ดาว อภิสรา เปิดใจหลังถูกเลิกจ้าง ปิดตำนาน 19 ปี ตื้นตันคนให้กำลังใจแน่น

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2830743

ดาว อภิสรา เปิดใจหลังถูกเลิกจ้าง ปิดตำนาน 19 ปี ตื้นตันคนให้กำลังใจแน่น

13 ธ.ค. 2567 13:13 น.

ดาว อภิสรา เปิดใจหลังถูกเลิกจ้าง ปิดตำนาน 19 ปี ตื้นตันคนให้กำลังใจแน่น

อดีตผู้ประกาศข่าวและพิธีกรช่องดัง ดาว อภิสรา ที่วันนี้จะมาเปิดใจครั้งแรกหลังถูกเลิกจ้าง ทั้งที่อยู่มานานถึง 19 ปี และเผยเหตุการณ์ที่ทำให้เจ้าตัวน้ำตาแตก พร้อมเปิดใจ ตอนนี้มีบริษัทใหญ่ และช่องดังมาทาบทามแล้ว ผ่านทางรายการ “คุยแซ่บ show” ทางช่อง One 31 ที่มี หนิง ปณิตา และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

อยู่ในวงการข่าวช่องเดิมกี่ปี?

ดาว : 19 ค่ะ แต่ก่อนหน้านั้น ก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในช่องก็ทำรายการกีฬา ที่ช่องเคเบิ้ล แล้วก็เริ่มต้นจากการเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬา หลายคนที่ติดตามจะรู้จักดาวจากข่าวกีฬาก่อน แล้วก็มาเป็นพิธีกรวาไรตี้ แล้วก็เป็นพิธีกรรายการ

สภาพจิตใจตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

ดาว : โอเคมากเลยค่ะ จริงๆ แล้วเราอยู่ในวงการนี้เรารู้กันอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของรายการ หรืองานเบื้องหน้ามันเป็นวัฏจักร มันเป็นเรื่องปกติของการสับเปลี่ยน ไม่มีใครทำอะไรอยู่ที่เดิม จริงๆ มันเป็นสัจธรรมของโลกด้วย คือไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป ตั้งแต่วันแรกที่เราเข้ามาทำงานในวงการนี้ ก็รู้อยู่แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเราก็ต้องเดินต่อไป ไม่ใช่ว่าถูกเลิกจ้างตรงนี้ เราหมดสิ้นทุกอย่างมันไม่ใช่ ก็ต้องขอบคุณที่นี่ที่ให้ดาวเป็นดาวในวันนี้ อยากขอบคุณทางช่องด้วยดูแลเรามา แล้วก็ให้สิ่งดีๆ เรามา ก็เลยไม่โกรธ ไม่รู้ต้องทำใจอะไร เหมือนเรารู้สึกว่าวันนึงเค้าเรียกว่าเป็นการเติบโต

พี่ดาวคิดไหมสิ่งที่พี่ไก่เปิดเมลอ่านในวันนั้นจะมีชื่อเราถูกเลือกให้ผิดหวัง?

ดาว : อันนั้นมันเป็นเรื่องภายในองค์กร ส่วนนึงจะเป็นของพนักงานที่อยู่เบื้องหลัง ในส่วนของเบื้องหน้าเป็นอีกวันนึงเค้าจะแยกกันพูดคุย แต่ถามว่าคิดไหม พี่พูดจากใจจริงนะ พี่ดาวคุยกับพี่ปอเฮ้ยเราอยู่ตรงนี้มาสักระยะนึง นานแล้ว คุณผู้ชมก็รู้จักเรา ออกก็ได้ ไม่ออกก็ได้ 

ทำไมพี่คิดแบบนั้น เพราะคนส่วนใหญ่ภาวนาขอให้ไม่เป็นตัวเอง?

ดาว : มันเป็นความจริง มันต้องยอมรับ คือถ้าเป็นเราก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่เป็นเราก็ดี มันมีอยู่แค่นี้ มันไม่มีตรงกลาง มันมีออกกับไม่ออก แค่นั้น

ในส่วนนึงเค้าแจ้งทางอีเมล แล้วส่วนของพี่ดาวใครเป็นคนแจ้ง?

ดาว : ในเบื้องต้นเค้าก็เรียกพูดคุยในส่วนของผู้ประกาศ เข้าใจได้แล้วมันเป็นการจบด้วยดี มันเป็นการจบที่เรารู้สึกว่าเราเติบโตมากับบ้านหลังนี้ ก็ขอบคุณเค้าจริงๆ ขอบคุณทั้งในใจ ขอบคุณทั้งในจอ นอกจอ แล้วทุกคนก็ยังน่ารักเหมือนเดิม แต่เข้าใจสถานการณ์ หรือด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรใดๆ เข้าใจไม่มีวันนั้น ก็ไม่มีวันนี้ ไม่มีที่นั่น ก็ไม่มีดาว

ตอนที่มีการเรียกคุยเสร็จแล้วกลับบ้านมันมีจุกไหมว่าทำไมต้องเป็นเรา?

ดาว : ดาวบอกที่บ้านไว้ก่อนแล้วว่าอาจจะเป็นเราก็ได้นะ แต่ไม่เป็นไรเรารับกับเหตุการณ์นี้ได้ เราทำใจไว้แล้ว เพราะวงการโทรทัศน์ วงการสื่อ มันเป็นแบบนี้ ไม่มีใครทำรายการหนึ่งได้ 50-60 ปี มันต้องเปลี่ยน แล้วในส่วนรูปแบบรายการของดาวมีการเปลี่ยนมาหลายครั้ง หลายซีซั่น และหลายรุ่น เราจะเคยเห็นพี่ๆ ในวงการที่ทำรายการมาก่อนเรา ก็มีการเปลี่ยนแปลง บางท่านไปทำธุรกิจ บางท่านไปอยู่ช่องอื่น บางท่านมีอะไรของตัวเอง มันเป็นสัจธรรมที่วันหนึ่งต้องเป็นเรา เพราะฉะนั้นเตรียมใจไว้อยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะวันนี้หรือวันไหน มันต้องมีสักวัน

เห็นว่าพี่ดาวอยู่รอดในการเลย์อ๊อฟมาหลายครั้งแล้ว?

ดาว : ใช่ เพราะจริงๆ มีการปรับโครงสร้างมาหลายรอบ ตั้งแต่เป็นทีวีดิจิตอล ทุกคนก็เข้าใจสถานการณ์

แสดงว่าทุกคนที่อยู่ในวงการข่าวก็คิดอยู่เหมือนกันว่าวันนึงจะต้องเป็นเราหรือเปล่า?

ดาว : มันก็ไม่ได้จีรังยั่งยืนทุกอย่างในชีวิต  บางทีเราทำอย่างหนึ่ง แต่ด้วยความเป็นพี่ดาวมีสิ่งที่ชอบหลายๆ อย่าง ไม่ทำตรงนี้เราอาจไปทำต่อในสายงานที่เราชอบ แต่จะเป็นใดๆ ก็คือก้าวไปข้างหน้า อย่างที่บอกมันถึงวาระโอกาส เรารู้สึกว่าเรามั่นคงที่จะก้าวออกไป

เพื่อนเรามีใครอยู่ในวาระเดียวกับเราบ้าง?

ดาว : มีหลายคน แต่อันนี้เราก็พูดแทนเค้าไม่ได้ แต่ตัวเราเองก็มีสิ่งที่เราชอบ ก็ไปทำพิธีกรอีเวนต์ด้วย แล้วก็โลกอื่นๆ อีก

ทางผู้ใหญ่ได้ให้เหตุผลในการถูกเลิกจ้างของแต่ละท่านไหมว่าเพราะอะไร?

ดาว : เราเข้าใจในสถานการณ์ด้วยตัวเองด้วยในเบื้องต้น บางรายการอาจจะต้องปรับเปลี่ยน หรืออาจจะไม่มีไปเลย ในส่วนงานตรงนั้นก็เข้าใจได้ อย่างของพี่ดาวอาจจะเป็นรายการที่มีคนเยอะ มันเป็นเรื่องของการทับซ้อนของเรื่องส่วนงานด้วย ไม่ใช่แค่เฉพาะหน้าจอ แต่เบื้องหลังพนักงานอื่นๆ ก็ด้วย

จริงๆไม่มีใครออกมาพูดถึงประเด็นนี้ มีพี่ดาวคนแรกเลย?

ดาว : จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจเลยที่จะมาเป็นไวรัล คือเซอร์ไพรส์มาก ดาวเป็นคนที่ก่อนหน้านี้ Facebook ก็จะมีแต่เพื่อนจริงๆ เพื่อนชีวิตจริงก็เข้ามาเยอะ แต่ไม่รับ รับจำกัดเลย ไอจีเล่นบ้าง แต่ TikTok แทบจะไม่เล่น หลังจากอัดคลิปนี้ลงไปโทรศัพท์เด้งมากทุกคนโทรมาหาด้วยความเป็นห่วง ก็เลยรู้สึกว่าโอเคต้องพูดหลายรอบ เราก็เลยโอเค ตัดคลิปแล้วพูดทีเดียว ก็ลงโซเชียลคนทั้ง Facebook ไอจี TikTok คนตามหลักร้อย พอหลังจากอันนี้เสร็จก็ไปนอน แล้วจะมาอ่านตอนกลางคืน

แต่พอตื่นมาร้องไห้เลย คนดู 2.1 ล้าน ทางนี้คือแบบขอบคุณมากๆ ขอบคุณจริงๆ มันทำให้เรารู้ว่าบางคนดูเราอยู่แต่เราประกวดมหาวิทยาลัย คือมันเป็นการเปิดโลกเราเลย ทีวีเป็นการสื่อสารช่องทางเดียว มันคือการเปิดโลกของเรา คนที่เป็นแฟนคลับพี่ พี่ก็ไม่สามารถทักได้ ซึ่งเค้าพร้อมซัพพอร์ตเรา ไปช่องไหนเค้าก็จะตาม เค้าจะซัพพอร์ตตลอด อยู่ใน TikTok เค้าก็จะทีเดียว แล้ววันเดียวคนดู 2,000,000 กว่า แล้วทุก Pages คือรัน ต้องขอบคุณพี่สื่อมวลชน สำนักข่าวทุกสำนัก เค้าให้คำพูดแบบกำลังใจ แล้วก็ทำให้ดาวสามารถไลฟ์ TikTok ได้ โดยยอดที่มันเพิ่มขึ้นภายในคืนเดียว

คำไหนที่รู้สึกว่าตื้นตันที่สุดในหัวใจ?

ดาว : ก็คือคำที่เค้าส่งมา จะไปที่ไหนก็จะตาม เราก็บอกว่าจริงเหรอ จริงหรือเปล่า แล้วก็มีคนส่งข้อความมาเยอะ ประตูบานนึงปิด ประตูบานนึงจะเปิด คุณดาวจะต้องรุ่งเรืองกว่าเดิม พี่พร้อมซัพพอร์ต มันจะเป็นประมาณนี้หมดเลย

เท่ากับว่า TikTok เป็นอีกโลกหนึ่งเลย?

ดาว : ใช่ เปิดโลกทัศน์ใหม่ เหมือนไปประเทศใหม่ แบบวันเดียวโลกมันกว้างขนาดนี้เหรอ มันมีคนอยู่ตรงนี้หรอ มันมีคุณผู้ชมที่คอยซัพพอร์ตเราด้วยหรอ พี่เป็กเป็นไอดอลนะ เรื่องที่เค้าเจอหนักกว่าดาวเยอะ แต่เค้าสวยกว่าเดิม เค้ามูฟออนกว่าเดิม ฉันรู้สึกว่าฉันจะต้องเป็นเหมือนพี่เป็ก

เห็นว่าก่อนจะมาเป็นผู้ประกาศข่าวแล้วก็เป็นนางงามมาก่อน?

ดาว : เราเป็นนางงามมาก่อนนะทุกคน ถึงจะดูไม่น่าเชื่อก็ตาม

พี่ดาวเป็นนางงามเวทีไหน?

ดาว : ตอนอยู่มหาวิทยาลัยปี 4 เค้ามีการประกวด เพราะมีการแข่งฟุตบอล ตอนนั้นอยู่เกษตรศาสตร์ อาจารย์ก็ส่งเป็นตัวแทนไปประกวด พี่ก็รู้สึกว่าเราเป็นคนลุยๆ ชอบเล่นกีฬา เรารู้เรื่องกีฬา เราก็ไป แต่อาจารย์ไม่ได้บอกว่ามันคือนางงาม บอกแค่ว่าไปร่วมกิจกรรม เราก็คิดว่าเป็นการร่วมกิจกรรมในฟุตบอลยูลีก มันคือการไปเล่นกีฬา อาจารย์บอกเธอไป เธอพูดเก่ง มีสัมภาษณ์ โอเคเราพูดได้อยู่แล้ว

แล้ววันแรกที่เราเปิดประตูเข้าไปในห้องที่มีผู้สมัครจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เพลงพี่เบิร์ดมาอีกแล้ว ฉันมาทำอะไรที่นี่ คือมันไม่ใช่ไทป์ของฉันเลย คือดาวใส่ผ้าใบ กระโดดโลดเต้น แล้วเราต้องมาอยู่ในการเก็บตัวของตรงนั้น เป็นนางงามใสๆ น่ารักๆ เก็บตัวด้วยกัน 3-6 เดือน ทำกิจกรรม แล้วมีการสัมภาษณ์ เราก็เลยแบบได้เฉยเลย

ได้มิสยูลีก เรียกว่าเป็นคนแรกของประเทศไทยหรือเปล่า?

ดาว : คนแรก น่ากลัวมาก แต่สิ่งที่ได้มากกว่าตำแหน่ง คือ 1. โอกาสในการทำงาน เพื่อนที่ประกวดด้วยกันทุกวันนี้ก็ยังอยู่ในเฟซบุ๊ก ยังพูดคุยกันอยู่ มันก็เป็นกิจกรรมของมหาลัยที่เราประทับใจ และมันเป็นเหมือนประตูบานแรกที่ทำให้เราได้ก้าวสู่วงการบันเทิง วงการผู้ประกาศข่าว

เท่ากับว่าตอนนั้นพอได้ตำแหน่งมิสยูลีก แล้วได้เข้ามาเป็นผู้ประกาศข่าวเลยทันที?

ดาว : ใช่ คือดาวต้องขอบคุณที่ทำงานของดาวทุกที่ ที่ทำให้มาถึงตรงนี้

เห็นว่าว่าจะผมยาว มิสยูลีก พอได้เป็นผู้ประกาศข่าวกีฬาก็ทำให้สมมงหน่อย หั่นผมสั้นเลย?

ดาว : ใช่ เค้าบอกว่าเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬา อยากได้ลุคแบบแอ็กทีฟ สปอร์ตเกิร์ล แล้วมันทำให้เราค้นพบตัวเองว่าเราเหมาะกับการตัดผมสั้น และหลังจากนั้นผมก็ไม่เคยยาวอีกเลย คำถามที่ดาวเจอมากที่สุดที่อยู่ในวงการมาคือตัดผมที่ไหน

จากผู้ประกาศข่าวกีฬาก็ผันตัวมาทำพิธีกรวาไรตี้?

ดาว : ตอนทำกีฬา ทำอยู่ 6 ปี ก็เป็นเด็กเพิ่งจบมหาวิทยาลัย ก็เรียนรู้ข่าวกีฬา ฟุตบอล กอล์ฟ และทางช่องกรุณาโทรมา บอกว่ามาอยู่ด้วยกันไหม อันนั้นเป็นสิ่งที่ดาวแบบซาบซึ้ง แล้วก็ประทับใจ ก็คือชวนมาเป็นครอบครัวด้วยกัน ตอนนั้นที่ดาวเข้ามาครั้งแรก ได้รับมอบหมายให้อ่านข่าวกีฬาช่วงเช้าๆ สักพักเค้าก็ทำรายการ เกี่ยวกับวาไรตี้ผู้หญิง พี่ก็เลยเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับมอบหมายให้มาทำวาไรตี้ด้วย ตอนนั้นก็ทั้งกีฬาและวาไรตี้

ตอนนั้นเปรี้ยงมาก เพราะเป็นไอดอลของผู้หญิงที่มีความมั่นใจ มีความโดดเด่น มีความเป็นผู้นำ?

ดาว : เค้าเรียกผู้หญิงคล่องแคล่ว

ตอนนั้นมีอยู่กัน 4 คน เรียกว่ากวาดรางวัลทุกสำนัก?

ดาว : ใช่ค่ะ แล้วก็เปลี่ยนมาเรื่อยๆ หลายรุ่น ก็ต้องขอบคุณมาก เพราะมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำรายการ

ตอนนี้เรายังฟรีไทม์อยู่ใช่ไหม?

ดาว : ใช่ๆ เพราะจริงๆ ต้องทำจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม ก็ปีใหม่คิดว่าจะเริ่มอะไรใหม่ๆ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่จะทำแบบแน่นอน ก็พักแป๊บนึง ค้นหาตัวเองว่าจริงๆ แล้ว พอออกจากคอมฟอร์ตโซนแล้วเราอยากทำอะไร เราอยากยืนอยู่ตรงนี้ต่อไปไหม หรือว่าเราอยากจะทำอะไรเพิ่มเติม

ไม่ใช่พี่ดาวคนเดียวที่ถูกเลิกจ้าง มันมีหลายคนที่ถูกเลิกจ้างแล้วมันมีผลกระทบกับรายจ่าย ของพี่ดาวมีไหม?

ดาว : พี่ดาวบอกเลยพี่ดาวเป็นคนง่ายๆ คือถ้ามี สมมติว่าอยากได้ของไม่ติดกับแบรนด์เนม ถ้ามีเงินก็ซื้อ ไม่มีก็ไม่ซื้อ แต่ก็มีลูกชายที่ต้องรับผิดชอบ 1 คน จริงๆ เราก็ได้เตรียมไว้ให้เค้า คนมีลูกต้องเตรียมไว้อยู่แล้ว วันนึงถ้าตายไปคนมีลูกจะรู้ เราต้องเตรียมส่วนหนึ่งเพื่อซัพพอร์ตครอบครัวเค้า

ลูกชายเป็นกำลังใจให้พี่ยังไงบ้าง?

ดาว : ลูกชายจะน่ารักมาก เพราะเค้าเข้าใจ แล้วเค้าเป็นมือกีตาร์ เค้าเป็นสายร็อกสตาร์ เค้าชัดเจนตั้งแต่เด็ก ลูกก็ให้กำลังใจ เด็กๆ น้องๆ ในวงก็ให้กำลังใจ เค้าจะเรียกดาวว่าแม่ทุกคน และดาวจะเป็นเซ็นเตอร์ของเพื่อนลูกทุกคน เพื่อนลูกทุกคนให้กำลังใจ แต่ลูกรู้อยู่แล้วว่า โอเคแม่ทำอะไรอยู่บ้าง แม่สตรอง แข็งแกร่งนะ ถามว่าไม่โอเคใช่ไหม ก็บอกลูกว่าโอเค ไม่ต้องเป็นห่วง

เห็นว่าตอนนี้เนื้อหอมมาก มีคนติดต่ออยากให้ไปทำงานด้วยเยอะมาก?

ดาว : ต้องบอกว่าขอบคุณนะคะ ไม่รู้จะยกมือไหว้กี่ครั้งแล้ว เพราะว่านอกเหนือจากคนให้กำลังใจ วันแรกที่คิดนั้นเป็นไวรัลออกไป มีพี่ๆ เพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จัก หรือคนเคยทำงานด้วยกันก็ดี หรือไม่เคยทำงานด้วยกันเลย ก็ติดต่อเข้ามาว่า มาอยู่กับพี่ไหม ทำอันนี้สิ ลองทำอันนี้ไหม ทำอันนี้ได้ไหม มีจริงๆ แต่ว่าในหลายท่าน ยังไม่ได้คุยรายละเอียด แต่ต้องขอบคุณที่เห็นความสามารถ แล้วก็อยากชวนเราไปร่วมงาน

แล้วพี่จะไปคุยรายละเอียดเมื่อไหร่?

ดาว : คงต้องรอ เพราะช่วงนี้ติดคริสต์มาส ปีใหม่ แต่ต้องขอบคุณทุกท่านที่ชวนกันเข้ามา

เห็นว่ามีช่องดังติดต่อให้เป็นผู้ประกาศด้วย?

ดาว : จะบอกว่าเป็นข่าวลือเฉยๆ ยังไม่ได้ตกลง ยังไม่ได้อะไร คือคนอื่นน่ะรู้ว่าไปช่องนี้ มีแต่ดาวกับช่องนั้นที่ยังไม่รู้ แต่คนอื่นรู้ไปได้ยังไง คือยังไม่ได้ไปไหนเลย ตอนนี้ยังเป็นวิญญาณล่องลอยอยู่ ใครอยากติดต่อได้เลย มาตอนนี้เลย และตอนนี้อยู่ในช่วงที่ดาวกำลังทดลองว่าเราชอบอะไร และคุณผู้ชมอยากเห็นเราทำอะไร มันเป็นการค้นหาอยู่ เพราะเพิ่งเริ่มใช้ TikTok มาได้ไม่นาน

นอกจากอาชีพหลักเป็นผู้ประกาศข่าว พี่มีอาชีพในฝันไหม?

