มาเซราติ จับมือผู้กำกับชาวอิตาเลียน ทำคลิปสุดเท่ สะท้อนความเป็นที่สุดแห่งอิสระในการขับรถเปิดประทุน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802168

มาเซราติ จับมือผู้กำกับชาวอิตาเลียน ทำคลิปสุดเท่  สะท้อนความเป็นที่สุดแห่งอิสระในการขับรถเปิดประทุน

มาเซราติ จับมือผู้กำกับชาวอิตาเลียน ทำคลิปสุดเท่ สะท้อนความเป็นที่สุดแห่งอิสระในการขับรถเปิดประทุน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มาเซราติ แบรนด์รถหรูสัญชาติอิตาลี พร้อมนำเสนอหนังสั้นแห่งการเดินทางอันน่าตื่นตาตื่นใจ “The all-new Maserati GranCabrio. Our Ode to Joy” สร้างสรรค์โดย มาร์โก เจนทิล ผู้กำกับมือรางวัล เพื่อยกระดับ มาเซราติ กรันคาบริโอ (Maserati GranCabrio) ยนตรกรรมรุ่นล่าสุดจากค่ายตรีศูลที่ตอกย้ำความงามสไตล์อิตาเลียนและอิสระแห่งการขับขี่ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อผู้ที่ต้องการความตื่นเต้นและอิสระแห่งการขับขี่ในทุกวัน และผู้ที่มองหารถยนต์ที่เป็นเพื่อนคู่ใจที่จะร่วมสำรวจโลกกว้างในทุกเส้นทาง

จากการรังสรรค์ด้วยโปรดักชั่นเฮ้าส์ชื่อดัง มูฟวี่ แมจิค(Movie Magic) และฝีมือของ มาร์โก เจนทิล (Marco Gentile) ผู้กำกับมือรางวัลมากความสามารถชาวมิลาน หนังสั้นเรื่องนี้นำเสนอ มาเซราติ กรันคาบริโอ ในบรรยากาศอบอุ่นมีชีวิตชีวา และทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองซาเลนโต ในพูเกลีย ซึ่งเป็นบริเวณที่ยังคงความงดงามตามธรรมชาติ สะท้อนความหรูหราที่สื่อถึงจิตวิญญาณอิตาเลียนแท้ๆ ที่มีความโดดเด่น และไม่เหมือนใครในโลก ด้วยบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความรื่นรมย์สนุกสนานสไตล์อิตาเลียน มาพร้อมท่วงทำนองที่สอดคล้องกับประสบการณ์ในการขับขี่ที่งดงาม ที่พร้อมจะเติมความสุนทรีย์ในหัวใจและทุกวินาทีให้เต็มอิ่ม

“ร้องเพลงให้เหมือนว่าไม่มีใครแอบฟังอยู่ รักให้เหมือนกับไม่เคยอกหัก เต้นรำให้เหมือนกับไม่มีใครจ้องอยู่ และขับให้สนุก เพื่อรับรู้ถึงความสุดยอด” คือ คติที่ มาเซราติ เลือกมาอธิบายจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ยนตรกรรมรุ่นใหม่อย่าง มาเซราติ กรันคาบริโอ ซึ่งเป็นรถสปอร์ตที่ให้ความสบายและเติมสีสันให้ทุกกิโลเมตรในการขับขี่

หนังสั้นเรื่องนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อการเปิดตัว มาเซราติ กรันคาบริโอ โทรฟิโอ (GranCabrio Trofeo) สุดยอดยนตรกรรมที่ผลิตขึ้นในโมเดนา 100% และสื่อถึงประสบการณ์เหนือระดับในการขับบนถนน นับได้ว่าเป็นบทเพลงท่อนแรกที่เป็นเสมือนคลื่นในทะเล เป็นพลังแห่งธรรมชาติที่จะผสานรวมเข้ากับเครื่องยนต์ทรงพลังแรงรุ่นเน็ตทูโน (Nettuno) ขณะเดียวกันบทเพลง “Ode to Joy” ที่เริ่มต้นเบาๆ ราวเสียงกระซิบที่ค่อยๆก้าวเข้ามาก่อนระเบิดเป็นเพลงในเวอร์ชั่นร็อกที่แต่งขึ้นเป็นพิเศษเพื่อมาเซราติ กรันคาบริโอ ได้สร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง การแบ่งปัน อิสระ และความสุขอย่างแท้จริงแห่งความงามที่อยู่ล้อมรอบตัวเรา

คุณแหน : 2 พฤษภาคม 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802185

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● พระพรหมวชิรากร กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดราชผาติการามประธานฝ่ายสงฆ์ และ สุมนา อภินรเศรษฐ์รองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในโอกาสวันครบรอบวันคล้ายวันประสูติปีที่ 101 ณ เจดีย์ศรีมหาราช วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ 6 พ.ค.10.00 น. พร้อมพิธีถวายผ้าป่ามหากุศล โดยเสด็จพระราชกุศลเป็นกองทุนสร้างโรงทานราชนครินทร์…

●● รางวัล สุรินทราชา เป็นรางวัลเกียรติคุณที่สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย มอบแก่นักแปลและล่ามผู้มีผลงานดีเด่นเผยแพร่เป็นเวลานาน และสร้างคุณูปการแก่วงวรรณกรรม สังคม และประเทศชาติ ประจำปี 2567 แก่ นักแปลดีเด่น ได้แก่ รศ.จักรกฤษณ์ ดวงพัตรา,เจริญ มาลาโรจน์ (มาลา คำจันทร์), ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ, ไป๋ฉุน (Bai Chun)ประชา พิสุทธิกุล, ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์, ดร.ภาสุรี ลือสกุล, มุ่ย ภู่พกสกุล, รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ, รศ.ดร.สมพร วาร์นาโด,สุทธิศักดิ์ ปาลโพธิ์, รศ.สุรสิทธิ์ อมรวณิชศักดิ์,รศ.สุรัตน์ โหราชัยกุล ส่วนล่ามดีเด่น ได้แก่ดร.จารุวรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, สุทินนา รัตนสมโภชกุล…

●● สุนัขวัย 5 เดือนที่บ้านของ ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา สู้อากาศร้อนด้วยการที่เจ้าของเตรียมอ่างน้ำแข็ง ขวดน้ำแข็ง วางไว้ให้“น้องไข่พะโล้” ได้พักพิงเพลินๆ กับไอเย็นโดยเอาหน้าจิ้มลงไปในอ่าง..บ้านไหนมีสัตว์เลี้ยงแสนรักจะเลียนแบบบ้างก็ได้…

●● ยินดีกับ กมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อยเป็นว่าที่ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน…

●● สวด บุญทิวา ตังทัตสวัสดิ์ มารดาจิรพล ตังทัตสวัสดิ์ ศาลากวีนิรมิต (ศาลากลางน้ำ) วัดเทพศิรินทราวาส 30 เม.ย.-6 พ.ค. (4 พ.ค.งด) ฌาปนกิจ 7 พ.ค. 17.00 น.ร่วมทำบุญเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ…

●● 26 เม.ย.ครบ 131 ปี วันสถาปนาสภากาชาดไทย เชิญชวนดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ ภาพวาดฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการ สภากาชาดไทย ชุด แชทได้บุญแชร์ได้กุศล ชุดที่ 4 Chat & Charity EP.4สมทบทุนโครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย…

●● ศศิธร จันทรสมบูรณ์ พาคุณพ่อวัย 95 ดร.อมร และคุณแม่วัย 84 มุกดา จันทรสมบูรณ์ กับลูกสาว“น้องมิล” ไปรับอาหารค่ำฟิวชั่นที่ร้าน CrossBKK อร่อยประทับใจมากจึงต้องจองคิวครั้งต่อไป..จะได้รับทานในอีก 2 ปีข้างหน้าคือปี 2569…●●

น้อง

‘ไชยา มิตรชัย’ คว้ารางวัล ‘ศิลปินนักบริหารที่ประสบความสำเร็จแห่งปี’ ครั้งแรกในชีวิต

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802181

‘ไชยา มิตรชัย’ คว้ารางวัล ‘ศิลปินนักบริหารที่ประสบความสำเร็จแห่งปี’ ครั้งแรกในชีวิต

‘ไชยา มิตรชัย’ คว้ารางวัล ‘ศิลปินนักบริหารที่ประสบความสำเร็จแห่งปี’ ครั้งแรกในชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หลังก้าวสู่การเป็นผู้บริหารในแวดวงผลิตภัณฑ์อาหารเสริม พระเอกลิเก นักร้อง นักแสดง คอมเมนเตเตอร์ และ นักเอนเตอร์เทนเนอร์คนดัง “ไชยา มิตรชัย”เจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมDextra Wiirook Plus คว้า 2 รางวัล ในงาน “THE WORLD’S AWARDS 2024” กับรางวัล “ศิลปินนักบริหารที่ประสบความสำเร็จแห่งปี” และรางวัล “ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งปี”ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่มีความโดดเด่นณ ซีดีซี บอลรูม (CDC Ballroom) เมื่อเร็วๆ นี้

ไชยา มิตรชัย กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ผมเติบโตจากสายอาชีพการแสดงมีรางวัลมากมายจากหลากหลายสาขาการแสดง แต่ครั้งนี้เป็นรางวัลด้านการบริหารเป็นครั้งแรก ความสำเร็จครั้งนี้ ผมต้องขอขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท ไทยเอฟดี เฮลท์แคร์ จำกัดที่ร่วมผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ สินค้า เด็กซ์ตร้าวีรุค พลัส ผลิตจาก สารสกัดเข้มข้นจากบิลเบอร์รี่ 200 มิลลิกรัม สารสกัดจากดอกดาวเรือง สารสกัดจากซีบัคธอร์น และวิตามิน A E C ที่มีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตา ให้ความชุ่มชื้น ลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา

แนวคิดปรัชญาการทำงานผมยึดหลักคำนึงคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดในการผลิตสินค้าคือ เราจะต้องตอบโจทย์ความต้องการของตัวเราและครอบครัวคนที่เรารัก เมื่อพบว่าดี ก็อยากส่งต่อไปยังทุกๆ คนลูกค้าเปรียบเสมือนครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น ผมภูมิใจที่สามารถเพิ่มความสุขรอยยิ้มในวงกว้างขึ้นกระแสตอบรับดีเกินคาดและลูกค้าให้ความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง ปีที่ผ่านมายอดขายแตะหนึ่งร้อยยี่สิบล้านแล้วนับเป็นความสำเร็จและเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าพอใจแบบเกินคาด”

ทั้งนี้ แบรนด์ เด็กซ์ตร้าวีรุคพลัสดำเนินธุรกิจก้าวสู่ปีที่ 2 โดยยึดมั่นในการคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพ คำนึงถึงคุณประโยชน์และความปลอดภัยมาลำดับแรก วางกรอบกลยุทธ์การตลาด จริงใจในการส่งต่อสุขภาพตาที่ดี จึงประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมจากกลุ่มเป้าหมายหลัก คือผู้สูงวัยและกลุ่มเป้าหมายรอง คือทุกเพศทุกวัย ซึ่งกระแสตอบรับดีเกินคาดและลูกค้าให้ความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง

“การได้รับรางวัลทั้ง 2 รางวัล “ศิลปินนักบริหารที่ประสบความสำเร็จแห่งปี” และรางวัล “ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งปี” ในครั้งนี้ผมขอขอบคุณกรรมการทุกท่าน ขอบคุณลูกค้าทุกคน เป็นกำลังใจที่จะทำให้ผมและพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท ไทยเอฟดี เฮลท์แคร์ จำกัด พร้อมที่จะมอบสิ่งดีๆ สู่ดวงตาทุกดวงของทุกๆ คน”

นอกจากนี้ บริษัท ไทยเอฟดีเฮลท์แคร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้า เด็กซ์ตร้าวีลิน ยังได้รับรางวัล “ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพยอดเยี่ยมแห่งปี” โดยร่วมกับนักธุรกิจหน้าใหม่ ต้าร์ เบญญาภา แก้วตั้งขึ้น รางวัลดังกล่าวมาจากความเชื่อมั่นในสินค้า รวมถึงเป็นผู้ใช้จริง โดยมั่นใจถึงความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสินค้า เด็กซ์ตร้าวีลิน ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดสมัยใหม่ที่น่าสนใจ มีทัศนคติในเชิงบวก ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ด้วยการวางแผนธุรกิจตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

FENDI Casa เปิดตัวบทใหม่ของการเดินทาง ในงาน Milan Design Week 2024

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802186

FENDI Casa เปิดตัวบทใหม่ของการเดินทาง ในงาน Milan Design Week 2024

FENDI Casa เปิดตัวบทใหม่ของการเดินทาง ในงาน Milan Design Week 2024

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ปิดฉากลงแล้วสำหรับงาน Milan Design Week 2024 ที่รวบรวมงานดีไซน์ของแบรนด์ดังระดับโลกมาไว้มากมาย ทุกๆ ปีจะมีการจัดแสดงผลงานการออกแบบจากดีไซเนอร์หลากหลายแขนง ทั้งงานสถาปัตยกรรม เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องประดับตกแต่งบ้าน คอลเลคชั่นแห่งปีหรือคอลเลคชั่นล่าสุด ซึ่งรวมถึง FENDI ที่เปิดตัวคอลเลคชั่น FENDI Casa 2024 ในงานนี้ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ที่นับเป็นการสร้างโลกแห่งความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดของแบรนด์ ซึ่งวางจำหน่ายแล้วที่บูติก FENDIทั่วโลกและบน fendi.com

FENDI Casa ก่อตั้งขึ้นจากวิสัยทัศน์ของผู้อำนวยการสร้างสรรค์อย่าง Silvia Venturini Fendi คอลเลคชั่น FENDI Casa 2024 นี้มีความเกี่ยวโยงกับแนวคิดพื้นฐานอันประกอบไปด้วย แนวคิดความแท้จริงที่รวบรวมการค้นคว้าและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านการออกแบบ ตามมาด้วยแนวคิดความปรารถนา ซึ่งถ่ายทอดความล้ำค่าของเมซงผ่านองค์ประกอบต่างๆ อาทิ โลโก้ FF ลวดลายไอคอนิกอย่างแพทเทิร์น Paquin และความเชี่ยวชาญในการเลือกใช้วัสดุ สุดท้ายคือ แนวคิดความเป็นเอกลักษณ์ ที่จินตนาการมาพร้อมกับทักษะฝีมืออันโดดเด่น นอกจากนี้ ยังมีการค้นคว้าผลงานอันแปลกใหม่เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับคอลเลคชั่นนี้รวมไปถึงสำหรับรายละเอียดการตกแต่ง และการตีความใหม่ซึ่งกลับมาอีกครั้งพร้อมกับไอคอนิกของเมซง

คอลเลคชั่นของประดับตกแต่งบ้านใหม่ ที่ออกแบบภายใต้การดูแลสร้างสรรค์ของ Silvia มีการสอดแทรก FENDI ready-to-wear และแอคเซสซอรี่เข้าไปอีกด้วย เอกลักษณ์ของ FENDI อย่างโลโก้ FF โลโก้ O’Lock และลายทาง Pequin ได้ถูกปรับเปลี่ยนรูปทรงให้เป็นลวดลายตกแต่งที่สอดคล้องกับตัวตนของเมซง รวมถึงงานฝีมือขั้นสูง วัสดุและทักษะฝีมือได้ถูกเลือกสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เข้ากับความหรูหราของคอลเลคชั่นนี้ ตั้งแต่ไม้ธรรมชาติแกะสลัก หนังสานโดยช่างฝีมือ ไปจนถึงโลหะเงินและทอง

ไลน์สินค้าภาชนะบรรจุภัณฑ์อย่าง Art de la Table รังสรรค์จากพอร์ซเลน Limoges ชั้นเลิศจากฝรั่งเศส และถูกตกแต่งด้วยการสลับไขว้ของโลโก้ FENDI O’Lock ในสีสันประจำฤดูกาลนี้อย่างสีแดงอิฐและสีชมพู โดดเด่นด้วยความหรูหราจากสีทอง เซต FENDI Art de la Tableได้รังสรรค์แก้วชากาแฟให้สะท้อนถึงความสง่างาม ซึ่งแก้วน้ำ กาน้ำชา และแก้วกาแฟ ล้วนถูกออกแบบด้วยฝาอันหรูหราประดับด้วยโลโก้ O’Lock สีทอง มากไปกว่านั้นเซตภาชนะบรรจุภัณฑ์ยังโดดเด่นด้วยไลน์สินค้าใหม่อย่างแก้วน้ำสีสัน มาพร้อมกับลายเส้นแนวตั้งชวนให้นึกถึงลายทาง Pequin และการสลักโลโก้ FF

โซฟา Parsifal ของ Thierry Lemaire พร้อมด้วยเก้าอี้นั่ง Mrs. Parsifal ที่มีขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยหมอนใบใหญ่สองใบที่มีลวดลายโลโก้ไอคอนิก Pequin ประดับอยู่ด้านข้างของที่นั่ง รวมถึงเก้าอี้ Adrian และ Audrette ของ Stefano Gallizioli ยังเข้ากันได้ดีกับเก้าอี้ Audrey ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าขายดีของคอลเลคชั่น ที่ผ่านมา เก้าอี้ Ottavia ของ Cristina Celestino มาในรุ่นใหม่อย่าง Lazy Ottavia ซึ่งเป็นอาร์มแชร์ที่โอบรัดและสะดวกสบายเป็นพิเศษ โดดเด่นด้วยเก้าอี้สตูลขนาดเล็กที่สามารถใช้เป็นโต๊ะข้างได้ อีกทั้ง เบาะนั่งยังมีให้เลือกหลากหลายแบบ โดยมีการหุ้มด้วยหนังแกะสำหรับ Milan Design Week 2024

หมอนในคอลเลคชั่นนี้มาพร้อมดีเทลการถักเปียจากหนังและแคชเมียร์อันเป็นเอกลักษณ์ และยังมีโลโก้ FF ที่ซ่อนอยู่ในลายแถบแนวนอนและแนวผ้า ในส่วนของถาดหนังได้รับการบุด้วยวัสดุชนิดเดียวกัน และเทคนิคเดียวกันยังปรากฏในกล่องทรงกลมขนาดต่างๆ อีกด้วย โดยสิ่งทอสำหรับของตกแต่งบ้านที่มาในโลโก้ FF ในเนื้อผ้าแคชเมียร์สองชั้นมีให้เลือกสรรในสีโทนสีธรรมชาติและสีแดงอิฐ ดังพบในหมอนและผ้าห่มเนื้อนุ่มขนาดต่างๆ เหมาะสมสำหรับการเพิ่มกลิ่นอาย FENDI ที่อบอุ่นให้แก่ทุกห้อง

ด้วยความมุ่งมั่นในการแสดงความโดดเด่น คอลเลคชั่น FENDI Casa ในปีนี้จึงจัดแสดงผลงานของ Jonas Van Put ดีไซเนอร์หนุ่มชาวเบลเยียม โดยผลงานของเขาคือ
โต๊ะกาแฟ FF Kiss (โต๊ะหินอ่อนกรุขอบไม้ที่สร้างลวดลาย Pequin บนฐานสร้างด้วยแผ่นโลหะโค้งสองแผ่นที่แทบจะสัมผัสกันไม่ได้) และโต๊ะกาแฟ Lunar ซึ่งนำเสนอความงามตามธรรมชาติของวัสดุหินอ่อนลายจุดที่มาในทรงกลม ตัดกันกับความไม่สมมาตรและความเข้มงวดของฐานแผ่นโลหะทรงโค้งที่มีขาข้างเดียวและหุ้มด้วยหนัง

โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ จับมือ บิล เบ็นสลีย์ พร้อมเพื่อนศิลปิน จัดกิจกรรมเพื่อการกุศลอนุรักษ์สัตว์ป่า ‘CALL OF THE CARDAMOMS’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802167

โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ จับมือ บิล เบ็นสลีย์ พร้อมเพื่อนศิลปิน  จัดกิจกรรมเพื่อการกุศลอนุรักษ์สัตว์ป่า ‘CALL OF THE CARDAMOMS’

โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ จับมือ บิล เบ็นสลีย์ พร้อมเพื่อนศิลปิน จัดกิจกรรมเพื่อการกุศลอนุรักษ์สัตว์ป่า ‘CALL OF THE CARDAMOMS’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ จัดกิจกรรมเพื่อการกุศล ในงาน “Call of the Cardamoms” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับโรงแรม Shinta Mani Hotels ในกัมพูชาและมูลนิธิ Shinta Mani เพื่อนำเสนอกิจกรรมที่สนุกตื่นเต้นเร้าใจเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2567 ตามด้วยนิทรรศการศิลปะระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 6-31 พฤษภาคมนี้ เพื่อระดมทุนและสร้างความตระหนักรู้ในการอนุรักษ์ป่าฝนแห่งเทือกเขาบรรทัด (Cardamom Rainforest) ซึ่งเป็นปอดสีเขียวแห่งสุดท้ายของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีความสำคัญทั้งในแง่สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมของประเทศไทย กัมพูชา และภูมิภาคนี้

นิทรรศการศิลปะครั้งนี้ได้รับเกียรติจากหลากหลายศิลปิน เข้าร่วมนำเสนอมุมมองและนำผลงานศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองมาจัดแสดง ผ่านผลงานที่สร้างสรรค์ นวัตกรรม และการสำรวจทางวัฒนธรรมในนิทรรศการ

บิล เบนส์ลีย์ (Bill Bensley) เป็นสถาปนิก นักออกแบบภายใน และภูมิสถาปนิก มีผลงานออกแบบโรงแรมมากกว่า 200 แห่งและหลายแห่งได้รับรางวัลมากมาย นอกจากนี้ เขายังเป็นศิลปินนอกกระแส (Outsider Artist) ที่มีผลงานมากมาย ทุกสิ่งที่เขาทำมีเป้าหมาย นับตั้งแต่ปี 2007 บิลได้ให้การสนับสนุนชาวกัมพูชาผ่านทางมูลนิธิ Shinta Mani และช่วยปกป้องป่าฝนในกัมพูชา รายได้ทั้งหมดจากนิทรรศการนี้จะนำไปใช้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมสำคัญดังกล่าว เบนส์ลีย์ ร่วมกับ Baker-McGuire ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ระดับหรูสัญชาติอเมริกัน เพื่อสร้างสรรค์ไลน์ผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า WILD ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสัตว์ป่าใน Cardamom Rainforest และจะเปิดตัวผลงานที่เลือกสรร 12 ชิ้น จากคอลเลคชั่นWILD ดังกล่าวในงานนี้ นอกจากนี้ บิลยังได้ร่วมกับ จิม ทอมป์สัน ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไหมไทย เพื่อผลิตผ้าตกแต่งภายในคอลเลคชั่นใหม่ๆ สำหรับทำเป็นผ้าม่าน เบาะ และผ้าคลุม รูปแบบที่เลือกสรรจากคอลเลคชั่นใหม่ที่มีชีวิตชีวานี้จะถูกจัดแสดง พิมพ์ และผลิตโดยจิม ทอมป์สัน ส่วนบิลจะนำผลงานศิลปะต้นฉบับของเขามาจัดแสดงด้วยหลายชิ้น

เคท สเปนเซอร์ (Kate Spencer) มีพื้นเพจากยอร์กเชียร์ แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในเกาะเซนต์คิตส์ (St. Kitts) นำเสนอคอลเลคชั่นภาพวาดสีน้ำมันและภาพวาดโดยใช้ถ่าน (charcoal drawing) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันที่สดใสและรูปทรงอันนุ่มนวลของสภาพแวดล้อมในทะเลแคริบเบียนในเขตประเทศที่เธออาศัยอยู่, วศินบุรีสุพานิชวรภาชน์ ศิลปินไทยที่โด่งดังจากผลงานเซรามิก ท้าทายการรับรู้ของผู้คนด้วยผลงานที่กระตุ้นความคิดที่ผสมผสานความเป็นจริงและเหนือจริงเข้ากับอารมณ์ขันและการประชดประชันอย่างมีชั้นเชิง

Underwood Factory Phuket นำโดย จอห์น อันเดอร์วูด (John Underwood) จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้านที่ประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม, เทรย์ เฮิร์ส (Trey Hurst) เป็นศิลปินทัศนศิลป์และนักออกแบบ เกิดและเติบโตในแบตันรูช (Baton Rouge) รัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา และปัจจุบันอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ผลงานที่เป็นนามธรรมของเขา คือ การฝึกสร้างลวดลายโดยใช้ฝีแปรงปัดไปมาซ้ำๆ หลายรอบ ผลงานของเฮิร์สส่วนใหญ่จะเป็นภาพวาดหมึกและสีน้ำแบบนามธรรมบนกระดาษสาทำมือ และภาพวาดที่ใช้สีเข้มสะดุดตาและลงฝีแปรงหนักๆ บนผืนผ้าใบที่ไม่ผ่านการลงสีรองพื้นใดๆ โดยเขาได้รับแรงบันดาลใจจากการสร้างลวดลายที่ต่อเนื่องและรีเมกลวดลายหม่ๆ ในอาคารสถานที่ที่มนุษย์สร้างขึ้น เส้นสาย และตารางของโครงสร้างพื้นฐานในเขตเมืองรวมถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นกับธรรมชาติ

เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ หรือที่รู้จักในชื่อ “มุก” ผสมผสานเทคนิคการทอผ้าแบบดั้งเดิมเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย ทำให้เกิดงานศิลปะสิ่งทอที่นอกจากเสพผ่านสายตาแล้วยังเสพผ่านการสัมผัสได้อีกด้วย ซึ่งกระตุ้นอารมณ์ได้หลากหลาย, ออเบรย์ เคอร์ลานสกี(Aubrey Kurlansky) ศิลปินและนักออกแบบที่รักการวาดภาพ ออกแบบ ภาพถ่าย และสร้างสรรค์ภาพที่สวยงาม เขาชอบทำผ้าพันคอไหมเป็นพิเศษ สำหรับนิทรรศการนี้ เขาต้องการสร้างความตระหนักเรื่องการลักลอบค้ามากที่สุด ได้แก่ ตัวลิ่น รวมถึงการเชิดชูสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่พบในป่าพนมกระวาน เช่นกระทิง หมีพระอาทิตย์ และเสือดาวลายเมฆ

Palat Studio และ P45 Space นำเสนอเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสัตว์ในป่าพนมกระวาน โดยผสมผสานความยิ่งใหญ่ตระการตาของยุโรปเข้ากับกลิ่นอายของเอเชียในการออกแบบที่หรูหราและซับซ้อน, เอริค เรซีน่า (Eric Raisina) นักออกแบบแฟชั่นที่อยู่ในเสียมเรียบ ผสมผสานสิ่งทอแบบดั้งเดิมของมาดากัสการ์เข้ากับเทรนด์แฟชั่นร่วมสมัย สร้างสรรค์ผลงานโอต์กูตูร์ที่มีชีวิตชีวาและหรูหรา, บรูซ ปาชาค (Bruce Pashak) ศิลปินชาวแคนาดา เชิญชวนผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งการต่อต้านการเล่าเรื่องที่เป็นนามธรรม โดยใช้ภาพ ข้อความ และเทคโนโลยีเพื่อสร้างรูปแบบศิลปะที่กระตุ้นความคิดที่ท้าทายการรับรู้แบบเดิมๆ

กิจกรรมนี้จัดขึ้นในวันที่ 2, 3 และ 4 พฤษภาคม ที่ The House on Sathorn โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ซึ่งเป็นร้านอาหารและสถานที่พบปะสังสรรค์ที่มีอายุ 135 ปี ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่อย่างหรูหรา การเปิดใช้งานครั้งนี้จะช่วยให้นักสำรวจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้สัมผัสกับประสบการณ์อาหารค่ำที่รังสรรค์โดยเชฟชื่อดังหลายท่าน แฟชั่นโชว์ที่ช่วยกระตุ้นจิตสำนึกรับผิดชอบ นิทรรศการศิลปะและประสบการณ์สุดพิเศษจาก Marriott Bonvoy Moments™ ร่วมกับ Bill Bensley สถาปนิกผู้บุกเบิกนักออกแบบตกแต่งภายในและภูมิทัศน์และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวยง นิทรรศการศิลปะ “Call for the Cardamoms” จะเปิดให้ชมตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม จนถึงสิ้นเดือน เพื่อต้อนรับผู้มาเยี่ยมชมให้ได้สัมผัสประสบการณ์อันมหัศจรรย์

The Art of Orchestration

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802155

The Art of Orchestration

The Art of Orchestration

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

จบไปแล้วกับกิจกรรม “The Art of Orchestration” ส่วนหนึ่งของโครงการ Music Appreciation Program ที่จัดโดย #หอศิลปกรุงเทพฯ ร่วมกับ โรงเรียนดนตรียามาฮ่า ประเทศไทย ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 #หอศิลปกรุงเทพฯเมื่อวันเสาร์ที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมากิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการเสวนาเกี่ยวกับการใช้ดนตรีประกอบในภาพยนตร์แอนิเมชั่น และสื่อบันเทิงต่างๆ ด้วยคำถามที่ว่าดนตรีประกอบสามารถเข้าถึงผู้ชมหลายช่วงวัยและสร้างอารมณ์ร่วมได้อย่างไร โดยมี ผศ.ดร.ธนพลเศตะพราหมณ์ หัวหน้าภาควิชาการอำนวยเพลงและรวมวงใหญ่ ประธานหลักสูตรดุริยางคศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายดนตรีของวง Thailand PhilharmonicOrchestra (TPO) ผู้จุดประกายปรากฏการณ์คอนเสิร์ตดนตรีจากอนิเมะและวีดีโอเกมรูปแบบออร์เคสตราในประเทศไทย, อ.พัทธ์ธีรา สุตัณฑวิบูลย์ ผู้จัดการสถาบันดนตรียามาฮ่า อาจารย์เปียโนและทฤษฎีดนตรีผู้มีความสนใจหลากหลายทั้งด้านการประพันธ์เพลงและจิตวิทยาดนตรี และ อ.คคนางค์หวังเชิดชูวงศ์ อาจารย์ภาควิชาอิเล็กโทน สถาบันดนตรียามาฮ่า ร่วมเป็นวิทยากร นอกจากนี้ ยังมีการแสดง Electone Solo และ Electone Ensemble โดยนักเรียนคัดสรรจากโรงเรียนดนตรียามาฮ่าอีกด้วย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของMusic Appreciation Program โครงการเสวนาและฟังดนตรีแบบกลุ่มเพื่อสร้างความสนใจความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแง่มุมต่างๆ ของดนตรี รวมถึงความหลากหลายของดนตรีประเภทต่างๆ เช่น การประพันธ์เพลง ดนตรีประกอบ ดนตรีแจ๊ส และดนตรีคลาสสิกโดยจัดกิจกรรมดนตรีเสวนาในรูปแบบ Talk and Listening ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้พัฒนาทักษะการฟังและมีประสบการณ์ทางดนตรีที่หลากหลายสร้างความเข้าใจถึงดนตรีที่นับว่าอยู่นอกกระแสความนิยมหลัก แต่มีส่วนสำคัญในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ชมได้เข้าถึงสุนทรียภาพในการเสพดนตรีอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

สมาคมกงสุลฯ จัดประชุมใหญ่ประจำปีพร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802182

สมาคมกงสุลฯ จัดประชุมใหญ่ประจำปีพร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่

สมาคมกงสุลฯ จัดประชุมใหญ่ประจำปีพร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.ชุมพล พรประภา กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์สาธารณรัฐฟิจิ และประธานสมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) เป็นประธานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ที่ปรึกษาฯ อาทิ ดร.ศรีภูมิ ศุขเนตร สุนทร อรุณานนท์ชัย สมบัติ เลาหพงศ์ชนะ ณพ ณรงค์เดช นวลพรรณ ล่ำซำอัสวานี บาจาชจ์ จักร จามิกรณ์ ดร.อิสระเสรีวัฒนวุฒิ พัชรพิมล ยังประภากร ดร.เกรียงศักดิ์เจริญวงศ์ศักดิ์ ฯลฯ และถือโอกาสต้อนรับสมาชิกใหม่ กงสุลฯ สาธารณรัฐจิบูตี ปิดท้ายด้วยการร่วมรับประทานอาหารพบปะสังสรรค์กับสมาชิกสมาคมกงสุลฯ ณ ห้องปาเทลา โรงแรมเบลแอร์ สุขุมวิท เมื่อเร็วๆ นี้

นีเวีย ชวนสร้างพลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งผ่านโครงการ ‘นีเวีย ชวนแชร์’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802180

นีเวีย ชวนสร้างพลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งผ่านโครงการ ‘นีเวีย ชวนแชร์’

นีเวีย ชวนสร้างพลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งผ่านโครงการ ‘นีเวีย ชวนแชร์’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วินเซนต์ วอร์เนอรี่

