ฮาโลวีนปีนี้ชนะเลิศ! ‘ลิซ่า ลลิษา’เล่นใหญ่แปลงโฉมเป็น’ฆีบาโร’พรายน้ำเกล็ดทอง

ฮาโลวีนปีนี้ชนะเลิศ! 'ลิซ่า ลลิษา'เล่นใหญ่แปลงโฉมเป็น'ฆีบาโร'พรายน้ำเกล็ดทอง

ฮาโลวีนปีนี้ชนะเลิศ! ‘ลิซ่า ลลิษา’เล่นใหญ่แปลงโฉมเป็น’ฆีบาโร’พรายน้ำเกล็ดทอง

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.13 น.

31 ตุลาคม 2568 พอถึงเทศกาลฮาโลวีนซึ่งตรงกับวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่คึกคักกันไปทั่วโลก คนดังทั้งไทย-เทศ แห่ออกมาแปลงโฉมเป็นผี หรือตัวละครจากภาพยนตร์ต่างๆ ล่าสุดทำเอาตะลึงไปทั่วโลกเมื่อศิลปินสาวชื่อดังอย่าง ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล ที่ออกมาโพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว “@lalalalisa_m” แปลงโฉมเป็น ‘ฆีบาโร’ (Jibaro) ไซเรนสาว หรือ พรายน้ำเกล็ดทอง จาก Love, Death +Robots ซึ่งเป็นไซไฟแอนิเมชั่นที่ฉายในเน็ตฟลิกซ์ 

‘ฆีบาโร’ (Jibaro) หญิงสาวที่ใช้เสียงร้องอันทรงพลัง เพื่อล่อลวงเหล่าอัศวินที่เดินทัพผ่านแม่น้ำให้จมดิ่งสู่ความตาย ซึ่งสิ่งที่ทำให้ตัวละครนี้โดดเด่นคือ ชุดเครื่องประดับทองคำและอัญมณีสีสันจัดจ้าน ที่ประดับประดาอยู่ทั่วร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า สุดวิจิตรตระการตา และแฝงไว้ด้วยเสน่ห์ความลึกลับที่ยากจะต้านทาน

อ.เบียร์ ฅนตื่นธรรม ตอบ ‘เอ๊ะ อิศริยา’จี้ปม ไม่มีลูกใครจะดูแล จนเหว่อ!

อ.เบียร์ ฅนตื่นธรรม ตอบ 'เอ๊ะ อิศริยา'จี้ปม ไม่มีลูกใครจะดูแล จนเหว่อ!

อ.เบียร์ ฅนตื่นธรรม ตอบ ‘เอ๊ะ อิศริยา’จี้ปม ไม่มีลูกใครจะดูแล จนเหว่อ!

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แค่อีพีแรกก็สนุก และถูกใจคนโสดสุดๆ โดยเฉพาะสาวๆทั้งหลายที่ชอบถูกตั้งคำถามจากป้าข้างบ้าน ทำไมถึงไม่มีคู่ ไม่มีลูก แก่มาใครจะดูแล งานนี้ เอ๊ะ อิศริยา สายสนั่น จึงชวน อ.เบียร์ ฅนตื่นธรรม มาในรายการ “โสดโซไซตี้ (Single Society)” ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment รายการวิดีโอพอดแคสต์ ร่วมพูดคุยกันอย่างเข้มข้นถึงเรื่องราวชีวิตคนโสด โดยเฉพาะการเผชิญกับคำถามบีบคั้นจากสังคมว่าทำไมถึงไม่มีคู่หรือไม่มีลูก อ.เบียร์ จึงเปิดใจถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในฐานะคนโสด พร้อมชี้ให้เห็นว่าความเศร้าและเหงาในชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว และการดูแลตัวเอง ถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของชีวิตที่มีคุณค่า ใครพลาด! สามารถติดตามชมการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาและแฝงไปด้วยแง่คิดดี ๆ ที่จะทำให้คุณมีกำลังใจในการใช้ชีวิตโสดต่อไป            

 มีคำพูดนึง หลายคนที่ถูกถามมันจะเจ็บจี๊ดอย่างหาว่าหนูขึ้นคาน ไม่มีใครเอา สำหรับผู้หญิงที่มีอายุเยอะแล้ว จะตอบไงดี?

ก็ไม่ต้องสาระแน แก่ก็แก่ที่หน้ากู ที่ตัวกู ไม่ใช่แก่ที่มึงจ๊ะ มึงมีหรือยัง ถ้ามีแล้ว มีไม่ดี ก็ยอมอยู่เป็นโสด กูขออยู่บนคานแบบมีความสุข ดีกว่าอยู่ใต้คาน แล้วมีความทุกข์เหมือนมึง กูไม่เอาหรอก ดังนั้นเราต้องย้อนกลับมาดูตัวเราเอง เราอยู่บนคาน เราอยู่เป็นโสด 30 ยังแจ๋ว เรายังแจ๋วอยู่เลย ที่สำคัญปากกูก็แจ๋วมากด้วย นี่ประเด็น

เราแจ๋วขนาดนี้ เรามีความสุข เรามีเงินทอง ตอบสนองต่อความต้องการ เราไม่มีความทุกข์ ในขณะที่เราไปนั่งดูเอนเราไม่โสด โดนสอยไปแต่อายุ 20 ปี แบบนี้ เยื้อพรหมจารีขาดไปตอนอายุเท่าไร เราไม่รู้ แต่ในขณะที่เรารักษาความบริสุทธิ์ หรือขาดไปแล้วก็แล้วแต่ แต่เราไม่มีเป็นตัวเป็นต้นแค่นั้นเอง แต่สุดท้ายแล้วคำถามคือ เรายังมีความสุขกว่าเขาไหม เราเห็นเขาทะเลาะกับผัว สุดท้ายเขาวิ่งมาหาเราในฐานะเราโสด แล้วก็มาปรึกษาตลอด เดี๋ยวมีปัญหาเรื่องผัว ลูก เรื่องเงินที่ดูแลครอบครัวไม่ได้ เดี๋ยวทะเลาะกันอีกแล้วผัวมีกิ๊ก

ปัญหาเยอะแยะ แต่เรากลับไม่มีปัญหาอะไรเลย ปัญหาเดียวคือ กูเหงา กูหงี่ แค่นั้นเองที่เรามี สุดท้ายเรามีความสุขไหม เราใช้เงินแบ่งใครไหม เอ่อไม่แบ่ง เรากินอิ่มนอนหลับไหม เรากินอิ่มนอนหลับ เราสุขสบายดี แค่ใคร่ เหงา เหงาเราแก้ด้วยการไปเที่ยว โทรคุยกับเพื่อนได้ ฯลฯ สุดท้ายแล้วโสดแล้วเหงา ยังดีกว่ามีปัญหาวุ่นวายเต็มครอบครัว เต็มหัวกบาลไปหมดฯลฯ

อาจารย์ทำให้คำว่าขึ้นคาน ดูมีบุญมาก?

มันมีบุญนะ มีบุญ

แต่มันจะมีคำนึงที่ชอบถูกถามว่า วันนึงแก่ตัวไปแล้วใครจะมาดูแล?

เอาไรมาวัดว่ามันจะดูแล ทุกวันนี้มันแทบจะเอาตีนมาเขี่ยพ่อ เขี่ยแม่มันด้วยซ้ำ บางทีข้าวมันก็ป้อนทางปาก บางทีถ้าเป็นพ่อแม่ที่ดี ดูแลลูกดีก็อาจจะรอด แต่เรามั่นใจได้ไงว่า เราจะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้อย่างไร ที่จะทำให้ลูกกตัญญูกับเรา มีลูกก็ไม่ได้หมายความว่าจะกลับมาดูแลเรา ผัวก็ไม่ได้หมายความว่า ระหว่างทางมันจะอยู่กับเราจนแก่ตาย ระหว่างทางมันอาจจะแยกไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ทำไมต้องคิดว่าเขาต้องดูแลเรา ทำไมไม่คิดว่าเราต้องดูแลเขา และทำไมไม่คิดว่าเราจะดูแลตัวเอง เก็บเงินให้เยอะมากที่สุด แล้วเอาเงินนั้นแหละมาจ้างให้คนมาดูแลเรา เวลามีเงินจ่ายเงินไปใครก็อยากดูแลเราอย่างดีด้วยซ้ำ

คนอยู่ด้วยกันนานๆ มันเก็บกดไหม 30 ปี สามีเก็บกดไหม มันเคยเกลียดเรา คบกันมานาน สันดานมันออกหมดแล้ว วันนึงที่มีโอกาส ในการดูแลเรา วันนั้นโอกาสมันจะซ้ำเรา จะมีสักกี่คนที่ป่วยติดเตียง หรือแก่ชราไป เขาจะดูแลเรา ทั้ง ๆที่เราไม่เคยดูแลเขาจริงจัง ด่าเขาเช้าชามเย็นชาม สุดท้ายแล้ววิธีดีที่สุด ดูแลตัวเอง พระพุทธเจ้าจึงบอกว่าให้เราพึ่งตนพึ่งธรรม อย่าไปพึ่งคนอื่น คนหลายคนตั้งคำถามกับอาจารย์ว่า ทำไมไม่มีลูก กูพึ่งตัวเองได้ ใส่ผ้าอ้อมเองได้ แต่ถ้าป่วยติดเตียงในที่สุด กูมีเงิน เก็บเงินไว้เรียบร้อยแล้ว สำรองไว้ทุกอย่าง ถึงเวลาเอาเงินจ่าย ทุกอย่างพอมันหมดก็ตายแค่นั้นเอง สุดท้ายทุกคนจะเดินสู่ความตายด้วยกันทั้งสิ้น ดูแลให้ดีแค่ไหน ตายไหม ตาย ดูแลไม่ดีตยไหม ตาย สุดท้ายเดินทางไปสู่ความตายทั้งสิ้น จะไปยึดมั่นถือมั่นทำไมว่าใครจะต้องมาดูแล ฯลฯแฟนๆ และเหล่าคนโสดทั้งหลาย สามารถรับชมรายการ “โสดโซไซตี้ (Single Society)”  ทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ Official : KRP Entertainment  #โสดโซไซตี้ #singlesociety #โสดแต่มีความสุข #โสดเป็นสุข #โสดเป็นเพื่อนกัน #โสดที่แปลว่าไม่มีใคร

‘ลิซ่า’ร่างทอง! สวมชุดเสื้อเกราะนักรบฝีมือคนไทย ดีไซเนอร์ปลื้มชีวิตคอมพลีทแล้ว

'ลิซ่า'ร่างทอง! สวมชุดเสื้อเกราะนักรบฝีมือคนไทย ดีไซเนอร์ปลื้มชีวิตคอมพลีทแล้ว

‘ลิซ่า’ร่างทอง! สวมชุดเสื้อเกราะนักรบฝีมือคนไทย ดีไซเนอร์ปลื้มชีวิตคอมพลีทแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.24 น.

30 ตุลาคม 2568 เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาตั้งแต่ปรากฎตัวบนคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ BLACKPINK DEADLINE IN BANGKOK บนเวทีโซโล่เดี่ยวของศิลปินระดับโลกสัญชาติไทย ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล ที่ทั้ง 3 วันของคอนเสิร์ต ลิซ่าได้เลือกแบรนด์ไทยมาดีไซน์ชุดให้กับเธอ กับลุควันแรกที่เป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาก ซึ่งประเดิมด้วยชุดสีทองระยับ จากแบรนด์  HOOK’S by PRAPAKAS ที่ถูกออกแบบและตัดเย็บโดยทีมดีไซเนอร์ไทย 100% 
 
ล่าสุด ‘ลิซ่า ลลิษา’ ได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านทางไอจีส่วนตัว “@lalalalisa_m” ที่มีผู้ติดตามกว่า 100 ล้านฟอลโลเวอร์ กับลุคร่างทองของเธอ พร้อมแคปชั่น “So excited to be back home with my girls I can always rely on my Thai Blinks to bring the energy”

ซึ่งพบว่าทางดีไซเนอร์ที่ออกแบบชุดนี้ให้ ‘ลิซ่า ลลิษา’ อย่างคุณผักกาด ประภากาศ อังศุสิงห์ ก็ได้ออกมาโพสต์รายละเอียดของชุดผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@prapakas” โดยระบุข้อความว่า “น้องLISA เป็นสาวไทย คือ โจทย์ที่ได้รับ BRIEF จากคุณแนน ELEMENTS ความเป็นไทย DETAIL ที่บ่งบอกวัฒนธรรมแบบไม่ตะโกน จาก IDEA ที่ค่อนข้างชัดเจนมากๆอยู่แล้วทำให้ง่ายต่อการออกแบบ COSTUMEนี้ พวงมาลัยที่สะโพก การใช้แผ่นกลมทองมาประกอบคล้ายเสื้อเกราะนักรบ แสดงถึงความแข็งแรง แข็งแกร่ง ที่แฝงความนุ่มนวลในแบบสาวไทยอีกด้วย

คนแรกเลยที่ขอขอบคุณ @nanist คนเก่ง ที่นึกถึง #teamhooks ดีใจและภูมิใจมากๆที่ได้เป็นส่วนนึงของconcert #blackpinkworldtour2025 พวกเราก็ขอปล่อยพลังกันสุดฝีมือขอบคุณ #teamhooks ทุกคนที่เก็บทุกรายละเอียดให้แบบไม่ต้องขอ เพราะเรา SUPPORT LISA ตลอดไป” และเมื่อ ‘ลิซ่า ลลิษา’ มาโพสต์รูปดีไซเนอร์ก็ได้ออกมาโพสต์ว่า “น้ำตาจะไหลชีวิตติ่งที่ COMPLETED”

‘ป๋อ ณัฐวุฒิ-เอ๋ พรทิพย์’เล่าโมเมนต์ที่เคยทะเลาะกันหนักเหมือนคนที่ไม่รัก

'ป๋อ ณัฐวุฒิ-เอ๋ พรทิพย์'เล่าโมเมนต์ที่เคยทะเลาะกันหนักเหมือนคนที่ไม่รัก

‘ป๋อ ณัฐวุฒิ-เอ๋ พรทิพย์’เล่าโมเมนต์ที่เคยทะเลาะกันหนักเหมือนคนที่ไม่รัก

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.08 น.

ป๋อ ณัฐวุฒิ  จูงมือภรรยาคนสวย เอ๋ พรทิพย์  มารายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ป๋อ ณัฐวุฒิ  เผยเคยอาการหนัก !! ติดอยู่บนบัลลังก์ของคำว่า “พระเอก” จนหาทางลงไม่เจอ ต้องรู้จักว่าวันนั้นคือวันนั้นวันนี้ไม่ใช่วันนั้นอีกแล้ว  ตำนานพระเอกหลงรักนางร้ายของ “ป๋อ ณัฐวุฒิ” & “เอ๋ พรทิพย์” ที่เกือบจะไม่ได้รักกัน !! คนโทรมาด่าทุกวันว่าไม่เหมาะสมกันเลย “ป๋อ & เอ๋” เล่าโมเมนต์ที่เคยทะเลาะกันหนักเหมือนคนที่ไม่รักกันแล้ว… หย่าเป็นหย่า พังเป็นพัง และช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุด เกิดมรสุมลูกใหญ่ในชีวิตของทั้งคู่จับมือกันผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้อย่างไร ?? “ป๋อ & เอ๋” โดนกระแสดราม่าหนัก !! ลงคลิปตั้งใจจะช่วยโปรโมตกลายเป็นคลิปให้คนมาคอมเมนต์ด่าด้วยความเกลียดชังถึงขั้นแช่งให้ตาย…

ถาม ป๋อ เป็นคนที่ติดกับบทพระเอกไหม เพราะว่าที่ผ่านมาคือพระเอกมาชั่วชีวิต

ป๋อ ณัฐวุฒิ : ติดนะ เพราะว่าผมก็เป็นพระเอกมาตั้งแต่ต้น มันก็ล้างสมองเรามาพอสมควร 20 ปี แล้วก็ทำให้ผมเชื่อว่าเป็นแบบนั้น

ถาม เราติดบัลลังก์ทำยังไง ทำยังไงเราจะลงจากบัลลังก์มันยาก

ป๋อ ณัฐวุฒิ : ยากมากครับ เมื่อก่อนเวลาไปยืนถ่ายรูปกันเราจะได้ยืนอยู่ตรงกลาง และอยู่แถวหน้าด้วย เดี๋ยวนี้ประมาณแถวที่สาม วิลลี่ แมคอินทอช บอกหมดแล้วป๋อ คมแฝก หมดแล้วมันไม่มีอีกแล้ว ต้องรู้จักว่าวันนั้นคือวันนั้น วันนี้ไม่ใช่วันนั้นอีกแล้ว

ถาม แปลว่ามันเคยหนัก

ป๋อ ณัฐวุฒิ : เคยหนักมากครับ

ถาม พอทุกคนเริ่มรู้มี Feedback อะไรกลับมาหาเราบ้าง

เอ๋ พรทิพย์ : กระหน่ำเลยค่ะ เอ๋ก็จะโดนแบบเรื่องของความไม่เหมาะสม ตัวร้ายกับพระเอกแล้วก็จะมีทั้งโทรศัพท์มาด่า ทางข้อความก็จะมีส่งข้อความมาด่า โทรเข้ามือถือเลยค่ะโทรเข้ามาด่า มีคนโทรเข้ามาแล้วเอ๋รู้ว่า เขาโทรมาจะโทรมาด่าเอ๋ เอ๋ก็เปิดสปีกเกอร์โฟนให้พี่ป๋อฟัง ตอนนี้เขาอยู่ที่บ้านพี่ป๋อแล้วก็อยู่ข้างๆพี่ป๋อด้วย พี่ป๋อเป็นของเขาด่าหยาบคายเละเหมือนกัน เราก็รู้สึกเสียใจ เราก็บอกพี่ป๋อว่าถ้าไม่ไหวอย่าฝืนเราพูดเลยค่ะ

ถาม ก็มีความต่างถึงขนาดที่ว่าทะเลาะกันได้ทุกเรื่อง

เอ๋ พรทิพย์ : จะหนักที่สุดเลยก็คือตอนที่มีลูก เดินขาซ้ายยังผิดเลยทำอะไรก็ผิดไปหมดค่ะ เรื่องอะไรเล็กๆน้อยๆก็ยังทะเลาะกัน

ป๋อ ณัฐวุฒิ : เอ๋ก็เกลียดผม แล้วผมก็เกลียดเอ๋แล้วก็พูดแรงด้วย เหมือนไม่รักแล้ว ไม่สนแล้ว พัง เลี้ยงลูกได้ วางแผนเลยว่าถ้าหย่าแล้วมรดกจะไปอยู่ที่ใคร

เอ๋ พรทิพย์ : งง ไปหมดเลยค่ะนี่มันเรื่องจริงใช่มั้ย หย่าจริงๆใช่มั้ย

ถาม มีข่าวว่าเอ๋ป่วย

ป๋อ ณัฐวุฒิ : หมอเขาบอกว่าเป็นมะเร็ง

เอ๋ พรทิพย์ : ตอนนั้นเอ๋ช็อคเหมือนบ้านถล่มเลยค่ะ ฟังใครไม่รู้เรื่องเลยมันเกิดขึ้นกับเรา เรารู้สึกว่ามันใช่เหรอฟังอะไรไม่ออกเลย ร้องไห้อย่างเดียวเลยเราจะตายไหม มันคิดอยู่แค่นั้นมันเหมือนมันช็อค ช็อคว่าทำไมมันถึงมาเกิดขึ้นกับเรา แล้วเราจะไปยังไงต่อ ถ้ามันลามแล้วเราจะต้องทำยังไงต่อ คือคิดถึงแต่หน้าลูก

ป๋อ ณัฐวุฒิ : คือรู้สึกว่าทุกอย่างมันถาโถม แต่วันที่แย่ที่สุดคือวันที่เขาผ่า

ถาม ความตั้งใจตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราอยากแชร์ สิ่งที่เราเจอเพื่อเป็นประโยชน์กับคนอื่น

ป๋อ ณัฐวุฒิ : เราก็ลงคลิปโปรโมตมันก็ทำให้เกิดคนมีความไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องโปรโมตความเจ็บป่วยของตัวเอง เล่นกับความรู้สึกคน

ถาม กระแสดราม่าคนเข้าไปด่า เราเยอะพอสมควร

เอ๋ พรทิพย์ : คืออันนี้ เอ๋ไม่ได้อ่านข้อความเลย พี่ป๋อเค้าไม่ให้เอ๋เล่นโซเชียลเลย คือเขาเป็นคนที่เก็บอยู่คนเดียวเลย

ป๋อ ณัฐวุฒิ : เราเป็นมะเร็งโกรธอะไรเรา เราแค่ อยากจะสื่อสารออกไปว่าถ้ามีโอกาส ไปตรวจนะ แต่กลายเป็นสิ่ง ที่เราได้รับกลับมาคือแรงเกลียด ให้มันเป็นมะเร็งระยะที่สี่ให้มันตาย ไปทั้งผัวทั้งเมีย

‘นุสบา’เผยภาพ’ปู่เล็ก วานิชอังกูร’เจ้าของห้างแห่งสยาม รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทจนลมหายใจสุดท้าย

'นุสบา'เผยภาพ'ปู่เล็ก วานิชอังกูร'เจ้าของห้างแห่งสยาม รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทจนลมหายใจสุดท้าย

‘นุสบา’เผยภาพ’ปู่เล็ก วานิชอังกูร’เจ้าของห้างแห่งสยาม รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทจนลมหายใจสุดท้าย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.32 น.

30 ตุลาคม 2568 ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทย หลังจากที่ สำนักพระราชวังได้เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ในวันศุกร์ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๒๑ นาฬิกา ๒๑ นาที ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๙๓

ล่าสุดนักแสดงรุ่นใหญ่ นุสบา ปุณณกันต์ หรือสกุลเดิม วานิชอังกูร ได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@nusbapunnakanta” เป็นภาพถ่ายของ คุณปู่เล็ก วานิชอังกูร ในชุดทหาร ระบุข้อความว่า …”ภาพแห่งความทรงจำ.. จากลูกหลานครอบครัว ‘วานิชอังกูร’

ในช่วงเวลาหนึ่ง คุณปู่เล็ก นายเล็ก วานิชอังกูร ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เคยได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นวุฒิสมาชิก เคยได้ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาททั้งสองพระองค์ ในราชสำนักในงานสังคมสงเคราะห์ต่างๆ จนลมหายใจสุดท้ายและถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจวายเมื่อปี 2518

ดังเป็นที่ประจักษ์จากรุ่นสู่รุ่นถึงพระราชปณิธาน พระเมตตาใต้ร่มพระบารมีของในหลวงและพระราชินี ล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ได้พระราชทานโอกาส สนับสนุนส่งเสริมความเท่าเทียมแก่ประชาชนชาวไทยทุกศาสนาอย่างเสมอภาคกัน ครอบครัววานิชอังกูรกราบน้อมถวายความอาลัยด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เทิดไว้เหนือเกล้าสถิตในดวงใจนิรันดร์”

ซึ่งทางเฟซบุ๊กเพจ “ภาพเก่าในอดีต” ได้โพสตประวัติของ คุณเล็ก วานิชอังกูร หรือ คุณปู่เล็ก นามสกุลเดิมคือ ดาลจาวัล เป็นเจ้าของ “ห้าง นูระดิน ดาลจาวัล ” ถือว่าเป็นหนึ่งในห้างชั้นนำในยุคนั้นในสยาม ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินการกิจการประมูลส่งเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ สำนักพระราชวัง กระทรวง ทบวง และ กรม กองต่างๆ สินค้าที่เป็นที่รู้จักของร้านนายห้างนูรุดดีนได้แก่ ข้าวสาร เครื่องแบบของข้าราชการทั้งพลเรือน และ ทหาร

‘ภณ – โบว์’ นำทีมช่อง 3 การันตีความปัง! คว้า 4 รางวัล

'ภณ – โบว์' นำทีมช่อง 3 การันตีความปัง! คว้า 4 รางวัล

‘ภณ – โบว์’ นำทีมช่อง 3 การันตีความปัง! คว้า 4 รางวัล

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.40 น.

ประกาศความสำเร็จอย่างต่อเนื่องสำหรับนักแสดงและผลงานของช่อง 3 ล่าสุดจับมือกันคว้ารางวัลสุดยิ่งใหญ่จากงาน MAYA TV AWARDS 2025 : มายามหาชน” ซึ่งเป็นเวทีอันทรงเกียรติที่คอยทำหน้าที่ผลักดัน สนับสนุน และสร้างกำลังใจให้กับคนบันเทิงทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังมาโดยตลอด โดยมีนักแสดงช่อง 3 เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

เมื่อเข้าสู่ช่วงไฮไลท์การประกาศรางวัล ปีนี้ช่อง 3 กวาด 4 รางวัลใหญ่ไปครอง เริ่มต้นด้วย “รางวัล สาวเจ้าเสน่ห์แห่งปี” ได้แก่ นางเอกหน้าหวาน “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ที่โชว์เสน่ห์ในหลาย ๆ ด้านมัดใจแฟน ๆ ได้อยู่หมัด ขณะที่ “รางวัลคู่ขวัญแห่งปี” ได้แก่ คู่เพื่อนรักเคมีสุดฟินอย่าง “เก้า นพเก้า” กับ “พีพี ปุญญ์ปรีดี” ซึ่งทำแฟนคลับใจละลายทุกครั้งเวลาอยู่ใกล้กัน! เหมาะสมกับรางวัลนี้ที่สุด แถมงานนี้แฟนคลับจัดเต็มมอบของขวัญสุดพิเศษเป็นบูธโปรเจคและช่อดอกไม้แสนสวย แสดงความยินดีอย่างยิ่งใหญ่!

สำหรับ “รางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมแห่งปี” ตกเป็นของ “ภณ ณวัสน์” จากละคร นับ 8 ซึ่งบทบาทที่ได้รับสุดท้าทาย แถมยังโชว์ลีลาศิลปะแม่ไม้มวยไทยได้สวยงามน่าประทับใจ ปิดท้ายด้วย “รางวัลดารานำหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี” ได้แก่ “โบว์ เมลดา” นางเอกรอยยิ้มละลายใจ จากละครพีเรียดสุดปัง คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์ ซึ่งสาวโบว์ได้สวมบทบาทการเป็น “จี๊ด นิทรา” ได้ตรึงตราตรึงใจแฟนละคร นำพาละครเรื่องนี้ขึ้นแท่นละครยอดนิยมแห่งปี โดยมีพระเอกหนุ่ม ภณ ณวัสน์เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลในครั้งนี้

นับเป็นอีกหนึ่งงานประกาศรางวัลที่การันตีความปังของนักแสดงและผลงานจากทางช่อง 3 ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังตอกย้ำศักยภาพในการผลิตคอนเทนต์ที่มุ่งเน้นคุณภาพออกสู่สายตาผู้ชม นำมาสู่รางวัลแห่งความภาคภูมิใจเหล่านี้!

วงการบันเทิงเศร้า! ‘พล พลาพร’อดีตพระเอกดาวพระศุกร์เสียชีวิตในวัย76ปี

วงการบันเทิงเศร้า! 'พล พลาพร'อดีตพระเอกดาวพระศุกร์เสียชีวิตในวัย76ปี

วงการบันเทิงเศร้า! ‘พล พลาพร’อดีตพระเอกดาวพระศุกร์เสียชีวิตในวัย76ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.20 น.

30 ตุลาคม 2568 “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” นักแสดง และอาสาสมัครกู้ภัยฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความอาลัยต่อการจากไปของ “พล พลาพร บำรุงกิจ” อดีตพระเอกชื่อดังในอดีต

โดยระบุว่า“ผมดูแลพี่พลอย่างเต็มที่แล้วครับ​ เกือบ 5 ปีในบ้าน​ สุขสุดท้าย​ ขอให้ดวงวิญญาณ​ของ​พี่พล​ไปสู่สุขคติ​ถ้ามีสิ่งใดที่ผมได้ล่วงเกินพี่พล ขออโหสิกรรมให้ผมด้วยนะครับ
พี่​ พลพลาพร​ บำรุงกิจ​ อายุ 76 ปี เสีย​เวลา​ 03.40 วันที่ 30​ ตุลาคม​ 2568 เหตุเสียชีวิต​ ติดเชื้อ​ที่ต่อมลูกหมาก ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยนะครับ วันนี้ช่วง 14.00 น. เคลื่อนร่างไปที่วัดลาดบัวหลวง อำเภอไทรน้อย ตำบลไทรใหญ่ นนทบุรี”

สำหรับ พล พลาพร เป็นอดีตพระเอกหนังทั้งจอแก้วและจอหนัง ที่ดังเป็นดาราระดับแนวหน้าจากละครทีวีเรื่อง “ดาวพระศุกร์” ในยุคแรก ที่แสดงกับดาราสาวชื่อดังในยุคนั้น อย่าง “มนฤดี ยมาภัย” และแสดงภาพยนตร์กว่า 30 เรื่อง

โมเมนต์สุดอบอุ่น! ‘คุณแม่ลิซ่า’ปล่อยภาพครอบครัวหลังจบคอนเสิร์ตใหญ่

โมเมนต์สุดอบอุ่น! 'คุณแม่ลิซ่า'ปล่อยภาพครอบครัวหลังจบคอนเสิร์ตใหญ่

โมเมนต์สุดอบอุ่น! ‘คุณแม่ลิซ่า’ปล่อยภาพครอบครัวหลังจบคอนเสิร์ตใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 08.32 น.

30 ตุลาคม 2568 เรียกได้ว่าจบโชว์สุดยิ่งใหญ่ แต่ความอบอุ่นยังคงอบอวลไม่จาง สำหรับคอนเสิร์ต BLACKPINK WORLD TOUR IN BANGKOK ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ งานนี้เหล่า “บลิ้งค์” ถึงกับใจฟู เมื่อได้เห็นโมเมนต์สุดอบอุ่นของสาว ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หลังเวที

ล่าสุด “คุณแม่จิตรทิพย์ มโนบาล” คุณแม่คนสวยของลิซ่า ได้โพสต์ภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟลงบนโซเชียล ซึ่งเป็นภาพร่วมเฟรมกับคุณพ่อคุณแม่สุดน่ารักในช่วงหลังจบการแสดง ในภาพเต็มไปด้วยรอยยิ้มของครอบครัวที่มาร่วมให้กำลังใจ “ลูกสาวคนเก่ง” ถึงขอบเวทีราชมังคลากีฬาสถาน บอกเลยว่าไม่เพียงแต่แฟนคลับชาวไทยเท่านั้นที่ปลื้มใจ แต่แฟนๆ ทั่วโลกต่างเข้ามาคอมเมนต์กันอย่างล้นหลาม

นางฟ้าของเหล่า4ขา! ‘อั้ม พัชราภา’ลงมืออาบน้ำให้’สุนัขจรจัด’ที่เลี้ยงไว้กว่า130ตัว

นางฟ้าของเหล่า4ขา! 'อั้ม พัชราภา'ลงมืออาบน้ำให้'สุนัขจรจัด'ที่เลี้ยงไว้กว่า130ตัว

นางฟ้าของเหล่า4ขา! ‘อั้ม พัชราภา’ลงมืออาบน้ำให้’สุนัขจรจัด’ที่เลี้ยงไว้กว่า130ตัว

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 20.43 น.

29 ตุลาคม 2568 ทำเอาแฟนคลับชื่นชมกันยกใหญ่ เมื่อได้เห็นคลิปของ ‘อั้ม’ พัชราภา ไชยเชื้อ ซุปตาร์ตัวแม่ของวงการบันเทิงไทย หากใครติดตามไลฟ์สไตล์ของเธอจะรู้ว่าเธอเป็นคนที่รักสุนัขมาก ไม่เพียงแค่สุนัขที่อั้มเลี้ยงไว้ที่บ้าน แต่สาวอั้มยังเมตตารับอุปการะ’สุนัขจรจัด’ให้ได้รับความปลอดภัยและความอบอุ่น เรียกว่าเธอคือนางฟ้าของเหล่าน้องหมา

ล่าสุด เอ ศุภชัย ผู้จัดการของอั้ม พัชราภา ได้ลงภาพของ อั้ม พัชราภา เดินทางไปอาบน้ำน้องหมาจรกว่า 130 ตัวที่เธอรับอุปการะดูแล และเธอสร้างบ้านพักไว้ให้อย่างอบอุ่น พร้อมแคปชั่น “พี่เอเพิ่งเห็นครั้งแรก มีแต่คนมาเล่าให้ฟังว่าน้องอั้มดูแลน้องหมาไว้เยอะมาก ทำบ้านให้น้องอยู่ วันนี้ ภาพบรรยากาศอาบน้ำให้น้องๆ หมาจร ของน้องพัชราภา กว่า 130 ตัว แค่เห็นรอยยิ้มของน้องอั้ม ความสดใสของน้องหมาหลังอาบน้ำเสร็จ แค่นี้ก็อบอุ่นหัวใจ

จบกันด้วยดี! ‘ครูเต้ย’ยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร 10 ล้านให้’ขนม ศศิกานต์’

จบกันด้วยดี! 'ครูเต้ย'ยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร 10 ล้านให้'ขนม ศศิกานต์'

จบกันด้วยดี! ‘ครูเต้ย’ยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร 10 ล้านให้’ขนม ศศิกานต์’

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.52 น.

29 ตุลาคม 2568 จบกันด้วยดี สำหรับคู่อดีตสามีภรรยา “ครูเต้ย อภิวัฒน์ บุญเอนก” และ “ขนม ศศิกานต์” ปมค่าเลี้ยงดูบุตรที่ยืดเยื้อมานาน ล่าสุด “ทนายพัฒน์” ทนายฝั่งขนม ได้โพสต์ข้อความพรัอมเช็กอินที่ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ขอนแก่น ระบุว่า

1. มารดายินยอมให้บิดารับรองบุตรทั้งสองได้ตามกฎหมาย

2. ให้มารดาเป็นฝ่ายใช้อำนาจปกครองบุตรทั้งแต่เพียงผู้เดียว แต่ไม่ตัดสิทธิ์บิดามาเยี่ยมเยียนได้ตามความเหมาะสม

3. บิดายอมชำระค่าเลี้ยงดูบุตรทั้งสองเเบบเหมาจ่ายไม่ต้องมีใบเสร็จให้มารดาเป็นเงิน 10 ล้านบาท โดยผ่อนชำระเดือนละไม่น้อยกว่า 3 หมื่นบาท ให้เสร็จสิ้นภายใน 20 ปี นอกนั้นมารดาเป็นฝ่ายรับผิดชอบ

4. ทั้งสองฝ่ายจะไม่โพสต์หรือเขียนข้อความสื่อถึงกันเพื่อให้อีกฝ่ายได้รับความเสียหาย หากฝ่าฝืนปรับ 5 หมื่นบาทต่อครั้ง

ขณะเดียวกันทางด้าน ขนม ศศิกานต์ ได้มีการแชร์โพสต์ของทนายพัฒน์ไปที่หน้าเฟซบุ๊กของตัวเองด้วย ก่อนจะโพสต์ข้อความเคลื่อนไหวสั้น ๆ ระบุว่า “ที่เหลือ เป็นหน้าที่หม่ามี๊เอง”

นอกจากนั้นทางฝั่งของ ครูเต้ย อภิวัฒน์ ก็มีการเคลื่อนไหวผ่านทางหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวเช่นกัน ระบุว่า “ผ่านไปด้วยดี ที่เหลือทำเพื่อความสุขของเด็กๆ”