สวัสดิการดีจนเป็นปัญหา “เยอรมนี” ชั่วโมงทำงานน้อยสุดในยุโรป เล็งหั่นภาษี ดึงคนกลับเข้าระบบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/money/economics/world_econ/2785859

สวัสดิการดีจนเป็นปัญหา "เยอรมนี" ชั่วโมงทำงานน้อยสุดในยุโรป เล็งหั่นภาษี ดึงคนกลับเข้าระบบ

Date Time: 15 พ.ค. 2567 16:24 น.

เยอรมนี ตามรอยสหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ เตรียมหารือมาตรการลดหย่อนภาษีและปฏิรูปสวัสดิการ หวังกระตุ้นให้คนกลับมาทำงาน หลังเผชิญปัญหาชั่วโมงทำงานลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ฉุดรั้งการเติบโตเศรษฐกิจทั่วทั้งยุโรป


การแก้ปัญหาคนทำงานน้อยลง กลายเป็นประเด็นถกเถียงนานหลายเดือน ล่าสุดมีความคืบหน้าแล้ว หลังรัฐบาลเยอรมนีภายใต้การนำของ โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรี เตรียมประกาศรายละเอียดแผนกระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจในเดือนหน้า โดยมีเป้าหมายเพิ่มแรงจูงใจให้คนทำงานเป็นระยะเวลานานขึ้น

โดยมาตรการที่อยู่ระหว่างการหารือ ได้แก่ การลดภาษีสำหรับคนที่ทำงานล่วงเวลา และการปฏิรูประบบสวัสดิการแรงงาน


สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดของ OECD ที่พบว่า ในปี 2565 เยอรมนี มีชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยที่สั้นที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงสถานการณ์ตลาดแรงงานยุโรปในปัจจุบัน ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่หันมาทำงาน part-time เนื่องจากต้องการมีเวลาว่างเพิ่มมากขึ้น 


แม้ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง จะผลักดันให้คนรายได้น้อยในเยอรมนีต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่ในคนบางกลุ่มกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะแม้จะทำงานเยอะขึ้น แต่รายได้ส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการจ่ายภาษี และสวัสดิการลดลง


ทำให้ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ชั่วโมงทำงานโดยเฉลี่ยต่อปีของชาวเยอรมันลดลง 30% โดยลดลงมากถึง 1 ใน 4 เมื่อเทียบกับระดับชั่วโมงทำงานในสหรัฐอเมริกา สะท้อนถึงเทรนด์การทำงานของชาวยุโรปที่มีแนวโน้มลางานเป็นระยะเวลานานขึ้น


ทั้งนี้นับตั้งแต่การแพร่ระบาดโควิด-19 กลุ่มประเทศยุโรปมีแนวโน้มชั่วโมงทำงานลดน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากสหภาพแรงงานผลักดันให้ลดชั่วโมงการทำงาน และคำนึงถึงสวัสดิภาพคนทำงานมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจทั้งภูมิภาคเติบโตช้าลง กระทบไปถึงความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางสังคมสูงวัยที่ซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนแรงงานให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น.

อ้างอิง

FTTimes

ระทึก มือปืนฝรั่งเศสสกัดรถเรือนจำ ชิงตัวนักโทษหัวหน้าแก๊งอย่างอุกฉกรรจ์ ยิงจนท.ดับ 2 ศพ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785733

ระทึก มือปืนฝรั่งเศสสกัดรถเรือนจำ ชิงตัวนักโทษหัวหน้าแก๊งอย่างอุกฉกรรจ์ ยิงจนท.ดับ 2 ศพ (คลิป)

15 พ.ค. 2567 12:00 น.

ระทึก มือปืนฝรั่งเศสสกัดรถเรือนจำ ชิงตัวนักโทษหัวหน้าแก๊งอย่างอุกฉกรรจ์ ยิงจนท.ดับ 2 ศพ (คลิป)

เกิดเหตุระทึกราวกับฉากหนึ่งในภาพยนตร์แอ็กชัน เมื่อกลุ่มมือปืนในฝรั่งเศสบุกสกัดรถของเรือนจำ สังหารเจ้าหน้าที่เรือนจำ ดับ 2 ศพ บาดเจ็บสาหัส 3 ราย ก่อนจะชิงตัวนักโทษที่เป็นหัวหน้าแก๊งอาชญากรรมหนีไป

วันที่ 15 พ.ค. 2567 เว็บไซต์ข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า กลุ่มมือปืนในฝรั่งเศสบุกสกัดรถขนส่งนักโทษของเรือนจำ ซึ่งมีรถคุ้มกันตามหลังมา 1 คัน ขณะที่รถกำลังขับผ่านบริเวณด่านเก็บเงินทางด่วนออกมา โดยรถเก๋งสีดำของคนร้ายขับพุ่งเข้าไปจ่อชนตรงหน้ารถเพื่อสกัดให้หยุด ก่อนที่กลุ่มมือปืนในชุดสีดำพร้อมอาวุธครบมือ ได้ลงมาจากรถแล้วยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่เรือนจำที่อยู่ในรถ ก่อนที่จะชิงตัวนักโทษ คือนายโมฮาเหม็ด อัมรา หรือ ฉายา “เดอะ ฟลาย” วัย 30 ปี หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมคนสำคัญ แล้วพากันหลบหนีไป

