“ทักษิณ” ยิ้มแย้ม เดินทางกลับบ้านพร้อม ลูกสาว หลังศาลให้ประกันตัว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577222

18 มิ.ย. 2567

12:50 น.

"ทักษิณ" ยิ้มแย้ม เดินทางกลับบ้านพร้อม ลูกสาว หลังศาลให้ประกันตัว

“ทักษิณ” สีหน้ายิ้มแย้ม เดินทางกลับบ้านพร้อม ลูกสาว “เอม” พินทองทา หลังศาลให้ประกันตัว ไม่ปรากฎตัวต่อสื่อมวลชน

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจาก ศาลอาญา รัชดา หลังได้รับการประกันตัว โดย “ทักษิณ” ขึ้น รถเบนซ์ ทะเบียน ทษ 267 บริเวณประตูด้านข้างศาล จากนั้นก็ใช้เส้นทางประตูข้างปั๊มปตท. ของ ศาลอาญา ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ ที่ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อย กันพื้นที่ไว้ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป แล้วเดินทางออกไปทันที

โดยสังเกตุเห็นว่า ขากลับ “ทักษิณ” ไม่ได้ใส่แมส เหมือนตอนขามา และมีสีหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส ก่อนขึ้นรถ รวมถึงการแต่งกายของวันนี้ใส่ชุดสูทสีกรมท่า ที่ติดเข็มตราสัญลักษณ์ที่ระลึก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 บริเวณปกเสื้อฝั่งอกข้างซ้าย ทั้งหมด 2 รุ่น ประกอบด้วยรุ่นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 60 พรรษา และรุ่นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 และสวมเนคไทสีเหลือง

โดยการเดินทางมาศาลในครั้งนี้มี “เอม” พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ลูกสาว เดินทางมาพร้อมกับ “ทักษิณ” ด้วย และการเดินทางมาของ “ทักษิณ” ในวันนี้ ไม่ปรากฎตัวต่อสื่อมวลชนทั้งขามาและขากลับ

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.35น. นานทักษิณได้เดินทางกลับถึงบ้านพักจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นบ้านพักส่วนตัวในซอยจรัญสนิทวงศ์ 71 โดยนรถยนต์ Mercedes Benz สีทูโทน หมายเลขทะเบียน ธษ 267 กรุงเทพมหานคร ที่ “ทักษิณ” ใช้โดยสารออกจากบ้านพัก โดยรถยนต์คันดังกล่าวได้ขับกลับเข้าบ้านพักจันทร์ส่องหล้าโดยใช้ประตูฝั่งซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 ซึ่งเป็นประตูเดียวกับที่ขับรถออกมาเมื่อช่วงเช้า

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

นอกจากนี้ยังมีรถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ที่ขับออกมาจากศาลอาญาพร้อมกัน ซึ่งรถคันดังกล่าวมีข้อมูลว่าเป็นของทีมทนาย ขับเข้าไปในบ้านพร้อมกัน

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

โดยบรรยากาศบริเวณรอบ บ้านจันทร์ส่องหล้า ในช่วงที่ นายทักษิณ กำลังเดินทางกลับ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประจำจุดรอบๆ บ้านเพื่อดูแลความเรียบร้อย โดยการกลับเข้าบ้านพักของ นายทักษิณ ครั้งนี้ ไม่ได้มีการทักทายสื่อมวลชนหรือลดกระจกรถแต่อย่างใด

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พ.ร.ป. สว.ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต. เดินหน้าเฟ้น สว. ต่อ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577221

18 มิ.ย. 2567

12:45 น.

ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พ.ร.ป. สว.ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต. เดินหน้าเฟ้น สว. ต่อ

ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ “เลือกตั้ง สว.” พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต. เดินหน้าเฟ้น สว. ระดับประเทศต่อ 26 มิ.ย. นี้

18 มิ.ย.2567 ตุลาการ “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีคำวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา มาตรา 36 การแนะนำตัวตามที่ กกต.กำหนดมาตรา 40 และมาตรา  41 และ 42 ว่าด้วยการเลือก สว.ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศนั้น ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 ที่ว่าด้วยจำนวน สว., สิทธิของผู้สมัครในการเลือก การรับสมัคร และการแบ่งกลุ่ม

สำหรับผลการวินิจฉัยดังกล่าวนี้ ส่งผลให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. สามารถเดินหน้าจัดการเลือก สว.ระดับประเทศ ขั้นตอนสุดท้าย ในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 นี้ต่อไปได้

ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พ.ร.ป. สว.ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต. เดินหน้าเฟ้น สว. ต่อ
ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พ.ร.ป. สว.ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต. เดินหน้าเฟ้น สว. ต่อ
ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พ.ร.ป. สว.ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต. เดินหน้าเฟ้น สว. ต่อ

ขอศาลไต่สวนการเสียชีวิต “บุ้ง” ตามกฎหมายกำหนด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577213

18 มิ.ย. 2567

11:18 น.

ขอศาลไต่สวนการเสียชีวิต "บุ้ง" ตามกฎหมายกำหนด

“ทนายด่าง” ยืนขอศาลไต่สวนการเสียชีวิต “บุ้ง” ตามกฎหมาย เชื่อหาก “ทักษิณ” ได้ประกันตัว เยาวชนคดี ม.112 จะได้เช่นกัน

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมายื่นหนังสือถึงอธิบดีศาลอาญา เพื่อขอให้ศาลอาญามีคำสั่งให้ไต่สวนการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร ตามกฎหมาย 

ขอศาลไต่สวนการเสียชีวิต \"บุ้ง\" ตามกฎหมายกำหนด

ด้วยเหตุผลทางข้อเท็จจริงที่ครอบครัวได้รับจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ทำให้เชื่อว่า น.ส.เนติพร เสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ตั้งแต่โรงพยาบาลทัณฑสถานราชทัณฑ์ ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลอาญาแล้ว

ทนายกฤษฎางค์ กล่าวว่า จนขณะนี้ครอบครัวยังไม่ได้รับคลิปวงจรปิดวันเสียชีวิตของ น.ส.เนติพรจากกรมราชทัณฑ์เพิ่มเติม แต่ผลจากการชันสูตรพลิกศพของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ถือว่าครบถ้วนแล้ว ซึ่งตนก็จะไปขอรับมาหลังจากนี้ โดยทนายความและครอบครัวทราบข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้ว่า น.ส.เนติพร  เสียชีวิตที่โรงพยาบาลทัณฑสถานเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เขตบางเขน ซึ่งอยู่ในขอบเขตอำนาจของศาลอาญาและศาลอาญามีอำนาจที่จะพิจารณาคดีนี้อยู่แล้ว

สำหรับการมาในวันนี้ตนมายื่นหนังสือถึงอธิบดีศาลอาญา เนื่องจากน.ส.เนติพร ถูกคุมขังในคดีภายใต้การดูแลของศาลอาญานี้และได้เสียชีวิตไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ตนจึงทำหนังสือให้ท่านมีคำสั่งให้ไต่สวนการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร ที่ศาลนี้

ขอศาลไต่สวนการเสียชีวิต \"บุ้ง\" ตามกฎหมายกำหนดสำหรับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ได้ให้หลักฐานตั้งแต่วันที่ร่างของบุ้งไปถึง การที่เราต้องการภาพกล้องวงจรปิดในห้องที่เนติพรเสียชีวิตเพื่อที่จะได้รู้ว่าสิ่งที่กรมราชทัณฑ์พูดมาตลอดเป็นเรื่องจริงหรือไม่ มีการช่วยเหลือปฐมพยาบาลหรือไม่ มีการกู้ชีพอย่างไร 

ในส่วนนี้เรามีหลักฐานจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์อยู่แล้ว ที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า จะให้เอกสารหลักฐานมาโดยตลอด แต่ตนก็ยังไม่แน่ใจว่าจะยื่นภายในเมื่อใด แต่ทั้งนี้ถ้าศาลอาญารับจดหมายยื่นขอความเป็นธรรมจากตนก็จะสามารถออกคำสั่งให้กรมราชทัณฑ์นำหลักฐานส่วนนั้นให้กับครอบครัวได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการไปถึงผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงยุติธรรมมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบในกรณีนี้

