เรื่องต้องระวัง ‘โปรแกรม ฟิลเลอร์’ และ ‘คอลลาเจน ไบโอสติมูเลเตอร์’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804605

เรื่องต้องระวัง ‘โปรแกรม ฟิลเลอร์’ และ ‘คอลลาเจน ไบโอสติมูเลเตอร์’

เรื่องต้องระวัง ‘โปรแกรม ฟิลเลอร์’ และ ‘คอลลาเจน ไบโอสติมูเลเตอร์’

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หากพูดถึง Program Filler (ฟิลเลอร์) ผู้ที่สนใจในแวดวงความงามคงแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักว่าคือสารเติมเต็มช่วยให้ผิวตึงกระชับที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน และปัจจุบันสารอีกชนิดที่มาแรงในแวดวงความงามและศาสตร์ชะลอวัยคงหนีไม่พ้น Collagen Biostimulator (คอลลาเจนไบโอสติมูเลเตอร์) หรือสารเติมเต็มที่เข้าไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นทุกที ขณะเดียวกันหลายคนอาจเริ่มสงสัยว่าแท้จริงแล้วโปรแกรม ฟิลเลอร์ และคอลลาเจนไบโอสติมูเลเตอร์นั้นมีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไรแล้วที่เห็นว่าทั้งคู่มีคุณสมบัติดีน่าลองแบบนี้ จะสามารถฉีดร่วมกันได้หรือไม่?

อาจารย์นายแพทย์รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ Board of Dermatology & Medical Director แพทย์ความงามผู้เชี่ยวชาญด้านโปรแกรมฉีด Filler หรือสารเติมเต็ม และ โปรแกรมฉีด Botox หรือสารลดเลือนริ้วรอย ตลอดจนถึงศาสตร์ชะลอวัยที่มีประสบการณ์มากว่า 20 ปี รวมถึงเป็นแพทย์ผู้ก่อตั้ง Rassapoom Clinic อีกด้วย

อาจารย์นายแพทย์รัสมิ์ภูมิ อธิบายว่า โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ หรือที่เรียกว่า Program Filler Skin Boosterเป็นการฉีดสารเติมเต็มไฮยาลูรอนที่มีลักษณะเนื้อเจลเข้าไปเติมเต็ม เพื่อช่วยให้ผิวเต่งตึงขึ้นได้ทันตา รวมถึงสามารถนำมาฉีดเพื่อปรับรูปหน้าได้ด้วย ขณะที่คอลลาเจน ไบโอสติมูเลเตอร์ หรือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เป็นการเน้นสร้างคอลลาเจนให้เกิดขึ้นในระยะยาว ปัจจุบันมีคอลลาเจน ไบโอสติมูเลเตอร์ หลากหลายแบรนด์ ซึ่งมีคุณสมบัติที่โดดเด่นต่างกันไป เช่น Gouri, Sculptra, JUVELOOK&LENISNA, Radiesse ฯลฯ ซึ่งการพิจารณาว่าจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ใด จึงจะเหมาะสมและสามารถแก้ไขปัญหาที่เรามีได้อย่างตรงจุดนั้น ต้องปรึกษาและทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ไว้วางใจได้จะเป็นการดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฉีดคอลลาเจน ไบโอสติมูเลเตอร์ ที่ปัจจุบันยังไม่มีสารที่เข้าไปทำการสลายได้

“ทั้งฟิลเลอร์และคอลลาเจน ไบโอสติมูเลเตอร์ ทุกตัวห้ามฉีดเข้าหลอดเลือดอยู่แล้วอันนี้เป็นเรื่องสำคัญ แต่ตัวคอลลาเจน ไบโอสติมูเลเตอร์ ไม่มีสารเข้าไปฉีดสลายได้ เช่นสมมุติใช้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์พลาดเข้าเส้นเลือดจนเกิดการอุดตัน เราสามารถฉีดสารเข้าไปสลายได้ทันทีหากเราเห็นตั้งแต่แรก แต่คอลลาเจน ไบโอสติมูเลเตอร์ ฉีดพลาดเข้าเส้นเลือดไม่ได้เลย เพราะไม่มีสารตัวไหนมีประสิทธิภาพพอที่จะสลายได้ในทันที ต้องรอให้สลายไปเองตามธรรมชาติ ดังนั้นการเลือกคลินิกและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ จึงสำคัญมาก แพทย์แต่ละท่านจะมีประสบการณ์และเทคนิคแตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงขึ้นอยู่กับสิ่งนี้ด้วย

อย่างเช่นของ Rassapoom Clinic เรามีโปรแกรมฉีดคอลลาเจน ไบโอสติมูเลเตอร์ แบรนด์ Radiesse ด้วยเทคนิค Triangular Face Lift ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผมคิดค้นขึ้นเองแล้วถ่ายทอดให้กับแพทย์ในคลินิกของเรา เทคนิคนี้ทำให้การฉีดได้ผลดียิ่งขึ้น เพราะการฉีดโดยทั่วไปของที่อื่น ๆ จะฉีดเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างเดียว แต่เทคนิคของเราทำให้ได้ผลลัพธ์ทั้งการกระตุ้นคอลลาเจน จัดกรอบหน้าให้ยกกระชับและยกพยุงโครงสร้างผิวขึ้นได้ด้วย เรียกว่าเป็นผลลัพธ์แบบ 2 in 1 เลย”

สำหรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ นอกจากฉีดเพื่อเติมเต็มแล้ว ยังนำมาใช้ปรับรูปหน้าด้วยเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า เทคนิค Triangular Face Lift ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผมคิดค้นขึ้นมาเองเช่นกัน ซึ่งเป็นโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เข้าไปทำการคลี่ผิวที่หย่อนคล้อยออกและยกพยุงโครงสร้างกระดูกใบหน้า แล้วใช้สารBotulinum ปรับแต่งส่วนเกินที่หย่อนคล้อยออก เทคนิคนี้จะช่วยปรับโครงหน้าให้ลิฟท์ ยกขึ้นเป็นวีเชฟ (V-shape) ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ทั้งยังเป็นการป้องกันผิวหย่อนคล้อยในอนาคตได้อีกด้วย”

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมฟิลเลอร์ และคอลลาเจน ไบโอสติมูเลเตอร์ สามารถฉีดลงไปบนใบหน้าเดียวกันได้ แต่ต้องทำโดยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญและชำนาญการในด้านกายวิภาค (Anatomy) เท่านั้น อาทิ โปรแกรมฉีด Radiesse Fillerหากทำร่วมกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ จะช่วยทั้งในเรื่องการยกพยุงผิวและการกระตุ้นคอลลาเจนไปได้พร้อมกันซึ่งเป็นผลดีในระยะยาว

ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมฉีดเกี่ยวกับโปรแกรมฟิลเลอร์ หรือไบโอสติมูเลเตอร์ ได้ที่ www.rassapoomclinic.com และ FB: https://m.me/rassapoomclinic.slim

การประชุมวิทยาศาสตร์นานาชาติ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 9

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804699

การประชุมวิทยาศาสตร์นานาชาติ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 9

การประชุมวิทยาศาสตร์นานาชาติ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 9

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 19.46 น.

