เรืองไกร นำทีม 22 ขุนพล กทม. พลังประชารัฐ สมัครชิงชัยเก้าอี้

เรืองไกร นำทีม 22 ขุนพล กทม. พลังประชารัฐ สมัครชิงชัยเก้าอี้

เรืองไกร นำทีม 22 ขุนพล กทม. พลังประชารัฐ สมัครชิงชัยเก้าอี้

วันเสาร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.29 น.

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งนำโดย นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เขต 4 กรุงเทพมหานคร  นำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 22 เขต พร้อมประกาศจุดยืน “เรื่องขี้ๆ หน้าที่เรา” เป็นนโยบายหลัก แก้ปัญหาคุณภาพชีวิตคนกรุงตั้งแต่เรื่องเล็กใกล้ตัวไปจนถึงปัญหาใหญ่ของเมือง

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ ระบุว่า ผู้สมัครทุกคนล้วนเป็น “ตัวจริง” ที่พร้อมทำหน้าที่เป็นที่พึ่งของประชาชนในพื้นที่ และทำให้  “กรุงเทพฯ ต้องดีกว่าเดิม” อย่างเป็นรูปธรรม โดยพรรคพลังประชารัฐตั้งใจนำเสนอนโยบายที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ ภายใต้สโลแกน “เรื่องขี้ๆ หน้าที่เรา” เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการจัดการทุกปัญหาที่ประชาชนเผชิญ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ พรรคพร้อมเข้าไปแก้ไขทั้งหมด

เรืองไกร

รายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐที่มาสมัครวันนี้ ทั้ง 22 เขต ได้แก่

เขต 1 นายกิตติคุณ ชื่นแย้ม

เขต 2 นายนิกม์ แสงศิริมาวิน

เขต 3 นายธีระพงษ์ มงคลวัฒนลีลา

เขต 4 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ

เขต 5 น.ส.บุณยนุช ปณิตหิรัณยา

เขต 6 นายรชฎ พิสิษฐบรรกร

เขต 7 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช

เขต 8 นายอนุชาญ กวางทอง

เขต 11 นายธีรวุฒิ แก้วพยศ

เขต 12 ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น

เขต 13 นายสมบัติ มหาโคตร

เขต 14 นายรัชฎะ สมรทินกร

เขต 15 นายกิตติพงศ์ ท่าพิกุล

เขต 16 นายกิติภูมิ นีละไพจิตร

เขต 17 นายศิริศักดิ์ อัตดาวีย์

เขต 18 น.ส.พชรพรรณ ตุ่มระสินปิน

เขต 20 นายวันชัย รัตนขจรไชย

เขต 21 นายสันติ วิชัยพล

เขต 22 นายมณฑล โพธิ์คาย

เขต 23 นายวัฒนา เซ่งไพเราะ

เขต 25 นายธรรมนูญ เหียบขุนทด

เขต 28 นายเมืองชัย จันทวิมล

เขต 29 นายพัฒนภาส นิ่มมโน

เขต 30 นายรัชชานนท์ พูนรัตน์

เขต 32 น.ส.นิธิสนี กลิ่นพันธหิรัญ

เรืองไกร

พรรคพลังประชารัฐเชื่อว่า ด้วยทีมผู้สมัครที่ครบเครื่องและนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนกรุงเทพฯ จะสามารถสร้างการจดจำและดึงความสนใจจากประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่ พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ “ที่พึ่งของคนกรุง” และผลักดันให้กรุงเทพฯ ดีกว่าเดิมได้ หากได้รับโอกาสจากประชาชนในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ขณะที่พรรคเป็นธรรม ซึ่งนำโดยในปีติพงษ์ เต็มเจริญหัวหน้าพรรค ได้นำว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม เพียงคนเดียวของพรรคคือ นางสาว ศรัณย์รัชต์ อัศววงศ์ธาดา รองโฆษกพรรค ในฐานะว่าผู้สมัครกทม. เขต 32 มาสมัคร

เรืองไกร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดินเข้ามาในพื้นที่ ทางร.ต.อ.วัฒนรักษ์ และนายเรืองไกร ได้เข้ามาทักทายและจับมือกับนายปิติพงษ์ พร้อมให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

เรืองไกร

‘ยศชนัน’นำทัพ สมัคร สส.กทม. อ้อนเลือกทั้งคนทั้งพรรค

'ยศชนัน'นำทัพ สมัคร สส.กทม. อ้อนเลือกทั้งคนทั้งพรรค

‘ยศชนัน’นำทัพ สมัคร สส.กทม. อ้อนเลือกทั้งคนทั้งพรรค

วันเสาร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.19 น.

‘ยศชนัน’ นำทัพ สส.กทม. เพื่อไทย 33 เขต สมัครวันแรก มั่นใจทุกคนมีความสามารถประสบการณ์ ขอเลือก”เพื่อไทย“ทั้งคนทั้งพรรค

วันที่ 27 ธ.ค.68 เวลา 06.30 น. ที่ศูนย์กีฬาเยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทยญี่ปุ่น (ดินแดง) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นำ ทีมผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต เดินทางด้วยรถเมล์ไฟฟ้าจากพรรคเพื่อไทย ถึงสถานที่สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย ญี่ปุ่น) 

นายยศชนันกล่าวว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยเรามีความมั่นใจ ทั้ง 33 เขตเราพร้อม ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะนำนโยบายดีๆมาสู่พี่น้องคน กทม. นโยบายสำคัญๆมาจากคนกทม. ปัญหาหลักของประชาชนคือ เรื่อง ค่าใช้จ่ายการซื้อของการเป็นหนี้ สองคือเรื่องการเดินทาง สามเรื่องที่อยู่อาศัย การแก้ไขนโยบายกทม. จึงจำเป็นทำสามเรื่องหลักนี้ มี นโยบายหลากหลายในการแก้หนี้ ทั้งหนี้เสีย หนี้นอกระบบ รวมถึงเกษตรกรที่ยังมีอยู่ในกทม. นอกจากนี้มีเรื่องการลดค่าไฟ ก็จะไปเพิ่มเรื่องพลังงานทดแทนซึ่งจะช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ กทม.มีปัญหาอยู่ เรื้องพรบ.อากาศสะอาด เราก็ได้ผลักดันอยู่

ยศชนัน

นโยบายไฮไลท์คือ เรื่องขนส่งต่างๆ พี่น้องชาวกทม.มีค่าใช้จ่ายการเดินทางรถไฟฟ้าเยอะจึงจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว เรา พยายามนำมารวมศูนย์ โดยทพพรบ.ตั๋วร่วม รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำได้เลย และฟีดเดอร์ตามจุดต่างๆ จะทำให้กทม.เดินทางสะดวกขึ้น อีกส่วนคือพยารมร่วมกับ กทม. หาพื้นว่างให้พี่น้องค้าขายได้ ส่วนเรื่องนักท่อวเที่ยว จะทำให้มีความปลอดภัย ปรับปรุงสนามบิน  ให้ดึงนักท่องเที่ยวกลับมามากขึ้น สำหรับเรื่องสวัสดิการจะดูแลทั้งระบบรวมถึง อสม.ด้วย 

เรื่องความเหลื่อมล้ำมี 2 เรื่อง คือการศึกษา นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI การอัพสกิล รีสกิล ตะทำมห้แต่บะคนมีอาชีพเสริมสร้างรายได้ รองรับวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ อีกเรื่องคือ การเข้าถึงระบบสาธารณสุข เรื่อง 30 บาทจะทำให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการรักษาทางไกลและการแพทย์โรคเฉพาะเช่นมะเร็ง ก็จะได้ดูแลข่วยเหลือ

ยศชนัน

นโนบายกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม การเกษตร การผลิต และการบริการ อุตสาหกรรม สร้างสรรค์เรื่องของเมืองดนตรีจะมากขึ้น

“ปีหน้าจะเป็นปีแห่งโอกาส ที่ประเทศไทยจะพลิกฟื้นขึ้นมาได้ อย่างแรกเลยคือดูแลพี่น้องทุกคนเริ่มจากที่ กทม.ก่อน วันนี้ สส.ทั้ง 33 คน มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ทั้งจากพรรคเพื่อไทย และจากไทยรักไทย พร้อมที่จะมาส่งเสริมนโยบายตรงนี้อย่างเป็นระบบ วันนี้มั่นใจเรื่องทุจริตคอรัปชั่น รัฐบาลดิจิทัล วันสตอปเซอร์วิส จะทำให้คนเข้าถึงบริการภาครัฐได้ดีขึ้น ฝากพี่น้องประชาชนชาวกทม. เลือกพรรคเพื่แอทยทั้งคนทั้งพรรค” นายยศชนันกล่าว

ยศชนัน

จากนั้นได้ส่งผู้สมัครทั้ง 33 คน เดินเข้าอาคารกีฬาเวศน์ เพื่อยื่นเอกสารรอจับเบอร์

ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน

อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม สมัคร สส. กทม. 33 เขต ขอโอกาสประชาชน

อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม สมัคร สส. กทม. 33 เขต ขอโอกาสประชาชน

อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม สมัคร สส. กทม. 33 เขต ขอโอกาสประชาชน

วันเสาร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.11 น.

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (27 ธ.ค. 2568) นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์กล้าธรรม พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคกล้าธรรม ได้เดินทางเข้าสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ณ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพ โดยนาวาเอกอนุดิษฐ์ ได้เปิดเผยถึงความพร้อมในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคกล้าธรรมในเขตกรุงเทพมหานคร ว่า ในส่วนของพรรคได้ส่งผู้สมัครในเขตกรุงเทพมหานครจำนวน 33 เขต และที่สำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ทางพรรคได้ส่งผู้สมัครครบทุกจังหวัด และ จากนี้จะดำเนินการหาเสียงตามกระบวนการให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมและคาดหวังว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทุกคน ทั้งในส่วนของการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า และใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ในการคาดหวัง จำนวนที่นั่งส.ส.ในสภานั้น มองว่ายังเร็วเกินไป แต่โดยส่วนตัวหวังไว้ว่าทางพรรคจะได้จำนวนส.ส. ไม่ต่ำกว่า 100 ที่นั่งในสภาแต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความไว้วางใจของประชาชนในการเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่าพรรคกล้าธรรม เป็นพรรคที่กล้าทำและกล้าแก้ปัญหา

อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม

นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ กล่าวย้ำด้วยว่า  ให้โอกาสขอโอกาสประชาชนชาวกรุงเทพมหานครให้โอกาสพรรคกล้าทำในการเข้ามาบริหารประเทศและออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม
อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม
อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม
อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม
อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม
อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม
อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม
อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม
อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม
อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม
อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม
อนุดิษฐ์ นำทัพ กล้าธรรม

‘อภิสิทธิ์’ นำทัพ ปชป. บุกสนามกทม.33เขต ไหว้พระแม่ธรณีฯ เอาฤกษ์เอาชัยก่อนลงสมัคร

'อภิสิทธิ์' นำทัพ ปชป. บุกสนามกทม.33เขต ไหว้พระแม่ธรณีฯ เอาฤกษ์เอาชัยก่อนลงสมัคร

‘อภิสิทธิ์’ นำทัพ ปชป. บุกสนามกทม.33เขต ไหว้พระแม่ธรณีฯ เอาฤกษ์เอาชัยก่อนลงสมัคร

วันเสาร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.09 น.