ทนายกฤษฎางค์ กล่าวว่า หลังจากกรมราชทัณฑ์กับกรรมาธิการกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรและส่งหนังสือถึงทนายความตนก็ได้ส่งเอกสาร และสำเนาบัตรประชาชนของตนและครอบครัวน.ส.เนติพรเพื่อใช้ประกอบการรับคลิปวงจรปิดไปแล้ว และเมื่อวานนี้ 17 มิ.ย. รายงานว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสาร ซึ่งตนไม่ทราบว่าจะอยู่ระหว่างตรวจสอบนานเท่าไร

ส่วนกรณีที่วันนี้อัยการยื่นส่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร ในคดี ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทนายกฤษฎางค์ ระบุว่า หากถามความเห็นของตนโดยหลักของกฎหมายที่ยุติธรรม นายทักษิณต้องถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์สิทธิ์และต้องได้รับการประกันตัวปล่อยตัวชั่วคราวเป็นสิทธิ์ของคุณทักษิณ เหมือนกับเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี ม.112 ก็ต้องได้รับการประกันตัวเช่นกัน

วันนี้จะเป็นบทพิสูจน์หนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ว่าดุลยพินิจของการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นตามหลักของกฎหมายหรือเป็นไปตามหลักของอำเภอใจหรือเป็นไปตามหลักความเชื่อทางการเมืองของคนตัดสิน

ทนายกฤษฎดางค์ ยอมรับว่า ไม่ได้ตั้งใจที่จะมายื่นประกันตัวเยาวชนในคดีนี้ แต่ก็กลับมาตรงกับวันที่ทักษิณขอยื่นประกันเช่นเดียวกับเยาวชนทั้ง 12 คนที่ตนเดินทางมายื่นขอประกันในคดี ม.112 ที่ผ่านมาศาลให้เหตุผลว่า ไม่ประกันเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ซึ่งทางทนายความยืนยันมาตลอดว่า จะไม่มีการหลบหนีพวกเขาเป็นเพียงนักศึกษาระดับปริญญาโท ไม่มีแม้แต่เครื่องบินส่วนตัวที่จะหลบหนี เยาวชนผู้ต้องหาต้องการออกมาต่อสู้คดีเท่านั้น 

ถ้าถามความเห็นตน นายทักษิณ ก็ต้องมีสิทธิ์ได้ประกันตัวเว้นแต่มีพฤติการณ์หลบหนีเพราะตาม รัฐธรรมนูญหรือประมวลอาญาก็ดีการควบคุมขังไว้ระหว่างพิจารณาคดีทำไม่ได้เว้นแต่ป้องกันการหลบหนีเท่านั้น

เมื่อถามว่าวันนี้คาดหวังว่า ถ้าทักษิณได้ประกันลูกความของตนจะได้ประกันหรือไม่ ทนายกฤษฎางค์ ยืนยันว่าเป็นคนละส่วนกันแต่ตนก็เชื่อว่าผู้ที่ระหว่างนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีไม่มีใครควรถูกคุมขัง

รอดคุก “ทักษิณ” ยิ้มได้ ศาลไฟเขียวให้ประกัน 5 แสน ก่อนขึ้นศาลอีกนัด 19 ส.ค.นี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577208

18 มิ.ย. 2567

10:52 น.

รอดคุก "ทักษิณ" ยิ้มได้ ศาลไฟเขียวให้ประกัน 5 แสน ก่อนขึ้นศาลอีกนัด 19 ส.ค.นี้

ศาลไฟเขียว ให้ประกันตัว “ทักษิณ” ด้วยหลักทรัพย์ 5 แสน ห้ามพูด ม.112 ยึดหนังสือเดินทาง ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ทนายเผยมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส นัดตรวจหลักฐาน 19 ส.ค.

18 มิ.ย. 2567 ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก สำนักงานอัยการสูงสุด นำตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งฟ้องศาลอาญา ภายหลังอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง นายทักษิณ ในคดี มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีให้สัมภาษณ์กับสื่อฯ ต่างประเทศ ที่ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2558

โดย นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด ให้เป็นผู้รับผิดชอบคดีได้ส่งฟ้อง พันตำรวจโท หรือ นายทักษิณ ชินวัตร ต่อศาลอาญา ตามข้อกล่าวหาดังกล่าวข้างต้นเรียบร้อยแล้ว โดยศาลประทับ รับฟ้องไว้ตามหมายเลขคดีดำที่ อ.1860/2567 ซึ่งบัดนี้คดีได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอาญาแล้ว หากมีผลคืบหน้าทางคดีสำนักงานอัยการสูงสุดจะแจ้งให้ทราบต่อไป


ต่อมาเวลา 10.30 น.มีรายงานข่าวว่า ศาลอาญา นัดตรวจพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์และจำเลย ในคดีที่อัยการสูงสุดส่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิด ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในวันที่ 19 สิงหาคม 2567 และมีรายงานว่า ศาลให้ประกันตัว ทักษิณ ชินวัตร ด้วยหลักทรัพย์ 500,000 บาท โดยมีเงื่อนไขประกันตัว ห้ามพูด ม.112 ยึดหนังสือเดินทาง ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์ แห่งคดีแล้ว เห็นว่า จำเลยให้การปฏิเสธมาตลอด อายุมาก ได้รับการปล่อยชั่วคราว ในชั้นสอบสวน มีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่งแน่นอนอยู่กับครอบครัว ประกอบกับโจทก์ไม่คัดค้านการปล่อยชั่วคราว มีเหตุสมควรเชื่อว่า หากได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาจำเลยจะไม่หลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น หรือขัดขวางการพิจารณาของศาล อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย ระหว่างพิจารณา โดยให้ตีราคาประกัน 500,000 บาท กับให้จำเลยวางหนังสือเดินทาง ยึดหนังสือเดินทาง และหลักประกัน ห้ามจำเลยเดินทาง ออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล แจ้ง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทราบ

โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์ “ทักษิณ ชินวัตร” สรุปว่า ขณะเกิดเหตุในคดีนี้และในปัจจุบันประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดหรือจะกล่าวหาหรือจะฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยพระมหากษัตริย์ขณะเกิดเหตุคดีนี้คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ส่วนพระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบันคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาล 10 เมื่อระหว่างวันที่  21-22 พ.ค.2558 เวลากลางวัน, ทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืนต่อเนื่องกันตลอดมา

จำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้บังอาจร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น และแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา ด้วยการร่วมกันใช้อุปกรณ์ที่มีระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถเชื่อมต่อการทำงานเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์อื่นด้วยกันได้และอุปกรณ์ดังกล่าวได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ แล้วโพสต์ข้อมูล ภาพ ข้อความ และตัวอักษร ที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ซึ่งตั้งค่าเปิดเป็นสาธารณะ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ลงในแอปพลิเคชั่น YouTube กับแอปพลิเคชั่น Facebook ดังกล่าวผ่านระบบสัญญานอินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)

โดยจำเลยได้พูดให้สัมภาษณ์กับนักข่าวของสำนักข่าว Chosun Media ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี เป็นภาษาไทย เมื่อวันที่ 20 พ.ค.โดยสำนักข่าว Chosun Media มีเว็ปไซต์ข่าว Url : http//www.Chosun เพื่อใช้ในการเผยแพร่ข่าว และจำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้บังอาจร่วมกันนำคลิปวิดีโอถ้อยคำ การพูดให้สัมภาษณ์ของจำเลยในชื่อ ” คลิป ทักษิณให้สัมภาษณ์ทิ้งบอมบ์ เบื้องหลัง ยึดอำนาจ อัดสุเทพ บิ๊กทหาร องคมนตรี “เผยแพร่ที่เว็บไซต์ YouTube โดยใช้ชื่อ https:// http://www.youtube.com/watch? v=tar/yCmbvABgo โดยผู้ที่ใช้ชื่อว่า “news_vivความยาว 1.32 นาที และเผยแพร่ที่เว็บไซต์ facebook ชื่อบัญชี “หยุดดัดจริตประเทศไทย” ปรากฏตาม url :https://www.focebook.com/ stopfakethailand 2fref=ts 