การประชุมวิทยาศาสตร์นานาชาติ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 9 (The 9th Princess Chulabhorn International Science Congress) หัวข้อ ความท้าทายของสุขภาพหนึ่งเดียว : บทบาทของวิทยาศาสตร์ชีวภาพและเคมี ระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร

ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงเป็นต้นแบบขององค์ผู้นำที่เข้มแข็งในการขับเคลื่อนการพัฒนางานวิจัยและวิชาการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการ จึงทำให้ทรงเข้าพระทัยอย่างลึกซึ้งถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งทรงตระหนักถึงความจำเป็นของการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ซึ่งทรงถือเป็นปัจจัยหลักสำคัญของการพัฒนาประเทศ 

ในปีพุทธศักราช 2567 องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มีพระดำริให้จัดการประชุมวิทยาศาสตร์นานาชาติ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 9 (The 9th Princess Chulabhorn International Science Congress) หัวข้อ “ความท้าทายของสุขภาพหนึ่งเดียว : บทบาทของวิทยาศาสตร์ชีวภาพและเคมี” (The Challenges of One Health: The Roles of Biosciences and Chemistry) ระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2567 และเพื่อเป็นเวทีการประชุมระดับนานาชาติครั้งสำคัญ ที่จะเน้นถึงบทบาทของวิทยาศาสตร์ชีวภาพและเคมี กับการแก้ปัญหาความท้าทายของสุขภาพหนึ่งเดียว ตามแนวคิดหลักสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health Concept) ขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO)  ซึ่งเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพในแนวทางใหม่ ซึ่งพิจารณาถึงความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดของสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย  ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำแนวความคิดดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนาองค์ความรู้แบบบูรณาการระหว่างสหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการแพทย์ การสัตวแพทย์ และอนามัยสิ่งแวดล้อม

นับเป็นพระนโยบายของการขับเคลื่อนงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ก้าวทันต่อโลกปัจจุบัน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการแสวงหา และสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัย การเผยแพร่ข้อมูล การแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความก้าวหน้าของงานวิจัยตามแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ระหว่างนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการในสาขาต่าง ๆ รวมทั้งการพัฒนาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสหสาขาวิชาชีพทางการแพทย์ สัตวแพทย์ และวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องจากทั่วโลก เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพอนามัยหนึ่งเดียวที่ดีให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน 

สำหรับการประชุมวิทยาศาสตร์นานาชาติ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 9 (The 9th Princess Chulabhorn International Science Congress) ขณะนี้ มีวิทยากรที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติตอบรับเข้าร่วมการประชุมมากกว่า 40 คน และยังเปิดโอกาสให้นักวิจัย นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ นักศึกษาระดับปริญญาโท และ ปริญญาเอกผู้สนใจทั้งในและต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุม พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงร่วมนำเสนอผลงานวิจัย และวิชาการ เพื่อเผยแพร่ออกสู่สาธารณะต่อไป

จึงขอเชิญชวนผู้สนใจสามารถนำเสนอผลงานโดยส่งบทคัดย่อ (Abstract) ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2567 และลงทะเบียนออนไลน์เข้าร่วมงานประชุมฯ ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://pc9.cri.or.th หรือ โทรศัพท์ 0 2553 8535  อีเมล pc@cri.or.th
-(016)

มบส.เปิดรับนักศึกษาเข้าร่วม โครงการเพิ่มประสบการณ์ชีวิตสร้างมิตรภาพ ‘เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรม’ ในต่างประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804622

มบส.เปิดรับนักศึกษาเข้าร่วม โครงการเพิ่มประสบการณ์ชีวิตสร้างมิตรภาพ ‘เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรม’ ในต่างประเทศ

มบส.เปิดรับนักศึกษาเข้าร่วม โครงการเพิ่มประสบการณ์ชีวิตสร้างมิตรภาพ ‘เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรม’ ในต่างประเทศ

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.19 น.

ผศ.ดร.กุลสิรินทร์ อภิรัตน์วรเดช ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์และเครือข่ายอาเซียน   มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.)  กล่าวว่า  สำนักวิเทศสัมพันธ์และเครือข่ายอาเซียน  มบส. ได้เปิดรับสมัครนักศึกษาเข้าร่วม โครงการเพิ่มประสบการณ์ชีวิตสร้างมิตรภาพ “เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรม” ในต่างประเทศ โดยรุ่น 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 17 มิ.ย. 2567 และรุ่น 2 วันที่ 20 ก.ค. – 3 ส.ค. 2567 ทั้งนี้โครงการเพิ่มประสบการณ์ชีวิตสร้างมิตรภาพ “เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรม” ในต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ซึ่งวัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการฯเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งเรียนรายวิชาศึกษาทั่วไป  และนักศึกษาชั้นปีอื่นๆ  ที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ  และภาษาต่างประเทศ  รวมไปถึงนักศึกษาที่สนใจได้มีโอกาสเพิ่มประสบการณ์ชีวิตและการเปิดโลกทัศน์ในการเรียนรู้ในต่างประเทศ  สร้างอัตลักษณ์และเพิ่มคุณค่าแก่นักศึกษา ทำให้เกิดทักษะที่ดีในการสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาเพื่อนบ้าน และนักศึกษามีความเข้าใจในความเหมือนและความแตกต่างของวัฒนธรรมต่างชาติ  รวมทั้งจัดการเรียนการสอนรูปแบบโอนหน่วยกิต (Transfer Credits) กับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ส่งเสริมและต่อยอดความสัมพันธ์อันดีทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยเครือข่ายความร่วมมือในต่างประเทศที่ได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการร่วมกัน  อีกทั้งเป็นการสร้างชื่อเสียงและประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยสู่สากล  และสร้างเวทีระดับนานาชาติให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยาต่อไป  

ผศ.ดร.กุลสิรินทร์  กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน  252 คน ส่วนรายชื่อมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่เข้าร่วมโครงการและกำหนดการที่นักศึกษาจะเข้าร่วมอบรมมีดังนี้ วันที่  6 – 17  มิ.ย.  2567  จำนวน  9  มหาวิทยาลัย  ณ  Chongqing University of Education, The people’s Republic of China  สาธารณรัฐประชาชนจีน,  Phnom Penh International University (PPIU), the Kingdom of Cambodia ราชอาณาจักรกัมพูชา, Universitas Mahasaraswati Denpasar (UNMAS), the Republic of Indonesia สาธารณรัฐอินโดนีเซีย, Universiti Utara Malaysia (UUM), Malaysia มาเลเซีย, National Teacher Colleges, (NTC), the Republic of the Philippines สาธารณรัฐฟิลิปปินส์, Lipa City Colleges, Batangas (LCC), the Republic of the Philippines สาธารณรัฐฟิลิปปินส์, Guangxi Minzu University, The people’s Republic of China สาธารณรัฐประชาชนจีน, Nanning University, The people’s Republic of China สาธารณรัฐประชาชนจีน, National Pingtung University (NPTU), Taiwan ไต้หวัน, วันที่ 15 – 24 ก.ค. 2567 ณ Dong-Ah Institute of Media and Arts (DIMA), the Republic of Korea ประเทศเกาหลีใต้ และวันที่ 20 ก.ค. – 3 ส.ค. 2567  ณ  Hanyang University, the Republic of Korea ประเทศเกาหลีใต้

ชวนมาวิ่งสนุกเป็นครั้งแรกตะลุยผ่านดินแดนธีม ‘โฟรเซ่น’ แห่งแรกและใหญ่ที่สุดของโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804621

ชวนมาวิ่งสนุกเป็นครั้งแรกตะลุยผ่านดินแดนธีม 'โฟรเซ่น' แห่งแรกและใหญ่ที่สุดของโลก

ชวนมาวิ่งสนุกเป็นครั้งแรกตะลุยผ่านดินแดนธีม ‘โฟรเซ่น’ แห่งแรกและใหญ่ที่สุดของโลก

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.16 น.

