น้อมเคารพ ‘หมอชีวกโกมารภัจจ์’บรมครูแพทย์แผนไทย บ้านหมอละอองสร้างอนุสาวรีย์ หมอชีวกโกมารภัจจ์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811150

น้อมเคารพ 'หมอชีวกโกมารภัจจ์'บรมครูแพทย์แผนไทย บ้านหมอละอองสร้างอนุสาวรีย์ หมอชีวกโกมารภัจจ์

น้อมเคารพ ‘หมอชีวกโกมารภัจจ์’บรมครูแพทย์แผนไทย บ้านหมอละอองสร้างอนุสาวรีย์ หมอชีวกโกมารภัจจ์

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 12.16 น.

บ้านหมอละอองกำลังก่อสร้างโครงการส่วนขยายบนพื้นที่ 9 ไร่ จ.เพชรบุรี เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรองรับลูกค้ารับจ้างผลิต OEM และเพิ่มการผลิตสินค้าสุขภาพจากสมุนไพรตำรับหมอหลวง ที่รวมทั้งยาสมุนไพรไทย เวชสำอางจากสูตรตำรับสมุนไพรแพทย์แผนไทย ซึ่งมีความต้องการสูงขึ้นจากลูกค้าผู้เชื่อมั่นในสมุนไพรไทยและในเดือนมิถุนายน 2567 นี้ เป็นวันครบรอบ 1 ปี ของโรงงานส่วนขยายบ้านหมอละออง บ้านหมอละออง กรุ๊ป ได้จัดสร้างอนุสาวรีย์รูปเคารพ หมอชีวกโกมารภัจจ์ สูง 9 เมตร (สูงที่สุดในไทย) บนพื้นที่ส่วนขยายใหม่นี้ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นที่สักการะบูชา บรมครูแพทย์แผนไทยอันเป็นที่นับถือของวงการสมุนไพรไทยและแพทย์แผนไทย

คุณปุ้ย-ศิริวิไล (บัวศิริ) แอนกาดิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทในเครือ บ้านหมอละออง กรุ๊ป กล่าวถึง ในวาระครบรอบ 1 ปี หลังจากพิธีลงเสาเอกและเสาโท สร้างโรงงานส่วนขยายบ้านหมอละออง เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2566 ทีผ่านมา เป็นอีกหนึ่งปณิธานที่ตั้งมั่นไว้ก็คือการก่อสร้างอนุสาวรีย์รูปเคารพ หมอชีวกโกมารภัจจ์ สูง 9 เมตร (สูงที่สุดในไทย) บนพื้นที่ส่วนขยายใหม่นี้ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นที่สักการะบูชา บรมครูแพทย์แผนไทยอันเป็นที่นับถือของวงการสมุนไพรไทยและแพทย์แผนไทย ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมาก และเมื่ออนุสาวรีย์ “หมอชีวกโกมารภัจจ์” แล้วเสร็จ จะมีพิธีฉลององค์อนุสาวรีย์หมอชีวกโกมารภัจจ์ วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2567 หลังจากนั้นบ้านหมอละอองจะเปิดให้บุคคลทั่วไป นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานต่างๆ ที่สนใจ ครูอาจารย์แพทย์แผนไทย สามารถเข้ามาสักการะบูชาได้ที่ บริษัท บ้านหมอละออง จำกัด ต.หนองพลับ อ.เมือง จ.เพชรบุรี

ซึ่งทั้งหมดของโครงการส่วนขยายใหม่พื้นที่ที่ 2 นี้ บ้านหมอละอองจะมีโครงการพัฒนาเพื่อสืบสานความมุ่งมั่นและส่งต่อมาตรฐานของสมุนไพรไทยที่ดีส่งถึงมือลูกค้า ด้วยมาตรฐานที่สูงยิ่งขึ้นกับโครงการต่างๆ ดังนี้ ขยายพื้นที่โรงงานใหม่ เพิ่มนวัตกรรมเครื่องจักรที่ใหม่ทันสมัย รักษาคุณภาพมาตรฐานสากล เช่น GMP PIC/S, GAP, HALAL, ใบรับรอง Green Industry, อย. Quality Awards เป็นต้น และรองรับลูกค้า OEM รับจ้างผลิตสินค้าสุขภาพจากสมุนไพรทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ

รวมทั้งก่อสร้าง “พิพิธภัณฑ์สมุนไพรไทยหมอละออง บัวศิริ” แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย เพิ่มพื้นที่สวนสมุนไพรบ้านหมอละออง GREEN HOUSE บนเนื้อที่โรงงานใหม่ สนับสนุนบุคลากรส่งเสริมพัฒนาทักษะความรู้บุคลากร สนับสนุนการสร้างอาชีพในท้องถิ่นพื้นที่โรงงานและสวนสมุนไพรบ้านหมอละออง GREEN HOUSE จ.เพชรบุรี และการแบ่งปันรายได้คืนกลับสังคม ภายใต้ “โครงการยาเพื่อนยาก” บริจาคและช่วยเหลือหน่วยงาน มูลนิธิ ผู้ขาดโอกาสในด้านต่างๆ ต่อเนื่อง 5 ปี ตามปณิธานอาจารย์นายแพทย์แผนไทยละออง บัวศิริ (หมอละออง)

บ้านหมอละอองจะมุ่งมั่นต่อไป เพื่อตลาดสมุนไพรไทย “เชื่อมั่นในสมุนไพรไทย เชื่อใจบ้านหมอละออง” ผลิตภัณฑ์บ้านหมอละอองมีจำหน่ายที่ร้านยาสมุนไพรชั้นนำในห้างสรรพสินค้า และร้านขายยาหลายสาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูล ติดต่อ โทร. 095-080-7887 ไลน์: @laongherbal (มี @) หรือสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ผ่าน Website : http://www.laongherbal.com  หรือ Facebook: http://www.facebook.com/laongherbal

หยุดช้อปปิ้งไม่ได้ สัญญาณอันตรายของโรคเสพติดการช้อปปิ้ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811034

หยุดช้อปปิ้งไม่ได้ สัญญาณอันตรายของโรคเสพติดการช้อปปิ้ง

หยุดช้อปปิ้งไม่ได้ สัญญาณอันตรายของโรคเสพติดการช้อปปิ้ง

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 07.00 น.

การช้อปปิ้งในออนไลน์ หรือออฟไลน์ ถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของใครหลายคน แต่ถ้าช้อปจนหยุดตัวเองไม่ได้ ซื้อของเกินความจำเป็น จนเกิดปัญหาหนี้สิน กระทบต่อความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเข้าข่ายเป็น Shopaholic หรือ โรคเสพติดการช้อปปิ้งโดยไม่รู้ตัว

แพทย์หญิงอริยาภรณ์ ตั้งชีวินศิริกูล จิตแพทย์โรงพยาบาล BMHH- BangkokMental Health Hospital กล่าวว่า Shopaholic หรือโรคเสพติดการช้อปปิ้ง เป็นโรคทางสุขภาพจิตประเภทหนึ่ง ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้จะเสพติดการซื้อของโดยที่ไม่คำนึงถึงสถานะทางการเงินของตัวเอง และมีความอยากจะไปช้อปปิ้งอยู่ตลอดเวลาโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จนทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น ปัญหาหนี้สิน ปัญหาความสัมพันธ์จนต้องทะเลาะกับคนในครอบครัว บางครั้งซื้อมาแล้วต้องโกหกคนในครอบครัวว่ามีคนให้มา หรือบอกราคาที่ถูกกว่าราคาจริงที่ซื้อ ซึ่งโรคนี้พบได้ตั้งแต่วัยรุ่นขึ้นไปทั้งเพศหญิงและเพศชาย

