มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดอบรมเครือข่ายเตือนภัยเฉลิมพระเกียรติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805078

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดอบรมเครือข่ายเตือนภัยเฉลิมพระเกียรติ

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดอบรมเครือข่ายเตือนภัยเฉลิมพระเกียรติ

วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ชมผลิตภัณฑ์ชุมชนเครือข่าย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ปี 2567 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เมื่อวันที่ 14-16 พฤษภาคม 2567 ณ อาคารสัมมนาสิริประภา เขื่อนรัชชประภา และชุมชนบ้านปากซวด อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ในการนี้วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ปี 2567 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ โดยมี นันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี, ทรงภูมิ พงษ์กสิเทวินท์ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภาคณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ตัวแทนภาครัฐ ตัวแทนภาคเอกชน ชุมชนและเยาวชนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 19 ชุมชน เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ เข้าร่วมในพิธี จากนั้นคณะชมการสาธิตการเตรียมการเผชิญเหตุภัยพิบัติ กรณีน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ โดย ทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ และทีมเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ชุมชนตำบลเกาะขันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ บริเวณท่าเรือ กฟผ.

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานในพิธีเปิดการอบรม, นันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี, ทรงภูมิ พงษ์กสิเทวินท์ ผช.ผอ.เขื่อนรัชชประภา และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ศ.เกียรติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, ดร.รอยล จิตรดอน, สายสม วงศาสุลักษณ์ และ ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล

ในช่วงบ่าย ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ บ้านปากซวด ตำบลพะแสง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตัวแทนเยาวชนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 19 ชุมชน เข้าร่วมอบรม“แลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเครือข่ายชุมชนเตือนภัยพิบัติ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” รับฟังการบรรยายแนวคิดอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำ เพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน โดยวิทยากร จากอุทยานแห่งชาติเขาสก และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ จุดดูงาน 3 จุดดังนี้ จุดที่ 1 ระบบสำรองน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภค-บริโภค จุดที่ 2ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน จุดที่ 3 กองทุนชุมชน ความสุขที่ยั่งยืน

เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดตั้งขึ้นตามพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ที่ทรงให้มูลนิธิฯ ดำเนินกิจกรรมด้านการเฝ้าระวังภัยพิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเหตุอุทกภัยและดินถล่ม เพื่อป้องกันและลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยจัดให้มีระบบการเตือนภัยล่วงหน้าโดยอาศัยเทคโนโลยีจากสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ เชื่อมโยงกับการเฝ้าระวังในระดับชุมชน รวมทั้งการเสริมสร้างศักยภาพและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้มีองค์ความรู้ ความพร้อม และความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย กล่าวเปิดงาน

มูลนิธิฯ จึงได้น้อมนำพระดำริมาดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายและจัดตั้งเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จำนวน 19 แห่ง ในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังภัยการเตือนภัยและอพยพกรณีประสบภัยพิบัติ รวมทั้งมีการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งมูลนิธิฯ ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี 2562

ปัจจุบัน มูลนิธิฯ ได้ขยายเครือข่ายการดำเนินงานร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการดำเนินงานด้านการเฝ้าระวังภัยพิบัติ การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

สำหรับการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทำให้เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)19 ชุมชน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำองค์ความรู้ต่างๆ ที่ได้รับจากการอบรมในครั้งนี้ไปถ่ายทอดและขยายผลให้แก่เยาวชนและเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสร้างโครงข่ายของเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

สาธิตการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ผู้สูงอายุ โดยการใช้รอกเลื่อน ในพื้นที่ภัยพิบัติที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้

สาธิตการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ผู้สูงอายุ โดยการใช้รอกเลื่อน ในพื้นที่ภัยพิบัติที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้

ทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ

ทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ

วิทยุสื่อสาร เครื่องมือติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในยามเกิดภัย

วิทยุสื่อสาร เครื่องมือติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในยามเกิดภัย

ตัวแทนเยาวชนและชุมชนร่วมเรียนรู้การจัดการน้ำชุมชน

ตัวแทนเยาวชนและชุมชนร่วมเรียนรู้การจัดการน้ำชุมชน

น้องๆ ระดมความคิดเพื่อการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

น้องๆ ระดมความคิดเพื่อการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

ยิ่งใหญ่ที่สุดในนนทบุรี! กับบุฟเฟ่ต์ทุเรียนหมอนทองลอยฟ้า ในงาน ‘มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805115

ยิ่งใหญ่ที่สุดในนนทบุรี! กับบุฟเฟ่ต์ทุเรียนหมอนทองลอยฟ้า ในงาน ‘มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า’

ยิ่งใหญ่ที่สุดในนนทบุรี! กับบุฟเฟ่ต์ทุเรียนหมอนทองลอยฟ้า ในงาน ‘มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.58 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับ จังหวัดนนทบุรี, สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี , พาณิชย์จังหวัดนนทบุรี และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจังหวัดนนทบุรี จัดงาน “มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า” งานบุฟเฟ่ต์ทุเรียนหมอนทองลอยฟ้า 1 ปีมีครั้งเดียว! ชวนลิ้มรสความอร่อยของสุดยอดทุเรียนคัดเกรดคุณภาพพรีเมียม และผลไม้ไทยหน้าร้อนหลากหลายชนิด   ร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดี รับฟรี!! “ทุเรียนนนท์” ที่หารับประทานได้ยาก พร้อมเลือกช้อปผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าเกษตรแบรนด์ “นนทบุรีการันตี” ของดีของเด็ดในจังหวัดนนทบุรี งานจัดระหว่างวันที่ 16 – 19 พฤษภาคม 2567 ที่ สวนน้ำ แฟนตาเซีย ลากูน ชั้น 6 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

กลับมาอีกครั้ง เอาใจทุเรียนเลิฟเวอร์กับงานบุฟเฟ่ต์ทุเรียนหมอนทองลอยฟ้า ยิ่งใหญ่ที่สุดในนนทบุรีกับงาน “มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า” ซึ่งทาง เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับ จังหวัดนนทบุรี, สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี , พาณิชย์จังหวัดนนทบุรี และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจังหวัดนนทบุรี จัดขึ้นเป็นปีที่ 2  เพื่อสนับสนุนผลไม้ไทยรวมทั้งส่งเสริมการเพิ่มรายได้และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรให้กับเกษตรกรชาวนนทบุรี 

ไฮไลต์ภายในงาน พบกับ บุฟเฟต์ทุเรียนหมอนทองและผลไม้เมืองร้อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในนนทบุรี อิ่มอร่อยกับทุเรียนหมอนทอง หอม หวาน มันคัดคุณภาพอย่างดีส่งตรงจากสวนของเกษตรกร พร้อมเสิร์ฟความสดชื่นด้วยผลไม้นานาชนิด อาทิ มังคุด, เงาะ, แตงโม รวมทั้งของหวาน ข้าวเหนียวมูนกะทิสด, ไอศกรีมผลไม้ และเครื่องดื่มสมุนไพร  อิ่มอร่อยไม่อั้น 1 ชั่วโมงเต็ม ในราคา 699 บาท  พิเศษ! ซื้อบัตรในราคาเพียง 595 บาท สำหรับสมาชิก M Card เมื่อแลก 59 M point ผ่าน M Card Application  หรือสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกสวนน้ำแฟนตาเซีย ลากูนหรือนำบัตรเข้าสวนน้ำ มาแลกส่วนลดในการซื้อบัตร   ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบัตรบุฟเฟ่ต์ทุเรียน ซื้อบัตรได้ที่หน้างาน ได้ในวันที่ 16 – 19 พฤษภาคม 2567 ที่ สวนน้ำ แฟนตาเซีย ลากูน ชั้น 6 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน  มีจำนวน 5 รอบ/วัน  รอบละ 1 ชั่วโมง เวลา  12.30 – 13.30 น. / 14.00 – 15.00 น. / 15.30 – 16.30 /17.00 – 18.00 น. และ 18.30 – 19.30 น.

พิเศษสุด เฉพาะลูกค้าที่ซื้อบัตรบุฟเฟ่ต์ทุเรียน รับสิทธิ์ลุ้น รับฟรี!  “ทุเรียนนนท์” ผลไม้ขึ้นชื่อของนนทบุรีที่หารับประทานได้ยาก  จำนวน 1 ลูก (ทุกวัน ทุกรอบ)  ซึ่งความพิเศษของ “ทุเรียนนนท์” ด้วยรสชาติหอม หวาน มัน อร่อยกลมกล่อม เนื้อทุเรียน สีทองนุ่มละเอียด ละมุนลิ้น มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ คัดเกรดคุณภาพพรีเมียม จึงเป็นที่ถูกใจคนรักทุเรียนและเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดนนทบุรี จนกลายเป็นจุดขายสำคัญของจังหวัด ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้  ภายในงาน ยังมีโซนให้เลือกช้อปสินค้าเกษตรแบรนด์ “นนทบุรีการันตี” ของดี ของเด็ดคุณภาพดี การันตีจากเกษตรกร ประจำจังหวัดนนทบุรี และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจังหวัดนนทบุรี อาทิ กระท้อนห่อบางกร่าง, มะม่วงยายกล่ำ, อินทผลัม, ผักปลอดภัย, น้ำเลม่อน เป็นต้น

สำหรับพิธีเปิดงาน “มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า” ได้รับเกียรติจาก ท่านปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิดงาน “มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า” โดยมี คุณดวงตา พงษ์วิไลย์ ผู้อำนวยการใหญ่การตลาดศูนย์การค้า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ให้การต้อนรับ

อร่อยฟินกับบุฟเฟ่ต์ทุเรียนหมอนทองและผลไม้เมืองร้อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในนนทบุรี 1 ปี มีครั้งเดียว ในงาน “มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า” งานจัดระหว่างวันที่ 16 – 19 พฤษภาคม 2567 ที่ สวนน้ำแฟนตาเซีย ลากูน ชั้น 6 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

#มหัศจรรย์ทนนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า #AmazingNonthaburiDurianFeast #TheMallLifeStoreNgamwongwan #TheMallThailand #บุฟเฟ่ต์ทุเรียน

-(016)

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตอกย้ำสารรณรงค์ #ปวดท้องน้อยอย่าปล่อยผ่าน สัญญาณเตือนโรคช็อกโกแลตซีสต์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805112

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตอกย้ำสารรณรงค์ #ปวดท้องน้อยอย่าปล่อยผ่าน สัญญาณเตือนโรคช็อกโกแลตซีสต์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตอกย้ำสารรณรงค์ #ปวดท้องน้อยอย่าปล่อยผ่าน สัญญาณเตือนโรคช็อกโกแลตซีสต์

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.49 น.

เนื่องในเดือนพฤษภาคม เป็นเดือนแห่งการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาการปวดท้องน้อย May is Pelvic Pain Awareness Month โดยในปีนี้นับเป็นปีที่ 3 แล้วที่ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ออกมากระตุ้นเตือนโดยตอกย้ำสารรณรงค์ #ปวดท้องน้อยอย่าปล่อยผ่าน สัญญาณเตือนโรคช็อกโกแลตซีสต์ เพื่อให้สตรีไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของอาการปวดท้องน้อยแล้วอย่าปล่อยผ่าน เพราะอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับโรคช็อกโกแลตซีสต์ โรคยอดฮิตที่ผู้หญิงหลายคนมักมองข้าม ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และโรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จึงได้ร่วมจัดกิจกรรมบริการวิชาการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิด โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร ผู้ช่วยคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หัวหน้าศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ แพทย์หญิงกตัญญุตา นาคปลัด แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมเสวนาให้ความรู้ และแขกรับเชิญพิเศษ ดีเจอ้อย-นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมทั้งให้บริการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนล่างสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรเชษฎ์ สิริพงษ์สกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นำทีมเข้าร่วมให้บริการ ณ อาคารบริหารไปรษณีย์ไทย ถนนแจ้งวัฒนะ พร้อมทั้งเผยแพร่กิจกรรมเสวนาให้ความรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทาง Facebook โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และช่อง YouTube CRA CHULABHORN Channel สถานีสื่อความรู้สร้างสุขภาวะที่ดีเพื่อสังคมไทยโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ตอกย้ำสารรณรงค์ #ปวดท้องน้อยอย่าปล่อยผ่าน สัญญาณเตือนโรคช็อคโกแล็ตซีสต์ ซึ่งเกิดจากการที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่บริเวณอุ้งเชิงกราน ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน ดังนั้น หากมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง อย่านิ่งนอนใจ แนะนำเข้ารับการปรึกษาแพทย์และเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง

สำหรับโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ คือ ภาวะที่มีการเจริญเติบโตของเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นผิดที่ โดยที่เยื่อบุโพรงมดลูกที่ไปเจริญเติบโตนอกโพรงมดลูก โดยอาจแทรกตัวอยู่ในผนังหรือกล้ามเนื้อมดลูก เยื่อบุช่องท้อง รังไข่ ผนังลำไส้ และผนังกระเพาะปัสสาวะ หรือบางครั้งอาจกระจายไปสู่อวัยวะที่อยู่ไกลออกไป เช่น ปอด เมื่อเยื่อบุเหล่านี้ไปเจริญเติบโตอยู่ผิดที่ ทำให้มีเลือดสีแดงคล้ำหรือสีดำข้นคล้ายช็อกโกแลตขังอยู่ตามอวัยวะดังกล่าว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการผิดปกติต่าง ๆ ที่พบได้ในผู้ป่วยโรคนี้ เช่น หากมีการไปเจริญเติบโตที่รังไข่จนกลายเป็นถุงน้ำจะเรียกว่า ช็อคโกแลตซีสต์ ตำแหน่งที่พบบ่อยส่วนใหญ่มักพบบริเวณอุ้งเชิงกราน ได้แก่ รังไข่ ท่อนำไข่ เยื่อบุช่องท้องทางด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้างของมดลูกรวมถึงอวัยวะใกล้เคียง เช่น กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ ยังพบได้ที่ท่อไต ลำไส้เล็ก ปอด สมอง และบริเวณผิวหนัง หรือแผลผ่าตัด เป็นต้น พบได้ประมาณ 1 ใน 10 ของสตรีวัยเจริญพันธุ์ และอาจสูงถึง 5 ใน 10 ของสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มีอาการปวดประจำเดือน โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดประจำเดือนทำให้เราต้องทนทุกข์ทรมานจากการปวด ส่งผลทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง บางครั้งส่งผลทางด้านการงานและสังคม ซึ่งเป็นอาการส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์ โดยปกติมักจะมีอาการปวดนำมาก่อน 2-3 วันก่อนที่ประจำเดือนมา สำหรับการป้องกันโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นี้ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกันการเกิดโรคนี้ที่ได้ผลแน่นอน ดังนั้น หากมีอาการที่สงสัยว่าเป็นโรคนี้ โดยเฉพาะอาการปวดประจำเดือนหรือปวดบริเวณท้องน้อย ควรรีบปรึกษาสูตินรีแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยและรักษาโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ หรือสามารถนัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี ชั้น 9 อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ ผ่านทาง LINE Official โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เลือกเมนู ทำนัด/เลื่อนนัด เลือก LINE สุขภาพสตรี เพื่อแชทปรึกษานัดหมายกับทางศูนย์สุขภาพสตรี 

ติดตามรับชมย้อนหลัง บริการวิชาการเรื่อง “ปวดท้องน้อยอย่าปล่อยผ่าน สัญญาณเตือนโรคช็อกโกแล็ตซีสต์ ได้ที่ https://youtube.com/live/MzJhy4HkLaI?feature=share

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ – รพ.พระปกเกล้า เปิดตัวนวัตกรรมทางการแพทย์ AICEDA BoneX ช่วยวินิจฉัยผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจากภาพเอกซเรย์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805108

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ – รพ.พระปกเกล้า เปิดตัวนวัตกรรมทางการแพทย์  AICEDA BoneX  ช่วยวินิจฉัยผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจากภาพเอกซเรย์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ – รพ.พระปกเกล้า เปิดตัวนวัตกรรมทางการแพทย์ AICEDA BoneX ช่วยวินิจฉัยผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจากภาพเอกซเรย์

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.46 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ – รพ.พระปกเกล้า เปิดตัวนวัตกรรมทางการแพทย์  AICEDA BoneX  ช่วยวินิจฉัยผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจากภาพเอกซเรย์

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมงานประชุมวิชาการ 84 ปี โรงพยาบาลพระปกเกล้า  เขตสุขภาพที่  6 จังหวัดจันทบุรี   ครั้งที่ 20 THE FUTURE OF WELLNESS : CONNECTED AND COSTOMIZED อนาคตกับสุขภาพดีที่คุณเลือกได้ ณ ห้องประชุมพลอยจันท์ ชั้น 3 อาคารศูนย์ฝึกปฏิบัติการจำลองทางการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี 

ภายในงาน มีการบรรยายวิชาการ หัวข้อ “นวัตกรรม AICEDA BoneX เส้นทางการวิจัย พัฒนาต่อยอดสู่การใช้งานในโรงพยาบาล เขตสุขภาพที่ 6”  โดย อาจารย์ ดร.ทศพร  เฟื่องรอด รักษาการผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยนวัตกรรม พัฒนาผู้ประกอบการ และเทคโนโลยีสารสนเทศวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ นายแพทย์พลชัย วงษ์ทองสาลี ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ และ รองผู้อำนวยการด้านสุขภาพดิจิทัล โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี 

นับเป็นก้าวสำคัญของการต่อยอดนวัตกรรมแพลตฟอรม์ AICEDA (ไอเชียด้า) แพลตฟอร์มสนับสนุนการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ สู่การสร้าง“แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์วินิจฉัยกระดูกสะโพกหักจากภาพเอกซเรย์” หรือ AICEDA BoneX  ถือเป็นความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมโดยได้นำร่องในการนำนวัตกรรมระบบปัญญาประดิษฐ์นี้ มาใช้ในแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระปกเกล้า เขตสุขภาพที่  6  จังหวัดจันทบุรี  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยรอยโรคกระดูกหักบนภาพเอกซเรย์ให้รวดเร็วและแม่นยํามากยิ่งขึ้น ซึ่งหากแพทย์สงสัยว่าคนไข้มีภาวะกระดูกสะโพกหักหรือไม่ เราสามารถใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ได้ทันที ช่วยให้แพทย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวดเร็วและแม่นยํา ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ AICEDA BoneX สามารถรองรับภาพเอ็กซ์เรย์จากเครื่องหลายยี่ห้อและขนาดต่างๆ ได้ โดยมีการปรับปรุงคุณภาพภาพเอกซ์เรย์ให้มีความคมชัด ลดสิ่งรบกวน และปรับค่าสีของภาพ พร้อมกับการตรวจจับพื้นที่สนใจและแยกพื้นที่ซ้าย-ขวาอัตโนมัติ โมเดลนี้ได้รับการพัฒนาจากข้อมูลและการวินิจฉัยโดยแพทย์จากโรงพยาบาลพระปกเกล้า เขตสุขภาพที่  6 จังหวัดจันทบุรี โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาโมเดลภาพกระดูกสะโพกหักจากอดีตกว่า 850 เคส และทดสอบความแม่นยํากับ 340 เคส ซึ่งได้ผลความแม่นยําสูงถึง 98.53% นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบทางคลินิกอีก 1,000 เคส โดยได้ค่า Sensitivity 0.976 และ Specificity 0.996 แพลตฟอร์มนี้ยังได้รับการออกแบบให้มีการควบคุมคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ สามารถนําข้อมูลที่ผิดพลาดกลับไปเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงความแม่นยํา ของโมเดลอย่างต่อเนื่องได้ ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมที่ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โทร. 02 576 6600 (ในวันและเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 8:00 – 16:00 น.)

-(016)

ควีนสวีเดนหนุนองค์กรเด็กในไทย พิทักษ์เด็กถูกละเมิดทางเพศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805019

ควีนสวีเดนหนุนองค์กรเด็กในไทย พิทักษ์เด็กถูกละเมิดทางเพศ

ควีนสวีเดนหนุนองค์กรเด็กในไทย พิทักษ์เด็กถูกละเมิดทางเพศ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.15 น.

สมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งราชอาณาจักรสวีเดน เสด็จเป็นองค์ประธานในงาน “The Exhibition of Children Projects and ACORN Sit-down Dinner for Donators” จัดโดย มูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก (SafeguardKids Foundation) ร่วมกับ บิวตี้ เจมส์ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในประเทศไทยที่ถูกล่วงละเมิดสิทธิ โดยทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดแนวคิดในการสร้างสรรค์เครื่องประดับ คอลเลกชัน “ROYAL ACORN” และนำไปผลิตโดยผู้ประกอบการไทย คือ บิวตี้เจมส์ รายได้จากการจำหน่ายทั้งหมดมอบให้กับมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก (SafeguardKids Foundation) ผ่านทาง มูลนิธิ World Childhood Foundation ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีเจตนารมณ์พิทักษ์และต่อต้านการล่วงละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนทั้งทางร่างกายและจิตใจ

สเวน ฟิลลิป โซเรนเซน ผู้แทนมูลนิธิ World Childhood Foundation ก่อตั้งขึ้นโดยสมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดน เปิดเผยว่า “ด้วยพระราชปณิธานมุ่งมั่นของสมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งราชอาณาจักรสวีเดน เพื่อเด็กทุกคนบนโลกปราศจากการถูกคุมคามทางเพศ ทรงให้ความสำคัญกับประเด็นความรุนแรงต่างๆ ของเด็ก ทั้งยังเห็นพ้องและผลักดันเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี 2030 ของ UN ในการยุติความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทั่วโลก โดยการสนับสนุนผ่านมูลนิธิ World Childhood Foundation ภายใต้ภารกิจส่งเสริมและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ กับองค์กรเด็กทั่วโลก เช่นเดียวกันกับในประเทศไทย มูลนิธิ World Childhood Foundation มอบความรู้ นวัตกรรมต่างๆ และทุนสนับสนุนแก่ 15 องค์กรที่เกี่ยวข้องกับเด็กมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 จวบจนปัจจุบัน”

มูลนิธิ World Childhood Foundation ร่วมกับ มูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก (SafeguardKids Foundation) ของประเทศไทย และบิวตี้เจมส์ (BEAUTY GEMS) เป็นผู้นำหลักในความร่วมมือให้เกิดการจัดงาน “The Exhibition of Children Projects and ACORN Sit-down Dinner for Donators” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในประเทศไทยที่ถูกล่วงละเมิดสิทธิ โดยได้รับพระกรุณาจากสมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งราชอาณาจักรสวีเดน ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดแนวคิดการสร้างสรรค์เครื่องประดับ คอลเลกชัน “ROYAL ACORN” ซึ่งรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายเครื่องประดับมอบให้กับมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก (SafeguardKids Foundation) โดยผ่านทาง มูลนิธิ World Childhood Foundation นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการ The Hush-A-Bye ผลงานภาพถ่ายของ “ออสการ์ วิลเลกาส-ปาเอซ” (Oscar Villegas-Paez) ช่างภาพมืออาชีพชาวฝรั่งเศส สะท้อนความรู้สึกหลากอารมณ์ของเด็กและเยาวชนในกรุงเทพและปารีสผ่านภาพถ่ายขาวดำ โดยจัดแสดงภาพถ่ายบางส่วน ณ โชว์รูมบิวตี้ เจมส์ เซนเตอร์ ศาลาแดง 1/1 และเชิญชมนิทรรศการได้ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK – MOCA Museum of Contemporary Art Bangkok) ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2567

อย่างไรก็ตาม ในวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2567 นี้ มูลนิธิ  World Childhood Foundation ร่วมกับ มูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก (Safeguardkids Foundation) ของประเทศไทย จัดงานเสวนาระดับประเทศ โดยมีสมเด็จพระราชินี ซิลเวียแห่งสวีเดน เป็นองค์ปาฐกแสดงปาฐกถาเรื่องภัยร้ายแรง และการแก้ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ในฐานะผู้ก่อตั้งมูลนิธิ World Childhood มากว่า 25 ปี ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จร่วมงานและพระราชทานพระราชดำรัสแก่ผู้เข้าร่วมงานเนื่องในโอกาสนี้

การจัดงานประชุมสุดยอดการคุ้มครองเด็ก Child Protection Summit 2024 กำหนดจัดขึ้นเวลา 09.00 -13.00 น. ณ องค์การสหประชาชาติ กรุงเทพฯ (United Nations Conference Centre – UNCC) เพื่อร่วมกันสร้างแรงสะเทือนอันยิ่งใหญ่ให้แก่ประเทศไทยในการแก้ปัญหาอาชญากรรมร้ายแรงต่อเด็กให้บรรลุผลสำเร็จ

ชเล วุทธานันท์ ประธานมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก (SafeguardKids Foundation) กล่าวว่า “สถานการณ์การล่วงละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนในวันนี้เข้าสู่ขั้นวิกฤต สังคมต้องคำนึงถึงความสำคัญในการปกป้องเด็กและเยาวชนจากประสบการณ์เลวร้ายและเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงานพิทักษ์และต่อต้านการล่วงละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กไทย”

มูลนิธิ SafeguardKids รวบรวมข้อมูลสถิติคดีค้ามนุษย์ในเด็กและการแสวงผลประโยชน์ทางเพศผ่านระบบออนไลน์ในประเทศไทยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตก โดยอ้างอิงฐานข้อมูลจากชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต (Thailand Internet Crimes Against Children – TICAC Task Force) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบเด็กและเยาวชนไทยถูกล่วงละเมิดทั้งการค้ามนุษย์ ล่วงละเมิดทางเพศ ถูกครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กและเยาวชน และนำข้อมูลอนาจารของเด็กและเยาวชนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพิ่มมากขึ้นแบบก้าวกระโดด และพบว่ากลุ่มที่ถูกล่วงละเมิดมากที่สุดคือช่วงอายุ 8 – 14 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 15-17 ปี ในจำนวนนี้คิดเป็นเด็กผู้หญิง 70.56% และเด็กผู้ชาย 29.44% ดังนั้นต้องร่วมกันหยุดยั้งการละเมิดทางเพศในเด็ก ผลักดันให้สังคมปฏิเสธการดำรงอยู่ของปัญหาเหล่านี้

สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทบิวตี้เจมส์ ในฐานะรองประธานและกรรมการมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก(SafeguardKids Foundation) และประธานการจัดงาน The Exhibition of Children Projects and ACORN Sit-down Dinner for Donators กล่าวว่า ความร่วมมือในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป้าประสงค์ให้เกิดองค์ความรู้ สร้างความเข้าใจ ส่งเสริมสิทธิและคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชนไทย จึงขอร่วมเป็นกระบอกเสียงเตือนภัยให้กับประเทศชาติ สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น สนับสนุนการเสริมสร้างกฎหมายที่เข้มแข็ง เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชน ตลอดจนป้องปรามผู้กระทำผิดให้เกรงกลัวต่อโทษทัณฑ์

“เด็กและเยาวชนเป็นอนาคตของชาติ การคุ้มครองพวกเขาจากการถูกทารุณกรรมทั้งทางร่างกายและจิตใจ จึงเป็นหน้าที่สำคัญของทุกคนในสังคม มูลนิธิ SafeguardKids ร่วมกับภาคีเครือข่ายต้องการรณรงค์และป้องกันอย่างจริงจัง โดยการสร้างความตระหนักรู้ให้เกิดแก่สาธารณชน ด้วยการจัดงานนิทรรศการ “The Hush-A-Bye” เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและถ่ายทอดความรู้สึกของเด็กและเยาวชนผ่านภาพถ่ายขาวดำฝีมือศิลปินระดับโลก จัดแสดงระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2567 ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK – MOCA Museum of Contemporary Art Bangkok) ชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น มูลนิธิ SafeguardKids และภาคีเครือข่ายในการจัดงานครั้งนี้ หวังว่าสถานการณ์ความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและสถานการณ์ดังกล่าวจะเป็นศูนย์ในอนาคตอันใกล้นี้”

-(016)

สสส. สานพลังสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งฯ ชวนร่วม ‘เดิน-วิ่ง สมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีลห้า ลด ละ อบายมุข’ สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804970

สสส. สานพลังสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งฯ ชวนร่วม 'เดิน-วิ่ง สมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีลห้า ลด ละ อบายมุข' สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ

สสส. สานพลังสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งฯ ชวนร่วม ‘เดิน-วิ่ง สมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีลห้า ลด ละ อบายมุข’ สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 11.29 น.

สสส. สานพลัง สมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งฯ จัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง สมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีลห้า ลด ละ อบายมุข 22 พ.ค.นี้ พร้อมกันกว่า 60 สนามทั่วไทย ชูแนวคิด Running Living in the Moment จิตแข็งแกร่งอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง มุ่งกระตุ้นสังคมเพิ่มกิจกรรมทางกาย-สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ

เมื่อเร็วๆนี้ ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. มุ่งส่งเสริมให้ประชาชน มีสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะเพิ่มระดับการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ลดเสี่ยงป่วยและเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) สาเหตุการหลักในการเสียชีวิตของคนไทย และเนื่องในวันวิสาขบูชา 2567 สสส. สานพลัง มูลนิธิสมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทย และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “เดิน วิ่งสมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีลห้า ลด ละ อบายมุข” ภายใต้แนวคิด “Running Living in the Moment : จิตแข็งแกร่ง อยู่ในร่างกายที่แข็งแรง” โดยใช้กิจกรรมการเดิน-วิ่งรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย ควบคู่กับการพัฒนาสมาธิ ปฏิบัติบูชา เคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีสติ

“กิจกรรมเดินวิ่งสมาธิ จะจัดขึ้นพร้อมกันกว่า 60 สนามทั่วไทย ในวันที่ 22 พ.ค. 2567 คาดการณ์ว่ามีประชาชนเข้าร่วมกว่า 50,000 คน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกายของ สสส. มุ่งส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และป้องกันการเกิดโรค NCDs และส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมรณรงค์ ส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อลดพฤติกรรมเนือยนิ่งและป้องกันการเกิดโรค NCDs กระจายสู่ทุกภูมิภาค สำหรับกรุงเทพฯ จัดขึ้นที่สวนสราญรมย์ ภายในงานมีกิจกรรมคลีนิกวิ่งสมาธิ โดยผู้เชี่ยวชาญร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคและทักษะการวิ่งสมาธิ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ เดิน-วิ่ง สมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

นายเธียรสิทธิ์ จิโรจน์วีรภัทร ประธานมูลนิธิสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย กล่าวว่า กิจกรรมการเดินวิ่งสมาธิฯ ปล่อยตัวเวลา 05.00 น. ระยะทาง 5 กม. เป็นการเดินวิ่งที่ได้เรียนรู้ที่จะหยุดนิ่งอยู่กับตัวเอง นอกจากร่างกายแข็งแรง ยังส่งผลต่ออารมณ์ ลดความวิตกกังวล ความเครียด และสามารถนำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตได้ สำหรับผู้เข้าร่วมที่กรุงเทพฯ จะได้วิ่งผ่านวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และวัดที่มีชื่อเสียงกว่า 9 วัดอีกด้วย

-(016)

แซ่บตาแตก! ‘ชมพู่ อารยา’ในชุดลูกไม้สีดำเดินพรมแดงเมืองคานส์วันที่3

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805186

แซ่บตาแตก! 'ชมพู่ อารยา'ในชุดลูกไม้สีดำเดินพรมแดงเมืองคานส์วันที่3

แซ่บตาแตก! ‘ชมพู่ อารยา’ในชุดลูกไม้สีดำเดินพรมแดงเมืองคานส์วันที่3

วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 10.43 น.

จัดเต็มในวันสุดท้าย กับการเดินพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2024 ในวันที่ 3 ของ “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” โดยรอบนี้เจ้าตัวปรากฎตัวในชุดผ้าลูกไม้ซีทรู มองทะลุเห็นบิกีนี่ โดยเป็นชุด Maison Margiela Artisanal Spring 2017 โดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์อย่าง John Galliano ใส่เข้ากันกับเครื่องประดับคอลเลกชั่น Quatre Radiant Edition จาก Boucheron ถือเป็นชุดที่สร้างความฮือฮาได้อย่างจัง ปิดการเดินพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนี้ได้อย่างสวยงาม

ขอบคุณภาพจาก lofficielthailand

‘ไอซ์ ปรีชญา’แจงภาพหลุดจุ๊บหนุ่มลั่นเลิกกันแล้ว ไม่รู้เจตนาปล่อยคลิป

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805173

'ไอซ์ ปรีชญา'แจงภาพหลุดจุ๊บหนุ่มลั่นเลิกกันแล้ว ไม่รู้เจตนาปล่อยคลิป

‘ไอซ์ ปรีชญา’แจงภาพหลุดจุ๊บหนุ่มลั่นเลิกกันแล้ว ไม่รู้เจตนาปล่อยคลิป

วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 08.50 น.

ทำเอาหลายคนฮือฮา จากกรณีหนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาเลียน ลงคลิปคู่กับนางเอกสาว “ไอซ์ ปรีชญา” ใน TikTok แชร์โมเมนต์หวานฉ่ำในอดีต จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นการเปิดตัวแฟนใหม่ของสาวไอซ์ แถมยังมีแฟนๆ เข้ามาฝากฝังขอให้มอบความรักดีๆ ให้ผู้หญิงคนนี้ ซึ่งฝ่ายชายก็ตอบว่า “ได้เลย”

แต่ล่าสุด ดูเหมือนจะคดีพลิก เมื่อสาว ไอซ์ ปรีชญา ออกมาโพสต์ผ่าน IG เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า 

“จากที่มีแอคเค้าท์นึง เอาคลิปที่มีไอซ์มาโพสต์ ไอซ์อยากจะอธิบายให้ทุกคนรับทราบว่า เค้าเป็นอดีตคนเคยคุย และทําความรู้จักกันในระยะเวลาสั้นๆ ช่วงนึง แล้วพอเราศึกษากัน เราก็มีปัญหา ตัวเค้าก็มีสิ่งที่ต้องทํา เราก็ตกลงยุติความสัมพันธ์

สิ่งที่ไอซ์อยากจะบอกก็คือ ไอซ์ไม่ได้คุยกับเค้ามาพักใหญ่มากๆ แล้ว วันนี้มีคนส่งคลิปที่เค้าลงใน ช่องทางของเค้า ที่ทําให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด คิดว่าเป็นช่วงเวลาตอนนี้ ไอซ์เลยขอ อธิบายในส่วนนี้นะคะ

ตอนนี้ไอซ์กลับมาโฟกัสกับงาน ทํางานแทบทุกวัน ไอซ์ว่าง ไอซ์ก็มาไลฟ์ TikTok อย่างที่ทุกคนเห็นกัน ไอซ์ไม่ได้มีเวลาออกไปหาเค้าแน่ๆ

แต่ในส่วนที่คนถามไอซ์มา ว่าแล้วทําไมเค้าถึงเพิ่งมาโพสต์คลิปไอซ์รัวๆ แล้วยังตอบคอมเมนต์ให้คนเข้าใจผิดว่าตอนนี้ไอซ์คบกับเค้าอยู่ อันนี้ไอซ์ไม่ทราบเจตนาของเค้าจริงๆ และคงไม่ไปถาม เพราะเราไม่ได้ติดต่อกันนานมากๆๆๆๆ แล้ว หลังจบความสัมพันธ์ค่ะ

ไอซ์ขอบคุณทุกความห่วงใย ที่ไถ่ถามกันมานะคะ”

โดย ไอซ์ ปรีชญา ยังได้เขียนแคปชั่นไว้ด้วยว่า “ขอชี้แจงนิดนึงนะคะ เค้าบล็อกไอซ์ทุกช่องทางการติดต่อ แต่ถ้าไม่มีการจัดการใดๆ ขอให้เป็นเรื่องของกฎหมายละกันค่ะ #คิดซิๆ #จะเอาไฟกี่ดวง โซลารเซลลมั้ยประหยัดกว่า #เบิ้ดคำซิเว้า #อีเมมันร่อนอีกแล้ว5555 #สู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับ #มันมีจริงๆนะคนแบบนี้”

‘แปลน-รัฐวิทย์’ภูมิใจได้เป็นส่วนหนึ่ง‘นางฟ้าไร้นาม’ กวาด 3 รางวัลในงานนาฏราช ครั้งที่ 15

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805050

‘แปลน-รัฐวิทย์’ภูมิใจได้เป็นส่วนหนึ่ง‘นางฟ้าไร้นาม’  กวาด 3 รางวัลในงานนาฏราช ครั้งที่ 15

‘แปลน-รัฐวิทย์’ภูมิใจได้เป็นส่วนหนึ่ง‘นางฟ้าไร้นาม’ กวาด 3 รางวัลในงานนาฏราช ครั้งที่ 15

วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่มีผลงานออกมาให้ได้ติดตามกันเรื่อยๆ สำหรับ “แปลน-รัฐวิทย์ กิจวรลักษณ์” นักแสดงภายใต้ต้นสังกัด ทีวี ธันเดอร์ โดยล่าสุดแปลนได้เข้าร่วมงานประกาศผลรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 15งานประกาศรางวัลที่ยิ่งใหญ่และหลายคนจับตามอง จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ซึ่งผลงานการแสดงของแปลนอย่างละครเรื่อง “นางฟ้าไร้นาม” จากช่อง Thai PBS ก็ได้กวาดรางวัลละครโทรทัศน์ประเภท Short Form (ละครที่มีจำนวนตอนไม่เกิน 13 ตอน) ไปถึง 3 รางวัล ได้แก่ สาขาบทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม,สาขาละครยอดเยี่ยม และ สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม โดย “แปลน-รัฐวิทย์” ได้เผยถึงความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรางวัลและผลงานคุณภาพเรื่องนี้ไว้ว่า

“ดีใจและตื่นเต้นมากๆ ตั้งแต่รู้ว่าผลงานของเราได้มีรายชื่อเข้าชิง อยากให้ได้รับรางวัล และนางฟ้าไร้นาม ก็ได้ถึง 3 รางวัลในการประกาศรางวัลครั้งนี้ ซึ่ง เป็นผลงานเรื่องที่ 2ที่ผมได้ร่วมงานกับทาง Thai PBS โดยผลงานแรกคือละครเรื่อง Junk mail จดหมายที่ไม่ถูกเปิดก็ได้รับรางวัลละครสร้างสรรค์สังคมยอดเยี่ยม ในงานประทานรางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติพิฆเนศวร ครั้งที่ 11 เช่นกัน ผมปลื้มใจทุกครั้งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานดีๆ และอยากให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุนผลงานไทยครับ”

ครบรอบ 10 ปี ‘เนื้อแท้’ โต อดีตนักร้องนำวง Silly Fools เปิดตัว ‘แองกัสของเนื้อแท้’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805151

ครบรอบ 10 ปี ‘เนื้อแท้’ โต อดีตนักร้องนำวง Silly Fools เปิดตัว ‘แองกัสของเนื้อแท้’

ครบรอบ 10 ปี ‘เนื้อแท้’ โต อดีตนักร้องนำวง Silly Fools เปิดตัว ‘แองกัสของเนื้อแท้’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 20.09 น.

“วีรชน ศรัทธายิ่ง” หรือ โต อดีตนักร้องนำวง Silly Fools หรือปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “บังโต เนื้อแท้” จากอดีตศิลปินที่หลงใหลในการทานเนื้อวัว ผู้ที่ใช้ทักษะความเป็นศิลปินในการบริหารธุรกิจเพื่อสังคม กับความฝันที่อยากเห็นประเทศไทยมีเนื้อวัวดีๆที่มีคุณภาพ ผันตัวสู่การทำธุรกิจเนื้อวัวเต็มรูปแบบ ผู้ก่อตั้งและดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัท คอมพานี บี จำกัด หรือที่คนทั่วไปคุ้นหูกับชื่อร้าน “เนื้อแท้” ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ธุรกิจร้านอาหารของบังโต จากประสบการณ์และความพยายามในการพัฒนาธุรกิจเนื้อวัวกว่าหนึ่งทศวรรษ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดซึ่งเป็นปณิธานอันแรงกล้าของบังโตที่จะไม่ยอมทรยศต่อความตั้งใจของตนเองเป็นอันขาด วันนี้เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของการก่อตั้งบริษัท บังโตยินดีที่จะประกาศให้คนไทยทุกคนรู้ถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ เมื่อความใฝ่ฝันคือเนื้อวัวคุณภาพที่ดีที่สุดและวันนี้มันเกิดขึ้นแล้วกับผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อ “แองกัสของเนื้อแท้” 

“บังโต วีรชน ศรัทธายิ่ง” พูดถึงความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ใหม่ไว้ว่า “เนื้อวัวสายพันธุ์แองกัส คือเนื้อวัวที่ผมใฝ่ฝันมาตลอดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท คอมพานี บี ขึ้นมา แต่ด้วยข้อจำกัดในหลายๆด้านทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในการนำเข้าที่มีมูลค่าสูง รวมไปถึงจำนวนการนำเข้าที่ก่อนหน้านี้ผมไม่มีความสามารถ และอุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือวัวสายพันธุ์แองกัสแท้ไม่สามารถนำมาเลี้ยงในสภาพอากาศเมืองไทยได้” แต่ด้วยกับประสบการณ์ ความรู้ที่สั่งสมและโอกาสต่างๆที่เข้ามาซึ่งทำให้ปัจจุบันนี้ข้อจำกัดต่างๆได้พังทลายลง ทำให้ตอนนี้ซึ่งครบ 10 ปีที่ทำธุรกิจพอดี ผมมีความสามารถที่จะนำเนื้อวัวในฝันของผมมานำเสนอให้คนไทยได้ลิ้มรสชาติความอร่อยในแบบฉบับที่ผมให้ความมั่นใจ ด้วยกับผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อ “แองกัสของเนื้อแท้”  

“แองกัสของเนื้อแท้” จะเป็นเนื้อวัวที่แตกต่างออกไปจากเนื้อวัวสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ที่เนื้อแท้เคยทำและแตกต่างจากเนื้อนำเข้าในตลาดทั่วๆไป ทั้งในเรื่องของคุณภาพที่เนื้อจะมีความนุ่มละมุน ไขมันแทรกกำลังดี กลิ่นหอมชัดเจนเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงความแตกต่างในด้านของกระบวนการผลิต เพราะ“แองกัสของเนื้อแท้” ไม่ใช่เนื้อวัวอะไรก็ได้หรือแองกัสอะไรก็ได้เหมือนผู้นำเข้าเนื้อวัวรายอื่นๆทั่วไป แต่เป็นเนื้อวัวแองกัสที่ผมคัดเลือกตั้งแต่น้ำเชื้อจากฟาร์มเมอร์ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ผู้พัฒนาสายพันธุ์แองกัสแท้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย เรียกได้ว่า “วัวตัวไหนที่ไม่ได้มาจากพ่อพันธุ์ตัวที่ผมกำหนดผมไม่เอา” เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าวัวทุกตัวที่เราคัดสรรเป็นเลือดแองกัสแท้ 100% อีกทั้ง เรายังใส่ใจในเรื่องของการพัฒนามัดกล้ามเนื้ออย่างถูกต้องวัดผลได้ด้วยตัวเลขทางวิทยาศาสตร์ ใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่การกิน การนอน การใช้ชีวิต เพื่อเป็นการควบคุมให้วัวถูกพัฒนาและเติบโตด้วยกับสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจที่ดีซึ่งกระบวนการนี้จะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของเนื้อวัว และเรายังคัดเลือกโรงขุนที่มีคุณภาพสูงเป็นลำดับต้นๆของออสเตรเลียเพื่อให้มั่นใจว่าวัวแองกัสแท้ทุกตัวที่เราได้คัดเลือกจะถูกขุนด้วยธัญพืชอย่างดีที่สุด (Grain Fed 120 days) ขั้นตอนสุดท้ายเราคัดเลือกโรงงานที่ได้รับมาตรฐานฮาลาลและมาตรฐานต่างๆตามหลักสากลและนำเข้ามาประเทศไทยด้วยวิธีการแช่เย็น (Chilled) ไม่ใช้วิธีการแช่แข็ง (Freez) เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ “แองกัสของเนื้อแท้” จะยังคงมีคุณภาพเนื้อสัมผัสที่ดีและมีความสดใหม่อยู่ตลอดเวลา 

“คุณตาล นภศูล รามบุตร” ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท คอมพานี บี จำกัด ซึ่งดำรงตำแหน่ง Operating executive ยังกล่าวไว้ได้น่าสนใจอีกว่า ในอดีตที่ผ่านมาเราคิดว่าเราพัฒนาเนื้อวัวได้ดีที่สุดแล้วตามศักยภาพเดิมที่เรามี แต่ในปัจจุบันเราสามารถทะลุทะลวงขีดจำกัดเดิมของเรา และด้วยกับผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อ “แองกัสของเนื้อแท้” นี้ เราจะเปลี่ยนเนื้อวัวที่เราใช้อยู่เดิมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เนื้อแท้ , เนื้อแท้ Wok , เนื้อแท้ Wok กะ Steak (เป็นโมเดลใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว) ,The Beef Master ,เซียนเตี๋ยว และเนื้อแท้บุชเชอรี่ ซึ่งในปัจจุบันเรามีธุรกิจร้านอาหารในเครือ 7 แบรนด์ แบ่งเป็น 21 สาขาใหญ่ 8 สาขาย่อย รวมเป็น 29 สาขา และมีธุรกิจขายเนื้อสดอีก 1 แบรนด์ คือเนื้อแท้บุชเชอรี่ ซึ่งในปี 65 และ 66 เรามียอดนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อวัวแบบเก่าอยู่ประมาณปีละ 360 ตัน และ 400 ตัน ตามลำดับ เราคาดหวังอย่างยิ่งว่าการที่เราท็อปขึ้นไปอีกระดับขั้นจะทำให้เราเพิ่มจำนวนในการนำเข้าวัวแองกัสเลือดแท้ในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 700 ตัน จากการขยายสาขาอีก 4 สาขาใหญ่และ 2 สาขาย่อยไปจนถึงสิ้นปี รวมไปถึงการเปิดรับกลุ่มลูกค้าที่สนใจในผลิตภัณฑ์“แองกัสของเนื้อแท้” สำหรับลูกค้าในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารหรือแม้กระทั่งลูกค้ารายย่อยทั่วไป หากใครสนใจผลิตภัณฑ์ใหม่ของเราหลังจากนี้ เราก็พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความสำเร็จของทุกๆท่านในอนาคต ในส่วนของเนื้อสดเราจะเริ่ม kick off เต็มรูปแบบในเดือนที่จะถึงนี้รอติดตามได้เลย ส่วนสายเนื้อคนไหนที่อยากลองลิ้มรสผลิตภัณฑ์ใหม่ “แองกัสของเนื้อแท้” ว่าจะอร่อยขนาดไหนตอนนี้ทางร้านมีโปรโมชั่นพิเศษช่วงเปิดตัว เนื้อสเต็กไพร์มคัทลด 10% และเนื้อสเต็กสเปเชียลคัทลด 20% เริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 พฤษภาคม 67 เพื่อให้ทุกคนได้พิสูจน์ความอร่อยได้แล้ววันนี้ คุณตาล นภศูล รามบุตร กล่าวทิ้งท้าย 

นอกจากนี้“บังโต วีรชน ศรัทธายิ่ง” ยังเปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่ “คำโตๆ” บริษัทเอเจนซี่ และคอนเทนต์เพื่อรุกการทำการตลาดออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ โดยได้อดีตแอดมินเพจเนื้อแท้ คุณคิง อลังการ และทีมงานหัวกะทิจากทีมการตลาดออนไลน์เพจเนื้อแท้เข้ามาดูแลโปรเจ็คต์นี้ ซึ่งเพจเนื้อแท้นั้นเป็นที่รู้จักเป็นอย่างมากในโซเชียล โด่งดังจากการนำกระแสต่างๆมาทำคอนเทนต์ติดจรวดจนกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืนมามากมายหลายครั้ง “บังโต” กล่าวว่า “ผมเสียดายศักยภาพของทีมแอดมินเพจเนื้อแท้ พวกเขาสามารถต่อยอดความสนุกได้มากกว่านี้อีก จากไอเดียของพวกเค้า โดยผมมองว่าคอนเทนต์สไตล์นี้สามารถขยายไปเล่นกับแบรนด์สินค้าเจ้าอื่นๆหรือกิจกรรมสนุกๆต่างๆได้อีก นอกเหนือจากเพจเนื้อแท้” จึงเป็นที่มาของการตั้งบริษัทใหม่ในชื่อ “บริษัท คำโตโต จำกัด” เข้ามาต่อยอดดีเอ็นเอความไว ความปั่น ตามสไตล์ของเพจเนื้อแท้ พร้อมมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ และเป็นความบันเทิงที่สร้างสรรค์ พร้อมสร้างความสุขให้กับแฟนๆของบังโตให้หายคิดถึง ส่วนเจ้าของกิจการหรือเอเจนซี่ท่านใดสนใจโฆษณาในรูปแบบสไตล์เดียวกับคำโตๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เพจ “คำโตๆ” ได้แล้ววันนี้