เช็คเลยมีใครบ้าง! เปิดรายชื่อ แคนดิเดตนายกฯ 73 คน จาก 34 พรรคการเมือง

เช็คเลยมีใครบ้าง! เปิดรายชื่อ แคนดิเดตนายกฯ 73 คน จาก 34 พรรคการเมือง

เช็คเลยมีใครบ้าง! เปิดรายชื่อ แคนดิเดตนายกฯ 73 คน จาก 34 พรรคการเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.28 น.

กกต. สรุปการรับสมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตวันที่สอง สมัครแล้ว 3,199 คน    และแบบบัญชีรายชื่อวันแรก 1,502 คน 

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 สำนักงาน กกต.เผยแพร่ สรุปจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ใน 77 จังหวัดสองวัน  มีผู้สมัครแล้ว   3,199 คน

พรรคการเมืองที่สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  แบบบัญชีรายชื่อ  วันนี้  ( 28 ธ.ค.) ซึ่งเป็นการรับสมัครวันแรก มีจำนวน  52 พรรค   ผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 1,502 คน

และพรรคการเมืองที่มีมติจะเสนอรายชื่อบุคคลให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จำนวน 73 คน จาก   34  พรรคการเมือง  

1. พรรคใหม่ เสนอแคนดิเดตนายกจำนวน 3 คนคือ 1. นายสุรสิทธิ์ มัจฉาเดช 2. นายทรงตระกูล โสมคำ 3. นางสาวนวินดา สวัสดิ์เดชดี 

2. พรรคพลวัตเสนอ 1 รายชื่อ คือนายกัณวีร์ วีสืบแสง 

3. พรรคประชาธิปไตยใหม่ เสนอ 1 รายชื่อคือนายสุรทิน พิจารณ์ 

4. พรรคเพื่อไทย เสนอ 3 รายชื่อคือ 1. ศ.ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ 2. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ 3. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

5. พรรคทางเลือกใหม่ เสนอ 3 รายชื่อคือ 1. นายราเชน ตระกูลเวียง 2. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ 3.. นายสิทธิศักดิ์ พัฒนชัย

6. พรรคเศรษฐกิจ เสนอ 2 รายชื่อคือ 1.พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ 2. นายคริส โปตระนันทน์

7. พรรคเสรีรวมไทย เสนอ 1 รายชื่อคือ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

8. พรรครวมพลังประชาชน เสนอ 3 รายชื่อคือ พลอากาศตรีหญิง ธนภร ไวทยานุวัตติ 2. นายเฉลิมพล อุตรัตน์ 3. นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์

9.พรรคท้องที่ไทย เสนอ 3 รายชื่อคือ 1. นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล 2. นายอรรถษิธ ชื่นสงวน 3. นายทนงศักดิ์ ศิริรัตน์ 

10. พรรคไทยชนะ เสนอ 3 รายชื่อคือ 1 นายจักรพงษ์ ชื่นดวง 2 นายไชยยงค์ รัตนวัน 3 . พลเรือโท เจียมศักดิ์ จันทร์เสนา 

11. พรรคฟิวชั่น เสนอ 1 รายชื่อคือ ว่าที่ร้อยตรี กิตติพัทธ์ เลี้ยงประเสริฐ 

12. พรรคก้าวอิสระเสนอ 3 รายชื่อคือ 1. นางสาวกชพร เวโรจน์ 2 นายเกียรติภูมิ สิริพันธุ์ 3. นายชาญชัย โตพฤกษา 

13. พรรคปวงชนไทยเสนอ 1 รายชื่อคือนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล

14. พรรควิชชั่นใหม่ เสนอ 3 รายชื่อคือ 1. นายธงรบ ด่านอำไพ 2. นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล 3. พลเอกโชติอนันท์ปรีชา ทรัพย์หิรัญ

15. พรรคเพื่อชีวิตใหม่ เสนอหนึ่งรายชื่อ คือนายทองประเสริฐจันทร์อัมพร 

16. พรรคประชาธิปัตย์เสนอ 3 รายชื่อคือ 1 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 2. นายกร จาติกวณิช 3 นางการดี เลียวไพโรจน์ 

17. พรรคไทยก้าวหน้า เสนอ 3 รายชื่อคือ 1 นายวัชรพล บุษมงคล 2. พลเอกสิทธิ์ สิทธิมงคล 3 นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท

18. พรรคไทยภักดี เสนอ 1 รายชื่อคือ นายวรงค์ เดชกิจวิกรม

19.พรรคแรงงานสร้างชาติ เสนอ 2 รายชื่อคือ 1.นายมนัส โกศล 2. นายวสันต์ พานเงิน

20.พรรคประชากรไทย เสนอ 3 รายชื่อคือ 1. นายคณิศร สมมะลวน 2. พลเอก ณรงค์ พฤกษารุ่งเรือง 3. นายธันญ์รวิน พงศ์กมลานนท์

21. พรรคประชาชาติ เสนอ 2 รายชื่อคือ 1. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง 2. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา

22. พรรครักชาติ เสนอ 2 รายชื่อคือ 1. นายเจษฏ์ โทณะวณิก 2. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

23.พรรคภูมิใจไทย เสนอ 2 รายชื่อคือ 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล 2. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

24. พรรคไทยธรรม เสนอ 3 รายชื่อคือ 1. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ 2. นายกิติกร วิชัยเรืองธรรม 3. นายวิศรุต ครุฑไกวัล

25.พรรคกล้าธรรม เสนอ 1 รายชื่อคือ นายธรรมนัส พรหมเผ่า

26. พรรคพลังประชารัฐ เสนอ 2 รายชื่อคือ 1. นางสาวตรีนุช เทียนทอง 2.หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี

27.พรรคโอกาสใหม่ เสนอ 3 รายชื่อคือ 1. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ 2. นายทศพร เสรีรักษ์ 3. นายประภัสร์ จงสงวน

28.พรรคเป็นธรรม เสนอ 3 รายชื่อคือ 1. นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ 2. นางสาวปุณยวีร์ เต็มเจริญ 3. นางสวลี ปานวิเชียร 

29. พรรคประชาชน เสนอ 3 รายชื่อคือ 1. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 2. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล 3. นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

30. พรรคประชาไทย เสนอ 1 รายชื่อคือ นายบุญยงค์ จันทร์แสง

31.พรรคไทยก้าวใหม่ เสนอ 2 รายชื่อคือ 1.ศ.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ 2. คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช

32.พรรคประชาอาสาชาติ เสนอ 2 รายชื่อคือ 1. ว่าที่ร้อยโท จิระเดช พรหมนา 2. พลโท เวชศักดิ์ ดวงอุไร

33.พรรคพร้อม เสนอ 2 รายชื่อคือ 1. นายพิชชา ขำสุวรรณ 2. นางพิมไหมทอง ศักดิพัตโภคิน

34. พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย เสนอ 1 รายชื่อคือ นายวชิร ศุภรมย์

เท้งย้ำไม่มีเสียงไหนใหญ่กว่าเสียงประชาชน 8 กุมภา เข้าคูหากาเบอร์ 46

เท้งย้ำไม่มีเสียงไหนใหญ่กว่าเสียงประชาชน  8 กุมภา เข้าคูหากาเบอร์ 46

เท้งย้ำไม่มีเสียงไหนใหญ่กว่าเสียงประชาชน 8 กุมภา เข้าคูหากาเบอร์ 46

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.06 น.

‘เท้ง‘ย้ำ! ไม่มีเสียงไหนใหญ่กว่าเสียงประชาชน  8 กุมภา เข้าคูหากาเบอร์ 46

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 นายณัฐพงษ์ เรื่องปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  โพสต์ในเฟชบุ๊ก ณัฐพงษ์ เรื่องปัญญาวุฒิ Natthaphong Ruengpan… ว่า

ไม่มีเสียงไหนใหญ่กว่าเสียงประชาชน 

8 กุมภา เข้าคูหากาเบอร์ 46

ผมและผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ได้เดินทางไปยื่นใบสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และยื่นบัญชีแคนดิเดตนายกของพรรคประชาชน ซึ่งพรรคประชาชนได้หมายเลข 46 หรือสังเกตโลโก้สามเหลี่ยมหัวกลับสีส้ม ชื่อพรรคประชาชน ได้เลยครับ

หลังจากพวกเราได้เบอร์แล้ว ผมก็เดินหน้าลุยศึกเลือกตั้ง ลงพื้นที่หาเสียงต่อที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทันที 

ในสมัยที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนได้มอบความไว้วางใจให้กับอดีตพรรคก้าวไกลมาเป็นอันดับ 1 และส่งส.ส. ของอดีตพรรคก้าวไกลเข้าสภาทั้ง 8 คน ยกจังหวัด 

ผมมีโอกาสมาจังหวัดนนทบุรีหลายครั้ง สิ่งที่ผมอยากทำให้นนทบุรี เป็นเมืองที่ร้านค้าเล็กๆ ห้างร้าน SMEs สามารถอยู่ได้, ค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรม, น้ำประปามีคุณภาพ, ผู้คนเดินทางได้สะดวกสบาย ทั้งหมดนี้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้ หากเรามีอำนาจรัฐ และได้เข้าไปบริหารประเทศ

และผมเชื่อมั่นว่า ผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 8 เขต จะทำงานอย่างไร้รอยต่อเพื่อให้นนทบุรีเป็นเมืองที่ทุกคนอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี

นอกจากนี้ ผมขอฝากเว็บไซต์ election69.peoplesparty.or.th/ ให้กับทุกท่านไว้สำหรับค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลผู้สมัคร สส., นโยบายพรรค, รวมถึง Chat AI ถามตอบได้ในเวลาอันรวดเร็ว

และในวันพรุ่งนี้ แกนนำแต่ละคนจะออกเดินทางหาเสียง กระจายตัว เพื่อไปพบปะพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ส่วนผมจะเดินทางไปพบพี่น้องชาวสมุทรสาคร และสมุทรสงคราม แล้วพบกันนะครับ

#พรรคประชาชนเบอร์46

ภูมิใจไทย ทำถึง! เปิดตัวเพลงแคมเปญใหม่ ดึง ดี้ นิติพงษ์ ร่วมสร้างสรรค์ ตอกย้ำภาพลักษณ์รักชาติ (คลิป)

ภูมิใจไทย ทำถึง! เปิดตัวเพลงแคมเปญใหม่ ดึง ดี้ นิติพงษ์ ร่วมสร้างสรรค์ ตอกย้ำภาพลักษณ์รักชาติ (คลิป)

ภูมิใจไทย ทำถึง! เปิดตัวเพลงแคมเปญใหม่ ดึง ดี้ นิติพงษ์ ร่วมสร้างสรรค์ ตอกย้ำภาพลักษณ์รักชาติ (คลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.49 น.

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก พรรคภูมิใจไทย ได้เปิดตัวเพลงแคมเปญหาเสียง พรรคภูมิใจไทย  โดย “นิติพงษ์ ห่อนาค”

ซึ่งทางเพจระบุว่า  โดย “นิติพงษ์ ห่อนาค”

นิติพงษ์ ห่อนาค (ดี้) กับผลงานเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “ความรักชาติ” หรือเพลงที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทย ผลงานที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำมากที่สุดมักจะเป็นเพลงที่แต่งขึ้นในโอกาสสำคัญของบ้านเมือง

ในช่วงวิกฤตหรือเหตุการณ์สำคัญ พี่ดี้มักจะแต่งเพลงเพื่อปลุกใจให้คนไทยสู้ต่อ

สไตล์การแต่งเพลงรักชาติของ นิติพงษ์ ห่อนาค จะไม่ใช้คำที่หนักอึ้งหรือดูเป็นทางการจนเกินไป แต่จะใช้ “ภาษาใจ” ที่ซื่อตรง เรียบง่าย และดึงเอาความรู้สึกร่วมของคนไทยออกมา ทำให้เพลงเหล่านี้เข้าถึงคนทุกกลุ่มได้ง่าย

#เพลงพรรคภูมิใจไทย #เคมเปญหาเสียง #พรรคภูมิใจไทย #พูดแล้วทำพลัส #บัญชีรายชื่อบอร์37 #นิติพงษ์ห่อนาค #ดี้ #ศิลปินอารมณ์ดี #รักชาติ #ปลุกใจให้คนไทยสู้ต่อ

ผลิตสื่อโดย พรรคภูมิใจไทย เลขที่ 2159/11 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้

ในหลวงพระราชทานทุนการศึกษา น.ร.ทุน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 17

ในหลวงพระราชทานทุนการศึกษา น.ร.ทุน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 17

ในหลวงพระราชทานทุนการศึกษา น.ร.ทุน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 17

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.38 น.

“ในหลวง-พระราชินี” พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะกรรมการมูลนิธิทุนการศึกษาฯ ม.ท.ศ. และผู้ว่าฯทุกจังหวัด นำ นักเรียนทุนพระราชทาน ฯ รุ่นที่ 17 ปีการศึกษา 2568เฝ้าฯ

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 เวลา 17.39 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะกรรมการมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นำ นักเรียนทุนพระราชทาน ฯ รุ่นที่ 17 ปีการศึกษา 2568 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานทุนการศึกษา นักเรียนทุนพระราชทาน ฯ ดีเด่น รุ่นที่ 14 และครูดีเด่น ประจำปี 2568 เฝ้าฯ รับพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติ กับนักเรียนทุนพระราชทาน ฯ รุ่นที่ 8 รุ่นที่ 9 และรุ่นที่ 10 ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2567 นักเรียนผู้รับทุนเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 รุ่นที่ 5 ประจำปี 2568 และนักเรียนผู้รับทุนเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ รุ่นที่ 1 ประจำปี 2568 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้บรรจุเข้ารับราชการ และรับพระราชทานทุนศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในการนี้ คณะครูผู้ดูแลนักเรียนทุนพระราชทาน ฯ รุ่นที่ 17 ร่วมเข้าเฝ้าฯ ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และเงินที่มีผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโดยเสด็จพระราชกุศล ตั้งแต่ปี 2552 

โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 16 ปี มีนักเรียนผู้ได้รับทุนพระราชทาน รวม 2,564 คน ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว 10 รุ่น จำนวน 1,222 คน ร้อยละ 89 มีงานทำแล้วทั้งในภาครัฐ และภาคเอกชน และร้อยละ 67 กลับไปทำงานในส่วนภูมิภาคต่าง ๆ และภูมิลำเนาของตนเอง อันเป็นการสร้างคุณประโยชน์แก่ท้องถิ่นและประเทศชาติสำหรับในปีการศึกษา 2568 มูลนิธิ ฯ ได้จัดสรรทุนพระราชทานให้แก่นักเรียนทุน ฯ รุ่นที่ 17 จำนวน 180 คน และรุ่นที่ 9 ถึงรุ่นที่ 16 จำนวน 983 คน ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับปริญญาตรี รวมเป็นทุนการศึกษาที่พระราชทานในปีนี้ ทั้งสิ้น ๙๖ ล้านบาท 

นอกจากนี้ มูลนิธิ ฯ ได้คัดเลือกนักเรียนทุนดีเด่น รุ่นที่ 14 จำนวน 10 คน ซึ่งมีผลการเรียนดีเยี่ยม ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีทัศนคติที่ถูกต้องดีงามและมีจิตอาสา รวมทั้งคัดเลือกครูดีเด่นจากทุกภาค จำนวน 8 คน ซึ่งเป็นครูผู้ทุ่มเททำหน้าที่ครูเพื่อศิษย์อย่างแท้จริง สมควรแก่การยกย่องเข้ารับพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติ  

สำหรับนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้รับการคัดเลือกรับพระราชทานทุนเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธี บรมราชาภิเษก 2562 เป็นทุนการศึกษาระดับปริญญาโทในต่างประเทศและในประเทศ รวมทั้งผู้ที่ได้บรรจุเข้ารับราชการแล้ว จำนวน 10 คน และปีนี้เป็นปีแรก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานทุนเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ซึ่งเป็นทุนการศึกษา ระดับปริญญาเอก จำนวน 1 คน เพื่อต่อยอดให้นักเรียนทุน ฯ ที่ศึกษาระดับปริญญาโท และเป็นข้าราชการ ได้มีโอกาสศึกษาต่อจนถึงระดับปริญญาเอก นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระราชทานโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทยนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ.  ล้วนเป็นผู้ที่มีจิตใจมั่นคง จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มุ่งมั่นดำรงตนให้ถึงพร้อมด้วยความดี มีคุณธรรม และมีความรู้ ร่วมทำประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินต่อไป
 

‘สุริยะ’ นำทัพปราศรัยประเดิมเวทีแรก กทม.เขต 29 ช่วย ‘กฤชนนท์’ สื่อสารนโยบาย

‘สุริยะ’ นำทัพปราศรัยประเดิมเวทีแรก กทม.เขต 29 ช่วย ‘กฤชนนท์’ สื่อสารนโยบาย

‘สุริยะ’ นำทัพปราศรัยประเดิมเวทีแรก กทม.เขต 29 ช่วย ‘กฤชนนท์’ สื่อสารนโยบาย

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.09 น.

 สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นำทัพปราศรัยประเดิมเวทีแรก พื้นที่กทม.เขต 29 ช่วย ดร.ตั้น ‘กฤชนนท์ อัยยปัญญา’ เบอร์ 4 สื่อสารนโยบาย ย้ำเลือกเพื่อไทยทั้งคน ทั้งพรรค ได้รถไฟฟ้า 20 บาท ได้ปลดภาระหนี้สิน

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่ลานเอนกประสงค์ หมู่บ้านพงษ์ศิริชัย 4 พรรคเพื่อไทยได้จัดปราศรัยย่อยเวทีแรกในพื้นที่ กทม. โดยเริ่มต้นที่เขต 29 บางแค (เฉพาะแขวงบางไผ่-แขวงบางแคเหนือ) หนองแขม (เฉพาะแขวงหนองค้างพลู) ซึ่งมี กฤชนนท์ อัยยปัญญา หรือ ดร.ตั้น เบอร์ 4 อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม เป็นผู้สมัคร สส. 

โดยในเวทีนี้มี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เป็นผู้นำการปราศรัยเป็นเวทีแรก พร้อมด้วย 
นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค จักรภพ เพ็ญแข ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ นายนวรัตน์ อยู่บำรุง , นายสุพิน คล้ายนก และน.ส. ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรค

นายสุริยะ ปราศรัย ระบุว่า ยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาพบกับพี่น้องในวันนี้ ตนทราบดีว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่กินกินใจพี่น้องอยู่ทุกวันคือ ปัญหาหนี้สิน ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะเข้าไปแก้ไขปัญหานี้แน่นอน 

นายสุริยะ กล่าวว่า ในการเลือกตั้งปี 2566 ตนได้กลับมาอยู่ที่พรรคเพื่อไทย พร้อมกับ ดร.ตั้น ซึ่งเคยทำงานร่วมกันตอนที่อยู่กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นคนมีความรู้ความสามารถ ทำงานเป็น จึงอยากจะขอฝาก ดร.ตั้น เบอร์ 4 ไว้ให้รับใช้พี่น้องด้วย และขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยเข้าไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วย 

“ดร.ตั้น เวลาเขาลงพื้นที่ เขาจะจดปัญหาต่างๆ ของพี่น้องไปตลอดเวลา แล้วก็มาบอกผม คนนี้ทำงานเป็น ไม่ต้องสั่ง เขาทำให้ก่อนตลอด”

ด้าน นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา กล่าวขอบคุณชาวหนองค้างพลูที่มาร่วมรับฟังการปราศรัยครั้งแรกในวันนี้ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 1 พันคน พร้อมขอบคุณประชาชนที่เคยให้ความไว้วางใจในการเลือกตั้งปี 2566 ด้วยคะแนนเสียง 20,000 กว่าคะแนน แม้ครั้งนั้นจะพ่ายแพ้จากกระแสทางการเมือง แต่ครั้งนี้ขอให้พี่น้องประชาชนที่มาร่วมรับฟังช่วยบอกต่อไปยังลูกหลานให้เลือก เบอร์ 4 เพราะเลือกแล้วหาตัวเจอแน่นอน

นายกฤชนนท์ ระบุว่า แม้ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังคงลงพื้นที่ รับฟัง และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้จึงขอโอกาสอีกครั้ง เพื่อนำปัญหาที่ได้รับฟังจากประชาชนเข้าไปผลักดันและแก้ไขในสภา

นายกฤชนนท์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันตนอายุ 45 ปี มีประสบการณ์การทำงานหลากหลายด้าน ล่าสุดได้ทำงานร่วมกับ ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม หากได้รับโอกาสเข้าไปเป็น สส. ก็พร้อมทำงานขับเคลื่อนนโยบาย และนำปัญหาของพี่น้องประชาชนไปแก้ไขอย่างจริงจัง พร้อมย้ำว่าตนเติบโตในพื้นที่นี้ เข้าใจวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะประชาชนที่ต้องเดินทางจากบ้านไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีหลักสอง เพื่อเข้าไปทำงานในเมือง ซึ่งเพียงแค่ค่าเดินทางจากบ้านถึงที่ทำงานก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเกือบ 100 บาทต่อวัน

นายกฤชนนท์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยมองเห็นปัญหานี้ และได้เตรียมนโยบายไว้จนเกือบสำเร็จ แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทำให้นโยบายดังกล่าวไม่ได้รับการสานต่อ อย่างไรก็ตาม หากพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล จะผลักดันนโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และรถเมล์แอร์ 10 บาท ภายใน 3 เดือนหลังการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนในกรุงเทพฯ สามารถเดินทางออกจากบ้านไปที่ใดก็ได้ด้วยค่าใช้จ่ายเพียงเที่ยวละ 30 บาท หรือไป-กลับไม่เกิน 60 บาท

นายกฤชนนท์ ย้ำว่า หากนโยบายดังกล่าวได้รับการดำเนินการต่อ ไม่เพียงช่วยให้เงินในกระเป๋าของประชาชนเหลือมากขึ้น แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต เมื่อประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ปริมาณรถบนท้องถนนจะลดลง ส่งผลให้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ลดลงตามไปด้วย

นอกจากนี้ นายกฤชนนท์ ยังกล่าวถึงนโยบายการจัดการหนี้สินประชาชนของพรรคเพื่อไทยว่า พรรคตระหนักดีว่าปัญหาหนี้สินเป็นภาระหนักของประชาชน และเป้าหมายของพรรคคือการปลดภาระดังกล่าว เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีอีกครั้ง

สีหศักดิ์ ถึงยูนนาน ร่วมประชุมไตรภาคี ไทย-จีน-กัมพูชา มุ่งหยุดยิงยั่งยืน

สีหศักดิ์ ถึงยูนนาน ร่วมประชุมไตรภาคี ไทย-จีน-กัมพูชา มุ่งหยุดยิงยั่งยืน

สีหศักดิ์ ถึงยูนนาน ร่วมประชุมไตรภาคี ไทย-จีน-กัมพูชา มุ่งหยุดยิงยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.01 น.

‘รมว.กต.‘ เยือนมณฑลยูนนาน ตามคำเชิญนายหวัง อี้  พบหารือทวิภาคี และประชุมสามฝ่ายระหว่างไทย-กัมพูชา และจีน เกึ่ยวกับชายแดนไทย-กัมพูชา

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางถึงมณฑลยูนนาน ตามคำเชิญของนายหวัง อี้  สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพบหารือทวิภาคีระหว่างกัน รวมถึงเข้าร่วมการประชุมสามฝ่ายระหว่างไทย กัมพูชา และจีน เกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังข้อตกลงหยุดยิง 

เพื่อเป็นการเตรียมการสำหรับการประชุมดังกล่าวในห้วงวันที่ 28-29 ธันวาคม 2568 รัฐมนตรีฯ ได้ประชุมเตรียมการกับคณะผู้แทนฝ่ายไทย ซึ่งรวมถึงผู้แทนจากกระทรวงกลาโหมด้วย
 

ไม่ยาก! ชัยวุฒิ ยันพรรครักชาติ จับได้เบอร์ 35 ย้ำ ถ้าเขารักเรา เขาก็กาถูก

ไม่ยาก! ชัยวุฒิ ยันพรรครักชาติ จับได้เบอร์ 35 ย้ำ ถ้าเขารักเรา เขาก็กาถูก

ไม่ยาก! ชัยวุฒิ ยันพรรครักชาติ จับได้เบอร์ 35 ย้ำ ถ้าเขารักเรา เขาก็กาถูก

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.56 น.

“ชัยวุฒิ” เผย พรรครักชาติ จับได้เบอร์ 35 มอง ไม่ยาก แต่ต้องสื่อสารประชาชน บอก ”ถ้าเขารักเรา เขาก็กาถูก“

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวว่าภายหลังการจับหมายเลขพรรคการเมืองว่า เราได้เบอร์ 35 ก็ไม่ยาก แต่ต้องพยามสื่อสารให้พี่น้องประชาชนรู้เยอะที่สุด ว่าพรรครักชาติ มีแนวคิดและอุดมการณ์อย่างไร เพราะเราเป็นพรรคใหม่ เวลาเตรียมตัวก็ยังน้อยอยู่ แต่เราเชื่อว่าแนวคิดของเราก็รักชาติ ไม่ใช่แค่คำพูด แต่ต้องมาทำด้วยกัน รักชาติ ไม่ชังชาติ เราจะทำสิ่งดี ๆ มาใช้ประโยชน์ให้ได้ 

ส่วนกังวลว่าประชาชนจะสับสนหรือไม่นั้น เพราะมีหลากหลายพรรคการเมือง นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “ถ้าเขารักเรา เขาก็กาเราถูก ไม่กลัว”

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติอันดับ 1 กล่าวเสริมว่า เราไม่ได้บอกคุณว่าเรารักชาติ แต่เราชักชวนทุกคนให้รักชาติให้ร่วมกันทำงาน พรรครักชาติจะนำเสนอนโยบาย สิ่งที่คิดว่าจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้พี่น้องประชาชน ทุกท่านต้องช่วยกัน ท่านจะเลือกเรามาก หรือน้อยแค่ไหน ก็ขอให้ช่วยกันพัฒนาชาติไทย โดยเริ่มจากว่าต้องไม่รับเงิน ไม่ไปกาคนที่ไม่ดี คนผิด ไม่กาคนที่ทำความเสียหายให้บ้านเมือง ตรงนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาชาติไทยด้วยกัน

ทั้งนี้ ภายหลังจากได้หมายเลขแล้ว นายชัยวุฒิ และรศ.ดร.เจษฎ์ 2 แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ ได้นำทีมผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรครักชาติ และสมาชิกพรรค เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS จากสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปสถานีสยาม เพื่อลงพื้นที่พูดคุย สอบถามนโยบาย และความต้องการของคนรุ่นใหม่ และประชาชนทั่วไป ในพื้นที่ใจกลางสยามสแควร์ เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้ตรงใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ และประชาชนทั่วไป บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก 

กองทัพบกย้ำชัด ชาวกัมพูชา เข้าพื้นที่ บ้านหนองจาน ไม่ได้ ชี้เขตแดนของไทย

กองทัพบกย้ำชัด ชาวกัมพูชา เข้าพื้นที่ บ้านหนองจาน ไม่ได้ ชี้เขตแดนของไทย

กองทัพบกย้ำชัด ชาวกัมพูชา เข้าพื้นที่ บ้านหนองจาน ไม่ได้ ชี้เขตแดนของไทย

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.38 น.

วันที่ 28 ธันวาคม 2568  พันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกได้ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชาอย่างใกล้ชิด โดยตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวานนี้ ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยไม่ประมาท และเฝ้าติดตามสถานการณ์ในทุกจุดตลอดแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในขณะนี้ ยังไม่มีรายงานการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงแต่อย่างใด ทั้งนี้ จากกระแสข่าวในโซเชียลมีเดีย ที่ตั้งข้อสังเกตถึงข้อที่ 4. ของแถลงการณ์ร่วม ที่อนุญาตให้ประชาชนทั้งสองฝ่าย สามารถเดินทางกลับบ้านเรือนได้นั้น และประชาชนฝ่ายกัมพูชาที่เคยอาศัยในพื้นที่บ้านหนองจาน ต้องการเดินทางกลับเข้ามาในพื้นที่ที่ไทยควบคุมนั้น ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากแถลงการณ์ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า การเดินทางกลับเข้าที่พักอาศัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย จะต้องอยู่ในพื้นที่ปัจจุบันของแต่ละประเทศ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับข้อ 2. ของแถลงการณ์ ว่าพื้นที่ปัจจุบัน คือพื้นที่ที่ทหารวางกำลังไว้ ดังนั้น ในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยได้ควบคุมไว้แล้วก็ถือว่าเป็นเขตแดนของไทย ชาวกัมพูชาจึงไม่สามารถเดินทางกลับเข้ามายังพื้นที่ดังกล่าวได้อีก

ส่วนการเดินทางกลับเข้าที่พักอาศัยของประชาชนไทย นายชัยรัตน์  แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ขณะนี้ มีรายงานว่าจำนวนประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงน้อยลง ขณะที่หน่วยงานราชการยังไม่มีคำสั่งให้ประชาชนเดินทางกลับที่พักอาศัยได้ เนื่องจากจะต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ยืนยันว่าขณะนี้ ศูนย์พักพิงยังคงเปิดให้บริการตามปกติ และมีการดูแลประชาชนเช่นเดิม จึงขอให้ประชาชนรออีกระยะหนึ่ง เพื่อให้การเดินทางกลับบ้านเป็นไปอย่างปลอดภัย และจะมีมาตรการเยียวยาตามมา พร้อมกันนี้ ภายหลังที่เดินทางกลับถึงที่พักอาศัย ขอให้ประชาชนสำรวจที่พักอาศัย บ้านเรือน และพื้นที่การเกษตร หากพบความผิดปกติหรือความเสียหาย ให้แจ้งหน่วยงานในพื้นที่โดยทันที เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนอย่างปลอดภัย

กกต.กางไทม์ไลน์ เลือกตั้ง สส.พร้อมประชามติ

กกต.กางไทม์ไลน์ เลือกตั้ง สส.พร้อมประชามติ

กกต.กางไทม์ไลน์ เลือกตั้ง สส.พร้อมประชามติ

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.32 น.

กกต.กางไทม์ไลน์ เลือกตั้ง สส.พร้อมประชามติ คาด 11 ก.พ. รู้ผลประชามติ 9 เม.ย. รู้ผลเลือกตั้ง

กกต.เห็นชอบแผนจัดการออกเสียงประชามติที่กำหนดเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยได้มีการเผยแพร่ไทม์ไลน์การจัดออกเสียงประชามติโดยมีกิจกรรมทับซ้อนกับการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง  โดยในวันที่ 2  ก.พ. เป็นวันที่คาดว่านายกรัฐมนตรีจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการออกเสียงประชามติ และมีการลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียงและนอกราชอาณาจักร รวมถึงลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงณที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ ระหว่างวันที่ 3-5 มกราคม 2569 และในวันที่ 7 มกราคม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต จะประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัคร สส.เขตและบัญชีรายชื่อ และในวันที่ 8 มกราคม 2569 จะเป็นวันสุดท้ายของการส่งข้อมูลเรื่องที่จะจัดทำประชามติแจ้งเจ้าบ้าน ซึ่งเป็นการดำเนินการก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่า 30 วัน รวมถึงเป็นวันสุดท้ายที่กำหนดออกเสียงนอกเขต และที่ออกเสียงสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ

โดยวันที่ 13 มกราคม 69 เป็นวันสุดท้ายที่ กกต.ประจำเขตเลือกตั้งจะประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งและประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และเป็นวันสุดท้ายที่มีการประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ และประกาศกำหนดหน่วยออกเสียงและที่ออกเสียง ซึ่งเป็นการดำเนินการก่อนการออกเสียงประชามติไม่น้อยกว่า 25 วัน
 
ส่วนการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงก่อนวันออกเสียง จะเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 14 มกราคม ถึง 7 กุมภาพันธ์ และในวันที่ 17 มกราคม 2569 จะเป็นวันสุดท้ายที่ กกต.เผยแพร่ข้อมูลการออกเสียงผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยดำเนินการภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศให้มีการออกเสียงประชามติ

ขณะที่การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง และเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ ในวันที่ 1 กุมภาพันธุ์  และกำหนดให้วันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง และ 4 ก.พ.  2569  จะมีการประกาศจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณา
จักรแยกตามประเทศ และจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประสานมตินอกราชอาณาจักรแยกตามประเทศ และมีการเลือกตั้งส.สและออกเสียงประชามติพร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
 
ขณะที่การออกเสียงนอกราชอาณาจักรนั้น วันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ กกต.เขตจะรายงานผลการรวมคะแนนออกเสียงประชามติให้ กกต.ทราบ ส่วนการนับคะแนนการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรและยื่นคัดค้านต่อ กกต.จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 69 ทั้งนี้คาดว่าจะมีการประกาศผลการออกเสียงประชามติได้ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 และในวันที่ 9 เมษายน 2569 จะเป็นวันสุดท้ายที่ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ

‘อนุทิน’เปิดเพจหาเสียง แจงยิบ 3 เหตุผลไม่ขึ้นดีเบต

‘อนุทิน’เปิดเพจหาเสียง แจงยิบ 3 เหตุผลไม่ขึ้นดีเบต

‘อนุทิน’เปิดเพจหาเสียง แจงยิบ 3 เหตุผลไม่ขึ้นดีเบต

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.20 น.