ล็อกวันและเตรียมตัวให้พร้อมไปกับงานวิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด อย่าง Hong Kong Disneyland 10K Weekend 2024 โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 2 และ 3 พฤศจิกายน 2567 นี้

งานวิ่ง Hong Kong Disneyland 10K Weekend พร้อมกับมิกกี้และผองเพื่อน, ดัฟฟี่และผองเพื่อน, ราชินีอันนาและเอลซ่า, ซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล และตัวละครอื่นๆ ที่ชื่นชอบจะมาร่วมให้กำลังใจคุณทั่วทั้งปาร์ค งานวิ่ง 10K Weekend ในปีนี้จะมาสร้างความสนุกให้กับพวกเราทุกคนมากกว่าครั้งใดๆ เพราะนักวิ่งทั้งหลายจะได้วิ่งผ่านโซน World of Frozen เป็นครั้งแรก! เพลิดเพลินไปกับวิวสองข้างทางของเอเรนเดลล์ และรับกำลังใจเต็มเปี่ยมจากชาวเอเรนเดลล์ที่คอยเชียร์นักวิ่งตลอดสองข้างทาง

ความพิเศษยังไม่จบเพียงเท่านี้! เพราะงานวิ่ง Hong Kong Disneyland 10K Weekend ยังมีตัวเลือกเส้นทางการวิ่งหลากหลายธีมและระยะทาง ให้นักวิ่งได้เลือกสรรตามเรื่องราวและตัวละครจากดิสนีย์ที่แต่ละคนชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งระยะ 10 กม.ที่โด่งดัง หรือตัวเลือกระยะวิ่งชิล ๆ สำหรับสนุกร่วมกันได้แม้กระทั่งครอบครัวเด็กเล็ก

เหล่านักวิ่งจะได้รับ Runner Pack กลับไปเป็นที่ระลึก ซึ่งประกอบด้วยเสื้อวิ่งธีมดิสนีย์ สายรัดข้อมือสำหรับออกกำลังกาย และอื่นๆ อีกมากมาย โดยนักวิ่งทุกคนจะได้รับเหรียญรางวัลเมื่อวิ่งถึงเส้นชัยอีกด้วย

“มาร์เวลซูเปอร์ฮีโร่ 10K (Marvel Super Heroes 10K)” : ก้าวสู่จักรวาลมาร์เวลแบบบู๊ๆ ที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกและความฟิตแบบจัดเต็ม นักวิ่งจะได้ใช้ความแกร่งในการวิ่งระหว่างออกวิ่งไปทั่วรีสอร์ท เคียงข้างตัวละครจากมาร์เวลและพบกับความเซอร์ไพรส์ไปตลอดเส้นทาง เรียกได้ว่าเป็นการวิ่งที่เหมาะกับซูเปอร์ฮีโร่ตัวจริง!

“พิกซาร์พอลส์ 5K (Pixar Pals 5K)” : มาร่วมวิ่งไปกับตัวละครจากพิกซาร์และฝ่าฟันการผจญภัยที่สนุกสนาน ที่จะทำให้คุณทั้งสนุกและตื่นเต้น พร้อมรับเสียงเชียร์จากตัวละครพิกซาร์แสนน่ารัก

 [ธีมใหม่แกะกล่อง] “นักสำรวจโฟรเซ่น 3K (Frozen Explorers 3K)” : สัมผัสกับความงดงามของอาณาจักรเอเรนเดลล์แบบที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เป็นเส้นทางการวิ่ง 3 กม. ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักวิ่งที่มาเป็นครอบครัว เพราะจะได้รับการต้อนรับอันน่าตื่นเต้นจากราชินีอันนาและเอลซ่า รวมถึงชาวเอเรนเดลล์ และนักวิ่งยังจะได้สัมผัสถึงพลังน้ำแข็งจาก Runner Pack ของที่ระลึกสำหรับนักวิ่งในธีม “Frozen” ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกครบเซ็ท!

 “ดัฟฟี่และผองเพื่อน 3K (Duffy and Friends 3K)” : เตรียมออกผจญภัยอันแสนอบอุ่นไปกับดัฟฟี่และผองเพื่อน เหมาะสำหรับนักวิ่งที่มาเป็นกลุ่มเพื่อน เพราะคุณจะได้สัมผัสกับแก่นแท้ของมิตรภาพไปตลอดทาง

“แข่งวิ่งมิกกี้และผองเพื่อนตัวจิ๋ว (Mickey and Friends Kids Races)” : แฟนดิสนีย์รุ่นจิ๋วก็สามารถร่วมสนุกกับงานวิ่งได้ในธีมนี้ คุณหนู ๆ จะได้พบกับมิกกี้และผองเพื่อนที่จะมาคอยให้กำลังใจ และเส้นทางการวิ่งที่เหมาะสำหรับเจ้าตัวเล็ก พร้อมมีจุดพักเล่นที่จะมาโอบกอดหนู ๆ ด้วยเวทมนต์แห่งดิสนีย์ เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกที่เพอร์เฟคที่สุดสำหรับครอบครัวที่มาพร้อมลูกน้อย

ติดตามรายละเอียดข้อเสนอด้านล่าง แล้วเตรียมตัวให้พร้อมกับ 10K Weekend อันน่าจดจำนี้ที่จะทำให้คุณราวกับต้องมนต์

ตัวแทนบริษัทท่องเที่ยว กิจกรรม ชื่อแพ็คเกจ แพ็คเกจประกอบด้วย /URL ช่วงเวลาการจอง ช่วงเวลาการเดินทาง ราคาแพ็คเกจ

เคทีซี เวิลด์ ทราเวล เซอร์วิส ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ 10K วีคเอนด์ 2024  แพ็คเกจฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ 10K วีคเอนด์ 2024 เริ่มต้น 8,790 ต่อท่าน   • สิทธิ์ในการเข้าร่วมงานวิ่งฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ระยะ 3 กม., 5 กม. หรือ 10 กม. พร้อมเสื้อวิ่งธีม เบอร์วิ่ง สายรัดข้อมือ เหรียญเข้าเส้นชัย

•             บัตรเข้าสวนสนุก 1 วัน

•             พัก 1 คืนที่กลุ่มโรงแรมฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท (พัก 4 คน/ห้อง)

https://www.ktc.co.th/ktcworld/promotion/attractions/overseas-attractions/hong-kong-disneyland-park-ticket

16 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2024       1-2 หรือ 2-3 พ.ย. 2024       เริ่มต้น 8,790 ต่อท่าน

ตระกูลเฉิน ไนซ์ฮอลิเดย์ ดิสคัฟเวอรี่   ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ 10K วีคเอนด์ 2024             แพ็คเกจ Magic Rush Retreat + 3 วัน 2 คืน เริ่มต้น  21,900 บาท/คน  •             สิทธิ์ในการเข้าร่วมงานวิ่งฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ระยะ 3 กม., 5 กม. หรือ 10 กม. พร้อมเสื้อวิ่งธีม เบอร์วิ่ง สายรัดข้อมือ เหรียญเข้าเส้นชัย

•             บัตรเข้าสวนสนุก 2 วัน

•             พัก 1 คืนที่โรงแรม Disney Explorers Lodge  (พัก 4 คน/ห้อง)

•             ทัวร์ไหว้พระในฮ่องกง

•             ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ฮ่องกง รวมภาษี

•             รับเพิ่มสิทธิพิเศษสุดเซอร์ไพรส์ในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ 1 รายการ

https://www.dhakulchan.net/tour/hkdl-run2024

13 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2024       1-3  พ.ย. 2024

เริ่มต้น  21,900 บาท/คน

บริษัท ซีพี ฮอลิเดย์ จำกัด  ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ 10K วีคเอนด์ 2024 แพ็คเกจฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ 10K วีคเอนด์ 3 วัน 2 คืน  เริ่มต้น 34,900 ต่อท่าน   • สิทธิ์ในการเข้าร่วมงานวิ่งฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ระยะ 3 กม. หรือ 10 กม. พร้อมเสื้อวิ่งธีม เบอร์วิ่ง สายรัดข้อมือ เหรียญเข้าเส้นชัย

•             บัตรเข้าสวนสนุก 2 วัน

•             พัก 1 คืนที่โรงแรมธีมดิสนีย์ รวมอาหารเช้าที่โรงแรม (พัก 2 คน/ห้อง)

•             พัก 1 คืนที่โรงแรม 4 ดาว ตัวเมืองฮ่องกง รวมอาหารเช้าที่โรงแรม

•             รถรับส่ง สนามบินฮ่องกง – โรงแรม 2 แห่ง

•             ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ฮ่องกง รวมภาษี โดยสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ชั้นประหยัด

https://www.hongkongsmiletrip.com/hkdl10krun

Tel. 66 2 320 5588             13 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2024       1-3 พ.ย. 2024       เริ่มต้น 34,900 ต่อท่าน

