เปิดข้อมูลวงถกหยุดยิง ‘เขมร’เหลี่ยมจัด ยื่นข้อเสนอ ซุกแผนชิงคืนพื้นที่

เปิดข้อมูลวงถกหยุดยิง ‘เขมร’เหลี่ยมจัด ยื่นข้อเสนอ ซุกแผนชิงคืนพื้นที่

เปิดข้อมูลวงถกหยุดยิง ‘เขมร’เหลี่ยมจัด ยื่นข้อเสนอ ซุกแผนชิงคืนพื้นที่

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.56 น.

เปิดข้อมูลวงถกหยุดยิง ‘เขมร’เหลี่ยมจัด ยื่นข้อเสนอ ซุกแผนชิงคืนพื้นที่  

26 ธันวาคม 2568 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

อย่าให้คนไทยตายฟรี

การเจรจาหยุดยิงผ่านมาสองวันมีอะไรในกอไผ่

มีข้อสังเกตว่า​ เขมรไม่ให้ความสำคัญ​ ส่งระดับพลตรี​ ผช. เลขานุการรัฐมนตรีกลาโหม​ ฝ่ายไทยเป็นถึงเสธ.ทหาร​ มันดูถูกกันมากไป​ ระดับนี้​ เป็นแค่คนนำสาร  บุรุษไปรษณีย์​ นำสารและข้อเสนอจากไทยกลับเจรจากับฝ่ายเขมร​ และเสนอกลับมาที่ไทย

จะเห็นได้ว่าเป็นฝ่ายเขมรถ่วงเวลา​ ขอพักประชุมเป็นระยะๆ​ ครั้งละหลายชั่วโมง​ ไม่ให้ความสำคัญผลประชุม​ ทำไปแกนๆ​ ได้ก็เอา​ ไม่ได้ก็ไม่เอา

มีความกังวลใจว่า​ ผู้แทนฝ่ายไทยอย่าหลงคารมเขมรก็แล้วกัน​

มีข้อสังเกตจากข้อเสนอฝ่ายเขมร​ ไม่ได้มีการแจ้งหยุดยิงก่อนตามที่ฝ่ายไทยตั้งเงื่อนไข​ ไม่ยอมรับว่าแพ้​ ไม่ยอมหยุดยิง​ แถมพยายามชิงคืนหลายพื้นที่ที่เสียให้ไทย

แต่น่าเป็นห่วงข้อเสนอของกัมพูชา​ ขออพยพคนกลับถิ่นฐานที่เคยอยู่​ มีความหมายแค่ไหน​  ให้เดาใจเขมร​ จะให้คนเขมรกลับมาอยู่ในหลายพื้นที่​ อาทิ​หนองจาน​ หนองหญ้าแก้ว​ และที่เลวร้ายมากที่สุด​ คือ​ ฐานเนินต่างๆที่เสียให้กับไทย​ แปลว่า​ รบกันตายไปหลายคน​ เสียเปล่า​ ต้องคืนพื้นที่ให้เขมร

ฝ่ายทหารจะยอมหรือไม่ยอม​ ไม่รู้ครับ​ แต่กูไม่ยอม

สร้างขวัญกำลังใจ! ‘อภิสิทธิ์’นำผู้สมัคร สส.กทม.ไหว้สักการะศาลหลักเมือง

สร้างขวัญกำลังใจ! 'อภิสิทธิ์'นำผู้สมัคร สส.กทม.ไหว้สักการะศาลหลักเมือง

สร้างขวัญกำลังใจ! ‘อภิสิทธิ์’นำผู้สมัคร สส.กทม.ไหว้สักการะศาลหลักเมือง

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.50 น.

เอาฤกษ์เอาชัยสู้ศึกเลือกตั้ง! “อภิสิทธิ์”นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต สักการะศาลหลักเมือง ก่อนสมัครพรุ่งนี้

เมื่อเวลา 07.25 น.วันที่ 26 ธันวาคม 2568 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช , นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ , นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันนำผู้สมัคร สส. 33 เขตเลือกตั้งของกรุงเทพฯ ไหว้สักการะศาลหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล และสร้างขวัญกำลังใจ ปลุกพลังกลุ่ม “กรุงเทพฯฟ้าใหม่” ก่อนการสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 27 ธ.ค.68

– 006

อุ่นใจตลอดเทศกาลปีใหม่! รัฐบาลรณรงค์ป้องกัน-ลดอุบัติเหตุทางถนน

อุ่นใจตลอดเทศกาลปีใหม่! รัฐบาลรณรงค์ป้องกัน-ลดอุบัติเหตุทางถนน

อุ่นใจตลอดเทศกาลปีใหม่! รัฐบาลรณรงค์ป้องกัน-ลดอุบัติเหตุทางถนน

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.18 น.

รัฐบาลรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ภายใต้แนวคิด “FIT TO DRIVE” ดูแลความปลอดภัยทุกเส้นทาง จัดจุดตรวจความพร้อมรถกว่า 200 จุด เพิ่มรถเสริม-ลดค่าใช้จ่าย ให้ประชาชนเดินทางอุ่นใจตลอดเทศกาลปีใหม่ 2569

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนเป็นอันดับแรก โดยช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ถือเป็นช่วงที่มีปริมาณการเดินทางสูง รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม จัดแคมเปญรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ภายใต้แนวคิด “FIT TO DRIVE ร่วมสร้างสุขทั่วไทย ปลอดภัยทุกเส้นทาง” เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างอุ่นใจ กำชับให้กรมการขนส่งทางบกเตรียมความพร้อมทั้งด้านปริมาณรถและมาตรฐานความปลอดภัย จัดรถเสริมเพิ่มเติม ดูแลการเดินทางตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมตรวจสอบรถโดยสารและรถโดยสารประจำทางผ่านจุดอำนวยความสะดวกและตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะกว่า 200 จุดทั่วประเทศ ทั้งช่วงขาไปและขากลับ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารทุกคน

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวต่อว่า ตลอดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบก ได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ตรวจความพร้อมรถโดยสาร ณ สถานประกอบการ และซักซ้อมการปฏิบัติหน้าที่ของ TSM รวมถึงใช้ระบบรายงานการตรวจสอบความพร้อมของรถและพนักงานขับรถออนไลน์ “เช็กชัวร์ Ready to go” ยกระดับความเข้มงวดในการตรวจความพร้อมประจำวันก่อนปล่อยรถออกให้บริการ สำหรับในช่วงเทศกาลฯ จะมีการตรวจสอบและกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ทั้งการตรวจความพร้อมของรถและพนักงานขับรถ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถจำนวน 176 แห่ง จุด Checking Point 28 แห่ง และจุด Rest Area 15 แห่ง รวมทั้งสิ้น 219 แห่ง ทั่วประเทศ

“รัฐบาลขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งกำชับพนักงานขับรถทั้งรถโดยสารประจำทางและรถโดยสารไม่ประจำทางนำรถเข้าตรวจความพร้อม ตลอดจนการจัดจุดบริการร่วม “อาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน : เทศกาลปีใหม่ 2569” ให้บริการตรวจเช็กยานพาหนะเบื้องต้น ซ่อมบำรุงยานพาหนะ รวมถึงให้บริการจุดพัก มีบริการนวดผ่อนคลาย ผ้าเย็น น้ำ กาแฟคอยให้บริการ นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังมีการใช้ระบบ GPS ตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถ ตลอด 24 ชั่วโมง และมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ ผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS Notice แจ้งเตือนพนักงานขับรถเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

‘กกต.’ประกาศ 5 แนวทางจัดการเลือกตั้ง สส. พื้นที่‘7 จังหวัดสู้รบ’ชายแดนไทย-กัมพูชา

‘กกต.’ประกาศ 5 แนวทางจัดการเลือกตั้ง สส. พื้นที่‘7 จังหวัดสู้รบ’ชายแดนไทย-กัมพูชา

‘กกต.’ประกาศ 5 แนวทางจัดการเลือกตั้ง สส. พื้นที่‘7 จังหวัดสู้รบ’ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.08 น.

‘กกต.’ออกประกาศแนวทางจัดเลือกตั้ง สส.ในเขต‘7 จังหวัดสู้รบ’ สั่งตั้งหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ปลอดภัย ให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกประชาชนในศูนย์อพยพลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต พร้อมจัดรถรับส่งพาหย่อนบัตร รวมถึงแจ้งเหตุหากไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ให้การเผยแพร่ประกาศ-ระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ แทนการปิดประกาศชอบด้วยกฎหมาย

26 ธันวาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องแนวทางดำเนินการการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งที่มีสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา

สาระสำคัญกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งในจังหวัดจันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว สุรินทร์ และอุบลราชธานี ที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง โดย

1.การปิดประกาศ หรือระเบียบตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อได้ปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้ง หรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือสถานที่ที่ประชาชนสะดวกในการตรวจสอบแล้ว ให้ดำเนินการประกาศ ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอื่นใดที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกด้วย หากไม่สามารถปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือสถานที่ที่ประชาชนสะดวก ในการตรวจสอบได้ ให้ถือว่าการประกาศในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอื่นใด เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

2.กรณีจัดส่งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในทะเบียนบ้านพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ไปยังเจ้าบ้านในเบื้องต้น ให้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด หากไม่สามารถจัดส่งได้ ให้รายงานให้กกต.ทราบและให้เก็บรักษาเอกสารดังกล่าวไว้ในที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุดลง แล้วจึงจัดส่ง เอกสารดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

3.จัดให้มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ในศูนย์อพยพลงทะเบียน ขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง ภายในระยะเวลา ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวัน และเวลายื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง โดยขอความร่วมมือให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้งที่มีความปลอดภัยและอยู่ใกล้เคียงกับเขตเลือกตั้ง ที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบ และในวันออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งให้ประสานหน่วยงานของรัฐ จัดพาหนะรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลาง นอกเขตเลือกตั้งดังกล่าวด้วย

4.การจัดหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง หากยังมีสถานการณ์ความไม่สงบ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งพิจารณาเปลี่ยนแปลงเขตของหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งสามารถเดินทางได้สะดวกและปลอดภัย โดยหน่วยเลือกตั้ง และที่เลือกตั้งดังกล่าวต้องอยู่ในเขตเลือกตั้ง ตามมาตรา 30 วรรคสาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561และที่แก้ไขเพิ่มเติม

5.ภายใน 7วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ให้ประสานนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือผู้มีสิทธิเลือกตั้งในศูนย์อพยพที่ไม่ได้ ไปใช้สิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย

ชำแหละ’ภูมิใจไทย’ ทำไม?มี’แคนดิเดตนายกฯ’เพียง 2 คน

ชำแหละ'ภูมิใจไทย' ทำไม?มี'แคนดิเดตนายกฯ'เพียง 2 คน

ชำแหละ’ภูมิใจไทย’ ทำไม?มี’แคนดิเดตนายกฯ’เพียง 2 คน

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 07.48 น.

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความระบุว่า ทำไม ภูมิใจไทย มีแคนดิเดตเพียง2คน

ถ้าใครติดตามการเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย ในกรณีการประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองแรก ที่มีการประกาศว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีครบ3คน จากเมื่อก่อนมีเพียง1คน คือหัวหน้าพรรค นายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่ต่อมานายอนุทินบอกว่า พรรคโตขึ้นมีสมาชิกมากขึ้น อยากจะมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้ครบ3คน โดยประกาศชื่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส และนางศุภจี สุธรรมพันธ์

หลังจากนั้นนักข่าวก็สอบถามเรื่องนี้กับนายเอกนิติ ซึ่งนายเอกนิติก็มีท่าทีบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถาม และไม่ยืนยันว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตามการทาบทามหรือการประกาศของนายอนุทินหรือไม่ รวมไปถึงนางศุภจี สุธรรมพันธ์ ซึ่งตอนนั้นกำลังอยู่ในการไปราชการที่ต่างประเทศ เมื่อกลับมานางศุภจีก็ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม และบอกว่าไม่รู้เรื่อง เพิ่งรู้เรื่องพร้อมกับนักข่าวเช่นเดียวกัน ทำให้ทุกฝ่ายรอว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเป็นใครกันแน่

จนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2568 พรรคภูมิใจไทย นัดเปิดตัวทีมงานและนโยบายของพรรค ทุกคนก็รอคอยว่า จะมีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ3คนหรือไม่ และยังเป็นรายชื่อเดิมคือ นายอนุทิน นายเอกนิติ และนางศุภจีหรือไม่ แต่ภาพที่ปรากฏบนเวที คือเป็นการประกาศทีมบริหารรองนายกรัฐมนตรี3คน ที่มาจากบุคคลภายนอก คือนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส เป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลงาน การเงินการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลงานกระทรวงพาณิชย์ งานด้านการค้า และอุตสาหกรรม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลงานต่างประเทศและความมั่นคง ไม่มีการประกาศชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด

ในโอกาสถัดมา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกพรรค ได้ออกมาให้ข่าวว่า จะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามพรรคภูมิใจไทยเพียงคนเดียว คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่ล่าสุดเช้าวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ได้มีแถลงการณ์ของพรรคภูมิใจไทย ประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค จำนวน2คน คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการการทาบทามแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเป็นไปด้วยความขลุกขลักไม่ราบรื่น

การที่นายอนุทินต้องการที่จะโชว์ภาพเทคโนแครต หรือบุคคลภายนอกมืออาชีพ มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อดึงคะแนนเสียงของชนชั้นกลางและคนกรุงเทพนั้น ไม่ประสบความสำเร็จ รวมถึงการต้องการให้มีตัวช่วยในการดีเบตบนเวทีประชันวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองต่างๆ แต่เมื่อบุคคลที่ต้องและทาบทามไว้ไม่พร้อม ในนาทีสุดท้ายจึงเห็นการไปตื๊อ ไปทาบทาม คะยั้นคะยอให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง เพื่อสามารถช่วยในเวทีดีเบต เพราะลำพังนายอนุทิน ความเชี่ยวชาญความถนัดบนเวทีดีเบต ถือว่าเสียเปรียบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองอื่นๆหลายพรรค

ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าหากนายอนุทินต้องการได้ภาพความเป็นทีมของพรรคภูมิใจไทยครบทั้ง3คน ควรจะเสนอ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล 2.นายวราวุฒิ ศิลปอาชา 3.นายไชยชนก ชิดชอบ ถ้าหากเป็น3คนนี้ ก็ถือว่าครบเครื่อง เพราะนายอนุทิน สามารถดีเบตในเรื่องการเมืองได้ นายวราวุฒิ สามารถดีเบตในเรื่องการเมือง เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการต่างประเทศได้ และนายไชยชนก สามารถดีเบตเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ และเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ได้

แต่ภาพที่ปรากฏคือ ได้มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียง2คน จึงทำให้เห็นว่าความพร้อมในการเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ไม่มีความพร้อมตามที่หลายคนคาดหวังไว้

ฮือฮา!‘หมอวรงค์ ไทยภักดี’ชูนโยบายยกเลิก‘แบงก์1,000-500’ ปราบโกง‘สีเทา’

ฮือฮา!‘หมอวรงค์ ไทยภักดี’ชูนโยบายยกเลิก‘แบงก์1,000-500’ ปราบโกง‘สีเทา’

ฮือฮา!‘หมอวรงค์ ไทยภักดี’ชูนโยบายยกเลิก‘แบงก์1,000-500’ ปราบโกง‘สีเทา’

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 07.31 น.

ฮือฮา!‘หมอวรงค์ ไทยภักดี’ชูนโยบายยกเลิก‘แบงก์1,000-500’ ปราบโกง‘สีเทา’

26 ธันวาคม 2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom” ระบุว่า…

พรรคไทยภักดีจะยกเลิกแบงค์1000และแบงค์500

การปราบโกง(สีเทา) ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น

– ความมุ่งมั่นของผู้มีอำนาจ

– เพิ่มโทษประหารชีวิต ถ้าโกงเกิน 100ล้าน และต้องประหารภายใน 15 วัน

– ต้องไม่มีสิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ

– เพิ่มอำนาจประชาชนฟ้องตรงต่อศาล ถ้าชนะประชาชนมีสิทธิ์ได้รับรางวัล

ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือต้องยกเลิกแบงค์ 1000 และแบงค์ 500 เพราะเงินเทา ส่วนใหญ่จะเก็บใส่รังในรูปของเงินสด เป็นแบงค์ 1000 หรือแบงค์ 500

การจ่ายสินบนเงินทุจริต ก็มักจะใช้เงินสดจ่าย เพราะหาหลักฐานยากมาก ถ้าจ่ายด้วยการโอนแบบ ประชาชนทั่วไป จะมีหลักฐานและตามเส้นทางเงินได้ หรือจ่ายเป็นสิ่งของ อาคารชุด จะมีหลักฐานเกิดขึ้น

หรือแม้จะเปิดบัญชีม้า สุดท้ายบัญชีม้าก็ต้องปิดและส่วนใหญ่จะถอนเป็นเงินสด เพื่อส่งต่อให้นายเป็นทอด ๆ การส่งส่วยในรายการ ตามที่ปรากฏผ่านสื่อ ล้วนใช้เงินสดทั้งสิ้น

พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่มอบเงินให้ ผู้สมัครส.ส. ก็มักใช้เงินสด บ้านนักการเมืองใหญ่จึงมักจะมีห้องลับเพื่อเก็บเงินสด ในอดีตก็เคยมีบุกจับอดีตอธิบดีกรมทางหลวงคนหนึ่ง ก็มีเงินแบงค์พันหลายร้อยลัง เก็บไว้ที่บ้าน

องค์ประกอบของการปราบทุจริต ก็คือการยกเลิกแบงค์ 1000 และแบงค์ 500 ซึ่งไม่เดือดร้อน สุจริตชนทั่วไป เพราะสามารถใช้การโอนเงินได้ ส่วนผู้สูงอายุก็สามารถใช้แบงค์ร้อย แบงค์ 50 บาท แบงค์ 20 บาทได้

เมื่อประกาศยกเลิกเช่นภายใน 3 เดือน คนที่ขนเงินจำนวนมากมาฝากธนาคาร ก็ต้องรายงานที่มาที่ไป ของเงินสดจำนวนมาก รวมทั้งการเสียภาษี

พรรคไทยภักดีจึงประกาศนโยบายยกเลิกแบงค์ 1000 และแบงค์ 500 เพื่อเป็นองค์ประกอบนโยบายปราบโกง

หมายเหตุ : อินเดียเคยประกาศยกเลิกแบงค์ 1000 แต่ต้องเอามาเปลี่ยนรุ่นใหม่ จีนหลายเมืองไม่รับเงินสดเช่น เซี่ยงไฮ้ ต้องจ่ายผ่านแอพเท่านั้น

อ้างสื่อแปลผิด/ปัดขอเจรจาหยุดยิง ‘เขมร’พลิกลิ้น! ชี้แค่เอกสารกรอบเจรจาจีบีซี

อ้างสื่อแปลผิด/ปัดขอเจรจาหยุดยิง  ‘เขมร’พลิกลิ้น!  ชี้แค่เอกสารกรอบเจรจาจีบีซี

อ้างสื่อแปลผิด/ปัดขอเจรจาหยุดยิง ‘เขมร’พลิกลิ้น! ชี้แค่เอกสารกรอบเจรจาจีบีซี

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อ้างสื่อแปลผิด/ปัดขอเจรจาหยุดยิง ‘เขมร’พลิกลิ้น! ชี้แค่เอกสารกรอบเจรจาจีบีซี แนบเงื่อนไขตอบโต้ฉบับใหม่ หมกเม็ดทวงคืนพื้นที่สูญเสีย

“เตีย เซยฮา”รมว.กลาโหมกัมพูชา โต้กองทัพไทย ยันไม่ได้ขอหยุดยิง ชี้แค่เอกสารกรอบเจรจาจีบีซี ตามกรอบอาเซียน พร้อมแนวเงื่อนไขหมกเม็ดทวงคืนพื้นที่สู้รบ กห.สำทับซ้ำ หนังสือ“เตีย เซยฮา” มีนัยของหยุดยิง แต่ต้องไปถกในเวทีจีบีซี เสธ.ทบ.เผยเขมรยังซุกอาวุธอีกเพียบต้องตามกำจัดให้สิ้นซาก

จากกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้มีหนังสืออย่างเป็นทางการถึง รมว.กลาโหมของไทย เพื่อแสดงความประสงค์ในการเจรจาหยุดยิงผ่านกลไก GBC โดยไทยย้ำว่าต้องพิสูจน์ความจริงใจผ่าน 3 เงื่อนไขเหล็ก ก่อนลงนามสันติภาพในวันที่ 27ธ.ค.68 ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 25ธันวาคม2568 พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกัมพูชา โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก “TEA Seiha/ទៀ សីហា” ระบุว่า “สื่อมวลชนไทยบางสำนัก ทั้งสื่อทางการและไม่เป็นทางการ ได้นำหนังสือราชการฉบับหนึ่ง (ที่ส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย) ไปเผยแพร่ในลักษณะเหมือนเป็นเอกสารที่หลุดรั่วออกมา ในตอนนี้ เรามีทั้ง Google Translate, ChatGPT รวมถึง Gemini ซึ่งสามารถแปลภาษาอังกฤษได้ แต่เนื้อหาที่แปลออกมากลับไม่ตรงกับความหมายที่แท้จริง ตามที่สื่อไทยได้นำไปเผยแพร่ให้ชาวไทยรับรู้แต่อย่างใด จากที่เคยสงสัย ตอนนี้ไม่สงสัยแล้ว”

“เขมร”ปัดขอเจรจาหยุดยิง

ขณะที่เฟซบุ๊กเพจ “สำนักข่าว Kampuchea Thmey Daily” ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ นางฮุน มานา ลูกสาวนายฮุนเซน โพสต์รายงานปฏิเสธรายงานข่าวจากฝั่งไทยที่ระบุว่า พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รมว.กลาโหมกัมพูชา ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหมของไทย เพื่อขอหยุดยิง เป็นการรายงานข่าวที่ไม่เป็นความจริง

อ้างแค่สนับสนุนการถกGBC

Kampuchea Thmey Daily ระบุว่า หนังสือที่ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา ส่งถึง พล.อ.ณัฐพล ดังกล่าวเป็นการสนับสนุนการจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป กัมพูชา-ไทย (General Border Committee: GBC) ในวันที่ 24 ธ.ค.68 ตามแถลงการณ์ของประธานอาเซียน ซึ่งเผยแพร่ภายหลังการประชุมพิเศษรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่าด้วยสถานการณ์ปัจจุบันระหว่างกัมพูชาและไทย ที่จัดขึ้น ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา การยืนยันดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ฝ่ายไทยได้เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องบางประการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเข้าใจของสาธารณชนเกี่ยวกับท่าทีที่แท้จริงของกัมพูชาในการแสวงหาทางออกของความขัดแย้งด้วยสันติวิธี

ในหนังสือที่ส่งถึง รมว.กลาโหมไทย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานร่วม GBC ฝ่ายไทยนั้น พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมกัมพูชา ได้ยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการเจรจาและแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติ ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ท่ามกลางความตึงเครียดตามแนวชายแดน

ทั้งย้ำว่าแถลงการณ์ของประธานอาเซียนได้แสดงความยินดีต่อการหารือเกี่ยวกับการกลับมาดำเนินการหยุดยิงและการยุติการสู้รบ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้แสดงความหวังต่อการลดระดับความตึงเครียดในระยะเริ่มต้น ในสาระของการหารือ กัมพูชาได้เสนอให้การประชุม GBC มุ่งเน้นวาระสำคัญหลายประการ ได้แก่ การยุติการสู้รบทุกรูปแบบโดยทันที การเคารพและปฏิบัติอย่างครบถ้วน ตามข้อตกลงหยุดยิงลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 รวมถึงแถลงการณ์ร่วมกรุงกัวลาลัมเปอร์ ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2568 และข้อตกลงอื่นๆ ที่ได้บรรลุภายใต้กรอบเดียวกัน

อีกหนึ่งวาระเร่งด่วนคือ การเอื้ออำนวยให้พลเรือนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนซึ่งได้รับผลกระทบ สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และปราศจากการขัดขวาง พร้อมทั้งเร่งดำเนินการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี การปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมกรุงกัวลาลัมเปอร์อย่างเต็มรูปแบบ ตลอดจนการฟื้นฟูกลไกที่มีอยู่ภายใต้กรอบดังกล่าวโดยทันที รวมถึงกระบวนการกำหนดเขตแดน และความร่วมมือด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม

ประชุมGBCเป็นวันที่ 2

วันเดียวกันที่ ณ อาคารสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหลังใหม่ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี มีการประชุมกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ General Border Committee (GBC) ระดับเลขาธิการ วันที่ 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายไทยได้นำเสนอร่าง Joint Statement ฉบับของฝ่ายไทยไปแล้ว โดยฝ่ายกัมพูชา ได้เสนอร่างฉบับโต้ตอบ ซึ่งมีประเด็นสำคัญดังนี้ 1.เสนอให้หยุดยิงในทันทีตั้งแต่ 27 ธ.ค.68, 1900 ยุติการใช้อาวุธทุกประเภท หลีกเลี่ยงการใช้อาวุธโดยไม่มีสาเหตุ รวมถึงการเคลื่อนย้ายกำลัง การลาดตระเวนและการวางลวดหนามไปยังที่ตั้งของอีกฝ่าย 2.การปรับกำลังไปยังที่ตั้งก่อนเกิดการปะทะ และจะกลับไปดำเนินการสำรวจและจัดทำเขตแดน โดยกลไก JBC ภายใต้ความตกลงที่มีอยู่ เพื่อให้บรรลุสันติภาพตามแนวชายแดนที่ยังยืน 3.อนุญาตให้พลเรือนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง กลับคืนสู่บ้านเรือนและการใช้ชีวิตที่ปกติ โดยไม่ถูกขัดขวาง ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี ตามสถานะที่เป็นก่อนเกิดความขัดแย้ง เพื่อสนับสนุนการดำเนินการ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะปรับกำลังออกจากพื้นที่4.ให้ใช้กลไกJBCในการแก้ไขปัญหาเขื่อนดักตะกอน ใน จ.เกาะกง ทั้งนี้ กองเลขานุการ GBC ฝ่ายไทย อยู่ระหว่างพิจารณาจัดทำร่างฉบับโต้ตอบ โดยสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของไทย เพื่อส่งให้ฝ่ายกัมพูชาพิจารณา ก่อนนัดหมายหารือต่อไป จึงเรียนมาเพื่อทราบครับ

หมกเม็ดขอคืนพื้นที่สู้รบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนข้อที่ 3 ที่เขมรเสนอมานั้นนักวิชาการมองว่าเขมรหมกเม็ดเพื่อขอคืนพื้นที่ทางทหารต่างที่ฝ่ายไทยยึดเอาไว้

พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย -กัมพูชาโดยทั่วไป ซึ่งปัจจุบันยังเป็นไปตามเป้าหมายของกองทัพที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็ยังเดินไปตามแผนที่เราได้คาดการณ์ไว้เหลืออีกเพียงบางส่วน ซึ่งในพื้นที่ปฏิบัติการจะดำเนินการให้แล้วเสร็จ โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ส่วนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย- กัมพูชา หรือ GBC จะได้ข้อยุติหรือไม่นั้นพลเอกชัยพฤกษ์ ระบุว่า คงต้องติดตาม เพราะขณะนี้เป็นเพียงการพูดคุยของฝ่ายเลขานุการ GBC เท่านั้น ซึ่งจะมีรายละเอียด ว่าสามารถตกลงอะไรกันได้บ้าง

ส่วนกัมพูชาจะยอมรับข้อเสนอของฝ่ายไทยหรือไม่นั้น พลเอกชัยพฤกษ์กล่าวว่า ขอให้รอฟังการประชุม ทั้งฝ่ายเลขานุการ GBC รวมถึง ในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทั้ง 2 ประเทศ ทั้งนี้ขอย้ำว่า ในพื้นที่หน้าที่ของเรายังคงดำเนินการอยู่ ซึ่งยังคงมีการปะทะอย่างต่อเนื่องเรายังต้องทำและปฏิบัติ และทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด เมื่อถามว่า 1ใน3ข้อเสนอ คือกัมพูชา ต้องประกาศหยุดยิงก่อนในฐานะผู้รุกราน ปัจจุบันนี้ได้เห็นสัญญาณนั้นแล้วหรือไม่ ภายหลังได้มีการทำหนังสือมาถึงกระทรวงกลาโหม พลเอกชัยพฤกษ์ ระบุว่า กัมพูชาได้ส่งสัญญาณมาโดยตลอด ตั้งแต่ช่วงต้นว่าคิดและอยากปฏิบัติเช่นนั้น แต่เราไม่ได้เป็นฝ่ายที่ทำให้สถานการณ์เกิดขึ้น และเมื่อเกิดขึ้นแล้วเราต้องปกป้องอธิปไตย

ต้องเชือดเขมรให้อยู่หมัด

เมื่อถามว่ากัมพูชาสงวนคำพูดหลบเลี่ยง ที่จะประกาศหยุดยิงก่อน โดยใช้วิธีการให้ไทยและกัมพูชาประกาศหยุดยิงพร้อมกัน พลเอกชัยพฤกษ์กล่าวว่า เชื่อว่าฝ่ายกัมพูชาพยายามสื่อสารกับคนในประเทศเช่นนั้น

เมื่อถามว่าเรายังยืนยันในจุดยืนว่าฝ่ายกัมพูชาต้องประกาศก่อนใช่หรือไม่ พลเอกชัยพฤกษ์ กล่าวว่า แน่นอน

เมื่อถามว่าปัจจุบันกัมพูชาอยู่ในสภาพที่สิ้นภาพแล้วหรือไม่ พลเอกชัยพฤกษ์ กล่าวว่าขณะนี้ได้ทำลายไปหลายส่วน กำลังที่อยู่บริเวณเขตอธิปไตยของเรา ตอนนี้ทำได้ 90% แต่ในพื้นที่ทางลึก ยุทโธปกรณ์ที่เขามีอยู่ ก็ยังมีอีกจำนวนมาก แต่ไม่ขอพูดถึงรายละเอียด คิดว่าเราดำเนินการตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้เป็นที่น่าพอใจ

“หนู”ชี้เหมนต้องปฎิบัติให้ได้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ภายหลังมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปหรือ GBC ระดับเลขานุการ ระหว่างฝ่ายไทยและกัมพูชาที่ จ.จันทบุรี ว่า ขอให้รอก่อน เพราะยังเหลือการประชุมอีก 3 วัน ซึ่งการประชุมเมื่อวานเป็นเหมือนการเพิ่งเริ่มกระบวนการ ซึ่งเปรียบเหมือนการทักทายกัน แต่ผู้สื่อข่าวนำเสนอว่าเจอกันครึ่งชั่วโมง และเดินกลับออกจากที่ประชุมหน้าเรียบเฉย ตนมองว่า ใครจะหัวเราะได้ทั้งวัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะฝั่งกัมพูชากังวลเรื่องความปลอดภัยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบกลับทันทีว่า “ไม่มีหรอกครับ ซึ่งการประชุมก็จัดขึ้นที่บริเวณเขตแดน โดยต่างคนต่างมีท่าทีที่ดี และสถานที่จัดการประชุมทุกฝ่ายก็เห็นพ้องต้องกัน ซึ่งไทยยืนยันอยู่แล้วว่าไม่ไปกรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซียพยายามให้เหตุผล ตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นปัญหาในระดับทวิภาคี หากไม่มีมีความจำเป็นเร่งด่วนอะไร ก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนทวิภาคี คือไทยและกัมพูชาคุยกันแค่ 2 ประเทศ ส่วนความคาดหวังกับผลการประชุมไว้อย่างไร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขอให้รอผลการประชุมออกมาก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้ฟังกรอบ ข้อเสนอฝั่งไทยจากตัวแทนที่ไปประชุม ส่วนขั้นตอนและวิธีเจรจา ต้องให้เป็นเรื่องของหน้างาน

รูปปั้นถูกทำร้ายเทียบขาขาดไม่ได้

สำหรับกรณีที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย ออกแถลงการณ์ตำหนิกรณีกองทัพไทย รื้อถอนรูปปั้นเทพเจ้าฮินดู (นักรบแปดมือ) ในพื้นที่ช่องอานม้าเป็นการกระทำที่ไม่เคารพ และทำร้ายความรู้สึกของผู้ศรัทธา เนื่องจากมองว่าเป็นพระวิษณุ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องของการเจรจาในทวิภาคี ดังนั้นเป็นเรื่องของ สมช. ที่จะต้องพูดคุยกันในระดับทวิภาคี เพราะฉะนั้นเราต้องไม่หวั่นไหวกับอะไรที่อยู่นอกกรอบ

ส่วนเรื่องรูปปั้นดังกล่าวนั้น นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รูปปั้นดังกล่าว หากเทียบกับชีวิตทหาร อวัยวะ แขนขาขาด ก็ขอให้คิดต่อกันเอง “รูปปั้นที่ถูกทำร้าย หากเทียบกับขาทุกขาที่ทหารเราเสียไป และไปเปรียบเทียบกับการลบหลู่ เรื่องนี้ผมไม่เอาไปเทียบหรอกครับ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

อยู่ที่การปฎิบัติจริง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กระทรวงกลาโหม กัมพูชามีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยประสงค์เจรจาหยุดยิงผ่านกลไก (GBC) ต่อมาเปลี่ยนว่าไม่ใช่เอกสารขอเจรจาหยุดยิง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การกระทำทุกอย่างไม่ได้อยู่บนหนังสือ แต่เป็นเรื่องของการตอบโต้ที่ประเทศไทยถูกประเทศอื่นรุกรานโจมตี ซึ่งไทยก็ต้องตอบโต้ ตามกฎของการตอบโต้ อย่างในเรื่องของการเจรจาที่วันนี้จะเป็นการประชุม GBCต่ออีก หากประชุมเสร็จสิ้นต้องยึดตามผลของการประชุมที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้ง 2ฝ่าย หาการเจรจาเรียบร้อย รมว.กลาโหมทั้งสองฝ่ายจะเดินทางไปลงนาม ซึ่งตนหวังว่า หากการลงนามในครั้งนี้เกิดขึ้น ประเทศกัมพูชาจะรักษาสัญญาสักที จะได้ไม่ต้องมีปัญหาอะไรเพิ่มขึ้นมาอีก

ทบ.แจงจดหมายจากเขมร

ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง หนังสือที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาส่งมาถึงกระทรวงกลาโหมไทย มีเนื้อหาสาระเกี่ยวข้องกับการขอหยุดยิงหรือไม่นั้นว่า ประเด็นหยุดยิงหรือไม่หยุดยิง ทางฝ่ายกัมพูชาได้ชี้แจงและนําเสนอไปแล้วในช่วงของการประชุม รมว.ต่างประเทศอาเซียนที่ผ่านมาก็ได้เสนอประเด็นนี้มาก่อนหน้านี้แล้วว่า อยากให้หยุดยิงในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 22 ธันวาคม แต่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ระบุว่า จะพูดคุยเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่มีรายละเอียดใดๆ

คงประสงค์ให้หยุดยิง

ล่าสุด จึงมีหนังสือของพล.อ.เตีย เซยฮา รมว.กลาโหมกัมพูชา ในเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าในตัวหนังสือไม่ได้พูดตรง ๆ ว่าเป็นการหยุดยิง แต่มีนัยรายละเอียดคือ ฝ่ายกัมพูชามีความประสงค์อยากให้หยุดยิง แต่ต้องไปพูดคุยในเวทีจีบีซี สำหรับตัวหนังสือที่ออกมาเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม เป็นการส่งมาทางเดียว ไม่ได้มีการหารือรายละเอียดกับฝ่ายไทยก่อนหน้านี้

ทัพไทยคุมพื้นที่อธิปไตยแล้ว90% ยึดเนิน225สำเร็จ ทหารช่างเหยียบบึ้มขาขาดรายที่9

ทัพไทยคุมพื้นที่อธิปไตยแล้ว90%  ยึดเนิน225สำเร็จ  ทหารช่างเหยียบบึ้มขาขาดรายที่9

ทัพไทยคุมพื้นที่อธิปไตยแล้ว90% ยึดเนิน225สำเร็จ ทหารช่างเหยียบบึ้มขาขาดรายที่9

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทัพไทยคุมพื้นที่อธิปไตยแล้ว90% ยึดเนิน225สำเร็จ ทหารช่างเหยียบบึ้มขาขาดรายที่9 ‘ทภ.1-ทภ.2’ตรึงชายแดน เขมรยิงBM-21ใส่สระแก้ว

กองทัพภาคที่ 2 เดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อเนื่อง ประกาศยึด “เนิน 225” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญใกล้ปราสาทตาควาย เชื่อมต่อเนิน 350 ได้สำเร็จ เพื่อกระชับพื้นที่ปกป้องอธิปไตย เผยเหตุทหารได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด เสียขารายที่ 9 ใกล้ปราสาทตาควายด้าน ทภ.1 ซัดกัมพูชาไม่มีเจตนายุติความขัดแย้ง ยิง BM-21 รวม 40 นัด ถล่มบ้านเรือนประชาชน‘บ้านคลองแผง’ชายแดนสระแก้วพังยับ เร่งคุมบ้านหนองจานเบ็ดเสร็จ ขณะที่ กองทัพ เผย”ภูมะเขือ-ห้วยตามาเรีย” ยังปะทะ แต่ทหารไทยค้ำยันได้ ชี้เขมรพุ่งเป้าพลเรือนไทย ยิง BM-21 บ้านเรือนเสียหายหลายหลัง

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบกกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาโดยทั่วไปว่า ปัจจุบันยังเป็นไปตามเป้าหมายของกองทัพที่กำหนดไว้ ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็ยังเดินไปตามแผนที่เราคาดการณ์ไว้เหลืออีกเพียงบางส่วน ในพื้นที่ปฏิบัติการจะดำเนินการให้แล้วเสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ส่วนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย- กัมพูชา หรือ GBC จะได้ข้อยุติหรือไม่ คงต้องติดตาม เพราะขณะนี้เป็นเพียงการพูดคุยของฝ่ายเลขานุการ GBC เท่านั้น

เสธ.ทบ.ยันคุมเขตอธิปไตยไทยได้90%แล้ว

ส่วนกัมพูชาจะยอมรับข้อเสนอของฝ่ายไทยหรือไม่ พลเอกชัยพฤกษ์กล่าวว่า ขอให้รอฟังการประชุม ทั้งฝ่ายเลขานุการ GBC รวมถึงวันที่ 27 ธันวาคมของรมว.กลาโหมทั้ง 2 ประเทศขอย้ำว่า ในพื้นที่หน้าที่ของเรายังคงดำเนินการอยู่ ซึ่งยังมีการปะทะต่อเนื่องเรายังต้องทำและปฏิบัติและทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่ากัมพูชาสงวนคำพูดหลบเลี่ยง ที่จะประกาศหยุดยิงก่อน โดยใช้วิธีการให้ไทยและกัมพูชาประกาศหยุดยิงพร้อมกัน พลเอกชัยพฤกษ์กล่าวว่า เชื่อว่าฝ่ายกัมพูชาพยายามสื่อสารกับคนในประเทศเช่นนั้นถามว่าเรายังยืนยันจุดยืนว่าฝ่ายกัมพูชาต้องประกาศก่อนใช่หรือไม่ พลเอกชัยพฤกษ์กล่าวว่า แน่นอน

ถามว่าปัจจุบันกัมพูชาอยู่ในสภาพที่สิ้นภาพแล้วหรือไม่ พลเอกชัยพฤกษ์กล่าวว่าขณะนี้ได้ทำลายไปหลายส่วน กำลังที่อยู่บริเวณเขตอธิปไตยของเรา ตอนนี้ทำได้ 90% แต่ในพื้นที่ทางลึก ยุทโธปกรณ์ที่เขามีอยู่ ก็ยังมีอีกจำนวนมาก แต่ไม่ขอพูดถึงรายละเอียด คิดว่าเราดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนดไว้เป็นที่น่าพอใจ

ทภ.2ยึดเนิน225-คุมตาควายสำเร็จสมบูรณ์

เวลา 09.04 น. เพจเฟซบุ๊ก “กองทัพภาคที่ 2” (ทภ.2)โพสต์ข้อความระบุยึด เนิน 225 เรียบร้อย โดยทหารไทยสามารถเข้ายึดคืนพื้นที่เนิน 225 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับช่องติ๊กเบาะ เนิน 350 และปราสาทตาควายได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 24 ธันวาคม หลังการเข้ายึดพื้นที่สำเร็จ ทหารไทยได้สถาปนาความมั่นคงเพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ได้ประกอบพิธีอัญเชิญธงชาติไทยขึ้นปักเหนือยอดเนิน 225 เพื่อแสดงอธิปไตยเหนือพื้นที่ดังกล่าวอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์

ความสำคัญของเนิน 225 สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลักประการแรก คือ การควบคุมเส้นทางยุทธศาสตร์ เนิน 225 ทำหน้าที่เป็นจุดตรึงกำลังที่สามารถสกัดกั้นและยับยั้งการรุกคืบของฝ่ายตรงข้าม ไม่ให้สามารถส่งกำลังเสริมหรืออาวุธยิงสนับสนุนเข้าสู่พื้นที่ปะทะหลักได้ อีกทั้งลักษณะภูมิประเทศที่เป็นจุดสูงยังเอื้อให้กองทัพไทยสามารถตรวจการณ์และควบคุมการเคลื่อนไหวในพื้นที่โดยรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์

ประการที่สองคือ สัญลักษณ์แห่งอธิปไตยและเกียรติภูมิของกองทัพไทย เนิน 225 เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กองทัพไทยสามารถยึดคืนและรักษาไว้ได้ หลังการปะทะอย่างหนัก พร้อมการแสดงสัญลักษณ์แห่งอธิปไตยชัดเจน พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นสมรภูมิที่จารึกการเสียสละของกำลังพล โดยเฉพาะการสูญเสียของพลทหารวายุ ขวัญเสือ สังกัด ร.31 พัน.3 รอ. ซึ่งเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568

โดยสรุป เนิน 225 เปรียบเสมือน “กุญแจสำคัญ” ในการปิดกั้นการรุกล้ำทางทหารบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน

ฉะเขมรยิงBM-21รวม40นัดถล่มสระแก้ว

กองทัพภาคที่1 (ทภ.1) ประณามฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธจรวด BM-21 โจมตีเข้ามาพื้นที่พลเรือนของฝ่ายไทย บ้านคลองแผงอ.ตาพระยา จ.สระแก้ว รวม 40 นัด ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนซึ่งไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ตลอดจนระบบสาธารณูปโภค พื้นที่การเกษตร ถนนในหมู่บ้านก็ได้รับความเสียหายด้วย แสดงให้เห็นว่าฝ่ายกัมพูชาไม่ได้มีเจตนาที่จะยุติความขัดแย้งนี้ อีกทั้งยังเจตนาละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างร้ายแรง

‘ภูมะเขือ-ห้วยตามาเรีย’ยังปะทะทหารไทยค้ำอยู่

เวลา 14.00 น. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์ยังมีการปะทะต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม โดยฝ่ายกัมพูชายังระดมยิงอาวุธหนักเข้ามาดินแดนไทย และจําเป็นต้องตอบโต้กลับไปเช่นเดียวกัน ในช่วงเช้าวันนี้กัมพูชายิงBM-21ใส่พื้นที่พลเรือนไทยบ้านคลองแผง อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายหลายหลัง ทั้งนี้จะเห็นว่าการโจมตีระยะหลังของกัมพูชาเป้าหมายเป็นพลเรือนไทย

