การเดินทางที่ไร้พู่กัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/399231?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

การเดินทางที่ไร้พู่กัน

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 – 16:15 น.
ตีแผ่,ทวี รัชนีกร,ดาวโลกกับชาวโลก,จตุโชติ ลิมปโชติ,การเดินทางที่ไร้พู่กัน,Pat Lim,10 mlคาเฟ่ แกลเลอรี่,เยโล เฮ้าส์,แกลเลอรี่ตรอกโรงน้ำแข็ง
เปิดอ่าน 35 ครั้ง

ถ่ายทอดเรื่องราวจากการเดินทางที่พบเจอโดยภาพถ่าย และนำมาผสมผสานกับอิลลัสเตรเตอร์

** นิทรรศการ “ตีแผ่” โดย อ.ทวี รัชนีกร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ.2548 รวบรวมการแสดงภาพกว่า 150 ภาพ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจจุบัน จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-30 พฤศจิกายน ที่ 333 แกลเลอรี่ตรอกโรงน้ำแข็ง (ตลาดน้อย)

นิทรรศการดาวโลกกับชาวโลก

** นิทรรศการ “ดาวโลกกับชาวโลก” โดย “จี๊ป” จตุโชติ ลิมปโชติ ได้แรงบันดาลใจจากวิทยาการของมนุษย์ที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด แต่กลับให้ความสำคัญกับธรรมชาติน้อยเกินไปจนโลกกำลังโดนบ่อนทำลายจากเราเอง เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้-27 พฤศจิกายน ที่หอศิลป์เซเว่นรังสรรค์ ซ.สาทร 5

นิทรรศการการเดินทางที่ไร้พู่กัน

** นิทรรศการ “การเดินทางที่ไร้พู่กัน” โดย แพมด้า ถ่ายทอดเรื่องราวจากการเดินทางที่พบเจอโดยภาพถ่าย และนำมาผสมผสานกับอิลลัสเตรเตอร์ ที่มีเทคนิคลายเส้นและการใช้สีแสงและเงาเฉพาะตัวที่มีความเฉียบคม เปิดให้ชมฟรีตั้งแต่วันนี้-8 ธันวาคม ที่เยโล เฮ้าส์ รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ยูนิเซฟ

** นิทรรศการ “เดอะ เมมโมรี่ ออฟ เซนต์” โดย Pat Lim ผู้คนอาจผูกความทรงจำไว้กับสถานที่ หรือบทเพลง แต่ก็มีหลายคนกลับโยงความทรงจำไว้ด้วยกลิ่นที่สัมผัส ณ เวลาที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-27 พฤศจิกายน ที่ 10 ml.คาเฟ่ แกลเลอรี่ ซ.โชคชัยร่วมมิตร (เว้นวันจันทร์)

เขตสวนหลวงแก้ไขเหตุนายทุนถมลำรางสร้างถนนเข้าอพาร์ตเมนต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/399178?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

เขตสวนหลวงแก้ไขเหตุนายทุนถมลำรางสร้างถนนเข้าอพาร์ตเมนต์

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 – 13:45 น.
เขตสวนหลวง,ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม
เปิดอ่าน 62 ครั้ง

เขตสวนหลวงแก้ไขเหตุนายทุนถมลำรางสร้างถนนเข้าอพาร์ตเมนต์ คอลัมน์…  เปิดซองส่องไทย  ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

นางเรณู ซื่อสัตย์ ผู้อำนวยการเขตสวนหลวง กทม. กล่าวตามที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ซอยพัฒนาการ 20 แยก 11/2 เขตสวนหลวง ระบุมีเอกชนนำเศษวัสดุก่อสร้างเข้ามาถมลำรางสาธารณะ เพื่อก่อสร้างถนนหรือทางเท้าเข้าอพาร์ตเมนต์ เป็นเหตุให้ลำรางสาธารณะแคบลง ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและน้ำไหลไม่สะดวกเมื่อเกิดฝนตกหนักว่า

อ่านข่าว… เขตประเวศเร่งแก้ไขความเดือดร้อนของระชาชน 

ลำรางสาธารณะดังกล่าวมีลักษณะเป็นลำรางหัวปิดท้ายปิดไม่ได้ใช้สำหรับการระบายน้ำลงสู่ท่อสาธารณะและมีคันดินเป็นทางเดินที่ประชาชนใช้สอยร่วมกันมาเป็นเวลานาน สำหรับกรณีดังกล่าวสำนักงานเขตได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ว่ามีการถมดินรุกล้ำคลองสาธารณะ จึงมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการขนย้ายดินออกจากที่สาธารณประโยชน์ ซึ่งผู้กระทำผิดได้แก้ไขเหตุร้องเรียนเรียบร้อยแล้ว

ต่อมาในเดือนมีนาคม 2562 สำนักงานเขตตรวจสอบพบนายไพรินทร์ อะหมัดตอเฮด นำเศษวัสดุมาถมลำรางให้เป็นทางเดิน กว้างประมาณ 1 เมตร จึงให้ผู้กระทำผิดแก้ไขภายใน 15 วัน ซึ่งได้นำเศษวัสดุออกจากลำรางสาธารณะตามเวลาที่กำหนด จากนั้นในเดือนกันยายน 2562 สำนักงานเขตตรวจสอบพบผู้กระทำผิดรายดังกล่าวเทปูนบนทางสาธารณะและนำเศษวัสดุถมลำรางสาธารณะ จึงให้นำเศษวัสดุออกจากลำรางสาธารณะภายใน 15 วัน แต่ผู้กระทำผิดไม่แก้ไขจึงเปรียบเทียบปรับตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 จำนวน 5,000 บาท ส่วนการเทปูนทำเป็นทางเดินในที่สาธารณะนั้น

สำนักงานเขตไม่ทราบแนวเขตที่แน่ชัดระหว่างลำรางกับทางเดินริมลำรางจึงมีหนังสือสอบถามแนวเขตลำรางสาธารณะไปยังสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาประเวศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป

ดูแลความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้างบนผิวจราจรนนสุขุมวิท50

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/398757?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ดูแลความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้างบนผิวจราจรนนสุขุมวิท50

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 – 13:45 น.
ก่อสร้าง,ถนนสุขุมวิท 50,ความปลอดภัย,ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม,เปิดซองส่องไทย
เปิดอ่าน 43 ครั้ง

ดูแลความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้างบนผิวจราจรนนสุขุมวิท50 คอลัมน์…  เปิดซองส่องไทย  ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. เปิดเผยกรณีในสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ภาพทางเท้าบริเวณถนนสุขุมวิท 50 จนถึงป้ายรถโดยสารประจำทางหน้าการประปานครหลวง สาขาพระโขนง บางช่วงมีสภาพเป็นหลุมลึก มีท่อสายไฟ โครงเหล็กและเหล็กแหลมโผล่ขึ้นมา อาจเป็นอันตรายกับผู้ที่ใช้ทางเท้าและผู้ใช้รถใช้ถนนเนื่องจากไม่มีแนวกั้นการก่อสร้างว่า

บริเวณปากซอยสุขุมวิท 50 มีการปรับปรุงผิวจราจรคันหินและทางเท้าถนนสุขุมวิท ช่วงจากทางรถไฟช่องนนทรีถึงซอยสุขุมวิท 52 ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานก่อสร้างและบูรณะ สำนักการโยธา เป็นงานตั้งแบบเพื่อหล่อคันหินทางเท้าใหม่ ซึ่งในระหว่างการปฏิบัติงาน จะมีนายช่างโยธาจากศูนย์ก่อสร้างและบูรณะถนน 3 ส่วน 1 สำนักงานก่อสร้างและบูรณะ เป็นผู้ควบคุมงาน และระหว่างการทำงานจะมีเทปกั้นแนวก่อสร้างเพื่อป้องกันมิให้ประชาชนเดินผ่านบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งสำนักงานก่อสร้างและบูรณะ ได้ดำเนินการเทคอนกรีตทางเท้าเพื่อให้ประชาชนสามารถเดินสัญจรบนทางเท้าได้ และได้ดำเนินการเทคันหินทางเท้าแล้วเสร็จไปเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมงาน ได้กำชับผู้รับจ้าง ให้กำกับดูแลการทำงานด้วยความระมัดระวังโดยให้คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้เส้นทางให้มากที่สุด สำหรับป้ายประกาศงานปรับปรุงฯ ดังกล่าว ได้มีการติดตั้งป้ายโครงการแล้ว แต่เนื่องจากระยะทางในการปรับปรุงทางเท้าฯ มีระยะทางยาวประมาณ 6 กม. ป้ายอาจอยู่ไกลกับบริเวณพื้นที่งานปรับปรุง จึงทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ทั้งนี้ สำนักงานก่อสร้างและบูรณะ สำนักการโยธา จะดำเนินการแก้ไขด้วยการติดตั้งป้ายโครงการเพิ่มเติมให้ใกล้กับบริเวณพื้นที่ดำเนินการงานปรับปรุงดังกล่าว

นายสุชัย อมรดารารัตน์ ผู้อำนวยการเขตคลองเตย กทม. กล่าวว่า การปรับปรุงทางเท้าในพื้นที่เขต ในระหว่างดำเนินการ สำนักงานเขตฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการประสานความร่วมมือกันอยู่เสมอ สำหรับกรณีดังกล่าวเมื่อสำนักงานเขตฯ ทราบเรื่อง ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการแก้ไขเบื้องต้น พร้อมประสานสำนักการโยธา กทม. ตรวจสอบพื้นที่และเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ตระการตา ‘สืบมรรคา’ รอบปฐมทัศน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/397891?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ตระการตา ‘สืบมรรคา’ รอบปฐมทัศน์

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 – 02:00 น.
สืบมรรคา,กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี,โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ,ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ,โขน,มรวเฉลิมชาตรี ยุคล,ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา,สินใจ เปล่งพานิช,โสภิตนภา ชุ่มภานี,วรนุช ภิรมย์ภักดี,หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
เปิดอ่าน 136 ครั้ง

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี 2562

 

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปทอดพระเนตรการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี 2562 ตอน “สืบมรรคา” รอบปฐมทัศน์

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดการแสดงโขนฯ

โดยมี ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ พร้อมคณะกรรมการจัดการแสดงโขนฯ ครู ผู้เชี่ยวชาญ ศิลปินแห่งชาติ รวมถึงแขกผู้มีเกียรติ อีกทั้งดารา นักแสดง อาทิ “ท่านมุ้ย” ม.จ.ชาตรีเฉลิม-“คุณชายอดัม” ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล, ดร.จิรายุ-ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา, “นก” ฉัตรชัย-“นก” สินใจ เปล่งพานิช, “เจี๊ยบ” โสภิตนภา ชุ่มภานี, “นุ่น” วรนุช ภิรมย์ภักดี, “บอย” ถกลเกียรติ วีรวรรณ, “อ้อม” พิยดา-“อาร์ต” ศรา จุฑารัตนกุล, “อุ๋ม” อาภาศิริ นิติพน, “นัท” มีเรีย เบเนเด็ดตี้, “หน่อย” บุษกร วงศ์พัวพันธ์ ฯลฯ  เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อค่ำวันก่อน

ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี-ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล- หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา- คุณหญิงปัทมา และ สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล

ท่านผู้หญิงอรนุช-ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการแสดงรำถวายพระพร และการแสดงโขน ตอน “สืบมรรคา” ซึ่งมี 2 องก์ รวม 10 ตอน แบ่งเป็นองก์ที่ 1 ประกอบด้วย ตอนที่ 1 พลับพลา ตอนที่ 2 สระบัว ตอนที่ 3 เมือง มายันเมืองร้าง ตอนที่ 4 แม่น้ำใหญ่ ตอนที่ 5 เขาเหมติรันถ้ำนกสัมพาที และตอนที่ 6 หนุมานเหาะมาถึงกลางทะเล และองก์ที่ 2 ประกอบด้วย ตอนที่ 1 หนุมานรบนางอังกาศตไล ตอนที่ 2 ตำหนักในกรุงลงกา ตอนที่ 3 สวนขวัญกรุงลงกา และตอนที่ 4 ลานประหารหน้าเมืองลงกา จากนั้นพระราชทานช่อดอกไม้แก่ศิลปิน แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ

 “เจี๊ยบ” โสภิตนภา -“นุ่น” วรนุช สวยงามในชุดไทย

 ฉัตรชัย-สินใจ เปล่งพานิช

การแสดงโขนส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สืบมรรคา” ถือเป็นตอนที่มีเนื้อหาสนุกสนาน หลากรส และเต็มไปด้วยสีสัน มีการทำฉากเทคนิคให้พิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา และจะได้เห็นหนุมานผจญภัยที่ด่านต่างๆ จนถึงเมืองลงกา รวมทั้งมีฉากไฮไลท์ เช่น ฉากแม่น้ำใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในฉากเด่นของตอน โดยหนุมานและเหล่าวานรเดินทางไปพบแม่น้ำใหญ่ หนุมานจึงนิรมิตกายให้ใหญ่โตเอาหางพาดต่างสะพานให้กองทัพวานรไต่ข้ามแม่น้ำและมีฉากรบเด่น

ฉากหนุมานนิรมิตกายให้ใหญ่โต

หนุมานต่อสู้กับผีเสื้อสมุทร

    เช่น ฉากหนุมานรบนางอังกาศตไล, ฉากกลางทะเล ที่หนุมานเหาะมาถึงกลางทะเลพบนางผีเสื้อสมุทร รักษาด่านเมืองลงกา เห็นหนุมานเหาะมาจึงนิมิตขวางหน้าไว้และจะกินหนุมาน หนุมานจึงเหาะเข้าปากผ่าท้องนางผีเสื้อสมุทร เป็นต้น

หนุมานพบนางสีดา

นอกจากนี้ ยังมีตัวละครใหม่ๆ อย่างนางอังกาศตไล ที่จะปรากฏเฉพาะในตอนนี้เท่านั้น ตลอดจนท่วงท่าการรำได้มีการรื้อฟื้นท่ารำแม่บทเก่าแก่ขึ้นมาใหม่ ซึ่งยังไม่เคยแสดงในการโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ครั้งใดมาก่อน

จิตติมา วรรธนะสิน-มีเรีย เบเนเด็ดตี้-บุษกร วงศ์พัวพันธ์-อาภาศิริ นิติพน

ถกลเกียรติ วีรวรรณ และแขกผู้มีเกียรติ

ศรา -พิยดา จุฑารัตนกุล และลูกสาว

     โดยจะเปิดการแสดงไปจนถึงวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา หรือ http://www.thaiticketmajor.com ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวที่ www.khonperformance.com

อีกหนึ่งที่มาของชื่อภูเขาทองฤาจะเป็นที่เก็บทองคำกองทัพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/398050?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

อีกหนึ่งที่มาของชื่อภูเขาทองฤาจะเป็นที่เก็บทองคำกองทัพ

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 – 00:10 น.
ภูเขาทอง,พระเครื่อง,กอทัพญี่ปุ่น,ทอง
เปิดอ่าน 229 ครั้ง

อีกหนึ่งที่มาของชื่อ ภูเขาทอง ฤาที่นี่จะเป็นที่เก็บทองคำของกองทัพญี่ปุ่นจริง แต่ที่แน่ๆ ที่นี่เก็บอิฐบรรพบุรุษผม

คอลัมน์…  ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน  โดย…  เอก อัคคี (facebook.com/Akeakkee Ake)

ตระกูลของบรรพบุรุษฝ่ายคุณตาผมคือ ตาผุด แก้วทอง ครอบครัวของท่านมีกิจการค้าขายอยู่ที่หลังสถานีรถไฟบ้านปากคลอง ซึ่งในสมัยโบราณเป็นชุมทางการค้าขนาดใหญ่ ทวดชายคือ ทวดทุ่ม ส่วนทวดหญิงคือ ทวดลั่น แก้วทอง

ทวดลั่น เป็นแม่ค้าใหญ่มีกิจการค้าขายส่งในตลาดปากคลองและมีเรือนแถวบ้านเช่าหลายสิบหลังให้คนเช่าอยู่อาศัยที่ท้ายตลาด แม่ผมเล่าว่า ตอนออกจากโรงเรียนแล้ว จบ ป.4 ก็นั่งรถไฟมาจากเขาชัยสน บ้านตายาย(ของผม) มาลงที่บ้านย่า(ของแม่) คนเดียว

วัดภูเขาทอง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

บ้านปากคลองอยู่ไม่ไกลจากเขาอ้อและเขาทอง  แม่เล่าว่าสมัยก่อนทวดปลูกบ้านสร้างครอบครัวอยู่ที่บ้านปากคลองหลังสถานีรถไฟเมื่อมีทางรถไฟตัดผ่านในปี 2453 ทวดลั่นเล่าให้แม่ผมฟังว่าสมัยก่อนแถบนั้นเป็นป่าทึบ สลับทุ่งนา และทางเกวียนเล็กๆ ป่ากว้างสุดลูกหูลูกตา ถนนเอเชียยังไม่มี

และเมื่อก่อนนั้นเขาทองก็ไม่ได้ชื่อเขาทองอย่างในปัจจุบันแต่จะชื่อเขาอะไรจำไม่ได้!?!

แต่สมัยนั้นวัดเขาอ้อมีสำนักที่โด่งดังมาตลอดเป็นเอกด้านไสยศาสตร์ จนทั้งไอ้เสือ และข้าราชการมาฝากตัวเป็นศิษย์กันมาก เขาเรียกกันว่าเขาอ้อวัดพ่อท่านขลัง

เขาอ้อ มีศิษย์มากมายทั้งตำรวจกับโจรซึ่งย่อมจะไม่ถูกกันอยู่ ตำรวจและสุจริตชน เมื่อเดินทางมาวัดเขาอ้อ ก็นอนอาศัยที่วัดเขาอ้อได้เลย เพราะไม่ต้องเกรงกลัวอะไร แต่พวกไอ้เสือสางจะไม่กล้านอนที่นั่นเพราะกลัวเจอตำรวจ พวกเสือจะเลี่ยงไปอาศัยถ้ำใหญ่ที่ตีนเขาทองเป็นที่พัก เพราะห่างจากเขาอ้อชั่วเคี้ยวหมากแหลก พอปลอดคนก็จะลอบเข้ามาฝากตัวขอของดีที่วัดเขาอ้อกลับไป

กองทัพญี่ปุ่นขณะยกพลขึ้นบกทางภาคใต้ของไทย

ว่ากันว่าชาวบ้านปากคลอง ชาวบ้านสวนในยุคสมัยนั้นต่างรู้ดีว่าที่ถ้ำใหญ่ตีนเขาลูกนั้นมีพวกโจรไปอาศัยใช้เป็นที่หลับนอนอยู่ แต่ก็ไม่มีใครจะไปแจ้งตำรวจเพราะไม่อยากมีภัยมาถึงตัว ได้แต่บอกกล่าวบรรดาลูกหลานที่เป็นหญิงสาวไม่ให้เข้าไปใกล้เขาลูกนั้นเพราะอาจจะถูกพวกเสือฉุดเอาไปได้ง่ายๆ

ในปี 2453 การเข้ามาของทางรถไฟที่ตัดผ่านพัทลุง โดยขุนนิพัทธ์ ตัดทางเฉียดเข้ามาใกล้เขาลูกนั้น นำความเจริญมาให้ พวกโจรที่เคยอาศัยถ้ำใหญ่ตีนเขาทองก็ไม่กล้ามาอยู่เพราะกลัวถูกจับกุม พร้อมๆ กับการเข้ามาตั้งสำนักสงฆ์ของพระธุดงรูปหนึ่งที่ยึดเอาถ้ำใหญ่ตีนเขาเป็นที่ฝึกสมาธิปฏิบัติธรรม

จนเมื่อกองทัพญี่ปุ่นยกพลเข้าประเทศไทยเช้าตรู่ของวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484 เพื่อจะเดินทัพผ่านทางโดยยกพลขึ้นบกพร้อมกัน 7 จุด มี จ.สมุทรปราการ (บางปู) เท่านั้นที่ไม่มีการปะทะ นอกนั้นปะทะกับคนไทยทุกจุดคือประจวบฯ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี

เมื่อรัฐบาลไทยยอมให้ญี่ปุ่นผ่านแดนได้ กองทหารญี่ปุ่นก็ใช้ทางรถไฟลำเลียงข้าวของ อาวุธ และสมบัติที่ยึดได้จากมลายาของอังกฤษ ขึ้นเหนือ เพื่อไปสมทบกองกำลังที่จะบุกพม่า

ลือกันมันปากว่าญี่ปุ่นนั้นมีทองและเงินเป็นหลายโบกี้รถไฟที่ยึดจากหัวเมืองมลายูอันมั่งคั่งของอังกฤษก็ส่งขึ้นรถไฟผ่านพัทลุงจนถึงปี 2488 ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม พวกทหารที่อยู่นอกดินแดนต่างก็ทำการฮาราคีรีคว้านท้องไปเสียมาก

 บริเวณปากถ้ำที่ถูกปิดตายบนภูเขาทอง

มีเรื่องเล่ากันว่าหนึ่งในจำนวนนั้นมีทหารญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งที่เป็นกลุ่มลำเลียงทองคำและกำลังอยู่ในเขตพัทลุง เมื่อรู้เช่นนั้นจึงรีบเสาะหาสถานที่ที่จะเอาทองคำและสมบัติทั้งหมดไปซ่อนเอาไว้ก่อนจนมาพบว่าที่ภูเขาใกล้สถานีปากคลองมีถ้ำใหญ่อยู่ตีนเขา เข้าออกไม่ลำบาก จึงจัดการลำเลียงทองคำทั้งหมดเข้าไปไว้ในถ้ำ ก่อนจะระเบิดปิดปากถ้ำพร้อมขังตัวเองแล้วคว้านท้องให้กลายเป็นผีเฝ้าทรัพย์อยู่ในถ้ำนั้น

ว่ากันว่าเรื่องราวสุดสยองนี้คือที่มาของชื่อ “ภูเขาทอง” ชาวบ้านที่รู้เห็นเหตุการณ์นี้ก็เอาไปบอกกล่าวต่อๆ กันไปจนมีคนอยากรวยพยายามจะไปขุดหินที่ระเบิดปิดปากถ้ำอยู่แต่ก็ทำไม่ได้เพราะหินหนักเป็นตันและตอนนั้นสำนักสงฆ์เริ่มเจริญกลายเป็นเขตวัดแล้ว คนที่คิดจะเข้าไปขุดจึงทำได้ยาก

ผมเองไม่เคยขึ้นเขาทองไปหาสมบัติหรือทองคำทหารญี่ปุ่น แต่เคยไปกราบอัฐิคุณทวดและญาติผู้ใหญ่ตรงทางขึ้นด้านเขตวัด

ผมเคยได้ยินเรื่องเล่านี้เหมือนกันว่าในอดีตเคยมีคนพยายามอย่างมาก ที่จะขุดและหาทางเข้าไปในถ้ำให้ได้ หากเข้าไปได้หมายถึงความร่ำรวยที่รออยู่แน่นอน แต่แม้จะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จเพราะหินหนักเกินไป แล้วสมัยนั้นชาวบ้านทั่วไปก็ไม่มีเครื่องมือที่ดีพอจะยกหินออกได้

บ้างก็ว่าเคยมีการเอาร่างทรงและอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมในสมัยนั้นมานั่งทางในเพื่อหาทางเข้า แต่อาจารย์เหล่านั้นบอกว่าเข้าไปไม่ได้เจ้าของเขาหวงมาก เพ่งกระแสจิตเข้าไปก็เจอผีทหารญี่ปุ่นยืนถือซามูไรจังก้าอยู่ในถ้ำเพราะพวกนั้นสังเวยตัวเองด้วยการคว้านท้องตายกลายเป็นผีตายโหงวิญญาณอาฆาตแรงมาก ทางเข้ามีแต่ใครที่เข้าไปจะไม่ได้กลับออกมาอีกตลอดกาล

สถานีรถไฟบ้านปากคลอง

ครับ ใครอยากรวย อยากลองก็เชิญ แต่ผมคนหนึ่งละไม่กล้าครับ เพราะแค่เดินขึ้นไปเชิงเขาทองกราบอัฐิบรรพบุรุษตระกูลแก้วทองของผม

แค่นั้นผมก็หอบจับแล้วล่ะคร้าบบบบ (ปล.ผมมีนามปากกาในการเขียนหนังสืออีกนามหนึ่งคือ สุริยฉัตร แก้วทอง ครับ)

คมเลนส์ส่องพระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/398049?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

คมเลนส์ส่องพระ

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 – 00:00 น.
พระสมเด็จ วัดบางขุนพรหม พิมพ์ไสยาสน์,พระเครื่อง,คมเลนส์ส่องพระ,พระพุทธชินราช อินโดจีน ปี ๒๔๘๕,พระกำแพงคืบ พิมพ์พิเศษ,พระปิดตาเมฆสิทธิ์ หลวงปู่ทับ วัดอนงคาราม,พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิพลี  พิมพ์ปลดหนี้ หลังยันต์ตรี เนื้อผงใบลาน,เหรียญมหาลาภ เนื้อเงิน,เหรียญพ่อท่านเชื่อง วัดรัตนาราม
เปิดอ่าน 1,304 ครั้ง

คอลัมน์… คมเลนส์ส่องพระ โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

***  วันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน นี้มี  งานประกวดพระ  จัดโดย  ชมรมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชา หลวงพ่อเกษม เขมโก ณ สนามกีฬากลาง จ.ลำปาง  พระที่จัดประกวด ๒,๖๘๖ รายการ ค่าส่งพระองค์ละ ๓๐๐ บาท  รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ  เหรียญพระราหู  รุ่น “มหาโชค โภคทรัพย์”  อธิษฐานจิตโดย  ครูบากฤษดา สุเมโธ  วัดสันพระเจ้าแดง จ.ลำพูน

**  ถัดไป วันอาทิตย์ที่ ๑๗ พฤศจิกายน  งานประกวดพระ  จัดโดย  สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชา จ.สระบุรี  ประธานจัดงาน  พ.ท.ปราโมชย์ ปรีชาศาสตร์ ณ ค่ายอดิศร จ.สระบุรี พระที่จัดประกวด ๘๐ โต๊ะ ครบทุกประเภท ค่าส่งพระองค์ละ ๓๐๐ บาท  รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ พระชัยวัฒน์ หลวงพ่อจักษ์ วัดชุ้ง เนื้อนวโลหะ

**  คมเลนส์ส่องพระ  วันนี้เริ่มด้วย  พระสมเด็จ วัดบางขุนพรหม พิมพ์ไสยาสน์  ตำนานที่มีตัวตนจริง สภาพสวยมาก ฟอร์มดี ผิวเดิมๆ ไม่ชำรุดอุดซ่อม มีประกาศนียบัตรรับรองพระแท้ จาก สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย  นับเป็น พระสมเด็จบางขุนพรหม องค์ล่าสุด ที่  นพ.มาณพ โกวิทยา  ได้มาในปีนี้…พิธีเปิดกรุ  พระสมเด็จ วัดใหม่อมตรส บางขุนพรหม  เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๐๐ เวลา ๐๙.๐๐ น. โดยมี พล.อ.ประภาส จารุเสถียร  รองนายกฯ และ รมต.กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี การเปิดกรุสำเร็จเรียบร้อยเมื่อเวลา ๒๒.๐๐ น. ของวันเดียวกัน วันรุ่งขึ้น ทางวัดนับพระสภาพสมบูรณ์ได้ทั้งหมด ๒,๙๕๐ องค์ มีพระสมเด็จ พิมพ์ไสยาสน์ ๓ องค์ นอกนั้นเป็นเศษพระสมเด็จที่แตกหักจำนวนมาก การออกให้เช่าบูชาอย่างเป็นทางการ ทางวัดได้กำหนดราคาดังนี้ พิมพ์ใหญ่ ชั้นพิเศษ องค์ละ ๓,๕๐๐ บาท, ชั้นที่ ๑ องค์ละ ๓,๐๐๐ บาท, ชั้นที่ ๒ องค์ละ ๒,๕๐๐ บาท, ชั้นที่ ๓ องค์ละ ๑,๕๐๐ บาท และพิมพ์ทรงไสยาสน์ องค์ละ ๕,๐๐๐ บาท เป็นพิมพ์ที่มีราคาสูงสุด องค์นี้คุณหมอบอกว่า ลงโชว์เพื่อการศึกษาเป็นวิทยาทานอย่างเดียว ไม่เปิดราคา

**  ช่วงนี้  นพ.ภาณุเมศ ศรีสว่าง  ผู้ชำนาญโรคหัวใจ ศูนย์ศรีพัฒน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เก็บสะสม  พระเปิม จ.ลำพูน  บ่อยมาก  ล่าสุดได้  พระเปิม  กรุดอนแก้ว สีขาว  มาอีกองค์  เป็นพระฟอร์มสวยแท้ดูง่ายด้วยตาเปล่า อายุความเก่าถึงยุค ๑,๒๐๐ ปี พุทธศิลป์งดงามมาก ปรากฏรายละเอียดบนพระพักตร์ครบถ้วน ใบโพธิ์พลิ้วสวย มีราดำบนผิวพระเล็กน้อย ด้านหลังอูม มีลายนิ้วมือของฤาษีผู้กดพิมพ์ พระสภาพสวยสมบูรณ์ระดับนี้ขึ้นหลักแสนมานานแล้ว

**  พระพุทธชินราช อินโดจีน ปี ๒๔๘๕  มีจำนวนสร้างมาก ทำให้มีพระหมุนเวียนในวงการบ่อย  โดยเฉพาะองค์สวยสมบูรณ์คมชัด โค้ดดูง่าย  พิธีพุทธาภิเษกยิ่งใหญ่ มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังจำนวนมากนั่งปรกปลุกเสก  สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนฯ  เป็นพระประธานสร้างและปลุกเสก องค์ที่โชว์นี้เป็น  พิมพ์หน้าไทย สังฆาฏิสั้น  เป็นพระของ  คอท่อม ทัพพระราม  คนเมืองนครศรีฯ เล่นพระดีมีแต่พระแท้

**  พระกำแพงคืบ พิมพ์พิเศษ จากพิธีสร้าง  พระผงบารมีพระบรมธาตุ  ของ ท่าน พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช และ ท่านอาจารย์ชุม ไชยคีรี พิธีพุทธาภิเษกในพรรษา ปี ๒๔๙๗ ที่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช  สร้างจากมวลสารผงพระหักป่นก้นกรุที่รวบรวมมาจาก ๑๐๘ กรุทั่วประเทศ พิธีปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์ที่เป็นอาจารย์ของท่านขุนพันธฯ และอาจารย์ชุม ได้ฤกษ์พิมพ์องค์พระเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๔๙๗ ปลุกเสกครอบคลุมไว้ทุกอย่าง อย่างละ ๗ วัน ตลอดพรรษา ความพิเศษของพระองค์นี้ คือ ได้นำเอาพิมพ์พระต่างๆ ที่ใช้ร่วมในพิธีมากดตามขอบรอบองค์พระพุทธลีลา ขนาดองค์พระกว้าง ๑๔ ซม. สูง ๒๕ ซม. เป็นพระหลักแสนต้น ที่หาชมพระแท้ได้ยากยิ่ง องค์นี้เป็นพระของ  ศิริประเสริฐ แซ่เตีย นักสะสมพระสายนี้

**  พระปิดตาเมฆสิทธิ์ หลวงปู่ทับ วัดอนงคาราม พิมพ์หลังเบี้ย ขัดสมาธิ ไม่แต่ง  องค์แชมป์ วรรณะเขียวจัด เป็นโลหะผสมที่มีผิวเป็นประกายสีรุ้ง และสีตากุ้ง การหลอมโลหะหลวงปู่ต้องคุมไฟและแร่ธาตุด้วยคาถา ผู้ที่มีพลังจิตสูงถึงจะสำเร็จ คุณวิเศษของโลหะเด่นทางด้านอยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาด เสริมดวง พลิกดวง กันดวงตก รวมทั้งด้านโชคลาภ องค์นี้เป็นพระของ  เกล้า วังวิเศษ  นักสะสมพระเครื่องหลายประเภท

**  พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิพลี  พิมพ์ปลดหนี้ หลังยันต์ตรี เนื้อผงใบลาน  ฝังตะกรุดเงิน ปลุกเสก ๓ ไตรมาส ปี ๒๕๒๑-๒๕๒๓  องค์นี้สภาพสวยงามมาก ผิวตึง นิ้วมือเรียวยาวเป็นเเท่ง ไม่มีขาด ไม่มีแหว่ง พระกดพิมพ์ได้คมชัดลึกทั้งหน้า-หลัง ความหนาถึง ๗ มม. มีเส้นเกศาของหลวงปู่โต๊ะหลายเส้น เป็นพระองค์แชมป์ งานพรรคประชาธิปัตย์ ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา เจ้าของพระ  เฉิน รังเทพ  ร้านรังเทพ ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน

**  ดาวรุ่งดวงใหม่  วรากร ส้มเตี้ย (ป๊อบ คลองตัน) ชาวสมุทรสาคร อยู่วงการพระเครื่องมา ๑๐ ปี ชื่นชอบงานประกวดพระเครื่อง ที่ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ให้การสนับสนุน แต่ละงานจะส่งพระเข้าประกวดไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ องค์ โดยเฉพาะ  พระหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค  ส่งมากเป็นพิเศษ ทำให้ได้แชมป์โต๊ะหลวงพ่อพรหมเสมอ ล่าสุดงานนายเรือ ๗๕ (๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๒) ได้แชมป์โต๊ะหลวงพ่อพรหม เช่นกัน วันนี้นำมาโชว์ด้วย   เหรียญมหาลาภ เนื้อเงิน ปี ๒๕๑๖ เนื้อนี้สร้าง ๓๐๐ องค์ เหรียญสวยๆ เช่าหากันกว่า ๓ แสนบาท เนื้อทองแดงผิวไฟ ประมาณ ๓-๔ หมื่นบาท ยังมีเหรียญพิมพ์อื่นๆ อีกมากหลาย จะนำมาให้ชมในโอกาสต่อไป

**  เหรียญพ่อท่านเชื่อง วัดรัตนาราม (บางบ่อ) อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช  รุ่น “จำเริญอายุ ๘๕ ปี” พ.ศ.๒๕๕๕ เหรียญนี้จัดสร้างได้สวยงามมาก ทั้งการออกแบบ การวางองค์ประกอบ และการแกะแม่พิมพ์ เหมือนพ่อท่านมาก  แม้นัยน์ตาพ่อท่านจะมืดบอด แต่ไม่เคยบกพร่องในวัตรปฏิบัติของสมณเพศเลย ท่านเป็นเจ้าอาวาสจนมรณภาพในปี ๒๕๕๘  เหรียญรุ่นนี้จึงเป็นที่นิยมเสาะหากันอย่างกว้างขวาง จำนวนสร้างไม่มาก จึงไม่ค่อยได้พบเห็นง่ายนัก  โดยเฉพาะ  เนื้อทองคำ  สร้าง ๑๒ เหรียญเท่านั้น เหรียญนี้หมายเลข ๙ ของ  จ่าคิง ปากพนัง  ซื้อมาแสนกว่าบาท

**   วางตลาดแล้ว  นิตยสาร  อมตพระเครื่อง  ฉบับใหม่ อ่านเรื่อง พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง,  เหรียญกลมใหญ่ หลวงปู่โต๊ะ บล็อคแรก ปี ๒๕๑๒, รูปหล่อหลวงพ่อเงิน หลังดอกจัน, หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง ปี ๒๕๑๘, พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ไม่มีกนก, พระคง ลำพูน ฯลฯ

**  พบกับ  คมเลนส์ส่องพระ  ได้ใหม่ในวันเสาร์หน้า   ขอขอบพระคุณ  ทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้เป็นประจำ  ขอให้โชคดี ได้พระแท้เสมอ  ***

ลอยกระทงเมืองกรุง ชูไฮไลท์ สะพานพระราม 8 และ คลองโอ่งอ่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/397914?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ลอยกระทงเมืองกรุง ชูไฮไลท์ สะพานพระราม 8 และ คลองโอ่งอ่าง

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 – 17:59 น.
ลอยกระทง,กรุงเทพฯ,พลตออัศวิน ขวัญเมือง,สิ่งแวดล้อม,ศิลปวัฒนธรรม,คลองโอ่งอ่าง,สะพานพระราม 8
เปิดอ่าน 136 ครั้ง

กทม. เปิดพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ จัดยิ่งใหญ่ เทศกาลลอยกระทง ปี 62

    พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าว การจัดงานลอยกระทงกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2562        โดยกล่าวว่า  ปีนี้ กทม. ได้กำหนดจัดงานเทศกาลลอยกระทง   เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีไทย สืบทอดวิถีชีวิตของชุมชนที่มีต่อสายน้ำ และตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอันดีงามที่ได้สืบทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมจากอดีตถึงปัจจุบัน เป็นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ให้คงอยู่ต่อไป รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนใช้วัสดุธรรมชาติในการจัดทำกระทง เพื่อลดปริมาณขยะและร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม

     

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง

โดยปีนี้ กำหนดจัดงานลอยกระทงในพื้นที่หลักของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ บริเวณสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี เขตบางพลัด  ในวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 14.00 – 23.00 น.  ภายใต้ ธีมงาน “ลอยกระทง ชมจันทร์ สะพานพระราม 8” โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การแสดง ศิลปวัฒนธรรมไทย ได้แก่ การแสดงลำตัด กลองยาว และการแสดงจากศิลปินเช่น เก่ง ธชยะ  ไข่มุก รุ่งรัตน์ และ เปาวลี พรพิมล กิจกรรมการประกวดประดิษฐ์กระทง ชิงรางวัลมากมาย

อีกทั้งมีกิจกรรมสาธิตประดิษฐ์กระทง และกิจกรรมประดิษฐ์กระทงฟรี สำหรับประชาชน  มีการสาธิตประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติหรือใบตองแบบต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ และสามารถตกแต่งกระทงให้สวยงาม รวมทั้งจัดพื้นที่ให้ประชาชนประดิษฐ์กระทงฟรี พร้อมอุปกรณ์ประดิษฐ์กระทงด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น ต้นกล้วย ใบตอง ดอกไม้ตกแต่ง ธูปเทียน เป็นต้น ภายในงานได้จำลอง ตลาดโบราณย้อนยุค สัมผัสกับของเล่นโบราณ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานคร (Bangkok Brand) ของดี 50 เขต ทั้งสินค้าหัตถกรรมและอาหารพื้นบ้าน

  ส่วนบริเวณคลองโอ่งอ่าง ช่วงสะพานหัน สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ร่วมกับสำนักงานเขตพระนคร   จัดงานเทศกาลลอยกระทง ภายใต้แนวคิด “สายธารแห่งศรัทธา ขอขมาอธิษฐาน สืบสานประเพณี” ในระหว่างวันที่ 8 – 11 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ริมคลองโอ่งอ่าง เขตสัมพันธวงศ์ และเขตพระนคร ภายในงานมีกิจกรรมประกวดหนูน้อยนพมาศ การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรีไทยและดนตรีร่วมสมัย และการแสดงดนตรีจากนักร้องที่มีชื่อเสียง

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงภาคเอกชนจัดงานเทศกาลลอยกระทง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ งาน River Festival เทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ณ 10 ท่าริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ วัดพระเชตุพน วิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, ท่ามหาราช, ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค, ล้ง 1919, เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ และสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม งานสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ณ สวนสันติชัยปราการ จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ กทม.ยังเปิดสวนสาธารณะ 30 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ให้ประชาชนลอยกระทง โดยสำนักงานเขต              ได้บูรณาการทำงานร่วมกับภาคประชาชนและเอกชน  ในการจัดงาน เทศกาลลอยกระทงในพื้นที่ 50 เขต เพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปลอยกระทง จนถึงเวลา 24.00 น.  พร้อมทั้ง จัดทำแผนปฏิบัติการฯ ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งทางบกและทางน้ำ ตลอดการจัดงาน ห้ามจุดพลุ ดอกไม้เพลิง ห้ามปล่อยโคมลอย               ห้ามจำหน่าย และห้ามเล่น ประทัดจีนทุกชนิด ขณะเดียวกัน รณรงค์ 1 กระทง 1 ครอบครัว และส่งเสริมให้ใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุที่ย่อยสลายได้ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะและรักษาสิ่งแวดล้อม

เขตประเวศเร่งแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/397814?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

เขตประเวศเร่งแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 – 13:55 น.
เขตประเวศ,วรเศรษฐ์ วิศาลศักดิ์,จอดรถยนต์บนบาทวิถี,ซอยเฉลิมพระเกียรติ 30
เปิดอ่าน 132 ครั้ง

เขตประเวศเร่งแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน คอลัมน์…  เปิดซองส่องไทย  ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

นายวรเศรษฐ์ วิศาลศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตประเวศ กทม. เปิดเผยว่า ตามที่ประชาชนแจ้งว่ามีผู้จอดรถยนต์บนบาทวิถี บริเวณซอยเฉลิมพระเกียรติ 30 กีดขวางทางสัญจร สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน รวมทั้งยังมีการนำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างจอดจำหน่ายสินค้าบนผิวจราจรถนนเฉลิมพระเกียรติ บริเวณหน้าตลาดราชพฤกษ์ ทำให้การจราจรติดขัด นั้น

สำนักงานเขตประเวศ ได้จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจสอบ กวดขันและประชาสัมพันธ์ ไม่ให้มีผู้ฝ่าฝืนขับขี่หรือจอดรถยนต์ รถจักรยานยนต์บนทางเท้าบริเวณซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 30 อย่างต่อเนื่อง

สำหรับกรณีรถจอดจำหน่ายสินค้าบนผิวจราจร ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบผู้กระทำผิด แต่อย่างไรก็ตาม สำนักงานเขตฯ จะกำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจกวดขันไม่ให้มีผู้ค้าจำหน่ายสินค้าบนทางเท้าและในที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป

กฎถูกสร้างมาเพื่อแหก!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/397296?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

กฎถูกสร้างมาเพื่อแหก!!

