บั่นทอนความรู้สึก! ‘นก สินจัย’เผยปมถูกวิจารณ์เรื่องอายุ ไม่เหมาะรับบท’เพียงขวัญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801252

บั่นทอนความรู้สึก! 'นก สินจัย'เผยปมถูกวิจารณ์เรื่องอายุ ไม่เหมาะรับบท'เพียงขวัญ'

บั่นทอนความรู้สึก! ‘นก สินจัย’เผยปมถูกวิจารณ์เรื่องอายุ ไม่เหมาะรับบท’เพียงขวัญ’

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 11.56 น.

26 เมษายน 2567 แม้จะอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน ผ่านมาแล้วทุกกระแสดราม่า สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมืออย่าง นก สินจัย เปล่งพานิช ที่ล่าสุดเจ้าตัวโดนดราม่าเข้าอย่างจังหลังจากที่เข้ามารับบท ‘เพียงขวัญ’ ในละครชุด ‘ดวงใจเทวพรหม’ โดยมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าแก่เกินไปที่จะรับบทนี้ เพราะตัว ‘เพียงขวัญ’ จากเรื่อง ‘สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรณพีร์’ คือ สะใภ้ที่มีอายุน้อยที่สุดในบรรดาสะใภ้ทั้งหมด พร้อมบอกว่าควรรีบแก้ไขบทนี้โดยด่วนไม่เช่นนั้นละครเรื่องนี้อาจจะถูกเมินจากแฟนละครก็เป็นได้

ส่วนดราม่าเรื่องมารับบท ‘เพียงขวัญ’ นก สินจัย เปิดเผยว่า ของพี่นกเองก็เป็นธรรมดาของทุกคน แต่ก็มีป้าแจ๋วที่เข้าไปตอบในเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) อยู่ตลอดเวลา นกว่าเป็นความสนใจของแต่ละบุคคลมากกว่าว่าบทของใครเหมาะไม่เหมาะ แต่นกเชื่อว่าทุกคนก็พยายามเลือกสรร และทำงานอันนี้ออกมาให้ดีที่สุดอยู่แล้ว ยอมรับว่า มีเช็กฟีดแบ็กบ้าง อ่านที่ดี อันที่ไม่ดีเอาไว้สร้างสรรค์บ้าง อันที่ไม่ดีเลย 

คอมเมนต์ที่ไม่มีเหตุผลพี่นกก็จะข้ามไป ไม่อยากเอามาเป็นทุกข์มากกว่า จริงๆ นกเลี่ยงอ่านคอมเมนต์ลบอยู่แล้ว จะพยายามไม่อ่าน จะอ่านบ้างก็ต่อเมื่อมันมีประโยชน์ต่อการทำงาน อ่านคอมเมนต์ที่เห็นแล้วว่ามันสร้างสรรค์งานเราก็จะเอามาปรับปรุง ถ้าเข้ามาแบบไม่ได้สร้างสิ่งดีๆ ให้กับคนทำงาน หรือคนที่อ่านรู้สึก นกก็จะพยายามเลี่ยงๆ ข้ามๆ ไป ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยอ่าน แต่จะมีคนมา แคปมาบอกว่าเป็นแบบนี้ๆ แล้วเราก็เลือกเอา

ถามว่าบั่นทอนไหม มันมีผลอยู่แล้วนิดหน่อย แต่เราก็ก็ต้องเข้มแข็ง มันไม่มีทางที่ทุกอย่างถูกใจทุกคน แต่อันไหนที่มีเหตุผลก็ยอมรับ จริงๆ ทุกคนอ่อนไหว คนทำงานกว่าจะทำละครเรื่องหนึ่งไม่ได้ง่ายๆ การคิดเขาต้องมีเหตุผลว่าทำไมทำแบบนี้ ทำไมต้องเลือกนักแสดงคนนี้ ทุกอย่างมันมีเหตุผล เพราะฉะนั้นเราต้องเลือกที่จะฟัง เลือกที่จะบอกเราด้วย

ซึ่งบทบาทของตัวละคร ‘เพียงขวัญ’จากเรื่อง ‘สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรณพีร์’ ได้ดาราสาวหน้าคมอย่าง มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง เข้ามารับบทนางเอกประกบคู่กับ เจมส์ มาร์ ซึ่งสร้างชื่อเสียงโด่งดังให้กับละครชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าขณะนั้นเป็นการปิดจบซีรีย์ชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพอย่างสวยงาม 

เด้ง‘ผอ.โรงเรียน’-ตั้งกก.สอบ แหกกฎเหล็กสพฐ. แอบจัดคอร์สติวสอบบิ๊กสถานศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801387

เด้ง‘ผอ.โรงเรียน’-ตั้งกก.สอบ แหกกฎเหล็กสพฐ. แอบจัดคอร์สติวสอบบิ๊กสถานศึกษา

เด้ง‘ผอ.โรงเรียน’-ตั้งกก.สอบ แหกกฎเหล็กสพฐ. แอบจัดคอร์สติวสอบบิ๊กสถานศึกษา

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 18.23 น.

เด้ง‘ผอ.โรงเรียน’-ตั้งกก.สอบ แหกกฎเหล็กสพฐ. แอบจัดคอร์สติวสอบบิ๊กสถานศึกษา

26 เมษายน 2567 นายสุรินทร์ มั่นประสงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ(สพร.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย

กรณีที่มีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ (ว16) และในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ว17)และการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. พ.ศ. 2567 โดยเตรียมจัดสอบ คัดเลือกฯรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา 1,668 อัตรา ใน 148 เขตพื้นที่ วันที่ 27 เมษายน นี้

ล่าสุดได้รับแจ้งว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย (สพป.) เขต2 ไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการทุจริต โดยได้แอบจัดกวดวิชาให้กับผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือกเป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา ซึ่งถือว่ามีความผิด จึงได้สั่งมาปฏิบัติหน้าที่ที่ สพฐ. และตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว 

ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการ กพฐ. มีนโยบายให้ดำเนินการจัดสอบครูผู้ช่วย และผู้บริหารสถานศึกษาด้วยความโปร่งใส โดยได้มีการส่งหนังสือแจ้ง มาตรการป้องกันการทุจริต ห้ามไม่ให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ ผู้อำนวยการ สศศ. รวมทั้งข้าราชการเจ้าหน้าที่ในสังกัด สพฐ. เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือกระทำการใด ๆ ที่มีเจตนาเป็นการกวดวิชา จัดทำเอกสาร จำหน่าย แจก หรือกระบวนการอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เข้าสอบโดยเด็ดขาด

นอกจากนี้ ให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ผู้อำนวยการ สศศ. แจ้งบุคลากรในคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)เขต/สศศ. ให้รับทราบเรื่องดังกล่าวด้วย  อีกทั้งยังขอให้ช่วยสอดส่องกำกับ ดูแลเจ้าหน้าที่ในสังกัด และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เกี่ยวกับการป้องกันการทุจริต รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์ในการสอบ และให้กำหนดบุคคลในทางลับเพื่อตรวจสอบ ติดตาม บุคคลที่มีพฤติการณ์ดังกล่าว และไม่ให้มีการแต่งตั้งเป็นกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการสอบ

“การที่ผู้อำนวยการโรงเรียนรายดังกล่าวไปจัดติว จึงถือว่ามีความผิด ส่วนจะมีโทษสถานใดนั้น ต้องรอข้อมูลจากทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน” นายสุรินทร์ กล่าว

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2781150

"ภูริต ภิรมย์ภักดี" มอบโลหิต 2.4 ล้านซีซี สนับสนุนศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ

27 เม.ย. 2567 05:01 น.

“ภูริต ภิรมย์ภักดี” มอบโลหิต 2.4 ล้านซีซี สนับสนุนศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ

โลหิตมีค่า  –  ภูริต ภิรมย์ภักดี ส่งมอบโลหิตกว่า 2.4 ล้านซีซี จากการบริจาคของพนักงาน ในโอกาสครบรอบ 90 ปีบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ ให้ รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ เพื่อสนับสนุนศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ โดยมี บุญเกียรติ เมธีทัศนีย์ มาร่วมงานด้วย ที่อาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ วันก่อน.

การปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตคือเกราะคุ้มภัย หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2567

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…ถึงแม้ รัฐบาล ภายใต้การนำของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กดปุ่มเดินหน้านโยบายเรือธง โครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต แบบเต็มพิกัด คืบหน้าถึงขั้นที่ คณะรัฐมนตรี มีมติให้ความเห็นชอบหลักการโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ทั้งเรื่องกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ แนวทางเข้าร่วมโครงการของประชาชน เงื่อนไขการใช้จ่าย ประเภทสินค้า การลงทะเบียนร้านค้า รวมถึงแหล่งเงินจำนวน 5 แสนล้านบาท ในการดำเนินโครงการ โดยมอบหมายให้ กระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ สำนักงบประมาณ ไปศึกษาใน รายละเอียด เพื่อดำเนินโครงการ…รวมถึง นายกฯเศรษฐา ยังมีข้อสั่งการเกี่ยวกับประเด็นอำนาจหน้าที่ของ ธ.ก.ส. กรณีที่รัฐบาลจะนำเงินของ ธ.ก.ส. มาใช้ในโครงการนี้ 172,300 ล้านบาท หากมีประเด็นข้อสงสัยใดๆให้ส่งเรื่องสอบถามไปยัง คณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อวินิจฉัยให้เกิดความกระจ่าง
งานใหญ่  –  นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์, สรรชาย นุ่มบุญนำ และ เกียรติศักดิ์ จิระขจรวงศ์ แถลงข่าวการจัด “SUBCON Thailand 2024” งานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ระหว่าง 15-18 พ.ค.ที่ไบเทค บางนา โดยมี มนู เลียวไพโรจน์ มาร่วมงานด้วย ที่ รร.เซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว วันก่อน.
  • แน่นอนการที่ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบกรอบหลักการโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต และให้ความสำคัญกับเรื่องข้อกฎหมายในการนำเงินของ ธ.ก.ส. มาใช้ในโครงการนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งหนังสือประกอบความเห็นการพิจารณา โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ให้ คณะรัฐมนตรี พิจารณา โดยระบุว่าการดำเนินโครงการนี้ควรครอบคลุมเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิผลคุ้มค่าและใช้งบฯลดลง โดยเฉพาะ กลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 15 ล้านคน สามารถดำเนินการได้ทันทีและใช้งบฯ 150,000 ล้านบาท…รวมทั้งเห็นว่าโครงการนี้ก่อให้เกิด ภาระทางการคลัง จำนวนมากในระยะยาว การดำเนิน โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่ใช้วงเงินงบประมาณมูลค่าสูงทำให้ความสามารถในการดำเนินนโยบายการคลังอื่นๆของรัฐบาลลดลง
อย่าพลาด  –  แมธเธียส คูเปอร์, สนั่น อังอุบลกุล, ดวงดาว ขาวเจริญ และ ดร.ดวงเด็ด ย้วยความดี เปิดงาน “Kind + Jugend ASEAN 2024” มหกรรมสินค้าแม่และเด็กแห่งอาเซียน จัดถึง 27 เม.ย. โดยมี ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
  • ที่สำคัญ ผู้ว่าการ ธปท. ยังมีความเห็นด้วยว่า การให้ ธ.ก.ส. ร่วมสนับสนุนโครงการนี้ควรมีความชัดเจนทาง กฎหมาย ว่าอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ และวัตถุประสงค์ของ ธ.ก.ส. หรือไม่ และควรต้องกำหนดกลไกการเติมเงินให้ เกษตรกร แยกส่วนจากการเติมเงินให้ ประชาชนทั่วไป อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการใช้งบฯผิดประเภท รวมทั้งมีข้อกังวลว่าการที่รัฐบาลจะให้ ธ.ก.ส. สนับสนุนโครงการนี้ โดยยังมีภาระหนี้คงค้างกับ ธ.ก.ส. ประมาณ 800,000 ล้านบาท อาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและฐานะการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. อย่างมีนัยสำคัญ
น่าใช้มาก  –  ฮิเดคาสึ อิโตะ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “Panasonic nanocare EH-NA0J” ไดร์เป่าผมรุ่นล่าสุด นวัตกรรมเพื่อการดูแลเส้นผม หนังศีรษะ พร้อมเติมน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า โดยมี ฉัตรบดินทร์ ชูช่วย และ สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • เช่นเดียวกับ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ระบุถึงกรณีรัฐบาลจะนำเงินของ ธ.ก.ส. วงเงิน 172,300 ล้านบาท มาสนับสนุนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะต้องอยู่ภายในขอบวัตถุประสงค์ หน้าที่ และอำนาจตามกฎหมายของ ธ.ก.ส. โดยจะต้องจัดทำแผนบริหารจัดการโครงการ ประมาณการรายจ่าย แหล่งเงินที่ใช้ตลอดระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการสูญเสียรายได้ และประโยชน์ที่จะได้รับ และเสนอ คณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติในรายละเอียดก่อนดำเนินโครงการต่อไปด้วย
ตามไปชม  –  แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานเปิด “บ้านพิพิธภัณฑ์คุณาวงศ์” แหล่งรวมผลงานศิลปะ วัตถุโบราณของ เสริมคุณ คุณาวงศ์ โดยมี นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, รศ.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร และ มาริสา สุโกศล หนุนภักดี มาร่วมงานด้วย ที่ซอยลาดพร้าว 54 วันก่อน.
  • ประสา “ธนูเทพ” มองการเคลื่อนไหวของ ผู้ว่าการ ธปท. ที่มีหนังสือประกอบความเห็นแก่ คณะรัฐมนตรี ในการพิจารณา โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ถือว่าเป็นการดำเนินการเสนอแนะและท้วงติง ตามอำนาจหน้าที่ ในการดูแล นโยบายรักษาเสถียรภาพการเงินของประเทศ และ ผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการของรัฐบาล ที่ต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมหาศาลกว่า 5 แสนล้านบาท ไม่ใช่เป็นการ ขัดขวางนโยบายของรัฐบาล อย่างที่ถูกมองถูกวิจารณ์แต่ประการใด
เจาะลึก  –  ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ และ จิตตินันท์ ชาติสีหราช เปิดงานสัมมนา “Tokenization Summit 2024” เพื่อให้ความรู้ครอบคลุมทุกมิติของสินทรัพย์ดิจิทัลและโทเคนดิจิทัล โดยมี ไพลิน วิชากูล และ รุจิพล วิโรจน์โภคา มาร่วมงานด้วย ที่ SCBX NEXT TECH สยามพารากอน วันก่อน.
  • ขณะที่ รัฐบาล เองก็มีหน้าที่จะต้องบริหารโครงการและงบประมาณตามนโยบายที่แถลงต่อ รัฐสภา เมื่อ โครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เป็นนโยบายที่ พรรคเพื่อไทย หาเสียงให้สัญญาไว้กับ ประชาชน เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็น รัฐบาล ก็ต้องเดินหน้าทำตามนโยบายที่ประกาศและแถลงไว้ต่อรัฐสภา…พูดง่ายๆว่า ต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ ที่จะต้องดำเนินการตาม บทบาท และ อำนาจหน้าที่ ในความรับผิดชอบของตัวเอง ที่สำคัญต้องยึด กรอบกฎหมาย ในการใช้ งบประมาณแผ่นดิน และ ผลประโยชน์ประเทศและประชาชน เป็นตัวตั้ง ถ้าเดินไปตามกรอบตามแนวนี้ก็ไม่ต้องกลัวเสียงขู่ใดๆ
ยอดเยี่ยม  –  รุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ และ กล้า ตั้งสุวรรณ จัดงานประกาศรางวัล “ไทยแลนด์ โซเชียล เกมมิ่ง อวอร์ด 2024” เพื่อเชิดชูบุคคลในวงการเกมและอีสปอร์ต มีผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย โดยมี สักกพล สวาคฆพรรณ มาร่วมงานด้วย ที่เอไอเอส สตูดิโอ สามย่านมิตรทาวน์ วันก่อน.
  • ผ่างๆ…ศึกบิ๊กสีกากี ยังร้อนแรงไม่หยุด หลังจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ใส่เกียร์ถอย ยื่นหนังสือถึง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ถอนคำร้องตรวจ สอบเอาผิด นายกฯเศรษฐา ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีการแต่งตั้ง ผบ.ตร. โดยอ้างว่าได้ตรวจสอบพบว่าก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวสได้ยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. แล้ว จึงไม่ต้องการยื่นร้องซ้ำเพราะจะทำให้กระบวนการสอบสวนล่าช้า และยังตรวจสอบพบว่า นายกฯเศรษฐา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับคำสั่งย้ายตนเองกลับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนถูกสั่งให้ออกจากราชการจึงได้ถอนเรื่องร้องเรียน…พยายามหารันเวย์ลง ขอสงบศึกแนวรบด้านนี้แบบนิ่มๆ
  • แต่ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็หันไปเปิดแนวรบกับคนในองค์กรตำรวจด้วยกัน โดยยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ร้องทุกข์กล่าวโทษ คณะพนักงานสอบสวน กว่า 200 นาย ที่เกี่ยวกับ คดีการฟอกเงินเครือข่ายเว็บการพนัน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สอบสวนทำสำนวนคดีโดยไม่มีอำนาจ…งานนี้ใครจะเป็นพระเอก ใครจะเป็นผู้ร้าย ยังต้องลุ้นกันยาวๆ จบข่าว
  • สังคมทั่วไป…ศพ ศักดา นพเกตุ ตั้งสวดศาลา 2 วัดมกุฏกษัตริยาราม 18.30 น. 27 เม.ย.คืนสุดท้าย ฌาปนกิจ 28 เม.ย. 17.00 น.
  • ศพ สุริยน ภูชำนิ อดีตครูโรงเรียนสาธิตรามคำแหง ตั้งสวดศาลา 3 วัดบำเพ็ญเหนือ มีนบุรี 18.30 น. 27 เม.ย.คืนสุดท้าย ฌาปนกิจ 28 เม.ย. 17.00 น. 

“ธนูเทพ”

สี จิ้นผิง พบ ’บลิงเคน’ เยือนปักกิ่ง ชี้จีน-สหรัฐฯ ควรเป็นหุ้นส่วนมากกว่าคู่แข่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781277

สี จิ้นผิง พบ ’บลิงเคน’ เยือนปักกิ่ง ชี้จีน-สหรัฐฯ ควรเป็นหุ้นส่วนมากกว่าคู่แข่ง

26 เม.ย. 2567 19:47 น.

สี จิ้นผิง พบ ’บลิงเคน’ เยือนปักกิ่ง ชี้จีน-สหรัฐฯ ควรเป็นหุ้นส่วนมากกว่าคู่แข่ง

สี จิ้นผิง ปธน.จีน พบแอนโทนี บลิงเคน มาเยือนกรุงปักกิ่ง หวังสหรัฐฯ มองการพัฒนาของจีนในเชิงบวก ชี้จีนและสหรัฐฯ ควรเป็นหุ้นส่วนมากกว่าคู่แข่ง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ (26 เม.ย. 2567) สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้พบปะหารือกับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ณ อาคารมหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งของจีน กล่าวว่าจีนยินดีที่ได้เห็นสหรัฐฯ มีความเชื่อมั่น การเปิดกว้าง และความเจริญรุ่งเรือง ขณะเดียวกันคาดหวังว่าสหรัฐฯ จะมองการพัฒนาของจีนในเชิงบวกเช่นกัน

สี จิ้นผิง ชี้ว่านี่เป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องคำนึงถึง เหมือนกับการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง เพื่อความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพ พัฒนาดีขึ้น และก้าวไปข้างหน้าอย่างแท้จริง ขณะปีนี้ตรงกับวาระความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ครบรอบ 45 ปี โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวผ่านร้อนผ่านหนาวและมอบข้อคิดสำคัญไม่น้อยตลอด 45 ปีที่ผ่านมา

แอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯเยือนกรุงปักกิ่ง พบประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งจีน เมื่อ 26 เมษายน 2567

จีนและสหรัฐฯ ควรเป็นหุ้นส่วนมากกว่าคู่แข่ง ช่วยเหลือกันมากกว่าทำร้ายอีกฝ่าย แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่างมากกว่าทำการแข่งขันอันมุ่งร้าย และทำตามคำพูดด้วยการกระทำมากกว่าพูดอย่างแต่ทำอีกอย่าง โดย สี จิ้นผิง เสนอ 3 หลักการ ซึ่งเป็นบทเรียนจากอดีตและแนวทางสู่อนาคต ได้แก่ การเคารพซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์

ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่มิเคยพานพบในรอบศตวรรษและสถานการณ์ระหว่างประเทศกำลังเผชิญความผันผวนวุ่นวาย ประชาชนของสองประเทศและประชาคมระหว่างประเทศจึงต่างปรารถนาจะเห็นจีนและสหรัฐฯ เสริมสร้างการปรึกษาหารือ จัดการควบคุมความแตกต่าง และเดินหน้าความร่วมมือ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เน้นย้ำว่าโลกกว้างใหญ่เพียงพอสำหรับการพัฒนาร่วมกันและความเจริญรุ่งเรืองของแต่ละฝ่าย พร้อมกล่าวถึงการพบปะกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในนครซานฟรานซิสโกเมื่อปีก่อน และร่วมกันเผยวิสัยทัศน์ซานฟรานซิสโกที่มุ่งสู่อนาคต โดยทีมงานของสองฝ่ายได้ดำเนินการตามความเข้าใจร่วมกันของผู้นำทั้งสอง รักษาการสื่อสารด้านต่างๆ และสร้างความคืบหน้าอันดี

ทั้งนี้ สี จิ้นผิง ทิ้งท้ายว่ายังคงมีหลายประเด็นที่ต้องจัดการแก้ไขด้วยความพยายามเพิ่มเติม โดยการเยือนจีนครั้งนี้ของบลิงเคนเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประธานาธิบดีไบเดนกับเขาในการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนและหวังว่าจะไม่เสียเที่ยว

ที่มา-ข้อมูล-ภาพปกจาก Xinhua 

นาทีระทึก เครื่องบินโดยสารลำใหญ่บึ้ม กระแทกรันเวย์ จนกระเด้ง 2 หน (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781241

นาทีระทึก เครื่องบินโดยสารลำใหญ่บึ้ม กระแทกรันเวย์ จนกระเด้ง 2 หน (คลิป)

26 เม.ย. 2567 18:11 น.

นาทีระทึก เครื่องบินโดยสารลำใหญ่บึ้ม กระแทกรันเวย์ จนกระเด้ง 2 หน (คลิป)

ระทึกทั้งลำ เครื่องบินโดยสารจัมโบ้เจ็ต ของสายการบินลุฟต์ฮันซา กระแทกรันเวย์ จนกระเด้งอย่างน่ากลัวถึง 2 หน ขณะพยายามลงจอดที่สนามบินลอสแอนเจลิส

ผู้โดยสารทั้งลำต้องหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 747-8i ของสายการบินลุฟต์ฮันซา (Lufthansa) เที่ยวบิน 456 จากเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี กระแทกรันเวย์อย่างแรง จนเครื่องบินลำใหญ่บึ้มกระเด้งอย่างน่ากลัว ถึงสองครั้ง ขณะนักบินกำลังนำเครื่องบินลงจอด ที่สนามบินลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้นักบินตัดสินใจยกเลิกการพยายามลงจอดทันที 

Air Videoes Live เผยแพร่คลิปวิดีโอนาทีเครื่องบิน ‘จัมโบ้เจ็ต’ ลำใหญ่บึ้ม ของสายการบินลุฟต์ฮันซา ขนาดความจุผู้โดยสารและลูกเรือ 400 ที่นั่ง กำลังลงจอดที่สนามบินลอสแอนเจลิส เมื่อวันอังคารที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา โดยทุกอย่างดูเป็นปกติดี นักบินกางล้อเครื่องบินเพื่อเตรียมลงจอด ท่ามกลางสภาพอากาศแจ่มใส ไม่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดเหตุระทึกขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า

แต่แล้วทันทีที่เครื่องบินลำใหญ่สัมผัสพื้นรันเวย์ ปรากฏว่า ล้อเครื่องบินได้เกิดการกระแทกรันเวย์อย่างแรง จนทำให้ฝุ่นตลบ และเครื่องบินกระเด้งลอยอย่างน่ากลัวถึงสองครั้ง จนสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้แก่ผู้โดยสารทั้งลำ เดชะบุญ ที่นักบินตัดสินใจนำเครื่องบินเหินขึ้นฟ้า บินวนอีกครั้ง ก่อนจะนำเครื่องบินกลับมาลงจอดที่สนามบินลอสแอนเจลิสได้อย่างปลอดภัย

ที่มา Dailymail

เดือด ยูเครนเริ่มใช้ขีปนาวุธพิสัยไกล ATACMS ของสหรัฐฯ โจมตีรัสเซียแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781175

เดือด ยูเครนเริ่มใช้ขีปนาวุธพิสัยไกล ATACMS ของสหรัฐฯ โจมตีรัสเซียแล้ว

26 เม.ย. 2567 14:18 น.

เดือด ยูเครนเริ่มใช้ขีปนาวุธพิสัยไกล ATACMS ของสหรัฐฯ โจมตีรัสเซียแล้ว

สงครามยูเครนกลับมาร้อนแรง กองทัพยูเครนเริ่มใช้ขีปนาวุธ (ballistic missile) พิสัยไกล ATACMS ที่สหรัฐฯ แอบส่งมาให้ ในการโจมตีรัสเซียแล้ว

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่งขีปนาวุธพิสัยไกลเหล่านี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือชุดใหม่ที่ทางการสหรัฐฯ มอบให้แก่ยูเครน โดยขีปนาวุธพิสัยไกลของสหรัฐฯ ได้มาถึงยูเครนในเดือนนี้ ในขณะที่การจัดส่งขีปนาวุธพิสัยไกลมาให้ยูเครน ไม่มีการประกาศต่อสาธารณชนเพื่อธำรงไว้ต่อปฏิบัติการความมั่นคงของยูเครน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังเผยว่า กองทัพยูเครนได้เริ่มใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีเป้าหมายต่างๆ ที่คาบสมุทรไครเมีย ซึ่งถูกผนวกเข้าเป็นดินแดนของรัสเซีย ส่วนความช่วยเหลือด้านอาวุธยุทโธปกรณ์อื่นๆ กำลังถูกส่งมาให้แก่ยูเครน ซึ่งคาดว่าทางการสหรัฐฯ จะเริ่มส่งมาให้ทันทีหลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้ลงนามงบประมาณช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและการทหารแก่ยูเครนก้อนใหม่ วงเงิน 61,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันพุธที่ 24 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากถูกสมาชิกรัฐสภาพรรครีพับลิกันคัดค้านมานาน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯลงนามงบช่วยเหลือก้อนใหม่ด้านเศรษฐกิจและการทหารแก่ยูเครน วงเงิน 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อ 24 เมษายน 2567

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยืนยันเมื่อวันพุธที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมาว่า ขีปนาวุธที่สหรัฐฯ แอบจัดส่งให้ยูเครนนั้น เป็นขีปนาวุธพิสัยไกล รุ่น Army Tactical Missile Systems หรือ ATACMS (ระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธีของกองทัพบก) หลังจากก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ส่งขีปนาวุธพิสัยกลาง ในรุ่น ATACMS มาให้แก่ยูเครนแล้ว

ทั้งนี้ รัฐบาลยูเครนได้ร้องขอขีปนาวุธ ATACMS กับสหรัฐฯ มานานแล้ว เพื่อต้องการนำมาใช้โจมตีรัสเซีย โดยขีปนาวุธ ATACMS มีพิสัยการยิงไกลสูงสุดถึง 186 ไมล์ หรือ 300 กิโลเมตร โดยประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า ได้อนุมัติให้ส่งขีปนาวุธ ATACMS แบบลับๆ มาให้ยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เพราะขีปนาวุธพิสัยไกลนี้จะทำให้ยูเครนสามารถโจมตีดินแดนรัสเซียได้ลึกมากขึ้น โดยเฉพาะฐานทัพ และคลังอาวุธ รวมทั้งศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์

ที่มา : BBC

บังกลาเทศร้อนจัด สั่งปิด ร.ร. กระทบ นร. 33 ล้าน อุณหภูมิทะลุ 42 องศาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781147

บังกลาเทศร้อนจัด สั่งปิด ร.ร. กระทบ นร. 33 ล้าน อุณหภูมิทะลุ 42 องศาฯ

26 เม.ย. 2567 12:34 น.

บังกลาเทศร้อนจัด สั่งปิด ร.ร. กระทบ นร. 33 ล้าน อุณหภูมิทะลุ 42 องศาฯ

บังกลาเทศสั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ กระทบเด็กนักเรียน 33 ล้านคน หลังสภาพอากาศร้อนจัด แดดแผดเผา อุณหภูมิสูงกว่า 42 องศาฯ หลังจากทางการฟิลิปปินส์ อินเดีย สั่งปิดโรงเรียนก่อนหน้านี้

รัฐบาลบังกลาเทศสั่งปิดโรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ทั่วประเทศ ให้นักเรียน 33 ล้านคนไม่ต้องมาโรงเรียน ตั้งแต่ 25 เมษายน จนถึงวันที่ 27 เมษายน 2567 เนื่องจากสภาพอากาศในบังกลาเทศร้อนจัด แสงแดดแผดเผา อุณหภูมิพุ่งทะยานสูงกว่า 42 องศาเซลเซียส

นับเป็นปีที่สองแล้วที่ทางการบังกลาเทศต้องสั่งปิดสถาบันการศึกษาทั้งหมดทั่วประเทศ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดจนเกินไป ในขณะที่การสั่งปิดโรงเรียน วิทยาลัยในบังกลาเทศในปีนี้ มีขึ้นหลังจากทางการฟิลิปปินส์และอินเดียได้สั่งปิดโรงเรียน หยุดการเรียนการสอนก่อนหน้านี้ จากอิทธิพลของคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมทั่วทวีปเอเชีย จนทำให้สภาพอากาศร้อนจัดมาก

ทั้งนี้ บังกลาเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในที่ราบต่ำ เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเปราะบางมากที่สุดที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยตามรายงานของคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แจ้งเตือนว่า น้ำทะเลอาจสูงขึ้น 30-45 เซนติเมตร ซึ่งจะส่งผลต่อประชาชนในบังกลาเทศซึ่งอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลมากกว่า 35 ล้านคน หรือคิดเป็นประชากร 1 ใน 4 ของบังกลาเทศ

ชาวมุสลิมในบังกลาเทศร่วมใจมาสวดวิงวอนขอให้ฝนตก เมื่อ 24 เมษายน 2567

นอกจากนั้น เมื่อวันพุธที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา ชาวมุสลิมหลายพันคนในบังกลาเทศได้ร่วมใจไปยังมัสยิดต่างๆ เพื่อสวดวิงวอนขอให้ฝนตก ในขณะที่สำนักอุตุนิยมวิทยาของบังกลาเทศคาดการณ์ว่า อิทธิพลของคลื่นความร้อนจะส่งผลให้สภาพอากาศในบังกลาเทศจะร้อนจัดต่อไปอีกอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ หลังจากได้ออกคำเตือนภัยสภาพอากาศร้อนจัดเป็นครั้งที่ 4 ในเดือนนี้ เมื่อวันพฤหัสฯที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา 

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBC

มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ยกเลิกพิธีรับปริญญา เหตุประท้วงอิสราเอลดุเดือด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781140

มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ยกเลิกพิธีรับปริญญา เหตุประท้วงอิสราเอลดุเดือด

26 เม.ย. 2567 15:22 น.

มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ยกเลิกพิธีรับปริญญา เหตุประท้วงอิสราเอลดุเดือด

มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐฯ ได้ยกเลิกพิธีรับปริญญาในปีนี้ หลังสงครามอิสราเอล-กาซาเป็นชนวนเหตุของประท้วงและความรุนแรง ที่เกิดในมหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐฯ

มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (ยูเอสซี) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (25 เม.ย.) ว่า ได้ยกเลิกพิธีรับปริญญาในปีนี้ หรือหนึ่งสัปดาห์หลังจากยกเลิกพิธีการกล่าวสุนทรพจน์ของนักศึกษามุสลิมคนหนึ่ง ที่กล่าวว่าเธอถูกปิดปากจากความเกลียดชังชาวปาเลสไตน์

เว็บไซต์ของยูเอสซีระบุว่า มาตรการความปลอดภัยที่ใช้ในปีนี้ เช่น ขั้นตอนการคัดกรองผู้เข้าร่วมพิธี อาจทำให้ผู้ร่วมงานรับปริญญา ที่ประกอบด้วยนักศึกษา ครอบครัว และเพื่อนฝูง จำนวน 65,000 คน อาจต้องเสียเวลา ทำให้ต้องยกเลิกพิธีที่จัดขึ้นบนเวทีใหญ่

สงครามอิสราเอล-กาซา จุดชนวนให้เกิดความตึงเครียดในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐฯ ส่งผลให้นักศึกษาจำนวนมากจัดการประท้วงภายในมหาวิทยาลัยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยที่ยูเอสซี ตำรวจได้จับกุมผู้ประท้วงอย่างน้อย 93 คนในมหาวิทยาลัยฐานบุกรุก และสั่งให้รื้อเต็นท์ที่พัก

กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวแสดงความกังวลต่อการจับกุมผู้ประท้วงและนักศึกษาในประเด็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ในขณะที่เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยกล่าวว่าการประท้วงไม่ได้รับอนุญาต

การตัดสินใจของยูเอสซีที่จะยกเลิกพิธีรับปริญญา เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากมีผู้แสดงความไม่พอใจที่มหาวิทยาลัยตัดสินใจยกเลิกการกล่าวสุนทรพจน์ของนักวิชาการ โดยนายแอนดรูว์ กุซมาน ประธานของยูเอสซี กล่าวในแถลงการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การตัดสินใจยกเลิกการกล่าวสุนทรพจน์ของอัสนา ทาบาสซุม นักวิชาการด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ ที่เป็นชาวมุสลิม มีเป้าหมายเพื่อปกป้องความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการพูด

การประท้วงยังปะทุขึ้นที่มหาวิทยาลัยเอมโมรี ในเมืองแอตแลนตา โดยกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนชาวปาเลสไตน์ ที่รวมถึงการต่อต้านการสร้างศูนย์ฝึกอบรมตำรวจในเมืองแอตแลนตา ซึ่งเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างมาก และโดยผู้คัดค้านเรียกโครงการนี้ว่า “เมืองตำรวจ”

ตำรวจมหาวิทยาลัยเอมโมรีกล่าวว่า ผู้ประท้วงได้ผลักดันเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ซึ่งใช้สำหรับจัดพิธีรับปริญญาในเช้าวันพฤหัสบดี และเผยว่ามีการใช้สารเคมีที่ทำให้ระคายเคือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมฝูงชน โดยกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ประท้วงบางคนขว้างสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่ตำรวจแอตแลนตายังยืนยันการใช้สารเคมีที่ทำให้ระคายเคือง แต่ปฏิเสธรายงานการยิงกระสุนยางใส่ผู้ประท้วง

การประท้วงในมหาวิทยาลัยระลอกล่าสุดเริ่มต้นขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย แจ้งตำรวจให้เคลียร์ค่ายผู้ประท้วง และมีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 100 คน นักเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ให้ปลดแอกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และให้คณะต่างๆ หยุดรับเงินบริจาคจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่สนับสนุนสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา.

ที่มา Reuters

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

“เวนิส” ทดลองเก็บค่าธรรมเนียมเข้าเมือง 5 ยูโรจากนักท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781114

"เวนิส" ทดลองเก็บค่าธรรมเนียมเข้าเมือง 5 ยูโรจากนักท่องเที่ยว

26 เม.ย. 2567 10:36 น.

“เวนิส” ทดลองเก็บค่าธรรมเนียมเข้าเมือง 5 ยูโรจากนักท่องเที่ยว

เมืองเวนิสของอิตาลี เริ่มทดลองเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับจำนวน 5 ยูโร เพื่อหวังแก้ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง

เมืองเวนิส เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของอิตาลี เปิดตัวโครงการนำร่องเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าสำหรับนักเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับเป็นเงิน 5 ยูโร (เกือบ 200 บาท) ซึ่งเจ้าหน้าที่หวังว่า จะลดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ให้เดินทางมาในวันที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น และทำให้เมืองนี้น่าอยู่มากขึ้น

ทางการได้ติดตั้งแผ่นป้ายแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวถึงข้อกำหนดใหม่ ที่อยู่ในช่วงขั้นตอนการทดสอบนาน 29 วัน จนถึงเดือนกรกฎาคม บริเวณนอกสถานีรถไฟหลัก และเส้นทางเข้าเมืองจุดอื่นๆ โดยได้จัดเจ้าหน้าที่ประมาณ 200 คน เพื่อคอยให้แนะนำเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียม โดยผ่านกระบวนการดาวน์โหลดคิวอาร์โค้ด มีการตั้งซุ้มช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน

เมื่อผ่านจุดเข้าที่กำหนดแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสุ่มตรวจสอบรหัสคิวอาร์โค้ด ว่านักท่องเที่ยวได้ชำระค่าธรรมเนียมแบบไปเช้าเย็นกลับแล้วหรือไม่ หรือผู้ที่ได้รับการยกเว้น โดยผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับตั้งแต่ 50 ยูโรถึง 300 ยูโร ข้อกำหนดนี้ใช้สำหรับผู้ที่เดินทางเช้าเมืองระหว่างเวลา 08.30 น. ถึง 16.00 น. เท่านั้น โดยนอกเวลาดังกล่าวสามารถเข้าได้ฟรี

ทั้งนี้ เมืองเวนิสเผชิญปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองมานานหลายปี แต่เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ตัวเลขประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวก่อนการระบาดของโควิด-19 ที่ราว 25 ล้านถึง 30 ล้านคนต่อปี รวมถึงผู้ที่เดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับนั้น ดูไม่น่าเชื่อถือ และโครงการนำร่องก็มีเป้าหมายที่จะระบุตัวเลขที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อช่วยจัดการปัญหานี้ได้ดีขึ้น

ในทางตรงกันข้าม ทางการเมืองเวนิสระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่พักค้างคืนในเมืองเวนิสเมื่อปีที่แล้วมีจำนวน 4.6 ล้านคน ลดลง 16% จากระดับสูงสุดก่อนเกิดโควิด

อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนมองว่าระบบดังกล่าวอาจไม่สามารถหยุดยั้งการท่องเที่ยวแบบมวลชน และกล่าวว่าทางการจำเป็นต้องให้ความสนใจในเรื่องการเพิ่มจำนวนประชากรผู้อยู่อาศัยและบริการที่พวกเขาต้องการ

ประชาชนชาวเวนิสคนหนึ่งซึ่งร่วมในการประท้วง กล่าวว่า “ที่นี่ไม่ใช่อุทยานธรรมชาติ ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ ไม่ใช่เมืองปอมเปอี นี่คือเมืองที่เราต้องต่อสู้เพื่อให้เรามีบ้านที่สามารถอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว และเราต้องเปิดร้านค้าในท้องถิ่นอีกครั้ง”

เมื่อปีที่แล้ว เวนิสมีจำนวนเตียงในโรงแรมที่พักเกินจำนวนประชากรของเมืองเป็นครั้งแรก ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ต่ำกว่า 50,000 คนในย่านเมืองเก่าที่มีลำคลองอันงดงาม

เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวของเวนิสกล่าวว่า มีผู้ชำระเงินเพื่อดาวน์โหลดคิวอาร์โค้ด แล้วประมาณ 6,000 ราย โดยผู้ที่เดินทางมาแบบไปเช้าเย็นกลับเมื่อวานนี้ (25 เม.ย.) คาดว่าจะสูงถึงประมาณ 10,000 ราย

มีผู้ดาวน์โหลดคิวอาร์โค้ดที่แสดงถึงการได้รับการยกเว้นแล้วมากกว่า 70,000 ราย รวมถึงผู้ที่ทำงานในเวนิสหรือผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคเวเนโต ส่วนผู้ที่พักในโรงแรมในเวนิส รวมถึงพื้นที่ในเขตแผ่นดินใหญ่ เช่น มาร์เกรา หรือเมสเทร ควรขอรับรหัสคิวอาร์โค้ดเพื่อยืนยันการเข้าพัก ซึ่งรวมถึงภาษีโรงแรมด้วย

เจ้าหน้าที่เวนิสกล่าวว่า ความสนใจในโครงการนำร่องของเวนิสได้รับความสนใจจากเมืองแห่งอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวมวลชน รวมถึงเมืองอื่นๆ ในอิตาลี และเมืองต่างๆ ในต่างประเทศ เช่น บาร์เซโลนา และอัมสเตอร์ดัม.

ที่มา AP

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ฮามาสลั่นกาซาต้องมีแต่ชาวปาเลสไตน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2781115

ฮามาสลั่นกาซาต้องมีแต่ชาวปาเลสไตน์

26 เม.ย. 2567 10:26 น.

ฮามาสลั่นกาซาต้องมีแต่ชาวปาเลสไตน์

เมื่อ 25 เม.ย. สำนักข่าวเอพีของสหรัฐฯ รายงานบทสัมภาษณ์ของนายคาลิล อัล-เฮย์ยา เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายการเมืองของกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสในกาตาร์ และตัวแทนคณะเจรจาในการหารือข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ท่ามกลางสงครามที่ตึงเครียดต่อเนื่อง รวมถึงการเจรจาเพื่อสงบศึกยังไร้ทีท่าประสบผลสำเร็จ

นายอัล-เฮย์ยาเผยว่า กลุ่มฮามาสยินดีที่จะยุติการสู้รบกับกองทัพอิสราเอลชั่วคราวเป็นเวลา 5 ปีหรือมากกว่านั้น อีกทั้งจะทิ้งอาวุธและเปลี่ยนมาทำงานในรูปแบบพรรคการเมือง และต้องการเข้าร่วมกับองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ของพรรคฟาตาห์ในเขตเวสต์แบงก์ ก่อตั้งรัฐบาลผสมเพื่อบริหารฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ โดยกลุ่มฮามาสจะยอมรับอธิปไตยของรัฐปาเลสไตน์ก็ต่อเมื่อชาวปาเลสไตน์ได้กลับบ้านตามข้อมติระหว่างประเทศ รวมถึงมีการก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์ในดินแดนดั้งเดิมก่อนเกิดสงคราม 6 วันในปี พ.ศ.2510 ซึ่งทำให้อิสราเอลสามารถยึดดินแดนอาหรับไว้ได้หลายแห่ง เช่น ฉนวนกาซา เขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก

อย่างไรก็ตาม แนวคิดการก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์บนอาณาเขตเดิม ซึ่งบ่งชี้เป็นการแก้ไขปัญหาร่วมกันทั้ง 2 รัฐ ได้รับการต่อต้านจากนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กระนั้นนายอัล-เฮย์ยา ระบุกับสื่อท้องถิ่นของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่า แผนนี้เป็นแค่การแก้ปัญหาชั่วคราวเท่านั้น ขณะที่ยังมีรายงานว่า กองทัพอิสราเอลเตรียมบุกโจมตีเมืองราฟาห์ ทางใต้ของฉนวนกาซาเพียงแต่รอคำสั่งจากรัฐบาล สอดคล้องกับรายงานของสื่อท้องถิ่นอิสราเอลว่า คณะทำงานเฉพาะกิจรับมือสงครามของครม.อิสราเอลได้หารือแผนบุกเมืองดังกล่าวเพื่อกำจัดกลุ่มฮามาสที่เหลือ ด้านนายอัล-เฮย์ยาระบุว่าการโจมตีเมืองราฟาห์ไม่สามารถทำให้อิสราเอลกำจัดกลุ่มฮามาสได้สำเร็จ ควรหารือเพื่อให้เกิดข้อตกลงร่วมกัน และสงครามไม่เป็นอุปสรรคในการสื่อสารระหว่างผู้นำฮามาสทั้งที่อยู่ในและนอกฉนวนกาซา

สำหรับการหารือข้อตกลงหย่าศึกในฉนวนกาซาที่ยังไม่คืบหน้า นายอัล-เฮย์ยายืนยันไม่เปลี่ยนจุดยืนเรียกร้องการหยุดยิงถาวร และต้องการให้กองทัพอิสราเอลถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากพื้นที่ พร้อมเผยว่าทำไมต้องปล่อยตัวประกัน ถ้า

ไม่แน่ใจว่าสงครามจะจบลง นอกจากนี้ กลุ่มฮามาสยังต้องการให้ฉนวนกาซามีแต่ชาวปาเลสไตน์ และพร้อมรับมือกับกำลังทหารทุกรูปแบบทั้งอิสราเอลและอื่นๆที่เข้ามาในฉนวนกาซาไม่ว่าจะทางทะเลหรือทางบก ก่อนทิ้งท้ายว่าความพยายามของอิสราเอลในการกำจัดกลุ่มฮามาสจะทำให้ไม่สามารถป้องกันกองกำลังปาเลสไตน์ที่จะลุกฮือตอบโต้ในอนาคตได้ หากทำลายกลุ่มฮามาสไปแล้วเท่ากับว่าชาวปาเลสไตน์จะหายไปหรือ