เวนิสเริ่มเก็บเงินค่าเข้าเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781113

เวนิสเริ่มเก็บเงินค่าเข้าเมือง

26 เม.ย. 2567 10:24 น.

เวนิสเริ่มเก็บเงินค่าเข้าเมือง

เมืองเวนิส แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอิตาลี เริ่มใช้มาตรการเก็บเงินค่าธรรมเนียมเข้าเมืองอัตรา 5 ยูโร หรือเกือบ 200 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวอายุ 14 ปีขึ้นไป หากต้องการเข้าเมืองระหว่าง 08.30 น.-16.30 น. เป็นวันแรกเมื่อ 25 เม.ย. นับเป็นเมืองใหญ่แห่งแรกในโลกที่ใช้แนวทางดังกล่าว เพื่อยับยั้งนักท่องเที่ยวระยะสั้นที่เดินทางเข้าเมืองแบบไปเช้าเย็นกลับ หวังปกป้องมรดกโลกขององค์การยูเนสโก จากผลกระทบของภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง หลังจากรอดพ้นจากการถูกจัดให้อยู่ในบัญชี มรดกโลกที่ตกอยู่ในภาวะอันตรายอย่างหวุดหวิดเมื่อปีก่อน

ภายใต้มาตรการดังกล่าวนักท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับทุกคนจะต้องซื้อตั๋วผ่านช่องทางออนไลน์ จากนั้นจะได้รับรหัสคิวอาร์โค้ด แต่ก็สามารถซื้อตั๋วได้เมื่อเดินทางมาถึง หากพบว่านักท่องเที่ยวไม่ซื้อตั๋วเข้าเมืองอาจถูกปรับเป็นเงินระหว่าง 50-300 ยูโร (ราว 2,000-12,000 บาท) อย่างไรก็ตามทางการเมืองเวนิสเผยว่า มีผู้จองตั๋วเข้าเมืองในวันที่ 25 เม.ย.ซึ่งเป็นวันหยุดประจำชาติของอิตาลี จำนวน 5,500 คน สร้างรายได้เข้าเมืองราว 27,500 ยูโร หรือราว 1,091,000 บาท ทางเมืองยังสัญญาว่าจะลดภาษีให้ประชาชนผู้อยู่อาศัยหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ.

สหรัฐฯ ยืนยันส่งจรวดยิงไกลให้ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781112

สหรัฐฯ ยืนยันส่งจรวดยิงไกลให้ยูเครน

26 เม.ย. 2567 10:24 น.

สหรัฐฯ ยืนยันส่งจรวดยิงไกลให้ยูเครน

นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงทำเนียบขาวสหรัฐฯ ยืนยันกับผู้สื่อข่าวเมื่อ 24 เม.ย.เวลาท้องถิ่นว่าสหรัฐฯได้จัดส่งระบบขีปนาวุธเชิงยุทธศาสตร์ (ATACMS) จากคลังสินค้าบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน ไม่ระบุจำนวนให้ยูเครนอย่างลับๆ ตั้งแต่เดือน มี.ค. เพื่อยกระดับความสามารถในการทำศึกกับรัสเซีย เฉพาะในดินแดนที่ถูกยึดครองเท่านั้น หลังมีรายงานจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯเผยว่า ยูเครนใช้ขีปนาวุธดังกล่าวที่มีพิสัยการยิงไกลสูงสุดราว 300 กม.เป็นครั้งแรกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โจมตีลึกเข้าไปในคาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียผนวกเป็นดินแดนของตนเอง รวมทั้งการโจมตีครั้งที่ 2 ใกล้เมืองเบอร์เดียนสก์ ในจังหวัดซาโปริซเซีย เมื่อ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา

อาวุธดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจความช่วยเหลือทางทหารมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 11,106 ล้านบาท) ที่ไบเดนอนุมัติ เมื่อ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนเรียกร้องขอขีปนาวุธพิสัยไกลจากชาติพันธมิตรมาโดยตลอด แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯไม่ส่งให้ตามคำขอ กระทั่งเปลี่ยนใจหลังพบว่ารัสเซียใช้ขีปนาวุธที่เชื่อว่ามาจากเกาหลีเหนือโจมตีมุ่งเป้าที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน คาดว่ารัฐบาลสหรัฐฯจะส่งขีปนาวุธให้ยูเครนเพิ่มเติมตามแพ็กเกจความช่วยเหลือทางทหารรอบใหม่มูลค่า 61,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2.2 ล้านล้านบาท) ที่ไบเดนเพิ่งเซ็นอนุมัติ.

อ.ต.ก.จัดกิจกรรม ‘ผลไม้ออนทัวร์’ คัดสินค้าคุณภาพ ส่งถึงมือผู้บริโภค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801186

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการอ.ต.ก.กล่าวว่า กิจกรรม ผลไม้ออนทัวร์ อ.ต.ก.ได้ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการสนับสนุน ส่งเสริม เพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าเกษตร และเปิดโอกาสให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สถาบันเกษตรกร นำผลผลิตคุณภาพทั้งผลไม้ทั้งสดและแปรรูปมาจัดจำหน่ายในช่วงที่มีผลผลิตกระจุกตัวออกสู่ตลาดจำนวนมาก และประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จัก สร้างโอกาสเรียนรู้การตลาด การบริหารจัด การวางแผนการผลิตให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสินค้าล้นตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน

กิจกรรม “ผลไม้ออนทัวร์”จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ซึ่ง อ.ต.ก.มีแผนที่จะพาเกษตรกรออนทัวร์ใน กทม.ระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพส่งเสริมสินค้าเกษตรคุณภาพ ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป ผัก ผลไม้สด ยืนพื้นไม้ผลเศรษฐกิจหลักตามฤดูกาล 7 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง มะม่วง ลิ้นจี่ และลำไย

อ.ต.ก.ขอเชิญลูกค้าทุกท่านอุดหนุนสินค้าจากเกษตรกรไทยร่วมชม ชิม ช้อป กันอย่างเพลิดเพลิน อาทิ ชมพู่น้ำดอกไม้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมล่อน จ.สุพรรณบุรี ผลไม้อบแห้ง จ.พิจิตร มะยงชิด จ.นครนายก โกโก้ จ.อุทัยธานี และโปรโมชั่นพิเศษ เพียงกดไลค์ กดแชร์ อ.ต.ก.เดลิเวอรี่ http://www.facebook.com/ortorkordelivery รับคูปองเงินสดมูลค่า 50 บาท ใช้เป็นส่วนลด หรือซื้อสินค้า

รองปลัดฯร่วมผลักดัน นำงานวิจัยด้านเกษตรไปใช้จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801187

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ ครั้งที่ 3/2567 โดยมีนายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ เป็นประธานฯ ซึ่งมีผลการประชุม อาทิ 1.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเปลี่ยนแปลงการอนุญาตให้ใช้สิทธิผลงานวิจัยโครงการ “นวัตกรรมอาหารไทยสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาการบดเคี้ยวและการกลืนอาหารเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและการผลิตเชิงอุตสาหกรรม” โครงการย่อย เรื่อง “การพัฒนาอาหารปรับเนื้อสัมผัสที่เป็นชุดสำรับเพื่อสุขภาพตามมาตรฐาน Universal Design Food/ Smile Care Food และ National Dysphagia Diet สำหรับผู้ที่มีปัญหาการบดเคี้ยวและการกลืนอาหาร” จากเดิม 2 สูตร ได้แก่ ซุปไก่ผักรวม และซุปเห็ดนางฟ้าเสริมไข่ขาว เปลี่ยนแปลงเป็น 1 สูตร ได้แก่ ซุปไก่ผักรวมแก่ บริษัท ชู บลิส จำกัด โดยให้ใช้สิทธิแบบไม่จำกัดแต่เพียงผู้เดียว (Non-Exclusive Licensing) ในการผลิตและจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ระยะ 5 ปี

2.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการอนุญาตให้ใช้สิทธิผลงานวิจัยโครงการ “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบเม็ดบีดส์ ฟักทองโดยใช้ไฮโดรคอลลอยด์ผสมเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในน้ำเต้าหู้พาสเจอไรซ์” แก่บริษัท อินทัชธนกร จำกัด โดยให้ใช้สิทธิแบบไม่จำกัดแต่เพียงผู้เดียว (Non-Exclusive Licensing) ในการผลิตและจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดระยะเวลาอนุสิทธิบัตร 3.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการ “พัฒนาระบบการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งพันธุ์เชียงใหม่ 1 และเชียงใหม่ 2 เพื่ออุตสาหกรรมแปรรูปในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน” เนื่องจากเป็นโครงการที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขยายผลระบบการผลิตหัวพันธุ์ มันฝรั่งชั้นพันธุ์หลัก (G0) และพันธุ์ มันฝรั่งชั้นพันธุ์ขยาย (G1) ให้เครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นการลดช่องว่างการพัฒนา ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายทั้งสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนได้ นำสู่การผลิตเป็นหัว พันธุ์ชั้นรับรอง (G2) ได้และสอดคล้องกับแนวทางการขยายพื้นที่ปลูกและเพิ่มผลผลิตมันฝรั่งภายในประเทศ ทดแทนการนำเข้า พร้อมร่วมกับ ภาคเอกชนขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการผลิตสินค้าเกษตรรายสินค้าของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

4.ที่ประชุมมีมติรับทราบการอนุญาตให้ใช้สิทธิผลงานวิจัยโครงการ “การพัฒนาวิธีตรวจหาเชื้อไฟโตพลาสมาสาเหตุโรคใบขาวของอ้อยในเชิงปริมาณด้วยเทคนิค Real-Time LAMP” แก่บริษัท มิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด โดยให้ใช้สิทธิแบบไม่จำกัดแต่เพียงผู้เดียว (Non-Exclusive Licensing) ในการผลิตและจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ระยะเวลา 5 ปีโดยไม่มีค่าเปิดเผยเทคโนโลยี เป็นต้น

ผู้ช่วยฯหารือสภาเกษตร ปรับระบายน้ำสมุทรสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801188

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสภาเกษตรกร จ.สมุทรสงคราม และผู้บริหารท้องถิ่น โดยมี ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผอ.สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่สำนักงานสภาเกษตรกร จ.สมุทรสงครามเพื่อหารือแนวทางปรับเกณฑ์การควบคุมค่าความเค็มในการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง และควบคุมค่าความเค็มให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและประมงของ จ.สมุทรสงคราม ตลอดจนรักษาระบบนิเวศ รวมทั้งพิจารณาปรับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับการขึ้นลงของน้ำทะเล เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ค่าความเค็มอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถส่งน้ำให้กับทุกกิจกรรมตามแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี’66/67 ได้อย่างเต็มศักยภาพ

สำหรับข้อกังวลของเกษตรกรในเรื่องการเปลี่ยนจุดควบคุมค่าความเค็มที่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็นจุดควบคุมค่าความเค็มที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ซึ่งพื้นที่ใต้ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี จนถึงอ่าวไทย จ.สมุทรสงคราม มีพื้นที่เกษตรกรรม 106,483 ไร่ และพื้นที่ประมงน้ำจืด 8,125 ไร่ ทางสำนักงานชลประทานที่ 13 ได้มีหนังสือแจ้งมายังโครงการชลประทานสมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ว่าได้ขอกรมชลประทาน ใช้จุดควบคุมค่าความเค็มแม่น้ำแม่กลองที่ อ.อัมพวา แล้วนั้น ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผอ.สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ได้กล่าวยืนยันต่อที่ประชุมว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่แต่อย่างใด จุดควบคุมค่าความเค็มยังคงอยู่ที่ อ.อัมพวา เช่นเดิม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและประมงของ จ.สมุทรสงคราม

‘อนุชา’สืบสานวัฒนธรรมบ้านมโนรมย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801189

‘อนุชา’สืบสานวัฒนธรรมบ้านมโนรมย์

‘อนุชา’สืบสานวัฒนธรรมบ้านมโนรมย์

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สืบสาน : นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมเทศกาล “ฟื้นคืนภูมิบ้านมโนรมย์” ภายใต้แนวคิด “ยลวิถีปากน้ำคุ้งสำเภา เรื่องเล่าปลาเหนือเขื่อน เยือนแม่น้ำสองสี เสริมบารมีจากเทพกวนอู” ที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เพื่อสืบสาน อนุรักษ์และพัฒนาทุนวัฒนธรรมของ อ.มโนรมย์ ผ่านกลไกการมีส่วนร่วม

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาล “ฟื้นคืนภูมิบ้านมโนรมย์”ภายใต้แนวคิด “ยลวิถีปากน้ำคุ้งสำเภา เรื่องเล่าปลาเหนือเขื่อน เยือนแม่น้ำสองสีเสริมบารมีจากเทพกวนอู” ที่ลานเรือสำเภาทอง ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท โดยมี นายนที มนตริวัตผวจ.ชัยนาท ผศ.ธงชัย เหลืองทองรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วม

สำหรับงานเทศกาล “ฟื้นคืนภูมิบ้านมโนรมย์” เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐคือ อำเภอ เทศบาล และ อบต.ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ภาคการศึกษา โรงเรียนในพื้นที่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพฟื้นฟูคุณค่าและมูลค่าทุนวัฒนธรรม (Soft Power) ใน อ.มโนรมย์ เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาทุนวัฒนธรรมของ อ.มโนรมย์ ผ่านกลไกการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และเพื่อสร้างโอกาสทางด้านเศรษฐกิจใน อ.มโนรมย์ บนฐานศิลปวัฒนธรรม

“การบูรณาการของเครือข่าย ระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพี่น้องชาว จ.ชัยนาท ก่อให้เกิดองค์ความรู้ในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ที่สามารถนำมาสร้างเป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องใน อ.มโนรมย์ ในมิติต่างๆ โดยเฉพาะการผลิตสินค้าของดีของเด่นพื้นบ้านพืชผลทางการเกษตร รวมทั้งเป็นการนำนโยบายของรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติได้เป็นอย่างดี ซึ่งผมให้ความสำคัญกับการพัฒนา ส่งเสริมให้ลูกหลานไทยได้กลับมาทำเกษตรในบ้านเกิดเพื่อพัฒนาสู่เกษตรยุคใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้ขับเคลื่อนร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจังหวัดภาคเหนือ ส่งเสริมนักศึกษาที่มีความสนใจด้านการเกษตร พัฒนาสู่การเป็นยุวเกษตรกรเงินบาทแรกของแผ่นดินรวมทั้งขับเคลื่อนชัยนาทโมเดล เพื่อเป็นจังหวัดต้นแบบด้านการเกษตร”นายอนุชา กล่าว

เกษตรกรอยู่รอด – ผู้บริโภคอยู่ได้ … บทบาทรัฐที่เข้าใจกลไกตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801107

เกษตรกรอยู่รอด - ผู้บริโภคอยู่ได้ ... บทบาทรัฐที่เข้าใจกลไกตลาด

เกษตรกรอยู่รอด – ผู้บริโภคอยู่ได้ … บทบาทรัฐที่เข้าใจกลไกตลาด

วันพฤหัสบดี ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2567, 15.33 น.

เกษตรกรอยู่รอด – ผู้บริโภคอยู่ได้ … บทบาทรัฐที่เข้าใจกลไกตลาด

วัฏจักรราคาสินค้าเกษตร มีขึ้น-มีลง ตามกลไกตลาดที่เมื่อผลผลิตมีมากเกินความต้องการราคาจะตกต่ำลง เมื่อใดผลผลิตมีน้อยกว่าความต้องการราคาก็จะสูงขึ้น ดังสินค้าเกษตรหลายชนิด เช่น มะนาว หรือ ผักชี ที่มีราคาสูงในช่วงหน้าร้อนและลดลงเองเมื่อฤดูร้อนผ่านไป  หรือไข่ไก่ ที่มักจะมีราคาสูงขึ้น เมื่อถึงช่วงเปิดเทอมและตกต่ำลงในช่วงปิดเทอมถัดมา เห็นได้ว่า “สินค้าเกษตร” ขับเคลื่อนตัวเองด้วยกลไกตลาดอย่างชัดเจน

การกำกับดูแลให้ “ผู้ผลิตสินค้า” ขายสินค้าได้โดยไม่ขาดทุน และ “ผู้บริโภค” อยู่ได้กับค่าครองชีพนั้น เป็นหน้าที่ของ “กรมการค้าภายใน” ซึ่งผู้บริหารกรมในทุกยุคทุกสมัยล้วนมีความเข้าใจในบทบาทนี้เป็นอย่างดี เพราะหากผู้ผลิตถูกรัฐบีบให้ขายสินค้าในราคาต่ำกว่าต้นทุนย่อมไม่มีผู้ผลิตรายใดอยู่รอด เมื่อนั้นสินค้าจะขาดแคลน มีปริมาณต่ำกว่าความต้องการ ซึ่งจะทำให้สินค้านั้นมีราคาแพงจนผู้บริโภคเดือดร้อนได้ ดังนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องเข้าใจสมดุลของทั้งสองฝั่งอย่างดียิ่ง รวมถึงต้องเป็นตัวกลางสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคด้วย ซึ่งในสัปดาห์ก่อนก็ได้เห็น “อธิบดีกรมการค้าภายใน” ออกมาอธิบายแล้วว่าราคาไข่ไก่ที่ขยับสูงขึ้นในช่วงนี้เป็นเรื่องปกติตามฤดูกาลและอยู่ในช่วงราคาที่เหมาะสมสอดคล้องกับต้นทุนการผลิต

“เนื้อหมู”ก็เช่นกัน สินค้าเกษตรยอดนิยมที่ราคาหน้าฟาร์มเพิ่งขยับขึ้นติดต่อกันหลายสัปดาห์ หลังจากเผชิญภาวะราคาตกต่ำต่อเนื่องจนเกษตรกรขาดทุนสะสมมานานนับปี และแม้ราคาจะค่อยๆ ขยับขึ้นมา 4 ครั้งจากเดือนมีนาคม 2567 แต่ก็ยังไม่ถึงต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่ 80 บาท/กก. เป็นอีกสินค้าหนึ่งที่กรมการค้าภายในมีความเข้าใจและช่วยสร้างความเข้าใจกับผู้บริโภคได้

เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูเผชิญเรื่องราวมากมาย ตั้งแต่โรคระบาด ASF ที่ทำลายหมูไทยไปเป็นจำนวนมาก โดยข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ระบุว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูทั่วประเทศในช่วงปี 2563 (ก่อนเกิด ASF) มีจำนวนมากกว่า 2 แสนฟาร์ม ผลิตหมูได้ถึง 22 ล้านตัว ต่อมาในปี 2564 ก็ลดเหลือ 19.28 ล้านตัว และปี 2565 ลดลงไปเหลือเพียง 15.51 ล้านตัวตามลำดับ ทำให้ไทยขาดแคลนเนื้อหมูบริโภคไปถึง 2.49 ล้านตัว กลายเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เกิดมหันตภัย “หมูเถื่อน” ตามมา

ช่วงปี 2564 เป็นต้นมา “หมูเถื่อน” ถูกลักลอบนำเข้าประเทศไทยมากถึงกว่า 60,000 ตัน เล่นงานคนเลี้ยงหมูไทยยับเยิน เป็นมูลค่านับหมื่นล้านบาท ส่งผลราคาหมูหน้าฟาร์มตกต่ำต่อเนื่องมากว่าขวบปี  ทั้ง ASF และหมูเถื่อนทำให้เกษตรกรหลายรายต้องเลิกอาชีพหรือเว้นช่วงไม่ลงหมูเข้าเลี้ยง โดยที่ขณะนี้ไทยสามารถจัดการปัญหา ASF ได้สำเร็จ แต่ผลพวงจาก “ขบวนการหมูเถื่อน” นั้นยังคงทำร้ายหมูไทยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากภาครัฐมีการปราบปรามหมูเถื่อนอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา สามารถจับผู้ต้องหาที่พัวพันกับคดี 161 ตู้คอนเทนเนอร์ตกค้าง ณ ท่าเรือแหลมฉบังได้ 18 ราย รวมถึง เจ้าหน้าที่ที่รับสินบนเปิดทางให้หมูเถื่อนเข้าประเทศอีก 3 ราย แม้จะยังสาวไปไม่ถึง “ผู้บงการ” แต่ก็สร้างความมั่นใจให้ผู้เลี้ยงเห็นแนวโน้มที่ดีว่าปริมาณหมูเถื่อนน่าจะลดลง จึงกล้าที่จะลงหมูเข้าเลี้ยงและเพิ่มผลผลิตหมูมากขึ้น  

6 เดือนต่อมา ปริมาณผลผลิตหมูเพิ่มสูงขึ้นพร้อม ๆ กัน ขณะที่ “หมูเถื่อน” ก็ยังไม่หมดไปจากระบบ เมื่ออุปทานมากกว่าอุปสงค์ กลไกตลาดจึงทำงาน ราคาหมูหน้าฟาร์มร่วงลงไม่เป็นท่าซ้ำเติมภาวะขาดทุนสะสมของเกษตรกรเข้าไปอีก สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติและเกษตรกรทั่วประเทศ จึงร่วมกันดำเนินโครงการยกระดับราคาหมูเพื่อเกษตรกรในหลายแนวทาง อาทิ การตัดตอนลูกหมูนำมาทำ “หมูหัน 450,000 ตัว” ทั่วประเทศเพื่อลดอุปทาน  

ช่วงนี้ที่มีการขยับราคาหมูหน้าฟาร์มขึ้นมาบ้าง จึงเป็นการปรับตัวตามกลไกตลาดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการตัดตอนลูกหมูไปทำหมูหันดังกล่าว เมื่อผนวกกับสภาพอากาศในขณะนี้ ที่อุณหภูมิสูงขึ้นมากภาวะร้อน-แล้งเช่นนี้ ยิ่งทำให้หมูโตช้าลง ปริมาณหมูลดลง กลไกตลาดจึงทำงานอีกครั้ง…

หากยังจำกันได้ เมื่อครั้งสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ได้แนะนำให้ผู้บริโภคหันไปกินเนื้อไก่ในช่วงที่เนื้อหมูมีราคาแพงก็ถือเป็นการขับเคลื่อนราคาสินค้าอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะเมื่อคนหันไปบริโภคเนื้อสัตว์ชนิดอื่นทดแทนเนื้อหมู สุดท้ายแล้วราคาเนื้อหมูก็จะลดลงเอง โดยที่ภาครัฐไม่จำเป็นต้องแทรกแซงกลไกตลาดเลย

#ลักขณา นิราวัลย์ นักวิชาการอิสระ

อวดโฉมคอลเลคชั่น Impression Sunrise จาก ‘คานิท’ แรงบันดาลใจจากแสงแรกยามเช้าทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801135

อวดโฉมคอลเลคชั่น Impression Sunrise จาก ‘คานิท’  แรงบันดาลใจจากแสงแรกยามเช้าทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

อวดโฉมคอลเลคชั่น Impression Sunrise จาก ‘คานิท’ แรงบันดาลใจจากแสงแรกยามเช้าทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“คานิท” (CANITT) แบรนด์แฟชั่นสตรีหรูภายใต้คอนเซ็ปต์ “แดซลิ่ง” (Dazzling), “โซฟิสติเคท”(Sophisticate) และ “เออเบิร์นเฟมินีน” (Urban Feminine) สามคำที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์การดีไซน์ได้เป็นอย่างดี กับการนำความงดงามทางแฟชั่นในแต่ละยุคสมัยมาผสมผสานกับไลฟ์สไตล์ของหญิงสาวในยุคปัจจุบัน ให้สนุกไปกับการสร้างสรรค์ลุคใหม่ หญิงสาวในแบบฉบับของ“คานิท” จึงเป็นผู้หญิงที่มีความทันสมัยหลงใหลในสไตล์อันโก้หรู แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์ผสานความเซ็กซี่อย่างมีระดับเอาไว้

ล่าสุด “คานิท” (CANITT) ที่ ขนิษฐา ดรุณเนตร ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ ผลงานการดีไซน์ล่าสุดในคอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2024  “อิมเพรสชั่นซันไรส์” (Impression Sunrise) แรงบันดาลใจจากแสงแรกยามเช้าบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียนถ่ายทอดสู่ชุดสวยหลากหลายซิลลูเอต พร้อมลวดลายพิมพ์ในเฉดสีสันสดใส ให้หญิงสาวได้สนุกสนานไปกับการแต่งตัวเฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งความสุข
รับซัมเมอร์นี้

ขนิษฐา ดรุณเนตร ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ เผยว่า “เสื้อผ้าคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่ได้รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การแต่งตัวให้สนุกสนาน
ในช่วงซัมเมอร์นี้ มาในชื่ออิมเพรสชั่น ซันไรส์ (Impression Sunrise) ที่ได้หยิบยกแรงบันดาลใจมาจากแสงแรกยามเช้าบริเวณแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มาตีความถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าที่มีหลากหลายซิลลูเอตช่วยเสริมความเฟมินีน รวมไปถึงการเลือกใช้สีสันที่สดใสบนลายพิมพ์ที่จะช่วยขับสรีระ เพิ่มเสน่ห์ของสาวๆ ให้ดูโดดเด่นรับซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน”

โดยคอลเลคชั่นนี้จะเป็นสื่อกลางที่จะนำพาสาวๆ ท่องไปยังโลกแห่งการพักผ่อน โดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีคราม แสงแดดอันอบอุ่น และเกลียวคลื่นที่ซัดสาดจากชายทะเล รวมไปถึงสีสันของดอกไม้นานาชนิด รังสรรค์สู่เสื้อผ้าในดีไซน์ต่างๆ โดยหยิบเฉดสีตัวแทนแบรนด์คานิท อย่างโทนสีเบจและสีเอิร์ธโทนที่ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งบนเส้นลายทางของกางเกงขายาวที่สื่อถึงผืนผ้าใบบนชายหาด มาพร้อมกับลายพิมพ์ภาพสเก็ตพระอาทิตย์ในชื่ออีเทอนอล ซันไชน์ (Eternal Sunshine) ที่ได้เล่าถึงความสดใสของแสงแรกในวันพักผ่อน โดยทีมดีไซน์ยังได้ทดลองใช้เทคนิคฝีแปรงวาดรูปตัวซี (C) ประกอบร่างเป็นรูปดอกคาลล่า ลิลลี่ ที่เป็นตัวแทนประจำแบรนด์คานิท ที่ปรากฏอยู่บนเบลเซอร์และเสื้อเชิ้ตในเฉดสีรับซัมเมอร์ นอกจากนี้ซิลลูเอตและโครงร่างใหม่ที่ถูกดีไซน์มาเพื่อเพิ่มความสง่างามให้กับสาวๆ ต้องยกให้กระโปรงเอวสูงสไตล์แม็กซี่สุดโดดเด่น เสื้อยืดปักประดับพู่เพิ่มลูกเล่น รวมทั้งฮู้ดดี้ลายพิมพ์ที่น่าสนใจ และเชิ้ตครอปผ้าวูฟเวนที่สามารถหยิบมามิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับกางเกงคาร์โก้ดีไซน์ใหม่ที่ประดับกระเป๋าไว้ด้านหน้าได้อย่างลงตัว และเป็นครั้งแรกของแบรนด์ที่ได้เลือกหยิบผ้าทวีตมาใช้ในงานดีไซน์บนกางเกงฮอตแพนต์คู่กับบราแสนเปรี้ยว รวมถึงเสื้อคาร์ดิแกนลุคคุณหนูที่สามารถสวมใส่ได้ทุกโอกาส นอกจากนี้ ยังมีดีเทลเย็บประดับผ้าลูกไม้เฉดสีเดียวกับลายพิมพ์เพื่อเพิ่มกลิ่นอายความเซ็กซี่บนชุดเดรสสั้นสไตล์ Greek Goddessปิดท้ายด้วยชุดเดรสประดับเลื่อมโก้หรูในเฉดสีน้ำตาลนู้ดฮาเว็สท์ มูน (Harvest Moon) ที่เรียกบทสนทนาได้ตั้งแต่บีชและบาร์ ซึ่งคอลเลคชั่น“อิมเพรสชั่น ซันไรส์” (Impression Sunrise) ไม่ใช่แค่ความประทับใจของแสงแรกในเช้าวันใหม่ที่สดใส แต่เป็นแสงแห่งเสน่ห์ที่จะเปล่งประกายจากตัวตนของผู้หญิงแบรนด์ คานิท ให้เฉิดฉายรับซัมเมอร์นี้

เซ็นทรัล รีเทล X มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ ชวนซื้อกล่องสุ่มอาร์ตทอย ช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจในแคมเปญ‘Hi! ใจ ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801126

เซ็นทรัล รีเทล X มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ ชวนซื้อกล่องสุ่มอาร์ตทอย  ช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจในแคมเปญ‘Hi! ใจ ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ’

เซ็นทรัล รีเทล X มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ ชวนซื้อกล่องสุ่มอาร์ตทอย ช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจในแคมเปญ‘Hi! ใจ ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ’

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คิกออฟแคมเปญ “Hi! ใจ ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ” ต่อเนื่องปีที่ 4

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ คิกออฟแคมเปญ “Hi! ใจส่งต่อความสุขไม่รู้จบ” ต่อเนื่องปีที่ 4 ชวนซื้อกล่องสุ่มอาร์ตทอย 3 ดีไซน์ ในชื่อ Kind, Joy และ Smile พร้อมอาร์ตทอยตัวซีเคร็ท (Secret) ที่ชื่อว่า Love ซึ่งมีสีและดีไซน์ไม่เหมือนใคร ในแคมเปญ “Hi! ใจ ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำความดีเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC จัดทำแคมเปญ “Hi! ใจ ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Happiness Forward ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งความพิเศษของแคมเปญนี้ คือ การจำหน่ายอาร์ตทอยและเสื้อยืดคอลเลคชั่น“น้อง Hi! ใจ” เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ไปมอบให้กับมูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

กล่องสุ่มอาร์ตทอย ทั้ง 3 ดีไซน์ ในชื่อ Kind, Joy และ Smile

เมื่อเร็วๆ นี้ เซ็นทรัล รีเทล ได้ Kick-off แคมเปญด้วยการจัดกิจกรรม “Hi! ใจ Event” ณ โซน Beacon ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นการเปิดเวทีเพื่อสร้างความตระหนักถึงเรื่องโรคหัวใจในเด็ก ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวจากผู้บริหารของเซ็นทรัล รีเทล รวมไปถึงแขกรับเชิญพิเศษอย่างครูปาน-สมนึก คลังนอก ศิลปินวาดภาพประกอบชื่อดัง ผู้ออกแบบน้อง Hi! ใจ ทั้งยังได้รับเกียรติจาก หมอโอ๊ค-สมิทธิ์ อารยะสกุล ที่ควงคู่น้องอลิน มาร่วมการแชร์เรื่องราวในฐานะครอบครัวที่มีประสบการณ์ตรง ตลอดจนเซเลบริตี้-ศิลปินมากมายที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง แคมเปญนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของเซ็นทรัล รีเทล ที่ยึดมั่นในปรัชญาการดำเนินธุรกิจ “CRC Care” ในมิติ Care for the Community ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย รวมถึงสร้างความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ให้ทุกภาคส่วนเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ผศ.นพ.สุเทพ วาณิชย์กุล เลขาธิการมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ ที่ออกมาเผยว่า “จากข้อมูลล่าสุดจำนวนเด็กเกิดใหม่ในประเทศไทยในปี 2566 จะมีเด็กราว 5,000 คน ที่ตรวจพบว่าเป็นโรคหัวใจ และ 60% ของเด็กที่เป็นโรคหัวใจต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งการรักษาและดูแลผู้ป่วยเด็กเหล่านี้ มีค่าใช้จ่ายต่อคนค่อนข้างสูง ในปัจจุบันประเทศไทยสามารถรองรับการผ่าตัดเด็กที่เป็นโรคหัวใจได้อยู่ที่ประมาณ 2,500 คนต่อปี ในเวลาราชการ ซึ่งไม่ตอบโจทย์จำนวนเด็กที่รอคอยการรักษาทั้งหมด ซึ่งการที่เซ็นทรัลรีเทล ได้จัดแคมเปญ “Hi! ใจ ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ” ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่มาช่วยสนับสนุนให้มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สามารถนำทุนทรัพย์ไปช่วยสนับสนุนเพิ่มการผ่าตัดนอกเวลาราชการ และช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กๆ เหล่านี้ให้น้อยลงได้และที่สำคัญยังเป็นกระบอกเสียงให้ผู้คนในสังคมไทยได้ทราบว่ายังมีเด็กๆ ที่เป็นโรคหัวใจในประเทศไทยอีกจำนวนมากที่ยังรอการช่วยเหลือให้สามารถมีชีวิตใหม่และเติบโตอย่างแข็งแรงต่อไปในอนาคตอีกด้วย”

อาร์ตทอย ทั้ง 3 ดีไซน์ และเสื้อยืดสีขาวปักลายน้อง Hi! ใจ

หมอโอ๊ค-นายแพทย์สมิทธิ์ อารยะสกุล กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากครับที่ได้เป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงที่จะทำให้ผู้คนในสังคมไทยตระหนักถึงปัญหาเกี่ยวกับผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ตรงในฐานะคุณพ่อที่มีลูกสาวที่เคยประสบภาวะด้านหัวใจมาก่อน ทั้งยังได้มีโอกาสสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจอีกด้วย ซึ่งสังคมไทยในปัจจุบันต้องยอมรับว่ายังมีเด็กๆ อีกจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับอาการป่วยด้านหัวใจ และไม่มีโอกาสในการเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที เนื่องด้วยปัจจัยต่างๆ ทั้งค่ารักษา การเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นผมและครอบครัวจึงอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนแคมเปญดีๆ ของเซ็นทรัลรีเทล ในครั้งนี้ ผ่านการซื้ออาร์ตทอยหรือเสื้อยืดคอลเลคชั่นน้อง Hi! ใจ เพียงเท่านี้ทุกคนก็สามารถร่วมกันทำความดีและได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเด็กๆที่เป็นอนาคตของชาติต่อไปได้ครับ”

ด้านครอบครัวน้องวีต้า วีรชาติ เทียมทิฆัมพร (คุณพ่อ) และ โชติรส วิศิษฐ์ศรี (คุณแม่) หนึ่งในครอบครัวที่ลูกสาวเคยมีภาวะเกี่ยวกับผนังหัวใจ ซึ่งก็คือ น้องวีต้า-ด.ญ.โชติชณิตฐ์ เทียมทิฆัมพร ผู้รับบทน้อง Hi! ใจ ในไวรัลคลิปแคมเปญ “Hi! ใจ ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ” โดยภายในงานคุณพ่อคุณแม่ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เราก็เป็นหนึ่งในครอบครัวที่มีลูกที่ต้องเผชิญอาการป่วยเกี่ยวกับหัวใจ ดังนั้น เราจึงเข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นพ่อแม่เป็นอย่างดียิ่งหากครอบครัวไหนที่ไม่มีปัจจัยหรือกำลังมากพอในการส่งลูกให้ได้เข้ารับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว จะยิ่งมีความกังวลมากขึ้น ซึ่งการที่น้องวีต้าได้เข้ามามีส่วนร่วมในแคมเปญครั้งนี้ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก เพราะได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้เด็กๆ ที่เป็นโรคหัวใจและรอคอยความช่วยเหลืออยู่ ให้ได้มีโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่มากขึ้น และสามารถกลับมาใช้ชีวิตที่แข็งแรง พร้อมส่งต่อสิ่งดีๆ ไปยังผู้อื่นได้เหมือนกับน้องวีต้านั่นเอง”

ผู้สนใจที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำความดีเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจกับเซ็นทรัล รีเทล ในแคมเปญ“Hi! ใจ ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ” สามารถซื้อกล่องสุ่มอาร์ตทอย ทั้ง 3 ดีไซน์ในชื่อ Kind, Joy และ Smile และพิเศษสุด! กับอาร์ตทอยตัวซีเคร็ท (Secret)ที่ชื่อว่า Love ซึ่งมีสีและดีไซน์ไม่เหมือนใครพร้อมให้ผู้โชคดีได้เป็นเจ้าของ โดยกล่องสุ่มอาร์ตทอยน้อง Hi! ใจ มีจำหน่ายทั้งแบบเดี่ยวในราคาตัวละ 990 บาท และแบบเซต 3 ตัว ในราคาเซตละ 2,690บาท (จากราคาเต็ม 2,970 บาท)

นอกจากนี้ ยังมีเสื้อยืดสีขาวสุดคิ้วท์ที่ปักลายน้อง Hi! ใจ มาจำหน่ายในราคาเพียงตัวละ 490 บาท โดยสามารถซื้อคอลเลคชั่นน้อง Hi! ใจ ได้2 ช่องทางคือ ที่ร้าน Pop Mart ณ เซ็นทรัลเวิลด์ และซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://bit.ly/48KB45U หรือสแกน QR Code ด้านล่าง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 นี้เท่านั้น

คุณแหน : 26 เมษายน 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801131

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทยจัดบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 6 พ.ค. 2567 ณ ห้องประชุมสลากกินแบ่งรัฐบาล ชั้น 9 ตึกกัลยาณิวัฒนา รพ.สงฆ์..

●●เพลินพิศ ศรีภพ นายกเทศมนตรีเมืองตาคลี ต้อนรับชาวคณะหลักสูตร Digital CEO#7 ที่ไปประชุมงานกลุ่ม DT กับ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.นครสวรรค์ และ เทศบาลนครตาคลี เกี่ยวกับการจัดการความเป็นกลางทางคาร์บอน..

●● ยินดีกับ เกรียงไกร เจริญผล, วีรวัฒน์ ยมจินดา, สุภาวดี สุวรรณประทีป, สำเริง แสงภู่วงค์ที่ได้เป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย..

●● ชื่นชม บางจาก จัดโครงการ “สนุกคิดส์วันปิดเทอม” นำเยาวชนรอบพื้นที่โรงกลั่นน้ำมันร่วมเรียนรู้กิจกรรมเติมความสุขยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมที่ยั่งยืน..

●● ผศ.ดร.ก้องภู นิมานันท์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ ม.เชียงใหม่ มอบช่อดอกไม้ยินดีกับ ผศ.ดร.ศุภฤกษ์ โพธิไพรัตนา ที่ได้เป็นคณบดีคนใหม่ ของคณะการสื่อสารมวลชน ม.เชียงใหม่..

●● มิตรสหายยินดีกับ ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช ที่ได้เป็นนายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ไทย (THAIMED) วาระ 2567-2569 โดยมี ภก.วีรวัฒน์ มีแก้ว เป็นเลขาธิการ สมาคมฯ..

●● สุรเดช สร้อยรุ่งเรือง ต้อนรับชาวคณะ Digital CEO#5 ที่มาจัดงานรียูเนียน ณ ร้านอาหารอิตาเลียน AZZURRO by Chef Thanom ใน ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พร้อมชมการแสดงดนตรีวงสินเจริญ เรียกว่าได้ทั้งความอิ่มอร่อยและสนุกสนาน..

●● เสียใจกับดร.ไบรอัน คุณาคม ที่สูญเสียมารดาศัลยา คงสมบูรณ์เวช สวดพระอภิธรรมศพ ณ ศาลา 1 วัดพระไกรสีห์(น้อย) ถึง 26 เม.ย. และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ 14.00 น. 27 เม.ย…

●●อนุโมทนาบุญกับ คณะศรัทธาวัดป่ารัตนบุญญาราม บ้านโนนเปลือย อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ นำโดย พระครูภัทรวิริยาภรณ์ (หลวงพ่อนิยม) ร่วมมอบเครื่องมือแพทย์ ให้ รพ.ชัยภูมิ พร้อมทางวัดได้จัดโรงทานสำหรับเจ้าหน้าที่รพ.และญาติคนไข้ งานนี้ ดร.นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ไปร่วมพิธีด้วย..

●● ดร.ภาสกร ประถมบุตร ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมอบรม หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 4 ดูได้ที่https://www.depa.or.th/th/article-view/Announcement-Smart-City-Leadership-Program-4..●●

น้องใหม่