‘คิง เพาเวอร์’ยกระดับสินค้า‘Thainess Station สินค้าไทย ร่วมใจเพื่อชุมชน’ ชวนคนรุ่นใหม่หยิบ‘ผ้าขาวม้า’และ‘ผ้าย้อมคราม’มาแมทช์ลุคสนุกได้ทุกวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801125

‘คิง เพาเวอร์’ยกระดับสินค้า‘Thainess Station สินค้าไทย ร่วมใจเพื่อชุมชน’  ชวนคนรุ่นใหม่หยิบ‘ผ้าขาวม้า’และ‘ผ้าย้อมคราม’มาแมทช์ลุคสนุกได้ทุกวัน

‘คิง เพาเวอร์’ยกระดับสินค้า‘Thainess Station สินค้าไทย ร่วมใจเพื่อชุมชน’ ชวนคนรุ่นใหม่หยิบ‘ผ้าขาวม้า’และ‘ผ้าย้อมคราม’มาแมทช์ลุคสนุกได้ทุกวัน

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คิง เพาเวอร์ ร่วมตอกย้ำพลังแห่งความเป็นไปได้ในการยกระดับผลิตภัณฑ์และสินค้าไทยสู่สากล เนรมิตพื้นที่โซน Thainess Station ชวนคนรุ่นใหม่ช้อปสินค้าท้องถิ่นจัดเต็มสินค้าให้ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ชุดผ้าไทยกันให้สนุกสุดใจ ด้วยเสน่ห์แบบไทยใส่รับกับบรรยากาศในช่วงซัมเมอร์ ใส่ผ้าไทยเที่ยวเมืองไทยเหมาะสมที่สุด มาช่วยกันจัดเต็มด้วยไอเทมสุดฮอตสร้างสีสันบรรยากาศในช่วงซัมเมอร์นี้กัน หรือช้อปไว้เป็นของขวัญได้ตลอดทั้งเดือน

เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ คิง เพาเวอร์ขานรับนโยบาย Soft Power ของรัฐบาลในการผลักดันสินค้า ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยยกระดับสู่ความเป็นสากล ภายใต้โครงการ “Thainess Station สินค้าไทยร่วมใจเพื่อชุมชน” นำสินค้าจากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ มาจัดไว้ในโซน “Thainess Station” ให้เลือกช้อปไอเทมสุดชิคได้ตลอดทั้งเดือนที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ, ศรีวารี, พัทยา, ภูเก็ต และสนามบิน 3 แห่ง ได้แก่ คิง เพาเวอร์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกฝั่ง East และ West, คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออก และ คิง เพาเวอร์ท่าอากาศยานภูเก็ต อาคารผู้โดยสารขาออก

เทรนด์ผ้าไทยใส่สนุกทุกวัน ด้วยเสน่ห์จาก “ผ้าขาวม้า” เอกลักษณ์ของลวดลายตารางที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความเก๋ ความสดใสจากเฉดสี ผ่านการดีไซน์เป็นผลงานที่โดดเด่นทันสมัย อาทิ เดรสจิงโจ้แบรนด์ IMPANI จากอิมปานิผ้าขาวม้า จ.ราชบุรี, ผ้าพันคอขาวม้าแบรนด์ BYLY จากชุมชนบ้านหนองป่าพง จ.พะเยา เหมาะกับการแมทช์ลุคสนุกๆ ได้ทุกวัน นอกจากนี้ยังมี “ผ้าย้อมคราม” ความงามแห่งสีน้ำเงินหัตถกรรมเกษตร ที่มีเฉดสีและลวดลายที่พิเศษเป็นเอกลักษณ์ทำจากกระบวนการแบบพื้นบ้านโบราณ เนื้อผ้าสวมใส่เย็นสบาย ลวดลายแตกต่างจากชุมชนต่างๆ ทั่วไทย อาทิ เดรสปาดคอมัดหมี่ครามจากแบรนด์ THONGSIRI INDIGO BLUE ทองสิริผ้าคราม จ.สกลนคร, เสื้อรูดข้างจากแบรนด์ PHAYDOKPLUI ร้านฝ้ายดอกเปลือย จ.สกลนคร และผ้าคลุมไหล่ฝ้ายย้อมครามแบรนด์ SUSHIN จากกลุ่มผ้าทอยกลาย จ.แพร่

ซัมเมอร์นี้ “กระเป๋าสาน” ไอเทมที่ขาดไม่ได้เพราะเหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย แมทช์ได้กับทุกลุค สำหรับกระจูดเป็นพืชท้องถิ่นจากภาคใต้ในแต่ละจังหวัดจะมีลวดลายและรูปแบบที่แตกต่างกัน ส่วนผักตบชวาถูกนำมาทำหัตถกรรมจักสาน ตากแห้งและย้อมสีแล้วมาชุบน้ำก่อนจะเริ่มจักสานลวดลายตามแบบพิมพ์ โดยผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากกระจูดและผักตบชวา อาทิ กระเป๋ากระจูดเอกสารแบรนด์ WANNEE KAJOOD วรรณีกระจูด จ.พัทลุง, กระเป๋ากระจูดแบรนด์ BANGKOK BASKET กระเป๋ากระจูดกรุงเทพ จ.กรุงเทพ, หมวกผักตบชวา, และกระเป๋าถักผักตบชวาแบรนด์ BYLY จากชุมชนบ้านหนองป่าพง จ.พะเยา

นอกจากเสื้อผ้า ชุดเดรส และกางเกงแล้ว ยังมีสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นในรูปแบบของแอคเซสซอรีที่มีความน่ารักและน่าใช้ อาทิ ตุ๊กตาช้าง
สีคราม พวงกุญแจช้าง กระเป๋าสะพายข้างลายช้างอินดิโก้ แบรนด์ VANICHI จากผ้าย้อมคราม หางดง จ.เชียงใหม่ และพวงกุญแจผ้าขาวม้าปลาน้อย แบรนด์ PHUJAI จากภูใจ๋ จ.กรุงเทพ

มาช้อปสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นดีไซน์สวยงามได้ที่โซน Thainess Station ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับสมาชิกก่อนช้อปได้เพียง Add LINE Official Account : @KINGPOWER หรือช้อปผ่านช่องทาง CALL TO SHOP เพียงโทร. 02-3387870 และ CHAT TO SHOP เพียง Add LINE Official Account : @KP_ChatToShop

STÜSSY & LEVI’S® เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่นที่ 3 พร้อมกันทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801128

STÜSSY & LEVI’S® เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่นที่ 3 พร้อมกันทั่วโลก

STÜSSY & LEVI’S® เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่นที่ 3 พร้อมกันทั่วโลก

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แบรนด์ Stüssy & Levi’s® กลับมาอีกครั้งกับแคปซูลคอลเลคชั่นที่ 3 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันแห่งแคลิฟอร์เนีย นำเสนอไอเทมซิกเนเจอร์ที่ทุกคนไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นทรัคเกอร์แจ๊กเกตหนัง ทรัคเกอร์แจ๊กเกต crispy rinse, ยีนส์ crispy rinse และเข็มขัดหนัง ถูกออกแบบให้สวมใส่แบบพอดีตัวมากขึ้น และยังคงดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ที่ผสมสานความเป็น Stüssy และ Levi’s® เดนิมได้อย่างลงตัว

ไอเทมที่โดดเด่นของคอลเลคชั่นนี้คือ แจ๊กเกตหนังอิตาเลียนสีขาว ทรง boxy fit เอวครอป พิมพ์ลวดลายสโลแกนในเดนิม “Built Tough Worldwide Since 1980” มีโลโก้ลายแบรนด์ร่วมที่กระดุมหมุดและป้ายแพทช์ ในขณะที่ เข็มขัดหนังสีน้ำตาลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวแบบคลาสสิกตะวันตก เพิ่มดีเทลปั๊มนูนลาย Stüssy สีดำ

นอกจากนี้ ยังมีไอเทมซิกเนเจอร์อย่าง ทรัคเกอร์แจ๊กเกต crispy rinse ทรง oversize สีทูโทน ดำ-น้ำตาล โดดเด่นด้วยโลโก้ลายพิเศษของแบรนด์ที่กระเป๋าหน้าฝั่งซ้าย แพทช์ และกระดุมหมุดในขณะที่ยีนส์ crispy rinse บริเวณกระเป๋าข้างมีโลโก้ลายพิเศษแบรนด์ปักที่ขาหลังด้านซ้าย และกระดุมหมุดเช่นกัน

Stüssy & Levi’s® วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 26 เมษายน 2567 นี้สำหรับประเทศไทย วางจำหน่ายเฉพาะที่สาขา Icon Siam, CentralwOrld Store และออนไลน์ http://www.levi.co.th

แบรนด์ Levi’s® ผู้นำทางสไตล์ที่คลาสสิกและเป็นเอกลักษณ์แบบฉบับอเมริกัน ถูกค้นพบสไตล์ขึ้น ตั้งแต่ปี 1873 โดย Levi Strauss & Co. และกลายเป็นแบรนด์ไอคอนิกอันดับ 1 ของโลกส่งต่อความภักดีในแบรนด์และสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์จากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบัน Levi’s® ยังคงเป็นผู้นำทางนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย ส่งออกผลิตภัณฑ์ jeanswear และ เครื่องประดับกว่า 110 ประเทศทั่วโลกเพื่อให้ทุกครีเอทลุคและสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเอง ค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ได้ทาง www.levi.com

สัมผัสโลกแห่ง BOSS ที่ BOSS House Bali

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801133

สัมผัสโลกแห่ง BOSS ที่ BOSS House Bali

สัมผัสโลกแห่ง BOSS ที่ BOSS House Bali

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

BOSS เตรียมเปิดประตู BOSS House Bali วิลล่าสุดหรูบนเกาะบาหลี ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ร่วมเฉลิมฉลองการเปิดตัวคอลเลคชั่น BOSS Spring/Summer 2024 โดยปรับโฉมวิลล่าสุดหรู ฝีมือการออกแบบโดยสถาปนิก Alexis Dornier ให้เป็น BOSS House Bali พื้นที่ที่ทุกคนจะได้สัมผัสและเพลิดเพลินไปกับ BOSS Lifestyle ตลอด 24 ชั่วโมง

BOSS House Bali เป็นผลงานสถาปัตยกรรมที่สุนทรียภาพผสานการออกแบบแบบดั้งเดิมและร่วมสมัยผสมกันได้อย่างลงตัว ประกอบด้วย 6 ห้องนอนสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ให้สัมผัสวิวทิวทัศน์ธรรมชาติอันตระการตา สระน้ำสีฟ้าครามอันน่ารื่นรมย์ให้ความผ่อนคลายฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ เสริมลูกเล่นความสนุกด้วยสไลเดอร์น้ำเกลียววนที่เชื่อมกับชั้นบนอีกด้วย

BOSS House Bali ผสมผสานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยเข้ากับวัสดุออร์แกนิกได้อย่างลงตัว ออกมาเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอันเป็นเอกลักษณ์สำหรับผู้แสวงหาความหรูหราและความพิเศษเฉพาะตัว พื้นที่ทั้งหมดออกแบบมาเพื่อปลุกพลังให้ผู้เข้าพักสัมผัสได้ถึงพลังภายใน วิลล่าแห่งนี้จึงเป็นสถานที่แห่งความคิดสร้างสรรค์และการค้นพบตัวเอง เป็นตัวแทนของจิตวิญญาณ#BeYourOwnBOSS ที่เติมเต็มนิยามของตัวเองอย่างแท้จริง

ผู้เข้าพักสามารถสัมผัส BOSS Lifestyle ได้ที่ BOSS House Bali วิลล่าประสบการณ์ 360 องศา เมื่อมาถึงวิลล่าจะได้พบกับ BOSS The Collection Parfum สุดหรูหราจัดวางอยู่บนโต๊ะข้างทางเข้า ให้ได้ดื่มด่ำไปกับน้ำหอมของ BOSS ทุกครั้งที่เข้าและออกจากวิลล่า นอกจากนี้ ยังมีเฟรนช์บูลด็อกแต่งตัวน่ารักด้วยเครื่องประดับสำหรับสุนัขของ BOSS คอยต้อนรับผู้เข้าพักอยู่ประจำวิลล่า ให้ทุกการเข้าพักเริ่มต้นอย่างอบอุ่นและมีเสน่ห์ ภายในห้องเอ็กซ์คลูซีฟทั้ง 6 ห้อง ผู้เข้าพักจะได้พบกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดสรรจากคอลเลคชั่น BOSS Spring/Summer 2024 ตั้งแต่ชุดเครื่องนอนเอกลักษณ์, เสื้อคลุมอาบน้ำและผ้าเช็ดตัวสุดหรูหรา ไปจนถึงแว่นตาและเครื่องเขียน BOSS House Bali พร้อมเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้เข้าพักจะได้ผ่อนคลาย เติมพลัง และโอบรับจิตวิญญาณแห่งความหรูหราสมัยใหม่

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อย่างโยคะ สปาทรีตเมนต์และไดนิ่งส่วนบุคคล แต่ละกิจกรรมเสริมด้วยกลิ่นเจอเรเนียม โรสและซัฟฟิอาโน อันละเอียดอ่อน ซึ่งแต่ละกลิ่นล้วนชวนให้นึกถึง BOSS The Collection ได้เป็นอย่างดี

เปิดให้จองห้องพักได้ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2567 พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุดพิเศษ จองห้องพัก และเข้าร่วมกิจกรรมแจกของรางวัลออนไลน์ ได้ที่ https://www.hugoboss.com/th/en/boss-house-bali/?select_rd=SG

วัตสัน รณรงค์ลดขยะพลาสติก วันคุ้มครองโลก เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801121

วัตสัน รณรงค์ลดขยะพลาสติก วันคุ้มครองโลก  เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วัตสัน รณรงค์ลดขยะพลาสติก วันคุ้มครองโลก เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในโอกาสวันคุ้มครองโลกวัตสัน แบรนด์สุขภาพและความงามชั้นนําของ เอเอส วัตสัน กรุ๊ป สานต่อกิจกรรมรณรงค์ลดขยะพลาสติกเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ “Blue Beauty” ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ Naturals by Watsons ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สืบเนื่องจากการบรรลุเป้าหมายของโครงการรณรงค์สิ่งแวดล้อมในครั้งก่อน ที่การซื้อผลิตภัณฑ์ Naturals by Watsons แต่ละครั้งของผู้บริโภคจะมีค่าเท่ากับการปลูกต้นไม้หนึ่งต้น ปัจจุบัน วัตสัน ประเทศไทยได้ขยายความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมระบบนิเวศทางทะเลมากยิ่งขึ้นในปี 2567 ภายใต้ความเข้าใจถึงบทบาทสําคัญของมหาสมุทรที่มีต่อระบบนิเวศและสุขภาพของผู้คนทั่วโลก วัตสันได้ร่วมมือกับมูลนิธิรักษ์ไทยเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ทางทะเล โดยทุกชิ้นของผลิตภัณฑ์ Naturals by Watsons ที่ถูกซื้อ วัตสันจะนำยอด 1 บาทต่อหนึ่งขวด ไปบริจาคให้กับโครงการทําความสะอาดขยะทะเลที่เกาะเต่าภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิรักษ์ไทย ที่มีเป้าหมายในการ
มุ่งลดมลพิษ อีกทั้ง ยังปกป้องสิ่งมีชีวิตในทะเล รักษาความงามและความหลากหลายทางชีวภาพของมหาสมุทรในประเทศไทย วัตสัน ประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงพันธกิจในการดูแลและปกป้องสิ่งแวดล้อมทุกด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าโลกจะมีสุขภาพดีขึ้นสําหรับคนรุ่นต่อไป

มาลีนา ไหง ประธานกรรมการบริหาร เอเอส วัตสัน กล่าวว่า พลาสติกในมหาสมุทรส่งผลกระทบในวงกว้างไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตทางทะเลหรือสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของมนุษย์ วัตสันได้เข้าใจถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี จึงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ Blue Beauty รุ่นพิเศษของ Naturals by Watsons ที่ขวดของผลิตภัณฑ์ทํามาจากพลาสติกรีไซเคิล 100% จากมหาสมุทร โดยแนวคิดนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญของเราในการส่งเสริมความยั่งยืนอย่างไม่หยุดยั้ง ความมุ่งมั่นของเราในครั้งนี้เป็นการสนับสนุนให้ลูกค้าร่วมรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้พวกเขาดูแลความสวยงามของผิวพรรณพร้อมกับดูแลโลกของเราอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน

“ทุกการตัดสินใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ ล้วนมีบทบาทสําคัญในการปกป้องโลกของเราทั้งหมด ความพยายามของเราจึงนำมาสู่การเพิ่มจํานวนผลิตภัณฑ์ Sustainable Choices กว่า 9,700 รายการ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ส่วนตัวเราทําให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนได้มากขึ้น ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกในชีวิตประจําวัน เราหวังว่าจะช่วยให้ลูกค้าของเราดูดี ทําดีและได้รับความรู้สึกดีๆ ไปพร้อมกับเรา จากการดูแลโลกใบนี้” มาลีนา กล่าว

Medyceles จัดงานขอบคุณประจำปี ‘MEDYCELES NIGHT AT THE MUSEUM : Thank you party for valued customer 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801169

Medyceles จัดงานขอบคุณประจำปี ‘MEDYCELES NIGHT AT THE MUSEUM : Thank you party for valued customer 2023’

Medyceles จัดงานขอบคุณประจำปี ‘MEDYCELES NIGHT AT THE MUSEUM : Thank you party for valued customer 2023’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2567, 18.09 น.

Medyceles จัดงานขอบคุณประจำปี ‘MEDYCELES NIGHT AT THE MUSEUM : Thank you party for valued customer 2023’

‘Medyceles’ (เมดิเซเลส) บริษัทร่วมทุนข้ามชาติระหว่างบริษัท เซเลส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เมดิท็อกซ์ คอปเปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ KOSDAQ จัดงาน ‘MEDYCELES NIGHT AT THE MUSEUM : Thank you party for valued customer 2023’ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าคนสำคัญ ณ The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 ท่ามกลางแขกคนสำคัญมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยมี 3 ทหารเสือแห่ง เมดิเซเลส Medyceles คุณสุรวุฒิ วูวงศ์  ประธานบริษัท , คุณวิภารัตน์ วูวงศ์ ผู้บริหารสูงสุด และ คุณอารียา วูวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ให้การต้อนรับลูกค้าเมดิเซเลสซึ่งเป็นการรวมตัวของแพทย์และเจ้าคลินิกความงามทั่วประเทศครั้งใหญ่แห่งปี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจาก 2 ศิลปิน อ๊อฟ ปองศักดิ์ และ เพียว เดอะวอยซ์ 

คุณสุรวุฒิ วูวงศ์  Chairman of Medyceles เปิดเผยว่า  ในขณะนี้ เมดิเซเลส เป็นผู้นำเข้ายาและผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับคลินิกเสริมความงามโดยเฉพาะ ได้แก่ Botulinum Toxin (Neuronox), Hyaluronic Acid Dermal Filler (Neuramis) และ Non-cross link Hyaluronic Acid : Skin Booster (Neuraderm) สำหรับ ความโดดเด่นทางด้านจุดขายและความเชี่ยวชาญที่ทำให้ Medyceles มีความแตกต่าง คือ การร่วมทุนกับบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่จากเกาหลีใต้ ก็ช่วยสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อคุณภาพสินค้าที่ได้มาตรฐานระดับสากล และสร้างข้อได้เปรียบด้านต้นทุน ต่อยอดไปยังการตั้งราคาสินค้าที่ผู้บริโภคจะสามารถจับต้องได้มากขึ้น การสร้างนวัตกรรมสินค้าความงามนำเทรนด์ระดับโลกและเอเชียที่ก้าวนำกว่าบริษัทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมแพทย์ หรือ สินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ และระบบโลจิสติกส์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล 

เมดิเซเลส มองว่าตลาดความงามในไทย โดยเฉพาะกลุ่มคลินิกความงามและศัลยกรรมนั้นมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆอย่างน้อย 20% ต่อปี และมีมูลค่าตลาดกว่า 1 แสนล้านบาท ในอนาคตประเทศไทยมีโอกาสที่จะเป็นผู้นำด้านตลาดเสริมความงามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในเอเชีย ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย สินค้าที่มีคุณภาพ รวมถึงฝีมือของแพทย์ที่เป็นที่ยอมรับ ทำให้หลายๆประเทศในเอเชียมุ่งตรงมาที่ประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันการแข่งขันในตลาดนี้สูงมาก มีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านความงามเข้ามาในตลาดนี้มากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะยิ่งแข็งขันสูงยิ่งทำให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่ดีมากขึ้นและในราคาที่จับต้องได้ รวมถึงยิ่งยกระดับคลินิกความงามและสุขภาพในไทยให้ยิ่งเติบโตอย่างมีคุณภาพ” คุณสุรวุฒิ วูวงศ์  Chairman of Medyceles กล่าว 

ทางด้าน คุณวิภารัตน์ วูวงศ์  CEO of Medyceles ได้กล่าวเสริมถึงด้านกลยุทธ์และแนวทางการทำการตลาด การประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า  นโยบายหลักของเราคือ ลูกค้าทุกกลุ่มต้องสวยอย่างมีคุณภาพด้วยราคาที่จับต้องได้ ในอดีตความสวยมักเข้าถึงเฉพาะลูกค้าที่มีกำลังจ่ายเท่านั้น โดย Positioning ของลูกค้าเราคือกลุ่มวัยทำงาน วันรุ่น ที่มีรายได้ปานกลางและเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในการดูแลตนเองและหาศึกษาหาข้อมูลสินค้าก่อนเลือกใช้ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการทำการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์  ดังนี้ 

1. ผู้บริโภค (คนไข้) : เน้นให้ความรู้โดยแพทย์และเน้นทำการตลาดเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เช่น การใช้พรีเซนเตอร์ เป็นนักแสดงเกาหลีใต้ชื่อดัง : ซน เย-จิน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ว่ามีคุณภาพระดับโลก  การ Collaboration กับไอศกรีมแบรนด์ Guss Damn Good เพื่อให้คนจดจำแบรนด์ได้ง่ายขึ้น และการทำสื่อโฆษณาผ่าน Out of Home Media ต่างๆ เช่น Billboard, รถไฟฟ้า เป็นต้น 2. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ : เน้นการตลาดเชิงวิชาการและการแพทย์เป็นหลัก เช่น การสัมภาษณ์แพทย์เพื่อให้ความรู้, การเชิญวิทยากรจากเกาหลีใต้มาจัดอบรมวิชาการแพทย์ และ 3. ลูกค้าที่เป็นคลินิกเสริมความงามและแพทย์ผู้ใช้ : บริการหลังการขายที่มีคุณภาพ, Marketing Tool ต่างๆ เช่น เอกสารให้ความรู้, จัดสัมมนาอบรมให้ความรู้ และ สนับสนุนการเดินทางไปต่างประเทศเพื่ออัพเดทความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ   

‘ส่วนนวัตกรรมและสินค้าใหม่ ต้อนรับปี 2024 นี้ คือ Neulux : Non-animal based Botulinum Toxin ยากลุ่มโบทูลินั่มท็อกซินแบรนด์แรกของโลกที่ปราศจากโปรตีนจากสัตว์และมีความบริสุทธิ์สูงที่สุด โดยมีแผนจะปล่อยสู่ตลาดในปี 2026 

‘สำหรับทิศทางการดำเนินงาน ของเมดิเซเลสในปีนี้ ถึงแม้ที่ผ่านมาจะเจอวิกฤตในปี 2020 แต่ก็ได้กลับมาผงาดในตลาดความงามและมีผลประกอบการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าในตลาดที่ให้ความเชื่อมั่นกับบริษัทมาอย่างดี กระทั่ง เมดิเซเลส ก้าวสู่ยอดขายอันดับ 1 ในตลาดยาความงามจากเกาหลี และ เป็นแบรนด์ฟิลเลอร์ที่ลูกค้ารับรู้และให้ความเชื่อมั่นอันดับ 1 ในเกาหลีและอันดับ 2 ในประเทศไทย โดยดูจากผลประกอบการในปี 2023 ที่เติบโตขึ้นถึงเกือบ 100% และ ในปี 2024 นี้เป็นปีแรกที่เมดิเซเลสฉลองยอดขายแตะ 1000 ล้านบาทแรกภายในไตรมาส 4 ปีนี้ให้ได้  

มาดูผลประกอบการของ เมดิเซเลส ในแต่ละปีกัน 

ปี 2021 รายได้ 224 ล้านบาท กำไร 44 ล้านบาท  
ปี 2022 รายได้ 409 ล้านบาท กำไร 79 ล้านบาท 
ปี 2023 รายได้ 655 ล้านบาท กำไร 133 ล้านบาท และ ปี 2024 มุ่งสู่รายได้ 1,000 ล้านบาทในไตรมาส 4’ คุณวิภารัตน์ วูวงศ์  CEO of Medyceles กล่าว 

คุณอารียา วูวงศ์  COO of Medyceles กล่าวถึงด้านกลยุทธ์ในการทำธุรกิจของ เมดิเซเลสว่า ‘กลยุทธ์หลักคือทำการตลาดผ่านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือ KOL และเน้นจุดขายของบริษัทคือคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าที่นำเข้ามา บริษัทชูจุดขายนี้ด้วยการทำการตลาดผ่านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ KOL และให้ความสำคัญกับการอบรบให้ความรู้กับแพทย์สม่ำเสมอเพื่อเพิ่มความมั่นใจการนำสินค้าไปให้บริการกับผู้บริโภค พร้อมทั้งสร้างการจดจำทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภครู้ว่า สินค้าของ เมดิเซเลส นำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้  ทั้งได้มีการพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพและบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม  นอกจากนี้องค์กรยังเชื่อว่า “พนักงาน” คือ ทรัพยากรสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น บริษัท จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ  เช่น การอบรมพนักงานขายให้มีคุณภาพ, การทำงานกับพนักงานหลากหลายเจเนอเรชั่น และยอมรับความหลากหลายทางเพศ และการให้อิสระกับพนักงานในการทำงานและแสดงความคิดเห็น  

‘องค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การยึดมั่นในความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ในช่วงที่เกิดวิกฤติโดนระงับจำหน่ายสินค้าหลักครั้งใหญ่ของบริษัท ทางบริษัทแก้ไขโดยเรียกคืนสินค้าทั้งหมด และจ่ายเงินคืนให้แก่ลูกค้ากว่า 700 ราย รวมมูลค่ากว่า 110 ล้านบาท รวมถึงทำลายสินค้า ที่อาจทำให้เกิดความไม่สบายใจแก่ลูกค้า ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 200 ล้านบาท โดยขั้นตอนทั้งหมด ได้ดำเนินการภายในระยะเวลาเพียงแค่ 30 วันเท่านั้น หลังเกิดปัญหาขึ้น จากการรับมือของบริษัทต่อเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจใน เมดิเซเลส มากขึ้น และกลับมาสั่งซื้อสินค้าของบริษัทเช่นเดิม รวมถึงยังช่วยสนับสนุนสินค้าอื่น ๆ ในเครือของบริษัทเพิ่มขึ้นอีกด้วย” คุณอารียา วูวงศ์  COO of Medyceles กล่าวทิ้งท้าย  

ช่องทางติดต่อ เมดิเซเลส Medyceles :  

Facebook : https://www.facebook.com/Medyceles 
Website :   https://www.medyceles.co.th/  
Tel : 02-117-915102 

-(016)

GO Wholesale ร่วมขบวนพาณิชย์สั่งลุย ลดราคา ‘Back To School 2024’ หนุนผู้ประกอบการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801163

GO Wholesale ร่วมขบวนพาณิชย์สั่งลุย ลดราคา 'Back To School 2024' หนุนผู้ประกอบการ

GO Wholesale ร่วมขบวนพาณิชย์สั่งลุย ลดราคา ‘Back To School 2024’ หนุนผู้ประกอบการ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2567, 17.39 น.

โก โฮลเซลล์ ร่วมขบวนพาณิชย์สั่งลุย ลดราคา Back To School 2024 หนุนผู้ประกอบการ “เพิ่มกำไร เพิ่มยอดขาย รับเปิดเทอม”

โก โฮลเซลล์ (GO Wholesale) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เข้าร่วมงานเปิดตัวโครงการ “พาณิชย์ สั่งสุย ลดราคา Back to School 2024” กับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม โดย นางสาวอรวรรณ ศิริโชติรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กรและรัฐสัมพันธ์ และ นายอดิวัจน์ หิรัญยบุญกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป โก โฮลเซลล์ สาขารังสิต ให้การต้อนรับ นายยรรยง พวงราช ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี, นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน, ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และคณะผู้บริหารกระทรวง ในโอกาสเยี่ยมชมบูทจัดแสดงสินค้า ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์

ทั้งนี้ โก โฮลเซลล์ ทุกสาขา ได้จัดแคมเปญ “GO Wholesale To School เพิ่มกำไร เพิ่มยอดขาย รับเปิดเทอม”  ขนทัพสินค้าจำนวนกว่า 300 รายการ ลดราคาสูงสุด 50% ตั้งแต่วันที่ 8 – 21 พฤษภาคม 2567 ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน ตลอดจนวัตถุดิบและสินค้าคุณภาพ สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในโรงอาหารของโรงเรียน ร้านค้าโดยรอบสถานศึกษา ตลอดจนธุรกิจอื่นๆ ที่เตรียมความพร้อมรับความคึกคักในช่วงเปิดเทอมที่จะถึงนี้

-(016)

ไอคอนสยาม จับมือ ม.ศิลปากร จัดแสดงผลงานนักศึกษา ‘Prismatic’ ณ ICON ART & CULTURE SPACE

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801085

ไอคอนสยาม จับมือ ม.ศิลปากร จัดแสดงผลงานนักศึกษา 'Prismatic' ณ ICON ART & CULTURE SPACE

ไอคอนสยาม จับมือ ม.ศิลปากร จัดแสดงผลงานนักศึกษา ‘Prismatic’ ณ ICON ART & CULTURE SPACE

วันพฤหัสบดี ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2567, 15.01 น.

ไอคอนสยาม จับมือมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดแสดงผลงานนักศึกษา Prismatic ความหลากหลายทางความคิดสู่ผลงานศิลปะที่สะท้อนตัวตน ณ ICON ART & CULTURE SPACE ชั้น 8 ตั้งแต่วันนี้ – 30 เม.ย. 2567

ICONSIAM ART & CULTURE หมุดหมายเพื่อคนรักศิลปะ  ร่วมกับคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์, มหาวิทยาลัยศิลปากร ภูมิใจนำเสนอนิทรรศการ Prismatic นิทรรศการกลุ่มศิลปะ โดยนักศึกษาชั้นปีที่ 4  ภาควิชาจิตรกรรม คณะจิตกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่แสดงถึงศักยภาพของนักศึกษา บอกเล่าทักษะกระบวนการ และแนวความคิดเฉพาะตัวที่หลากหลาย

Prismatic แปลว่า เกี่ยวกับแท่งแก้วปริซึม, เป็นแถบคลื่นสีรุ้ง, หลายเหลี่ยม หรือหลายรูปแบบ คือ แนวความคิดหลักของนิทรรศการที่เปรียบเทียบถึงความหลากหลายของคลื่นแสงที่เป็นแสงสีต่าง ๆ ตามความถี่นั้น ปรากฏเป็นรุ้งงดงามที่ประกอบไปด้วยแสงทั้ง 7 สีหลักๆ เมื่อรวมกันจึงกลายเป็นแสงขาวที่รวมอยู่กันภายใน คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ โดยภาควิชาเปรียบเสมือนเป็นแท่งแก้วปริซึมที่ทําหน้าที่รวบรวมและสะท้อนแสงสีขาวธรรมดาๆ ที่สื่อถึงนักศึกษาแต่ละคนให้เฉิดฉายออกมาอย่างเป็นเอกลักษณ์ในแบบของตนเอง

การจัดแสดงผลงานนิทรรศการกลุ่มศิลปะ Prismatic โดยกลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาจิตรกรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ในครั้งนี้เป็นโอกาสสําคัญสําหรับเหล่านักศึกษาศิลปะที่จะได้แสดงออกถึงศักยภาพ ทักษะกระบวนการทํางาน และแนวความคิดผ่านผลงานศิลปะของตนเอง ออกสู่สายตาผู้ชมในวงกว้าง เสมือนเป็นการลงสนามจริงและทําหน้าที่เป็นเครื่องยืนยันว่านักศึกษามีศักยภาพเพียงใดที่จะเป็นศิลปินอาชีพได้ในอนาคตเพื่อค้นหาลู่ทางในอาชีพต่อไป และเป็นการเชิญชวนให้ผู้ที่มีความสนใจได้รับชมผลงานและแนวความคิดของนักศึกษาที่เป็นตัวแทนคนทํางานศิลปะรุ่นใหม่อีกด้วย

ขอเชิญชวนผู้มีความสนใจร่วมกันชมนิทรรศการแสดงกลุ่มศิลปะ “Prismatic” ของนักศึกษาภาควิชาจิตรกรรมชั้นปีที่ 4 คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน 2567 ณ ICON ART & CULTURE SPACE ชั้น 8 ไอคอนสยาม  พร้อมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ และดื่มด่ำกับงานศิลปะที่น่าหลงใหลในพื้นที่ต่างๆ ได้ตลอดทั้งปี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM

-(016)

เปิดประสบการณ์ความสนุกกับ ‘Gelato Ceramica’ สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่งานสถาปนิก’67 : ASA EXPO

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801074

เปิดประสบการณ์ความสนุกกับ ‘Gelato Ceramica’ สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่งานสถาปนิก’67 : ASA EXPO

เปิดประสบการณ์ความสนุกกับ ‘Gelato Ceramica’ สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่งานสถาปนิก’67 : ASA EXPO

วันพฤหัสบดี ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.51 น.

‘บุญถาวร’ ผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและการตกแต่งที่มีชื่อเสียงในวงการ ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการนำเข้ากระเบื้องและห้องน้ำคุณภาพสูงจากทั่วทุกมุมโลก เห็นถึงความสำคัญของการตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลาย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันออกไปจากสิ่งเดิม ๆ จึงได้พัฒนาแบรนด์ Gelato Ceramica ขึ้นมาเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับผู้บริโภค

Gelato Ceramica แบรนด์ที่น่าจดจำ สไตล์การออกแบบที่ออกนอกกรอบกระเบื้องและห้องน้ำเดิม ๆ เพิ่มสีสัน ความสดใส เติมความสนุกสนานในการตกแต่งบ้านมากยิ่งขึ้น มีสินค้าให้เลือกปรับใช้สร้างบรรยากาศความมีชีวิตชีวา ไลฟ์สไตล์ที่เป็นรูปแบบเฉพาะตัว

เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ชั้นนำที่ตอบโจทย์นักออกแบบ ให้สามารถสร้างสรรค์จินตนาการได้อย่างอิสระและเพลิดเพลินกับการแสดงสินค้า อัปเดตเทรนด์การออกแบบใหม่ๆ ภายใต้คอนเซปต์ “Design Playground” ในงานสถาปนิก’67 งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างใหญ่ที่สุดในอาเซียนด้วย New Collection ของ Gelato Ceramica ที่มีความหลากหลายทั้งในเรื่องของสีสันและลวดลาย ได้แก่

1.Clay Collection – (Rich, Earthy Tones) สเน่ห์ของกระเบื้องสไตล์ดินเผา สะท้อนความงามของธรรมชาติและงานฝีมือ สร้างบรรยากาศ อบอุ่น มีสไตล์

2.Havana Collection – ( Tropical Sophistication and Allure)  กระเบื้องสไตล์ครอปิคอลจากแรงบันดาลใจและวัฒนธรรมคิวบา สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ที่นำไปใช้

3.Macaron Collection – (Delightful Artistry and Sweet Flavors) กระเบื้องลายน่ารักสีพาสเทล ช่วยเพิ่มความหวานละมุน สร้างบรรยากาศพื้นที่ได้เหมือนรสชาติของขนามาการอง

4.Memphis Collection – (A Bold and Playful Design) ศิลปะการออกแบบของยุคโพสโมเดิร์น บรรยากาศ ความสนุกสนาน ตื่นเต้น เท่ได้ไม่เหมือนใคร

นอกเหนือจาก 4 คอลเลคชันใหม่ ยังมีอีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่ล่าสุด กระเบื้องสำหรับสัตว์เลี้ยง Safe Paws Tech ที่แรกในโลก ทางเลือกที่ดีและปลอดภัยสำหรับคนรักสัตว์ มีเทคโนโลยี Anti Slip, Smooth Surface และ Nano Silver สำหรับ Pet Collection มาจัดแสดงด้วย นอกจากนี้ยังมีโซนพิเศษอย่าง Tile & Bath Lab ที่พร้อมจะให้บริการการปรับแต่งแบบ Customize เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและความพึงพอใจของดีไซเนอร์และผู้เข้าร่วมงาน

พบสินค้าจากบุญถาวรได้ที่บูธหมายเลข S111 ในงานสถาปนิก’67 : ASA EXPO งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างใหญ่ที่สุดในอาเซียน ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ 2 ทางเข้าที่ 3 อย่าพลาดโอกาสในการพบกับสินค้าดีๆและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างและนวัตกรรมใหม่ ๆ ในวงการนี้!

ติดตามข้อมูลและข่าวสารต่างๆ ของบุญถาวร ได้ที่เว็บไซต์ : https://www.boonthavorn.com และ facebook  boonthavorn

-(016)

C2E จับมือ กรีเน่ ลุยตั้ง EV Charger หน้าคอนโด เพื่อลูกบ้าน-ชุมชน รับการเติบโตรถ EV

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801070

C2E จับมือ กรีเน่ ลุยตั้ง EV Charger หน้าคอนโด เพื่อลูกบ้าน-ชุมชน รับการเติบโตรถ EV

C2E จับมือ กรีเน่ ลุยตั้ง EV Charger หน้าคอนโด เพื่อลูกบ้าน-ชุมชน รับการเติบโตรถ EV

วันพฤหัสบดี ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.42 น.

ลูกบ้านเฮลั่น! สถานีชาร์จ EV จ่อติดหน้าคอนโด ชาร์จไฟได้ข้ามคืน พร้อมปล่อยโควต้า แจก 2,000 เครื่อง คอนโดทั่วประเทศ

บริษัท ชาร์จทูเอิร์น จำกัด หรือ C2E ผู้ให้บริการสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Charger เล็งฐานคนรุ่นใหม่-ลูกบ้านคอนโด จับมือ “กรีเน่” คอนโดสายกรีนย่านดอนเมือง-สรงประภา ในเครือปรีดากรุ๊ป ตั้งสถานีชาร์จครบวงจรทั้งชาร์จช้าและชาร์จเร็วเพื่อลูกบ้านและชุมชนโดยรอบ ตอบรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเล็งขยายสู่โครงการอื่นในอนาคต

นายสิตะ บูรณศิลปิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์จทูเอิร์น จำกัด กล่าวว่า “C2E ดำเนินธุรกิจสถานีชาร์จสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีโมเดลธุรกิจแบบแบ่งปันรายได้ หรือ profit sharing พร้อมบริการครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษา สำรวจพื้นที่ จัดทำสัญญา ติดตั้งแท่นชาร์จ และทีมบริการมืออาชีพ เพื่อให้ผู้สนใจธุรกิจด้านความยั่งยืน ร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจได้ง่ายขึ้น ทั้งยังเอื้อต่อการเป็นพันธมิตรกับองค์กรอื่นๆ ในการติดตั้งสถานีชาร์จ EV ในพื้นที่องค์กร เพื่อต่อยอดธุรกิจ ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืน หรืออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า พนักงาน รวมถึงฟลีตยานยนต์ไฟฟ้าขององค์กรเอง ซึ่ง C2E มีเป้าหมายเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรหรือลูกค้าธุรกิจเป็นหลัก (B2B)”

สำหรับก้าวสำคัญครั้งใหม่ของ C2E คือ การประกาศเป็นพันธมิตรกับคอนโด กรีเน่ ไพร์ม ดอนเมือง-สรงประภา โดยร่วมกันจัดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ทั้งแท่นชาร์จแบบ AC หรือการชาร์จช้า ใช้เวลาชาร์จ 8-16 ชั่วโมง เหมาะกับลูกบ้านซึ่งสามารถจอดรถชาร์จข้ามคืน และแท่นชาร์จแบบ DC หรือการชาร์จเร็ว ใช้เวลาชาร์จ 45-180 นาที เหมาะกับชุมชนโดยรอบที่มองหาสถานีชาร์จเร็วใกล้บ้าน ทั้งยังมีแอพพลิเคชั่น C2E รองรับ เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน ทั้งการค้นหาสถานีชาร์จ การเติมเงิน การตรวจสอบข้อมูลการชาร์จ เป็นต้น  

นายสิตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและอำนวยความสะดวกให้กับผู้พักอาศัยในอาคารชุด หรือคอนโดมิเนียม ทาง C2E พร้อมติดตั้งแท่นชาร์จรถ EV ฟรี ให้กับคอนโดทั่วประเทศ โดยมีโควต้ามากถึง 2,000 แท่น ซึ่งทางเจ้าของโครงการหรือลูกบ้านที่สนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official: @evcharge ทั้งนี้ เราเชื่อว่า การติดตั้งแท่นชาร์จฟรี จะช่วยเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จไฟทั่วประเทศ สอดรับกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจเป็นเจ้าของยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น”

ด้านนายปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปรีดาโฮลดิ้ง จำกัด และ นางสาวปิยะฉัตร ปรีดานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปรีดา เรียลเอสเตท จำกัด ผู้ดำเนินโครงการคอนโดมิเนียม กรีเน่ ไพร์ม ดอนเมือง-สรงประภา กล่าวว่า “คอนโดกรีเน่ชูความเป็นที่อยู่อาศัยที่มีธรรมชาติรายล้อม รวมถึงระบบสาธารณูปโภคและการดูแลลูกบ้านที่มุ่งเน้นความยั่งยืน เราได้รับเสียงเรียกร้องให้มีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในคอนโดมากขึ้นตามเทรนด์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าของผู้พักอาศัยในคอนโด กรีเน่จึงร่วมมือกับ C2E จัดตั้งสถานีชาร์จบริเวณด้านหน้าโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับความสะดวกในการชาร์จรถข้ามคืน พร้อมเปิดให้ชุมชนโดยรอบสามารถเข้าใช้บริการได้อีกด้วย เพื่อส่งเสริมให้ย่านดอนเมือง-สรงประภา เป็นพื้นที่แห่งความยั่งยืนและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น”

ผู้บริหารทั้งสองบริษัทยังกล่าวด้วยว่า ยังมีเสียงเรียกร้องสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าจากโครงการอื่นในเครือปรีชากรุ๊ป ซึ่งแสดงถึงการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มผู้พักอาศัยในคอนโด โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันขยายสถานีชาร์จไปยังคอนโดอื่นต่อไปเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกบ้าน

สำหรับการติดตั้งสถานีชาร์จไฟ EV สามารถดูข้อมูลได้ที่ http://www.charge2earn.com หรือ Line Official: @evcharge

NSM เล็งขยายจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. สู่ภูมิภาค เริ่มปลายปีนี้ที่หอดูดาว จ.ขอนแก่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801067

NSM เล็งขยายจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. สู่ภูมิภาค เริ่มปลายปีนี้ที่หอดูดาว จ.ขอนแก่น

NSM เล็งขยายจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. สู่ภูมิภาค เริ่มปลายปีนี้ที่หอดูดาว จ.ขอนแก่น

วันพฤหัสบดี ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.32 น.

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามการขยายโอกาสการเรียนรู้ผ่าน “จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช.” ระดับภูมิภาค และมุ่งสร้างความร่วมมือกับชุมชน ถ่ายทอดความรู้ด้าน วทน. ไปสู่เยาวชนพร้อมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่น

โดย ผศ.ดร.รวิน เปิดเผยว่า จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ คือ 1 ใน 3 แหล่งเรียนรู้ระดับภูมิภาคของ NSM เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้สู่ภูมิภาค ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความเหลื่อมล้ำ แต่ยังช่วยให้เยาวชนในภูมิภาคต่างๆ เข้าถึงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้มากขึ้นตามนโยบายของ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวง อว.ที่ย้ำเสมอว่า การขยายโอกาสการเรียนรู้สู่ภูมิภาค ผ่าน “จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช.” ของ NSM นั้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และเปิดโอกาสให้เยาวชนในภูมิภาคต่าง ๆ เข้าถึงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพมากขึ้นการมีแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพใกล้บ้าน ช่วยให้ประชาชนในต่างจังหวัดเข้าถึงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ได้สะดวก โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง

ทั้งนี้ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ ได้รับความร่วมมือจาก สดร.เปิดมาเป็นปีที่ 4 กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้าน วทน. ยอดนิยม ดึงดูดผู้เข้าชมมากกว่า 430,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงผลตอบรับเชิงบวกและความสำเร็จที่น่าประทับใจ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ ถือเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้าน วทน. ขยายโอกาสการเรียนรู้สู่เยาวชนในภูมิภาค ในอนาคต NSM มุ่งมั่นพัฒนา ปรับปรุง ขยาย รูปแบบการบริการ กิจกรรม นิทรรศการ ของจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ ให้รองรับจำนวนผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้น ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าชมที่หลากหลาย และมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่ดีที่สุดในภาคเหนือ

“ที่สำคัญ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. จะขยายไปตั้งที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ปลายปีนี้ โดยร่วมกับ สดร.ซึ่งถือเป็นความท้าทาย เพราะสถานที่ตั้งไม่ใช่ในอำเภอเมืองเหมือนจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนเดินทางไปมาสะดวก แต่ที่น้ำพองห่างออกมาจากตัวเมืองพอสมควรประมาณ 40 กิโลเมตร อยู่ที่เขื่อนอุบลรัตน์ ไกลจากกลุ่มคนเมือง ดังนั้น NSM จะต้องทำงานหนักให้มากขึ้นเพื่อดึงโรงเรียนและชุมชนเข้ามาเรียนรู้ และเป็นแนวร่วมในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน เพราะวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของเด็กทุกคน ที่จะช่วยส่งเสริมสังคมไทยให้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการพัฒนาประเทศ” ผศ.ดร.รวิน กล่าว

ด้าน ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผอ.สดร. กล่าวว่า หอดูดาวภูมิภาค จ.ขอนแก่น ทดลองเปิดให้บริการมาตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย.2566 และจะเปิดเป็นทางการวันที่ 19 ธ.ค.2567 ขอบคุณ ผศ.ดร.รวิน ที่มาช่วยเติมเต็มในเรื่องจตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เพราะ สดร.มีความเชี่ยวชาญเรื่องดาราศาสตร์ แต่ในส่วนที่ไม่ใช่เรื่องของดาราศาสตร์ก็ได้ NSM เข้ามาช่วย ทำให้สมบูรณ์มากขึ้น ที่เห็นได้ชัด คือ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จ.เชียงใหม่ ปีหนึ่งจะมีคนมาเข้าชมกว่าหลายแสนคน ถือเป็นศูนย์ให้บริการทางวิทยาศาสตร์ที่มีคนเข้ามาใช้บริการมากที่สุดแห่งหนึ่ง นอกเหนือจากที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

“ส่วนที่หอดูดาวขอนแก่นจะร่วมมือกับ NSM  เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้ในลักษณะแบบเดียวกับจตุรัสวิทยาศาสตร์ บริเวณดังกล่าวจะติดกับอุทยานแห่งชาติน้ำพอง อุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำ อุทยานแห่งชาติภูเวียง ทั้ง 3 อุทยานฯ จะประกบหอดูดาวขอนแก่นทั้งเหนือ ทั้งใต้ และด้านตะวันตกของเขื่อนอุบลรัตน์ โดยพื้นที่ดังกล่าวจะมีการสร้างความเชื่อมโยงกันระหว่าง สดร. NSM และอุทยานแห่งชาติทั้ง 3 แห่ง เมื่อมาเที่ยวชมจะมาดูได้แบบครบวงจร ถือเป็นการทำงานร่วมกันที่สุดท้ายประชาชนคือผู้ได้ประโยชน์สูงสุด” ผอ.สดร.กล่าว

-(016)