ลีโอ วีลเลอร์ บุตรชายท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เตรียมโชว์เปียโนชิ้นเอก รายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา

ลีโอ วีลเลอร์ บุตรชายท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เตรียมโชว์เปียโนชิ้นเอก รายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา

ลีโอ วีลเลอร์ บุตรชายท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เตรียมโชว์เปียโนชิ้นเอก รายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.09 น.

คอนเสิร์ตแห่งการส่งต่อมรดกทางดนตรีจากรุ่นสู่รุ่น โดย ลีโอ วีลเลอร์ (Leo Wheeler)บุตรชายของท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน อดีตศิษย์เก่าของ อ.ณัฐ ยนตรรักษ์จากรุ่นครู สู่รุ่นศิษย์และวันนี้…สู่คนรุ่นหลานศิษย์ศาลาสุทธสิริโสภาขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นสักขีพยานแห่งการส่งต่อความรักในเสียงดนตรี ผ่านการแสดงของศิลปิน 3 รุ่นบนเวทีเดียวกันไฮไลท์ของค่ำคืนนี้คือ Un Sospiro ผลงานชิ้นเอกของ Franz Liszt หนึ่งในบทเพลงเปียโนที่โด่งดังและเป็นที่รักที่สุดในโลกดนตรีคลาสสิก ด้วยท่วงทำนองอันงดงามราวความฝัน และเทคนิคการไขว้มืออันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจะถูกถ่ายทอดโดยศิลปินวัยเพียง 12 ปีอีกหนึ่งช่วงเวลาพิเศษคือการหวนคืนสู่เวทีในฐานะนักร้องของ ท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน ที่จะนำเสนอบทเพลงคลาสสิกอันไพเราะหลากหลายบท รวมถึง Widmung ผลงานชิ้นเอกของ Robert Schumann บทเพลงรักอันแสนงดงามที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อมอบแก่ภรรยาผู้เป็นที่รักในโอกาสแต่งงาน และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในบทเพลงรักที่ตราตรึงใจที่สุดในโลกดนตรีคลาสสิกพร้อมด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ Still on My Mind (ในดวงใจนิรันดร์) ที่อยู่ในความทรงจำของคนไทยทั้งประเทศมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งความทรงจำ ความรัก และการส่งต่อแรงบันดาลใจจากรุ่นสู่รุ่นไปด้วยกันวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:00 น. ศาลาสุทธสิริโสภา (ลาดพร้าว 41 แยก 7-2) บัตรราคา 2,500 บาท(รวมงานเลี้ยงรับรองหลังการแสดง)รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนาสำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้LINE OA: @salasudasirisobha

M STUDIO ส่งทัพนักแสดงบุกเวียดนาม ร่วมพรมแดงเทศกาล Thai Film Festival in Vietnam 2026

M STUDIO ส่งทัพนักแสดงบุกเวียดนาม ร่วมพรมแดงเทศกาล Thai Film Festival in Vietnam 2026

M STUDIO ส่งทัพนักแสดงบุกเวียดนาม ร่วมพรมแดงเทศกาล Thai Film Festival in Vietnam 2026

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.46 น.

เตรียมสร้างความคึกคักให้กับแฟนภาพยนตร์ไทยในเวียดนาม เมื่อ M STUDIO ส่งสองนักแสดงรุ่นใหม่ “มิ้ม–รัตนวดี วงศ์ทอง” จากภาพยนตร์สยองขวัญฟอร์มใหญ่ “ของแขก 2” และ “แคร์-ปาณิสรา ริกุลสุรกาน, หมีพูห์–วิน สกุลแสงประภา” จากภาพยนตร์วัยรุ่นสยองขวัญ “Ghost Board กล่องผีสุ่มวิญญาณ” เข้าร่วมงาน “Thai Film Festival in Vietnam 2026” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 11 กรกฎาคม 2569 ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

โดยทั้ง 3 นักแสดงจะเข้าร่วมกิจกรรมเดินพรมแดง พิธีเปิดเทศกาลภาพยนตร์ รวมถึงพบปะสื่อมวลชนและแฟนภาพยนตร์ชาวเวียดนามอย่างใกล้ชิด นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการนำเสน่ห์ของนักแสดงไทยและภาพยนตร์ไทยไปสู่สายตาผู้ชมต่างประเทศ

นอกจากความโดดเด่นของนักแสดงแล้ว งาน Thai Film Festival in Vietnam 2026 ยังรวบรวมผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และบุคลากรในวงการภาพยนตร์ไทยเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความสัมพันธ์กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเวียดนาม ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ M STUDIO ในการผลักดันภาพยนตร์ไทยสู่เวทีสากล พร้อมส่งต่อเสน่ห์ของคอนเทนต์ไทยและศักยภาพของนักแสดงไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น

#MSTUDIO #ของแขก2 #GhostBoard #กล่องผีสุ่มวิญญาณ

#ThaiFilmFestivalInVietnam2026

#มิ้มรัตนวดี #MEEPOOHWhiteFox #แคร์ปาณิสรา

กองทุนสื่อฯ ชูวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนสังคมสูงอายุ Active Aging ผุดรายการ เก๋าไม่เก่า

กองทุนสื่อฯ ชูวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนสังคมสูงอายุ Active Aging ผุดรายการ เก๋าไม่เก่า

กองทุนสื่อฯ ชูวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนสังคมสูงอายุ Active Aging ผุดรายการ เก๋าไม่เก่า

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.43 น.

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกและประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เล็งเห็นถึงความสำคัญและคุณค่าอย่างยิ่งในการผลักดันสังคมไทยสู่แนวคิด “Active Aging” เพื่อให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตอย่างมีพลัง เห็นคุณค่าในตัวเอง และไม่หยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์ดังกล่าว กองทุนฯ จึงได้มอบทุนสนับสนุนโครงการ ให้กับ   ผู้ผลิตสื่อบุคคลอิสระ (น.ส.พอใจ พูนนารถ)  ในการสร้างสรรค์รายการออนไลน์ “เก๋าไม่เก่า Kao on The Go”   (เก๋า ออน เดอะโก) รายการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็น “โซ่ข้อกลาง” ที่ทรงพลัง ในการเชื่อมโยงสังคมคนรุ่นใหม่และผู้สูงอายุเข้าด้วยกัน พร้อมมุ่งเป้าที่จะสร้างภาพจำใหม่ของการสูงวัย ให้เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจและศักยภาพ เพื่อเปิดประสบการณ์ข้ามวัยไปกับ 12 ต้นแบบวัยเก๋า

โดย น.ส.พอใจ เผยว่า “เก๋าไม่เก่า Kao on The Go” นำเสนอในรูปแบบการเดินทางและทอล์กโชว์ จำนวน 12 ตอน โดยนำ 12 ตัวแทนวัยเก๋า จากหลากหลายวงการ มาร่วมเดินทางไปกับ “รถเก๋าไม่เก่า” เพื่อท่องเที่ยวเรียนรู้และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ไฮไลท์สำคัญคือการเปิดพื้นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างวัย (Intergenerational) กับพิธีกรและทีมงานคนรุ่นใหม่ เพื่อถ่ายทอดแนวคิด ประสบการณ์การทำงาน การก้าวข้ามอุปสรรค การเดินตามความฝัน การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ โดยมี วัยเก๋าต้นแบบ ร่วมรายการ อาทิ: ศิลปินและคนบันเทิง: สุเทพ ประยูรพิทักษ์, ตู้ ดิเรก อมาตยกุล,วงจันทร์ ไพโรจน์  (ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง), วันเพ็ญ ยี (นางแบบสูงอายุ) และ สุรินทร์ สนธิระติ (ศิลปินมาสเตอร์ภาพวาดสีน้ำ) สายไลฟ์สไตล์และผู้นำแรงบันดาลใจ: ใหม่ สุทธิมา ไรเมอร์ (หัวหน้ากลุ่มเลดี้แคมป์คาร์) และ คุณยายเพนนี (คุณยายสายสตรองนักออกกำลังกาย) นักขับเคลื่อนชุมชนและจิตอาสา: แม่กุ้ง ทิวาพร จ.แพร่ (ด้านการฟ้อนสร้างสรรค์), เจน วินเทจ จ.นครราชสีมา, ครูฐิ จ.สุราษฎร์ธานี (ครูผู้สร้างฝันเด็ก) และ คุณระพีร์ ปิยจันทร์ จ.อ่างทอง (นักเลงกลอนตัวแม่) มากกว่ารายการ คือการขับเคลื่อนสังคมอย่างมีส่วนร่วม เพื่อให้ผู้ชมได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมสูงอายุที่มีคุณภาพ นอกจากนั้นทางรายการฯ ยังได้จัดกิจกรรมออนไลน์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับแฟนๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การร่วมสนุกตอบคำถามเพื่อรับของที่ระลึก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสินค้าชุมชน สินค้าที่ผลิตและจำหน่ายโดยผู้สูงอายุ รวมถึงเสื้อที่ระลึกจากรายการฯ ร่วมเปิดมุมมองใหม่และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สังคม “Active Aging” ไปพร้อมกันได้ในรายการ “เก๋าไม่เก่า Kao on The Go” สามารถติดตามรับชมและร่วมสนุกได้ที่:

Facebook: เก๋าไม่เก่า Kao on The Go

YouTube: เก๋าไม่เก่า Kao on The Go

TikTok: เก๋าไม่เก่า Kao on The Go

ทราย สก๊อต พร้อมทนาย ติดตามคำสั่งศาล แม่ถอนฟ้องคดีลูกเนรคุณ

ทราย สก๊อต พร้อมทนาย ติดตามคำสั่งศาล แม่ถอนฟ้องคดีลูกเนรคุณ

ทราย สก๊อต พร้อมทนาย ติดตามคำสั่งศาล แม่ถอนฟ้องคดีลูกเนรคุณ

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.32 น.

8 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลแพ่งพระโขนง ถ.สรรพาวุธ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วยนายสิรณัฐ ทราย สก๊อต หรือ ทราย สมุทร พร้อมนางเบญจมา อภัยวงศ์ ทนายความส่วนตัว และทีมทนายความจากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ประกอบด้วย นายคมสัน โพธิ์คง และน.ส.อัจฉรา แสงขาว เพื่อติดตามการพิจารณาคำสั่งของศาลคดีลูกเนรคุณที่นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี มารดาของนายสิรณัฐ มารดาของทราย สก๊อตได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องนายสิรณัฐ

สำหรับคดีนี้ เดิมทีศาลได้นัดสืบพยานฝ่ายโจทก์และนัดไกล่เกลี่ยระหว่างวันที่ 8–9 กรกฎาคม แต่เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม นางจีรานุช มารดาของนายสิรณัฐ ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีเพิกถอนการให้ทรัพย์สิน ซึ่งเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจส่งผลให้ศาลเปลี่ยนกำหนดนัด เป็นการนัดฟังคำสั่งและพิจารณาคำร้องขอถอนฟ้องแทน

ทั้งนี้ก่อนเข้าห้องพิจารณานายปานเทพ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ขณะนี้ทราบเพียงว่ามารดาของนายสิรณัฐ ได้ตัดสินใจยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง แต่รายละเอียดทั้งหมดจะต้องรอฟังและหารือกันภายในห้องพิจารณาคดีอีกครั้ง ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือเรื่องอายุความของคดี เนื่องจากแม้จะมีการถอนฟ้องในครั้งนี้ แต่ในทางกฎหมาย ผู้ฟ้องยังอาจสามารถนำคดีกลับมายื่นฟ้องใหม่ได้ หากยังไม่พ้นอายุความตามที่กฎหมายกำหนด
คาดว่าการพิจารณาของศาลจะแล้วเสร็จก่อนเวลาเที่ยงวัน และภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา ตนพร้อมทราย จะมาให้สัมภาษณ์และชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง.

อบอุ่นหัวใจ กบ บรู๊ค ยกครอบครัวใหญ่ฉลองวันเกิด คุณย่าดาริกา และ น้องณดล

อบอุ่นหัวใจ กบ บรู๊ค ยกครอบครัวใหญ่ฉลองวันเกิด คุณย่าดาริกา และ น้องณดล

อบอุ่นหัวใจ กบ บรู๊ค ยกครอบครัวใหญ่ฉลองวันเกิด คุณย่าดาริกา และ น้องณดล

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.02 น.

เรียกว่าเป็นภาพที่เห็นแล้วดีต่อใจและอบอุ่นอย่างมากสำหรับครอบครัว “ปุณณกันต์” ที่ล่าสุดได้มารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของสองสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว ได้แก่ “คุณย่าดาริกา ปุณณกันต์” ที่มีอายุครบ 84 ปี (7 รอบ) และ “น้องณดล” ลูกชายสุดที่รักของ “กบ สุวนันท์” และ “บรู๊ค ดนุพร” ที่มีอายุครบ 12 ปี (1 รอบ) พอดิบพอดี

งานนี้คุณแม่กบ สุวนันท์ ได้โพสต์ภาพบรรยากาศแห่งความสุขผ่านอินสตาแกรม ⁠kob_nada_nadol⁠ เผยให้เห็นภาพครอบครัวใหญ่ที่มาร่วมเฟรมกันอย่างอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อบรู๊ค ดนุพร, น้องณดา ลูกสาวคนโต, ร่วมด้วยนักแสดงสาว “นุสบา ปุณณกันต์” และสามี “บี พุทธิพงษ์” ที่ควงคู่มาพร้อมกับลูกชายทั้งสองคนอย่าง “น้องปุณณ์-น้องกันต์” รวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวที่มารวมตัวกันอย่างครบครัน โดย แม่กบ ได้ระบุข้อความสุดน่ารักว่า

วันเกิดคุณย่า 5 ก.ค. 84 ปี (7 รอบ) วันเกิดน้องณดล 6 ก.ค. 12 ปี (1 รอบ) พวกเราเลยรวมตัวกันครบทุกคน ขอบคุณทุกๆ คำอวยพรที่มีให้ณดลด้วยนะคราบบ “

ท่ามกลางแฟนคลับและชาวเน็ตที่เข้ามาคอมเมนต์ร่วมอวยพรวันเกิดให้กับคุณย่าดาริกาและน้องณดลกันอย่างล้นหลาม พร้อมชื่นชมในความน่ารักและความอบอุ่นของครอบครัว ‘ปุณณกันต์’ที่เป็นภาพหาดูได้ยากและประทับใจแฟนๆ เป็นอย่างมาก

สรุปไทม์ไลน์คดีเดือด ปู มัณฑนา หนุ่ม กรรชัย หลังฉากเจรจาไม่เป็นผล เดินหน้าสืบพยานกันยายนนี้

สรุปไทม์ไลน์คดีเดือด ปู มัณฑนา หนุ่ม กรรชัย หลังฉากเจรจาไม่เป็นผล เดินหน้าสืบพยานกันยายนนี้

สรุปไทม์ไลน์คดีเดือด ปู มัณฑนา หนุ่ม กรรชัย หลังฉากเจรจาไม่เป็นผล เดินหน้าสืบพยานกันยายนนี้

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.53 น.

กลายเป็นประเด็นที่สังคมและสื่อมวลชนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด สำหรับคดีความระหว่างพิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” และอดีตนักแสดง “ปู-มัณฑนา หิมะทองคำ” ล่าสุด ปู-มัณฑนา มีการเปิดเผยลำดับเหตุการณ์ (Timeline) สำคัญในชั้นศาลระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 7 กรกฎาคม 2569 ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว  Pou  Mantana เผยเบื้องลึกความพยายามในการไกล่เกลี่ยที่ต้องล่มลง นำไปสู่ชนวนเดือดทางโซเชียลมีเดีย

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ (Timeline)  วันที่ 29 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ศาลอาญามีคำพิพากษาในคดีที่ “ทนายกุ้ง” กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท “คุณปู มัณฑนา” โดยสั่งลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 100,000 บาท  เวลา 11.00 น. “คุณปู มัณฑนา” เดินทางต่อไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อเข้าร่วมการนัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐาน ในคดีที่ถูก “คุณหนุ่ม กรรชัย” เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง  ระว่างการพิจารณา “ทนายตุ๋ย” (พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์) ทนายความฝั่งคุณหนุ่ม ได้แจ้งต่อศาลว่า คุณหนุ่ม กรรชัย มีความประสงค์จะเจรจาไกล่เกลี่ย เนื่องจากเห็นว่าระยะเวลาที่ผ่านมาทำให้ทุกฝ่ายได้ทบทวนและใจเย็นลง ซึ่งทางคุณปู มัณฑนา ได้ตอบรับข้อเสนอเพื่อนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ ศาลจึงมีคำสั่งนัดไกล่เกลี่ยในเวลาต่อมา

 วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30–16.30 น. คู่ความทั้งสองฝ่ายได้เข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยตามที่ศาลนัดหมาย ทว่าการเจรจาในวันดังกล่าวไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ เนื่องจากพบอุปสรรคในการสื่อสารที่ต้องดำเนินการผ่านบุคคลที่สาม ทำให้ไม่สามารถหาข้อยุติที่ลงตัวได้ ผลลัพธ์:ศาลอาญากรุงเทพใต้จึงมีคำสั่งกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยอย่างเป็นทางการในวันที่ 17–18 กันยายน 2569 เพื่อดำเนินการตามกระบวนพิจารณาคดีต่อไป

บทสรุปและข้อสังเกตจากเหตุการณ์จากลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดนำมาสู่ประเด็นน่าสนใจที่สาธารณชนตั้งข้อสงสัย ดังนี้

1. ปมปริศนาท่าทีการเจรจา: ในวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ฝั่งทนายตุ๋ยเป็นผู้แถลงต่อศาลก่อนว่า คุณหนุ่ม กรรชัย มีความประสงค์จะไกล่เกลี่ย แต่หลังจากกระบวนการไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ทนายตุ๋ยกลับมีการเผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ต่อสื่อและข้อความบนโลกออนไลน์ด้วยถ้อยคำดุเดือดว่า “ถอนฟ้องเป็นหมา”

2. ความเคลื่อนไหวจากทนายกุ้ง: ต่อมาในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ทางด้าน “ทนายกุ้ง” ก็ได้โพสต์ข้อความย้ำในทิศทางเดียวกันว่า “ถอนฟ้องเป็นหมา..ค่ะ ไปต่อ! ทุกคน..” ซึ่งทำให้ผู้ติดตามคดีเกิดความสงสัยถึงสาเหตุเบื้องลึกของการเปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลันหลังจากการเจรจาจบลง

ทั้งนี้ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเชิงลึกของเหตุการณ์ย่อมเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนพิจารณาในชั้นศาล ซึ่งสังคมยังคงต้องจับตาดูการสืบพยานที่จะเกิดขึ้นอย่างดุเดือดในกลางเดือนกันยายนนี้ต่อไป

ฟาดหน้าสั่นข้ามทวีป ลูกหมี แซะคู่กรณีเปลี่ยนสรรพนามเรียก พี่หนุ่ม ลั่นกลับไทยรอบนี้คงไม่มีใครเรียก อี แล้ว

ฟาดหน้าสั่นข้ามทวีป ลูกหมี แซะคู่กรณีเปลี่ยนสรรพนามเรียก พี่หนุ่ม ลั่นกลับไทยรอบนี้คงไม่มีใครเรียก อี แล้ว

ฟาดหน้าสั่นข้ามทวีป ลูกหมี แซะคู่กรณีเปลี่ยนสรรพนามเรียก พี่หนุ่ม ลั่นกลับไทยรอบนี้คงไม่มีใครเรียก อี แล้ว

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.29 น.

เป็นประเด็นร้อนฉ่าในโลกโซเชียลอย่างต่อเนื่อง สำหรับมหากาพย์ดราม่าระหว่างอดีตนางแบบชื่อดัง “ลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพรศรี” และคู่กรณีอย่าง “ปู-มัณฑนา” ล่าสุดดูเหมือนว่าไฟแค้นจะยังไม่มอดดับง่ายๆเมื่อ “ลูกหมี รัศมี” ที่ตอนนี้กำลังเช็กอินอยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โพสต์ภาพข้อความสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยความเจ็บแสบ ชนิดที่อ่านแล้วรู้เลยว่าหมายถึงใคร โดยระบุว่า“พี่หนุ่ม กรรชัย” คำพูดไพเราะเสนาะหู นึกว่าจะเรียกไอ้หนุ่ม ต่อไปคงไม่มีใครเรียก “อีหมี” แล้ว 

แซะเก่ายังไม่ทันหายแซบ ล่าสุดดีกรีความเดือดก็พุ่งทะยานขึ้นอีกระลอก! เมื่อ “ลูกหมี-รัศมี ” ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นการแชร์และตอบกลับโพสต์ของ “ทนายกุ้ง – นักสืบ คลายทุกข์” ที่ได้โพสต์ตามตัวลอยๆ ว่า “ประกาศ..ลูกหมี รัศมี กลับจาก ออสเตรีย ได้แล้ว มีเรื่องจะเม้าส์!!! กลับมาด่วนๆ”

งานนี้ “ลูกหมี” ไม่ปล่อยให้รอนาน รีบโพสต์ตอบกลับทนายคู่ใจทันที พร้อมแง้มกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยแบบเสร็จสรรพ โดยระบุข้อความว่า

เม้าส์เรื่องอะไรคุณกุ้ง ละครเรื่องไหนจ๊ะ คุณลูกหมีจะกลับไทยคืนนี้ ถึงวันที่ 9 ตอนช่วงเช้านะคะ ดีใจด้วยนะ ต่อไปจะไม่มีใครเรียกพวกเรา ไอ้ อี มึง แล้ว เย้ๆๆๆ”

นอกจากจะเผยฤกษ์ดีเตรียมแลนดิงถึงเมืองไทยในช่วงเช้าของวันที่ 9 แล้ว ลูกหมีก็ยังไม่วายทิ้งระเบิดลูกโตตอกย้ำประเด็นคำหยาบคายควันหลงจากดราม่าเดิม ด้วยประโยคสุดแซ่บว่า “ดีใจด้วยนะ ต่อไปจะไม่มีใครเรียกพวกเรา ไอ้ อี มึง แล้ว” ซึ่งเป็นการตอกกลับฝั่งคู่กรณีแบบเจ็บๆ คันๆ ชนิดที่ว่าเคลียร์ชัดทุกดอกไม่มีแผ่ว

บอกเลยว่ากลับไทยรอบนี้ แฟนข่าวบันเทิงและเผือกสายโซเชียลเตรียมตั้งตารอได้เลย เพราะดูท่าว่า “ลูกหมี” และ “ทนายกุ้ง” มีเรื่องเด็ดรอเปิดหน้าเม้าส์แบบจัดเต็มอย่างแน่นอน!ส่วนสงครามฝีปากและดราม่าครั้งนี้จะจบลงอย่างไร และทางฝั่ง “ปู มัณฑนา” จะมีรีแอคชั่นกับโพสต์นี้สะเทือนโซเชียลของลูกหมีหรือไม่ คงต้องรอติดตามกันต่อไปอย่างกระชั้นชิด!

สปิริตเกินร้อย อิงฟ้า วราหะ สวยสง่าออร่ากระจายรำบวงสรวงพญานาคกลางสายฝน

สปิริตเกินร้อย อิงฟ้า วราหะ สวยสง่าออร่ากระจายรำบวงสรวงพญานาคกลางสายฝน

สปิริตเกินร้อย อิงฟ้า วราหะ สวยสง่าออร่ากระจายรำบวงสรวงพญานาคกลางสายฝน

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.12 น.

กลายเป็นภาพความประทับใจที่ถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง เมื่อรองอันดับ 1 Miss Grand International 2022 และนางงามมหาชนอย่าง “อิงฟ้า วราหะ” ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะร่วมงานรำบวงสรวงองค์ #ศรีสัตตนาคราช ณ จังหวัด #นครพนม

แม้ในวันงานเมื่อคืนนี้จะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนัก แต่อิงฟ้าก็ยังคงแสดงสปิริตอันยอดเยี่ยม สวมชุดไทยงดงามยืนรำท่ามกลางสายฝนด้วยรอยยิ้มที่แจ่มใส ไม่มีท่าทีเหน็ดเหนื่อยหรือถอยหนี โดยเธอได้ระบุข้อความกินใจระบุว่า ‘ถ้าพ่อแม่พี่น้องสู้ ทำไมหนูต้องถอย เล่นฝนไปด้วยกันนะ ร่มเย็นเป็นสุขกันถ้วนหน้านะคะ’

ก้อง ห้วยไร่ โพสต์ภาพแอดมิท ผ่าตัดใหญ่ บอกเจ็บที่สุดในชีวิต ฟาดเคราะห์ครั้งใหญ่

ก้อง ห้วยไร่ โพสต์ภาพแอดมิท ผ่าตัดใหญ่ บอกเจ็บที่สุดในชีวิต ฟาดเคราะห์ครั้งใหญ่

ก้อง ห้วยไร่ โพสต์ภาพแอดมิท ผ่าตัดใหญ่ บอกเจ็บที่สุดในชีวิต ฟาดเคราะห์ครั้งใหญ่

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.54 น.

แฟนคลับแห่ส่งกำลังใจ! “ก้อง ห้วยไร่” เผยภาพแอดมิท บอกเจ็บที่สุดในชีวิต ฟาดเคราะห์ครั้งใหญ่

เป็นโพสต์ที่ทำเอาแฟนเพลงและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงตกใจและเป็นห่วงกันยกใหญ่ เมื่อนักร้องลูกทุ่งอินดี้สายฮาชื่อดัง “ก้อง ห้วยไร่” หรือ อัครเดช ยอดจำปา ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก เผยภาพตัวเองขณะนอนแอดมิทอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล หลังเข้ารับการผ่าตัดครั้งใหญ่

โดย ก้อง ห้วยไร่ ได้ระบุข้อความบอกเล่าถึงอาการป่วยในครั้งนี้ว่า “ผ่าตัดใหญ่สุดในชีวิต เจ็บที่สุดในชีวิต ขอบคุณ คุณหมอ ขอบคุณ คุณเมียที่เฝ้าดูแล ขอบคุณเจ้ากรรมนายเวรที่ยังปราณี ฟาดเคราะห์ครั้งนี้ใหญ่ฉิบหาย”

หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและมิตรรักแฟนเพลงต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความห่วงใย และอวยพรให้นักร้องหนุ่มหายป่วยไวๆ 

ทางด้านภรรยาสุดที่รัก “เบล ขนิษฐา” ที่คอยเฝ้าไข้ดูแลอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์ดังกล่าวด้วยข้อความสั้นๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายว่า “รัก” เป็นการส่งกำลังใจชิ้นโตให้สามีในยามป่วย

ประทับใจไม่รู้ลืม! คอนเสิร์ตการกุศล ‘Sing Memories เพลงหวานในความทรงจำ’

ประทับใจไม่รู้ลืม! คอนเสิร์ตการกุศล ‘Sing Memories เพลงหวานในความทรงจำ’

ประทับใจไม่รู้ลืม! คอนเสิร์ตการกุศล ‘Sing Memories เพลงหวานในความทรงจำ’

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.37 น.

Donation HUB สภากาชาดไทย ร่วมกับ เวิร์คพอยท์ กรุ๊ป และพันธมิตร ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจัดคอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN “The Giving Concert 3 Generations 1 Heart” ในเจเนอเรชันที่ 2 ภายใต้ชื่อ “Sing Memories เพลงหวานในความทรงจำ” เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ณ SiamPic Hall ชั้น 7 สยามสแควร์วัน ในวาระครบ 133 ปีของสภากาชาดไทย โดยรายได้จากการบริจาครับบัตรชมคอนเสิร์ต จะนำไปสนับสนุนการดำเนินงานตาม 4 พันธกิจหลักด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้และประสบภัยพิบัติต่างๆ ต่อไป

บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นอย่างอบอุ่น ก่อนจะเปิดม่านอย่างเป็นทางการด้วยเสียงเพลงความหมายดีๆ อย่าง “ให้เธอ” ขับร้องโดย อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ พร้อมทั้งเปิดตัวคู่หูพิธีกรต่างเจเนอเรชัน ป๋ากิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ และ อาร์ม-กรกันต์ ที่มารับหน้าที่พาทุกคนย้อนเวลากลับไปสู่ความทรงจำอันเปี่ยมเสน่ห์ในยุคแอนะล็อก

ไฮไลต์สำคัญของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ คือการรวบรวมบทเพลงฮิตระดับมาสเตอร์พีซและศิลปินระดับไอคอนิกของเมืองไทยมาอยู่บนเวทีเดียวกัน เริ่มต้นด้วยกลุ่มศิลปินอารมณ์ดีระดับตำนานอย่าง วงเฉลียง นำโดย พี่จุ้ย-ศุ บุญเลี้ยง และ พี่เกี๊ยง-เกียรติศักดิ์ ที่มาสะกดคนดูทั้งฮอลล์ด้วยเสียงประสานนุ่ม ๆ ในเพลงอบอุ่นอย่าง อิ่มอุ่น, เที่ยวละไม, อื่น ๆ อีกมากมาย และ ง่าย ๆ ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับ “ตัวแม่” แห่งวงการเพลงช้ำรักจากฝั่งลาดพร้าว (ค่าย RS Promotion)   ปาน-ธนพร แวกประยูร ที่มาโชว์พลังเสียงทรงพลังบาดลึกทะลุทรวงในเพลง เหงาเข้าใจ, เรื่องง่าย ๆ ที่ผู้ชายไม่รู้ และ   ตบมือข้างเดียว พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษในการร้องเพลงคู่กับ พี่แต๋ง-ภูษิต ในเพลง พี่ชายที่แสนดี

ความสนุกต่อเนื่องเมื่อ พี่เจี๊ยบ-วัชระ และ พี่ดี้-นิติพงษ์ แท็กทีมสมทบกับพี่แต๋ง รวมตัวเป็น “3 ลุงแห่งวงเฉลียง” ขนเพลงฮิตระดับตำนานอย่าง เอกเขนก, นายไข่เจียว, เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ, รู้สึกสบายดี และ ถ้าโลกนี้มีเราเพียงสองคน มาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างเป็นกันเอง จากนั้นสร้างความคึกคักอีกครั้งเมื่อขุนพลนักแต่งเพลงฝั่งอโศก (ค่ายแกรมมี่) พี่ดี้-นิติพงษ์ ได้ควงแขนเจ้าหญิงแห่งวงการเพลง R&B นัท มีเรีย ขึ้นมาร้องเพลงคู่กันในเพลง รักแท้ยังไง ก่อนที่นัท มีเรีย จะจัดเต็มโชว์เมดเลย์เพลงฮิตที่ทุกคนคิดถึง ทั้ง รักไม่ช่วยอะไรเลย, ขอโทษที่กวนใจเธอ และสลับอารมณ์มาแดนซ์ในเพลง อย่าทำ อย่าทำ จนคนดูนั่งไม่ติดเก้าอี้ และในรอบค่ำ ยังมีศิลปินหญิงระดับตำนาน ไอคอนแห่งยุคป๊อปคาสเซ็ท แหม่ม พัชริดา ที่มาผลัดไม้ต่อจาก นัท ทีเรีย มอบความสุขแห่งเสียงเพลงถ่ายทอดบทเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง ญาติกา, ทิ้ง, ด้วยแรงอธิฐาน

ก่อนปิดฉากค่ำคืนแห่งความประทับใจ ศิลปินทุกคนได้ร่วมกันขับร้องบทเพลง “ไม่รักแต่คิดถึง” และ “ยังคงเอกเขนก” สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและความทรงจำอันงดงาม ก่อนส่งท้ายด้วยบทเพลงอันทรงคุณค่า “ดอกไม้แห่งชีวิต” ประพันธ์โดย คุณประภาส ชลศรานนท์ ศิลปินแห่งชาติ  ขับร้องโดย ปาน-ธนพร แวกประยูร ที่ถ่ายทอดความหมาย  อันลึกซึ้งของการเป็น “ผู้ให้” สื่อถึงการสืบสานปณิธานแห่งการให้ และการส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส ตามพันธกิจของสภากาชาดไทย พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปัน เพื่อสร้างโอกาสและความหวังให้แก่ผู้ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือในสังคมไทยต่อไป

ความสำเร็จของคอนเสิร์ตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ร่วมสืบสานภารกิจของสภากาชาดไทย ได้แก่ กลุ่มธนบุรี หนึ่งในผู้นำธุรกิจยานยนต์ของประเทศไทย ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 85 ปี ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งต่อคุณภาพ นวัตกรรม และความใส่ใจในทุกประสบการณ์ของลูกค้าเสมอมา, COMMART, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีทโบ๊ต จำกัด และ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ซึ่งล้วนเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้การจัดงานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม

ในโอกาสนี้ คุณจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุนภารกิจของสภากาชาดไทยผ่านการเข้าชมคอนเสิร์ต โดยรายได้จากการจัดงานจะนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ประสบความเดือดร้อน ตามพันธกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย เสียงเพลงจึงไม่ได้มอบเพียงความสุข ความประทับใจ และความทรงจำอันงดงามให้แก่ผู้ชมเท่านั้น หากยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า “พลังแห่งการให้” ของทุกคน สามารถหลอมรวมเป็นพลังแห่งความหวัง และส่งต่อโอกาสให้แก่ผู้ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือได้อย่างแท้จริง พร้อมให้ผู้ร่วมงานทุกท่านอิ่มเอมทั้งความสุขและความอิ่มบุญ กลับบ้านพร้อมหัวใจที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ

สำหรับซีรีส์คอนเสิร์ตแห่งการให้ในครั้งนี้ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ คณะผู้จัดงานเตรียมส่งไม้ต่อความประทับใจไปสู่คนรุ่นใหม่ในเจเนอเรชันที่ 3 กับคอนเสิร์ตบทสรุปสุดยิ่งใหญ่ “Sing Infinity เพลงเพราะไม่รู้จบ” รวมพลังศิลปินไอดอล Gen Y และ Gen Z นำโดย นุนิว ชวรินทร์, เติ้ล-มติมันท์, เฟิร์สวัน วรรณกร, เบนซ์ ข้าวขวัญ, อิ๊น มาธวี และแชมป์ชิงช้าสวรรค์จากโรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีกำหนดการจัดงานขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคม 2569 นี้ ซึ่งบัตรคอนเสิร์ตได้รับบริจาคเต็มแล้วทุกที่นั่งเรียบร้อยแล้ว

แม้บัตรคอนเสิร์ตจะบริจาคเต็มทุกที่นั่ง แต่พลังแห่งการให้ยังไม่สิ้นสุด ทุกท่านยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนพันธกิจหลักของสภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือ บรรเทา และรักษาผู้ยากไร้ร่วมกัน ได้ที่ www.iredcross.org