‘เบิร์ด เทคนิค’ เคลื่อนไหว! โพสต์ฟาดสตอรี่ไอจี ‘ขอให้มันถึงยอดพีระมิด’ หลัง ‘ขวัญ อุษามณี’ ออกมาเป็นพยาน

3 กันยายน 2569 เวลา 21:34 น.

เบิร์ด เทคนิค

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมกลับมาจับตามองอย่างหนักอีกครั้ง สำหรับคดีการเสียชีวิตของดาราสาว แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ หลังจากที่นางเอกสาว ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ พร้อมด้วย อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เดินทางไปเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อเป็นพยานให้แก่ คุณแม่ภนิดา ศิระยุทธโยธิน ในกรณีข้อสงสัยเรื่องภาพถ่ายล่องเรือชุดสีชมพูของสาวขวัญในคืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งอยู่บนเรืออีกหนึ่งลำ แต่กลับมีข้อสังเกตว่าอาจถูกนำไปกล่าวอ้างหรือใช้ประกอบเป็นหลักฐานในสำนวนคดี

ล่าสุด ทางด้าน เบิร์ด เทคนิค แฟนหนุ่มนอกวงการของ แตงโม นิดา ซึ่งที่ผ่านมามักจะเก็บตัวเงียบและแสดงความอาลัยถึงคนรักมาโดยตลอด ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านพื้นที่ส่วนตัวทางอินสตาแกรมสตอรี่โพสต์ข้อความสั้น ๆ แต่แฝงด้วยความหมายสุดดุดันว่า “ขอให้มันถึงยอดพีระมิด ขอบคุณทุกๆ คน ทุกๆ หน่วยงาน (ที่ห่วงดีจริงๆ) ขอบคุณมากๆ คับ”

เบิร์ด เทคนิค

การออกมาโพสต์ของเบิร์ดในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวคดีที่ถูกรื้อฟื้นและเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ทำให้หลายคนมองว่าเป็นสัญญาณการติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะคำว่า “ขอให้มันถึงยอดพีระมิด” ที่สะท้อนถึงความหวังให้การพิสูจน์ความจริงในครั้งนี้สามารถขุดลึกลากตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาลงโทษ รวมถึงการทิ้งท้ายคำขอบคุณถึงคนที่ “(ห่วงดีจริงๆ)”

เบิร์ด เทคนิค
เบิร์ด เทคนิค
เบิร์ด เทคนิค

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม stonerbkk

ขวัญ อุษามณี, ข่าวบันเทิง, คดีแตงโม, เบิร์ด เทคนิค, แฟนแตงโม

เปิดใจ ‘อาจารย์สกล’ สู่จอภาพยนตร์ กับชีวิตจริง โค้ชหนึ่งคน กับรถหนึ่งคัน

3 กันยายน 2569 เวลา 19:20 น.

วันนี้พามาเปิดใจ “อาจารย์สกล” สู่จอภาพยนตร์  “เดอะโค้ช รถขนฝัน”( THE COACH OF DREAMS) กับเรื่องจริงของโค้ชหนึ่งคน รถหนึ่งคัน ที่เคยสร้างทีมนักเตะเยาวชนจนกลายเป็นปรากฏการณ์สะเทือนวงการกีฬาของประเทศไทย

การถ่ายทอดเรื่องราวบนแผ่นฟิล์มสู่ภาพยนตร์ได้ผู้กำกับฯ มากฝีมืออย่าง สำรวย รักชาติ นั่งแท่นกำกับการแสดง โดย เจ๊ใหญ่ มีเดียเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (JAEYAI MEDIA ENTERTAINMENT CO., LTD.) และนี้จะเป็นภาพยนตร์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกครอบครัว  โดย เดอะโค้ช รถขนฝัน” (THE COACH OF DREAMS จะเข้าโรงภาพยนตร์ 8 ตุลาคมนี้

“เดอะโค้ช รถขนฝัน” สร้างจากเรื่องราวชีวิตจริงส่วนหนึ่งของ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ที่ไม่เพียงแค่ปั้นเหล่าก้อนดินให้กลายเป็นดาวเตะแห่งวงการฟุตบอลขาสั้น แต่ยังมอบโอกาส สร้างชีวิต และพาเหล่านักเตะเยาวชนฝ่าฟันทุกอุปสรรคเพื่อเดินทางสู่ความฝันของพวกเขา

อาจารย์สกล เผยถึงจุดกำเนิดของ “รถขนฝัน” ว่า…

ตอนแข่งขันบอล 7สี มีคนไปถ่ายรูปรถสองแถวของเราที่ใช้เป็นประจำ เป็นภาพรถสองแถวคันเล็กๆ ที่จอดอยู่ท่ามกลางรถบัสคันใหญ่สองชั้นของโรงเรียนดัง ๆ หลังจากนั้นช่างภาพก็ไปถ่ายอีก แล้วเปรียบเทียบกันโน่นนี่และตั้งชื่อรถเราว่า “รถขนฝัน”… หลายคนก็ถามว่าทำไมเราไม่ใช้รถตู้ เราก็บอกว่ารถตู้มันมาได้ไม่กี่คน  ก็ไม่เคยคิดเลยว่ารถสองแถวคันนี้จะกลายเป็นกระแสขึ้นมาได้ คิดแค่เพียงทำยังไงพาเด็กไปแข่งให้ได้ก่อน  และความที่หนังเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของชีวิตอาจารย์ จึงเสนอชื่อเรื่อง เดอะโค้ช รถขนฝัน ไป ซึ่งทุกคนเห็นชอบจึงเลือกชื่อนี้ พร้อมๆ กับการใช้ชื่อทีมฟุตบอลในหนังเป็นชื่อผลไม้ที่กินง่าย ดูน่ารัก ราคาไม่แพงใครๆ ก็กินได้ ชื่อทีมในหนังจึงเป็น ทีมแตงโม

เมื่อพูดถึงเด็กๆ เห็นว่าต่างเรียกอาจารย์ว่า พ่อ ในเรื่องนี้อาจารย์ เผยเหตุผลว่า …

ความที่เราไม่เคยทำอะไรที่มันไม่ดี ไม่เคยพูดโกหก ไม่เคยเอาเปรียบ ตลอดเวลาเราจะอยู่กับเขาตลอด  และความที่เด็กในทีมส่วนมากจะไม่มีพ่อ มีแต่แม่  เราก็จะบอกว่า อาจารย์เป็น”พ่อ”นะ จะทำอะไรก็แล้วแต่มาปรึกษาได้ เวลาเขามีปัญหาก็จะวิ่งมาหาได้เลย เพราะเราก็อยู่กับเขาตลอด แต่ก็ยอมรับว่าว่าเป็นโค้ชที่เฮี้ยมนะ ถ้าผิดก็ลงโทษ แต่เด็กไม่เกลียด

การที่เด็กๆ จากนักฟุตบอลมาเป็นนักแสดง ในสายตาอาจารย์เป็นไงบ้าง 

เราก็มองว่ามันเป็นงานนอกเวลา เป็นเกม อยากให้เขาได้กล้าแสดงออกและโชคจะเป็นของคนที่กล้าเสมอ แล้วทำให้เด็กๆได้สตางค์ด้วย ซึ่งเราก็ทำให้เขาดูเป็นตัวอย่าง เมื่อเวลาเขาให้แสดงเราก็แสดงตามที่ผู้กำกับบอก  เมื่อเด็กๆเห็นเขาก็จะเลียนแบบเรา

ถามถึงการแสดงคิดว่าการแสดงยากหรือไม่

ถามว่ายากมั้ย เราก็ไม่ใช่นักแสดงนะ มันก็ไม่ง่ายเท่าไหร่ แต่เมื่อตกลงจะเล่นแล้วก็เป็นคนที่ต้องทำให้ได้ และต้องเต็มที่  ซึ่งในเรื่องนี้มีทั้งบทเศร้าโศก อารมณ์ขัน อารมณ์ดีใจ เราต้องแสดงทุกอารมณ์โดยเฉพาะบทเศร้าก็ถึงกับต้องร้องไห้น้ำตาไหลพราก เราก็ต้องแสดงมันไม่ใช่มาเล่นๆ เพราะเป็นเรื่องชีวิตจริงที่ตอนนั้นรันทดมาก เมื่อเจอคำสั่งย้าย 24 ชั่วโมงเพราะไปขัดคำสั่งผู้บริหาร ก็เลยต้องออกจากบ้านพักครู ขนของใส่รถกระบะคันเก่าๆ ไปพร้อมกับลูกเมีย โดยยังไม่รู้จะไปทำงานที่ไหน  จากวันนั้นก็ดั้นด้นมาตลอดจนถึงวันนี้ ซึ่งในหนังจะมีเล่าถึงประเด็นนี้ ตอนแสดงเมื่อนึกถึงภาพอดีตก็ทำให้ร้องไห้ออกมาเองเลย  เพราะมันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเรานะ

สำหรับความคาดหวังในความสำเร็จ รายได้ของหนังเรื่องนี้

อาจารย์มองว่าน่าจะออกมาได้ดี เพราะเรื่องนี้อาจารย์สกล แสดงเต็มๆ แล้วบทเป็นตัวเอง ขนาดเรื่องปอปดิ๊บดิบ เราแสดงแค่ 5 วินาที ยังทำรายได้ 10 กว่าล้าน แล้วหนังเรื่องนี้มันเป็นกระแสความรู้สึกของคนดูเขาก็อยากรู้ว่ามันจะจบแบบไหน ชีวิตของอาจารย์สกล จะเป็นยังไง กว่าจะมาเป็น…โค้ชรถขนฝัน… มันยุ่งยากขนาดไหน ผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้างใน ชีวิตของเหล่าเด็กๆกว่าจะมีวันนี้มันต้องแลกด้วยอะไรในหนังเรื่องนี้มีคำตอบที่อยากให้แฟนๆมาชมกันครับ

รถขนฝัน, หมอนทองวิทยา, อาจารย์สกล, อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ, แชมป์กีฬา 7 สี

น้ำตาเสียได้ แต่ทรงต้องเก็บให้อยู่ ‘เก็บทรง’ ซิงเกิลใหม่จากวงFULL

3 กันยายน 2569 เวลา 17:49 น.

กลับมาเสิร์ฟความสนุกพร้อมเรื่องราวความรักสุดช้ำอีกครั้ง สำหรับวง FULL จาก genie records ที่เดินทางมาถึงซิงเกิลที่ 4 จากอัลบั้ม Sound of Highland กับเพลง “เก็บทรง” เพลงจังหวะสนุกพูดถึงอาการของคนอกหักที่ถึงจะเจ็บแค่ไหน ก็ยังต้องรักษาฟอร์มเอาไว้ ทำได้แค่ยินดีที่เธอได้เจอคนที่ดีกว่า เพราะคอนเซ็ปต์ของเพลงคือ “เสียใจได้ แต่น้ำตาอย่าให้ใครเห็น” งานนี้ต่อให้หัวใจจะพังแค่ไหน ก็ต้องกัดฟันเก็บทรงให้รอด! เพราะศักดิ์ศรีของคนอกหักมันค้ำคออยู่!

เพลงนี้ได้ โอ๋-บารเมศวร์ เมืองสันเทียะ นักร้องนำของวง FULL รับหน้าที่เขียนเพลง ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่พยายามแข็งแรงทั้งที่หัวใจยังไม่พร้อม ภายใต้ไอเดียที่ว่า ไม่ว่าจะเสียใจกับความรักแค่ไหน ลูกผู้ชายก็ต้องเก็บทรง อย่าปล่อยน้ำตาไหลให้ใครเห็น โดยมี ต๋อม-ณัฐพล มุขขันธ์ มาร่วมควบคุมการผลิต ทำให้ “เก็บทรง” ยังคงมีเอกลักษณ์ของ FULL ที่ผสมความสนุกเข้ากับเรื่องราวความรักได้อย่างลงตัว ฟังครั้งแรกอาจรู้สึกโยกตามจังหวะ แต่พอฟังเนื้อหาดี ๆ แล้วอาจกลายเป็นเพลงที่ตรงกับชีวิตคนอกหักแบบเจ็บ ๆ เลยก็ได้

ด้านสมาชิกทั้ง 5 คนของ FULL ประกอบด้วย โอ๋-บารเมศวร์ เมืองสันเทียะ (ร้องนำ), ชาฟ-ภูริพงศ์ อรัญโชติ (กีตาร์), เอ-อนุชา ฤหภักดี (คีย์บอร์ด), เบนซ์-พีระพล คนว่อง (เบส) และ เทส-วิทวัส ศรีสุนาครัว (กลอง) ซึ่งตลอดการทำงานในอัลบั้ม Sound of Highland พวกเขายังคงนำเสนอความเป็นวงดนตรีจากภูมิภาคที่มีทั้งกลิ่นอายความเป็นร็อกแอนด์โรลและเรื่องราวที่เข้าถึงง่าย มาครั้งนี้ “เก็บทรง” ก็ยังคงพาคนฟังเข้าสู่เรื่องราวของความรักในแบบฉบับของ FULL ที่ทั้งตรงไปตรงมาและมีสีสัน

และแน่นอนว่าอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดก็คือ มิวสิกวิดีโอ ที่ยังคงได้ทีม HEADQUARTER มารับหน้าที่สร้างสรรค์เรื่องราวให้เช่นเคย โดยผู้กำกับ “แจ๊ค-ไตรรงค์ กลั่นหุ่น” งานนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะสมาชิกวง FULL ถูกจับมาแปลงโฉมและสวมบทบาทที่แตกต่างกันออกไปแบบจัดเต็ม โดย โอ๋-เป็นนักดนตรี, เอ- เป็นคนตาบอด, เบนซ์-เป็นคนขายไข่ต้ม, ชาฟ-เป็นคนขับรถ บขส. และเทส-เป็นเด็กช่าง เรียกได้ว่าแต่ละคาแรกเตอร์ช่วยเติมสีสันและความวุ่นวายให้กับเรื่องราวได้แบบเต็มพิกัด

โดยเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นบนรถ บขส. เมื่อกระเป๋ารถที่รับบทโดย “หมอแจ็ค ไทบ้าน” บังเอิญพบกับแฟนเก่า รับบทโดย “ตูน สงครามส่งด่วน” ที่ขึ้นรถคันเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย การพบกันครั้งนี้จึงกลายเป็นความชุลมุนปนความช้ำ เมื่อความทรงจำเก่าๆ กลับมาสะกิดหัวใจ แต่ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องกัดฟัน เก็บทรงให้อยู่!

“เก็บทรง” จึงเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ FULL ตั้งใจหยิบเรื่องใกล้ตัวของคนอกหักมาถ่ายทอดผ่านดนตรีจังหวะสนุก ให้คนที่เคยผ่านประสบการณ์รักพัง ๆ ได้หยิบเพลงนี้มาร้องไปด้วยกัน จะร้องไห้ จะเต้น จะโยก หรือจะตะโกนระบายความรู้สึกออกมาเต็มที่ก็ได้ แต่มีข้อแม้เดียวคือ ไม่ว่าจะเสียใจแค่ไหน ขออย่างเดียว…อย่าให้ทรงหลุด!

ติดตามเรื่องราวสุดชุลมุน พร้อมชมคาแรกเตอร์สุดปั่นของสมาชิกวง FULL ได้ ในมิวสิกวิดีโอ “เก็บทรง” รับชมได้แล้ววันนี้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=uRvKYox9ui8&list=RDuRvKYox9ui8&start_radio=1 พร้อมเปิดเพลงร้องตามกันได้ทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง

#วงFULL #Fullmusicbandofficial #เก็บทรง #genierecords #GMMMUSIC

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่

+ Facebook: https://www.facebook.com/share/1PxVmnc3pi/?mibextid=wwXIfr

+ YouTube: https://www.youtube.com/@genierock

+ Instagram: https://www.instagram.com/fullmusicbandofficial?igsh=MTYyZThnbWNueGZi

+ TikTok: https://www.tiktok.com/@fullmusicbandofficial?_t=ZS-8wkRvPZNUEK&_r=1

genie records

+ Facebook: https://www.facebook.com/genierecords/

+ YouTube: https://www.youtube.com/user/Genierock

+ Instagram: https://www.instagram.com/genierecords/?hl=th  

Restaurant War ปิดฉากสุดมันส์..ฟาดกันจานต่อจาน! ‘นกยักษ์-บี-เสน่ห์-ดาร์กอน’ชิงบัลลังก์ King of Street Food

3 กันยายน 2569 เวลา 17:46 น.

  กลับมาสร้างความมันส์กับ Restaurant War Street King Thailand  ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ  รายการเรียลลิตี้การแข่งขันทำอาหารมิติใหม่ของบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัดกับการเฟ้นหา  KING OF STREET FOOD  ที่มีความรอบรู้ในเรื่องอาหารสตรีตฟูดไทย ภายใต้การควบคุมของครูใหญ่ เชฟวิลเมนต์ ลีออง และ  3  เฮดเชฟเทรนเนอร์   เชฟอาร์ต ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์,เชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ, เชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร   เพื่อชิงเงินรางวัล 1,000,000 บาท โดยมี เชฟกอล์ฟ สัญญา ธาดาธนวงศ์ รับหน้าที่พิธีกร 

  หลังจากฝ่าฝันบททดสอบทุกท้าทายมานับไม่ถ้วนจนก้าวมายืนเป็น 4 คนสุดท้ายของ Restaurant War Street King Thailand  ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ นกยักษ์-บี-เสน่ห์-ดาร์กอน  จะต้องมาพิสูจน์รสมือ ความรอบรู้ และความคิดสร้างสรรค์ โดยในรอบชิงชนะเลิศนั้นทั้ง 4 คนจะต้องทำอาหารทั้งหมด 50 เสิร์ฟโดยไม่มีเฮดเชฟเทรนเนอร์มายืนให้คำปรึกษาหรือเข้ามาช่วยเหลือ ทุกคนจะต้องต่อสู้เพียงลำพัง สู้ด้วยฝีมือและรสมือของตัวเอง ทำเอาทั้ง 4 คนถึงกับปริปากว่ามันโหดมาก ซึ่งตลอดการแข่งขันทั้ง 4 คนต่างมุ่งมั่นทุ่มเทกันสุดพลังแม้จะเกิดอาการเครียดแต่ทุกคนก็อยากจะก้าวไปสู่เป้าหมายของการเป็นแชมป์ให้สำเร็จ ดังนั้นในสนามประลองจึงไม่มีคำว่าพี่น้องและมิตรภาพต่างใส่ซัดกันเต็มที่   เรียกว่างานนี้สู้กันจานต่อจานจริงๆ แม้การแข่งวันนี้ทั้ง 4 คนจะต้องสู้เพียงลำพังแต่ก็ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะมีเฮดเชฟเทรนเนอร์ยืนลุ้นแบบนั่งไม่ติดเก้าอี้ พร้อมด้วยเสียงเชียร์จากเพื่อนๆที่เคยร่วมแข่งมาเชียร์ให้รู้สึกฮึกเหิมอีกด้วย สุดท้ายแล้วใครจะฝ่าแรงกดดันจนคว้าตำแหน่ง King of Street Food ของประเทศไทยไปครอง

 ติดตามชมความมันส์กับการลุ้นแชมป์ Restaurant War Street King Thailand  ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ  ได้วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 เวลา 18.00 น.ทางช่อง 7HD และรับชมย้อนหลังทาง Netflix                  

‘นาย ณภัทร’ เปิดโหมดสายสตรีท! เผยอีกด้านที่สนุกกับการแต่งตัว พร้อมปล่อยลุค Motorsport

3 กันยายน 2569 เวลา 17:44 น.

หลายคนอาจคุ้นตากับ “นาย – ณภัทร เสียงสมบุญ” ในมาดหนุ่ม หล่อเนี้ยบจากหน้าจอและงานแฟชั่นหลากหลายลุค แต่ถ้าได้รู้จักอีกด้านของเจ้าตัว จะพบว่า “การแต่งตัว” เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สนุกที่หนุ่มนายใช้บอกความชอบและตัวตนของตัวเอง โดยเฉพาะ Street Fashion ที่เปิดโอกาสให้หยิบไอเทมต่างสไตล์มา Mix & Match ได้แบบไม่มีกฎตายตัว

ล่าสุด “นาย ณภัทร” เลยขอเปิดโหมดสายสตรีทแบบเต็ม ๆ ด้วยการหยิบกระแส Motorsport Fashion ที่กำลังมาแรงตามความฮอตของ Formula 1 (F1) มาตีความในแบบของตัวเอง กับลุค Bomber Jacket จากคอลเลกชัน 2026 Atlassian Williams F1 Team จับคู่กับเสื้อยืดสีขาวและหมวก New Era เปลี่ยนกลิ่นอายจากสนามแข่งให้กลายเป็น Street Look สุดคูล ในโอกาสมาร่วมฉลองครบรอบ 10 ปี New Era Thailand ภายในงาน “CROWN THE DECADE – 10th Anniversary of New Era Thailand” ณ ลานเอเทรียม 2 สยามเซ็นเตอร์

นาย – ณภัทร เปิดเผยว่า “สำหรับผมการแต่งตัวเป็นเรื่องสนุกครับ เพราะในแต่ละวันเราสามารถเลือกได้ว่าอยากนำเสนอตัวเองออกมาในมุมไหน ผมชอบ Street Fashion ตรงที่มันไม่ได้มีกฎตายตัวว่าเราต้องใส่อะไรคู่กับอะไร เราสามารถหยิบสิ่งที่ชอบมาผสมกัน แล้วสุดท้ายมันกลายเป็นสไตล์ของเราเอง ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือใส่แล้วเรารู้สึกมั่นใจและยังเป็นตัวเองอยู่ครับ”