ดาว : 1. เป็นพิธีกรอีเวนต์ก็เป็นหลักด้วย แต่อย่างหนึ่งที่เป็นสกิลที่พี่แอบไปโรงเรียนมา แล้วได้รางวัลมาด้วย ก็คือการเป็นคนเขียนบท

เป็นแนวไหน ละคร ซีรีส์ หรือเขียนบทรายการ?

ดาว : ละคร ซีรีส์ ไปลงเรียนคอร์สดีพร้อมของกระทรวงอุตสาหกรรม ตอนนั้นเค้าเปิดเป็นรุ่นแรก จากทั่วประเทศ เค้าจะคัดเหลือ 25 คน แล้วจะต้องมาอบรมประมาณ 4 เดือน แบบจริงจังเลย พี่ดาวก็ไปในนามแบบประชาชนทั่วไปเลย สมัครไปตามขั้นตอน แล้วเค้าก็จะคัดเลือก 3 คน ที่ได้รางวัล เชื่อไหมพี่ดาวไม่ได้มีทักษะการเขียนบท และไม่ได้เรียนมาก่อน แต่ไปอบรมกับโครงการนี้ เป็นหนึ่งคนที่ได้รางวัล อันนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คนไม่รู้

ยุคนี้คนตกงานเยอะมาก อยากพี่ดาวให้กำลังใจ?

ดาว : อยากให้กำลังใจนะคะ จริงๆ คำว่าตกงานไม่มีอยู่จริง เพราะงานมันอยู่ในอากาศ เงินอยู่ในอากาศ สมมติว่าวันนี้ฉันตกงาน อะไรคือตกงาน อย่านิยามคำว่าตกงานคือไม่มีนายจ้าง เพราะทุกคนสามารถหาเงินได้ด้วยตัวเอง เป็นอิสระ เป็นฟรีแลนซ์ สมมติวันนี้พี่อยากหาเงินจังเลยสัก 200 พี่ไปซื้อลูกชิ้นมาย่างขายหน้าสตูฯ แป๊บเดียวได้แล้วนะ ทุกคนมีสิ่งที่เรารัก มีสิ่งที่เราชอบ

อยากให้กำลังใจ เพราะไม่ใช่แค่พี่ดาว หลายคนที่อาจจะต้องออกจากการทำงานที่เดิม ออกจากคอมฟอร์ตโซน ออกจากการเป็นลูกจ้าง ทุกคนสามารถเริ่มใหม่ได้ทุกวินาที เงินอยู่รอบตัวเรา อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลง เริ่มใหม่ บางคนไปเรียนสกิลที่เราไม่เคยทำ ไปทดลองหาอะไรใหม่ๆ แล้วทุกคนสามารถยืนด้วยตัวเองได้ หาสิ่งที่เราชอบ อย่าไปทำในสิ่งที่เราทำแล้วหวังเงิน ทำแล้วมีความสุขเดี๋ยวเงินจะตามมาเอง

ทราบข่าวมาว่าพี่เพิ่งผ่าตัด?

ดาว : ผ่าตัดเนื้องอกมดลูก จริงๆ มันเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงวัย 20 กว่าแบบพวกเรา จริงๆ เป็นเนื้องอกมดลูกมานานแล้ว คุณหมอก็บอกว่ามันจะทำให้เราซีด ฝากคุณผู้หญิงไปตรวจภายในเป็นประจำ แต่มันก็ไม่ได้เป็นเนื้อร้ายอะไร คุณหมอแนะนำว่าถ้าไม่อยากมีลูกแล้ว ก็ตัดมดลูกไปเลยก็ได้ เพราะว่าคนตัดเยอะมาก มันไม่ได้เป็นเรื่องอันตราย ก็เพิ่งผ่าตัดมาประมาณ 1 เดือน

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เปิดใจ ฟิล์ม – เปียโน 2 นักแสดงนำจากบ้านโชคดี ซีซั่น 3 ตอน ภาพภวังค์

https://www.thairath.co.th/entertain/series/2830662

เปิดใจ ฟิล์ม - เปียโน 2 นักแสดงนำจากบ้านโชคดี ซีซั่น 3 ตอน ภาพภวังค์

13 ธ.ค. 2567 12:40 น.

เปิดใจ ฟิล์ม – เปียโน 2 นักแสดงนำจากบ้านโชคดี ซีซั่น 3 ตอน ภาพภวังค์

ใกล้จะได้ชมกันแล้ว สำหรับซีรีส์ชวนหลอน บ้านโชคดี เดอะซีรีส์ ซีซั่น 3 ตอน ภาพภวังค์ ผลิตโดย บริษัท ทวินเฟลม จำกัด เรื่องราวของ 2 หนุ่มสาวกับ รักต่างภพชาติ ที่มีภาพวาดเป็นตัวสื่อสารเรื่องราวในอดีต ปรารถนารักที่เคยเบ่งบานภายใต้รูปภาพ รอวันพบกันอีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้กำกับโดย ภาณุพงษ์ มีจั่น

ที่ได้ 2 นักแสดง ฟิล์ม กรรญกฤต อรรควงษ์ มารับบทใน 2 ตัวละคร คือ ประมน (ในอดีต) จิตรกรหนุ่มผู้เจียมตัวและอ่อนน้อมถ่อมตน มีความละเอียดอ่อน ใจเย็น ตกหลุมรักกับหญิงงามผู้สูงศักดิ์ เมื่อต้องเจอกับอุปสรรครักต่างชนชั้น อยู่ในสถานการณ์หลังชนฝา เขาก็สามารถทิ้งความประหม่า ทำใจดีสู้เสือเพื่อความรักได้เช่นกัน , นนท์ (ปัจจุบัน) ศิลปินวาดภาพ คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยววัย 36 ปี ต้องอยู่กับลูกสาววัยรุ่นเพียงสองคน ทำให้เขามีความกลมกล่อมพอดี ทั้งขี้เล่น และมีความเป็นผู้นำ เมื่อตกหลุมรักใครบางคนอีกครั้ง เขาก็จะน่ารัก ร้อนแรงดั่งแสงอาทิตย์เมืองไทย

และ เปียโน พรญาณี พรพิชยวศิน มารับบท คุณแก้ว หญิงสาววัย 18 ปี มีชีวิตอยู่ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นลูกสาวของชนชั้นสูง นิสัยต่างกับหญิงสาวโบราณในยุคนั้น ไม่ใช่คนเหนียมอาย ใจกล้า ฉะฉาน ศรัทธาในความรัก ทำให้ต้องรอคอยอยู่ในภาพวาดนานถึง 100 ปี

โดยทั้งคู่ได้เล่าถึงการถ่ายทำของซีรีส์เรื่องนี้ว่า

ฟิล์ม “ผม ฟิล์ม กรรญกฤต อรรควงษ์ จากซีรีส์เรื่อง บ้านโชคดี ซีซั่น 3 ตอน ภาพภวังค์ รับบทเป็น นนท์ ในพาร์ตปัจจุบัน และคุณประมน ในพาร์ตอดีตครับ”

เปียโน “เปียโน ค่ะ พรญาณี พรพิชยวศิน รับบทเป็น คุณแก้ว ค่ะ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้เป็นการแสดงเรื่องที่ 2 ของเปียโน ค่ะ”

ที่มาที่ไปของเรื่องนี้?

เปียโน “เป็นเรื่องเกี่ยวกับภาพวาด”

ฟิล์ม “ภาพวาดเป็นสื่อกลางให้ทั้งสองคนได้กลับมาจูนกันอีกครั้ง เพราะว่าทั้งสองคน นนท์กับคุณแก้วเคยเป็นคนรักกันในอดีตชาติ แต่คุณแก้วยังรอคอยประมน ยังรอคอยความรักอยู่ โดยที่เราจะมีภาพวาดภาพหนึ่งเป็นสื่อกลาง ก็ทำให้ได้มาสื่อสารกัน เป็นสื่อกลางที่คุณแก้วดึงเข้าไปในภาพภวังค์ จากนนท์ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอคุณแก้วได้ดึงเข้าไป ก็ต้องไปย้อนความทรงจำในอดีตให้จำได้ว่าเราเป็นใคร

ซึ่งตัวผมต้องเล่นเป็น 2 คาแรกเตอร์ ฝั่งของนนท์จะมีในยุคปัจจุบัน จะเป็นศิลปินนักวาดภาพ เหมือนกับคุณประมน ซึ่งในอดีตคุณประมนเป็นจิตรกรเหมือนกัน แต่ว่าจะอยู่อีกยุคหนึ่ง จะเป็นคนละสไตล์”

มีความยากง่ายไหม เพราะเราแสดงเป็นสองตัวละคร?

ฟิล์ม “มีความท้าทายมากนะครับ เพราะในส่วนของตัวนนท์ จะมีลูกสาว 1 คน ในส่วนตัวต้องจูนเยอะอยู่เหมือนกัน เพราะต้องเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวด้วย มีลูกสาวหนึ่งคน ก็ต้องมาเวิร์กช็อปในช่วงแรก ในส่วนบทของคุณประมน มีความรักให้กับคุณแก้ว แต่ว่าต้องพลัดพรากจากกัน ถามว่าการใช้คำพูดในยุคนั้นยากไหม ซึ่งยุคในเรื่องนั้นอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 6 ก็ใช้คำพูดที่ค่อนข้างจะพีเรียดเลย”

เปียโน “ถามว่ายากไหม หนูว่ามันก็ก้ำกึ่งอยู่นะคะ พีเรียดนิดนึง และเขาก็พูดเร็วเหมือนคนสมัยใหม่ แต่อาจจะมีคำลงท้ายที่ต่างกันนิดหนึ่ง อย่างเช่นสมัยเราก็จะเป็น คะ ขา เนอะ แต่สมัยนั้นจะเป็น มังคะ เจ้าค่ะ”

บทของเปียโนต้องเป็นผู้หญิงเรียบร้อยเลยใช่ไหม?

เปียโน “หนูว่าค่อนข้างที่จะเป็นผู้หญิงแก่นในยุคเลยค่ะ เพราะทั้งยุคก็จะเรียบร้อยแต่หนูมีความคิดที่แบบฝาหรั่งนิดหนึ่ง เพราะเราได้ไปเรียนเมืองนอก

ความท้าทายในเรื่องนี้ของหนู ตัวละครของหนูด้วยความที่จะค่อนข้างสมัยก่อน ด้วยเจ้าด้วยและต้องเรียบร้อยนิดหนึ่ง แต่เราต้องวางแผนและแอบร้ายนิดหนึ่ง ถ้าอยากเจอกับพี่ประมนต้องทำอย่างไร ก็ต้องมีความเรียบร้อยและแก่นๆ นิดนึงค่ะ”

ฟิล์ม “ของคุณประมน ก็จะเรียบร้อยนิดหนึ่ง เพราะเราต่างในยศถาบรรดาศักดิ์ คนละชนชั้นกัน”

ละครเรื่อง ภาพภวังค์ ต่างจากละครที่เราเคยเล่นยังไงบ้าง

ฟิล์ม “เรื่องนี้อยู่ในยุครัตนโกสินทร์ตอนช่วงกลางๆ ถึงปลาย ปกติจะย้อนไปถึงช่วงอยุธยา ก็จะต่างกันในเรื่องของคำพูด ในเรื่องของการเจียมตัว เพราะเราต้องแอบรักคนที่มียศสูงกว่าเรา และในเรื่องของการมองแบบเจียมเนื้อเจียมตัว เราจะทำอะไรมากก็ไม่ได้”

ส่วนในบทพาร์ตของปัจจุบัน เราเป็นนนท์ แต่เขาเป็นคุณแก้ว ที่อยู่ในอดีต การสื่อสารของตัวละครยากไหม

เปียโน “ด้วยความที่สื่อสารกันคนละภาษา ระยะห่างมันเป็น 100 ปี หนูคิดว่ามันไม่ยากมาก เพราะเป็นยุครัตนโกสินทร์ คำพูดมันยังใกล้เคียงกันอยู่ ก็เลยไม่ยากมาก เปลี่ยนแค่คำลงท้ายนิดหน่อยค่ะ”

มีแอบสับสนไหมระหว่างยุครัตนโกสินทร์และยุคปัจจุบัน ในบทของนนท์?

ฟิล์ม “ก็มีบ้างครับบางทีก็หลุดพูด บางทีก็สลับบทกันบ้าง ทั้งคุณประมนและนนท์”

เปียโน “ของหนูก็มีบ้างค่ะ มีสลับสับสนกันบ้างนิดหน่อย”

เป็นบทเรื่องแรกของ ฟิล์ม เลยไหมที่ต้องมารับบทพีเรียด?

ฟิล์ม “ถ้าเป็นพีเรียดในยุครัตนโกสินทร์ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแรกครับ ต้องเวิร์กช็อปในเรื่องของการที่เราเป็นชนชั้นอีกชนชั้นหนึ่ง ก็จะมีความเรียบร้อยนิดหนึ่งครับ”

ซีนไหนที่ยากที่สุด

ฟิล์ม “ผมมองว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายมากกว่า ในตอนที่เราร้องไห้กันแบบสุดจริงๆ และเราสู้กับไฟ สู้กับแสงในห้อง เป็นซีนที่เราร้องไห้กัน 3 ชั่วโมง ซึ่งซีนนั้นเป็นซีนที่คุณพ่อคุณแม่ และคุณหลวงกีดกัน และดูถูกสารพัด เราก็เลยตัดพ้อชีวิต เกิดมาจนแล้วมันผิดตรงไหนอะไรประมาณนี้ ซึ่งในบทนั้นเราเสียใจมากๆ เลย นอกจากกีดกันแล้วยังโดนพลัดพรากจากกันด้วย ซึ่งมันเป็นซีนอารมณ์ที่ใช้ระยะเวลาในการร้องไห้อยู่ 3 ชั่วโมง และด้วยอุปสรรคของการถ่ายทำ ทั้งฝนทั้งแดด ก็เลยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงในการถ่าย ซึ่งพวกเราสู้กันมาก”

เปียโน “คิดว่าซีนที่ยากที่สุด เป็นซีนที่ต้องถ่ายที่ท่าเรือ ซึ่งเราถ่ายทำกันเช้ามาก และตาก็ไม่สู้แสง”

ในส่วนของการวาดรูป ที่เราต้องรับบทเป็นจิตรกร ต้องมีการไปเรียนเพิ่มอะไรบ้าง?

ฟิล์ม “ก็จะมีพี่ๆ มาช่วยแนะนำครับ ว่าต้องจับพู่กันแบบนี้ต้องวาดแบบนี้ ถึงจะดูโปร วิธีละเลงสีทำยังไง และการจับจานสีต้องจับยังไง ซึ่งผมก็เริ่มจากศูนย์เลยทำไม่เป็น พี่ๆ ให้คำแนะนำดีมากครับ ก็เลยไม่ค่อยกังวลอะไรมากเพราะเราเชื่อมือทีมงาน”

ภาพภวังค์ เป็นละครพีเรียดที่ยากที่สุดไหม?

ฟิล์ม “ผมมองว่ามันท้าทาย ท้าทายตรงที่เราไม่เคยรับบทแบบนี้ คือมีสองตัวละคร ในเรื่องเดียว แต่มองว่ามันสนุกมากมากกว่า เราได้ทำอะไรแปลกใหม่”

เปียโน “สำหรับหนูมองว่ามันยากอยู่ในระดับหนึ่งเลยค่ะ เพราะว่าเราต้องเก็บอารมณ์ให้เหมือนกันทั้งหมด แต่ว่าพอเปลี่ยนเป็นพาร์ตของ ประมน ในยุคปัจจุบัน ต้องทำยังไงให้เขา เชื่อว่าเรารักเขาทั้งสองคน เพราะเขาคือวิญญาณเรารักเขาที่วิญญาณ ไม่ใช่พวกชาติที่เขาเกิด”

เป็นการร่วมงานกันครั้งแรก?

เปียโน “ครั้งแรกค่ะ จริงๆ เรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่หนูออกกองใหญ่ขนาดนี้ จริงจังขนาดนี้ ก็ทำตัวไม่ค่อยถูกเหมือนกัน เพราะปกติไม่ได้ออกกองใหญ่ขนาดนี้ ซึ่งหนูตั้งใจมาก หวังว่าทุกคนจะชอบค่ะ”

ฟิล์ม “ร่วมงานกับน้องครั้งแรก น้องโปรมากเลยครับ คือเป็นมืออาชีพมาก ไม่หลุด ไม่เล่น และตั้งใจมากๆ ซึ่งเราก็ตั้งใจทั้งคู่ครับ เราอยู่กับเรื่องราวกับบทเลย แทบจะไม่เล่นกันเลย”

เปียโน “ทำงานกับพี่ฟิล์ม พี่เขาก็ค่อนข้างจะชิลมากเลยค่ะ เดินไปทั่วทักทายทุกคน เหมือนเคยเจอกันมาแล้ว”

ฟิล์ม “เอาจริงๆเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก ยังไม่รู้จักกันมากเท่าไหร่เลย (หัวเราะ)”

ซีรีส์เรื่องนี้มีอะไรที่แฟนๆ ห้ามพลาด?

เปียโน “หนูว่าที่ห้ามพลาดเลย คือเรามีแค่ 2 EP ทุกวินาทีและทุกฉากที่ฉายออกไปเราตั้งใจและภาพออกมาสวยมาก หนูรับประกันเลยจริงๆ ห้ามกระพริบตาด้วยซ้ำค่ะ”

ฟิล์ม “ในเรื่องของภาพ กล้อง คือพี่ๆ ทีมงานทุกคนทำออกมาดีแน่นอนครับ อยากให้ทุกคนติดตามว่าจะออกมาเป็นยังไง สุดท้ายแล้วคุณประมน หรือว่า นนท์ จะเลือกใคร จะอยู่กับลูก หรือว่าจะไปรักษาสัญญาเหมือนเดิม ก็ฝากติดตามด้วยนะครับ”

ติดตามชมบ้านโชคดี เดอะซีรีส์ ซีซั่น 3 ตอน ภาพภวังค์ วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม เวลา 22.40 น. และวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม เวลา 21.30 น. ดูสดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 

กุ้ง สุธิราช ไม่ถอดใจ วิ วิรดา ป่วยไข้เลือดออก นอนหลับไปเกือบปีอาการยังทรงตัว

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830731

กุ้ง สุธิราช ไม่ถอดใจ วิ วิรดา ป่วยไข้เลือดออก นอนหลับไปเกือบปีอาการยังทรงตัว

13 ธ.ค. 2567 12:07 น.

กุ้ง สุธิราช ไม่ถอดใจ วิ วิรดา ป่วยไข้เลือดออก นอนหลับไปเกือบปีอาการยังทรงตัว

หลังจากที่ วิ วิรดา น้องสาวของ กุ้ง สุธิราช ได้ป่วยเป็นไข้เลือดออกชนิดรุนแรง ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2566 มาถึงวันนี้เกือบครบ 1 ปีแล้ว แต่อาการของ วิ ยังคงทรง ๆ เหมือนเดิม ไม่รู้สึกตัว ซึ่งทางครอบครัวก็เฝ้ารอปาฏิหาริย์ มีความหวังเล็ก ๆ ว่าจะฟื้นตื่นขึ้นมา โดย กุ้ง ได้เผยว่า

– ตอนนี้อาการยังทรง ๆ เหมือนเดิม ยังไม่รู้สึกตัว ปลายปีนี้ก็จะครบ 1 ปีเต็ม ครอบครัวก็ยังเฝ้ารอปาฏิหาริย์ ยังมีความหวังเล็ก ๆ ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่มีอะไรมาทำให้เห็นชัดว่าดีขึ้นก็ตามที

– จิตใจของทุกคนในครอบครัวก็ยังสู้ แต่ก็อยู่กับความเป็นจริง ส่วนคุณแม่เป็นคนที่ต้องให้กำลังใจมากที่สุด

– ร่างกายของวิในตอนนี้ยังเหมือนเดิม ร่างกาย หน้าตายังเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร เพียงแต่ว่าสมองยังไม่ทำงาน ไม่ซูบผอมลง ค่อนข้างปกติมาก ๆ เหมือนนอนหลับ

– ทางคุณหมอเองก็ไม่ได้ให้ความหวังอะไรมาก รักษาไปตามอาการ พยายามไม่ให้ติดเชื้อ ไม่ให้มีอะไรที่มันหนักกว่านี้ ซึ่งก็อยู่แบบทรง ๆ แต่ในเรื่องของสมองก็ยังคงนิ่งอยู่ ทางการแพทย์ก็คงไม่ได้ให้ความหวังอะไรมาก ก็ยังสู้ ยังไหว้พระขอพรกันอยู่ หวังว่าปาฏิหาริย์มันจะเกิดขึ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ

– ยืนยันครอบครัวยังคงรักษาน้องต่อไปแบบเต็มที่ ส่วนเรื่องค่ารักษาก็ต้องสู้ต่อ เพราะอยากให้ดูแลน้องให้ดีที่สุด

– แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องจิตใจมากกว่า เพราะมันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก จากเมื่อปีที่แล้ว จนมานี่จะชนปีแล้ว ก็ยังไม่เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็ยังทรง ๆ อยู่ ได้แต่ภาวนา ได้แต่ให้กำลังใจกันกับคนที่ไปเฝ้า

– ซึ่ง กุ้ง ยังบอกอีกว่า ยังไม่ถอดใจ อย่างน้อยเราได้เห็นน้องเราอยู่ทุกวัน ผมก็เอาตามความเป็นจริง ถ้าอะไรมันไม่ดีขึ้น มันก็ต้องเป็นไปตามนั้น

– ส่วนค่ารักษาตอนนี้หมดไปประมาณ 10 ล้านแล้ว แต่ประกันจะอยู่ที่ 15 ล้าน ซึ่งประกันจะหมดปีหน้า แต่ได้คุยกับทางประกันแล้ว เขาจะต่อให้ แต่ว่าต้องเว้นระยะประมาณ 90 วัน ในช่วง 90 นี้ เราก็ต้องดูแลกันเอง น่าจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายเยอะมาก ก็เตรียมไว้เท่าที่มี ทุกคนสู้กันเต็มที่

– กุ้ง ฝากขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ครอบครัว คิดว่าน้องก็คงรับรู้ได้ เราก็พยายามทำหน้าที่แทนน้องให้ดีที่สุด ก็ยังหวังให้มีปาฏิหาริย์เล็ก ๆ ก็คือให้อยู่ในสภาพนี้ ให้เราได้ดูแลน้อง

ออน สมฤทัย เปิดที่มาวลีฮิต Thank you kateyki ดีใจและขอบคุณ ลิซ่า ที่ดูคลิป

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2830736

ออน สมฤทัย เปิดที่มาวลีฮิต Thank you kateyki ดีใจและขอบคุณ ลิซ่า ที่ดูคลิป

13 ธ.ค. 2567 12:02 น.

ออน สมฤทัย เปิดที่มาวลีฮิต Thank you kateyki ดีใจและขอบคุณ ลิซ่า ที่ดูคลิป

คนรู้จักทั่วโลก!! ทำไมต้อง Thank you kateyki? สัมภาษณ์สุดพิเศษในรายการ WOODY FM พบกับ ออน สมฤทัย TikToker สุดปังและนักธุรกิจสาวโปรไฟล์เลิศ หวานใจ หมอสอง นพรัตน์ เปิดใจครั้งแรก! ถึงที่มาของคำยอดฮิตที่คนทั่วโลกพูดตาม เผยดีใจและขอบคุณที่ ลิซ่า BLACKPINK ดูคลิป

เป็นการสัมภาษณ์ครั้งแรกของคุณใช่ไหม?
ออน สมฤทัย : ใช่ค่ะ

คุณดังมากไม่ว่าจะไปที่ไหน เมืองไหนก็ตามคนก็จะรู้จักคุณรู้สึกยังไง เขาพูดว่าอะไรกัน?
ออน สมฤทัย : เขาก็บอกว่าคุณออนใช่ไหม คุณเทกี้ ถ้าเกิดเป็นฝรั่งเขาก็จะขอถ่ายรูปได้ไหม เราก็งงมากว่าคือเขาจำเราได้

อยากทักทายพูดอะไรกับแฟนไทยและต่างชาติไหม?
ออน สมฤทัย : ขอบคุณที่ติดตามฉัน และดูวิดีโอของฉัน ขอบคุณทุกคนมากๆ รักนะคะ

มีเรื่องหนึ่งที่เป็นปมในชีวิตของออนเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ?
ออน สมฤทัย : คือก็พูดไม่ได้เมื่อก่อน พูดได้บางคำ ปมในชีวิตวันนั้น คือเราไปเรียนเมืองนอกครั้งแรกในชีวิตที่สวีเดนได้ทุนไป ไปเรียนแล้วเราก็ไม่ได้เรียนอะไรเยอะ มันมีวันอาทิตย์เป็นตลาด คนเยอะมากแล้วเราก็ไปเดิน 

มีร้านหนึ่งร้านชีสขายดีมาก คนเยอะมาก อยากกินมากเลย เราก็ไปต่อแถว แล้วเราก็เป็นเอเชียสูง 170 ซึ่งคนอื่นสูงมาก คือเขาเหมือนออกมาจากนิตยสารกันเลย  แล้วมีคนหนึ่งเขามายืนข้างๆ หล่อ แล้วเขาก็เหยียบเท้าเรา แล้วเขาก็บอกว่า Oh! Sorry คือเจ็บมากตอนนั้น เขาบอกขอโทษครับ แล้วออนก็บอกว่า Oh! Thank You (หัวเราะ)

ก็เลยติดปากมา?
ออน สมฤทัย : คือไม่รู้จะพูดอะไร มันออโต้ไง คือเป็นคนติดนิสัยขอบคุณไง ภาษาไทยใครเอาอะไรให้ขอบคุณค่ะ มันเป็นอัตโนมัติเลย ภาษาอังกฤษเราพูดเป็นก็ขอบคุณก่อนเลย (หัวเราะ) เขาก็งง  ที่มาของคำว่า Thank You ค่ะ

เรามาคุยเกี่ยวกับบอดี้การ์ดคุณเทกี้?
ออน สมฤทัย : จริงๆ เขาชื่อเต้ค่ะ รู้จักกับเขาเพราะเรามีร้านขายสินค้าแบรนด์เนม แล้วมีอีเวนต์งานเซลล์ แล้วมีลูกค้าเยอะ แล้วเราก็ต้องมีบอดี้การ์ดสำหรับร้าน เพื่อเอาไว้ดูว่ามีใครหยิบจับอะไรยังไง วันนั้นว่างก็เลย แล้วคนนั้นอยู่ใกล้หน้าสุด มาเล่นกับออนหน่อยค่ะ ตอนแรกคลิปแรกไม่มีชื่อ คลิปถัดไปก็คือมาทำคลิปต่อ พี่ชื่ออะไรนะคะ เต้ครับ  คือมันแมนมากเลย เดี๋ยวออนแต่งให้ใหม่นะคะ เป็นคุณเทกี้

เป็นบอดี้การ์ดประจำไปแล้ว?
ออน สมฤทัย : เป็นบอดี้การ์ดคอนเทนต์ประจำไปแล้ว (หัวเราะ) ส่วนคุณน้อยแม่บ้านเป็นนักชมค่ะ

ลิซ่าเขาเห็นคลิปคุณ?
ออน สมฤทัย : ใช่ค่ะ ลิซ่ากำลังทำบราวนี่อยู่นะคะ แล้วเขาก็แบบว่า….แต๊งกิ้วคุณเทกี้ น่ารักมาก

รู้สึกยังไงบ้าง?
ออน สมฤทัย : มีคลิปที่รีแอ็กชั่นด้วย 30 ล้านวิว คือแบบเหมือนฝันมาก

คุณมีอะไรจะพูดกับลิซ่าไหม?
ออน สมฤทัย : ลิซ่าฉันรักคุณมากๆ ขอบคุณสำหรับ แต้งกิ้วคุณเทกี้ ออนดีใจมาก ออนชอบลิซ่ามากๆ นะคะ ลิซ่าเก่งมาก จะติดตามผลงานลิซ่าต่อไปนะคะ รักคุณลิซ่า

แบมแบมด้วยใช่ไหม?
ออน สมฤทัย : คือจริงๆ จะอัดวิดีโอถ่ายรูปคู่กับเขาอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าเขาจะพูดคำนี้ พูดว่า….ไอแฟนคลับมากเลย ดูทุกวัน

คุณรู้สึกยังไงที่ทำให้คนมีความสุขเมื่อเขาดูคลิป?
ออน สมฤทัย : รู้สึกมีความสุขมากกว่าคนที่เขามีความสุข เพราะเราก็ดูเหมือนกัน ดูคนที่คัฟเวอร์เรา อันนี้ก็ตลก บางคลิปก็จะรีโพสต์บ้าง หรือไปคอมเมนต์บ้าง แล้วก็อ่านคอมเมนต์ด้วยค่ะ ก็ตลก คนไทยเป็นคนตลก ฝรั่งมาคอมเมนต์ก็ตลกเหมือนกัน

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แอน ทองประสม ดวงปังสุด! คว้าเงิน 1 ล้านบาทจากงานปีใหม่ มาดามแป้ง (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2830722

13 ธ.ค. 2567 11:09 น.

แอน ทองประสม ดวงปังสุด! คว้าเงิน 1 ล้านบาทจากงานปีใหม่ มาดามแป้ง (คลิป)

เป็นงานปาร์ตี้ปีใหม่ที่เรียกเสียงฮือฮาอีกแล้ว สำหรับงานปีใหม่ของ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ที่ในปีนี้จัดขึ้นอีกเช่นเคย โดยมีผู้ร่วมงานมากมาย อาทิ อั้ม พัชราภา, แอน ทองประสม, แอฟ ทักษอร, นนกุล ชานน, นุ่น วรนุช, นัท มีเรีย, เชอรี่ เข็มอัปสร, ต่อ ธนภพ ฯลฯ และในส่วนของรางวัลใหญ่ในปีนี้ก็ปังไม่แพ้ปีที่แล้วที่แจกทอง 30 บาท เพราะในปีนี้ มาดามแป้ง ให้เงิน 1 ล้านบาทเลยจ้า!

ซึ่งในปีที่แล้วนางเอก-พิธีกรสาวหน้าหวาน แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ เข้าชิงทอง 30 บาทกับนางเอก-ผู้จัดละครสาว แอน ทองประสม ก่อนที่แอฟจะคว้ารางวัลไปครอง ส่วนปีนี้มีคนดวงดีเข้ารอบ 2 คน ได้แก่ แอน ทองประสม และ นนกุล ชานน สันตินธรกุล พระเอกหนุ่มหน้าใส หวานใจของแอฟ แต่ในเมื่อรางวัลมีเพียงรางวัลเดียว การแข่งขันชิงร้อยชิงล้านจึงเกิดขึ้น

ผลปรากฏว่า แอน ทองประสม ดวงดีคว้าเงิน 1 ล้านบาทไปครองได้สำเร็จ ทำเอาเจ้าตัวถึงกับกรี๊ดด้วยความดีใจ ก่อนที่มาดามแป้งจะเข้าไปกอดแสดงความยินดี ส่วนคนร่วมงานต่างก็กรี๊ดหนักมาก โดยเฉพาะนุ่น วรนุช ที่ถ่ายคลิปนี้ลงไอจีสตอรี่ก็กรี๊ดแตกด้วยเช่นกันจ้า!!

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

สวยจนแทบจำไม่ได้ โย ยศวดี อวดหน้าใหม่ในวัย 45 เป๊ะทุกมุม แถมดูเด็กมาก

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830719

สวยจนแทบจำไม่ได้ โย ยศวดี อวดหน้าใหม่ในวัย 45 เป๊ะทุกมุม แถมดูเด็กมาก

13 ธ.ค. 2567 11:08 น.

สวยจนแทบจำไม่ได้ โย ยศวดี อวดหน้าใหม่ในวัย 45 เป๊ะทุกมุม แถมดูเด็กมาก

เป็นอีกหนึ่งดาราสาวที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ออกกำลังกายเพื่อร่างกายแข็งแรงและหุ่นสวยเป๊ะอยู่เสมอ สำหรับ โย ยศวดี แม้ว่าตอนนี้จะอายุ 45 ปีแล้ว แต่ โย ดูแลตัวเองดีมาก จนหลายคนแทบไม่เชื่อว่าอายุ 45 ปีแล้ว เพราะหน้าเด็กมาก

ล่าสุด โย ได้เผยภาพใบหน้าล่าสุด หลังเพิ่งทำหน้าใหม่มาได้ 3 สัปดาห์ ด้วยการยกคิ้วมา และเขียนแคปชั่นว่า “วันนี้ครบ 3 อาทิตย์พอดีสำหรับการทำ Endotine ยกคิ้วกับคุณหมอจี ผลก็เป็นที่พอใจนะคะสำหรับตัวโย ตาโตขึ้น หางตายกขึ้น ถามว่า ของเดิมก็สวยแต่พอเราอายุมากขึ้นหางตาก็ตก แต่งหน้ายากขึ้นค่ะ ความชอบแบบใครแบบมันเนอะ มีความสุขก็ทำไป ใครอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมไปย้อนดูโพสต์ก่อนหน้านี้ได้ค่ะ”

หลายคนที่ติดตามได้เข้ามาชื่นชมในความสวยเป๊ะของ โย ยศวดี ซึ่งทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สวยมาก เป็นการทำหน้าแล้วสวยธรรมชาติมาก อาจจะเพราะออกกำลังกายก็ช่วยด้วย และดูอ่อนเยาว์อีกด้วย

“เบสท์” เล่าทั้งน้ำตา นาทีหามพ่อ “สมรักษ์ คำสิงห์” เข้าไอซียู (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2830554

13 ธ.ค. 2567 08:09 น.

“เบสท์” เล่าทั้งน้ำตา นาทีหามพ่อ “สมรักษ์ คำสิงห์” เข้าไอซียู (คลิป)

ทำเอาแฟนคลับตกใจ หลัง สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักมวยทีมชาติไทยฮีโร่เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบ ต้องแอดมิตห้อง ICU ด่วน โดยมีลูกสาวนักแสดงและยูทูบเบอร์ชื่อดัง เบสท์–รักษ์วนีย์ คำสิงห์ และครอบครัวคอยเฝ้าไข้อย่างใกล้ชิด เจอ เบสท์ มาร่วมงานเปิดตัวเทคโนโลยีแปลงโฉมระดับโลก “Endolift X” ที่ชั้น 4 สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา พระราม 9 อัปเดตอาการป่วยของคุณพ่อว่า

“ตอนนี้คุณพ่อออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ แต่ก็ต้องตามดูอาการเรื่อยๆเพราะยังมีหัวใจที่เต้นช้ากว่าปกติ สาเหตุเกิดจากภาวะเส้นเลือดในสมองตีบ แต่คุณหมอบอกว่าเป็นระยะที่ 2 ถ้าเป็นระยะแรกไปโรงพยาบาลทัน 4 ชั่วโมงฉีดยาแล้วก็จะดีขึ้น แต่ของคุณพ่อเป็นมาระยะหนึ่งแล้ว จนเส้นเลือดที่เราเห็นในภาพเอกซเรย์สมองข้างขวาเป็นก้อนสีดำคือเหมือนเลือดไปเลี้ยงไม่หมด แต่ด้วยความที่คุณพ่อยังพูดได้ ตอบสนองได้ คุณหมอก็เลยยังไม่ได้ผ่าตัด เลยให้นอนไอซียู ก่อนหน้านั้นตอนกลางคืนคุณพ่อยังกินข้าวคุยกันปกติ แต่พอตื่นเช้ามาหน้าคุณพ่อทางด้านซ้ายคือเบี้ยว แล้วก็เดินเซ หยิบกาแฟมากินก็ไม่ได้ จนต้องไปโรงพยาบาลแล้วก็ได้รู้ว่าเค้าเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ส่วนที่หลายคนสงสัยว่าเกี่ยวกับคุณพ่อเอาแอลกอฮอล์ไปหยอดใส่หู อันนี้ไม่น่าเกี่ยว น่าจะเป็นความดื้อส่วนตัว คุณหมอก็ถามว่าเคยออกอาการอะไรก่อนหน้านี้มั้ย แต่ทุกอย่างปกติค่ะ คุณพ่อบอกว่าก่อนนี้เค้าเคยแขนข้างซ้ายชา แต่ตอนนั้นคิดว่าเหน็บกิน อาจจะนั่งนานหรือเล่นโทรศัพท์นาน ก็เลยไม่ได้เอะใจ ซึ่งอันนี้ก็คืออันตรายมาก ตั้งแต่เราจำความได้ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่คุณพ่อเข้าไอซียู ปกติคุณพ่อไม่ค่อยป่วย คุณพ่อนอนอยู่ไอซียู 4 วัน แล้วก็ออกมาห้องพักธรรมดาอีก 4-5 วัน”

ใจหายมั้ยที่เห็นคุณพ่อเป็นแบบนี้?

… (น้ำตาไหลพูดต่อไม่ได้)”

เห็นบอกว่าคุณพ่อหัวใจเต้นช้ากว่าปกติด้วย?

“หลังจากที่คุณพ่อออกมาพักห้องปกติก็ตรวจพบว่าหัวใจเต้นช้าลง (เสียงสั่น) วันนี้ไม่ได้ตั้งใจร้องไห้เลย ขอโทษนะคะ ตอนนี้ก็ดูแลตามอาการ หมอนัดให้ไปตรวจทุกอาทิตย์ ส่วนเรื่องหัวใจเหมือนต้องทำ Sleep Test ด้วย เพราะว่าในขณะหลับมีหยุดหายใจ“

กลับไปอยู่บ้านแล้วกำลังใจของคุณพ่อดีขึ้นมั้ย?

“ดีขึ้นนะคะ ความที่เค้าเป็นคนดื้อก็ไม่อยากอยู่โรงพยาบาล พอกลับมาบ้านเค้าก็ดูแฮปปี้ขึ้น คุณหมอบอกว่าให้กายภาพ เค้าก็จะเดินทุกเช้าวันละ 10-20 นาที สิ่งที่คุณหมอห้ามเลยคือเรื่องของอาหารบางอย่างเพราะว่าคอเลสเทอรอลสูงเกือบ 300 แล้วก็ไขมันกับน้ำตาลต้องลดเพราะอีกนิดเดียวก็จะเป็นเบาหวาน ส่วนตัวเราก็ไม่ได้เข้มงวด แต่บอกเค้าเลยว่าถ้าดื้อก็อาจจะต้องไปนอนไอซียูอีกนะ เราจะใช้โหมดดุนิดนึงไม่อย่างนั้นเค้าจะไม่ฟัง ทุกวันนี้คนในบ้านก็ช่วยกันดูแล คุณแม่ก็ยังอยู่บ้านหลังเดียวกันกับคุณพ่อ เพียงแต่นอนคนละห้อง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคุณแม่ที่คอยดู”

คุณพ่อได้ให้กำลังใจคนในครอบครัวด้วยมั้ย?

“คือที่เห็นว่าเราเศร้าๆเพราะว่าเค้าร้องไห้ เค้ากลัว แล้วเราก็เลยกลัวไปด้วย ยิ่งเห็นพ่อร้องไห้ก็จะร้องตาม ปกติคุณพ่อไม่เคยร้องไห้ให้เห็น แต่อันนี้คือนอนไอซียูคืนแรกเค้าร้องไห้เลย เค้ากลัวเพราะไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องมานอนแบบนี้ แล้วตอนนั้นยังขยับข้างซ้ายไม่ได้ด้วยเลยยิ่งกลัวมาก ทีนี้พอเค้าร้องไห้เราก็ช็อกไปเลย”

ค่าใช้จ่ายสูงเหมือนกัน?

“ใช่ค่ะ คุณพ่อดื้อด้วยไม่ได้ทำประกันเลย เพราะคิดว่าตัวเองแข็งแรง แต่เราก็สามารถดูแลพ่อได้ เสียเงินไม่ได้ซีเรียสแต่ไม่อยากให้ป่วยมากกว่า”

ตอนนี้ยังกังวลอะไรอยู่มั้ย?

“ตอนนี้ไม่ได้กังวลคุณพ่อแล้วค่ะ เพราะว่าเขาค่อนข้างเชื่อฟัง คือเขาก็กลัวเหมือนกัน แต่เราจะไปกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นมากกว่าว่าจะมีอะไรอีกไหม อย่างก่อนหน้านี้น้องชายแขนหัก แล้วก็มาคุณพ่อเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ไม่รู้ว่าอาทิตย์หน้าเดือนหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก อันนี้คือสิ่งที่กังวลทั้งที่ตัวเองเป็นคนที่ไม่ได้กังวลเรื่องอนาคตเลย แต่ทุกวันนี้กังวลแล้วเพราะมันน่ากลัวมาก”

แล้วพฤติกรรมของคุณพ่อเวลาคันหูหรือหูอื้อแล้วชอบเอาอะไรไปหยอด ทุกวันนี้ยังต้องระวังอยู่มั้ย?

“อันนั้นเค้าทำตอนสมัยเล่นละคร แต่ว่ามันเพิ่งมามีผลในตอนปัจจุบัน พอผ่านมา 3-4 ปี เค้าค่อยมารู้สึกว่าไม่ได้ยินเพราะว่าแก้วหูทะลุ เลยทำให้ต้องใช้เครื่องช่วยฟัง ซึ่งต้องใช้ไปตลอดชีวิต”

หลายคนชื่นชมว่าเราดูแลครอบครัวดี?

“ขอบคุณทุกคนมากเลยค่ะที่ส่งกำลังใจมาให้ เรารู้สึกว่าพอมีเรื่องที่มันหนักๆ เพราะทุกปีจะเกิดเรื่องอะไรสักอย่างกับเรา แล้วทุกคนก็จะมาให้กำลังใจ ก็อยากจะบอกว่าเราจะเป็นศิลปินนักแสดงและยูทูบเบอร์แบบนี้ตลอดไป แล้วถ้ามีโอกาสได้เจอหรือได้ตอบแทนอะไรเล็กๆน้อยๆก็ยินดีมากค่ะ”.

ยลโฉมสาวงามผู้คว้าตำแหน่งธิดาผ้าหมี่-ขิด ปี 2567 สวยเป๊ะสมมงสุดๆ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830670

ยลโฉมสาวงามผู้คว้าตำแหน่งธิดาผ้าหมี่-ขิด ปี 2567 สวยเป๊ะสมมงสุดๆ

12 ธ.ค. 2567 21:37 น.

ยลโฉมสาวงามผู้คว้าตำแหน่งธิดาผ้าหมี่-ขิด ปี 2567 สวยเป๊ะสมมงสุดๆ

เป็นงานประจำจังหวัดอุดรธานีที่จัดขึ้นทุกปี สำหรับงานทุ่งศรีเมืองอุดรธานี โดยในปีนี้ได้จัดประกวด ธิดาผ้าหมี่-ขิด ประจำปี 2567 ขึ้นเหมือนเช่นทุกปี โดยในทุกปีได้รับความสนใจจากสาวงามทั่วเมืองอุดรธานี เข้ามาร่วมประกวดกันจำนวนมาก เพื่อรับการคัดเลือกเป็นตัวแทนจังหวัดอุดรธานี ทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เผยแพร่ผ้าหมี่-ขิด ศิลปหัตถกรรมพื้นเมืองของดีอุดรธานี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดอุดรธานี

โดยในปีนี้ผู้ที่คว้าตำแหน่งธิดาผ้าหมี่-ขิด ประจำปี 2567 ไปครอง โดยได้มงกุฎและสายสะพาย พร้อมเงินรางวัล ก็คือ นางสาวโซเฟียร์ สทอตต์ สาวงามเมืองอุดรธานี ที่หน้าตาสวยหวานมาก จนชนะใจกรรมการและกองเชียร์ คว้ารางวัลนี้ไปครองได้สำเร็จ

และในโลกออนไลน์ หลายคนที่ได้เห็นภาพของ น้องโซเฟียร์ สาวงามผู้คว้าตำแหน่งธิดาผ้าหมี่-ขิด จ.อุดรธานี ปี 2567 ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สวยหวานมาก สมมงสุดๆ

ภาพจากเพจ ฉันชอบดูนางงาม
ภาพจากเพจ ข่าวอุดร ข่าวโฮมเคเบิ้ล
ภาพจากเพจ ข่าวอุดร ข่าวโฮมเคเบิ้ล
ภาพจากเพจ ข่าวอุดร ข่าวโฮมเคเบิ้ล
ภาพจากเพจ ข่าวอุดร ข่าวโฮมเคเบิ้ล

808 Festival 2024 สมศักดิ์ศรีเทศกาลดนตรีแดนซ์ สร้างซีนสำคัญในทุกค่ำคืนตลอด 3 วัน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830657

808 Festival 2024 สมศักดิ์ศรีเทศกาลดนตรีแดนซ์ สร้างซีนสำคัญในทุกค่ำคืนตลอด 3 วัน

12 ธ.ค. 2567 19:43 น.

808 Festival 2024 สมศักดิ์ศรีเทศกาลดนตรีแดนซ์ สร้างซีนสำคัญในทุกค่ำคืนตลอด 3 วัน

ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจริงๆ สำหรับ 808 Festival ปี 2024 ที่ในปีนี้จัดขึ้นที่ ไบเทค บางนา ในระหว่างวันที่ 6-8 ธันวาคมที่ผ่านมา ผลตอบรับจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม ว่าเป็นปีที่ดีไปทุกอย่างทั้งระบบการจัดการ,จอ เทคนิค แสง สี เสียง ที่เรียกได้ว่าพัฒนาเพื่อเอาใจผู้เข้าร่วมงานขั้นสุด ที่สำคัญคือไลน์อัปดีเจที่ไม่เป็นสองรองเทศกาลดนตรีสายแดนซ์แห่งไหนในโลกแล้ว

งานโปรดักชั่นก็เรียกได้ว่าวิจิตรตระการตามากกว่าปีก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะงาน Lighting ที่มีทั้งแสง Backlight ด้านหลังเวที, บนพื้นเวที, ด้านข้างทั้งซ้ายขวาของเวที รวมถึงแสง Spotlight จำนวนมากด้านบน โดยแสงที่ใช้ในงานก็มีทั้งแสงกระพริบแบบ Strobe Lighting, แสงเลเซอร์ รวมถึงการใช้แสงในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปตามจังหวะของบีทที่ดีเจแต่ละคนเปิด

ซึ่งทำให้ทุกคนสัมผัสได้เลยว่าดนตรีเต้นรำเหมือนมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ ส่วนความกว้างของเวทีก็มีขนาดใหญ่มากๆ ยิ่งมองจากทางด้านหลังแล้วจะเห็นได้ถึงความยิ่งใหญ่ของจอ LED ด้านหลังเวทีที่สร้างงานวิชวลได้อย่างงดงามจริงๆ และเพื่อให้สมกับเป็นการฉลองการจัดงานเป็นครั้งที่ 11 ทาง ผู้จัดงานได้เนรมิตให้ห้อง BITEC Convention Center กลายเป็นแดนฟลอร์ขนาดมหึมา พร้อมกับใช้ศักยภาพของจอ LED ขนาดยักษ์บนเวทีดีเจได้อย่างเต็มศักยภาพ

สูงสุด ส่วนขนาดของเวทีที่กว้างกว่าร้อยเมตรถือว่ายิ่งใหญ่อลังการจนต้องร้องว้าวออกมาดังๆขึ้นมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น ในขณะที่แดนฟลอร์ก็รองรับขาแดนซ์ทั้งชาวไทยและต่างชาติได้วันละเหยียบหมื่นคน รวม 3 วันแล้วคาดว่าน่าจะมีผู้มาร่วมงานเป็นจำนวนหลายหมื่นชีวิต ทำให้ 808 Festival ขึ้นแท่นเป็นเทศกาลดนตรีเต้นรำร่วมสมัยที่มีผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์การจัดงาน Dance Festival ในประเทศไทยอย่างไม่ต้องสงสัย

ทั้งหมดนี้ถือเป็นการลงทุนไปเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อรองรับรูปแบบของโชว์และแนวเพลงแดนซ์แต่ละแนวที่แตกต่างกันออกไปของศิลปินให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด ส่วนระบบเสียงเนี้ยบกริบสุดๆในทุกย่านเสียง เรียกได้ว่าคมกริบทุกบีทและทุกเมโลดี้จริงๆไม่ว่าจะแดนซ์กันอยู่ ณ จุดไหนตั้งแต่หน้าเวทีไปจนถึงด้านหลังสุด

ในส่วนของไลน์อัปงานในปีนี้มีการจัดทัพดีเจตัวเทพมาให้แฟนๆได้ชื่นใจอย่างเต็มอิ่มตลอดทั้ง 3 วันประเดิมวันแรกด้วยเซ็ตเพลงของ Alok ดีเจหนุ่มระดับท็อปของวงการเพลง EDM ในบราซิลเปิดเพลงในแนว ดีป เฮาส์, ฟิวเจอร์ เบส ไปจนถึง ฮาร์ด สไตล์ ปิดท้ายวันแรกด้วยเซ็ตของ Sara Landry ดีเจสาวชาวอเมริกันที่หวดขาแดนซ์ด้วยบีทของดนตรี ฮาร์ด เทคโน

เสริมทัพคืนแรกด้วย ดีเจหนุ่มชาวดัตช์ San Holo เปิดเพลงในจังหวะมันๆของ แทรป และ ฟิวเจอร์ เบส ที่มิกซ์กับ โปรเกรสซีฟ เฮาส์, เทคโน เฮาส์ และ เบรก บีท ได้อย่างสนุกมือด้วย Energy ที่ล้นเหลือ ต่อกันด้วยเซ็ตของ Miss Monique สุดยอดดีเจสาวชาวยูเครนที่ผสมผสานเพลงแนว โปรเกรสซีฟ เฮาส์ และ เมโลดิก เทคโน ได้อย่างเร้าใจให้เต้นแบบไม่ต้องพักกันจนจบงาน

ในคืนวันที่สอง James Hype ดีเจหนุ่มชาวอังกฤษนำดนตรี แทรป, ฮาร์ด สไตล์, ยูโร แดนซ์, เบรก บีท ไปจนถึง ดับสเต็ป มากระหน่ำแดนฟลอร์ได้อย่างลื่นไหล โดยเฉพาะเทคนิคการ Scratching อย่างรวดเร็วสไตล์ดนตรีฮิปฮอป และการคัทบีทที่ทั้งเป๊ะและสนุกมือสุดๆ ด้าน Chase & Status ก็ทำให้เวทีลุกเป็นไฟด้วยเซ็ตเพลงแดนซ์ที่มีบีทที่รุกเร้ารวดเร็วรุนแรงไม่ว่าจะเป็น ดรัม แอนด์ เบส, บิ๊ก บีท, เบรก บีท ที่มาพร้อมกับกลิ่นอายของดนตรีดับ (Dub) และ แอฟโฟร บีท ที่ทั้งหลอนและล่องลอยไปในเวลาเดียวกัน

ปิดท้ายโชว์ของคืนวันที่สองด้วยเซ็ตเพลงจาก The Outlaw โปรเจกต์ใหม่แกะกล่องของ DJ Snake ที่ยืนพื้นด้วยดนตรี ดับสเต็ป และ ฮาร์ด เทคโน โดยโชว์ของ The Outlaw โดดเด่นด้วยการนำดนตรี Industrial Sound มามิกซ์กับดนตรี ฮาร์ด เทคโน และ อิเล็กทรอนิกส์ เทคโน สุดล้ำเอาไว้ในเซ็ตได้อย่างเร่าร้อนและหนักหน่วงตลอดทั้งโชว์ ส่วนโชว์ก็นับได้ว่าเป็นไฮไลท์ของเวทีหลักในวันที่สองจริงๆ เพราะงานโปรดักชั่นบนเวทีมีการยกกรงมาล้อมรอบบูธดีเจเอาไว้ ส่วนงาน Visual และ Lighting ก็เข้ากับสไตล์ดนตรีของ The Outlaw มากๆ ส่วนโชว์ที่ถือเป็น

คืนวันที่2 กับศิลปินสุดฮอตที่แฟนชาวไทยอยากเจอ Mau P ดีเจหนุ่มและโปรดิวเซอร์ที่มีชื่อเสียงอย่างรวดเร็วจากการนำเสนอสิ่งใหม่ๆที่ไม่เหมือนใครจากเพลงของเขาในแนว house และ tech-house ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เสิร์ฟเซตความมันไม่หยั่ง และ 4B ดีเจดาวรุ่ง ที่มากระหน่ำเวทีอย่างเดือดกันเลย

อีกหนึ่งไฮไลท์ในคืนวันสุดท้ายของงานคือเซ็ตเพลงของ ZEDD ดีเจและโปรดิวเซอร์เพลงแดนซ์ระดับแถวหน้าของโลก โดยเซ็ตเพลงของ ZEDD ในครั้งนี้เอาใจแฟนคลับด้วยงานเพลงของตัว ZEDD เองที่มิกซ์เข้ากับดนตรี เมโลดิก เฮาส์, เบรก บีท และ ป็อป แดนซ์ ได้อย่างกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดเพลงแดนซ์แบบป็อปในช่วงเบรกดาวน์ โดยเพลงที่เรียกกรี๊ดจากแฟนๆได้มากที่สุดของโชว์ก็คือ Titanium ของ David Guetta feat. SIA ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเพลงชาติของวงการเพลงแดนซ์ร่วมสมัยมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2011

โชว์ของ Anyma ดีเจหนุ่มชาวอิตาเลียน/อเมริกัน เรียกได้ว่าคุ้มค่าสมกับที่ทุกๆคนรอคอย หรืออาจจะคุ้มค่าเหนือกว่าที่รอคอยเลยก็ว่าได้ เพราะมันดีกว่าที่คิดเอาไว้หลายเท่าจริงๆโดยการแสดงสดของ Anyma ถูกออกแบบมาเพื่อสร้าง Visual Landscape ที่ทั้งคลาสสิกและทันสมัยในเวลาเดียวกัน โชว์ของ Anyma ใช้เทคโนโลยีและงานศิลปะในยุคดิจิตอลมาประกอบกับดนตรี เมโลดิก เฮาส์ และ เทคโน ได้อย่างตระการตามากๆ เรียกได้ว่าถ้างานวิชวลของ Anyma เป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง นี่คืองาน Fine Art หรือว่างานวิจิตรศิลป์ที่เกิดขึ้นได้บนบูธดีเจจริงๆโดยโชว์ของ Anyma แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบของงานโปรดักชั่นของงาน 808 Festival ปีนี้ได้อย่างเต็มที่

ไม่ว่าจะเป็นความคมชัดของงานวิชวลสไตล์หุ่นยนต์แห่งโลกอนาคตที่อยู่บนจอ LED ขนาดยักษ์หลังเวทีได้อย่างสวยสดงดงามเป็นอย่างมาก ในส่วนของงานแสงสีก็มาครบทั้งแสงเลเซอร์, สปอตไลท์, ไฟกระพริบ ซึ่งมาจากทุกทิศทางจริงๆ ที่น่าทึ่งก็คือแสงสีสุดตระการตาเหล่านี้เข้ากันกับดนตรีแดนซ์ในสไตล์ของ Anyma ได้อย่างเพอร์เฟกต์ ชนิดที่เรียกได้ว่าอยากจะให้คะแนนซักพันนึงจากเต็มสิบไปเลย

ในส่วนของเวที2ที่ถึงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่าเวทีหลัก แต่ก็สร้างความมันได้ดีไม่แพ้กันจนไม่รู้ว่าจะแยกร่างเสพความเดือดกันยังไงดี โดยเวทีรองเหมาะสำหรับขาแดนซ์ที่ชื่นชอบดนตรีเทคโนหนักๆ ซึ่งระบบเสียงก็รองรับบีทของดนตรีแนวนี้ที่ทั้งหนักหน่วงรุนแรงและสวยงามด้วยเมโลดี้ของดนตรี เฮาส์ ไปจนถึง แทรนซ์ ได้เป็นอย่างดี โดยในวันเสาร์เวทีเล็กเสิร์ฟความมันมาในคอนเซ็ปต์ We Rave You ที่นำทัพโดยสุดยอดดีเจเทคโนชาวเยอรมัน Klangkuenstler ที่เปิดเพลง ฮาร์ด เทคโน ได้อย่างเดือดตลอดทั้งโชว์จนพื้นแทบจะละลายกลายเป็นลาวาไปเลย

ส่วนคืนวันที่สองและเป็นวันสุดท้ายของงาน คอนเซ็ปต์ของเวที2มีชื่อว่า Drumcode เพราะได้ Drumcode Records ค่ายเพลงแนวเฮาส์, เทคโน และ แทรนซ์ ระดับแถวหน้าของประเทศสวีเดนมารับหน้าที่จัดเซ็ตเพลงจากเหล่าดีเจชั้นนำตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงดึกไม่ว่าจะเป็น SEESOUNDS, MARIE VAUNT, MASSANO รวมถึงเซ็ตเพลง เทค เฮาส์ และ แทรนซ์ เมโลดี้สวยๆตามสไตล์ของดีเจ Adam Beyer ซึ่งเป็นเจ้าของค่าย ก่อนจะปิดโชว์บนเวทีเล็ก Drumcode ด้วยเซ็ตเพลงในแบบ เทคโน แทรนซ์ ที่ล่องลอยอย่างสวยงามในทุกบีทของดีเจ Bart Skils

ถึงแม้ว่าจะเป็นเวทีรองแต่โอกาสที่จะได้ดูเต้นไปตามจังหวะเพลงแดนซ์ของเหล่าดีเจชั้นนำของยุโรปของเวที Drumcode ในไทยไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ และคอนเซ็ปต์ของเวทีนี้ในทั้งสองวันก็สร้างความประทับใจให้กับแฟนเพลงทุกคนจริงๆ โดยไลน์อัปดีเจที่มีดีไม่แพ้ Dance Festival ระดับโลกหลายๆงานของเวทีนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ไม่ธรรมดาของงาน 808 Festival ที่สั่งสมความสำเร็จมาตลอด 10 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการสร้างเครดิตที่ทำให้เหล่าดีเจระดับแถวหน้าของโลกเหล่านี้ได้มีโอกาสมาเปิดเพลงที่กรุงเทพฯ สมศักด์ศรีงานEDM อันดัน1ของไทย อันดับ2แห่งเอเชีย!

ความคึกคักและความสนุกสนานที่มีให้เห็นในทุกตารางนิ้วทำให้งาน 808 Festival ปี 2024 ได้รับคำชมจากทุกๆคนที่มาร่วมงานอย่างเป็นเอกฉันท์ การันตีได้ด้วยคอมเมนต์ในสเตตัส 808 Festival Thank You ที่ทางผู้จัดขอขอบคุณแฟนๆทุกคนที่มาร่วมงานในปีนี้ โดยแต่ละคอมเมนต์ไปในทิศทางเดียวกันว่านี่คืองาน 808 Festival ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีการจัดกันมาเลยก็ว่าได้

ปิดงาน 808 Festival 2024 ปีนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สิ่งที่ปิดฉากงานได้อย่างครบถ้วนกระบวนความจริงๆคือความประทับใจของทุกคนที่มาร่วมงาน แอบได้ยินมาว่ามีหลายคนที่สนุกกันแบบติดลมบนกันจนไม่อยากจะกลับบ้านกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่ากระแสตอบรับจากผู้ร่วมงานนับได้ว่าดีมากจนเกินความคาดหมายจริงๆ

ถ้าจะให้สรุปกันแบบสั้นๆก็คือใครที่ไม่ได้มางาน 808 Festival ปี 2024 ถือว่าพลาดมาก แต่ถึงแม้ว่าจะพลาดไปแล้วก็ยังมีโอกาสให้แก้มือใหม่ในปีหน้า ซึ่งรับรองได้ว่าจะสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นได้อีกแน่นอน ขออย่างเดียวคือคราวหน้าห้ามพลาดเป็นอันขาด ปีหน้าเตรียมตัวเตรียมใจเตรียมชุดเตรียมรองเท้ากันเอาไว้ให้ดีๆตั้งแต่ต้นปีกันไปเลย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะมาร่วมกันหวดความมันกันกับไลน์อัปดีเจที่รับประกันความเทพที่มีดีไม่แพ้ปีนี้อย่างแน่นอน

…แล้วเจอกันใหม่ในเดือนธันวาคมปีหน้า!

เปิดภาพห้องนอนของ บิ๊ก D2B จากไป 17 ปี ทุกอย่างยังวางอยู่ที่เดิม

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830644

เปิดภาพห้องนอนของ บิ๊ก D2B จากไป 17 ปี ทุกอย่างยังวางอยู่ที่เดิม

12 ธ.ค. 2567 19:09 น.

เปิดภาพห้องนอนของ บิ๊ก D2B จากไป 17 ปี ทุกอย่างยังวางอยู่ที่เดิม

แม้เวลาจะผ่านไป 17 ปีกับการจากไปของ บิ๊ก D2B หรือ บิ๊ก ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ หนึ่งในบอยแบนด์ชื่อดังวง D2B (ดีทูบี) ตำนานบอยแบนด์ไทยในยุค 2000 แต่ชื่อของ บิ๊ก D2B ยังอยู่ในใจของทุกคนเสมอ โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับ BIG D2B Family ที่ยังรวมตัวกันแบบเหนียวแน่น ไม่ว่าจะมีวันสำคัญอะไร ทุกคนก็จะไปรวมตัวกันที่บ้านของ คุณพ่ออุดม กิตติกรเจริญ คุณพ่อของบิ๊ก เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน 

ล่าสุดบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนคุณพ่ออุดมถึงที่บ้าน ซึ่งคุณพ่อได้พาไปดูห้องนอนของ บิ๊ก ซึ่งทุกอย่างได้จัดวางอย่างเป็นระเบียบ และข้าวของทุกอย่างของบิ๊กยังถูกวางไว้อยู่ที่เดิม ไม่ได้ย้ายไปไหน