‘พรรครักชาติ’เปิดตัวผู้สมัคร สส.กทม. ‘ชัยวุฒิ’ชูสโลแกน’เพราะรักชาติ…ไม่ใช่แค่คำพูด’

'พรรครักชาติ'เปิดตัวผู้สมัคร สส.กทม. 'ชัยวุฒิ'ชูสโลแกน'เพราะรักชาติ...ไม่ใช่แค่คำพูด'

‘พรรครักชาติ’เปิดตัวผู้สมัคร สส.กทม. ‘ชัยวุฒิ’ชูสโลแกน’เพราะรักชาติ…ไม่ใช่แค่คำพูด’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.05 น.

“พรรครักชาติ”เปิดตัวผู้สมัคร สส.กทม. “ชัยวุฒิ”ชูสโลแกน”เพราะรักชาติ…ไม่ใช่แค่คำพูด” ลั่น!การเมืองต้องทำจริง

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ แถลงเปิดตัวผู้ประสงค์ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครแบบแบ่งเขต พร้อมประกาศเดินหน้าลงพื้นที่พบประชาชนทันที โดยชูสโลแกนหลัก “เพราะรักชาติ…ไม่ใช่แค่คำพูด” เพื่อยืนยันจุดยืนของพรรคว่า ความรักชาติไม่ใช่การพูดให้ดูดี แต่ต้องวัดได้จากการลงมือทำ และความรับผิดชอบต่อชีวิตประชาชนจริง

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พรรครักชาติจะทำการเมืองแบบยืนอยู่บนความจริงของปัญหา ไม่สร้างภาพ ไม่ขายความหวังเลื่อนลอย และไม่ผลักภาระให้ประชาชนต้องรอความช่วยเหลือจากใคร แต่จะทำให้รัฐกลับมาเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสให้คนทำมาหากิน โดยเฉพาะคนตัวเล็กและผู้ประกอบการรายย่อยที่แบกรับต้นทุนชีวิตสูงและเข้าไม่ถึงโอกาสในระบบ

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พรรคย้ำเจตนารมณ์สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.การเมืองต้องทำจริง ไม่ใช่แค่พูด ยืนยันว่าทุกคำมั่นจะต้องมีกรอบเวลา กลไกติดตาม และความโปร่งใสตรวจสอบได้ 2.รัฐต้องยืนข้างคนตัวเล็กอย่างเป็นรูปธรรม ต้องเข้าถึงโอกาสที่เป็นธรรม ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในระบบที่เอื้อเฉพาะคนตัวใหญ่ 3.ความรักชาติคือการทำให้คนไทยมีที่ยืนและมีศักดิ์ศรีในบ้านตัวเอง ต้องทำให้ความมั่งคั่งกระจายกลับสู่ครัวเรือนและชุมชน

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า การเปิดตัวผู้ประสงค์ลงสมัคร สส.กทม.แบบแบ่งเขตครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานเชิงรุกในเมืองหลวง เพื่อเชื่อมการเมืองเข้ากับปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิต ขอให้ประชาชนติดตามและร่วมตรวจสอบว่าพรรคทำได้จริงตามที่พูดไว้หรือไม่ เพราะ “เพราะรักชาติ…ไม่ใช่แค่คำพูด” แต่คือคำมั่นที่ต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ

ทั้งนี้ พรรครักชาติ ได้เปิดตัวผู้ประสงค์ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครแบบแบ่งเขต จำนวน 22 เขต ได้แก่

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายอดัม ชินรัตนพิสิทธิ์ 
เขตเลือกตั้งที่ 2 นายชุติ ปลื้มรุ่งเรื่อง
เขตเลือกตั้งที่ 3 นายกิตติพศ ถนอมวรารักษ์
เขตเลือกตั้งที่ 4 นายสรยุทธ ลิขิตอาภากุล
เขตเลือกตั้งที่ 5 นายปณิธิ บวรวนิชยกูร

เขตเลือกตั้งที่ 6 นายวรวิช กมลโชติรส
เขตเลือกตั้งที่ 8 นางสาวสุวีรา เติมรุ่งเรืองเลิศ
เขตเลือกตั้งที่ 9 นางสาวพัชรวณัน เบ็ญจวิทย์วิไล
เขตเลือกตั้งที่ 10 นายวรัชณ์กิตต์ วิศาลมนัส
เขตเลือกตั้งที่ 12 นายบัณทัต ฤทธิบุตร

