เกิดขึ้น มีอยู่ สูญสลายไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/395000

เกิดขึ้น มีอยู่ สูญสลายไป

วันที่ 24 ตุลาคม 2562 – 01:00 น.
ฟิกูเรทีฟลี สปีคกิ้ง,เมธัส ทั่วจบ,วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ,คลังแห่งเวลา,เลิฟ อีส อิน ดิ แอร์,ลีแลนด์ ลี,ชิน แกลเลอรี่,กราฟฟิตี้
เปิดอ่าน 203 ครั้ง

หากเวลาเป็นเรื่องที่ผ่านมาและผ่านไป เราจะรับรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร

ผลงานศิลปะแนวกราฟฟิตี้

** ชิน แกลเลอรี่ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมชม ผลงานศิลปะแนวกราฟฟิตี้ โดยศิลปินระดับโลกชาวญี่ปุ่นสไนป์วันกับนิทรรศการเดี่ยวนอกญี่ปุ่นครั้งแรกในไทย เปิดให้ชมฟรีตั้งแต่วันนี้-17 พฤศจิกายน ทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 11.00-19.00 น. ที่ชิน แกลเลอรี่ โครงการอาร์เดน พระราม 3

นิทรรศการ “เลิฟ อีส อิน ดิ แอร์!” 

** นิทรรศการ “เลิฟ อีส อิน ดิ แอร์!” โดย ลีแลนด์ ลี ผู้เชื่อว่าความรักมีอยู่ทุกที่และทุกเวลา นิทรรศการเดี่ยวของเขาในครั้งนี้นำเสนอภาพวาดบนผืนผ้าใบและงานศิบปะตัวอักษรจีนบนไม้การบูรและบนแผงไม้ฮิโนกิของญี่ปุ่น เพื่อสื่อถึงความรัก จัดแสดงวันนี้-31 ตุลาคม ที่ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

นิทรรศการ “คลังแห่งเวลา” 

** นิทรรศการ “คลังแห่งเวลา” โดย วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ เล่าลำดับเรื่องราวของเวลาในการเกิดขึ้น มีอยู่ และสูญสลายไป ซึ่งแสดงถึงความไม่แน่นอนยืนยาวของมัน ดังนั้นจึงเกิดคำถามที่ว่า ‘หากเวลาเป็นเรื่องที่ผ่านมาและผ่านไป เราจะรับรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร’ เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้-3 พฤศจิกายน ที่โรงแรมโรสวูด ถนนเพลินจิต สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ manager@sac.gallery

นิทรรศการ “ฟิกูเรทีฟลี สปีคกิ้ง”

** นิทรรศการ “ฟิกูเรทีฟลี สปีคกิ้ง” โดย เมธัส ทั่วจบ แสดงความงามที่สะท้อนรสนิยมของโลกร่วมสมัยผ่านผลงานศิลปะสีน้ำมันบนผ้าใบ และชาร์โคล จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-5 พฤศจิกายน ที่มิดไนซ์ แกลเลอรี่ โชคชัย 4 ซอย 18 (เว้นวันจันทร์)

เรียนรู้ไว้…คำฮิตในวงการธุรกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/394821

เรียนรู้ไว้…คำฮิตในวงการธุรกิจ

วันที่ 22 ตุลาคม 2562 – 17:26 น.
English Today,สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,Business buzzwords,ธุรกิจ,ผศ ชลาธิป ชาญชัยฤกษ์,ภาษาอังกฤษ
เปิดอ่าน 146 ครั้ง

buzzword อาจเป็นคำที่ใช้กันจนเฝือ ฟังประหลาด หรือไม่สมเหตุสมผล หรืออาจเป็นคำที่ดีมีประโยชน์ก็ได้

Business buzzwords

         คอลัมน์ English Today สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พาไปทำความรู้จัก “buzzword “(อ่านออกเสียงว่า บัซเวิร์ดหมายถึง คำฮิตที่ฟังดูเท่ เก๋ น่าสนใจ แต่บางคนอาจจะไม่คุ้นเคยหรือไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของมัน buzzword อาจเป็นคำที่ใช้กันจนเฝือ ฟังประหลาด หรือไม่สมเหตุสมผล หรืออาจเป็นคำที่ดีมีประโยชน์ก็ได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการใช้ buzzword แต่ไม่ว่าจะชอบหรือชัง buzzword ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในแวดวงธุรกิจที่หลีกเลี่ยงได้ยาก มาดูตัวอย่างคำฮิตในวงการธุรกิจกันค่ะ

      – Advertainment หมายถึง การทำโฆษณาที่แฝงไปกับความบันเทิง เป็นการใช้สื่อความบันเทิงรูปแบบต่าง  เช่น โทรทัศน์ ภาพยนตร์ รายการวิทยุหรือสื่อออนไลน์ร่วมกับการโฆษณา โดยจะมีนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจและแฝงโฆษณาแบบเนียน 

      – Big data หมายถึง ข้อมูลมหาศาลในหลากหลายรูปแบบที่องค์กรมีอยู่ในมือ และสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อหาโอกาสทางธุรกิจและการตัดสินใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ เช่น

The government is using big data to launch various programs designed to boost the economy.

รัฐบาลใช้บิ๊กดาต้าเพื่อเปิดตัวโครงการต่าง  ที่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจ

      – Content is king เป็นคำที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยบิลล์ เกตส์ แห่งไมโครซอฟต์ หมายถึง เนื้อหาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้น การจะทำการตลาดดิจิทัลให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องอาศัยกลยุทธ์ด้านเนื้อหาที่ดีและเผยแพร่เนื้อหาคุณภาพดีให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย

      – Customer journey หมายถึง ประสบการณ์ต่าง  ที่ลูกค้าจะพบเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัท ดังนั้น หากเราต้องการเข้าใจประสบการณ์เดินทางของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ก็ควรจัดทำ Customer journey map หรือแผนที่ประสบการณ์เดินทางของลูกค้า

      – Deep dive หมายถึง การวิเคราะห์เจาะลึกในเรื่องหรือประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เช่น

We need to do a deep dive on the competition before tapping into the evolving markets in ASEAN.

เราต้องวิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับการแข่งขันก่อนที่จะเข้าไปเจาะตลาดที่กำลังขยายตัวในอาเซียน

      – Growth hacking หมายถึง กลยุทธ์ที่เน้นการเติบโตเป็นหลัก ซึ่งมักใช้กับสตาร์ทอัปที่ต้องการเติบโตอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นและด้วยงบประมาณจำกัด เนื่องจากเป้าหมายหลักของ growth hacking เน้นที่การหาลูกค้าให้ได้มากที่สุดโดยใช้งบน้อยที่สุด จึงนิยมใช้วิธีการตลาดที่ไม่ต้องเสียเงินมาก เช่น การสร้างบล็อก โซเชียลมีเดีย หรือการทำการตลาดโดยการใช้เนื้อหา (content marketing) เช่น บทความในเว็บไซต์ต่าง 

     – Low-hanging fruit ในทางการขาย low-hanging fruit หมายถึง เป้าหมายที่ทำสำเร็จได้ง่าย สินค้าหรือบริการที่ซื้อง่ายขายคล่องหรือลูกค้าที่มีแนวโน้มสูงว่าจะซื้อสินค้าของเรา นอกจากนั้น ยังหมายถึงปัญหาที่แก้ไขได้ง่ายด้วย

Given the difficult economic environment, it might be a good idea for the company to go after low-hanging fruit to generate quick revenue.

ในสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองเช่นนี้ บริษัทควรจะเน้นที่สินค้าหรือบริการที่ซื้อง่ายขายคล่องเพื่อจะสามารถสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว

     – Move the needle เป็นสำนวนหมายถึง สร้างความแตกต่างที่ชัดเจนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น

Many large corporations have been working collaboratively to move the needle in the circular economy in Thailand.

บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งร่วมมือกันเพื่อสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนในเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

                                                                                              ผศชลาธิป ชาญชัยฤกษ์

คำนับครูนาฏศิลป์ก่อนซ้อมโขน”สืบมรรคา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/394608

คำนับครูนาฏศิลป์ก่อนซ้อมโขน”สืบมรรคา”

วันที่ 21 ตุลาคม 2562 – 17:00 น.
โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ,สืบมรรคา,พิธีคำนับครูนาฏศิลป์,ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ,ดรสุรัตน์ จงดา
เปิดอ่าน 88 ครั้ง

เสริมสิริมงคลก่อนเริ่มซ้อมการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 2562

เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มซ้อมการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 2562 ตอน “สืบมรรคา” ที่หลอมรวมศิลปะของชาติหลากหลายแขนง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงได้จัดพิธีคำนับครูนาฏศิลป์ โดยมีคณะครู อาจารย์ ผู้อาวุโสด้านนาฏศิลป์ และนักแสดง ร่วมพิธี พร้อมซ้อมการแสดงร่วมกันเป็นครั้งแรก ที่วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อวันก่อน

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ

          ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปลาบปลื้มพระราชหฤทัยที่การแสดงโขนประสบความสำเร็จเกินคาด และมีพระราชประสงค์ที่จะกระตุ้นให้คนไทยเห็นความสำคัญของนาฏศิลป์ชั้นสูงอันเก่าแก่ของไทย และช่วยกันอนุรักษ์การแสดงโขนอันงดงามให้คงอยู่ อีกทั้งเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งเกือบจะเลือนหายไปให้คงอยู่อย่างวิจิตรงดงามสืบไป

ดร.สุรัตน์ จงดา

ด้าน ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้กำกับการแสดง เผยว่า พิธีคำนับครู เป็นพิธีไหว้ครูแบบโบราณของผู้เรียนนาฏศิลป์ หรือนักแสดงโขน มักจะประกอบพิธีก่อนเริ่มแสดงชุดสำคัญหรือการต่อท่ารำที่สำคัญ เพื่อแสดงความเคารพต่อครูผู้สอนวิชา และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่นักแสดงทุกคน หลังจากพิธีนี้ นักแสดงทั้งตัว พระ นาง ยักษ์ และลิง จะได้ซ้อมร่วมด้วยกันเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้แยกกันนำบทไปฝึกซ้อมในวิทยาลัยนาฏศิลปต่างๆ จากนั้นนักแสดงทั้งหมดจะไปซ้อมใหญ่ที่เวทีจริง ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

การฝึกซ้อมของนักแสดง

“การแสดงโขน ตอน สืบมรรคา เป็นตอนที่มีความสนุกสนาน หลากรส และเต็มไปด้วยสีสัน รวมถึงการดำเนินเรื่องกระชับ ฉับไว และตื่นเต้น เข้ากับรสนิยมของผู้ชมรุ่นใหม่ ทั้งยังมีความพิเศษของท่วงท่าการรำ ที่ได้มีการรื้อฟื้นท่ารำแม่บทเก่าแก่ขึ้นมาใหม่ ซึ่งยังไม่เคยแสดงในการโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ครั้งใดมาก่อน มีการเรียนเชิญครูผู้เชี่ยวชาญระดับศิลปินแห่งชาติมาเป็นผู้ฝึกสอนบทการแสดงตอนสำคัญ อาทิ “รำฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน” ในฉากทศกัณฐ์ลงสวน ซึ่งเป็นท่ารำที่ยาก และไม่ค่อยได้แสดงบ่อยนัก กระบวนท่ารำแสดงให้เห็นถึงลีลาท่ารำของทศกัณฐ์ที่แสดงถึงความเจ้าชู้ กรุ้มกริ่ม แต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง ยิ่งใหญ่ตามลักษณะของพญายักษ์ รวมถึง “ท่าขึ้นลอยหนุมานรบนางอังกาศตไล” ซึ่งครูโขนได้ออกแบบไว้เมื่อ 40 ปีก่อน โดยมีการสร้างท่ารำใหม่ให้เหมาะสมกับอาวุธต่างๆ ของนางอังกาศตไล รวมทั้งได้เห็นความซุกซนของหนุมานที่เข้าหยอกล้อนางอังกาศตไลหลากหลายกระบวนท่ารำ” ผู้กำกับการแสดงกล่าว

การฝึกซ้อมของนักแสดง

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 2562 ตอน “สืบมรรคา” จะเปิดการแสดงระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา หรือ http://www.thaiticketmajor.com หรือสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ทางเว็บไซต์ http://www.khonperformance.com และเฟซบุ๊ก Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

ยกที่ให้เป็นของหลวงก่อนเขตจึงมีสิทธิ์ดำเนินการได้ง่ายขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/396078

ยกที่ให้เป็นของหลวงก่อนเขตจึงมีสิทธิ์ดำเนินการได้ง่ายขึ้น

วันที่ 30 ตุลาคม 2562 – 13:30 น.
เปิดซองส่องไทย,ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม,หมู่บ้านธารทิพย์,น้ำท่วมขัง,โยธา สำนักงานเขตบางขุนเทียน
เปิดอ่าน 133 ครั้ง

ยกที่ให้เป็นของหลวงเสียก่อน เขตจึงจะมีสิทธิ์ในการดำเนินการได้ง่ายขึ้น

ตามที่หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2562 หน้า 15 ได้ลงข่าวว่า แก้ไขความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขังในหมู่บ้านย่านพระราม 2 นั้น

ทางทีมงานลุงแจ่มได้รับเเจ้งเรื่องราวเพิ่มเติมมาจากทางผู้ร้องเรียนที่อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านธารทิพย์ว่า จากที่ได้เห็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ จากที่ได้อ่านคำชี้แจงจากผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียนออกมาบอกกล่าวนั้น ทางผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียนพูดนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยทางเขตบางขุนเทียน กทม. ไม่ได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในถนนของหมู่บ้านธารทิพย์ และได้รับทราบถึงการร้องเรียนนั้นอีกครั้ง

ทางทีมงานลุงแจ่ม จึงได้ติดต่อไปยังทางฝ่ายโยธา สำนักงานเขตบางขุนเทียน ได้รับการชี้แจงว่า ได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเข้าไปแก้ไขปัญหาในส่วนนั้น ได้ตรวจสอบแล้วว่าถนนของหมู่บ้านธารทิพย์ เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล โดยทางฝ่ายโยธาได้มีการเข้าไปตรวจสอบแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนี้ได้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น โดยไม่สามารถมีอำนาจเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มตัว เนื่องจากทางเขตบางขุนเทียนไม่สามารถใช้งบประมาณของทางเขตบางขุนเทียน เข้าไปใช้ในการดำเนินการแก้ไขได้

อย่างไรก็ตาม หากทางหมู่บ้านธารทิพย์ยกกรรมสิทธิ์พื้นที่ดินที่เป็นถนนตรงส่วนนั้นให้เป็นของหลวง ทางเขตบางขุนเทียน จึงจะมีสิทธิ์ในการดำเนินการได้ง่ายขึ้น ในขณะนี้ทางเขตบางขุนเทียนทำได้แค่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่ประชาชนที่เดือดร้อนเพียงเท่านั้น

ชาวบ้านเดือดร้อน จากขยะมูลฝอยบริเวณใต้สะพานลอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/395678

ชาวบ้านเดือดร้อน จากขยะมูลฝอยบริเวณใต้สะพานลอย

วันที่ 28 ตุลาคม 2562 – 12:10 น.
เปิดซองส่องไทย,ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม,ขยะมูลฝอย,สะพานลอย
เปิดอ่าน 71 ครั้ง

คอลัมน์…  เปิดซองส่องไทย ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

ประชาชนที่ต้องใช้บริการป้ายรถเมล์ตรงบริเวณซอยประธานพร คลองหลวง 15 จ.ปทุมธานี แจ้งเรื่องราวร้องทุกข์มายังลุงแจ่ง เกี่ยวกับเรื่องของปัญหาขยะมูลฝอยตรงบริเวณป้ายรถเมล์ และใต้สะพานลอย ทำให้ประชาชนที่เข้าไปใช้บริการป้ายรถเมล์ได้รับผลกระทบเรื่องขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นจนทนไม่ไหว แล้วไหนจะเรื่องความสะอาดเรียบร้อยอีก

ในส่วนของหน่วยงานที่เข้ามาดูแลไม่เห็นเคยมีเข้ามาดูแลเลย เคยแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล จนตอนนี้ไม่มีทางออกแล้ว เพราะตอนนี้แทบจะไม่อยากไปใช้บริการบริเวณดังกล่าวเลย และร้องขอให้เร่งเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่มีมาอย่างยาวนานให้เสร็จสิ้นเสียที
กิจจา

ตอบ
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานี ชี้แจงว่า จากกรณีประชาชนร้องเรียนมาเกี่ยวกับการได้รับผลกระทบจากขยะใต้สะพานลอย บริเวณหน้าปากซอยประธานพร ทางกองสาธารณสุข ที่มีหน้าที่ดูแลในเรื่องของสารทุกข์ของประชาชน สาธารณสุขชุมชน ส่งเสริมสุขภาพและอนามัย หลังจากที่ได้รับทราบถึงเรื่องราวดังกล่าวแล้ว จึงมีการรีบเร่งดำเนินการติดต่อประสานงานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อมาดำเนินการดูแลพื้นที่บริเวณหน้าปากซอยประธานพร

และมีการประสานไปถึงหน่วยงานของรถเก็บขยะของเขตเทศบาลเมืองคลองหลวง ให้มีการตรวจสอบตรงคลองหลวง 15 พื้นที่ป้ายรถประจำทาง บริเวณปากซอยประธานพร โดยมีการดำเนินการเก็บขยะที่สะสมเป็นจำนวนมากที่เกิดจากประชาชนทิ้งขยะไม่เป็นที่ไม่ว่าจะเป็นเหล่าแม่ค้า หรือรถขาจรที่มาลักลอบทิ้งขยะตรงบริเวณนี้

จึงทำให้พื้นที่ใต้สะพานลอยบริเวณหน้าปากซอยประธานพรมีขยะตกค้างสะสมเป็นจำนวนมาก และรถเก็บขยะที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมได้ติดต่อไปให้มีการดำเนินการเก็บขยะออกจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้วและทำความสะอาดบริเวณดังกล่าวให้มีความสะอาดเรียบร้อย เพื่อไม่ให้ส่งกลิ่นรบกวนและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่เข้าไปใช้บริการป้ายรถประจำทางอีกต่อไป

โดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม แจ้งมาว่าได้มีมาตรการในการดูแลและมาตรการแก้ไขระยะยาวโดยให้ฝ่ายเทศกิจเข้าไปคอยสอดส่องดูแลผู้ที่มาลักลอบทิ้งขยะบริเวณใต้สะพานลอย และการทิ้งขยะในพื้นที่สาธารณะ มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท และในส่วนของถังขยะที่มีวางให้บริการในพื้นที่ใต้สะพานลอยนั้น มีให้บริการ 1-2 ถัง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้คนที่เข้ามาใช้บริการป้ายรถประจำทาง

ส่วนกรณีที่มีผู้โทรมาแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์เรื่องขยะที่ทิ้งอยู่เป็นจำนวนมากตรงใต้สะพานลอยนั้น ให้เข้าไปตรวจสอบผลหลังการแจ้งเข้ามาได้เลยว่าเทศบาลเมืองคลองหลวงได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของคนแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์หรือเรื่องราวความเดือดร้อนเข้ามานั้น ทางเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลเมืองคลองหลวง จะรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนและทางกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมจะมีการติดต่อประสานงานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปเร่งดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที และไม่เคยนิ่งนอนใจ   ถ้ามีเรื่องร้องเรียนหรือเรื่องราวร้องทุกข์โทรมาได้ที่โทร.0-2524-0015 เพื่อกองสาธารณสุขจะได้ดำเนินการตรวจสอบได้ตรงจุดและเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนทันที

ลูกหนี้หวั่นใจ โดนเจ้าหนี้โทรข่มขู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/395253

ลูกหนี้หวั่นใจ โดนเจ้าหนี้โทรข่มขู่

วันที่ 25 ตุลาคม 2562 – 14:05 น.
เจ้าหนี้โทรข่มขู่,ลูกหนี้,ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม,เปิดซองส่องไทย
เปิดอ่าน 196 ครั้ง

ลูกหนี้หวั่นใจ โดนเจ้าหนี้โทรข่มขู่ คอลัมน์..  เปิดซองส่องไทย ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

มีเรื่องอยากจะร้องเรียนกับทางลุงแจ่ม ดังนี้ คือ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 ทางบริษัทบริหารสินทรัพย์ JAM หรือ JMT โทรทวงหนี้กับดิฉัน เพื่อโทรทวงถามเรื่องเงินที่จะชำระ เราได้มีการโต้เถียงกันสักพัก ดิฉันก็ไม่ทราบว่า ทางบริษัทบริหารสินทรัพย์ JAM หรือ JMT ได้ทำการบันทึกเสียงของดิฉันไว้ โดยดิฉันได้บอกกับทางเจ้าหน้าที่ที่โทรมาว่า ให้ไปฟ้องได้เลย และเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมานี้เอง ได้มีเจ้าหน้าที่จากทางบริษัทบริหารสินทรัพย์ JAM หรือ JMT โทรมาอีก โดยเจ้าหน้าที่คนนั้นได้บอกกับดิฉันว่า คุณท้าให้บริษัทฟ้องใช่หรือไม่ และก็ถามถึงตำแหน่งหน้าที่การงานของดิฉัน แต่ดิฉันก็ไม่ได้บอกว่าทำงานที่ไหน และทางเจ้าหน้าที่ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ JAM หรือ JMT ก็ได้ข่มขู่ดิฉันว่า จะส่งไฟล์เสียงที่ได้ทำการบันทึกไว้ ส่งให้ทางฝ่ายทรัพยากรบุคคล และทางผู้บริหารระดับสูงได้รับทราบ

ดิฉันไม่เข้าใจว่า ทางบริษัทนี้มีการอัดคลิปเสียงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตได้อย่างไร และทางบริษัทมีสิทธิข่มขู่ลูกหนี้แบบนี้ได้ด้วยหรือ ดิฉันจึงอยากให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าวนี้ให้รับรู้ด้วยว่า การข่มขู่แบบนี้ และการอัดเสียงแบบนี้สามารถกระทำได้ด้วยหรือ เพราะดิฉันถือว่าการทำแบบนี้เป็นกรณีลิดรอนสิทธิมนุษยชนหรือไม่ แล้วทางลูกหนี้จะทำอย่างไรได้บ้างในกรณีแบบนี้
บังอร

 

ตอบ
นายบรรเจิด ชวลิตรุจิวงษ์ พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน ชี้แจงว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2558 ดังนั้น ท่านสามารถใช้สิทธิร้องเรียนได้ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยมีหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียน ดังต่อไปนี้ ที่ทำการปกครองจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง (กลุ่มกำกับการทวงถามหนี้) โทร.0-2356-9660 สถานที่ตั้ง วังไชยา (ตรงข้าม ธ.ก.ส.เดิม) ถนนนครสวรรค์ เขตดุสิต กทม. 10300, กองบัญชาการตำรวจนครบาล ฝ่ายอำนวยการ 5 โทร.0-2280-5189 สถานที่ตั้งเลขที่ 323 ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม. 10300, สถานีตำรวจ สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร.0-2169-7127-36 สถานที่ตั้ง กระทรวงการคลัง ถนนพระราม 6 อารีย์สัมพันธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 ฉบับนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการ ติดตามทวงถามหนี้ที่มีมาตรฐานเดียวกัน และมีบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันมิให้พนักงาน (ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ) อาจกระทำผิดตามกฎหมายฉบับนี้ในกรณีของ “บุคคลต้องห้ามในการทวงถามหนี้” ตามมาตรา 14 “ห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐประกอบธุรกิจทวงถามหนี้หรือทวงถามหนี้หรือสนับสนุนการทวงถามหนี้ซึ่งมิใช่ของตน…”

มาตรา 8 ห้ามผู้ทวงหนี้ติดต่อกับบุคคลอื่น ซึ่งมิใช่ลูกหนี้เพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่บุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการดังกล่าว การติดต่อกับบุคคลอื่นนอกจากบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสอบถามหรือยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้เท่านั้น โดยผู้ทวงถามหนี้ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) แจ้งให้ทราบชื่อตัว ชื่อสกุล และแสดงเจตนาว่าต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ (2) ห้ามแจ้งถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้เว้นแต่ในกรณีที่บุคคลอื่นนั้น เป็นสามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานของลูกหนี้ และบุคคลอื่นดังกล่าวได้สอบถามผู้ทวงถามหนี้ถึงสาเหตุของการติดต่อ ให้ผู้ทวงถามหนี้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ได้เท่าที่จำเป็นและตามความเหมาะสม (3) ห้ามใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมายในหนังสือ หรือในสิ่งอื่นใดที่ใช้ในการติดต่อสอบถาม ซึ่งทำให้เข้าใจได้ว่า เป็นการติดต่อเพื่อทวงถามหนี้ของลูกหนี้

มาตรา 11 ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทำการทวงถามหนี้ในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น (2) การใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น (3) การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ (4) การติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อให้ทราบว่าเป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน เว้นแต่กรณีการบอกกล่าวบังคับจำนองด้วยวิธีการประกาศหนังสือพิมพ์ซึ่งเจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้โดยวิธีการอื่น หรือกรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (5) การใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมายในการติดต่อลูกหนี้ที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้ไม่ได้สื่อให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (6) การทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา 34 “ในกรณีที่ปรากฏแก่คณะกรรมการตามมาตรา 27 ว่า ผู้ทวงถามหนี้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มีอำนาจสั่งให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือปฏิบัติให้ถูกต้องหรือเหมาะสมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ทวงถามหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการตาม มาตรา 27 พิจารณามีคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งแสนบาท”

มาตรา 37 “ให้คณะกรรมการตามมาตรา 27 มีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนของผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ได้เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ เคยถูกลงโทษปรับทางปกครองและถูกลงโทษซ้ำอีกจากการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติที่มีโทษทางอาญาตามพระราชบัญญัตนี้”

ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่ของทางบริษัทบริหารสินทรัพย์ JAM หรือ JMT มีการโทรศัพท์ไปข่มขู่ลูกหนี้ของทางบริษัท เพื่อเร่งรัดให้ลูกหนี้ชำระหนี้ โดยเจ้าหน้าที่มีการประพฤติปฏิบัติที่ผิดไปจากหลักของพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 ไม่ว่าจะมีการกระทำความผิดมาตราไหนก็ตามถือว่าผิดพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 และในกรณีดังกล่าวที่ทางเจ้าหน้าที่ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ JAM หรือ JMT ได้มีการแอบบันทึกเสียงสนทนาของคู่สนทนาขณะที่โทรมาสอบถามทวงหนี้กับทางลูกหนี้ และได้มีการโทรมาข่มขู่กับทางลูกหนี้เรื่องการจะนำคลิปเสียงที่ได้อัดไว้ไปส่งให้กับทางหน่วยงานของต้นสังกัดที่ตัวของลูกหนี้ได้ทำงานอยู่นั้น และในการที่มีการบันทึกคลิปเสียงการสนทนาดังกล่าว ทางตัวของเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่ได้มีการขออนุญาตที่จะทำการบันทึกเสียงการสนทนาครั้งนั้นแต่อย่างใด การกระทำแบบนี้อาจถือว่ามีความผิดทางด้านของกฎหมาย ในการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น ซึ่งตัวผู้ที่ถูกบันทึกเสียงเองนั้นสามารถเก็บรวบรวมหลักฐานและนำไปฟ้องร้องกับศาลได้เลย

แก้ไขความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขังในหมู่บ้านย่านพระราม 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/394931

แก้ไขความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขังในหมู่บ้านย่านพระราม 2

วันที่ 23 ตุลาคม 2562 – 14:10 น.
ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม,เปิดซองส่องไทย,น้ำท่วมขังในหมู่บ้านย่านพระราม 2
เปิดอ่าน 148 ครั้ง

แก้ไขความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขังในหมู่บ้านย่านพระราม 2 คอลัมน์… เปิดซองส่องไทย ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

นายพลเฉลิม ศรมณี ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน กทม. กล่าวตามที่ประชาชนแจ้งว่าในช่วงที่ฝนตกหนักจะมีน้ำท่วมขังภายในซอยย่อยของหมู่บ้านย่านพระราม 2 สูงถึง 20 เซนติเมตร นาน 4-5 วัน และบางครั้งนานเป็นสัปดาห์ ทำให้ทรัพย์สินเสียหายรวมถึงเกิดอุบัติเหตุขณะสัญจรเข้าออกในหมู่บ้านนั้น

สำนักงานเขตบางขุนเทียนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วพบเป็นหมู่บ้านธารทิพย์ ถนนพระรามที่ 2 ซอย 72 สำนักงานเขตจึงได้ดำเนินการแก้ไขโดยบล็อกท่อระบายน้ำจำนวน 2 แห่ง และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 2 เครื่องเพื่อเร่งระบายน้ำ ปัจจุบันไม่มีน้ำท่วมขัง

ทั้งนี้หมู่บ้านธารทิพย์เป็นที่ดินส่วนบุคคล ระบบท่อของหมู่บ้านเชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำถนนพระรามที่ 2 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงถนนและท่อระบายน้ำ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของหมู่บ้านธารทิพย์ได้ดียิ่งขึ้น

ชาวบ้านสุดทน ข้างบ้านส่งเสียงดังรบกวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/394552

ชาวบ้านสุดทน ข้างบ้านส่งเสียงดังรบกวน

วันที่ 21 ตุลาคม 2562 – 13:45 น.
ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม,เปิดซองส่องไทย,ข้างบ้านส่งเสียงดังรบกวน
เปิดอ่าน 245 ครั้ง

คอลัมน์…  เปิดซองส่องไทย   ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

เรื่องราวร้องทุกข์นี้เป็นเรื่องราวที่ใครหลายๆ คนคงเคยเจอกับเหตุการณ์ที่ว่า ข้างบ้านก่อความวุ่นวาย ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เหมือนกับผู้ร้องที่แจ้งเรื่องราวสุดปวดหัวมายังลุงแจ่มว่า “ผมอาศัยอยู่ในหมู่บ้านร่มสุข ข้างบ้านก่อเหตุส่งเสียงดังรบกวน แต่ไม่ใช่ลักษณะเสียงดังนะครับ แต่เป็นลักษณะคลื่นเสียง ที่รบกวนมากๆ ทำให้ปวดหัวและอื้ออึง

หลังจากแจ้งเจ้าหน้าที่เขตไปตรวจสอบและแจ้งกลับมาว่าเป็นเสียงของแอร์ ซึ่งถ้าหากเป็นเสียงความร้อนของแอร์จริงก็สามารถปรับได้และจากนั้นก็เปลี่ยนมาเปิดทางหลังบ้านแทน ซึ่งทางบ้านผมเองก็คอยระมัดระวังตัวไม่เปิดจากทางหน้าบ้าน แต่คือห้องนอนผมอยู่ติดกับข้างบ้านและข้างบ้านก็เปิดเครื่องอะไรไม่รู้เสียงดังมาก ทำให้เกิดคลื่นเสียงมารบกวนมากๆ เวลานอน

เคยร้องเรียนไปที่ด้านศูนย์ข้อมูลกรุงเทพมหานคร หรือ 1555 แล้วที่เขตก็จะมีการลงมาตรวจสอบ เคยเจรจากับข้างบ้านแล้วก็ไม่เป็นผล และแจ้งทางกทม.ไปแล้ว มีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบแล้วก็ส่งหลักฐานกลับมาแจ้งเราว่าไม่มีอะไรเลย จึงเกิดความสงสัยว่าจะเป็นการทายผลฟุตบอล เพราะในช่วงใกล้หวยออก การแข่งขันฟุตบอล วอลเลย์บอล คือเสียงจะดังมากเป็นพิเศษ ร้องเรียนไปยังเขตและเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการมาตรวจ เคยแจ้งไปที่กองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เคยแจ้งผมมาว่าบ้านเลขที่ 431/38 มีเครื่องซักผ้า 5 เครื่อง แต่บ้านนี้ไม่ได้ทำกิจการซักผ้า ผมก็ถามเขาว่ามันไม่ผิดปกติหรือมีเครื่องซักผ้า 5 เครื่อง ทั้งที่บ้านนี้ไม่มีการรับซักผ้าแต่อย่างใด

จึงสงสัยว่าเจ้าหน้าที่อาจจะปฏิบัติหน้าที่ไม่โปร่งใส ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการแก้ไขแต่อย่างใด พอรู้ว่าเราเป็นคนแจ้งก็ยิ่งเกิดเสียงดังมากขึ้นไปอีก  อยากเปิดตอนไหนก็ได้ ตอนนี้เดือดร้อนมากเพราะปัญหานี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ที่บ้านก็มีผู้สูงอายุมีผู้ป่วยที่ต้องพักฟื้น และเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย อยากให้ช่วยแก้ไขปัญหาหน่อยเพราะเดือดร้อนมากจริงๆ ไม่มีทางออกแล้ว”
เอ

ตอบ
ร.ต.ท.ชาญณรงค์ องค์อาจ รองสว.ป. ปฏิบัติหน้าที่วิทยุสื่อสาร สถานีตำรวจนครบาลบางโพงพาง ชี้แจงว่า ในกรณีที่มีผู้ที่เดือดร้อนแจ้งความเดือดร้องเรื่องข้างบ้านเสียงดัง ในกรณีนี้จะเป็นการแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือ โดยจะมีการแจ้งเหตุเข้าใน 2 ช่องทาง คือการมาแจ้งเรื่องราวที่สน. เองเลย กับอีกช่องทางคือการโทรศัพท์มาแจ้งที่เบอร์ 191  และเจ้าหน้าที่ก็จะรับเรื่องร้องเรียนไว้ และติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและจะตรวจสอบข้อมูลของพื้นที่ว่าเป็นเขตพื้นที่ของส่วนไหน และจะเร่งดำเนินการประสานงานไปถึงตำรวจสายตรวจที่อยู่ในพื้นที่เข้าตรวจสอบถึงเรื่องราวดังกล่าว

โดยบางกรณีที่มีการกระทบกระทั่งกันระหว่างสองฝ่าย ตำรวจสายตรวจก็จะดำเนินคดีตามความเป็นจริง และจะดำเนินการคดี จับ ปรับ กับผู้ที่กระทำความผิด ในส่วนของการรับเรื่องการแจ้งเหตุเข้ามาเกี่ยวกับกรณีคล้ายกันนี้ไม่สามารถกำหนดยอดในแต่ละวันได้เพราะเป็นเหตุไม่ตายตัว แต่ปกติก็มีแจ้งเข้ามาเกือบทุกวัน และได้ส่งสายตรวจเข้าไปตรวจสอบเรียบร้อยทุกครั้ง

ด้านศูนย์ข้อมูลกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า ในส่วนของศูนย์ข้อมูลกรุงเทพมหานคร 1555 จะมีการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนที่แจ้งเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องราวที่ต้องการร้องทุกข์หรือร้องเรียน และศูนย์ข้อมูลกรุงเทพมหานครจะเป็นฝ่ายดำเนินการประสานงานไปถึงหน่วยงานเขตที่มีหน้าที่รับผิดชอบบริเวณที่มีประชาชนแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์เข้ามา และทางเขตพื้นที่รับผิดชอบก็จะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบ และเมื่อมีการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาในส่วนนั้นแล้ว เขตก็จะส่งหนังสือชี้แจงมายังศูนย์ข้อมูลกรุงเทพมหานคร และศูนย์ข้อมูลกรุงเทพมหานครก็จะดำเนินการประสานและแจ้งความคืบหน้าให้ผู้ร้องได้รับทราบต่อไป

กทม.เร่งสำรวจ-ซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างชำรุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/394112

กทม.เร่งสำรวจ-ซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างชำรุด

วันที่ 18 ตุลาคม 2562 – 14:20 น.
ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม,ไฟส่องสว่างชำรุด,กทม
เปิดอ่าน 72 ครั้ง

กทม.เร่งสำรวจ-ซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างชำรุด คอลัมน์… เปิดซองส่องไทย ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวถึงข้อวิจารณ์ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างชำรุดทั้งบนถนน สะพานข้ามแยก และอุโมงค์ทางลอดในกรุงเทพฯ หลายแห่งว่า ที่ผ่านมาสำนักการโยธามีมาตรการตรวจสอบไฟฟ้าสาธารณะตามเส้นทางถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบตามวงรอบทุก 15 วัน หากเกิดไฟฟ้าดับจะส่งเจ้าหน้าที่หน่วยซ่อมไฟฟ้าเข้าตรวจสอบ หากพบหลอดไฟชำรุดจะดำเนินการเปลี่ยนทันที แต่หากอุปกรณ์ ตู้ไฟ หรือสายไฟฟ้าชำรุดหรือสูญหายจะจัดซื้ออุปกรณ์และจัดซ่อมเองกรณีชำรุดเสียหายเพียงเล็กน้อย หรือดำเนินการจ้างซ่อมหากเกิดชำรุดเสียหายมาก รวมถึงแจ้งการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ให้ประเมินราคาค่าซ่อม

ซึ่งภายหลัง กฟน. ประเมินราคาค่าซ่อมแล้วเสร็จจะส่งรายละเอียดให้สำนักการโยธา ก่อนเข้าดำเนินการจัดซ่อม นอกจากนั้นสำนักการโยธายังได้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน สะพานข้ามแยก อุโมงค์ทางลอด โดยลงพื้นที่ตรวจสอบความชำรุดเสียหายของสะพานข้ามแยกและอุโมงค์ทางลอดเป็นประจำเพื่อขอจัดสรรงบประมาณปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยของสะพานข้ามแยก เช่น ปรับปรุงผิวจราจร ปรับปรุงไฟฟ้าส่องสว่างและปรับปรุงป้ายสัญญาณจราจรโดยเร่งด่วน เช่น สะพานข้ามแยกพัฒนาการ สะพานข้ามแยกบางพลัด รวมทั้งติดตามข้อร้องเรียนเรื่องความชำรุดเสียหายของสะพานข้ามแยก อุโมงค์ทางลอดต่างๆ จากศูนย์ กทม. 1555 และไลน์@อัศวิน คลายทุกข์ แล้วดำเนินการแก้ไขโดยหน่วย Best ของสำนักการโยธา

รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กล่าวต่อไปว่า สำนักการโยธายังวางแนวทางบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ประกอบด้วย

1.งานที่ต้องยื่นขออนุญาตผ่านสำนักการโยธา ให้ใช้เงื่อนไขประกอบใบอนุญาต เป็นบันทึกข้อตกลงแนบท้ายใบอนุญาต ใช้คู่มือก่อสร้างงานสาธารณูปโภคปี 2550 และมีกลุ่มงานตรวจสอบระบบสาธารณูปโภค เป็นหน่วยงานประสานระหว่างหน่วยงาน กทม. และหน่วยงานภายนอก

2.งานนโยบายและงานโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายและสีต่างๆ ให้ใช้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ใช้เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตเพื่อกำกับดูแลความเรียบร้อย หากโครงการก่อสร้างเกิดผลกระทบหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน และใช้คำสั่งของผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลและตรวจรับสภาพ ภายหลังการก่อสร้าง

ปตท.จัดอบรมพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/393372

ปตท.จัดอบรมพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานแล้ว

วันที่ 14 ตุลาคม 2562 – 12:05 น.
ปัดเศษสตางค์,ปตท,ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม
เปิดอ่าน 142 ครั้ง

ปตท.จัดอบรมพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานแล้ว คอลัมน์…  ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม  เปิดซองส่องไทย 

ตามที่หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์คม ชัด ลึก คอลัมน์ “เปิดซองส่องไทย” เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ได้เป็นสื่อกลางในการนำเสนอข้อร้องเรียนของลูกค้าเอ็นจีวี ที่สถานีบริการเอ็นจีวี ปตท. สาขาคลังพระโขนง ในเรื่องการปัดเศษสตางค์ค่าก๊าซไม่ถูกต้องและไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ลูกค้าเอ็นจีวี

 ในการนี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
1.จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าพนักงานหน้าลานกระทำผิดจริง ในการปัดเศษสตางค์ ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562 ซึ่ง ปตท. ได้แจ้งผู้บริหารสถานีบริการเอ็นจีวี ปตท.สาขาคลังพระโขนงให้สอบสวนและลงโทษพนักงานด้วยการพักงาน รวมทั้งจัดอบรมพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐาน ปตท.

2.ปตท.ได้กำหนดมาตรการปัดเศษสตางค์ค่าก๊าซเอ็นจีวีตามหลักเกณฑ์ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ลงในคู่มือมาตรฐานสถานีและสัญญาจ้างบริหาร และได้พัฒนาระบบคำนวณเงินทอนอัตโนมัติ (Cashier Mode) ที่แสดงเงินทอนในใบเสร็จรับเงินเพื่อให้พนักงานหน้าลานปฏิบัติตาม รวมทั้งเน้นย้ำให้พนักงานหน้าลานออกใบเสร็จค่าก๊าซให้แก่ลูกค้าทุกครั้งเพื่อให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบเงินทอนได้อย่างถูกต้อง

3.หาก ปตท. พบว่าสถานีบริการเอ็นจีวีในการกำกับดูแลของ ปตท. มีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวถือเป็นความผิด ซึ่งปตท.มีการตักเตือนและบทปรับตามสัญญาการจ้างบริหาร

ทั้งนี้ ปตท.ขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอความอนุเคราะห์ในการเป็นสื่อกลางชี้แจงข้อเท็จจริง อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการต่อไป หากผู้ใช้บริการเอ็นจีวีพบการกระทำผิด หรือมีข้อแนะนำการบริการ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ PTT Contact Center โทรศัพท์ 1365 ตลอด 24 ชั่วโมง
นายศักดิ์เฉลิม สิทธิวงศ์
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่
ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์