เมื่อการดูแลยามเจ็บไข้ไม่ใช่เพียงการรักษาทางการแพทย์ แต่ยังรวมถึงการดูแลและการแสดงถึงความเข้าใจและห่วงใย โดยเฉพาะ “มะเร็ง” โรคที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประชากรทั่วโลก นีเวีย เปิดโครงการ “นีเวีย ชวนแชร์ ส่งต่อความห่วงใยสร้างพลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็ง” (NIVEA Supporting Moment of Care) มอบรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์นีเวีย หนึ่งบาทต่อหนึ่งชิ้น รวมสูงสุดสามล้านบาท ผ่านร้านค้าพันธมิตรที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง 24 มิถุนายน2567 โดยจะมอบให้แก่มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง เพื่อใช้ในกิจกรรมการดูแลและสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัวให้ตระหนักรู้และเข้าใจโรคมะเร็ง สามารถดูแลรักษาตนเองได้อย่างถูกต้อง รวมถึงกิจกรรมที่สร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งให้มีแรงใจสามารถต่อสู้กับโรคมะเร็งต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง

โครงการนี้เป็นหนึ่งในปฏิญาณและภารกิจระดับโลกของ ไบเออร์สด๊อรฟที่เล็งเห็นถึงปัญหาในองค์กรจึงต้องการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและส่งเสริมความคิดเชิงบวกในองค์กรเพื่อให้พนักงานเหล่านั้นได้มีกำลังใจและรับมือกับโรคร้ายได้อย่างเข้มแข็ง เพราะการสำรวจของบริษัทพบว่า 46% ของพนักงานไบเออร์สด๊อรฟได้รับผลกระทบจากภาวะเจ็บป่วยวิกฤตอย่างโรคมะเร็ง และเลือกจะไม่เปิดเผยให้ที่ทำงานรู้ และ 64% ของพนักงานเชื่อว่าภาวะเจ็บป่วยวิกฤตเป็นเสมือนตราบาปในที่ทำงาน จึงทำให้ไบเออร์สด๊อรฟต้องการหาวิธีที่จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตให้กับพนักงานและบุคคลแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบ

ในวันมะเร็งโลกประจำปี 2566 (World Cancer Day 2023) ไบเออร์สด๊อรฟ ได้ทำงานร่วมกับเหล่าพันธมิตรในการริเริ่ม “ปฏิญาณว่าด้วยการทำงานร่วมกับมะเร็ง” (Working with Cancer Pledge) ขึ้นและได้ออกเป็นนโยบาย “ภาวะเจ็บป่วยวิกฤตระดับโลก” (Global Critical Illness Policy) ในอีกหนึ่งปีให้หลัง โดยมีการกำหนดมาตรฐานขั้นพื้นฐานสำหรับ พนักงานไบเออร์สด๊อรฟทุกคนทั่วโลก โดยทางองค์กรจะให้การสนับสนุนพนักงานและสมาชิกครอบครัวของพนักงานที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นมะเร็งหรือโรคอื่นที่คุกคามถึงชีวิตให้มีสิทธิได้รับสวัสดิการและความคุ้มครองในการทำงานอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมเช่น การรักษาสถานภาพงานเป็นเวลาหนึ่งปี พร้อมรับเงินค่าจ้างเต็มจำนวน

สเตฟานี แบร์โรล

นายวินเซนต์ วอร์เนอรี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟจำกัด กล่าวว่า “ที่ไบเออร์สด๊อรฟ สุขภาวะและสุขภาพที่ดีของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด การเจ็บป่วยที่คุกคามชีวิตเป็นประสบการณ์ที่ไม่ว่าใครย่อมไม่อยากถูกทอดทิ้งและกังวลถึงสถานะหน้าที่การงาน หรือความมั่นคงทางการเงิน นอกเหนือจากที่ต้องเผชิญกับการรับการรักษาแล้ว ผมรู้สึกดีใจที่นโยบาย “ภาวะเจ็บป่วยวิกฤตระดับโลก”ช่วยให้เราสามารถแบ่งเบาความกังวลของพนักงานเราทั่วโลกที่ประสบภาวะเจ็บป่วยวิกฤตในช่วงเวลาที่ยากลำบากและช่วยให้พวกเขาได้ใช้เวลาไปกับการรักษาตัวอย่างเต็มที่ คำว่า Care ที่ไบเออร์สด๊อรฟ มีความหมายเกินกว่าการดูแลผิวพรรณ และมันยังฝังรากลึกอย่างแข็งแกร่งในวัฒนธรรมองค์กรของพวกเรา การยอมรับและแบ่งปันความห่วงใยซึ่งกันและกันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่มันเป็นการแสดงให้เห็นถึงมนุษยธรรม ซึ่งความเห็นอกเห็นใจนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยู่เคียงข้างกันเสมอ”

โครงการ “นีเวีย ชวนแชร์ ส่งต่อความห่วงใยสร้างพลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็ง” (NIVEA SupportingMoment of Care) เกิดขึ้นเพราะต้องการช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วยมะเร็งทุกประเทศในอาเซียน และยังเป็นการต่อยอดจากนโยบายของบริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ จำกัด ประเทศเยอรมนี เจ้าของแบรนด์นีเวีย อีกด้วย สำหรับประเทศไทย นีเวียจะมอบรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นีเวียทุกประเภท หนึ่งบาทต่อหนึ่งชิ้นรวมสูงสุดสามล้านบาทแก่มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง เพื่อนำไปจัดทำกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจแก่ผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น อาสาสมัครร่วมในกลุ่มไลน์อาสาเพื่อนมะเร็ง เวิร์กช็อปเรียนรู้และเข้าใจการดูแลรักษามะเร็ง กลุ่มพูดคุยแนะแนวและสร้างกำลังใจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้ป่วยมะเร็ง และเวิร์กช็อปทำงานแฮนด์เมดเป็นของให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็ง นอกจากนี้ นีเวียยังร่วมสนับสนุนในการดูแลผู้ป่วยด้วยการช่วยเหลือในการเดินทางไปรับการรักษา และมอบผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณนีเวีย ได้แก่ นีเวียครีมตลับสีฟ้า จำนวน 2,000 ชิ้น นีเวียแฮนด์ครีมจำนวน 5,000 ชิ้น และนีเวียลิปแคร์ จำนวน 5,000 ชิ้น แก่ผู้ป่วยมะเร็งในความดูแลของมูลนิธิเครือข่ายมะเร็งและพันธมิตรอีก 11 แห่ง ทั่วประเทศ

นางสาวสเตฟานี แบร์โรล รองประธานกรรมการอาวุโส ภูมิภาคอาเซียน บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ กล่าวเสริมว่า “โครงการ นีเวีย ชวนแชร์ส่งต่อความห่วงใยสร้างพลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็ง (NIVEA Supporting Moment of Care) เป็นอีกบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นถึงพันธกิจของเราอย่าง CareBeyond Skin ที่เป็นมากกว่าแค่การส่งมอบผลิตภัณฑ์ดูแลผิวคุณภาพเยี่ยม แต่ยังเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ทั้งสำหรับผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และสังคม ซึ่งสอดรับกับนโยบาย “ภาวะเจ็บป่วยรุนแรง” ที่เป็นสวัสดิการให้แก่พนักงานของ ไบเออร์สด๊อรฟ ทั่วโลก และต่อยอดมาสู่เพื่อนร่วมสังคมทั้งในระดับอาเซียน และในประเทศไทย เพราะนีเวียไม่เพียงดูแลแค่ผิวกายภายนอก แต่เรายังดูแลถึงจิตใจภายใน โดยเฉพาะช่วงเวลาเจ็บป่วย และเผชิญโรคร้าย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนต้องการพลังใจรวมทั้งอยากได้ความห่วงใยและความเข้าใจจากคนรอบตัว โครงการนี้นอกจากมุ่งหวังที่จะช่วยแบ่งปัน ความห่วงใยไปยังผู้ป่วยมะเร็งและผู้ดูแลให้ได้รับความรู้ในการดูแลรักษามะเร็งอย่างถูกต้องแล้วเรามุ่งหวังที่จะช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยสามารถเผชิญโรคร้ายด้วยพลังใจที่เข้มแข็ง ให้สามารถก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่อยากลำบากไปได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปในอนาคต”

บุญรอดฯ รวมพลังพนักงาน-คนครอบครัวสิงห์ บริจาคโลหิตกว่า 2.4 ล้านซีซี ให้สภากาชาดไทย ในโอกาสครบรอบ 90 ปี บ.บุญรอดบริวเวอรี่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802154

บุญรอดฯ รวมพลังพนักงาน-คนครอบครัวสิงห์ บริจาคโลหิตกว่า 2.4 ล้านซีซี  ให้สภากาชาดไทย ในโอกาสครบรอบ 90 ปี บ.บุญรอดบริวเวอรี่

บุญรอดฯ รวมพลังพนักงาน-คนครอบครัวสิงห์ บริจาคโลหิตกว่า 2.4 ล้านซีซี ให้สภากาชาดไทย ในโอกาสครบรอบ 90 ปี บ.บุญรอดบริวเวอรี่

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ภูริต ภิรมย์ภักดี กก.ผจญ.บจ.บุญรอดบริวเวอรี่ เป็นตัวแทนส่งมอบโลหิตกว่า 2.4 ล้านซีซี ให้กับศูนย์บริจาคโลหิตฯ สภากาชาดไทย ในโอกาสครบรอบ 90 ปีของบริษัทฯ ที่รวมพลังพนักงานบริษัทบุญรอดฯ ทั่วประเทศ เครือข่ายสิงห์อาสา และนักกีฬาสิงห์ ร่วมบริจาคโลหิต โดยมี รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย บุญเกียรติ เมธีทัศนีย์, รวินทร์ ชมพูนุชธานินทร์ ผู้แทน บจ.บุญรอดบริวเวอรี่, อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ นักกอล์ฟอาชีพ และ เอกสิทธิ์ จูมเจริญ นักกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอลทีมชาติไทย ร่วมงานที่อาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์

บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด จัดโครงการบริจาคโลหิต มอบให้กับศูนย์บริจาคโลหิตฯ สภากาชาดไทย ในโอกาสครบรอบ 90 ปี ของบริษัทฯ รวมพลังพนักงานทั่วประเทศ เครือข่ายสิงห์อาสา และนักกีฬาสิงห์ ร่วมบริจาค ได้โลหิตกว่า 2,409,400 ซีซี โดยมี ภูริต ภิรมย์ภักดีกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นผู้ส่งมอบให้กับรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงดุจใจชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ที่อาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์

ภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่จำกัด เปิดเผยว่า “เนื่องในโอกาสที่บุญรอดฯ ครบรอบ 90 ปี บริษัทฯ จึงใช้โอกาสนี้จัดกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคม เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของพระยาภิรมย์ภักดี ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมดูแลสังคม ให้สังคมเติบโตอย่างแข็งแรงไปพร้อมๆ กัน จึงเป็นที่มาของโครงการฯ โดยการสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรของบุญรอดฯ และบริษัทในเครือ ได้ร่วมกันเป็นผู้ให้โดยการบริจาคโลหิต โดยมีเป้าหมายให้ได้ 900,000 ซีซีภายในปี 2566 เพื่อให้สภากาชาดไทยได้นำไปช่วยชีวิตผู้ป่วยต่อไป ซึ่งจากการจัดกิจกรรมตลอดปี 2566 มีผู้สนใจเข้าร่วมบริจาคโลหิต ทั้งบุคลากรของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และบริษัทในเครือ, บางกอกกล๊าสฯ, สิงห์ เอสเตท, เครือข่ายสิงห์อาสา และครอบครัวนักกีฬาสิงห์ จนเมื่อจบโครงการฯ สามารถรวมปริมาณได้สูงถึง 2,409,400 ซีซี นับเป็นความภูมิใจที่บริษัทฯ ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ประโยชน์แก่สังคม”

ทางด้าน รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “สภากาชาดไทยต้องขอขอบคุณบริษัท บุญรอดฯ ที่จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราประสบปัญหาขาดแคลนเลือดอยู่บ่อยครั้ง ทั้งหมู่โลหิตพิเศษหายาก หรือหมู่โลหิตปกติแต่มีความต้องการสูง เช่นผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลต่างๆ หรือในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการมีเลือดสำรองในระบบเพียงพอ จะช่วยการันตีได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับโอกาสต่อชีวิต ได้กลับคืนสู่ครอบครัวอีกครั้ง”

บริติช เคานซิล เปิดเส้นทางแห่งความสำเร็จของ ‘ฐิติร หาญสมุทร์’ หลังคว้าทุน Women in STEM สู่แวดวงการทำงานในองค์กรระดับโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802166

บริติช เคานซิล เปิดเส้นทางแห่งความสำเร็จของ ‘ฐิติร หาญสมุทร์’  หลังคว้าทุน Women in STEM สู่แวดวงการทำงานในองค์กรระดับโลก

บริติช เคานซิล เปิดเส้นทางแห่งความสำเร็จของ ‘ฐิติร หาญสมุทร์’ หลังคว้าทุน Women in STEM สู่แวดวงการทำงานในองค์กรระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในปัจจุบันไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเทคโนโลยีทั่วโลกมีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และเข้ามามีบทบาทสำคัญกับทุกคนบนโลก ทำให้ภาคธุรกิจต่างเร่งพัฒนาและปรับตัวเพื่อวิ่งตามเทรนด์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจนนำไปสู่การแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันมีสาขาวิชาและสายอาชีพที่เป็นที่สนใจและได้รับความนิยมเกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือสาขาวิชาสะเต็มศึกษา (Science, Technology, Engineering and Mathematics :STEM) หรือการศึกษาในสาขาวิชาด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ที่มีความสำคัญและเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานอย่างมาก

