หวั่นเกิดอันตราย จากกำแพงทรุดตัว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/403500?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

หวั่นเกิดอันตราย จากกำแพงทรุดตัว

9 ธันวาคม 2562 – 15:25 น.
ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม,กำแพงทรุดตัว
เปิดอ่าน 253 ครั้ง

หวั่นเกิดอันตราย จากกำแพงทรุดตัว คอลัมน์… เปิดซองส่องไทย ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

จากปัญหากำแพงที่เกิดการทรุดตัวลงของเขตชุมชน ทำให้ประชาชนที่ต้องใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว กลัวอันตรายที่จะเกิดจากกำแพง

เนื่องจากปัจจัยหลายๆ อย่าง ผลข้างเคียงมาจากการที่มีรถใหญ่ใช้ถนนบริเวณนั้นสัญจร กรณีเดียวกับผู้ร้องเรียนที่แจ้งเรื่องราวมายังลุงแจ่ม ผมใช้ถนนตรงตลาดรังสิตทางไปเทศบาลเมืองลำสามแก้ว ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จะเห็นรั้วกำแพงชำรุดเอียงตลอดแนวของหมู่บ้านตรงบริเวณดังกล่าว ตรงข้ามเทศบาลเมืองลำสามแก้ว

ปัจจุบันกำแพงได้ทรุดโทรมและแตกร้าว กลัวว่าจะพังลงมาทับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในเขตตรงนั้น เพราะมีสภาพเอนเอียงรั้วกำแพงติดถนนพอดี มีรถวิ่งกันตลอดเวลาทำให้เกิดการสั่นสะเทือนทุกๆ วัน ไม่ทราบว่าในส่วนนี้ใครเป็นคนรับผิดชอบในเรื่องนี้ หากเกิดกำแพงล้มพังลงใส่รถที่วิ่งไปมาและเกิดอุบัติเหตุกำแพงล้มทับคน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วย
ปรีชา

ตอบ
นายกำพล สุขเปีย ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป เทศบาลเมืองลำสามแก้ว จ.ปทุมธานี ชี้แจงว่า ได้รับทราบถึงเรื่องราวที่มีประชาชนบริเวณตลาดรังสิต ทางไปเทศบาลเมืองลำสามแก้ว แจ้งเรื่องราวเข้ามาเกี่ยวกับกำแพงของหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งเกิดการทรุดตัวลง และหวั่นว่าจะได้รับอุบัติเหตุที่เกิดจากกำแพงแตกร้าว โดยทางเทศบาลเมืองลำสามแก้วไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใดได้เร่งเข้าตรวจสอบถึงกำแพงในบริเวณดังกล่าว
โดยตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นกำแพงของหมู่บ้านไดมอนด์วิลล์ 2 จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่และเทศบาลเมืองลำสามแก้วได้ยื่นหนังสือต่อเจ้าของอาคาร ให้มีการดำเนินการแก้ไขดูแลปัญหากำแพงทรุดตัว โดยผลการยื่นหนังสือต่อเจ้าของอาคารในครั้งนั้นทำให้ของเจ้าของอาคารแก้ไขปัญหาได้แล้วกว่า 40% เทศบาลเมืองลำสามแก้วพยายามคอยดูแลสอดส่องปัญหากำแพงทรุดในส่วนของพื้นที่ดังกล่าวอยู่เป็นประจำ

เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีประชาชนสัญจรอยู่เป็นจำนวนมากจึงหวั่นจะได้รับอุบัติเหตุจากปัญหาดังกล่าว และสำหรับกำแพงนั้นมีการทรุดตัวลง แต่ยังไม่ถึงกับอยู่ในเกณฑ์ถึงขั้นเกิดอันตราย ดังนั้นเทศบาลจึงคอยตรวจสอบอยู่สม่ำเสมอว่าสภาพตอนนี้อยู่ในเกณฑ์ไหนแล้วบ้าง เพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที หากประชาชนพบเจอปัญหาสามารถโทรมาได้ที่เบอร์โทร.0-2987-6001 เป็นเบอร์ของเทศบาลเมืองลำสามแก้ว จ.ปทุมธานี

ผ้ายันต์หลวงพ่อวัดไร่ขิง จ.นครปฐม รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๘๓

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/402695?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ผ้ายันต์หลวงพ่อวัดไร่ขิง จ.นครปฐม รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๘๓

8 ธันวาคม 2562 – 02:03 น.
ผ้ายันต์หลวงพ่อวัดไร่ขิง
เปิดอ่าน 4,906 ครั้ง

ผ้ายันต์หลวงพ่อวัดไร่ขิง จ.นครปฐม รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๘๓ โดย…  0 ต้น อ้อมน้อย 0

มรดกล้ำค่า “ผ้ายันต์หลวงพ่อวัดไร่ขิง” รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๘๓ จัดสร้างขึ้นในสมัยพระครูมงคลวิลาศ (เฉย กิตฺติสาโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงรูปที่ ๖

ชาติภูมิ นามเดิม “เฉย รอดอนันต์” เกิดเมื่อวันพุธแรม ๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีระกา พ.ศ.๒๔๒๗ ที่บ้านคลองใหม่ ต.ไร่ขิง อ.ตลาดใหม่ (อ.สามพรานในปัจจุบัน) จ.นครปฐม เป็นบุตรนายเจียด-นางเอม รอดอนันต์

ชีวิตในวัยเยาว์ได้รับการศึกษาหนังสือไทยอยู่กับพระอาจารย์จิ๋ว วัดบางช้างใต้ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิปัสสนา ภายหลังได้กลับมาช่วยบิดามารดาทำอาชีพกสิกรรม จนเมื่ออายุครบ ๒๑ ปี ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบางช้างใต้ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๔๔๘ โดยมีพระครูทักษิณานุกิจ (ผัน) วัดสรรเพชญ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดใจ วัดเชิงเลน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอาจารย์บุก วัดท่าข้าม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาทางธรรมว่า “กิตฺติสาโร”

หลังอุปสมบทแล้วได้จำพรรษาที่วัดสรรเพชญเป็นเวลา ๓ พรรษา แล้วย้ายไปจำพรรษาที่วัดสุปดิษฐารามกับพระอาจารย์เป้า เพื่อศึกษาเล่าเรียนในทางวิปัสนากรรมฐานกับพระอาจารย์ดำอีก ๓ พรรษา

ต่อมาได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดเรไร จ.ธนบุรี กับท่านอาจารย์รื่นอยู่เรียนมูลไวยากรณ์กับอาจารย์เทศอีก ๓ พรรษา จนได้เข้าสอบไล่พระธรรมวินัยที่สนามหลวง สอบได้นักธรรมชั้นตรีจึงได้ย้ายมาจำพรรษาวัดไร่ขิง(พระอารามหลวง) เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๖ จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสตามลำดับ

ในระหว่างที่ท่านดำรงตำแหน่งนี้ ท่านได้ทำคุณงามความดีในด้านต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นการบูรณะปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมถาวรวัตถุต่างๆ ภายในวัด อาทิ กำแพงแก้วรอบพระอุโบสถ, ซุ้มประตูทั้ง ๔ ทิศ, โรงเรียนประชาบาล, หอระฆัง เป็นต้น

จวบจนเมื่อย่างเข้าสู่วัยชรา สุขภาพของท่านไม่สมบูรณ์ดีนักต้องให้แพทย์รักษาอยู่ตลอด แต่ท่านก็ยังเอาใจใส่ทำนุบำรุงภายในวัดมาโดยตลอด ด้วยความวิริยอุตสาหะอดทนโดยไม่ได้เห็นแก่ความเจ็บป่วย จวบจนวาระสุดท้าย ท่านมรณภาพลงเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐ สิริรวมอายุได้ ๗๓ ปี พรรษา ๕๒

พุทธลักษณะผ้ายันต์รุ่นแรกนี้ เป็นรูปหลวงพ่อวัดไร่ขิงรูปทรงเดิมประทับอยู่ด้านบนตารางยันต์ภควัมบดีปิดตา มีข้อความด้านข้างรูปหลวงพ่อวัดไร่ขิง ใจความว่า “ที่ระลึกพระพุทธรูปหลวงพ่อวัดไร่ขิง พ.ศ.๒๔๘๓” ใต้ตารางยันต์ด้านล่างมีข้อความว่า “ยันต์นี้ผู้ใดมีไว้สักการบูชาที่บ้านก็ดี หรือสำหรับติดตัวไปในสารทิศก็ดี อาจป้องกันสรรพอันตรายต่างๆ ได้ และจะประสิทธิ์ประสาทลาภสักการะความสวัสดีให้แก่ท่านกับเปนอำนาจและเมตตามหานิยม ขอท่านผู้มีจิตร์ศรัทธาสักการเคารพจงเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ทุกทิวาราตรีเทอญ” ผ้ายันต์รุ่นนี้มีจำนวนสร้างน้อยมาก พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก

คมเลนส์ส่องพระ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/402894?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

คมเลนส์ส่องพระ

8 ธันวาคม 2562 – 01:05 น.
พระเครื่อง,คมเลนส์ส่องพระ,พระร่วงยืน หลังลายผ้า พิมพ์ใหญ่,พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่
เปิดอ่าน 14,416 ครั้ง

คมเลนส์ส่องพระ โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

*** วันอาทิตย์ที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ มี งานประกวดพระ ณ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย จัดโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขา จ.สุโขทัย (จิระพรชัย ใบทอง ประธานกรรมการบริหาร) พระที่จัดประกวด ๒,๓๒๙ รายการ ครบทุกประเภท รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ พระร่วงหลังรางปืน (ย้อนยุค) เนื้อตะกั่วดีบุก (ช่างเกียรติ สิงห์บุรี แจ้งข่าว)

** พระองค์แรกวันนี้ ขอเสนอ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี เนื้อดินเผา เป็นพระองค์แชมป์เมื่อ ๔๐ ปีก่อน ที่โด่งดังมาก เพราะความสวยสมบูรณ์คมชัด ต่อมาพระองค์นี้ได้เข้ารังเซียนพระระดับปรมาจารย์ท่านหนึ่ง จนหายเงียบไปนาน มาถึงปี ๒๕๔๙ หนุ่มสุพรรณคนหนึ่งได้นิมนต์พระองค์นี้กลับบ้านในราคา ๗ ล้านบาท ต่อมาปี ๒๕๕๙ ได้มีการเปลี่ยนมือพระองค์นี้อีกครั้งหนึ่งในราคา ๔๕ ล้านบาท นับเป็นพระองค์ในตำนานที่มีราคาสูงมากองค์หนึ่งของวงการพระเครื่องเมืองไทย (ขอขอบพระคุณ ภาพและข้อมูลจากหนังสือ “พระเครื่องพระศรีวสุนธรา” รางวัลงานประกวดพระเมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒จัดทำโดย นิตยสาร “พระท่าพระจันทร์”)

**พระร่วงยืน หลังลายผ้า พิมพ์ใหญ่ เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี อายุประมาณ ๙๐๐ ปี ศิลปะขอมแบบบายนหรืออาจจะสูงกว่านั้นเล็กน้อย ด้านหลังพระทุกองค์จะมีรอยลายผ้าหยาบๆ อันเป็นที่มาของชื่อพระพิมพ์นี้แตกกรุครั้งแรกประมาณปี ๒๔๓๐ มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก ต่อมามีการพบอีก ๒ ครั้ง ประมาณปี ๒๔๕๕ และปี ๒๔๕๘ ในบริเวณใกล้ๆ กันพระที่พบมีจำนวนไม่มากนัก องค์ที่สมบูรณ์ยิ่งมีน้อยกว่า พระพิมพ์นี้จัดอยู่ในหมวดพระยอดขุนพลยอดนิยมที่หายากและมีสนนราคาเช่าหาสูงองค์นี้ติดรางวัลหลายครั้ง ล่าสุดงานสมาคมฯ ที่ศูนย์ราชการ (๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒) เป็นพระของ เบียร์ นครปฐม นักสะสมพระแท้ทุกสาย

** พระพุทธชินราชใบเสมา เนื้อชินเงิน หนึ่งในชุดเบญจภาคีพระเนื้อชินยอดนิยมพุทธศิลปะแบบสุโขทัยลัทธิลังกาวงศ์ ผสมกับศิลปะเขมร ลักษณะองค์พระเข้มขลังงดงาม ขุดพบจากกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุจ.พิษณุโลกมี ๓ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็กที่นำมาให้ชมนี้เป็นพระพิมพ์กลาง สวยสมบูรณ์ ดูง่ายทั้งพิมพ์ทรงและเนื้อพระ เป็นพระติดรางวัลมาแล้วหลายครั้ง เจ้าของพระ ส.จ.บอม เมืองน่าน นักสะสมพระอารมณ์ดีมีพระแท้สวยเยอะมาก

**พระ​ชัยวัฒน์ไพรี​พินาศ วัด​บวร​นิเวศวิหารปี ๒๔๙๕ สมเด็จ​พระ​สังฆราช​เจ้า​กรมหลวง​ว​ชิ​ร​ญาณ​วงศ์​ ทรง​สร้าง​ขึ้นพร้อมกับ พระกริ่งไพรีพินาศ ​มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะคือ เนื้อโลหะที่สร้างเป็นเนื้อทองเหลืองที่มีลักษณะพิเศษ ถึงแม้จะผ่านเวลาเนิ่นนานสีสันยังคงเป็นสีเหลืองสดใสอมเขียวเล็กน้อย สร้างโดยการเททองหล่อแบบโบราณ ไม่มีการแต่งผิวหรือแต่งองค์พระแต่อย่างไร องค์นี้ผิวน้ำทองกระจายทั่วองค์ บัวติดชัดสวยดูง่าย เป็นพระหลักแสนต้นที่มีแนวโน้มว่าจะค่านิยมจะสูงขึ้นไปอีก เจ้าของพระ เกล้า วังวิเศษ ผู้ชำนาญพระกริ่งพระชัยวัฒน์พระหล่อโบราณ

**พระศรีอาริยเมตไตรย (หลวงพ่อพระศรีอารย์) วัดเขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรีเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือกันมาก เมื่อปี ๒๔๖๐ พระอุปัชฌาย์ก๋ง เจ้าอาวาส ได้สร้างเหรียญ ๒ หน้า หลวงพ่อพระศรีอารย์ หลังพระพุทธชินราช ปลุกเสกโดยท่านและ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าซึ่งเป็นสหธรรมิกกัน เหรียญรุ่นนี้มี ๒ พิมพ์ คือ ๑. พิมพ์หน้านาง(นิยม) มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง, ทองแดงผิวไฟ (เหรียญในภาพ) และเนื้ออะลูมิเนียม ๒.พิมพ์หน้ายักษ์ (แบบโบราณ) มีเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง อย่างเดียว ค่านิยมของเหรียญรุ่นแรก พิมพ์นิยมหลักหมื่นปลาย เจ้าของเหรียญนี้ ประเสริฐ ทองประเสริฐ (อ.หยิก ลพบุรี) รองประธานชมรมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยจังหวัดลพบุรี

**พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เนื้อว่าน รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ ลึก เป็นพิมพ์ที่หายากมากๆ องค์สวยคมชัดราคาเช่าหาสูงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เคยทำสถิติเช่าบูชากันถึงองค์ละกว่า ๑๐ ล้านบาท สำหรับองค์ที่นำมาให้ชมนี้ มีความสวยสมบูรณ์คมชัดลึกทุกมิติ เป็นพระองค์ดาราขึ้นหน้าปกนิตยสาร “ไทยพระคอลเลกชั่น” เมื่อกว่าสิบปีก่อน หลังจากนั้นพระองค์นี้ได้หายหน้าไปนานปี กลับมาอีกครั้งอยู่ในครอบครองของ สมชาย พูลสวัสดิ์ อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / อดีตอธิบดีกรมสรรพสามิต

**วางตลาดแล้ว นิตยสาร  พระท่าพระจันทร์ ฉบับใหม่ ปก เหรียญหลวงพ่อสุด วัดกาหลง อ่านประวัติในฉบับ พร้อมกับเหรียญครบทุกรุ่น

** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป ชมภาพพระ สุดยอดพระเครื่องแห่งปี ๖๒ พระสวยแท้ระดับ “องค์ครู” ที่น่าสนใจ…ขอขอบพระคุณอย่างสูง ***

สีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบเหตุใดถึงขึ้นทำเนียบอันดับ1ของเมืองไทย3

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/403059?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

สีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบเหตุใดถึงขึ้นทำเนียบอันดับ1ของเมืองไทย3

8 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
สีผึ้งเขียว,หลวงพ่อทาบ,ตามรอยตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 736 ครั้ง

ไขปมปริศนาสีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบเหตุใดถึงขึ้นทำเนียบสีผึ้งอันดับ1 ของเมืองไทย (3) ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน  โดย…  เอก อัคคี (facebook.com/Akeakkee Ake)

ท่านเกจิอาจารย์ต่างๆ นั้น ถือเป็นเคล็ดว่าไม้ชิ้นนี้เป็นไม้ที่มีเสน่ห์อย่างสูง ที่ใช้ลวงให้ไก่ตัวเมียวิ่งมาหาได้ ต่างก็แสวงหาไว้เพื่อเอาไว้สร้างวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังเป็นเสน่ห์มหานิยม เมื่อได้ไม้ไก่กุกมาแล้ว หลวงพ่อทาบก็จะนำมาเอาว่านต่างๆ และไม้มงคล รวมทั้งไม้ไก่กุกด้วยมาบดป่นทำเป็นผงปั้นเป็นแท่งดินสอ

หลังจากนั้นหลวงพ่อทาบจะเอาถาดทองเหลืองขนาดกลางมารอง มีกระดานชนวนวางอยู่บนถาดทองเหลือง หลวงพ่อทาบจะครองจีวรเรียบร้อย รำลึกถึงครูบาอาจารย์แล้วท่านก็จะลงผงอิทธิเจ ผงปถมัง และผงตรีนิสิงเห จากที่ได้เรียนมา ด้วยการใช้แท่งดินสอซึ่งสร้างจากว่าน และไม้มงคลต่าง ๆ ปั้นเป็นชอล์ก เมื่อเขียนบนกระดานชนวน ก็จะหลุดลอดแผ่นกระดานชนวนลงไปในถาดทองเหลือง

 เจ้าของสมญาด้านเสน่ห์ “เจ้าชู้ไก่แจ้”

ลุงเจริญเล่าว่า ท่านได้นั่งสังเกตเห็นหลวงพ่อทาบลงผงเต็มกระดาน แล้วเคาะให้ลอดกระดานลงไปอยู่ในถาดทองเหลือง เสร็จแล้วหลวงพ่อทาบก็จะรวบรวมผงนั้นใส่ขวด มีอยู่วันหนึ่ง ขณะหลวงพ่อทาบกำลังนั่งสมาธิลบผงอยู่นั้น ชอล์กที่ท่านเขียนเกิดหักดังเปาะขึ้น หลวงพ่อทาบสะดุ้งขึ้นตัว และเพ้อเสียสติทันที เป็นอยู่หลายวัน รักษาอย่างไรก็ไม่หาย ลุงเจริญ เพชรนคร จึงไปตามครูภู่ที่บ้านซากกอไผ่มาดูอาการ และรักษา ครูภู่ ชาวอุบล เมื่อเห็นอาการหลวงพ่อทาบแล้วทำน้ำมนต์ให้หลวงพ่อทาบอาบ หลวงพ่อทาบอาบกินน้ำมนต์ของครูภู่อยู่ ๒-๓ ครั้ง อาการก็กลับปกติ

สีผึ้งหลวงพ่อทาบ สร้างขึ้นตามตำราของครูภู่ ชาวอุบล นั้นแรกๆ ก็เป็นสีผึ้งธรรมดา ไม่มีสีเขียว ต่อเมื่อหลวงพ่อทาบมีชื่อเสียงทางด้านสีผึ้งมากขึ้น ท่านจึงได้นำใบของว่านชนิดหนึ่งผสมลงไปด้วย สีผึ้งก็เลยมีสีเขียวจนภายหลังเรียกกันว่า “สีผึ้งเขียว”

ไม้ไก่กุก ไม้อาถรรพณ์ที่มีพุทธคุณด้านมหาเสน่ห์

คุณลุงเจริญเล่าว่าสีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบนั้น ท่านทำเสร็จแล้วจะใส่ไว้ในโถโบราณซึ่งมีฝาครอบ ปรากฏว่าสีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบนั้นจะงอกหรือเพิ่มปริมาณได้ตามความแรงของกำลังวัน บางครั้งสีผึ้งจะฟูขึ้นจนติดฝาครอบโถเกาะกันเป็นวงคล้ายๆ กับดอกของใบพลู ซึ่งเป็นรูปคล้ายดอกใบพลูนี้แหละขลังนัก

ศิษย์วัดกระบกขึ้นผึ้งเมื่อเปิดฝาโถเห็นเข้าก็จะเอาใบจาก ซึ่งใช้สำหรับมวนบุหรี่สูบมาม้วนเป็นกรวยตักไป ใช้ได้ผลชะงัดนัก รายไหนรายนั้น มักหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามคนป้ายไปและไม่เคยมีพลาดเลยสักรายเดียว เมื่อถามว่าต้องใช้ป้ายกี่ครั้งจึงจะสำเร็จ คุณลุงเจริญบอกว่าโดยมากมักครั้งเดียวก็สำเร็จ แต่ถ้าผู้หญิงบางคนดวงแข็งมีของดีคุ้ม หรืออำนาจดวงคุ้มครอง ก็ต้องใช้หลายหนหน่อย แต่สำเร็จทุกราย

สีผึ้งของหลวงพ่อทาบนั้น มีเคล็ดวิธีการใช้ดุจเดียวกับหลวงปู่ทิม คือใช้ตามคำสั่งความสำคัญของนิ้วมือทั้ง ๕ นิ้ว นับแต่หัวแม่โป้งเรื่อยมา จนถึงนิ้วก้อยซึ่งเล็กที่สุด และวิธีจะใช้ป้ายผู้หญิงซึ่งหมายปองก็อย่าป้ายให้ต่ำกว่าบั้นเอวลงไป เวลาป้ายก็ให้ป้ายให้ถูกต้องเนื้อ อย่าให้ถูกผ้า เพราะจะได้ผลช้า

สีผึ้งนั้นคนสมัยก่อนมักจะใส่ตลับเล็กๆ พร้อมกับพระเครื่องด้านเมตตาและตะกรุดจิ๋ว

จะว่าไปแล้วสำหรับเหตุที่จะทำให้หลวงพ่อทาบมีชื่อเสียงโด่งดังจนเป็นเอกในด้านเมตตามหานิยมและเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไป ก็มาจากสีผึ้งเขียว เมื่อหลวงพ่อทาบมีอายุล่วงเข้า ๘๐ พรรษาเศษแล้ว ท่านใช้เวลารวบรวมมงคลวัตถุต่างๆ เป็นเวลานานถึง ๔ ปีเศษ หลังจากนั้นท่านก็เริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนในแถมละแวกวัดกระบกขึ้นผึ้งและ คนในถิ่นใกล้เคียง จนเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนในย่านนั้น เมื่อเจ้าอาวาสวัดกระบกขึ้นผึ้งมรณภาพลง ชาวบ้านจึงได้นิมนต์ท่านขึ้นเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดกระบกขึ้นผึ้ง ท่านไม่สามารถขัดศรัทธาของชาวบ้านได้ จึงจำใจต้องรับตำแหน่งนั้น การพัฒนาวัดกระบกขึ้นผึ้งในสมัยท่านไปด้วยดี เพราะได้รับแรงศรัทธาจากประชาชน จนหลวงพ่อทาบสามารถสร้างกุฏิ วิหาร โบสถ์ ได้อย่างรวดเร็วในยุคของท่าน

นอกจากงานพัฒนาทางวัดแล้วหลวงพ่อทาบยังได้สงเคราะห์ญาติโยมที่เดือดร้อนทางใจและตกทุกข์ได้ยาก โดยการทำน้ำมนต์อาบขจัดทุกข์ขจัดโศก จนบุคคลเหล่านั้นประสบความสำเร็จ ชื่อเสียงเกียรติคุณของหลวงพ่อทาบจึงเลื่องลือระบือออกไปตามท้องถิ่นต่างๆ จนจัดเป็นเกจิอาจารย์ที่มีเกียรติคุณอย่างยิ่งรูปหนึ่งในบ้านค่าย

ผลงานศิลปะพื้นที่ทับซ้อน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/403106?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ผลงานศิลปะพื้นที่ทับซ้อน

6 ธันวาคม 2562 – 15:30 น.
Sacrifice Chapter 1,สมัคร์ กอเซ็ม,Unspoken Truth,เอแลน เลอชาเตอริเย,Overlapping,ยุทธ พฤฒาสัจธรรม,เมตามอร์-โฟซิส
เปิดอ่าน 135 ครั้ง

ผลงานภาพพิมพ์แกะไม้ด้วยแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเมืองใหญ่กับพื้นที่สีเขียว

** นิทรรศการ “Sacrifice Chapter 1 : พลีตน” โดย สมัคร์ กอเซ็ม เชื้อชวนให้ทวนพินิจมองความน่าประหลาดต่อความเป็นจริงต่างๆ ในพื้นที่ที่ถูกเรียกขานว่าพื้นที่สีแดง จัดแสดงวันนี้-22 ธันวาคม ที่เแกลเลอรี่ เวอร์ ซ.นราธิวาส 22 (เว้นวันจันทร์และอังคาร)

นิทรรศการ Unspoken Truth

** นิทรรศการ “Unspoken Truth” โดย เอแลน เลอชาเตอริเย ตั้งคำถามเกี่ยวกับมิตรภาพของผู้คนในปัจจุบัน สำรวจพื้นที่แห่งความเงียบงันและการขุดคุ้ยเข้าไปในจิตใจ เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้-10 มกราคม ที่สมาคมฝรั่งเศส

นิทรรศการ “Overlapping”

** นิทรรศการ “Overlapping” โดย ยุทธ พฤฒาสัจธรรม นำเสนอผลงานภาพพิมพ์แกะไม้ด้วยแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเมืองใหญ่กับพื้นที่สีเขียว จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-15 ธันวาคม ที่หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล ถ.บรมราชชนนี (เว้นวันจันทร์)

** ชวนคุณมากลายร่างเป็นแมลงยักษ์และสัมผัสกับความสับสนใน “วีอาร์ เมตามอร์-โฟซิส” นิทรรศการความจริงเสมือนที่สร้างด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องเมตามอร์-โฟซิส ถ่ายทอดผลงานของคาฟคาสู่โลกเสมือนจริง จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-15 ธันวาคม ที่สถาบันเกอเธ่

ขอความร่วมมือผู้ประกอบการไม่ทิ้งน้ำเสียลงคลองยายสุ่น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/403012?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ขอความร่วมมือผู้ประกอบการไม่ทิ้งน้ำเสียลงคลองยายสุ่น

6 ธันวาคม 2562 – 11:30 น.
น้ำเสีย,ผู้ประกอบการ,คลองยายสุ่น,เปิดซองส่องไทย,ร้อทุกข์กับลุงแจ่ม
เปิดอ่าน 198 ครั้ง

ขอความร่วมมือผู้ประกอบการไม่ทิ้งน้ำเสียลงคลองยายสุ่น คอลัมน์…   เปิดซองส่องไทย  ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

นายอนุชิต พิพิธกุล ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง กทม. กล่าวถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์โพสต์ภาพและข้อความ ระบุหลังจาก กทม.ได้ขุดลอกคลองยายสุ่น หลังห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พระราม 9 จนกลับมาสะอาด และติดป้ายขอความร่วมมือไม่ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงคลอง

แต่ปัจจุบันยังมีการปล่อยน้ำเสียลงคลองว่า สำนักงานเขตฯ ได้จัดประชุมร่วมกับสำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตดินแดง และผู้ประกอบการริมคลองยายสุ่นทุกราย เพื่อให้ทราบแนวทางในการพัฒนาคลองยายสุ่น และขอความร่วมมือผู้ประกอบการทำการบำบัดน้ำจากอาคารหรือสถานประกอบการให้มีสภาพดีและเป็นไปตามมาตรฐานก่อนปล่อยลงสู่คลอง

ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ ได้นำสารแร่ธรรมชาติ PPN ใส่ลงน้ำในคลอง เพื่อบำบัดสภาพน้ำและปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อม และช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคตลอดแนวคลองยายสุ่น ส่วนกรณีการปล่อยน้ำทิ้งลงคลองยายสุ่น สำนักงานเขตฯ ได้ตรวจสอบและเปรียบเทียบปรับเจ้าของร้านอาหารที่กระทำผิดตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 เรียบร้อยแล้ว

ด้าน นายสมบัติ วรสินวัฒนา ผู้อำนวยการเขตดินแดง กทม. กล่าวว่า สำนักงานเขตฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพคลอง พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการบริเวณริมคลองยายสุ่น เช่น เอสพลานาด และตลาดนัดรถไฟ ร่วมพัฒนาคลองให้มีความสะอาด สวยงาม ลดปัญหาน้ำเน่าเสีย

ขณะเดียวกันได้วางมาตรการให้ผู้ประกอบการร้านอาหารนำภาชนะกลับไปล้างในสถานที่ของผู้ประกอบการ ไม่ล้างและทิ้งน้ำเสียลงคลองยายสุ่น ทั้งนี้ หากพบผู้ประกอบการรายใดไม่ทำการบำบัดน้ำก่อนปล่อยลงสู่คลองตามมาตรฐานที่กำหนด สำนักงานเขตฯ จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชุมชนต้นแบบแห่งความดี…วิถีไทยในแบบพ่อ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/402785?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ชุมชนต้นแบบแห่งความดี…วิถีไทยในแบบพ่อ

4 ธันวาคม 2562 – 17:36 น.
วันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2562,ศูนย์รวมชุมชนทั่วประเทศ,ชุมชนต้นแบบแห่งความดีวิถีไทยในแบบพ่อ,ปณิธานความดีมีแล้วแบ่งปัน,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด,จากทิพย์วิมานประทานกล่อมใจ,พิณต้า ณัฐนิช รัตนเสรีเกียรติ,ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ,ร้องเพลงพระราชนิพนธ์,ออมสิน ออมน้ำ ตามรอยพ่อ,ธนาคารออมสิน
เปิดอ่าน 158 ครั้ง

ส่งต่อปณิธานความดี…มีแล้วแบ่งปัน วันพ่อแห่งชาติปี 62

วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี รัฐบาลกำหนดให้เป็น “วันพ่อแห่งชาติ” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งในปีนี้รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้จัดงาน “วันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2562” ภายใต้แนวคิด ศูนย์รวมชุมชนทั่วประเทศ แสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 การจัดแสดงนิทรรศการ “ชุมชนต้นแบบแห่งความดี…วิถีไทยในแบบพ่อ” และนิทรรศการ “ปณิธานความดี…มีแล้วแบ่งปัน” ณ บริเวณท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 5-14 ธันวาคม 2562

ซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9

พัชราภรณ์ อินทรียงค์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านงานเฉลิมพระเกียรติและกิจการพิเศษ ในฐานะรองประธานการจัดงาน เปิดเผยว่า ภายในงานได้จัดซุุ้มพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ให้ประชาชนได้ถวายสักการะ ตกแต่งในรูปแบบสวนป่าเพื่อให้สอดคล้องกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ และ วันดินโลก และสองนิทรรศการสำคัญโดยผูกเรื่องราววิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น เรื่องราวความดี ความเป็นปึกแผ่นของชาติผ่านนิทรรศการ “ชุมชนต้นแบบแห่งความดี…วิถีไทยในแบบพ่อ” แสดงถึงวิถีชีวิตชุมชนที่ได้นำแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านมาใช้ในชุมชนจนประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นๆ แบ่งออกเป็น 4 ภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ : สื่อถึงป่าและน้ำคืนชีวิต, ภาคใต้ : สื่อเรื่องการเข้าใจเข้าถึงและพัฒนา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : สื่อถึงชุมชนเข้มแข็ง เกษตรผสมผสาน และ ภาคกลาง : สื่อถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ชุมชนต้นแบบแห่งความดี…วิถีไทยในแบบพ่อ

นิทรรศการ “ปณิธานความดี…มีแล้วแบ่งปัน” หน่วยงานรัฐและเอกชนที่น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชามาสืบสาน รักษา ต่อยอด เผยแพร่คำสอนของพ่อให้ประชาชนได้รับรู้อย่างกว้างขวาง สะท้อนถึงภาคธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแล้วแบ่งปันคืนให้สังคม ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ซุ้มโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ที่ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โปรดให้จัดแสดงนิทรรศการต้นแบบความดีและการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผู้ต้องขัง

ซุ้มโครงการกำลังใจในพระดำริฯ

ขณะที่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด โดย ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร กล่าวว่า บริษัท บุญรอดฯ ขอน้อมรำลึกถึงองค์อัครศิลปิน เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ปี 2562 ด้วยการเผยแพร่พระปรีชาสามารถทางด้านดนตรี สืบสานบทเพลงพระราชนิพนธ์ ตลอดจนแบ่งปันความรู้และพัฒนาศักยภาพทางด้านดนตรีให้แก่เยาวชนไทยผ่านนิทรรศการ “จากทิพย์วิมานประทานกล่อมใจ” และในเวลา 19.00-19.30 น. (งดวันที่ 12 ธ.ค.) มี การบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์โดยนักดนตรีเยาวชน บริเวณสวนดอกไม้

ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ-ศิลปิน ร่วมเผยแพร่พระปรีชาสามารถทางด้านดนตรี

ทั้งนี้ท่านที่มาร่วมกิจกรรมกับทางของ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด สามารถร่วมเวิร์กช็อปการร้องเพลงบทเพลง “ในหลวงของแผ่นดิน” กับ “พิณต้า” ณัฐนิช รัตนเสรีเกียรติ ในวันที่ 5 วันที่ 7-วันที่ 8 ธันวาคม 2562 ในเวลา 13.30 น. ร่วมเวิร์กช็อปการเล่นอูคูเลเล่ กับ “เอิ๊ต” ภัทรวี ศรีสันติสุข ในวันที่ 7-8 ธันวาคม และ “โอ๋” เจษฎา สุขทรามร ในวันที่ 14 ธันวาคม 2562 รวมถึงร่วมเวิร์กช็อปร้องเพลงพระราชนิพนธ์ กับ “ครูปอ” อาภาวี เศตะพราหมณ์ (โค้ชเดอะวอยซ์คิดส์) ในวันที่ 10 และ วันที่ 14 ธันวาคม 2562 ซึ่งในแต่ละกิจกรรมสามารถลุ้นรางวัลเป็นเครื่องดนตรี แผ่นซีดีบทเพลงพระราชนิพนธ์ หรือหนังสือบทเพลงพระราชนิพนธ์และของที่ระลึกอื่นๆ ด้วย พร้อมกันนี้ท่านที่สนใจร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปกับศิลปินในบูธกิจกรรมของบริษัทบุญรอดฯ สามารถร่วมกิจกรรมได้โดยติดต่อประสานงานที่เบอร์โทรศัพท์ 064-816-8707

กิจกรรมร้องเพลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ภายในบูธบุญรอดฯ

ธนาคารออมสินกับนิทรรศการ “ออมสิน ออมน้ำ ตามรอยพ่อ”

ด้าน ธนาคารออมสิน เชิญชวนเที่ยวงานวันพ่อแห่งชาติ และร่วมทำบุญในกิจกรรม “ทำดี มีแล้วแบ่งปัน กับธนาคารออมสิน” โดยบริจาคเงิน 999 บาท ขึ้นไป ให้แก่มูลนิธิที่กำหนด ผ่าน QR สาธุ ด้วย Application Mymo รับกระปุกออมสินเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 จำนวน 1 ชุด นอกจากนี้ภายในบูธยังจัดนิทรรศการ “ออมสิน ออมน้ำ ตามรอยพ่อ” ซึ่งธนาคารออมสินได้ยึดแนวทางพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการจัดการทรัพยากรน้ำ ด้วยการเผยแพร่เรื่องราวของชุมชนทั่วทุกภาคของไทยที่แก้ปัญหาโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสร้างความมั่นคงให้ชีวิตและเป็นชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังมีมุมให้ประชาชนร่วมกิจกรรมเขียนปณิธานความดีออนไลน์ พร้อมรับกระปุกออมสินที่ระลึกอีกด้วย

“เมืองไทยไร้ขยะ”

ร้านขนมหวานคู่เมืองไทย

ถัดมาที่  บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)  โดย นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมสืบสานปณิธานความดี จัดแสดงโครงการอาสารณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการลดปริมาณขยะอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “เมืองไทยไร้ขยะ” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2562 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการบริหารจัดการขยะอย่างถูกต้อง และยั่งยืน นอกจากนี้ภายในบูธยังมีมุมจำหน่ายประกันภัยราคาพิเศษสำหรับประชาชน ด้วยแผน “ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (P.A.) ปันยิ้ม” ราคา 99 บาท ระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี อีกทั้งยังมี ร้านขนมหวานคู่เมืองไทย จำหน่ายขนมไทยหารับประทานยากในราคาย่อมเยา  อาทิ บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน, ปลากริมไข่เต่า, ข้าวเหนียวเปียกลำไย ฯลฯ รรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกรมธรรม์ฯ และ ขนมหวาน จะนำเข้าสมทบในโครงการเมืองไทยไร้ขยะ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อชุดถังแยกขยะ และการจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะอย่างถูกวิธี กับโรงเรียนทั่วประเทศ ตลอดทั้งปี 2563

พระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 “ทรงงาน”

แจกฟุตบอลให้น้องๆ เพื่อส่งเสริมด้านกีฬา

เช่นเดียวกับ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และ มูลนิธิวิชัย ศรีวัฒนประภา ได้จัดนิทรรศการ “ร.9 อยู่ในหัวใจคนไทย” เชิญประชาชนชมนิทรรศการจาก 5 โครงการสำคัญที่รวมพลังรวมหัวใจคนไทย แสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้แก่ โครงการสายรัดข้อมือ “เรารักพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี 2549, โครงการจัดทำนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติฯ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี, โครงการมวลสารมงคล “เรารักพระเจ้าอยู่หัว”, โครงการจัดการสร้างพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 “ทรงงาน” (จำลอง) เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5 ธันวาคม 2556 รวมถึง โครงการคิงเพาเวอร์ ไทยเพาเวอร์ ซึ่งสร้างโอกาสให้เด็กไทยที่สนใจในกีฬาฟุตบอลได้เรียนรู้ ทั้งนี้ภายในงานได้นำลูกฟุตบอลจำนวน 5,000 ลูก มาแจกฟรีให้แก่เด็กและเยาวชน เพียงนำบัตรประชาชน มาลงทะเบียน 1 สิทธิต่อ 1 ลูก ตลอดการจัดงาน โดยแจกทุกวัน เวลา 11.30 น. และ 17.30 น. ในวันหยุดวันนักขัตฤกษ์ และเวลา 17.30 น.ในวันธรรมดา

ทั้งนี้ กิจกรรมเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2562 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-14 ธันวาคม 2562 ณ ท้องสนามหลวง วันอาทิตย์-พฤหัสบดี เปิดเวลา 10.00-21.00 น. และวันศุกร์-เสาร์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 10.00-22.00 น.

กทม.ชี้แจงการจัดถนนคนเดิน (วอล์กกิ้ง สตรีท)

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/402702?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

กทม.ชี้แจงการจัดถนนคนเดิน (วอล์กกิ้ง สตรีท)

4 ธันวาคม 2562 – 15:05 น.
วอล์กกิ้ง สตรีท,ถนนคนเดิน,ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม
เปิดอ่าน 137 ครั้ง

กทม.ชี้แจงการจัดถนนคนเดิน (วอล์กกิ้ง สตรีท) คอลัมน์…  เปิดซองส่องไทย  ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยตามที่สื่อสังคมออนไลน์วิจารณ์กรณี กทม. จัดกิจกรรมถนนคนเดิน (วอล์กกิ้งสตรีท) ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการปิดถนนดังกล่าว 

 เนื่องจากอาจสร้างปัญหาจราจรติดขัดและสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ที่พักอาศัยในพื้นที่นั้นๆ ว่า สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว (สวท.) กทม. ได้เตรียมความพร้อมในการจัดถนนคนเดิน โดยเชิญผู้บริหาร กทม. ผู้อำนวยการเขตที่ดูแลพื้นที่การจัดงาน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บังคับการตำรวจจราจร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพื้นที่ที่รับผิดชอบ นายทหาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมพิจารณาความเหมาะสมในการดำเนินการ

รวมถึงพิจารณาคัดเลือกร้านอาหารที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์และอาหารที่ได้รับความนิยมมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของคนไทยและชาวต่างชาติ โดยมุ่งเน้นร้านที่ถูกสุขลักษณะ ผ่านการรับรองจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้ค้าที่เข้ามาทำการค้าจะต้องได้รับการคัดเลือกจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับ เป็นร้านที่ออกงานบางกอกแบรนด์ ขณะเดียวกันจะจัดให้มีการแสดงดนตรี การแสดงออกทางด้านศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเผยแพร่ให้ชาวต่างชาติได้ชื่นชม

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมถนนคนเดิน จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้บริการรถสาธารณะ เพื่อป้องกันปัญหาที่จอดรถ สำหรับการบริหารจัดการขยะ ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตและสำนักสิ่งแวดล้อมคัดแยกและจัดเก็บขยะ ไม่ให้มีขยะตกค้าง ส่วนผลกระทบกับผู้ที่พักอาศัยในบริเวณการจัดงาน ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตทำประชาพิจารณ์กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการจัดถนนคนเดิน

“มหาอุปรากร สะท้านปฐพี”ครั้งแรกบนแผ่นดินไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/402304?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

“มหาอุปรากร สะท้านปฐพี”ครั้งแรกบนแผ่นดินไทย

2 ธันวาคม 2562 – 17:30 น.
มหาอุปรากรสะท้านปฐพี,Shantou Teochew Chinese Opera Show,ไทย-จีน
เปิดอ่าน 292 ครั้ง

สัมผัสกับการแสดงอุปรากรจีนครั้งแรกในเมืองไทย จากคณะอุปรากรชื่อดังแห่งเมืองซัวเถา สาธารณรัฐประชาชนจีน

จากบันทึกประวัติศาสตร์ที่ระบุถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนว่าเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยสุโขทัย ที่มีการ ติดต่อค้าขายระหว่างกัน การโยกย้ายถิ่นฐาน จนเกิดเป็นสายสัมพันธ์ยาวนานมาถึงทุกวันนี้ “ไทย-จีน” จึงเป็นมากกว่าแค่คำว่า พี่-น้อง แต่เป็นสายเลือดเดียวกัน รักในสิ่งเดียวกัน ด้วยเหตุนี้จึงมีความภูมิใจนำเสนอความยิ่งใหญ่ของ “มหาอุปรากรสะท้านปฐพี” (Shantou Teochew Chinese Opera Show) เพื่อให้คนไทยเชื้อสายจีน และคนไทยทุกรุ่น ทุกวัย ตลอดจนผู้ที่รักในงานแสดง ได้มีโอกาสสัมผัสกับการแสดงอุปรากรจีนครั้งแรกและครั้งเดียวในเมืองไทย จากคณะอุปรากรจีนแต้จิ๋ว “กึงตังเตี่ยเกี๊ยะอิ๊กท้วง” คณะอุปรากรชื่อดังแห่งเมืองซัวเถา สาธารณรัฐประชาชนจีน

ธนินท์ เจียรวนนท์-อิทธิพล คุณปลื้ม-หลู่ย์ เจี้ยน ร่วมเป็นประธานงานแถลงข่าว

ล่าสุด ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ธนาคารกรุงเทพ พร้อมด้วย ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมสานสัมพันธ์ไทย-จีน ครั้งแรกบนผืนแผ่นดินไทย กับอภิมหาการแสดง “มหาอุปรากรสะท้านปฐพี” จากคณะอุปรากรจีนแต้จิ๋ว “กึงตังเตี่ยเกี๊ยะอิ๊กท้วง” ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้พี่น้องประชาชนชาวไทยได้รับชมเพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ไทยและจีน และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ดีงาม โดยรายได้จากการขายบัตรทั้งหมด มอบให้ รพ.จุฬาลงกรณ์ และคณะอุปรากรจีนแต้จิ๋ว “กึงตังเตี่ยเกี๊ยะอิ๊กท้วง” ซึ่งในงานแถลงข่าวนี้ได้รับเกียรติจาก หลู่ย์ เจี้ยน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และ อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมเป็นประธาน ที่ทรูไอคอนฮอลล์ ไอคอนสยาม เมื่อวันก่อน

บางส่วนของการแสดง

          สำหรับ โปรแกรมการแสดง มหาอุปรากรสะท้านปฐพี Shantou Teochew Chinese Opera Show จะจัดแสดง 4 วัน ในวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม นำเสนอเรื่อง “ลีเซียงอึ้ง บัณฑิตผู้ถูกโชคชะตาเล่นตลก” เป็นเรื่องราวของบัณฑิตหนุ่ม ผู้ฉลาดปราดเปรื่อง แต่ถูกชะตากลั่นแกล้ง อาภัพไม่มีโอกาสได้แสดงความสามารถ ต้องฝ่าฟันอุปสรรค กว่าจะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหล้า วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม นำเสนอเรื่อง “เตียชุงนึ้งปลงผม” เมื่อชีวิตของบัณฑิตหนุ่ม ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นราชบุตรเขย แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร ต้องปลงผมเป็นนักบวช ทำให้ไม่สามารถเข้าพิธีอภิเษกได้ ความรักที่สดใสกลับต้องเผชิญอุปสรรคมากมาย กว่าจะกลับมาเป็นคู่ครองกัน วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม เรื่อง “อ่วงฉ่งห่วง แม่ทัพจอมทระนง” แม่ทัพผู้แข็งแกร่ง เปี่ยมไปด้วยความสามารถ เฉลียวฉลาดและความซื่อสัตย์ แต่ก็ไม่อาจต่อกรกับการโป้ปด และจักรพรรดิที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว ทำให้แม่ทัพผู้กล้าหาญ ไม่ยอมก้มหัวให้กับความอยุติธรรม ยอมสละชีพเพื่อรักษาเกียรติยศของตนเอง และวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พบกับ 10 เรื่องไฮไลท์ ได้แก่ หวนพบที่นครหลวง, ลำนำเพลงรัก, เอี่ยจื่อเลี้ยงทวงถามงานมงคลสมรส, ฉิ่งเฮียงโน้ยฟ้องร้องความอยุติธรรม ตอนคำสั่งฆ่าที่อาราม, ม่านประเพณี ตอนหวนพบ ณ บ้านสกุลจ๊ก, พระนางโต่วร่ำลาน้องชาย, เปาบุ้นจิ้นเข้าเฝ้ามเหสีหลี่, เอี่ยงชุงกิ้วจู้ ตอนหวนพบที่อาราม, ฉุ่งตงเช้ง เหลือไว้ด้วยความภักดี และ บนบานริมฝั่งน้ำ

คนข้ามทางม้าลายสงสัยจอดรถขวางทางใต้สะพานได้ด้วยหรือ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/402228?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

คนข้ามทางม้าลายสงสัยจอดรถขวางทางใต้สะพานได้ด้วยหรือ

2 ธันวาคม 2562 – 14:40 น.
จอดรถขวางทางใต้สะพาน,เปิดซองส่องไทย,ร้อทุกข์กับลุงแจ่ม
เปิดอ่าน 207 ครั้ง

คนข้ามทางม้าลายสงสัยจอดรถขวางทางใต้สะพานได้ด้วยหรือ คอลัมน์… เปิดซองส่องไทย ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

ปัญหาจากการจอดรถในพื้นที่ห้ามจอดนั้น มักจะถูกพบเห็นได้ในสังคมไทยอยู่เป็นประจำ และการที่มีรถจอดบริเวณพื้นที่ห้ามจอดส่งผลให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อนอยู่เสมอ เช่นเดียวกับกรณีนี้ บริเวณสะพานข้ามแยกพญาไท ช่วงหน้าโรงเรียนสันติราษฎร์ ตรงบริเวณใต้สะพานมักจะมีคนนำรถมาจอดทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก

โดยตลอดทั้งแนวจอดรถเกะกะขวางทางมาก และเวลาจะเดินข้ามทางม้าลาย จะต้องเดินแทรกรถที่จอดขวางทางอยู่ตลอดเวลา เป็นแบบนี้ทุกๆ วัน  และเด็กนักเรียนต้องข้ามทางม้าลายบริเวณดังกล่าวเยอะพอสมควร จึงทำให้ไม่สะดวกในการเดินข้ามทางม้าลายตรงบริเวณนั้น

จึงอยากวอนลุงแจ่มแห่งหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ช่วยกระทุ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนด้วย เนื่องจากได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ไม่แน่ว่าในส่วนบริเวณใต้สะพานข้ามแยกพญาไทนี้ให้จอดรถได้หรือไม่ แต่อยากให้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดการหรือเข้ามาจัดระเบียบในส่วนนี้ด้วย
สภา

ตอบ
พ.ต.ท.บวรภพ สุนทรเลขา รอง ผกก.จร.สน.พญาไท ชี้แจงว่า บริเวณใต้สะพานข้ามแยกพญาไทดังกล่าว ตามที่มีประชาชนแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์เข้ามาที่สน.พญาไท และมีการลงพื้นที่ตรวจสอบในบริเวณดังกล่าวแล้ว พบว่ารถที่จอดในบริเวณดังกล่าวส่วนมากเป็นรถของทางเขตพื้นที่ที่นำรถไปจอดไว้ตรงบริเวณดังกล่าว

และในภาพที่ประชาชนส่งมาให้สน.พญาไทดูนั้น น่าจะเป็นในกรณีก่อนหน้าที่สำนักงานเขตจะนำรถของทางเขตเข้ามาจอดไว้บริเวณใต้สะพาน โดยรถที่จอดในบริเวณนั้นจะเป็นรถประเภทรถยก รถตำรวจ และสน.พญาไท ได้ฝากถึงประชาชนที่จะนำรถไปจอดไว้บริเวณใต้สะพานข้ามแยกพญาไทอาจจะมีโทษทางกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และอาจมีโทษปรับตามมาด้วย

และถ้าหากประชาชนท่านใดพบเห็นการจอดรถกีดขวางทางจราจร สามารถแจ้งมาได้ที่  สน.พญาไท เพื่อจะได้ส่งตำรวจสายตรวจลงพื้นที่กวดขันต่อไป