9 พฤติกรรมที่เข้าข่ายการเป็น Shopaholic มีดังนี้ อยากซื้อของตลอดเวลา ซื้อของเกินความ จำเป็น ยับยั้งพฤติกรรมการช้อปปิ้งของตัวเองไม่ได้มีความรู้สึกดีเมื่อได้ซื้อของ โดยมักจะรู้สึกดีได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ รู้สึกผิดหลังจากที่ซื้อมาแล้ว ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ ซื้อซ้ำๆ ทั้งที่มีอยู่แล้วหลายชิ้น ต้องหลบซ่อนหรือโกหกปกปิดเวลาซื้อของนั้นๆ มีปัญหาด้านอื่นๆ เกิดขึ้นตามมา เช่น เกิดปัญหาหนี้สิน ปัญหาความสัมพันธ์ เป็นต้น

โรคเสพติดการช้อปปิ้ง เกิดได้ทั้งปัจจัยส่วนบุคคล และปัจจัยทางสังคม ซึ่งสาเหตุที่มาจากปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ มีภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล ขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง มีปัญหาในการควบคุมตัวเองหรือยับยั้งชั่งใจ ส่วนปัจจัยทางสังคม เช่น การซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ รวมไปถึงการใช้บัตรเครดิตในการซื้อของไปก่อนโดยยังไม่ต้องใช้เงินสด สิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการเสพติดช้อปปิ้งได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน

โรคเสพติดการช้อปปิ้ง สามารถรักษาให้หายได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการเปลี่ยนทัศนคติ เช่น การจำกัดวงเงินบัตรเครดิตหรืองดใช้บัตรเครดิต โดยส่วนใหญ่แล้วจิตแพทย์จะรักษาด้วยการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioural Therapy : CBT) ซึ่งจะเป็นการพูดคุยให้คำปรึกษา เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของการมีพฤติกรรมโรคเสพติดการช้อปปิ้ง จากนั้นจึงทำการปรับเปลี่ยนความคิดปรับพฤติกรรม เพื่อให้ผู้รับคำปรึกษาเข้าใจตัวเองและปรับเปลี่ยนนิสัยการเสพติดการช้อปปิ้งได้ เช่น หากใช้การช้อปปิ้งเป็นการระบายความเครียด ก็อาจจะหาวิธีระบายความเครียดวิธีอื่นๆ ที่ไม่ส่งผลเสียต่อตัวเอง หรือถ้ามีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย ก็ต้องรักษาควบคู่กันไป

สำหรับการป้องกันโรคเสพติดการช้อปปิ้งต้องเริ่มจากการวางแผนการใช้จ่าย จดบันทึกรายรับรายจ่าย หลีกเลี่ยงการใช้จ่ายเกินตัว,หากิจกรรมอื่นๆ ทำยามว่าง แทนการช้อปปิ้ง เช่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ออกไปสังสรรค์กับเพื่อน, ฝึกฝนการควบคุมตัวเอง และหลีกเลี่ยงสื่อโฆษณา การตลาดที่กระตุ้นให้ซื้อของ

อย่างไรก็ตาม หากพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเป็นโรคเสพติดการช้อปปิ้งควรเข้ามาปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

พญ.อริยาภรณ์ ตั้งชีวินศิริกูล

พญ.อริยาภรณ์ ตั้งชีวินศิริกูล

มอบรางวัลสุรินทราชา ใน ‘วันนักแปลและล่าม ครั้งที่ 17’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811036

มอบรางวัลสุรินทราชา ใน ‘วันนักแปลและล่าม ครั้งที่ 17’

มอบรางวัลสุรินทราชา ใน ‘วันนักแปลและล่าม ครั้งที่ 17’

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้รับรางวัลสุรินทราชา ประจำปี 2567 นักแปลดีเด่น และล่ามดีเด่น บันทึกภาพร่วมกัน

สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย (TIAT) จัดงาน“วันนักแปลและล่าม ครั้งที่ 17” และพิธีมอบ “รางวัลสุรินทราช ประจำปี 2567”ภายใต้ธีม “ภูมิทัศน์ใหม่ของ AI และภาษา” ณ สยามสมาคมฯ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2567 โดยมี ปกรณ์กฤษประจันต์ นายกสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงานว่า “ปัจจุบันเครื่องมือที่เคยรับใช้การทำงานของนักแปลและล่าม เริ่มทำงานได้ดีกว่าเราและทำงานได้โดยลำพัง การพลิกให้เครื่องมือกลับมารับใช้เราแทนที่จะเป็นคู่แข่งของเราต้องอาศัยความชาญฉลาดและหลักยึดทางจริยธรรมของทุกฝ่าย นี่คือประเด็นขบคิดสำคัญที่สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทยขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันสนทนา”

ช่วงปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ผลกระทบของ AI กับงานแปลและล่าม” โดย รศ.ดร.วิโรจน์อรุณมานะกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์คลังข้อมูลและภาษาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ต่อด้วยช่วงเสวนาหัวข้อ “ภูมิทัศน์ใหม่ของ AI และภาษา” อัครินทร์ สถิตพัฒนพันธ์ กรรมการสมาคมนักแปลและล่ามฯ และล่ามอิสระ ผู้ดำเนินรายการได้พาผู้ชมไปรู้จักภูมิทัศน์ใหม่ของการนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรม 2 ประเภท คือภาควิชาการและภาคเอกชน โดยตัวแทนฝั่งภาควิชาการ คือ รศ.ดร.วิโรจน์ อรุณมานะกุล อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ส่วนตัวแทนฝั่งภาคเอกชนคือ กิตติพล อัจฉริยากรชัยหรือ “แอดมินโจ้” จากเพจนี้เพื่อนักแปลผู้อยู่เบื้องหลังการทำตลาดให้แบรนด์ระดับโลกกว่า 50 แบรนด์

รางวัลสุรินทราชา เป็นรางวัลเกียรติคุณที่สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย มอบแด่นักแปลและล่ามผู้มีผลงานดีเด่นเผยแพร่เป็นเวลานาน และสร้างคุณูปการแก่วงวรรณกรรม สังคม และประเทศชาติโดยตั้งขึ้นเป็นอนุสรณ์แด่พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) หรือ“แม่วัน” ผู้แปลนวนิยายภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยเรื่องแรก คือ “ความพยาบาท” โดยต้นฉบับคือ Vendettaของนักประพันธ์หญิงชาวอังกฤษMarie Corelli และเคยทำหน้าที่เป็นล่ามคนสำคัญในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในปี 2567 เป็นปีที่ 17 ของรางวัลสุรินทราชา สมาคมฯ มอบรางวัลแด่นักแปลและล่ามดีเด่น ดังต่อไปนี้นักแปลดีเด่น 12 ท่าน ได้แก่รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ดวงพัตรา ผู้แปล มหาภารตะ และ ราโชมอน, เจริญ มาลาโรจน์ (มาลา คำจันทร์) นักเขียนซีไรต์ ผู้สืบทอด อนุรักษ์และปริวรรตวรรณกรรมล้านนาดั้งเดิมเป็นภาษาไทยกลาง, ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ นักสื่อสารงานวิทยาศาสตร์ ผู้ริเริ่มพจนานุกรมศัพท์วัสดุศาสตร์และเทคโนโลยี, ศ.ดร.ไป๋ ฉุน นักวิชาการ ผู้แปลหนังสือธรรมะของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตโต) ฉบับภาษาจีน, ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์ ผู้แปล การเดินทางของพาย พาเทล และหอคอยทมิฬ เล่ม 1 และเล่ม 2, รศ.ดร.ภาสุรี ลือสกุล กวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบทและบทเพลงความสิ้นหวังหนึ่งบท และสุดขอบโลกที่ฟินิสแตร์เร,มุ่ย ภู่พกสกุล นักกฎหมายที่ผันตัวมาเป็นนักแปล ผู้อยู่เบื้องหลังการแปลวรรณกรรมไทยสู่เวทีโลก,รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ ผู้แปลประชุมคำพากย์รามเกียรติ์ ภาษาเขมรฉบับภาษาไทยและประวัติศาสตร์สังเขปประเทศกัมพูชา, รศ.สมพร วาร์นาโดผู้แปล เสี้ยวความทรงจำธรรมดาที่ไม่ธรรมดา และเทพนิยายแอนเดอร์เสน, สุทธิศักดิ์ ปาลโพธิ์ ผู้แปล เจ้าฟ้าแห่งอาทิตย์อัสดง ความทรงจำจากรัฐฉาน และท่องล้านนาบนหลังช้าง, รศ.ดร.สุรสิทธิ์ อมรวณิชศักดิ์ ผู้แปล ลอดลายมังกร ฉบับภาษาจีน และ รัตนพจน์ธรรมราชา, รศ.สุรัตน์ โหราชัยกุลผู้แปล รัฐธรรมนูญอินเดีย และช่วงเวลาแบบคานธี ส่วน ล่ามดีเด่น 2 ท่าน ได้แก่ ดร.จารุวรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญและนักสื่อสารประเด็นข้ามเพศและเอชไอวี ผู้ดำเนินรายการและพิธีกรสองภาษา ผู้มีผลงานร่วมกับองค์กรทั้งในและต่างประเทศกว่า 80 แห่ง ผลงานพิธีกร เช่น“Mr. Gay World” และ ภญ.สุทินนารัตนสมโภชกุล ล่ามติดตามในการตรวจรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลกว่า 50 แห่งทั่วประเทศไทย ผลงานเช่น“Healthy Lung Masterclass 2565” และ“CoMMUNE Forum Asia 2566”

