วง Coconut Sunday กับก้าวสำคัญในการแสดงที่ญี่ปุ่นร่วมกับศิลปินระดับประเทศ Chiaki Mayumura

9 กันยายน 2569 เวลา 12:55 น.

Coconut Sunday วง Synth-pop / Indie Pop จากประเทศไทย สร้างอีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเส้นทางดนตรีระดับนานาชาติ หลังได้รับเชิญให้เดินทางไปแสดงที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะ Opening Act ของคอนเสิร์ตรอบไฟนอลทัวร์ “AMPLAND PLAN” ของ Chiaki Mayumura เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2026 ณ Spotify O-EAST หนึ่งในเวทีไลฟ์เฮาส์สำคัญของโตเกียว

การแสดงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขึ้นเวทีในฐานะวงเปิดเท่านั้น แต่ยังได้รับเชิญให้ร่วม Collaboration Stage เพื่อแสดงเพลง “29calls” ผลงาน Collaboration ระหว่างวง Coconut Sunday และ Chiaki Mayumura ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่บทเพลงนี้ถูกนำมาแสดงสดร่วมกันต่อหน้าผู้ชมนับพันในโตเกียว

จากเพลง “29calls” สู่เวที Collaboration ที่โตเกียว“29calls” เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Coconut Sunday และ Chiaki Mayumura ก่อนจะพัฒนาไปสู่การแสดงสดร่วมกันบนเวทีของ “AMPLAND PLAN” Final Tour

การได้ขึ้นแสดงเพลงนี้ร่วมกันต่อหน้าผู้ชมชาวญี่ปุ่นในโตเกียว จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความต่อเนื่องของความร่วมมือทางดนตรีระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น ที่เริ่มต้นจากบทเพลงและต่อยอดมาสู่การแสดงสดบนเวทีเดียวกัน

Coconut Sunday กับก้าวต่อไปในญี่ปุ่น

Chiaki Mayumura ถือเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในวงการดนตรีญี่ปุ่น เธอเคยจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ Nippon Budokan มีผลงานอัลบั้มติด Oricon Top 100 จำนวน 5 อัลบั้ม และเคยร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติอย่าง SXSW Music Festival ที่สหรัฐอเมริกา รวมถึงเดินสายแสดงทั่วประเทศญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง

การที่ Coconut Sunday ได้รับเชิญให้เป็น Opening Act และขึ้น Collaboration Stage ในรอบ Final Tour ของศิลปินระดับนี้ จึงนับเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ Coconut Sunday ได้แนะนำตัวเองต่อผู้ชมชาวญี่ปุ่นในวงกว้าง และนำเสนอแนวทางดนตรีของศิลปินไทยบนเวทีเดียวกับศิลปินญี่ปุ่นที่มีฐานแฟนเพลงแข็งแรง หลังการแสดง สื่อดนตรีญี่ปุ่น Natalie Music ซึ่งมีผู้ติดตามบน X (Twitter) มากกว่า 1.2 ล้านคน ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับคอนเสิร์ต โดยกล่าวถึง Coconut Sunday ในฐานะวงดนตรีจากประเทศไทยที่ได้รับเชิญมาเป็น Opening Act พร้อมบรรยายว่า “Coconut Sunday สามารถทำให้ผู้ชมโยกไปตามจังหวะของเพลง Full Moon และ Fxxk the Devil! และสามารถเชื่อมโยงกับผู้ชมชาวญี่ปุ่นข้ามพรมแดนได้”

ในส่วนของ Collaboration Stage สื่อได้กล่าวถึงการแสดง “29calls” ร่วมกับ Chiaki Mayumura ซึ่งเป็นการแสดงครั้งแรกของเพลงนี้ โดยบรรยายว่าทั้งสองวงสร้าง “息ぴったりのパフォーマンス” หรือการแสดงที่เข้าขากันอย่างลงตัว บนเสียงซินธ์ที่มีบรรยากาศราวกับความฝัน

สำหรับ Coconut Sunday การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการไปแสดงคอนเสิร์ตในต่างประเทศ แต่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงในการสร้างพื้นที่ให้ดนตรีไทยได้เชื่อมต่อกับผู้ฟังในญี่ปุ่น ผ่านทั้งการแสดงสด การ Collaboration และความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินจากสองประเทศ

Coconut Sunday เชื่อว่าดนตรีสามารถเดินทางข้ามภาษาและพรมแดนได้ และครั้งนี้คืออีกหนึ่งก้าวที่ทำให้เสียงเพลงของ Coconut Sunday ได้เดินทางไปไกลกว่าเดิม

About Coconut Sunday

Coconut Sunday คือวง City-pop influenced Indie / Synth Pop จากประเทศไทย ก่อตั้งโดย Jess และ Ma โดยมีแนวคิด “Making weekdays feel like Sunday.”

ดนตรีของ Coconut Sunday ผสมผสาน Indie Pop และ Synth Pop เข้ากับกลิ่นอาย City Pop ถ่ายทอดบรรยากาศอบอุ่น สดใส และเข้าถึงง่าย พร้อมนำเสนอเรื่องราวของชีวิตคนเมือง ความสัมพันธ์ ความเหงาในยามค่ำคืน และช่วงเวลาที่ทั้งหวานและขมของชีวิต ผ่านซาวด์ที่มีทั้งความโรแมนติก สนุก และเท่ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการขับรถคนเดียวในเมืองยามค่ำคืน ความรู้สึกหลังความสัมพันธ์จบลง หรือช่วงเวลาที่เราอยู่ท่ามกลางผู้คนแต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว Coconut Sunday ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ออกมาในมุมที่ bittersweet แต่ไม่เศร้าจนเกินไป เป็นความเหงาที่มีจังหวะให้โยกไปกับความผิดหวัง, ความอกหักที่ยังคูลและรักตัวเอง
และช่วงเวลาธรรมดาในชีวิตประจำวันที่สามารถกลายเป็นความทรงจำที่สวยงามได้

 

Coconut Sunday เชื่อว่าดนตรีสามารถทำให้วันธรรมดารู้สึกพิเศษขึ้นได้ และสร้างเพลงสำหรับคนที่กำลังใช้ชีวิต ทำงาน รัก อกหัก ขับรถกลางคืน หรือเพียงแค่ต้องการช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้หยุดพักจากความวุ่นวายของเมืองพวกเขาพร้อมนำเสนอภาพดนตรีร่วมสมัยจากไทยที่สามารถเชื่อมต่อกับผู้ฟังในระดับนานาชาติชม Full Live Show – Coconut Sunday Live at Spotify O-EAST, Tokyo, Japan
https://youtu.be/23iYaiIJS6s

ชม 29calls – Coconut Sunday x Chiaki Mayumura (A Collaboration Stage)
https://youtu.be/uT1b75OEDMg

ติดตามความเคลื่อนไหวของ Coconut Sunday จากค่ายเพลง BLIV LABEL ได้ที่

https://www.instagram.com/coconutsundayofficial
https://www.facebook.com/coconutsunday

Apple Music | https://music.apple.com/th/artist/coconut-sunday/629885874  

Spotify | https://open.spotify.com/album/1Vyu3SBt3HCEQno7edCVnH

#CoconutSunday #BlivLabel #ChiakiMayumura

ครบรอบ 13 ปี กับ งานรำลึกขวัญใจคนเดิม สายัณห์ สัญญา

9 กันยายน 2569 เวลา 12:50 น.

เวียนมาบรรจบครบรอบกับการจากไปของ พี่เป้า-สายัณห์ สัญญา  ขวัญใจคนเดิม ซึ่งในปีนี้งานรำลึกครบรอบ 13 ปี สายัณห์ สัญญา จัดขึ้นในระหว่างวันศุกร์ที่11ถึงวันเสาร์ที่19 กันยายณ ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี

เมื่อวันวานที่ผ่านมา ซ้อปิ๋ม ชณันชล สัมฤทธิบุญกุล (ภรรยา สายัณห์ สัญญา) ได้จัดงานแถลงข่าวเตรียมจัดงาน รำลึกพี่เป้า สายัณห์ สัญญา ขวัญใจคนเดิม ครบรอบ 13 ปี ที่โรงแรมศรีอู่ทองแกรนด์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี โดยมี นายเชาวลิต ทวีไทย รองประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรีพร้อมด้วย ศิลปินนักร้องลูกทุ่ง ทั่วทั้งวงการเพลงลูกทุ่งต่างเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

สำหรับปีนี้วันศุกร์ที่11กันยายน ซ้อปิ๋ม ชณันชล สัมฤทธิบุญกุล (ภรรยา สายัณห์ สัญญา) ยังกระซิบบอกมาว่า นอกจากจะมีพิธีทำบุญเลี้ยงพระ อุทิศส่วนกุศลให้แก่ สายัณห์ สัญญา แล้วเพื่อนพ้องน้องพี่และFC ของพี่เป้า-สายัณห์ สัญญา ยังจะได้ร่วมฉลองหุ่นขี้ผึ้งใหม่ของพี่เป้า อีกด้วย 

โดย งานรำลึกครบรอบ 13 ปี สายัณห์ สัญญาในปีนี้ มีศิลปินนักร้องลูกทุ่งต่างตบเท้าเข้าร่วมขึ้นเวทีฟรีคอนเสิร์ต กันอย่างมากมายเป็นประวัติการณ์ ไม่ว่าจะเป็น  สัญญา พรนารายณ์, เสรี รุ่งสว่าง,ยิ่งยง ยอดบัวงาม, สลักจิตร ดวงจันทร์,แพรวา พัชรี,เด่นชัย สายสุพรรณ,ต้นข้าว สุปรียา,ทศพลและน้องผักบุ้ง หิมพานต์, รุ่ง สุริยา, เกษม คมสันต์, ดำรง วงศ์ทอง,อ็อด โฟเอส,วงคาราบาว และ เจ้าของซิงเกิ้ลใหม่เพลง ติ๋มไต่เต้า ระพินทร์ รุ่งเพชร,ฯลฯ โดยมี แสนรัก เมืองโคราช, แคน สองแคว,สิรภพ ศรีอาจ, อ. สัมพันธ์ พัทลุง เป็นพิธีกร ตลอดงาน

ห้ามพลาด!!  เรามีนัดมาพบกันที่งานรำลึกครบรอบ 13 ปี สายัณห์ สัญญา จัดขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่11 ถึง วันเสาร์ที่19  กันยายนณ ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี  สวัสดี ลูกทุ่ง แนวหน้า  ไม่ชัวร์ไม่เชียร์ หมึก มายา รายงาน

What the Doc! (WTD!) 2026 เปิดฉากอย่างเป็นทางการ จัดฉาย ‘ส่งสการ’รอบปฐมทัศน์โลก

9 กันยายน 2569 เวลา 12:42 น.

เปิดฉากอย่างเป็นทางการ สำหรับ เทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติ What the Doc! Film Festival หรือ WTD! 2026 พื้นที่ฉลองพลังของภาพยนตร์สารคดีระดับโลกและภูมิภาค จัดโดย Documentary Club โดยเริ่มนับหนึ่งความยิ่งใหญ่ในวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569 ณ เซ็นจูรี่ สุขุมวิท ด้วยการจัดฉายรอบปฐมทัศน์โลก (World Premiere) ของภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “ส่งสการ” ผลงานล่าสุดของ อุรุพงศ์ รักษาสัตย์ ผู้กำกับสารคดี  คนสำคัญของไทย ที่พาผู้ชมไปติดตามชีวิตของทีมช่างในชุมชนจังหวัดเชียงราย ผู้สร้างและขนส่ง “ปราสาทศพ” ตามประประเพณีล้านนา ถ่ายทอดทั้งวิถีชีวิต แรงงาน ความเชื่อ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับความตาย ผ่านสายตาอันละเมียดละไม

หลังจบการฉายภาพยนตร์ได้มีการจัดเสวนาพิเศษโดย กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป หัวเรือใหญ่ผู้จัดงานจาก Documentary Club และนายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมภาพยนตร์ (Micro Cinema Thailand), อุรุพงษ์ รักษาสัตย์ กรรมการตัดสินและผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีรางวัลจาก UNESCO และ เอม – ภูมิภัทร ถาวรศิริ กรรมการตัดสินและนักแสดงมากความสามารถ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้ชมอย่างใกล้ชิด เทศกาล WTD! 2026 พร้อมเดินหน้ามอบความเข้มข้นเต็มรูปแบบตลอด 11 วัน ตั้งแต่วันที่ 3–13 กันยายน 2569 ณ Doc Club and Friends อาคาร Cloud11 – BTS ปุณณวิถี และ เซ็นจูรี่ สุขุมวิท – BTS อ่อนนุช โดยเปิดให้เข้าชมฟรีทุกเรื่อง ทุกรอบ (ทุกเรื่องมีคำบรรยายภาษาไทยและอังกฤษ) สำหรับการแข่งขันปีนี้คัดสรรผลงานอย่างเข้มข้นจากผู้สมัครมากถึง 1,268 เรื่อง จาก 113 ประเทศทั่วโลก เข้าสู่ 4 สายประกวดหลัก สายเอเชีย, สายอินเตอร์,    สาย W (ผู้กำกับหญิง) และสายสารคดีสั้น เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท

 ความเดือดของเทศกาลในปีนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่สายการประกวด แต่ยังตบเท้าด้วยกรรมการและแขกรับเชิญระดับโลกที่บินตรงมาร่วมงานด้วยตัวเอง อาทิ แจสเปอร์ โฮคเคน (Jasper Hokken) โปรแกรมเมอร์จาก IDFA (เทศกาลสารคดีที่เทียบชั้น “คานส์แห่งวงการสารคดีโลก”) ที่ยกขบวนหนังสารคดีพ่วงรางวัลมาจัดฉาย, มานีญา อักบารี (Mania Akbari) ตัวแม่สายสตรองและผู้กำกับสตรีนิยมระดับโลกจากอิหร่าน, เควิน เดอ ลา ครูซ (Khavn De La Cruz) เจ้าพ่อหนังอินดี้สุดเฮี้ยนแห่งขบวนการ Philippine No Wave และโปรแกรมพิเศษกับสารคดีไทยที่ฉายรอบเดียวเท่านั้นอย่าง “อสูร” (Are We Monster?) ดีกรีรางวัลหนังสั้นยอดเยี่ยมจากเทศกาล BAFICI ประเทศอาร์เจนตินา ผลงานผู้กำกับไทย ธัญสก พันสิทธิวรกุล

ติดตามตารางฉาย เรื่องย่อภาพยนตร์ และข่าวสารอัปเดตตลอดเทศกาลได้ทาง:

ของดีไม่จำเป็นต้องแพง ‘รสแลกเงิน’ ท้า 3 เชฟ ประชันเมนูสุขภาพ ใช้วัตถุดิบจากโชห่วย งบไม่เกิน 30 บาท !

9 กันยายน 2569 เวลา 12:39 น.

“รสแลกเงิน” ชวนเปิดมุมมองใหม่ กับโจทย์สุดท้าทาย “อาหารสุขภาพงบจำกัด” 3 เชฟต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพไม่จำเป็นต้องราคาแพง ควักเงินเพียง 30 บาท ซื้อวัตถุดิบจากโชห่วยสร้างสรรค์เมนูให้อร่อย ถูกหลักโภชนาการ และคุ้มค่าที่สุด งานนี้มีเงินรางวัลเป็นเดิมพัน แต่จะเหลือเท่าไร เตรียมลุ้นพร้อมกัน จันทร์ที่ 14 กันยายนนี้

สัปดาห์นี้ รายการ “รสแลกเงิน” ที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ช่อง 7HD และ บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ผลิตขึ้น ดำเนินรายการโดย 2 พิธีกร เชฟกอล์ฟ-สัญญา ธาดาธนวงศ์ และ เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์  เดินหน้าส่งต่อความสนุก พร้อมสาระเรื่องการดูแลสุขภาพ ผ่านการแข่งขันทำอาหารรูปแบบใหม่ กับโจทย์การแข่งขันทำอาหารที่ท้าทายฝีมือเชฟ ด้วยการลดปรุง แต่ยังคงความอร่อย และถูกหลักโภชนาการ เพื่อแลกกับเงินรางวัล  ที่หลังจากออกอากาศไปไม่กี่ EP ก็ได้รับกระแสชื่นชมกับรูปแบบรายการ ที่ดูสนุกชวนลุ้นแถมยังได้สาระสุด ๆ

สำหรับอีพีนี้ห้ามพลาด ! เพราะโจทย์ครั้งนี้ บอกเลยว่าไม่ธรรมดา ! เมื่อ 3 เชฟเจอโจทย์ท้าทาย อาหารสุขภาพงบจำกัด  ภายใต้แนวคิดที่ต้องการพิสูจน์ว่า อาหารเพื่อสุขภาพสามารถทำได้ในราคาที่ย่อมเยา โดยแต่ละคนมีเงินรางวัลสะสมตั้งต้นคนละ  50,000 บาท  และการแข่งขันครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง  เพราะรายการจะเพิ่มเงินให้อีก 30 บาท รวมแล้ว 50,030 บาท  ซึ่งเงิน30 บาทนี้ คือ งบที่ต้องนำไปซื้อวัตถุดิบทุกอย่างที่แผงโชห่วยมาทำอาหาร  โดยห้ามใช้เกิน 30 บาทแม้แต่บาทเดียว !

ภารกิจจึงไม่ได้วัดกันแค่ฝีมือการทำอาหาร แต่ยังต้องวัดไหวพริบในการเลือกวัตถุดิบและบริหารงบ เพราะทุกบาทมีค่าจะเลือกซื้ออะไรให้คุ้มที่สุด วัตถุดิบราคาไม่แพงจะนำมารังสรรค์เป็นเมนูสุขภาพให้อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการได้แค่ไหน
จะใช้เครื่องปรุงอย่างไร ถ้าใช้มากเกินไปงบอาจบานปลาย กลายเป็นศึกที่ต้องตัดสินกันทั้ง ความอร่อย ความคุ้มค่า และสุขภาพ

งานนี้ 3 เชฟฝีมือดีพร้อมลงสนาม ได้แก่ เชฟแมน สราวุธ จาก MasterChef The Professionals Thailand, เชฟแบงค์ เจตะสานนท์  จาก MasterChef Thailand Season 2  และเชฟตู่ แสงเทียน แชมป์จากรายการ  Hell’s Kitchen Thailand Season 2  ต่างต้องงัดประสบการณ์และไอเดียมาสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบราคาประหยัด โดยมีโจทย์สำคัญคือ ลดการปรุง
แต่ยังต้องอร่อย ได้ประโยชน์ และตอบโจทย์อาหารเพื่อสุขภาพ

ด้านคณะกรรมการร่วมตัดสิน นำโดย หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นักชิม และ นักวิจารณ์อาหาร ผู้รอบรู้เรื่องวัตถุดิบ คุณสุพัฒนุช สอนดำริห์  ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อาจารย์แววตา  เอกชาวนา นักโภชนาการ และ นักกำหนดอาหารอิสระ พร้อมด้วย เชฟอ๊อฟ ณัฐวุฒิ มาร่วมวัดฝีมือและตัดสินว่า เมนูของใครจะสามารถเปลี่ยนวัตุดิบราคาประหยัดให้กลายเป็นจานสุขภาพที่ทั้งอร่อยและคุ้มค่าได้ดีที่สุด

มาร่วมลุ้นไปพร้อมกันว่า เงิน 30 บาท จะสร้างสรรค์เมนูสุขภาพได้แค่ไหน และเชฟคนใดจะบริหารงบได้คุ้มที่สุด คว้าใจกรรมการ ติดตามความสนุกและสาระดี ๆ  ได้ในรายการ “รสแลกเงิน” วันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้  เวลา 18.00 น. ทางช่อง 7HD
กด 35  และรับชมย้อนหลังได้ทาง  NETFLIX

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ http://www.ch7.com   

หมดปัญหาการหาข้อมูลหนังไทย! สมาพันธ์ฯ แถลงเปิดตัว ‘Thai Content Hub (TCH)’ คลังข้อมูลภาพยนตร์ไทยดันอุตสาหกรรมสู่เวทีโลก

9 กันยายน 2569 เวลา 12:35 น.

เคยมั้ย? อยากรู้ว่าใครกำกับเรื่องนี้ คนเขียนบทคือใคร หรือหนังทำเงินไปเท่าไหร่ หรือในแต่ละปีจะมีหนังเรื่องอะไรบ้าง แต่ต้องเปิดสิบแท็บหาข้อมูลที่กระจัดกระจายจนปวดหัว ปัญหานี้กำลังจะหมดไปเมื่อ สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ร่วมมือกับ ฮอลลีวู้ด (ไทยแลนด์) โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศเปิดตัว “Thai Content Hub (TCH)” (www.thaicontenthub.com) แพลตฟอร์มศูนย์กลางข้อมูลอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเต็มรูปแบบ พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานโดย เน็คท์ เบ็ทเตอร์ ณ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท

Thai Content Hub ออกแบบมาเพื่อเป็นจุดนัดพบสำคัญของคนรักหนัง นักลงทุน และคนทำงานเบื้องหน้าเบื้องหลัง โดยแก้โจทย์ใหญ่ของวงการด้วยฟังก์ชันหลัก

1.ศูนย์รวมทุกเครดิตอย่างแม่นยำ: คลังรายชื่อภาพยนตร์ ทีมงาน นักแสดง และโปรดักชัน เพื่อให้คนทำหนังไทยทุกคนมีตัวตนและได้รับเครดิตอย่างเป็นทางการ

2.เช็ก Box Office ประจำสัปดาห์ ช่วยให้ผู้ประกอบการใช้วิเคราะห์ทิศทางตลาดและวางแผนลงทุนได้แม่นยำขึ้น

3.ออกแบบระบบไว้รองรับการต่อยอดในอนาคต

แพลตฟอร์มพร้อมเปิดให้เข้าใช้งานเต็มรูปแบบในวันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

#ThaiContentHub #ThaiFilm #หนังไทย

#สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ

#กรมส่งเสริมวัฒนธรรม #กระทรวงวัฒนธรรม 

‘หลิงหลิง – โทมัส – ซี’แท็กทีมบินลัดฟ้าสู่นิวยอร์ก เช็กอินแฟชั่นโชว์ใหญ่ Calvin Klein Spring 27

9 กันยายน 2569 เวลา 12:27 น.

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่แฟนคลับรอติดตามกันอย่างคึกคัก เมื่อ 3 นักแสดงรุ่นใหม่สุดฮอต หลิงหลิง คอง (@linglingkwong), โทมัส ธีรทัศน์ (@thomaschungmanirat) และ ซี ทวินันท์ (@sea_tawinan) แท็กทีมเผยลุคสุดเท่ก่อนออกเดินทางสู่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมชมแฟชั่นโชว์ระดับโลก Calvin Klein Collection Spring 27 Runway Show ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 02.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของทั้งสามคนที่ได้เข้าร่วมชมโชว์กับทาง Calvin Klein  

สนามบินอุ่นหนาฝาคลั่งด้วยลุคเดินทางสไตล์มินิมอลแต่ทรงพลัง โดยทั้งสามมาในชุดจากคอลเลกชัน Calvin Klein Fall 2026 ชูความโดดเด่นด้วยกางเกงยีนส์ไอคอนิกที่คัตติ้งเป๊ะ รับกับรูปร่างและดึงสไตล์เฉพาะตัวของแต่ละคนออกมาได้อย่างลงตัว ถ่ายทอดดีเอ็นเอความเรียบหรูและสตรีทแฟชั่นที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในแบบฉบับของ Calvin Klein ได้อย่างชัดเจน

งานนี้แฟนๆ เตรียมปักหมุดรอชมลุคชมโชว์สุดปังของทั้งสามคน และติดตามความเคลื่อนไหวตลอดทริปนิวยอร์กแฟชั่นวีคครั้งนี้กันได้เลย

#CalvinKlein #linglingkwong #thomaschungmanirat #sea_tawinan

ช็อตประทับใจ! ‘มาช่า’ โพสต์คลิปหวนพบ ‘อัสนี-วสันต์’ หลังบ้าน-เกาะขอบเวทีเชียร์คอนเสิร์ตใหญ่

9 กันยายน 2569 เวลา 11:48 น.

งานนี้ทำเอาแฟนเพลงยุค 90 ยิ้มตามกันแถว เมื่อนักร้องสาวระดับตำนาน มาช่า วัฒนพานิช ได้โพสต์คลิปประทับใจลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว (@marshairis) เผยโมเมนต์สุดอบอุ่นในการเดินทางไปร่วมชมคอนเสิร์ตใหญ่ของตำนานร็อกมือขวา อัสนี-วสันต์

ภายในคลิปเผยให้เห็นบรรยากาศความน่ารักตั้งแต่หลังเวที โดย ‘มาช่า’ในชุดแจ็กเก็ตสีแดงสุดเท่ได้เข้าไปทักทาย สวมกอด และจับมือพูดคุยอย่างสนิทสนมกับทั้ง ป้อม-อัสนี โชติกุล และ โต๊ะ- อัสวสันต์ โชติกุล รวมถึงถ่ายภาพร่วมเฟรมกันในห้องแต่งตัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและมิตรภาพที่ยาวนาน

นอกจากโมเมนต์หลังเวทีแล้ว มาช่ายังลงไปร่วมจอยความสนุกในโซนที่นั่งชมคอนเสิร์ต ยืนโยกตามจังหวะเพลงอย่างอารมณ์ดี และส่งสัญญาณมือ “รักนะ” (I Love You) ขึ้นไปให้กำลังใจบนเวที ขณะที่บนจอ LED ขนาดใหญ่ภายในฮอลล์ก็ขึ้นภาพของเธอขณะร่วมชมคอนเสิร์ต สร้างความประทับใจให้แฟนๆ ทั่วทั้งงาน มาช่า ได้ลงแคปชันระบุไว้ว่า “จะไม่มีวันลืม moment นี้เลย รักพี่ป้อม-พี่โต้ง มากๆครับ #อัสนีวสันต์” ซึ่งก็มีเหล่าคนบันเทิง อาทิ สินจัย เปล่งพานิช พร้อมด้วยแฟนคลับเข้ามาชื่นชมในมิตรภาพอันงดงาม และเข้ามากดไลก์ให้กับความน่ารักของโมเมนต์นี้กันอย่างล้นหลาม

‘เวียง นฤมล’ เปิดกล่องความทรงจำ ผ่าน 10 บทเพลงสำคัญที่พาเรามาพบกัน

9 กันยายน 2569 เวลา 10:52 น.

มีเพลงบางเพลงที่เมื่อได้ยินขึ้นมาเมื่อไร ก็พาเรากลับไปยังช่วงเวลาที่เคยมีความหมาย และสำหรับแฟนเพลงของ “เวียง นฤมล” บางบทเพลงก็เป็นมากกว่าความไพเราะ เพราะคือจุดเริ่มต้นของการได้รู้จักศิลปินคนนี้

“Remember เวียง – จำได้ไหม… เพลงที่ทำให้เรารู้จักกัน” (Live Session) จึงเกิดขึ้นจากเรื่องราวของแฟนๆ ที่เข้ามาบอกเล่าว่า พวกเขาเริ่มรู้จักและติดตามเวียงจากเพลงไหน ก่อนที่เวียงจะหยิบเรื่องราวเหล่านั้นมาคัดเลือกด้วยตัวเอง จนกลายเป็น 10 เพลงที่อยู่ในความทรงจำของทั้งเวียงและแฟนเพลงทั้งเพลงของเวียงและบทเพลง Cover ในเวอร์ชั่นที่แฟนๆ ชื่นชอบ ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นการฟังต่อเนื่อง อาทิ “ฝันของอ้ายมีไผเป็นนางเอก , หมั้นบ่มีมื้อแต่ง , ฮักบ่ได้แต่ลืมอ้ายบ่ลง , ลบเบอร์ลบใจ , น้องเสียอ้ายไปหรือยัง และ ของอ้ายหรือของถิ่ม เป็นต้น รวมถึงอีกหลายบทเพลงที่ผูกพันกับเสียงของเวียง ให้ความรู้สึกราวกับมีเธอมาร้องเพลงอยู่เป็นเพื่อน พร้อมชวนทุกคนกลับไปสัมผัสบรรยากาศในวันที่เสียงของเธอเดินทางเข้ามาในชีวิตเป็นครั้งแรก และย้อนกลับไปหาความรู้สึกในวันนั้นอีกครั้งว่า เราเริ่มรู้จักกันจากเพลงอะไร จากวันแรกที่ได้รู้จักกันผ่านบทเพลง จนเดินทางมาถึงวันนี้ “Remember เวียง” จึงเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่อยากชวนทุกคนกลับมามองเส้นทางที่ผ่านมา และเก็บเกี่ยวทุกความรู้สึกดีๆ เอาไว้ ก่อนจะก้าวไปสู่เรื่องราวบทใหม่ของ “เวียง นฤมล” ที่กำลังจะเกิดขึ้น กับอัลบั้มใหม่ที่กำลังจะมาถึง พร้อมสีสันและมุมใหม่ๆ ที่เธออาจยังไม่เคยเผยให้ทุกคนได้เห็น

รับชมและรับฟัง “Remember เวียง – จำได้ไหม… เพลงที่ทำให้เรารู้จักกัน” (Live Session) ได้แล้วที่ YouTube Grammy Gold Official Remember เวียง – จำได้ไหม… เพลงที่ทำให้เรารู้จักกัน” (Live Session)

พีพี กฤษฏ์, หยิ่น–วอร์, ต้าเหนิง นำทัพศิลปิน–คนดัง ฉลองความสำเร็จ 1 ปี ‘เซ็นทรัล พาร์ค’

9 กันยายน 2569 เวลา 10:45 น.

ฉลองความสำเร็จครบรอบ 1 ปีอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ “เซ็นทรัล พาร์ค” หลังสร้างสีสันให้กรุงเทพฯ ในฐานะ Global Lifestyle Destination ที่มีผู้มาใช้บริการกว่า 25 ล้าน Visits ในปีแรก โดยกว่า 10 ล้าน Visits มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ล่าสุดเดินหน้าสู่บทต่อไป “Bangkok’s World Stage” พร้อมเนรมิตพื้นที่ใจกลางเมืองให้กลายเป็นค่ำคืนแห่ง Art, Fashion, Food, Music และ Entertainment ในงาน “CENTRAL PARK 1ST ANNIVERSARY CELEBRATE PEOPLE OF CENTRAL PARK: THE REUNION” เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569

ค่ำคืนพิเศษครั้งนี้รวมตัวศิลปิน นักแสดง และคนดัง นำโดย พีพี กฤษฏ์, ต้าเหนิง กัญญาวีร์ พร้อมด้วย นิว ชยภัค, หยิ่น-วอร์, จูเนียร์-มาร์ค, FAVIQ, WIM, วินเนอร์ ธนทัต, NJ-Chok (เอ็นเจ – โชค), เบนซ์ ข้าวขวัญ, ศิลปินจาก TPN Global, ศิลปินจาก SONRAY MUSIC และอีกมากมาย มาร่วมสร้างโมเมนต์พิเศษไปพร้อมกับลูกค้า แฟนๆ และคอมมูนิตี้คนเมือง สะท้อน Character ของเซ็นทรัล พาร์ค ที่เติบโตไปพร้อมกับผู้คนและเมือง และเป็นพื้นที่ที่มีสิ่งใหม่ให้ค้นพบอยู่เสมอ

บรรยากาศตลอดค่ำคืนเต็มไปด้วย Energy จากแฟนคลับและผู้ร่วมงาน โดยแต่ละพื้นที่ของเซ็นทรัล พาร์ค ถูกเติมด้วย Music, Art, Fashion และ Lifestyle Experiences ที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งศูนย์ สะท้อนแนวคิด People-led Cultural Stage ที่ให้ผู้คนและคอมมูนิตี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง Character ของพื้นที่ และสร้างโมเมนต์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ

Global First ครั้งใหม่! “AH!Q” ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก ปักหมุดที่ เซ็นทรัล พาร์ค

อีกหนึ่งไฮไลต์ของ Anniversary Celebration คือ Art & Lifestyle Collaboration กับ Alan Hong ศิลปินดีไซเนอร์และ AI Digital Artist จากไต้หวัน เจ้าของคาแรกเตอร์ก้อนเมฆสีขาว “AH!Q” ที่เลือกเซ็นทรัล พาร์ค เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก (1st Time in Asia Pacific) ต่อยอดแนวทาง Global Firsts ของเซ็นทรัล พาร์ค ที่มุ่งนำคอนเซปต์ ศิลปิน และประสบการณ์ใหม่จากทั่วโลกมาสู่กรุงเทพฯ

พร้อมต่อยอดโลกของ AH!Q สู่ไลฟ์สไตล์ผ่าน Exclusive Collaboration Merchandise – Limited Edition ที่ออกแบบพิเศษเฉพาะเซ็นทรัล พาร์ค ทั้ง Umbrella, Tote Bag, Anniversary Cap, Cosmetic Pouch และ Plush Toy

นอกจากนี้ ยังเกิด Collaboration กับแบรนด์ภายในเซ็นทรัล พาร์ค ทั้ง Katsu Midori, Sunnies World, gapple, PASH และ cioccolatitaliani ร่วมสร้างสรรค์เมนูและไอเทมพิเศษในลวดลาย AH!Q ขยายโลกของ Art ไปสู่ Food, Fashion และ Everyday Lifestyle เปลี่ยน Anniversary Celebration ให้เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั่วทั้ง Destination

What’s Next: Bangkok’s World Stage

“The Reunion” สะท้อนภาพของเซ็นทรัล พาร์ค ในวันนี้ พื้นที่ที่ People, Brands, Artists และ Communities เข้ามามีส่วนสร้าง Energy ใหม่ให้เมือง ตั้งแต่ Fashion, Art, Food และ Music ไปจนถึง Sport, Well-being และ Urban Lifestyle

ก้าวต่อไป เซ็นทรัล พาร์ค เดินหน้าภายใต้ทิศทาง “Bangkok’s World Stage” ผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ Global Firsts, Global Culture และ Global Audience นำแบรนด์ คอนเซปต์ และประสบการณ์ใหม่จากทั่วโลกมาสู่กรุงเทพฯ เปิดพื้นที่ให้เกิด Collaboration ระหว่าง Global Creativity กับ Character ของเมือง พร้อมขยายการเข้าถึงนักท่องเที่ยวและผู้คนจากทั่วโลก เพื่อยกระดับเซ็นทรัล พาร์ค สู่ Global Lifestyle Destination ที่มีกรุงเทพฯ เป็นหัวใจสำคัญ

#CentralPattana #CentralPark1stAnniversary​ #CelebratePeopleofCentralParkTheReunion #CentralParkxAlanHong

‘เจี๊ยบ–ลลนา’แชร์รูทีนฮีลใจสายเวลเนส ชวนเปิดโมเมนต์ ‘Pause’เปลี่ยนบ้านเป็นเซฟโซน

9 กันยายน 2569 เวลา 10:41 น.

– เรียกได้ว่าจับบทบาทไหนก็ปังไปหมด! สำหรับ “เจี๊ยบ–ลลนา ก้องธรนินทร์” ที่เป็นทั้งหมอ นักแสดง และคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายไลฟ์สไตล์ ล่าสุดมาร่วมแชร์ทริกดูแลสุขภาพกาย-ใจ ให้เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าใจง่าย ในอีเวนต์ “It’s Time to Pause” พร้อมร่วมเปิดตัวเครื่องทำน้ำอุ่นสัญชาติเยอรมันซีรีส์ใหม่ “X-Series” จากสตีเบล เอลทรอน 

งานนี้จัดเต็มทั้งเรื่องงานและเรื่องหัวใจ! โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่าช่วงนี้อินกับ Self-care หรือการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น แม้ในวันที่ต้องทำงานหนักและมีเวลาจำกัด จึงสร้างช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการให้สมองได้หยุดพัก ผ่านรูทีนง่ายๆ อย่างการอาบน้ำอุ่น 5–10 นาที วางโทรศัพท์ ปล่อยใจให้เงียบ เพื่อรีเซ็ตพลังกายและใจให้พร้อมลุยต่อในวันรุ่งขึ้นพร้อมกันนี้ยังแชร์เคล็ดลับความรัก 10 ปีกับหวานใจ “เดียร์-บุษรา” ที่ยึดหลักการทำให้บ้านเป็นพื้นที่สบายใจ โดยเฉพาะมุมห้องน้ำในบ้านที่ต้องยกเป็นอีกหนึ่งมุมรีเซ็ตความเหนื่อยล้าในทุกๆ วัน

โดยเจี๊ยบ–ลลนา เปิดเผยว่า “สิ่งที่เรียนรู้ตลอด 10 ปี คือการไม่นำความเหนื่อยข้างนอกมาลงกับคนที่บ้าน วันไหนเครียดเราจะให้เวลาตัวเองมีโมเมนต์ Pause หยุดทุกความวุ่นวายและอยู่กับตัวเอง ส่วนตัวใช้วิธีอาบน้ำอุ่น ๆ สร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย ปรับแสงนุ่ม ๆ หรือเปิดเพลงโปรดแค่นี้ก็เปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาฮีลใจพิเศษได้แล้ว การดูแลคนสำคัญไม่จำเป็นต้องเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ แค่ทำบ้านให้เขากลับมาแล้วสบายใจ รู้ว่าเมื่อไรควรอยู่ข้างกัน และเมื่อไรควรให้สเปซกันแค่นี้บ้านก็กลายเป็นเซฟโซน และทำให้ความสัมพันธ์ของเราฟีลกู้ดขึ้นทุกวัน”

สำหรับใครที่อยากสร้างโมเมนต์ Pause หยุดความวุ่นวายแล้วผ่อนคลายกับรูทีนประจำวัน “X-Series” เครื่องทำน้ำอุ่นซีรีส์ใหม่จากสตีเบล เอลทรอน เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับไลฟ์สไตล์เวลเนสลิฟวิ่ง ด้วยฟังก์ชันครบครัน และดีไซน์ที่กลมกลืนกับห้องน้ำหลากหลายสไตล์ ทั้งรุ่น AQX เครื่องทำน้ำอุ่นสีขาวสะอาดตา พร้อมหัวฝักบัว 5-in-1 ราวเลื่อนปรับระดับ และสายฝักบัวไนลอนถักแบบ Anti-Twist ราคา 3,290 บาท สำหรับขนาด 3,500 วัตต์ และ 3,490 บาท สำหรับขนาด 4,500 วัตต์ และ WSX เครื่องทำน้ำอุ่นสุดพรีเมียมที่มาพร้อมชุดราวเลื่อนและที่ยึดฝักบัวที่สามารถปรับระดับได้อย่างลื่นไหล รวมถึงปุ่มควบคุม หัวฝักบัว และสายฝักบัวเฉดสีไทเทเนียม ราคา 3,890 บาท สำหรับขนาด 3,500 วัตต์ และ 4,090 บาท สำหรับขนาด 4,500 วัตต์

ติดตามรายละเอียด กิจกรรม และโปรโมชันล่าสุดได้ทาง Facebook: STIEBEL ELTRON Thailand https://www.facebook.com/StiebelEltronTH

#StiebelEltronThailand #XSeries #ItsTimeToPause