ครม รับทราบมาตรการบรรเทาผลกระทบ ชายแดนไทย กัมพูชา ของ ก พาณิชย์

ครม รับทราบมาตรการบรรเทาผลกระทบ ชายแดนไทย กัมพูชา ของ ก พาณิชย์

ครม รับทราบมาตรการบรรเทาผลกระทบ ชายแดนไทย กัมพูชา ของ ก พาณิชย์

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.25 น.

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ กล่าวว่า  จากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา กระทรวงพาณิชย์ (พณ.)  ได้มีการติดตามสถานการณ์การค้าอย่างใกล้ชิด และได้มีมาตรการฯ ช่วยเหลือประชาชนร่วมกับจังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา 7 จังหวัด เช่น อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ และตราด โดยแบ่งตามกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ 4 กลุ่มคือ

ชายแดนไทย

1.ประชาชนทั่วไป รัฐบาลดูแลราคาสินค้าให้เป็นธรรม มีปริมาณเพียงพอ จัดงานจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด เพื่อลดค่าครองชีพและส่งเสริมอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชน

2. เกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าเกษตร เพิ่มช่องทางการตลาดภายในประเทศ เชื่อมโยงสินค้าสู่ตลาดกลาง สหกรณ์ โรงงานแปรรูปพร้อมลดต้นทุนการผลิต เช่น ปุ๋ยและปัจจัยการเกษตร

3.ผู้ค้ารายย่อยและผู้ประกอบการ OTOP สนับสนุนการนำสินค้าไปจำหน่ายนอกพื้นที่ จัดพื้นที่แสดงและจำหน่ายสินค้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายรวมถึงเชื่อมโยงกับโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว

4. ผู้ส่งออก เร่งหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเดิม อำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ และส่งเสริมการบริโภคสินค้าในประเทศ เพื่อลดผลกระทบระยะสั้น

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเสริมด้านการเงิน การกระตุ้นเศรษฐกิจ การลดค่าใช้จ่ายของประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงมาตรการด้านแรงงาน เพื่อช่วยสร้างงานและรายได้ในพื้นที่ ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมดูแลประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการให้สามารถก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Army Military Force 

ครม เห็นชอบ 6 แนวทางปฏิบัติ ออกเสียงเลือกตั้ง สส ประชามติ

ครม เห็นชอบ 6 แนวทางปฏิบัติ ออกเสียงเลือกตั้ง สส ประชามติ

ครม เห็นชอบ 6 แนวทางปฏิบัติ ออกเสียงเลือกตั้ง สส ประชามติ

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.23 น.

เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สนง.กกต.)เสนอแนวทางปฏิบัติในการเลือกตั้งสส.และการจัดให้มีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน โดยขอให้หน่วยงานของรัฐให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ และสนับสนุนการดำเนินงานของกกต.ใน 6 ประเด็น เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใสและคุ้มครองสิทธิของประชาชนทุกกลุ่ม ดังนี้

เลือกตั้ง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

1.ให้บุคลากรของรัฐทุกระดับปฏิบัติหน้าที่วางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด

2.ให้การสนับสนุนสถานที่เพื่อใช้เป็นหน่วยออกเสียง

3. ขอความร่วมมือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งทุกแห่งให้มีความพร้อมให้บริการคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ

4. ให้การสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลให้เพียงพอต่อการดำเนินการต่าง ๆ

5. กรณีสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ให้หน่วยงานของรัฐ จัดยานพาหนะเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้งและนำกลับไปจากที่เลือกตั้ง

6.ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งตามประกาศกกต.และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง สำหรับประชาชนในพื้นที่สถานการณ์ความไม่สงบ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิในการมีส่วนร่วมทางการเมือง

ปปง ขยายผลเส้นทางการเงิน Black Mirror TKP เอี่ยว สส พรรคการเมือง

ปปง ขยายผลเส้นทางการเงิน Black Mirror TKP เอี่ยว สส พรรคการเมือง

ปปง ขยายผลเส้นทางการเงิน Black Mirror TKP เอี่ยว สส พรรคการเมือง

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.51 น.

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 สำนักงาน ปปง. เข้าร่วมปฏิบัติการสนธิกำลัง ปิดล้อมตรวจค้นเครือข่าย “Black Mirror TKP” ในความผิดเกี่ยวกับการร่วมกันฟอกเงิน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานฟอกเงิน และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.2) และสำนักงาน ป.ป.ส. จำนวน 22 เป้าหมาย ในพื้นที่กรุงเทพ มหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดลพบุรี และจังหวัดตรัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 สามารถจับกุมผู้ต้องหา ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินฯ และตรวจยึดทรัพย์สินไว้ได้หลายรายการ เช่น รถยนต์ รถจักรยาน ยนต์ เครื่องเพชร อาวุธปืน เงินสด มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท

วันนี้ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568 สำนักงาน ปปง. ได้บูรณาการข้อมูลและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว กับ บช.ปส.2 และตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่าย Black Mirror TKP แล้วพบทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมของกลุ่มบุคคลตามหมายจับเป็นหลักทรัพย์และเงิน ในบัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวน 26 รายการ เลขาธิการ ปปง. จึงมีคำสั่งให้อายัดหลักทรัพย์และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าว รวมมูลค่า 20 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป

ปปง

อนึ่ง คำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวดังกล่าวมีกำหนดไม่เกิน 90 วัน (นับตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 28 มีนาคม 2569) หากผู้ถูกอายัดทรัพย์สินหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าว ประสงค์จะขอให้มีการเพิกถอนคำสั่งนั้น ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วยหลักฐานที่เกี่ยวข้องที่แสดงว่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดดังกล่าวมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดภายใน 30วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ

ปปง
ปปง
ปปง
ปปง

‘กิ๊ก อนิก’เปิดใจครั้งแรก สาเหตุซบภูมิใจไทย เพราะ’พี่แต๋ม ศุภจี’เปิดกว้าง

'กิ๊ก อนิก'เปิดใจครั้งแรก สาเหตุซบภูมิใจไทย เพราะ'พี่แต๋ม ศุภจี'เปิดกว้าง

‘กิ๊ก อนิก’เปิดใจครั้งแรก สาเหตุซบภูมิใจไทย เพราะ’พี่แต๋ม ศุภจี’เปิดกว้าง

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.44 น.

‘กิ๊ก-อนิก โอสถานุเคราะห์’ เปิดใจสาเหตุเลือกลง สส.ภูมิใจไทย เพราะรับฟังแนวความคิด ชม ‘พี่แต๋ม’ เปิดกว้าง

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม นายอนิก โอสถานุเคราะห์ นักธุรกิจหนุ่มผู้สมัคร สส.เขต 2 จ.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย ได้เปิดช่องทางสื่อสารในเฟสบุ๊คชื่อเพจ “Storytelling Forum” โดยได้เปิดใจถึงสาเหตุที่ตัดสินใลงสมัคร สส. พรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ “กิ๊ก” อนิก โอสถานุเคราะห์ นอกจากเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ยังเป็นกูรูด้านความสัมพันธ์ หนึ่งในผู้เขียนหนังสือ “หักหลังผู้ชาย”

นายอนิก กล่าวว่า การเมืองคือการเสนอแนวความคิด แล้วพรรคนี้(ภูมิใจไทย) คือพรรคที่ตนเสนอแนวความคิดแล้วเขาฟัง หลังจากพี่แต๋ม ศุภจี (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์) เข้ามา เขาค่อนข้างเปิดกว้างเลยในเรื่องนี้

นายอนิก กล่ววว่า ได้ไปหลายพรรค แต่ยังไม่ได้รับตอบรับขนาดนั้น แต่พรรคนี้(ภูมิใจไทย)เขาตอบรับจึงได้มีโอกาสสมัคร สส.

“ลองเล่นการเมืองกันแบบไม่ต้องด่ากันได้มั้ย เล่นการเมืองแบบคุณคิดนโยบายมา ถ้าดีเราก็บอกว่าดี ถ้าเราเป็นรัฐบาลเดี๋ยวเราก็บอกว่า เออยืมมาทำได้มั้ย อย่าไปจดลิขสิทธิ์ อันนี้ของพรรคกูใครลอกแสดงว่ามึงไม่มีปัญญา ไม่ใช่หรอก อะไรที่ผมคิดมาถ้าพรรคอื่นบอกว่าอยากเอาไปทำ เอาไปเลยนะ” นายอนิก กล่าว

‘อนุทิน’บินด่วนอุดรฯ ส่งหัวใจดวงที่153 หลังจบครม.นัดสุดท้าย บอกปีใหม่ไม่หยุด ไปชายแดน

'อนุทิน'บินด่วนอุดรฯ ส่งหัวใจดวงที่153 หลังจบครม.นัดสุดท้าย บอกปีใหม่ไม่หยุด ไปชายแดน

‘อนุทิน’บินด่วนอุดรฯ ส่งหัวใจดวงที่153 หลังจบครม.นัดสุดท้าย บอกปีใหม่ไม่หยุด ไปชายแดน

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.23 น.

“นายกฯ อนุทิน” บินด่วนอุดรฯ ภารกิจหัวใจติดปีกส่งท้ายปี หลังจบประชุม ครม. นัดสุดท้าย

30 ธ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมปฏิบัติภารกิจ “หัวใจติดปีก” บินด่วนไปยังจังหวัดอุดรธานี เพื่อรับอวัยวะหัวใจนำส่งผู้ป่วย  เป็นการรับหัวใจดวงที่ 153 ในเวลาประมาณ 15.00 น. 

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินลงจากตึกบัญชาการ 1 โดยทักทายสื่อมวลชน พร้อมทำท่า “พลัส” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ในการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยและภายหลังการสัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรี ยังทำท่า “พลัส” อีกครั้งก่อนจะกล่าวว่า “สวัสดีปีใหม่ครับ”

ผู้สื่อข่าวยังสอบถามว่าช่วงปีใหม่ จะเดินทางไปที่ใดบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ไป จะไปดูพี่น้องทหารที่อยู่ชายแดน

สำหรับภารกิจ “หัวใจติดปีก” เป็นสิ่งที่นายอนุทินปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปี แม้ปัจจุบันจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ยังคงใช้เวลาว่างและทรัพยากรส่วนตัวสนับสนุนสภากาชาดไทยในกรณีเร่งด่วน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่การจราจรทางบกมีความหนาแน่น การขนส่งทางอากาศจึงเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพที่สุด

เจษฏ์ ปูด ทุนเทา ทุ่มแสนล้านซื้อประเทศ หัวละ 4000 ยึดอำนาจรัฐ

เจษฏ์ ปูด ทุนเทา ทุ่มแสนล้านซื้อประเทศ หัวละ 4000 ยึดอำนาจรัฐ

เจษฏ์ ปูด ทุนเทา ทุ่มแสนล้านซื้อประเทศ หัวละ 4000 ยึดอำนาจรัฐ

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.11 น.

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2568 นายเจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ(รช.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การเมืองที่มีการแทรกแซงจากกลุ่มทุนสีเทา ว่า ล่าสุดมีการอายัดทรัพย์กลุ่มทุนสีเทากลุ่มหนึ่งมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งได้รับข้อมูลมาว่าเป็นเพียงร้อยละ 10 ของเม็ดเงินจริงที่เตรียมไว้สำหรับสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ โดยยอดรวมอาจสูงถึง 1 แสนล้านบาท

นายเจษฏ์ กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการใช้เงินจำนวนดังกล่าวซื้อเสียงว่า หากมีเงิน 1 แสนล้านบาท สามารถซื้อคนได้ถึง 100 ล้านคน ในราคาคนละ 1,000 บาท แต่ในความเป็นจริงประเทศไทยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ถึงจำนวนดังกล่าว และหากนับเฉพาะผู้มาใช้สิทธิจริงประมาณ 30 กว่าล้านคน การซื้อเสียงเพื่อให้ได้เสียงข้างมาก (ประมาณ 60% ของผู้มาใช้สิทธิ) จะทำให้อัตราการจ่ายเงินพุ่งสูงถึงหัวละ 3,000 – 4,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่กลุ่มทุนเหล่านี้สามารถจ่ายได้จริง

เจษฏ์

“ถ้าทุนเทาเอาเงินมาลงแสนล้าน ได้แน่ๆ และพอเข้าไปเสร็จก็จะไปออกกฎหมาย ไปทำโครงการ ไปวางแผนผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์กับพวกเขา เช่น เปิดเสรีการพนัน ยาเสพติด หรือทำธุรกิจสแกมเมอร์ รวมถึงการทำข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนตัวเอง”

นายเจษฏ์ กล่าวด้วยว่าถ้าเปรียบเทียบเงิน 1 แสนล้านบาทในการซื้อประเทศไทยถือว่า “กระจอกมาก” เมื่อเทียบกับงบประมาณหรือเงินแจกของรัฐที่ละลายหายไปแสนสองแสนล้านบาท แต่ผลเสียที่จะตามมาจากการที่กลุ่มทุนสีเทายึดครองอำนาจรัฐนั้นถือว่ามหาศาล ดังนั้นหากภาคประชาชนไม่ลุกขึ้นสู้ในครั้งนี้ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ขอให้คิดดู

ภูมิใจไทยส่ง’นรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์’ ลงสู้ศึกพญาไท ลุ้นเจาะไข่แดง กทม.

ภูมิใจไทยส่ง'นรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์' ลงสู้ศึกพญาไท ลุ้นเจาะไข่แดง กทม.

ภูมิใจไทยส่ง’นรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์’ ลงสู้ศึกพญาไท ลุ้นเจาะไข่แดง กทม.

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.45 น.

เปิดโปรไฟล์ หนุ่มหน้าใสจากค่ายภูมิใจไทย “นรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์” เบอร์ 13 พญาไท-ดินแดง

กระแสความนิยมของพรรคภูมิใจไทย ดีวันดีคืน จากพรรคขนาดกลางในอดีต ตอนนี้กลายร่างเป็นพรรคขนาดใหญ่ และเป็นพรรคที่น่ากลัวสำหรับคู่แข่ง ประเมินกันว่ารอบนี้จะโกย สส. เข้าสภา  120+พลัส แต่ที่น่าสนใจคือสนามเมืองกรุง เพราะ “ภูมิใจไทย” ยังไม่สามารถเจาะใจคนเมืองหลวงได้สำเร็จ หากมองย้อนไปยังไม่เคยทำคลอด สส. ออกมาได้เลย

ทว่ารอบนี้คอการเมืองบอกมีลุ้น หลายๆ เขต เห็นโปรไฟล์แล้วต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เรียกได้ว่า “คุณภาพคับจอ”

ตัวอย่าง เขตพญาไท – ดินแดง ดึงเอา “ครูพรีมมี่” นรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ย้ายพื้นที่จากเขต บางคอแหลม ยานนาวา ครั้งก่อน มาครั้งนี้ รับเบอร์ 13 เขตดินแดง-พญาไท ถือว่า “ถูกฝาถูกตัว” เพราะ “ครูพรีมมี่” เป็นคนในพื้นที่นี้มาแต่แรก ตั้งต้นคลุกคลีอยู่ที่ รร.อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ ซอยสายลม ขยันเดิน ขยันทำพื้นที่ จนชาวบ้านเห็นแค่ข้างหลังยังจำได้ 

สำหรับ “ครูพรีมมี่” ดูนามสกุลก็พอจะเห็นเส้นทาง เขาเป็นทายาทสายการศึกษา “เปล่งประสิทธิ์-เธียรประสิทธิ์” คว่ำหวอดวงการการศึกษา เขาจบปริญญาโท MBA มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน และ ปริญญาตรี BBA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เป็นคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะทำงาน Quick Win กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

อีกทั้งยังควบตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ Elite Exam ซึ่งเป็นหลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษา ให้สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษอย่างครบถ้วนทั้ง 4 ทักษะ คือ การฟัง พูด อ่าน และเขียน

ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษเท่านั้นที่เชี่ยวชาญ แต่ภาษาจีน ก็เก่งแบบหาตัวจับยาก เขาจึงอยากใช้ความรู้ความสามารถมาพัฒนาพื้นที่เป็นปากเป็นเสียงให้ชาวพญาไท -ดินแดง

เรียกว่ายกนี้ “ภูมิใจไทย” เลือกคนไม่ผิดที่ส่งท้าชิงกับแชมป์เก่าค่ายส้ม “กันตพล ดวงอัมพร”  จับตามองได้เลย รับรองมีลุ้น…

สีหศักดิ์ ขอกัมพูชารักษาคำพูด อย่ายั่วยุ เพื่อให้เกิดการหยุดยิงที่ยั่งยืน

สีหศักดิ์ ขอกัมพูชารักษาคำพูด อย่ายั่วยุ เพื่อให้เกิดการหยุดยิงที่ยั่งยืน

สีหศักดิ์ ขอกัมพูชารักษาคำพูด อย่ายั่วยุ เพื่อให้เกิดการหยุดยิงที่ยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.57 น.

เมื่อเวลา 09.45 น.ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการหารือ 3 ฝ่ายระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย กัมพูชา และจีน ที่เมืองหยูซี มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีจีนเป็นเจ้าภาพ ว่าเราอยากทำให้ข้อตกลงหยุดยิงเป็นการหยุดยิงที่ยั่งยืน และนำมาสู่การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ขณะเดียวกันก็ต้องดูว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา จะเดินต่อไปอย่างไร เพราะช่วงนี้เพิ่งตกลงหยุดยิงกันจึงยังมีความเปราะบางอยู่ ดังนั้นก็ควรหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือ  บั่นทอนการหยุดยิง อาทิ การปล่อยโดรน การใช้คำพูดยั่วยุ หรือ การออกถ้อยแถลงระดับผู้นำต่างๆ ซึ่งต้องระมัดระวังและต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่ 

นายฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ออกมาพูดว่าการหยุดยิงนั้น ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายกัมพูชาแพ้ ซึ่งเรื่องนี้อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เพราะหากตั้งคำถามแบบนี้ เราก็ต้องถามกลับไปว่าใครเป็นฝ่ายขอหยุดยิง แต่ตนเองคิดว่าเราควรก้าวข้ามตรงนั้น และมาทำให้การหยุดยิงมีความยั่งยืน รวมถึงสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน

สีหศักดิ์

ผู้สื่อข่าวถามกรณีล่าสุดที่มีการตรวจพบโดรนจำนวน 250 ลำ บริเวณชายแดน และทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลครั้งที่ 11 จะส่งผลกระทบต่อข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมงหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และดูด้วยว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าหรือใหม่ ซึ่งประเด็นที่เราคุยกันในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC คือการมี Hotline ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ เราต้องตรวจสอบไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด และอีกประเด็นหนึ่งคือฝ่ายกัมพูชาเหมือนพยายามเร่งรัดให้เกิดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา หรือ JBC ที่เกี่ยวกับการปักปันเขตแดน จึงต้องมาดูกันต่อ เพราะผลการประชุม GBC ยังไม่เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ขณะเดียวกันในการประชุม JBC ก็ต้องมาดูข้อกฎหมาย ว่าในช่วงรัฐบาลรักษาการจะต้องขออาณัติจากรัฐบาลหรือไม่ เพราะเป็นข้อตกลงที่ผูกพันไปถึงรัฐบาลใหม่ และการประชุม JBC จะประชุมได้ช่วงไหน 

นายสีหศักดิ์ กล่าวย้ำว่า มันมีขั้นตอนอยู่ ไม่ใช่จะสามารถจัดประชุมได้ทันที แต่ยืนยันว่าเราไม่ได้ประวิงเวลา เพียงแต่พื้นที่ต้องปลอดภัยก่อน เพราะเราต้องลงพื้นที่ร่วมกันเพื่อปักปันเขตแดน

สีหศักดิ์

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงความชัดเจนในการปล่อยตัว 18 เชลยศึกของกัมพูชาว่าเป็นไปตามที่เราพูดคุยกันคือหยุดยิง 72 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นจึงอยากย้ำว่าอยากให้เคารพการหยุด และสิ่งที่พูดคุยกันไว้ ก็ต้องรักษาคำพูด

เมื่อถามว่า กระทรวงการต่างประเทศจะใช้แนวทาง ทางการทูตอย่างไรในการพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชา นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราพูดคุยกันได้อยู่แล้ว และถือว่าตอนนี้ทางการทูตได้คุยกันแล้ว เพราะตอนนี้หากมีเหตุการณ์อะไรก็ต้องพูดคุยกัน นอกจากนี้ฝ่ายทหารก็พูดคุยกันอยู่

สีหศักดิ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินฉากทัศน์หลังหยุดยิง 72 ชั่วโมงอย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า หากไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นใน 72 ชั่วโมง เช่น ไม่เกิดเหตุการณ์ยั่วยุ หรือ เก็บกู้ทุนระเบิด เราก็เดินหน้าสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ 

ทั้งนี้ สำหรับการปักปันเขตแดนทางสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาไม่ยอมรับเขตแดนที่ทหารไทยปักปันจะเป็นปัญหาหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า บริบทมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ฉะนั้นการประชุม JBC จะมีขึ้นเมื่อใดเราก็ต้องพิจารณาตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป มันมีขั้นตอนของมันอยู่ และอาจจะไปถึงรัฐบาลใหม่ จึงจะประชุมกันได้ ซึ่งเรายังไม่รู้ท่าทีรัฐบาลใหม่จะเป็นอย่างไร และจะมีการทบทวน MOU 43 หรือไม่ ก็ยังไม่มีข้อยุติ

สีหศักดิ์

“เรามีการหยุดยิง การหยุดยิงนั้นถือว่าเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน เราอยากให้ทั้งสองฝ่ายเคารพการหยุดยิง เพราะเขาก็สูญเสียพอสมควร ประชาชนของเขาก็อยากจะกลับเข้าสู่พื้นที่เดิม เพราะฉะนั้นเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ที่จะทำให้การหยุดยิงที่ตกลงกันไว้ เป็นการหยุดกินที่ยั่งยืนถาวร ส่วนปัญหาอื่นเราก็ควรจะพูดคุยกันได้ในฐานะเพื่อนบ้าน” นายสีหศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการปล่อยตัว 18 เชลยศึกของกัมพูชา เพียงสั้นๆ ว่าเดี๋ยวรู้ตอนเที่ยง

ศรีสุวรรณ ร้อง กกต สอบพรรคประชาชน หลัง บุญฤทธิ์ เอี่ยวค้ายา ฟอกเงิน

ศรีสุวรรณ ร้อง กกต สอบพรรคประชาชน หลัง บุญฤทธิ์ เอี่ยวค้ายา ฟอกเงิน

ศรีสุวรรณ ร้อง กกต สอบพรรคประชาชน หลัง บุญฤทธิ์ เอี่ยวค้ายา ฟอกเงิน

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.45 น.

วันนี้ ( 30 ธันวาคม 2568) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องแจ้งเบาะแสแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการ เมือง  เพื่อขอให้ไต่สวนสอบสวนพรรคประชาชนกรณีที่ปรากฎเป็นการทั่วไปต่อการที่นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 (บางกอกน้อย–บางกอกน้อย)   ในนามพรรคประชาชนถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)เข้าจับกุมในปฏิบัติการ Black Mirror TKP

โดยถูกกล่าวหาว่าพัวพันคดีฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท อันถือได้ว่าเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคง-เศรษฐกิจของชาติหรือราชการแผ่นดิน หรือเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันเป็นข้อห้ามตาม พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่

ศรีสุวรรณ

ทั้งนี้ การค้ายาเสพติดและการฟอกเงิน เป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของสังคมไทย การที่พรรคประชาชน(ปชน.)

ในฐานะพรรคการเมืองต้นสังกัดของนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ จะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อข้อกล่าวหาที่มีผลมาจากการกระทำตามกรณีที่เกิดขึ้นมิได้ เนื่องจากเป็นถึงสมาชิกและผู้สมัคร สส.ของพรรคที่ถูกคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้เป็นผู้สมัคร สส.ในนามพรรคประชาชนไปแล้ว (แม้จะลาออกจากสมาชิกพรรคแล้วก็ตาม) ย่อมต้องผ่านการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ จริยธรรมและกลั่นกรองคุณสมบัติมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ซึ่งนายบุญฤทธิ์ถูก บช.ปส.เปิดเผยว่า  มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทที่ไขว้กันไปมาหลายบริษัทและมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดที่ถูก บก.ปส.จับกุมก่อนหน้านี้  ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ตรวจสอบได้ในฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่เป็นแค่ข่าวในโซเชียลเท่านั้น