เขตเลือกตั้งที่ 13 นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว
เขตเลือกตั้งที่ 14 นายอริย์ธัช สายสุวรรณ์
เขตเลือกตั้งที่ 18 นายฟาวาดคาน เที่ยงธรรม
เขตเลือกตั้งที่ 19 นางสาวสุธิดารา สาสาย
เขตเลือกตั้งที่ 21 นายภูมิ สวัสดี

เขตเลือกตั้งที่ 23 นายเมธี ใบโสภณ
เขตเลือกตั้งที่ 28 นายปิ่น แจ้งชะไว
เขตเลือกตั้งที่ 29 นายธนิสสร กาสาวพานิชย์
เขตเลือกตั้งที่ 30 นางสาวชมกมล วงศ์ชุติโรจน์
เขตเลือกตั้งที่ 31 นายศิรเมศร์ สุขกุลวรเศรษฐ์

เขตเลือกตั้งที่ 32 นายอนุรักษ์ ปวงคำ
เขตเลือกตั้งที่ 33 นายธนพิสิฐ จีรวงศ์ไกลสร

– 006

‘แม่ทัพกุ้ง’สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯพระราชทานยศ‘พลเอก’รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทตลอดไป

‘แม่ทัพกุ้ง’สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯพระราชทานยศ‘พลเอก’รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทตลอดไป

‘แม่ทัพกุ้ง’สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯพระราชทานยศ‘พลเอก’รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทตลอดไป

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.44 น.

‘แม่ทัพกุ้ง’สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯพระราชทานยศ‘พลเอก’รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทตลอดไป พร้อมขอบคุณคนไทยให้กำลังใจ​ ปลุกเลือกคนดีบริหารประเทศ​ ลั่น​สนามการเลือกตั้งเป็นตัวชี้วัด

25 ธันวาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลเอกบุญสิน​ พาดกลางที่ปรึกษาผู้บัญชา​การทหาร​บก​  กล่าวถึงกรณี การลงพื้นที่ชายแดนไทย​ -​กัมพูชาที่ผ่านมา ได้ไปเยี่ยมประชาชน ต่างๆเพื่อให้กำลังใจ​ ปลอบขวัญ ซึ่งยืนยันว่าชาวบ้านมีขวัญและกำลังใจที่ดี ซึ่งก็เข้าใจความลำบากของชาวบ้าน เพราะย้ายออกมาจากบ้านหลายวันแล้ว นอกจากนี้ยังได้ไปเยี่ยมเยียนครอบครัวทหาร รวมถึงทหารแนวหน้า ยืนยันว่าขวัญกำลังใจยังเต็มเปี่ยม ซึ่งตนลงไปดำเนินการตามที่ผู้ พลเอกพนา​ แคล้วปลอดทุกข์ บัญชาการทหารบกมอบหมาย​ และเน้นเรื่องความรักชาติศาสนาพระมหากษัตริย์

พลเอกบุญสินยังยืนยันว่าตนยังทำงานอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่อยู่เบื้องหลัง ส่วนเบื้องหน้าก็เป็นหน้าที่ของพลโทวีระยุทธ​ รักษ์ศิลป์​ แม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ แต่อาจต้องใช้เวลา

พร้อมทั้งระบุว่า ผบ. ทบ.ได้แสดงความยินดีกับตน ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศเป็นพลเอก​ ซึ่งตนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น​ โดยในวันที่ 28 ธันวาคมนี้ จะประดับยศ​ พร้อมขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจ ซึ่งตนจะทำงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทตลอดไป​ ตลอดจนถึงงานด้านมวลชน​  โดยเฉพาะในห้วงนี้อยู่ในโหมดการเลือกตั้ง อยากให้ใช้สติและความคิดเป็นของตัวเอง เลือกคนดีเข้ามาบริหารประเทศ ขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสนามการเลือกตั้ง

‘ประเสริฐ’มั่นใจเลือกตั้ง69 ‘เพื่อไทย’กวาดสส.‘นครราชสีมา’ยกจังหวัด

‘ประเสริฐ’มั่นใจเลือกตั้ง69 ‘เพื่อไทย’กวาดสส.‘นครราชสีมา’ยกจังหวัด

‘ประเสริฐ’มั่นใจเลือกตั้ง69 ‘เพื่อไทย’กวาดสส.‘นครราชสีมา’ยกจังหวัด

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.37 น.

