‘ธรรมนัส’มอบเงินสินเชื่อ ชะลอข้าวเปลือกนาปีให้ชาวนา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804676

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมสร้างการรับรู้นโยบายกระทรวงเกษตรฯ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้เกษตรกร”
เพื่อยกระดับราคาข้าวเปลือกของ จ.เชียงใหม่ ให้มีเสถียรภาพ ประเดิมเปิดจุดรับซื้อครั้งแรกที่สหกรณ์การเกษตรสันป่าตอง จำกัด พร้อมจับมือภาคเอกชนเข้ามารับซื้อข้าวจากสหกรณ์ในราคาไม่ต่ำกว่า 10 บาท/กิโลกรัม โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

โอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบเงินตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาลผลิตปี 2566/67 ให้กับสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ 3 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรพร้าว จำกัด สหกรณ์การเกษตรฝาง จำกัดและสหกรณ์นิคมพร้าว จำกัด วงเงิน 12.884 ล้านบาท เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 176 ราย ปริมาณข้าวเปลือกที่เข้าร่วมโครงการชะลอการขายข้าว กว่า 1,088 ตัน ซึ่งโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เป็นการสนับสนุนสินเชื่อผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉางของตนเองในฤดูเก็บเกี่ยวเพื่อรอขาย ซึ่งระหว่างรอการขายข้าวเปลือก เกษตรกรที่ร่วมโครงการจะได้รับสินเชื่อไว้ใช้จ่ายในครัวเรือนและลงทุนประกอบอาชีพทำการเกษตร เมื่อราคาข้าวเปลือกที่เก็บรักษามีราคาสูงขึ้นก็สามารถมาไถ่ถอนนำข้าวเปลือกออกมาจำหน่ายได้ เพื่อให้ได้รับส่วนต่างของราคาและเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณสหกรณ์ดีเด่นระดับภาค ประจำปี 2567 ให้สหกรณ์ 3 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่–ลำพูน จำกัด สหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงดอยอินทนนท์ จำกัด และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคุรุสภา อ.เมืองเชียงใหม่ จำกัด รวมถึงมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร 300 ราย ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินของ ส.ป.ก.

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันดำเนินมาตรการเพื่อเตรียมพร้อมรองรับผลผลิตข้าวนาปรัง ปีการผลิต 2566/67 ซึ่งคาดว่าเกษตรกรจะเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2567 โดยมอบหมายกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์ จ.เชียงใหม่ ประสานสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ 7 อำเภอ ที่มีอุปกรณ์ฉาง ลานตากและโรงสี พร้อมสำหรับเปิดจุดรับซื้อและรวบรวมข้าวเปลือกนาปรังจากเกษตรกร และมอบหมายกรมการข้าว ประสานผู้ประกอบการเอกชน 6 ราย เข้ามารับซื้อข้าวเปลือกในราคาไม่ต่ำกว่า 10 บาท/กิโลกรัม (ความชื้นไม่เกิน 25%) เพื่อยกระดับราคาข้าวเปลือกของเชียงใหม่ ให้มีเสถียรภาพ และมีการ Kick Off ประเดิมเปิดจุดรับซื้อข้าวจากเกษตรกรครั้งแรกที่สหกรณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการเปิดจุดรับซื้อและรวบรวมข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2566/67 มีรวม 9 แห่ง

รมว.เกษตรฯลงพื้นที่ช่วยชาวนาพะเยา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804673

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ มอบเงินตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาลผลิตปี 2566/67 ตามมาตรการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวผ่านสถาบันเกษตรกร ปี 2566/67 พร้อมมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ให้แก่เกษตรกรใน อ.เมือง อ.ดอกคำใต้ และ อ.ภูซาง 300 ราย ที่สหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา จำกัด อ.เมือง จ.พะเยา

ทั้งนี้ ในปีฤดูกาลผลิต 2566/67 สหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา จำกัดได้รวบรวมข้าวเปลือกของสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรทั่วไปในพื้นที่ 24,280 ตันมูลค่า 297,474,498.06 บาทโดยนำข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการตามมาตรการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวผ่านสถาบันเกษตรกร โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 4,653 ตัน เงินกู้ 170,000,000 บาท โดยได้รับค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือก 6,979,500 บาท โดยเป็นค่าเก็บรักษาของสหกรณ์ตันละ 1,000 บาทเป็นเงิน 5,117,500 บาท สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรได้รับตันละ500 บาท เป็นเงิน 1,862,000 บาท สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรทั่วไปได้รับประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ 1,014 ราย