‘อภิสิทธิ์-สกลธี-องอาจ’นำ 33 ผู้สมัคร สส. กทม.ปชป. สักการะพระแม่ธรณีฯ 

27 ธันวาคม เมื่อเวลา 06.45 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นำ 33 ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กราบสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผมสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์ประจำพรรคเพื่อความเป็นสิริมงคล ณ ที่ทำการพรรค จากนั้นจึงนำคณะขึ้นรถบัสปรับอากาศ 42 ที่นั่งออกเดินทางจากพรรคในเวลา 07.00 น. ไปถึงอาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัคร ในเวลา 07.40 น.

ศิลปินไทย เดือด เปิดปฏิบัติการ ตอบโต้ เขมร ใส่ร้าย ไทย

ศิลปินไทย เดือด เปิดปฏิบัติการ ตอบโต้ เขมร ใส่ร้าย ไทย

ศิลปินไทย เดือด เปิดปฏิบัติการ ตอบโต้ เขมร ใส่ร้าย ไทย

วันเสาร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 07.50 น.

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568  จินต์ จิรากุลสวัสดิ์ ศิลปินนักวาดภาพประกอบมืออาชีพชื่อดังของไทย ออกมาเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก Gins Jirakulsawat ประกาศตามหาอาสาสมัครด้านศิลปะ เข้าร่วมทีม “ปฎิบัติการตอบโต้ทางศิลปะ” เป็นการลงพื้นที่วาดภาพตามความเป็นจริงและสดุดีถึงวีรกรรมความกล้าหาญของทหารไทยที่สละชีพเพื่อชาติ หลังจากที่ประเทศกัมพูชาได้ระดมศิลปินจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นประชาชนของประเทศตัวเองหรือชาวต่างชาติ สร้างสวรรค์ผลงานบิดเบือนใส่ร้ายประเทศไทย โกหกผ่านสื่อออนไลน์ ใช้ “ศิลปะ” เป็นเครื่องมือ

ทำเอาชาวเน็ตหลายคนที่เห็นโพสต์ของ จินต์ จิรากุลสวัสดิ์ ศิลปินนักวาดภาพประกอบมืออาชีพชื่อดังของไทย ต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากกับโพสต์ตามหาศิลปินตอบโต้ประเทศกัมพูชา และพร้อมที่จะสนับสนุนปฎิบัติการศิลปะในครั้งนี้

จินต์ จิรากุลสวัสดิ์

“ประกาศตามหาอาสาสมัครบุคลากรที่เกี่ยวข้องด้านศิลปะ

เข้าร่วมทีม “ปฎิบัติการตอบโต้ทางศิลปะ”

จากเหตุการณ์ที่ประเทศกัมพูชาระดมทัพศิลปินนักวาดภาพและศิลปินชาวต่างชาติ สร้างผลงานบิดเบือนใส่ร้ายคนไทย ว่าไปทำลาย ไล่ล่าสังหารชีวิตประชาชนชาวเขมร

และมีการเผยแพร่บทความโกหกผ่านทางสื่อออนไลน์ต่างๆ ใช้คำว่า “ศิลปะ” เป็นเครื่องมือสร้างภาพความน่าสงสารให้ต่างชาติหลงเชื่อและหลอกใช้เป็นกระบอกเสียงให้พวกเขา เพื่อสร้างความชอบธรรมและใส่ร้ายคนไทยในเวทีต่างประเทศ

….. ผมที่เป็นศิลปินชาวไทยรู้สึกเหมือนถูกหยามศักดิ์ศรีความเป็นคนไทย และ ไม่สามารถอยู่ทนนิ่งเฉยกับเรื่องนี้ได้ ต้องการสู้กลับด้วยฝีมือในฐานะ

ศิลปิน

ตอนนี้ผมได้รับการติดต่อจาก ท่าน ผอ. โรงเรียนบ้านไทยสันติสุข (ปราสาทตาควาย)

อยากให้ไปวาดภาพให้ที่นั่น ผมต้องการหาอาสาสมัครเพื่อนร่วมทีมลงพื้นที่ไปวาดภาพความจริงที่นั่น

โดยเนื้อหาหลักๆ ผมจะไม่โกหกบิดเบือนแบบที่กัมพูชาทำ แต่ผมจะวาดความจริง และสดุดีถึงวีรกรรมความกล้าหาญของทหารไทยที่สละชีพเพื่อชาติ ผมต้องการสร้างผลงานศิลปะที่ศิวิไลซ์และถูกต้อง

***…สำหรับงานนี้ผมพูดตรงๆว่า อาจต้องลุยกันเอง ควักกันเอง

เพราะหน่วยงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้องยังไม่ขยับ อาจต้องสู้กันเอาเอง

ต่างจากทางกัมพูชาที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆให้สร้างผลงานโจมตีไทย

…..สำหรับการสนับสนุนเบื้องต้นทางท่าน ผอ. มีงบค่าสีให้ส่วนนึง

ที่ต้องการหลักๆคือ การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี

ด้านอุปกรณ์ นั่งร้าน ไฟส่องสว่าง อาหาร ที่พัก

ค่าเดินทางสำหรับทีมงานผู้ปฎิบัติงาน

และผู้ประสานงานด้านสื่อประชาสัมพันธ์

ท่านใดสนใจลงไปลุย ทักมานัดรวมหัวคิดงานกันได้เลย

#ศิลปะ #นักวาดภาพ #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด”

จินต์ จิรากุลสวัสดิ์
จินต์ จิรากุลสวัสดิ์
จินต์ จิรากุลสวัสดิ์
จินต์ จิรากุลสวัสดิ์
จินต์ จิรากุลสวัสดิ์

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Gins Jirakulsawat

ย้ำไม่เอาด้วยคนแตะมาตรา 112 ‘หนู’ ฟาด ‘เท้ง’ เมินร่วมดีเบต-ปท.มีปัญหาเยอะ

ย้ำไม่อาด้วยคนแตะมาตรา112 'หนู'ฟาด'เท้ง' เมินร่วมดีเบต-ปท.มีปัญหาเยอะ

ย้ำไม่อาด้วยคนแตะมาตรา112 ‘หนู’ฟาด’เท้ง’ เมินร่วมดีเบต-ปท.มีปัญหาเยอะ

วันเสาร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ย้ำไม่อาด้วยคนแตะมาตรา112 ‘หนู’ฟาด’เท้ง’ เมินร่วมดีเบต-ปท.มีปัญหาเยอะ ‘ชวน’แฉการเมืองเงินสกปรก ทุ่มซื้อพรรค500ล้าน-สส.50ล.

“อนุทิน” แจงไม่ร่วมดีเบต เหตุปท.มีปัญหาเยอะ เอาเรื่องอธิปไตยก่อน รับพูดไม่เก่ง-ไม่ชอบตอบโต้ เดี๋ยวชวนทะเลาะชี้หลังเลือกตั้งรู้ใครจับใคร ฟาดกลับ “เท้ง” ไม่เอาด้วยคนแตะ ม.112 สวนแทนที่จะนิรโทษกรรมให้คนไม่ลบหลู่สถาบันพระมหากษัตริย์ดีกว่า มั่นใจ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เลือกตั้งแน่นอน ‘ชวน’แฉการเมืองเงินสกปรก ทุ่มเงินซื้อพรรคสูงถึง 500ล.-สส.50ล.ตอกย้ำวงจรอุบาทว์เดิมๆ ย้ำการเมืองได้มาด้วยเงินสกปรกไม่มีศักดิ์ศรี ด้าน‘อภิสิทธิ์’การันตี3แคนดิเดตนายกฯไม่ใช่แค่อาสาเป็นนายกฯเดินหน้าชูนโยบายคนไทยหายจน4ปี ดันเศรษฐกิจโต5% ปัดสร้างวาทกรรมไม่จับมือ’กธ.’ยันทำตามเสียงประชาชน ลั่นไม่ร่วมงานพวกแก้112

เมื่อเวลา 07.25 น. วันที่ 26 ธันวาคม 2568 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช,นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ , นายสกลธีภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯและนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันนำผู้สมัครสส.33เขตของกรุงเทพฯ ไหว้สักการะศาลหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล และสร้างขวัญกำลังใจ ปลุกพลังกลุ่ม”กรุงเทพฯฟ้าใหม่”ก่อนลงสมัครเลือกตั้งวันที่ 27ธ.ค.68

‘มาร์ค’ย้ำ3แคนดิเดตวิสัยทัศน์เดียวกัน

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ยืนยันต่อการประกาศชื่อผู้ที่พรรคจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ3รายชื่อ ว่า ทั้ง 3คน ไม่ใช่มาเป็นผู้อาสาเป็นนายกฯ ที่ต่างคนต่างมา แต่มีที่มาเหมือนกันคือ ความคิด ตั้งใจ วิสัยทัศน์และเคยทำงานร่วมกันมา ในสถานะและโอกาสต่าง ดังนั้น มั่นใจว่าแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ มองอนาคตของประเทศที่อยากเห็น ตรงกัน ดังนั้นการทำงานของทั้ง 3คน มีลักษณะกลมกลืน อีกทั้งได้คุยนโยบายที่ใช้รณรงค์หาเสียงมากับมือ เราไม่เปรียบเทียบแคนดิเดตนายกฯของพรรคการเมืองอื่น แต่อธิบายให้เห็นว่าการคัดเลือกแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคทั้ง 3คน อยากให้ประชาชนมั่นใจว่ากลมกลืน ยึดมั่นใจอุดมการณ์และวิสัยทัศน์เดียวกัน

ไม่จับมือ’กธ.’ทำตามเสียงประชาชน

“จากปัญหาที่พบว่าประชาชนเหนื่อยท้อกับอะไร และเขาต้องทน แต่วันนี้เป็นโอกาสหลุดพ้นสภาพนั้น พรรคประชาธิปัตย์เปิดประเด็นไทยหายจน ไม่ได้หมายถึงจนเงินเท่านั้น แต่จะทยอยเปิดนโยบายที่เป็นคำตอบแก้จนแต่ละด้านเป็นอย่างไร ซึ่งแคนดิเดตนายกฯ3คน ที่ประกาศชื่อนั้น มีความชัดเจน ไม่ใช่ประกาศลอยๆ โดยจะระบุเป้าหมายที่ชี้วัดที่ประเมินเราได้หากมีโอากทำงาน เช่น ประกาศว่า 4 ปี เศรษฐกิจไทยโต 5% ลดหนี้สินของประชาชนจากเดิมที่มียอดหนี้ 80-90% ให้เหลือ60% โดยทั้งหมดทำได้โดยการเมืองสุจริต หมายความว่าประเทศไทยไม่ถูกจัดอันดับในลำดับดัชนีความโปร่งใสที่107 แต่ต้องกลับมาติดอันดับในสมัยที่พวกเราทำงาน คือลำดับที่ 80” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีพรรคกล้าธรรม (กธ.) ตอบโต้หลังประกาศไม่จับมือร่วมรัฐบาล มองว่าเป็นวาทกรรมการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าววว่า ไม่ใช่วาทกรรม แต่เป็นความตั้งใจประกาศและทำจริง ไม่มีปัญหาอะไรและไม่ต้องการตอบโต้ ต่อความ สิ่งที่ตนประกาศเป็นการแสดงจุดยืนของการสร้างบ้านเมืองสุจริต ที่ได้รับฟังจากประชาชนจำนวนมากที่ต้องการเห็นบ้านเมืองพ้นสภาพปัญหาในปัจจุบัน เมื่อถามว่า ล่าสุดพรรคประชาชน (ปชน.) สนับสนุนคำประกาศของพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น มีโอกาสร่วมกันทำงานหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งนี้ มีความพยายามตีความหรือยัดเยียด ทั้งที่ตนเองพูดชัดเจนที่สุดว่า ตนเป็นห่วงเรื่องการแก้ไขกฎหมายมาตรา112เนื่องจากพรรคต่างๆไม่มีใครพูด ยกเว้นเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม ทั้งที่เป็นกฎหมายคนละฉบับ เมื่อถามว่า ต้องการร่วมมือกับพรรคการเมืองแบบไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พร้อมร่วมกับทุกพรรคที่สร้างบ้านเมืองสุจริต มีวิสัยทัศน์ชัดเจนที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตเพื่อประโยชน์ของประชาชน เมื่อถามว่า จะร่วมกับพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ทำไมต้องถามต่อ ผมพูดชัดเจนแล้ว ให้ไปถามคนอื่นที่ไม่ตอบดีกว่า เพราะผมมองว่าสิ่งที่เป็นวาทกรรม คือ พูดว่าไม่ร่วมทุนเทา แต่หันไปหันมาไม่มีใครเป็นทุนเทา แล้วมาจากไหน”

พาไทยหายจน ยันเป็นผู้นำที่ทำเป็น

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เผยแพร่คลิปเปิดตัว3แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ สำหรับการเลือกตั้ง สส.8กุมภาพันธ์นี้ อย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯ และ นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ ภายในคลิปยังระบุว่า ทำอย่างไรให้ไทยหายจนพรรคประชาธิปัตย์ จึงเสนอผู้นำที่ทำเป็น เพื่อภารกิจยิ่งใหญ่ “พาไทยหายจน” โดยยกนายอภิสิทธิ์ มีความซื่อสัตย์ โปร่งใส มีวินัยการคลัง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ไทยจะหายจน ต้องเริ่มต้นด้วยการสร้างการเมืองสุจริต สร้างความโปร่งใสทุกระบบ ถึงจะขจัดสิ้นทุกปัญหาเทาๆที่คนไทยทน จากนั้น แนะนำผู้นำทางเศรษฐกิจ พาไทยหายจน คือ นายกรณ์ จาติกวณิช ที่ได้รับรางวัลรัฐมนตรีคลังโลก ในวัย 44 ปี ซึ่งนายกรณ์ ระบุว่า ไทยหายจนเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง เราต้องเร่งทำงาน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การแข่งขันต้องเป็นธรรม เชื่อมโลกอย่างทันโลก เกษตรกร SMEs ผู้ส่งออกทุกคน ต้องเติบโต

ต่อมา แนะนำผู้นำนักเทคโนโลยีเพื่ออนาคต นางการดี เลียวไพโรจน์ นักเทคโนโลยีเพื่ออนาคต ประสบการณ์กว่า 20 ปี เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งนางการดี ระบุว่า สร้างอนาคตไทยด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล วางแผนคน วางแผนประเทศให้หายจนอย่างยั่งยืน ทีมเวิร์คเดียวกัน สร้างทุกความสำเร็จที่ผ่านมา รวมพลัง DNA ประชาธิปัตย์ ขับเคลื่อนไทยหายจน เพราะพวกเราทำเป็น ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 28ธ.ค.นอกจากนี้ ในวันที่ 29 ธ.ค.พรรคประชาธิปัตย์จะจัดกิจกรรมพบปะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ ทั้ง 3 คน

ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ยืนยันต่อการประกาศชื่อผู้ที่พรรคจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 รายชื่อ ว่า ทั้ง 3คน ไม่ใช่มาเป็นผู้อาสาเป็นนายกฯ ที่ต่างคนต่างมา แต่มีที่มาเหมือนกันคือ ความคิด ตั้งใจ วิสัยทัศน์และเคยทำงานร่วมกันมา ในสถานะและโอกาสต่าง ดังนั้น มั่นใจว่าแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ มองอนาคตของประเทศที่อยากเห็น ตรงกัน ดังนั้น การทำงานของทั้ง 3 คน มีลักษณะกลมกลืน อีกทั้งได้คุยนโยบายที่ใช้รณรงค์หาเสียงมากับมือ

‘ชวน’แฉทุ่มซื้อพรรค500ล.-สส.50ล.

นายชวน หลีกภัย อดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคปชป.กล่าวแนะนำแนวทางการหาเสียงให้กับผู้สมัครสส.ในพื้นที่ภาคกลาง ว่า ควรศึกษาข้อมูลจริงในพื้นที่ให้ดี เพราะเวลา 40กว่าวันไม่สามารถเดินได้หมดทุกพื้นที่ เพราะคนยุคนี้เขารู้ว่าใครพูดจริง ไม่จริง เป็นสิ่งสำคัญ ยังต้องรู้ว่าเขามีการเตรียมการเพื่อประโยชน์ของการเมือง มีการโยกย้ายข้าราชการ มีการย้ายภายใน 24ชั่วโมงในอำเภอหนึ่งเพราะไม่ถูกใจนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล พวกเราต้องเตรียมรับมือ เวลาพูดก็อย่าไปเป็นศัตรูกับข้าราชการ เพียงแต่ขอให้ยึดมั่นความถูกต้อง ยึดความตรงไปตรงมา อย่าไปเป็นเครื่องมือใครเช่น กรณีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตนได้ทำจดหมายถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ปกป้องอสม.อย่าให้นักการเมืองเอามาใช้เป็นเครื่องมือทุจริตหรือซื้อเสียง ความจริงตนเป็นคนประกาศให้มี อสม.ในช่วงที่เป็นนายกฯและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนแรกที่เริ่มจะให้เบี้ยเลี้ยง อสม.ต่อมาก็ นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นรมช.สาธารณสุข ก็เป็นคนผลักดันให้จนได้

การเมืองสุจริตทำประเทศรุ่งเรืองแน่

ข้อมูลเหล่านี้ควรจะศึกษาและนำไปพูด เพราะประชาชนและอสม.ส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่ามาจากพรรคการเมืองบางพรรค ดังนั้นเราต้องรู้ข้อเท็จจริง เพราะเวลาหาเสียง ถ้าเราเดินอย่างเดียวไม่มีทางที่จะชนะหรอก ดังนั้นการจะสู้ได้คือ การให้ความจริง ชี้ให้คนเห็นว่า การที่การเมืองมาจากการใช้เงิน ก็จะเกิดการทุจริต มันก็จะอยู่ในวงจรอุบาทว์ ซื้อเสียงได้สส.มาตั้งรัฐบาลก็โกง แล้วเอาเงินนี้มาซื้อเสียงเวียนอยู่อย่างนี้ เราจะหลุดพ้นวงจรอุบาทว์นี้ไปได้ คือ การเมืองสุจริต ประเทศรุ่งเรืองเมื่อบ้านเมืองสุจริต เราต้องมีความกล้าในการให้ความจริงกับประชาชนที่ต้องทำมาหากินเขาไม่รู้หรอกอะไรยังไงเพราะเขาไม่มีเวลามาศึกษา ดังนั้นถ้าได้มาเป็นผู้แทนจริงๆต้องกล้าพูดอย่าไปกลัวความจริงอะไรที่ไม่ดีก็บอกว่าเป็นอย่างนี้

แฉซื้อพรรค500ล้าน-ซื้อตัวสส.5ล้าน

นายชวนกล่าวว่า หากต้องการให้ประเทศเราเป็นมหาอำนาจต้องไม่ไปร่วมมือกับวงจรทุจริต ใครที่อยู่จังหวัดที่มีการซื้อเสียง ต้องศึกษาว่าจังหวัดนั้นเขาใช้ประมาณเท่าไหร่ บางพรรคเขาขายไปเลย 500ล้านบาท เพื่อเอาเงินมาจ่ายคนละ5-10ล้านบาท ตนได้คุยกับบางคนที่ไปอยู่พรรคอื่นว่าทำไมก่อนหน้านี้บอกว่าจะไม่ไปที่อื่น เขายอมรับว่ามาคุยกับนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคแล้วว่าไม่มีเงินให้อย่างที่พรรคอื่นทำกัน แต่เขาจำเป็นต้องใช้เงินก็เลยต้องขอไป เคยถามบางคนที่นั่งอยู่ในสภาว่าได้มาเท่าไหร่ เขาก็บอกตัวเลขมา ผมบอกอย่าใช้เลย ท่านได้มาด้วยเงินก้อนนี้ก็ไม่มีศักดิ์ศรีอะไร แต่ถ้าเขาให้มาก็เก็บเงินไว้ แต่มันเป็นเงินสกปรก มีบางคนจะไปซื้อพรรคการเมือง 500ล้านบาท ซื้อสส.50ล้านบาท ตนถาม นายสาธิต ปิตุเตชะว่า ญาติที่ไปอยู่พรรคอื่นได้เท่าไหร่ ท่านบอกว่าราคาเหมือนกับที่อื่น เงินพวกนี้มันหามาเองไม่ได้หรอก ยกเว้นพวกต้มตุ๋น สแกมเมอร์ ซึ่งหัวหน้าพรรคประกาศชัดเจนว่า ไม่เอาด้วยกับการเมืองที่มาจากระบบนี้ หากเราพูดเรื่องความสุจริตก็ไม่ต้องทำเรื่องที่ทุจริต โกง แทรกแซงสว.อันนี้ไม่ใช่การเมืองสุจริต

แนะต้องหาเสียงเพิ่ม2เท่าถึงจะชนะ

‘ขอย้ำว่าพวกเราที่สมัครผู้แทน ถ้าท่านไม่พูดท่านไม่ได้ ท่านไม่ชนะ ท่านมีโอกาสต่อเมื่อท่านพูดกับประชาชนบอกความจริงประชาชนระหว่าง 50ล้านกับ 5หมื่น เขาสู้กันได้อย่างไร แต่เราสู้ได้ ผมสู้มาแล้ว แต่เหนื่อย เหนื่อยตลอดช่วงหาเสียงผมแทบจะขาดใจ ฉะนั้นไม่มีใครได้มาฟลุ๊คๆ ถ้าเราไม่พูด ก็ไม่มีวันได้ อยากเกือบตกหรือเกือบได้ ถ้าอยากเกือบตก คือได้ ต้องทำงานหนักใครไม่ทำงานหนัก ไม่มีวันได้ กระแส พรรคดีขึ้นมาจริง แต่ไม่ขนาดที่จะท่วมท้นหรอก ฝากไว้ให้เป็นข้อคิดสำหรับคนที่อยากเป็นผู้แทนจริงๆก็ต้องทำงานหนัก สัปดาห์มี 7วัน พวกเราควรหาเสียงสัปดาห์ละ14วัน คือเพิ่มเป็นสองเท่า ผมขอให้กำลังใจผู้สมัครสส.ของพรรคทุกคน ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้”นายชวนกล่าว