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณทางด่วนมอเตอร์เวย์ สาย A54 ใกล้เมืองรูอ็อง ในแคว้นนอร์มังดี เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ระหว่างที่นักโทษ โมฮาเหม็ด อัมรา กำลังถูกนำตัวกลับเรือนจำเมืองเอเวรอ หลังจากเสร็จสิ้นการไปขึ้นศาลที่เมืองรูอ็อง ซึ่งเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และถูกอัยการในเมืองมาร์เซย์ ตั้งข้อหาลักพาตัวซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต

รายงานข่าวระบุว่า กลุ่มมือปืนเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่เรือนจำ โดยมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 ศพและบาดเจ็บสาหัส 3 ราย ขณะที่ตำรวจหลายร้อยนายถูกส่งไปปฏิบัติการตามล่านักโทษและกลุ่มมือปืนที่ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในครั้งนี้

โดยนายเอริก ดูปองด์-มอเร็ตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของฝรั่งเศสแถลงว่า ได้ตั้งคณะทำงานฉุกเฉินเพื่อคลี่คลายวิกฤติชิงนักโทษในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนตำรวจหลายร้อยนายในการตามล่าตัวอาชญากร

ส่วนทางด้านนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ระบุว่าเป็นเหตุการณ์สุดช็อกที่เกิดขึ้น และขณะนี้ตำรวจกำลังทำทุกทางเพื่อไล่ล่าผู้กระทำผิดมาลงโทษ.

“โจ ไบเดน” สั่งขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนหลายรายการ รวมถึงรถอีวี ที่จะขึ้นกว่า 100%

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785738

"โจ ไบเดน" สั่งขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนหลายรายการ รวมถึงรถอีวี ที่จะขึ้นกว่า 100%

15 พ.ค. 2567 12:00 น.

“โจ ไบเดน” สั่งขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนหลายรายการ รวมถึงรถอีวี ที่จะขึ้นกว่า 100%

ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีครั้งใหญ่ สำหรับสินค้านำเข้าจากจีนหลายรายการ รวมถึงแบตเตอรี่สำหรับรถอีวี ชิปคอมพิวเตอร์ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งอาจเป็นประเด็นร้อนที่นำไปสู่การเผชิญหน้ากับจีน เพื่อเอาใจฐานเสียงในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดี

14 พ.ค. 2567 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าหลายรายการจากจีน ซึ่งรวมไปถึงเหล็ก และอะลูมิเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า หรือรถอีวี สินแร่ที่มีความสำคัญ แผงพลังงานแสงอาทิตย์ รถเครน ชิปคอมพิวเตอร์ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ คิดเป็นมูลค่ารวม 18,000 ล้านดอลลาร์

ทำเนียบขาวระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ จะยังคงอัตราภาษีนำเข้าจากจีนที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เคยประกาศเอาไว้ แต่จะปรับภาษีนำเข้าสำหรับรถอีวีขึ้น 4 เท่า ถึงระดับมากกว่า 100% และเพิ่มภาษีนำเข้าของเซมิคอนดักเตอร์ขึ้นเป็น 50% โดยระบุว่า มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อปกป้องคนงานและธุรกิจชาวอเมริกันที่เผชิญกับแนวทางปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของจีน ซึ่งรวมถึงการที่จีนปล่อยสินค้าราคาต่ำเกินทะลักเข้าสู่ตลาดโลก 

ทางด้าน นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่า จีนให้คำมั่นว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวเมื่อเผชิญกับอัตราภาษีศุลกากรใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของสหรัฐฯ และเตือนว่าอุปสรรคทางการค้าจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ 

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า การประกาศปรับขึ้นภาษีครั้งใหม่ของสหรัฐฯ นี้ จะทำให้อัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของจีนจะเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 100% และเมื่อบวกกับภาษีเพิ่มเติม 2.5% ที่เก็บจากรถยนต์ทุกประเภทที่นำเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ จะทำให้การจัดเก็บภาษีรวมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของจีนสูงถึง 102.5%

ขณะที่จีนมองว่า การประกาศปรับขึ้นภาษีครั้งใหม่นี้อาจเป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เนื่องจากตอนนี้คณะบริหารภายใต้การนำของโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังพยายามทำทีว่าเข้มงวดกับจีน ขณะที่การห้ำหั่นในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากจีนเป็นมูลค่าถึง 427,000 ล้านดอลลาร์ แต่ส่งออกไปจีนเป็นมูลค่า 148,000 ล้านดอลลาร์ โดยภาวะขาดดุลการค้านี้ดำเนินมาเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว และเป็นประเด็นที่อ่อนไหวมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ.

ชาวเน็ตแห่วิจารณ์ภาพเหมือนภาพแรกของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 หลังขึ้นครองราชย์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785731

ชาวเน็ตแห่วิจารณ์ภาพเหมือนภาพแรกของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 หลังขึ้นครองราชย์

15 พ.ค. 2567 11:33 น.

ชาวเน็ตแห่วิจารณ์ภาพเหมือนภาพแรกของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 หลังขึ้นครองราชย์

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเผยภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ภาพแรกของพระองค์ นับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ โดยเป็นภาพวาดฝีมือของโจนาธาน โยว ศิลปินชาวอังกฤษ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของพสกนิกรชาวอังกฤษที่ไม่ค่อยปลื้มกับภาพนี้เท่าใดนัก


สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 กษัตริย์แห่งราชวงศ์อังกฤษ พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีคามิลลา ทรงร่วมกันเปิดตัวพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่พระราชวังบักกิงแฮม ที่วาดโดยศิลปินชาวอังกฤษ โจนาธาน โยว ท่ามกลางสักขีพยานจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นภาพแรกนับตั้งแต่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์

โดยพระบรมสาทิสลักษณ์ภาพนี้ เป็นภาพที่กษัตริย์ชาร์ลส์ทรงฉลองพระองค์ด้วยเครื่องแบบทหารรักษาพระองค์ชาวเวลส์ โดยมีสีพื้นหลังเป็นสีแดงระเรื่อคล้ายๆ กับสีฉลองพระองค์ นอกจากนี้กษัตริย์ชาร์ลส์ยังทรงประสานพระหัตถ์ไว้บนดาบ และมีผีเสื้อบินอยู่เหนือพระอังสาด้านขวาของพระองค์ด้วย

โดยมีรายงานว่านายโยว ได้ใช้เวลาวาดภาพนี้มานานกว่า 3 ปี ในขณะที่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ยังทรงเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ ก่อนที่จะเสด็จขึ้นครองราชย์ โดยพระองค์ประทับนั่งเป็นแบบครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2021 ส่วนครั้งสุดท้ายที่พระองค์ประทับเป็นแบบให้คือที่พระตำหนักแคลเรนซ์ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2023

สำหรับความสูงของพระบรมสาทิสลักษณ์ภาพนี้อยู่ที่ 8 ฟุตครึ่ง คูณ 6 ฟุตครึ่ง โดยจะถูกนำไปจัดแสดงที่แกลลอรี่ ฟิลิป โมลด์ ในกรุงลอนดอนระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม จนถึง 14 มิถุนายนต่อไป ก่อนที่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมจะนำไปจัดแสดงที่ เดรปเปอร์ ฮอลล์

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการเผยแพร่พระบรมสาทิสลักษณ์ล่าสุดนี้ออกมาก็มีปฏิกริยาของชาวเน็ตแสดงความเห็นออกมาหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะทางอินสตาแกรมของสำนักพระราชวังอังกฤษ โดยบางส่วนระบุว่า ภาพนี้สวยดี และถือเป็นภาพแนวใหม่ที่ไม่ยึดติดต่อราชประเพณี ขณะที่บางส่วนมองว่าภาพถ่ายนี้ดูเหมือนกษัตริย์ชาร์ลส์ อยู่ในนรกด้วยโทนสีแดงทั้งภาพ และยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า หากพื้นหลังไม่ใช่สีแดงแบบนี้อาจจะดูสวยงามมากกว่า เพราะมันขัดกับการแสดงออกทางสายพระเนตรของพระองค์ที่มองมาด้วยความอ่อนโยน.

ที่มา : abcnews

กู้วิกฤตศรัทธา ‘อุ๊งอิ๊ง’ บทพิสูจน์ ‘ดีเอ็นเอชินวัตร’ คิดเร็วก็พลาดเร็ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574798

15 พ.ค. 2567

17:12 น.

กู้วิกฤตศรัทธา ‘อุ๊งอิ๊ง’ บทพิสูจน์ ‘ดีเอ็นเอชินวัตร’ คิดเร็วก็พลาดเร็ว

ฝ่าด่านทดสอบ อุ๊งอิ๊ง พิสูจน์ดีเอ็นเอชินวัตร คิดเร็วทำเร็ว ชิงแก้เกมทั้งเรื่องทิ้งบอมบ์แบงก์ชาติ พ่อเจรจาลับเมียนมา และเยียวยาเจ๊แจ๋น

อุ๊งอิ๊ง หลบกระแสร้อนไปร้อยเอ็ด ก่อนจะกลับมาพบสื่อในสัปดาห์นี้อุ๊งอิ๊ง หลบกระแสร้อนไปร้อยเอ็ด ก่อนจะกลับมาพบสื่อในสัปดาห์นี้

่าวิกฤตผู้นำ อุ๊งอิ๊ง เจอด่านทดสอบดีเอ็นเอชินวัตร คิดเร็วทำเร็ว พลาดแล้วก็รีบแก้เกม ทั้งเรื่องทิ้งบอมบ์แบงก์ชาติ และเยียวยาเจ๊แจ๋น

คิดไวทำไวสไตล์ทักษิณ ตกทอดมาถึงอุ๊งอิ๊ง ด้วยประสบการณ์น้อย คิดเร็วก็พลาดเร็ว จึงต้องอาศัยพ่อเป็นพี่เลี้ยงไปอีกยาวๆ

สองสัปดาห์ที่ผ่านมา อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กลายเป็นตำบลกระสุนตก เมื่อเธอลุกขึ้นมาวิจารณ์การทำงานของแบงก์ชาติ

สองสัปดาห์ที่ผ่านมา อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กลายเป็นตำบลกระสุนตก เมื่อเธอลุกขึ้นมาวิจารณ์การทำงานของแบงก์ชาติ

ตอนที่พรรคเพื่อไทยจัดงาน 10 เดือนที่ไม่รอ ทำต่อให้เต็ม 10 ทักษิณ ชินวัตร ได้กล่าวถึงลูกสาวผ่าน VTR ว่า “ผมมั่นใจว่าอิ๊งค์จะนำทีมพลิกเกมได้ไม่ยาก คือเป็นดีเอ็นเอระหว่างผมกับคุณหญิง…ผมทำได้ ดีเอ็นเอผมก็ต้องทำได้”

คำว่า พลิกเกมในที่นี้หมายถึงพลิกจากตกเป็นรองคู่แข่งอย่างพรรคก้าวไกล เพราะการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว แถมถูกข้อกล่าวหาพรรคอนุรักษ นิยมใหม่

เฉพาะหน้า อุ๊งอิ๊งเพิ่งถูกทดสอบภาวะวิกฤตผู้นำ กรณีวิพากษ์วิจารณ์แบงก์ชาติ ต้องหลบพายุทัวร์ลงไปพักใหญ่ เพิ่งกลับมาออกงานสังคม

ล่าสุด วันที่ 15 พ.ค.2567  แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานของ ส.ก. ประกอบด้วย ชูศักดิ์ ศิรินิล, ภูมิธรรม เวชยชัย, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และ พวงเพ็ชร ชุนละเอียด

ถ้าจำกันได้ หลังปรับ ครม.เศรษฐา 2 หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามตรวจสอบฯ ส.ก. โดยอุ๊งอิ๊งนั่งประธานกรรมการ และปรากฏว่า ไม่มีชื่อ เจ๊แจ๋น-พวงเพ็ชร ชุนละเอียด อยู่ในกรรมการชุดนี้

กรณีดังกล่าว จึงมีเสียงตัดพ้อทำนองว่า เสร็จนาฆ่าโคถึก เพราะเจ๊แจ๋น เพิ่งถูกปรับออกจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ก็ถูกปรับพ้นตำแหน่งแม่ทัพเมืองหลวง

ผ่านมาสองสัปดาห์ หัวหน้าอิ๊งค์ มอบตำแหน่งที่ปรึกษาฯ ให้เจ๊แจ๋น แสดงว่าได้มีการปรับความเข้าใจกัน และมีการเยียวยาจิตใจให้เจ๊แจ๋น

บทเรียนกรณีแบงก์ชาติ

ในงาน 10 เดือนที่ไม่รอ ทำต่อให้เต็ม 10 ที่พรรคเพื่อไทย อุ๊งอิ๊ง ขึ้นเวทีกล่าวปาฐกถา โดยตอนหนึ่งได้วิจารณ์การทำงานของแบงก์ชาติว่า ‘ความเป็นอิสระของแบงก์ชาติเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ’

ปรากฏว่า มีกระแสทัวร์ลงอุ๊งอิ๊ง และวิจารณ์ถึงวุฒิภาวะผู้นำ ทำนองว่าไปยืนอ่านสคริปต์ โดยไม่ได้รู้เรื่องเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2567 อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ได้มีโอกาสชี้แจงกับนักข่าวเป็นครั้งแรก โดยระบุว่า จริงๆแล้ว มีวัตถุประสงค์อยากให้รัฐบาลและแบงก์ชาติ มีเป้าหมายร่วมกันคือประชาชน เพราะหากมีเป้าหมายร่วมกัน ก็จะสามารถทำงานจนบรรลุเป้าหมายได้

หัวหน้าอิ๊งค์บอกว่า การพูดครั้งนั้นเป็นการพูดเพื่อสนับสนุนการผลักดันนโยบายของรัฐบาล หากจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งรัฐบาลและตนเองก็สามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้

กรณีวิจารณ์แบงก์ชาติ น่าจะบทเรียนเรื่องวุฒิภาวะและการสื่อสารของลูกสาวทักษิณ ในวันที่ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

คิดเร็วทำเร็วแบบทักษิณ

ในยุคไทยรักไทย ทักษิณ ชินวัตร มีลักษณะความเป็นผู้นำสูง คิดเร็วทำเร็ว คิดไวทำไว แต่หลายครั้งก็เกิดความผิดพลาด

อย่างเมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวว่า ทักษิณได้นัดตัวแทนกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ รวมถึงตัวแทนรัฐบาลต่อต้านรัฐบาลทหารมาพูดคุยเรื่องการสร้างสันติภาพในเมียนมา ซึ่งมีการวิพากษ์ถึงบทบาทของทักษิณมากมาย

ทักษิณไม่ได้ออกมาชี้แจง มีเพียงอุ๊งอิ๊งที่ออกมาพูดแทนพ่อเมื่อวันก่อน โดยอ้างว่า สมัยที่เป็นนายกฯ ได้ดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติด จึงได้รู้จักทั้งชนกลุ่มน้อย รวมไปถึงทหารผู้ใหญ่ในเมียนมา เลยขอพูด คุยเรื่องสันติภาพแบบวงปิด

เรื่องนี้สะท้อนวิธีคิดของทักษิณ คิดเร็วทำเร็ว ทำไปแล้วก็คาดไม่ถึงว่า จะถูกกลุ่มชาติพันธุ์นำเรื่องในวงลับมาเปิดเผย จนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวไปทั้งโลก

ดีเอ็นเอชินวัตรแบบอุ๊งอิ๊ง ยังต้องผ่านด่านทดสอบทางการเมืองอีกเยอะ กว่าจะก้าวขึ้นไปสู่ปลายทางคือนายกฯหญิงคนที่ 2

นายกฯ แสดงความเสียใจ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เสียชีวิต

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574757

15 พ.ค. 2567

11:48 น.

นายกฯ แสดงความเสียใจ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เสียชีวิต

นายกฯ แสดงความเสียใจ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เสียชีวิต กรมราชทัณฑ์จะแถลงข่าวเป็นทางการ ย้ำให้ความเป็นธรรมนักโทษการเมืองทุกฝ่าย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเสียชีวิตของนางสาวเนติพร หรือ บุ้ง ทะลุวัง ว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจการสูญเสียเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัว ตนมั่นใจว่า เราจะให้ความเป็นธรรม และสั่งการไปยัง พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้มีการสืบสวนสอบสวนรายละะอียดของการเสียชีวิต โดยใช้นิติวิทยาศาสตร์พิสูจน์ว่าเกิดอะไรขึ้น และ 11.00 น. กรมราชทัณฑ์จะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ 

ส่วนที่มีเสียงเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษคดีการเมือง ซึ่งหนึ่งในนั้นมี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่เคยออกมาเรียกร้องในเรื่องนี้ด้วย จะมีแนวทางในการพูดคุยกับกระทรวงยุติธรรม ในเรื่องนี้หรือไม่ นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐมนตรียุติธรรม ได้ยินเสียงเรียกร้องมาแล้ว คงจะนำไปพิจารณา และเอาไปพูดคุยกันในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ย้ำว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน 

ส่วนที่มีการขุดนโยบายของพรรคเพื่อไทย เรื่องการเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องโทษคดีการเมือง จะมีการพูดคุยในเรื่องนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยกัน 

ตื่นเถิด ‘ธนาธร’ ปลุกฝัน ‘สว.ประชาชน’ ฝ่าบล็อกโหวตบ้านใหญ่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574749

15 พ.ค. 2567

10:56 น.

ตื่นเถิด ‘ธนาธร’ ปลุกฝัน ‘สว.ประชาชน’ ฝ่าบล็อกโหวตบ้านใหญ่

เลือก สว.ที่ซับซ้อนที่สุดในโลก ธนาธร ปลุกโหวตเตอร์ธรรมชาติ เลือก สว.ประชาชน สกัดเกมบ้านใหญ่ ลุ้น 70 ที่นั่ง รื้อรัฐธรรมนูญ 2560

ธนาธร เดินสายให้ความรู้เรื่องเลือกตั้ง สว.ทั้ง 4 ภาคธนาธร เดินสายให้ความรู้เรื่องเลือกตั้ง สว.ทั้ง 4 ภาค

ค่ายส้ม ธนาธร ปลุกโหวตเตอร์ธรรมชาติ เลือก สว.ประชาชน สกัดเกมบ้านใหญ่ ลุ้น 70 ที่นั่ง รื้อรัฐธรรมนูญ 2560 มรดกระบอบประยุทธ์ 

เริ่มแล้ว มหกรรมเลือกตั้ง สว.ชุดใหม่ 200 คน กติกาซับซ้อนที่สุดในโลก สว.ประชาชน เกิดยาก ส่อเค้าพ่ายบล็อกโหวตบ้านใหญ่

นับหนึ่งสู่ สว.ชุดใหม่ วันที่ 20-24 พ.ค.2567 กกต.จะเปิดรับผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.)ชุดใหม่ โดยผู้สมัครฯ สามารถยื่นใบสมัครได้ในทุกอำเภอทั่วประเทศ

นับแต่ช่วงหลังสงกรานต์เป็นต้นมา ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมกับไอลอว์ รณรงค์ให้ประชาชนสมัคร สว. เพื่อใช้เสียงโหวตเลือก สว.จากภาคประชาชน เข้าไปรื้อโครงสร้าง แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการสรรหาบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

สาเหตุที่ธนาธร ต้องเปิดปฏิบัติการ สว.ประชาชน เพราะไม่อยากให้กระบวนการเลือกตั้ง สว.ดำเนินการแบบเงียบๆ ซึ่งจะเข้าทางนักการ เมือง ‘บ้านใหญ่’ ที่เตรียมการบล็อกโหวตเลือก สว.ของกลุ่มตัวเอง

ธนาธร เก็บรับบทเรียนจากเลือกตั้ง สส.ปีที่แล้ว จึงหวังที่จะให้เกิดโหวตเตอร์ธรรมชาติ เพื่อเลือก สว.ชุดใหม่จำนวน 200 คน ตาม 20 กลุ่มอาชีพ ซึ่งจะมีประกาศผลในวันที่ 2 ก.ค.2567

คณะก้าวหน้า วาดหวังที่จะได้ สว.อิสระ ไม่ใช่ตัวแทนบ้านใหญ่ อย่างต้องได้ สว.ชุดใหม่ 70 ที่นั่ง เพื่อปลดล็อกรัฐธรรมนูญ ปี 2560

รื้อระบอบประยุทธ์

ทำไมต้อง สว.ประชาชน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อธิบายว่า แม้ปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไม่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ระบอบประยุทธ์ยังอยู่ นั่นคือ รัฐธรรมนูญ ปี 2560 

ที่ผ่านมา การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ทำได้ยากมาก เพราะมี สว.ร่างทรง คสช. 250 คน คอยขวางอยู่ ดังนั้น ในการเลือกตั้ง สว.ชุดใหม่ จึงต้อง สว.อุดมการณ์ประชาธิปไตย อย่างน้อย 70 คนเป็นอย่างต่ำขั้นต่ำ จึงสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้

แม้ว่า สว.ชุดใหม่จะไม่มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ สส. เหมือนกับชุดที่แต่งตั้งโดย คสช. แต่อำนาจในด้านอื่นๆ ก็ยังมีอยู่

ไม่ว่าจะเป็นอำนาจพิจารณากฎหมาย ,อำนาจให้ความความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ และอำนาจตรวจสอบฝ่ายบริหาร

ที่สำคัญ อำนาจพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังคงต้องใช้การประชุมร่วมของสองสภา โดยใช้เสียงกึ่งหนึ่ง ในวาระที่ 1-2

รวมถึงต้องใช้เสียงของ สว. อย่างน้อย 1 ใน 3 ร่วมเห็นชอบด้วย เท่ากับว่า หากมี สว. ชุดใหม่ 200 คน จะต้องได้เสียง สว. ที่เห็นชอบอย่างน้อย 67 เสียง 

แม้ว่า สส.จะลงคะแนนเป็นเอกฉันท์ แต่หากไม่มี สว. เห็นชอบ 1 ใน 3 หรือ 67 เสียง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นก็จะตกไป  

ด่านบล็อกโหวต

กูรูการเมืองวิจารณ์กติกาการเลือกตั้ง สว.แบบซับซ้อนที่สุดในโลกว่า การออกแบบที่ให้ผู้สมัครเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ โดยเริ่มต้นจากระดับอำเภอ เป็นการเปิดโอกาสว่า หากเกิดการเกณฑ์คนมาสมัคร สว.จำนวนหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนเพียงพอที่จะเลือกกันเอง เพื่อให้เข้าไปเป็น 1 ใน 5 คน ในรอบแรก 

ดังนั้น กลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ หากวางแผนแบบเนียนๆ ก็สามารถส่งคนของตัวเองทะลุเข้าไปถึงระดับตัวแทนจังหวัดได้

พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า กล่าวว่าด้วยเงื่อนไขการเข้าไปลงสมัคร และเลือกผู้สมัครกันเองผ่านระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศได้ จะต้องเสียค่าสมัคร สว.คนละ 2,500 บาท และต้องมีอายุ 40 ปีขึ้นไป 

‘เราหวังว่าจะมีผู้สมัครธรรมชาติมากพอ เข้าไปต่อสู้กับเสียงจัดตั้งของบ้านใหญ่ เครือข่ายผู้มีอิทธิพลทางการเมืองและเครือข่ายข้าราชการเกษียณ’

สำหรับยอดผู้สมัคร สส.หรือโหวตเตอร์ธรรมชาติ ที่จะเข้าไปเลือกกันเองนั้น คณะก้าวหน้า ประเมินว่า ควรมีผู้สมัครแห่เข้าไปไม่ต่ำกว่า 50,000-100,000 คน เพื่อเข้าไปทลายฐานคะแนนจัดตั้ง

จากการตรวจสอบในพื้นที่ต่างจังหวัด กลับพบว่า กระแสโหวตเตอร์ ธรรมชาติไม่แรง เหมือนคณะก้าวหน้าคาดหวัง ประชาชนรู้สึกเฉยชาต่อการเลือกตั้ง สว.

ตรงกันข้ามในหลายจังหวัด มีความเคลื่อนไหวของเครือข่ายบ้านใหญ่ ตามแผนบล็อกโหวต สว. จึงประเมินว่า สว.ชุดใหม่ มีแนวโน้มจะมาจากฐานเสียงระบบอุปถัมภ์ อย่างที่มีการออกแบบกติกาไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560

สกู๊ปพิเศษ : ชาวนาจ.อำนาจเจริญเลี้ยงลูกปลาป้อนตลาด สร้างเมนูเด็ด‘หมกปลา’ขายโกยเงินกระเป๋าตุง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804679

สกู๊ปพิเศษ : ชาวนาจ.อำนาจเจริญเลี้ยงลูกปลาป้อนตลาด  สร้างเมนูเด็ด‘หมกปลา’ขายโกยเงินกระเป๋าตุง

สกู๊ปพิเศษ : ชาวนาจ.อำนาจเจริญเลี้ยงลูกปลาป้อนตลาด สร้างเมนูเด็ด‘หมกปลา’ขายโกยเงินกระเป๋าตุง

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ปัจจุบัน ตามท้องนา หรือ แหล่งน้ำธรรมชาติ สัตว์น้ำประเภท กบ หอย ปู ปลา เริ่มไม่มีให้จับรับประทาน เนื่องจากเวลาทำนา มีการใส่ปุ๋ยเคมีบำรุงต้นข้าวมาก ทำให้สัตว์น้ำต่างๆ เริ่มสูญพันธุ์ จึงต้องมีการเพาะเลี้ยงขึ้นมาป้อนตลาด สร้างรายได้เป็นอย่างดี

ที่บ้านโคกค่าย ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ จะพบเห็นชาวนาหันมาเพาะเลี้ยงลูกปลาขาย ทำเป็นฟาร์มและร้านจำหน่ายลูกปลา ริมถนนติดคลองชลประทาน ก่อนเข้าหมู่บ้านโคกค่าย เนื่องจากอาชีพทำนาปลูกข้าว มาพักหลัง ขายข้าวไม่คุ้มการลงทุน เกิดความท้อแท้  จึงมองหาแนวทางทำอาชีพใหม่ และพบเห็นแม่ค้าขายหมกปลา ขายดีมาก ใครๆ ก็ซื้อไปรับประทาน จึงเกิดความคิดที่ว่า น่าจะทดลองเพาะเลี้ยงลูกปลาขายป้อนตลาด เพื่อทำหมกปลา จากนั้นศึกษาทดลองทำ จนประสบความสำเร็จ โดยการแบ่งพื้นที่ทำนาบางส่วน เพื่อมีข้าวกินปีต่อปี และที่เหลือทำเป็นบ่อเลี้ยงปลา กระทั่งปัจจุบัน  กลายเป็นฟาร์มเลี้ยงปลาเต็มรูปแบบ สร้างรายได้ดีมาก

สำหรับชาวนาบ้านโคกค่าย เริ่มเพาะเลี้ยงลูกปลาเมื่อปี 2546 โดยเริ่มแรก ด้วยการกู้ยืมเงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง จากนั้นนำไปซื้อพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ปลานิล ไน ตะเพียน นวลจันทร์ ดุก  จำนวนหนึ่ง แล้วปล่อยปลาพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ลงบ่อดินธรรมชาติ กว้าง 20 เมตร ยาว 30 เมตร บ่อใครบ่อมัน มีอยู่ 10 บ่อ ในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 ตัว คือ แม่พันธุ์ 1 ตัวต่อพ่อพันธุ์ 3 ตัวซึ่งปล่อยครั้งละ 1,000 กิโลกรัม ผสมพันธุ์ประมาณ2-3 วัน จะเกิดลูกปลา ต่อมานำลูกปลาออกจากบ่อดิน ลงบ่อซีเมนต์ ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร ซึ่งมีอยู่ 7 บ่อ ระหว่างที่พักในบ่อชีเมนต์ ต้องให้ออกซิเจนตลอดเวลา ใช้เวลา 3 เดือน จับขายได้  ที่ผ่านมาจะมีพ่อค้าจาก จ.อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มุกดาหาร และ สปป.ลาว เข้ามาซื้อถึงที่นี่ คราวละ 40,000 -50,000 ตัว โดยจะนำไปปรุงอาหาร เรียกว่า หมกปลา ไปวางขายตามตลาดในภาคอีสานและ สปป.ลาว หรือนำไปเพาะเลี้ยงด้วย ซึ่งสร้างรายได้อย่างงดงาม

สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงประกอบด้วย รำอ่อน หาซื้อได้ตามโรงสีใกล้บ้าน ปลาป่น ไข่แดง จะเป็นไข่เป็ดไข่ไก่ก็ได้ ด้วยการบดผสมกันให้ปลากิน วันละ 2 ครั้ง คือเช้ากับเย็น ส่วนปัญหาอุปสรรคมีโรคที่มากับฤดูฝน คือ โรคปลาเหงือกแดง หรืออหิวาต์ปลา หากรักษาไม่ทัน จะระบาดปลาตายทั้งบ่อ มีหน่วยงานราชการให้คำแนะนำวิธีรักษา โดยใช้ยาผสมอาหารให้กิน ราวๆ 7 วัน ก็จะหาย

การเพาะเลี้ยงลูกปลาเป็นอาชีพท้าทายความสามารถอีกอาชีพหนึ่ง แม้จะลงทุนครั้งแรกค่อนข้างสูง หากผ่านไปชุดแรกแล้ว ลูกปลาที่สมบูรณ์ต้องคัดเลือกไว้ เพื่อเป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ในการเพาะเลี้ยงครั้งต่อไป ปัญหาอุปสรรคมีน้อย หากเกษตรกรสนใจ ทดลองทำดู รับรองไม่มีขาดทุน…

ส.ป.ก.ช่วยเหลือเกษตรกร ให้ได้สิทธิในที่ดินทำกิน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804674

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมด้วยนายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. และนายเกียรติยศ ทรงสง่า ผอ.สำนักจัดการปฏิรูปที่ดิน เข้ารับเรื่องขอให้ตรวจสอบนายทุนออกที่ดินทับที่ดิน ส.ป.ก.โดยมีนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการหารือ ที่ห้องประชุม 135 กระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ ส.ป.ก.และกระทรวงเกษตรฯ พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องเกษตรกรผู้เดือดร้อนโดยจะเร่งดำเนินการตรวจสอบนายทุนที่มีชื่อในเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ซึ่งอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดินทับที่ดินทำกินชาวบ้านและป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งไม่ได้อยู่ทำกินจริงและไม่ได้เป็นเกษตรกร ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนหลายครอบครัว จึงใคร่ขอความช่วยเหลือ ในการนี้ ส.ป.ก.มีความตั้งใจและพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกรอย่างเต็มที่

โฆษกฯยันเร่งปราบ สินค้าปศุสัตว์เถื่อน ลอบขนโคที่แม่สอด ตรวจยึด-ดำเนินคดี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804678

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวว่า ได้รับรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ จ.ตาก ปศุสัตว์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ชุดเฉพาะกิจพญานาคราชได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันกระทำผิดกฎหมายบนถนนเส้นทางระหว่างอ่างเก็บน้ำห้วยลึกไปยังจุดตรวจห้วยหินฝน ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยพบรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาวคลุมผ้าใบรอบคัน ทะเบียน 70-3130 สุโขทัย ต้องสงสัย เมื่อเรียกตรวจ พบโคเพศผู้ 26 ตัว โดยมีนายสุเมธ ปานเขียว เป็นคนขับ จึงขอตรวจสอบใบอนุญาตในการเคลื่อนย้ายสัตว์ แต่ไม่สามารถนำมาให้ได้ จึงแจ้งข้อหาทำการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ ภายในเขตเฝ้าระวังโรคระบาดปากและเท้าเปื่อย โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 22 บทลงโทษมาตรา 65 แห่ง พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ ก่อนคุมตัวคนขับ พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด ส่วนโคมีชีวิตได้ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ดำเนินการตามระเบียบฯ

น.ส.อัยรินทร์ กล่าวต่อว่าการลักลอบนำเข้าโคมีชีวิตเพศผู้ 26 ตัว โดยขนย้ายด้วยรถบรรทุก ถ้าเทียบเป็นรถกระบะ ก็ใช้ประมาณ 6-7 คัน เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ แม้ว่าแค่1 ตัว ก็ถือว่าอันตรายถ้าเป็นการนำเข้าโดยผิดกฎหมาย ไม่ผ่านด่านศุลกากร รวมทั้งการตรวจคัดกรองโรคปากเท้าเปื่อยซึ่งจะเป็นการแพร่ระบาดของโรค และสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกร ทั้งการจำหน่ายโคในประเทศและการส่งออกโคในตลาดต่างประเทศ รวมถึงประชาชนผู้บริโภคเนื้อสัตว์