‘อนุทิน’ เปิดเพจหาเสียงใหม่สดๆซิงๆ เป็นช่องทางสื่อสารกับปชช.-สื่อ แจงยิบ3เหตุผลไม่ขึ้นดีเบต ติดข้อจำกัดจากตำแหน่งนายกฯ รับไม่สบายใจบรรยากาศ ‘สร้างวาทกรรม’ โจมตีกันไปมา

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ชี้แจงเหตุผล ในการไม่ขึ้นดีเบต ผ่านเพจเฟสบุ๊ค“อนุทิน เบอร์ 37” ที่เพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่ ระบุว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ

นับจากวันนี้เป็นต้นไป เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ กกต. ผมขอใช้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สื่อสารกับพี่น้องประชาชนชาวไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน เพื่อให้ท่านได้พิจารณานโยบาย แนวคิด และแนวทางการทำงานของผมและพรรคภูมิใจไทย ก่อนตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นะครับ

เรื่องแรกที่อยากจะบอก คือ ผมขออนุญาตไม่รับเชิญไปเวทีดีเบต ด้วยเหตุผล 3 ข้อ

1. ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมมีหน้าที่ต้องบริหารสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งผมจะมีข้อจำกัด ไม่สามารถนำเสนอข้อมูลใดๆ ที่จะกระทบต่อการทำงานของกองทัพและส่วนราชการที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งอยู่เหนือกว่าประโยชน์ใดๆ 

และแม้ผู้สมัครท่านอื่นๆจะไม่มีข้อจำกัดนี้ ผมก็ขอวิงวอนให้ทั้งผู้จัดรายการและผู้ร่วมเวทีดีเบตได้ช่วยกันระมัดระวังในการนำเสนอ เพื่อไม่ให้กระทบต่อขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และต่อความมั่นคงของชาติด้วยนะครับ 

2. ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมยังมีหน้าที่ที่ต้องบริหารราชการจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ การตอบรับไปร่วมเวทีดีเบตหรือให้สัมภาษณ์ในรายการต่างๆ เพื่อหาเสียง อาจจะส่งผลกระทบต่องานราชการได้ หากตอบรับแล้วต้องเลื่อนเพราะมีภารกิจด่วน ก็จะกระทบต่อการดำเนินการของผู้จัดรายการได้ ผมต้องขออภัยหลายๆรายการไว้ณ โอกาสนี้ และขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติและปรารถนาดี ในการเปิดโอกาสให้ผมได้มีพื้นที่สื่อสารกับพี่น้องประชาชนนะครับ 

ในช่วงเวลาเช่นนี้ ผมต้องทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีมากกว่าหัวหน้าพรรคการเมือง แต่พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับผู้จัดรายการทุกท่านด้วยการส่ง
สมาชิกพรรคภูมิใจไทย ผู้เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย และผู้ช่วยหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยไปร่วมนำเสนอนโยบายในทุกโอกาสที่เป็นไปได้ครับ

3. เป็นเหตุผลส่วนตัว จากประสบการณ์ ผมไม่สบายใจกับบรรยากาศของการดีเบต ที่บ่อยครั้งจะมีการสร้างวาทกรรมโจมตีกันไปมา ประกอบกับ ผมมีข้อจำกัดส่วนตัว ไม่สามารถพูดอย่างที่ตั้งใจได้ในเวลาสั้นๆเพียง 1-3 นาที เกรงว่าจะทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้

ผมเห็นว่าการนำเสนอนโยบายสาธารณะเพื่อให้พี่น้องประชาชนพิจารณาตัดสินใจไปใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น ต้องมีเวลาทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ผมไม่ใช่คนพูดเก่งที่จะเหมาะกับเวทีดีเบตลักษณะนี้ จึงขอใช้เวลาไปกับการทำงานให้ประชาชน และขอให้ผลการทำงานของผมได้พูดแทนผมนะครับ

ด้วยเหตุผลที่เรียนมา ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมจึงขอใช้พื้นที่นี้เป็นช่องทางการสื่อสารหลักกับพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชน ขอให้ทุกท่านได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยน และร่วมกันเสนอแนวคิดเพื่อพัฒนาประเทศไทยของเราได้ที่นี่ทุกวันนะครับ หากมีแนวคิดที่เป็นประโยชน์และทำได้เลย ผมก็จะน้อมนำไปปฏิบัติทันที ไม่ต้องรอไว้ทำหลังเลือกตั้ง 

ขอให้มั่นใจอนุทิน “พูดแล้วทำ”

#อนุทินเบอร์ 37
#ภูมิใจไทย
#พูดแล้วทำพลัส
#ThailandPlus