บริษัท ไมล์เลจ แอร์ แอนด์ ทราเวล จำกัด ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ 10K วีคเอนด์ 2024             แพ็คเกจฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ 3 วัน 2 คืน (Magical Disney with 3K)   เริ่มต้น  24,500/ท่าน          •             สิทธิ์ในการเข้าร่วมงานวิ่งฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ดัฟฟี่และผองเพื่อน 3 กม.พร้อมเสื้อวิ่งธีม เบอร์วิ่ง สายรัดข้อมือ เหรียญเข้าเส้นชัย

•             บัตรเข้าสวนสนุก 1 วัน

•             พัก 1 คืนที่โรงแรม Disney Explorers Lodge  (พัก 2 คน/ห้อง)

•             พัก 1 คืนที่โรงแรม 4 ดาว ในตัวเมืองฮ่องกง

•             รถรับส่ง สนามบินฮ่องกง – โรงแรมทั้ง 2 แห่ง

•             ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ฮ่องกง รวมภาษี โดยสายการบินเอมิเรตส์ หรือ ฮ่องกงแอร์ไลน์

Tel. 66-2 294 5594 13 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2024       1-3 พ.ย. 2024       เริ่มต้น  24,500/ท่าน

ติดตามรายละเอียดการลงทะเบียนได้เร็ว ๆ นี้ และห้ามพลาดโอกาสที่คุณจะได้แต่งตัวในชุดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดิสนีย์เพื่อการเดินทางสุดพิเศษที่ Hong Kong Disneyland 10K Weekend ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมที่จะจัดขึ้นวันที่ 2 และ 3 พฤศจิกายนนี้ และพบกับการผจญภัยที่จะสะกดทุกช่วงเวลาไว้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

-(016)

‘จุ๋ย วรัทยา’ ดันวิฟสกินโกอินเตอร์ทั่วโลก ร่วมงาน VIP คู่ค้าไทย-จีน Alibaba Group

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804618

‘จุ๋ย วรัทยา’ ดันวิฟสกินโกอินเตอร์ทั่วโลก ร่วมงาน VIP คู่ค้าไทย-จีน Alibaba Group

‘จุ๋ย วรัทยา’ ดันวิฟสกินโกอินเตอร์ทั่วโลก ร่วมงาน VIP คู่ค้าไทย-จีน Alibaba Group

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.11 น.

โกอินเตอร์กันแบบเต็มตัว สำหรับแบรนด์เครื่องสำอางสมุนไพรไทย “วิฟสกิน” ที่มีผู้บริหารคนสวยอย่าง จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา ซึ่งได้รับโอกาสดี เข้าร่วมงาน “Thai Food Golden Month สดจากต้น สู่มือคุณ” ณ หอประชุมกวาง หวา ถัง ชั้น 9 อาคารหอการค้าไทย-จีน ซึ่งงานนี้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง Alibaba Group กับ Thai Pavilion Group และบริษัทผู้ส่งออกผลไม้และสินค้าไทย มีประธานในพิธีระดับวีไอพีอย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และประธานหอการค้าไทย-จีน เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

จุ๋ย วรัทยา กล่าวว่า “ตื่นเต้นมากและดีใจมากที่ได้เข้าร่วมงานนี้ค่ะ เพราะเป็นครั้งแรกที่เราได้แนะนำผลิตภัณฑ์ของวิฟสกินกับกลุ่มลูกค้า VIP ไทย-จีน Taobao ของ Alibaba ซึ่งอาลีบาบา ก็เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่มากๆ ในจีน เรียกได้ว่างานนี้ วิฟสกินเตรียมขยายสู่ตลาดจีนอย่างจริงจังแล้วค่ะ” และสองผลิตภัณฑ์ของวิฟสกินที่เราได้โปรโมตในวันนั้น ก็เป็นสินค้าตัวชูโรงขายดีอย่างวิฟสกิน ขมิ้นโกลด์เซรั่ม และวิฟสกิน ขมิ้นโรสครีมนั่นเอง โดยจุ๋ยกล่าวเสริมว่า “ชาวจีนก็ชื่นชอบในสินค้าไทยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผลไม้ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงเครื่องสำอางด้วย แน่นอนวิฟสกินขึ้นชื่อเรื่องเครื่องสำอางสมุนไพรไทยอยู่แล้ว ยิ่งเป็นขมิ้นชันออร์แกนิกที่มีสรรพคุณบำรุงผิว จุ๋ยมั่นใจว่าแม่จีนต้องชอบและถูกใจแน่ๆ ค่ะ (ยิ้ม)”

แน่นอนว่า สองผลิตภัณฑ์เด่นของวิฟสกินที่เราแนะนำให้ชาวจีนรู้จักนั้นโดดเด่นและทำถึงแน่นอน ซึ่งได้แก่ 1) วิฟสกิน ขมิ้นโกลด์เซรั่ม (KAMIN GOLD SERUM) ที่ช่วยผนึกกำลังแห่งความกระจ่างใส ไร้กังวลปัญหาสิว ฝ้า และริ้วรอย ด้วยการรวมตัวของสมุนไพรและสารสกัดอื่นๆ ทั้งของไทยและสากลกว่า 17 ชนิด เพื่อพิชิตริ้วรอย ให้ผิวเด้งใส ตึงกระชับ มีส่วนประกอบหลักอย่างขมิ้นชัน ที่สกัดในรูปแบบพิเศษ “เอนแคปซูเลชั่น” ทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่าสารสกัดขมิ้นชันทั่วไป ถึงสองเท่า ช่วยให้ผิวแลดูนวลเนียน ใส นุ่ม ตึงกระชับ, ทองคำบริสุทธิ์ 24 K คืนความสาวสะพรั่งให้ผิว ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย และ 2) วิฟสกิน ขมิ้นโรสครีม (KAMIN ROSE CREAM) ผสานสารสกัดจากสมุนไพรไทยชั้นดีอย่างกุหลาบมอญและขมิ้นชัน พร้อมด้วยทองคำบริสุทธิ์ เพื่อการบำรุงผิวใสสะพรั่งระดับสิบ ช่วยยืดอายุผิวและลดเลือน ริ้วรอย ให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น นวล เนียน ตึงกระชับ มีส่วนประกอบเด่นอย่างขมิ้นชันที่สกัดแบบเอนแคปซูเลชั่น ช่วยดูแลปัญหาสิวผด และสิวอุดตันต่างๆ รวมถึงสารสกัดจากกุหลาบมอญอันบริสุทธิ์ ขึ้นชื่อเรื่อง การต่อสู้ริ้วรอยได้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยความเครียด มลภาวะ หรือริ้วรอยแห่งวัย คืนความสาวใสละมุนให้กับผิวหน้า และรอบดวงตา ซึ่งสองผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ได้รับความนิยมจากชาวไทยมาอย่างยาวนาน มียอดขายที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง

และการเปิดตลาดครั้งนี้ก็นับเป็นโอกาสดี ที่วิฟสกินจะไปได้ไกลทั่วโลกในอนาคต โดยจุ๋ยกล่าวทิ้งท้ายกับผู้สื่อข่าวว่า “จุ๋ยดีใจมากๆ ที่มีโอกาสแนะนำผลิตภัณฑ์ของวิฟสกินออกไปสู่ตลาดระดับสากล เป็นตลาดที่ใหญ่มากแห่งหนึ่งของโลกอย่างประเทศจีน เราหวังว่าจะได้ต่อยอดผลิตภัณฑ์ของวิฟสกินไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกในอนาคตค่ะ”

ติดตามได้ที่ facebook : VIV SKIN https://www.facebook.com/vivskin/ , instagram : VIV SKIN https://www.instagram.com/vivskin/ , line id : @vivskin (มี @ นำหน้า)

สนใจสมัครตัวแทนวิฟสกิน : http://bit.ly/rosecream_fbad2own

-(016)

ไอคอนสยาม เปิดเวทีประชันความสามารถ เฟ้นหาสุดยอดนักเต้น K-Pop Cover Dance

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804576

ไอคอนสยาม เปิดเวทีประชันความสามารถ เฟ้นหาสุดยอดนักเต้น K-Pop Cover Dance

ไอคอนสยาม เปิดเวทีประชันความสามารถ เฟ้นหาสุดยอดนักเต้น K-Pop Cover Dance

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.54 น.

ไอคอนสยาม จัดงานเต้นสุดยิ่งใหญ่ “ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 3” เปิดเวทีประชันความสามารถ ในคอนเซ็ปต์ DANCE TO THE WORLD เฟ้นหาสุดยอดนักเต้น K-Pop Cover Dance ที่จะได้ก้าวสู่เวทีระดับสากล ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท! ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ ได้ตั้งแต่วันที่ 9-12 และ 17-19 พ.ค.นี้

•             ไอคอนสยาม ผนึกพันธมิตรจัดงาน ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 3  เปิดเวทีเฟ้นหาสุดยอดนักเต้น K- Pop Cover Dance ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท  และ T-Pop Battle, The Best Random Dance ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท

•             พลาดไม่ได้! กับ T-Pop Fun Space ร่วมจัดโดย THE KNIVERSE X GRAVITY MOTION เปิดพื้นที่ให้ชาว  T-Pop มาสนุกไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน T-Pop Battle และการแสดง T-Pop Show

•             ขนทัพนักเต้น HipHop, Cheerleading, K-Pop Cover Dance ,T-Pop และ J-Pop&IDOL โชว์สเต็ปการเต้นคัฟเวอร์แดนช์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีผู้ร่วมเต้นมากที่สุดในไทย

•             พบกิจกรรมพิเศษมากมาย พร้อมชมลีลาการเต้นหลากหลายแขนง สร้างปรากฎการณ์ระดับประเทศ ระหว่างวันที่ 9-12 พ.ค. และ 17-19 พ.ค. 2567 ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย, ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย (KCC), สมาคมกีฬาเชียร์แห่งประเทศไทย, THE INNER STUDIO , B HOUSE STUDIO, THE KNIVERSE x GRAVITY MOTION, The Makers Dance Studio และ Lotus’s Privé จัดโครงการประกวดเฟ้นหาสุดยอดนักเต้น บนเวทีการแข่งขัน “ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 3” ภายใต้คอนเซ็ปต์ DANCE TO THE WORLD เวทีที่นักเต้นจะได้โอกาสก้าวสู่ระดับสากล เปิดรับสมัครนักเต้น K-Pop Cover Dance เพื่อชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท ร่วมลุ้นเป็นหนึ่งในนักเต้นที่จะมีโอกาสได้ไป Dance Training Camp ที่ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมเปิดเวทีค้นหาสุดยอดนักเต้น T-Pop Battle และ The Best  Random Dance  ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท พร้อมกิจกรรมอีกมากมาย โดยรวบรวมสุดยอดนักเต้นระดับประเทศ ระดับแชมป์ หลากหลายแขนง ร่วมแสดงความสามารถให้ทุกคนได้ชมลีลา สเต็ปแดนซ์อย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างวันที่ 9-12 และ 17-19 พฤษภาคม 2567 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

งาน “ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 3” ปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ DANCE TO THE WORLD เวทีที่นักเต้นจะได้โอกาสก้าวสู่ระดับสากล ซึ่งจัดเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ต่อยอดความสำเร็จจากการตอบรับที่ล้นหลามตลอด 2 ซีซั่นที่ผ่านมา พร้อมตอกย้ำแนวคิดหลักที่ต้องการสร้างคอมมิวนิตี้ รวบรวมผู้ที่มีใจรักในเรื่องการเต้น ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ร่วมกัน โดยไอคอนสยามพร้อมส่งเสริมเยาวชน คนรุ่นใหม่ ได้มีเวทีแสดงทักษะและความสามารถพิเศษในด้านต่างๆ ตลอดจนสามารถต่อยอดไปสู่เวทีระดับสากลได้ และงานนี้ยังได้รวมพลคนรักการเต้นไว้ได้มากที่สุด ครบทุกรูปแบบ จากแชมป์เวทีประกวดการเต้นทั้งระดับโลกและระดับประเทศ อาทิ K-Pop, T-Pop, J-Pop, HipHop, Cheerleading เป็นต้น โดยเปิดเวทีให้นักเต้นได้มาร่วมรังสรรค์ผลงาน ประชันความสามารถชิงความเป็นสุดยอดนักเต้น K-Pop Cover Dance พร้อมผลักดันและเปิดโอกาสให้ผู้ที่หลงรักในศาสตร์ของการเต้นให้ก้าวสู่เวทีระดับสากล โดยขณะนี้ได้ผู้ผ่านคัดเลือกแล้วทั้งหมดมากกว่า 80 ทีม ซึ่งได้จัด Exclusive Training อย่างเข้มข้นโดยครูสอนเต้นมืออาชีพจาก B HOUSE STUDIO ให้แก่ทุกทีมที่ผ่านการคัดเลือก เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ก่อนจะมีการจัดแข่งขันรอบออดิชั่น ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2567 เพื่อคัดเลือกทีมเข้าสู่รอบ Final ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2567 นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับนักเต้นยอดเยี่ยม ที่จะได้ไปร่วม Training ที่ประเทศเกาหลีใต้อีกด้วย

พร้อมกันนี้ ได้เปิดโอกาสให้สาวกสายแดนซ์ร่วมแสดงความสามารถ กับกิจกรรมความสนุกที่พลาดไม่ได้!  เปิดพื้นที่ T-Pop Fun Space ที่ร่วมจัดโดย THE KNIVERSE X GRAVITY MOTION ให้ชาว  T-Pop มาสนุกไปด้วยกันกับหลากหลายกิจกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเอาใจสายแดนซ์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน T-Pop Battle และการแสดง T-Pop Show พร้อมรับชมการแสดงสุดพิเศษ T-Pop Surprise จากศิลปิน T-Pop

สำหรับงานพิธีเปิด “ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 3” ไอคอนสยามจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม โดยได้รับเกียรติจากดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และนายไพรัช วิเศษศิริลักษณ์ ผู้บริหารสายงานบริการลูกค้า บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตร ร่วมเปิดงาน ซึ่งในงานได้อัดแน่นการแสดงของนักเต้นเท้าไฟจากแชมป์ระดับประเทศ และระดับโลกหลากหลายแขนง ที่มาร่วมกันออกลวดลายการเต้นพร้อมสร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ และความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานทุกคน อาทิ

•             การแสดงเชียร์ลีดดิ้ง โดยนักกีฬาเชียร์ทีมชาติไทย ประเภททีมเชียร์ลีดดิ้ง JUNIOR COED ADVANCED LEVEL 4 แชมป์โลก 2 สมัย WORLD CHAMPION 2019, 2021 ในการแข่งขัน ICU WORLD CHEERLEADING CHAMPIONSHIPS และแชมป์โลก 2024 ในการแข่งขัน ICU INTERNATIONAL CHEERLEADING CUP, USA ของสหพันธ์กีฬาเชียร์นานาชาติ International Cheer Union ที่โอลิมปิกให้การรับรอง

•             การแสดงฮิปฮอป โดยนักกีฬาเชียร์ทีมชาติไทย ประเภทฮิปฮอปคู่ HIP HOP DOUBLES WORLD CHAMPION แชมป์โลก 2 รายการซ้อน 2024 ICU JUNIOR WORLD AND WORLD CHEERLEADING CHAMPIONSHIP, USA และ ICU INTERNATIONAL CHEERLEADING CUP, USA ปัจจุบันสังกัด Boss Dance Studio

