ทำไมผู้สูงอายุถึงหลอดเลือดสมองแตกในห้องน้ำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807462

ทำไมผู้สูงอายุถึงหลอดเลือดสมองแตกในห้องน้ำ

ทำไมผู้สูงอายุถึงหลอดเลือดสมองแตกในห้องน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เกิดจากการที่หลอดเลือดสมองมีการอุดตัน ตีบ หรือแตก ส่งผลให้สมองบริเวณดังกล่าวเกิดการบาดเจ็บ หรือขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เซลล์สมองเสียหาย ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการ เช่น ปากเบี้ยวหน้าเบี้ยว พูดไม่ชัดหรือพูดไม่ได้ แขนขา อ่อนแรง ชาครึ่งซีก หรือเดินเซ มักเกิดในผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคไขมันในเลือดสูง

นพ.พงศกร พงศาพาส แห่งรพ.เวชธานี เผยถึงสาเหตุผู้สูงอายุที่มักเกิดหลอดเลือดสมองแตกในห้องน้ำ ว่า มี 4 สาเหตุ ประกอบด้วย

1.ขณะอาบน้ำเย็นทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้น จนหลอดเลือดในสมองแตก หรือเมื่อความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น ทำให้หลอดเลือดตอบสนองด้วยการหดตัว จากหลอดเลือดที่เคยตีบอยู่ก็กลายเป็นหลอดเลือดตัน ส่งผลให้สมองขาดเลือด เป็นเหตุให้ล้มในห้องน้ำและอาจกลายเป็นอัมพาต

2.ปรับเปลี่ยนอิริยาบถอย่างรวดเร็ว เช่น รีบลุกออกจากที่นอน เปลี่ยนท่านั่งเป็นท่ายืนเร็วเกินไปส่งผลให้ความดันโลหิตในสมองสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนอาจทำให้หลอดเลือดในสมองแตก

3.การเบ่งถ่ายในห้องน้ำ หรืออาการอื่นๆ เช่น การไอ การจาม จะทำให้แรงดันในสมองสูงขึ้นไปถึง 10 เท่า

4.คนที่มีโรคประจำตัวความดันโลหิต อาจจะต้องคอยสังเกตอาการตัวเอง เพราะว่าต้องกินยารักษาโรคความดันทุกเช้าแต่ยาความดันโลหิตมักออกฤทธิ์ระยะสั้นส่งผลให้ยาอาจหมดฤทธิ์ในช่วงเย็น จึงเป็นจุดอ่อนทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและอาจก่อให้เกิดอาการหลอดเลือดสมองโดยไม่รู้ตัว

ส่วน วิธีป้องกันหลอดเลือดสมองแตกในห้องน้ำ คนที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง ควรระมัดระวังในการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ โดยควรลุกขึ้นยืนช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป และควรหลีกเลี่ยงการยืนนานๆ ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัด และควรดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงความเครียด ความวิตกกังวล

ทั้งนี้ หากพบตัวเองหรือบุคคลใกล้ชิดมีอาการเข้าข่ายโรคหลอดเลือดสมองควรรีบมาโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

สปอท. จัดคอนเสิร์ตการกุศล Glory of Love เพื่อมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ PPSEAWA THAILAND organizes the ‘Glory of Love’ Charity Concert

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807485

สปอท. จัดคอนเสิร์ตการกุศล Glory of Love เพื่อมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ PPSEAWA THAILAND organizes the ‘Glory of Love’ Charity Concert

สปอท. จัดคอนเสิร์ตการกุศล Glory of Love เพื่อมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ PPSEAWA THAILAND organizes the ‘Glory of Love’ Charity Concert

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ชวาลี โอสถานุเคราะห์ นายก สปอท. และคณะกรรมการ สปอท. ต้อนรับ รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ ประธานมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 สมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สปอท.) นำโดย ชวาลี โอสถานุเคราะห์ นายก สปอท. พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมฯ จัดคอนเสิร์ตถวายเป็นพระราชกุศล “The Glory of Love Concert” โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับ มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ พร้อมกับซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อโรงพยาบาลที่ห่างไกล และสมทบทุนโครงการสาธารณกุศลของสมาคมฯ ในการช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งการส่งเสริมสันติภาพและการรักษาสิ่งแวดล้อม จัดขึ้นในวันที่ 26 พฤษภาคม 2567 เวลา 14.00 น. ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์

The Glory of Love Concert มีศิลปินนักร้องอาชีพ และนักร้องรับเชิญร่วมขึ้นเวทีมากมาย นำโดย วิน-วศิน พรพงศา แชมป์จากเวที The Golden Song เวทีเพลงเพราะ, พระเอกหนุ่มสุดฮอต เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์, รัดเกล้า อามระดิษ ดีว่าตัวแม่ของเมืองไทย, ป๊อด-ธนชัย อุชชิน, หวาย-ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์ ก่อนจะปิดท้ายด้วยวง Getsunova ที่มาเรียกเสียงกรี๊ดและสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมอย่างจุใจ โดยมี แหวน-ปวริศา เพ็ญชาติ รับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการ

ชวาลี โอสถานุเคราะห์ นายก สปอท. กล่าวเปิดงาน

สมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย(สปอท.) และใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Pan Pacific and Southeast Asia Women’s Association of Thailand” (PPSEAWA Thailand) ก่อตั้งและจดทะเบียน เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2502 โดย หม่อมพร้อยสุพิณวรวรรณ และได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคม ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับสมาคมไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในปี พ.ศ.2542 องค์กรสหประชาชาติได้ประกาศให้ สปอท. เป็นองค์กรเอกชนองค์กรแรกของประเทศไทย ที่มีสถานภาพเป็นที่ปรึกษาพิเศษของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมในภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก นับแต่นั้นมาทางสมาคมฯ ได้แต่งตั้งผู้แทนประจำองค์การสหประชาติที่นครนิวยอร์กกรุงเจนีวา กรุงเวียนนา และกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ในปี 2567 เป็นปีสำคัญที่ สปอท. ครบรอบ 65 ปี แห่งการก่อตั้งสมาคม คณะกรรมการตลอดจนสมาชิกสมาคมฯ ยังคงดำเนินงานตามเจตนารมณ์ของนายกก่อตั้ง หม่อมพร้อยสุพิณ วรวรรณ ณ อยุธยา และนโยบายหลักของ PPSEAWA International นั่นคือการสนับสนุนและคำนึงถึงสันติภาพ ช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาส โดยการจัดทำโครงการให้ความรู้และมอบโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนเพื่อให้เขามีอนาคตที่ดีและเติบโตเป็นประชากรที่มีความสุขและมีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป ซึ่งในแต่ละปี สปอท. ได้จัดงานหาทุนเพื่อใช้ในโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์ของสมาคมฯ อย่างมากมาย อาทิ ฝ่ายพัฒนาเด็กเล็ก ฝ่ายพัฒนาเยาวชน ฝ่ายพัฒนาสตรี ฝ่ายพัฒนาศักยภาพสตรี ฝ่ายเพื่อผู้อาวุโส ฝ่ายพัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ฝ่ายพัฒนาสันติภาพ และฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือเมื่อประเทศชาติประสบภัยพิบัติและโรคระบาด ได้แก่ สึนามิ น้ำท่วม และการระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นต้น

นายก สปอท. มอบเงินรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ โดยมี รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ ประธานมูลนิธิ รับมอบ

นายก สปอท. มอบเงินรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ โดยมี รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ ประธานมูลนิธิ รับมอบ

สุพัชนา อัษฎาธร, ณินทิรา โสภณพนิช, วรีลักษณ์ โตสมภาคย์, รศ.ปิยกุล เลาวัณย์ศิริ และ สุดารัตน์ บูรพชัยศรี

สุพัชนา อัษฎาธร, ณินทิรา โสภณพนิช, วรีลักษณ์ โตสมภาคย์, รศ.ปิยกุล เลาวัณย์ศิริ และ สุดารัตน์ บูรพชัยศรี

รวมพลังสตรีร่วมชมคอนเสิร์ต อาทิ คุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์, ปิยดา นราดุลย์, ศิริรัตน์ ธำรงธีระกุล, นันทิยา วงศ์วานิชย์

รวมพลังสตรีร่วมชมคอนเสิร์ต อาทิ คุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์, ปิยดา นราดุลย์, ศิริรัตน์ ธำรงธีระกุล, นันทิยา วงศ์วานิชย์

ชวาลี โอสถานุเคราะห์ กับลูกสะใภ้ อิงฟ้า ดำรงชัยธรรม และหลานสาวน้องเลฬา

ชวาลี โอสถานุเคราะห์ กับลูกสะใภ้ อิงฟ้า ดำรงชัยธรรม และหลานสาวน้องเลฬา

อัญญารัตน์ สุทัศน์ ณ อยุธยา และคุณแม่ Carol

อัญญารัตน์ สุทัศน์ ณ อยุธยา และคุณแม่ Carol

คณะสโมสรซอนต้าราชบุรี นำโดยอดีตนายก วีณา ศรีสรรพางค์

คณะสโมสรซอนต้าราชบุรี นำโดยอดีตนายก วีณา ศรีสรรพางค์

เนตรนภิศ ตั้งตรงวัฒนา, สุกัญญา ประจวบเหมาะ, วรรณี ทรัพย์บุญเกิด, วีรยุทธ ศุภพิพัฒน์ และ วนาลี ลีกาญจนากร

เนตรนภิศ ตั้งตรงวัฒนา, สุกัญญา ประจวบเหมาะ, วรรณี ทรัพย์บุญเกิด, วีรยุทธ ศุภพิพัฒน์ และ วนาลี ลีกาญจนากร

ชวาลี โอสถานุเคราะห์, รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ, ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ และ สริยา สิวายุ

ชวาลี โอสถานุเคราะห์, รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ, ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ และ สริยา สิวายุ

คณะสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย ดร.โสภาพิมพ์ สิมะกุลธร นายกสมาคม และคุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์

คณะสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย ดร.โสภาพิมพ์ สิมะกุลธร นายกสมาคม และคุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์

สุดถนอม กรรณสูต และ ชไมพันธุ์ โบ๊ด

สุดถนอม กรรณสูต และ ชไมพันธุ์ โบ๊ด

คณะสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์

คณะสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์

สุดถนอม กรรณสูต, ชวาลี โอสถานุเคราะห์ และ อาภาภรณ์ โกศลกุล

สุดถนอม กรรณสูต, ชวาลี โอสถานุเคราะห์ และ อาภาภรณ์ โกศลกุล

นายก สปอท. กับลูกชายคนเล็ก คฑา โอสถานุเคราะห์

นายก สปอท. กับลูกชายคนเล็ก คฑา โอสถานุเคราะห์

แหวน-ปวริศา เพ็ญชาติ พิธีกรกิตติมศักดิ์

แหวน-ปวริศา เพ็ญชาติ พิธีกรกิตติมศักดิ์

มอบดอกไม้ขอบคุณศิลปิน หวาย-ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์

มอบดอกไม้ขอบคุณศิลปิน หวาย-ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์

แฟนคลับให้กำลังใจ เนม-ปราการ ไรวา Getsunova ติดขอบเวที

แฟนคลับให้กำลังใจ เนม-ปราการ ไรวา Getsunova ติดขอบเวที

นาฑี โอสถานุเคราะห์ Getsunova

นาฑี โอสถานุเคราะห์ Getsunova

ปณต คุณประเสริฐ Getsunova

ปณต คุณประเสริฐ Getsunova

นายก สปอท. มอบดอกไม้ขอบคุณศิลปิน รัดเกล้า อามระดิษ

นายก สปอท. มอบดอกไม้ขอบคุณศิลปิน รัดเกล้า อามระดิษ

เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์

เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์

วิน-วศิน พรพงศา แชมป์จากเวที The Golden Song

วิน-วศิน พรพงศา แชมป์จากเวที The Golden Song

รัดเกล้า อามระดิษ แบทเทิลกับ ป๊อด-ธนชัย

รัดเกล้า อามระดิษ แบทเทิลกับ ป๊อด-ธนชัย

หวาย-ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์

หวาย-ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์

เก็บภาพความประทับใจหลังจบคอนเสิร์ต

เก็บภาพความประทับใจหลังจบคอนเสิร์ต

คาร์เทียร์ เผยโฉมไฮจิวเวลรี่คอลเลคชั่น NATURE SAUVAGE เรื่องราวต้องมนต์สะกด ของบรรดาสรรพสัตว์แสนลํ้าค่าจากเมซง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807470

คาร์เทียร์ เผยโฉมไฮจิวเวลรี่คอลเลคชั่น NATURE SAUVAGE  เรื่องราวต้องมนต์สะกด ของบรรดาสรรพสัตว์แสนลํ้าค่าจากเมซง

คาร์เทียร์ เผยโฉมไฮจิวเวลรี่คอลเลคชั่น NATURE SAUVAGE เรื่องราวต้องมนต์สะกด ของบรรดาสรรพสัตว์แสนลํ้าค่าจากเมซง

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คาร์เทียร์ (Cartier) แบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาสัญชาติฝรั่งเศส เผยโฉม Nature Sauvage เครื่องประดับชั้นสูง คอลเลคชั่น ล่าสุดจากคาร์เทียร์ นำเสนอเรื่องราวอันน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเต่าที่หลบเร้นจากจี้ประดับสร้อยคอ กลายร่างมาเป็นเข็มกลัด หรือนกฟลามิงโก้สีชมพูที่ปรากฏกายท่ามกลางพุ่มมรกต

คอลเลคชั่นนี้นำเสนอสไตล์ที่หลากหลาย อิสระ และเสมือนจริง ถ่ายทอดผ่านเสือดาวหิมะที่ย่างกรายอย่างแผ่วเบาบนแผ่นน้ำแข็งเพชรและร็อกคริสตัล ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสายตาอันเฉียบคมของดีไซเนอร์ ที่นำแรงบันดาลใจจากเกล็ดหนังจระเข้ มาตีความเป็นแหวนที่มีความละม้ายคล้ายงานสถาปัตยกรรมอย่างน่าอัศจรรย์และเต็มไปด้วยความสนุกสนานดั่งการเล่นซ่อนหา เมื่อบรรดาสรรพสัตว์มาปรากฏกายในที่ซึ่งไม่คาดคิด คาร์เทียร์ทลายขอบเขตเดิม สร้างสรรค์ให้สัตว์ต่างๆ เป็นอิสระจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และก้าวเข้ามาสู่โลกใหม่ ดังเช่นงูที่แยกร่างเป็นสอง แล้วเนรมิตกายเป็นสร้อยคอเส้นงาม ประดับลวดลายตาหมากรุกแทนเกล็ด หรือแมลงปีกแข็งที่ผุดร่างขึ้นจากสร้อยคอประดับลวดลายแอ็บสแตรคท์ชวนให้นึกถึงตึกระฟ้า ซึ่งแสดงถึงบุคลิกภาพอันทรงพลังที่ถ่ายทอดอย่างอิสระ ผ่านความแพรวพราวของผลงานที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์

ด้วยการออกแบบที่ประณีตพิถีพิถัน และความเชี่ยวชาญอันเหนือระดับ ผลงานสุดบรรเจิดเหล่านี้จึงเต็มไปด้วยพลังแห่งการสื่ออารมณ์ นำสู่โลกแห่งความลึกลับที่ได้ปลุกจินตนาการให้โชติช่วง “มุมมองใหม่แห่งอาณาจักรสัตว์คาร์เทียร์ (Cartier Bestiaire) มาสร้างเซอร์ไพรส์ให้รู้สึกทึ่ง พร้อมความสมัยใหม่ ผ่านการพบปะที่ไม่คาดฝัน เครื่องประดับที่แสดงถึงท่าทีและบุคลิกของสัตว์แต่ละชนิด รวมทั้งความมีชีวิตชีวา ด้วยการเล่นกับ เรขศิลป์ ปริมาตร และภาพลวงตาที่กลมกลืนไปกับภูมิทัศน์แห่งจินตนาการ นี่คือจิตวิญญาณของ Nature Savage” ฌาคลีน การาชีผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์เครื่องประดับจิวเวลรี่

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคาร์เทียร์ สามารถเยี่ยมชม WWW.CARTIER.CO.TH

โครงการ ‘หายใจสบาย, ใช้ชีวิตเต็มที่ : ผู้ป่วยโรคหืดต้องไม่เสียชีวิต’ การรักษาด้วยยากลุ่มใหม่และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807460

โครงการ ‘หายใจสบาย, ใช้ชีวิตเต็มที่ : ผู้ป่วยโรคหืดต้องไม่เสียชีวิต’  การรักษาด้วยยากลุ่มใหม่และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง

โครงการ ‘หายใจสบาย, ใช้ชีวิตเต็มที่ : ผู้ป่วยโรคหืดต้องไม่เสียชีวิต’ การรักษาด้วยยากลุ่มใหม่และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคีองค์กรต่างๆ ได้แก่ สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็กแห่งประเทศไทย (ภายใต้การสนับสนุนของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกรมการแพทย์ จัดงานแถลงข่าว โครงการ “หายใจสบาย, ใช้ชีวิตเต็มที่: ผู้ป่วยโรคหืดต้องไม่เสียชีวิต”หรือ “Breathe Easy, Live Fully :Towards Zero Asthma Deaths” เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องประชุมเวิลด์บอลรูม ซี ชั้น 23 โรงแรมเซนทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์ กรุงเทพมหานคร เนื่องในวันหืดโลก หรือ World Asthma Day 2024 ที่กำหนดโดย องค์การอนามัยโลก(WHO) และองค์กรโรคหืดโลก (GlobalInitiatives for Asthma – GINA)

ในงาน รศ.นพ.ฮิโรชิ จันทาภากุล นายกสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทยกล่าวว่า โรคหืดเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ถึงแม้ประเทศไทยจะมีแนวทางการรักษาโรคหืด แพทย์ และทรัพยากรในการดูแลผู้ป่วยโรคหืดเพียงพอ แต่ยังมีผู้ป่วยโรคหืดที่เสียชีวิตจากการกำเริบเฉียบพลันมากกว่า 400 คนต่อปี ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่นที่มีประชากรมากกว่าประเทศไทย เช่น ญี่ปุ่น หรือ สหรัฐอเมริกา สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย และภาคีองค์กรต่างๆ จึงร่วมกันริเริ่มโครงการ “Breathe Easy, Live Fully : Towards Zero Asthma Deaths” “หายใจสบาย,ใช้ชีวิตเต็มที่ : ผู้ป่วยโรคหืดต้องไม่เสียชีวิต” เพื่อร่วมยกระดับประสิทธิภาพการรักษาโรคหืดในประเทศไทย โดยการรวบรวมและติดตามข้อมูลของผู้ป่วยโรคหืดในประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำมาวิเคราะห์และวางแผนร่วมกับภาคีองค์กรต่างๆ พร้อมเสนอแนวทาง ในการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหืดให้เหลือน้อยที่สุด โดยคาดหวังให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคหืดในประเทศไทยลดลงเหลือศูนย์ในระยะเวลาภายในสิบปี

“โรคหืด” เกิดจากภาวะหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และไวต่อสิ่งกระตุ้นมากผิดปกติ ทั้งจากสารก่อภูมิแพ้ การติดเชื้อ หรือมลพิษทางอากาศ ทำให้กล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมหดเกร็ง ตีบแคบเป็นพักๆ ส่งผลให้เกิดอาการไอ หอบเหนื่อย หายใจลำบากตามมา อาการบ่งชี้ของโรค เช่น ไอเป็นชุดๆ แน่นหน้าอก หายใจหอบ หายใจเสียงดังวี้ด ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังได้รับสิ่งกระตุ้น เช่น มลพิษทางอากาศ สารก่อภูมิแพ้ การติดเชื้อไวรัส หรือการออกกำลังกาย โดย “โรคหืด” นั้นเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ และสามารถรักษาเพื่อควบคุมอาการ และป้องกันการเกิดหืดกำเริบเฉียบพลัน ผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่ใช้ยาควบคุมโรคอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องนั้นมีโอกาสหายขาดได้ ทั้งนี้คนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจที่ผิดว่า “โรคหืด” เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หรือสามารถหยุดยาได้เมื่อไม่มีอาการกำเริบ ทำให้ผู้ป่วยขาดความสม่ำเสมอในการใช้ยารักษา ส่งผลให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคหืดชนิดรุนแรง (Severe Asthma) ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยากลุ่มใหม่ (Biologics)ที่มีความจำเพาะเจาะจงในการต้านกลไกการเกิดโรค และให้ผลการรักษาที่ดีต่อคนไข้โรคหืดชนิดรุนแรงนั้น ทางกรมบัญชีกลางได้ประกาศอนุมัติให้ผู้ป่วยข้าราชการสามารถใช้สิทธิ์ในการรักษาได้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่2 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับคนไข้โรคหืดชนิดรุนแรง นอกจากนี้ยังมีแนวทางการรักษาอื่นๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการได้ อาทิ การเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ การเลิกสูบบุหรี่ การออกกำลังกาย การฝึกหายใจ การลดความเครียดทางอารมณ์ และจิตใจ และการลดน้ำหนักทั้งนี้ ผู้ป่วยควรติดตามอาการของตนเอง และฝึกสังเกตอาการโดยมีแผนการปฏิบัติตนเบื้องต้นเพื่อควบคุมอาการของโรคหืด และหากมีอาการที่สงสัยว่าเป็นอันตรายควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างทันท่วงที

ศศินทร์ และ SCGC ผลักดันสตาร์ทอัพสร้างธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ลั่นระฆังการแข่งขัน Bangkok Business Challenge 2024

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807466

ศศินทร์ และ SCGC ผลักดันสตาร์ทอัพสร้างธุรกิจเพื่อความยั่งยืน  ลั่นระฆังการแข่งขัน Bangkok Business Challenge 2024

ศศินทร์ และ SCGC ผลักดันสตาร์ทอัพสร้างธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ลั่นระฆังการแข่งขัน Bangkok Business Challenge 2024

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) เปิดฉากจัดการแข่งขัน Bangkok Business Challenge 2024 โดยมี บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ธุรกิจ เคมีภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ซึ่งการแข่งขัน Bangkok BusinessChallenge เป็นเวทีแข่งขันแผนธุรกิจสตาร์ทอัพระดับโลกภาคภาษาอังกฤษ สำหรับนิสิตและนักศึกษาที่จัดขึ้นมายาวนานที่สุดในเอเชีย โดยในปีนี้การแข่งขันได้ใช้แนวคิด “Growing Impactful Ventures”หรือการขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ซึ่งจะทำการแข่งขันในวันที่ 20-22 มิถุนายน 2567 ณ สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ โดยจัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของ Sasin Impact Entrepreneurship Week 2024 (SasinIEW)

นายดิเบียนดู โบส (Mr.Dibyendu Bose) รองผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์ นวัตกรรมและการพัฒนาของ สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ กล่าวว่า “BangkokBusiness Challenge เป็นกลไกในการผลักดันผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นให้ลงมือแก้ไขปัญหาระดับโลกเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น”

นายนิวัฒน์ อธิวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการเทคโนโลยี SCGC กล่าวว่า “เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม นอกเหนือจากการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืนแล้ว SCGC ยังเล็งเห็นว่าการผลักดันและสนับสนุนผู้ประกอบการ Startup ในระดับอุดมศึกษาผ่านการประกวดแผนธุรกิจ Bangkok Business Challenge ยังเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดธุรกิจเพื่อความยั่งยืนในวงกว้าง ซึ่งนับเป็นปีที่ 9 แล้วที่ SCGC ได้ร่วมกับศศินทร์เพื่อพัฒนา Startup ของประเทศไทยให้สามารถอัปสเกลก้าวไกลสู่ระดับโลก ซึ่งนอกจากจะส่งเสริมให้เกิด Startup Ecosystem ที่มีเครือข่ายทั่วโลกแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในการพัฒนาธุรกิจที่ส่งผลกระทบเชิงบวกเพื่อขับเคลื่อนสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้นและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำนวัตกรรมและโซลูชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Innovation & Solutions) มาสร้างสรรค์ธุรกิจเพื่อร่วมกันสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อไป”

การแข่งขัน Bangkok Business Challenge 2024 มีทีมจากทั่วโลกสมัครเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 276 ทีมเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 60% โดยมาจาก 62 สถาบันอุดมศึกษา ใน 19 ประเทศ ครอบคลุม 5 ทวีป และมีทีมที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศทั้งสิ้น 20 ทีม ทั้งนี้การแข่งขันมีเกณฑ์การประเมินที่ให้น้ำหนักในด้านความยั่งยืนและผลกระทบเชิงบวกกว่า 20% โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิมากประสบการณ์จากหลากหลายภาคส่วนอาทิ คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด มาร่วมเป็นกรรมการตัดสิน เพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมที่ดีที่สุดและคู่ควรกับรางวัลเกียรติคุณพระราชทาน HM The King’s Award จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรางวัลเกียรติคุณพระราชทาน HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn’s Sustainability Award จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมรับรางวัลเงินสดรวมมูลค่ามากกว่า 42,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 1,500,000 บาท

สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง https://bbc.sasin.edu/2024 และร่วมเป็นกำลังใจให้ทีมที่ร่วมแข่งขันผ่านทางไลฟ์สตรีมมิ่ง
บนแพลตฟอร์ม Facebook : Bangkok Business Challenge (www.facebook.com/bangkokbusinesschallenge)

เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติฯ ชวนคนไทยหันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807458

เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติฯ  ชวนคนไทยหันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติฯ ชวนคนไทยหันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม2567 ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุลคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะประธานการจัดโครงการเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติฯ ภายใต้แนวคิด “คนไทยสมองดี” (Healthy Thais Healthy Brains) พร้อมด้วย ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช รศ.นพ.ยงชัย นิละนนท์ ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราชและ พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์กรรมการและเลขานุการมูลนิธิไทยคม แถลงความคืบหน้าการจัดโครงการฯ เมื่อวันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ณห้องประชุมราชปนัดดาสิรินธร อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 1 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ประธานจัดโครงการฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์โครงการฯ ว่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง วิธีการป้องกันและแนวทางปฏิบัติ ตลอดจนมุ่งหวังให้ประชาชนชาวไทยทุกเพศ ทุกวัย หันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายแบบง่ายๆ กับกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกัน อัมพาต ซึ่งการจัดโครงการฯดังกล่าวเป็นการจัดใน 77 จังหวัดทั่วประเทศพร้อมทั้งต้องขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงยุติธรรม และสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการฯ ตลอดจนพันธมิตรและภาคีเครือข่ายที่ร่วมดำเนินการ อาทิ ศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิไทยคม กรมประชาสัมพันธ์ Park Run Thailand บริษัทไทยดอทรัน จำกัด สมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย โดยมีบริษัทการท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสนามเจริญสุขมงคลจิต รวมถึงภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน อาทิ บริษัทช. การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ บริษัท ยูนิคเอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัค จำกัด (มหาชน) บริษัท ฤทธา จำกัด บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ธนาคารกรุงไทยธนาคารออมสิน บริษัท เอสซี แอสเสทคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ธนาคารทิสโก้ จำกัด มหาชน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)มูลนิธิร่วมทางฝัน ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงเทพ มูลนิธิวีระภุชงค์ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่จำกัด (มหาชน) และบริษัท โมโน เน็กซ์จำกัด (มหาชน) ซึ่งให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีในการจัดโครงการฯดังกล่าว

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล, รศ.นพ.ยงชัย นิละนนท์, ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร, และ พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์

ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช กล่าวถึงรูปแบบการจัดกิจกรรม ตามวัตถุประสงค์โครงการ ซึ่งเป็นการจัดแบบบูรณาการร่วมกันของ 8 หน่วยงานภาครัฐ ในการขับเคลื่อนจัดโครงการฯ ให้เกิดขึ้นในทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยประกอบด้วย กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติกิจกรรมให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง และกิจกรรมออกกำลังกายเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต

รศ.นพ.ยงชัย นิละนนท์ ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช กล่าวถึงภาพรวมการขับเคลื่อนโครงการ โดยโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต เฉลิมพระเกียรติ ได้มีการจัดอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้จัดเป็น ครั้งที่ 10 ในหัวข้อคนไทยสมองดี (Healthy Thais HealthyBrains) สรุปผ่านเป้าประสงค์ 3 ประการคือ 1.การแสดงความจงรักภักดี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงเป็นดั่งแสงนำใจต่อปวงชนชาวไทย และทรงเป็นแบบอย่างให้ประชาชน ในเรื่องการรักษาสุขภาพและการออกกำลังกาย 2.การร่วมแรงร่วมใจ จัดกิจกรรมของทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย และ 3.โอกาสสำหรับคนไทยทุกหมู่เหล่าในการเข้าร่วมกิจกรรม การออกกำลังกาย และเรียนรู้การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

ขอเชิญชวนคนไทย ร่วมแสดงพลังความจงรักภักดี ด้วยการสวมเสื้อสีเหลืองออกกำลังกายในกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10เฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมเพรียงกันทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ในวันเสาร์ที่2 พฤจิกายน 2567 สนามจังหวัดกรุงเทพมหานคร จัดขึ้น ณ สนามเจริญสุขมงคลจิต เวลา 18.00 น.ส่วนสนามจังหวัดอื่นๆ ติดตามข้อมูลการจัดกิจกรรมได้ทางเพจhttps://www.facebook.com/walkrunbikefighting ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ใดๆทั้งสิ้น ได้ที่ https://WRB10.thai.runตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567 สำหรับผู้ลงทะเบียน4 แสนท่านแรกจะได้สิทธิรับเสื้อที่ระลึกโครงการฯ

หนัง แอนิเมชัน และคอนเทนต์วายไทย ปิดดีลกระหน่ำใน ‘เทศกาลหนังเมืองคานส์’ ทำรายได้ ทะลุ 1,469 ล้านบาท

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807522

หนัง แอนิเมชัน และคอนเทนต์วายไทย ปิดดีลกระหน่ำใน 'เทศกาลหนังเมืองคานส์' ทำรายได้ ทะลุ 1,469 ล้านบาท

หนัง แอนิเมชัน และคอนเทนต์วายไทย ปิดดีลกระหน่ำใน ‘เทศกาลหนังเมืองคานส์’ ทำรายได้ ทะลุ 1,469 ล้านบาท

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 19.32 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เผยผลงานหลังนำผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ภาพยนตร์ แอนิเมชัน คอนเทนต์วาย และธุรกิจบันเทิงที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) ในงาน Marché du Film ภายใต้งาน Cannes Film Festival 2024 ซึ่งเป็นงานเทศกาลภาพยนตร์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุด มีนักธุรกิจในวงการภาพยนตร์เข้าร่วมมากที่สุดในโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า เจาะตลาดในอุตสาหกรรมบันเทิงให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับสากล ภายใต้คูหา Thailand Pavilion โดยตลอด 9 วันของการจัดงาน ระหว่างวันที่ 14 – 22 พฤษภาคม 2567 ได้มีการจับคู่เจรจาการค้า 343 คู่ และสร้างมูลค่าการค้ารวม 1,469 ล้านบาท

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้นำผู้ประกอบการไทยจำนวน 12 บริษัท และ 1 สมาคม เข้าร่วมงาน พบว่า คอนเทนต์วายของไทยได้รับความสนใจมากจากตลาดทั้งฝั่งเอเชียรวมถึงฝั่งยุโรป อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการเปิดกว้างในความหลากหลายทางเพศที่มากขึ้น ซึ่งช่วยหนุนให้ผู้ประกอบการไทยหลายบริษัทหันมาผลิตคอนเทนต์วายเพิ่มมากขึ้นตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กว่า 200 เรื่อง นอกจากนี้ ภาพยนตร์แนวดราม่า สยองขวัญยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และการให้บริการการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยยังคงได้รับความสนใจจากคู่ค้าต่างประเทศเป็นอย่างมาก

สำหรับการเจรจาการค้าในปีนี้ มีนักลงทุน ผู้สร้าง ผู้ชื้อจากต่างประเทศสนใจเข้าร่วมเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทย รวม 343 คู่ สร้างมูลค่าเจรจาการค้า 1,469 ล้านบาท โดยผลการเจรจาการค้าที่สำคัญ อาทิ บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด (เอ็ม สตูดิโอ) ได้เจรจาการค้ากับบริษัทจากสหรัฐอเมริกา ที่สนใจนำภาพยนตร์เรื่อง “ธี่หยด 2” ไปฉายยังโรงภาพยนตร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกของ เอ็ม พิคเจอร์ส ที่จะได้นำภาพยนตร์ไปฉายในโรงภาพยนตร์ที่สหรัฐอเมริกา รวมถึงได้เจรจาการค้ากับบริษัทจากประเทศรัสเซีย ที่จะนำภาพยนตร์เรื่อง “ธี่หยด 2” ไปจัดจำหน่ายและเผยแพร่ ซึ่งก่อนหน้านี้ “ธี่หยด” ภาคแรก ได้ติดอันดับ Box Office ของประเทศรัสเซียหลายสัปดาห์ด้วยกัน ทางด้านซีรีส์วายของบริษัท ฮอลลีวู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับความสนใจจากคู่ค้าจากประเทศอิตาลี ซึ่งสนใจเป็นตัวแทนในการนำซีรีส์วายเรื่อง “รักเสพติด (Heroin)” ไปจัดฉายพร้อมจัดแฟนมีตติ้งทั่วยุโรป และ บริษัท เบนีโทน ฟิล์มส์ จำกัด ได้เจรจาการค้ากับบริษัทจากประเทศเนเธอร์แลนด์ อังกฤษ แคนาดา และสหรัฐอเมริกา เพื่อรับจ้างผลิตและให้บริการในการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยเร็วๆ นี้

การเจรจาการค้าในงาน Marché du Film ในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนกว่า 15,000 คน จาก 140 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมากกว่าปี 2566 ที่มีผู้เข้าร่วมจำนวน 14,000 คน โดยมีตัวแทนแต่ละประเทศเข้าร่วมกว่า 60 คูหา และบริษัทที่ร่วมออกบูธมากกว่า 300 ราย ซึ่งไทยยังคงมีจุดเด่นหลายด้าน ทั้งความหลากหลายของคอนเทนต์ สถานที่ถ่ายทำ ด้านการให้บริการถ่ายทำภาพยนตร์ รวมไปถึงการสนับสนุนจากภาครัฐในส่วนของมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย (Incentive Measures) ซึ่งจะสร้างรายได้ให้ประเทศมากขึ้น ภายใต้นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของไทย

-(016)

DITP เดินหน้ามอบ Thai SELECT ให้ 38 ผู้ประกอบการ การันตีผลิตภัณฑ์อาหารไทยรสชาติไทยแท้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807486

DITP เดินหน้ามอบ Thai SELECT ให้ 38 ผู้ประกอบการ การันตีผลิตภัณฑ์อาหารไทยรสชาติไทยแท้

DITP เดินหน้ามอบ Thai SELECT ให้ 38 ผู้ประกอบการ การันตีผลิตภัณฑ์อาหารไทยรสชาติไทยแท้

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 18.21 น.

DITP เดินหน้ามอบ Thai SELECT ให้ 38 ผู้ประกอบการ การันตีผลิตภัณฑ์อาหารไทยรสชาติไทยแท้ ในงาน THAIFEX ANUGA ASIA 2024

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ผลักดัน Soft Power ด้านอาหารไทย ด้วยการมอบตราสัญลักษณ์ “Thai SELECT” ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2024 ให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปที่มีรสชาติไทยแท้ รวมถึงขนมหวานไทย ซอส น้ำจิ้ม และเครื่องปรุงรสสำหรับอาหารไทย ตอกย้ำความเป็นเลิศของผู้ประกอบการ สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ยกระดับธุรกิจไปสู่ตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้มแข็ง

Thai SELECT เป็นตราสัญลักษณ์ที่กระทรวงพาณิชย์ มอบให้กับร้านอาหารไทยและผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป ที่ให้บริการและจำหน่ายอาหารไทยรสชาติไทยแท้ ผ่านกระบวนการและขั้นตอนของการปรุงอาหารด้วยส่วนผสมตามตำรับอาหารไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์อาหารไทย และสนับสนุนสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป รวมถึงธุรกิจบริการอาหารของไทยในต่างประเทศ และเพื่อให้ผู้บริโภคหรือร้านอาหารไทยสามารถปรุงอาหารได้สะดวก และมีรสชาติตามต้นตำรับ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปที่ได้รับมอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จำนวนทั้งสิ้น 734 รายการผลิตภัณฑ์ จาก 81 บริษัท

โดยในปี 2567 ได้มีการพิจารณามอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จำนวน 244 รายการผลิตภัณฑ์ จาก 41 บริษัท ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยทั้งภาครัฐและเอกชน แบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ที่สมัครขอต่ออายุ จำนวน 102 ราย และผลิตภัณฑ์ที่ขอใช้ตราฯ ใหม่ จำนวน 142 รายการ ซึ่งตราสัญลักษณ์จะมีอายุ 3 ปี โดยเริ่มมีผลนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป

และเพื่อเป็นส่งเสริมผู้ประกอบผลิตภัณฑ์อาหารไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขยายผลการดำเนินกิจกรรมในอนาคต กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจึงจัดกิจกรรมมอบเกียรติบัตรในช่วงระหว่างงานแสดงสินค้า THAIFEX – ANUGA ASIA 2024 ณ Thai SELECT Pavilion  Hall 9 คูหา CC01  โดยได้รับเกียรติจาก นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ประกอบการจำนวน 38 ราย จากทั้งหมด 41 รายที่ได้รับคัดเลือกในปีนี้

นอกจากนี้ ภายใน Thai SELECT Pavilion ยังจัดเต็มด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ Thai SELECT กว่า 460 รายการจาก 80 บริษัท พร้อมนิทรรศการแสดงความเป็นมาของโครงการ หลักเกณฑ์คุณสมบัติผู้ขอรับตราฯ    ประเภทต่าง  ๆ หรือจะขอรับคำปรึกษาแนะนำเรื่องการขอรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากเจ้าหน้าที่โครงการโดยตรง รวมถึงกิจกรรมแบบอัดแน่นตลอดทั้ง 5 วัน อาทิ การสาธิตทำอาหารไทยจากอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง หรือจะมาร่วมสนุกในการรังสรรเมนูสุดพิเศษกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ 12 รายที่เข้าร่วมแสดงงาน ร่วมกันชิมเมนูใหม่ ๆ น่าสนใจแบบไม่มีค่าใช้จ่าย  28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน นี้ แล้วเจอกัน อิมแพคเมืองทองธานี Hall 9 – Thai SELECT Pavilion

กพร. ผนึกพันธมิตร ดันผู้ประกอบการไทย ลดการปลดปล่อยสาร ‘U-POPs’ ยกระดับอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะวิถีใหม่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807373

กพร. ผนึกพันธมิตร ดันผู้ประกอบการไทย ลดการปลดปล่อยสาร ‘U-POPs’ ยกระดับอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะวิถีใหม่

กพร. ผนึกพันธมิตร ดันผู้ประกอบการไทย ลดการปลดปล่อยสาร ‘U-POPs’ ยกระดับอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะวิถีใหม่

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 11.41 น.

กพร. ผนึก UNIDO และพันธมิตร ดันผู้ประกอบการไทย ลดการปลดปล่อยสาร ‘U-POPs’ สำเร็จ! ยกระดับอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะวิถีใหม่ สู่การเติบโตทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ร่วมกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Industrial Development Organization: UNIDO) เผยผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการจัดการเศษโลหะอย่างยั่งยืน (Green Scrap Metal Thailand) ด้วยการส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ประยุกต์ใช้กระบวนการรีไซเคิลเศษโลหะอย่างเหมาะสมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน สอดรับนโยบาย “อุตสาหกรรมดี อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน” ของ อก.

นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการปิดโครงการ “Greening the Scrap Metal Value Chain Through Promotion of BAT/BEP to Reduce U-POPs Releases from Recycling Facilities” โดยกล่าวว่า กพร. ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้มีความสามารถในการแข่งขัน และมีการเติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งทั่วโลกและประเทศไทยให้ความสำคัญ เพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งการหมุนเวียนวัสดุใช้แล้วหรือเศษวัสดุเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่เป็นทรัพยากรทดแทน (หรือ Secondary Raw Materials) ให้แก่ภาคอุตสาหกรรม เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านวัตถุดิบให้แก่ภาคอุตสาหกรรม และก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม หากกระบวนการรีไซเคิลที่ใช้ไม่เหมาะสม ก็อาจก่อให้เกิดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยเฉพาะสารมลพิษที่ตกค้างยาวนานประเภทปลดปล่อยโดยไม่จงใจ หรือ U-POPs เช่น ไดออกซิน ฟิวแรน ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ยาก จึงสามารถแพร่กระจายได้ไกล และเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้ง่าย ทั้งทางระบบทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร และทางผิวหนัง โดยสะสมเนื้อเยื่อไขมันของสัตว์และมนุษย์ ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ต่อมไร้ท่อ ภูมิคุ้มกัน และอาจก่อให้เกิดมะเร็งได้

กรมฯ จึงได้ร่วมกับ UNIDO ดำเนินโครงการจัดการเศษโลหะอย่างยั่งยืน (Green Scrap Metal Thailand) โดยนำแนวทางด้านเทคนิคที่ดีที่สุด (Best Available Technique: BAT) และแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด (Best Environmental Practice: BEP) ซึ่งเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะ ลดการปลดปล่อยสารมลพิษ U-POPs เน้นการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมกับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของไทย คิดเป็นเงินงบประมาณรวม 33.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,100 ล้านบาท ถือเป็นการผนึกกำลังของทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะของไทยตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน จากการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2561 และจะสิ้นสุดภายในปีนี้ รวมเป็นระยะเวลาเกือบ 6 ปี โครงการได้ประสบความสำเร็จและมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ เช่น การพัฒนาร่างกรอบนโยบาย กฎหมาย และสิทธิประโยชน์ เพื่อการจัดการเศษโลหะอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ซึ่งผ่านการระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว การพัฒนาฐานข้อมูลห่วงโซ่อุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะของไทย การพัฒนาคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการ ตลอดจนหลักสูตรการฝึกอบรมให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง กว่า 20 หลักสูตร โดยที่ผ่านมามีผู้เข้ารับการอบรมแล้ว กว่า 3,000 ราย การนำ BAT/BEP ไปใช้จริงในโรงงาน พร้อมสนับสนุนงบประมาณในการลงทุน อัตราส่วน 6:1 รวม 6 โรงงาน โดยสามารถลดการปลดปล่อย U-POPs ได้ปริมาณ 24.0 g WHO-TEQ ต่อปี ซึ่งเกินกว่าค่าเป้าหมาย
ที่โครงการกำหนด และการจัดงานสัมมนาวิชาการระดับชาติประจำปี ตั้งแต่ปี 2563 เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับ U-POPs และเผยแพร่องค์ความรู้ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมงาน กว่า 200 รายต่อครั้ง ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ และถึงแม้ว่าโครงการฯ จะดำเนินการแล้วเสร็จ แต่กรมฯ จะร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนนโยบายการจัดการเศษโลหะอย่างยั่งยืนให้เกิดผลอย่างเป็นธูปธรรม และขยายผลให้เกิดผลในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรม
รีไซเคิลเศษโลหะของไทยตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีการเติบโตอย่างยั่งยืน  

สำหรับงานสัมมนาวิชาการที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ภายในงานมีการมอบโล่เกียรติคุณให้แก่หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการฯ แสดงเจตนารมณ์ถึงความร่วมมือที่จะยังดำเนินต่อไปจากแต่ละภาคส่วน โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการจัดการเศษโลหะอย่างยั่งยืนและด้านสิ่งแวดล้อมจากหลากหลายประเทศ มาร่วมบรรยายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการนำ BAT/BEP ไปใช้ปรับปรุงกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่อุตสาหกรรมวิถีใหม่เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานทั้ง On-site และ Online รวมกว่า 200 ราย ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนาหรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.GreenScrapMetalThailand.com และ Facebook: โครงการจัดการเศษโลหะอย่างยั่งยืน

-(016)

เจ้าพ่อมิสแกรนด์ อินโดนีเซีย ควงTop 3 ปี 2024 เยือนรพ.มาสเตอร์พีซ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/807444

เจ้าพ่อมิสแกรนด์ อินโดนีเซีย  ควงTop 3 ปี 2024 เยือนรพ.มาสเตอร์พีซ

เจ้าพ่อมิสแกรนด์ อินโดนีเซีย ควงTop 3 ปี 2024 เยือนรพ.มาสเตอร์พีซ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อีวาน กูนาวาน (Ivan Gunawan) นักออกแบบแฟชั่น ผู้คร่ำหวอดในแวดวงเวทีความงาม ในฐานะ Director เวที มิสแกรนด์อินโดนีเซีย ภายใต้ Mega Bintang World Foundation นับตั้งแต่ปี 2020 ล่าสุดควงแขน Top 3 ผู้ชนะเลิศ Miss Mega Bintang Indonesia 2024 – Nova Liana,รองอันดับ 1 Miss Elite – Tawana Sheldrick และ รองอันดับ 2 Miss Aura – Olivia Stevanie จากเวทีปีล่าสุด มิสแกรนด์ อินโดนีเซีย 2024 เยือน รพ.มาสเตอร์พีซในฐานะผู้สนับสนุนรางวัลความงามอย่างเป็นทางการ

โดยครั้งนี้ คุณดาว-ลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. มาสเตอร์ สไตล์ ในนาม รพ.มาสเตอร์พีซ ให้การต้อนรับ พร้อมให้สัมภาษณ์ แสดงความขอบคุณ ในความไว้วางใจ ซึ่งนางงาม Top 3 จากเวทีปีล่าสุด มิสแกรนด์ อินโดนีเซีย 2024 มีแผนการลงคิวปรึกษาและทำหัตถการ กับทีมแพทย์ชั้นนำของ รพ.มาสเตอร์พีซนำโดย “หมอเบนซ์-นพ.โฆษิต เอี้ยวฉาย” แพทย์ชำนาญการด้านการเสริมจมูกแบบโอเพน (Open Rhinoplasty) และ หมอชาคริต-นพ.ชาคริต เอี่ยมกิจการ ศัลยแพทย์ตกแต่งด้าน Plastic Surgery ร่วมดูแลให้คำปรึกษา