เปิดโปรไฟล์ ทราย สก๊อต ทายาทสิงห์ หัวใจรักท้องทะเล

เปิดโปรไฟล์ ทราย สก๊อต ทายาทสิงห์ หัวใจรักท้องทะเล

เปิดโปรไฟล์ ทราย สก๊อต ทายาทสิงห์ หัวใจรักท้องทะเล

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.07 น.

ในแวดวงนักอนุรักษ์รุ่นใหม่ ชื่อของ ทราย สก๊อต หรือ สิรณัฐ สก๊อต กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพียงเพราะนามสกุลดังที่พ่วงท้ายมาในฐานะทายาทตระกูลมหาเศรษฐี แต่เป็นเพราะวีรกรรมและการอุทิศตนเพื่อท้องทะเลไทยที่ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง จนได้รับฉายาว่า อควาแมนเมืองไทย ชายหนุ่มผู้ใช้ร่างกายและจิตวิญญาณในการขับเคลื่อนงานสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ เจ้าตัวได้รับความสนใจอย่างหนักบนโลกโซเชียลอีกครั้ง จากคลิปวิดีโอที่เขาร่ำไห้ระบายความในใจถึงเรื่องราววัยเด็กและความกดดันจากการเป็นทายาทตระกูลดัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภายใต้ภาพลักษณ์หนุ่มแกร่งที่ว่ายน้ำข้ามทะเล เขายังมีบาดแผลและตัวตนที่ต้องการการยอมรับในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่ นามสกุล ที่แบกไว้ นอกจากนี้เจ้าตัวยังมีประเด็นการถูกจ่อฟ้องร้องเรื่องบ้านริมทะเล มรดก 1,000 ล้าน ที่กำลังเป็นคดีความกันอยู่

ซึ่งในวันนี้ ทีมงานแนวหน้าออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับตัวตนและเส้นทางชีวิตของ สิรณัฐ สก๊อต ชายหนุ่มคนนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกันครับ

ทราย สก๊อต

สิรณัฐ สก๊อต ชื่อเล่น ทราย หรือที่ใครหลายคนมักคุ้นหูในชื่อเรียก ทราย สก๊อต เป็นหนุ่มลูกครึ่งไทย-สกอตแลนด์ ปัจจุบันอยู่ในวัย 30 ปี เขาคือทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูล ภิรมย์ภักดี โดยเป็นบุตรชายของ คุณจีรานุช ภิรมย์ภักดี และมีศักดิ์เป็นหลานตาของ คุณจำนงค์ ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และมีพี่ชาย 1 คน นั่นก็คือ สุนิษฐ์ สก็อต ชื่อเล่น พาย

แม้ ทราย สก๊อต จะเติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจระดับประเทศ แต่ทรายเลือกเดินบนเส้นทางที่แตกต่าง เขาจบการศึกษาปริญญาตรีด้านแอนิเมชันจาก California Institute of the Arts (CalArts) สหรัฐอเมริกา สถาบันศิลปะชั้นนำของโลก ซึ่งทักษะด้านการเล่าเรื่องผ่านภาพนี้เองที่กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารเรื่องการอนุรักษ์ในเวลาต่อมา ความสนใจในด้านการอนุรักษ์ทะเลของทรายเริ่มต้นขึ้นเมื่อตอนเขาอายุ 20 ปี หลังจากกลับมาจากต่างประเทศในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 เขาตัดสินใจริเริ่มโครงการ Sea You Strong ด้วยเงินทุนส่วนตัว โดยเริ่มต้นจากการลงพื้นที่เก็บขยะในชายหาดเล็กๆ และขยับขยายไปสู่การดึงมวลชนในพื้นที่ จ.กระบี่ เข้ามามีส่วนร่วม จนสามารถรวบรวมอาสาสมัครได้นับร้อยคนในเวลาอันสั้น

ทราย สก๊อต

และภาพจำที่ทุกคนมักจดจำเขาได้ชัดเจนที่สุดของ ทราย สก๊อต คือการเป็น มนุษย์เงือก เขาเคยสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกโซเชียลด้วยการตัดสินใจว่ายน้ำข้ามทะเลตัวเปล่า จากหาดอ่าวนางไปยังเกาะปอดะและว่ายกลับ รวมระยะทางเกือบ 30 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมง จนได้รับฉากยาจากผู้คนบนโลกโซเชียลว่า อควาแมนเมืองไทย ภารกิจนี้ไม่ใช่การท้าทายขีดจำกัดของร่างกายเพื่อความสนุก แต่เพื่อพิสูจน์ความรักที่มีต่อท้องทะเลไทยและกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงวิกฤตสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เขายังเคยสวมบทบาทมนุษย์เงือกในหนังสั้นเรื่อง Merman ซึ่งเป็นผลงานที่เขาใช้ความรู้ด้านแอนิเมชันและการสื่อสารสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อตีแผ่ปัญหาขยะใต้ทะเลและความงามที่กำลังจะสูญหายไป

บทบาทของทรายไม่ได้หยุดอยู่แค่การปฏิบัติภารกิจส่วนตัว เขาเคยได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2567 แม้ภายหลังจะมีประเด็นเรื่องการพ้นจากตำแหน่งที่กลายเป็นดราม่า แต่ในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ ทรายคือกระบอกเสียงสำคัญที่ออกมาเรียกร้องสิทธิ สวัสดิการ และประกันชีวิตให้กับเจ้าหน้าที่และลูกจ้างชั่วคราวของอุทยานฯ ที่ทำงานเสี่ยงอันตรายแต่ได้รับค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม

ทราย สก๊อต

นอกจากนี้ เขายังได้รับคำชมในเรื่องความกล้าหาญจากเหตุการณ์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่กำลังจะจมน้ำที่เกาะห้อง จนได้รับฉายาฮีโร่ และการยืนหยัดเผชิญหน้ากับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีพฤติกรรมเหยียดสีผิวและไม่เคารพคนไทยบนเรือท่องเที่ยว โดยเขาย้ำชัดว่า แม้เขาจะเป็นนักท่องเที่ยว แต่ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิทธิ์เหยียดคนไทย

ทราย สก๊อต จึงเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ใช้เพียงชื่อเสียงหรือต้นทุนทางสังคมในการใช้ชีวิตไปวัน ๆ แต่เขาเลือกที่จะเปลี่ยนต้นทุนเหล่านั้นให้กลายเป็นพลังในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและศักดิ์ศรีของเพื่อนร่วมชาติอย่างแท้จริง

ทราย สก๊อต
ทราย สก๊อต
ทราย สก๊อต

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก ทราย – Merman Ψ , อินสตาแกรม psiscott

ยังไม่หมดแค่นี้! ทราย สก๊อต ขู่เปิดคลิปเสียงแฉญาติทุกคน

ยังไม่หมดแค่นี้! ทราย สก๊อต ขู่เปิดคลิปเสียงแฉญาติทุกคน

ยังไม่หมดแค่นี้! ทราย สก๊อต ขู่เปิดคลิปเสียงแฉญาติทุกคน

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.44 น.

13 พฤษภาคม 2569 ดราม่าระหว่าง “ทราย สก๊อต” และ “พาย สุนิษฐ์ สก๊อต” ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง และกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างหนักบนโลกออนไลน์ หลังจากก่อนหน้านี้ “ทราย สก๊อต” ได้ออกมาเผยแพร่คลิปเสียง ซึ่งอ้างว่าเป็นบทสนทนาระหว่างตนเองกับพี่ชาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานตอบโต้ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ล่าสุด ทราย สก๊อต ก็ได้โพสต์สตอรี่ผ่านอินสตาแกรมระบุว่า “ผมยังมีคลิปเสียงและแคปหน้าจอของญาติๆ น้าๆ ป้าๆ คนอื่นๆ ผมเก็บมาไว้หมด.. จะหยุดมั้ย? ตั้งแต่เด็กผมไม่เคยไว้ใจคุณเลย ผมเก็บมาตลอด”

ใบเตย อาร์สยาม ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล ทำไอจีแทบแตก

ใบเตย อาร์สยาม ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล ทำไอจีแทบแตก

ใบเตย อาร์สยาม ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล ทำไอจีแทบแตก

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.21 น.

13 พฤษภาคม 2569 ทำเอาอินสตาแกรมแทบลุกเป็นไฟ เมื่อ “ใบเตย อาร์สยาม” ออกมาแจกความสดใสปนความเซ็กซี่เบาๆ ผ่านภาพเซ็ตล่าสุดริมทะเล ที่เจ้าตัวมาในลุคบิกินี่ตัวจิ๋ว อวดหุ่นสุดเป๊ะท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินสุดโรแมนติก พร้อมเขียนแคปชั่นไว้ว่า “สบายๆ ไม่เบื่อไม่เหงา ทะเลของเรา ท้องฟ้าของเรา #ใบเตยอาร์สยาม”

หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างล้นหลาม

พาย สุนิษฐ์ แจงปมแล้ว โต้กลับ ทราย สก๊อต ยันไม่เคยล่วงละเมิดน้องชาย

พาย สุนิษฐ์ แจงปมแล้ว โต้กลับ ทราย สก๊อต ยันไม่เคยล่วงละเมิดน้องชาย

พาย สุนิษฐ์ แจงปมแล้ว โต้กลับ ทราย สก๊อต ยันไม่เคยล่วงละเมิดน้องชาย

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.24 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตา หลังจาก “ทราย สก๊อต” ออกมาเผยเรื่องราวชีวิตสุดเจ็บปวดผ่านคลิปเปิดใจทั้งน้ำตา โดยระบุว่าตนเองเคยถูกพี่ชายล่วงละเมิดในวัยเด็ก พร้อมพูดถึงปัญหาภายในครอบครัวที่สะสมมายาวนาน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ และหลายคนต่างรอฟังคำชี้แจงจากอีกฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : แชร์สนั่น! ทราย สก๊อต ปล่อยโฮ แฉโดนล่วงละเมิด แถมแม่ฟ้องร้องเรียกคืนสมบัติ

       ล่าสุด “พาย สุนิษฐ์ สก๊อต” ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันหนักแน่นว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดไม่เป็นความจริง และไม่เคยเกิดขึ้น พร้อมเผยว่าการออกมาพูดครั้งนี้ เพราะต้องการปกป้องครอบครัว รวมถึงลูกที่กำลังจะลืมตาดูโลก

       พายระบุว่า ตนเองเสียใจอย่างมากที่น้องชายเข้าใจว่าตนทำเรื่องแบบนั้น พร้อมยืนยันว่าทั้งครอบครัว เพื่อน และคนใกล้ชิดต่างรู้ดีว่าเขาไม่มีทางกระทำเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจและไม่เคยมีเจตนาเช่นนั้น โดยเฉพาะกับน้องแท้ๆ ของตัวเอง

       นอกจากนี้ยังชี้แจงถึงประเด็นคลิปเสียงที่ถูกพูดถึงว่า เป็นเพียงการพูดคุยย้อนถึงเหตุการณ์ในวัยเด็ก ซึ่งยอมรับว่าเคยมีการทะเลาะหรือกลั่นแกล้งกันตามประสาพี่น้อง และอาจมีพฤติกรรมรุนแรงเพราะยังเป็นเด็ก ไม่รู้ว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม พร้อมเผยว่าได้ขอโทษน้องชายไปแล้วหลายครั้ง

       พายยังเล่าว่า ช่วงที่เติบโตเป็นวัยรุ่น เขาและน้องชายแทบไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เพราะตนไปเรียนโรงเรียนประจำที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่เด็กจนจบมหาวิทยาลัย การพบกันส่วนใหญ่เกิดขึ้นเฉพาะช่วงวันหยุดเท่านั้น

       ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่าครอบครัวเพิกเฉยต่อปัญหา พายยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยระบุว่าญาติผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดพยายามยื่นมือช่วยเหลือหลายครั้ง รวมถึงพาไปพบแพทย์ แต่ติดต่อกับน้องได้ยาก เพราะถูกบล็อกช่องทางการสื่อสาร พร้อมย้ำว่าหากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ครอบครัวไม่มีทางนิ่งเฉยแน่นอน

       สำหรับประเด็นทรัพย์สินและบ้านพักที่หัวหิน พายอธิบายว่า บ้านดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของคุณตา ก่อนจะตกทอดมาถึงคุณแม่ และต่อมายกให้ตนกับน้องชายร่วมกัน แต่เกิดปัญหาเรื่องการทำลายทรัพย์สินและการพาคนนอกเข้ามาในพื้นที่ จนกลายเป็นชนวนความขัดแย้งเพิ่มเติม

       ทั้งนี้ พายยอมรับว่าการออกมาพูดเรื่องครอบครัวต่อสาธารณะเป็นสิ่งที่สะเทือนใจ และไม่ต้องการให้เกิดขึ้น เพราะไม่ส่งผลดีต่อใคร โดยเฉพาะตัวน้องชายเอง ก่อนทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

‘มาริโอตามาญโญ’ นายช่างฝรั่งผู้ร่วมสร้างแผ่นดินสยาม

‘มาริโอตามาญโญ’ นายช่างฝรั่งผู้ร่วมสร้างแผ่นดินสยาม

‘มาริโอตามาญโญ’ นายช่างฝรั่งผู้ร่วมสร้างแผ่นดินสยาม

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บรรทัดฐานความอารยะของโลกเริ่มพลิกผันตั้งแต่ปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่3

ความศิวิไลซ์ ที่โลกแถบเอเชียเคยใช้ “จีน” เป็นมาตรฐาน  เริ่มเปลี่ยนไป  เมื่อจีนเสื่อมซาอำนาจลง “ยุโรป” ก็เข้ามาแทนที่  นั่นทำให้ “สยาม” ต้องปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ เพราะเคยใช้ธรรมเนียมจีนและศิลปะจีน นำเสนอ “ความทันสมัย”, “ความเจริญ” และ “ความมั่งคั่ง” มาโดยตลอดเข้าสู่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ถึงกลับต้องรื้อตำหนักแบบจีนในพระบรมมหาราชวังลง และทรงเนรมิตหมู่ “พระอภิเนาว์นิเวศน์” ซึ่งเป็นตึกแบบฝรั่งขึ้นในพื้นที่ของพระบรมมหาราชวังเพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง

จากที่ไม่เคยถ่ายรูป สยามก็ต้องถ่ายรูป  เริ่มโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มิทรงเกรงกลัว “วิญญาณ” จะสับสน ระหว่างตัวจริงกับภาพถ่าย  ระหว่างตัวจริงกับรูปเหมือน ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้น รูปหล่อ หรือรูปแกะสลักก็ตาม  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ฉายพระรูปพระองค์ท่านได้ หล่อหรือปั้นรูปพระองค์ท่านได้ และส่งไปยังประมุขของประเทศต่างๆในยุโรปโดยเฉพาะ“เกร้ทบิเตน”หรือ“สหราชอาณาจักร”         

ครั้นถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  เป็นยุคสมัยที่ชาวยุโรปชาติต่างๆ เดินกันเกลื่อนพระนคร การปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์กรุงเทพฯ ครั้งสำคัญจึงเริ่มต้นขึ้น

 นั่นเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่พระองค์ท่าน ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่สวนที่นาจากชาวบ้าน นอก “คลองผดุงกรุงเกษม” เพื่อขยายความเจริญของเมือง ด้วยการสร้าง “วังสวนดุสิต” ขึ้น เป็นที่ประทับใหม่  เนื่องจากพระองค์ทรงแพ้อากาศในพระบรมมหาราชวังซึ่งอบอ้าวและหมู่พระที่นั่งต่างๆที่สร้างเพิ่มเติมก็เริ่มแออัดการวางผังเมืองการกำหนดภูมิทัศน์แบบ“สยามอารยะ”จึงเริ่มขึ้นอย่างจริงจัง

“ตึกฝรั่ง” ที่เป็น “ฝรั่งแท้”  มิใช้ตึกฝรั่งที่ช่างจีนสร้างอย่างแผ่นดินของพระบรมชนกนาถจึงเกิดขึ้น โดยเริ่มที่“วังสวนดุสิต”

ภายหลังในหลวง ร.5 เสด็จประพาสยุโรปในปี พ.ศ.2440 ความงดงามของถนนหนทาง บ้านเมือง อาคาร สถานที่ รูปปั้น น้ำพุ งานศิลปกรรม เป็นเสน่ห์ให้ในหลวง ร.5 ตัดสินพระทัยให้ว่าจ้างสถาปนิกชาวอิตาเลียนเข้ามาทำราชการในราชสำนัก เพื่อออกแบบกรุงเทพฯให้สง่างามตระการตาเฉกเช่นเมืองใหญ่ในยุโรปการสรรหา “สถาปนิก” หรือ “ช่างฝรั่ง” เข้ามาออกแบบ ควบคุมการก่อสร้าง และตกแต่ง จึงเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ
“มาริโอ ตามาญโญ” นายช่างฝรั่งจากอิตาลี ก็เป็นคนหนึ่งที่ถูก “นำเข้า” เพื่อเปลี่ยนภายภาพของกรุงเทพมหานครให้ “อารยะ” ด้วยมาตรฐานบ้านเมืองแบบยุโรป  เขาเป็ฯใคร ทำอะไรไว้บ้างบนแผ่นดินสยามมาทำความรู้จักไปด้วยกัน

มาริโอ ตามาญโญ เกิดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 1877 แม้จะไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับสภาพครอบครัวในวัยเด็กของเขา  แต่ประวัติของเขาเริ่มปรากฏชัดและโดดเด่นมากในช่วงวัยหนุ่ม

มาริโอ ตามาญโญ ได้เข้าศึกษาด้าน “สถาปัตยกรรมศาสตร์” ที่สถาบันศิลปะอัลแบร์ตีนในเมืองตูรินและเป็น“นักเรียนดีเด่น”ที่ได้รับรางวัลและทุนการศึกษาหลายครั้งเมื่อสำเร็จการศึกษา เขาได้เป็นอาจารย์สอนรายวิชาทัศนียภาพวิทยาที่วิทยาลัยเทคนิคตูรินซึ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงวิชาชีพ

เขาเป็นอาจารย์ในสถาบันแห่งนี้ โดยได้ศึกษาวิชาขั้นสูงไปในเวลาเดียวกันด้วย พร้อม ๆ กับทำงานในสำนักงานสถาปนิกของนายคาร์โลเซปปี(CarloCeppi) ที่ตูริน

ในปี พ.ศ. 2442 รัฐบาลสยามต้องการว่าจ้างสถาปนิกชาวอิตาเลียนเข้ารับราชการในกรมโยธาธิการ เพื่อดูแลการออกแบบก่อสร้างอาคารต่าง ๆ โดยเฉพาะในบริเวณพระราชวังดุสิต นายอัลเลกรี นายช่างเอกประจำกรมโยธาธิการได้ติดต่อมายังนายเชปปิ ซึ่งได้แนะนำนายตามาญโญให้รับตำแหน่งดังกล่าว

คาร์โล อัลเลกรี (Carlo Allegri) เป็นชาวอิตาเลียนที่เข้ามาทำงานในราชสำนักสยามในสมัยรัชกาลที่ 5-6  บทบาทสำคัญของเขา คือ เป็นวิศวกรและสถาปนิกที่มีบทบาทสำคัญในการออกแบบและก่อสร้างพระราชวัง อาคารสถานที่ และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในสยามยุคนั้น 

เมื่อได้รับการติดต่อจากอัลเกรลี  “คาร์โล เซปปี” จึงแนะนำ “มาริโอ ตามาญโญ”  ให้เดินทางมาทำงานยัง “สยามประเทศ” ดินแดนในซีกโลกตะวันออกที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
ในปี ค.ศ. 1900 ตามาญโญเดินทางมายังสยามด้วยเรือโคนิก อัลเบิร์ต ของเยอรมนี และได้เซ็นสัญญาเป็นสถาปนิกในสังกัดกรมโยธาธิการยาวนานถึง25ปีเมื่อเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ได้ไม่นาน งานแรกที่เขาได้รับ คือ การก่อสร้างสะพานมัฆวานรังสรรค์ ที่ทำจากหินอ่อนและเหล็กดัด จากนั้นจึงได้รับมอบหมายให้ออกแบบพระที่นั่งอัมพรสถาน ร่วมกับวิศวกรและสถาปนิกอย่างกอลโล และอัลเลกรี ส่วนการออกแบบภายในเป็นงานของ เซซาเร แฟร์โร ต่อมาเขายังได้ออกแบบท้องพระโรงในพระที่นั่งอภิเษกดุสิต และผังวัดเบญจมบพิตร ซึ่งออกแบบเป็นผังกางเขนแบบโบสถ์คริสต์ ประดับด้วยหินอ่อนอิตาเลียน และปูพื้นด้วยหินแกรนิต

นอกจากผลงานในประเทศแล้ว ตามาญโญยังมีผลงานในต่างประเทศ เช่น ศาลาสยามในงานมหกรรมโลกปี 1904 ที่จัดขึ้นใน เซนต์หลุยส์ ซึ่งได้รับพระดำริจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ และควบคุมดูแลการก่อสร้างโดยเจรินี ช่วงสิบปีแรกในสยามจึงเป็นช่วงเวลาที่เขาผลงานโดดเด่นอย่างมาก

มาริโอ ตามาญโญ ยังมีผลงานสำคัญอย่างซุ้มประตูชัยรับเสด็จในสไตล์จีน ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อต้อนรับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จกลับจากประพาสยุโรปในปี 1907 ใกล้สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ที่ซึ่งในปีเดียวกันนั้นเอง เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าช่างสถาปนิก จากผลงานจำนวนมากในช่วงสิบปีแรก

ผลงานการผสมผสานศิลปะตะวันออกและตะวันตกของตามาญโญมีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ความศิวิไลซ์ในแบบสยาม เป็นสัญลักษณ์การก้าวสู่ความเป็นสากล และแสดงให้ตะวันตกรับรู้ว่าสยามก็มีสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยไม่แพ้กันผลงานสถาปัตยกรรมของนายตามาญโญในช่วงปลายรัชกาลที่ 5-6 มีอยู่มากมาย เช่น

1.พระที่นั่งอนันตสมาคม – เป็นอาคารสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบนีโอเรอเรสซองส์ สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลังจากเมืองคาร์รารา ประเทศอิตาลี โดยมีแรงบันดาลใจมาจากโดม วิหารเซนต์ปีเตอร์ แห่งนครรัฐวาติกัน และโบสถ์เซนต์ปอลแห่งกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ภายในที่มีการตกแต่งด้วยภาพเขียนสีเฟรสโก โดมใหญ่ตรงกลางมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15 เมตร และรวมไปถึงโดมย่อยอีก 6 โดม ปีที่สร้างเสร็จ พ.ศ. 2459
2.พระที่นั่งอภิเศกดุสิต –  เป็นพระที่นั่งไม้ชั้นเดียวที่งดงามภายในพระราชวังดุสิต สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2446 สมัยรัชกาลที่ 5 หลังเสด็จประพาสยุโรป โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ “ขนมปังขิง” (Gingerbread) ผสมศิลปะแบบมัวร์ (Moorish) ฉลุลายไม้สวยงาม เดิมใช้เป็นท้องพระโรงและสถานที่พระราชทานเลี้ยง
3.พระที่นั่งอัมพรสถาน – ที่ประทับในวังสวนดุสิตของในหลวง ร.5 และเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวในปัจจุบันด้วย  เป็นพระตำหนักแบบวิลล่า 3 ชั้น ผังอาคารเป็นรูปตัว H คือมีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 หลังวางขนานกันในแนวทิศเหนือและทิศใต้เชื่อมต่อด้วยอาคารในแนวดิ่งสถาปัตยกรรมแบบอาร์ต นูโว (Art Nouveau) ผสมแขกมัวร์  ผนังภายในอาคารตกแต่งด้วยลายปูนปั้นและการเขียนสีปูนแห้งลายพรรณพฤกษาและปักษา ปีที่สร้างเสร็จ พ.ศ. 2448

4.ตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม เป็นตำหนักรูปแบบสถาปัตยกรรมนีโอ-บารอก โรโกโก ลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ที่ปลายปีกอีกด้านหนึ่งเป็นหอกลม 3 ชั้น ตกแต่งด้วยเสาแบบต่าง ๆ ทั้งเสากลม เสาเหลี่ยม เสาแบน เสาบิดเกลียว หัวเสาประดับด้วยลวดลายปูนปั้น หน้าต่างรูปไข่ล้อมด้วยลายปูนปั้นรูปดอกคัทลียา และหน้าต่างรูปครึ่งวงกลมมีรูปเครือไม้และผลไม้ หลังคาเป็นแบบทรงมังซาร์ด เป็นที่ประทับของราชสกุลบริพัตร ที่ต่อมาถูกคณะราษฎรยึด และปัจจุบัน อยู่ภายในที่ทำการของธนาคารแห่งประเทศไทย  ปีที่สร้างเสร็จ พ.ศ. 2448

5. ตำหนักจิตรลดา ภายในวังปารุสกวัน เป็นอาคารแบบอิตาเลียนวิลล่า สูง 2 ชั้น ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบสติลลิเบอร์ตี้ของอิตาลี มีการออกแบบตกแต่งด้วยลวดลายไม้ฉลุที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะช่องลมเหนือและใต้กรอบประตู-หน้าต่าง กันสาดวงโค้งเหนือบานหน้าต่างชั้นล่าง เชิงชายใต้หลังคา และมีลูกเล่นเจาะช่องผนังเป็นกรอบ ปีที่สร้างเสร็จ พ.ศ. 2448

6. ตำหนักปารุสก์  ภายในวังปารุสกวัน ลักษณะเป็นอาคารแบบอิตาเลียนวิลล่า สูง 2 ชั้น มีการออกแบบตกแต่งด้วยลวดลายไม้ฉลุที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะช่องลมเหนือและใต้กรอบประตู-หน้าต่าง กันสาดวงโค้งเหนือบานหน้าต่างชั้นล่าง เชิงชายใต้หลังคา และมีลูกเล่นเจาะช่องผนังเป็นกรอบ ปีที่สร้างเสร็จพ.ศ.2448

7.สถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) ตัวอาคารส่วนหน้าเชื่อมต่อกับชานชาลาสร้างเป็นอาคารทรงหอคอย 2 ข้าง ก่ออิฐถือปูน ตกแต่งอาคารด้วยลวดลายประดับแบบศิลปะคลาสสิก ปีที่สร้างเสร็จ พ.ศ.2458

8. สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง รูปทรงสถาปัตยกรรมเป็นแบบ Classic Revival เป็นอาคารชั้นเดียวแนวยาวสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนหัวและท้ายอาคารมีมุขยื่นออกมาเป็นรูปครึ่งวงกลม หลังคามุงกระเบื้องว่าวเป็นทรงปั้นหยา ตกแต่งด้วยเสาและลวดลายปูนปั้นแบบสถาปัตยกรรมคลาสสิกปีที่สร้างเสร็จพ.ศ.2458

9.ท้องพระโรงพระที่นั่งเทวราชสภารมย์ วังพญาไท เดิมเป็นพระที่นั่งในสมเด็จพระนางเจ้าเสวาภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ  จึงปรากฏอักษรพระนามาภิไธย สผ ลักษณะท้องพระโรงได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบไบเซนไทน์ มีโดมอยู่ตรงกลางรับด้วยหลังคาโค้งประทุน 4 ด้านบนผนังมีจิตรกรรมรูปคนและลายพรรณพฤกษา ปีที่สร้างเสร็จ พ.ศ.2462

10.บ้านพิษณุโลก รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นและพระราชทานแก่พระยาอนิรุทธเทวา เดิมชื่อบ้านบรรทมสินธุ์ สร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมเวนีเชียนกอธิค ปีที่สร้างเสร็จ พ.ศ.2466

11.บ้านนรสิงห์  (ทำเนียบรัฐบาลในปัจจุบัน) รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นและพระราชทานแก่เจ้าพระยารามราฆพเป็นที่พำนัก สร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมเวนีเชียนกอธิค ปีที่สร้างเสร็จพ.ศ.2468

ถึง พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้จัดราชการกรมโยธาธิการใหม่แยกแผนกช่างก่อสร้างไปรวมอยู่ในกรมสุขาภิบาล4 กระทรวงนครบาลนายตามาญโญจึงย้ายมาสังกัดกรมสุขาภิบาลนับแต่นั้นมาในภายหลังมีการจัดโครงสร้างระบบราชการอีกครั้งหนึ่ง นายตามาญโญจึงย้ายมาประจำที่กองสถาปัตยกรรม กรมนคราทร กระทรวงมหาดไทย จนหมดอายุสัญญาจ้างใน พ.ศ. 2468

เมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้างใน พ.ศ. 2468 กระทรวงมหาดไทยได้ว่าจ้างนายตามาญโญต่ออีกระยะหนึ่ง เพื่อให้ควบคุมการก่อสร้างบ้านนรสิงห์ต่อไปให้เรียบร้อยถึง พ.ศ. 2469 นายตามาญโญจึงเดินทางกลับไปยังประเทศอิตาลี รับพระราชทานบำนาญสืบมา จนถึงแก่กรรมที่ประเทศอิตาลีในเดือนมกราคมพ.ศ.2484สิริอายุได้64ปี

จึงกล่าวได้ว่า ผู้ร่วมสร้างแผ่นดินสยาม โดยเฉพาะ “กรุงเทพมหานคร” ให้อารยะตามมาตรฐานบ้านเมืองฝั่งยุโรปนั้น ต้องจารึกนายช่างฝรั่งชื่อ “มาริโอ ตามาญโญ” ไว้บนแผ่นดินไทยของเราด้วยความเคารพและขอบคุณด้วย.

ศาลนนทบุรีเลื่อนฟังคำพิพากษา คดี ‘ต้อม รัชนีกร’ ฟ้องโรงพยาบาลเสริมความงาม 50 ล้าน

ศาลนนทบุรีเลื่อนฟังคำพิพากษา คดี ‘ต้อม รัชนีกร’ ฟ้องโรงพยาบาลเสริมความงาม 50 ล้าน

ศาลนนทบุรีเลื่อนฟังคำพิพากษา คดี ‘ต้อม รัชนีกร’ ฟ้องโรงพยาบาลเสริมความงาม 50 ล้าน

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.12 น.

วันนี้ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในคดีที่นักแสดงสาวชื่อดัง ต้อม รัชนีกร พันธุ์มณี” เป็นโจทก์ยื่นฟ้องโรงพยาบาลเสริมความงามชื่อดังในจังหวัดนนทบุรี เรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท จากกรณีอ้างว่าเข้ารับการทำศัลยกรรมใบหน้าแล้วเกิดความผิดพลาด ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

โดยในวันนี้ ปิ่น พิศพรรณ ศรีไชยยันต์” เจ้าของ โรงพยาบาลเลอลักษณ์ เดินทางมาพร้อมทีมทนายความ เพื่อเข้ารับฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ชั้น 3 บัลลังก์ 15 อย่างไรก็ตาม ระหว่างการพิจารณาคดี ทนายความฝ่ายโจทก์ได้ยื่นเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติม ส่งผลให้ศาลเลื่อนนัดฟังคำพิพากษา

ทางด้าน ปิ่น พิศพรรณ” ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า โรงพยาบาลเปิดให้บริการมากว่า 27 ปี และได้รับใบอนุญาตสถานพยาบาลจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างถูกต้อง พร้อมยืนยันว่ามีการคัดกรองและตรวจสอบประวัติแพทย์ทุกคนอย่างละเอียดก่อนเข้าปฏิบัติงาน”

ส่วนกรณีของ ต้อม รัชนีกร พันธุ์มณี” ระบุว่าเป็นเคสที่มีความซับซ้อนจากการแก้ไขหลายครั้ง จนแพทย์หลายรายไม่รับทำ แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลได้ตัดสินใจรับเคสดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าหลังการผ่าตัด นักแสดงสาวยังพูดคุยเป็นปกติ และชื่นชมฝีมือแพทย์ รวมถึงสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติภายในระยะเวลาไม่นาน

ปิ่น พิศพรรณ ยังกล่าวอีกว่า ภายหลังจากที่มีการออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อเกี่ยวกับผลกระทบจากการทำศัลยกรรม ส่งผลให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหายด้านชื่อเสียงและสูญเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้า มูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท พร้อมระบุว่า หากศาลตัดสินว่าโรงพยาบาลเป็นฝ่ายผิด ก็พร้อมชดใช้ค่าเสียหายตามคำฟ้อง แต่หากชนะคดี เตรียมพิจารณาฟ้องกลับในมูลค่ามากกว่าร้อยล้านบาทเช่นกัน

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล และต้องรอผลคำพิพากษาอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ต่อไป

ไฟลุกท่วมลานจอดรถ แกรนด์ เดอะสตาร์ จัดลุคแม่ค้าสุดจึ้งในเสื้อครอป เริด ทะลุไอจี ชมคลิป

ไฟลุกท่วมลานจอดรถ แกรนด์ เดอะสตาร์ จัดลุคแม่ค้าสุดจึ้งในเสื้อครอป เริด ทะลุไอจี ชมคลิป

ไฟลุกท่วมลานจอดรถ แกรนด์ เดอะสตาร์ จัดลุคแม่ค้าสุดจึ้งในเสื้อครอป เริด ทะลุไอจี ชมคลิป

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.42 น.

วานนี้ 11 พฤษภาคม 2569 ทำเอาไอจีแทบล่ม เมื่อสาวหมวยทรงเสน่ห์ แกรนด์ กรณ์ภัสสร ด้วยเศียรเกล้า หรือที่รู้จักกันดีในนาม แกรนด์ เดอะสตาร์ ออกมาฟาดลุคใหม่ที่ทำเอาหัวใจแฟนคลับเต้นไม่เป็นจังหวะ ในชุดเสื้อกล้ามครอปตัวจิ๋วสีขาวสกรีนคำว่า เริด ตัวเบ้อเริ่ม บอกเลยว่างานนี้คนก็เริด ชุดก็เริด สมชื่อจริง ๆ

ครั้งนี้สาวแกรนด์ไม่ได้มาเล่น ๆ จัดสเต็ปโพสต์ท่าสุดจึ้งท่ามกลางบรรยากาศลานจอดรถและตึกอาร์ต ๆ โชว์ผิวขาวออร่าท้าแสงไฟ แถมยังโชว์เอวเอสและหน้าท้องสุดเฟิร์มที่ทำเอาสาว ๆ หลายคนถึงกับต้องวางช้อน ออร่าความสวยกระจายจนแทบจะทะลุหน้าจอออกมาเลยทีเดียว นอกจากจะมาโชว์ความสวยให้แฟน ๆ ได้กดหัวใจรัว ๆ แล้ว เจ้าตัวยังแอบมากระซิบข่าวดีให้เหล่านักช้อปได้เตรียมตัวกันด้วยว่า “ปล. พรุ่งนี้เจอกันที่งาน Urban Market เหมือนเดิมน้าาา รอบนี้ขนเสื้อหมวกกระเป๋าไปเพิ่มแบบจุก!!! เจอกัน Union Mall ชั้น 4 ค้าาา”

แกรนด์ เดอะสตาร์

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตและแฟนคลับต่างก็กระหน่ำเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันสนั่นอิสสตาแกรมที่ทั้งส่งอิโมจิรูปต่างและคอมเมนต์ และใครที่อยากได้ไอเทมเก๋ ๆ สไตล์สาวแกรนด์ หรืออยากไปเจอตัวจริงเสียงจริง บอกเลยว่าห้ามพลาด! พรุ่งนี้เตรียมพุ่งตัวไปที่ยูเนียนมอลล์ด่วนๆ ส่วนตอนนี้ขอเชิญทุกคนไปกดไลก์และซูมความแซ่บของความเริดนี้กันให้เต็มตาในคอมเมนต์เลยจ้า

แกรนด์ เดอะสตาร์
แกรนด์ เดอะสตาร์
แกรนด์ เดอะสตาร์
แกรนด์ เดอะสตาร์
แกรนด์ เดอะสตาร์
แกรนด์ เดอะสตาร์
แกรนด์ เดอะสตาร์
แกรนด์ เดอะสตาร์
แกรนด์ เดอะสตาร์
แกรนด์ เดอะสตาร์
แกรนด์ เดอะสตาร์
แกรนด์ เดอะสตาร์
แกรนด์ เดอะสตาร์
แกรนด์ เดอะสตาร์

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากอินสตาแกรม grand_thestar

ณิชา ปล่อยภาพเซ็ตใหม่ แจกความสดใสริมทะเล

ณิชา ปล่อยภาพเซ็ตใหม่ แจกความสดใสริมทะเล

ณิชา ปล่อยภาพเซ็ตใหม่ แจกความสดใสริมทะเล

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.57 น.

12 พฤษภาคม 2569 ทำเอาอินสตาแกรมแทบลุกเป็นไฟ เมื่อนางเอกสาว “ณิชา ณัฏฐณิชา” ออกมาเสิร์ฟความสดใสริมทะเลกับลุคชิลๆ แต่แอบแซ่บเบาๆ จนแฟนๆ แห่กดไลก์และคอมเมนต์กันรัวๆ

โดย ณิชา มาในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนสุดละมุน เผยความเซ็กซี่กำลังดี ท่ามกลางบรรยากาศทะเลและท้องฟ้าสุดสดใส จนหลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มองวิวทะเลยังไงก็แพ้ความน่ารักของเจ้าตัว

ภาพจาก : @nychaa

ปิ่น พิศพรรณ มั่นใจไม่ผิด ท้าสู้คดี ต้อม รชนีกร ลั่นหากแพ้พร้อมจ่ายสด 50 ล้าน เล็งฟ้องกลับเรียกค่าเสียหาย

ปิ่น พิศพรรณ มั่นใจไม่ผิด ท้าสู้คดี ต้อม รชนีกร ลั่นหากแพ้พร้อมจ่ายสด 50 ล้าน เล็งฟ้องกลับเรียกค่าเสียหาย

ปิ่น พิศพรรณ มั่นใจไม่ผิด ท้าสู้คดี ต้อม รชนีกร ลั่นหากแพ้พร้อมจ่ายสด 50 ล้าน เล็งฟ้องกลับเรียกค่าเสียหาย

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.28 น.

เป็นมหากาพย์ศัลยกรรมที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี สำหรับกรณีข้อพิพาทระหว่างนักแสดงรุ่นใหญ่ “ต้อม-ลภัสรนันท์ (รชนีกร) พันธุ์มณี” วัย 54 ปี กับโรงพยาบาลศัลยกรรมชื่อดัง ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญหลังศาลจังหวัดนนทบุรีเลื่อนอ่านคำพิพากษา

คดีนี้เริ่มต้นจากการที่ ต้อม รชนีกร ยื่นฟ้องทั้งแพ่งและอาญา เรียกค่าเสียหายรวม 50 ล้านบาท โดยระบุเหตุผลว่าการศัลยกรรมทำให้ใบหน้าผิดรูป และกรามมีปัญหาจนกระทบต่อการรับงานแสดงมีการนำภาพและวิดีโอขณะผ่าตัดไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับยินยอม เสียหายต่อภาพลักษณ์

ทางด้าน “ปิ่น พิศพรรณ” เจ้าของโรงพยาบาล ยืนยันว่าการผ่าตัดเป็นไปตามมาตรฐานกว่า 20 ปีของสถานพยาบาล และชี้แจงว่าเคสนี้มีความยากเนื่องจากคนไข้มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยและมีซิลิโคนเดิมจับตัวเป็นก้อนที่คางและแก้ม ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่าน่าพอใจ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันนัดฟังคำพิพากษา ทางฝั่งนักแสดงสาวได้ส่งทนายความมาเป็นตัวแทน พร้อมยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ส่งผลให้ศาลตัดสินใจ เลื่อนฟังคำพิพากษาอีกครั้งเป็นวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น.

ปิ่น พิศพรรณ ได้เปิดใจต่อสื่อมวลชนด้วยความมั่นใจว่า  “เรามั่นใจว่าเราจะชนะคดี เพราะโรงพยาบาลและคุณหมอไม่ได้ทำอะไรผิด เรามีคลิปที่คุณต้อมเค้าชมทีมแพทย์หลังผ่าตัดเลยยังงงว่าทำไมเขาถึงออกมาพูดแบบนี้ หากแพ้คดี ยินดีจ่ายเงินสด 50 ล้านบาทให้ทันที แต่จะใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ให้ถึงที่สุด หากชนะคดี เตรียมปรึกษาทนายเพื่อ “ฟ้องกลับ” เนื่องจากแบรนด์ได้รับความเสียหายอย่างมาก ซึ่งประเมินว่ามูลค่าความเสียหายนั้นมากกว่า 50 ล้านบาทที่ถูกเรียกมาเสียอีก

ฮาสนั่นโซเชียล ป๋อ ณัฐวุฒิ ขุดรูปเก่าสมัยละอ่อน พลาดอย่างแรงเพราะอยากหล่อตาม คีอานู รีฟส์

ฮาสนั่นโซเชียล ป๋อ ณัฐวุฒิ ขุดรูปเก่าสมัยละอ่อน พลาดอย่างแรงเพราะอยากหล่อตาม คีอานู รีฟส์

ฮาสนั่นโซเชียล ป๋อ ณัฐวุฒิ ขุดรูปเก่าสมัยละอ่อน พลาดอย่างแรงเพราะอยากหล่อตาม คีอานู รีฟส์

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.39 น.

สร้างรอยยิ้มให้กับแฟนคลับอย่างมาก เมื่อพระเอกรุ่นใหญ่ “ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ” ออกมาโพสต์ภาพย้อนวัยสมัยหนุ่มๆ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว แต่สิ่งที่ทำให้แฟนๆ หลุดขำไม่ใช่แค่ความหล่อในวัยใส แต่เป็นแคปชั่นสุดฮาที่เล่าถึงที่มาของทรงผมในตอนนั้น

พี่ป๋อได้เล่าความในใจถึงเหตุการณ์ในอดีตว่า ตอนนั้นตั้งใจจะตัดผมทรงเดียวกับซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง “คีอานู รีฟส์” (Keanu Reeves) จากภาพยนตร์แอ็กชันเรื่องดังอย่าง Speed แต่ดันเกิดความเข้าใจผิดสเปกไปนิดหน่อย โดยเจ้าตัวระบุว่า

“ตอนนั้นเพิ่งรู้ว่าในหนังเรื่อง Speed คีอานู รีฟส์ มันไม่ได้โกนหัวเบอร์เดียว แต่มันตัดเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านี้ ส่วนเราเบอร์เดียวทั้งหัว…. สภาพเลยออกมาเป็นแบบนี้???”

นอกจากจะแกงตัวเองแล้ว พี่ป๋อยังไม่ลืมทิ้งท้ายถึง “เพื่อน” หรือ “ช่าง” ที่ลงมือปัตตาเลี่ยนในวันนั้นด้วยอารมณ์ขันแกมหยิกแกมหยอกว่า จำฝีมือได้แม่น และขอ “อวยพร” ให้เพื่อนคนนั้นมีสภาพเส้นผมที่ไปไกลกว่าตนเองในตอนนี้ ทำเอาชาวเน็ตและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงเข้ามาคอมเมนต์แซวกันกระจายถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์น่ารักๆ ของคุณพ่อลูกสองที่แสดงให้เห็นว่า ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน อารมณ์ขันและความเป็นกันเองของ “ป๋อ ณัฐวุฒิ” ก็ยังคงครองใจแฟนคลับได้เสมอ!