ปกรณ์ กฤษประจันต์ นายกสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงาน

ปกรณ์ กฤษประจันต์ นายกสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงาน

ล่ามดีเด่น ดร.จารุวรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

ล่ามดีเด่น ดร.จารุวรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

ภญ.สุทินนา รัตนสมโภชกุล ล่ามดีเด่น

ภญ.สุทินนา รัตนสมโภชกุล ล่ามดีเด่น

รศ.ดร.วิโรจน์ อรุณมานะกุล, กิตติพล อัจฉริยากรชัย และ อัครินทร์ สถิตพัฒนพันธ์

รศ.ดร.วิโรจน์ อรุณมานะกุล, กิตติพล อัจฉริยากรชัย และ อัครินทร์ สถิตพัฒนพันธ์

ชาวศรีอยุธยาชวนคนรักษ์สุขภาพ ร่วมเดิน-วิ่งการกุศล รายได้เพื่อกองทุนอาหารกลางวันแก่นักเรียนที่ขาดแคลน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811012

ชาวศรีอยุธยาชวนคนรักษ์สุขภาพ ร่วมเดิน-วิ่งการกุศล  รายได้เพื่อกองทุนอาหารกลางวันแก่นักเรียนที่ขาดแคลน

ชาวศรีอยุธยาชวนคนรักษ์สุขภาพ ร่วมเดิน-วิ่งการกุศล รายได้เพื่อกองทุนอาหารกลางวันแก่นักเรียนที่ขาดแคลน

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิศรีอยุธยา และสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนศรีอยุธยาในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี, ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ประธานมูลนิธิศรีอยุธยา ร่วมกับ ดร.เสาวภาคย์ ถนอมศักดิ์กุล นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนศรีอยุธยา, ดร.กิตติศักดิ์ สมพลผู้อำนวยการโรงเรียนศรีอยุธยา ร่วมด้วย สายพิณ พหลโยธิน และ สุดจิตร์ ลือเกียรติอนันต์ แถลงข่าวโครงการจัดงาน “เดิน-วิ่ง การกุศล Run for Lunch # 2 วิ่งเพื่อน้องกองทุนอาหารกลางวัน” ชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2567 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ถนนกำแพงเพชร 2เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิศรีอยุธยา กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน “เดิน-วิ่งการกุศล Run for Lunch # 2 วิ่งเพื่อน้องกองทุนอาหารกลางวัน” ว่า เพื่อหารายได้สำหรับทุนอาหารกลางวันและทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ พร้อมทั้งนำไปพัฒนาทักษะของนักเรียนผ่านกิจกรรมทางการศึกษาของโรงเรียนศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ฯ พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้ออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพ

“เราตั้งเป้าจะมีประชาชนที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ประมาณ 1,200 คน และมีนักวิ่งกิตติมศักดิ์ องค์ภาคีร่วมโรงเรียนศรีอยุธยาในพระอุปถัมภ์ฯ และหน่วยงานองค์กรเอกชนเข้าร่วมด้วยอีกประมาณ 300 คน สำหรับการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกันคือ 1.วิ่งมินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร 2.วิ่ง Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 3.วิ่งเน้นเดินเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 3 กิโลเมตร โดยการแข่งขันจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 05.00-10.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร”

ดร.เสาวภาคย์ ถนอมศักดิ์กุลนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ฯ ในฐานะเป็นประธานจัดงาน กล่าวว่า สำหรับนักวิ่งมินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร ที่วิ่งเช้าเส้นชัยเป็นคนแรกทั้งประเภทหญิงและชายจะได้รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นอกจากนี้ ก็ยังมีถ้วยรางวัล ประเภทนักวิ่งมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร แบ่งประเภท ชาย-หญิง และ ช่วงอายุ และรุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป ประเภทนักวิ่ง Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร แบ่งประเภทชาย-หญิง และช่วงอายุ และรุ่นอายุ 40 ปีขึ้นไป

สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจจะเข้าร่วม “เดิน-วิ่ง การกุศล Run for Lunch # 2 วิ่งเพื่อน้องกองทุนอาหารกลางวัน” ในครั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครพร้อมส่งหลักฐานการโอนเงินผ่าน Google From ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2567 โดยโอนเงินเข้าบัญชีฝ่ายจำหน่ายบัตรเหรัญญิก ชื่อสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ฯ ธนาคารกสิกรไทย สาขารางน้ำ เลขที่บัญชี 184-8-07763-8 โดยนักวิ่งกิตติมศักดิ์ (VIP)เสียค่าสมัครคนละ 1,000 บาท สามารถเลือกลงแข่งขันได้ทุกระยะสำนักวิ่งทั่วไป เสียค่าสมัครคนละ 500 บาทต้องระบุประเภทของการแข่งขัน

ทั้งนี้ บรรยากาศภายในงานแถลงข่าวมี เหล่าคนดังศิลปิน ดารา ที่เป็นศิษย์เก่าชาวศรีอยุธยา อาทิ สุ่ย-พรนภา เทพทินกร, จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม, อนันต์ เสมาทอง (อ้วนรีเทิร์น), อั๋น-อัครพรรฒ บุนนาค, เมนี่-ดร.ภาดาภัสสรณ์ ภาดาพิลาสธานันทร์,ต๊อบ-วุฒินันทน์ นาฮิม ผู้ประกาศข่าวช่อง Top News ฯลฯ มาร่วมงาน

ประชาชนทั่วไปที่สนใจจะเข้าร่วมการแข่งขัน“เดิน-วิ่ง การกุศลRun for Lunch # 2 วิ่งเพื่อน้องกองทุนอาหารกลางวัน” หรือต้องการบริจาคเงินสมทบกองทุน “วิ่งเพื่อน้องกองทุนอาหารกลางวัน” สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ วรรณา แย้มเยื้อน โทร.084-7003520, นงรัมภา ตันติพุกนนท์โทร. 086-9225361, สหทัยพรสุริยกานต์ โทร. 081-3400613, อาจารย์พรทิพย์ หนูนิมิต หรือสมัครได้ที่ลิงก์ https://bit.ly/RUN-FOR-LUNCH-2024 / Line id :@fanaticrun หรือ http://lin.ee/kqe1you

แอสตร้าเซนเนก้า ร่วมมือกับรัฐบาลไทยจัดการกับโรคไม่ติดต่อในประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811031

แอสตร้าเซนเนก้า ร่วมมือกับรัฐบาลไทยจัดการกับโรคไม่ติดต่อในประเทศ

แอสตร้าเซนเนก้า ร่วมมือกับรัฐบาลไทยจัดการกับโรคไม่ติดต่อในประเทศ

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยแผนการลงทุนและความร่วมมือระยะเวลา 3 ปีหลังจากหารือกับนายเศรษฐา ทวีสินนายกรัฐมนตรี ที่กรุงเทพฯ โดยแผนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้ มีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการแพทย์ พร้อมทั้งเป็นการร่วมตอกย้ำการเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีแก่ชุมชนชาวไทยของแอสตร้าเซนเนก้า

ในระหว่างการประชุม นายโรมัน รามอส ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าประเทศไทย และ Frontier Markets และ นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมหารือเกี่ยวกับแผนการลงทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยและการเสริมสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุข โดยแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เตรียมลงทุนประมาณ6.2 พันล้านบาท (ประมาณ 168.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 ถึง พ.ศ. 2569 เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านชีวการแพทย์ และพัฒนาการเข้าถึงด้านสุขภาพโดยมุ่งเน้นไปที่โรคไม่ติดต่อในประเทศไทย และยังเป็นการส่งเสริมความมุ่งมั่นของบริษัทในการจ้างบุคลากรที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงที่เกิดโรคระบาด รัฐบาลไทย แอสตร้าเซนเนก้า และพันธมิตร ได้ร่วมกันผลิตวัคซีนโควิด-19 ในประเทศ ซึ่งนับได้ว่าเป็นการร่วมมือจากทุกฝ่าย และได้ช่วยชีวิตคนในประเทศไทยกว่า 140,000 คน บริษัทยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิจในการขยายกิจการ และสนับสนุนความก้าวหน้าด้านสุขภาพในประเทศ

นายโรมัน รามอส ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย และFrontier Markets กล่าวว่า “แอสตร้าเซนเนก้าเดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสังคมไทย และร่วมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของคนในประเทศ ในปัจจุบัน กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นสาเหตุสำคัญของการคร่าชีวิตคนไทยโดยเฉลี่ยประมาณปีละ 400,000 คน การประชุมกับนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เรามีความตั้งใจที่จะส่งเสริมความยั่งยืนและการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม พร้อมทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพของประเทศไทย เราหวังว่าจะสามารถนำความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม มาเสริมสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านการแพทย์ต่อผู้ป่วย และเพิ่มการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียมกันทั่วทั้งประเทศ”

อย่างไรก็ตาม แอสตร้าเซนเนก้ามุ่งเน้นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตทางการแพทย์และผลกระทบที่มีต่อชีวิตคนทั่วโลก โดยบริษัทยังเสริมสร้างการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเพื่อให้ได้รับยาที่เหมาะสม และสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมอีกด้วย

นิทรรศการ‘The Magic Hat’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811015

นิทรรศการ‘The Magic Hat’

นิทรรศการ‘The Magic Hat’

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Pagoda the Art Club นำเสนอ “The Magic Hat” นิทรรศการเดี่ยวครั้งล่าสุดของ Jang Onanong (อรอนงค์ แก้วสมบูรณ์)ที่จะพาคุณออกเดินทางไปค้นหาความสุขใกล้ตัวที่อาจดูเหมือนอยู่แสนไกล

ผลงานชุดนี้เป็นการนำคาแร็กเตอร์เด็กผู้หญิงนัยน์ตาสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ในผลงานของศิลปินมาผสมผสานเข้ากับตัวการ์ตูน “มิกกี้ เมาส์” (Mickey Mouse) ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนที่ศิลปินรู้สึกผูกพันเป็นพิเศษตั้งแต่ยังเด็กๆ อีกทั้งยังเป็นตัวการ์ตูนที่ทุกคนรู้จักคุ้นเคย และต่างเคยได้รับความสุขจากตัวการ์ตูนนี้มาแล้วทั่วทั้งโลก โดยเธอได้นำเอกลักษณ์อันโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ มิกกี้ เมาส์ ซึ่งคือหูกลมทั้งสองข้าง มาประยุกต์เป็น “หมวก” ที่สามารถแทนสิ่งต่างๆ ที่เราซุกซ่อนไว้ในหัวใจหรือสิ่งที่ทำให้ทุกคนมีความสุขได้ในมุมเล็กๆ มุมหนึ่งของชีวิต

ในปัจจุบัน ทุกคนมีสื่ออยู่ในมือตลอดเวลาทำให้เราสามารถรับรู้ข่าวสารเรื่องราวต่างได้เหมือนๆ กัน หากแต่มุมเล็กๆ ที่เรียกว่า“ความสุขส่วนตัว” ของแต่ละคนนั้นช่างแตกต่างไม่สามารถ “สัมผัส” หรือ “มี” เท่ากันได้ แต่ไม่ว่าความสุขนั้นจะมากมายหรือน้อยนิดเพียงใด เพียงแค่ทุกคนคอยรักษาทะนุถนอมมุมความสุขเล็กๆ ของตัวเองไว้ภายใต้หมวกจาก มิกกี้ เมาส์ ใบนี้ได้ ความสุขนั้นก็จะยังคงอยู่กับตัวเราเสมอ

พบกับ “The Magic Hat” เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2567 ที่ห้อง 249 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

Birthday Party ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811037

Birthday Party ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา

Birthday Party ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ฉลอง pre birthday celebration ให้กับ ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา นำโดย อ.วรรณดี คันธวงศ์, คณะ กก.สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา และศิษย์เก่า

คณะกรรมการสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ร่วมฉลอง pre birthday celebration ให้กับ ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ภายในงานอบอุ่นไปด้วยคณะครูอาวุโส นำโดย อ.วรรณดี คันธวงศ์ พร้อมด้วยศิษย์เก่าทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องมาร่วมยินดีอวยพรมอบให้เจ้าของวันเกิดด้วยความรักและความอบอุ่น โดยมีเสียงเพลงอวยพรวันเกิดจากน้องๆ คณะนักร้องประสานเสียง Wattana Girls’ Chorus ขับกล่อมมอบให้อย่างเพลิดเพลิน ณ ศาลาโคล โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ต่อด้วยการประชุมสมาคมฯ ประจำเดือนและการสรุปตัวเลขจากการขายของงานการาจเซลล์ ครั้งที่ 4/2024 จัดโดยสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา นำสินค้ามือสองคุณภาพดี อาทิ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า กระเป๋า เครื่องสำอาง เครื่องประดับ เครื่องครัว เครื่องกีฬาของเล่นและของใช้ทั่วไปมาจำหน่าย ระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม-1 มิถุนายน2567 ณ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย โดยรายได้จากงานนี้ สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา จะนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมและกิจกรรมสาธารณกุศลต่อไป ส่วนของบริจาคที่เหลือทั้งหมด สมาคมฯ แบ่งไปช่วยหน่วยงานต่างๆ ดังนี้ บ้านนกขมิ้น, มูลนิธิกระจกเงา,สตรีคริสเตียนภาค 6, โครงการช่วยเด็กป่วยเรื้อรัง โรงพยาบาลจุฬาฯ

ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ มอบเค้กวันเกิดแด่ อ.วรรณดี คันธวงศ์ มี ดร.วิภาวดี
ชีวะผลาบูรณ์ ร่วมถ่ายภาพด้วย

ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ มอบเค้กวันเกิดแด่ อ.วรรณดี คันธวงศ์ มี ดร.วิภาวดี ชีวะผลาบูรณ์ ร่วมถ่ายภาพด้วย

ร่วมฉลองวันเกิด อ.วรรณดี คันธวงศ์, พวงทอง สัจจาภินันท์, สุดาพร ชุตินธรานนท์, ชูจิต อเนกวณิช, พรประภา พันธ์บูรณะ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดร. ณ ฤดี เคียงศิริ,
ภาวิไล บุราวาศ, ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ, ธนิดา ฤทธาคนี และ
ลอร่า ศศิธร วัฒนกุล ผช.ผจก.โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย

ร่วมฉลองวันเกิด อ.วรรณดี คันธวงศ์, พวงทอง สัจจาภินันท์, สุดาพร ชุตินธรานนท์, ชูจิต อเนกวณิช, พรประภา พันธ์บูรณะ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดร. ณ ฤดี เคียงศิริ, ภาวิไล บุราวาศ, ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ, ธนิดา ฤทธาคนี และ ลอร่า ศศิธร วัฒนกุล ผช.ผจก.โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย

ผาณิต พูนศิริวงศ์ อวยพรมอบให้ ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์

ผาณิต พูนศิริวงศ์ อวยพรมอบให้ ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์

มนนิตา ตนประเสริฐ, อ.ดารญา ตันตินีรนาท, อ.สุภลักษณ์
ไชยสถาน ผอ.โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และ ลอร่า ศศิธร วัฒนกุล

มนนิตา ตนประเสริฐ, อ.ดารญา ตันตินีรนาท, อ.สุภลักษณ์ ไชยสถาน ผอ.โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และ ลอร่า ศศิธร วัฒนกุล

อนิตา พงษ์เภตรา, ภก.จันทรกานต์ เทียนเงิน, วิสาขา บรรหารศุภวาท, ดร.เพ็ญนี เศรษฐณาค์, ธัญรัศม์ พิมลสิงห์, อภิญญา รัตนไตรภพ, ณัฎฐา
พันธุ์ทรัพย์, อรรคพร บัวสรวง, พุทธชาด สาคริก, มนนิตา ตนประเสริฐ

อนิตา พงษ์เภตรา, ภก.จันทรกานต์ เทียนเงิน, วิสาขา บรรหารศุภวาท, ดร.เพ็ญนี เศรษฐณาค์, ธัญรัศม์ พิมลสิงห์, อภิญญา รัตนไตรภพ, ณัฎฐา พันธุ์ทรัพย์, อรรคพร บัวสรวง, พุทธชาด สาคริก, มนนิตา ตนประเสริฐ

พัทนุช ซ้ายขวัญ, อุรศา จิตต์ธรรมวาณิช, บราลี ศรีสุวรรณ
ทองสกุล, วรรณภัทร รัตนนรเศรษฐ และ ธัญรัศม์
พิมลสิงห์ มอบของขวัญอวยพร

พัทนุช ซ้ายขวัญ, อุรศา จิตต์ธรรมวาณิช, บราลี ศรีสุวรรณ ทองสกุล, วรรณภัทร รัตนนรเศรษฐ และ ธัญรัศม์ พิมลสิงห์ มอบของขวัญอวยพร

คณะนักร้องประสานเสียง Wattana Girls’ Chorus

คณะนักร้องประสานเสียง Wattana Girls’ Chorus

ลานทิพย์ ทวาทศิน ผจก.โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย พร้อมด้วย ลอร่า ศศิธร วัฒนกุล ผช.ผจก.โรงเรียน แวะมาให้กำลังใจและอุดหนุนในงาน Garagesale ของสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา

ลานทิพย์ ทวาทศิน ผจก.โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย พร้อมด้วย ลอร่า ศศิธร วัฒนกุล ผช.ผจก.โรงเรียน แวะมาให้กำลังใจและอุดหนุนในงาน Garagesale ของสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา

กรมควบคุมโรค และกทม.จับมือพันธมิตร ชวนคนไทยเป็น ‘เดงกี่ ฮีโร่’ รณรงค์ลดป่วย ลดการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก คาดปีนี้อาจพุ่งสูง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811035

กรมควบคุมโรค และกทม.จับมือพันธมิตร ชวนคนไทยเป็น ‘เดงกี่ ฮีโร่’  รณรงค์ลดป่วย ลดการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก คาดปีนี้อาจพุ่งสูง

กรมควบคุมโรค และกทม.จับมือพันธมิตร ชวนคนไทยเป็น ‘เดงกี่ ฮีโร่’ รณรงค์ลดป่วย ลดการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก คาดปีนี้อาจพุ่งสูง

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร ผนึกกำลังภาคเอกชนได้แก่ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย)จำกัด และ บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัดและพันธมิตรต่างๆ อาทิ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรจากความร่วมมือDengue-zero ในงาน วันไข้เลือดออกอาเซียน 2567 หรือ ASEAN Dengue Day 2024 ภายใต้แนวคิด “Dengue Hero towards Zero Death” เพื่อสร้างการตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนถึงอันตรายของไข้เลือดออกที่ใกล้ตัวและวิธีการป้องกันจากโรคไข้เลือดออก พร้อมชวนทุกคนมาเป็น “ฮีโร่” ช่วยกันส่งต่อแนวทางการป้องกันไข้เลือดออกให้คนรอบตัวเพื่อลดอัตราการระบาดและทำให้ไข้เลือดออกเหลือศูนย์ต่อไป ขานรับนโยบายขององค์การอนามัยโลกที่อัตราการเสียชีวิตจากไข้เลือดออกจะต้องหมดไปภายในปี 2573 ณ ห้องประชุมบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “ยอดผู้ป่วยไข้เลือดออกในประเทศไทยอาจพุ่งสูงขึ้น อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El-Nino) ทำให้อุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝนและความชื้นเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อการระบาดของยุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก ผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสมในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2567 เข้าใกล้ 30,000 รายมียอดผู้เสียชีวิต 29 ราย และคาดการณ์ว่าอาจสูงถึง 280 ราย ในปีนี้ เพิ่มสูงสุดในรอบ 5 ปีอีกด้วย สำหรับแนวทางการป้องกันและวินิจฉัยแล้ว นอกเหนือจากนวัตกรรมชุดตรวจเร็วสำหรับไข้เลือดออก (NS1) และกับดักไข่ยุงลาย กระทรวงสาธารณสุขยังได้ออกนโยบายเร่งรัดการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออก4 ด้าน 1) ด้านการเฝ้าระวังโรค 2) ด้านการป้องกันควบคุมโรค 3) ด้านการวินิจฉัยรักษา และ 4) ด้านการสื่อสารความเสี่ยง ที่เป็นแนวทางให้หน่วยงานภาครัฐและประชาชนทุกภาคส่วนได้ปฏิบัติตามเพื่อป้องกันไข้เลือดออก การต่อสู้กับโรคไข้เลือดออกเพื่อหยุดวงจรไข้เลือดออกให้หมดไป และการเห็นถึงคุณค่าของการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วยนวัตกรรมการป้องกันต่างๆ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การร่วมมือกันในทุกภาคส่วน จึงอยากเชิญชวนประชาชนให้มีสุขภาพดีไปด้วยกันด้วยการร่วมเป็นฮีโร่ในการป้องกันไข้เลือดออก ช่วยกันบอกต่อแนวทางการป้องกันไข้เลือดออกให้กับคนใกล้ตัว เพื่อเป็นการกระจายความรู้ออกไปเป็นวงกว้างอีกด้วย”

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “เนื่องจากสภาพภูมิทัศน์ของกรุงเทพมหานครที่หลากหลายและอาจเอื้อให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เพื่อป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก กทม.จึงดำเนินการเชิงรุกในพื้นที่ชุมชน โรงเรียน และศาสนสถาน โดยการเฝ้าระวังการเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลายการสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในพื้นที่ชุมชน การปรับภูมิทัศน์สิ่งแวดล้อมจัดทำ Big Cleaning Day ลงพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง และย้ำเตือนแก่ประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุขทั้ง 50 เขต ซึ่งเป็นเส้นเลือดฝอยในการที่ช่วยกระจายความรู้ ร่วมกับการย้ำเตือนถึงวิธีลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายด้วยมาตรการการป้องกันไข้เลือดออก พร้อมทั้งใช้แอปพลิเคชั่น Line ในการสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนทราบถึงภัยของไข้เลือดออกและแนวทางในการป้องกันตนเองที่สามารถเข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็ว นอกจากการป้องกันแบบบูรณาการแล้ว อัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกจะลดลงได้ตามเป้า หากเราทุกคนมาร่วมกันเป็น เดงกี่ ฮีโร่ นำพาชุมชนไปสู่สังคมปลอดไข้เลือดออกด้วยกัน”

นายยูจิ ชิมิซึ ประธานกรรมการ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“คาโอ ตระหนักถึงภัยร้ายของโรคไข้เลือดออกโดยได้ดำเนินโครงการ “GUARD OUR FUTURE” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อปกป้องให้ผู้คนให้ห่างไกลและปลอดภัยจากยุง โดยในปีนี้ได้สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาฟีเจอร์ “Mosquito Bite Crowdsourcing”ในแอปพลิเคชั่น “รู้ทัน” หรือแอปแจ้งเตือนภัยสุขภาพที่อยู่รอบตัว ซึ่งดำเนินการโดย เนคเทคสวทช. และกรมควบคุมโรค เพื่อเป็นเครื่องมือให้ประชาชนเข้ามาร่วมช่วยกันรายงานสถานการณ์ของยุงตรงพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่จากการทำงาน หรือทำกิจกรรมใดๆ ได้จากทั่วประเทศ  โดยข้อมูลการรายงานนี้ จะนำมาช่วยเสริมการตรวจจับการระบาดในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกต่อไป อีกทั้ง คาโอยังให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดระดับประเทศ ได้ทำการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงให้ทางกรมควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการแพร่ระบาดจากโรคไข้เลือดออกในวงกว้าง”

ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมากิจกรรมภายใต้ความร่วมมือ Dengue-zero นี้ได้สนับสนุนให้เกิดการป้องกันและควบคุมไข้เลือดออกในเชิงรุกที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี โดยในปีนี้แคมเปญ “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน” จะมายกระดับการสร้างความตระหนักรู้ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงความอันตรายของโรคโดยได้ “วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร” ศิลปินดาวรุ่งระดับอินเตอร์มาเป็นหนึ่งใน “เดงกี่ ฮีโร่” ในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันไข้เลือดออกและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อปกป้องตนเองและคนใกล้ตัวให้ห่างไกลจากไข้เลือดออก

นายปีเตอร์ สไตรเบิล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ทาเคดา มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งของกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมปลอดไข้เลือดออกผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในหลากหลายมิติ เพื่อช่วยลดภาระทางด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคม โดยเน้นการสื่อสารที่ให้เห็นถึงความสำคัญของมาตรการป้องกันโรคไข้เลือดออกและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร คุณครูและนักเรียนในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ ขอขอบคุณกรมควบคุมโรค กรุงเทพมหานคร และเหล่าพันธมิตรที่ร่วมกันทำงานเพื่อปกป้องคนไทยจากไข้เลือดออก และเราจะทำงานและเดินหน้าประสานทุกความร่วมมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดอัตราการระบาด การเจ็บป่วย และการสูญเสียให้เป็นศูนย์ในไทยให้ได้”

รับชมวีดีโอ ไข้เลือดออกยิ่งไม่รู้ยิ่งต้องป้องกัน ได้ที่ https://www.facebook.com/watch/?v=469659479078812

คุณแหน : 18 มิถุนายน 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811017

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปโรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. เพื่อพระราชทานประกาศนียบัตรและเข็มวิทยฐานะแก่ผู้สำเร็จการศึกษาอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงในกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง (บสป. 1)โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับพระราชทานเข็มวิทยฐานะจำนวนรวม 77 คน อาทิ นิวัติไชย เกษมมงคล,อนันต์ แก้วกำเนิด, ดร.แสงชัย อภิชาติธนพัฒน์, รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์, วรสิทธิ์ อภิชาติโชติ, นพ.ระวีวัฒน์
มาศฉมาดล ฯลฯ อนึ่งหลักสูตรดังกล่าวข้างต้นนี้ ดำเนินการศึกษาอบรมภาควิชาการควบคู่ไปกับภาคปฏิบัติการในภาคสนามอย่างเข้มข้น จึงทำให้ผู้สำเร็จหลักสูตรมีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักกฎหมายมหาชน, กฎหมายปกครอง, และวิธีพิจารณาคดีปกครอง นับเป็นการสร้างประสบการณ์และกระบวนทัศน์ให้แก่นักบริหารของประเทศทั้งในราชการและเอกชนเป็นอย่างดี…

●● มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ กำหนดจัดงานบำเพ็ญกุศลทอดผ้าป่าสามัคคีประจำปี 2567 เพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างพระคัมภีร์ ฉบับภูมิพโลภิกขุวันที่ 20 มิ.ย. เวลา 10.30 น. ณ ศาลาการเปรียญวัดสระเกศฯ โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยสุทธิพงษ์ จุลเจริญ เป็นประธาน ในการนี้ฐิระวัตร กุลละวณิชย์, คุณหญิงจวบ จิรโรจน์,คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, คุณหญิงสมนึก เปรมวัฒนะ, ระพินทร์ จารุดุล เชิญกรรมการ มูลนิธิฯ และพุทธศาสนิกชนร่วมงานบำเพ็ญกุศลดังกล่าว…

●● วันนั้นที่มาถึง แพทองธาร ชินวัตร รองประธานยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เปิดงานสัมมนาเชิงธุรกิจกีฬาสุดยิ่งใหญ่ “ONE IGNITES” เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา ไฮไลท์ของรายการเชิญ ชาตรี ศิษย์ยอดธง ซีอีโอ “ONE CHAMPIONSHIP” องค์การมวยและการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นตัวจุดประกายให้มวยไทยกลายเป็น “SOFT POWER” อันดับต้นของประเทศ เขาแสดงทัศนวิสัยและการพัฒนาแบบก้าวกระโดดผ่านรายการ ONE CHAMPIONSHIPถ่ายทอดสดไปกว่า 180 ประเทศ… วันรุ่งขึ้นซีอีโอคนดังทำของจริงให้ดูด้วยการถ่ายทอดสดประกบคู่มวยระดับโลก ตะวันฉาย ป้องกันแชมป์โลกสำเร็จ, ส่วน รถถัง จิตรเมืองนนท์ ซูเปอร์สตาร์ของยูเอสเอ โชว์ฟอร์มต้อนคู่ต่อสู้ฝรั่งคาเนเดี้ยนสะใจผู้ชมทั่วโลกด้วยถ่ายทอดสดเรตติ้งยิ่งใหญ่ เมลล์เรตติ้ง = 4 ; ทั่วประเทศ = 2.6 ยอดคนดูออนไลน์สูงถึง 2.5 ล้านวิว…

●● ทำดีตอบแทนสังคม ทุกๆ 3 เดือน วิทเยนทร์ มุตตามระ แห่งบริษัท Around the world จัดรถบริจาคโลหิตสภากาชาดไทย มารับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ในวันที่ 26 มิ.ย. ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ณ ที่หน้าอาคาร PSB ระหว่างซอยวิภาวดีฯ 18 กับ 16 มีรถมารับสำหรับผู้บริจาคที่อยู่ในรัศมี 5 กม. โทร.061-421268 พร้อมรับของที่ระลึกจากผู้จัดฯ…

●● 30 มิ.ย. เวลา 11.00 น.มีคอนเสิร์ต “บ่าวบดินทร์อินคอนเสิร์ต Present by Assett White” ที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา…จองบัตรได้ที่สมาคมนักเรียนเก่าบดินทรเดชา หรือ Line @Bodin หรือโทร.081-7124994…

●● ดร.วิจารย์ สิมาฉายา กับ ชาว วพท.17 (วพท.=เป็นหลักสูตรนักบริหารระดับสูง วิทยาลัยการพลังงาน) ไปร่วมวิ่ง/เดินเฉลิมฉลองวันโอลิมปิกสากล จัดที่สวนเบญจกิตติ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. โดยมี พิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง รองประธานกรรมการในคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถานทูตฝรั่งเศส การกีฬาแห่งประเทศไทย ทุกวันที่ 23 มิ.ย.ของทุกปีในวาระสถาปนาวันโอลิมปิกสากล ของคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ !!…●●

บารอนเนส

HEYA Education ชวนเยาวชนค้นหา Passion และโอกาสในการพัฒนาความสามารถเฉพาะทาง สู่ระดับสากล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811011

HEYA Education ชวนเยาวชนค้นหา Passion และโอกาสในการพัฒนาความสามารถเฉพาะทาง สู่ระดับสากล

HEYA Education ชวนเยาวชนค้นหา Passion และโอกาสในการพัฒนาความสามารถเฉพาะทาง สู่ระดับสากล

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 16.57 น.

HEYA Education สถาบันการศึกษาที่สนับสนุนการศึกษาสำหรับ เด็กอัจฉริยะ ผู้มีพรสวรรค์ ผู้มีความสามารถพิเศษ และ ผู้ที่ต้องการหาแนวทางที่ชัดเจนของตัวเอง ด้วยแนวทาง Passion based Learning ที่ไม่เหมือนใคร เพื่อความก้าวหน้า โดดเด่นสำหรับนักเรียนทุกคนในประเทศไทย

เฮย่า เอ็ดดูเคชั่น (HEYA Education) ศูนย์การศึกษานานาชาติในประเทศไทย ขอเชิญชวนให้เยาวชนที่สนใจ การค้นหา Passion และ โอกาสในการพัฒนาความสามารถเฉพาะทาง สู่ระดับสากล โดยเฉพาะนักเรียนที่มีพรสวรรค์และมีความสามารถพิเศษ อายุระหว่าง 7 ถึง 17 ปี มาลงทะเบียนเรียนกับเรา โดยนำเสนอแนวทางการศึกษาเฉพาะบุคคลที่แตกต่างกับวิธีการเรียนแบบดั้งเดิมและโฮมสคูล โดยใช้ Passion เป็นตัวนำ ผสมผสานวิชาการขั้นสูงเข้ากับประสบการณ์การเรียนรู้ส่วนบุคคล เพื่อให้นักเรียนระดับประถมและมัธยมกำหนดเส้นทางการศึกษาของตนเองและประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น

เฮย่า เอ็ดดูเคชั่น (HEYA Education) ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองบนถนนพระรามเก้า เป็นศูนย์การศึกษานานาชาติที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้เยาวชนได้ค้นพบ Passion ของตนโดยไม่ถูกจำกัดด้วยอายุ โดยเฉพาะเด็กอัจฉริยะ ผู้ที่มีพรสวรรค์และมีความสามารถพิเศษ นำเสนอทางเลือกนอกเหนือจากการเรียนแบบดั้งเดิมและ Home school โดยให้บริการวิชาการขั้นสูง บนพื้นฐานที่มาจาก Passion และโปรแกรมเฉพาะทาง ที่ขับเคลื่อนด้วยวัตถุประสงค์สำหรับนักเรียนทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษา

หลักสูตรหลักของ HEYA ได้รับการรับรองโดยหน่วยงานที่ออกใบรับรองชั้นนำในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร เช่น WASC, Cognia, Cambridge และ Edexcel เพื่อให้มั่นใจว่าประกาศนียบัตรได้รับการยอมรับทั่วโลก ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนได้แล้วตั้งแต่บัดนี้ และจะเปิดเรียนใน เดือนสิงหาคม 2567 นี้ และสำหรับคอร์สภาคฤดูร้อน จะเริ่มในเดือนกรกฎาคม 2567 นี้

นักเรียนที่ HEYA จะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในด้านวิชาการจากโรงเรียน แต่ใกล้ชิด และอบอุ่นเหมือนครอบครัว ถ้าหากโรงเรียนแบบดั้งเดิมเข้มงวดเกินไปและการเรียนที่บ้านเงียบเหงาเกินไป HEYA มอบการศึกษาแบบเฉพาะตัว และความยืดหยุ่น พร้อมด้วยการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง จากทั่วโลก พร้อมด้วยมิตรภาพจากเพื่อนๆ ที่นักเรียนในปัจจุบันต้องการ

HEYA ออกใบประกาศนียบัตรการศึกษาเช่นเดียวกับโรงเรียนปกติทั่วไป แต่ให้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่เป็นแบบเฉพาะบุคคล ทั้งนี้ นักเรียนที่ HEYA จะสามารถได้ทั้งใบแสดงผลการเรียน และประกาศนียบัตร ทั้งจากของไทย และจากสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่สามารถใช้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ทั้งในประเทศไทย และทั่วโลก

ด้วยโปรแกรม Dual Enrollment จะช่วยให้นักเรียนได้รับหน่วยกิตจากมหาวิทยาลัย ไปพร้อมๆ กับการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาได้ถึงสองปีในการเรียนมหาวิทยาลัย และช่วยสร้างแฟ้มผลงาน (Portfolio) ที่น่าประทับใจที่เพิ่มโอกาสในการยื่นเข้ามหาวิทยาลัยมากขึ้น

วิธีการเฉพาะบุคคลนี้ช่วยให้แน่ใจว่าเส้นทางของนักเรียนแต่ละคนได้รับการปรับให้เหมาะกับจุดแข็ง จุดอ่อน ความสนใจ และรูปแบบการเรียนรู้ของพวกเขา โดยใช้การผสมผสานระหว่างการเรียนที่ศูนย์ฯ กับระบบออนไลน์ ทั้งแบบกลุ่มเล็กและแบบเดี่ยว รวมถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง และคลาสสอนแบบดั้งเดิม ซึ่งให้ความยืดหยุ่นสูงสุด ที่เหมาะกับความต้องการที่แตกต่างกัน

นักเรียนจะได้รับการฝึกฝน ให้เรียนรู้ พัฒนาบุคลิกภาพ ทัศนะคติ ทักษะชีวิต และสังคม กับ HEYA Character ให้มีความพร้อมในการทำงาน และใช้ชีวิต ในสังคม ที่มีทั้งความสุข และประสบความสำเร็จ เป็น Active Citizen ที่มีคุณภาพ และ HEYA จัดให้มีการประเมินและการให้คำปรึกษาส่วนบุคคลแก่นักเรียนแต่ละคน จากผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาซึ่งช่วยให้นักเรียนสำรวจความสนใจและความเป็นเลิศด้านวิชาการได้

ปรัชญาของ HEYA สะท้อนได้จากตราสัญลักษณ์ฝูงปลาอินฟินิตี้ที่แหวกว่าย อันแสดงถึงความมุ่งมั่นในการสอนความสามารถในการปรับตัว เรียนรู้ ผ่านโอกาสและความท้าทายที่ไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อพัฒนา ก้าวหน้าไปด้วยกัน

ปรัชญานี้ขับเคลื่อนโดยผู้ก่อตั้ง HEYA คือ คุณโบวี่ วงศ์วัฒนกิจ (Bovy Wongwattanakit) ซึ่งได้ผสมผสานความเชี่ยวชาญที่หลากหลายเพื่อสร้างรูปแบบการศึกษาที่แก้ปัญหาในการเรียนรู้ ของนักเรียน แต่ละคน ที่แตกต่างกัน เพื่อการส่งเสริมศักยภาพ และพัฒนาให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด อย่างเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล

ประสบการณ์ของคุณโบวี่ ในการร่วมก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติฟินแลนด์แห่งแรกของประเทศไทยที่ภูเก็ต โดยมีคุณอเล็ก โกลด์แมน ที่มีประสบการณ์ในด้านการส่งนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยนานาชาติ การศึกษาทางเลือก และการฝึกฝน อบรม สั่งสอนด้านการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งนักเรียนสามารถเจริญเติบโตได้

“HEYA ถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างแนวทางการศึกษาแบบใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางแบบองค์รวม แต่เป็นส่วนบุคคล”

คุณโบวี่ ผู้ก่อตั้ง HEYA Education กล่าวว่า ภารกิจของเราไปไกลกว่าความเป็นเลิศทางวิชาการ เรามุ่งหวังที่จะบ่มเพาะความสามารถและศักยภาพเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน ผ่านการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนมาจาก Passion ของเด็ก ที่ยังไม่ตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง

ต้นแบบของเราได้รับแรงบันดาลใจจากหลักสูตรฟินแลนด์ในขั้นเริ่มต้น และได้รับการพัฒนาเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องในการศึกษาแบบดั้งเดิมที่เห็นได้ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ของ Covid

“ด้วยการปรับเปลี่ยนการเรียนรู้ ในทุกๆส่วน สำหรับเด็กแต่ละคนเป็นการเฉพาะ เรามั่นใจว่าเด็กแต่ละคนสามารถเจริญเติบโต และค้นพบ Passion อันเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ในสภาพแวดล้อม ที่ทุกคนได้รับการยอมรับ ทั้งทุกเสียงและทุกความฝัน ได้รับการเคารพ”

นอกจากนี้ ด้วยความร่วมมือกับ อเคเดียม (Acadeum) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการศึกษาระดับอุดมศึกษาชั้นนำที่อำนวยความสะดวกในการแบ่งปันหลักสูตรระหว่างเครือมหาวิทยาลัยกว่า 500 แห่งในสหรัฐอเมริกา นักเรียนของ HEYA สามารถเก็บหน่วยกิตคู่ขนานด้วยวิชาเรียนในมหาวิทยาลัย สำหรับหลักสูตรที่พวกเขาเรียนไปได้พร้อมๆ กัน

ด้วยการร่วมมือกัน ของการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและระดับมหาวิทยาลัย จะช่วยเร่งความก้าวหน้าทางวิชาการของนักเรียน ทำให้แฟ้มผลงาน (Portfolio) มีความคมชัด โดดเด่น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทั่วโลก

เนธาน กรีน (Nathan Green) ผู้ร่วมก่อตั้ง อเคเดียม กล่าวอย่างกระตือรือร้นว่า ความร่วมมือของเรากับ HEYA Education ขยายขอบเขตการเข้าถึงของเราไปยังประเทศไทย โดยมอบโอกาสทางการศึกษาที่หลากหลาย แก่นักเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมปลายไปจนถึงมหาวิทยาลัย

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับ HEYA เพื่อขยายเครือข่ายของเรา โดยนำเสนอหลักสูตรออนไลน์คุณภาพสูง แก่นักศึกษากว่า 15,000 หลักสูตร จากวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรอง ซึ่งสนับสนุนนักนักเรียนที่กำลังมองหาปริญญาจากสหรัฐอเมริกาพร้อมตัวเลือกที่ไม่มีใครเทียบได้”

รูปแบบการศึกษาเชิงนวัตกรรม

HEYA ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักเรียนโดยการรื้อถอนอุปสรรคด้านอายุและหลักสูตรแบบดั้งเดิม ซึ่งช่วยให้มีโครงสร้างการเรียนรู้ที่ลื่นไหลและยืดหยุ่นมากขึ้น

นักเรียนได้รับการส่งเสริมให้ก้าวหน้าตามความเร็วของตนเอง โดยมีหลักสูตรที่เน้นการนำปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง และหาแนวทางแก้ไขด้วยเนื้อหาที่เป็นปัจจุบัน โดยผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในสายงานนั้นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับความสำเร็จทั้งด้านวิชาการและส่วนบุคคล

ด้วยการปฏิบัติต่อเด็กแต่ละคนอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และผสมผสานความเชี่ยวชาญในโลกแห่งความเป็นจริง และการมีส่วนร่วมของชุมชน HEYA จึงตอบสนองความต้องการด้านการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คุณโบวี่ กล่าวว่า ด้วยระบบการศึกษาของเราทำให้เราได้เห็นผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย ว่าเด็กนักเรียนจะทำได้

“ตัวอย่างเช่น เด็กอายุ 8 ขวบ ที่พ่อแม่มาหาเราเพราะความมีอัจฉริยะภาพ และความสนใจของเค้า ซึ่งเราได้ประเมินร่วมกับศาสตราจารย์ด้านการแพทย์ Immunology จนสามารถจัดให้เค้าได้เรียนกับศาสตราจารย์ ในระดับความรู้เดียวกับนักศึกษาแพทย์ปี 3 และ วัยรุ่นที่ได้มาอยู่กับเรา จากที่ไม่เข้าใจ Passion ของตัวเอง มีปัญหากับหลายโรงเรียน กลายเป็นคนที่มี Passion และสามารถได้ร่นระยะเวลาในการได้วุฒิ ม.ปลาย จาก 2 ปี จบได้ภายใน 8 เดือน และได้เริ่มต้นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ สร้างรายได้ เดือนละ 100,000 บาท ในอายุเพียง 17 ปี”

“แนวทางนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางวิชาการและการเติบโตส่วนบุคคล ทำให้เป็นทางเลือกใหม่ในวงการการศึกษาอย่างแท้จริง”

โมเดลการศึกษาเชิงนวัตกรรมของ HEYA มีความครอบคลุม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะชีวิตหลัก เช่น ความรู้ทางการเงิน การพัฒนาบุคลิกภาพและการพูด การจัดการด้านสุขภาพและความสัมพันธ์ และจริยธรรมส่วนบุคคล ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมบุคคลให้มีความรอบรู้และมีความรู้ความสามารถทั้งด้านวิชาการ และจิตใจ ที่พร้อมจะรับมือกับปัญหาในความเป็นจริง และประเด็นปัญหาระดับโลก

แนวทางของ HEYA เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อนักเรียนอัจฉริยะ นักเรียนที่มีพรสวรรค์ และนักเรียนที่พบว่าสภาพแวดล้อมทางการศึกษาแบบดั้งเดิม ไม่เหมาะสม หรือจำกัดศักยภาพของพวกเค้าอยู่

ด้วยการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปรับเปลี่ยนได้และตอบสนองเด็กได้ตรงจุดมากขึ้น HEYA ช่วยให้นักเรียนเหล่านี้สำรวจความสนใจของตนอย่างลึกซึ้งและบรรลุผลในระดับที่โรงเรียนทั่วไปไม่สามารถรองรับได้

“เป้าหมายของเราที่ HEYA คือการกำหนดกระบวนทัศน์การศึกษาใหม่โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วย Passion และมีความเฉพาะตัวเป็นรายบุคคล” คุณอเล็ก โกลด์แมน หัวหน้าฝ่ายการเรียนรู้ของ HEYA Education กล่าวเสริม

การใช้แนวทางปฏิบัติแบบเดียวสำหรับทุกคน เป็นแนวทางที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้นเราจึงปรับแต่งทุกแง่มุมของหลักสูตร ให้เหมาะกับความต้องการ และแรงบันดาลใจเฉพาะตัวของนักเรียนแต่ละคน

“สิ่งนี้ทำให้นักเรียนของ HEYA ไม่เพียงแต่ได้บรรลุเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังเกินความคาดหมายอีกด้วย เราเชื่อมั่นในการเสริมศักยภาพให้นักเรียนของเราเพื่อเปลี่ยน Passion ให้กลายเป็นความสำเร็จ”

HEYA Education เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว และขอเชิญครอบครัว นักเรียน อายุ 7 ถึง 17 ปี มาค้นพบโอกาสทางการศึกษาที่ไม่ธรรมดานี้ ซึ่งมีทั้งการเรียนแบบ Full-time และ Part-time

แนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ของศูนย์นี้ สัญญาว่าจะตอบสนองและให้ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหวังจากการศึกษาแบบเดิมๆ โดยเราจัดให้มีสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ช่วยให้นักเรียนสามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดของตนได้

สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ HEYA และข้อเสนอต่างๆ โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา http://www.heyaeducation.co    หรือติดต่อเราโดยตรง  เบอร์ 062 591 5935 หรือ e-mail hello@heyaeducation.co เพื่อดูว่า HEYA สามารถสร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญบนเส้นทางการศึกษาของบุตรหลานของคุณได้อย่างไร