สถาบันคึกฤทธิ์ส่งเยาวชน แสดงโขนหน้าที่นั่ง กรมสมเด็จพระเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/397010?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

สถาบันคึกฤทธิ์ส่งเยาวชน แสดงโขนหน้าที่นั่ง กรมสมเด็จพระเทพฯ

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 – 15:00 น.
อเสรี หวังในธรรม,ผศดรธีรภัทร์ ทองนิ่ม,ราพณ์พ่ายบารมี พระจักรีครองเมือง,สถาบันคึกฤทธิ์มูลนิธิคึกฤทธิ์
เปิดอ่าน 74 ครั้ง

ศูนย์ศิลปะการแสดง สถาบันคึกฤทธิ์ สุดภาคภูมิใจ ส่ง 200 เยาวชนไทย แสดงโขนหน้าพระที่นั่ง กรมสมเด็จพระเทพฯ

  “ดนตรีไทยไม่สิ้นแล้ว เพราะพระทูลกระหม่อมแก้วเอาใจใส่” คำกล่าวของ อ.เสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ศิลปะการละคร) ถูก “ครูแป๊ะ” ผศ.ดร.ธีรภัทร์ ทองนิ่ม ผู้กำกับการแสดงและกำกับเวที หยิบยกขึ้นมากล่าวอีกครั้ง หลังจบงานแสดงโขนใหญ่ประจำปี ชุด “ราพณ์พ่ายบารมี พระจักรีครองเมือง” ของศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบันคึกฤทธิ์มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งนำนักแสดงเยาวชนกว่า 200 ชีวิต แสดงโขนหน้าที่นั่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เมื่อวันก่อน

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่า หลังจบการแสดง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งถามถึงการฝึกซ้อมคณะโขนเยาวชนของเราว่าฝึกกันอาทิตย์ละวันจริงหรือ และยังสนพระราชหฤทัยการฝึกของเด็กๆ ที่พากย์โขน ซึ่งทำให้พวกเราต่างปลื้มปีติ ครั้งนี้ถือเป็นการแสดงโขนที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจของเยาวชนคนโขน คณะครู และคณะผู้ทำงานของศูนย์ศิลปะการแสดง สถาบันคึกฤทธิ์ หากย้อนกลับไปทางสถาบันเริ่มโครงการฝึกเยาวชนโขนไทยมาเกือบ 10 ปี โดยเริ่มรับสมัครเยาวชนจากชุมชนโดยรอบที่ตั้งของสถาบันคึกฤทธิ์ และเยาวชนจากโรงเรียนใกล้เคียง ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2553 ตอนนั้นมีคนเข้าเรียนและฝึกหัด 70 คน ต่อมามีการก่อตั้งศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบันคึกฤทธิ์ขึ้นในปี 2555 จนมาถึงวันนี้ มีเยาวชนผู้สนใจเข้าเรียนศิลปะไทยเพิ่มมากขึ้นถึง 630 คน ด้วยการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่เห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าควรจะเก็บรักษาศิลปะความเป็นไทยไว้ในตัวเยาวชน ให้พวกเขาเป็นกำลังสืบทอดวัฒนธรรมของชาติต่อไป การที่ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการแสดงโขนเยาวชนของสถาบันคึกฤทธิ์ในครั้งนี้ ถือเป็นมิ่งขวัญแก่มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์ฯ ที่จะดำเนินกิจกรรมสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมให้ดำรงสืบไป

โขนรามเกียรติ์ตอน “ราพณ์พ่ายบารมี พระจักรีครองเมือง” จับความตอนสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างฝ่ายมนุษย์ ได้แก่ พระราม พระลักษมณ์ กองทัพวานร และกองทัพอสูร ได้แก่ ทศกัณฐ์ และบรรดาไพร่พลอสูร หลังการปะทะทัพกลางเวที ฝ่ายพระรามได้รับชัยชนะ สงครามยุติลงพระรามจึงเดินทางกลับนครอโยธยา บรมราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงอโยธยา

ผศ.ดร.ธีรภัทร์ ทองนิ่ม

 “ครูแป๊ะ” ผศ.ดร.ธีรภัทร์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวมองว่าโขนกำลังฟื้นตัว มีแรงผลักดันให้เด็กสมัยใหม่ต้องการเรียนโขนมากขึ้น ทั้งได้เล่น ได้ออกกำลังกาย โขนปัจจุบันไม่ได้ยืดเยื้อเช่นสมัยก่อน มีตอนที่สนุกสนานก็มี ทำให้เด็กๆ ที่เข้ามาเรียนสนุก อีกทั้งหลายๆ หน่วยงานให้การสนับสนุน เช่นมีชมรมโขนต่างๆ ทั้งในบางโรงเรียนยังสอดแทรกวิชาการแสดงโขนเข้าไปด้วย ยิ่งเป็นการต่อลมหายใจให้แก่มรดกวัฒนธรรมชิ้นนี้ ตอนนี้การแสดงโขนกลายเป็นความนิยมของเด็กสมัยใหม่บางกลุ่มไปแล้วและยังมีคนรุ่นใหม่ต้องการที่จะสมัครเข้าเรียนที่สถาบันคึกฤทธิ์ในทุกๆ ปี เนื่องจากมีคณาจารย์ซึ่งได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติมาสอนถึง 3 ท่านด้วยกัน ซึ่งการฝึกฝนนั้นครูทุกท่านต่างลงฝึกฝนเด็กๆ ด้วยตัวเองทั้งสิ้น

ขุดบ่อดินชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/396957?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ขุดบ่อดินชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 – 13:45 น.
ขุดบ่อดิน,ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม,เปิดซองส่องไทย,ชาวบ้านเดือดร้อน
เปิดอ่าน 12 ครั้ง

ขุดบ่อดินชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก คอลัมน์…  เปิดซองส่องไทย  ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

ปัญหาในชุมชนก็มีมากมายที่คนในชุมชนเองได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างก็มีให้เห็นกันอยู่ตลอด อยู่ที่ใครคนใดจะออกมามีปากมีเสียง เรียกร้องสิทธิของตนเอง นี่เป็นอีกหนึ่งกรณีที่ทางบ้านส่งเรื่องราวมาให้ลุงแจ่ม ช่วยดำเนินการ ติดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก

อยากให้ทีมงานเข้ามาตรวจสอบบ่อดินที่สร้างบริเวณบ้านหนองกระดี่ ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อนเหลือเกิน ทั้งฝุ่นจากการทำบ่อดินและการขับรถเร็ว แจ้งอบต.มาบโป่ง มาหลายครั้งแล้วเรื่องก็เงียบหายไปจึงอยากฝากทีมงานลุงแจ่มช่วยเหลือหน่อย เพราะนี่เป็นอีกหนึ่งเสียงจากคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการก่อสร้างที่ไม่คำนึงถึงคนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบข้างเลย
เอ

ตอบ
นายชุมพล บำรุงศิลป์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มาบโป่ง จ.ชลบุรี ชี้แจงว่า ปกติแล้วผู้ที่สร้างบ่อดินจะใช้รถน้ำฉีดน้ำเพื่อลดปัญหาฝุ่นอยู่แล้ว โดยจะมีรถฉีดน้ำเพียง 2 คันเท่านั้น ฉีดน้ำทุกเช้า-เย็น และพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณนั้น มีการสร้างบ่อดินอีกหลายที่เลยอาจจะทำให้บริเวณนั้นมีผลกระทบเรื่องฝุ่นเยอะเป็นพิเศษ

และนายกอบต.ก็จะส่งทีมงานลงพื้นที่เข้ามาดูแลเรื่องความเดือดร้อนในครั้งนี้และได้เรียกผู้ประกอบการและรถขนดินเข้ามาพูดคุยเรื่องปัญหานี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาคือ การฉีดน้ำให้ถี่ขึ้นเพื่อลดค่าฝุ่นละอองในอากาศให้น้อยลง และลดผลกระทบในหลายๆ ด้านของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

ด้าน พ.ต.อ.ภาสกร ทุนทรัพย์ ผกก.สภ.พานทอง จ.ชลบุรี ชี้แจงว่า พื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนนั้นยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าตรงจุดไหน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ เจ้าหน้าที่ยินดีดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพราะกรณีใกล้เคียงกรณีนี้คือที่บ่อดินบริเวณบ้านหนองกระดี่ ซอย 11 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี ก็มีการดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ย และดำเนินการทางคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าผู้ที่ร้องเรียนอยากจะเข้ามาให้ข้อมูลก็สามารถเข้าไปที่สถานีตำรวจภูธรพานทองได้เลย

คมเลนส์ส่องพระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/396317?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

คมเลนส์ส่องพระ

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 – 07:00 น.
คมเลนส์ส่องพระ,พระกริ่ง,ไอ้ไข่
เปิดอ่าน 1,027 ครั้ง

คอลัมน์… คมเลนส์ส่องพระ โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

  ***  งานประกวดพระ  วันอาทิตย์ที่ ๓ พฤศจิกายน นี้ จัดโดย  มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช  มูลนิธิ ควง อภัยวงศ์  ณ อาคาร บี ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ  พระที่จัดประกวด ๓,๓๘๒ รายการ ครบทุกประเภท ค่าส่งพระองค์ละ ๔๐๐ บาท รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ “พระเครื่องพระศรีวสุนธรา” มรดกล้ำค่าของแผ่นดิน ปกแข็ง หนากว่า ๓๐๐ หน้า จัดทำโดย ทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์ จับสลากหางบัตรส่งพระ ๑๐ รางวัล สร้อยคอทองคำหนัก ๒๕ สตางค์, จับสลากแผงพระจรยุทธ ๑๐ รางวัล สร้อยคอทองคำหนัก ๒๕ สตางค์  **

**  ถัดไปวันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน งานประกวดพระ จัดโดย  ชมรมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชา หลวงพ่อเกษม เขมโก ณ สนามกีฬากลาง จ.ลำปาง พระที่จัดประกวด ๒,๖๘๖ รายการ ค่าส่งพระองค์ละ ๓๐๐ บาท รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ เหรียญพระราหู รุ่น “มหาโชค โภคทรัพย์” อธิษฐานจิตโดย ครูบากฤษดา สุเมโธ วัดสันพระเจ้าแดง จ.ลำพูน  **

**  งานประกวดพระ  จัดโดย  คณะนักเรียนนายเรือ รุ่นที่ ๗๕ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๗ ต.ค.๖๒ ณ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เก็บเงินรายได้รวม ๕,๖๓๕,๘๐๐ บาท เฉพาะค่าส่งพระ ๔,๐๔๒,๘๐๐ บาท นอกจากรางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการแล้ว ยังมีรางวัลที่ ๒-๓-๔ อีกด้วย ตามแบบฉบับของ  พลเรือเอก ปรีชาญ จามเจริญ  ผู้ประสานงาน ได้ใจนักส่งพระมาตลอด  **

**  คมเลนส์ส่องพระ  วันนี้ขอเริ่มด้วย  พระพุทธรูปศิลปะล้านนา  สกุลช่างเมืองแพร่-น่าน  หน้าตัก ๘.๕ นิ้ว สูง ๑๗ นิ้ว อายุประมาณ ๕๐๐ ปี ลงรักชาดทอง ฐาน ๖ เหลี่ยมย่อมุม ๒ ชั้น ประกอบช้างชูงวงถวายเครื่องสักการะ ๔ มุม ยอดพระเกศถอดได้ สภาพสมบูรณ์สวยงามเดิมๆ เป็นพระของ  เศรษฐสิริ อภิพรจีรภัทร์  บ้านธารทิพย์ จ.เชียงใหม่  **

**   พระมเหศวร  เนื้อชินเงิน กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี  พระพิมพ์นี้มีลักษณะแปลกกว่าพระกรุอื่นๆ เป็นพระปางมารวิชัย มี ๒ ด้าน แต่พระเศียรของด้านหนึ่งเมื่อพลิกกลับด้านจะเป็นฐานขององค์พระด้านนั้น  พระมเหศวร  มี ๕ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่, พิมพ์กลาง, พิมพ์เล็ก, พิมพ์สวนเดี่ยว และพิมพ์สวนตรง องค์ที่โชว์นี้เป็นพระ  พิมพ์กลาง  ที่ ๑ งานนักเรียนนายเรือ ๗๕ (๒๗ ต.ค.๖๒)  ของ  ศ.นพ.พรพรหม เมืองแมน  โรงพยาบาลศิริราช  **

**  พระพุทธชินราช อินโดจีน ปี ๒๔๘๕ สร้างขึ้นในช่วงที่เกิดสงครามอินโดจีน  โดย  สมเด็จพระสังฆราช (แพ) เป็นประธาน  ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) เป็นแม่งาน เททองที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๕  ประกอบพิธีพุทธาภิเษกที่ วัดสุทัศนฯ เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๔๘๕  โดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ๑๐๘ รูป  พระพุทธชินราช อินโดจีน มีทั้งที่ตอกโค้ดอกเลาและธรรมจักรที่ใต้ฐาน และไม่ตอกโค้ดก็มี แต่องค์ในภาพนี้เป็นพิมพ์พิเศษ  อกเลานูน หล่อติดใต้ฐานองค์พระ เป็นพระที่หล่อในช่วงแรกๆ มีน้อยมาก องค์นี้เป็นพระของ  สจ.บอม เมืองน่าน  นักสะสมพระเครื่องยอดนิยม  **

**  พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ เนื้อผงคลุกรัก พิมพ์ปั้น  เป็นพระที่ไม่มีแม่พิมพ์ ใช้วิธีปั้นทีละองค์ แต่ละองค์จึงไม่เหมือนกัน จำนวนสร้างน้อย การพิจารณาต้องดูที่เนื้อพระเป็นหลัก องค์นี้ได้รับ “ใบเซอร์พระแท้” จากนิตยสาร “พระท่าพระจันทร์” เป็นพระของ   อาหงษ์ ภัตตาคารฮ่องกง  จ.ภูเก็ต  **

**  วัตถุมงคล ๖ อย่าง ที่จัดสร้างขึ้นเป็นของชำร่วยแจกในพิธีพระราชทานเพลิงศพ  สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถระ)   เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของ  ท่านเจ้าคุณนรฯ   สิ่งหนึ่งในนั้นมี  เหรียญพระพุทธชินราช  รวมอยู่ด้วย ลักษณะเหรียญด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธชินราช ด้านหลังเป็นรูปเหมือน สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) ที่หูเหรียญมีแหนบสปริงหรือห่วงสปริงกลมๆ เพื่อใช้กลัดกับกระเป๋า (วงการพระเรียกเหรียญนี้ว่า “ตุ้งติ้ง”)  เนื่องจากเหรียญมีขนาดเล็ก การกระแทกของเครื่องปั๊มเหรียญมักจะทำให้เกิดรอยแตกที่ตัวเหรียญ ที่ลงให้ชมนี้เป็น  เหรียญตุ้งติ้ง ๒๔๙๕ เนื้อกะไหล่ทอง  แชมป์งานประกวดพระวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (๒๗ ต.ค.๖๒)  ของ   รศ.นพ.อัฐพร ตระการสง่า  งานนี้ได้รับรางวัลที่ ๑ รวม ๖ องค์ ทำให้ได้รับรางวัลแชมป์โต๊ะพระเครื่องท่านเจ้าคุณนรฯ ด้วย  **

**  พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เนื้อว่าน รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗  พิมพ์ต้อเล็ก สวยสมบูรณ์คมชัดทุกมิติ พระแท้ดูง่ายทั้งพิมพ์ทรงและเนื้อว่าน เป็นพระองค์แชมป์ งานนักเรียนนายเรือ รุ่นที่ ๗๕ (๒๗ ต.ค.๖๒) เป็นพระของ  ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช  แชมป์พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ยอดนิยม คะแนนรวมโต๊ะที่ ๑ ได้รางวัลทั้งหมด ๑๘ รายการ **

**  พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หลังเตารีด พิมพ์ใหญ่ ปี ๒๕๐๕  สร้างด้วยวิธีเททองหล่อโบราณ นอกจากมีเนื้อนวโลหะ และเนื้อทองผสม ที่พบเห็นทั่วไปแล้ว ยังมี  เนื้อเมฆพัด  อีกด้วย แต่สร้างไม่มาก  เพราะเนื้อเมฆพัดมีความเปราะแตกชำรุดง่าย จึงพบเห็นน้อย  พระหลวงพ่อทวด เนื้อเมฆพัด มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์นิยม (เข่าตุ่ม) กับพิมพ์ทั่วไป  องค์ที่นำมาให้ชมนี้เป็น  พิมพ์เข่าตุ่ม  แชมป์หลายงาน ของ  อนันดารา หอเที่ยงธรรม  นักธุรกิจอสังหา จ.ภูเก็ต  **

**  คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศิษย์เก่าฯ ได้จัดสร้าง พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ “ไภษัชยคุรุฯ ๕๕”  ในโอกาสที่คณะครบรอบ ๕๕ ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยได้รับความเมตตาจาก  หลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร  วัดป่าปางกึ๊ดกิตติธรรม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ อธิษฐานจิตให้  ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญบูชา ติดต่อได้ที่โทร.๐๙-๑๐๖๘-๘๘๒๔   รายได้จากการทําบุญ จะนำไปสมทบทุนเพื่อปรับปรุงห้องปฎิบัติการเคมี ของคณะเภสัชศาสตร์ ม.ช. **

**  ครั้งแรกของวงการพระเครื่องรางของขลัง  ที่มีการจัดทำ หนังสือ “ไอ้ไข่” เด็กวัดเจดีย์  ฉบับสมบูรณ์ ปกแข็ง พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม หนา ๔๕๒ หน้า บรรจุในกล่องแข็งแรง สวยงาม ออกแบบและจัดทำโดย ทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์  เป็นหนังสือเล่มแรกที่รวบรวมประวัติและวัตถุมงคล  “ไอ้ไข่” เด็กวัดเจดีย์  อย่างละเอียด ตั้งแต่ยุคแรก พ.ศ.๒๕๒๖  จนถึงปัจจุบัน  เป็นตำราสำหรับการศึกษาและสะสมวัตถุมงคล “ไอ้ไข่” เด็กวัดเจดีย์ อย่างถูกต้อง และมีมาตรฐานสากลนิยม คือ วัตถุมงคล “ไอ้ไข่” ที่มีต้นกำเนิดจาก วัดเจดีย์  ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เท่านั้น ที่มีหลักฐานเกี่ยวกับ “ไอ้ไข่” มาแต่ดั้งเดิม โดยเฉพาะจิตวิญญาณของท่านที่สถิตเฝ้าสมบัติอันมีค่าของวัดมานานนับร้อยปี ตามที่  หลวงพ่อทวด  ได้มอบหมายให้  รวมทั้งคำเล่าขานของชาวบ้านรอบวัด ที่ได้กราบไหว้ขอพรแล้วต่างประสบความสำเร็จสมหวัง มีการ “แก้บน” มาจนถึงทุกวันนี้  สมคำเลื่องลือกันอย่างกว้างขวางว่า  “ขอให้ ไหว้รับ”  หนังสือเล่มนี้ได้จดลิขสิทธิ์ของ วัดเจดีย์  ไว้แล้ว…สั่งจองหนังสือได้ตั้งแต่วันที่ ๒ พ.ย.เป็นต้นไป จะได้รับ  เหรียญหล่อ “ไอ้ไข่” พิมพ์เตารีด  มี ๓ ขนาด คือ สูง ๒.๘ ซม./ ๑.๙ ซม./ ๑ ซม. จองได้ที่  วัดเจดีย์  โทร.๐๙-๒๕๙๒-๘๙๘๗, ๐๖-๓๕๔๘-๙๙๑๘  กทม.โทร.๐๘-๙๙๑๙-๗๗๘๘, ๐๘-๖๗๘๑-๑๑๖๙  **  ขอขอบพระคุณ  ทุกท่านที่ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด พบกันใหม่ในวันเสาร์ต่อไป  ***

พยัคฆาล่าเหยื่อพญาเสือตะปบทรัพย์เสาร์ ๕ พุทธาคมเขาอ้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/396550?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

พยัคฆาล่าเหยื่อพญาเสือตะปบทรัพย์เสาร์ ๕ พุทธาคมเขาอ้อ

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 – 00:00 น.
ตามรอยตำนานแผ่นดิน,พญาเสือตะปบทรัพย์
เปิดอ่าน 274 ครั้ง

พยัคฆาล่าเหยื่อพญาเสือตะปบทรัพย์เสาร์ ๕ พุทธาคมเขาอ้อ คอลัมน์… ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน โดย… เอก อัคคี (facebook.com/Akeakkee Ake)

“เสือ” เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจราชศักดิ์สำแดงฤทธิ์ทำให้เป็นที่ครั่นคร้ามเกรงกลัวนับถือแก่คนทั้งปวง พระอิศวรจึงจับ “เสือ” หรือพยัคฆ์มา ๑๐ ตัว ร่ายพระเวทอันศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้เสือนั้นป่นเป็นผง แล้วจึงเอาผ้าสีดำห่อหุ้มไว้ ประพรมด้วยน้ำอมฤต

พลันบังเกิดเป็นเทพบุตรมีนามว่า “พระเสาร์” มีพระวรกายสีดำ เศียรมีเปลวรัศมี ๗ แฉก ทรงอิทธิฤทธิ์ยิ่งนักประทับบนวิมานเป็นสีมรกต ขี่เสือเป็นพาหนะ สำแดงมหาอำนาจให้ปรากฏ

ด้วยเหตุนี้ ผู้ใดก็ตามเกิดในวันเสาร์ หรือคนปีขาล หรือใครที่มีเครื่องรางของขลังที่เกี่ยวกับเสือที่ปลุกเสกในวันเสาร์ ๕ มีคำพยากรณ์ว่า มีเสือเทวดา คอยรักษาดีนักแล คนนั้นมักดวงแข็ง

สีผึ้งและน้ำมัน รวมถึงเครื่องรางของขลังในชุดนี้ คือสุดยอดวัตถุมงคลที่ทำพิธีเมื่อวันเสาร์๕ ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เพราะนี่คือ น้ำมันและสีผึ้งพยัคฆ์ เครื่องรางของขลัง พยัคฆา ล่าเหยื่อ พญาเสือตะปบทรัพย์

สำหรับสีผึ้งใช้ขี้ผึ้งแท้หุงกับมหาว่านนานาชนิดในสายมหาอำนาจ ตบะบารมีและเมตตามหานิยม หุงเคี่ยวน้ำมันทั้งหมดกับหัวว่าน ๑๐๘ อาทิ ว่านมหาว่าน, ว่านจ่าว่าน, ว่านกงจักรพระอินทร์, ว่านพะตะบะ, ว่านทรหด, ว่านไพลดำ, น้ำมันเสือพ่อท่านอิ่ม, น้ำมันเสือ ๑๘ ตัว อ.เณรดอย, ว่านไก่แดง, ว่านหนุมานยกทัพ, ว่านขุนแผนสะกดทัพ, ว่านหนังเสือ, แก่นไม้กำลังเสือโคร่ง ฯลฯ

ประกอบพิธีหุงโดย อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ ฆารวาสอาวุโสแห่งสำนักตักศิลามหาเวทเขาอ้อกลางถ้ำฉัททันต์บรรพต วัดเขาอ้อ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เมื่อวันเสาร์๕ เวลาพยัคฆาราชาฤกษ์

    วิธีใช้
(สีผึ้ง)ใช้สำหรับสีริมฝีปาก ด้วยนิ้วชี้วนขวา พร้อมท่องคาถา ตั้งนะโม 3 จบแล้ว อาราธนาระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และกล่าวถึง บูรพาจารย์เขาอ้อ เป็นที่ตั้ง แล้วภาวนาพระคาถาว่า

“ตะมัตถัง ปะกาเสนโต ตัวกูคือพญาพยัคโฆ สัตถา อาหะ พยัคโฆจะวิริยะ อิมังคาถามะหะ อิติ ฮ่ำ ฮึ่ม ฮึ่ม”

(น้ำมันเสือ) เหยาะเล็กน้อย ใส่ฝ่ามือแล้วชโลมผิวกาย, ใบหน้า, เรือนผม ส่วนเครื่องรางอื่นๆ เมื่อจะพกติดตัวก็ให้สวดคาถาบทนี้

  เคล็ดลับสำคัญ
เมื่อภาวนาตั้งแต่คำว่า ตะมัตถัง มาจนถึง อิมังคาถามะหะ ให้กลั้นลมหายใจเวลาท่องให้มั่น ทำจิตให้ดุเหมือนเสือแล้วจึงย้ำว่า อิติ ฮ่ำ ฮึ่ม ฮึ่ม จึงผ่อนลมหายใจ

เวลาจะบู๊หรือเวลาไปเจรจาค้าขาย คุยกับผู้ใหญ่ผู้น้อยจะมีตบะอำนาจเหมือนพญาเสือล่าเหยื่อมีกินอุดมสมบูรณ์และเจริญโภคทรัพย์

ที่สำคัญ ขอกระซิบเบาๆ ว่า สำหรับคู่รักคู่ชีวิตถ้าคิดจะเถียงกัน! ใครทาไว้ก่อนรับรองว่า อีกฝ่ายสยบยอม เหมือนโดนพญาเสือตะปบเหยื่อ ขย้ำคอ…!?

ติดตามโครงการก่อสร้าง-กำชับมาตรการป้องกันฝุ่นละอองพีเอ็ม2.5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/396548?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ติดตามโครงการก่อสร้าง-กำชับมาตรการป้องกันฝุ่นละอองพีเอ็ม2.5

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 14:20 น.
เปิดซองส่องไทย,ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม,พีเอ็ม25,ฝุ่นละออง,ติดตามโครงการก่อสร้าง
เปิดอ่าน 48 ครั้ง

ติดตามโครงการก่อสร้าง – กำชับมาตรการป้องกันฝุ่นละออง พีเอ็ม2.5 คอลัมน์…  เปิดซองส่องไทย  ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวกรณีที่มีการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ พบหลายพื้นที่มีจำนวนฝุ่นละออง PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนว่า สำนักการโยธา ได้ร่วมกับสำนักงานเขต ตรวจติดตามดูแลโครงการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 อย่างเคร่งครัด

