คมเลนส์ส่องพระ สุดยอด พระเครื่อง แห่งปี ๖๒ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/405915?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

คมเลนส์ส่องพระ สุดยอด พระเครื่อง แห่งปี ๖๒

22 ธันวาคม 2562 – 00:10 น.
คมเลนส์ส่องพระ,พระเครื่อง,สุดยอด พระเครื่อง แห่งปี ๖๒,พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง,พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พิมพ์ปลดหนี้
เปิดอ่าน 37,354 ครั้ง

คมเลนส์ส่องพระ …สุดยอด พระเครื่อง แห่งปี ๖๒  โดย แล่ม พิศาโล

*** คมเลนส์ส่องพระ  ฉบับนี้ ยังคงนำภาพพระสวยและหายากในชุด  “สุดยอดพระเครื่องแห่งปี ๖๒”   ของนักสะสมพระเครื่องหลายท่านมาให้ชม ในโอกาสพิเศษ  ส่งท้ายปีเก่า ๒๕๖๒  องค์แรกฉบับนี้  คือ  พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ล่ำ  สวยสมบูรณ์คมชัดทุกซอกมุม ฟอร์มองค์พระงดงาม ไม่เอนเอียงไปทางใด พระกรรณ (หู) ติดชัด ถือเป็น  พระแท้องค์ครู พระสวยองค์จริง  ทั้งพิมพ์ทรงและเนื้อพระ เป็นพระของ  ดามพ์ สุพรรณ  กรรมการตัดสินพระชุดเบญจภาคีที่มีอายุน้อยที่สุด พระองค์นี้มีผู้ขอซื้อในวงเงินกว่า ๒๐ ล้านบาท แต่เจ้าของไม่ขาย

**  พระรอด พิมพ์กลาง กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน  หนึ่งในพระชุดเบญจภาคี ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด กว่า ๘๐๐ ปี องค์นี้สวยคมชัดมาก และที่พิเศษ คือ เป็น  พระเนื้อเขียว  ที่หายากสุดๆ พระสภาพนี้หากมีการเปลี่ยนมือก็ต้องว่ากันหลายล้านบาทแน่นอน  (ขอขอบพระคุณ ภาพและข้อมูลจากหนังสือ “พระเครื่องพระศรีวสุนธรา” รางวัลงานประกวดพระเมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ จัดทำโดย นิตยสาร “พระท่าพระจันทร์”)

**   พรรค คูวิบูลศิลป์  ชาวเชียงใหม่โดยกำเนิด ศึกษาพระสกุลลำพูน ตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ  ทุกวันนี้เป็น “เซียนพระ” เต็มตัว นอกจากชำนาญพระสกุลลำพูนแล้ว ยังดูพระยอดนิยมอื่นๆ ได้อย่างเฉียบขาด เป็นเจ้าของ  พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง  กรุวัดนางพญา องค์นี้สภาพสวยเดิมๆ สมบูรณ์คมชัดมาก เนื้อจัด ที่สำคัญ คือเป็น  พระเนื้อเขียว  ซึ่งหายากมากอีกด้วย

**  พระกริ่งหนองแส  พระกริ่งนอก สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยอาณาจักรน่านเจ้า เมื่อประมาณ ๘๐๐ ปีก่อน ยุคเดียวกับ  พระกริ่งใหญ่  ของจีน เนื้อสำริดทองม้าฬ่อ นับเป็นพระกริ่งชั้นนำในบรรดาพระกริ่งนอกด้วยกัน นิยมมาแต่สมัยโบราณ พบเห็นน้อยกว่าพระกริ่งนอกทั้งปวง หาชมของแท้ได้ยาก  องค์นี้เป็นพระของ  ภิยวัฒน์ วัฒนายากร (แต๊ก สงขลา)  ค่านิยมประมาณ ๓ ล้านบาท

**  พระหลวงพ่อปาน ฝากกรุวัดดงตาล ต.หัวสำโรง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ทรงเสือ และพิมพ์ทรงสิงห์  เปิดกรุเมื่อปี ๒๕๔๓ เพื่อหาทุนบูรณะอุโบสถและสร้างมณฑป ได้เงินเกือบ ๕ ล้านบาท ตามประวัติพระชุดนี้  หลวงพ่อปาน  วัดบางนมโค เป็นผู้สร้างปลุกเสกแล้วนำไปบรรจุกรุที่อุโบสถ วัดดงตาล เมื่อปี ๒๔๗๐ ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับเช่าหากันในวงกว้าง สมัยก่อนเรียกชื่อว่า  พระหลวงพ่อผาด วัดดงตาล  เช่าหากันที่หลักพัน ชั่วโมงนี้เรียกพระรุ่นนี้ว่า  พระหลวงพ่อปาน ฝากกรุวัดดงตาล  ส่งผลให้ราคาขึ้นไปที่หลักหมื่น เพราะเชื่อแน่ว่า  หลวงพ่อปาน  ปลุกเสกให้จริง รวมทั้งยังปรากฏประสบการณ์ต่างๆ มากมายอีกด้วย  ภาพและข้อมูลจาก  ฐกร บึงสว่าง  ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์

**   พระครูนนท์จรรยาวัตต์ วัดนันทาราม อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมขลัง ท่านได้สร้างพระปิดตาเนื้อผงผสมชันโรง อุดกระดาษสา ช่วงปี ๒๔๘๒-๒๔๘๕ ไว้หลายพิมพ์ อาทิ พิมพ์ท้องอุ พิมพ์ปั้น มีประสบการณ์มากมาย  ท่านเป็นศิษย์รุ่นพี่ที่   พ่อท่านเขียว วัดหรงบน  ให้ความเคารพนับถือมาก ที่นำมาให้ชมนี้ คือ  พระปิดตาพิมพ์ปั้น เนื้อผงพุทธคุณผสมชันโรง สร้างด้วยวิธีปั้นทีละองค์ ไม่ใช้แม่พิมพ์ แต่ละองค์จึงไม่เหมือนกัน ในภาพนี้เป็นพระของ  จอมเวชยันต์ ยอดแก้ว  ชาวปากพนัง เช่าหากันที่หลักหมื่นกลาง

**  พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พิมพ์ปลดหนี้  หลังยันต์นะ เนื้อผงใบลาน บล็อกแรก ปลุกเสก ๓ ไตรมาส ตั้งแต่ปี ๒๕๒๑-๒๕๒๓ สภาพสวยแชมป์ กดพิมพ์ได้คมชัดลึกทั้งหน้า-หลัง ที่พิเศษ คือ มีเส้นเกศาของหลวงปู่โต๊ะติดมาด้วย ได้รับรางวัลที่ ๑ งานศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ๓ ครั้ง เป็นพระของ  เฉิน รังเทพ  ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน

**  พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เนื้อว่าน พิมพ์ใหญ่กรรมการ ปี ๒๔๙๗  จัดเป็น “สุดยอดพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน แห่งปี ๒๕๖๒” สวยสมบูรณ์คมชัดมาก เนื้อว่านบดละเอียด มีไขว่านปรากฏบนองค์พระ ทำให้ดูง่ายขึ้น สนนราคาหลักล้านต้น เป็นพระของ  นพ.อนุชิต กิจธารทอง  ศูนย์โรคตา หาดใหญ่ ถนนช่องเขา ม.อ.

**  เหรียญเสมา ๘ รอบ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ปี ๒๕๑๘ เนื้อทองคำลงยาสีเขียว-แดง   ๑ ใน ๓ เหรียญที่มีในโลก เป็นเหรียญที่  นพ.มาณพ โกวิทยา  มีความภูมิใจที่สุดที่ได้ครอบครองในปี ๒๕๖๒ เนื้อนี้ลงยาสีเขียว-แดง สร้างเพียง ๓ เหรียญเท่านั้น ที่สุดแห่งเหรียญเสมา ๘ รอบ หลวงปู่ทิม ค่านิยม ๑๕ ล้านบาท เหรียญนี้สภาพสวยแชมป์ เส้นสายลายพิมพ์คมชัดมาก ผิวเดิมๆ ไม่ผ่านการล้างหรือตกแต่งใดๆ ทั้งสิ้น ลงยาเต็ม ตอกโค้ด “นะ” ชัด มีบัตรรับรองพระแท้จากสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เป็นเหรียญที่มีภาพอยู่ในหนังสืออมตพระเครื่องหลวงปู่ทิม โชว์เพื่อการศึกษาเป็นวิทยาทานอย่างเดียว ไม่ได้เปิดราคาแต่อย่างใด

**  ประเพณีสวดมนต์ข้ามปี และ อาบน้ำมนต์ในคืนวันขึ้นปีใหม่ ของ วัดปริวาสราชสงคราม ได้จัดทำพิธีมาทุกปี  ปีนี้เป็นปีที่ ๒๗ โดย  หลวงพ่อสมชาย (พระราชพัฒนากร)  ได้จัดทำน้ำพระพุทธมนต์ให้แก่คณะศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ที่มาร่วมสวดมนต์รับพรอันเป็นสิริมงคลเสร็จแล้ว เป็นพิธีอาบน้ำมนต์ ช่วงเที่ยงคืนของคืนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ ก้าวเข้าสู่วันปีใหม่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ น้ำพระพุทธมนต์ปีนี้ได้ทำไว้ในถังบรรจุน้ำหลายพันลิตร เพื่อรองรับผู้ที่เข้ามาร่วมงานซึ่งมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี  ผู้ที่มาอาบน้ำมนต์ที่วัดปริวาสฯในวันดังกล่าว จะขจัดสิ่งที่ไม่ดีงาม สิ่งชั่วร้ายทั้งปวงให้บรรเทา ขจัดและมลายหายไป พร้อมกับรับสิ่งอันเป็นมงคลจากน้ำพระพุทธมนต์ที่หลวงพ่อทำขึ้นมาให้เข้าไปแทนที่ ให้ประสบความโชคดีมีชัยและเสริมบารมี  วัดปริวาสราชสงคราม ถนนพระราม ๓ ซอย ๓๐ เขตยานนาวา กทม. สอบถามโทร.๐๘-๕๑๓๖-๔๔๖๗, ๐๘-๔๘๙๐-๘๑๘๑

**  พบกับ  คมเลนส์ส่องพระ  ได้ใหม่ในวันเสาร์สุดท้าย ปี ๒๕๖๒  พบกับ “สุดยอดพระเครื่องแห่งปี ๖๒”  ๑ หน้าต็ม   ขอขอบพระคุณ  ทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด  ขอให้โชคดี มีโชคลาภ ได้พระดีมีพระแท้โดยทั่วกัน  ***

มากกว่า “ทางม้าลาย” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/405382?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

มากกว่า “ทางม้าลาย”

19 ธันวาคม 2562 – 08:00 น.
ศิลปะ,ทางม้าลาย,ชุมชนจิตอาสาร่วมใจพระจอมเกล้าลาดกระบัง,สตรีทอาร์ต,สจล,จราจร,สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
เปิดอ่าน 997 ครั้ง

ประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก!!

ทราบหรือไม่ว่า ถึงแม้บนท้องถนนจะมีการตีเส้นหรือวาดลวดลายเครื่องหมายจราจร “ทางม้าลาย” ในรูปแบบแถบสีขาว-ดำ เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์หนึ่งในการเพิ่มความปลอดภัยในการจราจร ทั้งมุมผู้ขับขี่ยานพาหนะ และผู้เดินข้ามถนน แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่น่าตกใจคือประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก!!

หลายหน่วยงานพยายามคิดหาวิธีแก้ปัญหาเพื่อลดความสูญเสีย ขณะที่มุมเล็กๆ ภายในสถานศึกษาอย่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ขอเป็นอีกหนึ่งแนวร่วมในการพยายามลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดในอนาคตด้วยงานศิลปะจากกลุ่มเยาวชนจิตอาสา ที่รวมพลังกันภายใต้โครงการ “ชุมชนจิตอาสาร่วมใจพระจอมเกล้าลาดกระบัง” ประจำปีงบประมาณ 2562 ร่วมด้วยนักศึกษาสาขาวิจิตรศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กว่า 290 คน ปิ๊งไอเดียรังสรรค์ทางม้าลายแนวใหม่สุดชิคตามสไตล์คนรุ่นใหม่ มาร์คได้ทั้งสิ้น 18 จุดทั่วสถาบัน ด้วยเป้าหมายสำคัญที่ต้องการกระตุ้นเตือนบุคลากร เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมสถาบัน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ให้ใส่ใจมีวินัยในกฎจราจร และใช้ถนนอย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

สำหรับไอเดียสร้างสรรค์ที่เหล่านักศึกษาหญิงชายช่วยกันลงมือลงแรงแต่งแต้มนั้น มีตั้งแต่ลวดลายเป็นทางการไปจนถึงลายน่ารักๆ ที่ไม่คาดคิดว่าจะกลายมาเป็นทางเดินข้ามได้ ซึ่งนอกจากจะใช้ประโยชน์ด้านจราจรแล้วบางจุดยังสื่อถึงสถานที่ที่จะข้ามไปด้วย อาทิ ทางม้าลายคณิตศาสตร์ ข้ามทางไปคณะวิศวะ ที่มองแล้วชวนฉงนกับตัวเลขทางคณิตศาสตร์, ทางม้าลาย เสือดาว พิกัดหอพักนักศึกษา, ทางม้าลายไข่ดาว ข้ามทางไปโรงอาหารอาคารเรียนรวมสมเด็จพระเทพฯ, ทางม้าลาย จระเข้ พิกัดอาคารเรียนรวมสมเด็จพระเทพฯ, ทางม้าลายผึ้ง พิกัดสี่แยกวิศวะฯ-สถาปัตย์ ที่เห็นแล้วแทบอยากลงไปนอนกลิ้งเซลฟี่ไว้เป็นที่ระลึก, ทางม้าลายคนเดิน พิกัดสำนักหอสมุดกลาง, ทางม้าลาย เกมนับเลข ข้ามทางไปอาคารยิมเนเซียม 1, ทางม้าลายเข็มฉีดยา ข้ามทางไปคณะแพทยศาสตร์, ทางม้าลายดอกกุหลาบ, ทางม้าแป้นเปียโน เป็นต้น

ทางม้าลาย เกมนับเลข ข้ามทางไปอาคารยิมเนเซียม 1

ทางม้าลาย เข็มฉีดยา ข้ามทางไปคณะแพทยศาสตร์

ทางม้าลาย ไข่ดาว ข้ามไปโรงอาหารอาคารเรียนรวมสมเด็จพระเทพฯ

นอกจากนี้ บางลวดลายยังเป็นการแต่งเติมสีสันพร้อมปรับภูมิทัศน์ท้องถนนภายในสถาบัน ให้มีความสวยงาม สู่การแปลงร่างเป็นสตรีทอาร์ตสุดเก๋ สำหรับถ่ายภาพอัพลงโซเชียลมีเดียที่ใครผ่านไปมาต้องหยุดให้ความสนใจ และแบ่งปันภาพสวยๆ ให้คนอื่นๆ ได้ร่วมชื่นชมด้วย

ทางม้าลาย ผึ้ง สี่แยกวิศวะ-สถาปัตย์

ภาพทางม้าลาย คนเดิน พิกัด สำนักหอสมุดกลาง

เอาเป็นว่าถ้าอยากไปถ่ายภาพสตรีทอาร์ต ก็สามารถเดินทางไปสแนปภาพเก๋ๆ พร้อมติด #ILoveKMITL #เรารักสจล และ #kmitl กันได้ที่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักบริหารงานทั่วไปและประชาสัมพันธ์ สจล. โทรศัพท์ 0-2329-8111 และเฟซบุ๊กแฟนเพจ http://www.facebook.com/kmitlofficial

เข้าฟรีช่วงปีใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/405354?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

เข้าฟรีช่วงปีใหม่

18 ธันวาคม 2562 – 17:00 น.
โยชิกิ ฮาเสะ,นิว ไดเมนชั่นส์ ออฟ เนเจอร์ แลนด์สเคป,ตัวอักษรและที่ว่าง,มานิตา ส่งเสริม,พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ,อุทยานประวัติศาสตร์,ไซรัส ถัง,ชั่วโมงทอง
เปิดอ่าน 576 ครั้ง

งดเก็บค่าเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ

** นิทรรศการ “181ํ-นิว ไดเมนชั่นส์ ออฟ เนเจอร์ แลนด์สเคป” โดย โยชิกิ ฮาเสะ ถ่ายทอดความสนใจของช่างภาพที่มีต่อจิตวิญญาณของธรรมชาติในรูปแบบของการสร้างสรรค์งานภาพถ่ายในมิติใหม่ของงาน “ภูมิทัศน์” เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้-2 มกราคม 2563 ที่อาร์ซีเอ แกลเลอรี่ ท่าเรือสี่พระยา

นิทรรศการภาพถ่าย“ชั่วโมงทอง” 

** ไซรัส ถัง ศิลปินจากเมืองเมลเบิร์น จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ในชื่อ “ชั่วโมงทอง” นิทรรศการแสดงการควบคุมของเวลา : เวลาคืบคลานและผ่านไปเป็นเรื่องของความเร่งด่วนที่สามารถกักขังเราไว้ได้ จัดแสดงที่แกลเลอรี่ โอเอซิส กรุงเทพฯ สุขุมวิทซอย 43 วันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 13.00-21.00 น.ตั้งแต่วันนี้-12 มกราคม 2563 สอบถามโทร.0-2258-7376

นิทรรศการ “ตัวอักษรและที่ว่าง”

** นิทรรศการ “ตัวอักษรและที่ว่าง” นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของ มานิตา ส่งเสริม ที่มองเห็นว่าอักษรคือการสื่อสารรูปแบบหนึ่งอย่างตรงไปตรงมา หากศิลปินไม่ได้เจาะจงแค่การออกแบบตัวอักษรเท่านั้น แต่มักเชื่อมโยงกับเรื่องราวของประวัติศาสตร์เข้ากับงานออกแบบกราฟฟิก จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-5 มกราคม 2563 ที่เดอะแจมแฟคทอรี่ แกลเลอรี่ คลองสาน

** กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เปิดให้บริการและงดเก็บค่าเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ทุกแห่งทั่วประเทศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2563 สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์ที่อยู่ในการดูแลของกรมศิลปากรมีทั้งสิ้น 11 แห่ง ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี และอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม

อัสสัมชัญ เดินหน้าพัฒนาหลักสูตรนานาชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/405268?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

อัสสัมชัญ  เดินหน้าพัฒนาหลักสูตรนานาชาติ

18 ธันวาคม 2562 – 12:31 น.
อัสสัมชัญ
เปิดอ่าน 105 ครั้ง

อัสสัมชัญ  เดินหน้าพัฒนาหลักสูตรนานาชาติ

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรขานรับโลกในศตวรรษที่ 21 ผนึกกำลัง Guangdong Ocean University Cunjin Collage ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ พัฒนาหลักสูตรนานาชาติรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย-จีน เผยนักศึกษาจีนนิยมมาเรียนในเมืองไทยมากขึ้น ประกาศความพร้อมเทอมแรกกันยายนปีหน้า


ปัจจุบัน การแสวงความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออก นำโดยประเทศจีน ได้ทวีความสำคัญขึ้นทุกขณะ การบ่มเพาะบุคลากรที่เข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรมไทย-จีนอย่างลึกซึ้ง และสามารถปรับกระบวนทัศน์ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในอนาคตจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (Assumption University) และ Guangdong Ocean University Cunjin Collage (มหาวิทยาลัย กว่างตงชุนจิน) เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยและจีน ที่ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมุ่งยกระดับหลักสูตรการเรียนการสอนสู่ความเป็นสากลรอบด้าน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 ที่ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยได้บันทึกความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อร่วมพัฒนาหลักสูตรนานาชาติ รองรับนักศึกษาจีนที่เดินทางเข้ามาเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาและบัณฑิตศึกษาในประเทศไทย


ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มนักศึกษาจีนมีให้ความสนใจเข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยไทยเป็นจำนวนมาก  มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และ Guangdong Ocean University Cunjin Collage จึงได้ทำบันทึกข้อตกลงความมือทางวิชาการ เพื่อร่วมพัฒนาหลักสูตรนานาชาติระดับอุดมศึกษาและบัณฑิตศึกษา  รองรับความต้องการของนักศึกษาชาวจีนจากทุกภูมิภาค นอกจากจะช่วยขยายโอกาสทางการศึกษา และเปิดประตูสู่เส้นทางอาชีพของบัณฑิตทั้งไทยและจีนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น  ยังช่วยยกระดับความเป็นสากลของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้นอีกด้วย
การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมมือจัดการศึกษาหลักสูตรนานาชาติ ที่เหมาะสมกับผู้เรียนชาวจีน ทั้งระดับอุดมศึกษาและบัณฑิตศึกษา ในสาขาวิชาอันเป็นที่สนใจของนักเรียน/นักศึกษาชาวจีนในวงกว้าง  เสริมสร้างบุคลากรที่เข้าใจความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม เพิ่มพูนศักยภาพของบุคลากรทางวิชาการ และแลกเปลี่ยนวิทยาการความรู้ที่ทันสมัยระหว่างมหาวิทยาลัยทั้งสองให้ดียิ่งขึ้น โดยจะเปิดรับสมัคร ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 และเริ่มเทอมแรกในเดือนกันยายน 2563


“มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยที่มีระบบการสอนหลักสูตรนานาชาติ ที่สมบูรณ์แบบและประสบความสำเร็จมากในวงการการศึกษาระดับสากล ที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และเสริมด้วยการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศอื่น ๆ และเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีจำนวนศาสตราจารย์มากที่สุดในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์ในการพัฒนาหลักสูตรนานาชาติมาตรฐานสากลมาอย่างต่อเนื่อง และยังคงมุ่งหน้าพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถของนักศึกษาที่ตอบโจทย์โลกในศตวรรษที่ 21 จึงมีความเชื่อมั่นว่ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญมีความพร้อมอย่างยิ่งสำหรับความร่วมมือในครั้งนี้”  ภราดา ดร. ศิริชัย กล่าว
นายหมิ่น หลี่ ประธานกรรมการ Guangdong Ocean University Cunjin Collage (มหาวิทยาลัย กว่างตงชุนจิน)  กล่าวว่า ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างไทยจีนที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมด้วยทิศทางการค้าการลงทุนที่ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายการขยายธุรกิจของชาวจีน ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า มีนักศึกษาชาวจีนเข้ามาศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง  สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้เชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาระดับแนวหน้า มีประสบการณ์ในการพัฒนาหลักสูตรนานาชาติที่ได้คุณภาพระดับสากล และความเชี่ยวชาญของ Guangdong Ocean University Cunjin Collage ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของมณฑลกวางตุ้งประเทศจีน จะสามารถพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องต่อความต้องการของโลกในปัจจุบันและอนาคต เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะความสามารถให้กับบุคลากรของทั้งสองประเทศ
Guangdong Ocean University Cunjin College ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 เป็นวิทยาลัยอิสระที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการของจีน พื้นที่วิทยาลัยประมาณ 2100 เอเคอร์ (หรือประมาณ 900 ไร่) ด้วยประสบการณ์การกว่า 20 ปี ปัจจุบันนี้ทางวิทยาลัยได้ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมโดยมีนักเรียนเข้าเรียนหลักสูตรระดับปริญญาตรีประมาณ 22,000 คนและกว่า 43สาขวิชาเรียน ครอบคลุม 6 คณะได้ ได้แก่ เศรษฐศาสตร์, ภาษา, วิศวกรรม, เกษตรกรรม, การจัดการและศิลปะ โรงเรียนมีคณาจารย์กว่า 1,236 คน เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของจีน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตามนโยบาย ” The Belt and Road Initiative ” ของประเทศจีน นำโดยพัฒนาการด้านวัฒนธรรมและด้านการศึกษา มีนักศึกษาจำนวนมากในประเทศจีนได้เดินทางไปศึกษาต่อในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย เพื่อสอดคล้องกับความต้องการของสังคมปัจจุบันนี้ ทาง Cunjin College of Guangdong Ocean University และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จึงได้ร่วมมือกันสร้าง AIC (Asia International College) และเพื่อให้นักศึกษาชาวจีนที่สนใจการศึกษาต่อต่างประเทศได้มาศึกษาในสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพสูงสุดที่นี่”
“ปัจจุบันชาวจีนให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก เนื่องจากจีนเป็นศูนย์รวมการค้าการลงทุนที่มีมูลค่ามหาศาล ขณะเดียวกันนักลงทุนชาวจีนมีการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งมีการค้าขายระหว่างประเทศกันมานาน และยังคงสานความสัมพันธ์ทั้งในเชิงการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว พร้อมความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมที่ยังคงเหนียวแน่น ความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรนานาชาติในครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งในโอกาสเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยและจีนที่ยังคงเดินหน้า โดยการเข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยไทย มีจุดเด่นในด้านหลักสูตรนานาชาติที่รองรับนักศึกษาจากหลายประเทศ และมีสาขาวิชาให้เลือกอย่างหลากหลาย ขณะที่การใช้ชีวิตในเมืองไทย ยังมีความสะดวกสบาย ท่ามกลางความเป็นมิตรของผู้คนอีกด้วย”นายหมิ่น หลี่ กล่าว
หลักสูตรนานาชาติระดับอุดมศึกษาและบัณฑิตศึกษา ภายใต้ความร่วมมือของ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และ Guangdong Ocean University Cunjin Collage โดยจะเปิดรับสมัครในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 และเริ่มภาคการศึกษาแรกในเดือนกันยายน 2563  ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ  www.au.edu

รู้จัก Positive Education กับแนวคิด”เด็กไม่ต้องเรียนทั้งหมด” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/405265?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

รู้จัก Positive Education กับแนวคิด”เด็กไม่ต้องเรียนทั้งหมด”

18 ธันวาคม 2562 – 12:22 น.
โรงเรียนสาธิตพัฒนา
เปิดอ่าน 115 ครั้ง

รู้จัก Positive Education กับแนวคิด”เด็กไม่ต้องเรียนทั้งหมด”

จะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน โรงเรียนมัธยมไทยส่วนมากมีการสะท้อนผลสัมฤทธิ์เด็กนักเรียนด้วยคะแนนเป็นหลัก แต่ไม่นำคะแนนมาสร้างแนวทางพัฒนาเด็ก ในทางตรงกันข้าม โรงเรียนมัธยมนานาชาติที่มีการวัดผลหลายมิติ แต่มีอัตราค่าเทอมสูง ตัดโอกาสเด็กนักเรียนจำนวนมาก อีกทั้งผลสัมฤทธิ์เชิงคะแนนยังไม่ตอบโจทย์เพียงพอต่อการสมัครเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำต่างๆ ดังนั้น ระบบการเรียนของไทย จึงอาจต้องการทางเลือกใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้ถึงฝั่งฝันอย่างเต็มศักยภาพและมีความสุขกับสิ่งที่เรียนจริงๆ

นายสุธี อัสววิมล หรือพี่โหน่ง หัวหน้าทีมวิชาการโรงเรียนสาธิตพัฒนา แผนกมัธยมฯ แชร์ไอเดียถึงการนำ Positive Education เข้ามาใช้กับเด็กไทยว่า Positive Education คือการใช้ระบบการเรียนการสอนจากความถนัดผนวกกับการใช้จิตวิทยาเชิงบวก เพื่อสร้างเป็นแผนการเรียนของนักเรียนแบบรายบุคคล ซึ่งโรงเรียนสาธิตพัฒนา แผนกมัธยมฯ ได้ริเริ่มขึ้นในประเทศไทย และนำไปพัฒนาเป็นแผนการเรียนของนักเรียนตลอดระยะเวลา 6 ปี โดย “Key” ของหลักสูตรคือ การที่เด็กควรได้เรียนเท่าที่จำเป็นต้องเรียน ไม่ต้องเรียนมากเกินไป และใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียน โดยการเลิกเรียนจริงๆ ไม่ใช่การไปเรียนเสริมกวดวิชาต่อ” และต้องทำให้เด็กสามารถเลือกเรียนต่อในคณะที่ตนเองอยากเรียนที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นได้ทั้งมหาวิทยาลัยไทย มหาวิทยาลัยอินเตอร์ หรือเรียนต่อต่างประเทศ”

ระบบการเรียนแบบ Positive Education นั้นเป็นระบบที่ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายประสบความสำเร็จในระยะยาวแก่ผู้เรียนในหลายประเทศ อาทิ จีน ออสเตรเลีย และภูฏาน เป็นต้น โดยความสำเร็จดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ความสุขในการเรียนมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับประสิทธิภาพการเรียนและส่งผลระยะยาวถึงวัยทำงาน

นอกจากนั้นโรงเรียนสาธิตพัฒนา แผนกมัธยมฯ ยังได้ประยุกต์ประยุกต์ใช้ RAISEC Model หรือทฤษฎีการเลือกอาชีพที่แบ่งบุคคลออกตามลักษณะของบุคลิกภาพได้ 6 ประเภท ได้แก่ Realistic, Investigative, Social, Conventional, Enterprisingและ Artisticในการค้นหาตัวตนและศักยภาพของตนเอง ซึ่งนักเรียนจะได้รับการประเมินไม่ว่าจากข้อสอบ หรือกิจกรรมต่างๆ จนค้นพบตัวตน เป้าหมาย จุดแข็ง และความถนัดของแต่ละคนแล้ว ซึ่งผลนั้นจะถูกนำมาสร้างเป็นแผนการเรียนการสอนตลอด 6 ปี เพื่อให้เข้าถึงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่และอย่างมีความสุข สามารถบรรลุเป้าหมาย ทั้งในด้านการเลือกสาขาวิชาเรียนต่อในรั้วมหาวิทยาลัย และการเลือกอาชีพที่เหมาะสมกับความสามารถ

สำหรับผู้ปกครองที่สนใจในแผนการเรียน Positive Education สามารถรับคำแนะนำและเยี่ยมชมโรงเรียนสาธิตพัฒนา แผนกมัธยมฯ (School Visit) ได้ในวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2562 เวลา 8.30-12.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์ได้ที่ : https://www.satitpattanaschool.org/home#registration หรือรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.satitpattanaschool.org  และ 02-113-1956

รู้ทัน ป้องกัน ‘มะเร็งปากมดลูก’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/405117?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

รู้ทัน ป้องกัน ‘มะเร็งปากมดลูก’

17 ธันวาคม 2562 – 16:05 น.
มะเร็งปากมดลูก,รู้ลึก,รู้ทันโรคมะเร็ง,นายแพทย์ธีธัช อดทน
เปิดอ่าน 308 ครั้ง

สารพันปัญหา “มะเร็งปากมดลูก” รู้ทัน รู้ลึก วิธีป้องกัน และรับมือ

“มะเร็งปากมดลูก” ชื่อนี้แค่ได้ยิน สาวๆ ก็รู้สึกกลัวแล้ว เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้หญิงไทยเป็นโรคนี้มากเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม และยังเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยมากเป็นอันดับ 1 ด้วย โดยทุกปีจะมีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 คน ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ ในจำนวนนี้จะเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 6,500 คน หรือวันละ 17 คน

         อ่านข่าว :  ตำรับยา เบญจอำมฤตย์ สูตรสมุนไพรสู้ มะเร็งตับ

          มะเร็งปากมดลูกเกิดได้อย่างไร

มะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) ซึ่งส่วนใหญ่ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ คนที่ติดเชื้อนี้กว่า 80% จะไม่มีอาการ และอาจไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ โดยร่างกายสามารถกำจัดออกไปได้เอง แต่มีบางส่วนที่เมื่อติดเชื้อแล้วจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เป็นระยะก่อนมะเร็ง และนำไปสู่การเป็นมะเร็งในเวลาต่อมา

ดังนั้น คนที่มีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกจึงเป็นคนที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะเซลล์ปากมดลูกมีโอกาสติดเชื้อเร็วกว่าและเปลี่ยนแปลงไปสู่ระยะก่อนมะเร็งหรือมะเร็งได้เร็วกว่า นอกจากนี้ คนที่มีคู่นอนหลายคนก็มีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น รวมทั้งคนที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่องบางชนิด และคนที่สูบบุหรี่ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ ร่างกายจะมีภูมิต้านทานต่ำ ไม่แข็งแรง เมื่อมีการสัมผัสกับไวรัส HPV จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะก่อนมะเร็งหรือมะเร็งตามมาได้สูงกว่าคนที่สุขภาพแข็งแรง สำหรับกลุ่มอายุที่มีอุบัติการณ์เป็นมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 30 – 50 ปี

  อาการแบบไหนที่น่าสงสัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก

 นายแพทย์ธีธัช อดทน สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด กล่าวถึงวิธีสังเกตอาการที่บ่งบอกว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกว่า อาการหลักๆ คือมีเลือดออกทางช่องคลอด ปกติรอบเดือนจะมาทุก 28 วัน แต่ละรอบไม่ควรเกิน 1 สัปดาห์

           และไม่ควรมีเลือดออกก่อนหรือหลังรอบเดือนปกติ หากมีเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน หรือรอบเดือนมานานขึ้น หรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ ก็เป็นอาการที่ต้องสงสัยว่าจะมีก้อนที่บริเวณช่องคลอดปากมดลูกหรือไม่ หรือว่าเป็นก้อนเนื้องอกโรคมะเร็งหรือไม่

ส่วนอาการอื่นๆ อาจมีตกขาวมากผิดปกติ หรือถ้าติดเชื้อที่ก้อนก็อาจมีตกขาวหรือมีหนองได้ คนไม่เคยตรวจภายในมาก่อนแล้วมีอาการเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะพบก้อนขนาดใหญ่แล้ว หรือมีรอยโรคค่อนข้างมาก ควรมาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของการที่มีเลือดออก เมื่อแพทย์ตรวจพบว่ามีก้อนจะทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อดูว่าเซลล์นั้นเป็นมะเร็งหรือไม่

  เจาะลึกวิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูก

เป็นความโชคดีที่ทางการแพทย์ทราบสาเหตุของการเป็นมะเร็งปากมดลูก และมีวิธีตรวจค้นหาก่อนระยะเป็นมะเร็งได้ นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนที่ฉีดป้องกันได้ด้วย

นายแพทย์ธีธัช กล่าวว่า วิธีป้องกันและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ HPV คือ ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่มีคู่นอนหลายคน หากมีเพศสัมพันธ์ต้องป้องกันการติดเชื้อด้วยการใช้ถุงยางอนามัย นอกจากนี้ ควรฉีดวัคซีนที่สามารถกระตุ้นภูมิในการกำจัดเชื้อ HPV เพื่อที่ว่าเมื่อมีการติดเชื้อ ร่างกายก็จะกำจัดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถตอบได้ว่าวัคซีนจะป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 100% หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าภูมินั้นเพียงพอมากน้อยแค่ไหนหรือมีการติดเชื้อมาก่อนที่จะได้รับวัคซีน ทั้งนี้ แนะนำว่าควรฉีดวัคซีนเนื่องจากมีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุนว่าการฉีดวัคซีนช่วยป้องกันการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้มากกว่าการไม่ได้รับวัคซีน

การป้องกันในขั้นต่อไป คือ การตรวจเพื่อค้นหาระยะก่อนมะเร็ง ปัจจุบันมีการตรวจที่เรียกว่า แปปสเมียร์ (Pap Smear) เป็นการตรวจทางเซลล์วิทยา โดยตรวจบริเวณปากมดลูก และเก็บเซลล์บริเวณนั้นไปตรวจว่ามีเซลล์ลักษณะผิดปกติหรือไม่ เช่น เป็นระยะก่อนมะเร็งหรือไม่ มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นมะเร็งมากน้อยแค่ไหน หรือว่าเป็นมะเร็งแล้ว เมื่อวินิจฉัยแล้ว ก็มาตรวจเพิ่มเติม เช่น ถ้าสงสัยว่ามีเซลล์ผิดปกติเป็นเซลล์ระยะก่อนมะเร็ง ก็มาดูที่ปากมดลูก ซึ่งจะมีการตรวจพิเศษที่เรียกว่า Colposcope หรือการส่องกล้องตรงบริเวณปากมดลูก เพื่อขยายดูว่าเซลล์บริเวณนั้นมีลักษณะผิดปกติจากเซลล์อี่นๆ หรือไม่ แล้วตัดชิ้นเนื้อบริเวณนั้นไปตรวจยืนยันว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ ถ้าเป็นคือเป็นระยะใด ถ้ามีแนวโน้มว่าเซลล์บริเวณนั้นมีโอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งสูง การรักษาก็คือตัดบริเวณปากมดลูกบริเวณโดยรอบนั้น โดยไม่ต้องรอให้กลายเป็นมะเร็ง

          การตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูกแนะนำให้ตรวจเป็นประจำทุกปี หรือไม่ควรห่างกันเกิน 2-3 ปี เริ่มตรวจตั้งแต่มีเพศสัมพันธ์ และตรวจไปตลอดจนกว่าจะอายุ 60 ปี ถ้าไม่พบความผิดปกติ สำหรับคนที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ก็มีโอกาสเกิดได้เช่นกัน แนะนำว่าควรตรวจเช็คตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป

ตัดมดลูกแล้วเป็นมะเร็งปากมดลูกได้หรือไม่

สำหรับข้อสงสัยนี้ นายแพทย์ธีธัช กล่าวว่าต้องดูประวัติเก่าประกอบด้วย เพราะมดลูกมี 2 ส่วน คือ ตัวมดลูก และปากมดลูก ถ้าตัดแค่ตัวมดลูกแต่ยังเหลือปากมดลูก ก็มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ถ้าตัดตัวมดลูกพร้อมปากมดลูก มะเร็งก็จะไม่เกิดที่บริเวณปากมดลูก

 วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ฉีดอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

 โดยปกติแล้ว การฉีดวัคซีนสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป โดยแนะนำการฉีดวัคซีนที่อายุน้อยๆ คือช่วงอายุ 9-11 ปีจะดีที่สุด เพราะจะกระตุ้นภูมิได้สูง และโอกาสการสัมผัสไวรัส HPV จากการมีเพศสัมพันธ์ก็จะน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม หากอายุมากแล้ว การฉีดวัคซีนก็มีประโยชน์มากกว่าไม่ฉีดวัคซีน ทั้งนี้ กรณีที่ฉีดวัคซีนก่อนอายุ 15 ปี ต้องฉีด 2 เข็ม โดยเข็มที่ 2 จะเว้นช่วงจากเข็มแรก 6 เดือน แต่ถ้าอายุ 15 ปีขึ้นไปต้องฉีด 3 เข็ม โดยเข็มที่ 2 เว้นช่วงจากเข็มแรก 1-2 เดือน หลังจากนั้นอีก 6 เดือนให้ฉีดเข็มที่ 3

    ผู้ชายก็ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้

หลายคนสงสัยว่าผู้ชายไม่มีมดลูก จะฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกทำไม ซึ่งกรณีนี้ นายแพทย์ธีธัชกล่าวว่า ผู้ชายก็สามารถฉีดได้ เพราะไวรัส HPV ส่งผลกับผู้ชายด้วย โดยทำให้เป็นหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก และมะเร็งทวารหนักได้ หากใครต้องการป้องกันโรคเหล่านี้ ก็ให้ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ โดยแนะนำการฉีดวัคซีนที่ช่วงอายุ 9-21 ปี

นพ.ธีธัช

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก หรือเรื่องสุขภาพอื่นๆ สามารถขอคำปรึกษาจาก ทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ได้ทั้ง 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาล พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1 และ 2 จังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาลพริ้นซ์ จังหวัดอุทัยธานี โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก โรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โรงพยาบาลสหเวช จังหวัดพิจิตร และโรงพยาบาลศิริเวชลำพูน จังหวัดลำพูน และสามารถติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่เฟซบุ๊ก: Principal Healthcare Company

นวดฝีเย็บ เทรนด์ใหม่ช่วยคุณแม่เตรียมคลอดแบบธรรมชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/404856?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

นวดฝีเย็บ เทรนด์ใหม่ช่วยคุณแม่เตรียมคลอดแบบธรรมชาติ

16 ธันวาคม 2562 – 14:23 น.
นวด,ท้อง,คลอดธรรมชาติ,การนวดฝีเย็บ
เปิดอ่าน 284 ครั้ง

นวดฝีเย็บ เทรนด์ใหม่ช่วยคุณแม่เตรียมคลอดแบบธรรมชาติด้วย Motherlylove

16 ธันวาคม 2562 สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เลือกคลอดแบบธรรมชาติ การเตรียมตัวล่วงหน้ามาเพื่อช่วงเวลาที่พิเศษสุดนี้เป็นเรื่องสำคัญ  หนึ่งในการเตรียมตัวที่กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ขณะนี้ คือ “การนวดฝีเย็บ” ที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากในยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่ใช้การนวดเข้ามาช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อปากช่องคลอดให้สามารถยืดขยายออกอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้คลอดได้สะดวกขึ้น

คุณณัฐชานันท์ ฉัตริรนันทภัทร์ พยาบาลพดุงครรภ์ที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า 30 ปี และที่ปรึกษาอาวุโสด้านผลิตภัณฑ์ บริษัท มัม ซเฟียร์ จำกัด กล่าวว่า  “การคลอดเป็นกระบวนการมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้ตระเตรียมไว้อย่างปลอดภัยและให้ประโยชน์มากมายสำหรับทั้งมารดาและทารก แม้การผ่าคลอดจะสะดวก คุณแม่ไม่เจ็บในขณะคลอด คุณหมอสามารถควบคุมและกำหนดทุกอย่างได้  แต่การคลอดบุตรแบบธรรมชาติเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมาก เพราะทำให้เราได้สัมผัสถึงความเป็นแม่ได้อย่างสมบูรณ์  และยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีก คือ คุณแม่จะฟื้นตัวได้เร็ว แผลเล็กกว่าการผ่าตัดคลอด ทำให้คุณแม่สามารถดูแลลูกได้ดีกว่า ที่สำคัญคือ ทารกได้รับภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติจากเชื้อแบคทีเรียดีที่อยู่ในช่องคลอดของแม่ด้วย”

หนึ่งในเทรนด์ใหม่ที่ทำให้การคลอดแบบธรรมชาติเป็นเรื่องไม่น่ากังวล คือ การนวดฝีเย็บ ซึ่งจากการทำการศึกษาคุณแม่ 2,497 รายโดย Cochrane หน่วยงานวิจัยอิสระที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในวงการแพทย์ในประเทศอังกฤษและทั่วโลกพบว่า การนวดฝีเย็บในช่วงการตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 34 เป็นต้นไปช่วยลดการฉีกขาดของเนื้อเยื่อบริเวณฝีเย็บในขณะคลอด และลดการเจ็บหรือปวดเกร็งบริเวณฝีเย็บในขณะตั้งครรภ์ได้

“การนวดฝีเย็บเหมือนการวอร์มอัพร่างกายก่อนการออกกำลังนั่นเอง เพราะเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อบริเวณฝีเย็บให้คลายตัว เมื่อถึงเวลาคลอดจริงกล้ามเนื้อบริเวณนี้จะยืดขยายได้อย่างเป็นธรรมชาติ เนื้อเยื่อฉีกขาดน้อย หรือในบางรายคุณหมอไม่ต้องช่วยกรีดฝีเย็บเลยก็มี” คุณณัฐชานันท์ กล่าว

วิธีการนวดฝีเย็บนั้นไม่ยาก และมีความปลอดภัย โดยคุณแม่สามารถนวดเองได้ในสัปดาห์ที่34เป็นต้นไป หรืออาจให้คุณพ่อช่วยก็ได้ โดยแนะนำให้นวดหลังอาบน้ำก่อนเข้านอน ต้องตัดเล็บให้สั้นเพื่อไม่ให้เกิดการขีดข่วน  ล้างมือให้สะอาด แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างสอดเข้าไปในช่องคลอดประมาณ 1-3 เซนติเมตร และกดนิ้วลงไปบริเวณรูเปิดช่องคลอดทางด้านทวารหนักเบาๆ แล้วค่อยๆ เคลื่อนนิ้วหัวแม่มือแยกออกไปด้านข้างเป็นรูปตัว U  ในการนวดแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็เพียงพอแล้ว โดยนวดเป็นประจำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง  หากคุณแม่จะนวดเอง แนะนำให้มีกระจกตั้งไว้บริเวณหว่างขา เพื่อให้มองเห็นได้สะดวก

การเลือกน้ำมันสำหรับนวดฝีเย็บก็สำคัญ เพราะผิวบริเวณฝีเย็บค่อนข้างบอบบางจึงควรเลือกน้ำมันนวดฝีเย็บที่สกัดจากธรรมชาติ 100% ซึ่งผ่านการคิดค้นวิจัยมาโดยเฉพาะ แต่ไม่ควรใช้น้ำมันนวดที่ผสมน้ำหอม น้ำมันอัลมอนด์ หรือน้ำมันมะพร้าว เนื่องจากอาจทำให้เกิดการระคายเคือง ส่งผลให้อวัยวะเพศบวมหรือติดเชื้อในช่องคลอดได้  น้ำมันที่ใช้สำหรับการนวดฝีเย็บมีความอ่อนโยนต่อผิวมาก

ดังนั้น คุณแม่จึงสามารถใช้ทาผิวบริเวณอื่น ๆ แทนมอยซ์เจอไรเซอร์สำหรับผิวบอบบางได้ด้วย  ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นทั่วไปซึ่งบางยี่ห้อ มีค่า ซอลส์(salt) และ ไอออน(ion) ค่อนข้างสูง และอาจระคายเคืองได้  จึงควรหลีกเลี่ยง  ก่อนทำการนวดฝีเย็บแนะนำให้เช็คร่างกายตัวเองว่ามีอาการผิดปกติเหล่านี้หรือไม่ เช่น มีเลือดซึม หรือติดเชื้อในช่องคลอดอยู่ก่อนแล้ว ห้ามนวดเด็ดขาด และควรปรึกษาแพทย์ทันที

แพทย์หญิงพัฐสุดา ชมจันทร์ หรือหมอเบนซ์ CEO and Creative Director of LivelyClinic เจ้าของ Facebook fanpage: Lively clinic  เป็นทั้งคุณหมอและคุณแม่ตั้งครรภ์ในยุคดิจิทัลที่เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ เล่าว่า“การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำคัญมาก เพราะผิวเราจะค่อนข้างเซนซิทีฟระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงลูกน้อยในครรภ์ด้วย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่วิจัยและพัฒนามาเพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะจะปลอดภัยที่สุด  หมอเองระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด หมอเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทออยล์ สูตร Tums & Boobs ป้องกันผิวแตกลาย ของ Motherlylove ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการผดุงครรภ์ค้นคว้า วิจัยและพัฒนามาสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะ ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ 100% จึงปลอดภัยต่อลูกน้อยในครรภ์ และผสานด้วยกลิ่นบำบัดหรืออโรมาเธอราปีช่วยลดการแพ้ท้องด้วย” หมอเบนซ์กล่าว

สำหรับประเทศไทย Motherlylove นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท มัม ซเฟียร์ จำกัด แต่เพียงผู้เดียว มีทั้งสูตร Down Below ใช้นวดบำรุงเพื่อลดการฉีกขาดของผิวบริเวณฝีเย็บในสัปดาห์ที่ 34 เป็นต้นไป สูตร Tums & Boobs ใช้ป้องกันผิวแตกลาย และ สูตร Pamper Mum Bath Oil  ใช้อาบหรือแช่แทนสบู่เพราะอ่อนโยนและรักษาความชุ่มชื้นได้ดี โดยเนื้อออยล์จะเปลี่ยนเป็นนํ้านมเมื่อสัมผัสน้ำ สามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกจึงไม่อุดตันผิว นอกจากการนวดฝีเย็บ และการดูแลผิวป้องกันผิวแตกลายแล้ว การออกกำลังกายเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีมากเพื่อการคลอดแบบธรรมชาติ

ครูหนิง-ธิญาดา คอนเควสท์ (Registered Prenatal Yoga Teacher, Yoga Alliance USA.) ผู้ก่อตั้ง Enjoy Yoga Studio Thailand ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับประโยชน์ของโยคะที่ดีต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ว่า“จากประสบการณ์การเป็นคุณแม่ลูกสาม ทำให้เข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงและอาการปวด  ต่าง ๆ ในขณะตั้งครรภ์ การฝึกโยคะระหว่างตั้งครรภ์จะให้ประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจของคุณแม่ ช่วยให้ข้อต่อ เอ็น กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นดี เข้าใจเทคนิคการหายใจได้ลึกขึ้น เพื่อให้ปอดและกระบังลมแข็งแรง ซึ่งสัมพันธ์ต่อการเบ่งคลอด เนื่องจากท่าโยคะบางท่า เช่น ท่าคลานเข่า ท่าแกว่งสะโพก ท่าเพนกวิน จะช่วยให้เด็กกลับตัวได้ดีขึ้น และลดการกดทับของทารกอยู่จุดเดียวนานๆ นอกจากนั้นการฝึกโยคะยังช่วยฝึกสมาธิ เกิดความผ่อนคลายจากการมีสติอยู่กับการหายใจและอิริยาบถต่าง ๆ ควบคุมอารมณ์ ที่แปรปรวนจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง นำมาซึ่งสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว การออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์จึงจำเป็นมากค่ะ”

เพื่อช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์เตรียมตัวพร้อมในการคลอดแบบธรรมชาติ Motherlylove ได้ร่วมกับ Enjoy Yoga จัดกิจกรรม Active Birthing ไปเมื่อเร็วๆ นี้  โดยให้เคล็ดลับการฝึกโยคะ และให้ความรู้เกี่ยวกับการนวดฝีเย็บ โดยคุณแม่ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ทดลองนวดฝีเย็บจำลอง  ส่วนใครที่พลาดไป สามารถติดตามข้อมูลได้ทาง IG: motherlylove.th หรือ http://www.motherlylove.club ที่รวบรวมข้อมูลน่ารู้และกิจกรรมน่าสนใจสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์

สำหรับการเตรียมตัวคลอดธรรมชาติ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ คุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้ดีตามคำแนะนำของแพทย์ เลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการผิดปกติใด ๆ ระหว่างตั้งครรภ์ อย่าลังเลที่จะไปพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยอาการอย่างละเอียด และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เพียงเท่านี้คุณแม่ตั้งครรภ์ก็ปลอดภัย ไม่มีอันตรายใด ๆ อย่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์กังวล การคลอดธรรมชาติจึงเป็นความมหัศจรรย์ของร่างกายและบททดสอบการเริ่มต้นความเป็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของผู้หญิงทีเดียว และเชื่อได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณแม่ได้เลือกแล้วสำหรับลูกน้อยที่รัก

กลัวคดีทุจริตจะไม่คืบหน้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/404810?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

กลัวคดีทุจริตจะไม่คืบหน้า

16 ธันวาคม 2562 – 13:10 น.
ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม,กลัวคดีทุจริตจะไม่คืบหน้า
เปิดอ่าน 228 ครั้ง

กลัวคดีทุจริตจะไม่คืบหน้า คอลัมน์…  เปิดซองส่องไทย  ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

ชาวบ้านบริเวณตำบลล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง มีปัญหาร้องเรียนเรื่องการสร้างทำนบกั้นน้ำ รุกล้ำพื้นที่ส่วนบุคคล หวั่นผลกระทบระยะยาว ร้องเรียนเรื่อง นายสมยศ วงศ์เศรษฐี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาโป่ง อ.เถิน จ.ลำปาง ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีสั่งการหรืออนุญาตให้ก่อสร้างทำนบกั้นน้ำทุ่งนายชั้น ยาสกุล หมู่ 1 ก่อนการจัดจ้าง และบุกรุกทำลายทรัพย์สินที่ดินข้างเคียงสถานที่ก่อสร้างทำนบกั้นน้ำดังกล่าว

โดยได้แจ้งเรื่องไปถึงหน่วยงานของป.ป.ช.แล้ว และมีการพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนดังกล่าวแล้ว มีมติส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามมาตรา 89/2 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ.2542

โดยเข้าไปติดต่อสอบถามความคืบหน้าเรื่องราวดังกล่าวแล้ว แต่อำเภอเถินให้คำตอบมาแค่ว่า กำลังรอเจ้าหน้าที่สอบสวนมาสอบสวนกรณีดังกล่าวอยู่และกลัวว่าเรื่องราวเงียบหายไป จึงอยากให้ลุงแจ่มช่วยติดต่อประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลเรื่องนี้ด้วย
หยด

ตอบ
เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เถิน  ชี้แจงว่า ได้รับทราบถึงเรื่องราวที่มีประชาชนแจ้งและมีหนังสือเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตและการบุกรุกที่ดินของนายสมยศ วงศ์เศรษฐี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาโป่ง อ.เถิน จ.ลำปาง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในขณะนี้ อบต.เถิน ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ยื่นเรื่องดำเนินการจัดตั้งเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน

แต่ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ของอบต.เถิน มีไม่เพียงพอในการจัดตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน โดย อบต.เถิน ได้ยื่นเรื่องดังกล่าวให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อย และขณะนี้รอจัดเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนถึงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวให้แล้วเสร็จให้เร็วที่สุด

เพราะในขณะนี้เจ้าหน้าที่ในอบต.เถิน ได้แบ่งงานกันเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนในการเข้ามาใช้บริการที่อบต.เถิน และฝากถึงประชาชนช่วยเห็นใจเรื่องของเจ้าหน้าที่อบต.เถิน ด้วย เพราะมีเจ้าหน้าที่จำนวนน้อย แต่จะพยายามอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการอย่างเต็มที่และรวดเร็วที่สุด

กทม.ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยาในพื้นที่เขตคลองสาน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/403918?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

กทม.ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยาในพื้นที่เขตคลองสาน

11 ธันวาคม 2562 – 15:30 น.
โรคชิคุนกุนยา,ยุงลาย,เปิดซองส่องไทย,ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม
เปิดอ่าน 251 ครั้ง

กทม.ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยาในพื้นที่เขตคลองสาน คอลัมน์…  เปิดซองส่องไทย  ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าว ประชาชนในพื้นที่เขตคลองสาน ประสบปัญหาการแพร่ระบาดโรคชิคุนกุนยา ว่า กทม.พบผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยาในพื้นที่เขตคลองสาน บริเวณซอยเจริญรัถ 20, 22, 24 และ 26 ซึ่งโรคชิคุนกุนยา เป็นโรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะเช่นเดียวกับโรคไข้เลือดออก 

สำนักอนามัย กทม. จึงได้วางมาตรการป้องกันโรคชิคุนกุนยา ประกอบด้วย การสำรวจ/ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในบ้านผู้ป่วยและบ้านข้างเคียง ในรัศมี 100 เมตร ค้นหาผู้ป่วยรายอื่นในชุมชน คัดกรองอาการที่เข้ากับอาการของโรค ให้ความรู้ในการเกิดโรคและการป้องกันยุงกัด การกำจัดลูกน้ำยุงลายในภาชนะที่มีน้ำขัง ตลอดจนเฝ้าระวังผู้ป่วยในพื้นที่ภายในระยะเวลา 28 วัน และสนับสนุนทรายกำจัดลูกน้ำและโลชั่นทากันยุงให้บ้านที่พบผู้ป่วยและประชาชนในพื้นที่

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้นสำนักงานเขตคลองสาน ยังได้ลงพื้นที่เพื่อควบคุม ป้องกันโรคทุกสัปดาห์ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ด้านการป้องกันโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค พร้อมรณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย ปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางกายภาพในชุมชน จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม รณรงค์สัปดาห์ฆ่ายุงลาย และจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ในซอยดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามจากการสำรวจแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายในบริเวณซอยเจริญรัถ พบที่พักอาศัยจำนวนมากยังมีภาชนะขังน้ำ มีลูกน้ำยุงลาย และบ้านบางหลังมีสภาพรกรุงรัง เจ้าหน้าที่จึงทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย โดยแนะนำเจ้าของบ้านให้ปรับปรุงสถานที่ คว่ำภาชนะขังน้ำ พร้อมฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุงลาย ซึ่งทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่จะเข้าฉีดพ่นสารเคมีก็ได้ให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะและโทษจากสารเคมีที่ใช้ในการฉีดพ่นหมอกควันทุกครั้ง

ปลื้ม บล็อกเชนประสบความสำเร็จขยายคอมมูนิตี้สู่ธุรกิจใช้จริง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/403680?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ปลื้ม บล็อกเชนประสบความสำเร็จขยายคอมมูนิตี้สู่ธุรกิจใช้จริง

10 ธันวาคม 2562 – 10:27 น.
บล็อกเชน,ธุรกิจบัณฑิตย์
เปิดอ่าน 98 ครั้ง

มธบ.ปลื้ม หลักสูตรบล็อกเชนประสบความสำเร็จ หวังขยายคอมมูนิตี้ด้านบล็อกเชนเพื่อผลักดันไอเดียธุรกิจสู่การใช้งานจริงในอุตสาหกรรม  

10 ธันวาคม 2562 DPU_X มธบ. ปลื้ม หลักสูตรบล็อกเชนประสบความสำเร็จ ทั้งสาย Technical และ Non-Technical  หลังจบคอร์ส หวังขยายคอมมูนิตี้ด้านบล็อกเชนเพื่อผลักดันไอเดียธุรกิจสู่การใช้งานจริงในอุตสาหกรรม

สถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต (DPU X) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.)ร่วมกับ Smart Contract Thailand  จัดอบรมหลักสูตร “Blockchain Appreciation for NON-Technical”

ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มธบ.กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ DPU X ได้เปิดอบรมหลักสูตรบล็อกเชนภายใต้ชื่อ Geeks on the Block (Chain) Batch#1 ให้กับ Technical เพื่อสร้างความเข้าใจในพื้นฐานและแนวคิดของระบบบล็อกเชน โดยภายหลังการอบรมผู้เข้าอบรมสามารถเขียนโค้ดและนำไปปรับใช้ในองค์กรได้ นอกจากนี้ในหลักสูตรผู้เข้าอบรมยังได้ทำเวิร์คช็อปร่วมกัน เพื่อค้นหาไอเดียธุรกิจที่ใช้บล็อกเชนเป็นองค์ประกอบโดยมีหลายโปรเจคที่น่าสนใจ

อาทิ TRAFFIX การจัดการปัญหาจราจรโดยดึงการใช้รถจากถนนเส้นหลักที่หนาแน่นไปสู่ถนนสายรองที่คล่องตัวมากกว่า หรือ Gross Domestic Happiness แนวคิดของการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ให้คะแนนความสุขของคนในประเทศ  เป็นต้น ทุกคนมีไอเดียแต่ยังขาดความเข้าใจในเรื่องการบริหารธุรกิจ DPU X จึงเกิดแนวคิดในการจัดหลักสูตรอบรมบล็อกเชนขึ้นอีกครั้ง ภายใต้ชื่อ “Blockchain Appreciation for NON-Technical” เพื่อให้ตัวแทนองค์กร หรือเจ้าของธุรกิจ ซึ่งเขียนโค้ดไม่เป็น ได้เข้าใจวิธีการทำงานของบล็อกเชนรวมถึงกลยุทธ์และเทคนิคในการเลือกใช้บล็อกเชนให้เหมาะสมกับธุรกิจ  รวมถึงนำไปปรับใช้และต่อยอดธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ดร.พัทธนันท์ กล่าวด้วยว่า คาดว่าหลังจากเปิดคอร์สอบรมบล็อกเชนให้กับ Technical และ Non-Technical  ไปแล้ว จะเกิดการสร้างและขยายคอมมูนิตี้ทางด้านบล็อกเชน เพื่อให้กลุ่มคนที่มีความสนใจเรื่องเดียวกัน พบปะแลกเปลี่ยนไอเดียนำบล็อกเชนขยายต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมในด้านอื่นๆ และยังเป็นการส่งเสริมการเกิดธุรกิจแนวใหม่ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นด้วย  ทั้งนี้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่มีมานาน

ปัจจุบันทุกภาคส่วนเริ่มนำไปปรับใช้ในธุรกิจหลายประเภท อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมการขนส่ง อุตสาหกรรมทางด้านการเงิน เป็นต้น ทั้งนี้ข้อดีของเทคโนโลยีดังกล่าวจะโดดเด่นในเรื่องข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย อีกทั้งยังสามารถบอกแหล่งที่มาของข้อมูลได้  แม้แต่หน่วยงานรัฐบาลยังนำบล็อกเชนมาบริหารการจัดส่งสินค้าทางการเกษตร เพื่อคำนวณผลผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดส่งผลให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายสถาพน พัฒนะคูหา CEO และผู้ก่อตั้ง Smart Contract Blockchain Studio ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีบล็อกเชนระดับแนวหน้าของประเทศไทย กล่าวว่า บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์มาก ซึ่งหากมีการดีไซน์อย่างถูกต้องแล้ว บล็อกเชนจะเป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูง มีความน่าเชื่อถือ สามารถลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือนำไปสู่การสร้างธุรกิจใหม่ให้กับประเทศได้

ปัจจุบันบล็อกเชนถูกนำไปใช้หลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน สุขภาพ โลจิสติกส์ หรือแม้แต่วงการเกษตรกรรมยังสามารถใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาช่วยปรับโฉมธุรกิจ เพราะคนเริ่มกลัวสารเคมีจึงให้มูลค่าเพิ่มกับผัก ผลไม้ที่ปลอดสารพิษ การนำเทคโนลีบล็อกเชนมาใช้จะทำให้ผู้บริโภคสามารถรู้ถึงแหล่งที่มาของการผลิตที่ชัดเจนทำให้เพิ่มมูลค่าของสินค้าได้

ด้วยเหตุนี้ เจ้าของธุรกิจด้านการเกษตรจึงนำบล็อกเชนมาใช้กับระบบซัพพลายเชนหรือห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ลูกค้าเห็นแหล่งที่มาของสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านเทคโนโลยี  หรือแม้แต่หน่วยงานภาครัฐ ก็สามารถนำบล็อกเชนมาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อลดขั้นตอนการยื่นเอกสาร หรือใช้เป็นตัวเชื่อมแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเจ้าของข้อมูลและผู้ขอใช้ข้อมูล  โดยเจ้าของข้อมูลสามารถอนุญาตหรือปฏิเสธการให้ข้อมูลได้และยังทราบด้วยว่า ผู้ขอใช้ข้อมูลเป็นใครนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม บล็อกเชนกำลังมาเปิดโอกาสความเป็นไปได้ใหม่ๆให้กับธุรกิจต่างๆ กล่าวได้ว่าตอนนี้ บล็อกเชนได้รับการยอมรับ และมีการนำไปใช้จริงในวงกว้างมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญ คือ หน่วยงานหรือเจ้าของธุรกิจควรจะมีความเข้าใจถึงปัญหาที่ต้องการจะแก้และเข้าใจเทคโนโลยีนี้ก่อนนำไปใช้ ซึ่งจะสามารถนำไปสู่การวิเคราะห์ได้ว่าจะสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างไร

“การจัดอบรมหลักสูตรบล็อกเชนในครั้งนี้เป็นความพยายามที่ SmartContract Blockchain Studio ได้ร่วมกับ DPU X  เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักการและปรัชญาพื้นฐานของบล็อกเชน และเฟรมเวิร์คในการนำบล็อกเชนไปใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจแต่ละประเภท  ในบางกรณีการนำบล็อกเชนมาใช้แบบทื่อๆอาจไม่เหมาะกับการใช้งาน เราถึงต้องมีการดีไซน์ และศึกษาให้เข้าใจพื้นฐานเพื่อให้รู้ว่าจะหยิบข้อดีมาใช้อย่างไร หรือหลีกเลี่ยงข้อเสีย เพื่อจะได้นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเราและองค์กร” นายสถาพน กล่าว

นางสาวรับขวัญ ชลดำรงค์กุล ตัวแทนจาก บริษัท ลอร์เอ็กซ์เทค จำกัด ธุรกิจที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย กล่าวว่า  การเข้าอบรมในครั้งนี้ เพราะต้องการทราบว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนมีประโยชน์อย่างไร มีองค์ประกอบอะไรบ้างและสามารถนำไปใช้ในธุรกิจได้จริงหรือไม่ สำหรับคอร์สที่ DPU X เปิดอบรมเป็นคอร์สสำหรับคนที่เขียนโค้ดไม่เป็น ซึ่งตรงกับสิ่งที่ตนอยากเรียนรู้พอดี

ส่วนบรรยากาศในการอบรมดีมาก วิทยากรสามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น ผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนไอเดียทำให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้ง  หลังจบคอร์สคาดว่าจะนำบล็อกเชนไปใช้ในธุรกิจของตนเอง เพื่อให้งานที่ออกมามีประสิทธิภาพมากขึ้น  ทุกวันนี้ เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก ถ้าไม่รีบปรับตัวในการทำธุรกิจจะไปได้ยาก บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามามีบทบาทในหลายธุรกิจ  หากศึกษาและทำความเข้าใจก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ได้