‘อนุทิน’ยันไม่ดีเบต-ปท.มีปัญหาเยอะ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีไม่ไปออกรายการดีเบตหาเสียงว่า ตนยังทำหน้าที่นายกฯ ซึ่งไม่ใช่รักษาการและไม่มีคำว่า รัฐบาลรักษาการ วันนี้ประเทศไทยมีปัญหาเยอะแยะ เดี๋ยวตนต้องกลับไปสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตนเอาเรื่องอธิปไตยก่อนดีกว่าไหมตรงนี้สำคัญกับตนมากกว่าที่ทำอย่างไรก็ได้ให้ความเสี่ยง ความหวาดกลัว ความหวาดระแวง การสูญเสียของพี่น้องทหารและประชาชน เอาเรื่องนี้ให้จบไปก่อน เมื่อถามว่า จะไม่ไปดีเบตกับเขา นายอนุทินกล่าวว่า ตนพูดไม่เก่ง ตนไม่ชอบตอบโต้ พอตอบโต้ เดี๋ยวทะเลาะกัน ตนหลีกเลี่ยงการทะเลาะกัน ตนก็มีสไตล์การใช้ชีวิตองตน ซึ่งตนไม่อยากไปว่ากล่าวใคร ไม่อยากไปกล่าวหาใคร ตนไม่อยากไปแก้ตัวในสิ่งที่ถูกกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร

ชอบพูดนานๆ-พูดคนละ2นาทีเสียเวลา

เมื่อถามว่า ที่มีการพูดว่ากลัวที่จะพลาดพลั้ง ไม่เกี่ยวกันใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนพูดไม่เก่ง พูดไปแล้วก็ไม่ได้ผลบวกอะไรขึ้นมา มีแต่ลบ เพราะต้องไปทะเลาะกับเขา ต้องไปดีเฟน ต้องไปชี้แจง ไม่ได้ทันได้พูดคุยกัน ไปดีเบต 5คน 7คน หรือบางครั้ง 10คน พูดกันคนละ2นาที ตนพูดไม่ได้ ตรงนี้อาจจะเป็นจุดอ่อนของตนให้ตนพูด 3ชั่วโมงพูดได้ แต่ให้พูด 2นาที พูดไม่ได้ ถ้าไปแล้วต้องไปนั่งตอบโต้ข้อกล่าวหาต่างๆไม่ได้พูดเรื่องตัวเอง มันเสียเวลาคนฟัง ซึ่งตนมีความชัดเจนในเรื่องนโยบายของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว ซึ่งตนก็หาทางสื่อสารกับประชาชนในรูปแบบที่สื่อสารได้ชัดเจนและไม่ถูกจำกัดด้วยเวลา ตนมีเวลา 40 กว่าวัน อย่างวันที่ 27ธ.ค.ตนก็ไปเปิดตัวผู้สมัครสส.และเดินสาย 3-4 จังหวัดไปหาประชาชนเลย ไม่ต้องผ่านการดีเบตหรืออะไรต่างๆ ตนก็มีแนวทางการทำงาน ไปรับฟังสิ่งที่ประชาชนอยากให้เกิด อยากเห็นและคาดหวังจากตนได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง

พร้อมร่วมงานทุกพรรค-เว้นแตะม.112

เมื่อถามว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จะไม่มีการโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ และรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็นการต่อสู้กันระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินกล่าวว่า“ทำไมถึงไม่โหวต ที่ไม่โหวตเพราะ โกรธที่ผมยุบสภาหรือ ผมทำชั่วทำอะไร ผมทำเลวอะไรกับประเทศชาติหรือเปล่าถึงไม่มาร่วมงาน ถ้าพวกท่านบอกว่า ตัวเองเป็นคนดี มีความสามารถ รักชาติรักบ้านเมืองเหมือนกัน ผมก็รักชาติรักบ้านเมืองไม่แพ้กัน ทำไมถึงทำงานร่วมกันไม่ได้ ยังไม่ทันเลือกตั้งเลย พี่น้องประชาชนยังไม่ทันตัดสินแล้วมาบอกว่า ไม่ทำงานร่วมกันแล้ว ถึงเวลาลุยต้องลุย ถ้าจะต้องถอยแล้วบ้านเมืองเดินหน้าไปได้ก็ต้องถอย ผมไม่เคยคิดเลยว่า จะร่วมกับใครไม่ได้ อย่างที่ผมพูดไม่ร่วมกับพรรคไหนที่ไปแตะมาตรา112 ซึ่งเป็นแนวทางของพรรคภูมิใจไทย

นิรโทษกรรมคนไม่ทำผิดม.112ดีกว่า

เมื่อถามว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ฟาดกลับ นายอนุทิน หยุดสร้างนิทานหลอกเด็กกรณีมาตรา112 แจงชัดยกมือดีเบต แค่ดันนิรโทษกรรมคดีการเมือง พรรคประชาชน(ปชน.)ไม่หวั่นพรรคน้ำเงินขู่ไม่จับมือพร้อมสู้เลือกตั้ง โดย นายอนุทิน กล่าวว่า น้ำเงินน่าจะหมายถึงพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้ขู่ใคร แต่เรื่องของมาตรา112 จะปรับเปลี่ยนให้มันไม่มีการบังคับที่เข้มงวดแบบนี้พรรคภูมิใจไทยไม่เอาด้วยอยู่แล้วพูดง่ายๆมาตรา112 มีความสมบูรณ์อยู่แล้ว เราต้องปกป้องสถาบันหลักของชาติเอาไว้ เรื่องการผลักดันนิรโทษกรรมผู้ที่ทำผิดมาตรา112 ตนว่าแทนที่จะไปผลักดันการนิรโทษกรรมผู้กระทำผิดมาตรา112 ผลักดันให้คนไม่ลบหลู่สถาบันพระมหากษัตริย์ดีกว่าไหม จะได้ไม่ทำผิดกฎหมาย เราเป็นคนไทยเราก็ต้องหวงแหนสถาบันหลักของเราเหมือนกัน

ขอบคุณปชช.-ย้ำ8ก.พ.69ได้เลือกตั้งแน่

พิธีกรถามต่อว่า นายกฯดีเบตออกรายการไปถึง นายณัฐพงษ์ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่กล้าหรอกครับ ตนถึงบอกเอามาก็เอามานั่งเถียงกัน แล้วประชาชนได้อะไร ถ้าเกิดเป็นแบบนี้ร่วมกันไปประเทศก็น่าจะเสียหาย ไปฟาดฟันกันในคณะรัฐบาล มันยิ่งหนัก ชัดเจนกันแบบนี้มันก็ดีอยู่แล้วให้ประชาชนตัดสิน

เมื่อถามว่า นายกฯอยากบอกอะไรประชาชน นายอนุทิน กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนในโอกาสที่ให้ตนปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกฯ อยากขอความเข้าใจและการสนับสนุนจากประชาชนอีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะมาถึง วันที่8ก.พ. 2569 คิดว่าน่าจะได้เลือกตั้งแน่รัฐบาลพร้อมให้สนับสนุน กกต.ในการเลือกตั้งและกกต.ได้ออกมาตรการสำหรับการเลือกตั้ง ต่อให้ยังมีสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นก็ยังเลือกตั้งได้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า ตนจะทำงานรับใช้ท่านและประเทศไทยอย่างเต็มที่

ภท.เปิดชื่อคนดังว่าที่ผู้สมัครสส.กทม.

พรรคภูมิใจไทยเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครจากการตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครทั้ง 33 เขต มีบุคคลที่น่าจับตามองซึ่งมีประวัติและบทบาททางสังคมที่โดดเด่น ดังนี้ 1.นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ (เขต 11) หรือที่รู้่จักในนาม‘เอก สายไหมต้องรอด’ ผู้ก่อตั้งเพจอาสาช่วยเหลือสังคมชื่อดัง2.นางสาวพัชรินทร์ซำศิริพงษ์ (เขต 2) ดร.พัชรินทร์ หรือ ดร.ส้ม อดีต สส. กทม. ผู้มีความเชี่ยวชาญระดับปริญญาเอกด้านอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีความโดดเด่นในเรื่องการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็กและสตรี 3.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ (เขต 5) อดีต สส.กทม.หลายสมัย และอดีตประธานสภากรุงเทพมหานคร มีฐานเสียงที่เข้มแข็งและคลุกคลีกับปัญหาของคนในเขตพื้นที่ห้วยขวาง-ดินแดงมาอย่างยาวนาน 4.รศ.ดร.ลลิตา ฤกษ์สำราญ (เขต 7) อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรและสส.หลายสมัย 5.นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ (เขต 14) อดีต สส.กทม.และอดีตทีมสุดซอยในช่วงที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 6.นายถนอม อ่อนเกตุพล (เขต 15) พิธีกรรายการโทรทัศน์ อดีตที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม.และโฆษกกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ พื้นที่กทม.พรรคภูมิใจไทย มอบหมายให้ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดีและนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ โดยตั้งเป้าการได้ สส.ในพื้นที่เขต กทม. ครั้งแรกและได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มขึ้นจากกลุ่มคนเมืองจากการที่พรรคมีนางศุภจี สุธรรมพันธ์, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว จะเข้ามาเป็นทีมทำงานในฐานะรองนายกฯ และควบกระทรวงต่างๆ เพื่อร่วมขับเคลื่อนงาน

‘บิ๊กป้อม’เปิดมูลนิธิฯอวยพรปีใหม่

ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดให้อวยพรปีใหม่ ภายหลังมีกระแสข่าวจะวางมือทางการเมือง ท่ามกลางปัญหาสุขภาพ พร้อมถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยช่วงเช้า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต รมว.มหาดไทย นำคณะกรรมการมูลนิธิป่ารอยต่อฯ พร้อมด้วยน้องๆ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่น 17 เข้าอวยพรและรับพรปีใหม่จาก พล.อ.ประวิตร โดยวันนี้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว นอกจากนี้ ยังมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด , พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีต รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.,พล.อ.ณัฐอินทรเจริญ อดีตปลัดกลาโหม ,พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม , พล.อ.วลิต โรจนภักดี อดีต รอง ผบ.ทบ.