ด้านพ.ต.หญิงกัญญ์ณณัฐพรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบกระบุว่า แม้ภาพรวมสถานการณ์สู้รบเบาบางลงแล้ว แต่ยังมีพื้นที่ยังมีการปะทะเป็นระยะ พื้นที่กองทัพภาคที่ 2 พื้นที่ภูมะเขือ ห้วยตามาเรีย กัมพูชายังโจมตีทหารไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทหารไทยสามารถตรึงกําลังและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ส่วนพื้นที่เนิน225กําลังทหารไทยเข้าควบคุมพื้นที่ได้เรียบร้อยแล้ว

พื้นที่กองทัพภาคที่1จ.สระแก้ว สถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลงทหารไทยควบคุมพื้นที่บ้านคลองแผง บ้านหนองหญ้าแก้วได้แล้ว ส่วนบริเวณบ้านหนองจานควบคุมบางส่วนอยู่ระหว่างการปฏิบัติการเข้าควบคุมพื้นที่ทวงคืนอธิปไตยกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์

เสียขาที่9!ทหารไทยเหยียบระเบิดที่ตาควาย

เวลา 14.20 น. มีรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 กำลังพลเหยียบทุ่นระเบิด ทราบชื่อ ส.อ.นิติธรรม ศรีคำแซง สังกัด ช.6 ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่ใกล้ปราสาทตาควาย ขณะปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดน ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ขาซ้าย หลังเกิดเหตุ หน่วยฯเร่งให้การช่วยเหลือและนำส่งผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาโดยทันที ขณะที่พื้นที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างการควบคุมและตรวจสอบความปลอดภัย เพื่อป้องกันอันตรายเพิ่มเติมแก่กำลังพลที่ปฏิบัติงานในบริเวณดังกล่าวทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างสอบสวนรายละเอียดของเหตุการณ์ และประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งส.อ.นิติธรรม เป็นรายที่ 9 ที่เป็นเหยื่อทุ่นระเบิดที่กัมพูชาลอบวางไว้

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ขอแสดงความเสียใจ จากเหตุการณ์กำลังพลเหยียบทุ่นระเบิด บริเวณปราสาทตาควาย ซึ่งฝ่ายเราเข้ายึดพื้นที่ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมานั้นปัจจุบันอยู่ระหว่างเสริมความมั่นคง ณ ที่หมายทำการกวาดล้างและตรวจค้นทุ่นระเบิดซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากโดยเวลา 14.25 น. ชุดทหารช่างสังกัด พัน.5.22 ได้กวาดล้างทุ่นระเบิดบริเวณรอบปราสาท ขณะที่ชุดปฏิบัติการกำลังตรวจค้นเกิดเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 ส่งผลให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ดังนั้น 1.ส.อ.นิติธรรม ศรีคำแซง ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณขาข้างซ้าย2.จ.ส.อ.อำนาจ ทัศสมบัติ มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ จากแรงอัดโดยชุดเสนารักษ์ได้ปฐมพยาบาลให้ผู้บาดเจ็บทั้งสองนาย ปัจจุบันเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ ส่งเรักษาที่ โรงพยาบาลใกล้เคียง

‘อนุทิน’กร้าว ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับปชน. เหตุยังไม่หยุดลุยแก้ไขม.112

‘อนุทิน’กร้าว  ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับปชน.  เหตุยังไม่หยุดลุยแก้ไขม.112

‘อนุทิน’กร้าว ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับปชน. เหตุยังไม่หยุดลุยแก้ไขม.112

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“อนุทิน”เผยชื่อ“สีหศักดิ์”แคนดิเดตนายกฯเหมาะสมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องสร้างความเชื่อมั่นเวทีโลกรับ“เลือกตั้ง”ครั้งนี้ต้องปรับสถานะพรรค ย้ำต้องคิดเผื่อถ้าในอนาคตมีเหตุอะไร ต้องมีคนทำหน้าที่แทน ระบุไม่มีใครบังคับ‘เอกนิติ-ศุภจี’ได้ ‘หนู’ประกาศกร้าว ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน เพราะยังไม่หยุดลุยแก้ม.112‘เพื่อไทย’เปิดตัวผู้สมัครสส.ทั้ง 500คน‘จุลพันธ์’โวพาประเทศไปข้างหน้า ‘สุริยะ’มั่นใจกวาด 200สส. ‘ยศชนัน’ลั่นทุจริตไม่จบไม่เลิก’กล้าธรรม’เปิดผู้สมัครทั้วปท.ปลุกกล้าชนทุกสนาม‘นฤมล’ลั่นเสนอชื่อ’ธรรมนัส’แคนดิเดตนายกฯคนเดียว เพราะกล้าพูด กล้าชน กล้ารับผิดชอบ เพื่อประชาชน ไม่ดีแต่พูด ไม่ขายฝัน

เมื่อเวลา 09.55 น.วันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)กล่าวถึงเหตุผลที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยลำดับที่2ว่าพรรคภูมิใจไทยขยายตัวเพิ่มมากขึ้นและเชื่อมั่นว่าจะได้สส.ที่เพิ่มมากขึ้น จึงเห็นว่าที่ผ่านมาการมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวหากเกิดสถานการณ์อะไรต่างๆจะทำให้การทำงานเกิดความขาดช่วงได้ เลยต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้

ส่วนก่อนหน้านี้ที่มีชื่อของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เราพยายามที่จะทาบทามบุคคลที่เป็นที่ยอมรับและได้รับความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน แต่แต่ละท่านอาจมีข้อจำกัดบางประการที่เราต้องเคารพซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ท่านทั้งสองก็ตกลงที่จะร่วมเป็นทีมงานหากตนได้มีโอกาสบริหารประเทศต่อไป ฉะนั้นเราจะไปบังคับไม่ได้เพราะเขาอาจจะมีความสบายใจในการทำงานในระดับนี้

เมื่อถามว่าการที่นายสีหศักดิ์เป็นทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีด้วยน่าจะมีเครดิตในการไปพูดคุยกับต่างประเทศมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าคิดว่าพี่น้องประชาชนคงเห็นความทุ่มเทในการทำงานของนายสีหศักดิ์ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่เราต้องใช้เรื่องการต่างประเทศ ในการทำให้ประเทศไทยมีสถานะเป็นที่ยอมรับ และสามารถดำรงตนได้อย่างมีศักดิ์ศรีในระดับนานาชาติ

ย้ำต้องคิดเผื่อถ้าอนาคตมีเหตุอะไร

นายอนุทิน ยังกล่าวอีกว่านายสีหศักดิ์ได้ปฏิบัติหน้าที่แล้ว ในส่วนของตนที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็มีความพึงพอใจและขอบคุณในการทำงานของท่าน ขณะเดียวกันในเรื่องการต่างประเทศนายสีหศักดิ์ก็สามารถครอบคลุมได้ทั้งในเรื่องของการค้าระหว่างประเทศและด้วยความเกรงใจตนมากๆท่านจึงตอบรับที่จะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯให้กับพรรคภูมิใจไทยซึ่งท่านก็มีความเหมาะสม ถ้าในอนาคตมีเหตุอะไรก็ตามที่ตนไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ พรรคภูมิใจไทยก็มองแล้วว่าหากเป็นนายสีหศักดิ์มาทำหน้าที่แทนจะไม่มีอะไรหยุดชะงักและไม่มีอุปสรรคในการสานต่องาน โดยย้ำว่าเป็นกรณีที่หากเราได้มีโอกาสมาบริหารประเทศ เราจึงต้องคิดเผื่อ จะไปคิดสวยอย่างเดียวไม่ได้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องสูงสุดไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

เมื่อถามว่านายสีหศักดิ์ตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยในวันไหน เพราะมีบางรายการอ้างว่าบังคับมาสวมเสื้อกั๊กภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า จะไปบังคับใครได้ อายุและวุฒิภาวะขนาดนี้กันแล้วก็เห็นมีคนโทรมาบอกว่ามีรายการของนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ หรือ หมาแก่ ตนก็ว่าแกวิเคราะห์ไปเรื่อย สมัยเด็กหากตนทำแบบนี้ก็ถูกคุณพ่อดุตาย เลยบอกว่าอย่าโชว์อะไรที่เขาเรียกว่าไม่ฉลาด และนายสีหศักดิ์ ได้สมัครสมาชิกพรรคแล้ว

