ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อน และอาจเกิดฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/206716

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559, 08.18 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(13 มี.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 19-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อน มีพายุฝนฟ้าคะนองและลมแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/206599

วันเสาร์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559, 08.13 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (12 มี.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาค อากาศเย็นในตอนเช้า และมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-37 องศาเซลเซียส ส่วนทางตอนล่างของภาค มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

เตือนอีสาน-ตะวันออก-กลาง ให้ระวังพายุฤดูร้อนในระยะนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/206425

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559, 08.04 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(11 มี.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาค อากาศเย็นในตอนเช้า และมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ส่วนทางตอนล่างของภาค มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่นนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 16-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

70โครงการจ่อฉลุย อานิสงส์ไม่รอ‘EIA’ 8เขื่อน-4โรงไฟฟ้า-36ทางหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/206421

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

70โครงการจ่อฉลุย

อานิสงส์ไม่รอ‘EIA’

8เขื่อน-4โรงไฟฟ้า-36ทางหลวง

ทส.ตีปีกหนุน-ปัดยกเลิกขั้นตอน

เครือข่ายต้านขยายวง56องค์กร

ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เมื่อวันที่ 10 มีนาคมนายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัด ทส. พร้อมด้วย นางระวิวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะโฆษก ทส. ร่วมแถลงข่าว อธิบายประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 9/2559 ให้แก้ไขมาตรา 47 พ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 เพื่อดำเนินโครงการเร่งด่วนโดยจัดหาบริษัทเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการ โดยไม่ต้องรอให้ผลการพิจาณารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) แล้วเสร็จ

นายเกษมสันต์ ยืนยันว่าขั้นตอนการทำ EIA/EHIA ในโครงการของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจยังต้องดำเนินการตามเดิม โดยต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและ ครม. ซึ่งคำสั่งตามมาตรา 44 จะทำให้กระบวนการทุกอย่างเดินไปคู่ขนานกันได้

ยกตัวอย่าง โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) ซึ่งเวลาในการพิจารณา EIA ถึง 8 ปี ทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้นถึงกว่าหมื่นล้านบาท หรือสนามบินสุวรรณภูมิที่ตั้งโครงการไว้เมื่อปี 2520 ใช้งบประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท แต่ดำเนินการได้ในช่วงปี 2540 ซึ่งงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 2 หมื่นกว่าล้านบาท หากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างสามารถดำเนินการพร้อมกับการพิจารณา EIA จึงเป็นการลดต้นทุนในโครงการต่างๆ ได้จำนวนมาก ประกาศ คสช. ฉบับนี้จึงทำให้ขั้นตอนต่างๆ เดินหน้าได้พร้อมกันและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

“การออกประกาศของ คสช. ไม่เป็นผลทำให้EIAขาดเอกภาพ หรือส่งผลกดดันกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่นี้เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานรัฐ และรัฐวิสาหกิจในการดำเนินการตามกิจกรรม 5 ประเภท ตามประกาศ โดยเฉพาะการก่อสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เป็นการลดขั้นตอนลงให้ดำเนินการได้เร็วขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ขอชมเชยรัฐบาลที่ปลดล็อกในเรื่องเส้นผมบังภูเขาให้กระบวนการทุกอย่างคู่ขนานกันไปด้วยกันได้ โดยยังมีความโปร่งใส ชัดเจน ทั้งจะ จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมและกระตุ้นการพัฒนาประเทศได้” นายเกษมสันต์ กล่าว

ด้าน นายสุพจน์ ในฐานะโฆษก ทส. กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาEIAนั้นต้องใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1 ปีกว่า จากนั้นจะต้องมาประมูลหาบริษัทดำเนินโครงการนั้นๆ อีก ซึ่งอาจใช้เวลา 1-2 ปี ทำให้ระยะเวลายืดเยื้อนานไป ซึ่งคำสั่ง คสช.จะทำให้ไม่เสียเวลาเพิ่มเติม เพราะทั้ง 2 อย่างนี้สามารถทำคู่ขนานกันไปได้ หากใครที่เป็นกังวลว่าจะเป็นการล็อกบริษัทไว้แล้วหรือไม่นั้น ตามคำสั่งที่ 9 ระบุไว้ว่า การจัดประมูลนั้นจะไม่มีการลงนามในสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นจนกว่าอีไอเอจะผ่าน จึงไม่เป็นการเอื้อให้แก่บริษัทใดๆ แน่นอน และถ้ารายงาน EIA ไม่ผ่านบริษัทที่เข้าร่วมประมูลนั้น ต้องยอมรับเงื่อนไขที่รัฐกำหนดไว้ และจะไม่มีการฟ้องร้องใดๆ กับรัฐเด็ดขาด

ขณะที่ นางระวิวรรณ กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่การยกเลิกขั้นตอน หรือลัดขั้นตอนการพิจารณาEIAหรือEIHAอ แค่มีขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างการประกวดราคาทำคู่ขนานไปเท่านั้น ส่วนการพิจารณารายงานของสผ.นั้น ยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบ ครบถ้วนทุกขั้นตอนเช่นเดิม จึงไม่ควรเป็นกังวลว่าคำสั่งนี้เป็นการเอื้อให้ทุกโครงการ เพราะในคำสั่งที่ 9 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจะดำเนินการในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ในการดำเนินโครงการหรือกิจการใน 5 ด้าน ได้แก่ การคมนาคมขนส่ง การชลประทาน การป้องกันสาธารณภัย โรงพยาบาล และที่อยู่อาศัย ซึ่งโครงการอื่นๆ ที่ไม่อยู่ในกรอบคำสั่งนี้ก็ต้องดำเนินตามขั้นตอนตามปกติของพ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535

วันเดียวกัน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่าสำหรับประเด็น คสช.เปิดทางให้โครงการของรัฐบาลสามารถเปิดประกวดราคาได้โดยไม่ต้องรอผ่าน EIA/EHIA นั้น ถือว่าเป็นผลบวกกับโครงการที่ปัจจุบันยังติดอยู่ในการพิจารณาEIA ทำให้สามารถปลดล็อกในส่วนนี้ได้ และเริ่มเดินหน้ากระบวนการเปิดประกวดราคาจัดหาผู้รับเหมาได้ และหลังจากผ่านEIAแล้วก็จะนำเข้าสู่การลงนามสัญญาเพื่อเริ่มก่อสร้างได้

ทั้งนี้ในส่วนของโครงการภายใต้การดูแลของกระทรวงคมนาคม ปัจจุบันพบว่ามีโครงการรถไฟทางคู่หลายสายที่ยังรอพิจารณาEIA รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ส่วนต่อขยายเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ โครงการมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี จากคำสั่ง ม.44 จะทำให้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนเปิดประกวดราคาพร้อมๆ ไปกับรอEIAได้

มีรายงานว่า มีโครงการที่จะที่ได้รับประโยชน์จากคำสั่งนี้ 70 โครงการ อาทิโครงการด้านคมนาคม โดยเฉพาะระบบรางและการสร้างมอเตอร์เวย์ ทางหลวง 36 โครงการ ท่าอากาศยาน 2 แห่ง ท่าเทียบเรือ 2 โครงการก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ 8 โครงการ โรงพยาบาลรัฐ 5 แห่ง และสิ่งก่อสร้างในทะเล 4โครงการ โรงไฟฟ้า 4 แห่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีองค์กรและเครือข่ายภาคประชาชนรวม 46 เครือข่าย ร่วมออกหนังสือคัดค้านคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 9/2559 แล้วนั้น ล่าสุด มีกลุ่มเครือข่ายร่วมคัดค้านเพิ่มอีก 10 เครือข่าย รวมเป็น 56 เครือข่าย อาทิ มูลนิธิพัฒนาอีสาน สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เครือข่ายวาระเปลี่ยนตะวันออก 8 จังหวัด เครือข่ายปฏิรูปการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประเทศไทย ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย สมาคมส่งเสริมการพัฒนาสตรีและเยาวชนลำปาง เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี ซึ่งรวมทั้งหมด 56 เครือข่าย

ไทยตอนบนอากาศร้อน-ร้อนจัด และมีพายุฝนฟ้าคะนองลมแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/206262

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(10 มี.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาค อากาศเย็นในตอนเช้า และมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 17-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-37 องศาเซลเซียส ส่วนทางตอนล่างของภาค มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ผวาเร่งเมกะโปรเจกท์ เมนผลEIA 46องค์กรออกโรงค้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/206251

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ผวาเร่งเมกะโปรเจกท์

เมนผลEIA

46องค์กรออกโรงค้าน

จี้‘คสช.’ทบทวนคำสั่งที่9/2559

หวั่นมุบมิบทำลายสิ่งแวดล้อม

รบ.โต้ทุกอย่างผ่านขั้นตอนปกติ

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ได้เปิดเผยว่าขณะนี้ 46 องค์กรและเครือข่ายภาคประชาชน เช่น สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (ธ.พ.ส.ส.) สมาคมรักษ์ทะเลไทยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิสืบนาคะเสถียร สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เป็นต้น ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์คัดค้านนโยบายของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ในประเด็นการเร่งผุดโครงการใหญ่ๆ โดยที่ยังไม่ผ่านการพิจารณาเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การคัดค้านดังกล่าวสืบเนื่องจาก   ประเด็นที่หัวหน้า คสช. ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ตามคำสั่งคสช.ที่9/2559 โดยการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อให้การดำเนินโครงการหรือกิจการของรัฐในการจัดให้มีสาธารณูปโภคอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะสามารถดำเนินการได้โดยรวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศในด้านเศรษฐกิจและสังคม อาทิ โครงการหรือกิจการด้านการคมนาคมขนส่ง การชลประทาน การป้องกันสาธารณภัย โรงพยาบาล หรือที่อยู่อาศัย โดยในระหว่างที่รอผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการ อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการหรือกิจการไปพลางก่อนได้นั้น

นายบัณฑูร ระบุต่อว่า โดยได้มีข้อวิเคราะห์ถึงคำสั่งที่9/2559 ดังกล่าว 2ข้อ คือ 1.คำสั่งที่ 9/2559 เป็นการส่งสัญญาณทางนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นเป้าหมายเร่งรัดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเรื่อง การคมนาคม เช่น ท่าเรือ ระบบรถไฟ ทางด่วน ฯลฯ ชลประทาน เช่น เขื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งมักประสบปัญหาการทำลายนิเวศ สิ่งแวดล้อม สุขภาพของชุมชนท้องถิ่นตลอดมา การเร่งรัดดังกล่าวเป็นการลดความสำคัญด้านการดูแลคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน การดำเนินการให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการโดยที่มาตรการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมยังมิได้รับความเห็นชอบเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่บกพร่องในการละเว้นการปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายที่ปกป้องผลประโยชน์ของสาธารณะ

สาระสำคัญและผลของคำสั่งนี้จึงไม่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายใต้กรอบขององค์การสหประชาชาติที่ประเทศไทยได้แสดงความผูกพันทางการเมืองในทางปฏิบัติ ไม่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่12 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมและ2.โครงการหรือกิจการเข้าข่าย คำสั่งที่9/2559 เป็นโครงการของหน่วยงานของรัฐ จึงเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่อาจมีผลกระทบอย่างกว้างขวางและรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิต แม้ว่าจะยังให้มีการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป แต่จะสร้างผลกระทบและความเชื่อมั่นต่อความเป็นอิสระในการจัดทำและพิจารณาของEIA และจะยิ่งทำให้โครงการที่ดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว มีปัญหาความขัดแย้ง ความไม่เชื่อถือยอมรับจากประชาชนและชุมชนในพื้นที่โครงการรวมทั้งจากสาธารณะ แม้ว่าจะเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ตาม

นายบัณฑูร กล่าวต่อว่า ทางองค์กรและเครือข่ายฯ ได้มีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ดังนี้

1.ให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2559 เพื่อป้องกันและระงับมิให้เกิดปัญหาความขัดแย้งเพิ่มขึ้นในสังคมไทย และมิให้เป็นคำสั่งที่ขัดแย้งกับแนวนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาที่ยั่งยืน

2.รัฐบาลควรเร่งผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับธรรมาภิบาล สร้างความเชื่อถือและเชื่อมั่นของประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งมิให้เกิดความล่าช้าเกินควร3.เพิ่มเติมเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ ในหมวกสิทธิและเสรีภาพ (ด้านสิทธิชุมชน) และในหมวดการปฏิรูป เพื่อให้มีบทบัญญัติที่นำไปสู่การปฏิรูปโครงสร้างและระบบการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการนำการประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA)มาใช้ดำเนินการและ4.ให้มีการปรับปรุงแก้ไขพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ทั้งฉบับเพื่อเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีการจัดทำข้อเสนอแนะการยกร่างปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวไว้แล้วโดยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่าในประเด็นคำสั่ง คสช.ที่9/2559 นั้นทาง เครือข่ายพลเมืองสงขลาจดหมายเปิดผนึก ฉบับที่1 คัดค้านเช่นเดียวกัน โดยระบุว่า คำสั่งนี้เป็นคำสั่งที่ผิดหลักการธรรมาภิบาล ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม เป็นการแก้ไขกฎหมายที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มทุนละเมิดสิทธิบุคคล และชุมชน ละเลยต่อการมีส่วนร่วม เป็นโครงการที่ไม่โปร่งใส ไม่ต้องพูดถึงความรับผิดชอบและไม่มีหลักประกันใดๆ ในความคุ้มค่าของโครงการในที่สุด

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในประเด็นเดียวกันว่า ตนมองว่า ไม่ใช่การปฏิรูปแต่เป็นการสวนทางกับการปฏิรูป ซึ่งเศรษฐกิจไทยควรอยู่บนพื้นฐานการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ชุมชน ท้องถิ่นและภาคประชาขนให้สามารถมีส่วนร่วมเพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจเกิดประโยชน์แท้จริง แต่ถ้าให้อำนาจการปฏิรูปโดยกลุ่มคนที่ไม่สอดคล้องกับความจริงที่เปลี่ยนแปลงของโลกและความต้องการของประชาชนจะไม่นำไปสู่การแก้ปัญหา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการยกเว้นบังคับใช้กฎหมาย ทั้งเรื่องอีไอเอ เอชไอเอ และผังเมืองเพราะจะยิ่งทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับรัฐมากขึ้น

ขณะที่ นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)

ให้สัมภาษณ์กรณีเดียวกันว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่ยกเลิกขั้น หรือข้ามขั้นตอนการทำรายงานอีไอเอหรืออีเอชไอเอ แต่เป็นการให้กระบวนการทุกอย่าง ทั้งการจัดซื้อจัดจ้างการประกวดราคา และการหาแหล่งเงินกู้หรือการร่วมทุนดำเนินการแบบคู่ขนานกันไปได้ ซึ่งจะย่นเวลาดำเนินโครงการต่างๆ ของภาครัฐลงได้มากกว่า 2ปี หรือครึ่งหนึ่งของระยะเวลาเดิม อีกทั้งลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆด้วย

นายเกษมสันต์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน แต่จากการสอบถามไปยังสำนักงานนโยบายแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) คำสั่งดังกล่าวมาจากแนวทางปรับปรุงกฎหมายของรัฐบาล จากความต้องการของหลายหน่วยงานว่า จะปรับปรุงกฎหมายอย่างไรเพื่อลดขั้นตอนการดำเนินโครงการต่างๆ โดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรีได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปหารือ ยืนยันว่าทุกโครงการขนาดใหญ่ยังต้องทำอีไอเอหรืออีเอชไอเอเหมือนเดิม แม้ประกวดราคาผ่าน แต่ยังไม่มีการลงนามในสัญญาและหากโครงการดังกล่าวไม่ผ่านการพิจารณาอีไอเอหรืออีเอชไอเอ ก็ต้องถูกยกเลิก

เช่นเดียวกับ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลต้องการเร่งรัดโครงการเมกะโปรเจกต์และการลงทุนต่างๆ ที่เป็นโครงสร้างสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ เพราะขณะนี้โลกมีปัญหาเศรษฐกิจอยู่และสิ่งที่จะสามารถให้เราพุ่งไปข้างหน้าได้คือการ การลงทุนโครงสร้างต่างๆ ทั้งนี้การที่จะดำเนินการโครงการนั้นๆจะมีรายละเอียดและขั้นตอนมากพอสมควร ส่วนใหญ่จะเริ่มด้วยการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการคำนึงถึงสุขภาพต่างๆหรือที่เรียกว่าอีไอเอ และอีเอสไอเอ โดยที่ผ่านมามีความล่าช้าเกิดขึ้นและสังคมมักเข้าใจว่า เกิดจากขั้นตอนของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่รับผิดชอบตรวจหรือรับรายงาน ซึ่งๆจริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐรับข้อมูลจะกำกับด้วยกำหนดเวลาในการดำเนินการ แต่ความล่าช้าจะเกิดกับผู้ประกอบการที่มีที่ปรึกษาในการดำเนินการโดยไม่มีเวลากำกับซึ่งจะใช้เวลานานพอสมควร จากนั้นเมื่อจบการรายงานอีไอเอ และอีเอสไอเอเรียบร้อยแล้ว ก็จะเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนอื่นๆอีกมากโดยเฉพาะเรื่องการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐละเอกชน

“ดังนั้นเมื่อรัฐบาลต้องการที่จะเร่งรัดการลงทุนให้เร็วขึ้น จึงต้องการให้ขั้นตอนของการศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ดำเนินการไปพร้อมกันกับการชักชวนเอกชนมาร่วมลงทุนในคราวเดียวกัน แต่การดำเนินการจะไม่เกินเลยไปถึงขั้นลงมือก่อสร้าง เพราะการลงมือก่อสร้างได้จะต้องผ่านการศึกษาอีไอเอและอีเอสไอเอ เสียก่อน ดังนั้นจะเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ได้ลดขั้นตอนความสำคัญของการศึกษาดังกล่าวไม่ใช่การทำเพียงแค่พิธีกรรมเท่านั้น แต่ทุกขั้นตอนต่างๆยังมีความสำคัญและดำเนินการตามเดิม เพียงแต่นายกฯ เน้นย้ำว่า ระหว่างทำควบคู่ไปแล้ว การศึกษานั้นไม่ผ่านโครงการนั้นต้องหยุดและยกเลิกทันที โดยไม่เกิดความเสียหายใดๆ เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเท่านั้น” โฆษกรัฐบาล กล่าว

ปภ.เตือน28จว.’อีสาน-กลาง-ตอ.’ พร้อมรับมือพายุฤดูร้อน10-12มีค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/206098

วันพุธ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559, 13.33 น.
9 มี.ค.59 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดี ปภ.เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้น ในช่วงกลางวันมีสภาพอากาศร้อน และมีลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดนำความชื้นในอ่าวไทยเข้าสู่บริเวณดังกล่าว ขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เกิดพายุฤดูร้อน จะทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง รวมไปถึงอาจส่งผลทำให้เกิดลูกเห็บตกในบางพื้นที่

ทั้งนี้ จึงได้มีการประสานไปยัง 28 จังหวัด แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี และบึงกาฬ ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ นครนายก

ขณะที่ ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจำเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนในช่วงวันที่ 10 – 12 มี.ค.นี้ โดยทำการจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย และได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ให้ทำการตรวจสอบสิ่งก่อสร้างป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพแข็งแรง ตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณริมถนนและพื้นที่ชุมชนเพื่อป้องกันการล้มทับ ก่อให้เกิดอันตรายได้

อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคง งดเว้นการใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดบริเวณที่โล่งแจ้ง เพราะอาจเกิดฟ้าผ่า ทำให้ได้รับอันตรายถึงชีวิตได้ ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย และห้ามหลบพายุบริเวณใต้ต้นไม้ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง ห้ามจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่แข็งแรง เพราะอาจได้รับอันตรายจากการถูกล้มทับ รวมถึงห้ามเข้าใกล้บริเวณที่มีสายไฟฟ้าขาดหรือเสาไฟฟ้าล้ม เพราะอาจได้รับอันตรายจาก ไฟฟ้าดูด ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทันทีทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั่วทุกภาคมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น กลางวันอากาศร้อนถึงร้อนจัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/206068

วันพุธ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(9 มี.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน ทางตอนบนของภาค อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส ทางตอนล่างของภาค มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

เตือนพายุฤดูร้อน จ่อถล่ม10-12มีนา อีสานวูบอีก7องศา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/206056

วันพุธ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีปัญหาภัยแล้งปีนี้ อาจจะขาดแคลนน้ำเล่นสงกรานต์ว่า ควรเล่นน้ำเท่าที่มีอยู่ ต้องประหยัด คงห้ามเล่นน้ำไม่ได้ มีคนเสนอว่าให้เลิกสาดน้ำ ไม่ให้เล่นสงกรานต์ ก็คงทำไม่ได้ ทุกคนก็ควรจะรู้ ควรประหยัดน้ำ ผู้ปกครองก็ควรบอกเด็กว่าเล่นน้ำให้น้อยลง ไม่ใช่เอารถขนน้ำ ฉีดน้ำรดกัน 3 วัน3 คืน ถ้าน้ำมีใช้ไม่ถึงเดือนพฤษภาคมจะทำอย่างไร

คสช.ห่วงแล้งสั่งเร่งช่วยแจกน้ำ

ขณะที่พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.แถลงภายหลังการประชุมสำนักงานเลขาธิการคสช.ว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ในฐานะเลขาธิการ คสช.เน้นย้ำทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจและทหารร่วมปฏิบัติตามนโยบายของ คสช.และรัฐบาลดูแลประชาชนอย่างจริงจังหลังปัญหาภัยแล้งทวีความรุนแรงขึ้น โดยให้แจกจ่ายน้ำเพื่อบริโภคเป็นหลักในพื้นที่ประสบภัยแล้ง หลังมีการตอบรับที่ดี และต้องป้องกันไม่ให้มีการแย่งน้ำกัน

เตือนพายุฤดูร้อนถล่ม10-12มีค.

ด้านนายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา”พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน”ฉบับที่1ระบุว่าในช่วงวันที่10-12 มีนาคม บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่บริเวณดังกล่าว มีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง และ ลูกเห็บตกได้บางพื้นที่เกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้น อุณหภูมิ จะลดลง 5-7 องศาเซลเซียสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น

แล้งบุรีรัมย์ระดมขนน้ำแจก5อ.

ทางด้านสถานการณ์ภัยแล้งยังวิกฤติในหลายพื้นที่ โดยที่จ.บุรีรัมย์ ค่อนข้างรุนแรงกว่าทุกปี ทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติ และสระน้ำกลางหมู่บ้าน ที่ใช้ผลผลิตประปา ตื้นเขิน แห้งขอด ประชาชนเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ล่าสุด 5 อำเภอคือ อ.เมือง อ.ห้วยราช อ.พลับพลาชัย อ.ประโคนชัยและอ.บ้านด่านต้องแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคถึงวันละ 50-100เที่ยวหรือวันละกว่า 120,000-150,000 ลิตร

พิจิตร-ชัยนาทภัยแล้งคุกคามหนัก

เช่นเดียวกับในพื้นที่ จ.พิจิตรเกษตรกรปลูกแตงกวาในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ต.กลาง อ.เมือง ต้องสูบน้ำจากบ่อบาดาลที่แห้งขอดไปรดแตงกวาที่ปลูกไว้ก่อนที่จะแห้งตาย ขณะที่จ.ชัยนาทแล้งขยายวงกว้างในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอส่งผลให้หลายชุมชนในถิ่นทุรกันดารเริ่มขาดน้ำกินน้ำใช้หลังแหล่งน้ำชุมชนและแหล่งน้ำใต้ดินแห้งขอดถือว่าหนักสุดในรอบหลายสิปปี ขณะนี้ทหารต้องออกไปแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว

สตูลแล้งลามหนักวัวร้อนตาย1ตัว

ขณะที่ จ.สตูล ภัยแล้งในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะวัวของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลแหลมสน อ.ละงู จ.สตูล ส่วนใหญ่หมู่บ้านนี้นอกจากเพาะปลูกแตงโมยังเลี้ยงวัวเป็นอาชีพหลัก ล่าสุดสภาพแห้งหนัก จนวัวของ ชาวบ้านหลายรายไม่มีหญ้าสดและหญ้าแห้งกิน กระทั่ววัวชาวบ้านขาดอาหาร เสียชีวิต1 ตัว เป็นลูกวัวที่พึ่งคลอดทนสภาพที่ร้อนจัด ไม่ไหวเสียชีวิต

เขื่อนแม่จางแห้งรอบ40ปี วิหารโผล่

จ.ลำปาง สถานการณ์ภัยแล้งได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ล่าสุด เขื่อนแม่จาง ที่หมู่6 บ้านสบจาง ต.นาสัก อ.แม่เมาะ น้ำลดลงต่ำสุด เป็นประวัติการณ์ในรอบ 40 ปี จนโผล่ให้เห็นโครงสร้างวิหารวัดสบม่ำ ชุมชนโบราณบริเวณท้ายเขื่อน ทั้งเสา ฐานก่อสร้าง

โดย นางพรรณวิใล จันมโน ผู้ใหญ่บ้านบ้านสบจาง กล่าวว่า เดิมชุมชนแห่งนี้มีมาหลายร้อยปี และวัดสบม่ำ เป็นโบราณสถานสำคัญ ต่อมา ปี 2518 เริ่มก่อสร้างเขื่อนแม่จาง แล้วเสร็จปี 2521-2522 สถานการณ์น้ำที่แห้งขนาดนี้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สร้างเขื่อน คาดว่าน้ำจะแห้งลงไปเรื่อยๆได้แจ้งลูกบ้านให้มีการประหยัดน้ำใช้และงดการปลูกข้าวพืชใช้น้ำมากทุกชนิด

บุรีรัมย์แจงปัญหาสิ่งแวดล้อม หวั่นอีก2ปีขยะล้นเมือง-ติดเชื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/205903

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559, 14.05 น.
8 มี.ค. 59 นางอัจจิมา จันทร์สุวานิชย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และส่วนราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อรับทราบและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยและสิ่งแวดล้อม โดยมีการเสนอข้อมูลและปัญหาขยะที่กำลังเกิดขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีปริมาณขยะต่อวัน 1,500 ตัน มีการบริหารจัดการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ 120 ตัน จัดการไม่ถูกวิธี 280 ตัน ส่วนที่เหลืออีก 1,000 ตัน ประชาชนจัดการเองที่ต้นทางในครัวเรือน

นายกมล เรืองสุขศรีวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า จังหวัดบุรีรัมย์มีขยะตกค้างกว่า 5 แสนตัน เทศบาลรองรับและจัดการขยะได้แล้ว 3 แสนตัน เหลืออีกกว่า 2 แสนตัน กำลังดำเนินการ  ส่วนปัญหาสถานที่ฝังกลบขยะที่ถูกหลักวิชาการกำลังจะเต็มภายใน 2 ปีนี้ เนื่องจากเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ต้องรองรับขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ อีก 16 แห่ง นำขยะเข้ามาให้บริหารจัดการ วันละ 90 ตัน แต่พื้นที่บริหารจัดการขยะมีจำกัด หากไม่รีบแก้ไขอาจเกิดปัญหาไม่มีที่ทิ้งขยะในอีก 2 ปี

ด้าน นายนพดล ไพฑูรย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า เพื่อลดปัญหาขยะตกค้างจังหวัดได้ส่งเสริมให้ประชาชนบริหารจัดการขยะที่ครัวเรือนต้นทาง ให้ชุมชนจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม ด้วยตนเอง

ขณะที่ นางอัจจิมา จันทร์สุวานิชย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เสนอแนะให้จังหวัดบริหารจัดการขยะโดยมีหน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน การให้ประชาชนจัดการขยะกันเอง บางครัวเรือนอาจเกิดขยะติดเชื้อ จึงต้องให้คำแนะนำและมีการควบคุมอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องร่วมมือกันบริหารจัดการอย่างถูกหลักวิธี และสร้างมูลค่าจากขยะ เพื่อให้ท้องถิ่นมีรายได้