วันวิชิต กางแผนลับ ทำไมไทยต้องไปเจรจาที่จันทบุรี?

วันวิชิต กางแผนลับ ทำไมไทยต้องไปเจรจาที่จันทบุรี?

วันวิชิต กางแผนลับ ทำไมไทยต้องไปเจรจาที่จันทบุรี?

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 22.10 น.

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง ที่ปรึกษารมว.กลาโหม ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก “Wanwichit Boonprong” ระบุว่า  ขออธิบายตรงนี้ ถ้าเราดึงดันไม่เข้าเวทีเจรจาในวันพรุ่งนี้ที่จันทบุรีตามที่หลายฝ่ายกังวล  ซึ่งเป็นไปตามที่อาเซียนแนะนำและเป็นข้อเสนอของไทยเองด้วย 

ตรงนี้จะเข้าทางเขมร เขมรมีแผนจะข้ามขั้นตอน ไปร้องบีบให้ชาติมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซงตามเกมที่เขมรวางแผนทันที (ตรงนี้เขาก็กำลังทำอยู่แล้ว) การลงนามจะลงนามหรือไม่ ไม่ใช่แค่เพียง การสร้างหลักฐานและเงื่อนไขให้อยู่ในกรอบทวิภาคี  โดยที่ชาติอื่นจะมาแทรกแซงไม่ได้ครับ เป็นการกันที่ไม่ให้ใครมายุ่ง  ถ้าเขมร ไม่ทำตามข้อเสนอ หยุดยิง 72 ชั่วโมง เราก็ยิ่งมีความชอบธรรมมากขึ้นไปอีกที่จะจัดการให้สิ้นสภาพทางทหารได้ระดับลึกมากขึ้น หมายความว่าเราเสนอแนวทางให้เขมรแล้ว แต่ไม่เอา ซึ่งหากลงนามไปแล้ว เขมรไม่ยอมปฏิบัติจริง ถือว่าเขมรอยากเล่นเกมหายนะเอง 

ป.ล. กลาโหมและกองทัพ จะไม่ยอมให้การเสียสละชีพของทหารไทยต้องสูญเปล่า 

ทูตนริศโรจน์ ฟาดพวกรู้มาก! ยัน หยุดยิง คือยุทธวิธี ไม่ใช่ หงอ ชี้ถ้าเขมรเบี้ยว เจอเอาคืนสาสมแน่

ทูตนริศโรจน์ ฟาดพวกรู้มาก!  ยัน หยุดยิง คือยุทธวิธี ไม่ใช่ หงอ ชี้ถ้าเขมรเบี้ยว เจอเอาคืนสาสมแน่

ทูตนริศโรจน์ ฟาดพวกรู้มาก! ยัน หยุดยิง คือยุทธวิธี ไม่ใช่ หงอ ชี้ถ้าเขมรเบี้ยว เจอเอาคืนสาสมแน่

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.43 น.

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 นริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโบโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า  ในทางยุทธวิธีทางการทูต + การทหาร มันก็ต้องมียืดหยุ่นบ้างไปตามบริบทของสถานการณ์ เช่น กรณีหยุดยิง 72 ชม. มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเมื่อมีการสู้รบในพื้นที่ต่างๆทั่วโลก  ไม่ใช่เราไป หงอ หรือ ยอมแพ้ เขา 

สงครามอิสราเอลกับปาเลสไตน์  รัสเซียกับยูเครน ก็เคยมีแผนเสนอหยุดยิงมาแล้วเช่นกัน  อเมริกา อิสราเอล รัสเซีย จีน อินเดีย ปากีสถาน เขาก็ทำกัน 

ส่วนถ้าเราไม่ดูทางลม ไม่ยืดหยุ่นบ้าง จากที่เคยได้เปรียบ ก็อาจจะถูกมองว่าเรากร้าวร้าว กระหายสงครามมากเกินไป 

รำคาญ พวกที่ไม่เข้าใจบริบทแบบนี้ ตะบึงตะบันจะให้ฟาดฟันตลอดเวลา 

และถ้าหากในช่วงหยุดเสนอหยุดยิง ถ้าฝ่ายใดละเมิดก่อความรุนแรงก่อน ข้อเสนอนี้ก็โมฆะทันที  จากนั้นก็ค่อยเข้าแผนเดิม 

ล่าสุด แค่มีข่าวว่าฝ่ายเขมรยิงจรวดลงมาล่าสุดมีทหารพลีชีพอีก 3 นาย  คนในสื่อบางคนที่ทำตัวเป็นผู้สันทัดกรณี รู้มาก ก็ตำหนินรม. ตำหนิทหารทันที 

ในการศึกเยี่ยงนี้ ถ้าไม่รู้จริงๆ ถนอมปากถนอมคำกันบ้างเถอะ

ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเขาไม่รักษาสัญญา ไม่ยอมหยุดยิง นายกก็บอกแล้วว่าเราก็จำเป็นต้องปกป้องและเอาคืนให้สาสมเช่นกัน

สุรเดช เปิดใจ หลังลา พปชร. ลั่นอนาคตยังไม่แน่นอน หากไม่มีพรรคอุดมการณ์ตรงกัน ขอเว้นวรรคไปก่อน

สุรเดช เปิดใจ หลังลา พปชร. ลั่นอนาคตยังไม่แน่นอน หากไม่มีพรรคอุดมการณ์ตรงกัน ขอเว้นวรรคไปก่อน

สุรเดช เปิดใจ หลังลา พปชร. ลั่นอนาคตยังไม่แน่นอน หากไม่มีพรรคอุดมการณ์ตรงกัน ขอเว้นวรรคไปก่อน

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.46 น.

“สุรเดช” ทิ้ง พปชร. หลัง “บิ๊กป้อม” วางมือ บอก ไม่ขอเป็นรองหัวหน้าพรรคให้คนอื่น ระบุ อนาคตยังไม่แน่นอน หากไม่มีพรรคอุดมการณ์ตรงกัน ขอเว้นวรรคไปก่อน 

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ตนได้ยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร. เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคได้วางมือแล้ว ซึ่งตนก็ไม่รู้จะช่วยใคร ตอนที่เข้ามาต้องการที่จะเข้ามาช่วย พล.อ.ประวิตร เห็นว่าเป็นผู้ใหญ่ที่มีอุดมการณ์เหมือนกับตน

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตรมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบิดาตน เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของบิดาตน และเป็นผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือ ตอนที่มาอยู่ก็มีความสบายใจที่มาอยู่กับท่าน แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอาจจะเนื่องด้วยปัญหาสุขภาพและอายุของท่านที่ 81 ปีแล้ว ท่านเลยขอถอนตัว เมื่อ พล.อ.ประวิตรถอนตัว ตนก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องอยู่แล้ว ถือโอกาสถอนตัวตามท่าน 

“เมื่อรับปากกับ พล.อ.ประวิตรไว้ต้องรักษาคำพูด ซึ่งเคยพูดไว้ว่า ถ้า พล.อ.ประวิตรถอนตัวผมจะถอนด้วย เพราะผมคงไม่ไปเป็นรองหัวหน้าพรรคที่หัวหน้าพรรคไม่ใช่ พล.อ.ประวิตร ถ้าเปลี่ยนหัวหน้าพรรคใหม่ผมก็อยู่ไม่ได้ จะอยู่ได้ต่อเมื่อมี พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคเท่านั้น ตอนนี้ยังไม่ได้คิดอะไร และยืนยันที่ออกมาไม่ได้มีปัญหาอะไร  แยกกันด้วยดี”นายสุรเดช กล่าว 

นายสุรเดช กล่าวอีกว่า ตั้งแต่เข้ามาช่วย พล.อ.ประวิตรจนถึงวันนี้ใช้เงินส่วนตัวมาตลอด ไม่เคยเบิกเงินสักบาท ใช้กำลังทรัพย์ตัวเองมาตลอดไม่เคยขอกำลังทรัพย์จาก พล.อ.ประวิตร หรือ พรรคเลย เป็นการทำด้วยความเต็มใจ โดยใช้ทั้งคอนเนกชั่น สรรพกำลัง ความตั้งใจ และเวลา 

นายสุรเดช กล่าวว่า ส่วนอนาคตทางการเมืองต่อจากนี้ส่วนตัวยังไม่แน่ใจ ยอมรับว่าที่ผ่านมามีหลายพรรคมาติดต่อ เนื่องจากรู้จักเกือบทุกพรรค ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจจะไปพรรคไหน อนาคตทางการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ถ้ามีพรรคที่น่าสนใจและมีอุดมการณ์ที่ตนจะทำงานร่วมด้วยได้ ก็ไม่แน่อาจจะตัดสินใจไป แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนเวลาด้วย ถ้าในครั้งนี้เวลาไม่ทันก็ไม่เป็นไร ขอพักไปก่อน เว้นวรรคไปก่อน ไม่มีปัญหา เพราะการเมืองจะเล่นอายุเท่าไหร่ก็ได้ เอาเป็นว่าไปอยู่พรรคไหนต้องมีความสบายใจ 
 

ไอซ์ รัชนก ท้าทายชาวชลบุรี มารวมตัวกันขับไล่ตนเอง พรุ่งนี้

ไอซ์ รัชนก ท้าทายชาวชลบุรี มารวมตัวกันขับไล่ตนเอง พรุ่งนี้

ไอซ์ รัชนก ท้าทายชาวชลบุรี มารวมตัวกันขับไล่ตนเอง พรุ่งนี้

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.32 น.

จากกรณีที่ เพจเฟซบุ๊กข่าวเมืองชล โพสต์ข้อความ ‘พลังคนชลบุรี รวมตัวกันขับไล่ อดีต.สส.คดี 112 โพสต์เฟสบุ๊ก เตรียมป่วน “รองเฮ้ง” วันสมัครเลือกตั้ง.ชลบุรี หยามศักดิ์ศรี คนเมืองชล’ ลงบนโลกออนไลน์เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (26 ธ.ค. 2568) ที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสร้อนระอุบนโลกออนไลน์

ล่าสุดช่วงหัวค่ำของวันนี้ (26 ธ.ค. 2568) ที่ผ่านมา ไอซ์ รักชนก หรือ รักชนก ศรีนอก อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาชน โพสต์ข้อความท้าทายเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องชาวชลบุรีมารวมตัวกันขับไล่ตัวเองในวันพรุ่งนี้

ไอซ์ รักชนก

“อ่าววววว มากันหน่อยพี่น้องเอ้ยยยยยย เชิญชวนพ่อแม่พี่น้องชาวชลบุรีทุกคนเร็ววววว มารวมตัวกันขับไล่ ไอซ์ รักชนก พรุ่งนี้ !!
นัดหมาย รวมพล ณ สถานที่จับเบอร์
– วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568
– เวลา 07.00 – 10.00 น.
– ณ ศาลาประชาคมเทศบาลนครบ้านสวน
– พิกัด: https://maps.app.goo.gl/MHTCAZzRT5LvrHcf8
ปล. ศักดิ์ศรีของเสี้ยเฮ้งมันกลายเป็นศักดิ์ศรีของคนเมืองชลตอนไหนหรอฮะ”

ชาวเน็ตหลายคนที่เห็นการตอบโต้ของ ไอซ์ รักชนก หรือ รักชนก ศรีนอก พรรคประชาชน ถึงกับคอมเมนต์ลงมาให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับประเด็นร้อนแรงที่กำลังเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์นี้

ไอซ์ รักชนก
ไอซ์ รักชนก
ไอซ์ รัชนก

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork

ภูมิใจไทย เปิดรายชื่อผู้สมัครเลือกตั้ง สส.กทม. 33 เขต คนดัง-อดีต สส. เพียบ

ภูมิใจไทย เปิดรายชื่อผู้สมัครเลือกตั้ง สส.กทม. 33 เขต คนดัง-อดีต สส. เพียบ

ภูมิใจไทย เปิดรายชื่อผู้สมัครเลือกตั้ง สส.กทม. 33 เขต คนดัง-อดีต สส. เพียบ

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.32 น.

‘ภูมิใจไทย’ เปิดชื่อ ‘ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.’ ทั้ง 33 เขต ‘คนดัง – อดีต สส.’ เพียบ หลังจับหมายเลขพรุ่งนี้ ไหว้ศาลหลักเมืองเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนลุยแยกย้ายหาเสียง

วันที่ 26 ธันวาคม 2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคภูมิใจไทย ได้เปิดรายชื่อบุคคลที่จะรับสมัครเลือกตั้ง สส. กทม. จำนวน 33 เขต ซึ่งปรากฎชื่อ ดังนี้
เขต 1: นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา 

เขต 2: นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ 

เขต 3: นายสาโรจน์ ต่อเทียนชัย 

เขต 4: นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ 

เขต 5: นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ 

เขต 6: นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ 

เขต 7: รศ.ลลิตา ฤกษ์สำราญ 

เขต 8: นายฤกษ์อารี นานา 

เขต 9: นางสาวณัฐวริณธร บวรภัควุฒิสิริ 

เขต 10: นายรณกร เชียรวิชัย 

เขต 11: นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ 

เขต 12: นางศลิษา สิงหเสนี 

เขต 13: นายศุกล กุลสิงห์ 

เขต 14: นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ 

เขต 15: นายถนอม อ่อนเกตุพล 

เขต 16: นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ 

เขต 17: นายสุขสันต์ แสงศรี 

เขต 18: นายรณชัย สังฆมิตรกุล 

เขต 19: นางสาวกาญจนา ภวัครานนท์ 

เขต 20: นายธนสิทธิ์ เมธพันธุ์เมือง 

เขต 21: นายทวนชัย นิยมชาติ 

เขต 22: นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ 

เขต 23: ดร.สกุลรัตน์ ทิพย์วรรณงาม 

เขต 24: นางสาวเจณิสตา เตชะโสภณมณี 

เขต 25: นายเจริญศักดิ์ มณีรัตนสุบรรณ 

เขต 26: นายโชติพิพัฒน์ เดชะโสภณมณี 

เขต 27: นายศิลปชัย บุญราย 

เขต 28: นางสาวมัญดา อัฐจินดา 

เขต 29: นางสาวธัณยาการย์ เตชะพัฒน์สิริ 

เขต 30: ดร.อำพล ขำวิลัย 

เขต 31: นายธนพล ชื่นพาณิชย์กุล 

เขต 32: นางสาวศุภิกา พัฒน์ธนันภู 

เขต 33: นายอรรทิดย์ฌาณ คูหาเรื่องรอง

ทั้งนี้ในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ เวลา 06.30 น. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี  เหรัญญิกพรรค หัวหน้าทีม กทม. พร้อมด้วยนายเอกนัฏพร้อมพันธุ์  และ นายเกรียงยศ สุดลาภา ผู้รับผิดชอบ การเลือกตั้ง พื้นที่ กทม. พรรคภูมิใจไทย  จะนำ ผู้สมัครสส.กทม. ทั้ง 33 เขต  สมัครรับเลือกตั้ง ที่ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชน กรุงเทพมหานคร  ไทย- ญี่ปุ่น   

ทั้งนี้ หลังจากที่ผู้สมัครได้หมายเลขเรียบร้อยแล้ว  ทีมของพรรคภูมิใจไทย จะได้เดินทางไปสักการะขอพรยังศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร  ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปหาเสียง

‘อนุทิน’ลั่นถ้าหยุดยิงครบ 72 ชม. เดินหน้าปฏิญญาต่อ กร้าวลงนามครั้งนี้ต้องหยุดยิงทันที

'อนุทิน'ลั่นถ้าหยุดยิงครบ 72 ชม. เดินหน้าปฏิญญาต่อ กร้าวลงนามครั้งนี้ต้องหยุดยิงทันที

‘อนุทิน’ลั่นถ้าหยุดยิงครบ 72 ชม. เดินหน้าปฏิญญาต่อ กร้าวลงนามครั้งนี้ต้องหยุดยิงทันที

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.31 น.

‘อนุทิน’ลั่นถ้าหยุดยิงครบ 72 ชม. เดินหน้าปฏิญญาต่อ กร้าวลงนามครั้งนี้ต้องหยุดยิงทันที บอกคุย’ฮุน มาเนต’ไม่เป็นตามคำพูด 

 วันที่ 26 ธ.ค.2568 เวลา 17.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ว่า การประชุมวันนี้นอกจากประชุม สมช.แล้ว ยังเป็นการประชุม คณะรัฐมนตรีตามมาตรา 8 ของพ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน โดยที่ประชุมมีมติให้รมว.กลาโหมไปร่วมประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไป(จีบีซี) กับรมว.กลาโหมกัมพูชา วันที่ 27 ธ.ค. ที่จ.จันทบุรี ซึ่งจะยังคงอยู่ในกรอบของปฏิญญาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ใน 4 ข้อหลัก ถ้ารมว.กลาโหลม ตกลงกันที่ทำให้ยอมรับกันได้ ส่วนที่จะลงนามก็จะอยู่ในซึ่งจะเรียกอะไรไม่สำคัญ แต่ความสำคัญคือต้องไม่รุกรานยั่วยุและลดความเป็นภัยต่อความมั่นคง ซึ่งพล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ในฐานะเลขา จีบีซี ได้หารือมาสองวันแล้ว และได้รายงานให้ทราบถึงแนวโน้มที่ดีถ้าเป็นไปอย่างที่ท่านว่าก็น่าจะหาข้อยุติที่ดี ที่ทำให้ประเทศไทยยังดำรงอธิปไตยและสถาปนาบูรภาพแห่งดินแดงตามจุดที่เป็นเป้าหมาย ที่กองทัพกำหนดไว้ได้ เมื่อถามว่าข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมงเรารับได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้อกำหนดที่ประเทศไทยขอให้เขายอมรับ และถ้าทำได้เราก็จะพิจารณาปล่อยทหารที่เราควบคุมไว้ 

เมื่อถามว่ามีคนตั้งคำถามว่าไว้ใจกัมพูชาได้มากแค่ไหน นายอนุทิน กล่าวว่า เรามีความพร้อม ถ้าจะไปบอกคุณต้องรักษาสัญญาเราทำมากี่รอบแล้ว แต่ในวันนี้เราต้องถามว่าประเทศไทยได้สิ่งที่ตัวเองต้องการในเบื้องต้นแล้วหรือยัง ซึ่งกองทัพได้รายงานว่าบรรลุเป้าหมายการประกาศบูรณภาพแห่งดินแดนแล้ว เมื่อเราควบคุมดินแดนต่างๆที่เคยไม่ใช่ของเราได้ก็สามารถที่คุยกับเขาได้ และสิ่งที่ร่างมาครั้งนี้ตนได้สอบถามว่ากัมพูชาเห็นและยอมรับแล้วใช่หรือไม่ก็ได้รับรายงานว่านี้คือของล่าสุดที่เพิ่งออกมาเห็นตรงกันแล้วก็นับจากวันนี้

