มะเร็งปอดเกิดได้ในผู้หญิงแม้ไม่สูบบุหรี่ : โรช เน้นย้ำการตรวจคัดกรองเพื่อการรักษาที่ได้ผล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808535

มะเร็งปอดเกิดได้ในผู้หญิงแม้ไม่สูบบุหรี่ : โรช เน้นย้ำการตรวจคัดกรองเพื่อการรักษาที่ได้ผล

มะเร็งปอดเกิดได้ในผู้หญิงแม้ไม่สูบบุหรี่ : โรช เน้นย้ำการตรวจคัดกรองเพื่อการรักษาที่ได้ผล

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปีถูกกำหนดโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก โรช ไทยแลนด์ มุ่งมั่นส่งเสริมการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอดในระยะเริ่มแรกโดยเฉพาะในผู้หญิงซึ่งมีมากกว่า 8,300 คนคิดเป็น 35% เมื่อเปรียบเทียบระหว่างผู้ป่วยมะเร็งปอดเพศชายและหญิงรายใหม่ทั้งหมดในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2565 เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงอันตรายและความสูญเสียทางสุขภาพและลดการเสียชีวิตและเพิ่มโอกาสในการรักษามะเร็งปอด

ข้อมูลสถิติ ยังคาดการณ์ว่า ในปี 2573 หรือภายใน 6 ปีข้างหน้า จะมีผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่เพศหญิงในประเทศไทยมากกว่า 11,200 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 35% จากจำนวนผู้ป่วยเพศหญิงรายใหม่จำนวน 8,300 คน จากปี 2565 แน่นอนว่าการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยมะเร็งปอดสะท้อนการแพร่กระจายของปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค ไม่เพี่ยงแค่บุหรี่ แอลกอฮอล์ มลพิษทางอากาศ แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่สำคัญอีกเช่น การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่เป็นต้นเหตุของโรคนี้เช่นกัน

อีกทั้งงานวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ บ่งชี้ว่าการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม ที่เป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งปอด ตัวอย่างเช่น การกลายพันธุ์ในยีน EGFR (Epidermal Growth Factor Receptor) เป็นที่แพร่หลายในประชากรเอเชีย อาจเป็นสาเหตุก่อมะเร็งปอดโดยไม่เกี่ยวโยงกับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้ป่วย การวิจัยระบุว่าประมาณ 30-40%ของผู้ป่วยมะเร็งปอดในเอเชียมีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าประชากรชาวตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ

เบลล่า-ศิรินทิพย์ ขัติยะกาญจน์อดีตผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้ายในหัวใจ และประธานมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง กล่าวว่า จริงๆ เรื่องของมะเร็งปอดในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการสูบบุหรี่เพียงอย่างเดียว และเทรนด์ปัจจุบันก็เกิดกับผู้หญิงหรือคนทั่วไปที่อายุน้อยกว่า 30 ปีที่ไม่เคยสัมผัสบุหรี่เลย และไม่ได้เป็นคนรับควันบุหรี่มือสองเลยด้วยซ้ำ ซึ่งตรงนี้เป็นสถิติที่น่าสนใจมาก ในกลุ่มผู้ป่วยเองจึงมองว่าจริงๆ แล้วเรื่องของการดูแลตัวเอง หากเริ่มมีภาวะเหนื่อยหรือไอ ก็อยากให้รีบไปหาหมอ เพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อหรือโรคมะเร็งปอดหรือไม่ ถึงแม้จะไม่เคยมีประวัติในการสัมผัสหรือใกล้ชิดบุหรี่ก็ตาม อีกเรื่องหนึ่งคือเราอยากให้สังคมได้รับรู้ว่าปัจจุบันการเป็นมะเร็งปอดไม่ใช่เรื่องแย่ เพราะหากเราตรวจเจอเร็วและสามารถตรวจยีนพันธุกรรมได้ ดังนั้นอยากให้มองว่ามะเร็งปอดไม่ได้ต้องพาไปในเส้นทางที่เสียชีวิตทุกคน แต่อยู่ที่เราวินิจฉัยเจอเร็วแค่ไหน และเราก็สามารถวางแผนการรักษาควบคู่ไปกับหมอได้

พญ.ศันสนี เลิศฤทธิ์เรืองสิน

พญ.ศันสนี เลิศฤทธิ์เรืองสินผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรช ไทยแลนด์กล่าวว่า โรชมุ่งมั่นค้นคว้าและวิจัยเทคโนโลยี เพื่อการรักษาในมะเร็งหลายชนิด รวมถึงโรคมะเร็งปอด ปัจจุบันมีวิธีการรักษาหลักๆ อยู่ 3 ประเภทนอกเหนือจากการฉายแสงและการผ่าตัด ได้แก่ เคมีบำบัด การใช้ยามุ่งเป้า และภูมิคุ้มกันบำบัด โดยยาเคมีบำบัด จะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็วแต่มักมาพร้อมกับผลข้างเคียง เช่น อาการคลื่นไส้ เหนื่อยล้า และผมร่วง ในด้านยามุ่งเป้า เป็นการใช้ยาเพื่อกำหนดเป้าหมายเซลล์มะเร็งที่มีการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมบางอย่างโดยเฉพาะเพื่อช่วยลดความเสียหายต่อเซลล์ปกติยังมีผลข้างเคียง เช่น ผื่นผิวหนัง อ่อนเพลีย ปาก/คออักเสบ ส่วนการบำบัดด้วยภูมิคุ้มกัน เป็นการช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายในการต่อสู้กับโรคมะเร็งแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ แต่ยังอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ปฏิกิริยาทางผิวหนัง อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น หากคนไข้มีสัญญาณเบื้องต้น เช่น ไอเรื้อรัง โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจมีเสมหะปนเลือด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือหายใจลำบาก หอบเหนื่อยควรรีบพบแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยรวดเร็วถูกต้อง”

เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก โรชไทยแลนด์ อยากรณรงค์เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้คนไทยตระหนักว่าโรคมะเร็งปอดไม่ได้เกิดแค่ในผู้ชายหรือคนที่สูบบุหรี่ หากคัดกรองรวดเร็วและเหมาะสม ได้รับการรักษา จะทำให้หายขาดจากมะเร็งปอดได้ หากเป็นมะเร็งระยะเริ่มต้น ทั้งนี้ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอดได้ที่ มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง https://thaicancersociety.com/หรือ เพจเฟซบุ๊ก @thaicancersociety เว็บไซด์ Lung and Me https://www.lungandme.com/ หรือเพจเฟซบุ๊ก @lungandme

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘ด้วยรักษ์และเมตตา’ โครงการประกวดจิตรกรรม ‘ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์’ ครั้งที่ ๑

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808460

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงเปิดนิทรรศการ 'ด้วยรักษ์และเมตตา' โครงการประกวดจิตรกรรม 'ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์' ครั้งที่ ๑

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘ด้วยรักษ์และเมตตา’ โครงการประกวดจิตรกรรม ‘ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์’ ครั้งที่ ๑

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.47 น.

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทรงเปิดนิทรรศการ “ด้วยรักษ์และเมตตา” โครงการประกวดจิตรกรรม “ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ ๑ ณ หอศิลป์ทิพย์พิมาน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันเสาร์ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงเปิดนิทรรศการ “ด้วยรักษ์และเมตตา” โครงการประกวดจิตรกรรม “ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ ๑ ณ หอศิลป์ทิพย์พิมาน ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีนายปัญญา วิจินธนสาร ผู้อำนวยการหอศิลป์ทิพย์พิมาน รองศาสตราจารย์วิรัญญา จิราธิกิตติ์ รองผู้อำนวยการหอศิลป์ทิพย์พิมาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๓ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๑ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เฝ้ารับเสด็จ การนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ รองศาสตราจารย์วิรัญญา จิราธิกิตติ์ รองผู้อำนวยการหอศิลป์ทิพย์พิมาน เข้าเฝ้าถวายสูจิบัตร และนายปัญญา วิจินธนสาร ผู้อำนวยการหอศิลป์ทิพย์พิมาน กราบทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานและกราบทูลเบิกผู้ได้รับพระราชทานรางวัลโครงการประกวดจิตรกรรม “ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ ๑ จำนวน ๔๔ รายเข้ารับพระราชทานรางวัล โอกาสนี้ ทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะผู้จัดงานและเยาวชนที่ได้รับพระราชทานรางวัลฯ จากนั้น เสด็จไปทรงตัดแถบแพรเปิดนิทรรศการและทอดพระเนตรนิทรรศการ “ด้วยรักษ์และเมตตา” ผลงานศิลปะในโครงการประกวดจิตรกรรม “ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ ๑ ซึ่งจัดแสดงอยู่ ณ อาคารหอศิลป์ทิพย์พิมาน ชั้น ๒ และชั้น ๓ ตามลำดับ

สำหรับนิทรรศการ “ด้วยรักษ์และเมตตา” เป็นการจัดแสดงผลงานศิลปะจากโครงการประกวดจิตรกรรม “ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ ๑ จัดขึ้นโดยหอศิลป์ทิพย์พิมาน สถานที่จัดแสดงนิทรรศการผลงานจิตรกรรมในฝีพระหัตถ์ โดยเป็นหนึ่งในโครงการตามพระดำริและสืบสานพระปณิธานใน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี “องค์สิริศิลปิน” ในการส่งเสริมสนับสนุนความสามารถด้านการสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชนที่มีใจรักในงานศิลปะได้มีโอกาสแสดงทักษะด้านการสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนความคิด จินตนาการ ความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งเป็นการเปิดพื้นที่ในการนำเสนอผลงานของเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ โดยมุ่งหมายความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านการสร้างสรรค์ศิลปะที่มาพร้อมกับการปลูกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเพื่อประโยชน์ด้านการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน ตลอดจนสามารถสื่อสารกับสาธารณชนถึงสาระมุมมองต่าง ๆ ผ่านผลงานศิลปะดังพระดำรัสขององค์สิริศิลปินความว่า “ศิลปะเป็นเครื่องกล่อมเกลาชีวิตของคน”

การจัดประกวดในโครงการจิตรกรรม “ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ ๑ ภายใต้หัวข้อการประกวด “ด้วยรักษ์และเมตตา” มีผลงานส่งเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น จำนวน ๙๑๙ ชิ้น จากผู้ส่งผลงาน ๘๘๙ คน แบ่งตามระดับอายุการส่งผลงานเข้าร่วมประกวดออกเป็น ๓ ระดับ ประกอบด้วย

• ระดับอายุ ๕ – ๑๒ ปี ส่งผลงานเป็นภาพจิตรกรรมบนกระดาษ ขนาดผลงานไม่เกิน ๔๐x๖๐ เซนติเมตร มีผลงานส่งเข้าร่วมประกวด จำนวน ๕๐๑ ผลงาน จากผู้ส่งผลงาน ๔๘๓ คน โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ ๑ ได้รับโล่พระราชทาน เกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ได้แก่ เด็กชายวชิรวิชญ์ บุญสวัสดิ์ จากโรงเรียนอนุบาลราชบุรี ชื่อผลงาน “เลี้ยงอาหารสุนัขจรจัด”

• ระดับอายุ ๑๓ – ๑๘ ปี ส่งผลงานเป็นภาพจิตรกรรมบนกระดาษ ขนาดผลงานไม่เกิน ๔๐x๖๐ เซนติเมตร มีผลงานส่งเข้าร่วมประกวด จำนวน ๓๕๙ ผลงาน จากผู้ส่งผลงาน ๓๕๑ คน โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ ๑ ได้รับโล่พระราชทาน เกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ได้แก่ นางสาวกรรณิการ์ กฤษณากาฬ จากโรงเรียนป้อมนาคราชสวาทยานนท์ ชื่อผลงาน “เงาสะท้อนแห่งชีวิต”

• ระดับอายุ ๑๙ – ๒๕ ปี ส่งผลงานประกวดเป็นภาพผลงาน ๒ มิติ อาทิ จิตรกรรม ศิลปะไทย เทคนิคผสม ฯลฯ บนกระดาษ บนผ้าใบ หรือวัสดุอื่น ๆ ขนาดผลงานไม่เกินด้านละ ๑๕๐ เซนติเมตร มีผลงานส่งเข้าร่วมประกวด จำนวน ๕๙ ผลงาน จากผู้ส่งผลงาน ๕๕ คน โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ ๑ ได้รับโล่พระราชทาน เกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ได้แก่ นายพิพัฒน์ จันทร์ทิพย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ชื่อผลงาน “เปิดกะลา”

ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ที่สนใจร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านศิลปะขององค์สิริศิลปิน ถ่ายทอดความงดงามผ่านผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ “เสือ” และการขยายผลงานจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ในรูปแบบประติมากรรม และ Installation Art หรือศิลปะแบบจัดวางเพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้เข้าชมได้รู้สึกเพลิดเพลินและมีความสุขผ่านการชื่นชมผลงานสมดังพระปณิธานขององค์สิริศิลปินที่ทรงอยากแบ่งปันความสุขให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยผ่านผลงานศิลปะที่พระองค์ได้ทรงสร้างสรรค์ขึ้น พร้อมทั้งร่วมชมนิทรรศการ “ด้ ว ย รั ก ษ์ แ ล ะ เ ม ต ต า” ซึ่งจัดแสดงผลงานภาพวาดจากฝีมือเด็กและเยาวชน กว่า ๕๐๐ ผลงานจากโครงการประกวดจิตรกรรม “ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ ๑ ได้จนถึงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๗ ณ หอศิลป์ทิพย์พิมาน ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยเปิดให้เข้าชมทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ -๑๖.๓๐ น. ค่าเข้าชม ๕๐ บาทต่อท่าน นำรายได้สมทบทุนมูลนิธิทิพย์พิมานเพื่อสัตว์ป่วยและสัตว์ไร้ที่พึ่ง ในพระอุปถัมภ์ฯ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี และผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาสเข้าชมฟรี สอบถามข้อมูล โทร ๐๙ ๖๘๗๙ ๙๐๔๔ , ๐๙ ๖๑๔๕ ๖๒๔๙ หรือ Facebook : หอศิลป์ทิพย์พิมาน  http://www.facebook.com/TippimarnArtGallery

50 ปี มูลนิธิศุภนิมิตฯ เดินหน้าสร้างสังคมแห่งการให้ ชูแคมเปญ Not Just: แค่นี้ ของเราไม่เท่ากัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808440

50 ปี มูลนิธิศุภนิมิตฯ เดินหน้าสร้างสังคมแห่งการให้  ชูแคมเปญ Not Just: แค่นี้ ของเราไม่เท่ากัน

50 ปี มูลนิธิศุภนิมิตฯ เดินหน้าสร้างสังคมแห่งการให้ ชูแคมเปญ Not Just: แค่นี้ ของเราไม่เท่ากัน

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 12.33 น.

เมื่อการพัฒนามักมาพร้อมกับความแตกต่างเชิงโครงสร้าง ที่ถือเป็นช่องว่างสร้างความเหลื่อมล้ำในการยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต้บริบททางสังคมที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว “ความยากจน” กลายเป็นโจทย์ใหญ่ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อัตราความยากจนของคนไทยเพิ่มสูงขึ้น ล่าสุด กรมการพัฒนาชุมชน เผยผลสำรวจด้านข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน(จปฐ.) ในปี 2566 พบว่า คนไทยจำนวน 197,298 ครัวเรือน และ 655,365 คน จัดอยู่ในกลุ่มยากจน* อันเป็นผลจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของธนาคารโลกหรือ World Bank วิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตต่ำกว่าประเทศกำลังพัฒนาที่มีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่น ๆ ในภูมิภาค แม้ประเทศไทยจะมีพัฒนาการด้านเศรษฐกิจ แต่ภาคครัวเรือน ก็ยังมีความเปราะบางอยู่** ภายใต้ความยากจนและสังคมเหลื่อมล้ำ ส่งผลกระทบต่อโอกาสด้านการศึกษาของเด็กไทย หากยังไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือแก้ไข ประเทศไทยก็ไม่อาจหลุดพ้นจากความยากจน หรือก้าวขึ้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้  ความหวังที่จะสร้างสังคมคุณภาพและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จึงจำเป็นต้องมีองค์กรเอกชนเข้ามาเป็นตัวกลางเชื่อมโยงโอกาส ส่งต่อความช่วยเหลือ เพื่อให้เด็กทุกคนเติบโตขึ้นพร้อมกับการมีชีวิตที่ครบบริบูรณ์ด้วย

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) องค์กรพัฒนาเอกชน ที่เป็นสื่อกลางในการประสานงานความร่วมมือเพื่อกระชับช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคม มุ่งเน้นดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก ครอบครัว และชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราเป็นส่วนหนึ่งของ World Vision หรือศุภนิมิตสากล ที่มีพันธกิจในการช่วยเหลือเด็กมาแล้วกว่า 70 ปี และมีเครือข่ายดำเนินงานในกว่า 100 ประเทศ เข้ามาดำเนินการในประเทศไทยตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2517 โดยในปีนี้ศุภนิมิตฯ กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 กับความท้าทายครั้งใหม่ ทำให้ต้องเตรียมปรับแผนการดำเนินงาน       ให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมปัจจุบัน ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เล่าถึงการดำเนินงานของศุภนิมิตในช่วงตลอดระยะเวลา 50 ปีว่า  “เราเป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาและสาธารณกุศล มีพันธกิจเพื่อช่วยเหลือเด็กภาวะเปราะบาง ยากไร้ ให้ได้รับโอกาสการศึกษา ได้มีสุขภาพอนามัยและโภชนาการที่ดี ได้รับการปกป้องคุ้มครอง ครอบครัวได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้มีอาชีพ เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราเดินเคียงข้างมากับพัฒนาการด้านการพัฒนาเด็ก และชุมชนของประเทศ ร่วมฝ่าฟันกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ของประเทศ ตั้งแต่คลื่นยักษ์สึนามิ น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 รวมถึงวิกฤติการณ์โควิด 2019 ตลอดจนเป็นหุ้นส่วนหลักในการต่อสู้กับ HIV/Aids และวัณโรค ร่วมกับภาครัฐมาอย่างยาวนาน โดยในปัจจุบันศุภนิมิตฯ มีเด็กที่อยู่ภายใต้โครงการอุปการะประมาณ 40,000 คน เราดำเนินการโดยให้ความสำคัญทั้งการพัฒนาเด็ก ครอบครัว ควบคู่ไปกับการสร้างชุมชนเข้มแข็ง และ ให้สามารถพึ่งพาตนเอง ซึ่งจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้เราได้รับความไว้วางใจและเป็นที่ยอมรับจากสังคมจนได้รับรางวัลในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนแห่งปี 2554 และ องค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนดีเด่น ประจำปี 2565 ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจ เป็นกำลังใจอย่างมากที่จะเราจะก้าวเดินต่อไป”

และในฐานะองค์กรที่เน้นการช่วยเหลือเด็กเพื่อให้เด็กโดยเฉพาะเด็กเปราะบางยากไร้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง  ชีวิตที่ดีขึ้น ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ยังได้กล่าวถึงกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ด้วยว่า “มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้นำเสนอแคมเปญ ที่ชื่อว่า Not Just แค่นี้ ของเราไม่เท่ากัน เป็นแคมเปญที่พูดถึง การให้ ของทุกท่าน ที่พยายามจะสื่อสารว่า สิ่งที่ท่าน  มอบให้กับเด็ก ๆ ที่ขาดโอกาสหรือเปราะบาง แม้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย หรือมีจำนวนไม่มาก แต่สิ่งเล็กน้อยเหล่านั้น อาจจะสร้างการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ ให้กับเด็ก ๆ อีกหลายคนที่รอคอยโอกาส รอคอยความหวังหยิบยื่นให้ เช่นเดียวกับโครงการอุปการะเด็ก ซึ่งเป็นโครงการหลักและเป็นหัวใจสำคัญของแคมเปญนี้ แคมเปญนี้ต้องการสื่อสารให้ทุกคนได้ทราบว่า การอุปการะเด็กผ่านโครงการอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ไม่ใช่แค่บริจาคเงินเพียง 700 บาทต่อเดือน หรือ 24 บาทต่อวัน     ให้เด็กคนหนึ่งเท่านั้น ยังสามารถช่วยเหลือเด็กในชุมชนเดียวกันได้อีกถึง 4 คน ให้มีชีวิตที่ดีขึ้นตามไปด้วย และการอุปการะเด็กครั้งนี้ ก็ไม่ใช่แค่เด็กจะมีผู้อุปการะเท่านั้น แต่เด็กคนหนึ่งยังได้รับแรงบันดาลใจ ได้รับกำลังใจจากผู้อุปการะ ทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีความหวังในการดำเนินชีวิตต่อไป เด็กในความอุปการะ  จะได้รับโอกาสในการศึกษา ได้รับการดูแลสุขอนามัยที่ดี    มีอาหารที่ถูกหลักโภชนาการได้กินอย่างเพียงพอ มีแหล่งน้ำสะอาดไว้ใช้ดื่มกิน ได้อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย รวมถึงได้รับการพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสมตามช่วงวัย ครอบครัวเด็กได้รับการส่งเสริมอาชีพ ชุมชนได้รับ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เงินอุปการะเด็กเพียง 700 บาท ทำให้ท่านได้ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเด็ก ครอบครัวและชุมชนยากไร้ ได้มีชีวิต มีความหวังและมีอนาคตที่ดีขึ้นได้

เราหวังว่าแคมเปญนี้จะสร้างอิมแพคได้ในกว้างขวางมากที่สุดสร้างการรับรู้ ความเข้าใจถึงการดำเนินงานในโครงการอุปการะเด็ก สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม เพื่อให้เด็กอีกนับพันคนได้รับการช่วยเหลือ และได้รับโอกาส อย่างที่ตั้งใจไว้ ซึ่งมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพียงลำพังอาจไม่สามารถทำได้ เราจึงต้องอาศัยความร่วมมือและความช่วยเหลือ จากทางภาคส่วนหรือหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามีบทบาทขับเคลื่อนไปร่วมกัน รวมถึงทุกคนในสังคมที่ตระหนักถึงปัญหาและต้องการมอบโอกาส เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมไปพร้อม ๆ กัน”  ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง กล่าว.

รายละเอียดแคญเปญ “แค่นี้ ของเราไม่เท่ากัน” >>>> https://bit.ly/3IzYBw0

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและอัปเดตความเคลื่อนไหวได้ที่

FB : https://www.facebook.com/worldvisionthailand   IG : https://www.instagram.com/worldvision_thailand

Youtube : https://www.youtube.com/@worldvisionthailand-wvft

 X : https://twitter.com/WorldVisionTH

ดารารุ่นใหญ่’บิ๊ก ศรุต’ผ่าตัดครั้งแรกในชีวิต ต้องใส่เหล็กที่ขา-เล่าละเอียดอาการที่เป็น (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808638

ดารารุ่นใหญ่'บิ๊ก ศรุต'ผ่าตัดครั้งแรกในชีวิต ต้องใส่เหล็กที่ขา-เล่าละเอียดอาการที่เป็น (คลิป)

ดารารุ่นใหญ่’บิ๊ก ศรุต’ผ่าตัดครั้งแรกในชีวิต ต้องใส่เหล็กที่ขา-เล่าละเอียดอาการที่เป็น (คลิป)

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 09.28 น.

5 มิถุนายน 2567 ทำเอาแฟนๆ แห่งส่งกำลังใจให้รัวๆ เมื่อดารารุ่นใหญ่ชื่อดัง บิ๊ก ‘ศรุต วิจิตรานนท์’ ได้อัปคลิปวิดีโอผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@bigibig28” ขณะที่เจ้าตัวกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เตรียมผ่าตัวใหญ่แก้ไขปัญหาที่หัวเข่า (Knock knees) ต้องใส่เหล็กยาวนับเดือน 

โดยในคลิปวิดีโอแรกหนุ่มบิ๊กได้อัปเดตก่อนผ่าตัดครั้งแรกในชีวิต โดยเป็นการผ่าตัดแบบบล็อกหลัง โดยหนุ่มบิ๊กยังได้บอกอีกว่า”หลังจากผ่าตัดเสร็จจะกลับมาอัปเดตอีกครั้งหนึ่ง” ซึ่งคลิปต่อมาเป็นคลิปที่หนุ่มบิ๊กได้เปิดเผยอาการหลังจากการผ่าตัดโดยเจ้าตัวได้พูดว่า “วันนี้เป็นวันที่ผ่าตัดเสร็จทุกอย่างเรียบร้อย ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เรียบร้อยดี วันนี้คุณหมอมาเยี่ยมตอนเช้า ถามเจ็บไหม เจ็บครับ คุณหมอบอกว่าวันนี้น่าจะเป็นวันที่เจ็บที่สุด และน้อยลงเรื่อยๆ ตอนนี้หัวเข่าที่ผ่าตัดยังบวมอยู่ ต้องใส่ไว้ 4-6 อาทิตย์เลย”

พร้อมทั้ง ‘บิ๊ก ศรุต’ ยังได้เล่าเกี่ยวกับอาการที่เป็น นั่นคืออาการ’knock knee’ เล่าว่า คลิปนี้อาจจะยาวนิดหนึ่ง อยากจะเล่าอาการ knock knee   หรือ ขาเป็ด การเดินเหมือนเป็ด สมัยเด็กคงเคยได้ยิน เดินเหมือนเป็ด เดินขาแบะๆ  ขาเราแทนที่จะตรงสองข้าง มันกลายเป็นว่าหัวเข่ามันเบียดเข้ามา ปลายเท้ามันออกไปข้างนอก ขาไม่ตรง หัวเข่ามันทิ่มเข้ามา ตรงนั้นข้ามกับขาโก่ง ขาโก่งหัวเข่าจะออกไปข้างนอก แต่ knock knee  หัวเข่าจะเข้ามาข้างใน ซึ่งของผมขาซ้ายจะ knock knee  มากกว่าขาขวา ทำให้ขาซ้ายผมเตี้ยกว่าขาขวา สะโพกซ้ายเตี้ยกว่าสะโพกขวา ซึ่งก่อนที่จะทำการผ่าตัดผมค่อนข้างที่จะเจ็บมากๆ  เจ็บที่หัวเข่าด้านนอก หัวเข่าข้อเข่าผมสมบูรณ์นะครับ ยังดีอยู่มากเลย แต่ว่าที่ผมเจ็บมันไม่ใช่หัวเข่าหรือข้อเข่าแต่มั้นคือกระดูกอ่อน กระดูอ่อนที่มันรองอยู่ตรงหัวเข่ากับหน้าแข้งครับ

เมื่อ 2-3 ปีที่แล้วผมไปพบคุณหมอมาครับ คุณหมอบอกให้หยุดวิ่ง เพราะวิ่งมันกระทบกระเทือนเยอะ จริงๆ วิ่งดีกับสุขภาพ แต่คนเจ็บชาอย่างผมยิ่งวิ่งกระดูกอ่อนยิ่งไม่ดี เพราะว่าขาผมถือว่าเป็นขาที่ไม่สมบูรณ์ มันเป็นขาที่มีปัญหา ผมก็หยุดวิ่งไป เปลี่ยนมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน แล้วก็เดิน จนมาช่วงหลังผมไปเดินออกกำลังกาย เดินแบบธรรมดา ไม่ได้เดินเร็วอะไร เดินไป 5 กิโล กลับมาบ้านเจ็บมาก เจ็บเข่ามาก แล้วอาทิตย์สุดท้ายก่อนที่จะผ่า อยู่เฉยๆ ก็เจ็บล่ะ ไม่ต้องเดินเยอะเลย บางทีอยู่เฉยๆ ลุกขึ้นเดินก็เจ็บล่ะ เพราะว่ากระดูกอ่อนที่มันรองอยู่มันเหลือบางมาก

51 ปีที่ขาผมเป็นแบบนี้มาแน่นอนมันต้องสึกแหละ มันก็ถึงเวลาครับ การผ่าตัด knock knee  ของผมก็คือการผ่าตัดเพื่อปรับโครงสร้างของขาให้อยู่ในองศาที่ถูกต้อง แล้วแน่นอนเส้นเอ็นหรือว่ากล้ามเนื้อทุกอย่างที่อยู่ในขาที่เป็น knock knee  แต่พอขาเราตรงกล้ามเนื้อผมถูกยืดขึ้น เส้นเอ็นผมถูกยืดขึ้น เพราะฉะนั้นตอนนี้ปวดมากๆ เลย ปวดมากเพราะทุกอย่างมันถูกยืดหมด แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการพักฟื้น เดี๋ยวมันก็จะค่อยๆ ดีขึ้นไป เดี๋ยวรอให้มันดีขึ้นกว่านี้จะมาอัปเดตอีกทีครับ

‘ดวงเดือน’เผยคำสั่งเสียสุดท้ายของสามี’สรพงศ์ ชาตรี’ ตั้งมั่นจะสานต่อเจตนารมณ์ให้สำเร็จ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808632

'ดวงเดือน'เผยคำสั่งเสียสุดท้ายของสามี'สรพงศ์ ชาตรี' ตั้งมั่นจะสานต่อเจตนารมณ์ให้สำเร็จ

‘ดวงเดือน’เผยคำสั่งเสียสุดท้ายของสามี’สรพงศ์ ชาตรี’ ตั้งมั่นจะสานต่อเจตนารมณ์ให้สำเร็จ

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 08.02 น.

5 มิถุนายน 2567 จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ประกาศขายบ้านหรูมูลค่าสูงถึง 99 ล้านบาท ของพระเอกชื่อดังผู้ล่วงลับ ‘สรพงศ์ ชาตรี’ ต่อมาโพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบออกไป ส่วนทางด้านลูกสาวของ’สรพงศ์ ชาตรี’ อย่างคุณขวัญ พิมพ์ขวัญ ได้ออกมาเคลื่อนไหวว่าเรื่องนี้เธอนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง “มรดกล้ำค่าที่สุดคือเธอได้เกิดมาเป็นลูกคุณพ่อ”  ทำเอาชาวเน็ตต่างตกใจและสงสัยว่าทำไมและใครเป็นคนประกาศขายบ้านหรูหลังนั้น 

ต่อมา ดวงเดือน จิไธสงค์ ภรรยาของ สรพงศ์ ชาตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Duangduaen Jithaisong” บอกเล่าถึงมรดกธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่เธอต้องสานต่อเจตนารมณ์ให้สำเร็จ โดยระบุข้อความว่า 

“เช้าอาทิตย์นี้ที่มหาวิหารสมเด็จโต บุญนี้ที่อุทยานลานบุญ ตามรอยตามเจตนารมย์คนบนฟ้าบุญเช้านี้ พร้อมความคืบหน้าของงานมหาวิหารฯ มรดกธรรม สมบัติของแผ่นดิน ที่พี่เอก สรพงศ์ ชาตรี บอกสั่งและวางจัดการจัดสรรไว้ให้ หนูพยายามจะสืบสานงานตามรอยบุญ ตามเจตนารมณ์ของพี่เอกที่ตั้งใจวางทุกอย่างไว้ให้ อย่างดีที่สุดค่ะ แต่ช่างเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ ใหญ่มากๆๆ ซะเหลือเกินค่ะ อุปสรรคก็มาก แต่เป้าหมายมีไว้ชน”

“กราบอนุโมทนาบุญพ่อใหญ่แม่ใหญ่กัลยาณมิตรทุกท่าน ที่เป็นต้นบุญเป็นพลังบุญเป็นลมใต้ปีกให้ทุกอย่างให้งานศิลป์สองแผ่นดินของสมเด็จโต เดินตามเป้าหมายตามเจตนารมณ์ของพี่เอก ของพระเอกค่ะส่งเป็นบุญให้ท่านร่วมอนุโมทนาบุญด้วยกันค่ะ รูปความคืบหน้าของงาน whitcarara แต่งเสาผนังมุกหน้าวิหาร ด้วยแรงแห่งศรัทธา

“ชีวิตติดคู่บุญ ดวงเดือนสรพงศ์ ถึงจะอยู่คนละภพใจเราดวงเดียวกัน เป็นบุญเกื้อหนุนสนับสนุนให้คนบนฟ้า ด้วยความดีเกียรติยศชื่อเสียงศักดิ์ศรีจะรักษาให้ดียิ่ง” 

เมื่อภรรยาของ’สรพงศ์ ชาตรี’โพสต์ข้อความดังกล่าวไป ชาวโซเชียลก็ไม่พลาดเข้ามากดไลก์พร้อมร่วมอนุโมทนาบุญและแสดงความระลึกถึงพระเอกผู้ล่วงลับ’สรพงศ์ ชาตรี’กันเป็นจำนวนมาก

‘นก-ฉัตรชัย’ นำทีม ‘ใจพิสุทธิ์’ จิตอาสา ‘เทศน์-อุ้ม-จ็อบ’ ร่วมกิจกรรมสอนภาษาอังกฤษ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808550

‘นก-ฉัตรชัย’ นำทีม ‘ใจพิสุทธิ์’ จิตอาสา ‘เทศน์-อุ้ม-จ็อบ’ ร่วมกิจกรรมสอนภาษาอังกฤษ

‘นก-ฉัตรชัย’ นำทีม ‘ใจพิสุทธิ์’ จิตอาสา ‘เทศน์-อุ้ม-จ็อบ’ ร่วมกิจกรรมสอนภาษาอังกฤษ

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เป็นกิจกรรมดีๆ อีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำเอาเหล่านักแสดงจากละคร “ใจพิสุทธิ์” ใจฟูจริงๆ เมื่อ ช่อง 3 ร่วมกับค่าย เมตตาและมหานิยมได้จัดกิจกรรม “ใจพิสุทธิ์ อาสา สอนภาษาอังกฤษ” ชวนทุกคนมารวมตัวกันเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นครูจิตอาสา นำทีมโดยผู้จัด นก- ฉัตรชัย ร่วมด้วย เทศน์-ไมรอน, อุ้ม-อิษยา, จ็อบ-ธัชพล, ใหม่-นัฏฐา ลอยด์, เตย-ณิชา และ ปั้น-ธนพล เพื่อมาช่วยส่งเสริมความรู้และทักษะภาษาอังกฤษพื้นฐานให้กับเหล่าสามเณร จำนวน 100 รูป ณ วัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร สุขุมวิท 101

โดยกิจกรรมอาสาในครั้งนี้ เหล่านักแสดง เทศน์, อุ้ม และ จ็อบ ขอมาทำหน้าที่เป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษให้กับน้องๆ สามเณร ส่วน พี่ใหม่, ปั้น และ เตย ขอรับหน้าที่เป็นครูผู้ช่วยหนุ่มเทศน์ก็สวมบทเป็นครูแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษทันที จากนั้นจึงเริ่มสอนภาษาง่ายๆ เริ่มจากการให้สามเณรท่องอักษรภาษาอังกฤษ และออกเสียงตามก่อนจะสอนให้รู้จักการผสมตัวอักษรให้กลายเป็นคำศัพท์ ซึ่งครูเทศน์ ครูอุ้ม และครูจ็อบตั้งใจสอนกันอย่างเต็มที่ จนมาถึงเกมสุดท้ายที่ครูอุ้มขอโชว์สกิลวาดภาพ เพื่อให้ทายว่าภาพนี้คืออะไรทำเอาสามเณรตอบถูกทุกภาพงานนี้เหล่าคุณครูและน้องเณรสนุกกับการเรียนการสอนในครั้งนี้จริงๆ หลังจากเสร็จกิจกรรมทั้งหมด ก็ถึงเวลาถวายเพลให้กับเหล่าภิกษุและสามเณร และถวายปัจจัยเป็นเงินจำนวน 90,800 บาท ซึ่งเป็นรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการขายเสื้อละคร “ใจพิสุทธิ์” เพื่อนำมาสมทบเป็นทุนการศึกษาให้แก่พระภิกษุและสามเณรปิดท้ายด้วยการรับพรจากหลวงพ่อกันก่อนกลับบ้านนับว่าเป็นกิจกรรมดีๆ ที่อิ่มใจอิ่มบุญกันถ้วนหน้าเลยทีเดียวงานนี้พระเอกหนุ่มเทศน์ ได้เผยถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า“วันนี้ดีใจมากๆ ครับที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการสอนภาษาอังกฤษให้กับสามเณร เป็นกิจกรรมที่พวกเราทุกคนอยากทำอยู่แล้วเพราะได้ช่วยเหลือสังคมด้วย ใครที่อยากมาทำกิจกรรมแบบนี้เหมือนพวกผมก็สามารถติดต่อทางวัดเพื่อขอมาเป็นจิตอาสาสอนภาษาอังกฤษได้เลยนะครับ” ติดตามเรื่องราวความรักของ“คุณจักร” กับ “หนูพุก” กันต่อได้ในละครชุด“ดวงใจเทวพรหม” เรื่อง “ใจพิสุทธิ์” ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

‘แพนเค้ก เขมนิจ-ป๊อก ปิยธิดา’ เข้าชิงรางวัลเกียรติยศคนทีวี ‘โทรทัศน์ทองคํา’ ครั้งที่ 38

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808546

‘แพนเค้ก เขมนิจ-ป๊อก ปิยธิดา’ เข้าชิงรางวัลเกียรติยศคนทีวี ‘โทรทัศน์ทองคํา’ ครั้งที่ 38

‘แพนเค้ก เขมนิจ-ป๊อก ปิยธิดา’ เข้าชิงรางวัลเกียรติยศคนทีวี ‘โทรทัศน์ทองคํา’ ครั้งที่ 38

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นับว่าเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ละครอิสระที่โดดเด่นเพราะเนื้องานคุณภาพผลงานการผลิตของ CHANGE2561 ในทุกเรื่องปฏิเสธไม่ได้ว่าความเข้มข้นของบทละครเป็นอีกสิ่งที่ทำให้ละครถูกใจคุณผู้ชมนอกจากจะสนุก ทันสมัย เข้าถึงใจผู้ชมราวกับรู้ใจมายังไงยังงั้นแล้ว ยังได้เหล่านักแสดงคุณภาพเบอร์ต้นๆ ของวงการบันเทิงมาร่วมแสดงแสนยานุภาพสวมบทเป็นตัวละคร เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้สึกนึกคิดที่อยู่ในบทละครมาสู่ผู้ชม

ซึ่งละคร “สงครามเงิน” ผลิตโดย CHANGE2561 ออกอากาศทางอมรินทร์ทีวีเอชดี 34 ละครไทยแนวดราม่า เชือดเฉือน ตีแผ่วงการธุรกิจ และสถาบันครอบครัวดัดแปลงจากนวนิยายของนักเขียนชั้นครูอย่าง ว.วินิจฉัยกุลประเด็นหลักของเรื่องนี้คือสะท้อนเรื่องกิเลสตัณหาของมนุษย์ที่ปรารถนาอยากจะได้เงินและอำนาจ เงินคือทุกอย่างของชีวิต เงินคือพระเจ้า โดยรวมเรื่องนี้คือการสะท้อน “ทุกข์” ของคนรวย ที่ต้องสู้รบกันใครจะเป็นผู้ชนะ ขึ้นชื่อว่า “สงคราม” ท้ายที่สุดย่อมมีคนสูญเสียและผู้ชนะจะสุขได้จริงหรือ สงครามครั้งนี้มีเงินเป็นรางวัล และเดิมพันสูงถึงชีวิต ล่าสุดได้เข้าชิงรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2566 รางวัลเกียรติยศคนทีวี ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้ที่มีผลงานคุณภาพและมีคุณูปการต่อวงการโทรทัศน์ไทยทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ซึ่งละคร สงครามเงิน ได้เข้าชิง 2 รางวัล รางวัลดารานำหญิงดีเด่น ผู้เข้าชิง ได้แก่ เขมนิจ จามิกรณ์ จากละครเรื่อง สงครามเงิน, รางวัลดาราสนับสนุนหญิงดีเด่นผู้เข้าชิง ได้แก่ ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ จากละครเรื่อง สงครามเงิน CHANGE2561 ขอแสดงความยินดีกับ2 นักแสดงคุณภาพ แพนเค้ก เขมนิจ-ป๊อก ปิยธิดา และขอบคุณชมรมส่งเสริมโทรทัศน์ที่ให้เกียรติละคร สงครามเงินเข้าร่วมชิงรางวัล และขอแสดงความยินดีกับทุกผลงานที่ได้เข้าชิง มา ณ ที่นี้ด้วย มาร่วมลุ้นร่วมเชียร์ผลประกาศรางวัล โทรทัศน์ทองคำครั้งที่ 38 ประจำปี2566 ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2567 ณ ห้องแกลเลอรี่ ชั้น G หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรมโดยจะบันทึกเทป เวลา 13.00-15.00 น. และออกอากาศทางช่อง True4U ช่อง 24

สุดเซอร์ไพรส์!!! ‘แม่นกน้อย’คว้า’เอ-จักรพรรดิ’นั่งหุ้นส่วนเสียงอิสานคนใหม่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808622

สุดเซอร์ไพรส์!!! 'แม่นกน้อย'คว้า'เอ-จักรพรรดิ'นั่งหุ้นส่วนเสียงอิสานคนใหม่

สุดเซอร์ไพรส์!!! ‘แม่นกน้อย’คว้า’เอ-จักรพรรดิ’นั่งหุ้นส่วนเสียงอิสานคนใหม่

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 21.08 น.

วงการหมอลำมีสะเทือน!!! หมอลำเสียงอิสานปรับใหญ่”แม่นกน้อย” ดึง”อ.เอ จักรพรรดิ”เป็นหุ้นส่วนคนใหม่ เปิดตัวบริษัทเสียงอิสานบ้าน 555 จำกัด ประกาศให้ยิ่งใหญ่ก้าวล้ำในทุกมิติ พลิกหน้าประวัติศาสตร์หมอลำ ด้าน”เอ จักรพรรดิ”เปิดใจสาเหตุเข้าร่วม พร้อมพลิกหน้าประวัติศาสตร์ เปิดออดิชั่นศิลปินหน้าใหม่ให้มาร่วมงาน ขณะที่”ปอยฝ้าย”ก็หวนคืนถิ่นเก่าด้วย

วันนี้ (4 มิ.ย.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 555 บ้านหนองใส ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี นางอุไร ฉิมหลวง หรือนกน้อย อุไรพร และนายธนกฤต โรจนตรีภูมิ หรืออาจารย์เอ จักรพรรดิ ได้แถลงข่าวความร่วมมือในการทำงานและจัดตั้ง บริษัท เสียงอิสานบ้าน 555 จำกัด โดยมีสื่อมวลชนทุกแขนงร่วมรับฟัง และไลฟ์สดผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียด้วย

อาจารย์เอ จักรพรรดิ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีภาพเผยแพร่ออกไปว่าอาจารย์มาหาแม่นกน้อย หลายคนก็คิดว่ามาทำพิธี บางคนก็ว่าเป็นสปอนเซอร์ จริงๆแล้วการเข้ามาครั้งนี้ ตนเข้ามาเป็นหุ้นส่วน โดยอาจารย์ และแม่นกได้ร่วมกันจัดตั้ง บริษัท เสียงอิสาน 555 จำกัด บริษัทนี้มีตนกับแม่นกน้อยเป็นผู้ถือหุ้น 2 คน ซึ่งตนก็มาเป็นหุ้นส่วนในการบริหารจัดการวง ย้อนกลับไปตนมีธุรกิจเยอะและสาเหตุที่มาร่วมงานเปิดบริษัทร่วมลงทุนกับแม่นกน้อยก็เพราะว่า ตนเติบโตมากับวงเสียงอิสาน ตั้งแต่จำความได้ม้วนวีดีโอม้วนแรก พ่อซื้อมาแล้วเปิดให้ดูคือ การแสดงสดหมอลำเสียงอิสาน ที่สำคัญพ่อตนชอบวงนี้มาก นอกจากนี้อดีตตนเคยมีความฝันว่าอยากจะเป็นนักร้องหมอลำ จึงเป็นเหตุผลที่ตนได้เข้ามาร่วมงาน

สำหรับงานหมอลำนี้ก็ถือว่าเป็นงานใหม่มากเพราะเราไม่เคยมีฝีมือด้านนี้มาก่อน แต่เราก็ไม่ได้กลัวว่าการทำธุรกิจแบบนี้จะเป็นอุปสรรคและปัญหา ซึ่งธุรกิจของตนนั้นก็เริ่มจากการไม่เป็นอะไรเลยแต่ก็สร้างและประสบความสำเร็จ หลังจากตนเข้ามาร่วมบริหาร จากนี้จะช่วยคณะเสียงอิสานให้ก้าวล้ำในทุกมิติให้ได้ ภายในปีนี้ ผลตอบรับไม่ใช่แฟนๆของคณะเสียงอิสาน แต่จะเป็นทั้งเจ้าภาพที่มาจ้างงานของเรา ทุกคนที่จ้างเราไปจะต้องไม่รู้สึกเสียดายเงินแม้แต่บาทเดียว การมาครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการนับหนึ่งใหม่ แต่แม่นกน้อยเริ่มต้นมาไว้ดีแล้ว แต่กลับมาครั้งนี้จะเป็นการสร้างใหม่โดยพลิกหน้าประวัติศาสตร์ของเสียงอิสาน

ด้านแม่นกน้อย บอกว่า จุดอ่อนของเสียงอิสานก็คือหลังบ้านโดยเฉพาะเรื่องออนไลน์ ที่ได้อาจารย์เอมาดูแลหลังบ้านให้คิดว่าคณะเสียงอิสานจะต้องเข้มแข็ง สิ่งที่จะเกิดขึ้นในฤดูกาลแสดงหน้าที่จะถึงนี้ คือการก้าวล้ำเราจะยกชื่อเสียง คณะเสียงอิสานให้มากกว่าตำนานที่เคยสร้างไว้ จากนี้เราจะมีการสร้างศิลปินหน้าใหม่ เราจะเริ่มคัดเลือก ศิลปินหน้าใหม่ทั้งหมด อะไรที่เป็นอัตลักษณ์ของเสียงอิสานและดีเอ็นเอของเสียงอิสานดั้งเดิมเรายังคงไว้ แต่เราจะพัฒนาให้มันดูดียิ่งขึ้น ส่วนไหนที่เป็นจุดอ่อนนั้นเราก็จะเพิ่มเติมเข้าไป จากนี้เราจะมีการเปิดรับออดิชั่นศิลปินหน้าใหม่ให้มาร่วมงาน กับเสียงอิสานหากจะถามว่าพระเอกนางเอกยังใช้คนเดิมอยู่ไหม ตอนนี้ยังตอบไม่ได้เรื่องนี้ขอพูดคุยกันในเสียงอิสานก่อน ล่าสุดปอยฝ้าย มาลัยพร ก็จะกลับมาอยู่เสียงอิสานด้วยเช่นกัน

‘ดร.ซัน’ มหามงคลฟิล์ม ผุด ‘โครงการ ยุวทูตพลังงานและสิ่งแวดล้อม’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808520

'ดร.ซัน' มหามงคลฟิล์ม ผุด 'โครงการ ยุวทูตพลังงานและสิ่งแวดล้อม'

‘ดร.ซัน’ มหามงคลฟิล์ม ผุด ‘โครงการ ยุวทูตพลังงานและสิ่งแวดล้อม’

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 16.06 น.

หนึ่งความดีถวายเทิดทูลจากน้องๆ ยุวทูตในปีนี้  ได้ริเริ่มจัดทำโครงการยุวทูตพลังงานและสิ่งแวดล้อม Energy and Environment Youth Project EP1  เพื่อปลูกจิตสำนึกให้กับเยาวชนได้รู้จักอนุรักษ์พลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อมและช่วยรณรงค์เกี่ยวกับการลดโลกร้อน โดยประธานมูลนิธิครูของแผ่นดิน ดร.ธนารัชต์ สมคเณ ได้มอบรางวัลให้กับเยาวชน 

ในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2567 ของทุกปี และมอบต้นโกสนแผ่นดินทองให้กับคุณวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ตัวแทนยุวทูตพรีเซ้นต์โครงการปลูกจิตสำนึกโดยมีคุณอี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ นักแสดงนักการเมือง คุณอมราภรณ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ร่วมฟังร่วมคิดกับเยาวชนฯ 

ดร.ณรามิล วิชณุซัน คุ้มรักษ์(ดร.ซัน)ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการยังให้ร่วมให้วิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมให้วิสัยทัศน์การช่วยลดโลกร้อน ร่วมกันปลูกต้นไม้ สร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ของทุกคน ซึ่งเยาวชนนั้นเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยโลกเราได้มากในอนาคต อีกด้วย

เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ดร.ณรามิล วิชณุซัน คุ้มรักษ์(ดร.ซัน)ได้นำคณะผู้จัดงานสภาศิลปินทำความดีเพื่อศาสนา ร่วมถวายพานพุ่มและถวายพระพร ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งนำคณะยุวทูตร่วมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ฯ  ณ สถานีรถไฟฟ้ากรุงเทพอภิวัฒน์ และร่วมมอบต้นโกสนแผ่นดินทอง 

ทั้งนี้สภาศิลปินทำความดีเพื่อศาสนา สมาคมสตรีไทยสากล มูลนิธิครูของแผ่นดิน มหามงคลฟิล์ม สตูดิโอ โปรดักชั่นผู้ผลิตละครทางช่อง9MCOT ได้คัดเลือกเยาวชนพร้อมนำเสนอโปรเจค( 28 ท่าน) คุณจิรภรณ์ กาญจนเสถียร Ambassador ได้แก่ น้องกาย ภคินนันทจิวากรชัย,น้องอันดา พชรพรณ์ ขาวสอาด ,น้องนักรบ ก้องภพ สว่างเรือง ,น้องเค้ก ธัญรดี จักรคำ,น้องไออุ่น กัญญ์พิญ์ชา มิ่งขำ,น้องคาลล่า คาลล่า เมย์ คาร์ไมเคิล,น้องทีก้าอัครานุวัตร แซ่เตียว น้องแก้มใส กมลชญา ชื่อบุบผา,น้องเก้า ธนดดินทร์ หนูเมฆฯลฯสมารถติดต่อสอบถามรายละเอียด ที่ 083-0055-484สวัสดี  หมึกมายา รายงาน

จริงหรือ! ‘นัท นิสามณี’ สร้างแอ็กเคานต์ปลอมไว้ด่าตัวเอง ไม่แคร์หากอาม่าไม่ชอบแฟนหนุ่ม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808513

จริงหรือ! 'นัท นิสามณี' สร้างแอ็กเคานต์ปลอมไว้ด่าตัวเอง ไม่แคร์หากอาม่าไม่ชอบแฟนหนุ่ม

จริงหรือ! ‘นัท นิสามณี’ สร้างแอ็กเคานต์ปลอมไว้ด่าตัวเอง ไม่แคร์หากอาม่าไม่ชอบแฟนหนุ่ม

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 16.02 น.

ถูกชาวโซเชียลจับผิด ประเด็นสาวยูทูบเบอร์ชื่อดังนัท นิสามณีสร้างแอ็กเคานต์นามว่าโกกิไว้ด่าตัวเอง งานนี้รายการ คนดังนั่งเคลียร์ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป ได้คิวเจ้าตัวมาออกรายการ เลยโดนพิธีกรอาจารย์ยิ่งศักดิ์ จี้ยับ ถามลึกทุกประเด็น รวมไปถึงประเด็นปมอาม่าไม่ปลื้มแฟนหนุ่ม พร้อมตอบกลับสวยๆว่า ไม่ปลื้มก็เป็นเรื่องของอาม่าสามารถติดตามได้ทางยูทูบช่อง 8 เท่านั้นhttps://youtu.be/eIUvgYXDzQ4?si=zmR6VC5cZgHyV8t7

มีคนเขาเมาท์กันว่า หนูดัง เพราะสร้างกระแสในทางลบมันคืออะไร?

หนูต้องเคลียร์เรื่องนี้จริงๆ เพราะชื่อหนู พอไปรายการไหนก็จะขอคุยเรื่องดรามา เป็นเจ้าแม่ดรามา เอาจริงๆอยากจะบอกว่า นัทอยู่ในวงการโซเชียล 6-7 ปีแล้วที่ทำคลิป ถ้าหนูมีแต่เรื่องดรามาอย่างเดียวอย่างที่อาจารย์จั่วหัว หรือหลายๆคนบอก หนูคงไม่ได้อยู่มาถึงทุกวันนี้ หนูคงไม่มีลูกค้าระดับแถวหน้า หรือเดี๋ยวหนูจะได้ถูกเชิญไปงานระดับโลกอีก สิ้นเดือนนี้อีก เขาคงไม่เชิญหนูไป ถ้าหนูมีแต่ชื่อเสีย แต่ก็เข้าใจได้ เพราะคนเราภาพจะจำ ถ้าเรามีเรื่องไม่ดี คนก็จะจำเราแล้ว สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามเรา 100 เปอร์เซ็นต์ คนที่ติดตาม เอฟซีนัทมานาน เขาจะรู้ว่านัทชอบอะไร นัทแต่งหน้าเก่ง เล่าเรื่องเก่งเวลาทำคอนเทนต์ แต่คนที่ไม่ใช่แฟนคลับเราประจำ เขาก็จะเห็นเราตามข่าว ซึ่งถ้ามันเป็นเรื่องดีๆ หนูไปทำบุญ ข่าวก็ไม่ได้เอาไปทำ แต่พอหนูมีดราม่า วันไหนเราพลาดหน่อย ข่าวก็เอาไปทำ คนก็จะนัทนิสามีเรื่องแบบนี้ เรื่องดีๆเขาไม่ได้เอาไปเขียนไง

ได้ข่าวว่า แต่งตัวล่อเป้าถ่ายรูปที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย มีผู้ชายทาครีมโลชั่น หนูไปทำแบบนั้นทำไม คอนเทนต์?

ต้องบอกก่อนว่าหลักๆ หนูใส่ชุดว่ายน้ำจริง หนูอยู่ในซาอุจริง แต่พอฟังแบบนี้มันเหมือนผิด เพราะว่าเขาเป็นประเทศแบบมุสลิมนะ ต้องแต่งตัวปิดมิดชิด ทำไมไปใส่ชุดว่ายน้ำอยู่ประเทศเขา จะบอกว่า มันไม่ได้หมายความว่าทั้งประเทศซาอุห้ามแต่งตัวแบบนั้น เขาก็จะมีพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยว และสถานที่ถ่ายรูปบิกินี มันคือสระว่ายน้ำ แล้วถ้าไม่ให้หนูใส่บิกินี่ จะให้หนูใส่อะไรคะอาจารย์ ใส่สูทไปว่ายน้ำมันก็ไม่ใช่

แต่หนูก็โพสต์ฟาดสื่อแรงเหลือเกิน หนูเป็นคนอยู่ในสื่อ เวลาเขาพูดไม่พอใจหนูก็ฟาดเขากลับ ทำไมหนูใจร้าย?

แล้วเวลาสื่อด่าหนู สื่อใจร้ายไหมคะ ที่วันนั้นนัทโพสต์กลับยาวมาก เพราะนัทรู้สึกว่า ตอนแรกที่นัทเห็นข่าว นัทขำ รู้สึกว่าเดี๋ยวก็คนที่เขาอ่านเยอะๆ เขาคงรู้เราอยู่ในพื้นที่ปิดของโรงแรมที่ให้ถ่ายชุดว่ายน้ำได้ ปรากฏว่าผ่านไป2-3 วัน มันแรงขึ้น และสื่อจั่วไว้ไม่ได้ให้รายละเอียด นัทแค่อยากปกป้องตัวเอง ไม่ได้อยากมีปัญหากับสื่อ หรือทะเลาะกับสื่อ นัทรู้สึกว่า นัทต้องปกป้องตัวเอง ถ้านัทไม่ออกมาโพสต์คนที่อ่านหนังสือน้อยๆ ก็จะเข้าใจหนูผิดไปเลยโดยปริยาย นัทก็เลยต้องมานั่งอธิบายและตอบกลับว่าคุณควรมีจรรยาบรรณสื่อเหมือนกัน ไม่ใช่โพสต์เอาแต่ Engagement จั่วหัวด่า ชักนำคนไปในทางที่ผิด

มีคนเมาท์ว่าแอ็กเคานต์โกกิ ไม่ใช่ใครมาเกลียดชังหรอก แต่เธอตั้งมาเตรียมด่าตัวเอง แล้วคอยแก้กลับ?

เรื่องนี้ขอให้เป็นปริศนาต่อไปนะคะว่า ใครคือโกกิกันแน่ จะเป็นคนที่เป็นแอนตี้แฟนหนู หรือหนูสร้างขึ้นมาเอง ให้ลุ้นกันต่อไป

ทำไมไม่พูดมาเลย?

 ถ้าบอกไปก็ไม่สนุกค่ะ

นั้นแสดงว่าจริง ถ้าไม่จริงนัทต้องบอกไม่จริง?

เอาจริงๆนะ ตอนหนูรู้เรื่องแอ็กเคานต์นี้ ก็รู้สึกว่าอะไร มันจะมีคนนั่งตามด่าเราทุกวัน แต่งเรื่องเรื่อยเปื่อย บางทีเขาก็จะตั้งเหมือนอยู่ใต้เตียงหนูด้วยซ้ำ ก็โพสต์ๆ ตอนแรกหนูก็โมโห แต่เวลาผ่านไป คนที่เชื่อก็คงเลเวลเดียวกันกับคนที่เขียน ปล่อยให้เขาเชื่อไป

หนูกำลังมีความรัก แต่สามีหนูคนนี้เข้าบ้านไม่ได้ เพราะอาม่าไม่ชอบ เกลียดผู้ชายคนนี้ ทำไมหนูหาผู้ชายมาไม่เอาที่ผู้ใหญ่เขาปลื้ม?

อย่างแรกผัวหนูไม่ใช่ผัวอาม่า ต้องเอาที่หนูชอบก่อน เพราะที่อาม่าชอบต้องเป็นอากงหนู ที่หนูชอบก็ต้องเป็นผัวหนู (หัวเราะ) ดังนั้นอาม่าชอบไม่ชอบ หนูไม่สนใจ แต่ในแง่ความเป็นจริง หนูไม่รู้ว่าข่าวนี้มาจากไหน ก็คงไม่พ้นน้องโกกิเช่นเดิม ซึ่งนัทกับแฟน อาม่า และคนในบ้านก็มีทริปไปเที่ยวด้วยกันตลอด เขาก็คอย ดูแลคนในบ้าน ก็ดีใจที่ได้แฟนคนนี้มา แต่เอาจริง จะอาม่าไม่ถูกใจ เพื่อนหนูไม่ถูกใจก็เรื่องของมัน เพราะคนที่เอากับผัวหนู ก็ต้องเป็นหนู ไม่ใช่อาม่าหนูไง เอาที่หนูถูกใจก่อน (หัวเราะ)

ผัวจริงไหม หรือคอนเทนต์ เพราะไม่เคยเห็นหน้าผัวมาอวดเลย มาไหม?

มาค่ะ เอาค่าตัวมาก่อน หนูจะบอกว่า หลายคนบอกว่าทำไมไม่เปิดหน้าสักที ยอมรับตรงนี้เลยว่าเป็นคอนเทนต์ แต่ความจริง ชีวิตจริงหนูกับแฟนไปไหนก็เปิดหน้าตลอดนะคะ แฟนคลับเจอ หนูก็ให้ถ่ายรูป แต่หนูบอกว่าค่อยลงตอนที่พี่เปิดตัวกันนะ ชีวิตจริงไม่ได้ปิดค่ะ ไปเจอเพื่อน ไปห้างคนก็เห็นหมด แต่ในสื่อ หรือในช่องของเรา มันคือพื้นที่ออฟฟิศของหนู ดังนั้นถ้าเรา เปิดเลยว่าคนนี้ผัว ก็จบเลย แต่ถ้าเรายังไม่เปิด คนก็อยากติดตามดู รอดูว่าจะเป็นอย่างไร อาจารย์เชื่อไหมหนูปิดหน้าผัว หนูได้เงินเป็นล้านแล้วนะ ถ้าเปิดมันก็ต้องยิ่งได้อีกหลายล้าน

ได้ข่าวว่าเธอจะไปร่วมงานอะไรใหญ่โตที่สมุย?

งาน PRIDE NATION SAMUI INTERNATIONAL FESTIVAL เป็นงานไพรด์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นงานเฟสติวัลสำหรับงานไพรด์โดยเฉพาะที่ใหญ่มาก

ทุกเพศไปได้หมด?

ไปได้หมด นัทจะบอกว่างานนี้  เฉพาะกลุ่ม LGBTQA+ นะคะ ไพรด์จริงๆมันแปลว่า ภาคภูมิใจ ใครก็ตามที่มีความภาคภูมิใจในตัวเอง อยากสนับสนุนอะไรก็ตาม มาเจอกันได้เลยที่งานนี้ ซึ่งมีแกนนำเป็นตัวเด็ดๆด้วย

ทำไมต้องสมุยคะ?

ที่ตรงพรุเฉวงวิวดีมาก ตรงสมุยเป็นหนึ่งในจุดแลนด์มาร์กที่คนอยากมา เราก็ได้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ความเป็นไทยด้วย เศรษฐกิจก็ขับเคลื่อนด้วย

ใครไปบ้าง?

หนูคนนึง มีอิงฟ้า น้องมิกซ์ เฉลิมศรี ก็จะไปโชว์จัดเต็มใหญ่ที่แรกด้วย มิลลิ ก็มา หรือดีเจท็อป 100 ของโลกมาเปิดเพลง ปาร์ตี้ถึง 6 โมงเช้า งานมีต่อเนื่องหลายวันมาก รีบซื้อบัตรเลย บัตรก็ราคาเบาๆ 3,200 บาท ซื้อครั้งเดียว สามารถเข้าปาร์ตี้ได้ทุกงานตลอดเทศกาลนี้เลย แถมต้อนรับสมรสเท่าเทียม ไปจดทะเบียนสรมรสกันได้ด้วย เพื่อเป็นของที่ระลึกสำหรับงานนี้ ไปแสดงความรักกันนะคะ และพิเศษต้อนรับเข้าสู่ PRIDE MONTH ด้วยโปรลดแรงสุดยิ่งใหญ่ PRIDENATION 6.6 เตรียมกดด่วน  1 วันเท่านั้น  ส่วนลดแบบจัดเต็มสำหรับชาว PRIDE ตลอดวันที่ 6 มิถุนายน 2567 บัตรงาน PRIDE NATION SAMUI INTERNATIONAL FESTIVAL ซื้อได้ในราคาเพียง 2,500 บาท จาก 3,200 บาท เพียงใช้ CODE “PRIDENATION66” ทาง7-11 ทุกสาขา  หรือออนไลน์ https://www.allticket.com/event/pride_nation_samui_international_festivalบัตรทุกใบได้ BENEFIT ครบแบบจัดเต็ม! สามารถเข้าร่วมสนุกทุกกิจกรรมใน PRIDE NATION WEEK ที่เราจัดให้แบบพิเศษ จุใจ ตลอดทั้งสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 24-29 มิถุนายน 2567แล้วมาร่วมปิดท้ายความประทับใจในเดือนแห่ง PRIDE ไปด้วยกันกับ MUSIC FESTIVAL สุดยิ่งใหญ่ที่รวมชาว PRIDE ทั่วทั้งโลกกัน ณ ลานกิจกรรมพรุเฉวง เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

แฟนๆ สามารถติดตามรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 17.10 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27  และรับชมย้อนหลังได้ทางยูทูบช่อง 8 เท่านั้น!