ยังไม่วางมือการเมือง-สื่อเข้าใจผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้อวยพรให้ผู้มาร่วมงาน ขอให้มีความสุขวันปีใหม่ โดยมีคนแซวว่า “ยังดูหนุ่ม แข็งแรง” พล.อ.ประวิตร ตอบกลับว่า “หนุ่มอะไร อายุ 80 ปี พอแล้ว”

แหล่งข่าวระดับสูงจากพรรค พปชร.ยังชี้แจงกรณี สื่อมวลชนบางแห่งเสนอข่าวว่าพล.อ.ประวิตร พอแล้วว่า คำว่า”พอแล้ว” พล.อ.ประวิตรแค่หมายถึงสัมภาษณ์พอแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะวางมือตั้งแต่ตอนนี้แต่อย่างใด สื่ออาจเข้าใจคาดเคลื่อน

แวดวงนักปกครอง : 27 ธันวาคม 2568

แวดวงนักปกครอง : 27 ธันวาคม 2568

แวดวงนักปกครอง : 27 ธันวาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมการปกครอง เปิดให้บริการงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568-4 มกราคม 2569 ตั้งแต่ เวลา 08.30-16.30 น. ตรวจสอบได้ทาง www.bora.dopa.go.th เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา

เตือนภัยสแกมเมอร์ หลอกข้อมูลบัตรประชาชน เสี่ยงคดี-เสียสิทธิเลือกตั้ง ระวัง!…มิจฉาชีพที่หลอกขอสำเนา ภาพถ่าย หรือเลขบัตรโดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ธนาคาร หรือเสนอผลประโยชน์ต่างๆ เพื่อนำข้อมูลไปใช้เปิดบัญชีม้า กู้เงิน หรือสวมรอยกระทำความผิด โดยเจ้าของบัตรอาจต้องพัวพันคดีโดยไม่รู้ตัว ย้ำ!!… ห้ามให้ยืม ห้ามส่งข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ และห้ามใช้บัตรของผู้อื่นหรือยินยอมให้ผู้อื่นนำบัตรไปใช้ซึ่งมีโทษทั้งจำคุก ปรับ และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

เปิดลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 2568–5 ม.ค. 2569 ผ่านเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง รวมถึงแอปพลิเคชั่น ThaID (ไทยดี) และ Smart Vote เพียงเลือกเมนู “ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า” กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทั้งนี้ระบบจะปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 24.00 น. โดยกำหนดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้ง

แอบขายไม่รอด! “ศรทองสยบเพลิง” บุกรวบพลุ-ดอกไม้ไฟอื้อมูลค่ากว่า 3 แสน ฝ่ายความมั่นคงอำเภอกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เดินเกมลับหลังได้เบาะแสจากประชาชน แฝงตัวล่อซื้อผ่านไลน์ร้าน“พลุ ราคาส่ง” ก่อนประสานตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ผลการปฏิบัติพบของกลางพลุ ดอกไม้ไฟ ไฟเย็น และประทัด รวมกว่านับหมื่นชิ้น มูลค่ากว่า 300,000 บาท จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีทันที ด้าน นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน ย้ำ เดินหน้ากวาดล้างการลักลอบจำหน่ายพลุอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนช่วงใกล้เทศกาล

นางสาวกัลยา ประสิทธิ์ภาคย์

นายอำเภอคลองใหญ่

นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี

นายอำเภอกระทุ่มแบน

บุกกวาดล้างแรงงานต่างด้าว คลองใหญ่เจอไอซ์ 6 ราย ของกลางเกือบ 50 กรัม โดยนางสาวกัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นายอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พร้อมปลัดอำเภอ สมาชิก อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างการกระทำความผิดในกลุ่มแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ ผลการตรวจค้นบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ต.หาดเล็ก พบผู้กระทำความผิด พร้อมของกลางไอซ์นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองใหญ่ ดำเนินคดี

ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 กรมการปกครองเน้นย้ำมาตรการกวดขันการจุด และปล่อยพลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งอันตรายที่เกิดจากการใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน ชุมชน ในทุกกรณี ให้นายทะเบียนท้องที่เรียกประกัน หรือทัณฑ์บน หรือเพิกถอนใบอนุญาตทันที พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งเน้นย้ำฝ่ายปกครองในพื้นที่กวดขันสถานบริการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นาย..อำเภอน้อย

ดีเดย์ 27 ธันวาคม รับสมัคร สส.เขต รับเบอร์แล้วแห่ได้ แต่ห้ามจัดมหรสพ

ดีเดย์ 27 ธันวาคม รับสมัคร สส.เขต รับเบอร์แล้วแห่ได้ แต่ห้ามจัดมหรสพ

ดีเดย์ 27 ธันวาคม รับสมัคร สส.เขต รับเบอร์แล้วแห่ได้ แต่ห้ามจัดมหรสพ

วันเสาร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดีเดย์27ธันวาคม รับสมัครสส.เขต รับเบอร์แล้วแห่ได้ แต่ห้ามจัดมหรสพ

กกต.กทม.ซ้อมเสมือนจริง ก่อนวันรับสมัครเลือกตั้ง สส.แบ่งเขต พร้อมแล้วกว่า 90% ส่วน กกต.ชุดใหญ่ประกาศ 5 แนวทางจัดการเลือกตั้ง สส. พื้นที่ 7 จังหวัดสู้รบ ชายแดนไทย-กัมพูชา สรุป 6 วันลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกราชอาณาจักร คนลงทะเบียนแล้วกว่า 5 แสนคน ประชุมเตรียมพร้อมประชามติ“ณรงค์”ลั่นจัดการเลือกตั้งพร้อมประชามติเป็นความสำเร็จของคนไทยทั้งประเทศ “แสวง”ยืนยันเลือกตั้ง 8 ก.พ.วันเดียวทั่วประเทศ แม้ชายแดนไทย–กัมพูชายังตึงเครียด เตรียมวางแผนแบ่งโซนสีจัดเลือกตั้ง ระบุหน่วยไหนกระทบเลื่อนลงคะแนนหน่วยนั้น พร้อมประสานฝ่ายมั่นคงประเมินสถานการณ์รายวัน

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรุงเทพมหานคร ได้มีการอบรมเจ้าหน้าที่พร้อมซักซ้อมระเบียบขั้นตอน และข้อกฎหมายการรับสมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เสมือนจริง ในพื้นที่ กทม.ซึ่งมีทั้งหมด 33 เขต ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ที่จะปฏิบัติงานในวันที่ 27 – 31 ธ.ค.68 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น เขตดินแดง กรุงเทพฯ โดยมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งด้านนอกเป็นพื้นที่ทำงานของสื่อมวลชน และพื้นที่ด้านในอาคารเป็นพื้นที่สำหรับการรับสมัคร โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการนำโต๊ะเก้าอี้มาจัดเรียงพักคอยสำหรับผู้สมัครที่มาก่อนเวลา 08.30 น.ตามผังที่กำหนดไว้ ซึ่งผู้สมัครที่มาก่อนเวลาดังกล่าวจะถือว่ามาพร้อมกัน

พร้อมได้ย้ำเตือนเจ้าหน้าที่ในการเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบสิทธิ์ในการสมัคร หลังทราบว่า มีรองหัวหน้าพรรคหนึ่ง ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อม ทำให้ขาดสิทธิ์การรับสมัครในครั้งนี้ รวมไปถึงตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ว่า เป็นสมาชิกพรรคการเมืองครบ 30 วันจนถึงวันเลือกตั้งหรือไม่ ตลอดจนคุณสมบัติอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

สำหรับหัวหน้าพรรคการเมือง, กรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรค รวมถึงบรรดากองเชียร์ จะไม่อนุญาตให้เข้ามาภายในพื้นที่ด้านล่างของอาคาร จะอนุญาตให้อยู่บนอัศจรรย์ด้านบนเท่านั้น หรืออยู่ถายนอกอาคารเท่านั้น และกำชับเรื่องการงดส่งเสียง หรือการรบกวนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส่วนผู้สมัครจะอนุญาตให้มีผู้ติดตามเข้ามาในพื้นที่ได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.กกต.กรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้สำนักงาน กกต.กทม.มีความพร้อมทั้งในส่วนของอาคารสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และบุคลากร และได้ประชุมซักซ้อมขั้นตอนอย่างละเอียด และได้เห็นวัสดุ อุปกรณ์ของจริง และมีการซักซ้อมหน้างาน หรือซักซ้อมเสมือนจริง เพื่อให้การเลือกตั้ง หรือการรับสมัครเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถือว่าวันนี้มีความพร้อม 80 – 90% ที่เหลือขึ้นอยู่กับวันรับสมัคร 27 ธ.ค.นี้ โดยในการนัดหมายเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการรับสมัครตั้งแต่เวลา 05.00 น.เพื่อให้เกิดความพร้อมที่จะรับสมัครรับเลือกตั้งในเวลา 08.30 น.เป็นต้นไป ย้ำว่า ในช่วงของการจับหมายเลขนั้นจะไม่มีการถ่ายทอดสด แต่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพได้ตามความเหมาะสม

“ผู้สมัครเมื่อได้เบอร์แล้ว ได้ย้ำเตือนว่า ห้ามจัดให้มีมหรสพ หรือการรื่นเริงโดยเด็ดขาด สามารถขึ้นแห่ได้ แต่ไม่ให้มีมหรสพดนตรี หรือกลองยาว” ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ กล่าว และว่า ตนเองได้กำชับไปแล้วว่าให้ค่อยทำไปทีละขั้นตอน ไม่ต้องรีบ ทุกขั้นตอนให้มีการบันทึกตามแบบ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนวุ่นวาย

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่อง แนวทางดำเนินการการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งที่มีสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา สาระสำคัญกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งในจังหวัดจันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว สุรินทร์ และอุบลราชธานี ที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง โดย

1.การปิดประกาศ หรือระเบียบตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อได้ปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้ง หรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือสถานที่ที่ประชาชนสะดวกในการตรวจสอบแล้ว ให้ดำเนินการประกาศ ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอื่นใดที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกด้วย หากไม่สามารถปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือสถานที่ที่ประชาชนสะดวก ในการตรวจสอบได้ ให้ถือว่าการประกาศในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอื่นใด เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

2.กรณีจัดส่งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในทะเบียนบ้านพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ไปยังเจ้าบ้านในเบื้องต้น ให้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด หากไม่สามารถจัดส่งได้ ให้รายงานให้กกต.ทราบและให้เก็บรักษาเอกสารดังกล่าวไว้ในที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุดลง แล้วจึงจัดส่ง เอกสารดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

3.จัดให้มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ในศูนย์อพยพลงทะเบียน ขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง ภายในระยะเวลา ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวัน และเวลายื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง โดยขอความร่วมมือให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้งที่มีความปลอดภัยและอยู่ใกล้เคียงกับเขตเลือกตั้ง ที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบ และในวันออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งให้ประสานหน่วยงานของรัฐ จัดพาหนะรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลาง นอกเขตเลือกตั้งดังกล่าวด้วย

4.การจัดหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง หากยังมีสถานการณ์ความไม่สงบ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งพิจารณาเปลี่ยนแปลงเขตของหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งสามารถเดินทางได้สะดวกและปลอดภัย โดยหน่วยเลือกตั้ง และที่เลือกตั้งดังกล่าวต้องอยู่ในเขตเลือกตั้ง ตามมาตรา 30 วรรคสาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561และที่แก้ไขเพิ่มเติม