อันเป็นการล่วงละเมิด หมิ่นประมาทดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งประชาชนหรือบุคคลทั่วไปที่พบเห็นข้อมูล ข้อความ และตัวอักษรที่จำเลยได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวของสำนักข่าว Chosun Media ในกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลีดังกล่าวเข้าใจว่าสื่อถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  และเข้าใจว่าการยึดอำนาจ รัฐประหารเป็นเรื่องที่ทหารได้รับคำสั่งมาจากในวังพระมหากษัตริย์ออกมาช่วยในการทำรัฐประหารและอยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร

ทั้งนี้ ราชอาณาจักรไทยมีการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ข้อความดังกล่าวเป็นการมุ่งทำลาย ดูหมิ่นด้วยการใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อองค์พระมหากษัตริย์ด้วยความไม่เคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมของศรัทธาและเคารพบูชาของประชาชนชาวไทยเป็นเหตุให้พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 ทรงเสื่อมเสียพระเกียรติยศชื่อเสียงและเป็นการร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาไม่เคารพต่อองค์พระมหากษัตริย์ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้

และเป็นการกระทำมิบังควรจาบจ้วงล่วงเกินดูหมิ่น หรือกระทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทต่อพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 โดยประการที่น่าจะทำให้พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ทรงเสื่อมเสีย พระเกียรติยศ ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และทำให้ประชาชนเสื่อมความเคารพศรัทธาต่อพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายเหตุเกิดที่ เมืองกรุงโซล สาธารณรัฐกาหลี และที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานครและทั่วราชอาณาจักร ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน


ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาระหว่างสอบสวน จำเลยไม่ถูกควบคุมตัวโดยได้รับอนุญาตให้ประกันตัวตลอดมาหากจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโจทก์ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล

โดยจำเลยนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อม 9/2551 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้จำคุก 4 ปี  โดยจำเลยจะพ้นโทษคดีดังกล่าว ในวันที่ 31 ส.ค.2567  ขอศาลนับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้เรียงติดต่อกันกับโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาดังกล่าวด้วย

ศาลพิจารณาเเล้วประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ 1860/2567 โดยศาลอ่านเเละอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังเเล้วจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี 

นายวรชัย เหมะ อดีตเเกนนำเสื้อเเดงที่มาให้กำลังใจกล่าวว่านายทักษิณยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราววงเงิน 5 เเสนบาทศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีทั้งสองฝ่าย วันที่ 19 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

โดยมีรายงานว่า ศาลให้ประกันตัว “ทักษิณ ชินวัตร”

ศาลรับฟ้อง “ทักษิณ” คดี ม.112 ลุ้นได้ประกัน หรือเข้าเรือนจำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577198

18 มิ.ย. 2567

09:19 น.

ศาลรับฟ้อง "ทักษิณ" คดี ม.112 ลุ้นได้ประกัน หรือเข้าเรือนจำ

“ทักษิณ” ชิ่งสื่อฯ ดอดเข้าประตูหลังศาลฯ ลุ้นประกัน หลัง อสส. ส่งฟ้องคดี ม.112 – พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ “รอด หรือ เข้าเรือนจำ”

วันที่ 18 มิ.ย. 2567 ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก สำนักงานอัยการสูงสุด นำตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งฟ้องศาลอาญา ภายหลังอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง นายทักษิณ ในคดี มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีให้สัมภาษณ์กับสื่อฯ ต่างประเทศ ที่ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2558

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

บรรยากาศบริเวณพื้นที่ศาลฯ พบว่า มีกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาให้กำลังใจ นายทักษิณ ตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 07.00 น. และมีสื่อมวลชนหลายสำนัก มาติดตามทำข่าวดังกล่าว

ต่อมา เวลา 08.50 น. นายทักษิณ เดินทางมาถึงศาลอาญาด้วยรถยนต์ส่วนตัว Mercedes-benz ป้ายทะเบียน ธษ267 โดยมีรถตู้ Mercedes-benz สีขาว ป้ายทะเบียน 9กย 59 ขับตามมาด้วย ทั้งนี้ รถยนต์ของ นายทักษิณ ไม่ได้ขับมาจอดบริเวณทางเข้าหลักของศาลอาญา แต่มีการขับวนไปจอดที่ด้านหลังของศาลอาญา ส่งผลให้สื่อมวลชนที่มาปักหลักรอตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาบริเวณบันไดศาลฯ ต้องรอเก้อ

ศาลรับฟ้อง \"ทักษิณ\" คดี ม.112 ลุ้นได้ประกัน หรือเข้าเรือนจำ

ตามที่งานโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดแถลงเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ว่านายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้องพันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 112 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 1 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 นั้น

วันนี้ (18 มิถุนายน 2567 เวลา 08.56 น.) นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด ให้เป็นผู้รับผิดชอบคดีได้ส่งฟ้อง พันตำรวจโท หรือ นายทักษิณ ชินวัตร ต่อศาลอาญา ตามข้อกล่าวหาดังกล่าวข้างต้นเรียบร้อยแล้ว โดยศาลประทับ รับฟ้องไว้ตามหมายเลขคดีดำที่ อ.1860/2567 ซึ่งบัดนี้คดีได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอาญาแล้ว หากมีผลคืบหน้าทางคดีสำนักงานอัยการสูงสุดจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ศาลรับฟ้อง \"ทักษิณ\" คดี ม.112 ลุ้นได้ประกัน หรือเข้าเรือนจำ

ด่วน “ทักษิณ ชินวัตร” ถึงศาลอาญา ตามนัดส่งฟ้อง คดี ม.112 – พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577197

18 มิ.ย. 2567

08:56 น.

ด่วน "ทักษิณ ชินวัตร" ถึงศาลอาญา ตามนัดส่งฟ้อง คดี ม.112 - พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ทักษิณ ชินวัตร ถึงศาลอาญารัชดา ตามนัดส่งฟ้อง หลังอัยการ นัดส่งฟ้องต่อศาลคดีกระทำผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

18 มิ.ย. 2567 มวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มทยอยให้กำลังใจ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ที่ศาลอาญารัชดา หลังจากวันนี้อัยการนัดส่งฟ้องต่อศาลคดีกระทำผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่เกาหลีใต้ ซึ่งเดิมอัยการสูงสุด เคยสั่งฟ้องเมื่อปี 2558 ซึ่งก่อนหน้านี้เลื่อนนัดส่งตัวฟ้องศาลเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม เนื่องจากนายทักษิณอ้างว่าป่วยติดโควิด
 

ล่าสุด มีรายงานว่า นายทักษิณออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้า เวลา 07.55 น. แล้ว ซึ่งตามขั้นตอน นายทักษิณ ในฐานะผู้ต้องหาต้องเดินทางมารับทราบคำสั่งฟ้องกับพนักงานอัยการ จากนั้นทางอัยการจะพาตัวพร้อมสำนวนคำฟ้องไปยื่นฟ้องที่ศาลอาญาตามขั้นตอนกฎหมาย เมื่อมีการฟ้องแล้วและศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องเป็นคดีในศาล สถานะของ นายทักษิณ จะตกเป็นจำเลยตามกฎหมาย ซึ่งภายหลังกระบวนการฟ้องเสร็จสิ้น นายทักษิณมีสิทธิยื่นขอประกันตัว 

โดยระหว่างนี้ถือว่าตัว นายทักษิณ ในฐานะจำเลยอยู่ในอำนาจควบคุมของศาล หากสุดท้าย นายทักษิณ ไม่ได้รับการประกันตัว จะถูกควบคุมตัวในเรือนจำชั้นพิจารณาคดี

จากนั้นเวลา 08.48 น. นายทักษิณ ได้เดินทางถึงศาลอาญารัชดา นั่งอยู่ในเบนซ์ เดอะบัส ขาวดำ ทะเบียน ธษ 267 เป็นที่เรียบร้อย แต่ขบวนรถอ้อมไปด้านหลังของศาล ขับผ่านสื่อมวลชนไปโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ หรือลงด้านหน้าของศาลอาญา