อย่างไรก็ดี สัดส่วนของ “ผู้หญิง”ที่เลือกเรียนและทำงานในสาขานี้ยังคงมีน้อยกว่าผู้ชายอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าปัจจุบันจะมีการส่งเสริมโอกาสให้ผู้หญิงได้ก้าวสู่วงการวิทยาศาสตร์มากขึ้น โดยจากข้อมูลจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) พบว่า สัดส่วนของนักวิจัยหญิงทั่วโลกมีน้อยกว่า 30% และยังพบว่ามีผู้หญิงเพียง 30% ที่เลือกศึกษาต่อในสาขาวิชา STEMในระดับอุดมศึกษา

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้แก่ “ผู้หญิง” ทุกคนที่มีความมุ่งมั่นต้องการไปศึกษาต่อในด้านของ STEM เพื่อก้าวสู่วงการวิทยาศาสตร์ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากขึ้น บริติช เคานซิล จึงได้เดินหน้าภารกิจส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านโอกาสทางการศึกษา ด้วยการ สนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับผู้หญิงในโครงการ “Women in STEM” ทุนการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่สหราชอาณาจักรมาอย่างต่อเนื่องกว่า 4 ปี และในครั้งนี้จึงอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับทุนนี้มากยิ่งขึ้นผ่านเรื่องราวบนเส้นทางความสำเร็จจาก ฐิติร หาญสมุทร์ หนึ่งในนักเรียนทุน Women in STEM เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้หญิงไทยมีความมั่นใจและพร้อมก้าวสู่การเรียนรู้สายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่อไป

สู่จุดเริ่มต้นในการออกเดินทางเพื่อศึกษา ค้นหาประสบการณ์

ฐิติรเล่าถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางแห่งความสำเร็จนี้ว่า การออกเดินทางในครั้งนี้มาจากความสนใจในด้าน STEM เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับมีพื้นฐานการทำงานในสาย International development ทางด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด เริ่มจากด้าน Waste management, Wildlifeconservation และ Environmental education จนมาถึงปัจจุบันทำงานในด้าน Renewable energy และ Climate technology ทั้งหมดคืออยู่ในส่วนของ NGO ทางด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้อยากหาโอกาสในการพัฒนาทักษะ เพิ่มพูนความรู้ความสามารถและประสบการณ์เพื่อมาต่อยอดการทำงาน จนได้มาพบกับทุน Women in STEM จากทางบริติช เคานซิลที่นอกจากจะสนับสนุนด้านการศึกษาแล้วยังส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงในแวดวงนี้ให้ได้แสดงความสามารถได้อย่างเต็มขั้นในสายงาน จึงได้เริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับทุนนี้อย่างละเอียด จนได้เข้าศึกษาต่อใน School of Engineering ที่ Newcastle University ในสาขา Renewable Energy, Enterprise and Management ซึ่งเป็นการศึกษาเกี่ยวกับการจัดการพลังงานสะอาดหรือ พลังงานทดแทน เพราะอยากเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อโลกของเราอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเรื่องโลกร้อน และวิกฤตทางด้านพลังงานที่ส่งผลต่อสภาพอากาศ

ฐิติร หาญสมุทร์

เมื่อใจพร้อมก็ได้เวลาเตรียมตัวเพื่อพิชิตทุน “Women in STEM”

เริ่มต้นจากการเข้าไปศึกษาข้อมูลรายละเอียดเงื่อนไข และโปรแกรมของทุนและทางมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมว่ามีเงื่อนไขในการสมัครขอทุนอย่างไรบ้าง ทั้งในด้านภาษา หน่วยกิต หรือสาขาวิชาที่สอดคล้องกับวุฒิปริญญาตรี ซึ่งจากประสบการณ์ที่ศึกษาเกี่ยวกับทุนต่างๆ รู้สึกว่าทุนของทางบริติช เคานซิล ค่อนข้างที่จะเปิดกว้างมาก เพราะส่วนตัวจบหลักสูตรปริญญาตรีสายรัฐศาสตร์ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับการเรียนในสาย STEM ก็ยังได้รับโอกาสจากการที่พยายามหาจุดแข็งของตนเองในส่วนของการทำงานที่ผ่านมาที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม และต้องวางตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าหลังจากที่ได้ไปศึกษาต่อแล้ว จะนำความรู้ที่ได้กลับมาพัฒนาและต่อยอดอย่างไรบ้างในอนาคต

ความท้าทายและบทบาทของผู้หญิงในแวดวง STEM

ฐิติรกล่าวถึงความท้าทายและบทบาทของผู้หญิงต่อว่า ในบางประเทศผู้หญิงยังคงถูกจำกัดการเข้าถึงทางด้านการศึกษาและการทำงานอยู่พอสมควร โดยเฉพาะแวดวงของ STEM โดยจะพบว่าผู้หญิงมีบทบาทในตำแหน่งของ Leader หรือ Management level ค่อนข้างน้อย ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีหลายหน่วยงานและองค์กรที่เล็งเห็นและมอบโอกาสในการสนับสนุนและผลักดันผู้หญิงให้ได้เข้าศึกษา และทำงานจนนำไปสู่การเติบโตและได้รับการยอมรับในสาย STEM ที่ทัดเทียมกับผู้ชายมากขึ้น

“การได้รับทุน Women in STEM นับเป็น Life changing opportunity โอกาสสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตให้ได้เดินทางออกไปสานฝัน และค้นหาประสบการณ์ในด้านการศึกษา โดยเฉพาะในสาขาที่ท้าทายอย่าง STEM เพื่อนำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้มาพัฒนาสังคม และพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยพัฒนาโลกของเรา และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทุกคนได้ลองทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ในที่สุด และเชื่อว่าในภายภาคหน้าผู้หญิงอย่างเราจะได้รับการยอมรับและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนแวดวง STEM นี้ ได้อย่างแน่นอน”

บริติช เคานซิล ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าภารกิจสนับสนุนทุนการศึกษา Women in STEM เพื่อให้ผู้หญิงได้มีโอกาสศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักรต่อเนื่องในทุกๆ ปี โดยผู้ที่สนใจสามารถ ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวของกิจกรรมตลอดทั้งปี ของบริติช เคานซิล ได้ที่เว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th และ เฟสบุ๊คแฟนเพจ British Council Thailand หรือทางแอปพลิเคชั่นไลน์ @studyukthailand