เมื่อถามว่า นายฮุนมาเนต นายกฯกัมพูชา โอเคในร่างที่จะลงนามนี้แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อันนี้ถือเป็นการพูดคุยในระดับตัวแทนรัฐบาล ไม่ทราบว่ากัมพูชาได้รับความเห็นชอบนี้จากไหน แต่ถ้ามีการลงนามโดยตัวแทนรัฐบาลในวันที่ 27 ธ.ค. ไว้ใจไทยได้แน่นอนว่ารักษาข้อตกลงเสมอ และขอให้การลงนามครั้งนี้เป็นการลงนามครั้งสุดท้าย จะได้เกิดสันติภาพในทันที่ประชาชนจะได้กลับบ้าน

เมื่อถามว่าระหว่าง 72 ชม.ที่หยุดยิงหากมีทหารไทยเหยียบกับระเบิดอีก นายอนุทิน กล่าวว่า กองทัพต้องรักษาอธิปไตย เรื่องการเจรจาก็ต้องเจรจา หากการเจรจามีข้อตกลงมันก็มีไทม์ไลของมันอยู่ ที่ผ่านมาเมื่อลงนามแล้วหยุดยิงหลังจากนั้น 6 ชั่วโมงตนไม่ยอม ครั้งนี้หากลงนามแล้วก็ต้องหยุดยิง ณ เวลานั้นต่างคนต่างฝ่ายต้องหันไปสั่งการว่าให้ดำเนินการตามนั้นเราก็ต้องเริ่มจากจุดนี้ก่อน เมื่อถามว่าเราเชื่อใจกัมพูชาได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวไม่ตอบคำถามดังกล่าว

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายฮุน มาเนต บ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ตั้งแต่มีเหตุระลอกล่าสุดยังไม่ได้คุย เพราะผมไม่ยอมคุยแล้วเนื่องจากคุยแล้วไม่เห็นอย่างที่พูด ผมคุยล่าสุดตอนที่เราเซ็นปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ วันที่ 26 ต.ค. ก็พยายามพูดคุยกันว่าจะไปทำให้ทุกอย่างให้เป็นไปตามปฏิญญา แต่พอมันเกิดเบรกขึ้นมาเราก็ต้องมาว่ากันใหม่ ตัวผมไม่ได้คุยแต่มีคณะกรรมการจีบีซีและเจบีซีพูดคุยอยู่” เมื่อถามว่าระยะเวลา 72 ชั่วโมง หากมีการยิงมาจากกัมพูชา เราตอบโต้ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า แน่นอนเราใช้กฎแห่งการปะทะเป็นกติกาที่เราต้องดำเนินการฉะนั้นมันยังมีกลไกที่ยังทำให้เราสามารถรักษาธิปไตยและปกป้องดินแดนของเราได้อย่างเต็มที่ประชาชนไม่ต้องกังวล

ไปอีกราย! สุรเดช ยะสวัสดิ์ ลาออกพลังประชารัฐ อ้างลุงป้อมไม่อยู่ ตนก็ไม่ขออยู่

ไปอีกราย! สุรเดช ยะสวัสดิ์ ลาออกพลังประชารัฐ อ้างลุงป้อมไม่อยู่ ตนก็ไม่ขออยู่

ไปอีกราย! สุรเดช ยะสวัสดิ์ ลาออกพลังประชารัฐ อ้างลุงป้อมไม่อยู่ ตนก็ไม่ขออยู่

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.22 น.

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 มีรายงานว่า นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขอลาออกจากพรรค ตาม ธีรชัย ภูวนารถนรานุบาลและนายวัน อยู่บำรุงไปอีกคนอ้างเหตุ ลุงป้อมไม่อยู่ ตนก็ไม่ขออยู่

ปชป.ปักธงภาคตะวันออก สาธิต ประกาศพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ทำ คนไทยหายจน

ปชป.ปักธงภาคตะวันออก สาธิต ประกาศพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ทำ คนไทยหายจน

ปชป.ปักธงภาคตะวันออก สาธิต ประกาศพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ทำ คนไทยหายจน

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.07 น.

ปชป.ปักธงภาคตะวันออก! “สาธิต ปิตุเตชะ” ประกาศพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ระยอง จันทบุรี ตราด ชูทีมผู้สมัครคุณภาพ ตั้งเป้ายกระดับเศรษฐกิจตะวันออกให้ “คนไทยหายจน”

26 ธันวาคม 2568 ที่ โรงแรมโนโวเทล ระยอง สตาร์ พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าเต็มกำลังสู่สนามเลือกตั้งภาคตะวันออก โดย นายสาธิต ปิตุเตชะ ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศปักธงการเมืองในพื้นที่จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อย่างเป็นทางการ ยืนยันความพร้อมของพรรคในการต่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งสำคัญ ด้วยทีมผู้สมัครที่ผ่านการคัดสรรอย่างเข้มข้น มีความรู้ ความสามารถ และผูกพันกับพื้นที่อย่างแท้จริง ในโอกาสนี้ยังมีท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ให้เกียรติเข้ามาให้กำลังใจ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมผลักดัน เศรษฐกิจ 3 ขา ระยอง จันทบุรี ตราด ทำให้คนไทยหายจน 

นายสาธิต เปิดเผยว่า การคัดสรรผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์ในภาคตะวันออกครั้งนี้ พรรคให้ความสำคัญกับ “คุณภาพมาก่อนปริมาณ” โดยคัดเลือกจากบุคคลที่มีศักยภาพเฉพาะด้าน เพื่อสร้าง “ทีมระยอง ทีมจันทบุรี  ทีมตราด” ให้ทำงานเชื่อมโยงกันเป็นพลังเดียวของภาคตะวันออก ทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การค้าและพาณิชย์ การท่องเที่ยว สุขภาพ กฎหมาย และอุตสาหกรรมอาหาร

“ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์แต่ละคน ไม่ได้มาเพียงเพื่อลงเลือกตั้ง แต่ถูกคัดสรรมาเพื่อทำงานเป็นทีม เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มมูลค่าสินค้าในท้องถิ่น ส่งเสริมผู้ประกอบการ เกษตรกร และนักธุรกิจในพื้นที่ ให้สามารถแปรรูป เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” นายสาธิต กล่าว

นายสาธิต ย้ำว่า เกณฑ์การคัดเลือกผู้สมัครในครั้งนี้ พรรคพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ ความผูกพันกับพื้นที่ และความเป็นคนทำงานที่ยืนอยู่ข้างประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง เป็นบุคคลที่ประชาชนรู้จัก เชื่อถือ และพึ่งพาได้ พร้อมการันตีว่า ผู้สมัครทั้ง 9 คนของทีมภาคตะวันออก ล้วนเป็นบุคคลที่มีศักยภาพสูง และสามารถเป็นความหวังในการแก้ปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายสาธิต ยังกล่าวด้วยความมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เตรียมความพร้อมมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านตัวบุคคล นโยบาย และการทำงานเชิงพื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนและความสำคัญจากผู้บริหารพรรคอย่างเต็มที่ เนื่องจากภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ ทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว

“พรรคประชาธิปัตย์พร้อมยกระดับภาคตะวันออกของไทย ให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และพร้อมทวงคืนที่นั่ง สส. ในภาคตะวันออกกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรี ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นและไว้วางใจพรรคประชาธิปัตย์” นายสาธิต กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับรายชื่อผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์ ภาคตะวันออก มีดังนี้

จังหวัดระยอง
เขต 1 : นายไพศาล เรืองฤทธิ์ (ทนายไพศาล)
เขต 2 : นายวีรยุทธ อนุจิตรอนันต์ (เอก)
เขต 3 : นายพศิน ปิตุเตชะ (กล้า)
เขต 4 : นายศราวุธ หลำเจริญ (ทนายวุธ)
เขต 5 : นายมานิฏฐ์ เล็กโล่ง (ทนายโก๋)
จังหวัดจันทบุรี
เขต 1 : ทันตแพทย์ อิทธิพล จังสิริมงคล (หมอตี๋)
เขต 2 : นายสิรวิชญ์ กิตติวงศา (เชฟเต้อ)
เขต 3 : นายกฤตนัน เย็นสำราญ (หมอเอ)

จังหวัดตราด
นายปรีชาวิชญ์ ฉิมผกา (สจ.ฉิม)

‘อนุทิน’ขอรอฟังผลเจรจา GBC ก่อนนำเข้าที่ประชุมสมช. วันนี้ ลั่นอะไรเป็นของเราก็ต้องเป็นของเรา

'อนุทิน'ขอรอฟังผลเจรจา GBC ก่อนนำเข้าที่ประชุมสมช. วันนี้ ลั่นอะไรเป็นของเราก็ต้องเป็นของเรา

‘อนุทิน’ขอรอฟังผลเจรจา GBC ก่อนนำเข้าที่ประชุมสมช. วันนี้ ลั่นอะไรเป็นของเราก็ต้องเป็นของเรา

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.58 น.

‘อนุทิน’ขอรอฟังผลเจรจา GBC ก่อนนำเข้าที่ประชุมสมช. วันนี้ ฉุนสื่อถามต้องถอนกำลังออกจากพื้นที่ที่ยึดได้หรือไม่ ลั่นไทยกำลังสถาปนาบูรณภาพแห่งดินแดน บอกอะไรเป็นของเราก็ต้องเป็นของเรา 

เมื่อเวลา 13.55 น.วันที่ 26 ธ.ค.2568 ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ติดตามความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีพล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะประธานเลขานุการ จีบีซีฝ่ายไทย กำลังเจรจาอยู่ ซึ่งเรียนกลับมาว่าหากทุกอย่างเรียบร้อย ก็จะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมสมช. เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สามารถไปร่วมลงนามได้

เมื่อถามว่าจะได้ข้อสรุปหรือไม่ เพราะทางกัมพูชาต้องการจะให้เข้าไปสู่ข้อตกลงเดิมในปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ นายอนุทิน กล่าวว่า ข้อตกลงปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ไม่มีอะไรที่เสียหาย เช่น การถอนทหาร ถอนจุดไหน ถอนอย่างไร ก็ได้ให้นโยบายไปว่า ฝ่ายไทยไม่ได้เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ แต่ไทยถูกยิงเข้ามาตลอด เพราะฉะนั้นการถอน การหยุด ก็ขอสงวนสิทธิ์ในการดูว่า กัมพูชาถอนไปสักพักหนึ่ง ไทยก็จะถอน

เมื่อถามต่อว่าหากยึดตามข้อตกลงปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ฝ่ายไทยต้องมีการถอนกำลังมาสู่พื้นที่ที่เรายึดได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีตรงไหนที่มีการเขียนแบบนั้น เราไม่ได้ยึด แต่เราสถาปนาความมั่นคงและอธิปไตย สถาปนาบูรณภาพแห่งแผ่นดินบนพื้นที่ของเรา พร้อมบอกว่า สื่อจะถามแบบนี้ไม่ได้ ถามแบบนี้ประชาชนเข้าใจผิดทั้งหมดเลย  แล้วจะทำให้การเจรจาลำบาก อะไรเป็นของเราก็ต้องเป็นของเรา 

เมื่อถามอีกว่าการในช่วงประชุมจีบีซีกัมพูชาก็ยังมีการเข้ามาวางทุ่นระเบิดบริเวณประสาทตาควา ที่ไทยสถาปนาพื้นที่แล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า กัมพูชาวางไว้นานแล้ว มันถึงอยู่ในข้อ 2 ของข้อตกลงปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ที่จะต้องมีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขออย่าไปย้ำเพราะเราไม่ต้องการเสียพื้นที่แม้แต่นิ้วเดียว อย่าว่าแต่ขาเลย นี่คือสิ่งที่เราแสดงความเป็นประเทศไทยอยู่ ไม่ใช่ว่าอยากจะทำอะไรก็ทำ 

อนุทิน ย้ำยึดโหวตเตอร์ ขออย่ากล่าวหาพรรคไหนใช้ทุนเทา ลั่นถ้ามีแก้ ม.112 ไม่มีภูมิใจไทย

อนุทิน ย้ำยึดโหวตเตอร์ ขออย่ากล่าวหาพรรคไหนใช้ทุนเทา ลั่นถ้ามีแก้ ม.112 ไม่มีภูมิใจไทย

อนุทิน ย้ำยึดโหวตเตอร์ ขออย่ากล่าวหาพรรคไหนใช้ทุนเทา ลั่นถ้ามีแก้ ม.112 ไม่มีภูมิใจไทย

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.50 น.

’อนุทิน‘ย้ำยึดโหวตเตอร์ ขออย่ากล่าวหาพรรคไหนใช้ทุนเทา หลังหลายพรรคปฏิเสธร่วมงาน ‘ธรรมนัส’ยันไม่เคยคิดเป็นคู่แข่ง ‘เท้ง’ขอแข่งกับตัวเอง  ทำนโยบายกวาดสส.ทะลุ 100 เก้าอี้ โต้นิทานหลอกเด็ก ชี้ม.112 เกิดก่อนปชน. ไม่ตอบปิดประตูจับมือพรรคการเมืองใด เหตุไม่อยากผูกมัดตัวเอง ก่อนร้องเพลง “บริการรับฝากหัวใจ” หลังถูกถาม รอสายโทรเข้ากระหน่ำคืน 8 ก.พ. 69 

เมื่อเวลา 13.55 น.วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาล แต่หลายพรรคปฏิเสธไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ทำให้เกิดความกดดันกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ว่า ฟังการตัดสินจากประชาชน

เมื่อถามว่าการที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ รมว. เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม บอกว่าถ้าไม่มีใครจับมือจะจับมือกันเอง นายอนุทินกล่าวว่า ฟังผลการตัดสินใจของประชาชน ที่ผ่านมาทำแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผ่านการเลือกตั้งมา 3 ครั้ง ก็ไม่เคยตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง แต่ตัดสินใจบนพื้นฐานของประชาชนจากการเลือกตั้ง ซึ่งตนพูดย้ำทุกเวทีว่า ที่ผ่านมาได้แปลงการตัดสินใจของประชาชน มาเป็นความต้องการของประชาชน ยึดหลักนี้มาตลอด ขอความกรุณาไม่ถามว่าใครจะจับกับใคร ตนไปกับประชาชน ไปกับ VOTER ของตน 

เมื่อถามต่อว่าตอนนี้ยังไม่มีการตัดสินว่าพรรคใดใช้ทุนเทา นายอนุทิน กล่าวว่า จะไปเชื่อเรื่องการกล่าวหาการให้ร้ายคนใดคนหนึ่งพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือก่อนที่ศาลหรือกระบวนการยุติธรรมจะตัดสิน ทำแบบนั้นคงไม่ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือดูอีก 46 วันก็จะรู้แล้วว่าประชาชนต้องการอะไร

เมื่อถามถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)ประกาศจะตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกพรรคแข่งกันหมด ไม่เห็นแปลกอะไรเลย แต่ส่วนตัวไม่เคยแข่งกับใคร แต่แข่งเสนอนโยบาย แข่งกับตัวเอง ทำอย่างไรให้ประชาชนรับนโยบาย และเชื่อมั่นในตัวพรรคภูมิใจไทย และกาพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามถึงความมั่นใจในนโยบายที่ประกาศออกไปจะทำให้จำนวน สส.วิ่งถึงหลักร้อย นายอนุทิน กล่าวว่า ”ต้องมั่นใจสิครับ“ พร้อมกล่าวต่อว่าเพราะไม่ได้ทำคนเดียว เมื่อก่อนพรรคภูมิใจไทยอาจมีขาด ๆ เกิน ๆ บ้าง บางส่วนอาจไม่แข็งตรงนี้อาจจะหาผู้เชี่ยวชาญไม่ได้  สื่อสารกับประชาชนไม่ขาด แต่ตอนนี้พรรคภูมิใจไทยสื่อสารขาดหมด ทั้งมิติเศรษฐกิจ การต่างประเทศ ความมั่นคง สังคม การศึกษา และสุขภาพ รอบนี้เราระบุชื่อคนได้เลย 

เมื่อถามถึงกรณีภายหลังเปิดนโยบายก็มีนักร้องเข้ามาร้องเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการสัญญาว่าจะกลับมาใช้หนี้โครงการคนละครึ่งพลัส 2,400 บาท นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องหวัง ตนไม่มีถุงอะไรไปแขวนหน้าประตูบ้านอย่างแน่นอน 

เมื่อถามถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยใช้มาตรา 112 มาเป็นนิทานหลอกเด็ก นายอนุทิน กล่าวว่า มาตรา 112 ไม่เคยเป็นนิทานหลอกเด็ก เพราะเกิดขึ้นก่อนที่จะมีพรรคประชาชนอีก ในปี 2552 ตั้งแต่สถาปนาพรรคภูมิใจไทย และตอนนี้ชอบใช้คำว่าสถาปนา เพราะชอบเวลาที่กองทัพใช้คำว่าสถาปนาบูรณภาพแห่งดินแดน 

เมื่อถามย้ำว่า นายณัฐพงษ์ ระบุว่าไม่อยากให้เอาเรื่องนี้ไปหลอกประชาชนให้เลือกระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า ถ้าคิดจะแก้มาตรา 112 อยู่ ตนก็ร่วมด้วยไม่ได้ ซึ่งก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าถ้าเขาตกผลึกแล้ว อนาคตก็มาแก้ไขได้ ซึ่งก็ชัดเจนอยู่แล้ว่ามีความคิดที่จะแก้ไขอยู่ แล้วใครหลอกประชาชนกันแน่ ซึ่งตนไม่หลอกแน่นอน มีแตะมาตรา 112 เมื่อไหร่ ก็ไม่มีพรรคภูมิใจไทย ตนไม่ได้หลอก ชัดเจนจนไม่รู้จะชัดเจนอย่างไรแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าว ระบุว่านายกฯเข้าใจผิดเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 เพราะพรรคประชาชนต้องการแก้แค่เฉพาะกฎหมายนิรโทษกรรม  นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมองว่าเรื่องนี้ นิรโทษกรรม คือคนที่กระทำความผิดเกี่ยวกับมาตรา 112 แล้วไม่ต้องรับผิด ซึ่งก็ไม่ใช่แนวทางของพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้เข้าใจผิด 

เมื่อถามอีกว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้ปิดประตูพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง รวมถึงพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนยึดประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง 2-3 ครั้งที่ผ่านมา การไปพูดมัดตัวเองไว้ก่อนแล้วทำกันไม่ได้ และมองข้ามประชาชนไป แล้วยังจะให้ไปมัดตัวเอง ตนถึงบอกว่าไม่หลอกประชาชน ตนขอฟังประชาชนก่อน การจะจับตนไปมัดกับใครคือประชาชน และในคืนวันที่ 8 ก.พ. 2569 คาดหวังว่าจะมีการกระหน่ำโทรศัพท์เข้ามาหรือไม่ นายกฯ ร้องเพลง “ท่านกำลังเข้าสู่บริการรับฝาก” ก่อนจะออกจากวงสัมภาษณ์ทันที