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 – 01:00 น.
เกาะรัตนโกสินทร์,มิวเซียมสยาม,คัลเจอรัล ดิสทริก,ฟรันทช์ คาฟคา,อันโฟลดิ้ง คาฟคา เฟสติวัล,จิตติ ชมพี,เมตาบักส์,กฎถูกสร้างมาเพื่อแหก,ขอบฟ้าเดียวกัน,ศุภฤกษ์ คณิตวรานันท์,Snipe1,ทากาชิ มูรากามิ
เปิดอ่าน 85 ครั้ง

ฉีกกฎเกณฑ์การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบดั้งเดิมด้วยเทคนิคของกราฟฟิตี้ ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายสตรีท

คัลเจอรัล ดิสทริก เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์

** มิวเซียมสยาม ชวนเที่ยวงาน “คัลเจอรัล ดิสทริก เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์” เทศกาลที่จะพลิกฟื้นประวัติศาสตร์วัฒนธรรมกรุงรัตนโกสินทร์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านกิจกรรมหลากหลาย ให้ได้เรียนรู้เรื่องราวของ “เกาะรัตนโกสินทร์” จุดกําเนิดกรุงเทพมหานคร ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 200 ปี ระหว่างวันที่ 15-24 พฤศจิกายน สอบถามโทร.0-2225-2777 ต่อ 410 หรือที่ http://www.museumsiam.org

เทศกาลศิลปะร่วมสมัย อันโฟลดิ้ง คาฟคา เฟสติวัล

** แรงบันดาลใจจาก ฟรันทช์ คาฟคา สู่เทศกาลศิลปะร่วมสมัย “อันโฟลดิ้ง คาฟคา เฟสติวัล” เทศกาลศิลปะที่จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี โดยมี จิตติ ชมพี ศิลปินนักเต้นร่วมสมัยเป็นหัวเรือหลัก ซึ่งครั้งล่าสุดมาในธีม คาฟคา ซู นำเสนอในรูปแบบของนิทรรศการจัดวาง การแสดง และภาพยนตร์ เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้-15 ธันวาคม ที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ผู้สนใจดูรายละเอียดที่ Unfoldingkafkafestival.com

นิทรรศการเมตาบักส์ กฎถูกสร้างมาเพื่อแหก

** Snipe1 ร่วมกับ ทากาชิ มูรากามิ ศิลปินสายกราฟิตี้ จัดนิทรรศการภายใต้แนวคิด “เมตาบักส์ กฎถูกสร้างมาเพื่อแหก” เพื่อฉีกกฎเกณฑ์การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบดั้งเดิมด้วยเทคนิคของกราฟฟิตี้ ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายสตรีทและกลิ่นของสีสเปรย์ที่แฝงอยู่บนผืนผ้าใบ เปิดให้ชมฟรีวันนี้-17 พฤศจิกายน ที่ชินแกลเลอรี่ ภายในหมู่บ้านอาร์เดล พระราม 3 กรุงเทพฯ (ปิดทุกวันจันทร์และอังคาร) สอบถามโทร.09-4132-9431

นิทรรศการขอบฟ้าเดียวกัน

**  ขอบฟ้าเดียวกัน เป็นนิทรรศการแสดงเดี่ยวผลงานศิลปะในรอบ 10 ปี ของ ศุภฤกษ์ คณิตวรานันท์ ขอบฟ้าในความหมายของทัศนคติและวิธีการมองโลก ซึ่งเกิดจากมุมมองของตัวเราไปเชื่อมกับสิ่งต่างๆ ในโลก ภาพขอบฟ้ากับคลื่นทะเลบนจอแอลอีดีที่มีลักษณะภาพแบบหยาบๆ จัดแสดงวันนี้-30 พฤศจิกายน ที่ Tentacles ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 22 ช่องนนทรี กรุงเทพฯ

แปดทศวรรษ กวียิ่งใหญ่ ‘เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/397300?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

แปดทศวรรษ กวียิ่งใหญ่ ‘เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์’

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 – 18:45 น.
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์,แปดทศวรรษ,กวีนิพนธ์,ผศดรศุภชัย อารีรุ่งเรือง
เปิดอ่าน 192 ครั้ง

จัดแสดงบทกวีกว่า 40 บทในรูปแบบนิทรรศการศิลปะครั้งแรก

เป็นที่รู้จักกันดีทั้งในแวดวงนักเขียนและแวดวงการเมือง สำหรับกวีมากความสามารถชนิดหาคนเทียบชั้นได้ยากยิ่ง อย่าง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรต์ และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2536 และในโอกาสก้าวเข้าสู่วัย 80 ปี บทกวีกว่า 40 บท ตลอดระยะกว่า 60 ปีของเขา ได้รับการคัดสรรให้นำมาจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการศิลปะครั้งแรก ในนิทรรศการกวีนิพนธ์ “แปดทศวรรษ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์” โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน ที่โถงเอเทรียม อาคารสินธร ถ.วิทยุ เมื่อวันก่อน

นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่กวีนิพนธ์และวรรณศิลป์ ผ่านการคัดสรรบทกวีที่สำคัญในแต่ละช่วงชีวิตกว่าหกทศวรรษของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรมทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองอันทรงคุณค่าของเมืองไทย เพื่อสะท้อนสังคมและศิลปวัฒนธรรมอย่างไม่ขาดสาย และได้รับการเผยแพร่ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ นิทรรศการนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเผยแพร่ สืบสาน และส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงกวีนิพนธ์และสามารถต่อยอดงานวรรณกรรมที่มีคุณค่า รวมถึงปลุกจิตสำนึกให้คนไทยตระหนักถึงแนวคิดและคำสอนต่างๆ ที่แฝงมาในรูปของงานเขียน งานนี้ยังเปิดโอกาสให้ผูเข้าชมร่วมค้นหากุญแจทางความคิด ที่จะไขสู่การออกแบบนิทรรศการครั้งสำคัญของศิลปิน ด้วยการนำชื่อของเนาวรัตน์และตัวเลขที่สัมพันธ์กับบริบทต่างๆ มาออกแบบผังนิทรรศการ ตลอดจนรายละเอียดทั้งหมดของนิทรรศการด้วย

          เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กล่าวว่า วันที่ 26 มีนาคมปีหน้า จะอายุครบ 80 ปี กลุ่มองค์กรและพี่น้องในวงการวรรณกรรมเห็นว่าควรจะจัดนิทรรศการกวีนิพนธ์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่บทกวีมีต่อสังคมไทย และพอดีกับที่นึกถึงคำกล่าวของ ศ.เกียรติคุณ ดร.เจตนา นาควัชระ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ว่า “ศิลปะส่องทางให้แก่กัน” นำมาสู่การจัดนิทรรศการครั้งนี้ภายใต้แนวคิด “บทกวี คือ พลังของสังคม” เพื่อสำแดงบทกวีที่เป็นพลังสังคมและสะท้อนการเปลี่ยนแปลงแต่ละยุคสมัย ถือเป็นนิทรรศการกวีนิพนธ์ครั้งแรกของประเทศไทยและเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่คนยังไม่เคยเห็น

“สำหรับผลงานที่นำมาจัดแสดงแบ่งการทำงานเขียนเป็นช่วงเวลา เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2510 เริ่มต้นด้วยความรัก เมื่ออกหักผิดหวังก็หันมาสนใจธรรมะ ได้อ่านผลงานของท่านพุทธทาสภิกขุ เหมือนทำให้เราเกิดใหม่ พอเรียนจบก็บวช ได้อยู่กับท่านพุทธทาส ทำให้สนใจเรื่องธรรมชาติ จึงเขียนในเรื่องธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม จากนั้นได้เข้าไปมีร่วมในเหตุการณ์ 14 ตุลา มีความเคลื่อนไหวจน 6 ตุลา วันฆ่านกพิราบ ก็เขียนงานการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเหตุุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อสังคมและสะเทือนต่อความรู้สึกของตัวเอง เกิดเป็นบทกวีทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นตามวัยของเรา” เนาวรัตน์ กล่าว

บทกวีบนแผ่นโลหะ

ราวหกทศวรรษ ที่ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ โลดแล่นบนเส้นทางวรรณกรรม ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ความคิดในการทำงานกวี นอกจากเกิดจากความรู้สึกและประสบการณ์ของตัวเองแล้ว ยังได้แรงบันดาลใจจากข้อเขียนและงานแปลดีๆ ที่ได้อ่านได้ฟัง บันดาลใจให้เขียนบทกวี อย่างตัวเองเป็นคนชอบดูหนัง เมื่อเจอวลีดีๆ ก็จะจดบันทึกไว้แล้วนำมาแต่งเป็นบทกวี แต่เรื่องราวในสังคมไม่จำเป็นต้องเขียนเป็นบทกวีทั้งหมด จะเขียนเป็นร้อยแก้ว บทความ เรื่องสั้นก็ได้ โดยบทกวีจะเลือกเรื่องที่สะเทือนใจจริงๆ อย่างเหตุการณ์ถ้ำหลวง พอเขียนออกมาแล้วเหมือนกับได้ปลดปล่อย

“บทกวีนอกจากจะทำให้รู้จักตัวเองแล้ว ยังถ่ายทอดความสามารถของตัวเองให้คนอื่นได้รู้สึก วิชาศิลปะทั้งหมดถือว่าเป็นวิชาชีวิต ขณะที่สถาบันการศึกษาที่เล่าเรียน ผมถือเป็นวิชาชีพ เหมือนเราอ่านหนังสือ อ่านชีวิตคนอื่น เขียนหนังสือ เราเขียนหนังสือ เขียนชีวิตตัวเอง ทุกวันนี้สังคมเราให้โอกาสคนทำงานทางความคิดน้อยมาก มักจะทำตามความรู้สึกที่มีเสรีภาพ เป็นเสรีภาพตามอำนาจกิเลส ไม่ใช้เสรีภาพนำสู่การพ้นจากกิเลส หากเข้าใจจะมีเสรีภาพการแสดงออกทางความรู้สึกที่ดี และเกิดบทกวีที่เป็นพลังของสังคม” นักเขียนเจ้าของรางวัลกวีซีไรต์ กล่าว

ผศ.ดร.ศุภชัย อารีรุ่งเรือง 

รูปแบบบทกวีที่เปลี่ยนแปลงในนิทรรศการนี้ ไม่ใช่แค่พลิกหน้าหนังสืออ่าน แต่นำเสนอผ่านจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม เป็นความเร้าใจหวังดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้าหาบทกวี เป็นโจทย์ใหญ่ทางความคิดในการออกแบบ ซึ่ง ผศ.ดร.ศุภชัย อารีรุ่งเรือง ภัณฑารักษ์ประจำงาน กล่าวว่า อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นผู้กำหนดชื่องาน จากนั้นตัวเองนำมาตีความ โดยนำคีย์เวิร์ดคือชื่อของเนาวรัตน์ ประวัติ และตัวเลข 8 และตัวเลข 0 มาออกแบบผังนิทรรศการ

บทกวีบนหนังวัว

“ก่อนอื่นต้องตั้งคำถามกับการออกแบบก่อนว่า งานกวีส่งผลอย่างไรต่อสังคมไทย และในช่วง 60-80 ปีมานี้ กวียังมีผลต่อคนปัจจุบันมากน้อยเพียงใด สิ่งที่พบคือยังมีคนจำนวนมากมีอาจารย์เนาวรัตน์เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนบทกวี จึงนำเสนอปรัชญาในการทำงานของอาจารย์เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ สังคม-การเมือง นับตั้งแต่ปี 2516 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ต่อมาคือ ความรัก คือสมัยที่ อ.เนาวรัตน์ยังวัยรุ่นจนเข้าเรียนธรรมศาสตร์ ต่อมาคือ ธรรมะ ธรรมชาติ มาจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนาหลังจากที่บวชและธุดงค์ไปหาท่านพุทธทาส นอกจากนี้ยังมีหมวดอื่นๆ เป็นเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ในสังคมไทย อาทิ สึนามิ ถ้ำหลวง ซึ่งทำให้เห็นว่าสังคมมีส่วนผลักดันให้ศิลปินสร้างผลงาน” ภัณฑารักษ์ประจำงาน กล่าว

ลอกลายบทกวีบนแผ่นหิน

  ผศ.ดร.ศุภชัย กล่าวต่อว่า งานนี้ต้องการจุดประกายให้คนรุ่นปัจจุบันเข้าหาบทกวีและสร้างการรับรู้ใหม่ให้คนยุคนี้ และบอกต่อ ใช้วิธีการแปลงตัวอักษรสู่งานศิลปะ และนำลายมืออาจารย์มาเป็นกุญแจสำคัญ เพราะมีความเป็นเอกลักษณ์ โดยการให้บทกวีอยู่บนสื่อวัสดุต่างๆ เช่น บนหนังวัว แผ่นโลหะ แผ่นไม้ หรือแม้กระทั่งเซรามิก รวมถึงให้ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์กับงาน โดยแปลงบทกวีมาไว้บนแผ่นหิน แล้วนำกระดาษมาลอกลาย ดูแล้วได้อรรถรส รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ทั้งนี้นิทรรศการไม่ได้จบแค่ครั้งนี้ แต่วางแผนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า โดยจะหมุนเวียนไปตามสถาบันการศึกษาเพื่อให้เยาวชนซึบซับกวีนิพนธ์ เกิดประโยชน์ด้านการศึกษา เชื่อว่าบทกวีอยู่ในสายเลือดคนไทย