โดยเฉพาะการกำชับ กวดขัน ให้ผู้ดำเนินการก่อสร้างฉีดพ่นละอองน้ำบนอาคารและบริเวณรอบสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ ฉีดล้างถนนและทำความสะอาดล้อรถบรรทุกก่อนออกจากสถานที่ก่อสร้าง รวมถึงกำชับผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างอาคารให้ล้างทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างเป็นประจำทุกวัน เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองในอากาศจากการก่อสร้าง ไม่ให้เกิดการฟุ้งกระจาย

รอยน้ำ รอยสี รอยชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/396350

รอยน้ำ รอยสี รอยชีวิต

วันที่ 31 ตุลาคม 2562 – 15:00 น.
ภาพฟ้า พุทธรักษา,นิทรรศการ,เพลเซส แอนด์ เทรเซส,เทคโนโลยีเออาร์,พูลแมน จี,รอยน้ำ รอยสี รอยชีวิต,รุ่งพันธุ์ บุรุษชาติ,หอศิลป์จามจุรี,ความงามมักง่าย,จารุวรรณ นพรัมภา,พอร์เทรต โอเดสซี่,ธณฤษภ์ ทิพย์วารี,นัมเบอร์วัน แกลลอรี่
เปิดอ่าน 10 ครั้ง

งานจิตรกรรมสีน้ำ สีอะคริลิก ออยพาสเทล

** นิทรรศการ “เพลเซส แอนด์ เทรเซส” โดย ภาพฟ้า พุทธรักษา นักวาดภาพประกอบบอกเล่าเรื่องราวของการเดินทางและความทรงจำที่เกิดขึ้นระหว่างทาง เล่าผ่านรูปภาพผสมผสานกับเทคโนโลยีเออาร์ เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้-22 ธันวาคม ที่เดอะ แกลเลอรี่ โรงแรมพูลแมน จี กรุงเทพฯ ถนนสีลม

นิทรรศการ “รอยน้ำ รอยสี รอยชีวิต” 2534-2562

** นิทรรศการ “รอยน้ำ รอยสี รอยชีวิต” 2534-2562 ผลงานโดย รุ่งพันธุ์ บุรุษชาติ ลักษณะงานจิตรกรรมสีน้ำ สีอะคริลิก ออยพาสเทล จัดแสดงระหว่างวันที่ 3-21 พฤศจิกายน ที่ห้องนิทรรศการชั้น 1 ห้องนิทรรศการ 1 หอศิลป์จามจุรี ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 08-9489-3238

นิทรรศการ “ความงาม(มัก)ง่าย”

** นิทรรศการ “ความงาม(มัก)ง่าย” โดย จารุวรรณ นพรัมภา นำเสนอบันทึกความงามของชีวิต บันทึกเป็นลายเส้น การแต้มสี จัดวางองค์ประกอบผ่านการบรรยายในรูปแบบของบทกวี จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-16 พฤศจิกายน ที่เคส สเปซ เรโฟลูชั่น ซอยสุขุมวิท 49 (เว้นวันจันทร์)

นิทรรศการ “พอร์เทรต โอเดสซี่” 

** นิทรรศการ “พอร์เทรต โอเดสซี่” โดยศิลปิน ธณฤษภ์ ทิพย์วารี ถ่ายทอดเรื่องราวจากการตั้งคำถามกับตนเองถึงการเดินทางอันยาวนานของ “ลิง….สู่มนุษย์” ในเมื่อธรรมชาติมีเท่าเดิม แต่มนุษย์กลับมีมากขึ้น จึงเกิดการแก่งแย่งแข่งขัน จัดแสดงวันนี้-30 พฤศจิกายน ที่นัมเบอร์วัน แกลลอรี่

ลีลาเคลื่อนไหวสะกดทุกสายตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/396132

ลีลาเคลื่อนไหวสะกดทุกสายตา

วันที่ 30 ตุลาคม 2562 – 15:00 น.
ปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน,พัพเพ็ทส,สยามพารากอน อาเซียน ฟาสซิเนติ้ง พัพเพ็ทส,ประชุมสุดยอดอาเซียน
เปิดอ่าน 32 ครั้ง

13 ประเทศทั่วโลกโชว์ศิลปะการแสดงหุ่นนานาชาติอันทรงคุณค่า

ร่วมต้อนรับผู้นำประเทศและคณะผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และเฉลิมฉลอง “ปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน 2562” ศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานศิลปะการแสดงหุ่นนานาชาติอันทรงคุณค่า “สยามพารากอน อาเซียน ฟาสซิเนติ้ง พัพเพ็ทส” สัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาช้านานจาก 13 ประเทศทั่วโลก พร้อมชมนิทรรศการและกิจกรรมเวิร์กช็อป โดยได้รับเกียรติจาก อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน บริเวณแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ เวลา 16.00 น.

หุ่นร่วมสมัยจาก สปป.ลาว

การแสดงหนังใหญ่จากประเทศไทย

  มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด ศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวว่า ในฐานะที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 สยามพารากอนในฐานะที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก รู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับผู้นำประเทศและคณะผู้ร่วมการประชุม ด้วยการนำศิลปะการแสดงหุ่นนานาชาติจาก 13 ประเทศทั่วโลก เพื่อให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้สัมผัสกับมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของแต่ละประเทศ ในรูปแบบของการแสดงอันงดงามและนิทรรศการประวัติความเป็นมาของหุ่นแต่ละตัว รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ ที่จัดขึ้นตลอดระยะเวลา 4 วัน

หุ่นมือจากสิงคโปร์

การแสดงหุ่นมือจากสหรัฐอเมริกา

การแสดงหุ่นบนโต๊ะจากสาธารณรัฐเกาหลี

สำหรับไฮไลท์การแสดงหุ่นนานาชาติ อาทิ การแสดงหนังตะลุงจากราชอาณาจักรกัมพูชา เรื่อง ชาวนากับนายอำเภอ, การแสดงหุ่นมนุษย์และหุ่นสายราชสถานดั้งเดิมจากสาธารณรัฐอินเดีย, การแสดงหุ่นโจจุริจากญี่ปุ่น ชุดระบำนินิน ซันบะโซ และโอชิชิ สาวผู้บูชารัก, การแสดงหุ่นบนโต๊ะจากสาธารณรัฐเกาหลี เรื่องซุปถั่วแดงของคุณย่า, การแสดงหุ่นร่วมสมัยจาก สปป.ลาว เรื่องเสียงเพรียกจากบ้าน, การแสดงหุ่นเงาจากมาเลเซีย เรื่องสตาร์วอร์ส, การแสดงจากนิวซีแลนด์ เรื่องเพนกวินกับมนุษย์หิมะ และชุดจิตรกรภาพเหมือน, การแสดงหุ่นสายและการเชิดหุ่นแบบไม่เปิดปากจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์, การแสดงหนังใหญ่จากประเทศไทย ชุดรามเกียรติ์ ตอนยกรบ และชุดพระอภัยมณี ตอนนางผีเสื้อสมุทร, การแสดงหุ่นมือจากสหรัฐอเมริกา เรื่องสุนัขจิ้งจอกหางด้วน เป็นต้น

การเชิดหุ่นแบบไม่เปิดปากจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์

การแสดงหุ่นเงาจากมาเลเซีย

ส่วนกิจกรรมเวิร์กช็อปนั้นเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์การทำหุ่นจากประเทศต่างๆ ซึ่งทุกโปรแกรมสามารถร่วมชมและร่วมกิจกรรมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม–3 พฤศจิกายนนี้ ที่แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0-2610-8000 หรือ ตรวจสอบรอบการแสดงได้ที่ http://www.siamparagon.co.thFB:SiamParagon

แปลงขยะเป็นเปเปอร์มาเช่ ตาวิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/396005

แปลงขยะเป็นเปเปอร์มาเช่ ตาวิเศษ

วันที่ 30 ตุลาคม 2562 – 02:00 น.
เปเปอร์มาเช่,ตาวิเศษ,คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช,สมาคมนักสะสมงานศิลปะไทย,สมาคมสร้างสรรค์ไทย
เปิดอ่าน 46 ครั้ง

ประมูลผลงานเปเปอร์มาเช่ ตาวิเศษ เสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงานประมูลผลงานเปเปอร์มาเช่ ตาวิเศษ เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมของตาวิเศษ โดยสมาคมสร้างสรรค์ไทย ร่วมกับ สมาคมนักสะสมงานศิลปะไทย นำผลงานสร้างสรรค์เปเปอร์มาเช่ ตาวิเศษ ของศิลปินและผู้มีจิตสาธารณะทั้ง 62 ท่าน มาให้แฟนคลับและนักสะสมได้เป็นเจ้าของและได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมรณรงค์ลดขยะกับตาวิเศษ ที่ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน

อ.ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ-คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช

          คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช นายกสมาคมสร้างสรรค์ไทย ผู้ก่อตั้ง “ตาวิเศษ” กล่าวว่า ตาวิเศษเราพัฒนาจากคำว่า “อ๊ะอ๊ะ อย่าทิ้งขยะ” มาเป็น “เรานะ…ตาวิเศษ” เพราะชีวิตประจำวันของเรานั้นสร้างขยะเยอะมาก ดังนั้นต้องเป็นตาวิเศษ ต้องลดปริมาณขยะที่เราสร้างเองให้ได้ เราทำกองทัพเปเปอร์มาเช่ “เรานะ…ตาวิเศษ” กว่า 1,000 ตัว แล้วชวนศิลปินทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และคนมีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วยการสร้างผลงานจากตุ๊กตาสีเขียว มาสู่ผลงานที่มาจากความคิดหลากหลายของศิลปินที่ถ่ายทอดความรู้สึกของเขาเข้าไปอยู่ในตัวตุ๊กตา เราดีใจที่วันนี้มีนักสะสมและแฟนคลับของศิลปินมาร่วมประมูลกันอย่างคึกคัก และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

ปณต คุณประเสริฐ กับผลงานเปเปอร์มาเช่ตาวิเศษ

“ส่วนโครงการต่อไปของเราคือการชาลเลนจ์ให้ทุกคนเลิกใช้หลอดพลาสติกและถุงพลาสติก ให้ทุกคนรู้สึกว่าเท่ถ้าเราปฏิเสธได้ แล้วมาดูกันว่าวันๆ หนึ่งเราสามารถลดจำนวนขยะพลาสติกได้จำนวนเท่าไร ปฏิเสธได้กี่ครั้ง เมื่อหลายคนทำแล้วเอามารวมกันเราจะเห็นเลยว่าเราทุกคนสามารถลดปริมาณขยะได้ ถ้าทำได้ต่อเนื่องสิบวันจะกลายเป็นความเคยชินในการนำแก้ว นำภาชนะ หรือถุงผ้าของเราไปเอง เพื่อเราจะได้ลดปริมาณขยะพลาสติกได้” คุณหญิงชดช้อย กล่าว

อโณทัย นิรุตติเมธี กับผลงานเปเปอร์มาเช่ตาวิเศษ

กิตติภรณ์ ชาลีจันทร์

ด้าน กิตติภรณ์ ชาลีจันทร์ นายกสมาคมนักสะสมงานศิลปะไทย ผู้ร่วมจัดงานประมูลและหนึ่งในผู้เข้าร่วมประมูลผลงานเปเปอร์มาเช่ตาวิเศษ กล่าวว่า ผลงานเปเปอร์มาเช่ตาวิเศษ เป็นผลงานที่มีความหลากหลาย ศิลปินแต่ละท่านใส่ความเป็นตัวเองลงในชิ้นงานที่ทำให้เรานึกถึงศิลปินท่านนั้นได้ เช่น งานของ อ.ธงชัย รักปทุม สะท้อนความเป็นคนสนุกสนาน และช่างประดิดประดอย โดยสร้างส่วนขยายเพิ่มเติมให้ชิ้นงาน หรือชิ้นที่เด่นมากๆ ของ พไรวา ไรวา ที่นำลักษณะหัวเสือติดเข้าไปบนตัวตาวิเศษ รวมถึงผลงานของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ที่ตกแต่งตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ตาวิเศษด้วยลวดลายวิจิตรที่มีความพิเศษทั้งลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงสีที่ใช้ก็เป็นสีที่เห็นได้บ่อยในงานของอาจารย์ จึงเป็นชิ้นที่น่าสะสม และคุ้มค่ามากทีเดียวสำหรับคนที่ประมูลได้ไป อีกทั้งงานศิลปะในครั้งนี้ยังถือเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมแรงร่วมใจกันของหลายฝ่าย ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีมาก

บรรยากาศการประมูล

สำหรับงานประมูลครั้งนี้สามารถรวบรวมรายได้จากการประมูลเป็นจำนวนเงิน 1,490,000 บาท โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมปลุกจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนงานรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้และรับผิดชอบต่อสังคมของตาวิเศษต่อไป

“มือที่สร้าง งานที่สรรค์” สองพระหัตถ์เพื่อชาวไทยภูเขา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/395097

“มือที่สร้าง งานที่สรรค์” สองพระหัตถ์เพื่อชาวไทยภูเขา

วันที่ 24 ตุลาคม 2562 – 14:30 น.
สมเด็จย่า,สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี,มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง,คิดถึงสมเด็จย่า,มือที่สร้าง งานที่สรรค์
เปิดอ่าน 167 ครั้ง

นิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 22 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “มือที่สร้าง งานที่สรรค์”

ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยทรงงานด้วยสองพระหัตถ์ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างความสุขให้ปวงชนชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพในปี 2562 นี้ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 22 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “มือที่สร้าง งานที่สรรค์” ตั้งแต่วันนี้-27 ตุลาคม ที่ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดงาน

 ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ในความทรงจำของพสกนิกรไทยทุกคนต่างซาบซึ้งต่อพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงงานเพื่อประโยชน์สุขให้ผืนแผ่นดินอย่างมากมาย ทั้งสองพระหัตถ์ทรงงานอย่างหนักด้วยความห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎรไทยอยู่เสมอ เสมือนดั่งมือที่คอยช่วยเหลืออุ้มชู ประคองให้สามารถพลิกฟื้นผืนดินให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนสามารถเลี้ยงดูตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน

สำหรับนิทรรศการครั้งนี้นอกเหนือจากการนำเสนอพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากอดีตจนถึงปัจจุบันของผืนแผ่นดินในภาคเหนือและดอยตุงแล้ว ยังเชิญศิลปินช่างภาพถ่ายรูปมือของคนทำงานที่ดอยตุง เช่น คนปลูกกาแฟ คนคั่วกาแฟ คนทำกระดาษสา คนปั้นดิน คนปลูกดอกไม้ คนทำสวน คนทอผ้า และปักผ้า โดยไม่เน้นหน้าของคนทำงาน แต่เน้นที่มือ สื่อให้เห็นว่าจากมือของสมเด็จย่าที่ช่วยเหลือประชาชน ทำให้ประชาชนมีอาชีพ สร้างรายได้ และใช้มือนี้สานต่องานที่พระองค์ท่านได้เริ่มไว้ สร้างสรรค์เป็นงานและอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล-ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ-เกตุวลี นภาศัพท์

ด้าน ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า สมเด็จย่าทรงมีพระราชปณิธานที่จะสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้านให้ชุมชนดอยตุง ซึ่งในอดีตขาดต้นทุนชีวิตจึงต้องพึ่งพายาเสพติดและงานผิดกฎหมายในการดำรงชีวิต ทรงเล็งเห็นว่ารากเหง้าของปัญหาเหล่านี้คือ “ความยากจน และขาดโอกาส” จึงแก้ไขปัญหาพื้นฐานอย่างรอบด้านทั้ง “ความเจ็บป่วย ความยากจนและความไม่รู้” โดยยึดคนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่สมดุลกับความมั่นคงทางสังคมและความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ โดยใช้ธุรกิจเพื่อสังคมภายใต้แบรนด์ “ดอยตุง” (DoiTung) เป็นกลไกหลักในการดำเนินงานและกรอบแนวคิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน หรือ “3S Model” (สามเอส โมเดล) เป็นแกนหลักในการดำเนินงาน ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงเรียนรู้และประยุกต์จากหลักการทรงงานและแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยแบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะ ได้แก่ อยู่รอด พอเพียง และยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องอย่างยิ่งกับ “เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน” (SDG Goals) ของสหประชาชาติ

ปัจจุบันโครงการพัฒนาดอยตุงซึ่งเกิดจากสองพระหัตถ์ของสมเด็จย่า จึงไม่ใช่เพียงต้นแบบด้านการแก้ไขปัญหาการปลูกพืชเสพติดเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืนให้หลายประเทศ ทั้ง เมียนมาร์ อัฟกานิสถาน และอินโดนีเซีย และยังมีคณะศึกษาดูงานเดินทางมาที่ดอยตุงมากมายทั้งในและต่างประเทศเพื่อมาเรียนรู้และนำกลับไปประยุกต์กับบริบทของเขา และที่สำคัญมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงยังใช้ศักยภาพที่มีส่งเสริมและต่อยอดธุรกิจเพื่อสังคมอื่นๆ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จย่าอีกทางหนึ่ง

บรรยากาศภายในงาน

นิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 22 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “มือที่สร้าง งานที่สรรค์” นำเสนอพระราชประวัติตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็น “เด็กหญิงสังวาลย์” ไล่เรียงมาจนถึง “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” และเรื่องราว พระราชกรณียกิจ โครงการในพระราชดำริที่ช่วยให้วิถีชีวิตของของกลุ่มชาติพันธุ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ด้วยพระราชปณิธาน “ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง” โดยทรงจัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมผลผลิตชาวเขาไทยในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปี 2515 กระทั่งเปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง” ในปัจจุบัน

กันต์ สุสังกรกาญจน์

ภายในงานยังจะได้พบภาพถ่ายเล่าเรื่องราวของดอยตุงด้วยคอนเซ็ปต์ “มือที่สร้าง งานที่สรรค์” ผ่านมุมมองของศิลปิน 2 ท่าน ได้แก่ กันต์ สุสังกรกาญจน์ และ วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อป “เวลาเป็นของมีค่า”

“ชัยชนะ”คนล่าฝันสู่ความสำเร็จในวงการศิลป์ระดับภูมิภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/395087

“ชัยชนะ”คนล่าฝันสู่ความสำเร็จในวงการศิลป์ระดับภูมิภาค

วันที่ 24 ตุลาคม 2562 – 13:05 น.
จิตรกรรมยูโอบี,จิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10,ตัน ชุน ฮิน,แบงค์ ชัยชนะ ลือตระกูลอายุ,เต่า สมชาย สีดำอ่อน,ชัยชนะ คนล่าฝัน,คมชัดลึก ไลฟ์สไตล์
เปิดอ่าน 73 ครั้ง

สองผลงานของสองนักล่าฝันที่คว้ารางวัลชนะเลิศได้กลายเป็นดาวเด่นประจำปี 2562

เวทีการประกวดเป็นเหมือนทางด่วนไปสู่ความสำเร็จ เงินรางวัล และชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว จึงดึงดูดเหล่า “นักล่า” ที่มีความสามารถ ความสร้างสรรค์ และความกล้าให้หลั่งไหลเข้ามา ท่ามกลางผลงานเข้าประกวด “จิตรกรรมยูโอบี” ครั้งที่ 10 โดย ตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี (ไทย) เป็นโต้โผ มีศิลปินส่งผลงานมากกว่า 600 ชิ้น มีสองผลงานของสองนักล่าฝันที่คว้ารางวัลชนะเลิศได้กลายเป็นดาวเด่นประจำปี 2562 ได้แก่ “แบงค์” ชัยชนะ ลือตระกูลอายุ ศิลปินเจ้าของผลงานที่มีชื่อว่า “Wastescape” ผู้ชนะการประกวดประเภทศิลปินอาชีพ และ “เต่า” สมชาย สีดำอ่อน ศิลปินผู้ชนะเลิศในประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น จากผลงานสื่อผสมบนแผ่นไม้ ที่มีชื่อว่า “ภาพลักษณ์ของชีวิตจากใบหน้า หมายเลข 2”

ชัยชนะ ลือตระกูลอายุ

ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับ “แบงค์” ชัยชนะ ที่ได้แสดงงานและได้กวาดรางวัลจากเวทีการประกวดจิตรกรรม ยูโอบี เพราะเขาคือศิลปินคนล่าฝันที่ชนะเลิศประเภทศิลปินใหม่ในปีที่แล้ว โดยได้มีโอกาสไปดูงานและแสดงงานที่สิงคโปร์บนเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบีระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year เมื่อปี 2561มาแล้ว

“Wastescape”

เจ้าตัวเผยว่า สำหรับตัวเองนั้น พูดได้เต็มปากว่า คือ “นักล่าฝันด้านงานศิลปะ” เวทีการประกวดเป็นการสร้างโพรไฟล์ที่ดีให้กับเราทำให้มีคนรู้จักมากยิ่งขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางและหนึ่งโอกาสสำหรับศิลปิน เมื่อปีที่แล้วรางวัลที่ได้รับจากยูโอบี ทำให้มีโอกาสได้ไปเห็นผลงานและแนวทางผลงานของประเทศเพื่อนบ้านของเราว่าแนวงานประมาณไหนที่จะสามารถต่อยอดไปในระดับอินเตอร์ได้ และตัวเองก็นำกลับมาพัฒนาผลงานด้ว

สอดคล้องกับ ศ.เกียรติคุณ ปริญญา ตันติสุข ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี 2561ที่พูดถึงการล่าฝันของศิลปินที่จะทำความฝันให้โตไปในระดับนานาชาติว่า

“ศิลปะไม่ใช่แค่งานการช่าง เขียนให้เหมือนอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าประเด็นที่ศิลปินจะนำเสนอออกไปนั้นคมคายมีอะไรที่พิเศษหรือให้ประโยชน์กับสังคมหรือไม่หลักเกณฑ์ใหญ่ๆ สำหรับการประเมินคุณค่าทางศิลปะมี 4 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเอกภาพด้านบุคลิกเฉพาะตัว ด้านความลึกซึ้ง และความเรียบง่าย ทำน้อยแต่ได้มาก นอกจากนี้ ยังพิจารณาความสมบูรณ์ของภาพและความบริสุทธิ์ใจ หากมองไปถึงแข่งขันและเติบโตในระดับภูมิภาค ศิลปินควรต้องเพิ่มพูนความรู้ความสามารถและความเข้าใจให้เข้มข้นขึ้นพยายามหาและสะสมประสบการณ์ พยายามเห็นโลกกว้างให้มาก พัฒนาปัญญาความคิด สิ่งที่สำคัญที่สุด ต้องรอบรู้ในตัวเราเองและสังคมรอบๆ ตัว ซึ่งจะส่งผลสู่การแสดงออกในผลงานได้ลึกซึ้งและสะเทือนอารมณ์คนดูมากขึ้น”

สมชาย สีดำอ่อน

สำหรับ “เต่า” สมชาย นักล่าฝันที่ส่งผลงานเข้าประกวดหลายเวที แต่เป็นครั้งแรกกับจิตรกรรมยูโอบีและไม่พลาดที่จะชนะใจกรรมการคว้ารางวัลชนะเลิศประเภทศิลปินใหม่ พูดถึงแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานที่ทำให้เขาสามารถล่ารางวัลนี้มาได้ว่า ตัวเองเป็นคนสงขลา จึงเอาหนังตะลุงมาเล่าเรื่องราวของชนบท ชีวประวัติของชาวบ้าน ทั้งเรื่องตลกขบขัน เรื่องเศร้า และเรื่องราวต่างๆ มากมาย โดยนำหนังตะลุงมาสร้างเป็นใบหน้า สีหน้า อารมณ์ ของคนในเครือญาติของตัวเอง สื่อให้คนได้รู้ว่าเครือญาติของเราทำงานกันมาอย่างยากลำบาก ต่อสู้ชีวิตมามากมายแค่ไหน

ผศ.สมพร รอดบุญ ภัณฑารักษ์อิสระผู้คัดเลือกผลงานศิลปะในการสะสมของพิพิธภัณฑ์ในระดับประเทศและนานาชาติพูดถึงงานประกวดที่เป็นพื้นที่โอกาสของเหล่าศิลปินนักล่าฝันว่า

“ภาพลักษณ์ของชีวิตจากใบหน้า หมายเลข 2”

“เกณฑ์การตัดสินงานประกวด เราดูเรื่องแนวความคิดในการทำงาน ที่มาแรงบันดาลใจ และดูความเป็นตัวตนของศิลปิน พูดง่ายๆ คือดูความเป็นต้นฉบับและความริเริ่มสร้างสรรค์ศิลปินควรล่าฝันแต่ไม่ใช่ล่ารางวัล ต้องทำงานศิลปะสม่ำเสมอ ศิลปินควรใช้ความคิดความรู้สึกที่เป็นของเรา ถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานศิลปะ ต้องศึกษาค้นคว้าทดลอง เพราะการค้นคว้าทดลองจะทำให้เราได้พบสิ่งใหม่ในการทำงานศิลปะ ต้องไม่ยึดติดอยู่กับที่และต้องทำงานสม่ำเสมอ”

ตัน ชุน ฮิน

ทั้งนี้ ตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี (ไทย) กล่าวว่า เป็นความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของยูโอบีตลอดระยะเวลา 10 ปีที่จะส่งเสริมคนที่มีความฝันและความตั้งใจในการเป็นศิลปินอาชีพให้ได้แสดงออกซึ่งความคิดและตัวตนผ่านการสร้างสรรค์ผลงานของพวกเขา เราหวังว่าการประกวดจิตรกรรมยูโอบีจะเป็นเวทีสำหรับเหล่าคนล่าฝันให้เข้ามาล่าความสำเร็จบนเส้นทางการเป็นศิลปินอาชีพ และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินไทยรุ่นต่อๆ ไป

เส้นทางคนล่าฝันของ “แบงค์” ชัยชนะ ไม่ได้จบอยู่แค่ชัยชนะจากรางวัลชนะเลิศในประเทศไทยเท่านั้น เพราะ ชัยชนะ จะเป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าแข่งขันกับประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อชิงรางวัลระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year พร้อมจัดแสดงผลงานที่ หอศิลป์ ยูโอบี ณ ธนาคารยูโอบี สำนักงานใหญ่ ประเทศสิงคโปร์ รวมถึงมีโอกาสที่จะได้รับคัดเลือกเข้าร่วมเป็นศิลปินในพำนัก (artist in residence) เป็นเวลา 1 เดือนกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ไม่แน่ว่า ชัยชนะ อาจล่า “ชัยชนะ” ในเวทีระดับภูมิภาคมาครองได้อีกขั้น