‘ภราดร’เผย‘รัชดา’สมัครเป็นสมาชิก‘ภท.’แล้ว คาดดูเลือกตั้งพื้นที่กทม.

‘ภราดร’เผย‘รัชดา’สมัครเป็นสมาชิก‘ภท.’แล้ว คาดดูเลือกตั้งพื้นที่กทม.

‘ภราดร’เผย‘รัชดา’สมัครเป็นสมาชิก‘ภท.’แล้ว คาดดูเลือกตั้งพื้นที่กทม.

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.04 น.

‘ภราดร’เผย‘รัชดา’สมัครเป็นสมาชิก‘ภูมิใจไทย’แล้ว หลัง​ ครม.ตั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ชมมีความรู้ความสามารถ เป็น สส.พร้อมกัน​ บอกเป็นไปได้มาดูเลือกตั้ง​พื้นที่กทม.

เมื่อเวลา 15.20 น.วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการที่ครม. แต่งตั้งนางสาวรัชดา ธนาดิเรก มาดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า พรุ่งนี้เจ้าตัวมาที่ทำเนียบฯ ขอก็ให้สอบถามดู ซึ่งตอนนี้นางสาวรัชดา สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้ว จึงชวนมาช่วยงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า เป็นการปูทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ที่จะส่งผู้สมัคร สส.กทม. หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ต้องสอบถามที่หัวหน้าพรรค

เมื่อถามว่า จะให้มาช่วยดูพื้นที่ กทม. หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ เพราะนางสาวรัชดา เป็นคนกรุงเทพฯ

“ผมคิดว่าพรรคภูมิใจไทย คงเห็นว่าคุณรัชดา เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ มีความรู้มาก เป็นผู้แทนสมัยเดียวกันกับผม ตั้งแต่ปี 2550 และเป็นผู้แทนถึง 2 สมัย เพราะฉะนั้นประสบการณ์ทางการเมืองมีมากพอสมควร นอกจากนี้ในฐานะที่เป็นอาจารย์ ก็มีความรู้มากพอสมควร จึงเชื่อว่าจะสามารถเข้ามาทำประโยชน์ให้กับพรรคได้ ทั้งในเรื่องของนโยบาย และแนวทาง รวมถึงแนวคิดต่อไปได้” นายภราดร กล่าว

​‘เฉลิมชัย’ลาปชป. คาดพากลุ่มย้ายซบ‘กล้าธรรม’ ตั้งเป้าดันขยับฐานสู่พรรคขนาดใหญ่

​‘เฉลิมชัย’ลาปชป. คาดพากลุ่มย้ายซบ‘กล้าธรรม’ ตั้งเป้าดันขยับฐานสู่พรรคขนาดใหญ่

​‘เฉลิมชัย’ลาปชป. คาดพากลุ่มย้ายซบ‘กล้าธรรม’ ตั้งเป้าดันขยับฐานสู่พรรคขนาดใหญ่

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.01 น.

‘เฉลิมชัย’ลาปชป. คาดพากลุ่มย้ายซบ‘กล้าธรรม’ ตั้งเป้าดันขยับฐานสู่พรรคขนาดใหญ่

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2568 ที่ผ่านมา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9 ได้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยคาดว่าจะมี สส.ประจวบคีรีขันธุ์ และกลุ่มสส.ภาคกลางบางส่วนที่อยู่ในสังกัด ”กลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย“ จะทยอยลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรวมกลุ่มย้ายไปเข้าสังกัดพรรคกล้าธรรม ของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ในฐานะหุ้นส่วนร่วมพรรคที่จะทำให้พรรคกล้าธรรมใหญ่ขึ้น

สำหรับสส.ที่คาดว่าจะย้ายอาทิ นายประมวล พงษ์ถาวราเดช ประธาน สส.พรรคประชาธิปัตย์ นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส.ประจวบคีรีขันธุ์ อดีตรองเลขาธิการพรรค นายมนตรี ปานน้อยนนท์ อดีตรองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ รวมถึงกลุ่มสงขลาของนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมครอบครัว และพล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา

ทั้งนี้มีรายงานว่าจากการเจรจาเบื้องต้น กลุ่มนายเฉลิมชัย จะเข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วนในพรรคกล้าธรรม โดยเพิ่มสส.ให้ ตั้งเป้าไว้ 20 เสียงเป็นอย่างน้อย เพื่อทำให้พรรคกล้าธรรมขยับเป็นพรรคขนาดกลางมาเป็นขนาดใหญ่ 

นอกจากนี้คาดว่าจะยังมี สส.พรรคประชาธิปัตย์อีกจำนวนหนึ่งทยอยลาออก เพื่อตามมาสังกัดพรรคกล้าธรรมในนามกลุ่ม”เพื่อนเฉลิมชัย“เพิ่มอีกด้วย

‘กรวีร์’มองบวก‘กมธ.ฯ’อาจคุยเคลียร์กันได้ปม‘เสียงแตก’ ชี้ชัดโมเดล‘พรรคส้ม’เสี่ยงสะดุด

‘กรวีร์’มองบวก‘กมธ.ฯ’อาจคุยเคลียร์กันได้ปม‘เสียงแตก’ ชี้ชัดโมเดล‘พรรคส้ม’เสี่ยงสะดุด

‘กรวีร์’มองบวก‘กมธ.ฯ’อาจคุยเคลียร์กันได้ปม‘เสียงแตก’ ชี้ชัดโมเดล‘พรรคส้ม’เสี่ยงสะดุด

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.51 น.

‘กรวีร์’มองบวก‘กมธ.ฯ’อาจคุยเคลียร์กันได้ ปม‘เสียงแตก’โยงประเด็นกลไกทำรธน.ใหม่ ชี้ชัดโมเดล‘พรรคส้ม’เสี่ยงสะดุด

4 พ.ย.2568 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณารัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) รัฐสภา กล่าวถึงการประชุมกมธ. วันพรุ่งนี้ (5 พ.ย.) ซึ่งกำหนดวาระพิจารณาต่อเนื้อหาผู้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเตรียมลงมติว่า ยอมรับว่ากมธ.มีความเห็นต่างในรายละเอียด และแบ่งความเห็นเป็น2 ฝั่งต่อกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะรัฐสภารับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาจำนวน 2 ฉบับ คือ ฉบับของพรรคประชาชน และ ฉบับของพรรคภูมิใจไทย จึงจำเป็นต้องหารือและพูดคุย แต่เมื่อไม่สามารถหารือให้ได้ข้อสรุปตรงกลาง การใช้มติข้างมากตัดสินจึงเป็นวิธีการที่นำมาใช้เป็นปกติ ส่วนเสียงข้างน้อยนั้นสามารถสงวนความเห็นไปพิจารณาในชั้นการประชุมรัฐสภาได้

เมื่อถามว่า ตามโมเดลในฉบับแก้ไขของพรรคประชาชนถูกมองว่าสุ่มเสี่ยงที่จะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นายกรวีร์ กล่าวว่า ตนมองว่ามีมุมที่จะถูกมองเช่นนั้นได้เพราะเนื้อหาของพรรคประชาชนกำหนดให้ประชาชนเป็นผู้เลือกตั้งสภาที่ปรึกษา ซึ่งพรรคประชาชนมองว่า เมื่อเข้ามาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นเพียงผู้รับฟังความเห็นจึงไม่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ดีกมธ.ส่วนหนึ่งมองว่าหากให้มีสภาหนึ่งทำหน้าที่ดังกล่าว ควรให้รัฐสภาทำ เพราะมี สส. ที่เป็นตัวแทนที่ชอบธรรมของประชาชน และมี สว. ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มอาชีพ

“ต่างฝ่ายต่างยืนในความเห็นของตนเอง เขามองว่าไม่ขัดและไปได้ แต่อีกฝั่งมองว่าเป็นความเสี่ยงหากมีผู้ร้อง ซึ่งจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไปต่อไม่ได้ ซึ่งพวกผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น อีกทั้งแล้วเราไม่มีเวลามากขนาดนั้น” นายกรวีร์ กล่าว

เมื่อถามว่าหากมีการโหวตจะทำให้บรรยากาศการประชุมราบรื่นต่อไปได้หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า “ได้ เป็นการโหวตเป็นธรรมดา เมื่อถึงวันประชุมพรุ่งนี้ จุดที่เห็นต่างกันอาจจะคุยกันได้ก็ได้ โดยไม่มีการโหวตก็ได้ ซึ่งต้องรอให้พูดคุยกันก่อน กมธ.อาจเห็นคล้อยตามกันก็ได้ ต้องรอฟังเขาอีกครั้งว่าจะปรับหรือไม่”

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยมองว่าโมเดลใดที่ทำให้เนื้อหาผ่านไปได้ ไม่เสี่ยงขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นายกรวีร์ กล่าวว่า เป็นไปตามเนื้อหาที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ และเมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ให้รัฐสภาเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบตามกระบวนการ

‘ไอซ์ รักชนก’ โผล่ช็อตฟีล ซัด ‘วัน อยู่บำรุง’ เคลมผลงาน

'ไอซ์ รักชนก' โผล่ช็อตฟีล ซัด 'วัน อยู่บำรุง' เคลมผลงาน

‘ไอซ์ รักชนก’ โผล่ช็อตฟีล ซัด ‘วัน อยู่บำรุง’ เคลมผลงาน

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.19 น.

4 พ.ย. 68 นายวัน อยู่บำรุง อดีต สส. กทม. โพสต์คลิปวีดีโอ ขณะที่ตนเองพาดูสะพานไม้ ข้ามคลองภาษีเจริญ พร้อมข้อความระบุว่า “สะพานข้ามคลองภาษีเจริญจากวัดหลักสามข้ามไปโรงเรียนประชาบำรุงเขตหนองแขมที่ผมเคยขอไว้ในสภาผู้แทนราษฎร บัดนี้ลงมือก่อสร้างแล้วนะครับ งบประมาณ 4,500,000 บาท #สะพานดังในโซเชียล #ใจถึงพึ่งได้ ส.ก. นวรัตน์ อยู่บำรุง” 

จากนั้น น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน เข้ามาคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าว ระบุข้อความว่า “โหพี่ สุดยอด หารือครั้งเดียวแล้วไม่สนใจอีกเลย แต่พองบจะมาลงปุ๊บรีบมาเคลมทันที ทำงานเค้าทำกันแบบนี้ ดูไว้นะคะ ถ้าอยากกลับเข้าสภาอีก ลองเอาไปฝึกดู https://www.facebook.com/share/p/1DVJfAXAxs/?mibextid=wwXIfr“

ครม. ตั้ง ‘รัชดา ธนาดิเรก’ นั่งผู้ช่วยรัฐมนตรี’ภราดร’ รับย้ายทำงานภูมิใจไทยแล้ว

ครม. ตั้ง 'รัชดา ธนาดิเรก' นั่งผู้ช่วยรัฐมนตรี'ภราดร' รับย้ายทำงานภูมิใจไทยแล้ว

ครม. ตั้ง ‘รัชดา ธนาดิเรก’ นั่งผู้ช่วยรัฐมนตรี’ภราดร’ รับย้ายทำงานภูมิใจไทยแล้ว

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.14 น.

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติแต่งตั้ง นางสาวรัชดา ธนาดิเรก อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายภราดร ปริศนานันทกุล

ทั้งนี้ นางสาวรัชดา ยอมรับว่า ได้ย้ายมาทำงานการเมืองกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว

ครม.ตั้ง‘ธนดล’อดีตที่ปรึกษา‘ธรรมนัส’ เป็นข้าราชการการเมือง ประจำสำนักนายกฯ

ครม.ตั้ง‘ธนดล’อดีตที่ปรึกษา‘ธรรมนัส’ เป็นข้าราชการการเมือง ประจำสำนักนายกฯ

ครม.ตั้ง‘ธนดล’อดีตที่ปรึกษา‘ธรรมนัส’ เป็นข้าราชการการเมือง ประจำสำนักนายกฯ

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.13 น.

ครม.ตั้ง‘ธนดล สุวัณณะฤทธิ์’อดีตที่ปรึกษา‘ธรรมนัส’ เป็นข้าราชการการเมือง ประจำสำนักนายกฯ

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 4 พ.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติอนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอแต่งตั้ง นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายธนดล เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านกฎหมายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมัยที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

‘5 อรหันต์’ โต้ ป.ป.ช. ปมคดีงบ 3.5 หมื่นล้าน! ชี้’ครม.-กมธ.’ต้องรับผิดชอบด้วยกัน

'5 อรหันต์' โต้ ป.ป.ช. ปมคดีงบ 3.5 หมื่นล้าน! ชี้'ครม.-กมธ.'ต้องรับผิดชอบด้วยกัน

‘5 อรหันต์’ โต้ ป.ป.ช. ปมคดีงบ 3.5 หมื่นล้าน! ชี้’ครม.-กมธ.’ต้องรับผิดชอบด้วยกัน

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.55 น.

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์, พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป, นายสมชาย แสวงการ, อ.เจษฎ์ โทณะวณิก, นายนิติธร ล้ำเหลือ แถลงข่าว 
กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำวินิจฉัยกรณีที่ทั้ง 5 คน ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามมาตรา 144 ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มีผู้กระทำผิดทั้งคณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะเป็นผู้ที่อนุมัติการแปรญัตติต่อกรรมาธิการของรัฐสภา งบประมาณประจำปี พ.ศ. 2568 ปรับลดงบประมาณ 35,000 ล้านบาท ไปใช้ผิดประเภท  อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 172 ของพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. โดยอ้างว่ากรรมาธิการ ส.ส. ส.ว. ไม่มีความผิดด้วย เพราะไม่ใช่ผู้กระทำการแปรญัตติ  

คณะผู้ร้องมีความเห็นด้วยบางส่วนในกรณีนี้  เพราะว่าเมื่อ ป.ป.ช. จะดำเนินคดีความผิด กับคณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ด้วยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 เท่ากับต้องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการนำผู้กระทำความผิดในข้อหาเดียวกันมาลงโทษและเรียกเก็บเงินจาก 35,000 ล้านบาท ในการกระทำความผิดชดใช้แก่แผ่นดินด้วย  เพราะคณะรัฐมนตรีมิอาจจะกระทำการขอแปรญัตติตัดทอน ปรับลดงบประมาณต้องห้าม ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 และกฎหมายอื่นๆ องค์ประกอบต้องให้กรรมาธิการเห็นชอบ และ ส.ส. เสียงส่วนใหญ่เห็นชอบ  และ ส.ว. ต้องเห็นชอบจึงจะทำการแปรญัตติ เป็นผลทำให้เงินงบประมาณจาก ๕ ธนาคาร  เป็นการใช้หนี้และดอกเบี้ยตามกฏหมายวินัยการเงินการคลัง โยกไปอยู่ในหมวดงบกลางเพื่อนำไปใช้ในโครงการ DW(ดิจิทัลวอลเล็ต) 10,000 บาท  เพื่อคะแนนของพรรคการเมือง จึงขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฏหมายกับผู้ดำเนินการฐานเป็นผู้สนับสนุนให้คณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน กระทำผิดกฎหมายตามที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด โดยดำเนินคดีกับคณะกรรมาธิการ ส.ส. และส.ว. ที่เห็นชอบด้วย จึงจะถูกต้องตามกฏหมาย

1.ข้อพิจารณาให้ ป.ป.ช. ทบทวน

ป.ป.ช. กล่าวอ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยว่าจะพิจารณาเฉพาะในกรณีระหว่างพิจารณาดำเนินการตราพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี ในขณะที่ยังไม่ประกาศใช้เป็นพรบ.เท่านั้น
ถือว่า ป.ป.ช. ตีความ มาตรา 144 ที่มีการบัญญัติไว้ ๖ วรรค  โดย ๓ วรรคแรก เป็นเรื่องที่ ส.ส. หรือส.ว. เข้าชื่อกัน 1 ใน 10 ของสมาชิกในรัฐสภา ต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง และศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาภายใน 15 วัน  เจตนาเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เพื่อทำโครงการใหม่และทุจริต โดย ส.ส. หรือ ส.ว. หรือกรรมาธิการ  ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณเท่านั้น  มิได้มีหน้าที่ดำเนินงานใช้งบประมาณซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล จึงห้ามแปรญัติ ตามมาตรา 144 ไว้โดยเฉพาะ

อีกทั้งความหมายของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 88 ส่วนที่ทำผิดเกี่ยวกับมาตรา 144 ของรัฐธรรมนูญ  โดยมีบทบัญญัติเป็นครั้งแรกที่ให้ ป.ป.ช. รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ข้าราชการ หรือผู้รู้เห็นจากผู้อนุมัติโครงการ ว่าผิดกฎหมาย โดยให้ร้องต่อ ป.ป.ช. หลังจากประกาศใช้พรบ.งบประมาณประจำปีนั้นแล้ว  ถ้า ป.ป.ช. รับเรื่อง ต้องรีบดำเนินการโดยพลันโดยทางลับ ห้ามเปิดเผยผู้แจ้ง  และถ้ามีมูลให้รีบส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการวินิจฉัยลงโทษ  โดยมีอายุความเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำความผิดคืนแผ่นดิน ให้เวลาดำเนินการ 20 ปี  เป็นการตราบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการโดยเฉพาะความผิดจากการทำผิด มาตรา 144 ของรัฐธรรมนูญ เมื่อ ป.ป.ช. อ้างเหตุว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่พิจารณา พรบ. ที่ประกาศใช้แล้ว เท่ากับเป็นการตีความทำลาย พรป.ปปช. มาตรา 88 ที่ถูกตราขึ้นเพื่อให้ ป.ป.ช. มีอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะ เป็นอันเสียไป โดยไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้เลย

2. ข้อกฎหมายที่ให้ประชาชนได้ดำเนินการช่วยปราบปรามการทุจริตได้

ป.ป.ช. ใช้กฎหมายข้อใดของ ป.ป.ช. หรือกฎหมายอื่นใด ให้อำนาจ ป.ป.ช. ลบล้างกฎหมายมาตรา 88 ของป.ป.ช.เอง ทั้งเมื่อประกาศใช้พรบ.งบประมาณแล้ว ไม่สามารถฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนญได้

มีอำนาจใดเหนือบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่ต้องพิจารณาทุกวรรค ทั้งหกวรรคโดยเฉพาะวรรคสี่ ให้ป.ป.ช. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตัดสินถูกหรือผิด  และต้องเรียกร้องเงินจากบุคคลที่ทำความเสียหายแก่แผ่นดินเข้าคลังแผ่นดินเป็นเวลา 20 ปี หมายความว่าบทบัญญัติดังกล่าวของวรรค สาม วรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก  ทำผิดหลังจากประกาศใช้ไปแล้ว  จึงรู้ว่ามีหน่วยงานหรือบุคคลใดทำผิด ตามมาตรา 144 จึงนำความแจ้งต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการไต่สวนโดยพลัน และศาลรัฐธรรมนูญลงโทษผู้กระทำความผิด และเรียกเก็บเงินค่าเสียหายคืนแผ่นดินภายใน 20 ปี  จึงขอให้ ป.ป.ช. ตอบข้อความ ว่าท่านใช้กฎหมายใดดำเนินการยกคำร้องว่า เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 แต่ไม่ผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ซึ่งเป็นความผิดเรื่องเดียวกันกับมาตรา 144 ที่ต้นเรื่องมาจากมาตรา 144 

โดยขอให้ ป.ป.ช. ตอบภายใน 15 วัน หลังจากที่ได้รับเรื่องจากข้าพเจ้า ในฐานะผู้นำความมาปรากฏแก่ ป.ป.ช. โดยพลัน

เพื่อให้ประชาชน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถยื่นคำร้องให้ความปรากฏแก่ ป.ป.ช. ในการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบได้ หรือ ป.ป.ช. ไม่สามารถใช้กฎหมายมาตรา 88 ของตนในการตรวจสอบยับยั้งการทุจริตเรื่องงบประมาณได้ ขอให้ไต่สวนตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ. ๒๕๖๑ หมวด 3 เพราะเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ทั้งหมดทุกคน รวมทั้งผู้อนุมัติโครงการให้นำเงินไปแจกโครงการ DW ผิดกฎหมายตามที่ ป.ป. ช. มีมติชี้ว่ามีมูล

‘นายกฯ’โยนถาม‘พิพัฒน์’ ปมปรับขึ้นราคา‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’

‘นายกฯ’โยนถาม‘พิพัฒน์’ ปมปรับขึ้นราคา‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’

‘นายกฯ’โยนถาม‘พิพัฒน์’ ปมปรับขึ้นราคา‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.46 น.

‘นายกฯ’โยนถาม‘พิพัฒน์’ ปมปรับขึ้นราคา‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 4 พ.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่มีการปรับเพิ่มราคาค่าโดยสาร ว่า ในส่วนของข้อมูลต้องไปสอบถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม

นายกฯ หนุนส่ง ตร. ดูงานปราบสแกมเมอร์ ‘เขมร’ ย้ำแก้ปัญหาชายแดนคืบหน้าทุกวัน

นายกฯ หนุนส่ง ตร. ดูงานปราบสแกมเมอร์ 'เขมร' ย้ำแก้ปัญหาชายแดนคืบหน้าทุกวัน

นายกฯ หนุนส่ง ตร. ดูงานปราบสแกมเมอร์ ‘เขมร’ ย้ำแก้ปัญหาชายแดนคืบหน้าทุกวัน

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.46 น.

นายกฯ หนุนส่งตำรวจดูงานปราบสแกมเมอร์เขมร บอก แก้ปัญหาชายแดนมีคืบหน้าทุกวัน 

เมื่อเวลา 13.00น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เสนอแนวคิดส่งตำรวจไทยไปสังเกตการปราบสแกมเมอร์ที่กัมพูชา ว่า ก็ดี เขามีความร่วมมือกันอยู่แล้ว วันนี้ ผบ.ตร.ก็ประชุมตำรวจอาเซียนแล้ว ท่านได้ยกเรื่องสแกมเมอร์ เรื่องค้ามนุษย์และเรื่องยาเสพติดมาเป็นวาระของภูมิภาคนี้ 

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่ไทยจะส่งตำรวจไปที่กัมพูชาหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ต้องมีสิครับ สื่อต้องไปถามผบ.ตร. นโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจน ให้ตนไปสั่งข้ามหัวใครคงไม่ได้

เมื่อถามย้ำว่าพร้อมสนับสนุนเต็มที่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ใช่ครับ ทั้งเรื่องของงบประมาณ ทั้งเรื่องการสนับสนุนบูรณาการ ทรัพยากร รัฐบาลก็ทำและรัฐบาลก็รับไปปฏิบัติ

เมื่อถามว่าวางกรอบเวลาประเมินเงื่อนไข 4 ข้อที่ให้กับกัมพูชาไว้เท่าไหร่ นายอนุทิน ตอบว่า ทำทุกวันความคืบหน้าจาก 2 ฐานยิงตอนนี้ก็ขึ้นเป็น 40 กว่าฐานยิงที่ย้ายออกไปแล้ว ใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ของไม่ใช่ว่าอยากจะย้ายแล้วย้ายได้ทันที เพราะฉนั้นก็ปล่อยให้กองทัพดำเนินการ ไม่ใช่ไม่มีอะไรคืบหน้า 

เมื่อถามว่าหลังลงนามปฏิญญาสันติภาพมามีทิศทางที่ดีขึ้นใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่าสิ่งที่ 2 ฝ่ายต้องปฏิบัติเรื่องเงื่อนไขวิธีการดำเนินงานทั้งหลายเริ่มมาตั้งแต่ข้อตกลง JBC GBC อยู่แล้ว ผู้ปฏิบัติคือกองทัพเขารับทราบขั้นตอนอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการพิจารณายกเลิกเอ็มโอยู 43-44 คืบหน้าถึงไหนแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ให้ถาม นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ซึ่งประสานงานกับ คณะกรรมาธิการในสภาอยู่ 

เมื่อถามว่าได้รับรายงานกรณีมีหญิงไทยเสียชีวิตที่กัมพูชาหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวตนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าแล้วจะไปอ่านรายงานและรีบดำเนินการ 

เมื่อถามว่าได้กำชับไปยัง ตร.หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า กำชับทุกวัน

‘อนุทิน’บอกห้ามไม่ได้ ‘ฝ่ายค้าน’ตั้งธงยื่น‘ซักฟอก’ ย้อนถาม‘มีปัญหาอะไร’ต้องเลื่อน‘ยุบสภา’

‘อนุทิน’บอกห้ามไม่ได้ ‘ฝ่ายค้าน’ตั้งธงยื่น‘ซักฟอก’ ย้อนถาม‘มีปัญหาอะไร’ต้องเลื่อน‘ยุบสภา’

‘อนุทิน’บอกห้ามไม่ได้ ‘ฝ่ายค้าน’ตั้งธงยื่น‘ซักฟอก’ ย้อนถาม‘มีปัญหาอะไร’ต้องเลื่อน‘ยุบสภา’

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.43 น.

‘อนุทิน’บอกห้ามไม่ได้ ‘ฝ่ายค้าน’ตั้งธงยื่น‘ซักฟอก’ ย้อนถาม‘มีปัญหาอะไร’ต้องเลื่อนไทม์ไลน์‘ยุบสภา’ ไม่มีอะไรต้องยืนยัน ลั่นทำงานทุกวัน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 พ.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้ใจคิดว่าช่วงนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ว่า เราจะไปห้ามอะไรได้

เมื่อถามว่า ส่วนปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้ามากมาย จะตัดสินใจยุบสภาก่อนกำหนด 31 ม.ค.69 หรือไม่ นายอนุทิน ย้อนถามว่า มีปัญหาอะไร

ผู้สื่อข่าวตอบว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ และอีกหลายเรื่องที่เป็นปัญหา นายอนุทินกล่าวว่า อ้าว ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำงานทุกวันอยู่แล้ว

เมื่อถามย้ำว่า ยังยืนยันว่าไทม์ไลน์ยุบสภายังเหมือนเดิมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ยืนยัน ไม่มีอะไรต้องยืนยัน

เมื่อถามว่า กรณีที่พรรคเพื่อไทยตำหนิรัฐบาลปราบปรามสแกมเมอร์ล่าช้า นายกฯ ย้อนถามว่าใครพูด ไม่รู้จัก ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที