของเธอไปเลย แถมยังได้การตอบรับแบบถล่มทลายยอดกดไลก์บนอินสตาแกรม”@lalalalisa_m” ทะลุ 1 ล้านครั้งในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง พร้อมพา#LISAxROCKSTAR ขึ้นอันดับ 1 เทรน X (ทวิตเตอร์) ในเวลาเพียงไม่กี่นาที

งานนี้เหล่าแฟนคลับทั่งในวงการต่างเข้ามาคอมเมนต์พร้อมมอบอีโมจิไฟลุกให้’ลิซ่า’กันเป็นจำนวนมาก แค่ปล่อยทีเซอร์โปสเตอร์แรกยังสะเทือนวงการขนาดนี้ อดใจรอวันที่ 28 มิถุนายน การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในผลงานเพลงของ’ลิซ่า’ภายใต้ RCA Records

‘มูลนิธิเวิร์คพอยท์’ เพื่อการกุศล มอบพัดลมติดผนังให้ศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811705

‘มูลนิธิเวิร์คพอยท์’ เพื่อการกุศล มอบพัดลมติดผนังให้ศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษ

‘มูลนิธิเวิร์คพอยท์’ เพื่อการกุศล มอบพัดลมติดผนังให้ศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษ

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิเวิร์คพอยท์เพื่อการกุศล นำโดย อมราพร สังข์ทอง ผจก.ฝ่ายสื่อสารองค์กร และ พัน พลุแตก เดินทางไปมอบพัดลมติดผนังจำนวน 30 ตัว ให้กับศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษพระมหาไถ่ …เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีบาทหลวงก่อเกียรติ ดีศรี ประธานมูลนิธิคุณพ่อเรย์ เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยนักเรียนโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ที่มารอต้อนรับและโชว์การแสดงให้ได้ชมกัน อาทิ การแสดงกลองสะบัดชัยการแสดงพื้นบ้านชุดเซิ้งกระติ๊บ รีวิวประกอบเพลงรักข้ามคลอง นอกจากนี้ พัน พลุแตก ได้ร่วมร้องเพลงกับน้องๆ

พัน พลุแตก กล่าวด้วยความดีใจว่า “วันนี้ก็รู้สึกดีใจที่มาร่วมมอบพัดลมให้กับศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษพระมหาไถ่ ทางโรงเรียนเด็กพิเศษก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ในใจเราเหมือนผู้มาให้แต่สุดท้ายแล้วเรารู้สึกว่าเหมือนเราเป็นผู้มารับความสุข แลกความสุขให้แก่กันและกัน ซึ่งทางโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ก็ยังต้องการอุปกรณ์อีกหลายอย่าง ผู้ที่ใจบุญสามารถนำสิ่งของมาร่วมบริจาคได้นะครับ”

‘เมย์ จีระนันท์’ยุติความสัมพันธ์แฟนหนุ่มแล้ว ร่ายยาวขอโทษคุณแม่-ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811645

'เมย์ จีระนันท์'ยุติความสัมพันธ์แฟนหนุ่มแล้ว ร่ายยาวขอโทษคุณแม่-ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ

‘เมย์ จีระนันท์’ยุติความสัมพันธ์แฟนหนุ่มแล้ว ร่ายยาวขอโทษคุณแม่-ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 15.19 น.

20 มิถุนายน 2567 จากกรณีที่คุณแม่ของอดีตนักร้องดังยุค90 อย่าง เมย์ จีระนันท์ กิจประสาน เจ้าของเพลงดังอย่าง “คนเดียวไม่เหงาเท่า 3 คน” โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว’Vegee Thunyacharoen’ให้ชาวเน็ตช่วยติดตามหาตัวลูกสาว จนตำรวจสภ.เมืองเพชรบุรี ตามหาจนได้ขับรถนำ’เมย์ จีระนันท์’ส่งถึงบ้านที่กรุงเทพฯแล้ว

หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เมย์ จีระนันท์ กิจประสาน ใช้พื้นที่บนอินสตาแกรม”@may_aprilandmay”เขียนโพสต์ร่ายยาวถึงประเด็นที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งขอบคุณทุกฝ่าย โดยเจ้าตัวระบุข้อความว่า …

“เมกับคุณแม่ ปรับความเข้าใจกันแล้วนะคะ เมกราบขอโทษคุณแม่ และขอขอบคุณทุกๆ กำลังใจ ความห่วงใย ความรัก ที่ส่งมาเป็นกำลังใจให้เรา 2 คนมากมายจริงๆ ค่ะ เมขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วงมาก และทำให้วุ่นวายกันด้วยนะคะ

ขอขอบพระคุณ ความช่วยเหลือ การติดตามหาจากทุกคน ญาติพี่น้องทางคุณพ่อ แฟนคลับครอบครัว May&Mom น้องๆทุกคน ที่ช่วยกันตามหา และมาอยู่ดูแลคุณแม่ตลอดเวลาที่พี่ไม่อยู่

ขอขอบพระคุณพี่ๆ สื่อมวลชนทุกสำนัก ที่ช่วยเป็นสื่อในการติดตาม และนำเสนอข่าว ทำให้เมได้รู้ถึงความห่วงใยกำลังใจจากทุกคนนะคะ ขออภัยที่เมไม่ได้รับสายพี่ๆนักข่าว เพราะสภาพจิตใจยังไม่พร้อมจริงๆค่ะ

ขอขอบพระคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจเขตลาดพร้าว และที่ สภ.เมืองเพชรบุรี ทุกท่าน ท่านผู้กำกับ พี่เก่ง ที่ติดตามหาและพาเมมาส่งถึงที่บ้านนะคะ ขอบคุณมูลนิธิทุกแห่งที่มาช่วย

ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน ทุกข้อความที่ส่งมาให้กำลังใจเมมากมาย ขอบคุณพี่บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ที่ให้ความช่วยเหลือผ่านมูลนิธิของพี่บุ๋ม และกำลังใจที่ส่งมาผ่านสื่อด้วยนะคะ

ตอนนี้ สภาพจิตใจเมกับคุณแม่ก็ดีขึ้นมาก เพราะได้กำลังใจจากทุกคน และเมขอร้อง ขออย่าให้ทุกคนเข้าใจคุณแม่เมผิด ที่เมเป็นแบบนี้ ไม่ได้เป็นเพราะ คุณแม่มากดดันนะคะ คุณแม่มีแต่ความเป็นห่วงและทำทุกอย่างด้วยความรักและหวังดีกับเมเองค่ะ

และเมมีปัญหาเรื่องงาน ความเครียดเรื่องภาระต่างๆ จนอาจทำให้เป็นโรคซึมเศร้า และ เรื่องแฟน ที่กำลังจะแต่งงานกัน ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในครั้งนี้ ตอนนี้ เมได้ทบทวน และยุติความสัมพันธ์ลงแล้วนะคะ ส่วนเหตุผล เมขอไม่พูดถึง เพื่อไม่ให้พาดพิงถึงบุคคลที่ 3 นะคะ

ขอบคุณทุกคนมากๆ นะคะ เมจะรีบกลับมา เป็นคนเดิม ที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ทุกคนโดยเร็ว จะเข็มแข็ง และสู้ต่อไปนะคะ  ด้วยความรัก และซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ”

‘สปอย – วชิรญาณ์’สาวทรานส์ จ.ลพบุรี สวยสมมง ‘MISS TRANS THAILAND 2024 Presented by Masterpiece Hospital’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811603

‘สปอย – วชิรญาณ์’สาวทรานส์ จ.ลพบุรี  สวยสมมง ‘MISS TRANS THAILAND 2024 Presented by Masterpiece Hospital’

‘สปอย – วชิรญาณ์’สาวทรานส์ จ.ลพบุรี สวยสมมง ‘MISS TRANS THAILAND 2024 Presented by Masterpiece Hospital’

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.46 น.

ในที่สุดการเดินทางของเวทีประกวดสาวทรานส์ระดับชั้นนำของประเทศไทย อย่าง “Miss Trans Thailand 2024 Presented by Masterpiece Hospital”จัดโดย ‘หมอนก-แพทย์หญิง อัญชลี ชีวาจร’ ในฐานะ CEO ผู้ถือลิขสิทธิ์  MISS TRANS THAILAND ซึ่งได้รับการสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการจาก บริษัท มาสเตอร์สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช โดย CEO ดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ ณ MCC Hall The Mall Lifestore Bangkapi ท่ามกลางแขกคนสำคัญจากหลากหลายวงการ

บรรยากาศภายในงานต้องบอกว่าอลังการงานสร้าง ทั้ง “จัดเต็ม จัดหนัก จัดแน่น” เพื่อให้สมกับเป็นเวทีประกวดสาวทรานส์ระดับแถวหน้าของเมืองไทย มีเหล่านางงาม ดารา เซเลบริตี อินฟลูเอนเซอร์ และกองทัพสื่อมวลชน ตบเท้าเข้าร่วมงานคับคั่ง บรรยากาศการประกวด เริ่มต้นจากความภาคภูมิใจในความเป็นสาวทรานส์จากทั่วประเทศ บนเวทียิ่งใหญ่อลังการ โดยการเปิดตัวสาวทรานส์ตัวแทนจาก53 จังหวัด ที่ฟาดฟันความงามแบบสวยสมมง ชนิดไม่มีใครยอมใครโดยสาวทรานส์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่สปอย – วชิรญาณ์ ขัติยวงค์ จ.ลพบุรีเป็นผู้คว้ามงกุฏเพชรเกียรติยศ จาก God Diamonds มูลค่า 250,000 บาท พร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, เข็มกลัดเพชรแท้ By วรวิทย์ไดมอนแอนท์จิวเวอรี่ มูลค่า 50,000 บาท, ช่อดอกไม้จากมาลัยสยาม รางวัลเงินสดมูลค่า 200,000 บาท, รางวัล Gift Voucher มูลค่า 500,000 บาท จาก Masterpiece Hospital, ทุนประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล มูลค่า 2 ล้านบาท และ ค่ารักษาพยาบาล 100,000 บาทต่อครั้ง จากไทยประกันชีวิต และ Gift Voucher ผลิตภัณฑ์ Pheroneมูลค่า 20,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 คนแรก ได้แก่ซีเกมส์ – มินท์ธิตา อ่อนดำ จ.สุพรรณบุรี ,รองชนะเลิศอันดับ 1 คนที่สอง ได้แก่เนม – สุชาภัสร์ คำตั๋น จ.เชียงใหม่,รองชนะเลิศอันดับ 1 คนที่สาม ได้แก่ นานา – ศศิญารินทร์ จันทรัตน์ จ.สงขลา,รองชนะเลิศอันดับ 1 คนที่สี่ ได้แก่ละออ – เนตรนภา จิตไทสง จ.ชลบุรีทั้งนี้คณะ ‘Miss Trans Thailand 2024 Presented by Masterpiece Hospital’ จะพร้อมใจกันปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งตลอดระยะเวลา1 ปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Reflection” ภาพสะท้อนของสาวทรานส์ยุค 2024 ที่ไม่ใช่แค่เพศแต่เป็นการทำประโยชน์เพื่อสังคมในทุกมิติ และการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Soft Power ไทย ร่วมเป็นกำลังใจให้กับพวกเธอในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมาย

#MISSTRANSTHAILAND2024

#มิสทรานส์ไทยแลนด์2024

#MTT2024

#MASTER

#MasterpieceHospital

#TransNight

#TheCelebrationOfLove