สำหรับลุคในครั้งนี้ หนุ่มนายเลือกให้ Bomber Jacket เป็น Statement Piece แล้วลดทอนส่วนอื่นให้เรียบง่าย เพื่อปล่อยให้กลิ่นอาย Motorsport เป็นพระเอกของลุค ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเสน่ห์ของแฟชั่นที่ได้รับอิทธิพลจากโลกกีฬาในวันนี้ คือการไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะนักกีฬาหรือแฟนพันธุ์แท้อีกต่อไป แต่สามารถข้ามมาเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นในชีวิตประจำวันได้

“ผมชอบที่ตอนนี้เส้นแบ่งระหว่างกีฬา แฟชั่น และไลฟ์สไตล์มันใกล้กันมากขึ้น อย่าง F1 เองก็มีทั้งเรื่องของการแข่งขัน ความเร็ว เทคโนโลยี ไปจนถึงดีไซน์ พอถูกนำมาตีความผ่านแฟชั่น มันทำให้คนที่อาจไม่ได้แต่งตัวแนว Motorsport เต็มตัวก็สามารถหยิบแค่แจ็กเก็ตหรือหมวกมาแมตช์กับเสื้อผ้าที่มีอยู่ได้ สำหรับผมความเท่ไม่ได้อยู่ที่ต้องแต่งตามใคร แต่อยู่ที่เราเอาสิ่งที่ชอบมาทำให้เป็นตัวเราได้แค่ไหนครับ”

งานนี้ “นาย ณภัทร” ยังได้สัมผัสอีกหนึ่งการเชื่อมโลก Motorsport × Street Fashion ผ่านคอลเลกชัน New Era x Atlassian Williams F1 Team 2026 ที่นำเอกลักษณ์ของทีมแข่งมาต่อยอดเป็นไอเทมที่สามารถหยิบมาใช้ใน Everyday Look ได้ ตั้งแต่หมวก เสื้อยืด ไปจนถึงแจ็กเก็ต สะท้อนภาพของแฟชั่นจากสนามแข่งที่กำลังขยับเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในไอเทมที่สะดุดตาหนุ่มนายและแฟน F1 คือ หมวกแก๊ป New Era รุ่น Atlassian Williams F1 Team ที่ออกแบบสำหรับ “อเล็กซ์ อัลบอน” (Alex Albon) นักแข่งจากทีม Atlassian Williams

F1 Team ซึ่งซ่อนกลิ่นอายความเป็นไทยเอาไว้ในรายละเอียด ตั้งแต่ลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “พวงมาลัย” สื่อถึงสิริมงคลและการเดินทางอย่างปลอดภัย การปักชื่อ “อเล็กซ์” เป็นภาษาไทยบริเวณด้านข้างหมวก ไปจนถึงหมายเลขประจำตัว 23 ที่ซ่อนเลขไทย “๒๓” เอาไว้ในดีไซน์

นาย ณภัทร กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมว่าเสน่ห์ของ Street Fashion คือไม่มีคำตอบเดียวว่าแบบไหนถึงจะเท่ครับ คนสองคนสามารถหยิบไอเทมชิ้นเดียวกันไปแต่งแล้วออกมาคนละสไตล์ได้เลย ใครที่ชอบแฟชั่นหรือกำลังสนุกกับกระแส Motorsport ก็อยากให้ลองหยิบมาปรับให้เข้ากับตัวเอง ไม่จำเป็นต้องแต่งเหมือนใคร เพราะสุดท้ายสไตล์ที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นสไตล์ที่เราใส่แล้วรู้สึกว่า ‘นี่แหละเรา’ ครับ”

แฟน ๆ ที่อยากตามมาส่องโลก Street Fashion ในแบบ “นาย ณภัทร” พร้อมสัมผัสกลิ่นอาย F1 แบบใกล้ชิด สามารถมาร่วมงาน “CROWN THE DECADE – 10th Anniversary of New Era Thailand” ที่จัดเต็มทั้งการจัดแสดงรถแข่ง Atlassian Williams F1 Team  กิจกรรมประลองความเร็ว F1 Simulator และ New Era DIY Custom Station ที่เปิดให้ทุกคนสร้างสรรค์และปรับแต่งไอเทม New Era ให้เป็นสไตล์ของตัวเอง ระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2569 ณ ลานเอเทรียม 2 ชั้น G ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์

2 สาวน้อย ‘นาตาชา-นาลียา’ เช็กอินทะเลภูเก็ต ‘ฟลุค-ลี’ ลองทีเด็ด ‘แกงส้มทุเรียน’

3 กันยายน 2569 เวลา 17:35 น.

น่ารักเกินต้านคูณสอง พี่สาว นาตาชา และน้องสาว นาลียา เช็กอินทะเลภูเก็ต เอ็นจอยสุดๆ นั่งชมวิวริมหาด เล่นทรายกันสนุก ส่วน พ่อฟลุค-เกริกพล พาทัวร์ที่พักบรรยากาศดี ติดทะเลแถมมีสระว่ายน้ำแบบ Infinity Pool ให้ฟีลเหมือนว่ายอยู่ในทะเล จากนั้นถึงช่วงสำคัญ แท็กทีม แม่ลี-นาตาลี ไปชิมเมนูเด็ดของที่นี่ งานนี้ได้ลองอะไรใหม่ๆ กิน แกงส้มทุเรียน! เป็นครั้งแรก

ติดตามใน “หนีเที่ยวกัน” วันเสาร์ที่ 5 ก.ย. นี้ 09.00 น. ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังได้ทาง YouTube FlukeLee https://www.youtube.com/c/FlukeLee/featured และติดตามหนีเที่ยวกันได้ทุกช่องทางทั้ง Facebook https://www.facebook.com/nheetiew/ IG https://www.instagram.com/nheetiewgun.th/ TikTok https://www.tiktok.com/@nheetiewgun_th

‘เอ-แป้ง’ลุยบางบ่อ ตามหาของดี ‘กะปิคลองด่าน’ ชิมของอร่อยชุมชน พร้อมกิจกรรมสุดมัน

3 กันยายน 2569 เวลา 17:32 น.

 “มิตรรักทั่วไทย” พาไปตามหา กะปิคลองด่าน สินค้าโอทอปชื่อดัง จ.สมุทรปราการ พร้อมพาชิมอาหารเด็ดของชุมชน  และทำกิจกรรมสุดชิคที่มาแล้วต้องลองจะเป็นอะไรห้ามพลาด “เอ-แป้ง” พร้อมพาไปลุย ติดตามได้อาทิตย์ที่  6 กันยายนนี้

สัปดาห์นี้ รายการ “มิตรรักทั่วไทย” พาแฟน ๆ ออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ชุมชน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ กับสองพ่อลูก เอ-ไชยา มิตรชัย และ แป้ง-ศรันฉัตร์ ไปตามหาของดีขึ้นชื่อ อย่าง กะปิคลองด่าน สินค้าโอทอปชื่อดัง พร้อมลิ้มรสอาหารพื้นถิ่น และสนุกกับกิจกรรมสุดชิคที่มาแล้วต้องลอง

เริ่มต้นทริปที่ ตลาดน้ำปีกกา วัดปานประสิทธาราม ตลาดโบราณที่เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดพิเศษ งานนี้ พ่อเอ-ลูกแป้ง ขอเดินตลาดชิมของอร่อยจากพ่อค้าแม่ค้าชาวชุมชนคลองด่าน ทั้งขนมจีน ผัดไทย ข้าวแกง ขนมไทย เครื่องดื่มน้ำสมุนไพร และผักสวนครัว ก่อนแวะไหว้พระขอพร หลวงพ่อปาน เติมสิริมงคล แล้วออกตามหาของดีประจำชุมชน

ไฮไลต์ของทริปนี้อยู่ที่ กะปิดคลองด่าน จาก วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกะปิคลองด่านชุมชน 3 โดยมี พี่ขวัญเมืองอยู่นาน ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ พาสองพ่อลูกไปเรียนรู้ขั้นตอนการทำกะปิแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นจุดเด่นของกะปิคลองด่านที่มีเนื้อแห้ง แน่น เนียนละเอียด กลิ่นหอม และรสชาติไม่เค็มจัด โดยใช้ เคยตาดำ หรือ เคยแดง สดใหม่จากบริเวณอ่าวไทย ตั้งแต่คลองด่านถึงปากแม่น้ำบางปะกง ผ่านกรรมวิธีบดและหมักซ้ำหลายรอบ เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและช่วยลดความคาว

นอกจากกะปิดแล้ว เอ-แป้ง ยังได้ชมการทำ หอยแมลงภู่ตากแห้ง อีกหนึ่งสินค้าขายดีของชุมชน ก่อนพักเติมพลังด้วยสำรับอาหารฝีมือแม่ ๆ ในชุมชน ที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นมารังสรรค์เมนูเด็ด ทั้งน้ำพริกกะปิ แกงส้ม และปลาอินทรีผัดฉ่า เรียกว่าอิ่มทั้งท้องและอิ่มใจ จากนั้นสองพ่อลูกยังขอช่วยชาวบ้านขายสินค้าชุมชน ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งกะปิเคยแท้ดั้งเดิม  กะปิฟิวชัน 4 รสชาติ ได้แก่ วาซาบิ ต้มยำ หมาล่า และฟรุตตี้ รวมถึง เคยแห้ง  กุ้งแห้ง  หอยตากแห้ง และปลากรอบ

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมไฮไลต์ที่สายลุยไม่ควรพลาด กับภารกิจ หาหอยแครงด้วยบอร์ดสไลด์ กิจกรรมสนุกสุดท้าทายที่กลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของคลองด่าน งานนี้ เอ-แป้ง จะเจออะไรบ้าง และจะสนุกแค่ไหน ต้องรอติดตามในรายการ

ก่อนกลับ เอ-แป้ง ไม่พลาดชวนแฟน ๆ ร่วมอุดหนุนสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศที่รายการเคยเดินทางไปเยือน โดยสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทางเว็บไซต์ shop.bugaboo.tv   ออกเดินทางตามหาของดี ชิมของอร่อย ไปพร้อมกับ เอ-แป้ง ในรายการ “มิตรรักทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย.นี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35 

และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

‘ออฟโรด’เปิดโหมดบอกรัก ลงซิงเกิลใหม่ ‘ฉันไม่รู้จักชื่อดอกไม้ (แต่จะหามาให้เธอ)’

3 กันยายน 2569 เวลา 17:29 น.

ส่งซิงเกิลใหม่ล่าสุด ออกมาพร้อมกับชื่อเพลงที่ยาวที่สุด และอาจจะฟังดูเหมือนประโยคธรรมดา แต่นี้คือ ชื่อเพลงใหม่จาก “ออฟโรด กันตภณ” ที่สามารถสื่อสารถึงเพลงนี้ได้อย่างดี ในเพลง “ฉันไม่รู้จักชื่อดอกไม้ (แต่จะหามาให้เธอ)” เพลงที่สะท้อนตัวตนของออฟโรดในอีกมุมหนึ่ง ผ่านเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ไม่ได้เก่งเรื่อง ความรัก และอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดอกไม้ที่เธอชอบชื่ออะไร แต่เขาพร้อมออกตามหาเพื่อเอามาให้เธออยู่ดี เพราะสำหรับเขาความรักไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แค่ได้ทำอะไรบางอย่างให้คนที่รัก ก็มีความหมายแล้ว ซึ่งครั้งนี้ออฟโรดกลับมาพร้อมภาพลักษณ์ที่โตขึ้น  ทั้งในแง่ของดนตรีและวิธีการถ่ายทอดเสียงร้อง รวมไปถึงอารมณ์และสไตล์การร้อง โดยเป็นการร่วมงานกันอีกครั้ง กับคนที่รู้จักและเข้าใจตัวตนของออฟโรดเป็นอย่างดี อย่าง เบนซ์ วรเชษฏฐ์ และ โดม จารุวัฒน์ ที่มาร่วมรับหน้าที่เป็น Music Producer ในสไตล์เพลงที่ถูกถ่ายทอดผ่านกลิ่นอาย Indie Pop ฟังสบายและเข้าถึงง่าย เป็นอีกก้าวของออฟโรดที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและความจริงใจไว้ พร้อมเติบโตขึ้นในฐานะศิลปินอย่างชัดเจน! ในส่วนของมิวสิกวิดีโอ ออฟโรดได้สลัดภาพหนุ่มสุดคิวท์ที่คุ้นเคย เปลี่ยนลุคเป็นหนุ่ม Boyfriend Material พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกที่แอบชวนให้คนดูอมยิ้มตาม คว้าตัว “พั้นรักแมว” อินฟลูฯ สาวสุดฮอต ที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวเติมสีสันให้กับเพลง ผ่านเคมีและโมเมนต์ความสัมพันธ์ที่ช่วยขับเน้นเสน่ห์ของเพลงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้เรื่องราวของผู้ชายที่ “ไม่รู้แต่พร้อมจะพยายาม” ส่งต่อออกมาได้อย่างน่ารัก อบอุ่น และอินมากยิ่งขึ้น

ซึ่ง “ออฟโรด กันตภณ” ได้เผยความรู้สึกว่า “เพลงนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ออฟโรดตั้งใจพัฒนาในทุกขั้นตอนเลยครับ ขอบคุณพี่เบนซ์และพี่โดมนะครับ ที่มาร่วมงานกันอีกครั้ง เพลงนี้มี Mood&Tone เพลง และเรื่องราวเอ็มวีที่น่ารักมากๆ มีความสดใส แปลกใหม่ เชื่อว่าทุกคนสงสัยใช่ไหมครับ ว่าทำไมชื่อเพลงยาวจัง? แต่ชื่อเพลงสามารถบอกความหมายของเพลงได้ทั้งหมด คือเป็นเพลงบอกรัก ที่ไม่ต้องพูดคำว่ารักเลยครับ อยากให้ทุกคนได้ลองฟังและลองชมเอ็มวีกันนะครับ ก็ขอฝากซิงเกิลแรกในปีนี้ ซึ่งเป็นเพลงที่จะได้เห็นแนวทางที่ใช่ของออฟโรด และเป็นเพลงที่ตัวเองชอบมาก ๆ  หวังว่าทุกคนชอบเหมือนกันนะครับ (ยิ้ม)”

สามารถรับฟังและชม Official MV “ฉันไม่รู้จักชื่อดอกไม้ (แต่จะหามาให้เธอ)” จาก “ออฟโรด กันตภณ” ได้ทาง Youtube: One Music และ Audio ได้ทุก Streaming Platforms รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทุกช่องทาง Social Media ของ One Music และ Open Label

‘เบนซ์ นที’ คัมแบ็กกำกับ ‘เรื่องเล่าอาจารย์ยอด’ตีแผ่บทเรียนครอบครัวในตอน ‘เลี้ยงลูกไม่สอน’ เสาร์นี้ ทางช่อง 7HD

3 กันยายน 2569 เวลา 17:27 น.

หลังสร้างความประทับใจจากตอน “พ่อเกลียดลูก” ล่าสุดผู้กำกับฯ “เบนซ์-นที โทนะศรี” กลับมาสร้างสรรค์ผลงานอีกครั้งในซีรีส์ “เรื่องเล่าอาจารย์ยอด” กับตอน “เลี้ยงลูกไม่สอน” ถ่ายทอดบทเรียนเข้มข้นเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและความสัมพันธ์ในครอบครัว ผ่านมุมมองการเล่าเรื่องที่แตกต่างและเข้าถึงอารมณ์มากยิ่งขึ้น

ผู้กำกับฯ “เบนซ์” เปิดเผยว่า การทำงานครั้งนี้ทั้งสนุกและท้าทาย เพราะต้องการค้นหาวิธีนำเสนอใหม่ ๆ ให้ผู้ชมรู้สึกร่วมกับเรื่องราว ขณะเดียวกันยังคงเสน่ห์และความเข้มข้นตามแบบฉบับของ “เรื่องเล่าอาจารย์ยอด”

สำหรับตอน “เลี้ยงลูกไม่สอน” สะท้อนชีวิตของลูกสาวคนเดียวที่เติบโตมากับการเลี้ยงดูแบบตามใจ จนเกิดเป็นเส้นบาง ๆ ระหว่างความรัก ความห่วงใย และการสปอยล์เกินพอดี เมื่อพ่อแม่คิดว่าการตอบสนองทุกความต้องการคือสิ่งที่ดีที่สุด เด็กจึงค่อย ๆ ซึมซับและเข้าใจว่าสิ่งที่ตนทำถูกต้องเสมอ ก่อนจะเติบโตเป็นคนเอาแต่ใจโดยไม่รู้ตัว