‘ประเสริฐ’มั่นใจเลือกตั้ง69 ‘เพื่อไทย’กวาดสส.‘นครราชสีมา’ยกจังหวัด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในฐานะที่ดูพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งส่วนตัวคิดว่าครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้แน่นอน เพราะการที่มีพรรคชาติพัฒนาได้เข้ามารวมกับพรรคเพื่อไทย ทำให้พรรคเพื่อไทยมีเอกภาพมากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้ในพื้นที่โคราชมีความเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้นเช่นกัน และทำให้ผู้สนับสนุน ซึ่งเดิมอยู่คนละกลุ่มกัน มารวมพลังกัน ก็มั่นใจว่าจะทำให้ยกทั้งจังหวัดได้

ทั้งนี้ ในนครราชสีมามีทั้งหมด 16 คน พรรคเพื่อไทยมี สส.12 คน ซึ่งพรรคคู่แข่งอย่างพรรคประชาชนที่ผ่านมาได้ไป 3 ที่นั่ง ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้ 1 ที่นั่ง ดังนั้นครั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถเจาะฐานเสียงอีก 4 ที่นั่งได้

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้เฟ้นหาผู้สมัคร ที่มีศักยภาพและมั่นใจว่าจะทำให้พื้นที่โคราชมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้คะแนนเสียงของพรรคมีพลังและเข้มแข็ง โดยจะทำให้พื้นที่โคราชมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

‘อิ๊งค์’กระดี๊กระด๊า! ดีใจกระแส‘ยศชนัน’แคนดิเดตนายกฯพท.พุ่ง

‘อิ๊งค์’กระดี๊กระด๊า! ดีใจกระแส‘ยศชนัน’แคนดิเดตนายกฯพท.พุ่ง

‘อิ๊งค์’กระดี๊กระด๊า! ดีใจกระแส‘ยศชนัน’แคนดิเดตนายกฯพท.พุ่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.17 น.

เมื่อเวลา 09.55 น.วันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางถึงที่ทำการพรรค เพื่อร่วมกิจกรรมเปิดตัวผู้สมัคร สส.โดยมีสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะทักทายสื่อมวลชน โดยทางสื่อมวลชนได้สอบถามถึงกระแสนิยม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังเปิดตัวเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดย น.ส.แพทองธาร ตอบสั้นๆ “ดีใจค่ะ ดีใจ”

เช็คที่นี่!‘พรรคประชาธิปัตย์’เคาะส่งผู้สมัครสส. 14 จังหวัดภาคใต้ ครบ 59 เขต

เช็คที่นี่!‘พรรคประชาธิปัตย์’เคาะส่งผู้สมัครสส. 14 จังหวัดภาคใต้ ครบ 59 เขต

เช็คที่นี่!‘พรรคประชาธิปัตย์’เคาะส่งผู้สมัครสส. 14 จังหวัดภาคใต้ ครบ 59 เขต

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.10 น.

เช็คที่นี่!‘พรรคประชาธิปัตย์’เคาะส่งผู้สมัครสส. 14 จังหวัดภาคใต้ ครบ 59 เขต

25 ธันวาคม 2568 นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลพื้นที่ภาคใต้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. กรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคฯ ได้อนุมัติผู้สมัครสส. 59 เขต ใน 14 จังหวัดภาคใต้

1. ระนอง

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายวิรัช ร่มเย็น

2. พังงา

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายสรรเพชร ทิพย์   มณเฑียร

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายกุศล ทนังผล

3. สตูล

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายวัชรพงศ์ เกษา

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายสัญญา จงจิตร

4. กระบี่

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายวศิน สิริเกียรติกุล

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายกฤตพร บุษย์เพชร

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายสุกิติ พรหมทอง

5. ชุมพร

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายสุรชัย แดงละอุ่น

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายสราวุธ อ่อนละมัย

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายมีศักดิ์ ภักดีคง

6. พัทลุง

เขตเลือกตั้งที่ 1 นางสาวฉัตรธิษณ์ชา เหตุทอง

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายภพเอกอัคร อินทรโม

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายสุนัย คงแก้ว

7. ภูเก็ต

เขตเลือกตั้งที่ 1 ผศ.ดร.บุญศุภภะ ตัณฑัยย์

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายสมชาติ สมนาม

เขตเลือกตั้งที่ 3 นางสาวสิริเกศ ฉั่วสกุล

8. ยะลา

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายอับดุลการิม เด็งระกีนา

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายธรนินทร์ ยะมาแล

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายบดินทร์ กาโฮง

9. ตรัง

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายธโนภาส สินไชย

เขตเลือกตั้งที่ 2 นางสาวดวงฤทัย บัวแก้ว

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์

เขตเลือกตั้งที่ 4 นายกาญจน์ ตั้งปอง

10. นราธิวาส

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายรุสลัน โต๊ะปาเก

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายชัยวัฒน์ จันทรการ

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายภูวเดช เจ๊ฮูเซ็ง

เขตเลือกตั้งที่ 4 นายกอเซ็ง มะเซ็ง

เขตเลือกตั้งที่ 5 นายอดิศร เย็ง

11. ปัตตานี

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายชารีฟุดดีน สารีมิง

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายเจะนิ สะนิ

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายซาตา อาแวกือจิ

เขตเลือกตั้งที่ 4 ว่าที่ ร.ต.โมฮามัดยาสรี ยูซง

เขตเลือกตั้งที่ 5 นายมุกตา สาและ

12. สุราษฎร์ธานี

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายวัชระ เพชรทอง

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายโรจน์พิศาล อินทรักษ์

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายปิยะรัฐ จิรัตน์ฐิกุล

เขตเลือกตั้งที่ 4 นายสมชาติ ประดิษฐพร

เขตเลือกตั้งที่ 5 นายสุเมตตา ชัยสิทธิ์

เขตเลือกตั้งที่ 6 นางสาวศิริพรรณ ประจง

เขตเลือกตั้งที่ 7 นางสาวฐิติมา รักษ์จินดา

13. สงขลา

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายพิเชฏฐ พัฒนโชติ

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายจูรี นุ่มแก้ว

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายทนายอาร์ม สุวรรณรักษา

เขตเลือกตั้งที่ 4 นายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม

เขตเลือกตั้งที่ 5 นายปรีชา สุขเกษม

เขตเลือกตั้งที่ 6 นายพิพัฌย์ เจือละออง

เขตเลือกตั้งที่ 7 นายศิริโชค โสภา

เขตเลือกตั้งที่ 8 นายธีรพงศ์ ดนสวี

เขตเลือกตั้งที่ 9 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง

14. นครศรีธรรมราช

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายทรงศักดิ์ มุสิกอง

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายเชาวน์วัศ เสนพงศ์

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายพิทักษ์เดช เดชเดโช

เขตเลือกตั้งที่ 4 นางกนกพร เดชเดโช

เขตเลือกตั้งที่ 5 นายชนภัทร รัตนพันธ์

เขตเลือกตั้งที่ 6 นายจอมไกร สวัสดิวงศ์

เขตเลือกตั้งที่ 7 นายนิติศักดิ์ มีขวด

เขตเลือกตั้งที่ 8 นายปฏิวัติ ยุติธรรม

เขตเลือกตั้งที่ 9 นายชาญวัฒนา อิสระวัฒนา

เกทับ! ‘ปชน.’ตีปี๊บยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร แลกหมัดเปิดรับทหารอาสา‘ภท.’

เกทับ! ‘ปชน.’ตีปี๊บยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร แลกหมัดเปิดรับทหารอาสา‘ภท.’

เกทับ! ‘ปชน.’ตีปี๊บยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร แลกหมัดเปิดรับทหารอาสา‘ภท.’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.56 น.

เกทับ! ‘ปชน.’ตีปี๊บยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร แลกหมัดเปิดรับทหารอาสา‘ภท.’ 

25 ธันวาคม 2568 เฟซบุ๊ก “พรรคประชาชน – People’s Party” โพสต์ข้อความ ระบุว่า วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เฟซบุ๊กทางการพรรคภูมิใจไทย เผยแพร่คำประกาศนโยบายความมั่นคงของอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ว่าจะเปลี่ยนจากทหารเกณฑ์ เป็นการเปิดรับทหารอาสา 100,000 อัตรา ประจำการ 4 ปี เงินเดือน 12,000 บาท

ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าจำนวนดังกล่าวหมายถึงการเพิ่มพลทหาร 100,000 คนต่อปี รวม 4 ปี 400,000 คน หรือรับพลทหาร เฉลี่ยปีละ 25,000 คน รวม 4 ปี 100,000 คน ซึ่งต้องรอพรรคภูมิใจไทยเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป โดยขณะนี้เว็บไซต์ของพรรคภูมิใจไทยที่เผยแพร่ชุดนโยบายดังกล่าวยังไม่สามารถเข้าถึงได้

ส่วนข้อเสนอของพรรคประชาชน เรามีนโยบายยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร โดยเราเสนอลดอัตราพลทหารเฉพาะส่วนงานธุรการ ส่วนงานกำลังรบคงเดิม จาก 130,000 เหลือ 119,000 นาย เปิดรับพลทหารอาสาอย่างน้อย 30,000 อัตราต่อปี เป็นทหารกองประจำการ 4 ปี โดยขอขยายเป็น 8 ปีได้ พลทหารที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะได้รับสิทธิประโยชน์

– ขึ้นเงินเดือน ปีละ3%

– เงินช่วยเหลือเมื่อครบสัญญา 4ปี  120,020บาท (เงินช่วยเหลือเมื่อสิ้นสุดสัญญา = เงินเดือนสุดท้าย x จำนวนปีที่ทำงาน x 2.5)

รัฐบาลประชาชนจะให้พลทหารทุกนาย เดินทางเช้าไปเย็นกลับได้หลังพ้นระยะฝึกหนัก ไม่ต้องอยู่ประจำค่ายตลอดเวลา

ระบบสมัครใจนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านความมั่นคง ลดปัญหายาเสพติดและภาวะซึมเศร้าในค่ายทหาร และลดพฤติกรรมการโอนเงินเดือนหรือค่าประกอบเลี้ยงให้ผู้บังคับบัญชาเพื่อแลกกับการกลับบ้าน พร้อมกับจัดทำระบบ Clearing House ในการจัดสรรผู้สมัครเข้าเป็นทหารอาสา ไปยังค่ายทหารต่างๆ ตามความประสงค์ของผู้สมัคร และสอดรับกับความต้องการพลทหารของค่ายต่างๆ

รัฐบาลประชาชนยังมีนโยบายเพิ่มเติมค่าตอบแทนให้พลทหารที่ประสงค์จะเลื่อนปลดประจำการเดือนละ 500 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้พลทหารที่มีประสบการณ์ ปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพต่อไป

รัฐบาลประชาชนจะทบทวน-ปรับปรุง หลักสูตรการฝึกอบรมพลทหาร หรือ ทหารอาสา เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีทุกเหล่าทัพได้เตรียมความพร้อมให้กับกำลังอย่างเหมาะสมและเพียงพอต่อภัยคุกคาม

และที่สำคัญที่สุด รัฐบาลประชาชนจะดูแลเพิ่มสวัสดิการทหารชั้นผู้น้อย และมีระบบพิทักษ์สิทธิ ห้ามทหารโดนซ่อม-ซ้อม ละเมิดทางร่างกายจิตใจ สร้าง career path และระบบฝึกสมรรถนะการรบอย่างมืออาชีพ

มีส้ม ไม่มีเทา มีเรา ไม่มีบังคับเกณฑ์ทหาร

สู่ทหารมืออาชีพ เงินดี สวัสดิการครบ รบเข้มแข็ง ป้องกันประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

‘ธีระชัย’วางมือ! ลาออก’แคนดิเดตนายกฯ-รองหัวหน้าพรรค พปชร.’

'ธีระชัย'วางมือ! ลาออก'แคนดิเดตนายกฯ-รองหัวหน้าพรรค พปชร.'

‘ธีระชัย’วางมือ! ลาออก’แคนดิเดตนายกฯ-รองหัวหน้าพรรค พปชร.’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.42 น.

“ธีระชัย”วางมือ! ประกาศลาออก”แคนดิเดตนายกฯ-รองหัวหน้าพรรค พปชร.” อวยพรให้พรรคประสบความสำเร็จ เผยลุยเดินหน้า”นักวิชาการอิสระ”ตามเดิม

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และแคนดิเดตนายกฯ อันดับ 2 ของพรรค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Thirachai Phuvanatnaranubala – – ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล” ระบุว่า ผมลาออกจากแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคแล้ว

เรียนน้องๆ สื่อมวลชน

ตามที่เมื่อวานนี้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ลาออกจากแคนดิเดตนายกฯ ในวันนี้ ผมจึงแจ้งขอลาออกจากแคนดิเดตนายกฯ สำหรับตัวผมด้วยแล้ว รวมไปถึงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค เนื่องจากเหตุผลหลักที่ผมตัดสินใจเข้ามาทำกิจกรรมกับพรรคเกิดจากความศรัทธาส่วนตัวในท่านหัวหน้า ดังนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้ จึงถึงเวลาที่ผมจะวางมือจากงานการเมืองไปก่อน

ผมขอขอบคุณท่านหัวหน้าพรรคและเพื่อนๆ ในพรรคที่เปิดโอกาสให้ผมทำงานเต็มที่ และขออวยพรให้พรรคประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติต่อไป โดยผมจะกลับไปเป็นนักวิชาการอิสระอย่างเดิม

วันที่ 25 ธันวาคม 2568
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

– 006

อย่าชักกระบี่ออกจากฝัก! ‘นิพิฏฐ์’กระตุก’ฝ่าย กม.สำนักกล้าธรรม’ ปม’ธรรมนัส’จ่อฟ้อง’อภิสิทธิ์’

อย่าชักกระบี่ออกจากฝัก! 'นิพิฏฐ์'กระตุก'ฝ่าย กม.สำนักกล้าธรรม' ปม'ธรรมนัส'จ่อฟ้อง'อภิสิทธิ์'

อย่าชักกระบี่ออกจากฝัก! ‘นิพิฏฐ์’กระตุก’ฝ่าย กม.สำนักกล้าธรรม’ ปม’ธรรมนัส’จ่อฟ้อง’อภิสิทธิ์’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.10 น.

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ช้าก่อน…

ผมฟังข่าว รอ.ธรรมนัส จะให้ทีมกฎหมายพรรคกล้าธรรม ฟ้องคุณอภิสิทธิ์ ข้อหาหมิ่นประมาท

ช้าก่อน….

ผมกับรอ.ธรรมนัส ก็รู้จักกัน มิมีเรื่องหมองใจกัน

แต่การจะให้สำนักกฎหมายแห่งพรรคกล้าธรรม ฟ้องคุณอภิสิทธิ์

มีหรือ ที่ฝ่ายกฎหมายสำนักประชาธิปัตย์จะไม่ขยับตัวเฝ้ามองสงครามครั้งนี้

อันการฟ้องหมิ่นประมาทนั้น เหมือนเอาประวัติของทั้งคู่มาทำเป็นหนังแล้วนำมาฉายกลางแปลง

จึงอย่าพึงกระทำเลย

เราผู้เป็นฝ่ายกฎหมาย ต่างเป็นเพียงองครักษ์พิทักษ์หัวหน้าพรรคที่เป็นเจ้าสำนักเท่านั้น

ศึกนี้ เรามองดูห่างๆ ให้เจ้าสำนักเขาประลองวิทยายุทธ์กันเองเถิด

เราผู้เป็นฝ่ายกฎหมายแห่งสำนักประชาธิปัตย์ จึงได้แต่เตือนฝ่ายกฎหมายแห่งสำนักกล้าธรรม ว่า ..

อย่าชักกระบี่ออกจากฝักเลย

แม้เราจะร่วงโรยด้วยอายุ แต่มิใช่เราจะทิ้งร้างซึ่งวิชากระบี่

ขอเตือนอีกครั้ง อย่าชักกระบี่ออกจากฝัก

เรามั่นใจว่า ดาบในมือเราคมกว่า และ เราชักกระบี่เร็วกว่าท่านมากมายนัก

มิทันที่ท่านจะชักกระบี่ออกจากฝัก ร่างท่านก็หลั่งเลือดชโลมดินแล้ว

นี่ เป็นความปรารถนาดีแห่งเรา

สำนักกฎหมายแห่งพรรคประชาธิปัตย์

ไม่ขายฝัน! ‘ลูกสาวชูวิทย์ กุ่ย’เปิดใจซบ‘ภูมิใจไทย’ ลั่นเส้นทางเปลี่ยน แต่หัวใจไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ไม่ขายฝัน! ‘ลูกสาวชูวิทย์ กุ่ย’เปิดใจซบ‘ภูมิใจไทย’ ลั่นเส้นทางเปลี่ยน แต่หัวใจไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ไม่ขายฝัน! ‘ลูกสาวชูวิทย์ กุ่ย’เปิดใจซบ‘ภูมิใจไทย’ ลั่นเส้นทางเปลี่ยน แต่หัวใจไม่เคยเปลี่ยนแปลง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.56 น.

ไม่ขายฝัน! ‘ลูกสาวชูวิทย์ กุ่ย’เปิดใจซบ‘ภูมิใจไทย’ ลั่นเส้นทางเปลี่ยน แต่หัวใจไม่เคยเปลี่ยนแปลง

น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ หรือ “กานต์” อดีต สส.อุบลราชธานี บุตรสาวของนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ หรือ “ชูวิทย์ กุ่ย” อดีตส.ส.อุบลราชธานี โพสต์ข้อความผ่านเพจ “สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ – กานต์” เมื่อคืนวันที่ 24 ธ.ค.68 ระบุว่า…

กราบเรียนพ่อแม่พี่น้องชาวอุบลราชธานี เขต7 [อ.ศรีเมืองใหม่ / อ.โขงเจียม / อ.สิรินธร / อ.พิบูลมังสาหาร เฉพาะ ต.ระเว / ต.ทรายมูล] ที่เคารพรักทุกท่านค่ะ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 2 ปี หนูภาคภูมิใจที่สุด

ที่มีวาสนาได้เป็นตัวแทนของท่านในการทำงาน เป็นผู้แทนฯ

ได้เข้าไปพูดแทน ได้ทำงานแทน ได้เรียกร้องสิ่งต่างๆ เพื่อนำสู่การพัฒนาหลายอย่าง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่บ้านเรา ตามที่ท่านเห็น ค่ะ

การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ กานต์ได้ตัดสินใจก้าวเข้าสู่ “บ้านหลังใหม่” กับ #พรรคภูมิใจไทย เพราะ จากที่เรียนรู้ และ คลุกคลีอยู่กับประชาชน  ซึ่งมีไม่กี่เรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญในชีวิต

ขอแค่ ได้ขายสินค้าเกษตรมีเงินพอใช้ และ มีสุขภาพที่ดี ครอบครัวมีความสุข แค่นี้ก็พอแล้ว

กานต์เชื่อมั่นว่า พรรคภูมิใจไทย พูดถึง นโยบายที่มันจับต้องได้ และมุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้อง รวมถึงคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างชัดเจน (#ภายในแค่3เดือน ที่เป็นรัฐบาล มีหลายอย่างที่เกิดขึ้นชัดเจน จริงๆ โดยเฉพาะ ราคาพืชผลทางการเกษตร ที่ดีขึ้น ก็คิดว่าถ้าได้เป็นต่อไป พี่น้องเราคงจะมีชีวิตที่ดีขึ้นแน่ๆ + เรื่องการปกป้องดินแดน อธิปไตย มีความเด็ดขาดและจริงจัง)

กานต์ทราบดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้

อาจทำให้หลายท่านเกิดคำถาม หรือมีความรู้สึกที่หลากหลาย

รวมไปถึง การแสดงความคิดเห็นคล้อยตามกันไป โดยไม่นึกถึงความเป็นจริง

ก็ขอน้อมรับทุกความเห็นด้วยความเคารพ ค่ะ

ขอเรียนให้พี่น้องทราบจากใจจริงว่า การตัดสินใจครั้งนี้ มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย แต่ผ่านการคิดทบทวนอย่างรอบคอบที่สุด

กานต์ตัดสินใจด้วยความเชื่อมั่นว่า บ้านหลังใหม่หลังนี้ จะให้โอกาสกานต์ ให้ได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อที่จะได้ทำงานรับใช้ประชาชนได้ตรงจุด และ มั่นใจในนโยบาย ที่เน้นทำจริง ไม่ขายความฝัน…  นโยบายอะไรที่พูดออกไป ต้องมั่นใจว่าทำได้ ถึงพูด

เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชน มีความหวังแล้ว คอยเก้อ ค่ะ

ในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้

กานต์ขออาสาเป็นตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องอุบลราชธานี เขต 7

#ขอกลับเข้าไปทำหน้าที่ ผู้แทนราษฎรอีกครั้ง ค่ะ

อยากขอให้ พ่อแม่พี่น้อง เข้าใจในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ และขอให้มั่นใจว่า กานต์มีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง ที่จะดูแลรับใช้พ่อแม่พี่น้อง อย่างสุดความสามารถ เหมือนเดิมอย่างที่เคยทำมาตลอด

#ขอโอกาส ให้กานต์ได้พิสูจน์ตัวเอง

ด้วยผลงาน มากกว่าคำอธิบายใดๆ

ขอกราบขอบพระคุณทุกโอกาสที่ได้รับ

ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากการทำงาน ภายใต้สังกัดของพรรคเพื่อไทย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้น ในการรับใช้พี่น้องประชาชน

เส้นทางเปลี่ยนได้

แต่หัวใจที่ต้องการทำงานให้ประชาชนไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ

สีหยังบ่อสำคัญ สำคัญที่คน ค่ะ

ขอ สู้ตาย…เพื่อได้กลับมาทำงานต่อ ค่ะ

เลิกเป็นอีแอบ! ‘เทพไท’หนุนพรรคการเมือง ประกาศเลือกข้าง

เลิกเป็นอีแอบ! ‘เทพไท’หนุนพรรคการเมือง ประกาศเลือกข้าง

เลิกเป็นอีแอบ! ‘เทพไท’หนุนพรรคการเมือง ประกาศเลือกข้าง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.06 น.

เลิกเป็นอีแอบ! ‘เทพไท’หนุนพรรคการเมือง ประกาศเลือกข้าง

25 ธันวาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “หนุนพรรคการเมือง ประกาศเลือกข้าง” ระบุว่า…

หนุนพรรคการเมือง ประกาศเลือกข้าง

หลังจากมีการเปิดเวทีประชันวิสัยทัศน์ หรือการดีเบตของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค จากการเปิดเวทีดีเบตของไทยรัฐทีวีที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองได้แสดงจุดยืนของแต่ละพรรคอย่างชัดเจนว่า มีแนวความคิด มีจุดยืน และอุดมการณ์ต่อการแก้ปัญหาของประเทศชาติอย่างไรบ้าง

แต่ไฮไลท์สำคัญที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกัน และตอบโต้กันไปมา ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคกล้าธรรมนั้น คือ ต่อคำถามของผู้ดำเนินรายการ ที่ถามว่าจะจับมือหรือไม่จับมือกับพรรคการเมืองใดบ้างในการร่วมรัฐบาล ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ตอบชัดเจนว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม

จึงทำให้สมาชิกพรรคกล้าธรรมเรียงหน้ากันออกมาตอบโต้นายอภิสิทธิ์ ตั้งแต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม หรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค และนายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ โฆษกพรรค ออกมาตอบโต้ในลักษณะต่างๆนานา พูดถึงผลงานของพรรคกล้าธรรมเปรียบเทียบกับผลงานของพรรคประชาธิปัตย์บ้าง ยกวลีดีแต่พูดออกมาตอบโต้ และพูดถึงการสร้างความแตกแยก และผิดมารยาท

ผมในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองเห็นว่า การที่พรรคการเมืองแสดงจุดยืนว่า มีแนวความคิดจะร่วมมือกับฝ่ายใด พรรคใดจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ไม่ใช่การสร้างความแตกแยก หรือทำให้ความแตกแยกเกิดขึ้นในสังคม แต่เป็นการแสดงท่าทีหรือจุดยืนว่า ถ้าเป็นรัฐบาลจะร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองใดบ้าง เพื่อบริหารประเทศ 

นับว่าเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำไป จะได้เป็นข้อมูลให้ประชาชนตัดสินใจว่า จะเลือกพรรคการเมืองใด ซึ่งพรรคการเมืองแต่ละพรรค ก็ไม่ควรทำตัวเป็นอีแอบ ควรจะเปิดเผยตัวตน และจุดยืนที่ชัดเจน ไม่อยากจะให้ใช้วิธีการตอบคำถามแบบคลุมเครือ เพื่อที่จะเปิดโอกาส หาช่องทางในการร่วมรัฐบาล หลังจากการเลือกตั้งแล้ว

ผมจึงสนับสนุนแนวความคิดหรือท่าทีของนายอภิสิทธิ์ ในการแสดงจุดยืนว่า ไม่ร่วมกับพรรคกล้าธรรมในการเป็นรัฐบาล ในขณะเดียวกันก็เห็นด้วยกับการตอบคำถามของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชนในโอกาสต่อมาว่า จะไม่สนับสนุน หรือขานชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งต่อไป และจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมเด็ดขาด

ซึ่งเป็นการแสดงท่าทีและจุดยืนต่อพรรคการเมืองทั้ง2พรรคอย่างเปิดเผย เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจ การเมืองยุคนี้ต้องมีความชัดเจน ต้องเปิดเผย และต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบ และตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคการเมืองใด จะเลือกขั้วใด เพราะการเมืองยุคนี้เป็นการเมืองที่ซ่อนเร้น มีกลุ่มทุนสีเทาเข้ามาแอบแฝง มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์มาสนับสนุนพรรคการเมือง มีเงินบาป เงินผิดกฎหมาย เข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก

เมื่อพรรคการเมืองมีข้อมูลและรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังของพรรคการเมืองด้วยกัน ออกมาแสดงท่าทีรังเกียจไม่สังฆกรรมด้วย ก็เป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่การสร้างความแตกแยก แต่เป็นการเลือกข้างทางการเมือง ระหว่างการเมืองคุณธรรมกับการเมืองอธรรม ระหว่างฝ่ายการเมืองฝ่ายสีขาวกับการเมืองสีเทาหรือสีดำ

ผมจึงสนับสนุนให้พรรคการเมืองทุกพรรค แสดงท่าทีจุดยืนและหลักคิดในการเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อบริหารประเทศหลังจากการเลือกตั้งแล้ว