ยันทั้ง3ท่านเราไม่ได้บังคับอะไร

เมื่อถามย้ำว่านายสีหศักดิ์รับปากเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีวันไหน นายอนุทิน กล่าวว่าตนคุยกับท่านมาเรื่อยๆในบรรดาทั้ง 3 ท่านคือ นายเอกนิติ นางศุภจี และนายสีหศักดิ์ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานในระดับประเทศอย่างยาวนาน เพราะหลังจากท่านพ้นปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ยังเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ท่านอาจจะสัมผัสในเรื่องของงานการเมืองมากหน่อยและท่านก็ใช้ประสบการณ์ในอดีตที่เคยเป็นทูตในหลายประเทศ หากจะให้พูดทั้ง3 ท่านก็มีความเหมาะสม ฝากบ้านเมืองกับบุคคลเหล่านี้ได้หมด คิดว่าไม่ใช่ประเด็นการเมืองและการบังคับขู่เข็ญใดๆ จะเป็นไปได้อย่างไรคนระดับนี้ แม้กระทั้งไปบังคับให้ใส่เสื้อกั๊ก ในงานแถลงนโยบายพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.นายสีหศักดิ์ ท่านก็ใส่เสื้อนอกมา แต่เมื่อนายสีหศักดิ์เห็นทุกคนใส่เสื้อกั๊กท่านก็ถอดเสื้อนอกออกและใส่เสื้อกั๊กและมาถ่ายรูปหมู่มาใส่เสื้อด้วยกัน เราไม่ได้บังคับอะไร ตอนที่ท่านแสดงวิสัยทัศน์พวกเรายังบอกว่าท่านใส่สูทก็ได้ เพราะท่านแสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องต่างประเทศ ท่านสบายใจก็เอาแบบนั้น ทุกคนก็แฮบปี้ และท่านเอกนิติ นางศุภจี จะไปบังคับอะไรได้ ทุกคนก็ทำด้วยความเต็มใจ

ยอมรับเป็นคนมีประสบการณ์

เมื่อถามว่านายสีหศักดิ์ ตอบรับช่วงไหนเพราะวันที่ 23 ธ.ค. ยังบอกว่านายกรัฐมนตรียังไม่เคยจีบเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า คำว่าจีบถ้าตนยังไม่พูดอย่างเป็นทางการ มันก็คนรู้จักกัน ถ้าจะจีบก็ต้องตั้งแต่ชวนร่วมรัฐบาลแล้ว ก็มีการพูดกันไว้”พี่พร้อมไหมมาช่วยกันหน่อย ถ้าเกิดอีกสองท่านไม่สะดวกก็พี่ ถามว่าแบบนี้คือการจีบไหม”ซึ่งนายสีหศักดิ์ก็พูดกับสาธารณะตลอดเวลาว่าท่านชอบงานด้านต่างประเทศ ให้ท่านทำตรงนั้นท่านก็ทำได้ ตอนนี้คนที่ชอบหรือไม่ชอบการเมือง คนที่มีตำแหน่งหรือสถานะทางการเมือง ต่อให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ปรึกษา เลขาฯที่มีการแต่งตั้ง ถ้าจะไปกรอกอาชีพตอนตรวจคนเข้าเมืองก็จะบอกว่าเป็นนักการเมืองเพราะไม่มีอาชีพรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ก็มีความคุ้นเคยมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากท่านขึ้นเวทีเมื่อวันที่ 24ธ.ค.ต่อสมาชิกพรรคภูมิใจไทยถือว่าพูดต่อหน้าประชาชนทั้งประเทศ ตนก็ว่าท่านมีความคุ้นเคยขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนมีความมั่นใจ

เมื่อถามย้ำว่านายสีหศักดิ์ตอบรับมาเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า บางทีคนระดับนี้ใช้ญาณคุยกันเมื่อถามว่าสาเหตุที่นำเสนอนายสีหศักดิ์เพราะบทบาทเกี่ยวกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาและต้องเจรจากับหลายประเทศในช่วงนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างเกี่ยวกันหมดยอมรับเป็นคนมีประสบการณ์และตนก็ไม่สามารถชี้แจงคนเดียวได้

ครั้งหน้าคนในพรรคเป็นแคนดิเดตนายก

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า คนในพรรคจะมีโอกาสเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนมีโอกาสหมด เที่ยวนี้เป็นการปรับสถานะของพรรคอีกรอบหนึ่ง มันก็ยังมีข้อจำกัดต่างๆ ซึ่งหลังจากผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ไป ถ้าเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน และเราเห็นสถานะของพรรคหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 69 ก็จะมีความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ต้องฟังเสียงประชาชนเพราะเขาคือผู้ตัดสิน อย่ามาถามตน ตนตัดสินอะไรไม่ได้ เป็นอย่างไรก็ทำตามเสียงของประชาชน

นอกจากนี้ ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวยังได้พยายามสอบถามถึงนโยบายที่ประกาศว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีเทา นายอนุทินจึงหันมาตอบว่า พรรคไหนก็ไม่มีเทาทั้งนั้น ก่อนจะยิ้มและเดินขึ้นไปทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที

‘หนู’กร้าวไม่ร่วมจัดตั้งรบ.กับปชน.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวผ่านการดีเบตของไทยรัฐทีวีเมื่อวันที่23ธ.ค.ที่ผ่านมาจะไม่ขานชื่อนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีอีกแล้วถือเป็นการปิดโอกาสที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ว่า”เป็นสิทธิของเขา ผมเคารพสิทธิ และความเห็นของทุกคน” และพรรคภูมิใจไทย มีความชัดเจนมาตลอด ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112

“ผมติดตามชมรายการไทยรัฐดีเบต ทราบว่าหัวหน้าพรรคประชาชนเป็นคนเดียวบนเวทีที่ยังยืนยันว่า ต้องแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ถ้ายังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทย ไม่ร่วมด้วยแน่นอน พรรคไหนจะร่วม ก็เป็นสิทธิของแต่ละพรรค แต่เท่าที่ดูแคนดิเดตของทุกพรรค ไม่มีพรรคไหนตอบว่าจะแก้ไขมาตรา 112ยกเว้นพรรคประชาชน”นายอนุทิน ย้ำ

คุยกันไม่ได้-ยังไม่หยุดคิดลุยแก้ม.112

เมื่อถามว่า ต่อไปนี้จะไม่คุยกับพรรคประชาชนอีกแล้วใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบว่าถ้าเป็นเรื่องการทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชน พรรคภูมิใจไทยพูดคุยและทำงานร่วมกันได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ สร้างความแตกแยกให้ประชาชนเช่นแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 คงคุยกันไม่ได้ เพราะอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน เว้นแต่พรรคประชาชนจะพูดชัดเจนว่าไม่มีนโยบายแก้ไข ม. 112 แล้ว ก็น่าจะ ทำงาน ด้วยกันได้”

เมื่อถามว่านายณัฐพงษ์พูดว่า”ไม่ควรมีใครต้องติดคุก เพราะคำพูด”นายอนุทินตอบว่าตนเห็นต่างและคิดว่าไม่ควรสร้างหลักคิดและความเชื่อแบบนี้ให้กับประชาชน นักการเมืองทุกคน ต้องแนะนำ ต้องสร้างค่านิยมให้คนในสังคมเคารพกฎหมาย และไม่ทำผิดกฎหมาย

ย้ำทำผิดกฎหมายต้องได้รับโทษ

“ควรจะต้องพูดว่าไม่ควรมีใครต้องติดคุก เพราะไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ถ้าทำผิดกฎหมาย ต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด จะมีสิทธิเสรีภาพมากแค่ไหน ก็ต้องไม่ละเมิดกฎหมายและไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดที่เป็นการอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ เสียหายยิ่งต้องได้รับโทษ โดยไม่มีข้อยกเว้น”หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว

‘เพื่อไทย’เปิดตัวผู้สมัครสส.ทั้ง500คน

ที่พรรคเพื่อไทย(พท.)จัดกิจกรรม“เพื่อไทยทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ เลือกพรรคเพื่อไทย”เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อรวม 500 คน โดยมี 3 แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผอ.การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยร่วมแสดงวิสัยทัศน์ มีแกนนำพรรคเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ทั้งน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงอง เลขาธิการพรรค

‘จุลพันธ์’ชูพท.พาประเทศไปข้างหน้า

นายจุลพันธ์ กล่าวช่วงหนึ่งว่าตนมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเดียวที่นำเสนอนโยบายเชิงโครงสร้างเพื่อพัฒนาประเทศ แก้ไขปัญหาให้ประชาชนและผลักดันให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า เราจะต่อสู้กับพลังที่ฉุดประเทศให้ถดถอย เช่นความขัดแย้งทางการเมือง ความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาลและปัญหานิติรัฐ นิติธรรม เพื่อก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ พรรคเพื่อไทยขอเสนอตัวเป็นพลังร่วมกับประชาชนในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า ผ่านสามเสาหลักในการออกแบบนโยบาย คือเสาเศรษฐกิจ เสาด้านความมั่นคง และเสาของนิติรัฐนิติธรรมการเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีความสำคัญมากจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทยเราไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อเปิดตัวผู้สมัครแต่มาเพื่อประกาศความพร้อมว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมแล้วประเทศไทยพร้อมแล้ว การเปลี่ยนแปลงจะต้องเริ่มตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไปโอกาสและความหวังของประชาชนเริ่มที่นี่พรรคเพื่อไทยทำได้ประเทศไทยก็ทำได้

“พรรคเพื่อไทยมีความหลากหลายแต่มีจิตวิญญาณเดียวกัน เชื่อว่ามีแต่พวกเราเท่านั้นที่จะนำพาประเทศหลุดพ้นจากความยากจน หลายคนพยายามวาดปีศาจให้คนกลัว แต่เราไม่ละเลยปัญหาโครงสร้างและการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน จงอย่ากลัวการพัฒนา มีแต่พวกเราที่จะพาไปข้างหน้า พวกเราคือพรรคเพื่อไทย มีแต่พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ทำได้”นายจุลพันธ์ ย้ำ

‘สุริยะ’ย้ำพร้อมลต.โวได้สส.200 คน

ด้านนายสุริยะกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เราต้องรัดกุมด้านกฎหมายเลือกตั้ง เรารู้ดีว่าเราถูกจ้องจับผิดพรรคเราโดยเฉพาะเพราะคิดว่าพรรคเราจะมาที่หนึ่ง จึงต้องการทำให้เราเสียจังหวะ แต่พรรคเพื่อไทยไม่กลัว เพราะเราทำงานบนกติกา มีทีมกฎหมายดูแลให้ถูกต้องโปร่งใส ขอให้ทุกท่านมุ่งมั่นทำงานต่อไป การทำงานหนักไม่เคยทำร้ายใครทางการเมือง ถ้าเราอยู่ในกติกาวัดผลตัวเองตลอด รู้ว่าอะไรได้ผลอะไรต้องปรับปรุงแล้วเดินหน้าต่อ ที่สำคัญห้ามประมาท ต้องทำงานเต็มที่ อย่าย่อท้อ ทำงานอย่างหนักเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน และขอความร่วมมือประชาชนหากพบพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้ง ให้ส่งเรื่องมาที่พรรคเพื่อไทย เราพร้อมตรวจสอบเพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตและเป็นธรรม จากนี้พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าปราศรัยทุกภูมิภาคอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าเราพร้อม และในฐานะผู้อำนายการเลือกตั้งยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้ สส.ไม่ต่ำกว่า 200 คน

‘ยศชนัน’ลั่นยาเสพติด-ทุจริตไม่จบไม่เลิก

ด้านนายยศชนันกล่าวว่าวันนี้เป็นภาพที่ทำให้ตนนึกถึงเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ตอนที่ได้รับโอกาสลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เขต 3 จ.เชียงใหม่ในนามพรรคเพื่อไทย จากวันนั้นถึงวันนี้อุดมการณ์ของพวกเราไม่เคยเปลี่ยน พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน 45 วันหลังจากนี้พรรคอื่นๆอาจจะมองว่าเป็นการเลือกตั้ง แต่สำหรับเราคือวันแห่งความหวังของประชาชน วันนี้ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาโลกร้อน รวมถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างเฉียบพลัน สิ่งที่เราต้องทำมี 4 เรื่อง คือแก้ปัญหาที่สาเหตุ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส เพื่อคนจนและคนรากหญ้า ส่งเสริมเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มากขึ้น ใช้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจมาขยายโอกาสใหม่ๆ ในทุกมิติ และหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นและสร้างคน ซึ่งการสร้างความเชื่อมั่น อธิปไตยคือสิ่งที่สำคัญที่สุด หลักนิติธรรม ยาเสพติด ไม่จบไม่เลิก ทุจริตคอร์รัปชั่นไม่จบไม่เลิก สแกมเมอร์ไม่จบไม่เลิก

‘กธ.’คึกคักเปิดผู้สมัครสส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์

เวลา14.00 น.ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พรรคกล้าธรรม จัดกิจกรรมเปิดตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. ของพรรคจากทั่วประเทศ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวช่วงหนึ่งว่า พรรคกล้าธรรมไม่ใช่พรรคใหม่ แต่เป็นพรรคที่ดำเนินงานมาแล้วกว่า 5 ปี เดิมใช้ชื่อ“พรรคเศรษฐกิจไทย”ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำพรรคและตนได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคจากนั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็น“พรรคกล้าธรรม”เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ปีที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าพรรคยึดมั่นในความจงรักภักดีและการทำงานร่วมกันมาโดยตลอด

“พรรคกล้าธรรมเริ่มต้นด้วยสส.เพียง 2 คน แต่ไม่เคยหยุดนิ่งในการขยายสมาชิก และสร้างความเข้มแข็งของพรรค จนปัจจุบันกลายเป็นพรรคการเมืองที่มีความพร้อมสูงสุด มีสมาชิกมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง เป็นพรรคแรกที่สามารถส่งผู้สมัคร สส.ครบทั้ง 77 จังหวัด ซึ่งมีเพียงไม่กี่พรรคที่สามารถส่งผู้สมัครได้ครบทั่วประเทศ พรรคกล้าธรรมมีนโยบายที่ชัดเจน ทำงานต่อเนื่อง และมีผลงานที่พิสูจน์ได้จริง ไม่ทำนโยบายขายฝัน ไม่หลอกประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงินหรือโครงการที่ไม่สามารถทำได้จริง”หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ย้ำ

‘ธรรมนัส’ประกาศวิถีคนบ้า’กล้าธรรม’

หลังเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว ร้อยเอก ธรรมนัส ร่ายกลอนว่าแม้หนทางข้างหน้าจะว่างเปล่า แดดจะเผาจนผิวผ่องจนหมองไหม้ รู้ทั้งรู้ว่าที่ตรงโน้น มีหุบเหว มีเปลวไฟ ถ้าใจไม่กล้า จะก้าวไปได้อย่างไรพี่น้อง

โดยได้กล่าวกับผู้สมัครว่า“พี่น้องครอบครัวสมาชิกคนกล้าธรรม เชื่อว่าพี่น้องที่อยู่ตรงนี้ ไม่ต่ำกว่า 500 ชีวิต ทั้งบัญชีรายชื่อและแบ่งเขตผมเชื่อว่ามีพี่น้องคนไทย อีกมากมาย กำลังเฝ้าดูว่าวันนี้วิถีของคนกล้า เขาจะประกาศอะไร เขาจะทำอะไร ผมมักจะพูดเสมอว่า ผมเป็นคนบ้า แต่บ้าของผมในที่นี้ บ้าที่จะทำงาน บ้าที่จะทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน”

ชูนโยบายทำกินได้จริงไม่ขายฝัน

ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวถึงนโยบาย สิ่งแรกที่เราประกาศชัดเจน คือ การเปลี่ยนชีวิตคนฐานราก นั่นคือ กลุ่มพี่น้องเกษตรกร เราจะทำคือที่ดินทำกิน หากมีโอกาสได้กลับมาดูแล ส.ป.ก. จะเปลี่ยน ส.ป.ก. ที่เหลือให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร เราจะเปลี่ยนโฉนดเพื่อการเกษตร เป็นโฉนดครุฑแดง ให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศและย้ำว่า 8 กุมภาพันธ์ จากนั้น 6วัน วันวาเลนไทน์มาฉลองกัน หลังจากนั้นสภาฯเปิดเมื่อไหร่เราไปเจอกัน พรรคกล้าธรรมวันนี้ ร้อยเอก ธรรมนัส พร้อมเป็นผู้นำในการเข้าสู่เวทีการเลือกตั้ง พร้อมนำคาราวานเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรให้เยอะที่สุดในแผ่นดิน สิ่งสำคัญจะไม่ทำให้ผิดหวัง เราจะไม่ยอมปล่อยให้พวกท่านอยู่ข้างหลังโดยลำพัง ผู้ชายชื่อธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นแบบนี้อาจจะโผงผาง พูดจาไม่เพราะเวลาลงพื้นที่ ทั้งสาวแก่แม่ม่าย ลูกหลานเยาวชน เข้ามาห้อมล้อม ขอกอด ขอเซลฟี่ ขอผูกเสี่ยส ก่อนทิ้งท้ายว่า เราทำมากกว่าพูด เพื่อคนไทย

นอกจากนี้ ในงานนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เดินทางเข้ามอบช่อดอกไม้มาให้กำลังใจแก่ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกฯของพรรคกล้าธรรมด้วย

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“แม้ในความเป็นจริงอาจต้องมีการผสมผสานกับพรรคอื่นบ้าง แต่หัวใจสำคัญคือต้องมีพรรคสีขาวเป็นแกนนำหลัก พรรคไม่ได้ปฏิเสธการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใด แต่แกนนำรัฐบาลจะต้องเป็นพรรคที่มีความใสสะอาด และมีอุดมการณ์ตรงกันเท่านั้น”

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย