ประเทศไทยมีอากาศร้อนทั่วไป และฝนฟ้าคะนอง-ลมแรงบางแห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/210815

วันอาทิตย์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559, 08.17 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(10 เม.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง ตาก อุตรดิตถ์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 21-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย สกลนคร ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ ศรีสะเกษ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และพระนครศรีอยุธยา กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดทางตอนบนของภาค โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วนกับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วนกับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ทวงคืนคลองสองร่อง-คลองน้อย นายทุนรุกป่าชายเลนทำคลังก๊าซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/210731

วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559, 13.53 น.
9 เม.ย.59 ติดตามข่าวทางโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ ว่าด้วยเรื่องการบุกค้นตรวจจับนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน และพื้นที่วนอุทยาน ที่ราชพัสดุ ของ กรมธนารักษ์ พร้อมยืดคืนเมื่อตรวจสอบแล้ว เป็นของทางราชการ แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบปล่อยปะละเลยให้จับจองเป็นที่ทำกิน บางรายสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่ ที่ดิน ออกเป็นเอกสารสิทธิ์ โดยชอบธรรม ทั้งๆที่เป็นพื้นที่ มีหน้าฉะโนดบ่งบอกว่า เป็นที่ของทางราชการ เหตุการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นพร้อมๆกัน หลายแห่ง หลายจังหวัด

จังหวัดสมุทรสงคราม ก็โดนด้วยเช่นกัน คือพื้นที่ทุ่งหิน ที่หน้าฉะโนดเป็นของจังหวัดสมุทรสงคราม มี อำเภออัมพวา รับผิดชอบ แต่มีเจ้าหน้าที่ดินจะของอำเภอบ้านแหลม หรือเพชรบุรี นำไปออกเอกสารสิทธิ์ ให้กับนายทุน ของจังหวัดเพชรบุรี เป็นเวลา ถึง 59 ปี ที่ที่ดินทุ่งหินจำนวน 2600 ไร่ 25 ตารางวา ไปอยู่ในความครอบครองของคนจังหวัดอื่น หากผู้ว่า ราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นางสาวจิตรา พรหมชุติมา ผู้ว่าราชการหญิงเหล็กคนนี้ ไม่เข้าไปพร้อมทหาร นำธงไปปลักลงพื้นที่ทุ่งหิน ไม่รู้ว่าชาติหน้าจะได้คืนพื้นที่ทุ่งหินคืนมาหรือไม่

เฉกเช่นเดียวกัน ในขณะที่ ทหาร ตามทวงผืนแผ่นดินคืนจากนายทุนทั้งประเทศไทย แต่ที่ คลองสองร่องกับคลองน้อย กำลังถูกนายทุน บุกรุกที่ป่าชายเลน เพื่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึก และสร้างคลังก๊าซ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชาติ ในด้านพลังงาน โดยที่กลุ่มนายทุน และ เจ้าหน้าที่ราชการบางหน่วยงาน ร่วมกัน จัดทำ

แผนเพื่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึก และคลังก๊าซ ตัดถนนเข้าท่าเรือ เพื่อขนส่งก๊าซ โดยไม่ได้ผ่านการจัดทำประชาคม รับฟังความคิดเห็นของคนเจ้าของพื้นที่

โดยเอากฎหมายอีกข้อหนึ่ง มาอ้างว่า การลงทุนใดๆที่เป็นโครงสร้าง เพื่อการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของรัฐ ไม่ต้องจัดทำประชาคม ถามความคิดเห็นของเจ้าของพื้นที่ เพราะการจัดทำประชาคมรับฟังความคิดเห็น ของคนในพื้นที่ อาจทำให้การดำเนินการก่อสร้างในงานนั้นๆ ล่าช้า ส่งผลให้เสียหายทางด้านเศรษฐกิจของรัฐ ในภาพรวมได้

สวนทางกับกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ร่างไว้ว่า โครงการใดก็ตาม ถ้าดำเนินการแล้ว มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้าน หรือประชาชนในพื้นที่ หรือกระทบเทือนสร้างความเสียหายกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ต้องจัดทำประชาคม รับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่ ก่อนที่จะลงมือสร้างหรือดำเนินการได้ ตกลงประชาชนจะเชื่อและใช้กฎหมายฉบับไหนดี

จังหวัดสมุทรสงคราม มีป่าชายเลนที่ติดกับปากอ่าวแม่กลอง จำนวน 5 ตำบล คือตำบลบางแก้ว ตำบลบางจะเกร็ง ตำบลแหลมใหญ่ ตำบลคลองโคน และตำบลยี่สาร แต่ป่าชายเลนที่เป็นป่าชายเลนที่เป็นป่าชายเลน เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี จำนวน 3 ตำบล คือตำบลบางแก้ว ที่สวนสมเด็จพระราชินีนาถ ติดกับดอนหอยหลอด ป่าชายเลนที่ตำบลแหลมใหญ่ กับคลองโคน เป็นป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี มีหลักฐาน ป้ายประกาศชัดเจน ถ้าจะตรวจสอบก็

ควรไปขอข้อมูลที่ จากสำนักงานจังหวัดสมุทรสงคราม สำนักงานป่าไม้จังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล เจ้าของพื้นที่ ที่ต้องข้อมูลให้ตรวจสอบและสอบถาม

การที่นายทุนออกมาปฏิเสธ ว่าไม่ทราบไม่เข้าใจ เหมือนกับที่ ทางกฎหมาย ระบุไว้ว่า เกิดเป็นคนไทย จะอ้างไม่รู้กฎหมายเลยไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องรู้กฎหมายบ้างเป็นพื้นฐาน เช่นการกระทำผิด เช่นการไปหยิบทรัพย์สินของคนอื่น โดยไม่รับอนุญาต ถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับ หรือการไปทำร้ายร่างกายของผู้อื่นๆ หากกระทำฝ่ายเดียว ถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกายโดยโทษฝ่ายเดียว แต่ถ้ามีการต่อสู้กัน ถือว่าเป็นการทะเลาะวิวาท เป็นการป้องกันตัว ปรับขังทั้งสองฝ่าย

นายทุนที่ลงทุนสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกและคลังก๊าซ ที่คลองสองร่องและคลองน้อย จะชะลอยว่า ทำตามใบสั่งไม่ได้ อ้างไม่รู้กฎหมายก็ไม่ได้ และการรุกล้ำตัดป่าชายเลนก็ไม่ได้ การตอกเสาเข็ม และเสาเตาหม้อ ผ่ากลางทะเลนั้นก็ไม่ได้ การขุดล่องน้ำลึก เปลี่ยนทางเดินสายน้ำใหม่ ก็ไม่ได้อีก การลงมือก่อสร้างสิ่งมีผลกระทบกับความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ และเป็นการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ดำเนินการไม่ได้อีก เหตุผลของนายทุน ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน

ตัวแทนกรมเจ้าท่า สมุทรสงคราม ออกมากล่าวว่า โครงการนี้ เป็นโครงการเร่งด่วน ไม่ต้องจัดทำประชาคม ก็ดำเนินการได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลองตรวจสอบกฎหมายร่างนี้ให้ กระจ่างตาหน่อยได้ไหม การที่ตัวแทนกรมเจ้าท่าออกมาตอบโต้ คุณสุรจิต ชีรเวทย์ อดีต สว.สมุทรสงคราม และกรรมการสิทธิ์ฯ กล่าวถึงการดำเนินการก่อสร้าง ดำเนินหลังจากประกาศใช้ผังเมืองหรือไม่

ร้อนถึง ตัวแทนกรมโยธาและผังเมือง สมุทรสงคราม ต้องออกมารันวันเวลาที่ผังเมืองประกาศใช้ และมีผลบังคับใช้เป็นทางการเมื่อใด เมื่อเอา 2 หน่วยงานนี้ มาเปรียบเทียบกันเหมือน ดูหนังคนละม้วนกัน ทางด้านนายทุนก็ยืนยัน นั่งยันว่า การดำเนินการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึก คลังก๊าซ และการตัดถนน ทำการถูกต้องทุกอย่าง ผ่านขั้นตอนมาทุกขั้นตอน จากหน่วยเหนือ ?

พอคำว่าหน่วยเหนือออกมาเผยแพร่ เท่านั้น นายทหารพลตรีท่านหนึ่ง จากมณฑลทหารบกราชบุรี ที่มาดูแลพื้นที่สมุทรสงคราม ที่เคยประกาศชัดเจน ในการประชาคมครั้งแรก ในพื้นที่ตรงนี้ ว่า ให้ชะลอโครงการไว้ก่อน จนกว่าจะตรวจสอบว่า การดำเนินการผิดด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยขอมติที่ประชุมว่า เห็นควรชะลอโครงการไว้ก่อนหรือไม่ ชาวบ้านก็ยกมือเห็นด้วย ทั้งห้องประชุม

แต่คำประกาศิต ของนายทหารผู้นี้ ไม่ได้ผล เพราะเวลาผ่านมาอีกไม่ถึง 1 อาทิตย์ ก็มีการดำเนินการสร้างต่อ นายทหารผู้นี้ ชี้แจงว่า ตอนนั้นผมประกาศจริง และได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ตามขั้นตอนและระเบียบของทหารแต่ภายหลังก็มีนายทหารยศสูงท่านหนึ่ง ได้เดินทางมาที่โครงการดังกล่าว และมีคำสั่งให้นายทุนดำเนินการต่อ และตัวผมเองก็ถูกย้ายกลับไปที่มณฑลทหารบกราชบุรี อำนาจหน้าที่ของผมจึงหมดไปด้วย

ก็มีการเอ่ยชื่อไอ้โม่ง ในกรมทหารบก ของ คสช. ออกมา หลายคนอยากให้เปิดเผยชื่อและตำแหน่งนายทหารผู้นี้ แต่ยังกระทำมิได้ เพราะเป็นเพียงการอ้างถึง เอ่ยถึง ยังไม่มีการตรวจสอบว่า เรื่องจริง หรือการเอาตัวรอด ของคนบางคน จึงต้องปล่อยให้เป็นขบวนการตรวจสอบของทางราชการที่ เผยแพร่ออกมา หรือไม่ก็

ต้องปล่อยให้ขบวนการทางสังคมตรวจสอบออกมา ว่าใครอยู่เบื้องหลัง การบุกรุกทำลายป่าชายเลนที่คลองสองร่องและคลองน้อย

ที่ขึ้นต้นเอาไว้ว่า ติดตามสื่อ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อวิทยุโทรทัศน์ ทหารหลายหน่วยงาน กำลังไร้บี้ นายทุนที่ทำรีสอร์ท ในพื้นที่สาธารณะ เป็นหน้ากระดาน รวมทั้งพื้นที่ป่าชายเลนทั่วประเทศ ที่เป็นเขตอนุรักษ์ แต่ทำไม ที่จังหวัดสมุทรสงคราม ถึงได้มีการอนุโลมให้ นายทุนและผู้รับเหมาก่อสร้างบุกรุกทำลายป่าชายเลน 100 เปอร์เซ็นต์ ได้ ถ้าจะมีการออกเอกสารสิทธิ์ ก็ออกใน พ.ศ 2500 ที่มีการฮั้วกันกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน และนายทุน ออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ป่าชายเลนได้ บางแห่งเช่นทุ่งหิน มีเอกสารสิทธิ์ เป็นของจังหวัดสมุทรสงคราม ยังถูกนำไปออกเป็นเอกสารสิทธิ์ ซ้ำซ้อนได้ เชื่อเหลือเกินว่า เจ้าหน้าที่ที่ดิน และนายทุน ในขณะนั้น บางรายคงเสียชีวิตไปแล้ว เพราะมันเป็นเวลาล่วงมาถึง 58 ปี แล้วจะให้เหตการเช่นนั้นมันเกิดขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกหรือ ?

ไทยตอนบนอากาศร้อนทั่วไป และมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/210704

วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559, 08.04 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(9 เม.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง ตาก อุตรดิตถ์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย สกลนคร ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ ศรีสะเกษ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และพระนครศรีอยุธยา กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดทางตอนบนของภาค โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ชาวบ้านโวย!ทวงต้นไม้อายุ100ปี ใบอนุญาตตัด40กว่าต้นอยู่ไหน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/210566

วันศุกร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559, 10.07 น.
8 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจากนายคงศักดิ์ ทองมาน อยู่บ้านเลขที่ 59/1 ม.2 ต.หนองเมที อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ตัวแทนชาวบ้าน ให้ช่วยนำเสนอข่าวเพื่อทวงถาม ไม้อายุกว่า 100 ปี จำนวน 40 กว่าต้น ที่อยู่สองข้างทาง ถนนหมายเลข 214 สายสุรินทร์-จอมพระ ที่กำลังมีการก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ ว่า ก่อนตัดมีการขออนุญาตถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ และหลังจากตัดไปแล้วนำไปเก็บไว้ที่ไหน ซึ่งเป็นที่คาแครงใจของชาวบ้านอยู่ในขณะนี้

ผู้สื่อข่าวจึงรุดลงพื้นที่พบชาวบ้าน เพื่อตรวจสอบตามที่รับแจ้ง ที่บริเวณถนนหมายเลข 214 ช่วงสายสุรินทร์-จอมพระ ซึ่งกำลังมีการก่อสร้างขยายถนนจาก 2 เลน เป็น 4 เลน พบว่าได้มีการตัดต้นไม้ที่อยู่ในเขตทางหลวงเพื่อขยายทางตลอดสายจริง แต่ไม้ที่ถูกตัดได้มีการขนย้ายออกไปบ้างแล้ว มีที่หลงเหลือให้เห็นอยู่บ้างบางส่วน ส่วนมากจะเป็นต่อไม้ที่มีขนาดเล็กไปจนถึงใหญ่ และไม้ที่ถูกตัดเป็นท่อนเพื่อรอการขนย้าย แต่ยังไม่ทราบว่าไม้จะถูกขนย้ายไปเก็บไว้ที่ไหน

นายคงศักดิ์ ทองมาน ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า การสร้างถนนหมายเลข 214 ตอนที 1 สายสุรินทร์-จอมพระ ชาวบ้านสงสัยว่า ไม้ที่ถูกตัดในเขตทางหลวง ซึ่งเป็นไม้ที่มีอายุกว่า 100 ปี ขนาด 3-4 คนโอบ ได้มีการขออนุญาตตัดไม้ในเขตทางหลวงหรือป่าว เช่น ไม้ฉำฉา ประดู่ ประมาณ 40 กว่าต้น ที่ถูกตัดหายไป นำไปเก็บไว้ที่ไหน โดยเฉพาะไม้ฉำฉาขนาด 3-4 คนโอบ 40 กว่าต้น และไม้ประดู่จากสุรินทร์ถึงอำเภอจอมพระ อีก 9 ต้น ไม่ทราบว่าไม้ถูกนำไปเก็บไว้ที่ไหน และหน่วยงานไหนเป็นผู้รับผิดชอบ วันนี้ตนจะเดินทางไปยื่นหนังสือที่ป่าไม้จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสอบถามว่าตอนนี้ไม้ที่ถูกตัดไปอยู่ตรงไหน แล้วก็จะไปยื่นหนังสือที่มณฑลทหารบกที่ 25 ด้วย เพราะต้องการทราบว่าเอาไม้ไปทำอะไรกันแน่ นายคงศักดิ์ กล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ สอบถามไปยังนายเอนก เกียงวัว หัวหน้าศูนย์ประสานงานป่าไม้สุรินทร์ ซึ่งติดราชการอยู่ที่ต่างจังหวัด นายเอนก กล่าวว่า ทางผู้รับจ้างทำถนนเส้นนี้ได้มีการทำหนังสือถึงศูนย์ประสานงานป่าไม้สุรินทร์ เพื่อขออนุญาตตัดต้นไม้ในเขตทางหลวงที่มีการก่อสร้างแล้ว และทางศูนย์ประสานงานป่าไม้สุรินทร์ ก็ได้ส่งหนังสือไปถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.นครราชสีมา องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เขต.จ.นครราชสีมา (ออป.) เพื่อลงมาตรวจสอบคัดเลือกไม้และตีตราก่อนตัด หลังจากมีการตัดแล้วต้องนำไม้ไปเก็บในที่ ที่ ออป.กำหนด ที่ผ่านมาจะนำไปเก็บไว้ที่หมวดการทางสุรินทร์ ตรง กม.15 ถนนสายสุรินทร์-ปราสาท

เมื่อผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังหมวดการทางสุรินทร์ กม.ที่15 ถนนสายสุรินทร์-ปราสาท ไม่พบว่ามีไม้ที่ถูกตัดถูกนำมาเก็บไว้ที่นี้แต่อย่างใด สอบถามเจ้าหน้าหมวดการทางที่บอกว่า ไม้ที่ถูกตัดจากถนนเส้นดังกล่าวไม่ได้ถูกนำมาเก็บไว้ที่นี้ และไม่ทราบว่านำไปเก็บไว้ที่ใด

สำหรับโครงการก่อสร้างปรับปรุงทางหลวง ทล.214 ตอนสุรินทร์-จอมพระ ระยะทาง 17.260 กิโลเมตร มี หจก.สวรรค์ประทานพรขนส่ง จ.ชัยภูมิ เป็นผู้ประมูลงานได้ และได้มีการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าขุดเอาดินหลวงไปทำถนน และทำถนนไม่ได้มาตรฐาน มีการเปิดหน้างานยาวเกินไป สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจร ไป-มา และชาวบ้านที่อยู่สองฟากถนน อีกทั้งเครื่องจักรที่นำมาลงงานก็มีไม่เพียงพอ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 เม.ย.59 ที่ผ่านมา นายสุทธิชัย สนธิมูล ผอ.สำนักก่อสร้างที่ 2 กรมทางหลวง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างทาง กล่าวว่า จากการตรวจสอบ ลักษณะที่ผู้รับจ้างทำนั้นยังไม่ได้มาตรฐาน ต้องมีการแก้ไขโดยด่วน โดยเฉพาะจุดที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะเปิดหน้างานต่อไป บางจุดได้มีการไปรื้อทางเข้าออก และยังไม่มีการทำให้สามารถเข้าออกได้เป็นปกติ ก็จะแจ้งให้ดำเนินการแก้ไข

ส่วนเรื่องการสร้างเกาะกลางถนน ในลักษณะรูปแบบดูแล้วจะกว้างมาก เรื่องนี้จะแจ้งทางฝ่ายสำรวจออกแบบให้ปรับแบบดู ว่าจะแคบลงมา เพื่อให้ดูเหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อการสัญจร ไป-มา จะได้สะดวก โดยเฉพาะรถจักรยาน และรถจักรยานยนต์ ที่วิ่งไหล่ทางก็จะมีความกว้างเพิ่มมากขึ้น เกิดความปลอดภัยกับประชาชนที่ใช้ถนนสัญจร เท่าที่ตรวจสอบตอนนี้เนื้องานยังไม่ได้ตามมาตรฐาน ตรงนี้ก็จะแจ้งให้ผู้รับจ้างให้เร่งแก้ไขให้ตรงตามมาตรฐานแบบที่กำหนด

นายสุทธิชัย กล่าวต่ออีกว่า สำหรับถนนสายสุรินทร์–จอมพระ ที่กำลังมีการก่อสร้าง ทางผู้รับจ้างได้มีการเปิดหน้างานยาวไป โดยเครื่องจักรไม่เพียงพอ ตรงนี้จะได้กำชับทางนายช่างโครงการให้ปรับแก้ไข ให้เปิดหน้างานระยะสั้นๆเพื่อไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อน โดยเฉพาะทางเข้า ทางเชื่อม ที่ผู้รับจ้างไปตัดออกทำให้ชาวบ้านเข้า-ออก ไม่สะดวกให้รีบปรับแก้ไข และให้ติดตั้งป้ายเตือน ไฟแสงสว่างยามกลางคืนให้เพียงพอ เพื่อให้ชาวบ้านสัญจรมีความปลอดภัย

สำหรับต้นไม้ข้างทางที่ถูกตัด ตรงนี้ได้แจ้งให้ทางผู้รับเหมานำมาคืนแล้ว เพราะเป็นสมบัติของชาติและต้นไม้ก็อยู่ในความดูแลของป่าไม้ ซึ่งที่ตัดได้คือ ออป.องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จะเป็นฝ่ายรับผิดชอบเรื่องต้นไม้ ซึ่งทางกรมทางจะไปแตะต้องในเรื่องต้นไม้ไม่ได้ และได้แจ้งให้ผู้รับจ้างให้ระงับหยุดไว้ก่อน และนำกลับมาคืนหลวง ก็จะได้แจ้งทางกรมป่าไม้ต่อไป

ภาคเหนือ-อีสาน และภาคกลาง ฟ้าหลัว-อากาศร้อนจัดบางพื้นที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/210552

วันศุกร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559, 08.01 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(8 เม.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง ตาก อุตรดิตถ์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 19-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย สกลนคร ร้อยเอ็ดชัยภูมิ ศรีสะเกษ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และพระนครศรีอยุธยา กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

จับเรือประมงเวียดนาม5ลำลูกเรือ37คน ลักลอบหาปลาน่านน้ำไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/210425

วันพฤหัสบดี ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559, 11.30 น.

7 เม.ย.59 เวลา 09.00 น. ที่ท่าเทียบเรือกลางอ่าว กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ร.ท.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 1 (ศรชล.เขต 1)  ได้มอบหมายให้ พล.ร.ต.วสันต์ บุญเนือง รองผู้บัญชาการฯ  พล.ร.ต.ชนินทร์  ผดุงเกียรติ  เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 น.อ.สำเริง จันทร์โส รองเสนาธิการฯ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม เรือประมงสัญชาติเวียดนาม 5 ลำ พร้อมผู้ควบคุมเรือ และลูกเรือ รวม 37 คน ในจำนวนนี้มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 2 ราย ในความผิดฐาน ทำการประมงรุกล้ำน่านน้ำไทยในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ หนีเข้าราชอาณาจักรไทยโดยมิได้รับอนุญาต และผิดพรบ.สิทธิทำการประมง
พล.ร.ต.วสันต์ บุญเนือง รองผู้บัญชาการ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก วันที่ 5 เม.ย. ได้รับแจ้งจาก เรือประมงสมาชิกชมรมวิทยุมดดำนาวี ทัพเรือภาคที่ 1 ว่ามีกลุ่มเรือประมงเวียนนาม 5 ลำ เข้ามาทำการประมงในน่านน้ำไทย บริเวณแบริ่ง 211 ระยะ 54ไมค์ จากปลายแหลมเทียน เกาะกูด จังหวัดตราด แลต 10 องศา 40 ลิปดา เหนือ ลอง 102 องศา 08 ลิปดา จึงได้สังการให้ ร.ล.คีรีรัฐ ทำการลาดตะเวนตรวจค้นเรือประมงต้องสงสัยจนพบ โดยใช้วิธีการแบบสกัดกั้น จึงได้จับกุมผู้ควบคุมเรือ และลูกเรือทั้งหมด พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นปลาทะเลที่ถูกแช่อยู่ในห้องน้ำแข็ง ส่งเจ้าพนักงาน สภ.สัตหีบ ดำเนินคดีตามกฎจะเห็นได้ว่า
พล.ร.ต.วสันต์ กล่าวอีกว่า ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านนั้น ทัพเรือภาคที่ 1 ได้ดาเนินการจับกุมเรือประมงเวียดนามถึง 3 ครั้ง จำนวน 11 ลำ ได้ลูกเรือ จำนวน 102 คน  เนื่องด้วยปัจจุบันอยู่ในห้วงที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเพื่อให้เป็นการทำประมงที่ถูกกฎหมาย มีการรายงาน และการควบคุม ให้สอดคล้องตามหลักสากล ดังนั้น นอกจากเรือประมงไทยซึ่งถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังแล้ว ในกรณีการลุกล้าน่านน้าเข้ามาทาประมงของเรือประมงต่างชาติ จึงต้องมีการดำเนินการจับกุมอย่างเข้มข้นเช่นเดียวกัน โดยเราได้เพิ่มกิจในการลาดตระเวนของเรือรบและอากาศยานมากขึ้น รวมทั้งต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวประมง ที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ จนมาสู่การจับกุมในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาหมายต่อไป

 

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ส่วนภาคตะวันออก-ภาคใต้มีฝน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/210402

วันพฤหัสบดี ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559, 08.02 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(7 เม.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง ตาก อุตรดิตถ์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และกำแพงเพชร กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 21-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย สกลนคร ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ ศรีสะเกษ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 40-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และพระนครศรีอยุธยา กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 40-42 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ไทยตอนบนอากาศร้อนโดยทั่วไป เตือนประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/210296

วันพุธ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2559, 08.08 น.
6 เม.ย.59 ความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออก และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อน และควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมในที่โล่งแจ้งนานๆ และดื่มน้ำบ่อยๆ ขณะที่ดำเนินกิจกรรมในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัด บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำปาง ตาก และพิษณุโลก กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 21-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัด บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัด บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี และกาญจนบุรี กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ไฟป่าโหมไหม้ป่าแม่ฮองสอน จนท.ระดมกำลังเร่งออกดับไฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/210146

วันอังคาร ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2559, 14.55 น.
5 เม.ย.59 เวลา 11.00 น. นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่าอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ออกไปทำการดับไฟป่า บริเวณข้างทางหลวงหมายเลข 1095 สายเลี่ยงเมืองระหว่างทางแยกเข้าบ้านนาหมากปิน กับทางแยกเข้าบ้านสบสอย ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยไฟป่าได้โหมไหม้ต้นไม้และใบไม้อย่างรุนแรง จนบางจุด ชุดดับไฟป่าต้องล่าถอยออกจากจุดเกิดเหตุ เนื่องจากไม่สามารถทนกับหมอกควันที่หนาทึบและไฟที่รุนแรงได้

นอกจากไฟป่าในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนแล้ว ในพื้นที่อำเภออื่น ๆ ได้แก่ อ.ปาย , อ.ปางมะผ้า , อ.ขุนยวม , อ.แม่ลาน้อย , อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย ยังคงมีเหตุไฟป่าเกิดขึ้นทุกวัน และเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปทำการดับไฟป่าไม่เว้นแต่ละวัน


อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีไฟป่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับในพื้นที่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนในวันนี้ หมอกควันได้เบาบางลงไปเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ทัศนวิสัยสามารถมองเห็นเกินกว่า 10,000 เมตร ( 10 กม.) ทำให้เครื่องบินของสายการบินกานต์แอร์ สามารถบินมาลงยังท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน ได้ตามปกติ ส่วนค่าปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ เมื่อเวลา 13.00 น.วัดได้ 99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน และนับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเดือนที่ค่าฝุ่นละอองลดลง

 

เผยพายุฤดูร้อนส่งผลดีมีน้ำเพิ่ม หวั่นทำบ้านเรือนเสียหาย-เร่งช่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/210127

วันอังคาร ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2559, 12.59 น.
5 เม.ย.59 เวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเกิดพายุฤดูร้อนในหลายจังหวัดทางภาคอีสานว่า จะรายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งเรื่องภัยแล้งและพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นล่าสุดตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม – 4 เมษายน ที่ผ่านมา โดยพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นนั้น ถือว่าให้ผลทั้งในแง่บวกและลบ ในแง่บวกคือปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้น มีฝนกระจายตัวในหลายจังหวัด ปริมาณน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำไม่น้อยกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร และยังช่วยให้มีความชื้นในอากาศ ส่งผลให้ทำฝนหลวงได้ง่ายขึ้นในช่วงนี้ ส่วนที่เป็นผลเสียคือกระทบกับประชาชน ทำให้บ้านเรือนเสียหาย ซึ่งมีอยู่ 17 จังหวัด ได้รับความเสียหายประมาณ 2,000 หลัง ก็เร่งให้ความช่วยเหลือ

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ส่วนปริมาณน้ำในแต่ละเขื่อนยังเป็นไปตามแผนการจัดการน้ำ เราสามารถคำนวณได้ พื้นที่ในเขตชลประทานต่างรู้อยู่แล้ว อย่าง 5 วันที่ผ่านมาน้ำลงสู่เขื่อน 133 ล้านลูกบาศก์เมตร  ส่วนพื้นที่นอกเขตประทานเป็นเรื่องการจัดการของพื้นที่เอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีเขื่อนไหนที่มีปริมาณน้ำน้อยจนน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ถ้าเป็นในภาคอีสานก็เป็นเขื่อนอุบลรัตน์ แต่อยู่ในขั้นการจัดการโดยใช้น้ำสำรอง เป็นเทคนิคที่ทางกรมชลประทานต้องอธิบายทำความเข้าใจ หรือปริมาณน้ำที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทุกปีน้ำต้องเต็ม เพราะน้ำที่ไหลจากแม่น้ำป่าสักเข้าเขื่อนปริมาณ 2,000 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งความสามารถกักเก็บน้ำของเขื่อนอยู่ที่ 900 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปีนี้ไม่เต็มปริมาณแสดงว่าน้ำไหลเข้าน้อยมาก ซึ่งน้ำในเขื่อนเป็นส่วนหนึ่งที่จะแก้ปัญหาภัยแล้งต้องได้รับการจัดการ เช่นเดียวกับน้ำนอกเขื่อน เช่น น้ำบาดาล จะต้องมีการจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ส่วนเรื่องประปาทั้งระบบนั้น อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ในระดับภูมิภาคไม่มีการปิดการจ่ายน้ำ ทั้ง 234 สถานี ทั้งหมดสามารถใช้การได้ มีเพียงบางหน่วยต้องจ่ายน้ำเป็นเวลา บางหน่วยก็ต้องลดกำลังการจ่ายลง รวมถึงบางพื้นที่ต้องประสบปัญหาน้ำเค็มหนุน แต่ในส่วนของประปาพื้นที่นครหลวงยังไม่มีปัญหา