“มาตรการเหล่านี้เป็นการช่วยเหลือชาวนา และรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ให้เกษตรกรรวมทั้งสถาบันเกษตรกร ชะลอการขายข้าวเปลือกไว้ก่อน รอราคาไม่ต้องรีบขายพร้อมกัน ซึ่งส่งผลทำให้ราคาตกต่ำ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ต้องมีความเข้าใจเรื่องตลาดนำ มีความรู้เชิงธุรกิจ พร้อมเรียนรู้และเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าเกษตร อีกทั้งการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรก็เป็นสิ่งสำคัญซึ่งกลไกที่จะช่วยให้เกษตรกรรวมกลุ่มได้เข้มแข็งคือขบวนการสหกรณ์ ดังนั้นสหกรณ์ต้องมีความเข้มแข็งเพื่อเป็นที่พึ่งของพี่น้องสมาชิกและเกษตรกรต่อไป” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

นายกอบจ.เพชรบูรณ์ เปิดงานเสริมประเพณี บุญบั้งไฟวัดหนองแจง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804677

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดหนองแจงอ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์นายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดงานส่งเสริมประเพณีบุญบั้งไฟวัดหนองแจง ประจำปี 2567 เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีนางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์, นายสมพงษ์มาลากรณ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์เขตอำเภอหนองไผ่, นายณรงค์ สร้อยวิเชียร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแจง กล่าวรายงานฯ, นายอำเภอบึงสามพัน หัวหน้าส่วนราชการและประชาชน เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

โดยประเพณีบุญบั้งไฟวัดหนองแจง จัดขึ้นเพื่อขอฟ้าขอฝนและสืบสานวัฒนธรรมของชาวอีสานไว้ ซึ่งวัดหนองแจงได้จัดงานมานานมากกว่า 40 ปี นับตั้งแต่มีการย้ายถิ่นฐานมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมารวมกันก่อตั้งเป็นหมู่บ้าน ภายในงานจัดให้มีกิจกรรม การประกวดขบวนบั้งไฟสวยงาม ขบวนรำเซิ้งบั้งไฟรำบวงสรวงหลวงพ่อบึงสามพัน ลำกาพย์เซิ้งบั้งไฟโบราณ ฯลฯ

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’นำคณะผู้บริหาร บันทึกเทปถวายพระพร’สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804607

'อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน'นำคณะผู้บริหาร บันทึกเทปถวายพระพร'สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี'

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’นำคณะผู้บริหาร บันทึกเทปถวายพระพร’สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี’

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.51 น.

วันเวลา 09.30 น.วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย นายอนุวัชร โพธินาม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นำคณะผู้บริหารกรมพัฒนาที่ดิน ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2567 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ บันทึกเทป ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

– 006

LIFE & HEALTH : โรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ภัยเงียบอันตราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804598

LIFE & HEALTH : โรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ภัยเงียบอันตราย

LIFE & HEALTH : โรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ภัยเงียบอันตราย

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.45 น.

โรคหัวใจ เป็นปัญหาที่ทุกคนควรตระหนัก เนื่องจากมีอันตรายถึงชีวิต ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดโรคหัวใจมักเกิดจากหลายปัจจัย การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา ขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง หรือโรคอื่นๆ ที่นำไปสู่อาการโรคหัวใจ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น ควรตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจหาภาวะความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ และระมัดระวังเพื่อป้องกันและรักษาโรคทันเวลา

สำหรับโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะมีด้วยกันหลายประเภท ที่พบได้บ่อยที่สุดคือ หัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ซึ่งผู้ป่วยมากกว่า 50% มักไม่มีอาการผิดปกติ ทำให้เข้าถึงการรักษาล่าช้าและเพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตมากกว่าคนทั่วไป 1.5 – 3.5 เท่า

ข้อมูลจาก ผศ.นพ.ศราวุธ ลิ้มประเสริฐ อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด เฉพาะทางด้านสรีระไฟฟ้าหัวใจ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า โรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือ Atrial Fibrillation เป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของหัวใจห้องบน ส่งผลให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ ซึ่งบ่อยครั้งทำให้หัวใจเต้นเร็วมากกว่าปกติ

ทั้งนี้ มากกว่าครึ่งของผู้ป่วยจะไม่มีอาการผิดปกติ ซึ่งถือนำไปสู่การรักษาที่ล่าช้าได้ อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการของโรค ได้แก่ ใจสั่น เพลีย วิงเวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก และเกิดความวิตกกังวลระหว่างที่มีหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วได้ ซึ่งอาการเหล่านี้มีได้ตั้งแต่ระดับความรุนแรงน้อยที่ไม่ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน จนถึงกระทั่งรุนแรงจนไม่สามารถทำกิจกรรมปกติในชีวิตประจำวันได้

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วที่พบได้บ่อย ประกอบไปด้วย อายุที่มากขึ้น ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบได้บ่อยที่สุด, โรคความดันโลหิตสูง, น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน, โรคเบาหวาน, โรคหัวใจล้มเหลว, โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ, โรคต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน, โรคนอนกรน, โรคไตวายเรื้อรัง, การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่

การคัดกรองโรคมีความสำคัญมาก เพราะทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ โดยนอกจากการเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอแล้ว การตรวจโดยใช้เทคโนโลยีสวมใส่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาหรืออุปกรณ์เฉพาะ สามารถตรวจจับการทำงานของหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วได้ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ

การวินิจฉัยโรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการของผู้ป่วย ประวัติทางการแพทย์ ตรวจร่างกาย ตรวจชีพจร อัตราการเต้นของหัวใจ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ อื่นๆ เช่น ตรวจหาภาวะโลหิตจาง ไตวาย ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ และอาจมีแนวทางในการวินิจฉัยการตรวจคัดกรองเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, การตรวจและบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจตลอด 24 ชั่วโมงโดยใช้ Holter Monitor

หลักการในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ประกอบไปด้วย การดูแลรักษาโรคร่วมและกำจัดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ, ลดโอกาสการเกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาต ด้วยการรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือด, ลดหรือป้องกันอาการของโรค ด้วยการควบคุมทั้งอัตราการเต้นของหัวใจและจังหวะหัวใจให้เป็นปกติ

ในส่วนของการรักษา ปัจจุบันนิยมใช้วิธีจี้ไฟฟ้าหัวใจเพื่อทำให้จังหวะหัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติ โดยแพทย์จะใช้สายสวนชนิดพิเศษ ใส่ไปในตำแหน่งที่มีการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ และใช้กระแสไฟฟ้าที่มีความถี่สูงเท่ากับคลื่นวิทยุจี้ไปยังตำแหน่งที่มีความผิดปกติ ขณะทำการรักษาผู้ป่วยจะได้รับยาระงับความรู้สึก จึงช่วยลดอาการเจ็บขณะทำหัตถการได้ ซึ่งการรักษาด้วยวิธีจี้ไฟฟ้าหัวใจไม่เพียงลดอาการของโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยได้เท่านั้น แต่ยังช่วยชะลอการดำเนินโรค ซึ่งอาจช่วยให้ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ของโรคได้เช่นกัน

การเตรียมตัวก่อนทำหัตถการจี้ไฟฟ้าหัวใจ

ก่อนการทำหัตถการจี้ไฟฟ้าหัวใจผู้ป่วยจะต้องงดรับประทานยาต้านการเต้นของหัวใจผิดจังหวะอย่างน้อย 3 วัน หรืออยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ และให้นำยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำมาด้วยในวันทำหัตถการ งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง นอกจากนี้ผู้ป่วยจะได้รับการเตรียมผิวหนังบริเวณขาหนีบทั้ง 2 ข้าง หรือคอด้านขวาขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่แพทย์จะใส่สายสวน รวมทั้งจะได้รับการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำบางรายจะได้รับการใส่สายสวนปัสสาวะด้วย

การปฏิบัติตัวหลังการทำหัตถการจี้ไฟฟ้าหัวใจ

หลังทำการรักษาเสร็จเรียบร้อยผู้ป่วยจะต้องพักอยู่ที่ห้องพักฟื้น 1 คืนเพื่อรับการติดตามดูคลื่นไฟฟ้าหัวใจและสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อถึงห้องพักต้องนอนราบห้ามงอขาข้างที่ทำอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการมีเลือดออกและมีก้อนเลือดใต้ผิวหนัง หากมีอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยหอบ นอนราบไม่ได้ เวียนศีรษะ มีไข้และรู้สึกอุ่นๆ หรือพบว่ามีเลือดออกหรือมีก้อนเลือดใต้ผิวหนังบริเวณแผลขาหนีบ ควรแจ้งให้แพทย์พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ทราบทันที

แม้ผู้ป่วยส่วนมากของโรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วจะไม่มีอาการผิดปกติ แต่โรคนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมเพราะเป็นโรคที่นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วจะมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตมากกว่าคนปกติราว 1.5-3.5 เท่า รวมถึงยังพบว่าผู้ป่วยโรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วมากกว่าร้อยละ 60 มีโอกาสสูญเสียคุณภาพชีวิตที่ดี, ร้อยละ 30 จะมีภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมด้วย, ร้อยละ 20 มีโอกาสเกิดโรคซึมเศร้า, และมีความเสี่ยงเกิดโรคสมองเสื่อมราว 1.4 – 1.6 เท่า นอกจากนี้ จากสถิติพบผู้ป่วยโรคอัมพฤกษ์อัมพาตมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วมากถึงร้อยละ 30 โดยผู้ป่วยโรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วยังมีความเสี่ยงต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลถึงร้อยละ 10-40 ต่อปี

ขอประชาสัมพันธ์ข้อมูลจาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในการรณรงค์ส่งเสริมให้ผู้บริจาคโลหิตมีการบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอทุก 3 เดือนหรือปีละ 4 ครั้ง การบริจาคโลหิต เป็นการสละโลหิตส่วนที่ร่างกายยังไม่จำเป็นต้องใช้มาให้กับผู้ป่วย โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แก่ร่างกาย ทั้งนี้ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตทั่วประเทศ ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์, หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน สาขาท่าพระ ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง), ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต, โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตทั่วประเทศ โดยสอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตและสื่อสารองค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร.02-2564300,
02-2639600-99 ต่อ 1101, 1760, 1761

ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชม นิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี’67

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804610

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชม นิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี’67

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชม นิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี’67

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สนับสนุนให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกเผยแพร่แก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่องผ่านนิทรรศการ “ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2567” ซึ่งหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยรวบรวมผลงานศิลปนิพนธ์ของนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ชั้นปีสุดท้ายของปีการศึกษา 2566 จากสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนด้านศิลปะ 45 แห่งทั่วประเทศ รวม 164 ชิ้น มาจัดแสดงร่วมกัน ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดนิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยมขึ้นเป็นประจำทุกปี ตามเจตนารมณ์ที่ต้องการส่งเสริม สนับสนุน และเผยแพร่ผลงานของศิลปินรุ่นใหม่สู่สาธารณชน อีกทั้งเป็นขวัญกำลังใจให้แก่นิสิต นักศึกษา ตลอดจนคณาจารย์ ในการพัฒนาศิลปะไทยให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับนิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยมปี 2567 นี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสถาบันอุดมศึกษา 45 สถาบัน 54 คณะ ในการตอบรับเข้าร่วมโครงการ โดยคณาจารย์ของแต่ละสถาบันได้คัดเลือกผลงานเข้าร่วมแสดงรวม 164 ชิ้น แบ่งเป็นผลงานของระดับปริญญาโท 12 ชิ้น และระดับปริญญาตรี 152 ชิ้น ประกอบด้วยผลงานจิตรกรรม ประติมากรรมงานจัดวาง และงานมัลติมีเดีย เป็นต้น นิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยมนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสถาบันการศึกษา และเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิคทางศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นการแนะนำนิสิต นักศึกษา ให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชน รวมทั้งยังเป็นการสร้างความพร้อมที่จะก้าวไปสู่การเป็นศิลปินอาชีพในอนาคต

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยมปี 2567” เพื่อร่วมเสริมสร้างกำลังใจและสนับสนุนให้นิสิตนักศึกษาที่มีผลงานโดดเด่นได้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกเผยแพร่แก่สาธารณชนต่อไป โดยนิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2567ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลางเปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นวันพุธ) เวลา 10.00-19.00 น.

พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804609

พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ประธานในพิธี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี จุดเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะหน้าพระรูป สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บุคคลสำคัญของโลก ประธานก่อตั้งและประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมงานโดยพร้อมเพรียง อาทิ ม.ร.ว.พร้อมฉัตรสวัสดิวัตน์, สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย,ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, ดร.พรชัยมงคลวนิช และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ อาทิกรุงเทพมหานคร กรมประชาสัมพันธ์ สพฐ. สภาการศึกษา คุรุสภา สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ศูนย์ปฏิบัติการลูกเสือชาวบ้านฯ พุทธสมาคมฯ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ สมาคมแม่บ้านเหล่าทัพต่างๆ ฯลฯ เมื่อเร็วๆ นี้ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรับเป็นประธานก่อตั้งมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมื่อปี 2525 ตามคำกราบทูลเชิญของ หม่อมงามจิตต์บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก และได้เสด็จไปทรงเปิดการประชุมปฐมฤกษ์มูลนิธิฯ ด้วยพระองค์เอง ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสที่มีความประพฤติดีทั่วประเทศ โดยให้ทุนการศึกษาอบรมคุณธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนเจริญเติบโตเป็นพลเมืองดีของชาติ รู้จักบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคม มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ซึ่งคุณธรรมล้ำค่าดังกล่าวคู่ควรแก่การที่จะได้มีการปลูกฝังไว้ในสายเลือดของเยาวชนไทยทุกคนสืบไป

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯและผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ผู้ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ซึ่งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนารถ ทรงเป็นประธานได้จัดพิธีบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายเป็นประจำทุกปี ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ทรงมีคุณูปการมากล้นต่อมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ และเยาวชนผู้รับทุนที่ด้อยโอกาสและขาดแคลนทุกจังหวัดทั่วประเทศนานัปการ รวมทั้งในฐานะองค์เจ้าของกองทุนกับทั้งมูลนิธิฯได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยจัดสร้างอาคารปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ 84 พรรษา สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ วัดเทพประทาน(อธิพร) อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถิตแห่งความจงรักภักดีจารึกไว้ในแผ่นดินตลอดกาล

ปัจจุบันมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ได้รับเงินบริจาคจากประชาชนทั่วประเทศ สำหรับให้เป็นทุนการศึกษาอบรมแก่เยาวชนทุกอำเภอทุกสังกัด ทุกระดับการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 2,200 ทุน เป็นเงินประมาณ 10 ล้านบาท และตลอด 42 ปีที่ผ่านมามูลนิธิฯ ให้ทุนการศึกษาอบรมแก่เยาวชนไปแล้วรวมทั้งสิ้น 32,000 กว่าทุน เป็นเงินทุนทั้งสิ้นกว่า 274 ล้านบาท โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและภริยาผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานทุนการศึกษาและประธานอุปการะเยาวชนประจำจังหวัด โดยได้ออกไปเยี่ยมเยียนติดตามดูแลทุกข์สุขของเยาวชนด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆของเยาวชนและครอบครัวผู้รับทุนมูลนิธิฯอย่างใกล้ชิดด้วย เป็นผลให้เยาวชนรู้สึกอบอุ่นไม่โดดเดี่ยวเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง และเป็นการสกัดกั้นต้นเหตุแห่งปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนผู้ด้อยประสบการณ์ชีวิตได้อย่างดีที่สุด

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมชุบชีวิต ให้โอกาสเยาวชนผู้ยากไร้ด้อยโอกาสทั่วประเทศได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องติดต่อบริจาคเงินได้ที่ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อ
เยาวชนฯ ไลน์ไอดี 080-4042439 และ 085-1148900 โทร. 08-04042439ใบเสร็จรับเงินนำไปลดหย่อนภาษีได้ ติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิฯ กว่า 42 ปี ในการพัฒนาเยาวชนฯ ได้ที่เฟซบุ๊ก : มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ เว็บไซต์ : www.ruamchit-normklao.org

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม

ประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯและผู้แทนหน่วยงานต่างๆ หน้าอนุสรณ์สถานรังสีวัฒนา อาทิ ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ รองประธานอำนวยการมูลนิธิฯ, ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ชุลีพร เตรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย, ดร.พรชัย มงคลวนิช, อารียา ไกรทอง สำนักนายกรัฐมนตรี, ศิริรัตน์ ยิ้มถนอม ธ.ออมสิน และ เยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ

ประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯและผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกหน้าอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา สุสานหลวง

ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ รองประธานอำนวยการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยกรรมการมูลนิธิฯ อาทิ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ชุลีพรเตรัตน์, ดร.พรชัย มงคลวนิช และ กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล ผู้ช่วยเลขาธิการและผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิฯ ถ่ายภาพหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

กรรมการมูลนิธิฯ อาทิ อารียา ไกรทอง, จรัสศรี รัตตะมาน, เมทินีย์ ตรีประเสริฐรัตน์, ฐาณิญา ผิวพรรณ, วิไล ตั้งสิน วิทยฐานกรณ์ และ กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล

กรรมการมูลนิธิฯ อาทิ นงนภัส หมวดเดช กระทรวงการอุดมศึกษาฯ, ทิพยวดี มีสมกลิ่น พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ, เยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี,สันติ สิงหาพรม สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ, พล.ต.ท.นิพนธ์ ศิริวงศ์ ศูนย์ปฏิบัติการลูกเสือชาวบ้านฯ, อำภา พรหมวาทย์ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, นิภา ทองก้อน กรมการพัฒนาชุมชน และ ศิริรัตน์ ยิ้มถนอม

กรรมการมูลนิธิฯ อาทิ พรกมล ภมรานนท์ กรมประชาสัมพันธ์, เยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี, เมทินีย์ ตรีประเสริฐรัตน์, รุจิรัชต ประดิษฐธีระ,นาวาอากาศหญิง สินีนาฏ สิทธิลภ และ ฐาณิญา ผิวพรรณ

4 สมาคมเหล่าทัพ เมทินีย์ ตรีประเสริฐรัตน์ สมาคมแม่บ้านทหารบก, รุจิรัชต ประดิษฐธีระ สมาคมภริยาทหารเรือ,นาวาอากาศหญิง สินีนาฏ สิทธิลภ สมาคมแม่บ้านทหารอากาศ และ ฐาณิญา ผิวพรรณ สมาคมแม่บ้านตำรวจ

‘คิง เพาเวอร์’ ผลักดัน ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ไทยสู่สากล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804628

‘คิง เพาเวอร์’ ผลักดัน ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ไทยสู่สากล

‘คิง เพาเวอร์’ ผลักดัน ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ไทยสู่สากล

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เชฟชุมพล แจ้งไพร

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมฉลองแชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนชิพสมัยที่ 8 ของเลสเตอร์ ซิตี้แสดงพลังซอฟต์ พาวเวอร์ ด้านอาหารไทยกับ 7 เมนูสำรับไทย โดย “เชฟชุมพล แจ้งไพร”เชฟมิชลินสตาร์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพส่งตรงจากประเทศไทยสู่ประเทศอังกฤษ รังสรรค์เมนูสุดพิเศษ พร้อมเสิร์ฟให้ทัพนักกีฬาและแขกผู้มีเกียรติภายในงานสัมผัสเสน่ห์ของรสชาติแบบฉบับไทยแท้

สำหรับ 7 เมนูอาหารไทยในงาน “End of Season Dinner”ที่เชฟชุมพล พิถีพิถันคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสร้างสรรค์เมนูพิเศษ เพื่อเสิร์ฟให้แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสเสน่ห์ของรสชาติแบบฉบับไทย ประกอบด้วย ผัดไทยกุ้ง (Pat Thai, Stir-fried rice noodle with Black tiger prawn), แกงเขียวหวานไก่ (Thai Green curry with Chicken), แกงมัสมั่นแกะ (ThaiMassaman British Lamb), ต้มยำกุ้ง (ClassicThai Tom Yum Soup of Live King River Prawns), ลาบเป็ด (Spicy Gressingham Duck Salad with Thai Herb), พล่ากุ้งสมุนไพร(Spicy Grilled Prawn with Thai Herb)และปิดท้ายกับเมนูของหวานซอฟต์พาวเวอร์สุดฮอตจากแดนสยามอย่าง “ข้าวเหนียวมะม่วง”(Mango with Sticky rice)

แกงมัสมั่นแกะ

โดยเชฟชุมพล ร่วมบอกเล่าถึงความพิเศษของเมนูอาหารไทยในค่ำคืนนี้ว่า“สำหรับเมนูพิเศษที่ร่วมเฉลิมฉลองแชมป์ให้กับสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ผมตั้งใจเลือกเมนูอาหารไทยที่สามารถบอกเล่าความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน นำมาปรุงให้กับทีมจิ้งจอกสยาม และแขกที่เข้าร่วมงานทุกท่านได้รับประทานอาหารรสชาติไทยๆ รวมทั้งยังเป็นการช่วยโปรโมทซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยในระดับนานาชาติ โดยได้นำวัตถุดิบเกือบทั้งหมดมาจากประเทศไทยกว่า 150 กก. เพื่อมาปรุงเครื่องแกงใหม่ เพิ่มรสชาติและความหอมให้กับการทำอาหารมื้อสำคัญ ทั้งเครื่องแกงเขียวหวาน เครื่องแกงมัสมั่น และซอสผัดไทย เพราะต้องการให้ทุกท่านได้สัมผัสเสน่ห์ของอาหารไทย ที่เป็นรสชาติของคนไทยจริงๆ”

ทั้งนี้ อาหารไทยนับเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ ที่ คิง เพาเวอร์มุ่งมั่นผลักดันไปสู่สากลเนื่องด้วยอาหารไทยมีเสน่ห์ และอัตลักษณ์เฉพาะตัว มีสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นส่วนผสม มีความประณีตสวยงาม สะท้อนความละเมียดละไม ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน อีกทั้งยังมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ อาหารไทยจึงเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่จะช่วยยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นสู่ความเป็นสากล

นอกจากความพิเศษของเมนูอาหารแล้ว คิง เพาเวอร์ ยังได้นำเสื้อแจ๊กเกต LCFC “LCFC BAN KHAO TAO COLLECTION”ผ้าทอเอกลักษณ์จากศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผลิตจากผ้ายีนส์และผ้าฝ้ายทอมือดีไซน์สตรีทแฟชั่นรุ่นลิมิเต็ด มอบให้กับนักฟุตบอลทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ใส่ลงสนามในช่วงพิธีเปิดการแข่งขันอีกด้วย

ผัดไทยกุ้ง

ผัดไทยกุ้ง

ข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียวมะม่วง

พล่ากุ้งสมุนไพร

พล่ากุ้งสมุนไพร

ต้มยำกุ้ง

ต้มยำกุ้ง

เสื้อแจ๊กเกต LCFC

เสื้อแจ๊กเกต LCFC

โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาร่วมกับ มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ จัด ‘Concert Birthday for Back to School’ เพื่อเด็กด้อยโอกาส

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804626

โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาร่วมกับ มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์  จัด ‘Concert Birthday for Back to School’ เพื่อเด็กด้อยโอกาส

โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาร่วมกับ มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ จัด ‘Concert Birthday for Back to School’ เพื่อเด็กด้อยโอกาส

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในวาระครบรอบ 22 ปี โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเนื่องในวันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ผู้รับใบอนุญาตและประธานกรรมการบริหารโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ฯ

โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ฯ จึงร่วมกับ มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ และ โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ จัดงาน “ConcertBirthday for Back to School” โดยวงโชว์พราวด์ นำทีมโดย น้องมินมินด.ญ.แพรไพลิน เสาธงยุติธรรม (ลูกสาวหนึ่งจักรวาล เสาธงยุติธรรม) วงมินดี้ พร้อมด้วยศิลปิน อาทิ ครูเจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า,โจนัส แอนเดอร์สัน, ผิงผิง-สรวีย์ธนพูนหิรัญ ผู้ชนะเลิศ การประกวดThe Golden Song เวทีเพลงเพราะ ซีซั่น 2,วิน-วศิน พรพงศา แชมป์รายการ The Golden Song ซีซั่น 3 ฯลฯ เมื่อวันศุกร์ที่10 พฤษภาคม 2567 เวลา 14.00 น.ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมอมารีกรุงเทพฯ โดยรายได้ทั้งหมดจากการจัดงานโดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะมอบเป็นค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ฯ

บรรยากาศภายในงาน มีแขกผู้มีเกียรติ อาทิ ศ.กิตติคุณ นายแพทย์ดำรงเหรียญประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานอาสากาชาด, หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุลสมาชิกวุฒิสภา และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, อนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กฤษฎา บุญราชผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทยและผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯลฯ มาร่วมงานกันคับคั่ง

หม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา, อนุกูล ปีดแก้ว ปลัด พม., กฤษฎา บุญราช ผู้ช่วย เลขาธิการสภากาชาดไทยและผอ.สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย ร่วมอวยพรวันเกิด

ในงานยังมีการประมูลกระเป๋าหนังจระเข้ จากปัญญาฟาร์ม กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จำนวน 10 ใบ รวมทั้งสายพิณ พหลโยธิน มอบของรักของหวงจำนวน 3 ชิ้น ประกอบด้วย กระเป๋าจูดิธเลเบอร์, ตลับยาอมลายแตงโม ของจูดิธเลเบอร์ และเข็มกลัดรูปน้องหมาฝังเพชร มาร่วมประมูลด้วย สำหรับยอดรายได้จากการประมูลในครั้งนี้สูงถึง 400,000 บาทถ้วน ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนมอบเป็นค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ฯ

ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ กล่าวว่า สำหรับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา เดิมชื่อ โรงเรียนร่วมน้ำใจ เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน ก่อตั้ง ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 โดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับเด็กหญิงกำพร้าที่บิดา มารดา เสียชีวิตจากโรคเอดส์ เด็กที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูรวมถึงเด็กด้อยโอกาสจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่จบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้ได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละ ประมาณ 22-23ล้านบาท ซึ่งงบประมาณได้มาจากผู้มีจิตเมตตาบริจาคทั้งสิ้นและทางโรงเรียนยังได้รับพระเมตตาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานความช่วยเหลือ