และยังได้ศิลปินหนุ่มมากความสามารถ “ไอซ์- พาริส อินทรโกมาลย์สุต” ร่วมโชว์ลีลาการเต้นสุดพริ้วในการแสดงพิธีเปิด ชุด “THE ICONIC DANCETOPIA” อีกด้วย พร้อมทั้งยังมีการแสดงของสุดยอดนักเต้นจาก THE INNER STUDIO และการแสดงจากศิลปินสาวมากความสามารถ AUM TARISA และสองสาว DUO ROZY CHICZ จาก KS Gang ที่มาร่วมโชว์สเต็ปแดนซ์สุดพิเศษให้ชมกัน

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะไอคอนสยามได้อัดแน่นความสุข ขนทัพศิลปินชื่อดังมาให้ทุกคนได้เสพความสนุกกันอย่างล้นหลาม อาทิ วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 พบกับวง LYKN, 11 พฤษภาคม 2567 พบกับ ต๋อง บาส จ็อบ นักแสดงจากค่าย Be on Cloud และ 12 พฤษภาคม 2567 พบกับวง DICE

นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาการจัดงาน ในช่วงระหว่างวันที่ 9-12 พ.ค. และ 17-19 พ.ค. 2567 ยังได้ยกขบวนรถฟู้ดทรัค ขนทัพความอร่อยมาเสิร์ฟให้ทุกคนได้ทานกัน ทั้งเมนูคาว เมนูหวาน และเครื่องดื่มเย็นชื่นใจ มาร่วมเติมพลังกันถึงที่ ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

พิเศษ! สำหรับสมาชิก ONESIAM ที่มาร่วมชมงาน “ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 3” ในวันที่ 10 พ.ค. 67 – 12 พ.ค. 67  เพียงแสดงบัตรจอดรถ ไอคอนสยาม หรือไอซีเอส พร้อมใบเสร็จช็อปปิ้งมูลค่า 500 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ แลกรับ Siam Gift Card 200 บาท สำหรับใช้ที่ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม ภายในไอคอนสยาม และ ไอซีเอส ตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ เคาน์เตอร์ Information

ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ กับทีมนักเต้นหลากหลายที่จะมาร่วมเปิดประสบการณ์สุดตื่นตาตื่นใจ ประชันความสามารถพร้อมวาดลวดลายกันแบบจัดเต็ม ในการแข่งขันเฟ้นหาสุดยอดนักเต้นบนเวทีการแข่งขัน “ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 3” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ DANCE TO THE WORLD เวทีที่นักเต้นจะได้โอกาสก้าวสู่ระดับสากล รับชมโชว์สุดพิเศษ และกิจกรรมความบันเทิงมากมาย ระหว่างวันที่ 9-12 และ 17-19 พฤษภาคม 2567 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก ICONSIAM หรือโทร.1338

-(016)

คู่แชมป์ TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่น 14 โชว์ดีทำถึง! สมมง..เยาวชนต้นแบบเก่งและดี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804573

คู่แชมป์ TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่น 14 โชว์ดีทำถึง! สมมง..เยาวชนต้นแบบเก่งและดี

คู่แชมป์ TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่น 14 โชว์ดีทำถึง! สมมง..เยาวชนต้นแบบเก่งและดี

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.50 น.

TO BE NUMBER ONE IDOL เวทีแห่งเกียรติ ศักดิ์ศรี เวทีในฝันของไอดอลทั่วประเทศ  วันนี้..เดินทางสู่รอบลุ้นแชมป์รุ่นที่ 14 แล้ว จากเวทีการประกวด TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นที่ 14  ประจำปี 2567 รอบชิงชนะเลิศ ค้นหาดาวเด่นสุดยอด!! เยาวชนต้นแบบเก่งและดี  TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นใหม่!!   ณ  ชั้น 6  JJ HALL ศูนย์การค้า JJ MALL

TO BE NUMBER ONE IDOL สุดปัง!! กิจกรรมที่สามารถครองใจเยาวชน เยาวชนต้นแบบเก่งและดีทุกจังหวัดมาโดยตลอด จัดโดย กรมสุขภาพจิต ในฐานะเลขาโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (TO BE NUMBER ONE)   ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มุ่งเน้นให้เยาวชนทั่วประเทศ “เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งพายาเสพติด” พร้อมเฟ้นหาต้นกล้าเยาวชนกลุ่มมาบ่มเพาะให้เดินตามรอยรุ่น สานฝันสร้างแรงบันดาลใจ ส่งต่อให้กับเยาวชนทั่วประทศรู้เท่าทันและห่างไกลยาเสพติด

สำหรับกิจกรรมของโครงการฯ นั้น คัดเลือกน้องๆเยาวชน 41 คนจากทั่วประเทศ ได้มีโอกาสที่เข้าเก็บตัวเพื่อฝึกฝนพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านวิชาการ , ด้านการร้องเพลง , ด้านการเต้น , ด้านการแสดง รวมถึงการพัฒนาบุคลิกภาพอย่างเหมาะสม   และต้องผ่านการประกวดประชันความสามารถและพัฒนาการบนเวที    กับ 4 โจทย์เพลง(ป็อบ , ลูกทุ่ง , แดนซ์ , สากล) ใน 4 สัปดาห์  ซึ่งมีครูใหญ่ใจดี “หม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ” คอยดูแลสนับสนุนอย่างใกล้ชิด พร้อมกับทีมกูรูตัวท็อปที่ได้รับการยอมรับในด้านร้อง เต้น การแสดงออกฯลฯ ให้คำปรึกษาแนะนำสอนเทคนิคต่างๆ ให้น้องอย่างเข้มข้น จนเหลือเพียงน้องๆ 17 คนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย

โดยรอบชิงชนะเลิศ น้องๆเยาวชนทั้ง 17 คน ที่ต่างก็พร้อมโชว์ความสามารถเสียงร้อง เต้น แสดงออกแบบ ความพราวฉายแสงแบบเต็มร้อย!! ด้านหน้าเวทีให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  อาทิ  ท็อป ดารณีนุช ปสุตนาวิน, หลิว  มนัสสวี กฤตตานุกูล, ชิน ชินวุฒ อินทรคูสิน, ตั้ม วราวุธ โพธิ์ยิ้ม, พีท พล นพวิชัย พร้อมทั้งครูผู้ฝึกสอน ร่วมชมและตัดสินความสามารถส่งกำลังใจให้น้องๆ บนเวที  โดยมี เอก รัฐวิชญ์ พีระศราโรจน์ และ หญิง กัญญา ไรวินท์ ทำหน้าที่พิธีกร  ในที่สุดผลการตัดสินผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นที่ 14 ประจำปี 2567 ฝ่ายหญิง  ได้แก่    TI 40  นางสาว ชุติกาญจน์ บุญเพ็ง  จากโรงเรียนบ้านนานายกพิทยากร จ. นครนายก และ ผู้ชนะเลิศฝ่ายชาย ได้แก่ TI 39 นาย วชิรวิทย์ แสงจันดา จากโรงเรียนเลิงนกทา จ.ยโสธร สองเยาวชนที่โชว์ความสามารถทำถึงทำดีทำได้จนชนะใจคณะกรรมการและกองเชียร์ที่ส่งเสียงกรี๊ดดังลั่น!สนั่นฮอลล์  โดยเยาวชนทั้งคู่จะทำหน้าที่เป็นต้นแบบเก่งและดีส่งต่อแรงบันดาลใจและประสบการณ์ให้กับน้องๆและเพื่อนๆ ที่ใฝ่ฝันอยากจะก้าวมายืนบนเวทีแห่งนี้ในปีต่อไป…

-(016)

‘TEA’ ชี้เทรนด์การจัดงานแสดงสินค้า ปี 67 มุ่งเป้าติดปีกองค์ความรู้ สร้างการรับรู้ไทย MICE Destination อย่างยั่งยืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804563

‘TEA’ ชี้เทรนด์การจัดงานแสดงสินค้า ปี 67 มุ่งเป้าติดปีกองค์ความรู้ สร้างการรับรู้ไทย MICE Destination อย่างยั่งยืน

‘TEA’ ชี้เทรนด์การจัดงานแสดงสินค้า ปี 67 มุ่งเป้าติดปีกองค์ความรู้ สร้างการรับรู้ไทย MICE Destination อย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.23 น.

‘TEA’ ชี้เทรนด์การจัดงานแสดงสินค้า ปี 67 มุ่งสู่ ‘Regenerative Exhibitions’ มุ่งเป้าติดปีกองค์ความรู้ สร้างการรับรู้ไทย MICE Destination อย่างยั่งยืน 

 สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ TEA เผยเทรนด์การจัดงานแสดงสินค้าปี 67 จำนวนการจัดงานแสดงสินค้าเริ่มกลับมาเกือบ 100% โดยเทรนด์ปีนี้จะเห็นงานใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “IGNITE THAILAND” ของรัฐบาลมากขึ้น อาทิ งานทางด้าน Fintech, Wellness, Food และ Logistics  ด้าน TEA ให้ความสำคัญกับ “Regenerative Exhibitions” การจัดงานฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน มุ่งเป้าการอบรมเสริมองค์ความรู้ให้สมาชิก พร้อมยกระดับมาตรฐานการการจัดงาน รองรับงานระดับโลก

 ‘เทรนด์โลก’ ชี้ ‘เทรนด์ไทย’

ปนิษฐา บุรี นายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) เผยภาพรวมงานแสดงสินค้า (Exhibitions) จำนวนการจัดงานเริ่มกลับมาเกือบ 100% และเริ่มเห็นงานใหม่ๆ มากขึ้น รวมถึงขนาดของการจัดงานที่เคยลดลง ก็เริ่มขยายพื้นที่ขึ้น 

สำหรับเทรนด์การจัดงาน ในอดีต จะเน้นจำนวนการจัดงาน แต่ ณ ปัจจุบันเน้นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้ซื้อ (Buyers) ที่มีคุณภาพและชัดเจน

โดยตัวเลขของการจัดงานตลอดปี 2566 จาก 4 ศูนย์การแสดงสินค้า คือ รอยัล พารากอน ฮอลล์,   อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี, ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เป็นงาน Trade Exhibition 39% และงาน Consumer 61% ใช้พื้นที่ในการจัดงานทั้งสิ้น 23 ล้าน ตร.ม. คาดปี 2567 แนวโน้มการเติบโตขึ้น 10 % จากปี 2566

 ปนิษฐา กล่าวถึงเทรนด์ของการจัดงานปี 2567 ว่า การจัดงานแสดงสินค้าหลายงาน สอดรับกับวิสัยทัศน์ “IGNITE THAILAND: จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง” ของรัฐบาล โดยวิสัยทัศน์ทั้ง 8 ด้าน ได้แก่ 1. ศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว 2. ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ 3. ศูนย์กลางอาหาร 4. ศูนย์กลางการบิน 5. ศูนย์กลางขนส่งของภูมิภาค 6. ศูนย์กลางผลิตยานยนต์แห่งอนาคต 7. ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล และ 8. ศูนย์กลางทางการเงิน

​“ปีนี้เราจะเห็นงานที่เกี่ยวกับ Fintech, Wellness และ Logistics  เข้ามามากขึ้น รวมถึงงานทางด้านการท่องเที่ยว อาหาร และนวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิต จะยังคงมีอย่างต่อเนื่อง การที่รัฐบาลประกาศวิสัยทัศน์ทั้ง 8 ด้าน ทำให้ผู้จัดงานมองเห็นว่าเทรนด์ของการจัดงานว่าควรไปในทิศทางใด เพราะงาน Exhibition ถือเป็น กลยุทธ์การตลาดที่สำคัญขององค์กร”

 ปี 67 ‘Regenerative Exhibitions’ เทรนด์ใหญ่ระดับโลก

ปนิษฐา กล่าวเพิ่มเติมถึงเทรนด์สำคัญอีกอย่างที่ผู้จัดงานจะต้องเตรียมพร้อม คือ Sustainability  (ความยั่งยืน) ยกระดับเป็น Regenerative Exhibitions เนื่องจากลูกค้าจากยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ประเทศไทยในฐานะเป้าหมายศูนย์กลางการจัดงานของเอเชีย เราต้องพร้อมที่จะต้อนรับและสนองต่อเทรนด์ความต้องการของบริษัทใหญ่ๆ จากทั่วโลก

โดย TEA มีแนวคิดที่อยากให้คนในอุตสาหกรรมเข้าใจเรื่องดังกล่าว สิ่งที่เน้นในปีนี้คือ Regenerative การฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน คือ แนวคิดตั้งแต่ต้นน้ำเลย เช่น การใช้ทรัพยากรทดแทนในการก่อสร้าง การลดปริมาณขยะหลังการจัดงาน การสื่อสารเพื่อให้มีความเข้าใจ ที่ต้องเป็นความร่วมมือกันทั้งระบบที่เกี่ยวข้อง (ซัพพลายเซน) อาทิ ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่สมาชิก ถึงการเลือกต้องใช้วัสดุอะไร เหมาะแก่การใช้งาน (function) และไม่สร้างภาระ หรือการออกแบบเพื่อเอาไปใช้ต่อ ส่งต่อ และไม่ทำลายธรรมชาติ การเอาของไปทิ้ง ต้องทิ้งอย่างไรถึงจะถูกต้องและปลอดภัย เป็นต้น

หนึ่งในพันธกิจ (วิสัยทัศน์) ของการพัฒนาอุตสาหกรรมของ TEA จึงต้องการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ ต้องการให้ Regenerative Exhibitions เป็นมาตรการขั้นพื้นฐานของอุตสาหกรรม เป็น Branding ของการจัดแสดงสินค้าของไทย โดยให้ทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของ TEA เดินหน้าไปด้วยกัน บนมาตรฐานเดียวกัน

 ไทยพร้อมแล้วที่จะเป็น ‘MICE Destination’

ปนิษฐา กล่าวถึงการแข่งขันตลาดการจัดแสดงสินค้าว่า สำหรับคู่แข่งสำคัญของไทยในด้านการจัดแสดงสินค้า คือ สิงคโปร์และฮ่องกง แต่ด้วยประเทศไทยมีเสน่ห์เอกลักษณ์ความเป็นไทย และความหลากหลายในหลายๆ ด้าน เช่น การเดินทางมีตั้งแต่ Private Jet จนถึงรถตุ๊กตุ๊ก อาหารมีตั้งแต่ Street Food จนถึง Michelin Stars ราคาห้องพักโรงแรมก็ไม่แพงหากเทียบกับสิงคโปร์ เป็นต้น โดยขณะนี้ไทยเป็น อันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นอันดับ 4 ของเอเชียในด้านการจัดงานแสดงสินค้า

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ประเทศไทยจะต้องปรับตัวเอง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน คือ การอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้ามาจัดงาน และคนทำงานต้องพร้อมในเรื่องของภาษาเพื่อรองรับผู้เข้าชมงานจากต่างประเทศ

ด้วยบทบาทสมาคม TEA พร้อมผลักดัน การจัดเทรนนิ่งบุคลากรหรือองค์กรขนาดเล็ก ให้พร้อมสำหรับตลาดจัดงานแสดงสินค้า พร้อมเสริมองค์ความรู้ใหม่ให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

 สำหรับงาน Thailand MICE X-Change 2024 งานแสดงนวัตกรรมและบริการ การจัดงานแสดงสินค้า การจัดประชุมองค์กรและการจัดอีเว้นท์ ระหว่างวันที่ 17 – 18 กรกฎาคมนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เกิดจากแนวคิดเพื่อสร้างโอกาส ประกาศความพร้อมของเครือข่ายธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าไทยในการรองรับงานระดับนานาขาติ เป็นการรวมตัว Supply Chain ผู้ประกอบการงานแสดงสินค้าทุกสาขาได้นำเสนอสินค้าและบริการ เวทีนี้ นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้แก่สมาชิกได้เข้าถึงบริษัท องค์กร ที่ต้องการใช้งานแสดงสินค้าเป็นเครื่องมือทางการตลาดแล้ว ในครั้งนี้ก็จะเป็น Showcase ด้วย Regenerative Exhibitions ที่เป็นวิสัยทัศน์ของสมาคมด้วย

 ภารกิจทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ Vision ของ TEA ที่ว่า “To be the driving force in making Thailand one of the preferred choices for the Regenerative Exhibitions by 2030” ซึ่ง ปนิษฐา บุรี นายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) พร้อมพาไทยสู่ความเป็นหนึ่งในด้านการจัดงานแสดงสินค้า

-(016)

ททท.สำนักงานเชียงใหม่ จัด Chef’s Table ‘ปรุงสู้ฝุุ่น’ รายได้มอบให้กับกิจกรรมดับไฟป่า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804562

ททท.สำนักงานเชียงใหม่ จัด Chef’s Table ‘ปรุงสู้ฝุุ่น’ รายได้มอบให้กับกิจกรรมดับไฟป่า

ททท.สำนักงานเชียงใหม่ จัด Chef’s Table ‘ปรุงสู้ฝุุ่น’ รายได้มอบให้กับกิจกรรมดับไฟป่า

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.19 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ได้จัดงาน “ปรุงสู้ฝุ่น” FOOD TO FIGHT SMOG รับการตอบรับอย่างดียิ่ง กับ 6 คำ Amuse Bouche และ 7 จานจากเชฟ 6 คน ที่ร่วมโครงการ Green Kitchen โดยรายได้ได้นำไปมอบให้กับ กิจกรรมดับไฟป่า ที่บ้านห้วยม่วง ตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยเชฟที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดได้แก่ เชฟเข้ม วาทิตย์ รุ่งโรจน์วัฒนา จากห้องอาหาร Oxygen Dining Room โรงแรม Cross Chiang Mai Riverside Mai Riverside เชฟอ้น ปฐพี มูลก้อนแก้วจาก ร้านเลเลฟอง – L’éléphant เชฟแนน รินเมธ ไทยสุชาติ จากร้าน Cuisine de Garden Chiangmaiine de Garden เชฟบิลลี่ สุขสันต์ ชุตินธราทิพย์ จากโรงแรม Meliá Chiang Mai เชฟภูเบศวร์ ชูประคอง จากร้าน Aquaria เชฟแบล็ก ภานุภน บุลสุวรรณ จาก Blackitch Artisan Kitchenchen

ปีนี้ โครงการ Food to Fight Smog เป็นโครงการนำร่องปีแรก และในปีหน้า การท่องเที่ยวแห่งประทเศไทยสำนักงานเชียงใหม่จะมีโครงการต่อเนื่อง เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะที่ดี ให้กับนักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนออกมารับประทานอาหารนอกบ้านในร้านที่มีเครื่องฟอกอากาศ มีอาหารเพื่อสุขภาพ ในช่วงฤดูฝุ่นควัน

-(016)

‘ศุภมาส’ สวมชุดเชฟ ‘ผัดไอ้คุ่ย’ จับมือ 6 หน่วยงานใช้กลไกมหา’ลัยสร้างเชฟตามอัตลักษณ์ของพื้นที่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804541

'ศุภมาส' สวมชุดเชฟ 'ผัดไอ้คุ่ย' จับมือ 6 หน่วยงานใช้กลไกมหา'ลัยสร้างเชฟตามอัตลักษณ์ของพื้นที่

‘ศุภมาส’ สวมชุดเชฟ ‘ผัดไอ้คุ่ย’ จับมือ 6 หน่วยงานใช้กลไกมหา’ลัยสร้างเชฟตามอัตลักษณ์ของพื้นที่

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.55 น.

“ศุภมาส” ลงมือเองสวมชุดเชฟ “ผัดไอ้คุ่ย” อาหารเก่าแก่เมืองเพชร ส่งกลิ่นหอมฉุย “เชฟชุมพล แจ้งไพร” เชฟอาหารชื่อดังชิมแล้วยกนิ้วให้ เดินหน้าโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย จับ 6 หน่วยงาน MOU ใช้กลไกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศสร้างเชฟตามอัตลักษณ์ของพื้นที่ เปิดหลักสูตรด้านอาหารเรียน 240 ชม. เน้นปฏิบัติ 80% ทฤษฎี 20% ตั้งเป้าปี 67 ผลิตเชฟ 1 หมื่นคน

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) พร้อม นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว. น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวง อว. และคณะผู้บริหารกระทรวง อว. ลงพื้นที่ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) สัญจร กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 (ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม) ที่ จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงานของกระทรวง อว.ในพื้นที่ โดยได้เดินทางมาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี  เพื่อเป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนาม MOU “ร่วมดำเนินงาน Soft Power ด้านอาหาร 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย” ระหว่าง 6 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏและสถาบันวิทยาลัยชุมชน โดยมีปลัดกระทรวง อว. และเชฟชุมพล แจ้งไพร มาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

จากนั้น น.ส.ศุภมาส ได้สวมใส่ชุดเชฟและลงมือทำเมนู “ผัดไอ้คุ่ย” ซึ่งถือเป็นสำรับอาหารเก่าแก่ของเมืองเพชรบุรี จัดเป็นอาหารประเภทผัดที่มีรสชาติเผ็ดร้อน เพราะใช้เครื่องเทศหลากหลายชนิดในการปรุงเครื่องแกง โดยมีคณะผู้บริหารและผู้เข้าร่วมงานต่างส่งเสียงเชียร์ ทั้งนี้ น.ส.ศุภมาส ได้โชว์ฝีมือการผัดและปรุงเองทุกขั้นตอน ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่อผัดเสร็จก็ตักใส่จานและตกแต่งอย่างสวยงาม พร้อมนำมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชิม ซึ่งต่างบอกว่าอร่อยมาก โดยเฉพาะเชฟชุมพลที่ได้ชิมถึงกับยกนิ้วให้ สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับ น.ส.ศุภมาส พร้อมกับกล่าวว่า กระทรวง อว. พร้อมเดินหน้าโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย โดยจะใช้กลไกของมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวง อว. ทั่วประเทศสร้างเชฟขึ้นมาตามอัตลักษณ์ของพื้นที่นั้นๆ เพราะมหาวิทยาลัยมีเครื่องมือ มีอุปกรณ์ มีห้องปฏิบัติการอาหารชั้นสูงได้มาตรฐานสากล มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ มีงบประมาณ  และขณะนี้กระทรวง อว.ได้ร่วมกับเชฟชุมพลจัดทำหลักสูตรด้านอาหาร โดยจะเรียน 240 ชม. เน้นปฏิบัติ 80% เน้นทฤษฎี 20% ตั้งเป้าว่าในปี 2567 จะผลิตเชฟได้ 1 หมื่นคน และในเชฟ 1 หมื่นคน จะต้องมีมากกว่า 5,000 คนได้งานทำ เพราะนี่คือโครงการเรือธงของ Soft Power ประเทศไทย

ด้านเชฟชุมพล กล่าวว่า กระทรวง อว.จะเป็นกระทรวงหลักในการดำเนินโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย โดยในปี 2567 เราตั้งเป้าจะมีเชฟ 1 หมื่นคน ปี 2568 2 หมื่นคน ปี 2569 2 หมื่นคน และปี 2570 2.5-2.8 หมื่นคน โดยกระทรวง อว. จะนำในเรื่องของหลักสูตรอาหารที่มีมาตรฐานสู่ชุมชน เพราะการทำอาหารให้อร่อยจะต้องมีหลักสูตรที่มีมาตรฐาน ที่สำคัญ เรื่องการทำอาหารคนไทยไม่เป็นรองใคร และขณะนี้ประเทศไทยเป็น Top 3 ด้านอาหารของโลก ซึ่งโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 เซฟอาหารไทย จะเริ่มในช่วงปลายเดือน ก.ค. ไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. 2567 นี้

-(016)