ซอลท์ // เปปเปอร์ ความต่างที่ขาดกันไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 มกราคม 2559 เวลา 18:20 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/410505

ซอลท์ // เปปเปอร์ ความต่างที่ขาดกันไม่ได้

โดย…วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ชื่อเก๋แต่เข้าใจง่าย แถมการตกแต่งยังดูเรียบแต่หรู ร้านอาหารซอลท์// เปปเปอร์ (Salt // Pepper) ทำให้รู้สึกเช่นนั้น ร้านอาหารสไตล์ Western Casual Dinning ที่นำ “เกลือ” กับ “พริกไทย” ซึ่งเป็นเครื่องปรุงชูรสหลักของอาหารสไตล์ตะวันตก มาเป็นคอนเซ็ปต์ในการตกแต่งร้าน นำเสนอความต่างแต่เติมเต็มซึ่งกัน

 

บรรยากาศร้านให้ความผ่อนคลายและมีรายละเอียดยิบย่อยให้ได้นั่งละเมียดก่อนรสอาหารเสียอีก ด้วยการหยิบวัสดุจากธรรมชาติมาใช้ในการตกแต่ง เช่น หินทะเล เรียงรายเป็นชั้นๆ บนผนัง แทนสัญลักษณ์เกลือก่อนที่จะตกผลึก เล่นสีขาวบริสุทธิ์ของเกลือ และเติมสีทองให้ความหรูหรา กลางร้านดีไซน์ชั้นวางของเป็นทรงขวดพริกไทย

เมนูอาหาร เป็นเวสเทิร์นจากต้นตำรับ วัตถุดิบ กระบวนวิธีการปรุง เพียงแต่มีการปรับรสชาติให้ถูกลิ้นคนไทยมากขึ้น ยืนยันว่าไม่ใช่แนวฟิวชั่น เริ่มที่เมนูแนะนำออกง่ายกินคล่อง มันฝรั่งทอดกับซอส 8 ชนิด เมนูธรรมดาแต่รังสรรค์คัดความพิเศษใส่ทุกรายละเอียด ใช้มันฝรั่งนำเข้าจากสหรัฐเท่านั้น เนื่องจากเวลาทอดมันฝรั่งให้กรอบง่ายและกรอบนาน เสิร์ฟพร้อมซอสถึง 8 รส แต่ไม่จิ้มก็อร่อยแล้ว

 

เมนูอิ่มท้อง มินิเบอร์เกอร์ 3 สี 3 รสชาติ จุดเด่นของเบอร์เกอร์อยู่ที่แป้ง เบอร์เกอร์เนื้อไก่ ขนมปังสีเหลืองมีส่วนผสมของหัวหอมใหญ่ รับประทานกับซอสรสชาติเผ็ดกำลังดี เบอร์เกอร์แกะ ขนมปังสีเขียวจากใบมินต์ สอดไส้ซอสพริกไทยดำผสมไวน์แดงและหัวหอมใหญ่ สุดท้ายเบอร์เกอร์หมู ขนมปังสีแดงเกิดจากการผสมกับมะเขือเทศ ซอสให้รสเค็มกลมกล่อม

สำหรับเมนูของหวาน อาจไม่ได้แปลกกว่าที่อื่น แต่เน้นการตกแต่งจานเป็นพิเศษ รวมถึงวัตถุดิบที่ให้รสและกลิ่นอันโดดเด่นของแต่ละเมนู เช่น ฝักวานิลลาที่ปลูกในมาดากัสการ์ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สดๆ ที่นำมาทำไอศกรีมเชอร์เบต เป็นเมนูที่เรียบง่ายแต่มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

ซอลท์ // เปปเปอร์ ตั้งอยู่ที่ชั้น 7 โซนเอเทรียม เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 09-4249-0409

 

เนื้อตุ๋นโป่วเทียมเฮง เจ้าเก่ากลับมาแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 มกราคม 2559 เวลา 10:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/410343

เนื้อตุ๋นโป่วเทียมเฮง เจ้าเก่ากลับมาแล้ว

โดย…โจ เกียรติอาจิณ

กลับมาเอาใจคนรักเนื้อตุ๋นอีกครั้ง “โป่วเทียมเฮง” หลังต้องหยุดยาวไปนาน ร้านเก่าเจ้าเดิมตั้งอยู่เชิงสะพานลอยปากซอยปรีดี พนมยงค์ 16 ป้ายเด่นหรารอให้แฟนๆ แวะไปลิ้มรส

สร้างชื่อมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ (เทียม แซ่โป่ว) พ.ศ. 2512 ตกทอดสู่รุ่นลูกชาย “ต้อม” ความอร่อยไม่เคยเปลี่ยนแปลง คงไว้ซึ่งสไตล์เนื้อตุ๋นเครื่องยาจีน แถมเพิ่มหมูตุ๋นเป็นทางเลือก

น้ำซุปรสกลมกล่อม หอมเครื่องยาจีน กลิ่นเนื้อยั่วน้ำลายเป็นเอกลักษณ์ สีน้ำซุปของแท้ต้องน้ำตาลเข้ม ผักลวกมีแค่ถั่วงอกกับผักบุ้งจีน ลวกพอสลด ใครชอบใบโหระพาสด เด็ดใส่ตามใจปรารถนา

เนื้อตุ๋นที่นี่ตุ๋นกันข้ามคืน กว่าจะได้ที่และได้กิน ทำให้เนื้อตุ๋นเปื่อยและนุ่ม แต่ไม่เละยุ่ย เพราะคัดสรรอย่างดี ไม่ใช่เศษเนื้อเหลือจากเขียงในตลาด เช่น เนื้อติดมัน เอ็นแก้ว รวมทั้งเครื่องใน ตับ ผ้าขี้ริ้ว ขอบกระด้ง ขณะที่เนื้อสดกับลูกชิ้นก็ไม่ต่างกัน

 

เกาเหลาสักชาม ข้าวเปล่าสักถ้วย ถ้าไม่อิ่ม ก็ค่อยตามด้วยเส้นหมี่หรือเส้นเล็ก รับรองว่าอิ่มแปล้จนจุกเลยล่ะ แนะนำว่าพวงเครื่องปรุงไม่ต้องพึ่ง สั่งมาซดน้ำซุป อร่อยแบบไม่เสียพะยี่ห้อ

ชอบสุดก็คงเป็นเอ็นแก้ว ได้ความหนึบเล็กๆ เวลาเคี้ยว สั่งเฉพาะเอ็นแก้วเกาเหลา จัดหนักจัดเต็มสองชาม เหยาะพริกน้ำส้มนิดหน่อย หรือจะขอถ้วยมาแยกน้ำจิ้มต่างหาก ก็เป็นอันสุขสม

ราคา 60 บาทขาดตัว เหมาะสมกับปริมาณที่ให้ เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 10 โมงเช้า เวลาปิดขึ้นอยู่ว่าของหมดไวหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่ก็ราวๆ 2 ทุ่มนู่น วันเสาร์และอาทิตย์ ซอยปรีดี พนมยงค์ 16 หยุด อยากกินต้องตามไปที่ตลาดน้ำขวัญเรียม รามคำแหงซอย 187 หรือสะดวกในห้างก็มีที่มาบุญครอง โทร. 08-6533-3433

 

โกรท คาเฟ่ แอนด์ โค โอเอซิสใหม่ใจกลางสยาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 มกราคม 2559 เวลา 10:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/409395

โกรท คาเฟ่ แอนด์ โค โอเอซิสใหม่ใจกลางสยาม

โดย…สมแขก ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

สําหรับนักศึกษามองหาคาเฟ่ที่สามารถอ่านหนังสือได้ยาวๆ ฟรีแลนซ์และสตาร์ทอัพที่ต้องการพื้นที่ทำงานแบบส่วนตัวและเงียบสงบ ขอแนะนำขุมทรัพย์แห่งใหม่ของวัยรุ่น โกรท คาเฟ่ แอนด์ โค (Growth Cafe & Co.) คาเฟ่และโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ (Co-working Space) แห่งใหม่ที่วางคอนเซ็ปต์ว่าเป็นโอเอซิสใจกลางสยามสแควร์ ที่เปิดอย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา

 

โกรท คาเฟ่ เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนที่ทำงานด้านไอทีที่มองว่าวันนี้คือยุคทองของสตาร์ทอัพ อยากมีพื้นที่พบปะพูดคุยการทำงานที่ตอบโจทย์ความต้องการ ทั้งชั่วโมงการทำงาน อาหารที่อร่อย และอินเทอร์เน็ตเร็วแรงและทั่วถึงในกรณีที่มีคนเข้าใช้บริการเต็มพื้นที่ อีกทั้งจะต้องเงียบสงบ สบายตา สบายใจ ดังนั้นจึงเกิดคาเฟ่ที่สตาร์ทอัพรุ่นใหม่สามารถแชร์พื้นที่ทำงานได้ เป็นอีกหนึ่งคอมมูนิตี้ของวัยรุ่นที่พร้อมจะเติบโตไปสู่วัยทำงาน เป็นสถานที่สำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างความสำเร็จให้สตาร์ทอัพไปด้วยกัน

 

ร้านนี้มี 4 ชั้น รูปแบบของคาเฟ่และโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ แห่งนี้มีเป้าหมายเพื่อตัดความวุ่นวายของบรรยากาศด้านนอก ขณะเดียวกันก็ให้แรงบันดาลใจคนมานั่ง การตกแต่งจึงเรียบง่ายด้วยโครงสร้างเหล็กแบบลอฟต์ จัดวางด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้จริง และแทรกความร่มรื่นด้วยต้นไม้ให้ความสดชื่น พื้นที่นี้จึงเป็นลอฟต์ที่อบอุ่น พื้นที่ใช้สอยจะเริ่มจากคาเฟ่ชั้น 2 ที่มีเคาน์เตอร์คาเฟ่และพื้นที่นั่งดื่มกาแฟ มีเครื่องดื่มและขนมโฮมเมดที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี บรรยากาศไม่วุ่นวายเหมาะกับการทำงาน อ่านหนังสือ หรือจะนั่งพูดคุยก็ยังได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือ Free Wi-Fi ทั้งวัน คุณสมบัติครบครัน บอกเลยว่าร้านนี้ต้องเก็บไว้ในลิสต์

 

ขึ้นบันไดถัดมาเป็นชั้นที่ 3 เป็นพื้นที่ของโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ ที่จัดวางอย่างน่ารัก แบ่งเป็นสัดส่วนและรองรับกว่า 40 ที่นั่ง มีอินเทอร์เน็ตแรงๆ มีปลั๊กไฟสำหรับทุกโต๊ะ มีขนมขบเคี้ยว น้ำดื่ม และห้องน้ำไว้พร้อมอำนวยความสะดวก ถ้าหากต้องการพื้นที่ในการทำงานกลุ่มให้ความรู้สึกเหมือนบ้านแต่สงบเงียบแนะนำที่นี่ได้เลย เรียกได้ว่าถ้าใช้เวลาอยู่ที่นี่ 24 ชั่วโมงก็ได้สบายๆ ส่วนชั้น 4 มีเป้าหมายว่าจะเปิดเป็น Event Space สำหรับใครที่อยากจัดอีเวนต์เล็กๆ คลาสเวิร์กช็อป หรือจัดเสวนากลุ่มย่อยๆ สำหรับสตาร์ทอัพ ให้สมกับเป็นคาเฟ่ที่อยากเห็นทุกคน “เติบโตไปด้วยกัน” นั่นเอง

 

โกรท คาเฟ่ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.30-22.00 น. และมีแนวโน้มจะเปิด 24 ชั่วโมงเร็วๆ นี้ สำหรับอัตราค่าบริการของโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ สำหรับคนทั่วไป 3 ชม. 190 บาท/คน, 6 ชม. ราคา 240 บาท/คน และซื้อบริการพื้นที่ 24 ชม. 290 บาท/คน ส่วนนักศึกษาเพียงยื่นบัตรที่เคาน์เตอร์ก็จะได้ราคาพิเศษ

ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของโกรท คาเฟ่ได้ที่ www.growth.in.th เฟซบุ๊ก : GrowthCafeAndCo อินสตาแกรม : @growthcafeandco โทร. 08-6778-8163

 

Easy Bites เปาะเปี๊ยะกุ้งโหระพา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มกราคม 2559 เวลา 12:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/409332

Easy Bites เปาะเปี๊ยะกุ้งโหระพา

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

ต้นปีแบบนี้ ใครๆ ก็ตั้ง New Year Resolution หรือเป้าหมายที่พร้อมพุ่งชนในศักราชใหม่ นัยของเป้าหมายมักจะมีไว้เพื่อปรับปรุง เเก้ไข ให้ชีวิตดียิ่งๆ ขึ้นไป สำหรับผู้เขียนในปีใหม่นี้ ตั้งใจว่าจะพยายามหาสูตรที่ไม่ยุ่งยาก เเต่จับมาเเต่งตัวหรือเพิ่มเติม Gimmick อีกเล็กน้อย เพื่อให้ได้เมนูที่ทำได้ง่ายๆ เร็วๆ เเต่เก๋ไก๋ ให้เป็นเมนู Heart made for Heart Eat สำหรับคอลัมน์นี้ตลอดปีลิงนี้

สำหรับฉบับนี้ เปิดตอนใหม่ Easy Bites อาหารกินเล่นที่จบเป็นคำๆ ยังใช้ได้ในช่วงเวลาต้นปีที่ยังติดลมปาร์ตี้ ด้วยเปาะเปี๊ยะกุ้งง่ายๆ อาศัยความหอมของโหระพามาเป็นตัวชูโรง ทำให้เปาะเปี๊ยะกุ้งธรรมดาๆ หอมชวนกินมากขึ้น

เปาะเปี๊ยะทอดโดยทั่วไปมักจิ้มกับน้ำจิ้มบ๊วย หรือน้ำจิ้มไก่ที่ออกรสเปรี้ยวหวาน เเต่อาจมีรสชาติไม่ “เป๊ะ” นักเมื่อรับประทานคู่กับเปาะเปี๊ยะกุ้งโหระพา สังเกตจากการจับคู่รสชาติแล้วได้ไอเดียจิ้มเปาะเปี๊ยะหอมโหระพากับน้ำพริกเผาปรุงรส ให้ได้ห้ารส เค็ม เผ็ด เปรี้ยว หวาน เเละอร่อย

เเป้งเปาะเปี๊ยะในปัจจุบันหาซื้อง่ายขึ้นเยอะ ทุกซูเปอร์มาร์เก็ตมักมีเเป้งเปาะเปี๊ยะวางขายตามตู้เเช่เเข็ง มาในรูปเเบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดมีตั้งเเต่ 6 จนถึง 8 นิ้ว เนื้อเเป้งเปาะเปี๊ยะเเบบเเช่เเข็งจะเรียบละเอียด ห่อได้ง่าย เเละไม่ค่อยอมน้ำมัน เมื่อทอดด้วยวิธีที่ถูกต้อง สามารถซื้อไว้ติดช่องเเข็งได้ จะใช้เมื่อไหร่ก็นำออกมาพักไว้ที่อุณหภูมิห้องสักครู่ก็จะนุ่มพอที่จะห่อม้วนได้ไม่ยาก เพียงเเค่อย่าให้สัมผัสกับลมนาน เพราะจะเเห้งกรอบเเละเเตกได้

เเน่นอนต้องมีวัตถุดิบเป็นกุ้งสด ที่สามารถเลือกเป็นกุ้งเเช่เเข็งที่สามารถเก็บไว้ได้ง่าย จะหยิบใช้เมื่อไหร่ก็เพียงเเค่เอาออกมาพักในตู้เย็น หรือเปิดก๊อกน้ำให้กุ้งละลาย ถ้าใช้กุ้งเเช่เเข็ง อาจจะข้ามขั้นตอนการหมักไปได้ เพราะเนื้อกุ้งเเช่เเข็งมักผ่านกระบวนการให้มีเนื้ออุ้มน้ำจึงเด้งดึ๋งๆ ไม่เเห้ง ถ้าคุณผู้อ่านใช้กุ้งสด สามารถหมักไว้ได้ง่ายๆ ตามสูตรพื้นฐาน เเต่เนื้อกุ้งไม่ควรหมักไว้นานเกินไป เพราะจะเเห้งเเข็งเเทนที่จะอร่อยไปได้

เปาะเปี๊ยะกุ้งที่ห่อไว้ สามารถเรียงใส่กล่องเเช่ช่องเเข็งไว้ได้ จะรับประทานเมื่อไหร่ เพียงเเค่ตั้งน้ำมันให้ร้อน เเล้วทอดด้วยน้ำมันท่วมๆ ที่ไฟกลางจนสุกเหลือง ดูกรอบ เเล้วตักใส่ตะเเกรงไว้ เพื่อให้ระบายความร้อน เปาะเปี๊ยะกุ้งจะได้กรอบนานๆ

สำหรับอาทิตย์หน้าจะเป็น Easy Bites สูตรง่ายๆ เป็นคำๆ เเบบไหน รับรองว่าง่ายๆ ไม่ยากตามสัญญา

สำหรับเปาะเปี๊ยะ

เเผ่นเเป้งเปาะเปี๊ยะ (ตัดขนาด 5×5 นิ้ว หรือให้สัมพันธ์กับขนาดกุ้ง) 15 เเผ่น

กุ้งเเชบ๊วย หรือกุ้งเกษตร (ตามงบประมาณเเละความชอบ) 15 ตัว

ใบโหระพา เด็ดเป็นใบๆ 15 ใบ

เกลือป่น 1 ส่วน 8 ช้อนชา

ไข่ขาว 1 ช้อนโต๊ะ

เเป้งมัน 1 ส่วน 2 ช้อนชา

พริกไทยขาว 1 ส่วน 4 ช้อนชา

น้ำตาลทราย ครึ่งช้อนชา

น้ำมันพืชสำหรับทอด

ตกเเต่งด้วยใบโหระพาทอดกรอบ พริกเเห้ง หั่นเเว่นๆ โรย จะได้สวยๆ

สำหรับน้ำจิ้มพริกเผา (ลองปรับรสเเล้วจดให้ด้วยนะจ๊ะ)

น้ำพริกเผาเเบบละเอียด 4 ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา2 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

น้ำมะนาว 2 ช้อนชา

เม็ดมะม่วงหิมพานต์โขลกหยาบๆ สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

• ปอกเปลือกกุ้ง เเกะหัว ไว้หาง บั้งที่ส่วนท้องกุ้งเป็นเส้นๆ ไว้สัก 2-4 เส้น เพื่อให้ตัวกุ้งยืดได้เมื่อถูกความร้อน ทำความสะอาดด้วยน้ำเย็น ซับให้เเห้ง

• หมักส่วนผสมเกลือ ไข่ขาว เเป้งมัน พริกไทยขาว น้ำตาลทราย พักไว้สัก 10 นาที

• เเผ่เเป้งเปาะเปี๊ยะลง หั่นด้านมุมเข้าหาตัว พับมุมด้านขวาเข้ามาสัก 1.5 นิ้ว วางกุ้งด้านหางลงตรงด้านที่พับไว้เเล้วค่อยๆ ม้วนขึ้นมา วางใบโหระพาลงเเล้วพับมุมด้านซ้ายให้จรดกับเนื้อด้านหัวกุ้ง ม้วนขึ้นมาเรื่อยๆ จนสุดเเผ่นเเป้ง ทาด้วยเเป้งเปียกหรือไข่ขาว เรียงใส่ถาด พักไว้ ทำให้ครบตามจำนวน

• ตั้งน้ำมันให้ร้อน ทอดให้เหลือง ตักพักบนตะเเกรง

• ผสมน้ำจิ้ม โดยคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน โรยด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เสิร์ฟพร้อมเปาะเปี๊ยะกุ้งโหระพา

 

ไปลำพูน ต้องแวะครัววันดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มกราคม 2559 เวลา 11:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/409204

ไปลำพูน ต้องแวะครัววันดี

โดย…คาเอรุ ภาพ… วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ไปเที่ยว จ.ลำพูน ทั้งที หลังขี่จักรยานชมเมืองตามธรรมเนียม ก็ต้องจัดอาหารพื้นเมืองรสชาติแบบหละปูนแท้ๆ กันสักหน่อย

จังหวัดเล็กๆ ใกล้เชียงใหม่ ร้านอาหารพื้นเมืองแบบต้อนรับแขกได้ จะว่าไปก็มีไม่ค่อยมากเท่าไหร่ ถามคนท้องถิ่นแนะนำร้าน “ครัววันดี” อยู่บนถนนลำพูน-สันป่าตอง ไม่ไกลจากตัวเมืองเท่าไหร่ สามารถปั่นจักรยานไปชิมต่อได้เลย

 

ชื่อครัววันดีนึกว่าเป็นชื่อเจ้าของร้าน แต่กลับไม่ใช่ หากตั้งให้มีความหมายตามความเชื่อของคนทางเหนือว่า วันไหนๆ ก็เป็นวันดี ไม่มีวันเสีย ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2537 นู่นแน่ะ ดำเนินงานโดย ศรีจันทร์ ญาณรังษี หรือเจ๊ไพ คนลำพูนโดยกำเนิด เพราะฉะนั้นร้านนี้คงต้องเสิร์ฟอาหารเมืองรสชาติแบบลำพูนแท้ๆ แน่นอนเลย

เปิดเมนูมาน่ากินไปหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นลาบ คั่ว แกง หมก แอบ น้ำพริกหลากหลาย อยากลองนู่นนี่นั่นมากมายไปหมด แต่คนมาจากกรุงเทพฯ จะสั่งเมนูเอ็กโซติกเกินไปจะกินไม่ได้เหลือเสียของกันเปล่าๆ ว่าแล้วก็จิ้มสั่งเมนูง่ายๆ แต่ได้รสชาติเหนือแน่นอน อย่างออร์เดิร์ฟเมืองที่มาพร้อมน้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ไส้อั่ว แหนมหมู พร้อมผักเคียงต้ม ทั้งถั่วฝักยาว ฟักทอง และกะหล่ำปลี

 

มาถึงเมนูโปรดของคนเขียน ไปร้านอาหารเหนือต้องสั่งทุกครั้ง ได้แก่ ตำขนุน ที่ครัววันดีเสิร์ฟมาในพอร์ชั่นแบบน้ำพริก พร้อมผักเคียงและแคบหมู รสชาติจัดจ้านกำลังดีตำแบบแห้งๆ ไม่แฉะ ใครเผ็ดยังไม่สะใจก็หยิบพริกแห้งขึ้นมาเคี้ยวเพิ่มความเผ็ดร้อนได้

ที่ไม่อยากให้พลาดของร้านนี้คือ น้ำพริกข่า อร่อยล้ำดีแบบมีเทกซ์เจอร์ เมนูนี้มาพร้อมเห็ดถอบหรือเห็ดนางฟ้าต้ม รสชาติเข้าคู่กันสุดๆ อร่อยจนอยากห่อกลับบ้านมาซะหลายๆ ถุง

 

มาถึงจานแกง ไม่รู้จะสั่งอะไรดี เพราะมันน่ากินไปหมด มีทั้งต้มยำ ต้มส้ม แกงอ่อม ฯลฯ ในที่สุดก็ลองสั่งแกงคั่วเห็ดถอบ เพราะหาเห็ดกินยาก รสชาติแซบนัวสมใจ

เปิดเมนูแนะนำยังมี แกงผักหวานไข่มดแดง แกงขนุน คั่วแค่ปลาช่อน ตำมะเขือยาว แกงฮังเลลำไย แอบหมูปิ้ง แกงตูนกุ้งฝอย แกงเห็ดหล่มหมกไข่มดแดง

 

แต่ละอย่างสามารถสั่งได้ว่าต้องการความเผ็ดประมาณไหน แต่ถ้าใครสามารถกินเผ็ดได้ ก็ลองสั่งรสชาติแบบที่เขาเสิร์ฟในร้านมาลองจะได้ชิมรสที่แท้จริงของอาหารเมืองลำพูน

หากจะให้ชัวร์ก็สั่งปีกไก่ เอ็นไก่ หรือปลาทอดสมุนไพร ไม่ก็กุ้งฝอยทอดมาไว้กินแก้เผ็ดด้วยก็ดี

 

ร้านครัววันดี มีพื้นที่กว้างขวาง บรรยากาศแบบรับประทานอาหารกลางสวนที่บ้าน อาหารสั่งได้เร็ว เสิร์ฟไว มีบ่อน้ำจัดสวยงามแกล้มเป็นอาหารตาที่ด้านใน นอกจากนี้ยังมีห้องจัดเลี้ยงไว้รองรับการประชุมสัมมนาด้วย (ไม่ใช่ธรรมดา) ใครติดโซเชียลเน็ตเวิร์ก เขามีไว-ไฟให้ใช้ฟรีแบบไม่ต้องง้อพาสเวิร์ดด้วยนะจ๊ะ

ครัววันดี เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น. โทรถามทางหรืออยากจะจับจองอะไรพิเศษ ได้ที่เบอร์ 053-000-116 หรือ 08-1883-6215

http://khruawandeelamphun.com/

 

จับคู่รสชาติ ไฮบอล & อาหาร เพิ่มดีกรีความอร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มกราคม 2559 เวลา 17:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/409096

จับคู่รสชาติ ไฮบอล & อาหาร เพิ่มดีกรีความอร่อย

โดย…สืบสิน

ใหม่กับการเฉลิมฉลองเป็นของคู่กัน ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ต่างถูกคัดสรรมาเพิ่มดีกรีให้การเฉลิมฉลอง และหนึ่งในนั้นก็คือ ไฮบอล ซึ่งจับคู่มากับเมนูโปรด

คำว่า ไฮบอล (Highball) นี้เริ่มเรียกกันคุ้นหูมาตั้งแต่ในศตวรรษที่ 19 เพื่อใช้เรียกชื่อเครื่องดื่มจำพวก วิสกี้ ที่เสิร์ฟด้วยแก้วทรงสูง หรือเรียกว่า “บอล” ใช้แรกเริ่มในบาร์ของสมาคมสโมสรกอล์ฟ ณ ประเทศอังกฤษ ไม่นานนัก “The Highball” ก็กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในปี 1950 นับแต่นั้นมา

 

ในช่วงนั้น ประเทศญี่ที่มีแนวคิดอนุรักษนิยม ต้องเผชิญกับปัญหาความยากจนในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยส่วนใหญ่ เครื่องดื่มประเภท วิสกี้ นั้นจะคิดว่าเป็นเครื่องดื่มสำหรับกลุ่มผู้ใหญ่และสูงวัย ซึ่งคนรุ่นใหม่หรือนักดื่มทั่วไปจึงหาหนทางอื่นที่จะเพลิดเพลินไปกับรสชาติ ของ วิสกี้ โดยที่สามารถดื่มคู่กับอาหารได้

 

ในญี่ปุ่น Highball ค่อนข้างได้รับนิยมอย่างสูง ที่เห็นเป็นประจำก็คือ Suntory ขวดกระดองเต่า (Suntory kakubin) ผสมโซดา แล้วก็อาจจะใส่ผลไม้สายซิตรัส อย่างเลมอนหรือส้ม

 

แล้ว Highball นี่เอง ถือเป็นการปฏิวัติวงการเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมหลักๆ ก็คือ วิสกี้ โซดา และเสิร์ฟด้วยแก้วขนาดใหญ่พร้อมน้ำแข็ง และด้วยสูตรที่ทำได้ง่ายแถมยังมีรสชาติที่กลมกล่อม ทำให้ Highball นี้กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นถึงขนาดที่ว่าสามารถหาซื้อได้ในรูปแบบกระป๋องตามร้านสะดวกซื้อ

ในปัจจุบัน เครื่องดื่มที่ปฏิวัติวงการเครื่องดื่มทั่วโลกนี้ ได้ตอบโจทย์แก่นักดื่มชาวไทย สำหรับคนที่อยากจะเปิดประสบการณ์ใหม่ โดยดื่มจับคู่กับอาหารเมนูโปรดปราน

 

 

 

พอถึงช่วงปลายปีผู้คนนักสำราญทั้งหลายมักมองหาร้านดีๆ บรรยากาศชิลๆ ไว้นั่งเมาท์กับเพื่อนฝูงทบทวนเรื่องราวต่างๆ

หลายคนคงนึกถึงบรรยากาศลานเบียร์ ซึ่งหลายคนก็คงคาดหวังว่าจะได้สัมผัสกับอากาศหนาวบ้าง แต่เรื่องมันเศร้าที่ปีนี้ฤดูหนาวบ้านเราขอวีซ่าไม่ผ่านพวกเราเลยอดสัมผัสอากาศเย็นๆ กันไป แต่ไม่เป็นไรถึงอากาศจะไม่หนาวเราก็หาที่บรรยากาศดีๆ สำหรับกินดื่มทดแทนไปก่อนได้

 

พูดถึงบรรยากาศและเครื่องดื่มดีๆ สักแก้วก็อย่าลืมมองหา Highball กันนะครับ ง่ายๆ เลยก็คือวิสกี้ ผสมโซดา แล้วมีเลมอนใส่ลงไป 1 ซีก จบ นี่คือแบบเบสิก แต่ที่ Black Highball Garden เขามีให้เลือกหลายแบบมาก ลืมบอกไปที่ Black Highball garden เขารวมเอา 3 ร้านเด็ดมาไว้บริการทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งในแต่ละร้านก็จะเลือกเมนูเด็ดมาให้เราได้กินกัน พร้อมกับเครื่องดื่ม highball

 

 

เมนู ที่แนะนำและเป็น Signature เลยก็คือ “Black Highball” มีส่วนผสมของวิสกี้ Johnnie Walker Black Label ผสมด้วยโซดาและเปลือกส้ม ความหอมของวิสกี้ ผสมกับกลิ่นเปลือกส้มทำให้แก้วนี้ดื่มง่าย

แก้วที่ 2 เป็น Black Dog Highball จาก 1881 by Water Library ข้างบนจะมีเปลือกส้มที่ลนไฟ มีความซ่าของ Ginger ale เป็นส่วนประกอบ

แก้วที่ 3 คือ Black Forrest Highball จาก Hyde & Seek Peek-a-Boo ใครที่ชอบรสชาติ แบบค็อกเทลแก้วนี้น่าจะถูกใจเพราะผสมผลไม้ แก้วนี้ไม่ผสมโซดา แต่ใช้เป็น Sparkling Water แทน

และแก้วสุดท้าย Passionata จาก 1881 by Water Library รสชาติเปรี้ยวนิดๆ มีส่วนผสมมะนาวและ Passion Fruit Syrup

 

เครื่องดื่มพร้อมทีนี้ก็เป็นคิวของอาหาร เมนูแรกจากร้าน Hyde & Seek Peek-a-Boo คือ Smoked Salmon & Prawn Pizza Tortilla แป้งตอติญ่ากรอบราดหน้าด้วยปลาแซลมอนรมควันและกุ้งลวกเสิร์ฟคู่กับซอส โหระพา แป้งตอติญ่าบางกรอบ บนผักและแซลมอน ได้กลิ่นของซอสโหระพาอ่อน

เมนูต่อมา Crispy Chicken Wings ปีกไก่ทอดเคลือบด้วยซอสพีกกะบูสูตรลับเฉพาะกับหอมเจียวและผักดอง ปีกไก่ทอดรสชาดหวานจากซอส กินคู่กับหอมเจียว ตัดความหวานแก้เลี่ยนด้วยผักดอง ตบท้ายด้วย Highball เข้ากันดีชะมัด

อีกเมนูจากร้าน 1881 by Water Library เป็น Siam Chicken Praline เนื้อไก่สับผสมกับเครื่องเทศไทยเสิร์ฟพร้อมกับซอสซัลซ่า มาในรูปแบบเสียบไม้คล้ายๆ ลูกชิ้น คลุกเคล้ามาในเครื่องเทศรสชาติกลมกล่ม เผ็ดนิดๆ แต่อร่อยได้ใจ

 

ตบท้ายด้วยเมนูใหญ่เบิ้มมากจากร้าน Tales of Gold Mine นั่นคือ BBQ Pork Baby Back Ribs ซี่โครงหมูบาร์บีคิว หมูเนื้อนุ่ม แล้วซอสบาร์บีคิวก็กลมกล่อมกำลังดี ใครชอบซี่โครงหมูบาร์บีคิวต้องห้ามพลาดเมนูนี้

นอกจากเครื่องดื่มดี อาหารอร่อยแล้วที่นี่เขายังมีดนตรีสดให้เราได้ฟังด้วย ไปลองเปิดประสบการณ์ใหม่กับ “Black Highball Garden” ณ Groove @ Central World

 

โจ๊กลุงหน่อง ขวัญใจคนรายได้น้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มกราคม 2559 เวลา 17:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/409094

โจ๊กลุงหน่อง ขวัญใจคนรายได้น้อย

โดย…เสถียร ท้วมจันทร์

ทุกๆ เช้าบรรดาผู้ปกครองที่เดินทางมาส่งบุตรหลานมาเรียนหนังสือต้องแวะเข้าแถวซื้อ “โจ๊กลุงหน่อง” ที่เปิดขายบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านดอนโพ หมู่ 6 ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี กินให้อิ่มท้องก่อนเข้าห้องเรียน เพราะนอกจากรสชาติอร่อยถูกปากแล้ว ยังราคาถูกจนกลายเป็นขวัญใจนักเรียนและชาวบ้านที่มีรายได้น้อย

ราชันย์ ฝ้ายตระกูล หรือลุงหน่อง เล่าให้ฟังอย่างยิ้มแย้มว่า ครอบครัวเปิดขายโจ๊กบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านดอนโพมาแล้วกว่า 8 ปี เริ่มต้นสาเหตุที่เปิดร้านโจ๊กมาจากการที่มาส่งลูกที่โรงเรียนบ้านดอนโพเป็นประจำในช่วงเช้า ก่อนที่จะไปขายของตามตลาดนัด ซึ่งมีผู้ปกครองที่พาลูกมาเรียนหนังสือบางคนบ่นให้ฟังว่าลูกหลานยังไม่ได้กินข้าวเช้า เพราะไม่สามารถทำอาหารเช้าให้ทันก่อนมาโรงเรียน โดยผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องออกไปทำงานตั้งแต่ช่วงเช้า จึงไม่มีเวลาเตรียมอาหาร บวกกับก่อนหน้านี้มักมีเด็กเป็นลมที่โรงเรียนอยู่บ่อยๆ จึงเกิดความคิดที่จะขายโจ๊ก เพื่อที่เด็กจะได้กินอาหารเช้าอิ่มท้องกันทุกคนก่อนเข้าห้องเรียน

 

“ผมและครอบครัวมาเปิดร้านขายโจ๊กก็ไม่ได้คิดจะมาหากำไร คิดแค่ว่าอยากให้เด็กได้มีอาหารเช้าทานอิ่มท้องก่อนเข้าเรียนหนังสือ และที่ขายราคาถูกก็เพราะผู้ปกครองของเด็กส่วนใหญ่มีรายได้น้อย เด็กบางคนไม่มีเงินก็ให้กินฟรี ก็ถือว่าช่วยเหลือกันจุนเจือกัน เพราะเด็กส่วนใหญ่เป็นลูกๆ หลานๆ กันทั้งนั้น เชื่ออย่างหนึ่งครับว่าคนทำดีต้องได้รับผลดีตอบแทนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”

ราชันย์ เล่าต่อว่า สมัยเป็นเด็กก็เคยเรียนหนังสือที่โรงเรียนบ้านดอนโพ ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ขายโจ๊กราคาถูกเพราะสำนึกรักบ้านเกิด แต่ช่วงหนึ่งครอบครัวก็คิดจะเลิกขายเพราะเหนื่อยมาก ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามาเปิดร้านขายที่โรงเรียน ส่วนช่วงเย็นต้องไปขายไก่ทอดที่ตลาดนัด แต่ก็มีผู้ปกครองหลายคนที่พยายามให้กำลังใจ และขอร้องให้ขายต่อไป จึงคิดว่าจะขายอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่สามารถขายได้ โดยเปิดร้านขายตั้งแต่เวลา 06.30–08.00 น. โจ๊กราคา 5 บาท พิเศษ 10 บาท ใส่ไข่เพิ่ม 5 บาท และไก่ทอดชิ้นละ 5 บาท

 

รุ่งทิพย์ เนียมอินทร์ ชาวบ้านดอนโพ จ.สุพรรณบุรี บอกว่า ลูกสาวชอบกินโจ๊กร้านนี้มาก ต้องพาลูกสาวมากินประจำทุกเช้า ราคาก็ถูก แถมยังอร่อยอีกด้วย

ปัจจุบันโจ๊กลุงหน่องไม่เพียงเป็นขวัญใจนักเรียนของโรงเรียนบ้านดอนโพเท่านั้น ยังเป็นร้านที่ผู้ปกครองและชาวบ้านฝากท้องก่อนไปทำงาน

 

อร่อยเป็นกันเอง @ลิตเติ้ล ซันไชน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มกราคม 2559 เวลา 17:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/409091

อร่อยเป็นกันเอง @ลิตเติ้ล ซันไชน์

โดย…พาแลง

คาเฟ่น้องใหม่ขนาดกะทัดรัดบนถนนวิทยุชื่อ ลิตเติ้ล ซันไชน์ (Little Sunshine Cafe) เชิญชวนเราด้วยโทนสีขาวที่ดูสะอาดอบอุ่นสบายตา ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง กระจกใสด้านนอกทำให้เห็นรายละเอียดการตกแต่งในร้านที่จัดไว้อย่างน่ารัก แสดงถึงความใส่ใจของเจ้าของ ตั้งแต่การออกแบบ เลือกโทนสีไปจนกระทั่งข้าวของเฟอร์นิเจอร์ซึ่งเลือกเป็นไม้ทั้งหมด

ร้านลิตเติ้ล ซันไชน์ เกิดจากความฝันและความรักในการทำอาหารของป๋วย เจ้าของร้านที่ร่ำเรียนเป็นนักกำหนดอาหาร (Dietitian) จากอเมริกาและได้เรียนทำอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มเติมที่นิวยอร์ก และเรียนทำขนมที่ Le Cordon Bleu Dusit จนในที่สุดออกจากงานประจำมาเปิดร้านของตัวเอง

 

นอกจากความใส่ใจรายละเอียดการตกแต่งแล้ว ความโดดเด่นของอาหารและขนมร้านนี้ก็คือการนำความรู้ของนักกำหนดอาหารและประสบการณ์จากการเดินทางมาเลือกสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพลูกค้า บวกกับการสร้างสรรค์รสชาติอาหารที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่ละเมนูจึงมีครบทุกรสชาติที่ถูกปากคนไทยและเข้ากันได้ดีกับลิ้นลูกค้าต่างชาติ ทำให้ทุกเที่ยงวันที่นั่งจะเต็มทุกโต๊ะ

ประเดิมจานแรก พาสต้าไข่สามอย่างผัดมาในซอสรสเผ็ดเบาๆ โรยหน้าด้วยไข่ปลาเมนไทโกะ ไข่กุ้ง และไข่ออนเซ็น บีบมะนาวเพื่อตัดรสเค็มและมันของไข่ปลา เคี้ยวแล้วได้รสสัมผัสของไข่ปลาบวกความความหนึบของเส้นพาสต้า เมนูขายดีที่พลาดไม่ได้ต่อมาคือ ข้าวผัดแจ่วปลาแซลมอน เสิร์ฟคู่กับสมุนไพรแจ่ว ทั้งสะระแหน่ หอมแดง ผักชีฝรั่ง ใช้แซลมอนสดมาย่าง จานเดียวครบเครื่อง นอกจากสองเมนูอาหารคาว แต่ละวันยังมีเมนูพิเศษให้เลือกทาน เช่น พาสต้าครีมแซลมอน ข้าวซี่โครงหมูตุ๋น สปาเกตตี้น้ำพริกอ่อง และอีกหลายเมนูที่ต้องไปลอง

ส่วนขนมจะเป็นแบบโฮมเมด อบสดใหม่เวียนกันมาให้ชิมไม่ซ้ำ แต่ซิกเนเจอร์ของร้านต้องยกให้ Salted Caramel Butterscotch Blondies ที่หนึบหนับด้วยรสเค็ม มัน หอม หวาน ลองทานคู่กับชาร้อนหรือลาเต้ร้อนกลิ่นหอมๆ ลายสวยๆ เข้ากันดีนักแล ยังไม่นับขนมพิเศษในแต่ละวัน เช่น Banana Foster Cake with Ice Cream เค้กกล้วยหอมเนื้อนุ่มหวานน้อย เสิร์ฟคู่กับไอศกรีม หรือ Scones ที่หอมเนยตามแบบสูตรพิเศษของร้าน สำหรับเครื่องดื่ม แนะนำ Little Sunshine Soda สดชื่นเพราะผสมเนื้อเสาวรส รวมๆ แล้วเป็นมื้อที่เรียบง่ายและอิ่มอร่อยที่ต้องมาซ้ำ

ลิตเติ้ล ซันไชน์ คาเฟ่ อยู่ชั้น 1 สุทธวงษ์เพลส ในซอย 1 ถนนวิทยุ เปิดบริการจันทร์-เสาร์ 09.00-16.00 น. อัพเดทเมนูพิเศษแต่ละวันได้ที่เฟซบุ๊ก: Little-Sunshine-Cafe อินสตาแกรม : Littlesunshine.cafe และโทรจองได้ที่ 08-1725-7897

 

หม่ำซันเดย์บรันช์ปังๆ รับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มกราคม 2559 เวลา 16:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/409087

หม่ำซันเดย์บรันช์ปังๆ รับปีใหม่

โดย…ปณิฏา สุวรรณปาล

มื้อ “บรันช์” (Brunch) คือการ “สนธิ” ภาษาฝรั่ง จากคำว่า “เบรกฟาสต์” (Breakfast) กับ “ลันช์” (Lunch) เข้าด้วยกัน เป็นอาหารที่นำมื้อเช้าและมื้อเที่ยงมาเสิร์ฟรวมกัน ส่วนใหญ่จะนิยมไปรับประทานมื้อสายๆ จนถึงบ่ายๆ นี้กันในวันอาทิตย์ โดยมักจะเริ่มต้นราวๆ 11.30 น. ไปจนถึงบ่าย 3 บ่าย 4 กันเลยทีเดียว

การรับประทานมื้อบรันช์มีมานานพอๆ กับวัฒนธรรมการรับประทานดินเนอร์แบบหรูหรา อย่าง แกรนด์ดินเนอร์ ในวัฒนธรรมตะวันตก ซึ่งการไปร่วมรับประทานดินเนอร์อันเคร่งครัด ทำให้บรรดาผู้ดีทั้งหลายชักจะเริ่มอึดอัดตัวเอง เนื่องเพราะมัวแต่ต้องสนอกสนใจเรื่องของการแต่งกายให้เหมาะสม ทั้งต้องวางตัวให้ถูกกาลเทศะ จนกระทั่งแทบไม่อาจรับรู้รสเลิศของอาหารระดับสูงเหล่านั้น

 

ชนชั้นกลางในอังกฤษคือผู้บุกเบิกมื้อบรันช์ขึ้น ด้วยความรู้สึกว่า ไม่ใช่เพียงผู้ลากมากดีและบรรดาขุนนางที่มีฐานะสูงเท่านั้น จึงจะมีโอกาสได้รับประทานอาหารและเครื่องดื่มดีๆ ที่มีให้เลือกหลากหลาย ในช่วงรอยต่อของศตวรรษที่ 19 และ 20 ในกลุ่มคนธรรมดาๆ แต่พอมีสตุ้งสตางค์ในการจับจ่าย เริ่มหันมาใส่ใจในการรับประทานที่มีรสนิยม รวมทั้งอาหารดีๆ มีคุณภาพ มีให้เลือกหลากหลาย

 

บรันช์ในอังกฤษ เริ่มครั้งแรกในปาร์ตี้มื้อกลางวันเพื่อฉลองวันแม่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงความรักที่มีต่อแม่แล้ว พวกกลุ่มชนชั้นกลางยังต้องการแสดงให้เห็นว่า ไม่จำเป็นต้องเกิดในตระกูลผู้ดีเท่านั้นหรอกจึงจะมีของดีรับประทานอร่อย โดยในปี 1895 พันช์ นิตยสารชื่อดัง กล่าวถึง บรันช์ ไว้ว่า… ถ้าคุณเป็นคนทันสมัยจริง ก็ต้องไม่พลาดการจัดหรือออกไปบรันช์…

 

สำหรับในสหรัฐ วัฒนธรรมบรันช์เริ่มต้นขึ้นราวๆ ทศวรรษที่ 1930 ในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย เวลานั้นเสรีภาพของหญิงชายเป็นที่พูดถึงกันมาก หญิงสาวสามารถนุ่งกระโปรงสั้น หรือแม้แต่สวมกางเกงได้เฉกเช่นผู้ชาย การเปิดตัวออกไปพบปะกันในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่นิยมในกลุ่มหนุ่มสาว โดยเฉพาะในบรรดาสาวไฮโซทั้งหลายในยุคนั้น สถานที่รับประทานบรันช์ คือสถานที่ไปโชว์ความเก๋ไก๋และสไตล์ของตัวเอง

ตอนนี้เรามาอัพเดทซันเดย์บรันช์ปังๆ ล่าสุดกันดีกว่า…

แชมเปญซันเดย์บรันช์ (Champagne Sunday Brunch) หรือบุฟเฟ่ต์มื้อสายวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นตำนานของโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ปรับโฉมใหม่ เพิ่ม Billecart-Salmon Champagne แชมเปญระดับพรีเมียม และไวน์ที่คัดสรรอย่างดี ระหว่างเวลา 11.30-15.00 น.

 

เมนูอาหารจานเด่นจากห้องอาหารต่างๆ ของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารทะเลสด ทั้งหอยนางรม ตับห่าน ไข่ปลา และสเต๊ก จากห้องอาหารเมดิสัน ซูชิ ซาชิมิ จากห้องอาหารญี่ปุ่นชินทาโร่ อาหารไทยรสจัดจ้าน จากห้องอาหารไทย เดอะ สไปซ์ มาร์เก็ต และพิซซ่า พาสต้า ตำรับอิตาเลียน จากห้องอาหารอิตาเลียนบิสคอตติ รวมทั้งโคลด์คัท ชีส ที่ห้องป๊อปอัพ ชาคูทารี

ปิดท้ายด้วยขนมหวานนานาชนิด ราคา 3,450 บาท++ ต่อท่าน หรือ 2,490 บาท++ บาทต่อท่าน (ไม่รวมแอลกอฮอล์) เด็กอายุระหว่าง 6-12 ปี ราคา 1,250 บาท++ ต่อท่าน เด็กอายุน้อยกว่า 6 ปี อิ่มอร่อยได้ฟรี สามารถเลือกที่นั่งรับประทานอาหารทั้งในห้องอาหารเมดิสัน เดอะ สไปซ์ มาร์เก็ต หรือ อควา บาร์ ตามความชื่นชอบ (โทร. 02-126-8866 หรืออีเมล dining.asia@anantara.com)

โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ นำเสนอประสบการณ์การรับประทาน ซันเดย์ แอท เดอะ เพน มื้อสายวันอาทิตย์ระดับเวิลด์คลาส ที่นำเสนอไม่เพียงแค่ความโก้หรู เป็นส่วนตัว

เริ่มต้นด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง แฮมระดับพรีเมียม ชีสนานาชนิด ตับบด แซลมอนออร์แกนิกรมควัน ขนมปังตำรับฝรั่งเศส พร้อมผลไม้สด และโยเกิร์ต จัดเป็นสำรับเสิร์ฟถึงโต๊ะ ซุ้มอาหารจานเด่นจากแต่ละห้องอาหาร เช่น เป็ดปักกิ่งจากห้องอาหารเหม่ยเจียง ซุปข้นล็อบสเตอร์ ซีซ่าสลัด ตับห่าน และพาสต้า จากห้องอาหารริเวอร์คาเฟ่แอนด์เทอเรซ  รวมถึงซุ้มอาหารทะเลสดๆ อย่าง หอยนางรมหลากหลายชนิด กุ้งลายเสือ ล็อบสเตอร์ และปูอลาสกา อาหารจานหลัก เชฟจะปรุงสดจานต่อจานเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ เช่น บอสตัน ล็อบสเตอร์ เบเนดิกต์ หอยเชลล์ญี่ปุ่นราดซอสซุปข้นล็อบสเตอร์ เบอร์เกอร์เนื้อวางุ เสิร์ฟพร้อมตับห่าน และหอมแดงผัดในน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล ฯลฯ

 

ปิดท้ายมื้อด้วยขนมหวานที่สร้างสรรค์จากช็อกโกแลตระดับพรีเมียม พร้อมเครื่องดื่มนานาชนิด ราคา 2,200 บาท++ ต่อท่าน หรือ 3,200 บาท++ ต่อท่าน พร้อมแชมเปญ Louis Roederer สำหรับ 2 ท่าน หรือ 5,300 บาท++ ต่อท่าน พร้อมแชมเปญ Louis Roederer Cristal สำหรับ 2 ท่าน (โทร. 02-861-2888 หรือ diningpbk@peninsula.com)

มื้อบรันช์ ยาวๆ ไป @ บราสเซอรี ยูโรป้า โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ยังปัง! อยู่ เชฟคาร์โล วาเลนเซียโน รองหัวหน้าพ่อครัวบริหาร แนะนำเมนูใหม่สำหรับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันวันอาทิตย์ (Sunday Longest Lunch) ที่เปิดโอกาสให้เพลิดเพลินกับคุณภาพอาหารระดับพรีเมียมในบรรยากาศสบายๆ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ยาวไปจนถึงเวลา 17.00 น. นู่นเลย ราคาเริ่มต้นที่ 2,200 บาท++ ต่อท่าน (อาหารพร้อมเครื่องดื่มไม่ผสมแอลกอฮอล์) ราคา 3,150 บาท++ต่อท่าน (อาหารพร้อมแชมเปญ Louis Roederer และเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์) และ 1,200 บาท++ ต่อท่าน สำหรับเด็กอายุระหว่าง 6-12 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี รับประทานฟรี เมื่อมาพร้อมผู้ใหญ่ (โทร. 02-162-9000 หรือ dining.siambangkok@kempinski.com)

แชมเปญบรันช์วันอาทิตย์ ชมวิวกรุงเทพมหานคร ณ ห้องอาหารเรดสกาย โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ พบบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลสดสุดอลังการ พลาดไม่ได้กับหอยนางรมตัวโตหลายสายพันธุ์

 

บรรดาเชฟจะคอยให้บริการเข็นอาหาร ทั้งสลัดบาร์ และสปาเกตตี้ซอสต่างๆ รวมถึง หอยแมลงภู่ผัดซอสไวน์ขาวเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ เช่นเดียวกับอาหารจานหลักที่มีให้คุณเลือกสั่งได้อีกไม่จำกัด อาทิ ราวิโอลี่สอดไส้กุ้งมังกรโนวาสโกเทีย, ปลาโดเว่อร์โซลอบเนยราดซอสเมอร์เนีย ฯลฯ ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยของหวานสุดคลาสสิก เค้กโฮมเมดแสนอร่อย ราสเบอรี่ซูเฟล่อบใหม่ๆ ช็อกโกแลตชั้นเยี่ยม ตามด้วยกาแฟแก้วโปรด

แชมเปญบรันช์ Perrier-Jouet ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน ตั้งแต่เวลา 11.30-15.00 น. ราคา 3,955 บาท++ ต่อท่าน (โทร. 02-100-6255 หรือ diningcgcw@chr.co.th)

ห้องอาหารวัวล่า! โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพฯ สุขุมวิท อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อสายวันอาทิตย์ พร้อมเพลิดเพลินกับแชมเปญ Moet-Chandon และเมนูอาหารหลากเมนู ทั้งอาหารสไตล์ฝรั่งเศส ไทย ญี่ปุ่น เมนูเพื่อสุขภาพ อาหารทะเลสดใหม่นำเข้า และอาหารนานาชาติ อีกทั้ง เมนูซิกเนเจอร์ที่ปรุงโดยเชฟจากสูตรลับต้นตำรับก้นครัวคุณยาย (grandmother’s kitchen) ในราคา 4,750 บาทถ้วนต่อท่าน สำหรับแชมเปญบรันช์ หรือ 2,200 บาทถ้วนต่อท่าน สำหรับบุฟเฟ่ต์รวมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เด็กอายุ 6-12 ปี ลดราคา 50% และเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ปี รับประทานฟรี ทุกวันอาทิตย์ เวลา 12.00-15.00 น. (โทร. 02-126-9999 ต่อ 3304 หรือ h5213-fb9@sofitel.com)

 

โฮคิทเช่น รสชาติตำรับฮ่องกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มกราคม 2559 เวลา 16:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/409086

โฮคิทเช่น รสชาติตำรับฮ่องกง

โดย…วิศิษฐ์ แถมเงิน

มี 2 สาขา “พระราม 3” และ “เหม่งจ๋าย” เสิร์ฟความอร่อยแก่คนที่ชื่นชอบอาหารจีนฮ่องกง สูตรเชฟดังระดับตำนาน “โฮ กว๊อก ฮิง” การันตีด้วยอายุ 14 ปี และ 12 ปี ที่เปิดให้บริการ (ตามลำดับสาขา)

ที่พระราม 3 อยู่สุดซอยพระราม 3 ซอย 52 (ถนนพระราม 3) ติดริมน้ำเจ้าพระยา มองเห็นฝั่งบางกระเจ้าใกล้แค่สายตา ส่วนบรรยากาศร้าน นั่งสบายใน 3 โซน โอเพ่นแอร์ ห้องกระจกติดแอร์ (ติดริมน้ำทั้งสองโซน) และห้องวีไอพี (ไม่ติดริมน้ำ)

วัตถุดิบทะเลสดใหม่ ว่ายน้ำตัวเป็นๆ ชอบแบบไหน เชิญเลือกสรรตามใจ อาทิ “ปูอลาสกา” “กุ้งมังกร 7 สี” “ปลาเก๋า” “ปลาตัวเป่า” ฯลฯ ทอด ผัด นึ่ง ซาชิมิ หม้อไฟ ทำได้ตามสูตรเชฟโฮ

เหล่านี้ถ้ามั่นใจว่าได้กินชัวร์ๆ รบกวนจองล่วงหน้า ไม่งั้นไปถึงเกิดลูกค้าล้น ก็อาจอดหมดสิทธิ เสียดายแย่ โดยสามารถสั่งได้ทั้งอะลาคาร์ต หรือเป็นเซต เซตใหญ่ เซตเล็ก

 

สั่งเมนูทะเลเรียบร้อย ระหว่างรออย่าให้ท้องร้อง จานเด็ดที่ทุกคนต้องลองลิ้ม “ติ่มซำ” แนะนำให้ไปช่วงกลางวัน ราคาลดกระหน่ำ 50% ไม่อิ่มห้ามเลิก “ซาลาเปาไส้ไหล” อันนี้ควรค่า ขนาดพอเหมาะ กินร้อน อร่อยมากกกก

“ผัดผักบุ้งซอสกะปิฮ่องกง” ผักบุ้งไทย ฉีกเป็นฝอย ผัดกับซอสกะปิที่เชฟโฮคิดค้น กุ้งแห้งนิดหน่อย แค่นี้ก็อร่อยล้ำแล้วล่ะ รสชาติเหมือนจะธรรมดา แต่ว่ามีอะไรให้ค้นหา เค็มๆ มันๆ และหอมกะปิ กินเล่นๆ หรือข้าวสวย ก็ตามแต่ชอบ ความกรอบผักบุ้งฉีกนี่ชนะเลิศ ซอสกะปิซึมเข้าเนื้อ

“ข้าวผัดโฮคิทเช่น” หนึ่งจานที่สั่งมาแชร์กันได้ เป็นข้าวผัดที่ผัดได้แห้ง เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมหม่ำ หรือจะบีบมะนาวลงไปและพริกน้ำปลาอีกเล็กน้อย แค่นี้รสชาติอร่อยก็เป็นไหนๆ เครื่องเคราไม่ต้องพูดถึง เยอะแยะไปหมด เป็ดย่าง กุนเชียง หมูแดง กุ้งสด ไข่เค็ม เม็ดเก๋ากี้ และสารพัดผักสีสัน

“หอยเชลล์ผัดซอสเอ็กซ์โอ” จานนี้เต็มปากเต็มคำกับหอยเชลล์สดๆ จากออสเตรเลีย หวานฉ่ำ นุ่มลิ้น เมื่อนำมาผัดกับซอสเอ็กซ์โอ ความอร่อยก็ยิ่งเป็นดับเบิ้ล คำเดียวและชิ้นเดียว คงไม่พอหรอก (เชื่อสิ) แกล้มด้วยบร็อกโคลี่ที่วางข้างจาน กรอบและหวานไม่ต่างกัน ขอคารวะเชฟโฮ

เปิดบริการทุกวัน ทั้งสองสาขา 11.00-14.30 น. และ 17.00-22.30 น. สำรองโต๊ะ สาขาพระราม 3 โทร. 02-294-5500 สาขาเหม่งจ๋าย (ถนนประชาอุทิศ) โทร. 02-934-7723