5.ภายใน 7วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ให้ประสานนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือผู้มีสิทธิเลือกตั้งในศูนย์อพยพที่ไม่ได้ ไปใช้สิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย

สำนักงาน กกต. สรุปยอดจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักร รวม 6 วันของการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 20-25 ธันวาคม 2568 รวมจำนวน 526,639 คน พบว่ามีผู้ขอลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง จำนวน 1,226 คน /มีผู้ขอใช้สิทธิ เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจำนวน 482,460 คน และมีผู้ขอลงคะแนนออกเสียงนอกราชอาณาจักรจำนวน 42,953 คน

สำหรับการเปิดให้ประชาชนที่มีกิจธุระจำเป็นไม่สามารถไปออกเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์หรือประชาชนที่อยู่นอกราชอาณาจักร รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ไปปฏิบัติการในวันเลือกตั้งสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว เปลี่ยนใจหรือไม่สะดวกจะไปใช้สิทธิในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากไม่สามารถออกเสียงประชามติล่วงหน้าได้ สามารถยกเลิกการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้เพื่อจะได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งพร้อมกับการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ นายณรงค์ รักร้อย และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการประจำศูนย์อำนวยการและประสานงานการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานสนับสนุนต่างๆเข้าร่วมประชุม นายณรงค์ ประธานกกต.กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ทุ่มเทและให้การสนับสนุนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติครั้งนี้ พร้อมระบุว่าการจัดการเลือกตั้งสส.และการออกเสียงประชามติเป็นภารกิจสำคัญของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกเสียงประชามติวันเดียวกับวันเลือกตั้งส.สซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 69 ถือเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ประเทศไทย กกต.และพนักงานกกต.ไม่สามารถจัดทำประชามติและเลือกตั้งออกมาให้สมบูรณ์แบบได้ จะต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน ตนมั่นใจว่าด้วยความทุ่มเทการทำงานและการสนับ สนุนอย่างเข้มแข็งของทุกคนจะทำให้การเลือกตั้งสส.และการออกเสียงประชามติเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

“ความสำเร็จของการจัดการเลือกตั้งและการประชามติที่จะมีขึ้นไม่ใช่ความสำเร็จของสำนักงานกกต.เพียงลำพังแต่เป็นความสำเร็จจากความเสียสละและความตั้งใจ ทุ่มเท ร่วมกันของทุกคนและถือเป็นความสำเร็จของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ขอให้พลังความร่วมมือครั้งนี้เป็นแรงขับเคลื่อนให้ประชาธิปไตยของประเทศไทยมั่นคงและเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนสืบไป”

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงการออกแนวทางการจัดการการเลือกตั้งในจังหวัดที่ติดอยู่กับชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่สู้รบว่าได้มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ชายแดนยังไม่เรียบร้อย เราจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.2569ให้ได้ เพื่อจัดการเลือกตั้งในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ถึงแม้เราจะเตรียมความพร้อมในส่วนของเจ้าหน้าที่กกต.และเครือข่ายไปแล้ว ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และพรรคการเมืองด้วยว่าหากเกิดสถานการณ์เช่นนี้เราจะเดินไปด้วยกันอย่างไรเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ เราก็ต้องออกระเบียบให้เป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายที่กำหนดไว้ทั้งการติดป้ายประกาศหาเสียง การทำหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน ซึ่งจะต้องทำให้ครบในส่วนของรูปแบบการเลือกตั้งกฎหมายได้ให้หลายวิธีการ เช่น พื้นที่สีขาวเป็นพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะระหว่างชายแดนไทย – กัมพูชา ก็เลือกตั้งไปตามปกติ พื้นที่สีเหลืองเป็นพื้นที่ที่มีผู้อพยพแต่มีจำนวนไม่มาก ก็อาจจะตั้งหน่วยเลือกตั้งใหม่นอกหน่วยเลือกตั้งเดิม แต่อยู่ในเขตเลือกตั้งนั้นเพื่อประชาชนเดินทางสะดวก และสุดท้ายพื้นที่สีแดงถ้าเลือกตั้งไม่ได้จริงๆก็จะใช้ตามมาตรา 102 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสส.เลื่อนการเลือกตั้งเฉพาะหน่วยเลือกตั้งนั้นออกไปก่อน เหมือนกรณีเกิดพายุ อุทกภัย ถ้าทำแบบนี้ก็จะทำให้การเลือกตั้งเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรและไม่กระทบใคร แต่ถ้าประชาชนอยู่นอกพื้นที่มากกว่า 75% ก็อาจจะต้องรณรงค์ให้ประชาชนลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า แล้วออกมาใช้สิทธิในวันนั้น ซึ่งทั้งหมดเราทำตามกฎหมาย และกฎหมายให้ช่องทางให้หมดแล้ว เพียงแต่ว่าเราจะเลือกรูปแบบไหนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในวันนั้น

“ทำทุกอย่างให้เป็นปกติตามที่กฎหมายได้ให้อำนาจ ซึ่งเราก็ทำให้เป็นหน่วยปกติไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร เราก็ไม่อยากอธิบายว่าทำไมเราต้องทำแบบนั้นแบบนี้ เพราะบางครั้งคนอาจจะไม่เข้าใจ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ในหน่วยเกิน 75% เราก็จะเลือกตั้งตามปกติ ซึ่งหน่วยจำนวนไม่มาก เราจะต้องดูจากวันที่ 11 ม.ค.2569 ที่จะมีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)และสมาชิกอบต.ก่อน เนื่องจากมีกว่า 51 อบต.ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปะทะชายแดน ซึ่งเราจะขอประเมินสถานการณ์ก่อน ส่วนจะมีการจัดรถรับส่งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งนั้น เรื่องนี้เป็นการอำนวยความสะดวกโดยใช้รถของสำนักงานกกต.เอง”

เมื่อถามว่ามีการทำแผนรับมือในพื้นที่ที่ยังมีเหตุไทย-กัมพูชาปะทะกันอย่างไร นายแสวง กล่าวว่า ตนคุยกับ ผอ.กกต.จังหวัด โดย ผอ.กกต.จังหวัด ได้คุยกับฝ่ายมั่นคงในจังหวัด ซึ่งก็มีการประเมินอยู่ทุกวัน โดยฝ่ายความมั่นคงก็ให้ความสนใจในกระบวนการเลือกตั้งอยากให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าเราจะเลื่อนวันลงคะแนนเราก็ทำได้เลย ถ้าเกิดเหตุเหมือนกับการเลือกตั้งซ่อม สส.ที่ศรีสะเกษ

ส่วนถ้าสถานการณ์การสู้รบยังเป็นแบบนี้อยู่ เราจะยังไม่ต้องมีการเลื่อนเลือกตั้งจากวันที่ 8 ก.พ.2569 ออกไปใช่หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เรายืนยันว่าเป็นวันที่ 8 ก.พ.2569 อยู่แล้ว แต่ถ้าเลื่อนเหมือนตอนที่เจอพายุหรือเหตุจำเป็นแบบนั้นสามารถเลื่อนในวันเลือกตั้งได้เลย หรือถ้ามีเหตุปะทะกันในพื้นที่ไหนหน่วยไหน ถ้าเลือกไม่ได้ก็จะเลื่อนหน่วยนั้น

เมื่อถามอีกว่าคนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้ว แต่จะต้องออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. 2569 เขาสามารถยกเลิกได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ 2 วัน นายแสวง กล่าวว่า มีระเบียบให้ยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการลงทะเบียนได้ โดยให้ทำก่อนภายใน 30 วัน คือในช่วงที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2568 – 5 ม.ค.2569

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ประเทศรุ่งเรืองเมื่อบ้านเมืองสุจริตเราต้องมีความกล้าในการให้ความจริงกับประชาชนที่ต้องทำมาหากิน เขาไม่รู้หรอกอะไรยังไงเพราะเขาไม่มีเวลามาศึกษา ดังนั้นถ้าได้มาเป็นผู้แทนจริงๆต้องกล้าพูดอย่าไปกลัวความจริงอะไรที่ไม่ดีก็บอกว่าเป็นอย่างนี้”

นายชวน หลีกภัย

อดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์

เจรจา GBC ไทย-เขมรจบแล้ว หยุดยิง 72 ชม. กห. 2 ฝ่ายลงนาม 27 ธ.ค.

เจรจา GBC ไทย-เขมรจบแล้ว หยุดยิง 72 ชม. กห. 2 ฝ่ายลงนาม 27 ธ.ค.

เจรจา GBC ไทย-เขมรจบแล้ว หยุดยิง 72 ชม. กห. 2 ฝ่ายลงนาม 27 ธ.ค.

วันเสาร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เจรจาGBCไทย-เขมรจบแล้ว หยุดยิง72ชม. กห.2ฝ่ายลงนาม27ธ.ค. ‘อนุทิน’ลั่นต้องหยุดยิงทันที ครบ72ชม.คุยปฏิญญาต่อ

นายกฯ อนุทิน ปัดข้อเสนอของเขมรที่ต้องการพื้นที่พิพาทคืน ชี้กองทัพสถาปนาอธิปไตยบูรณภาพแห่งดินแดนแล้วไม่มีการคืน เพราะแผ่นดินไทยต้องเป็นของไทยเท่านั้นใครล้ำเส้นโดนตอบโต้หนัก ไม่เอาผลประโยชน์ทางธุรกิจมาต่อรอง ด้านการประชุมGBC เครียดแก้ไขข้อตกลงฉบับที่ 6 ส่ง สมช.พิจารณา รอลุ้นได้ลงนามหยุดยิง 27 ธค.หรือไม่

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 26 ธันวาคม ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภิใจไทย ออกรายการโหนกระแส ที่มี นายกรรชัย กําเนิดพลอย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ โดยนายกฯตอบคําถาม กรณีสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ตอนนี้ปัญหาในมุมนายกฯไปถึงไหน นายอนุทินกล่าวว่า เราควบคุมสถานการณ์ ตั้งไว้ เป้าหมายที่ทางกองทัพได้ตั้งไว้ก็บรรลุเป้าหมาย ครบ ตอบตรงตรงๆ แบบนี้ และน่าจะมีข่าวดีในเร็ววันนี้

เมื่อถามว่าก่อนปีใหม่หรือไม่ นายกฯตอบว่า ตนจะพยายามสุดความสามารถ อยากให้ทุกอย่างกลับมาสู่สภาพที่ทุกคนไม่ต้องหวาดระแวง ประเทศไทยไม่สูญเสียอธิปไตยหรือดินแดน นี่คือเป้าหมายและทางกองทัพได้ร่วมมือกันมาตลอดเวลา ตั้งแต่เรามีความขัดแย้งกันกับประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อถามว่า มีโอกาสได้คุยกับทางทหาร ว่ายุทธวิธีก็คือต้องหวดให้หนัก แล้วค่อยมาคุยกันบนโต๊ะเจรจา มุมมองของนายกฯพอจะทราบเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯตอบว่า ตนคิกว่าในภาษาทางการทหาร เขามีคําว่า Rules of Engagement ในการปะทะ คําว่า หวดให้หนัก เหมือนเป็นภาษาร้านกาแฟ แต่ประเทศเราทําตามกฎของการปะทะมาโดยตลอด เราก็โดนหนัก ที่บอกไปทําเขาหนัก เรารับรู้รับทราบ เราตอบโต้ทุกครั้งที่มีการละเมิดและถูกโจมตี และถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับพี่น้องทหารและประชาชน ตรงนี้เป็นจุดที่เราไม่สามารถจะยอมรับได้

ต้องเจรจากันไปเรื่อย ๆ

เมื่อถามว่า การประชุมจีบีซีล่าสุดกัมพูชาได้ส่งตัวแทนมาแต่ยังไม่จบสักที มันมีปัญหาอะไร เหมือนเขาพยายามจะดึงเวลา นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเรามองในฐานะที่เราเป็นคู่กรณี ตราบใดที่มีการพูดคุยกันได้ เราก็ต้องถือว่าสถานการณ์น่าจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เพราะการพูดคุยกัน ก็คือเหมือนเดิม ไม่แย่ลงไป นอกจากจะมีการเพิ่มการโจมตีอะไรกันอีก นั่นเป็นเรื่องอนาคต แต่ในการปฏิบัติแล้ว กองทัพมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย รักษาดินแดน รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนยุทธศาสตร์ของกองทัพ และทําความเข้าใจกับ ประชาคมโลก นานาชาติ ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในการเจรจา ส่วนรบก็ต้องว่ากันไป การเจรจาไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ตราบใดที่ยังมีช่องอยู่ เราก็ต้องเจรจากันไป ซึ่งเราก็เจรจากันมาหลายรอบแล้ว แต่สิ่งที่ประเทศไทยสามารถยึดถือ ตนไม่อยากใช้คําว่าได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ต้องมีหลักยึดและแนวทางที่ถูกต้องอธิบายผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ตนคิดว่าประเทศไทยอยู่ในจุดนี้ ประเทศไทยไม่เคยละเมิดข้อตกลง เราเซ็นกันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว แต่ก็ไม่จบ

เผยไทยอธิบายชาวโลกได้

ทั้งนี้ ปริญญา 4 ข้อ 1.ถอนทหาร ถอนอาวุธ 2.ถอนทุ่นระเบิด 3.ปราบปรามสแกมเมอร์ 4.จัดการบริหารเขตแดนบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว ที่สู้รบกันอยู่ ทั้ง 4 ข้อ ถามว่ายากหรือไหม สำหรับประเทศไทยทําได้เลย เป็นเรื่องที่เราปฏิบัติมาตลอด เราจะดูบนหลักนี้ เป็นเรื่องที่เราอธิบายชาวโลกได้ แต่ชาวโลกไม่สําคัญเท่ากับเราอธิบายประชาชนได้ ถ้ามีการล่วงละเมิดรุกล้ำอธิปไตย รุกล้ำดินแดน มีการทําร้ายประชาชน ตนไม่ยอม ชัดเจนตรงนี้และอยู่บนหลักนี้มาโดยตลอด

เมื่อถามว่า การพูดคุยจีบีซี ที่จังหวัดจันทบุรี ยังดำเนินอยู่ แต่ล่าสุด นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความ ว่า ยกหูคุยกับนาย มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าต้องการหยุดยิง ขณะเดียวกันอีกขาก็คุยกับเรา นายกฯตอบว่า เรามีช่องทางในการพูดคุยกัน และความสัมพันธ์พื้นฐานที่รู้จักกันมาก่อน ทั้งนี้มีพรรคพวกที่สนิทกัน รู้จักกัน สามารถที่จะหาทางยุติปัญหาได้ ส่วนสิ่งที่ตนรู้สึกเสียดายทุกวันนี้คือไม่รู้ เข้าผิดซอยกันหรือไม่ สําหรับตนมันมีทางที่จบได้ง่าย ๆ ประเทศไทยไม่เสียหายแน่นอน ซึ่งทั้ง 4 ข้อที่อยู่ในปริญญาต่างคนต่างทำ มันก็จบใช่ไหม แต่พอดําเนินการไปจนถึงจุดหนึ่ง มีการแจ้งมาตลอดว่าถ้าเราเก็บกู้ระเบิดเข้าไป เขาจะไม่ยอม ถึงได้เตรียมตัวไว้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าไป การเก็บกู้นั้นมีความชัดเจนในปริญญา ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาเก็บ แต่ใช้ภาษาสากลว่า การเก็บกู้เพื่อมนุษยชาติ แต่ในทางปฏิบัติคือเจอที่ไหนไม่ต้องมาบอกว่าเป็นของใคร แต่ใครเจอเก็บก่อนเลย อันนี้คือสิ่งที่ไทยทํามา เพราะฉะนั้นเราก็เข้าไปเก็บ เก็บแต่ของเขาเพราะประเทศไทยเราไม่มีนโยบายวางทุ่นระเบิด พอเก็บไป มันไม่ใช่ที่วางไว้สมัยคอมมิวนิสต์ ปี 1975 แต่มันเป็นของใหม่ จนดมความสะอาดได้ แม้กระทั่งผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือเอโอที ยังออกเป็นหนังสือยืนยันว่าวัตถุระเบิดนี้เพิ่งมาวาง

ไม่มีการต่อรองทางธุรกิจ

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมีโอกาสไปที่ฐานแนวชายแดน ถามว่าอันตรายไหม ก็อันตรายแต่พอประเมินได้ ก็ไปเห็นของจริง มันก็ใหม่จริง เมื่อนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย โทรมา นายโดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โทรมา บอกว่าของเก่า ก็บอกเห็นรึยัง ตนจับมาแล้ว ดมมาแล้ว มันมีจุดที่ตนสามารถยืนยัน และตนเป็นนายกฯของไทยไม่พูดมั่วอยู่แล้ว ตนไม่ใช่เจรจาต่อรองธุรกิจ อันนี้เจรจาบนอธิปไตยของไทย บูรณภาพของแผ่นดิน ตอนนี้ของจริงมีหลักฐานจริง มีข้อเท็จจริงที่เอามาพูด เหมือนกับตอนเราชกกัน ทุกคนก็บอกแยกๆๆ อย่าไปโกรธกัน ท่านอย่าทะเลาะกัน ซึ่งคุณไม่ใช่คู่กรณี

เมื่อถามว่า ความแปลกคือขาหนึ่งเขาพยายามเจรจากับเรา ผ่านทางจีบีซี อีกขาหนึงก็ยกหูไปหาสิ่งที่เขาต้องการ นายกฯ ตอบว่า มันจึงไม่จบ คุณคิดว่าเราเป็นคู่กรณีก็คุยกันตรงนี้ นี่คือสิ่งที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ของเราเน้นมาตลอด ย้ำแล้วย้ำอีกว่าเรื่องนี้ ปัญหาคือทวิภาคุณกับผม ซึ่งการประชุมจีบีซีครั้งนี้ถ้ายังไม่จบ แล้วตกลงกันไม่ได้ ประเทศไทยต้องมีกรอบ มีเงื่อนไขของเรา เพราะเราไม่ใช่คนละเมิด แต่เราถูกละเมิด เราจึงต้องมีกรอบของเราว่าต้องเริ่มจากตรงนี้ ซึ่งมีข้อเสนอว่าให้กลับไปที่เดิม แต่มันกลับไปที่เดิมไม่ได้ เพราะเราได้เข้าไปสถาปนาอธิปไตย คํานี้เพราะ ตนชอบคํานี้มาก ประเทศไทยได้ไปสถาปนาอธิปไตยบนพื้นที่ที่เรามั่นใจว่าเป็นพื้นที่ของเรา ฉะนั้นการดําเนินการใด ๆ ก็แล้วแต่ ต้องเริ่มจากจุดนี้เป็นต้นไป ไม่ใช่ว่าสถาปนาอธิปไตยแล้วถอยกลับมา ๆ มันไม่ใช่ ไม่ได้

สถาปนาอธิปไตยได้แล้ว

เมื่อพิธีกรถามว่า กรณีชายแดนไทย-กัมพูชาเบ็ดเสร็จคงไม่ยืดเยื้อไปถึงตอนเลือกตั้งในเดือนก.พ.69 ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนอยากให้มันจบวันนี้ด้วยซ้ำ แต่ประเทศไทยเรา ตนยังยืนยันประเทศไทยเราไม่ได้เป็นตัวปัญหา เพราะฉะนั้น ขอยกตัวอย่าง ทางกองทัพเขาแถลงชัดเจนว่าเขาสถาปนาบูรณภาพแห่งดินแดนได้แล้วตรงนั้นตรงนี้ เป็นไปตามที่เขามีเจตนารมณ์ไว้ เรียกคืนอธิปไตยให้กับราชอาณาจักรไทยแล้ว ถ้าฝั่งคู่กรณีเราต้องการยุติ เราก็ไม่ได้เสียอะไรแล้ว ก็ยุติกัน ยุติได้ ที่ผ่านมาที่มันจบไม่ได้เพราะเราเสียไปเราถูกยึดเอาไปเราถูกครอบครองไปอย่างนี้เป็นต้น แต่พอเรากำหนดจุดว่าตรงนี้ต้องเป็นของเรา แล้วครอบครองกลับมา ถ้าเขาจะจบตรงนี้ เราก็จบได้

พิธีกรถามว่า ประชาชนอยากได้รั้วในแนวเขตต่างๆท่านมองเรื่องนี้อย่างไร นายกฯกล่าวว่า ทางกองทัพเตรียมไว้อยู่แล้ว แต่คงไม่ใช่เป็นกำแพงที่ยาว เป็นเรื่องของการทหารและเรื่องของกองทัพ ซึ่งกองทัพมีความชัดเจนตรงนี้อยู่แล้วรัฐบาลไม่มีปัญหาตรงนี้ หากเป็นความต้องการของประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน เพราะในบางจุดเขาต้องการความสบายใจว่าเขาจะไม่ถูกคุกคาม แต่กำแพงนี้ถามว่ามันดีไหมมันก็ดี แต่ในมิติของพรรคภูมิใจไทยไม่ได้หมายถึงกำแพงที่เอาอิฐมาก่อเป็นทางยาวๆ แต่ขอใช้คำว่ารั้วของชาติ ซึ่งหากกำหนดนโยบายเกี่ยวกับความมั่นคง การสร้างรั้วของชาติ คือ การยกเลิกการเกณท์ทหาร แล้วใช้ทหารอาสาทุก 4 ปี 1 แสนคนมีเงินเดือน ฝึกอาชีพ ฝึกทักษะทางการทหารให้เขาสามารถมีทั้งความรู้ เรียนภาษาอังกฤษใช้ในการดำรงชีวิตเมื่อเขาปลดประจำการ ถ้าเราได้คนเหล่านี้เข้ามา ซึ่งมีอยู่แล้วคนที่สมัครใจ เราจะเปลี่ยนจากคำว่าทหารเกณฑ์ เป็นทหารอาสา 4 ปี ส่วนรั้วอีกอันคือการทำให้ระบบสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติและและอาชญากรรมเทคโนโลยีทั้งหลายไม่มีโอกาสใช้แนวชายแดนเป็นแหล่งประกอบอาชญากรรมต่างๆ เราก็ทำอยู่ตอนนี้ ย้ำว่าเรื่องของกำแพงเห็นชัดเจนว่าจะต้องสร้างกำแพงตั้งแต่เราปิดด่านชายแดนราคาพืชผลทางการเกษตรสูงขึ้นมันสำปะหลังสูงขึ้น ข้าวสูงขึ้น เพราะไม่มีของจากต่างประเทศเข้ามา

เชื่อนานาชาติคงเข้าใจ

“รัฐบาลให้การสนับสนุนเรื่องที่ทหารเสนอขึ้นมาและรัฐบาลรับได้ เหล่าทัพก็ฟังข้อกังวลและฟังแนวทางของรัฐบาล เพราะรัฐบาลมีภาระต้องอธิบายให้นานาชาติเข้าใจและดำเนินการทางการทูต ซึ่งในปัจจุบันการทำงานของรัฐบาลและกองทัพไปได้ด้วยดี เข้าใจกันดี สนับสนุนซึ่งกันและกัน ฉะนั้นการดำเนินการจึงไปในทางเดียวกัน แต่ในทางปฏิบัติเรื่องการปกป้องพื้นแผ่นดิน ผมจะไปบอกว่าต้องไปทำอย่างนี้อย่างนั้นมันเป็นไปไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องที่กองทัพดำเนินการและตัดสินใจได้เลย“นายอนุทิน กล่าว

พิธีกรถามว่า หากรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาโทรศัพท์มาบอกว่าให้นายกฯหยุดยิงนายอนุทิน กล่าวว่า ต้องนายฮุน มาเนต โทรศัพท์มาไม่ใช่คนอื่นโทรศัพท์มา อันนี้เป็นเรื่องทวิภาคีเรื่องความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ถือว่าการปฏิบัติการดำเนินการทุกอย่างต้องให้ถือเป็นระดับทวิภาคี คือ 2 ประเทศคนอื่นประเทศที่ 3-4 เราฟัง พิจารณาแต่ในที่สุดก็ต้องพูดคุยกันระหว่างผู้นำของสองประเทศและเรารู้ว่าเราต้องทำอย่างไร เพราะเป็นเรื่องของเพื่อนบ้านกันขอคุยกันเองดีกว่า

ยันกองทัพใดไม่เคยยิงมั่ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยัง ชี้แจงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลไทยไม่ทำลายปอยเปตทั้งที่มีโอกาส เพราะมีนักการเมืองเป็นเจ้าของกาสิโนที่ปอยเปต หรือแม้แต่มีเรื่องสแกมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ว่า ปอยเปตก็ถูกเราโจมตีเหมือนกัน และอีกหลายที่ด้วย เพราะทางการทหารถือว่าเป็นเป้าหมายที่เป็นภัยต่อความมั่นคงต่อประเทศเรา อย่าไปมองว่าเป็นอาคาร โรงแรม บ่อนหรือกาสิโน ในนั้นบางที่เป็นเปลือกครอบศูนย์ปฏิบัติการสแกมเมอร์ เอาไว้ควบคุมอาวุธร้ายแรง ไม่ใช่ว่าทางกองทัพอยากจะยิงไปที่ไหนโดยไม่สนใจเป้าหมาย เราไม่เคยยิงมั่ว แต่ตอบโต้ไปยังจุดที่ถ้าเราทิ้งจุดนั้นไว้ประเทศเราจะเป็นอันตราย วันนี้ตนเป็นนายกฯ กล้าพูดว่ารัฐบาลที่มีตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล จะไม่มีความเกรงใจ เกรงกลัวใดๆ ต่อการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือสแกมเมอร์แม้แต่น้อย ตนคิดว่าจะได้อยู่ 4 เดือนแต่จริงๆอยู่ได้ 2 เดือนกว่า ก็ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่

ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกองทัพ ร่วมกันใช้มาตรการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์เต็มที่ ทั้งยึดอายัดทรัพย์สินประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง ถอนสัญชาติคนที่ไม่พึงประสงค์หลายคน เพราะมีความพัวพันกับสแกมเมอร์ ซึ่งกรณีนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ ยังไม่ได้สัญชาติไทย และรัฐบาลยังไม่ได้ให้สัญชาติ ยืนยันว่า เรื่องนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเต็มที่

“ถ้าเรามีความเกรงใจหรืออยู่ภายใต้อิทธิพลอาชญากรเหล่านี้ เราคงทำไม่ได้ถึงขนาดนี้ วันนี้สิ่งที่ฝ่ายประจำต้องการคือได้รับการสนับสุนนจากรัฐบาล ไม่ใช่ไปเทเขา แต่ต้องให้ความเชื่อมั่น และช่วยเสริมศักยภาพ จึงออกมาแบบที่เห็นว่าไม่เคยมีการดำเนินการได้มากขนาดนี้มาก่อน ผมไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ แต่มอบนโยบายให้ปราบให้สิ้นซาก มีคำว่าปิดชื่อดูพฤติกรรม เพราะถ้าเห็นชื่อก่อนคนจะวิ่งหนีไม่อยากทำ แต่รัฐบาลผมไม่มีคำว่าการเมือง มีแต่คำว่าผิดกฎหมายหรือถูกกฎหมาย เปิดมาแจ็คพอตคนไหนสำนวนไปถึงก็ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ไม่เคยมีโทรศัพท์จากใครในแวดวงของผมที่จะโทรมาบอกเบาๆหน่อย ช้าๆหน่อย ไม่มีโทรมาขอ เพราะเขาทราบดีว่าเรื่องขอแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น และผมไม่เคยรู้สึกหนักใจไม่เคยกลุ้มใจนอนไม่หลับว่าขอมาแล้วไม่ทำให้ เพราะผมวางตัวว่าคนที่จะมาขอผมเรื่องแบบนี้ อย่าดีกว่าเพราะเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลนี้ไม่มีคำว่าการเมือง มีแต่คำว่าผิดกฎหมาย และถูกกฎหมาย” นายกฯ กล่าว

อะไรที่เป็นของเราก็คือของเรา

นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ติดตามความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา(จีบีซี)ว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีพล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะประธานเลขานุการ จีบีซีฝ่ายไทย กำลังเจรจาอยู่ ซึ่งเรียนกลับมาว่าหากทุกอย่างเรียบร้อย ก็จะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมสมช. เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สามารถไปร่วมลงนามได้

เมื่อถามว่าจะได้ข้อสรุปหรือไม่ เพราะทางกัมพูชาต้องการจะให้เข้าไปสู่ข้อตกลงเดิมในปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ นายอนุทิน กล่าวว่า ข้อตกลงปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ไม่มีอะไรที่เสียหาย เช่น การถอนทหาร ถอนจุดไหน ถอนอย่างไร ก็ได้ให้นโยบายไปว่า ฝ่ายไทยไม่ได้เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ แต่ไทยถูกยิงเข้ามาตลอด เพราะฉะนั้นการถอน การหยุด ก็ขอสงวนสิทธิ์ในการดูว่า กัมพูชาถอนไปสักพักหนึ่ง ไทยก็จะถอน

เมื่อถามต่อว่าหากยึดตามข้อตกลงปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ฝ่ายไทยต้องมีการถอนกำลังมาสู่พื้นที่ที่เรายึดได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีตรงไหนที่มีการเขียนแบบนั้น เราไม่ได้ยึด แต่เราสถาปนาความมั่นคงและอธิปไตย สถาปนาบูรณภาพแห่งแผ่นดินบนพื้นที่ของเรา พร้อมบอกว่า สื่อจะถามแบบนี้ไม่ได้ ถามแบบนี้ประชาชนเข้าใจผิดทั้งหมดเลย แล้วจะทำให้การเจรจาลำบาก อะไรเป็นของเราก็ต้องเป็นของเรา

เมื่อถามอีกว่าการในช่วงประชุมจีบีซีกัมพูชาก็ยังมีการเข้ามาวางทุ่นระเบิดบริเวณประสาทตาควา ที่ไทยสถาปนาพื้นที่แล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า กัมพูชาวางไว้นานแล้ว มันถึงอยู่ในข้อ 2 ของข้อตกลงปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ที่จะต้องมีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขออย่าไปย้ำเพราะเราไม่ต้องการเสียพื้นที่แม้แต่นิ้วเดียว อย่าว่าแต่ขาเลย นี่คือสิ่งที่เราแสดงความเป็นประเทศไทยอยู่ ไม่ใช่ว่าอยากจะทำอะไรก็ทำ

ประชุม GBC ที่จันทบุรี

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย–กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568 ที่ จ.จันทบุรี

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ก่อนเริ่มการประชุมในช่วงเช้า พลตรี แยม โบราเดน ได้ขอเจรจาเป็นการส่วนตัวกับ พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ในฐานะประธานฝ่ายเลขานุการ GBC ฝ่ายไทยก่อน การสรุปผลการหารือที่ผ่านมา เพื่อนำไปสู่การจัดทำร่าง MOU ร่วมกัน

โดยการประชุมได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เมื่อประมาณ 13.00 น.โดยทางฝ่ายกัมพูชาได้นําร่างแก้ไขข้อตกลงซึ่งมีการแก้ไขกันไปมา จนได้ฉบับที่6 มาเสนอให้กับฝ่ายไทยก่อนเดินทางกลับไป ส่วนฝ่ายไทยจะนําข้อเสนอดังกล่าวส่งมาให้ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)

สําหรับเนื้อหาสาระในร่างแก้ไขข้อตกลงฉบับที่ 6 ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ โดยรอที่ประชุม สมช.อนุมัติ

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่า เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้รอรับ การลงนามระหว่าง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม และ พล.อ.เตีย เซรยฮา รมว.กลาโหมกัมพูชา ในวันที่ 27 ธ.ค.

ในขณะที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาจะเปลี่ยนสถานที่การแถลงข่าว ไปยังสถานที่จัดประชุม จ.จันทบุรี เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหยุดยิงจะเกิดขึ้นในวันที่ 27ธ.ค.และติดตามผล 72 ชั่วโมง ภายหลัง กัมพูชาได้ประกาศหยุดยิงก่อน ในที่ประชุม รมว.ต่างประเทศ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา

“บิ๊กเล็ก”ปิดปากลงนามจีบีซี27ธ.ค.

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวก่อนประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถึงการประชุมสมช.ในวันนี้จะได้ข้อสรุปก่อนที่จะเดินทางไปลงนามกับฝ่ายกัมพูชา ภายหลังทราบผลการประชุมของฝ่ายเลขาฯในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่จ.จันทบุรี ในวันที่ 27 ธ.ค. นี้หรือไม่ ว่า “น่าจะรู้ว่าผมไม่พูด”