กรมชลฯบริหารจัดการ น้ำในฤดูแล้งโค้งสุดท้าย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811060

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบันว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 42,673 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 56% ของความจุอ่างฯรวมกัน เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพลเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้นประมาณ 11,553 ล้าน ลบ.ม.(46% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 จนถึงขณะนี้ มีการจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ทั้งประเทศไปแล้วกว่า 23,159 ล้าน ลบ.ม. (93%) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 8,337 ล้าน ลบ.ม.(96%) ในส่วนของสถานการณ์การเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศมีการทำนาปรัง 9.07 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกข้าวนาปรัง 5.68 ล้านไร่

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทั่วประเทศติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุด และเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของประชาชน ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์

กรมวิชาการฯหนุนใช้ แหนแดงแห้งผลิตผักสลัดคอส

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811063

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า แหนแดงเป็นปุ๋ยชีวภาพชนิดหนึ่งที่มีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่สามารถตรึงไนโตรเจนได้อาศัยอยู่ภายในโพรงใบ ให้ธาตุอาหารพืชสูง ใช้ต้นทุนน้อย สามารถผลิตได้ต่อเนื่องและประกอบด้วยสารเพิ่มประสิทธิภาพพืช เช่น กรดอะมิโนต่างๆ และสารคล้ายฮอร์โมนพืช แต่การนำแหนแดงสดไปใช้ในการผลิตพืชผักมีข้อจำกัดเนื่องจากมีน้ำเป็นองค์ประกอบสูง หากจะนำมาใช้ในการผลิตพืชผักจำเป็นต้องใส่แหนแดงสดปริมาณมากเพื่อให้ได้ธาตุอาหารที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืชผัก ดังนั้น กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร จึงได้วิจัยและพัฒนาการใช้แหนแดงแห้งในการจัดการธาตุอาหารพืช เพื่อให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับพืชผักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน ดร.ศิริลักษณ์ แก้วสุรลิขิต นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กล่าวว่า ได้ศึกษาการปลดปล่อยธาตุอาหารของแหนแดงแห้ง และศึกษาผลของการใช้แหนแดงแห้งต่อการเจริญเติบโตของผักสลัดคอสในเรือนทดลอง จากการศึกษาการปลดปล่อยธาตุอาหารในแหนแดงแห้ง พบว่าการใส่แหนแดงแห้ง 35 กรัมต่อดิน 1 กิโลกรัม ผักสลัดคอสมีการเจริญเติบโตสูงสุด โดยมีน้ำหนักสดและน้ำหนักแห้งเพิ่มขึ้น 736% และ 286% เมื่อเปรียบเทียบกับกรรมวิธีที่ไม่ใส่แหนแดงแห้ง

จากการทดลองในพื้นที่ปลูกผักสลัดคอส จ.นครราชสีมา เมื่อใช้แหนแดงแห้งอย่างเดียวอัตรา 1 กิโลกรัม/ตารางเมตร ให้ผลผลิตผักสลัดคอสสูงกว่าการใช้ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 20 กรัมต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นอัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน โดยให้ผลผลิตเท่ากับ 2,603 กิโลกรัมต่อไร่ หรือให้ผลผลิตมากกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราแนะนำ 69% ดังนั้น แหนแดงแห้งจึงสามารถใช้เป็นแหล่งของธาตุอาหารทดแทนปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำได้ 100% ซึ่งเหมาะแก่การนำไปใช้ผลิตพืชผักอินทรีย์ เนื่องจากแหนแดงแห้ง 1 กิโลกรัม สามารถปลดปล่อยไนโตรเจนให้พืชได้ใช้ประโยชน์ประมาณ 16 กรัม รวมทั้งยังมีธาตุอาหารของแคลเซียมและแมกนีเซียมที่เป็นประโยชน์กับพืชและช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุแก่ดิน ขณะที่ปุ๋ยยูเรีย 20 กรัม มีไนโตรเจน 9.4 กรัมเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้เมื่อใช้แหนแดงแห้งร่วมกับปุ๋ยยูเรีย อัตรา 5, 10, 15 และ 20 กรัมต่อตารางเมตร พบว่าทุกกรรมวิธีทำให้ผลผลิตผักสลัดคอส สูงขึ้น แตกต่างจากการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียวทุกอัตรา

“แหนแดงมีศักยภาพในการนำไปใช้เป็นปัจจัยการผลิตที่ช่วยในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชผักรับประทานใบ โดยเกษตรกรสามารถผลิตแหนแดงได้จากการใช้เทคโนโลยีการผลิตแหนแดงของกรมวิชาการเกษตร และสามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปปฏิบัติได้ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชผักรับประทานใบและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน” ดร.ศิริลักษณ์ กล่าว

‘บุญสิงห์’ถกร่างพ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811059

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมอภิปรายสาระสำคัญและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ได้รับผลกระทบหรือผู้เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษล้านนาตะวันออก พ.ศ.กลุ่ม จ.เชียงราย ที่โรงแรมเชียงราย เฮอริเทจ จ.เชียงราย เพื่อส่งเสริมพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพและขีดความสามารถทั้งทางด้านทรัพยากรและศักยภาพของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน หรือกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก ประกอบด้วย จ.พะเยาเชียงราย น่าน และแพร่ ซึ่งมีศักยภาพ เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญเชื่อมโยงการค้าและการนำเข้าส่งออก อีกทั้งมีฐานทรัพยากรธรรมชาติ เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ หากมีกลไกการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ และเกิดความต่อเนื่องสอดคล้องกับบริบทและศักยภาพเชิงพื้นที่

ทั้งนี้ เนื่องจากกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันไม่เอื้อต่อการพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางดังกล่าว เพราะการส่งเสริมด้านการบริหารด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และระบบการอนุมัติอนุญาตตลอดจนการให้สิทธิประโยชน์เป็นการบริหารที่มีลักษณะรวมศูนย์ ขาดการส่งเสริมการกระจายโอกาสในเชิงพื้นที่ อีกทั้งการจัดทำระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของหน่วยงานของรัฐต่างๆ ยังขาดความต่อเนื่องและขาดความเชื่อมโยงไม่เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง ทำให้ไม่สามารถพัฒนาเชิงพื้นที่หรือกลุ่มจังหวัดได้อย่างเต็มศักยภาพจึงสมควรกำหนดให้มีกฎหมายเฉพาะเพื่อกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษล้านนาตะวันออกในพื้นที่กลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก เพื่อให้มีการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่นั้นๆ อย่างเหมาะสมกับสภาพและศักยภาพของพื้นที่ บูรณาการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคให้เกิดความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันทั้งในและนอกพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษล้านนาตะวันออก มีการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร รวมทั้งกำหนดแผนงานด้านการพัฒนาพื้นที่นั้นๆ อย่างมีเป้าหมายและมีมาตรการส่งเสริมภาคเอกชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการหรือโครงการที่ได้รับอนุมัติในเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นการเฉพาะ

ผู้ช่วยฯประชุม คกก.ติดตามฯ ขับเคลื่อนงาน ด้านการเกษตร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811068

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ ตามนโยบาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ครั้งที่ 2/2567 โดยมีนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายปรีชา พันธุ์วาหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯพร้อมคณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีประเด็นเกี่ยวกับการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ ในพื้นที่ จ.นครปฐม หนองบัวลำภู ระนอง สงขลา และอุบลราชธานี โดยมีวาระการพิจารณา 2 ประเด็น คือประเด็นที่ 1 พิจารณาแผนการลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าในจังหวัดดังกล่าว โดยแบ่งข้อมูลออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย 1.ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายและข้อสั่งการของ รมว.เกษตรฯ ในพื้นที่ที่สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานได้บรรลุตามเป้าหมาย และพื้นที่ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จหรือยังไม่ดำเนินการตามข้อสั่งการ และ 2.ลงพื้นที่แก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องของเกษตรกร และประเด็นที่ 2 พิจารณาแต่งตั้งอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ตามนโยบาย รมว.เกษตรฯ ทั้ง 5 จังหวัดดังกล่าว