ไอคอนสยาม มอบสารบำรุงดิน 20 ตันให้ กทม.ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804397

ไอคอนสยาม มอบสารบำรุงดิน 20 ตันให้ กทม.ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน

ไอคอนสยาม มอบสารบำรุงดิน 20 ตันให้ กทม.ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งมอบสารบำรุงดินจากขยะเศษอาหารให้กับ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร จำนวน 20 ตัน เพื่อนำไปใช้ในการดูแลพื้นที่สีเขียวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยสารบำรุงดินจากเศษอาหารนั้น เริ่มต้นจากการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางทั้งกับลูกค้าที่มาใช้บริการและร้านค้าที่อยู่ในโครงการ โดยแบ่งการคัดแยกขยะออกเป็น 3 ประเภท คือ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะที่เป็นเศษอาหาร เพื่อช่วยลดปัญหาปริมาณขยะที่จะเกิดขึ้นในหลุมฝังกลบของกรุงเทพมหานคร ซึ่งปริมาณขยะแต่ละประเภทที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ขยะที่มีปริมาณมากที่สุดคือขยะเศษอาหาร ไอคอนสยามจึงมีแนวทางนำขยะดังกล่าวมาเพื่อทำให้เกิดประโยชน์ นำเศษอาหารมาเข้ากระบวนการผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์หรือสารบำรุงดินผ่านเครื่องจำกัดขยะเศษอาหาร ซึ่งสามารถผลิตได้ปริมาณเดือนละ 2,000 กิโลกรัม หรือ 2 ตัน

ทั้งนี้ ไอคอนสยาม ยึดมั่นในวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับคนจำนวนมาก และต้องการเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย จึงได้นำกลยุทธ์ “ร่วมกันรังสรรค์ (Co-creation) และการสร้างคุณค่าสมประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย (Creating Shared Values)” มาบรรจุเข้าไปในกระบวนการดำเนินธุรกิจทุกประเภท พร้อมทั้งดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ 1.Bio Economy หรือเศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า 2.เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าเกิดของเสียที่ทำลายสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดหรือ Reduce หรือนำของเหลือใช้หรือผลิตผลมาใช้ซ้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางเศรษฐกิจหรือ Reuse และสุดท้าย Recycle นำของใช้แล้วกลับมาผลิตใช้ใหม่เพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด และ 3.Green Economy ระบบเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจทั้งภาคการผลิตและบริการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลักและเพื่อให้ภาคการผลิตและภาคบริการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดและลดผลกระทบต่อโลกอย่างยั่งยืน

เปิดผลสำเร็จ 20 ปี OKMD เดินหน้าสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804395

เปิดผลสำเร็จ 20 ปี OKMD เดินหน้าสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

เปิดผลสำเร็จ 20 ปี OKMD เดินหน้าสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD จัดงาน 20 Years of Thailand Knowledge Creation :Past and Future ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ของการดำเนินงาน โดยฉายภาพความสำเร็จ ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันสู่อนาคต จากการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ พร้อมเตรียมเปิดศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ ที่จะเป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้สาธารณะที่ให้ความรู้หลากหลาย ครบวงจร ทันสมัยขนาดใหญ่แห่งใหม่ของประเทศภายในปี 2570 บนถนนราชดำเนิน

ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ประธานกรรมการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปี ของการดำเนินงานที่ผ่านมา OKMD ได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้เข้าหากันผ่านการบูรณาการจัดการการเรียนรู้ และบริหารหน่วยงานที่ทำหน้าที่ผลักดันให้เกิดความต้องการเรียนรู้ นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่กระตุกต่อมคิด เพื่อพัฒนาความคิด เพิ่มความรู้สร้างสรรค์ภูมิปัญญาให้แก่สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้บริบทของโลกยุคใหม่ ที่มีเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมศักยภาพมากขึ้น

“20 ปีของ OKMD จึงเป็นช่วงเวลาที่สั่งสมศักยภาพพร้อมที่จะเรียนรู้ และปรับตัวเพื่อให้ทันต่อโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอดจนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้มาอย่างต่อเนื่อง ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มีหมุดหมายให้ไทยเป็นสังคมก้าวหน้า พัฒนาคนในโลกยุคใหม่ ซึ่งเป็นความสำคัญและความจำเป็นในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยพลวัตรและการแข่งขันรอบด้าน” ประธานกรรมการ OKMD กล่าว

ด้าน ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่า การจัดงาน20 Years of Thailand Knowledge Creation : Past and Future ในครั้งนี้ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในการดําเนินงานของ OKMD ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพื่อให้สาธารณชนได้เห็นถึงความสําคัญของการพัฒนาองค์ความรู้และประโยชน์ที่จะได้รับจากการบริการความรู้ในกิจกรรมองค์ความรู้ต่างๆ ของ OKMD รวมถึงการเปิดตัวศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ (OKMD National Knowledge Center : NKC) ณ บริเวณ ถ.ราชดําเนิน กรุงเทพฯ ภายในปี 2570 ซึ่งจะเป็น “ต้นแบบแหล่งเรียนรู้สาธารณะ” ที่ให้บริการความรู้หลากหลาย ครบวงจร ทันสมัย ขนาดใหญ่แห่งใหม่ของประเทศ

ภายในงานยังจัดให้มีเวทีเสวนาโดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิชั้นนำของประเทศ ที่มีส่วนสำคัญในการวางรากฐาน พัฒนาให้ OKMD เติบโตจนมาถึงวันนี้ ได้แก่ พลอากาศเอกประจิน จั่นตองในฐานะอดีตรองนายกรัฐมนตรีผู้กำกับดูแล OKMD และเป็นประธานคณะกรรมการบูรณาการด้านพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ พลเรือเอกฐนิธกิตติอําพน อดีตผู้อํานวยการ OKMD และ Museum Siam ดร.คณิศแสงสุพรรณ อดีตประธานกรรมการ OKMD และ ดร.คุณหญิงกษมาวรวรรณ ณ อยุธยา อดีตกรรมการ OKMD

“20 ปี OKMD จึงเป็นกิจกรรมที่เชื่อมองค์ความรู้จากอดีต ปัจจุบันสู่อนาคต เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน เพราะ OKMD มีความตั้งใจที่จะเป็นหน่วยงานรับใช้สังคมไทยในทุกช่วงวัยของชีวิต ต้องการสร้าง การเปลี่ยนแปลงในกระบวนการเรียนรู้ของคนไทย เพื่อตอบโจทย์ให้คนไทยทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงความรู้ได้”ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวสรุป

คอลเลคชั่นแคปซูลรีสอร์ทโดย H&M Studio แรงบันดาลใจจากอาคารพระราชวังชวนฝันของอิตาลี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804371

คอลเลคชั่นแคปซูลรีสอร์ทโดย H&M Studio  แรงบันดาลใจจากอาคารพระราชวังชวนฝันของอิตาลี

คอลเลคชั่นแคปซูลรีสอร์ทโดย H&M Studio แรงบันดาลใจจากอาคารพระราชวังชวนฝันของอิตาลี

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อปาร์ตี้ประจำช่วงฤดูร้อนนี้ใกล้เข้ามา ปล่อยให้รูปทรงเสื้อผ้าที่นุ่มนวลในแบบฉบับของผู้หญิง ลวดลายพิมพ์ชวนสนุก และอารมณ์สดใสที่เปล่งประกายได้เป็นจุดเด่นในคอลเลคชั่นรีสอร์ทแคปซูลที่สร้างสรรค์โดย H&M Studio ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาคารพระราชวังชวนฝันของอิตาลี ลวดลายที่หมุนวนบนเครื่องแก้วเวเนเชียน ถ้ำโบราณที่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกหอย คอลเลคชั่นนี้เป็นตัวแทนของอารมณ์ในช่วงวันหยุด เซตสีส้มจากพระอาทิตย์ที่กำลังตก สีเหลืองน้ำผึ้ง และสีเขียวพิตาชิโอ มาพร้อมกับพื้นผิวงานปักที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและลวดลายพิมพ์ที่สะดุดตา ชุดเดรสยาวสีทองได้รับการออกแบบให้เข้ากับชุดสไตล์ชายทะเลและชุดว่ายน้ำแบบเจ็ตเซต คอลเลคชั่นรีสอร์ทแคปซูลโดย H&M Studio นี้ มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้

แอน-โซฟี โจฮานสัน (Ann-Sofie Johansson) หัวหน้าฝ่ายออกแบบเสื้อผ้าผู้หญิงและที่ปรึกษาด้านสร้างสรรค์แห่ง H&M เผยว่า“จิตวิญญาณแห่งความสนุกสนานได้เติมพลังที่สดใสให้กับคอลเลคชั่นรีสอร์ทแคปซูลนี้ ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และการใส่ใจในรายละเอียด ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและมิติที่ลึกซึ้งให้กับเสื้อผ้าทุกชิ้น เราต้องการสร้างลุคที่ดูน่ามองและรู้สึกผ่อนคลายไปพร้อมกัน สวมใส่ได้ทุกโอกาส เหมาะกับบุคลิกทุกแบบ เพราะมีอารมณ์ความรู้สึกที่สบายๆ และดูชิคได้อย่างเป็นธรรมชาติ”