สายพิณ พหลโยธิน และ กัลยารัตน์ บุญเพิ่ม

โดยในปี พ.ศ. 2546 โปรดเกล้าฯพระราชทานนามให้โรงเรียนใหม่เป็น “โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา” และเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ทรงรับ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา อยู่ในพระราชูปถัมภ์ โดยใช้คำว่า “ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ต่อท้ายชื่อโรงเรียนปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น 250 คน โดยมีครูและบุคลากรทั้งสิ้น 40 คน ซึ่งการเรียนการสอน นอกจากจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วยังควบคู่ไปกับการฝึกอบรมด้านอาชีพให้แก่นักเรียนทุกคน เพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันหรือนำไปประกอบอาชีพ ในอนาคตได้”

สำหรับผู้ประสงค์อยากร่วมบริจาคเครื่องอุปโภค-บริโภค อาทิ ข้าวสาร สิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้า ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียนหรือบริจาคเป็นทุนทรัพย์ สามารถติดต่อบริจาคได้ที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ เลขที่ 5 หมู่ 9ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000 หรือโทร.053-092444 โทรสาร 053-092444

ดร.สายสม-ปรีชา วงศาสุลักษณ์ ถ่ายรูปร่วมกับคณะครูอาจารย์ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ

คุณแหน : 15 พฤษภาคม 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804634

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ พร้อมคณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ในพระอุปถัมภ์ฯ จุมพจน์ เชื้อสาย,สัณหพิศโพธิรัตนังกูร,อังสุมาล โชติกเสถียร,ศุภฤกษ์ ชมชาญ,โศรยา บุนนาค,เอกธนาฝ่ายซ้ายคราม,สุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระกุศลเนื่องในโอกาสครบ 101 ปี วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ วัดปทุมวนาราม..

ll ขรรค์ ประจวบเหมาะ รับมอบเงินจากการจัดกิจกรรมวิ่งการกุศล“12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2023”ครั้งที่ 28 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม รพ.จุฬาลงกรณ์ จาก สุรพลอุทินทุ กก.ผจก.บจ.เอ็น.ซี.ซี.แมนเนจเม้นท์แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์..

ll วันเกิดปีนี้พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ ได้ไปปฏิบัติธรรมณ วัดป่าเจริญราช คลอง 11 ปทุมธานี เป็นเวลา 5 วัน..

ll เพื่อนๆ Digital CEO#5 ร่วมยินดีกับ ปริพรรห์ พิณสุรงค์ที่ได้เป็น รองผู้ว่าการ(เทคโนโลยีดิจิทัล)การประปานครหลวง..

ll ปลื้มใจกับ ผศ.ดร.ชนิดา ปโชติการ และคณะกรรมการสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย อาทิ ผศ.ดร.สุนาฏ เตชางาม,พ.ท.หญิง ดร.กรกต วีรเธียร,อนุสรณ์ สนิทชน,ชิราภรณ์ ตรีเย็น,สังวาล ศิริมังคลากุล,อรุณศรี ตั้งวงศ์วิวัฒนา,รศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ,สมศรี เตชะวรกุล ที่จัดงานฉลองครบรอบ 50 ปี สมาคมนักกำหนดอาหารฯ ได้อย่างยิ่งใหญ่ มีผู้ร่วมงานจากทั้งในและต่างประเทศกว่า 200 คน โดยมี ศ.นพ.เทพ หิมะทองคำ เป็นประธาน..

ll สุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท ต้อนรับชาวคณะ Digital CEO#7 ที่มาดูงานเทคโนโลยีดิจิทัลทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย ณ อาคาร K+ ของ KBTG..

ll ปัญจรัตน์ ทรัพย์หิรัญกุล NGG JEWELLERY เปิดตัวจี้กังหันหยกจักรพรรดิCollection พิเศษชื่อชุด The Empire’s IMPERIAL JADE THE WHEEL จากหยกหายากมีปริมาณไม่ถึง 1% ของหยกธรรมชาติที่ค้นพบ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 ซม. ผลิตจากทองคำ 18K Yellow Gold ล้อมเพชรแท้จากธรรมชาติ ดูรายละเอียดได้ที่ www.nggjewellery.com,LINE OA : @nggjewellery หรือโทร.061-0975355..

ll อนุโมทนาบุญกับพรเพ็ญ เดชวิไลศรี ที่ได้ร่วมถวายปัจจัยและทองคำ แด่ พระธรรมโพธิมงคล เพื่อโครงการบูรณปฏิสังขรณ์พระบรมบรรพต(ภูเขาทอง)วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร..ll

น้องใหม่