สงกรานต์นี้ต้องดู’สายสืบชาวบ้าน’ไฮไลต์พิเศษ ‘รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ’ร่วมส่งต่อความห่วงใย

สงกรานต์นี้ต้องดู'สายสืบชาวบ้าน'ไฮไลต์พิเศษ 'รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ'ร่วมส่งต่อความห่วงใย

สงกรานต์นี้ต้องดู’สายสืบชาวบ้าน’ไฮไลต์พิเศษ ‘รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ’ร่วมส่งต่อความห่วงใย

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.13 น.

ฮือฮารับสงกรานต์ สายสืบจีจี้-สายสืบนิวหนวด ชวนคุณตำรวจสายสืบตัวจริง “รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ” มาพูดคุยสุดพิเศษ ใน “สายสืบชาวบ้าน” อาทิตย์ 12 เมษายนนี้ต้อนรับวันปีใหม่ไทยด้วยประเด็นเตือนภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม ในรายการ “สายสืบชาวบ้าน” 2 พิธีกรสายคดี สายสืบจีจี้-ศจี วงศ์อำไพ และ สายสืบนิวหนวด-ธนิศ แก้วนาค ขนเรื่องจริงในสังคมมาเล่าแบบเข้มข้น พร้อมสาระน่ารู้รับเทศกาลสงกรานต์สัปดาห์นี้เปิดด้วยบรรยากาศคึกคักของ การเกณฑ์ทหาร ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 เมษายน โดยทุกปีมักมีโมเมนต์ไวรัลทั้งชวนขำ ซึ้งกินใจ และเรื่องราวสุดประทับใจจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งรายการคัดไฮไลต์เด็ดมาให้ชมกันแบบจุใจ

ต่อด้วยเรื่องราวสะเทือนใจของ เจ้าของร้านอาหารที่ถูกลูกค้าชักดาบ หลังมีชายแต่งตัวดีเข้ามาสั่งอาหาร ก่อนกินเสร็จแล้วไม่ยอมชำระเงิน แม้เจ้าของร้านจะโพสต์ตามหาทั้งภาพบิลและภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ก็ยังไร้การติดต่อกลับ เจ้าตัวเผยไม่ได้ต้องการประจาน แต่อยากเตือนผู้ประกอบการร้านค้าให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐานหากเกิดเหตุไม่คาดคิดปิดท้ายด้วยไฮไลต์พิเศษ สายสืบจีจี้-สายสืบนิวหนวด ได้รับเกียรติจาก  ตำรวจสายสืบตัวจริงเสียงจริง รองจ๋อ  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ (รอง.ผบช.น.)  และสารวัตรแจ๊ะ พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ (สว.กก3.บก.สส.บช.น.)  มาร่วมส่งแฟน ๆ เดินทางกลับบ้านด้วยกัน   มาร่วมพูดคุยถึง คดีที่มักเกิดขึ้นบ่อยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมส่งต่อความห่วงใย เผยถึงข้อควรระวังและคำเตือนสำคัญถึงประชาชน เพื่อให้เดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวช่วงหยุดยาวได้อย่างปลอดภัย จะเป็นอะไรบ้าง ห้ามพลาดก่อนออกเดินทางช่วงสงกรานต์ อย่าลืมมาเช็กข้อมูลเรื่องราวเตือนภัยที่เกิดขึ้นจริงในสังคมได้ ในรายการ “สายสืบชาวบ้าน”  วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายนนี้ เวลา 14.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และรับชมสดออนไลน์ได้ที่ BUGABOO.TV และสำหรับใครที่มีเรื่องราวคดีชาวบ้านที่น่าสนใจ สนุก ๆ ประสบการณ์ตรง อยากจะมาบอกต่อ ทักข้อความมาได้ที่แฟนเพจ CH7HD Entertainment  ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ปรากฏการณ์ดนตรีครั้งประวัติศาสตร์ของไทย

'สังเวชนียสถานซิมโฟนี'ปรากฏการณ์ดนตรีครั้งประวัติศาสตร์ของไทย

‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ปรากฏการณ์ดนตรีครั้งประวัติศาสตร์ของไทย

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.10 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับแวดวงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมไทย ด้วยการจัดแสดง “สังเวชนียสถานซิมโฟนี” (Buddha Symphony) บทเพลงซิมโฟนีขนาดใหญ่ครั้งแรกของประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 109 ปี แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติผ่านภาษาดนตรีอย่างลึกซึ้งและทรงพลัง ผสานศิลปะการแสดงหลากหลายแขนงเข้าด้วยกันอย่างงดงาม จนสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างล้นหลาม ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“สังเวชนียสถานซิมโฟนี” (Buddha Symphony) ถือเป็นผลงานบทเพลงขนาดใหญ่แรกของไทยที่อิงเรื่องราวพุทธประวัติ โดยถ่ายทอดผ่านโครงสร้าง 4 องก์หลัก อ้างอิงจากสังเวชนียสถาน 4 แห่ง อันเป็นสถานที่สำคัญในพุทธศาสนา ได้แก่ ประสูติ (ลุมพินีวัน) การเริ่มต้นแห่งพระพุทธเจ้า, ตรัสรู้ (พุทธคยา) การค้นพบสัจธรรม, แสดงปฐมเทศนา (สารนาถ) การเผยแผ่พระธรรม และปรินิพพาน (กุสินารา) การดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพาน บรรเลงโดย วงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Symphony Orchestra) ที่มีอายุยาวนานถึง 35 ปี จัดแสดงดนตรีปีละ 2 ครั้ง ร่วมกับคณะนักร้องประสานเสียงเฟสติวัลคอรัส (Festival Chorus) ที่ร่วมกันสร้างสรรค์การแสดงสุดตระการตา ภายใต้การประพันธ์และอำนวยเพลงโดย รองศาสตราจารย์ ดร.นรอรรถ จันทร์กล่ำ ศิลปินศิลปาธร ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีไทยร่วมสมัยที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ ถ่ายทอดบทเพลงออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่และเข้าถึงอารมณ์

รองศาสตราจารย์ ดร.นรอรรถ จันทร์กล่ำ ผู้ประพันธ์เพลงและวาทยกร เปิดเผยว่า “บทเพลงทั้ง 4 องก์ มีความยาวรวมประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที บรรเลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ เปรียบเสมือนบทสรรเสริญพระพุทธคุณที่กลั่นกรองจากพลังศรัทธาและความเชื่อ การแสดงในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ทำให้งานนี้สำเร็จไปด้วยดีจนได้รับความชื่นชมจากผู้ชม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแสดงในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งสื่อกลางที่ช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจ และถ่ายทอดพุทธวัจนสู่ผู้ฟังผ่านดนตรีได้อย่างงดงามครับ”

ด้าน คุณรัชดา สัทธาพงษ์ ประธานกรรมการบริษัท โกลบอลพลัส อินเตอร์เทนเมนท์ เอเจนซี จำกัด ในฐานะผู้ร่วมสนับสนุนในการมอบของที่ระลึก กล่าวว่า“เรารู้สึกยินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการแสดง ‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี (Buddha Symphony)’ ซึ่งถือเป็นผลงานที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อวงการศิลปะและวัฒนธรรมของไทย การนำเรื่องราวพุทธประวัติมาถ่ายทอดผ่านดนตรีในรูปแบบซิมโฟนี ไม่เพียงสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงศรัทธาเข้ากับศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว เราเชื่อว่าผลงานลักษณะนี้จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Soft Power ของไทย และสามารถต่อยอดสู่เวทีระดับนานาชาติได้ในอนาคต”

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงดนตรี และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการเข้าร่วมรับชม อาทิ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศาตราจารย์, ศาตราจารย์ ดร.ณัชชา พันธุ์เจริญ, ศาตราจารย์ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร และคุณรัชดา สัทธาพงษ์ ประธานกรรมการบริษัทโกบอลพลัส อินเตอร์เทนเมนท์ เอเจนซี จำกัด สะท้อนถึงความสำคัญของการแสดงในฐานะหมุดหมายใหม่ของวงการดนตรีซิมโฟนีไทย อีกทั้งผลิตภัณฑ์กลิ่น คามาคาเมต (Karmakamet) ร่วมเติมเต็มประสบการณ์แห่งสุนทรียภาพในมิติที่หลากหลาย ทำให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความประทับใจ จนผู้ชมจำนวนมากต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า การแสดงครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ “ยิ่งใหญ่ ตระการตา และเข้าถึงจิตใจ” สามารถถ่ายทอดพุทธธรรมผ่านเสียงดนตรีได้อย่างลึกซึ้งและทรงพลัง

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและการจัดแสดงงานของ วงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Symphony Orchestra) เพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/cusymphonyorchestra/?locale=th_TH

#สังเวชนียสถานซิมโฟนี #CUorch #CU_Symphony_Orchestra #BuddhaSymphony

คนดูไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้ดู วิกฤต ‘ตั๋วผี’แฟนคลับ ‘อัสนี-วสันต์’ร้องระงมบัตรอัปราคาระบาดเกลื่อนโซเชียล

คนดูไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้ดู วิกฤต ‘ตั๋วผี’แฟนคลับ ‘อัสนี-วสันต์’ร้องระงมบัตรอัปราคาระบาดเกลื่อนโซเชียล

คนดูไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้ดู วิกฤต ‘ตั๋วผี’แฟนคลับ ‘อัสนี-วสันต์’ร้องระงมบัตรอัปราคาระบาดเกลื่อนโซเชียล

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.39 น.

คนดูไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้ดูกลายเป็นมหากาพย์ความเดือดดาลอีกครั้งสำหรับวงการคอนเสิร์ตไทยหลังจากที่คอนเสิร์ตใหญ่แห่งปี “FAREWELL CONCERT อัสนีและวสันต์ : อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย” เปิดขายบัตรเพิ่มรอบเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าบัตรถูกกวาดเรียบภายในเวลาไม่กี่นาที แต่สิ่งที่ตามมาคือความเจ็บช้ำของแฟนเพลงตัวจริง เมื่อพบว่าบัตรเหล่านั้นไปโผล่อยู่ในเพจ “รีเซล” (Resale) ด้วยราคาที่พุ่งสูงจนน่าตกใจ

สมรภูมิที่แฟนคลับแพ้ยับเพราะกดบัตรไม่ทันแม้ผู้จัดงานจะพยายามวางมาตรการป้องกัน แต่ดูเหมือนว่า “พ่อค้าบัตรผี” จะก้าวล้ำไปอีกขั้น กลุ่มแฟนคลับจำนวนมากเข้าแจ้งความจำนงผ่านโซเชียลระบุว่า ระบบการจองบัตรหมุนวนจนเข้าไม่ได้ แต่พอกดเข้าไปได้อีกทีบัตรกลับถูกจองเต็มพื้นที่ (Sold Out)”รอหน้าจอก่อน 10 โมง เน็ต 5G แรงสุด แต่สู้บอทไม่ได้จริงๆ แป๊บเดียวบัตรราคา 7,000 ไปโผล่ในเพจรีเซลขาย 35,000 บาท นี่มันปล้นกันชัดๆ ,เสียใจกดบัตรอัศนี-วสันต์ไม่ได้แฟนบอกดูในเน็ตเอา มันเหมือนกันที่ไหนละ ,เมื่อรับลูกค้าท่านหนึ่ง เพลงพี่ป้อมขึ้นมา น้องร้องเพลงตาม FC แน่นอน..น้องจองบัตรได้ไหม..ไม่ได้เลยพี่หนูเป็นซึมเศร้าเลย เห่อตอนนี้ในกลุ่มบัตร 4,000 เป็นราคา10,000 ต้องไปลุ้นน่างานเอาพี่  หนึ่งในเสียงสะท้อนจากแฟนเพลงรุ่นใหญ่ที่พลาดบัตร

นอกจากประเด็นเรื่องราคาที่สูงเกินควรแล้ว สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ “การโกง” ทางเจ้าหน้าที่และผู้จัดคอนเสิร์ตต่างออกมาย้ำเตือนให้แฟน ๆ ระมัดระวังการซื้อบัตรต่อจากบุคคลอื่น คือมิจฉาชีพอาจนำไฟล์บัตร E-Ticket ใบเดียวไปวนขายให้คนนับสิบคน มีการตัดต่อแก้ไขชื่อหรือโซนที่นั่งบนบัตรให้ดูเหมือนจริงเมื่อผู้ซื้อโอนเงินเสร็จ มิจฉาชีพจะทำการบล็อกบัญชีหนีทันทีจากเหตุการณ์นี้ แฟนเพลงเรียกร้องให้ผู้จัดคอนเสิร์ตและแพลตฟอร์มจำหน่ายบัตร ออกมาตรการที่เข้มงวดขึ้น เช่น การระบุชื่อบนบัตรให้ตรงกับบัตรประชาชน, การจำกัดจำนวนการซื้อต่อคนอย่างเคร่งครัด หรือแม้แต่การนำระบบยืนยันตัวตนหลายชั้นมาใช้ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มพ่อค้าคนกลางที่ฉวยโอกาสบนความรักและความศรัทธาของแฟนเพลงที่มีต่อศิลปินสำหรับแฟนคลับ “อัสนี-วสันต์” ท่านใดที่ยังไม่มีบัตร แนะนำให้ติดตามประกาศจากทาง Official เท่านั้น และ “อย่าหลงเชื่อโอนเงินให้บัตรผี” เพราะนอกจากจะส่งเสริมวงจรที่ไม่ถูกต้องแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเสียเงินฟรีโดยไม่ได้เข้าชมการแสดงอีกด้วย

หนึ่งเดียวบ้านโอภากุล แอ๊ด คาราบาว สุดภูมิใจ โซโล วรมัน ลูกชายคนเล็กผงาดติดยศ พันตำรวจโท

หนึ่งเดียวบ้านโอภากุล แอ๊ด คาราบาว สุดภูมิใจ โซโล วรมัน ลูกชายคนเล็กผงาดติดยศ พันตำรวจโท

หนึ่งเดียวบ้านโอภากุล แอ๊ด คาราบาว สุดภูมิใจ โซโล วรมัน ลูกชายคนเล็กผงาดติดยศ พันตำรวจโท

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.15 น.

กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวศิลปินระดับตำนานอย่างวง คาราบาว” เมื่อลูกชายคนเล็กของ “แอ๊ด คาราบาว อย่าง “โซโล – วรมัน โอภากุล” ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางข้าราชการตำรวจอย่างเต็มตัว และล่าสุดเพิ่งได้รับการประดับยศเป็น “พันตำรวจโท สร้างความยินดีให้กับครอบครัวและเหล่าแฟนคลับเป็นอย่างมากเรียกได้ว่าหนึ่งเดียวในบ้านนักดนตรี ที่เลือกสวมเครื่องแบบท่ามกลางครอบครัวที่อบอวลไปด้วยเสียงดนตรีและศิลปะ “โซโล” ถือเป็นลูกชายคนเดียวที่เลือกทางเดินแตกต่างจากคุณพ่อและพี่ๆ โดยการเข้ามารับราชการตำรวจ ซึ่งเจ้าตัวขยันสร้างผลงานและไต่เต้าตามสายงานมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งความสำเร็จล่าสุดคือการเลื่อนตำแหน่งเป็น พ.ต.ท. วรมัน โอภากุล

เปิดประวัติ “โซโล” ว่าที่พันตำรวจโท วรมัน โอภากุล ลูกชาย แอ๊ด คาราบาว เปิดเส้นทางสีกากี หนุ่มในเครื่องแบบคนเดียวของบ้านนักดนตรีชื่อของ วรมัน โอภากุล หรือ “โซโล” ลูกชายคนเล็กที่ได้ประดับยศ “พันตำรวจโท” ในวัย 39 ปี สร้างความภูมิใจแก่ตระกูลนักดนตรี “แอ๊ด คาราบาว” ยืนยง โอภากุล และภรรยา ลินจง โอภากุล นี่คือเส้นทางอันแตกต่างแต่เต็มไปด้วยเกียรติยศ และรางวัลที่ครอบครัวมอบให้วันนี้คือนาฬิกาหรู Rolex ประหนึ่งเป็นเครื่องเตือนใจ สัญลักษณ์แห่งช่วงเวลาแห่งความปิติ

ประวัติการศึกษา

ลูกชายศิลปินเพื่อชีวิตเริ่มต้นที่โรงเรียนอนุบาลทับแก้ว, อนุบาลยุคลธร และโรงเรียนนานาชาติเขาใหญ่ ซึ่งเหตุผลที่ย้ายบ่อยเพราะพ่อมีอาชีพเป็นนักดนตรีนั่นเองอย่างไรก็ตามช่วงมัธยม โซโล วรมัน ได้ถูกส่งไปศึกษาไกลถึงเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย นานกว่า 4 ปี ก่อนจะกลับมาศึกษาหลักสูตรนานาชาติที่โรงเรียน American school international bangkok และตามด้วยการเรียนกศน.เทียบวุฒิเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สาขาคอมอาร์ต คือที่แรก จากนั้นได้ย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาแอนิเมชั่น ตามด้วยมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด และจบปริญญาตรี สาขาการโรงแรม ที่นี่ในที่สุด

โดย โซโล ลูกชาย แอ๊ด คาราบาว เผยไม่สนใจเส้นทางสายดนตรีแบบพ่อเลย แต่ตนกลับชอบการใช้ และงานสืบสวน เคยจับเพื่อนขโมยของตอนอนุบาลแล้วรู้สึกอะดรีนาลีนหลั่ง รวมถึงเคยแอบส่งใบสมัครไปเป็นทหารรับจ้างที่ฝรั่งเศสมาแล้ว พร้อมบอกด้วยว่าเคยจะสมัครเข้ารับราชการทหารช่วงเกณฑ์ทหารแต่เขตของตนกลับมีผู้สมัครเต็มเสียก่อน

ประวัติ โซโล วรมัน กับเส้นทางสีกากี

หลังจากเรียนจบได้เข้าอบรมหลักสูตรโอนบุคคลภายนอกมาเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตรรุ่น 36 ติดยศครั้งแรก “ร้อยตำรวจตรี” ตำแหน่งรองสารวัตร สังกัดกองงานสโมสร และสันทนาการ กองสวัสดิการ โดยมีหน้าที่คอยดูแลพื้นที่สโมสรตำรวจ รับจัดสัมนา ดูแลผู้มาเช่าที่จัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยสืบสวนผู้เช่าที่เป็นแก๊งแชร์ลูกโซ่ที่มาเช่าพื้นที่จนนำไปสู่การจับกุมมาแล้ว รวมถึงเคยปราบเด็กๆลูกตำรวจในแฟลตที่มาแอบเล่นน้ำในสระของสโมสรยามค่ำคืนมาแล้วด้วย

พร้อมโชว์ศักยภาพด้านงานสืบสวนด้วยการร่วมชุดปฏิบัติการปราบปรามแก๊งลักลอบค้างาช้าง และเป็นหนึ่งในทีมจับกุมขบวนการยาเสพติดถึงขั้นปลอมตัวเข้าผับจนกลับบ้านมาตอนเช้าถูกแอ๊ด คาราบาว ตำหนิว่าเหตุใดไม่ไปทำงาน ซึ่งโซโลเผยว่าพ่อไม่รู้ว่าตนปฏิบัติหน้าที่เพิ่งกลับบ้าน

ประวัติด้านงานตำรวจของ วรมัน โอภากุล ไต่ยศตามอายุราชการจนมาสู่ยศปัจจุบัน “ร้อยตำรวจโท” ซึ่งโซโล ได้เปิดเผยกับ Cops-Magazine ว่าตนถูกค่อนแคะมาตลอดว่าเป็นลูกแอ๊ด คาราบาว รวมถึงคดีเมื่อปี 48 ที่ศาลยกฟ้องไปแล้วก็ถูกนำมาโจมตี ยืนยันไม่เคยกระทำสิ่งที่อยู่บนหน้าสื่อ และเชื่อว่าเป็นเกมการเมืองเพื่อดิสเครดิตพ่อของตนเอง

‘ช่อง 7HD’ยกทัพพิธีกร-ผู้ประกาศข่าวลงพื้นที่ส่งความห่วงใยในแคมเปญ’สงกรานต์ปลอดภัย ส่งใจกลับบ้าน’

'ช่อง 7HD'ยกทัพพิธีกร-ผู้ประกาศข่าวลงพื้นที่ส่งความห่วงใยในแคมเปญ'สงกรานต์ปลอดภัย ส่งใจกลับบ้าน'

‘ช่อง 7HD’ยกทัพพิธีกร-ผู้ประกาศข่าวลงพื้นที่ส่งความห่วงใยในแคมเปญ’สงกรานต์ปลอดภัย ส่งใจกลับบ้าน’

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.22 น.

ช่อง 7HD เดินหน้าส่งต่อความห่วงใยในช่วงเทศกาลสำคัญ จัดกิจกรรม 7HD รักษ์ประเพณีปีใหม่ไทย “สงกรานต์ปลอดภัย ส่งใจกลับบ้าน” ขนทัพพิธีกรรายการดังและผู้ประกาศข่าวขวัญใจประชาชน ลงพื้นที่มอบของขวัญและรณรงค์การเดินทางอย่างปลอดภัยปักหมุด 3 จุดยุทธศาสตร์สัญจรกลางกรุง สร้างบรรยากาศสุดคึกคักและรอยยิ้มตลอดเส้นทาง

การรวมตัวครั้งสำคัญของเหล่าคนหน้าจอ กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการผนึกกำลัง นำทีมโดย เอ-ไชยา มิตรชัย พิธีกรและผู้ผลิตรายการ “มิตรรักทั่วไทย” ร่วมด้วย โต๋นแตร-ทินกร ภูวศักดิวงศ์ และ จุกบี้-พรเทพ แก้วทรัพย์ศักดิ์ จากรายการ “เกษตรสุข”ทัพด้วยทีมจากรายการ “สายสืบชาวบ้าน” อย่าง สายสืบจีจี้-ศจี วงศ์อำไพ และ สายสืบนิวหนวด-ธนิศ แก้วนาค

นอกจากนี้ยังมีผู้ประกาศข่าวชื่อดัง อาย-ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร จากรายการสนามข่าวกีฬา และสะเก็ดข่าว, แชมป์-ศรัณภัสร์ ตั้งไพศาลธนกุล และ เพชรหอม-สุคนธ์เพชร ผลประดิษฐานนท์ จากรายการห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ มาร่วมพบปะพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อมอบของขวัญแทนความปรารถนาดี ได้แก่ ยาดมผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านตะปอนน้อย อ.ขลุง จ.จันทบุรี สนับสนุนโดยรายการมิตรรักทั่วไทย และซองกันน้ำจาก TOYOTA ถนนสีขาว เพื่อใช้ประโยชน์ในช่วงเทศกาล และยังร่วมรณรงค์ด้านความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยปักหมุด 3 จุดสัญจร ส่งความสุขถึงมือประชาชน เริ่มต้นกระจายความสุขตั้งแต่บริเวณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (เกาะพญาไท) ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยัง สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) และปิดท้ายกิจกรรมที่ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (รถไฟฟ้าสายสีแดง ประตู 13) ซึ่งบรรยากาศในทุกจุดเต็มไปด้วยความคึกคัก แม้อากาศจะร้อนแต่ประชาชนต่างมารอรับความสุขและของที่ระลึกกันอย่างเนืองแน่น โดยจุดสุดท้ายมีอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญสร้างความฮือฮาให้ประชาชน คือการปรากฏตัวของตำรวจสายสืบตัวจริง
รองจ๋อ-พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ (รอง.ผบช.น.) และ สารวัตรแจ๊ะ-พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ (สว.กก3.บก.สส.บช.น.) ที่ให้เกียรติมาร่วมแจกของขวัญและส่งสารเตือนใจถึงพี่น้องประชาชน ให้เดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยความไม่ประมาท เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนและส่งทุกคนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยในเทศกาลแห่งความสุขนี้

โดย เอ ไชยา และศจี วงศ์อำไพ เป็นตัวแทนเผยถึงการมาร่วมขบวนแจกความสุขครั้งนี้ว่าเอ ไชยา กล่าวว่า  “ช่วงสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยในการเดินทางกลับบ้านไปหาคนที่รัก เราเลยอยากออกมาส่งต่อกำลังใจและร่วมสวัสดีปีใหม่ไทยกับพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมมอบของขวัญเล็ก ๆ จากวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านตะปอนน้อยแทนความสดชื่น และขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่อยากเตือนทุกคนให้เดินทางด้วยความมีสติ ขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อให้สงกรานต์ปีนี้เป็นเทศกาลแห่งรอยยิ้มของทุกคนครับ”

ขณะที่ ศจี วงศ์อำไพ เผย “นอกจากพิธีกรและผู้ประกาศข่าวของช่อง 7HD ที่มาร่วมส่งความสุขแล้ว เรายังได้รับเกียรติจากท่านรองจ๋อและสารวัตรแจ๊ะ มาร่วมรณรงค์ความปลอดภัยด้วย เพราะอยากให้ทุกคนตระหนักว่า การเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลไม่ใช่แค่ไปให้ถึงจุดหมาย แต่ต้องถึงอย่างปลอดภัย เพื่อคนที่เรารักด้วยค่ะ” สะท้อนเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นของ ช่อง 7HD ที่พร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดหน้าจอ เพื่อส่งมอบความปรารถนาดีและกำลังใจสู่ประชาชนโดยตรง เพราะความปลอดภัยและความสุขของผู้ชมคือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราพร้อมดูแลในทุกช่วงเวลาสำคัญ

‘ป้าจิ๊’อายุ 75 ปี ไม่เคยมีโรค! ตรวจมะเร็งทุกปีมา 20 ปี จนหมอขอร้องให้หยุด

'ป้าจิ๊'อายุ 75 ปี ไม่เคยมีโรค! ตรวจมะเร็งทุกปีมา 20 ปี จนหมอขอร้องให้หยุด

‘ป้าจิ๊’อายุ 75 ปี ไม่เคยมีโรค! ตรวจมะเร็งทุกปีมา 20 ปี จนหมอขอร้องให้หยุด

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.12 น.

ไม่อยากนอนติดเตียง ต้องเริ่มวันนี้! Tuck Talk เปิดเคล็ดลับสุขภาพดีฉบับ “ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ” ในวัย 75 ปี ที่ไม่มีโรค เพราะวินัยเล็ก ๆ ที่ทำต่อเนื่องกว่า 40 ปี ตรวจละเอียดทุกอวัยวะไม่ปล่อยให้คลาดสายตา จนหมอยังต้องเบรก! เพราะเนื้อมันงอกไม่ทัน กินดี ออกกำลังกาย เพราะ ชอบไม่ใช่กระแสเลยทำได้นานและเห็นผลจริง เลือกใช้ชีวิตอย่างมีสติ ฝึกใจให้สงบ เพราะความคิดคือตัวการทำร้ายร่างกายได้มากกว่าที่คิด!

จัดระเบียบชีวิตตัวเองยังไง ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : จัดระเบียบชีวิตตัวเอง จะเป็นคนที่ชอบพูดคุยกับตัวเอง ก็บอกว่าเราจะเป็นคนที่อยากจะแข็งแรง เราไม่อยากจะวันหนึ่งแก่แล้วนอนติดเตียง เพราะฉะนั้นต้องลุกมาทำอะไรที่จะทำให้สุขภาพของเราดี และการดีไม่ใช่แบบว่าทำไปตามแฟชั่น ไม่ได้ ต้องมีวินัย คนก็มีติง ๆ บอก ป้าเป็นคนซีเรียสมาก ทำไม ดูที่สตริก ๆ กัน ยังเจ็บไข้ได้ป่วยกันอย่างนี้ แล้วลองไม่สตริก แล้วลองไม่ให้เขามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราจริง ๆ ไปเดี๋ยวเราก็ลืม เดี๋ยวเราก็เลิก อะไรที่ทำตามแฟชั่นแล้วจะทำต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มี และบางคนไม่มีแรงบันดาลใจ แล้วบางคนก็จะมีข้ออ้างต่าง ๆ ว่างานก็เยอะอยู่แล้ว ต้องมาอะไรหนักหนา เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อสมมติว่าเริ่มต้นจากความชอบ ยังไงมันจะไม่หลุดไปจากชีวิตเราเลย

เคยป่วยครั้งสุดท้ายที่ต้องหาหมอเมื่อไหร่ ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : จริง ๆ มีทุกคนบอกทำไมหาหมอนักหนา พาตัวเองไปหาหมอตลอด ชอบมากเลยในการไปหาหมอ เป็นการตรวจร่างกายประจำปี อยากทราบบ้างไหมว่าไปที่ไหน สถาบันมะเร็ง คนบอกว่าไปอะไรนักหนา จะไปหาอะไรให้เจอเหรอสถาบันมะเร็ง ไปทำไม ก็ไปตั้งแต่ก่อนที่มันยังไม่เป็นสิ เพราะฉะนั้นไปมา 10-20 ปีแล้ว สถาบันมะเร็ง

สถาบันมะเร็งตรวจอะไรบ้าง ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : เราไม่ต้องไปล้วงไปควัก หมอเขาจะดูเอง จับเต้านม บีบบี้ ขยี้ขยำ เห็นไปทุกปี นมไม่แตกเหรอป่านนี้ เพราะว่าเวลาที่ท่านผู้ชายอาจจะไม่รู้จัก ว่าเวลาที่ไปตรวจเต้านม เขาจะเอาเนื้อนมใส่เข้าไป แล้วเอาแผ่นเหล็กบนล่างแล้วก็บีบเข้าไปแบน ๆ เลย เพราะฉะนั้นเราไปทำตลอด เพราะเราจะรู้ว่ามะเร็งเต้านมบางทีเห็นเพื่อนเราดี ๆ สุขภาพก็ดีแล้วทำไมถึงได้เป็น เพราะฉะนั้นไปในการตรวจร่างกายประจำปี ช่องท้องบน ช่องท้องล่าง ตรวจลำไส้

ตรวจบ่อยแค่ไหน ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : ความจริง 5 ปี 10 ปี แต่ว่าธรรมดาเคยไปครั้งหนึ่งแล้วอีก 2 ปีตรวจอีกแล้ว หมอบอกเราลำไส้สวยมากเห็นเป็นขดๆ เกลี้ยงเกลา ไม่เคยมีอาการป่วยแบบที่ต้องนอนโรงพยาบาล ไข้หวัดก็ไม่ค่อยเป็นอะไรเลย เราตรวจหมดเลยทุกอย่าง ปอด ปัสสาวะ แล้วที่จะไปประจำคือ ศูนย์ผู้สูงวัยสุขภาพดีที่อาคารสิรินธร โรงพยาบาลจุฬาฯ ดีมาก ตรวจละเอียดมากถามทุกอย่างเลย แล้วกลับบ้านด้วยการจ่ายเงิน 50 บาท แต่ต้องอายุ 60 ปีขึ้นไป

ทำไมถึงต้องกินมังสวิรัติ ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : การกินมังสวิรัติ จริง ๆ นิสัยการกินของตัวเราเองจะไม่ชอบอะไรที่รีบ ๆ จะไม่ชอบอะไรที่เคี้ยวยาก เพราะบางทีเมื่อก่อนเวลาทำงานเวลาเรากระชั้น กว่าจะนั่งกินเพราะถ้าเผื่อกินอาหารเคี้ยวแล้วไม่ถึง 30 ครั้งก็จะไม่กลืน เพราะว่าถ้าเผื่อสมมติว่าเกิดเรากินอะไรที่เคี้ยวก็ยังไม่ละเอียดมันเข้าไป แล้วถ้าเผื่อเรากินเข้าไปทั้งดุ้น ๆ แบบนี้ กระเพาะเราซึ่งมันเป็นเนื้อที่มันน่าสงสาร กว่ามันจะมาย่อยให้เรานึกออกไหม แล้วอีกอย่างหนึ่ง มันจะอืด เฟ้อ เรอ เหม็นเปรี้ยว ถ้าเผื่อเรากินไปแล้วให้ร่างกายมันมีภาระ ข้อที่ 1 กินช้า ข้อที่ 2 ไม่มีเวลาขอไม่กิน แล้วเดี๋ยวพอเสร็จงานแล้วมาตามกิน พี่เลี้ยงยังบอกเลยบอกว่ารีบ ๆ เลยวันไหนจะไปทำงาน เพราะฉะนั้นมันก็เลยเป็นเหตุที่ว่าเราต้องกินให้มันละเอียดช้า ๆ

คนที่กินมังสวิรัติต้องมีความรู้ในเรื่องของสุขภาพศึกษาเรื่องนี้ยังไง ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : จริง ๆ เวลาตอนที่จะกิน ไม่ได้กินเพราะเตรียมตัวแล้วว่าฉันจะกิน วันดีคืนดีไปเห็นเขาฆ่าสัตว์ ถากหัวปลา แล้วเราเห็นปุ๊บเราก็มันจำเป็นเหรอว่าเราจะต้องกินปลา ไม่ต้องกินก็ได้ เราจะไม่ต้องให้เขาตาย เราก็เลยเลิก แล้วพอเลิกก็ปิดสวิตช์เลย แต่ว่าที่บอกว่าเราจะต้องศึกษา ก็ในช่วงแรก ๆ กลุ่มอโศกเป็นกลุ่มที่กินมังสวิรัติเป็นกลุ่มแรก เราไปเลย แล้วไปดูว่าเขามีอาหารอะไรบ้าง แล้วก็ดี ๆ ผู้คนก็มีจิตเมตตาแล้วคอยบอกเรา สิ่งที่จะต้องมีก็คือโปรตีน เราไม่ได้จากเนื้อสัตว์แล้ว จะมาจากเต้าหู้ เห็ด ถั่ว ธัญพืชต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็ต้องกินให้ครบ เอาแค่ไม่หิวไม่ใช่เอาอิ่ม

ไข่ก็ให้โปรตีนปกติทานเยอะไหม ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : ตอนแรกไม่ค่อยเยอะ ไข่ไม่เกี่ยวกับคอเลสเตอรอล จะกินไข่ประมาณ 1-2ฟองกินไปตามปกติ แต่ที่พี่ไปที่ศูนย์ผู้สูงวัยสุขภาพดีมีแผนกโภชนาการ พอเสร็จแล้วถามว่าทานอะไรบ้าง คุยกับนักโภชนาการ เต้าหู้ให้กินเป็นแผ่น ไข่แดงอย่ากินมากเกินไป

เวลาเช็คร่างกายคอเลสเตอรอลมีไหม ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : คอเลสเตอรอล ไม่ขึ้นสูงปรี๊ด ไม่ให้เกิน 200  

ตอนที่เลิกกินเนื้อสัตว์ สิ่งที่พบว่ามันยากที่สุดของการกินมังสวิรัติคืออะไร ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : มันไม่ยาก แต่ว่ามันไม่เหมือนเดิมเสียแล้ว ก็กินไป เพราะเราไม่ใช่คนแสวงหาการกิน มันไม่ได้ทน ถ้าเผื่อทนเมื่อไหร่เราจะทำไม่ได้ ไม่เคยเลย มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มันเกิดอาการขึ้นมา คือไม่สบายตอนนั้น เป็นหวัด เป็นไข้ ในใจมันข้างในมันโหยหามาก ข้าวต้มปลาสลิด แล้วเราก็แบบอยากกิน ทำไม่ได้ ๆ เราต้องไม่กิน แล้วเราก็ไปที่มังสวิรัติ เพราะชอบไปซื้อกับข้าวเขาซื้อวัตถุดิบ ก็บอกว่าอยากกินมากเลยข้าวต้มปลาสลิด เขาก็ดีให้คำแนะนำก็บอกว่ามารมันมาลองใจค่ะ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ได้กิน แค่ครั้งเดียวแล้วไม่เคยอยากอะไรอีกเลย

มีอาหารเสริมอะไรที่ต้องกินไหม ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : ไม่ทานอาหารเสริมเลย แต่วิตามินคนละเรื่องกัน วิตามินหมอจะบอกว่าเป็นมังสวิรัติ บางมื้อบางทีถ้าเผื่อกินอาหารไม่ครบ ก็จะจะขาดวิตามิน B เพราะฉะนั้นหมอก็จะบอกว่า B1, B6, B12 แล้วก็วิตามิน C จะได้ไม่เป็นหวัด แล้วก็วิตามิน D แก่แล้ว แนวโน้มเดี๋ยวกระดูกหักกระดูกแตก แล้วก็ประคอง ๆ ไว้ ก็จะกินแค่นี้ 

แบ่งเวลาการออกกำลังกายยังไง ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : ไม่มีเลย เพราะว่าจะไม่ไปแบบฟิกซ์ (Fix) ว่าต้องอย่างงี้ วันนี้ไม่ออกกำลังกายไม่ได้ แต่ว่าในการทำเราต้องรู้ว่าประโยชน์ของมันคืออะไร แล้วมันก็ติดตัวเรา เพราะเราทำไว้แล้วเราสะสมไว้แล้วใช่ไหม เรื่องกล้ามเนื้อต่าง ๆ อะไรอย่างนี้กับโยคะ แต่ว่าบางทีเราก็ต้องแบบว่าให้เห็นว่าในการฝึกเพื่ออะไร ทุกคนมาสตูดิโอบอกอยากได้รูปร่างสวย เราก็เลยบอกเอาสุขภาพก่อนเถอะ รูปร่างสวยมันคือของแถม เพราะว่าโยคะนี่มันคือการเหลาร่างกายให้เรียวเล็กและกระชับ มันไม่ใช่อยู่ ๆ มันผอมเฉพาะส่วนมันลงหมดเลย ก่อนไปเริ่มฝึกโยคะน้ำหนัก 58 พอตอนไปฝึกแล้วจะเหลือประมาณ 52-53 แล้วมันก็อยู่อย่างงั้น แล้วก็ชอบปั่นจักรยานเสือหมอบ

เคยเครียดไหมหรือโมโหใครไหม ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : ไม่ค่อยนะ แต่ว่าพอเวลาโมโหแล้วด่ามันยังหัวเราะ เขานึกว่าเราพูดตลก ฉันโกรธแกนะ ฉันกำลังโมโห ให้รู้นะว่าฉันโมโหแกเรื่องอะไร จะไม่เก็บกดพูดกันเลยเรื่องนี้อย่างงี้ ๆ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมี จะไม่เก็บกดเอาไว้ ก็จะมีวิธีเอาออกอย่างเช่นการแผ่เมตตาให้ แล้วเราก็จะไม่พูดคำหยาบกับใคร

อะไรที่คิดว่ามันทำร้ายสุขภาพเรามากที่สุด ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : ความคิด ใจมันนำทุกอย่างเลยนะ เพราะฉะนั้นดี ๆ ความคิดอย่าไปสร้างเรื่องลบ สมมติว่าลบเรื่องหนึ่ง เกลียดนี่อย่างงี้ ในใจเราคิดว่านี่มันน่าจะเกลียดมันได้อีกเรื่องอะไร หลั่งไหลเข้ามา เราไม่เอาไง เป็นคนไม่อยากสะสมอะไรที่เรารู้แล้วว่ามันไม่ดี แล้วจะสะสมทำไม

มองภาพตัวเองตอนอายุ 80-100 ไว้ไหมว่าเป็นอย่างไร ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : ไม่เลย ทำจริง คืออยู่กับปัจจุบัน ฉันไม่ได้อยู่ถึง 100 หรอก

ขอประโยคหนึ่งถ้าอยากจะเตือนสติข้อหนึ่ง ?

ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ : วันหนึ่งจะได้นอนติดเตียงแน่ ๆ ถ้าเผื่อสมมติอะไรก็ไม่เอา กินก็ไม่อยากกินดี ออกกำลังกายก็ไม่อยากออกกำลังกาย คิดก็อยากคิดแต่เรื่องลบ เพราะฉะนั้นทุกอย่างทำอะไรไปแล้ว มันสุมกลับเข้ามาอยู่ในตัวของเรา เราเป็นคนรับ คนนั้นที่เราด่ามัน เราโมโหมัน ไปไหนเราไม่รู้ นี่ยังแบบว่าโมโหอยู่ แล้วเวลาโมโห เครียดนะ รีบไปดูกระจก หน้าฉันเป็นอย่างงี้เหรอ

ดรามาสนั่น น้องฟ้าใสลั่นแรง ‘ไม่ได้อยากอยู่อยู่แล้ว’ เจอทัวร์ลงลืมบุญคุณ สไปรท์ SPD

ดรามาสนั่น น้องฟ้าใสลั่นแรง 'ไม่ได้อยากอยู่อยู่แล้ว' เจอทัวร์ลงลืมบุญคุณ สไปรท์ SPD

ดรามาสนั่น น้องฟ้าใสลั่นแรง ‘ไม่ได้อยากอยู่อยู่แล้ว’ เจอทัวร์ลงลืมบุญคุณ สไปรท์ SPD

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.47 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียล เมื่อ “น้องฟ้าใส” เด็กหญิงยอดกตัญญูที่เคยเป็นไวรัลจากการช่วยเหลือแม่เก็บขยะ จน สไปรท์ SPD และ อุงเอิง ยื่นมือเข้าช่วยเหลือและพามาร่วมงานด้วย ล่าสุดเจอกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังหลุดปากตอบคอมเมนต์ชาวเน็ตด้วยถ้อยคำที่ถูกมองว่า “ไม่น่ารัก”

เรื่องราวเริ่มขึ้นขณะที่น้องฟ้าใสและคุณแม่กำลังไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนคลับใน TikTok โดยมีช่วงหนึ่งที่มีคนคอมเมนต์ถึงความสัมพันธ์กับยูทูบเบอร์ดังว่า “ไม่ต้องอยู่กับพี่ไปร์ท” ซึ่งน้องฟ้าใสได้ตอบกลับทันทีว่า “ไม่ได้อยากอยู่อยู่แล้วค่ะ” นอกจากนี้ ในไลฟ์ดังกล่าวยังมีการโต้ตอบกับคอมเมนต์ที่เข้ามาบูลลี่เรื่องสีผิวและหน้าตาด้วยถ้อยคำที่รุนแรงและไม่สุภาพ จนทำให้ผู้ชมหลายคนรู้สึกผิดหวังในตัวน้อง

หลังเกิดเหตุการณ์ ทัวร์ได้ไปลงที่ช่องทางโซเชียลของน้องอย่างหนัก โดยแบ่งความเห็นออกเป็นสองมุม มองว่าน้องลืมตัว ลืมบุญคุณที่เคยได้รับโอกาสจากทีม SPD รวมถึงกิริยามารยาทที่เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเด็กกตัญญูที่เคยเห็นในคลิป และอีกฝ่ายก็มองว่าน้องยังเด็กและถูกบูลลี่เรื่องรูปลักษณ์อย่างหนักจนคุมอารมณ์ไม่อยู่ ความอดทนมีขีดจำกัดและอยากให้สังคมให้อภัย

หลังจากเจอทัวร์ลงอย่างหนัก น้องฟ้าใสและคุณแม่ได้ออกมาไลฟ์สดขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยอมรับว่าทำไปเพราะ “อารมณ์ชั่ววูบ” และความร้อนใจที่ถูกคอมเมนต์ต่อว่า แต่กระแสสังคมยังคงไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อชาวเน็ตบางส่วนมองว่าการขอโทษครั้งนี้ “ไม่จริงใจ” เนื่องจากในระหว่างที่พูดขอโทษ น้องยังมีการเอ่ยขอของขวัญและสติ๊กเกอร์จากผู้ชมอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าควรหยุดพักจากการเล่นโซเชียลเพื่อไปปรับปรุงตัวก่อนจะดีกว่า

นุ้ย สุจิรา ฉลองวันเกิดสุดปัง หน้าเด็กจนแฟนๆ ทายอายุไม่ถูก

นุ้ย สุจิรา ฉลองวันเกิดสุดปัง หน้าเด็กจนแฟนๆ ทายอายุไม่ถูก

นุ้ย สุจิรา ฉลองวันเกิดสุดปัง หน้าเด็กจนแฟนๆ ทายอายุไม่ถูก

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.54 น.

เรียกเสียงฮือฮาในโลกโซเชียลได้อีกครั้ง สำหรับ นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์ คุณแม่สายฮา ดีกรีนางสาวไทย ที่ล่าสุดออกมาปล่อยภาพฉลองวันเกิดสุดปัง ทำเอาแฟนๆ แห่กดไลก์และคอมเมนต์กันอย่างล้นหลาม

โดยครั้งนี้ นุ้ยมาในลุคเดรสสั้นสีม่วงสดใส เผยผิวออร่าเปล่งประกาย โพสต์ท่าถ่ายภาพอย่างมืออาชีพ จนหลายคนต้องยอมรับว่า กาลเวลาแทบทำอะไรเธอไม่ได้ เพราะยังคงดูหน้าเด็กและเป๊ะปังไม่เปลี่ยน

แต่ที่เรียกเสียงฮือฮาไม่แพ้ลุคสวย คือแคปชั่นสุดพีคที่เจ้าตัวเขียนแซวตัวเองว่า “เกิดปีจอ ขอไม่ระบุ พ.ศ นะคะ #วันเกิด #happybirthday #ขอบคุณทุกคำอวยพรนะคะ”

ขอบคุณภาพจาก : @nuisujiraa

นักแสดง ‘ช่อง 3’ พร้อมหน้าร่วมรดน้ำดำหัวขอพรผู้บริหาร สืบสานประเพณีไทย

นักแสดง ‘ช่อง 3’ พร้อมหน้าร่วมรดน้ำดำหัวขอพรผู้บริหาร สืบสานประเพณีไทย

นักแสดง ‘ช่อง 3’ พร้อมหน้าร่วมรดน้ำดำหัวขอพรผู้บริหาร สืบสานประเพณีไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.35 น.

“คุณอาร์ม – วิบูลย์ ลีรัตนขจร” รักษาการกรรมการผู้อำนวยการ สายธุรกิจโทรทัศน์ พร้อมด้วย “ป้าแจ๋ว – ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์” ผู้จัดละคร นำทัพนักแสดงช่อง 3 พร้อมใจกันร่วมสืบสานประเพณีไทย เข้ารดน้ำดำหัว ขอพรผู้บริหารที่เคารพนับถืออย่าง “คุณสมรักษ์ ณรงค์วิชัย” รองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักผลิตรายการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสวันปีใหม่ไทย

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทุกคนต่างแต่งกายสวมใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสมาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็น กองทัพ พีคมีน พีรวิชญ์จ็อบ ธัชพลตี๋ ธนพลสมิธ ภาสวิชญ์อ๋อง สิทธานต์ป๊อบ ฐากูรเฟิสท์ เอกพงศ์ยิหวา ปรียากานต์เก๋ไก๋ ณัฐธิชามะปราง กุลภัสสรณ์แคร์ ฉัตรฑริกาเม นิศาชลน้ำหนึ่ง สุทธิเดชานัยป๊อบ ศิร์รัฐเฟริสท์ ภาราดาเฟรนด์ พีระกฤตย์เบสท์ ชนิดาภามาญ่า ฌนิศชาปอม ปณิธิวุตม์ สุรินทรป๊อปปี้ รัชพงศ์ และ 2 สาวจากซีรีส์ Play Park รักไม่คาดฝัน แทน ดวงแก้วญดา นริลญา ร่วมรดน้ำดำหัวขอพรจากคุณสมรักษ์ในครั้งนี้!

ทั้งนี้คุณสมรักษ์และคุณอาร์มได้มอบคำอวยพรให้แก่เหล่านักแสดงและพนักงานที่มาร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะรอยยิ้มและความชื่นมื่นต้อนรับเทศกาลสงกรานต์!

‘หงสาวดี’ ฟีเวอร์เกินต้าน แฟนๆ แห่กรี๊ด ‘ตรี, วิว, ผิงผิง, อิน, โอเบย์, พูม่า’ ตึกแกรมมี่แทบแตก!!

‘หงสาวดี’ ฟีเวอร์เกินต้าน   แฟนๆ แห่กรี๊ด ‘ตรี, วิว, ผิงผิง, อิน, โอเบย์, พูม่า’ ตึกแกรมมี่แทบแตก!!

‘หงสาวดี’ ฟีเวอร์เกินต้าน แฟนๆ แห่กรี๊ด ‘ตรี, วิว, ผิงผิง, อิน, โอเบย์, พูม่า’ ตึกแกรมมี่แทบแตก!!

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.34 น.

เดินเรื่องเข้มข้น  แคสเริ่ด  การแสดงปัง  โปรดักชั่นอลังทำถึง  จนทำเอา ซีรีส์ หงสาวดี THE LAST DUEL ฟีเวอร์เกินต้าน  ขึ้นแท่นซีรีส์ในดวงใจของใครหลายคน  แถมยังถูกพูดถึงบนโลกโซเชียลถล่มทลาย  ช่องone31 ไม่รอช้าจัดงานรวมพลเฉพาะกิจ    ชวนแฟนๆ ซีรีส์   หงสาวดี THE LAST DUEL มากระทบไหล่ตัวจริงเหล่านักแสดง   พร้อมชวนร่วมพูดคุยผ่านแฮชแท็ก  #หงสาวดีหนีรบมาพบเธอ  จนติดTrends X อันดับ1 ของไทย   เมื่อค่ำวันพุธที่ เม.ย. ที่ผ่านมา  ณ ล็อบบี้ อาคาร Gmm Grammy Place

ไม่ฟีเวอร์ยังไงไหว…  นัดรวมพล 1ทุ่ม แต่แฟนๆ ตบเท้ามาจับจองพื้นที่กันตั้งแต่บ่ายจนคนแน่นล็อบบี้  ได้เวลาเคลื่อนทัพแฟนๆ ก็กรี๊ดรับทีมนักแสดงกระหึ่ม  นำทีมโดยพระนเรศ ตรี ภรภัทร, พระสุพรรณกัลยา วิว วรรณรท, พระเอกาทศรถ อิน จักราสินธุ์ , นัตซีนแมดอ ผิงผิง ณิชา, มังแยจอชวา โอเบย์ ปัณณวิชญ์ และ พระสังขทัต พูม่า ภูปภพ  งานนี้นอกจากกระแสความแรงของซีรีส์ที่ทำเอาแฟนๆ ติดหนึบตามดูทุกตอนแล้ว  ความฮอตของนักแสดงก็ร้อนแรงไม่หยุด  ทำเอาแฟนๆ หลงอยู่ในเมืองหงสาจนหาทางออกไม่เจอ   โดยเฉพาะอาณุภาพแห่งพ่อหนุ่มอันเดอร์คัต ปาดเจล  นักรบยอดนักบิดแห่งอโยธยา  พระนเรศ ตรี ภรภัทร  ที่หล่อเข้ม ดุดัน ความหล่อกร้าวใจ  ทำเอาแฟนๆ พากันแห่มายลโฉมพระนเรศด้วยตาเนื้อกันถล่มทลาย  จนคนทะลักออกไปถึงริมฟุตบาท  สร้างปรากฏการณ์ล็อบบี้ตึกแกรมมี่แตก  แถมเจ้าตัวยังขยันแจกยิ้มหวาน  เดินเสิร์ฟโมเมนต์ฉ่ำทุกพื้นที่  ก่อนจะประกาศชวนแฟนๆ มาขม Final EP วันที่ 21 เมษานี้ พร้อมกัน แถมแอบกระซิบว่า “เจ้าพี่มังจีชวาของพวกเจ้าก็จะมาด้วย” เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นย่านอโศก   แต่จะเป็นที่ไหนนั้นแฟนๆ รอติดตามในทางเพจเฟสบุ๊คของทางช่องวัน31  ส่วนในจอแฟนๆ เตรียมรับแรงสั่นสะเทือนกับบทสรุป 2ตอนสุดท้ายในสงครามยุทธหัตถีระหว่างสองแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์  และสายสัมพันธ์ของพี่น้องที่ต้องสั่นคลอนด้วยคำว่าหน้าที่

ติดตามบทสรุปเรื่องราวดราม่าสุดเข้มข้นของศึกสองแผ่นดิน ได้ใน ซีรีส์ หงสาวดี” THE LAST DUEL 2 ตอนสุดท้าย ในวันจันทร์ที่ 20 – อังคารที่ 21 เมษายนนี้  เวลา 20.30 .  ช่องวัน31