ศรีสุวรรณ

ดังนั้น สังคมได้ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาคือพรรคประชาชนปล่อยให้บุคคลที่มีการกระทำหรือมีพฤติการณ์อันเป็นความเสี่ยงระดับนี้  ผ่านการคัดเลือกจนเป็นว่าที่ผู้แทนประชาชนได้อย่างไร การที่พรรคอ้างว่าได้ “ขับออก” และ “เปลี่ยนตัวผู้สมัคร” หลังจากตำรวจบุกจับแล้วนั้น นี่ไม่ใช่จริยธรรม แต่คือการ ตัดตอนเพื่อเอาตัวรอดใช่หรือไม่  และการขับออกเพราะกลัวความเสี่ยงต่อการถูกยุบพรรคใช่หรือไม่ ทั้งๆที่เหตุที่เกิดบุคคลดังกล่าวยังเป็นสมาชิกพรรค และพรรคยังส่งไปมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วย สส.ไปเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ

อีกหลายคณะ  ซึ่งถือได้ว่าหากมีความผิด ก็เป็นความผิดที่สำเร็จไปแล้ว การขับออก หรือให้ลาออก และเปลี่ยนตัวผู้สมัครฯ ไม่อาจหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือของกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ได้

ศรีสุวรรณ

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์การรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาร้องเรียนและชี้เบาะแสให้นายทะเบียนพรรคการเมืองและ กกต.ได้ทำการไต่สวนและสอบสวนตรวจสอบการกระทำในกรณีดังกล่าว โดยเฉพาะเส้นทางเงินของนายบุญฤทธิ์ว่ามีการบริจาคให้พรรคประชาชนด้วยหรือไม่ เพราะอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 44 และหรือมาตรา 45 ของ พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่ หากตรวจพบเป็นไปตามเบาะแสนี้แล้ว อาจนำไปสู่การเสนอเรื่องเพื่อยุบพรรคการเมืองที่ฝ่าฝืนมาตราดังกล่าวได้ ตามมาตรา 92(3) ของกฎหมายดังกล่าวต่อไป

ศรีสุวรรณ

อนุทิน ย้ำ เที่ยงหยุดยิงตามข้อตกลง 72 ชม พร้อมถก JBC มค 69 หาทางออกร่วมกัน

อนุทิน ย้ำ เที่ยงหยุดยิงตามข้อตกลง 72 ชม พร้อมถก JBC มค 69 หาทางออกร่วมกัน

อนุทิน ย้ำ เที่ยงหยุดยิงตามข้อตกลง 72 ชม พร้อมถก JBC มค 69 หาทางออกร่วมกัน

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.12 น.

เมื่อเวลา10.00 น.วันที่ 30 ธ.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีช่วงเที่ยงวันเดียวกันนี้จะครบกำหนดหยุดยิง 72 ชั่วโมงว่า ทางกองทัพ รวมถึงสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) น่าจะมีการดำเนินการ ตามที่ได้ระบุไว้ในการลงนามแถลงการณ์ร่วม Joint Statement ตามถ้อยแถลงในเอกสาร

เมื่อถามว่า ดูเหมือนทางกัมพูชาพยายามให้ฝ่ายไทยไปประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม(JBC) ที่กัมพูชาต้นเดือนม.ค. 2569 นายกฯ กล่าวว่า เราก็ต้องประเมินสถานการณ์ทุกอย่างว่าต้องเกิดจากความจริงใจ และความตั้งใจที่จะทำให้สถานการณ์หรือสันติภาพเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นอะไรที่เป็นเหตุเป็นผลกับประเทศไทย เราพร้อมที่จะหารือและหาทางออกร่วมกัน

อนุทิน

เมื่อถามถึงความชัดเจนกรณีที่ประเทศจีนเสนอให้เงินช่วยเหลือไทยและกัมพูชา 20 ล้านหยวน นายกฯ กล่าวว่า เป็นข้อเสนอที่มีการพูดขึ้นมา ในการประชุมระหว่าง 3 ประเทศ ซึ่งมีรมว.ต่างประเทศของไทยและกัมพูชา รวมถึงรมว.ต่างประเทศจีน ซึ่งการพูดคุยเรายังไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียด ต้องหารือในรายละเอียดก่อน ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เพิ่งเดินทางกลับมาถึงเมื่อคืนวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา

อนุทิน