อีกหนึ่งความท้าทายของการนำเรื่องเล่าในตำนานของอาจารย์ยอดมาถ่ายทอดบนจอ คือการค้นหา Gimmick หรือเอกลักษณ์ของแต่ละเรื่อง เพื่อรักษาเสน่ห์ของความจริงใจและบรรยากาศแบบเรื่องเล่าชาวบ้าน พร้อมเปลี่ยนตัวอักษรและเสียงบรรยายให้กลายเป็นภาพที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง

เบื้องหลังการทำงาน ทีมงานและนักแสดงทุ่มเทตั้งแต่การเขียนบท คัดเลือกโลเคชัน ไปจนถึงการเวิร์กช็อปและปรับรายละเอียดการแสดงหน้าเซ็ต เพื่อให้ทุกฉากออกมาลื่นไหลและสมจริง โดยยังคงเค้าโครงและอรรถรสความเข้มข้นของเรื่องเล่าต้นฉบับไว้อย่างครบถ้วน

ติดตามบทเรียนสำคัญของสายใยครอบครัว เมื่อความรักและการตามใจอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่มีใครคาดคิด ในซีรีส์ “เรื่องเล่าอาจารย์ยอด” ตอน “เลี้ยงลูกไม่สอน” ออกอากาศวันเสาร์ที่ 5 กันยายนนี้ เวลา 17.00 น. ทางช่อง 7HD

‘ซี – เอมี่’นั่งแท่นผู้บริหารเต็มตัว จัดปาร์ตี้ฉลองต่อยอดความสำเร็จ

3 กันยายน 2569 เวลา 17:25 น.

จุดเริ่มต้นจากไลฟ์สไตล์ของคู่รักสายปาร์ตี้ “ซี ศิวัฒน์ & เอมี่ กลิ่นประทุม” กลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจผู้สร้างแบรนด์ “Party Monster” เม็ดเคี้ยวแก้แฮงค์ รสมะม่วงพริกเกลือ สุดฮิตในโลกปาร์ตี้และออนไลน์ สู่การวางจำหน่ายใน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ได้จัดงานปาร์ตี้ฉลองความพร้อมในก้าวสำคัญอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก คุณภาคิน กิตติภานุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นูทริชั่น โปรเฟส จำกัด (มหาชน) และคุณจริยาพร  ไตรทิพย์เจริญชัย ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติและเหล่าอินฟลูเอนซอร์สายปาร์ตี้ที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

“จุดเริ่มต้นมาจากเมียผมแหล่ะ ทุกคนก็รู้ เรารู้สึกว่า ถ้าเราดื่ม ทุกคนก็สนุก ทุกคนเข้าใจดี เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง เอ๊ะ..ทำไมดื่มแล้วเราต้องแฮ้ง ทำไมดื่มแล้วเราต้องเป็นผักไปวันสองวัน งั้นมันต้องทำยังไงดี การที่เราไม่แฮ้ง ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ใช้ร่างกายตัวเองนะ เพราะฉะนั้นเราเอาร่างกายในอนาคตมาใช้ วันนี้มันควรที่จะต้องมีตัวช่วยเสริมไง ไม่ใช่แค่ในเรื่องของการขจัดสารพิษ หรือแก้แฮ้งอย่างเดียว มันต้องช่วยบำรุงและฟื้นฟูด้วย เพราะฉะนั้นมันก็มาจบที่ เราก็ไปที่จุดที่ว่ามันควรที่จะเป็น เร็ว, ใช้เวลาไม่นาน, สะดวก, ง่าย นั่นแหละ แล้วทุกอย่างมันก็เลยเป็น Party Monster”

“ถ้าคุณฉีกซองแล้วเคี้ยว Party Monster นะ เชื่อป่ะ ไม่เกิน 15 นาที คุณจะอาการดีขึ้นเลย  เพราะในนั้นเนี่ย นอกเหนือจากมันมีเรื่องของ Ginger Extract แล้ว มันยังมีตัวที่เป็นตัวอาร์ติโช้ค แล้วก็กลูต้า แล้วก็มีวิตามินบีที่ช่วยทำให้คุณฟื้น ฟื้นจากที่แบบภาวะที่คุณกำลังงงๆ แล้วมันจะแบบรู้สึกดีขึ้นได้เลย งั้นสารสกัดทุกตัวที่ผมกับพี่มี่ตั้งใจใส่ลงไป คือตั้งใจว่าให้มันไม่ใช่แค่ช่วยแก้แฮ้ง ไม่ใช่หรอกครับ บอกเลยว่าเราตั้งใจจะบำรุงและฟื้นฟูไปด้วย”

ด้าน เอมี่ กลิ่นประทุม เผยที่มาของรสชาติ มะม่วงพริกเกลือ ว่า “และการที่มันเป็นรสชาติมะม่วงพริกเกลือ คือมันอยากจะกินอะไรสักอย่างให้มันเปรี้ยวๆ ให้มันหาย ให้มันสร่าง เรารู้สึกว่ารสเนี้ย มันเป็นรส ที่เราก็ไม่เคยเห็นในท้องตลาด แล้วก็รู้สึกว่ามันเปรี้ยว แล้วเราอยากจะมีความเผ็ด ให้มันมีความสนุก แบบปาร์ตี้มาเราก็อยากจะให้เคี้ยวอะไรเข้าไปแล้วก็ยังมีความสนุกอยู่”

ตามไปพบกับ “Party Monster” เม็ดเคี้ยวแก้แฮงค์ รสมะม่วงพริกเกลือ 2 เม็ดต่อซอง ในราคาเพียง 89 บาท ได้แล้ววันนี้ที่ 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึง 7-Delivery และ ALL ONLINE