ไอเทมชิ้นสำคัญนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศของความกล้าและชวนฝัน เริ่มจากชุดเดรสลายทางคอวีรัดรูปและเสื้อสูทขนาดใหญ่สีเหลืองน้ำผึ้งที่ถือเป็นชิ้นไฮไลท์สำหรับเลือกสวมใส่ช่วงเย็น ชุดเดรสผ้าย่นจับจีบสองชิ้นประกอบด้วยกระโปรงชายลอนและเสื้อเปิดไหล่ชวนมอง หรือชุดคลุมคาฟตานสีดำตกแต่งส่วนขอบเป็นระบาย ให้ลุคเรียบง่ายที่เลือกใส่ได้ทั้งกลางวันหรือออกงานกลางคืน ควบคู่ไปกับชุดเสื้อเชิ้ตและกางเกงขาสั้นผ้าไหมพิมพ์ลาย ดึงดูดความสนใจด้วยชุดว่ายน้ำผ้าโครเชต์ถักและลายพิมพ์ผ้าเมทัลลิก นอกจากนี้ ยังมีแอคเซสซอรี่ที่ให้ความรู้สึกของสุนทรียศาสตร์แบบ Maximalist ให้คุณสวมใส่ประดับตกแต่งได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าแตะวัสดุหนังสีทอง กระเป๋าไซส์มินิที่เข้ากันกับเครื่องประดับลูกปัด

แองเจลิกา กริมบอร์ก (Angelica Grimborg) นักออกแบบคอลเลคชั่นนี้จาก H&M Studio กล่าวเพิ่มเติมว่า “คอลเลคชั่นนี้ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการ
พักผ่อนช่วงฤดูร้อน มีทั้งความรู้สึกสบายๆเสน่ห์แบบผู้หญิง ผลงานเสื้อผ้าที่หยิบจับมาสวมใส่ได้ง่ายหลายช่วงเวลา ตั้งแต่วันที่ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นริมสระว่ายน้ำไปจนถึงปาร์ตี้ในช่วงค่ำคืนที่กลางจัตุรัสของเมือง”

พื้นผิวของเนื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรายละเอียดผสมผสานกับเส้นใยผ้าที่คุณภาพระดับสูง ทั้งไหมออร์แกนิกเส้นใยฝ้ายออร์แกนิก เส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ผ้าวิสโคส Lenzing EcoVeroĬ และเส้นใยไลโอเซลล์ TencelĬ ได้รับการเลือกใช้ในคอลเลคชั่นนี้ทั้งหมด นอกจากนี้ ผลงานเครื่องประดับหลายชิ้นยังผลิตขึ้นจากวัสดุทองเหลืองรีไซเคิลอีกด้วย

พร้อมจัดจำหน่ายที่หน้าร้านสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และทางเว็บไซต์ th.hm.com

ความสุขง่าย ๆ สร้างได้ด้วยตัวเราเอง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804389

ความสุขง่าย ๆ สร้างได้ด้วยตัวเราเอง

ความสุขง่าย ๆ สร้างได้ด้วยตัวเราเอง

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ท่ามกลางโลกใบนี้ที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ผู้คนใช้ชีวิตไปกับการเร่งรีบแทบไม่มีเวลาหยุดพักมีผลต่อจิตใจ เช่น เกิดความเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ หรือซึมเศร้าการใช้ชีวิตอยู่ให้มีความสุขอย่างแท้จริงจึงดูเหมือนเป็นเรื่องยากมากขึ้นทุกที ทั้งที่ความเป็นจริงนั้น มันอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด เพียงแต่เรามักจะมองข้ามไปอย่างไม่ทันรู้ตัว แล้วการใช้ชีวิตให้มีความสุขต้องทำอย่างไร?

ฐิติมา พัฒนโพธิกุล นักจิตวิทยาคลินิก โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital มีคำแนะนำดีๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ง่ายด้วยตัวเราเอง

ออกกำลังกาย ดูแลได้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ

เพราะสุขภาพกายและสุขภาพจิตมีความสัมพันธ์แยกขาดออกจากกันไม่ได้ ดังคำที่ว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” หมายถึงจิตเป็นตัวกำหนดและควบคุมร่างกาย หรือกล่าวได้ว่า สุขภาพจิตดีมักอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์และแข็งแรง แต่หากร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยบ่อยๆ จิตใจก็จะหดหู่ ไม่สดชื่นแจ่มใส ดังนั้น การใช้ชีวิตให้ดีมีความสุข จึงควรดูแลรักษาสุขภาพร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป

วิธีปฏิบัติง่ายๆ ที่สามารถดูแลให้ร่างกายและจิตใจมีความสุขไปพร้อมๆ กัน คือ การออกกำลังกาย ซึ่งทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่ควรทำสม่ำเสมอ เพราะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีเรี่ยวแรงและพละกำลังมากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า ส่วนในแง่ของสุขภาพจิต การออกกำลังกายจะทำให้หัวใจเต้นแรง มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมองเยอะขึ้น เพิ่มความแข็งแรงให้กับสมอง ส่งผลดีต่อการหลั่งฮอร์โมนเอ็นโดรฟิน (Endorphin) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สารสุข” ซึ่งออกกำลังกายแค่ 20 นาทีขึ้นไป ก็สามารถกระตุ้นการหลั่งของเอ็นโดรฟินได้แล้ว

ฐิติมา พัฒนโพธิกุล นักจิตวิทยาเด็ก

ทั้งนี้ การออกกำลังกาย ควรหลีกเลี่ยงในช่วงค่ำๆถ้าเป็นไปได้ออกกำลังกายให้เสร็จก่อนหนึ่งทุ่ม เพราะส่วนหนึ่งการออกกำลังกายจะไปกระตุ้นให้สมองตื่นตัวไม่เหมาะกับช่วงเวลาที่ร่างกายต้องได้รับการพักผ่อน

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกาย

เพราะการเลือกรับประทานอาหารเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสุขภาพที่ดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพใจตามมา ดังนั้น จึงควรเลือกรับประทานอาหารให้สมดุล ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เลือกอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการสูง เช่น ผักใบเขียว รวมถึงผลไม้ ลดการบริโภคอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และอื่นๆ และขาดไม่ได้ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยรักษาความสมดุลของระดับน้ำในร่างกาย

แค่รู้จัก “ให้” สุขง่ายๆ ทั้งผู้ให้และผู้รับ

อีกหนึ่งวิธีที่ทำแล้วทั้งตัวเราและคนรอบข้างมีความสุขนั่นก็คือ “การให้” ซึ่งมีหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องให้เงินทอง หรือสิ่งใหญ่โต อาจแค่ให้สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น รอยยิ้ม เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดและทุกคนทำได้ ให้กำลังใจ ให้ความรู้ หรือให้ความช่วยเหลือกับคนอื่นเท่าที่สามารถทำได้ เพียงเท่านั้นก็จะรู้สึกอิ่มเอม เพราะทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าและมีความหมาย เกิดความชื่นชมตัวเองรวมทั้งทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างเราและคนรอบข้าง โดยการได้ทำสิ่งดีๆ ให้ผู้อื่นมีความสุข ตัวเราก็จะมีความสุขไปด้วย

ทำกิจกรรมผ่อนคลาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

นอนน้อย นอนไม่หลับ มักสร้างความหงุดหงิดอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตที่ดี ดังนั้น ต้องรักษาสุขนิสัยการนอนให้ดี คือ เข้านอนและตื่นให้ตรงเวลา ไม่นอนกลางวัน แต่ถ้านอนไม่หลับให้ลองหากิจกรรมที่ผ่อนคลายทำดู เช่น นั่งโซฟาฟังเพลงเบาๆ ดื่มนม กินกล้วย หรืออาหารที่มีกาบา จะช่วยให้หลับสบายง่ายยิ่งขึ้น

มีสติรู้ทันจิต คิดบวกให้เป็น มองปัญหาไม่เกินจริง

การมี “สติ” รู้เท่าทันความคิดเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหลายครั้งเรามักปล่อยให้ความคิดไหลไปเรื่อย บางครั้งปรุงแต่งคิดลบมองปัญหาไปใหญ่โตเกินความเป็นจริง ท่องจำไว้ให้ขึ้นใจว่าเหรียญมีสองด้าน ดังนั้น เมื่อเจอด้านร้ายคิดลบต้องพยายามมองหามุมบวกให้เจอด้วย ชีวิตเราก็จะอยู่บนความเป็นจริงมากขึ้น และสิ่งสำคัญต้องไม่เก็บทุกเรื่องราวมาคิดเล็กคิดน้อยจนเกิดความเครียด เพราะจะทำให้เกิดสารพิษต่อเซลล์สมองจนเสียสมดุล

เพราะความสุขขึ้นอยู่กับมุมมองและความคิดของแต่ละคนมากสิ่งใด ไม่ใช่ใครอื่นหรือวัตถุสิ่งของ เราแค่ดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจ รวมถึงความคิด ก็สามารถใช้ชีวิตให้อยู่ดีมีความสุขได้ไม่ยาก เริ่มง่ายๆ ได้ด้วยตัวเราเอง

‘ดร.สายสม’ จัดงาน’Concert Birthday for Back to School’เนื่องในวันเกิด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804342

‘ดร.สายสม’ จัดงาน'Concert Birthday for Back to School'เนื่องในวันเกิด

‘ดร.สายสม’ จัดงาน’Concert Birthday for Back to School’เนื่องในวันเกิด

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.29 น.

ในวาระครบรอบ 22 ปี โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเนื่องในวันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาตและประธานกรรมการบริหารโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ จึงร่วมกับ มูลนิธิร่วม น้ำใจต้านภัยเอดส์ และ โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ จัดงาน“Concert Birthday for Back to School”โดยวงโชว์พราวด์ นำทีมโดย น้องมินมินด.ญ.แพรไพลิน เสาธงยุติธรร(ลูกสาวหนึ่ง จักรวาล  เสาธงยุติธรรม)  /น้องมามูร์ด.ช.ณภัทร วิงประวัติ /น้องน้ำหนึ่ง ด.ญ.พิรัลณัฐชา ดำรงมหาสวัสดิ์ /น้องเอเธนส์ นายปัณณทัต เจนจบเขตต์ /น้องหว่าหวา ด.ญ.อรอัยยา จงสิทธิสัจจะกุล / น้องนาย ด.ญ.นาย สิงห์โต,วงมินดี้ ประกอบด้วยสมาชิก ไอลีน- น้ำเพชร ไอลีนคอลลินส์ /แพรว -ลักษิกา ลี้จินดา / เกรซ- ณปภัช ศศิพณิชกุล /มุกกิ- ณิชชา จักรชัยกุล) /หมิงหมิง-กันยากร นามบุญเรือง/ แพงจัง -เกตน์สิรี มีศิลป์ /หงส์เปา – เพชรลดา พิมค์ชัย พร้อมด้วยศิลปิน นักร้องกิตติมศักดิ์ อาทิ ครูเจี๊ยบ นนทิยา จิวบางป่า,โจนัส แอนเดอร์สัน , ผิงผิง-สรวีย์ ธนพูนหิรัญ ผู้ชนะเลิศ การประกวด The Golden Song เวทีเพลงเพราะ ซีซั่น2,วิน-วศิน พรพงศา แชมป์รายการ The Golden Song ซีซั่น3ฯลฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2567 เวลา 14.00 น. ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมอมารี กรุงเทพฯโดยรายได้ทั้งหมดจากการจัดงานโดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะมอบเป็นค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ

บรรยากาศภายในงานคลาคล่ำไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ อาทิ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ ดำรง เหรียญประยูรผู้อำนวยการสำนักงานอาสากาชาด , หม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล วุฒิสมาชิก และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ,นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ,นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทยและผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,อาจารย์คฑา ชินบัญชร,นาย สุขมาล มอนเดลผู้จัดการทั่วไปภาคพื้นกรุงเทพ โรงแรม อมารี กรุงเทพฯลฯ รวมทั้งศิลปิน ดารา นักร้อง ที่มาร่วมงานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง สร้างเสียงเพลงและรอยยิ้มให้กับเจ้าของวันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ คุณเม้าส์ หรือพี่เม้าส์ของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และภรรยาของสามี (นายปรีชา วงศาสุลักษณ์) แม่ของลูกๆทั้งสามคน(ดร.ปณิธาร –ภญ.ปนชนก และ ผศ.ดร.ปกเกศ วงศาสุลักษณ์) ตลอดทั้งงานโดยมี นายโจนัส แอนเดอร์สัน นักร้อง,นางอาลิซาเบธแซ๊ดเลอร์ ลีนานุไชย ผู้ประกาศข่าว รับหน้าที่เป็นพิธีกร

ไฮไลท์ของงานนอกจากการแสดงคอนเสิร์ตของวงโชว์พราวด์(Show Proud) ,วงมินดี้ และเหล่าศิลปินนักร้องกิตติศักดิ์ แล้ว ในงานยังมีการประมูลกระเป๋าหนังจระเข้ จากปัญญาฟาร์ม กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จำนวน 10 ใบรวมทั้งยังได้รับการอนุเคราะห์ จากเซเลปคนดัง นางสายพิณ พหลโยธิน มอบของรักของหวงจำนวน 3 ชิ้น ประกอบด้วย กระเป๋าจูดิธเลเบอร์ ,ตลับยาอมลายแตงโม ของจูดิธเลเบอร์ และเข็มกลัดรูปน้องหมาฝังเพชร มาร่วมประมูลด้วย สำหรับยอดรายได้จากการประมูลในครั้งนี้สูงถึง 400,000 บาทถ้วน ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนมอบเป็นค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ

ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาต และประธานกรรมการบริหารโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่า “เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ จะไม่ได้รับโอกาสเล่าเรียนอย่างทั่วถึงหากไม่มีทุกท่านในที่นี้ เนื่องจาก

โรงเรียนฯได้รับการช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่พร้อมใจกันบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสทุกปีเป็นประจำอย่างต่อเนื่องสำหรับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา เดิมชื่อ โรงเรียนร่วมน้ำใจ เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน ก่อตั้ง ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545โดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ มีดิฉันเป็น ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้าน ภัยเอดส์ ร่วมกับกรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ ท่านอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับเด็กหญิงกำพร้าที่บิดา มารดา เสียชีวิตจากโรคเอดส์ เด็กที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูรวมถึงเด็กด้อยโอกาสจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่จบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 เป็นโรงเรียนประจำกินนอนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละ ประมาณ 22-23  ล้านบาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวได้มาจากผู้มีจิตเมตตาบริจาคทั้งสิ้นและทางโรงเรียนยังได้รับพระเมตตาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานความช่วยเหลือแก่ เด็กที่น่าสงสารเหล่านี้มาโดยตลอด

ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีโปรดเกล้าฯพระราชทานนามให้โรงเรียนใหม่เป็น “โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา” ในวโรกาสทรงมี พระชนมายุครบ 48 พรรษา โดยเสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคารเรียน เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2547”

ดร. สายสม กล่าวต่อว่า “และเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงรับ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา อยู่ในพระราชูปถัมภ์ โดยใช้คำว่า “ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ต่อท้ายชื่อโรงเรียน

ทางโรงเรียนฯ จัดการเรียนการสอนด้านวิชาการตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานควบคู่กับการฝึกอบรม ด้านอาชีพให้แก่นักเรียนทุกคน เพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันหรือนำไปประกอบอาชีพ ในอนาคตได้ เช่น การทำขนม การทอผ้า การประดิษฐ์ดอกไม้ การร้อยมาลัย การทำพานพุ่ม งานเซรามิค งานเสริมสวย และยังมีโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การทำ เกษตรผสมผสาน การปลูกผักอินทรีย์ การปลูกข้าวไรซ์เบอรี่อินทรีย์ การปลูกพืชสมุนไพร การเลี้ยงหมู การเลี้ยงไก่ ไข่ การเลี้ยงปลาดุก และการเพาะเห็ดนางฟ้า เป็นต้นปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น250 คน โดยมีครูและบุคลากรทั้งสิ้น 40คน”

นอกจากนี้ในวันงาน โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ ยังได้จัดเตรียมเค้กวันเกิดมาเซอร์ไพร์ส ให้แขกเหรื่อได้ร่วมอวยพร และต่างก็แฮปปี้ที่ได้ช่วยเหลือเหลือเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ ร่วมกัน

ผู้ประสงค์อยากร่วมบริจาคเครื่องอุปโภค – บริโภค อาทิ ข้าวสาร สิ่งของ เครื่องใช้ เสื้อผ้า ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือบริจาคเป็นทุนทรัพย์ สามารถบริจาคเงินโดยวิธีการโอนเข้าบัญชี

-“มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์” ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสุขุมวิท23 เลขที่ 204 -1-09259-5

-โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางกะปิ เลขที่ 105-4-71544-4

-โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา (เงินบริจาค) ธนาคารกรุงไทย สาขาลำพูน เลขที่ 511-0-47135-5

หรือสามารถติดต่อบริจาคได้ที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี เลขที่ 5 หมู่ 9 ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000 โทรศัพท์ 053-092444 โทรสาร 053-092444

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึกกำลังกว่า100 โรงแรมชั้นนำย่านสุขุมวิท ดึงดูดนักท่องเที่ยวสร้าง Tourism Ecosystem

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804321

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึกกำลังกว่า100 โรงแรมชั้นนำย่านสุขุมวิท ดึงดูดนักท่องเที่ยวสร้าง Tourism Ecosystem

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึกกำลังกว่า100 โรงแรมชั้นนำย่านสุขุมวิท ดึงดูดนักท่องเที่ยวสร้าง Tourism Ecosystem

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.05 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผลึกกำลังกลุ่มพันธมิตรในธุรกิจโรงแรมในย่านสุขุมวิทมากกว่า 100 โรงแรมเสริมกำลังคอมมูนิตี้ย่านสุขุมวิทดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้าง Tourism Ecosystem ครบวงจรหวังกระตุ้นการใช้จ่าย มอบประสบการณ์ความประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท  เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยเป็นจำนวน 9.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น44% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นอกจากนี้ล่าสุดประเทศไทยได้รับเลือกเป็นที่1 ในการจัดลำดับ The best countries to visit in your lifetime ของนิตยสาร CEOWORLD ซึ่งศูนย์การค้าในกลุ่ม เดอะมอลล์ กรุ๊ปเองก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จึงเดินหน้าสร้าง TourismEco System มุ่งหวังสร้างประสบการณ์ความประทับใจแบบครบวงจรให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้ผนึกกำลังความร่วมมือมากกว่า 100 โรงแรมชั้นนำใน“ย่านสุขุมวิท” ซึ่งเป็นย่านการค้าที่สำคัญที่รวมโรงแรมชั้นนำต่างๆมากมายอาทิ Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park,Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit, Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit, DoubleTree by Hilton Sukhumvit, Emporium Suites by Chatrium, Hilton Sukhumvit Bangkok, Hyatt Regency Sukhumvit, Nikko Bangkok Hotel, Novotel Bangkok Sukhumvit 20, Sheraton Grande Sukhumvit,a Luxury Collection Hotel, The Westin Grande Sukhumvit,กลุ่มโรงแรม Centre Point Hotels Group, The Ascott Limited และโรงแรมในเครือ,กลุ่มโรงแรมในเครือ The Erawan Groupและกลุ่ม Grande Assetเป็นต้นโดยทางห้างฯ ได้มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าของพันธมิตรโรงแรม ในลักษณะ Welcome Package เพื่อใช้เป็นส่วนลดเมื่อมาช้อปภายในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ไม่ว่าจะเป็น เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์,เอ็มสเฟียร์,เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ และ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถรับ Welcome Package นี้ได้จากในห้องพักโรงแรม หรือขอรับจาก Hotel Concierge นอกจากนี้ยังมีบริการHand Free Shopping ช้อปสินค้าภายในห้างฯสามารถจัดส่งให้ถึงโรงแรมภายในวันเดียวกันมีบริการรถรับส่งฟรีจากโรงแรมในย่านพร้อมพงษ์ ไปยัง เอ็ม ดิสทริคโดยบริการต่างๆเหล่านี้ ทางห้างฯมุ่งหวังที่จะยกระดับ“ย่านสุขุมวิท”ให้เป็น World-Class Destination ของการท่องเที่ยวครบวงจร สร้างประสบการณ์ความประทับใจตั้งแต่อยู่ในโรงแรม ออกไปเที่ยว ช้อปปิ้ง กินข้าวผนึกกำลังสร้าง Tourism Ecosystem เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วง Q3-Q4 ที่กำลังจะถึงนี้”นักท่องเที่ยวสามารถขอรับ Welcome Package ในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้จากโรงแรมที่ร่วมรายการ และสามารถสอบถามรายละเอียดเรื่องการจัดส่งสินค้าจากห้างไปโรงแรม จากแผนกลูกค้าสัมพันธ์ทุกสาขา ในส่วนบริการรถรับส่งจากโรงแรมในย่านพร้อมพงศ์ไป เอ็ม ดิสทริคได้ สามารถติดต่อสอบถามได้กับแผนกลูกค้าสัมพันธ์ ห้างสรรพสินค้า เอ็มโพเรียม เอ็มควอร์เทียร์ และเอ็มสเฟียร์ 

5 จุดแข็งของ ละคร‘เจ้าพ่อ’ที่รู้แล้วยิ่งอยากดู

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/804409

5 จุดแข็งของ ละคร‘เจ้าพ่อ’ที่รู้แล้วยิ่งอยากดู

5 จุดแข็งของ ละคร‘เจ้าพ่อ’ที่รู้แล้วยิ่งอยากดู

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.06 น.

สิ่งเหนือธรรมชาติทุกอย่างเตรียมปรากฏใน ละคร เจ้าพ่อ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 รวมพิธีกรรมความเชื่อ ลึกลับ แปลกแต่จริง ที่เห็นแล้วกระตุกจิตกระชากใจ เรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ไสยศาสตร์มนต์ดำเข้ามาล่อลวงเหยื่อโดยที่มีปริศนามากมายที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น ฟาดฟันจนใครหลายคนต่างตั้งตาคอยรับชมขนาดนี้ เลยขอมาแชร์ 5 เหตุผลไม่ควรพลาดดูละคร เจ้าพ่อ จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกัน!!

1 ได้เรียนรู้วิถีชีวิต และพิธีกรรมต่างๆ 

โดย ละคร เจ้าพ่อ ได้ถ่ายทอดเรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับความเชื่อ และเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยไม่ว่าจะเป็น การเข้าทรง โดยผ่านผู้นำผ่านการติดต่อสื่อสารกับวิญญาณ การประกอบพิธีกรรมบูชาจากเครื่องรางของขลังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อีเป๋อ อีแหก พญางั่ง ท้าวพญานางคร่อม ปลัดขิก การนะหน้าทองการถวายบูชา เพื่อแสดงให้เห็นถึง ความเคารพความเชื่อ และความศรัทธา หรือแม้แต่การอาบน้ำมนต์ไล่ของดำที่ถูกเสกไว้ มาชำระร่างกายโดย ร่างทรงเจ้าพ่อ สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและความเชื่อของคนไทยรากฐานทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมความเป็นไทยมาอย่างยาวนาน ได้อย่างสมจริงและน่ากลัว ตีแผ่ความเชื่อลึกๆ ของสังคมไทย ที่ไม่ว่าโลกจะหมุนเร็วเท่าไหร่ ไสยศาสตร์ยังอยู่คู่คนไทยเสมอมาเรื่องของความเชื่อ และสิ่งที่มองไม่เห็น

2 บรรยากาศสมจริงเพื่อปลุกเร้าความตื่นระทึก

มีให้เลือกชมครบทุกอารมณ์ ทั้งแนวหลอนปนลุ้นระทึกให้อะดรีนาลีนพลุ่งพล่านโดยเฉพาะการบูชาผีและติดต่อกับวิญญาณผ่านร่างทรงเจ้าพ่อ ที่จะเกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติในละคร มากมายไม่ว่าจะเป็น ฟ้าผ่าที่ช่วยสร้างความขนลุก ฉากสยองของการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูสยดสยอง หรือแม้กระทั่งฉากบ้านร้างต่างๆ ที่สมจริงสุดๆ แต่ที่โดดเด่นมาก ก็คือเรื่องซีนบีบอารมณ์ ของเหล่านักแสดงบอกได้คำเดียวว่า ละครเรื่องนี้มีอะไรให้นักแสดงได้เล่น ได้ดำดิ่งในอารมณ์อยู่หลายฉาก เตรียมรอลุ้นการเชือดเฉือนอารมณ์ของนักแสดงรุ่นใหญ่ รวมถึงเวลานักแสดงรุ่นใหม่ที่พร้อมปล่อยของกันเต็มที่จนคนดูอย่างเราๆ ต้องลุ้นจนแทบหยุดหายใจ

3 ไสยศาสตร์จากมุมมองที่ร่วมสมัย

สำหรับไสยศาสตร์ที่ปรากฏขึ้นส่วนใหญ่มักนำเสนอโดยเน้นแนวพลังจิตพิเศษที่ใช้บังคับควบคุมวิญญาณ หรือการกระทำของผู้อื่นได้ หรือเป็นพลังพิเศษที่ใช้ฝืนกฎธรรมชาติได้ซึ่งละคร เจ้าพ่อ หยิบประเด็นนี้มาเล่าตีความให้ดูง่ายเพื่อสามารถเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย สะท้อนให้เห็นจุดจบอันน่าสะพรึงพร้อมแทรกลายแทงให้ทำความเข้าใจความถ่ายทอดให้เป็นกรณีศึกษา โดยช่วงท้ายเรื่องที่จะทวีความเข้มข้นของตัวละคร การบ่งบอกถึงความเชื่อที่สมเหตุสมผล การใส่เหตุการณ์ที่เล่นกับจิตใจคนดู ทำให้รู้สึกได้ว่าเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง ไม่ใช่แค่การแสดง

4 ละครดราม่าเข้มข้น ที่แทรกหลากหลายมุมมองได้อย่างน่าสนใจ

อีกจุดที่น่าสนใจของละคร เจ้าพ่อ คือสามารถถ่ายทอดตัวละครของแต่ละมุมมองได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะฉากที่นักแสดงต้องมีการขับเคี่ยวทางอารมณ์อยู่เสมอ กับศึกสงครามของ ร่างทรงเจ้าพ่อหัวนากับการประชัน บทบาทกันระหว่าง หนุ่ม- สันติสุข รับบท เทพ ร่างทรงคนเก่าผู้ทรงอิทธิพลเหนือชาวบ้าน กับ ท็อป-จรณ รับบท เพชร ผู้เคยถูกประณามว่าเป็นตัวซวยแห่งบ้านหัวนา ที่ได้กลายมาเป็นร่างทรงคนใหม่ กลายเป็นความแค้นและการแย่งชิงความศรัทธาระหว่างสองร่างทรง ที่ชวนให้ลุ้นกับชะตากรรมของตัวละครสุดๆ ซึ่งถือเป็นละครน้ำดีอีกหนึ่งเรื่องที่สอดแทรกมุมมองความคิดของแต่ละตัวละครที่น่าสนใจแฝงไว้ในความเข้มข้นดราม่าได้อย่างแนบเนียน ว่าสุดท้าย ความชั่วจะชนะความดีได้จริงหรือ

5 การรวมตัวของเหล่านักแสดงเจ้าบทบาทที่พร้อมปล่อยของ

เคมีนักแสดงละคร เจ้าพ่อ ในครั้งนี้กลับเข้ากันและลงตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยมีผู้จัด “หนุ่ม- สันติสุข พรหมศิริ” ที่ควบสองตำแหน่งทั้งจัดเองเล่นเองพร้อมมีพระเอกคุณภาพ “ท็อป-จรณโสรัตน์” มาร่วมงานกับช่อง 8 ครั้งแรกบทท้าทายกับการพลิกคาแร็กเตอร์ ประกบกับนางเอก “เมย์-ณัฐพัชร พงษ์ประพันธ์” ที่จะมาเชือดเฉือนด้านมืดของวงการไสยเวทย์ร่วมกับนักแสดงมากฝีมือแน่นจอ นำโดย “ปรัชญ์-ปรมิณ, พลอย-พีรชาดา, โบว์ลิ่ง-ปริศนา, เอิร์ธ-สหรัฐ, อีฟ-ไอยวริญร์, กวาง-วรรณปิยะ, ซานิ-นิภาภรณ์, ปุ๊-มนตรี,ผู้พันเบิร์ด-วันชนะ สวัสดี, ท็อป-ดารณีนุช ฯลฯ ถ้าใครอยากดูละครแล้วอินตาม แนะนำห้ามพลาดชมละครเรื่องเจ้าพ่อ เพราะแต่คนคุณภาพ และ ทำถึง

เชื่อได้ว่าละคร เจ้าพ่อ จะเป็นละครอีกหนึ่งเรื่องที่มอบความบันเทิงครบทุกรสชาติ ให้คนที่ชอบแนวลี้ลับ แนวไสยศาสตร์มนต์ดำ ได้สัมผัสและท้าทายพลังแห่งศรัทธาว่าแท้จริงแล้ว คือเรื่องจริงหรือเรื่องหลอกลวง ร่วมพิสูจน์ไปพร้อมๆ กันได้ในละครเจ้าพ่อ เริ่มตอนแรก วันพฤหัสบดีที่9 พฤษภาคม 2567 และ ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27สามารถรับชมย้อนหลังที่แรกที่เดียวที่ TrueID ผ่าน 3 ช่องทางแอปพลิเคชั่น, เว็บ และกล่อง TrueID TV ดูฟรีทุกเครือข่าย

‘4EVE’ ในรายการ ‘Show it All’ เรียกเสียงฮือฮาข้ามประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/804379

‘4EVE’ ในรายการ ‘Show it All’ เรียกเสียงฮือฮาข้ามประเทศ

‘4EVE’ ในรายการ ‘Show it All’ เรียกเสียงฮือฮาข้ามประเทศ

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

4EVE เกิร์ลกรุ๊ปแถวหน้าของเมืองไทย จากค่าย XOXO Entertainment สร้างปรากฏการณ์เขย่าวงการ T POP อีกครั้ง! เมื่อสาวๆ 4EVE ได้มีโอกาสเป็น 1 ในตัวแทนของประเทศ ได้ปรากฏตัวในรายการเรียลิตี้โชว์ Show it All ของหนุ่ม LAY(จางอี้ชิง) จากวง EXO ออกอากาศทางช่อง Mango TV ในประเทศจีน เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ทั้งในไทยและจีนเป็นอย่างมาก รายการ Show it All เป็นรายการที่พาบรรดา ศิลปิน-ไอดอล ที่โด่งดังจากหลากหลายประเทศ เข้ามาร่วมแสดงโชว์บนสเตจ และให้คำแนะนำกับบรรดาเหล่าเทรนนีในรายการ

รายการ Show it All ที่ 4EVE ไปร่วมรายการมีทั้งหมด 2 Episode อยากชวนฟอร์อายทุกคนมารับชมและร่วมลุ้นไปด้วยกันว่าเพลงที่ 4EVE นำไป โชว์มีทั้งหมดกี่เพลง และมีเพลงอะไรบ้าง รับรองว่าทุกคนที่ได้ดูต้องร้อง ว้าววว! อย่างแน่นอน การไปร่วมรายการในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการโปรโมทศิลปินไทย (TPOP) ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ ไปยังประเทศจีน โดย Episode แรกกำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้ แต่สำหรับใครที่พลาดดูไม่ทัน สามารถรอชมสเตจสุดพิเศษของสาวๆ 4EVE ได้ใน Episode หน้า ทางช่อง Mango TV

‘หลิงหลิง-ออม’ ทำตึกมาลีนนท์แทบแตก! แฟนคลับรวมตัวทำโปรเจกท์ขบวนรถตุ๊กตุ๊กเซอร์ไพรส์วันเกิด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/804377

‘หลิงหลิง-ออม’ ทำตึกมาลีนนท์แทบแตก! แฟนคลับรวมตัวทำโปรเจกท์ขบวนรถตุ๊กตุ๊กเซอร์ไพรส์วันเกิด

‘หลิงหลิง-ออม’ ทำตึกมาลีนนท์แทบแตก! แฟนคลับรวมตัวทำโปรเจกท์ขบวนรถตุ๊กตุ๊กเซอร์ไพรส์วันเกิด

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มีกระแสแรงไม่หยุดตั้งแต่ถ่ายทำซีรี่ส์ ใจซ่อนรัก (The Secret of Us) สำหรับ 2 นางเอก “หลิงหลิง คอง” และ “ออม-กรณ์นภัส” ทำให้มีแฟนคลับคอยติดตามและซัพพอร์ตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนล่าสุดเหล่าแฟนคลับร่วม 500 คน รวมตัวรวมใจกันทำโปรเจกต์รถตุ๊กตุ๊กกว่า100 คัน พร้อมติดป้ายอวยพรวันเกิด เพื่อทำเซอร์ไพรส์ให้กับทั้งคู่ที่เกิดในพฤษภาคมเหมือนกันเป็นครั้งแรก มาจัดส่งให้ถึงที่ช่อง 3 ตึกมาลีนนท์ งานนี้ทำเอาทั้งคู่ถึงกับยิ้มไม่หุบ

ด้าน ออม พูดถึงเซอร์ไพรส์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า “เป็นครั้งแรกของพวกเราเลยค่ะ ดีใจมากที่เห็นแฟนคลับมารอเจอเราเยอะขนาดนี้ ตื้นตันมากๆ พูดไม่ออกเลยตอนเราเจอแฟนคลับก็อยากจะถามว่าเหนื่อยไหม ร้อนไหม หิวไหม มาตั้งแต่กี่โมง แต่พอเห็นว่ามากันเยอะมากก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงดีรู้สึกปลื้มปริ่มมากๆ ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะที่จัดเซอร์ไพรส์เตรียมรถตุ๊กตุ๊กมาให้เราถึง 30 คันเลย หวังว่าถ้าซีรี่ส์ออนเราจะมีครอบครัวที่เพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ นะคะ”

ด้าน หลิงหลิง ก็ได้พูดถึงแฟนคลับว่า “ตกใจมากค่ะวันนี้แฟนคลับมากันเยอะมาก จากวันแรกที่กองเปิดแฟนคลับก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ซีรี่ส์เรายังไม่ได้ออนแอร์เลย ก็หวังว่าครอบครัวของเราจะโตขึ้นอีกเรื่อยๆ แค่นี้ก็เป็นของขวัญที่ดีสำหรับเราแล้วค่ะ หลิงกับออมก็ขอขอบคุณทุกคนนะคะที่จัดงานเซอร์ไพรส์จัดเต็มในเดือนเกิดให้พวกเราแบบนี้ ไม่ขออะไรมากก็ขอให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ ขอบคุณนะคะและรอติดตามชมผลงานใจซ่อนรักกันด้วยนะคะ เร็วๆ นี้ได้ชมแน่นอน”

สำหรับใครที่รอชมผลงาน“หลิงหลิง-ออม” ในซีรี่ส์ ใจซ่อนรัก (TheSecret of Us) ต้องอดใจรอนิดนึง เร็วๆ นี้ได้ชมกันอย่างแน่นอนแต่ระหว่างนี้สามารถติดตามทั้งคู่ได้ในรายการพิเศษ “Lingling Orm On The Way” รายการที่จะพาทุกคนร่วมเดินทางไปทำความรู้จักทั้งคู่ให้มากขึ้น ซึ่ง EP1 ออกอากาศไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากับเดทแรกในร้านหมูกระทะ รับชมได้ทาง YouTube, Application ทาง 3Plus

มาแน่! ‘เอกชัย ศรีวิชัย’ควงลูกบุญธรรม ยืนยันอ้าแขนรับ’นุ่น ดำดง’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/804440

มาแน่! 'เอกชัย ศรีวิชัย'ควงลูกบุญธรรม ยืนยันอ้าแขนรับ'นุ่น ดำดง'

มาแน่! ‘เอกชัย ศรีวิชัย’ควงลูกบุญธรรม ยืนยันอ้าแขนรับ’นุ่น ดำดง’

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 17.42 น.

มาแน่! “เอกชัย ศรีวิชัย” ควงลูกบุญธรรมยันชัด อ้าแขนรับ “นุ่น ดำดง” รอนุ่นเคลียร์งาน ก่อนมาทำงานร่วมกันปลายเดือน โต้โพสต์ “ลิเกตะกวด อย่าอวดเก่ง” แซะลิเกคู่แข่ง  

“เอกชัย ศรีวิชัย” ขอเคลียร์ดราม่า หลังโพสต์ลิเกตะกวด อย่าอวดเก่ง ตั้งใจแขวะใคร ? พร้อมควงลูกชายบุญธรรม “นีโน่-แน็กกี้”พระเอกลิเกคณะสองเทพบุตรสุดที่รัก ที่ล่าสุด “นุ่น ดำดง”คอนเฟิร์มย้ายคณะมาร่วมงานแล้ว ไม่กลัวดราม่ากับคณะลิเก “ศรราม น้ำเพชร” ? เผยความเชื่อบารมีพ่อแก่ ทำให้รอดตาย ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ล่าสุดพี่เอกโพสต์ว่าลิเกตะกวดอย่าอวดเก่ง คุยว่ากูเก่งเอง มันน่าอาย พอโพสต์แบบนี้เขาก็คิดว่าไปแขวะใครหรือเปล่า?

เอกชัย : เอาจริงๆ หลายสำนักข่าวโยงเรื่องนี้ไปใส่เรื่องนั้น จะให้เราทะเลาะกันให้ได้ เหตุการณ์จริงๆ คือคุณพ่อแหวง เป็นลิเกภาคเหนือ จังหวัดพิจิตร ผมบอกลูกตลอดเวลาว่าท่านเป็นปูชนียบุคคล ท่านเป็นลิเกกลอนสดในประเทศไทยคิดว่าเป็นอันดับหนึ่ง เป็นพระเอกถึงอายุ 70 ปี ทุกวันนี้ท่านก็ยังเล่นลิเกอยู่ ไม่ต้องมีกลอนมาก่อน เป็นคนเดียวในประเทศไทยที่เก่งมากๆ วันนั้นท่านไปงานไหว้ครู แล้วเขาเชิญท่านไปบนเวที ท่านก็ด้นกลอนสด อธิบายว่าคนเราเวลามาจากไหนต้องมีครูบาอาจารย์ อย่าอวดว่าตัวเองเก่งเอง ก็นั่นแหละคำว่าลิเกตะกวด อย่าอวดเก่ง คุยว่ากูเก่งเอง มันน่าอาย ซึ่งก็มีคลิปพ่อ ผมก็โพสต์ไว้ในคอมเมนต์ ว่าเนี่ย คือที่มาของคำนี้อยู่ข้างล่าง แต่คนในประเทศไทยนี้ ทำไมถึงไม่อ่านกัน เขาอ่านแค่นี้แล้วก็ด่าแล้ว 

 อาจเพราะกำลังมีกระแสข่าว ที่นุ่น ดำดงจะย้ายมาคณะสองเทพบุตรสุดที่รัก?

เอกชัย : ก็อาจเป็นส่วนหนึ่ง แต่ผมมองว่าลิเกด้วยกันเอง มันต้องรักกัน เหมือนมโนราห์ หนังตะลุง หมอลำ ศิลปินเราต้องรักกัน จับมือกันต้องปัดความริษยา อาฆาตออกจากกัน ต้องช่วยกัน อย่างสองคนนี้ออกมาจากคณะศรราม อันดับแรกที่พ่อสอนลูก หนึ่งต้องนึกถึงบุญคุณ ต้องยกไว้เหนือหัวเลย แต่วิถีของเรา เราจะเล่นแบบไหน ทำอะไรยังไง เราต้องเกิด เราต้องเล่น เราเป็นพี่น้องก็จริง แต่บนเวทีเราต้องปล่อย เพราะเราเป็นนักแสดง เวลาเรามีกระแส อย่างน้องนุ่น การที่เขาออกมาเป็นเรื่องอะไรเราไม่รู้ เพราะเราไม่เกี่ยว แต่ถ้าเกิดเขามาอยู่กับเรา มาสร้างงานกัน ก็บอกว่ารับเลยลูก

จุดเริ่มต้นมาจากไหน?

นีโน่ : โน่ออกมาจากศรราม น่าจะเป็นคนแรกเลย ที่คนซัปพอร์ต อยากให้น้องมาแสดงกับพวกโน่ เขาน่าจะเห็นรูปแบบวาไรตี้ ที่โน่แสดงกัน และโปรดักชั่นต่างๆ ที่พ่อช่วยดูแลให้เขาก็คิดว่าน้องนุ่นน่าจะเหมาะมาแสดงกับเรามากที่สุด เขาก็เลยไปพูดกันต่างๆ นานา จับจิ้นกัน 

 เอกชัย : คณะศรรามก็มีน้องบลู ซึ่งเป็นนางเอกคณะนี้เหมือนกัน ก็ออกมาจากคณะศรรามเหมือนกัน เขาก็สนิทกันกับน้องนุ่นเป็นพี่เป็นน้องด้วยกันมาหมดแหละ เขาโตมาด้วยกันหมด 

 ได้คุยกันหรือยัง?

นีโน่ : น้องกลัวกระแสดราม่ามาถึงพวกเรา ก็เลยไม่อยากเล่นลิเกตอนนี้ แต่ล่าสุดได้คุยแล้ว คนที่ไม่ชอบเรา ยังไงก็ไม่ชอบอยู่วันยันค่ำ เราควรมาสร้างงานศิลป์ต่อไปให้คนที่เขารักและซัปพอร์ตเรา น้องเลยมีพลังมากขึ้น น้องก็บอกว่าโอเคพี่ งั้นเดี๋ยวหนูไปเคลียร์งานที่เหลืออยู่ตอนนี้ ว่างเมื่อไหร่จะมาทำงานร่วมกัน 

เอกชัย :   นี่ส่วนตัวผมนะ ลิเกกันเองไม่เคยมีปัญหากันหรอก แต่คนดู คนละฝั่ง ชอบมีปัญหา พูดเรื่องจริงเลย ไอ้นี่ก็ไปยุไอ้นี่ ไอ้นี่ก็ไปยุไอ้โน่น รักใครชอบใครก็อยู่ในกรอบของความรักตัวเอง รักคนนี้แล้วคนโน้นไม่ดีไม่ได้ นิ้วมือยังไม่เท่ากันเลย ขอร้อง โดยเฉพาะคนเชียร์ เชียร์ให้ถูกที่ถูกทาง ลิเกไม่ได้มีปัญหากัน 

วงการลิเกก็เป็นพี่น้องกัน ทุกวันนี้ยังโทรคุยกัน?

นีโน่ : ใช่ครับ ผมก็รักและเคารพทางแม่แก้ว แม่น้องแบงค์ และย่าแตร

เอกชัย : ไม่งั้นจะเรียกว่าลูกพ่อแก่ได้ไง เราเป็นลูกพ่อเดียวแม่เดียวกันหมด ย่าแตรก็คือเพื่อนรักพี่ แม่แก้วก็เพื่อนรักกัน รู้จักกันหมด

ให้คำปรึกษายังไงเรื่องกระแสข่าว?

เอกชัย :   บอกลูกตั้งแต่วันแรก ว่าถ้าน้องจะมาก็รับเลย 

แน็กกี้ : มันเกิดกระแสข่าวก่อน เราก็ไม่ได้ตัดสินใจเอง เราต้องปรึกษาพ่อก่อนทุกเรื่อง ไม่ว่าการใช้ชีวิตหรือทัศนคติ ต้องปรึกษาพ่อก่อน พ่อใจกว้างอยู่แล้ว รับทุกๆ คน ถ้าเราไม่ได้ไปปล้น ฆ่าชิงทรัพย์ มีคดีความมา อยากมาอยู่กับเราก็มาอยู่ เราไม่ได้สนใจว่าต้องดราม่าหรืออะไร

เอกชัย : การที่เขาออกจากคณะเป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับเราเลย แต่ถ้าวันนี้ตัวเขามาแล้วสร้างงานต่อข้างหน้า ในวงการลิเก ถ้าใครคิดอยากมีที่ยืนทำมาหากิน ก็เอาสิ รับเลย ไม่เห็นเป็นไรเลย  

ด้อมของทั้งคู่มีภาพในจินตนาการแล้ว?

นีโน่ : น่ารักมากๆ โน่ก็ขอบคุณแฟนคลับน้องนุ่นด้วย แฟนคลับทางศรราม น้ำเพชรด้วย หลายคนเอาภาพมาจิ้นกัน บอกว่าเป็นจิ้นในจินตนาการ สร้างเรือยอชต์ สร้างอะไรหมดแล้ว 

แน็กกี้ : แปลกมาก ไม่เคยเจอกัน เพิ่งคุยกันเมื่อวานกับโน่ จับกันโอ้โห เป็นกระแส คนดู 3-4 ล้าน คนกดไลก์เป็นแสนๆ ซึ่งไม่เคยเจอกันเลย

มีแพลนเจอกันเมื่อไหร่?

นีโน่ : คุยล่าสุดน้องกำลังเคลียร์งานรีวิว รับเชิญต่างๆ น้องจะเริ่มแสดงช่วงปลายๆ เดือนนี้ ว่างตรงกันเมื่อไหร่น้องจะเริ่มมาสร้างงานกัน 

เอกชัย : เอาจริงๆ เด็กในวงพี่เอก พอเขามีชื่อเสียงปั๊บก็ให้เขาออก เพราะอยู่ในวงค่าตัวแค่นี้ เราไม่สามารถจ้างได้คืนเป็นแสน แต่น้องออกไปรับได้ตังค์เป็นแสน 

 ดังแล้วเชิญออกไปรับข้างนอก แล้วเรากินอะไร?

เอกชัย : คนที่ให้ มือคนให้ไม่มีทางต่ำกว่ามือคนรับ อยากให้เขาเติบโต น้องก็ไปรับงานได้เงินเยอะ 

นีโน่ : น้องบอกว่ารักลิเกมาก 

แน็กกี้ : ชอบอยู่คำนึง เขาบอกว่าสิ่งที่ทำอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะรับรีวิวหรือหมอลำ ถือเป็นกำไรชีวิต แต่อาชีพเขาคือลิเก 

 อยากบอกอะไรแฟนคลับ?

นีโน่ : เร็วๆ นี้แหละครับ อาจเป็นข่าวดีสำหรับหลายๆ กลุ่ม ได้พูดคุยกับน้องแล้ว ขอให้ทุกคนรักและสนับสนุน พวกเราก็ให้เกียรติความเห็นทุกๆ คน แล้วแต่ใครชอบไม่ชอบ แต่หน้าที่พวกเราก็มีหน้าที่สร้างศิลปวัฒนธรรมต่อไปอยู่แล้ว 

เอกชัย : เราล้างบ้านรอก็จริง แต่ต้องรอเจ้าสาวด้วยนะ เจ้าสาวเขาไม่มาก็ว่าอะไรเขาไม่ได้นะ ถ้าเขาเลือกจะไปตรงไหนก็สุดแล้วแต่น้อง

นีโน่ : ให้เกียรติน้องครับ ให้เกียรติการตัดสินใจของน้อง 

อีกกระแสเหมือนโจมตี ว่าฝั่งเราหิวแสง?

เอกชัย : แสงเยอะนะ ออกไปหน้าไหม้เลย 

 แน็กกี้ : ข่าวที่ตีออกมา ที่เขาถามๆ มาพี่ๆ นักข่าวโทรหาผม ผมยังไม่เคยดูคลิปน้องเลยว่าน้องไลฟ์สดลาออก เพราะผมแทบไม่ได้สนใจ แทบไม่ได้เล่นโซเชียล นักข่าวโทรมาถามว่าในฐานะที่คุณออกจากคณะศรรามคนแรก คุณรู้สึกยังไง และออกเรื่องอะไร ผมยังพูดติดตลกอยู่เลย มันนานมาก 10 กว่าปี พอตื่นมาก็เป็นกระแส ก็อะไรวะ ก็คุยกับพี่โน่ และคุยกับพ่อ ผมก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ถกกันมาถกกันไป ใครได้ประโยชน์ ได้อะไร เหมือนสาวไส้ให้กากิน ให้วงการอื่นมามองลิเกว่าเราตีกันเองเหรอ พวกผมไม่ทำแบบนั้นอยู่แล้ว 

เอกชัย : ที่ห่วงมากที่สุด เราบอกว่าลูกเวลากินข้าวบ้านเขาแล้ว และโตจากที่นั่น ไม่ได้ เราอยู่บ้านกฎอีกแบบ แต่ถ้าส่งลูกไปโรงเรียน ก็ต้องอยู่ตามกฎโรงเรียน ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ต้องออก แต่ที่บ้านเป็นกฎที่เราหยวนกันได้ วันนี้ลูกไปฝึกมา ได้วิชามา กฎที่นั่นก็ยังศักดิ์สิทธิ์ มันเป็นเรื่องของเขา เขาจะปรับไม่ปรับ เราไม่มีโอกาสไปยุ่งเขา แต่เราได้วิชาและมาสร้างตัวเอง สิ่งที่เชื่ออยู่ตลอดเวลา ทั้งแก้วและแตรเอง ผู้ใหญ่ในคณะศรราม มองเทพบุตรสุดที่รักด้วยความปลื้มปิติ อย่างน้อยที่สุดนี่คือสองเมล็ดพันธุ์ที่เขาปลูกไว้เหมือนกัน แล้วก็โตแล้ว มีผู้ใหญ่คนไหนบ้างในประเทศไทย ที่เห็นเด็กโตแล้วไม่ชื่นชม ไม่มีหรอกครับ นอกจากผู้ใหญ่อิจฉา แต่มันไม่มีไง 

สมมติว่านุ่นมาอยู่ด้วยจริงๆ เตรียมใจมั้ยต้องโดนกระแส?

เอกชัย : เอาความสุขคนดูดีกว่า

นีโน่ : ทุกคนมีสิทธิ์ เราให้เกียรติทุกคนอยู่แล้ว อย่างที่พ่อบอก เราโฟกัสที่เราจะสร้างอะไรให้คนดูมากกว่า กระแสที่เห็นต่างเราก็ต้องให้เกียรติเขาในการตัดสินแบบนั้น เราก็สร้างความสุขให้คนที่เขาพร้อมซัปพอร์ตพวกเราดีกว่า 

เอกชัย : วันนี้พูดดีมาก สมเป็นพระเอก วันนี้ไม่มึน (หัวเราะ) พ่อตกใจมาก เซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าดำดงมาอยู่ด้วยอีก 

แน็กกี้ : ปกติโน่พูดไม่รู้เรื่อง 

 กลัวการเปรียบเทียบมั้ย?

นีโน่ : ไม่กลัว อย่างที่บอกทุกครั้ง ไม่ว่าจะพูดกี่ครั้ง ทุกคนมีสิทธิ์ในการตัดสินใจอยู่แล้ว การเปรียบเทียบมีทุกกระแสสังคมอยู่แล้ว แล้วแต่เขาชอบหรือไม่ชอบแบบไหน จุดมุ่งหมายเราคือเราเป็นคนลิเก เราอยากสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย ถ้ามัวไปฟังเรื่องราวที่เป็นลบๆ แบบนั้นก็ทำให้บั่นทอน ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้เต็มที่ พ่ออยากให้เราสร้างงานกันให้ได้มากกว่า 

แน็กกี้ : ผมรู้สึกผมอยู่ในช่วงขาลง ผมไม่ท็อปฟอร์มเลย 

พ่อกับลูกสนิทกันมาก?

เอกชัย : มันเล่นหัว เลี้ยงกัน 10 กว่าปี

แน็กกี้ : ผมมาตอน 16

 นีโน่ : โน่ 18 ปี จนตอนนี้อายุ 33 แล้ว 

 แน็กกี้ : มีช่วงนึงไปทำธุรกิจ หยุดเล่นลิเกไปปีนึง เพราะพี่โน่ไม่อยากเล่นลิเกแล้ว เขาเบื่อวงการลิเก ไปทำธุรกิจ ส่วนผมประกวดรายการ เป็นศิลปิน โคจรมาเจอพ่อกับลูกเล่นละครเรื่องเดียวกัน โดยที่ไม่ได้เจอมาปีนึงแล้ว แล้วซีนในเรื่องผมเป็นลูกเขาด้วยต้องคุยกัน แกก็ถามหายไปไหนปีนึง ทำไมไม่เข้าบ้านมาหาพ่อ โน่ไม่เล่นลิเกแล้วครับพ่อ มันไปทำธุรกิจ ฟิตเนส พ่อก็ด่าๆ ใช้คำหยาบ ผมก็เอาสารนี้มาบอกพี่ผม โน่ พี่โดนแน่ พ่อมีปืนจะเอามายิง มีไม้จะเอามาตีแน่ แล้วก็เรียกโน่มาบ้าน นั่งประชุมกัน พอโน่มาปุ๊บ โน่ ลูก ทำไมถึงไม่เล่นลิเก บอกพ่อสิ เอ๊ะ ที่ด่ากับข้าพเจ้าเอาไว้ล่ะ

เอกชัย : ด่ามันไม่ลง ก่อนหน้านั้นส่งไปเรียนหนังสือ ไม่นอนบ้าน ไปนอนที่เรียนตรงบางแค ไปสอบแล้วบอกพ่อ คณบดีบอกว่าไม่ให้สอบ ก็โทรไปด่าเลย ลูกผมมีปัญหาอะไร ทำไมสอบไม่ได้ ลูกผมทำอะไรผิด คุณเอกชัยครับ ลูกคุณตั้งแต่มาปฐมนิเทศวันแรก ก็ไม่มาเรียนอีกเลย ก็จับแยกบ้านเลย ตอนนั้นไพศาล ก็จับแยกอยู่คนละค่าย คนละหลัง 

เหมือนพ่อจริงๆ ผิดก็ด่า ทำไม่ดีก็ลงโทษ?

นีโน่ : ทุกสิ่งทุกอย่างพ่อเป็นคนสร้าง เป็นคนให้ 

แน็กกี้ : ทุกช่วงเวลา ทุกโอกาส ทุกความรู้สึก

 ล่าสุดพ่ออยากมีหลาน?

แน็กกี้ : กฎเมื่อก่อนถึงปัจจุบัน พ่อห้าม อย่าเพิ่งมีเมียนะ ถ้ามีเมียแฟนลิเกจะลด และเราจะไม่โฟกัสงาน เลยเป็นกฎของพ่อตั้งแต่ตอนนั้นมา พอเริ่มโตก็เป็นการฝังมาโดยตลอด เราก็ทำแต่งาน เที่ยวก็แทบไม่ได้เที่ยว ฝังจากนิสัยก็กลายเป็นเข้าไปลึก จนวันนึงที่พ่อแก่แล้ว แก่มากกว่าเดิม ก็เริ่มไอ้แน็ก อยากมีหลานว่ะ แล้วยังไง มึงทำหลานให้พ่อหน่อยได้มั้ย ทำยังไง ผมกลับไปบ้าน เห็นหมาตัวเมีย ก็นั่งหรือจะเป็นมึงวะ (หัวเราะ) เอามาให้พ่อเลี้ยง

เอกชัย : ไปหาเว็บไซต์ที่เขาอุ้มบุญ บอกว่าไอ้โน่ มีรัสเซียด้วยนะ

อยากได้ลูกครึ่ง?

เอกชัย : อะไรก็ได้ ที่เขาจะเรียกเราว่าปู่ 

มีแฟนกันหรือยัง พร้อมมีหลานหรือยัง?

นีโน่ : เราเป็นผู้ชายก็ต้องมีบ้าง เป็นการดูใจกันไป คุยๆ กัน แต่ไม่คิดถึงเรื่องมีครอบครัว 

 เอกชัย : เราอยากได้หลาน อยากมีหลานแล้ว มันมีขั้นตอน ตอนแรกเขาอยากซื้อรถ เราไม่ให้ซื้อ เพราะตอนตั้งคณะลิเกใหม่ๆ ให้ไปคันเดียวกัน ให้ซื้อที่ดินปลูกบ้านก่อน แล้วก็พาไปถมดินสร้างบ้าน สร้างบ้านเสร็จแล้ว รถก็ซื้อได้ ตอนนี้อยากให้เด็กเรียกปู่ แต่เขาหาไม่ได้ ก็บอกว่าไปดูในเว็บไซต์สิ ให้ผู้หญิงมาอุ้มบุญให้ไง 

แน็กกี้ : ตอนนั้นอยากได้ เดี๋ยวตอนนี้ผมหาให้พ่อ 

นีโน่ : แม่ของลูกที่เข้ากับพ่อได้ด้วยมันหายากไง ต้องคัดสรรค์ 

เอกชัย : ดูโน่พูด

แน็กกี้ : วันนี้ผมฟอร์มตกมาก (หัวเราะ) 

พ่อแก่เศียรขาดคืออะไร?

แน็กกี้ : ตอนนั้นไปทำการแสดงที่สมุทรสงคราม ผมต้องขับรถกลับบ้าน ไปเช่าพ่อแก่มาองค์นึง ประมาณ 9 นิ้ว หนักมาก เป็นปูนปั้น พ่อแท้ๆ ขับรถ ผมนั่งข้างหน้า พี่โน่นั่งข้างหลัง เราเอาพ่อแก่ไว้ข้างหลัง ขับรถประมาณ 120 ได้ แล้วชนสุนัข รถหมุนๆ ฝั่งตรงข้ามเป็นกู้ภัย เราก็คิดว่าเราไม่รอดแน่ เพราะชนมันแรงมาก สุดไหล่ทางเป็นคูนา ถ้าไปถึงตรงนั้นก็พลิกคว่ำ

นีโน่ : พี่กู้ภัยบอกว่าเขาเตรียมเก็บศพแล้วนะ เพราะไฟลุกมาตลอดทาง รถมันหมุน

 แน็กกี้ : พอตั้งสติได้ก็นึกถึงพ่อแก่ที่เราเช่ามา อยู่ไหน ซึ่งพ่อแก่ไม่ได้อยู่ข้างหลังแล้ว เพราะรถชนแรงมาก เราก็หา หาไม่เจอ ถ้าร่วงจริงๆ น่าจะโดนหัวผม หัวพี่โน่ หรือหัวพ่อ แต่มาเจอพ่อแกตรงที่คันเกียร์ แต่เศียรหลุดไป เราก็หาเศียรเพื่อเอามาต่อ เชื่อมั้ยว่าเศียรไปอยู่ใต้เบรกที่เราจะเหยียบเบรก ซึ่งเหยียบไม่ได้ เป็นเรื่องอัศจรรย์ใจว่าทำไมพ่อแก่มาอยู่ที่คันเกียร์ เศียรอยู่ใต้เบรก ทำให้เราเบรกไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่เรารอดตายมาแล้วเชื่อมากว่าครั้งนั้นพ่อแก่ช่วย 

เอกชัย :   ถ้าวันนั้นเบรกได้คือรถพลิกคว่ำทันที 

พ่อแก่ทำให้เรากลับมาดังชั่วข้ามคืน?

แน็กกี้ : อันนี้ก็มหัศจรรย์เหมือนกัน ทุกครั้งที่เราบรรเลงเพลงบูชาครู ทุกคนต้องพนมมือไหว้พ่อแก่ เราก็อธิษฐานในใจว่าพ่อ ถ้าหากลิเกเราดัง มีงาน พ่อจะมีบารมีมากยิ่งๆ ขึ้นไปนะ เพราะทุกคนจะต้องกราบไหว้พ่อในทุกๆ วัน นึกในใจ ขอให้มีงานทุกๆ วันได้มั้ย หรือให้คณะเราดังสักที ทุกคนจะได้กราบไหว้พ่อ เชื่อมั้ยว่าปีเดียวคณะเราดัง ลิเกซูเปอร์ฮีโร่ ดังเป็นกระแสทั่วประเทศไทย 

 มีอะไรอยากบอกนุ่น ดำดง?

นีโน่ : ก็ให้กำลังใจน้องในทุกๆ ครั้ง เราเป็นพี่น้องศิลปินด้วยกัน เรารักกันทุกคนอยู่แล้ว โน่ไม่อยากให้น้องคิดมาก และห่วงเรื่องกระแสดราม่า พวกพี่พร้อมต้อนรับน้องอยู่แล้ว เรามาสร้างงานให้คนในวงการลิเกให้แผ่นดินสืบไป

เอกชัย : สิ่งที่น้องทำอยู่ตอนนี้คือการเลี้ยงครอบครัว ทำดีอยู่แล้วลูก สิ่งที่ต้องทำต่อไป คือหาตัวตนตัวเองเพื่อสร้างอาชีพต่อไป แฟนคลับและพวกเราทุกคนก็เป็นกำลังใจให้หนูนะ

 แน็กกี้ : ถ้ามาอยู่ด้วยกัน สนุกแท้อย่างแน่นอน จะมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะนะจ๊ะเพื่อน 

ฝากถึงแฟนๆ ที่ตีกันหรือเข้าใจเราผิด?

เอกชัย : คนเป็นแฟนคลับ รักในสิ่งที่ถูกต้อง เมื่อรักใครก็ขอให้รักแบบมีสติ อย่าเอาเรื่องนั้นชนเรื่องนี้ อย่าเอาคนโน้นไปเปรียบเทียบกับคนนั้น ทุกอย่างเป็นงานศิลปะที่ทำให้เรามีความสุข 

 ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama