คมเลนส์ส่องพระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/377471

คมเลนส์ส่องพระ

วันที่ 29 มิถุนายน 2562 – 00:00 น.
คมเลนส์ส่องพระ,พระเครื่อง
เปิดอ่าน 12,391 ครั้ง

โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

          *** งานประกวดพระ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มิ.ย.๖๒  จัดโดย  หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (SEAL) ร่วมกับ ชมรมศิษย์เก่าเบญจมราชูทิศ  จ.นครศรีธรรมราช (ภาคกลาง) ณ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เก็บเงินรายได้จากค่าส่งพระ+ค่าแผงพระ+บริจาค+ ผู้สนับสนุน รวมทั้งสิ้น  ๑๐,๐๘๗,๔๐๐ บาท  เฉพาะค่าส่งพระ ๔,๐๘๒,๐๐๐ บาท

**  งานประกวดพระ  วันอาทิตย์ที่ ๗ ก.ค.๖๒  ณ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ จัดโดย มูลนิธิรุจิรวงศ์ ร่วมกับ  บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด และ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย พระที่จัดประกวด ๓,๕๔๙ รายการ  ค่าส่งพระองค์ละ ๔๐๐ บาท  รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ พระปิดตาและเครื่องรางของขลังยอดนิยม โดย ท่านนายก พยัพ คำพันธุ์  รางวัลใหญ่ ส่งชิ้นส่วนหางบัตร ลุ้นรางวัล รถกระบะ อีซูซุ  ดี-แม็ก  ๑ รางวัล และสร้อยคอทองคำ หนัก ๑ สลึง ๑๐ รางวัล  แผงพระจรยุทธ ลุ้นรางวัล สร้อยคอทองคำ หนัก ๑ สลึง ๑๐ รางวัล  พัดลมทาวเวอร์ ๒๐ รางวัล

**  งานประกวดพระ วันอาทิตย์ที่ ๒๘ ก.ค.๖๒  ณ โรงแรมบรรจงบุรี  จ.สุราษฎร์ธานี  ประธานจัดงาน  วิทวัฒน์ กาญจนะ  เพื่อนำรายได้ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ มอบให้ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี  รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ รูปหล่อหลวงพ่อทวด เบตง รุ่น “เงินล้าน” เนื้อนวโลหะ

**  คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มที่  พระกำแพงซุ้มกอ  ๑ ใน ๕ พระชุดเบญจภาคียอดนิยม  อายุความเก่ากว่า ๗๐๐ ปี  ขุดพบจากลานทุ่งเศรษฐี จ.กำแพงเพชร  พุทธศิลป์สมัยสุโขทัย  มีหลายพิมพ์ อาทิ  พิมพ์ใหญ่มีกนกซอกแขนลึก, พิมพ์ใหญ่ไม่มีกนก, พิมพ์กลาง, พิมพ์เล็ก, พิมพ์จิ๋ว และพิมพ์ขนมเปี๊ยะ  เป็นพระเนื้อดินเผาที่มีความละเอียด ผิวพระมีเม็ดสีแดงเล็กๆ เป็นแร่ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ว่านดอกมะขาม” องค์ในภาพนี้เป็น  พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ มีกนก ซอกแขนลึก  ของ  อ.ต้อย เมืองนนท์  รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย

**  พระขุนแผน  พิมพ์ทรงพลเล็ก  กรุวัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี  องค์ช้างเผือก หน้าใหม่ ที่เพิ่งปรากฏเข้ามาเป็นดาวประดับวงการพระ ด้วยความสวยงามสมบูรณ์ คมชัดลึกทุกมิติ  มีหน้า-ตา-จมูก-ปาก ชัดเจน  สภาพเดิมๆ ไม่ผ่านการใช้มาก่อน  ผิวหิ้งสุดคลาสสิก ไม่เคยลงหนังสือเล่มใดมาก่อน  เป็นพระของ  แกะ อ่างทอง นักสะสมพระแท้สวยดูง่าย  ดีใจสุดๆ สั่งทำตลับทองคำฝังเพชรทันที

**  พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง พิมพ์ชะลูดใหญ่ เนื้อผงคลุกรัก เป็น ๑ ใน ๕ ของชุดเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก ที่โด่งดังสุดๆ  มีอานุภาพด้านมหาอำนาจ  คุ้มครองป้องกันภัย ป้องกันคุณไสยต่างๆ ได้ยอดเยี่ยม  ลักษณะลอยองค์ สร้างด้วยพิมพ์ประกบหน้าหลัง มีรอยตะเข็บข้าง ด้านล่างตัดตรง สามารถวางตั้งได้  ปัจจุบันหาพระแท้ได้ยากยิ่ง เพราะผู้ที่ครอบครองหวงแหนกันมาก จึงไม่ปรากฏมีพระหมุนเวียนในวงการเลย (ภาพจากหนังสือ “พระปิดตาและเครื่องรางของขลังยอดนิยม” โดย ท่านนายก พยัพ คำพันธุ์  รางวัลงานประกวดพระ จัดโดย มูลนิธิรุจิรวงศ์ฯ ร่วมกับ ไทยไฟท์ วันอาทิตย์ที่ ๗ ก.ค.๖๒ ณ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ)

** เหรียญหล่อหูปลิง ๒ หน้า หลวงปู่คำ วัดโพธิ์ปล้ำ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เป็นเหรียญหล่อโบราณ  ด้านหน้าเป็นรูปพระมหาพุทธพิมพ์  พระประธานวัดไชโย ที่ สมเด็จฯ โต สร้างขึ้น  อีกด้านเป็นรูป สมเด็จพระพุฒาจารย์  (โต พรหมรังสี) สร้างปี ๒๔๘๒  เหรียญนี้ได้รางวัลงานประกวดที่ศูนย์ราชการ (๑๖ มิ.ย.๖๒) สภาพสวยแบบนี้เช่าหากันที่ ๓-๔ หมื่นบาท ของ ฐกร บึงสว่าง จากชุมชนคนเล่นพระ  หลวงปู่คำ เกิด พ.ศ.๒๔๓๒ มรณภาพ ๒๕ มิ.ย.๒๕๐๓ สิริอายุ ๗๒ ปี พรรษา ๕๒ เป็นสหธรรมิกกับ หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก,  หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก,  หลวงพ่อพัก วัดโบสถ์ ฯลฯ  ท่านได้สร้างวัตถุมงคลไว้หลายอย่าง  อาทิ  เหรียญหล่อ ๒ หน้า, เหรียญทำบุญอายุ ๖๐ ปี, พระสมเด็จปรกโพธิ์ ๙ ชั้น, พระเนื้อว่านหลายพิมพ์,  ผ้ายันต์,  ตะกรุด,  รูปถ่าย และเบี้ยแก้

** พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เนื้อว่าน พิมพ์ใหญ่ กรรมการ ปี ๒๔๙๗  เป็นพิมพ์พิเศษ เนื้อว่านบดด้วยเครื่องบดยา จึงมีความละเอียดมาก  มีสีดำเข้ม เพราะใส่กากยายักษ์มากกว่าพิมพ์อื่นๆ  อีกทั้งการกดพิมพ์พิถีพิถันมาก องค์พระที่ได้ออกมาจึงสวยงามคมชัดเป็นพิเศษ  โดยเฉพาะองค์นี้ มีสภาพเดิมๆ ไม่ผ่านการใช้เลย ผิวพระมีฝ้าขาว  มีเอกลักษณ์สำคัญในการพิจารณาพระแท้ครบถ้วน  จัดเป็น พระแท้องค์ครู สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาอย่างยิ่ง  เป็นพระของ  นพ.อนุชิต กิจธารทอง  ศูนย์โรคตาหาดใหญ่  ถนนช่องเขา ม.อ. แพทย์ผู้สนใจสะสมพระเครื่องยอดนิยม

**  “เสือ” หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย คลองด่าน จ.สมุทรปราการ  แกะจาก “เขี้ยวเสือ” จัดเป็นหนึ่งในเครื่องรางของขลังที่ได้รับความนิยมสูงสุด  ชิ้นนี้เป็นศิลป์วัดกลาง จุดเด่นอยู่ที่ฐานเหลี่ยม ที่สำคัญสุดคือ รอยจารที่ฐานเป็น ยันต์กอหญ้า และตัว ฤ ฤๅ เห็นชัดเจน เนื้อเขี้ยวจัดมาก ความเก่าถึงยุค ได้รับรางวัลจากงานประกวดหลายงาน และผ่านการรับรองออกบัตรจากสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยมาแล้ว  เป็นสมบัติของ รศ.นพ.อัฐพร ตระการสง่า รพ.ศิริราช

**  “พญาเต่าเรือน”  หลวงปู่ศุข  วัดปากคลองมะขามเฒ่า เนื้อตะกั่ว  หลังจาร  เป็นอีกวัตถุมงคลหนึ่งของท่านที่หายากยิ่ง สร้างประมาณปี ๒๔๖๕-๒๔๖๖ ได้รับรางวัลชนะเลิศ ๒ ครั้ง ล่าสุดงานศูนย์ราชการ (๑๖ มิ.ย.๖๒) ของ  วีระภูมิ พละภิญโญ  เจ้าของธุรกิจหนุ่มไฟแรง และนักสะสมพระเครื่องยอดนิยม

**  ขอเชิญร่วมทำบุญคล้ายวันมรณภาพและปิดทองรูปหล่อ  หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว  อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี  วันศุกร์ที่ ๑๒-๑๓ ก.ค.๖๒ และร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี กองละ ๙๙๙ บาท รับล็อกเกต หลวงพ่อซวง เนื้อเงิน ๑ องค์  ส่วนล็อกเกต เนื้อทองคำ สร้างตามสั่งจอง บูชา ๑๕,๐๐๐ บาท  และรูปถ่ายขาวดำ ด้านหลังจีวร เลี่ยมพลาสติกกันน้ำ  ทำบุญ ๑๕๐ บาท  ติดต่อที่  พระปลัดธเนศ สุมโน  เจ้าอาวาสวัดชีปะขาว โทร.๐๘-๖๖๐๖-๒๓๓๔

** วางตลาดแล้ว นิตยสาร พระเกจิ ฉบับใหม่ ปก พระอาจารย์เถ่ง วัดหนองกรับ อภินันทนาการพระปรกใบมะขาม พร้อมกับหนังสือ อ่านเรื่อง หลวงปู่เสริฐ วัดอรัญวาศรีคีรีบรรพต, หลวงพ่อนัส วัดอ่าวใหญ่, พระดีมีพุทธคุณ ฯลฯ

** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป…ขอขอบพระคุณ ***

ตามไปดู…คุณปู่ศรีราชาขลังสุดๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/377304

ตามไปดู…คุณปู่ศรีราชาขลังสุดๆ

วันที่ 29 มิถุนายน 2562 – 00:00 น.
จิตร ภูมิศักดิ์,หลวงปู่ขาวศรีราชา,พระเครื่อง
เปิดอ่าน 5,431 ครั้ง

คอลัมน์…  ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน   โดย…  เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee)

วันก่อนผมพาครอบครัว มาถวายเทียนพรรษาที่วัดเขายี่สาร

ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านยี่สาร อัมพวา สมุทรสงคราม วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่โบราณคู่กับชุมชุนโบราณแห่งนี้ ใครอยากรู้ก็ไปหาอ่านได้ในเอกสารเก่าๆ ที่ ‘จิตร ภูมิศักดิ์’ เคยค้นคว้าไว้ น่าสนใจมากๆ

แต่ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งในวัดนี้คือ พระพุทธรูปที่เรียกกันว่า “คุณปู่ศรีราชา” หรือหลวงปู่ขาวศรีราชา ซึ่งในท้องถิ่นแถบนี้จะใช้สรรพนามนำหน้าว่า “คุณ” สำหรับผู้ที่เป็นที่เคารพนับถือ เช่น ใช้เรียกสรรพนามของพระสงฆ์ที่เป็นเจ้าอาวาส หรืออาจจะอ่อนอาวุโสกว่าแต่ให้ความเคารพในวัตรปฏิบัติว่า คุณตามด้วยชื่อ เช่น คุณผิน คุณคม ฯลฯ

คุณปู่ศรีราชาหรือคุณปู่ขาวศรีราชาในรูปลักษณ์พระพุทธรูป

และเรียกเทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลว่า คุณ เช่นที่บางขุนไทร อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ว่า “คุณพ่อฮุดโจ้ว” เรียกพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของเมืองแม่กลอง หลวงพ่อวัดบ้านแหลม ว่า “คุณพ่อวัดบ้านแหลม” รวมทั้งที่วัดเขายี่สารก็เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในชุมชนด้วยความเคารพว่า “คุณปู่ศรีราชา”

ในอดีต เนื่องจากหมู่บ้านยี่สารอยู่ชายทะเลดกดื่นด้วยป่าโกงกางอยู่ในเขตห่างไกลความเจริญจากตัวเมือง จึงเป็นแหล่งหลบซ่อนของพวกชุมโจรดังๆ หลายก๊ก

เล่ากันว่า ครั้งหนึ่งโจรกลุ่มหนึ่งจะเข้าปล้นบ้านยี่สาร ชาวบ้านเตรียมตัวพร้อมกับบนบานให้คุณปู่ช่วยเหลือ ทำให้โจรไม่สามารถเข้าปล้นได้และแม้บริเวณนี้จะเป็นแหล่งที่อยู่ชุมโจร

ผู้เขียนขณะมากราบไหว้ขอพรให้ท่านช่วยตามหนี้สินที่ยังไม่ได้คืน

แต่บ้านยี่สารไม่เคยถูกเข้าปล้นแม้สักครั้งเดียว หรือเป็นกำลังใจเมื่อเดินทางออกไปนอกชุมชน หรือการออกไปทำมาหากินต่างถิ่น ชาวบ้านก็จะมาบนบานที่ศาลนี้ ซึ่งเชื่อถือกันว่าแม่นยำและศักดิ์สิทธิ์ เสี่ยงทายเหตุการณ์ในชีวิตต่างๆ

เมื่อจัดงานมงคล เช่น งานบวช งานแต่งงาน ก็ต้องจุดธูปบอกคุณปู่ศรีราชาก่อน เรื่องราวของคุณปู่ศรีราชาเริ่มมีตัวตนในรูปแบบของคนแก่ลักษณะเป็นคนจีน แต่นุ่งขาวห่มขาว หมายถึงความบริสุทธิ์ จึงเรียกอีกชื่อว่า คุณปู่ขาวศรีราชา

ภาพวาดคุณปู่ขาวศรีราชา ถูกปิดทองจนต้องขอร้องให้เว้นช่วงใบหน้าไว้

แต่มีเอกสารหลักฐานบ่งชี้ว่า เป็นภาพลักษณ์ที่คนภายนอกเข้ามาสร้างให้ เมื่อราว ๕๐ ปีมาแล้ว เพราะมีพระสงฆ์ธุดงค์มาจากสุพรรณบุรีมาอยู่ที่วัดเขายี่สารแล้ว หลับฝันเห็นคนจีนแก่ๆ นุ่งขาวห่มขาว ถักผมเปียยาวไว้หนวดไว้เครายาวมาหา

พระท่านจึงได้จ้างช่างเข้ามาเขียนรูปคุณปู่ที่เห็นในฝันนำไปเก็บไว้ในศาลแล้วเรียกนามว่า ปู่ขาวศรีราชา ในปัจจุบันมีผู้นำทองมาปิดจนมองไม่เห็นรูปวาดเลย จนต้องขอร้องให้เว้นพื้นที่กระจกบริเวณใบหน้าไว้

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๑๖ ทางวัดทำเหรียญคุณปู่ออกมาให้บูชาไว้ให้คนในชุมชนห้อยคอ ครั้งแรกทำเป็นรูปไม้เจว็ดมีเทวดายืนอยู่ด้านใน ต่อมาก็สร้างรุ่น พ.ศ.๒๕๒๓ และในระยะปีหลังๆ ก็มีการจัดทำขึ้นแทบทุกปีเพื่อแจกผู้บริจาคเงินสมโภชหรือผู้ที่เข้ามาขอทั่วไปโดยไม่เกี่ยงว่าจะทำบุญเท่าใด

ไม้เจว็ดเทวดาศักดิ์สิทธิ์ที่คุณปู่ขาวสถิตอยู่ก่อน

กล่าวได้ว่าคนที่เป็นลูกหลานบ้านยี่สารจะมีเหรียญคุณปู่ห้อย

แล้วคุณปู่ขาวศรีราชา กลายเป็นพระพุทธรูปได้อย่างไร ?

เรื่องของเรื่องคือ ในสมัยหลวงพ่อกลอยเป็นเจ้าอาวาส ท่านดำริไว้ก่อนจะมรณภาพ (ก่อน พ.ศ.๒๕๐๓) ว่าอยากเปลี่ยนคุณปู่ศรีราชาให้เป็นพระพุทธรูป เพราะชาวบ้านพูดกันปากต่อปากว่า หากคุณปู่เป็น “ผี” พระสงฆ์ก็ไม่สามารถไหว้ได้ แต่ถ้าเป็น “หลวงพ่อปู่” พระสงฆ์จะได้ไหว้และมีส่วนร่วมในพิธีกรรมอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

หลังจากออกเหรียญเป็นไม้เจว็ดเทวดาไปได้หนึ่งปี ในปีพ.ศ. ๒๕๑๗ พระครูสมุทรวิสุทธิคุณ หรือหลวงพ่อผิน เจ้าอาวาสรูปต่อมา จึงตัดสินใจจะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และคัดเลือกรูปแบบของพระพุทธรูป

โดยไปซื้อพระพุทธรูปปางประทานพรแถวๆ เสาชิงช้าแทนการหล่อที่คิดว่าคงสิ้นเปลืองเงินทองมากเกินไป ส่วนเหตุที่เลือกพระพุทธรูปปางประทานพรแทนไม้เจว็ด เพราะเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงคุณปู่ที่ผู้คนนิยมมาขอพรกันอยู่เสมอ

ในกรณีนี้คนที่พูดคือ คุณเหิน อ่อนอุระ ชาวบ้านยี่สาร บอกไว้ เมื่อ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๓

…(ข้อมูลทั้งหมดนี้ พิมพ์อยู่ใน เอกสารทางวิชาการรวมบทความเรื่อง “เจ้าแม่ คุณปู่ ช่างซอ ช่างฟ้อน และเรื่องอื่นๆ ว่าด้วยพิธีกรรมและนาฏกรรม. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, กรุงเทพ)

ชาวบ้านยี่สารจึงพูดกันทั่วไปว่า “หลวงพ่อผินบวชคุณปู่ให้เป็นพระ” แม้จะมีคนไม่เห็นด้วยจำนวนมากแต่ก็ไม่มีกระบวนการขัดขวางแต่อย่างใด เพราะความเกรงใจพระสงฆ์ผู้เป็นเจ้าอาวาสรวมถึงผู้ใหญ่ในชุมชนเองก็เห็นชอบด้วย

แม้ในใจของทุกคนจะคิดถึงคุณปู่ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปเลยก็ตาม

แต่ ในปัจจุบัน คุณปู่ศรีราชาจึงมีสถานภาพอย่างเป็นทางการ ด้วยการยอมรับของวัดเขายี่สารโดยเฉพาะในการโฆษณาประชาสัมพันธ์งานสมโภชประจำปี เป็น “หลวงพ่อปู่ศรีราชา”

ส่วนไม้เจว็ดที่เคยเป็นสัญลักษณ์แทนตัวคุณปู่ศรีราชา เป็นแผ่นไม้ยาวปลายรูปเหลี่ยมข้าวหลามตัดที่ด้านบน ขนาดของไม้ที่ตั้งอยู่ในศาลยาวประมาณ ๑๕๐ ซม. เล่ากันว่ามีช่างไม้จากที่อื่นเข้ามาซ่อมหลังคาพระอุโบสถ นานกว่า ๘๐ ปีมาแล้วได้แกะสลักไม้เจว็ดให้มีสัญลักษณ์เป็นรูปเทวดายืนถือพระขรรค์อยู่ด้านในสัญลักษณ์ไม้เจว็ดที่มีรูปเทวดานี้ จึงกลายเป็นรูปแบบของเหรียญห้อยคอที่ชาวบ้านนิยมกันมากกว่ารูปแบบอื่นๆ เช่น รูปพระพุทธรูปปางประทานพร

ที่นีมีงานประจำปีซึ่งเป็นงานที่มีคนเข้ามาเที่ยวและไหว้คุณปู่ศรีราชาจากชุมชนใกล้เคียงเป็นจำนวนมากกลางเดือนธันวาคมของทุกปีคือ “งานปิดทองสมโภช หรืองานปี” ซึ่งวัดเขายี่สารจัดเป็นงานวัดใหญ่โต และยังมี “พิธีเวียนเทียนคุณปู่” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

งานสมโภชคุณปู่ศรีราชาจัดเป็นงานใหญ่ในท้องถิ่น จะเป็นรองก็เห็นแต่งานวัดหลวงพ่อเขาตะเคราเท่านั้น !!!

ทุกวันนี้ ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมากราบไหว้ขอพรและขอสิ่งที่ต้องการ แต่อย่าบนบาน ให้ขอเฉยๆ เพราะคุณปู่ไม่ชอบ !! โดยเฉพาะทวงหนี้สิน ร่ำลือกันว่าได้ผลดีนัก ใครมีลูกหนี้แล้วถูกชักดาบ ถูกโกง ถูกหักหลังเรื่องเงินทอง มักจะมาขอให้คุณปู่ขาวศรีราชาเคลียร์ให้ ส่วนใหญ่มักจะสำเร็จและก็มาถวายประทัดและไข่ต้มกัน ไม่ต้องเชื่อผมหรอก ดูกองประทัดที่ผู้คนนำมาแก้ถวายคุณปู่กันเอาเอง !!

คมเลนส์ส่องพระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/376153

คมเลนส์ส่องพระ

วันที่ 22 มิถุนายน 2562 – 13:45 น.
คมเลนส์ส่องพระ,พระเครื่อง
เปิดอ่าน 25,575 ครั้ง

คอลัมน์… คมเลนส์ส่องพระ โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

    *** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มด้วย พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ของ อ.ต้อย เมืองนนท์ (พิศาล เตชะวิภาค) รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ผู้ชำนาญพระยอดนิยมทุกประเภท โดยเฉพาะพระชุดเบญจภาคีซึ่งมี พระสมเด็จ วัดระฆัง เป็นอันดับ ๑ ของพระชุดนี้ ตามประวัติที่มีการเผยแพร่มานานปี กล่าวว่า แม่พิมพ์พระชุดนี้ออกแบบเรียบง่าย ไม่มีลวดลายอะไร แม้ว่าจะเป็นการออกแบบของ “ช่างสิบหมู่” ในวังหลวงก็ตาม แต่ที่เน้นกันมาก คือ ผงวิเศษ ที่เป็นส่วนผสมหลักของ พระสมเด็จ วัดระฆัง ซึ่งเจ้าประคุณสมเด็จตั้งใจลบผงด้วยตนเอง อีกประการหนึ่ง การสร้างพระสมเด็จ วัดระฆัง เป็นการสร้างตามแต่โอกาสที่เจ้าประคุณสมเด็จจะกำหนดขึ้น แต่ละครั้งมีจำนวนสร้างไม่มากนัก ไม่ได้สร้างคราวเดียวจำนวนมากๆ สร้างเสร็จในแต่ละครั้ง เจ้าประคุณสมเด็จจะแจกให้ชาวบ้านตามอัธยาศัย หมดแล้วก็สร้างขึ้นใหม่ พระสมเด็จ วัดระฆัง มีทั้งหมด ๔ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่, พิมพ์ทรงเจดีย์, พิมพ์ฐานแซม และพิมพ์เกศบัวตูมลักษณะสำคัญของ พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ คือ องค์พระล่ำสัน ฐานชั้นล่างสุดมีลักษณะเป็นแท่นหนาทึบ และใหญ่กว่าฐานชั้นอื่นๆ พื้นที่นอกซุ้มครอบแก้วด้านซ้ายขององค์พระมีน้อยกว่าด้านขวา ฯลฯ

** พระชุดเบญจภาคีพระนาคปรกใบมะขามยอดนิยม ที่วงการพระเครื่องนิยมกันมาก คือ ๑.พระนาคปรกใบมะขาม วัดท้ายตลาด (วัดโมลีโลก) ๒.พระนาคปรกใบมะขาม หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า ๓.พระนาคปรกใบมะขาม วัดกัลยาณมิตร ๔.พระนาคปรกใบมะขาม หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ และ ๕.พระนาคปรกใบมะขาม วัดอนงคารามในจำนวนนี้ พระนาคปรกใบมะขาม หลวงปู่ศุข มีอายุความเก่ามากที่สุด พอๆ กับ พระนาคปรกใบมะขาม วัดท้ายตลาด แม้ว่าจะเป็นพระองค์เล็กจิ๋ว แต่สนนราคาไม่จิ๋วเลย องค์สวยๆ ขึ้นหลักล้านมานานแล้วองค์ในภาพนี้ คือ พระนาคปรกใบมะขาม หลวงปู่ศุข ได้รับรางวัลชนะเลิศ งานประกวดพระเมื่อวันอาทิตย์ (๑๖ มิ.ย.๖๒) ที่ผ่านมา สวยสมบูรณ์มาก ผิวหิ้ง สภาพเดิมๆ ของ บอย โกพัด นักสะสมพระสวยแท้ดูง่ายติดรางวัล

**หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมมากมาย ท่านได้สร้างพระเครื่องหลายรูปแบบ ล้วนได้รับความนิยมจากชาวบ้านและนักสะสมพระเครื่องมาตลอด วันนี้ได้รับภาพ พระพิมพ์ปรกโพธิ์เล็ก เนื้อว่าน หายากมาก สภาพสวยสมบูรณ์ แชมป์งานประกวดพระเมื่อวันอาทิตย์ (๑๖ มิ.ย.๖๒) เป็นพระของ ไก่ ปอร์เช่ ผู้บริหารสถาบันการเงินชื่อดัง นักสะสมพระเครื่องผู้ชำนาญการพระหลายประเภท

** อีกองค์หนึ่งที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเช่นกัน พระผงของขวัญ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ รุ่นแรก พิมพ์ ๓ สวยสมบูรณ์คมชัดทุกซอกมุม สมศักดิ์ศรีงานนี้จริงๆ เป็นพระของของ อนุศักดิ์ กิตติศิริสวัสดิ์ ผู้นิยมสะสมพระหลวงปู่ศุขหลวงพ่อเดิม ฯลฯ มีพระสวยๆ ติดรางวัลหลายองค์ ช่วงนี้หันมาเก็บ พระผงของขวัญ หลวงพ่อสด อีกสำนักหนึ่ง

**หลวงปู่ทับ วัดอนงคาราม คลองสาน เป็นพระลูกวัด โดยมี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม) เป็นเจ้าอาวาส หลวงปู่ทับ มีวิชาอาคมสูง สามารถเล่นแร่แปรธาตุ จนได้ เนื้อเมฆสิทธิ์ โดยใช้คาถาอาคมกำกับทุกขั้นตอน ท่านได้สร้าง พระเมฆสิทธิ์ สีเขียวปีกแมลงทับหลายพิมพ์ อาทิ พระปางซ่อนหา พระปิดตา ลูกอม ฯลฯ มีคุณวิเศษด้านอยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาด ปลอดภัย และสามารถใช้เสริมดวง กันดวงตก คุ้มครองดวงชะตาได้ด้วย องค์ในภาพนี้ คือ พระปิดตาเมฆสิทธิ์ ของ ภมร ภคอัครเลิศกุล (ตือ ประตูน้ำ) นักสะสมพระเครื่องรุ่นใหญ่ นิยมพระสวยแท้ดูง่าย

** พระปิดตาหลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ เนื้อเมฆพัด จ.นครปฐม เป็น ๑ ใน ๕ ของชุดเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อโลหะยอดนิยม สร้างด้วยเนื้อเมฆพัด และเนื้อชินตะกั่ว มีหลายพิมพ์ ที่นิยมกันมาก คือ พิมพ์หูกระต่าย และ พิมพ์สะดือจุ่น (องค์ในภาพนี้) ท่านเริ่มสร้างพระปิดตาประมาณปี ๒๔๓๒ สมัยอยู่ที่วัดพระปฐมเจดีย์ และสร้างต่อมาในช่วงที่อยู่วัดห้วยจระเข้ จนถึงปี ๒๔๕๒ ท่านได้มรณภาพด้วยโรคชรา (ภาพจากหนังสือ “พระปิดตาและเครื่องรางของขลังยอดนิยม” เขียนโดย ท่านนายก พยัพ คำพันธุ์ รางวัลงานประกวดพระ จัดโดยมูลนิธิรุจิรวงศ์ฯ ร่วมกับ ไทยไฟท์ วันอาทิตย์ที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ณ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ)

**เหรียญใบสาเก หลวงพ่อทวดวัดช้างให้ ปี ๒๕๐๖ มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์หน้าแก่และพิมพ์หน้าหนุ่มเนื้อทองแดงรมดำเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ไม่ใช่พิมพ์เสมาหรือพิมพ์รูปไข่ ที่วัดช้างให้ ใช้เป็นพิมพ์หลัก เหรียญลักษณะนี้วงการพระมักจะเรียกว่าเป็นเหรียญแจกที่วัดไทยในปีนัง ภาพนี้เป็น เหรียญพิมพ์หน้าแก่ ปั๊มได้คมชัดผิวเดิมๆ เป็นเหรียญแชมป์งานประกวดเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา (๑๖ มิ.ย.๖๒) เจ้าของเหรียญ อนุชา เทวานฤมิตรกุล แชมป์โต๊ะหลวงพ่อทวดวัดช้างให้โดยได้รางวัลที่ ๑ จำนวน ๑๐ องค์

**เหรียญพระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ ชินวโรรุ่นแรก ปี ๒๕๑๙ วัดดอนศาลาพิมพ์ลาแตก เป็นครั้งแรกที่มีการนำโลหะบ้านเชียง อายุกว่าพันปี ผสมลงในมวลสาร ทำให้เกิดเนื้อโลหะพิเศษมีสีกระดำกระด่าง สังเกตง่าย ไม่เหมือนเหรียญทั่วๆ ไป สร้างโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล (พระองค์ชายใหญ่) โดยมี ประกอบ กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินงานจากเหรียญที่ออกจากวัดราคาหลักสิบ ชั่วโมงนี้ราคาหลายหมื่นบาท เหรียญในภาพนี้ส่งมาจาก วิชัย พลอยแสงโชติ (ก๊องเบตง) ที่ ๑ งานหาดใหญ่ที่ผ่านมา (๑๙ พ.ค.๖๒)

**คชสิงห์ หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน จ.สมุทรสาคร ขนาด ๒.๕ ซม. หนึ่งในสุดยอดพระคณาจารย์แห่งลุ่มน้ำแม่กลอง ที่สร้างวัตถุมงคลยอดนิยมหลายชนิด เล่ากันว่า ดวงตาของ หลวงปู่รอด นั้นเป็นแววเหมือนดั่งมี “กงจักร” อยู่ในดวงตา สมัยนั้นไม่มีใครกล้าจ้องตากับท่าน นอกจากนี้ยังเล่าลือกันว่า ท่านสามารถล่องหนหายตัวเข้าไปในเรือนจำ จ.สมุทรสาคร และยังล่วงรู้ถึงวันมรณภาพของท่านเองได้อย่างแม่นยำ คชสิงห์ วัดบางน้ำวน นับเป็นอีกหนึ่งสุดยอดเครื่องรางที่หายากที่สุด มีหมุนเวียนในวงการน้อยมาก จนแทบจะนับตัวได้ คชสิงห์ หลวงปู่รอด สร้างจากไม้ขนุน มีศิลปะการแกะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะประจำสำนัก ตัวนี้สภาพสวยแชมป์ เนื้อไม้จัดมัน ไม่ผ่านการใช้มาก่อน ติดที่ ๑ งานใหญ่ของตำรวจภูธรภาค ๗ ที่ ร.ร.นรต อ.สามพราน จ.นครปฐม (๕.ส.ค.๖๑) ของ เติ้ง รักษ์ศิลป์ สายตรงเครื่องรางยอดนิยม

** ท้าวเวสสุวรรณ รุ่น “ลาภผลพูนทวี” หลวงพ่อหนุน สุวิชโย วัดพุทธโมกข์ จ.สกลนคร เทพอธิบดีแห่งสวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกา ผู้ดูแลขุมทรัพย์ทั้งหมดบนโลก เพื่อนำรายจัดสร้างรูปเหมือนขนาดเท่าองค์จริงหลวงพ่อพิธีเททองวันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ พร้อมกับพิธีปลุกเสก สอบถามโทร.๐๙-๒๙๙๔-๒๙๖๙

**พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป ขอขอบพระคุณ ***

การกลับมาอีกครั้งของหลวงปู่สรวงเทวดาเล่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/376485

การกลับมาอีกครั้งของหลวงปู่สรวงเทวดาเล่นดิน

วันที่ 22 มิถุนายน 2562 – 00:00 น.
หลวงปู่สรวงเทวดาเล่นดิน
เปิดอ่าน 10,655 ครั้ง

คอลัมน์…  ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน  โดย…   เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee) 

ผมเชื่อว่า ถ้าเอ่ยนามหลวงปู่สรวง ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก ถ้าคุณเป็นผู้ที่เชื่อมั่นเคารพศรัทธาในพระเครื่อง, พระเกจิอาจารย์และวัตถุมงคลทั้งหลาย ยิ่งถ้าเป็นพระเกจิอาจารย์สายเหนือโลกคือ นิยมที่จะเล่นกสิณ เพื่อสั่งสอนผู้คนให้เห็จสัจธรรมของชีวิตผ่านการแสดงออกว่าปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่น โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นธรรมาสน์นั่งเทศนา แต่ให้ดูกันเอาเอง คิดกันเอาเอง ใครมีปัญญาก็เห็นธรรม….อะไรทำนองนั้น !!

กสิณคือวิธีการปฏิบัติสมาธิแบบหนึ่งในพระพุทธศาสนา มีความหมายว่า เพ่งอารมณ์ เป็นสภาพหยาบ สำหรับให้ผู้ฝึกจับให้ติดตาติดใจ ให้จิตใจจับอยู่ในกสิณใดกสิณหนึ่งใน 10 อย่าง ให้มีอารมณ์เป็นหนึ่งเดียว จิตจะได้อยู่นิ่งไม่ฟุ้งซ่าน มีสภาวะให้จิตจับง่ายมีการทรงฌานถึงฌาน 4 ได้ทั้งหมด กสิณทั้ง 10 เป็นพื้นฐานของอภิญญาสมาบัติ

รูปหล่อลอยองค์หลวงปู่สรวงที่กำลังมีการเททองหล่อนำฤกษ์

การเพ่งกสิณนับว่าเป็นอุบายกรรมฐานกองต้นๆ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติไว้ ว่าด้วยการปฏิบัติสมาธิภาวนาเพื่ออบรมจิต (อันเป็นแนวทางแห่งการบรรลุสำเร็จมรรคผลนิพพาน หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารนี้ออกไปได้) ซึ่งอุบายกรรมฐานมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสี่สิบกอง ภายใต้กรรมฐานทั้งสี่สิบกองนั้น จะประกอบไปด้วยกรรมฐานที่เกี่ยวเนื่องกับการเพ่งกสิณอยู่ถึงสิบกองด้วยกัน

ส่วนหลวงปู่สรวงนั้น มีประวัติความเป็นอย่างไร…ไม่มีใครทราบถิ่นกำเนิดและอายุที่แท้จริงของท่าน เพียงแต่รับรู้กันว่าเป็นพระภิกษุชาวเขมร เข้ามาในเมืองไทยนานแล้ว ได้รับการเล่าขานจากคนเฒ่าคนแก่ ที่อยู่ตามแนวชายป่าตะเคียนราม อ.ภูสิงห์ หรือแถว ต.กันทรารมย์ อ.ขุขันธ์ และหมู่บ้านต่างๆ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ดร.ถานันดร์ วัชโรทยางกูร กำลังหารือกับพระอาจารย์เทียนชัย ชัยทีโป เจ้าอาวาส

ต่างบอกว่า…ท่านคืออริยสงฆ์ผู้อยู่เหนือกาลเวลา 500 พรรษา นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป ชาวบ้านแห่งดินแดนอีสานใต้ ยกย่องท่านว่า เป็นผู้วิเศษแห่งภูตะแบง บ้างก็เรียกขานท่านว่าเทวดาเล่นดิน เล่นกสิณไฟเผาทุกสรรพสิ่ง เพื่อละวางและมีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์มาก !

เรื่องราวของหลวงปู่สรวงเต็มไปด้วยเรื่องราวหลากฤทธิ์พิสดาร มีอภินิหารต่างเล่าขานกันมาจากปากต่อปากสื่อสิ่งพิมพ์ตีแผ่เรื่องราวของหลวงปู่สรวงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และเป็นที่กล่าวขานมาจนทุกวันนี้

ผมเพิ่งเดินทางไปกราบกายสังขารของท่าน ที่บรรจุอยู่ในโลงแก้ว วัดไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ หลังจากที่ท่านละกายสังขารนี้ไปเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2543 หรือเมื่อ 19 ปีที่แล้ว กับสื่อมวลชนรุ่นใหญ่ของวงการพระเครื่องคือ อ.วันชัย สุพรรณ พบว่ายังมีผู้คนเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศทั้งคนไทย คนเขมร และนานาชาติ ยังเดินทางมากราบไหว้ขอพึ่งบารมีของท่าน

รูปหล่อขนาดใหญ่ของหลวงปู่สรวงที่วัดเทพสรธรรมาราม (บายตึ๊กเจีย) ย่านรังสิต

หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน นามของท่านก็บ่งบอกอยู่แล้วว่า ไม่ธรรมดา แฝงปริศนาธรรม เพราะดินหรือปฐวีธาตุก็คือ หนึ่งในกองกสิณ ขณะเดียวกันเมื่อใครถวายอะไรมาให้ท่านไม่ว่าจะเป็นข้าวของเงินทอง ฯลฯ ก็จะโยนเข้ากองไฟจนหมดสิ้น ซึ่งไฟ หรือ อัคคีธาตุ ก็เป็นอีกหนึ่งกองกสิณที่พระอริยสงฆ์สายเหนือโลกใช้ฝึกจิต ไม่ให้ยึดมั่นถือมั่น

ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดของธรรมะที่สอนให้คนเราไม่ควรอยู่ในกองไฟแห่งกิเลสและควรหนักแน่นดุจแผ่นดิน !!

กล่าวสำหรับวัตถุมงคล เครื่องรางของขลังของหลวงปู่สรวงนั้นก็มีมากมายที่ล้วนได้รับความนิยมจากผู้ที่เคารพศรัทธา แต่ในวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 จะมีการประกอบพิธีเททองหล่อรูปเหมือนของหลวงปู่สรวงขึ้นอีกครั้ง

ผู้เขียนขณะกราบสังขารที่ไม่เน่าเปื่อยของท่านที่วัดไพรพัฒนา ท่ามกลางมวลมหาประชาชนที่มากันอย่างเนื่องแน่น

นับเป็นการกลับมาอีกครั้งของท่านพระเถราจารย์สายเหนือโลก ก่อร่างสร้างกายรูปสังขารขึ้นมาจากการหลอมแผ่นชนวนมหามงคลและแผ่นทองที่ทุกคนสามารถไปร่วมงานและร่วมกันเขียนชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิดของตัวเอง ลงในแผ่นทอง แผ่นชนวน เพื่อนำไปหล่อหลอมใหม่ในรูปกายสังขารของท่าน และให้กสิณไฟเผาไหม้สิ่งที่ไม่ดีในชีวิตให้มลายหายสิ้นหลอมในเบ้าเตาเผาหลอมให้เหลือแต่สิ่งที่ดีๆ ส่งเสริมดวงชะตาของท่านให้มีความเจริญรุ่งเรือง

ในพิธีเททองหล่อนำฤกษ์ องค์ต้นแบบหลวงปู่สรวง…เทวดาเล่นดิน…เพื่อประดิษฐานไว้ที่วัดเพื่อให้ทุกคนได้บูชาสักการะขอพร

ถ้าใครสนใจอยากจะไปร่วมในพิธีเททองหล่อนำฤกษ์หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน ก็สามารถไปกันได้ที่ มณฑลพิธีวัดเทพสรธรรมมาราม ย่านรังสิต–ปทุมธานี โดยมีพระราชวรเมธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ บางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เป็นประธานจุดเทียนชัย

ผู้เขียนขณะกราบสังขารที่ไม่เน่าเปื่อยของท่านที่วัดไพ

โดยมีพระเกจิอาจารย์ผู้มากด้วยฤทธิ์ในสายเหนือโลก-สายหลวงปู่สรวงร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิต ประกอบด้วย พระครูโกศลสิกขกิจ (พุฒ วายาโม) วัดไพรพัฒนา ศรีสะเกษ, หลวงปู่อุดมทรัพย์ สำนักเวฬุวัน อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ, หลวงปู่บุญหลาย วัดปุดเนียม อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ, หลวงปู่พรชัย เคราเพชร จ.ศรีสะเกษ, หลวงพ่ออุดมโชค วัดโพธิ์พระองค์ อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ, หลวงพ่อวัฒน์ วัดโคกทอง จ.มหาสารคาม, หลวงพ่อสมาน ที่พักสงฆ์ป่ารวก อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์, พระครูยติธรรมานุยุต (หลวงพ่อแป๊ะ) วัดสว่างอารมณ์ (แคแถว) อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม, หลวงพ่ออวยพร วัดดอนยายหอม อ.เมือง จ.นครปฐม ดับเทียนชัย โดยพระครูปลัดสุวัฒนวิสุทธิสารคุณ, พระอาจารย์เทียนชัย ชัยทีโป เจ้าอาวาสวัดเทพสรธรรมาราม (บาย ตึ๊ก เจีย) ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี

สำหรับประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีเททองหล่อนำฤกษ์และจะแจกวัตถุมงคลฟรีให้แก่ทุกท่านที่อยู่ในพิธีคือ ดร.ถานันดร์ วัชโรทยางกูร ผู้เป็นประธานจัดสร้างวัตถุมงคลชุดนี้ เพื่อหารายได้ถวายวัด นำไปสร้างพระอุโบสถกำลังดำเนินการก่อสร้างขณะนี้

เพราะฉะนั้น ถ้าใครสนใจจะไปร่วมงานก็ติดต่อสอบถามไปได้ที่ วัดเทพสรธรรมาราม (บาย ตึ๊ก เจีย) 0-2501-3536, 09-9187-1118

งานบุญดีๆ พิธีเหนือโลกแบบนี้ ผมว่าไม่ธรรมดา…คนธรรมดาเดินดิน ใครไม่มางานหล่อพระเกจิเทวดาเล่นดิน ถือว่า พลาดอย่างแรง !!

คมเลนส์ส่องพระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/375550

คมเลนส์ส่องพระ

วันที่ 15 มิถุนายน 2562 – 00:00 น.
พระเครื่อง,คมเลนส์ส่องพระ,พระขุนแผน ผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม
เปิดอ่าน 20,846 ครั้ง

คมเลนส์ส่องพระ โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

      *** วันอาทิตย์ที่ ๑๖ มิถุนายนนี้ มี งานประกวดพระ  จัดโดย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (ซีล) ร่วมกับชมรมศิษย์เก่าเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช (ภาคกลาง) ประธานจัดงาน พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ประธานดำเนินงาน นาวาเอก ทินกร กาญจนเตมีย์ ประธานฝ่ายประสานงานพระเครื่อง ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง, นาวาเอก ภูษิต แสงจันทร์, อนุวัตร ศรีไสยเพชร และ พินิจ เตียเจริญ พระที่จัดประกวด ๓,๓๕๔ รายการ ครบทุกประเภท ค่าส่งพระองค์ละ ๔๐๐ บาท รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือสุดยอดพระเกจิอาจารย์ของ “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หนา ๔๕๒ หน้า ปกแข็ง บรรจุในกล่องแม่เหล็ก รางวัลที่ ๒-๓-๔ พระปิดตากรมหลวงชุมพร (ย้อนยุค)…..แผงพระจรยุทธ จับสลาก ๓๓๓ รางวัลงานนี้ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ฯลฯ ให้การสนับสนุน

** พระองค์แรกวันนี้ขอเริ่มด้วย พระพุทธรูปเชียงแสนลังกาวงศ์ สิงห์หนึ่ง อายุร่วม ๗๐๐ ปีหน้าตักประมาณ ๖ นิ้ว องค์นี้สมบูรณ์แบบทั้งศิลปะเชียงแสนสิงห์หนึ่งยุคโบราณคลาสสิกรังสรรค์ผลงานโดยช่างหลวงที่ประณีตออกแบบและสร้างองค์พระได้สง่างดงาม ไปจนถึงฐานและดินใต้ฐานที่เป็นเอกลักษณ์พระเชียงแสนทั้งผิวพรรณดี จมูกคม การันตีด้วยภาพในหนังสือ “รวมพระชนะเลิศงานประกวดจัดโดยคณะนรต.รุ่นที่ ๔๗ ณ ไบเทคบางนา (๓๐ ก.ย.๖๑) เป็นพระของ ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช ผู้ครอบครองพระพุทธรูปโบราณองค์สวยแชมป์จำนวนมาก

**พระพุทธชินราชอินโดจีน ปี ๒๔๘๕ สร้างขึ้นเพื่อให้ทหารและประชาชนได้บูชาติดตัวในยามเกิดสงคราม ปกป้องภยันตราย โดยจำลองจากองค์ พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก คณะกรรมการพุทธสมาคม เป็นผู้ริเริ่ม ท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์) วัดสุทัศนฯ เป็นผู้ดำเนินการ ประกอบพิธีเททองหล่อตามตำราการสร้างพระกริ่งพระชัยวัฒน์ของวัดสุทัศนฯ อย่างถูกต้อง ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๕ จากนั้นได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดสุทัศนฯ เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๔๘๕ โดยมี สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) เป็นองค์ประธาน ท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์) เป็นแม่งาน พระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียง ๘๒ รูป นั่งปรกปลุกเสก องค์ในภาพนี้เป็น พิมพ์สังฆาฏิสั้นหน้าเสาร์ห้า พิมพ์นิยมสภาพผิวพรรณวรรณะกลับดำแบบผิวหิ้ง เป็นพระของ PDC Singapore ผู้ศรัทธาพระเครื่องเมืองไทยเป็นอย่างมาก

** พระกริ่งวัดเศวตฉัตรวรวิหารปี ๒๕๐๙ การจัดพิธี อ.นิรันดร์ แดงวิจิตร ได้ร่วมงานตั้งแต่ต้นจนเสร็จพิธี พระเกจิอาจารย์ ๓๐ รูปนั่งปรกปลุกเสก เมื่อวันที่ ๑๕-๑๖ พฤษภาคม ๒๕๐๙ จำนวนสร้างพระกริ่ง ๑๐๘ องค์ พระชัยวัฒน์ ๕๐๐ องค์ เนื้อนวโลหะทั้งหมดมวลสารถูกต้อง พิธีดี สร้างจำนวนน้อยองค์นี้เป็นของ ฐกร บึงสว่าง  จากชุมชนคนเล่นพระ

** พระขุนแผน ผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม เนื้อกระยาสารท ที่เรียกเช่นนี้ก็เพราะช่วงที่สร้างพระรุ่นนี้เป็นหน้าทำบุญเกี่ยวกับกระยาสารท จึงมีการนำเนื้อกระยาสารทผสมลงไปด้วย เนื่องจากกระยาสารทมีส่วนผสมของ “น้ำผึ้ง” จึงทำให้พระเนื้อนี้มีลักษณะเหมือนเคลือบด้วยน้ำผึ้ง พระองค์นี้ผู้ชำนาญการยืนยันว่าเป็น “พระแท้” แต่ด้อยความสวยงามไปบ้าง กระนั้นก็ตามสนนราคาก็ยังอยู่ในหลักแสนต้นขึ้นไป เป็นพระของ เล็ก หลักสี่  นักสะสมพระเครื่องหลากหลายประเภท

** เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่นสาม พิมพ์สองจุดประคดข้างเดียว จัดเป็นเหรียญยอดนิยมอันดับต้นๆ ของสายนี้ เอกลักษณ์สำคัญสุดคือตรงเอวของหลวงพ่อทวดมีผ้ารัดประคดซ้ายเพียงข้างเดียว ข้างขวาไม่มี ทั้งนี้อาจจะเกิดจากความพลั้งเผลอของช่างแกะแม่พิมพ์ ทำให้เหรียญพิมพ์รัดประคดข้างเดียวมีน้อย หายาก และมีราคาสูงกว่าพิมพ์อื่นๆ ส่วนคำว่า “๒ จุด” หมายถึง จุดไข่ปลาเล็กๆ ภายในรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดใต้หูเหรียญ และอีกจุดหนึ่งในลายกระจัง (หรือ “ตัวกนก”) ใต้คำว่า ทวด เหรียญพิมพ์อื่นๆ ส่วนใหญ่จะไม่มีจุดนี้ เหรียญนี้แท้ดูง่าย สวยสมบูรณ์คมชัด เป็นเหรียญของ พัฒนะ ธรรมวิริยะกุล ชาวเมืองชลคนคบได้

** เหรียญหลวงพ่อแก้ว วัดสามเรือน อ.บางปะอิน ​จ.พระนครศรี​อยุธยา ​รุ่น​แรก​ ปี ๒๔๙๔ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ยุคเดียวกับ หลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก มีบางท่านเล่าว่า หลวงพ่อแก้ว เป็นชาว จ.นนทบุรี ศิษย์สาย หลวงปู่​เอี่ยม​ วัดสะพานสูง​ เป็นผู้มีวิชาอาคมสูง เหรียญของท่านจึงมีประสบการณ์มากมาย ทั้งด้านเมตตามหานิยม​ และคงกระพันชาตรี เหรียญนี้เป็นของ รัก สุพรรณ ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน

** เหรียญโภคทรัพย์ ท่านเจ้าคุณนรฯ จัดสร้างโดย พระมหาสงัด สุวิเวโก ในวาระที่ ท่านเจ้าคุณนรฯ มีอายุครบ ๖ รอบ อธิษฐานจิต ๕ ธันวาคม ๒๕๑๓ มี ๓ ขนาด คือ ขนาดใหญ่สำหรับตั้งบูชา เส้นผ่าศูนย์กลาง ๗ ซม. เรียกว่า เหรียญโภคทรัพย์ ขนาดกลางและขนาดเล็ก (เท่าเหรียญสลึง) เรียกว่า เหรียญขวัญถุง ขนาดกลาง สร้างด้วยเนื้อทองคำ ๑๖๙ เหรียญ, เนื้อเงิน ๔๐๐ เหรียญ, เนื้อนวโลหะ ๒๐,๐๐๐ เหรียญ เหรียญขวัญถุง ขนาดเล็ก สร้างด้วยเนื้อทองคำ ๒๔๓ เหรียญ, เนื้อเงิน ๕๐๐ เหรียญ, เนื้อนวโลหะ ๒๐,๐๐๐ เหรียญ ผลิตโดยกองกษาปณ์ ด้านข้างเหรียญมีลักษณะเป็นฟันเฟืองเหมือนเหรียญกษาปณ์ (สตางค์) ที่ใช้จ่ายกัน เหรียญโภคทรัพย์ (ขวัญถุง) พิมพ์เล็ก เนื้อทองคำ นี้เป็นของ ศักดิ์ ตลิ่งชัน  ผู้ชำนาญพระสายท่านเจ้าคุณนรฯ

**หนังสือ “๒๑๔ ชาตกาล” รวมวัตถุมงคลวัดระฆังโฆสิตาราม รุ่น ๒๑๔ ปีเกิด พ.ศ.๒๕๔๕ ทุกแบบตั้งแต่พระบูชา รูปหล่อ เหรียญ และพระเนื้อผง แยกบล็อกชี้ตำหนิวิธีการแยกบล็อกไว้อย่างครบถ้วนเพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้เริ่มศึกษาใหม่ให้เข้าใจได้อย่างรวดเร็วไม่หลงทาง จัดพิมพ์ ๒ ภาษา ไทย-อังกฤษ เป็นครั้งแรกของสายวัดระฆังที่นำเอาเทคโนโลยี 3D มาใช้ในการดูพระควบคู่ไปกับเนื้อหาในหนังสือ เสมือนดูพระจากองค์จริงหนังสือหนา ๓๒๐ หน้า ภาพพระกว่า ๔,๐๐๐ ภาพ พร้อมกล่องบรรจุอย่างดีราคาปก ๒,๕๐๐ บาท จัดทำโดย อิศรา เตชะสา (ป.สตูดิโอ) ติดต่อรับหนังสือได้ที่ร้าน ป.สตูดิโอ ชั้น ๖ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน โทร.๐๙-๔๙๕๒-๙๘๘๙ หรือที่สำนักพิมพ์ทรัพย์สยาม โทร.๐๘-๕๕๕๕-๕๑๒๕

**พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป…ขอขอบพระคุณ ***

ถอดรหัสปริศนาธรรมหลวงปู่ขาวฯ(จบ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/375503

ถอดรหัสปริศนาธรรมหลวงปู่ขาวฯ(จบ)

วันที่ 15 มิถุนายน 2562 – 00:00 น.
ตามรอยตำนานแผ่นดิน,พระเครื่อง,หลวงปู่ขาว
เปิดอ่าน 14,741 ครั้ง

คอลัมน์…  ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน   โดย…  เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee)

อย่างที่เล่าไปเมื่อตอนที่แล้วว่า เมื่อไปกราบหลวงปู่ขาว พุทธรักขิโต ในงานแสดงมุทิตาจิตคล้ายวันเกิดท่านหลวงปู่ก็ตบกบาลผมเบาๆ แล้วท่านก็เมตตาบริกรรมคาถาให้ เมื่อผมกลับมากรุงเทพฯ ก็ได้นำเอาดินที่เปรียบเสมือนเนื้อหนังมังสาของพระแม่ธรณี ที่ร่วงจากเท้าของหลวงปู่ขาวที่ท่านเหยียบย่างโปรดสัตว์ไปเลี่ยมใส่หลอดพลาสติกเล็กๆ เอาไว้ เมื่อท่านเดินทางมากรุงเทพฯ ผมก็นำไปให้ท่านเสกกำกับอีกครั้ง

ตะกรุดพระแม่ธรณีและว่านไพล่ดำที่ผู้เขียนพกติดตัวตลอดเวลา

ตั้งใจว่า จะเก็บไว้พกพาบูชาติดตัวเวลาเดินทาง เมื่อวางไว้บนฝ่ามือท่านก็หยิบไปถือแล้วตรวจดูท่านบอกว่า “อืมมันก็ดีเนาะบ่ต้องห่วง”

ทำให้ผมนึกภาวนาในใจว่า ในเมื่อผมมีพระแม่ธรณี, มีรอยเท้าของครูบาอาจารย์ศิษย์หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร อริยสงฆ์เหนือโลกที่ย่ำโลกมาทั้ง ๘ ทิศอยู่กับตัว ผมจะย่ำไปทิศไหนของโลกก็ไม่ต้องหวั่นไหวให้ใจสะเทือน !!

และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับผมจนได้ !!

เพราะหลังจากนั้นไม่กี่วัน ผมมีเหตุต้องขับรถไปจังหวัดสุพรรณบุรี จุดหมายปลายทางคือ อำเภอสามชุก เพื่อเจรจาทำธุรกิจส่วนตัว ปรากฏว่า ระหว่างขับรถไปเกือบถึงตัวอำเภอสามชุก ผ่านหน้าโรงงานหีบน้ำตาลอ้อย ผมเห็นแล้วว่า รถบรรทุกสิบล้อกำลังแล่นออกมาจากโรงงานทางด้านซ้ายมือช้าๆ เหมือนกำลังชะลอให้รถทางตรงแล่นผ่าน

หลวงปู่ขาว ขณะเดินทักทายลูกศิษย์ที่มากราบขอพร

ผมก็เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วขึ้น เพราะคิดว่า คนขับรถสิบล้อคงชะลอให้ ปรากฏว่า เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น เขาพุ่งตัวออกมาเต็มที่ในจังหวะที่รถผมกำลังจะผ่านไปครึ่งคัน ถ้าผมชะลอความเร็ว เชื่อว่าโดนกลางคันแน่นอน ผมนึกในใจว่า ปู่ขาว พ่อทวด พ่อแม่ครูบาอาจารย์เขาอ้อช่วยด้วย–แล้วผมก็กดเท้าเหยียบคันเร่งจนมิด !!

รถเก๋งของผม…พุ่งทะยานปาดหน้ารถบรรทุกผ่านมาอย่างเฉียดฉิวจนรู้สึกได้ถึงแรงลมที่ปะทะท้ายรถ เพราะมองกระจกส่องหลัง รถบรรทุก 18 ล้อคันนั้นก็ห้อผ่านท้ายรถของผมตัดตรงไปยังจุดกลับรถเพื่อหักขวาเข้าไปยังเลนฝั่งตรงข้ามทันที

มันเป็นเหตุการณ์เฉียดเป็นเฉียดตายแบบเส้นยาแดงผ่าแปดในเสี้ยววินาที ผ่านไปเหมือนสายลมพัดผ่านวูบเดียวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น !!!

มีเพียงผมคนเดียวที่รู้อยู่แก่ใจว่า เมื่อเสี้ยววินาทีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นและผมผ่านมาได้ด้วยสติ-พลังศรัทธาที่มีต่อครูบาอาจารย์และวัตถุมงคลที่ห้อยอยู่เต็มคอ

……………………

หลวงปู่ ท่านเมตตาผู้เขียนเสมอนับเป็นวาสนายิ่ง

ทำให้ผมหวนนึกถึงคำสอนของ หลวงปู่ขาว พุทธรักขิโต ที่ท่านบอกว่า ท่านได้รับโอวาทธรรม คำสั่งสอนมาจากหลวงปู่ใหญ่เทพอุดรที่มาในนิมิตขณะเข้าฌานสมาธิว่า วัตถุมงคลใดๆ ก็ตาม อย่าสร้าง อย่าบูชา อย่างมงาย แต่ให้สร้างเพราะละความตระหนี่ สร้างเพื่อให้เป็นพุทธบูชา

“ถ้าจะสร้างก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าการสร้างวัตถุเพื่อให้เกิดอิทธิฤทธิ์ต่างๆ นั้นมันผิดกับหลักธรรมคำสอนน่ะ พระพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระบรมศาสดาของเราท่านไม่ได้สอนในเรื่องฤทธิ์เรื่องเดช ท่านไม่ได้สอนให้ทำในเรื่องวัตถุมงคล แต่ถ้าเราทำก็ทำได้ แต่ว่าเราอย่าไปยึดติดกับมัน เราทำไว้เพื่อประดับตาโลก แต่สิ่งนี้มิใช่แก่นของพระธรรม อย่าไปหลงงมงายจนถอนตัวไม่ขึ้น วัตถุมงคลนั้นมันดีตรงกำลังใจ สมมุติเรามีความท้อแท้ แต่จิตเรามีความเชื่อว่าสิ่งทั้งหลายมันช่วยได้นั่นแหละคือตัวศรัทธา ความเชื่อมันเกิดเป็นฤทธิ์กระตุ้นจิตใจเขาให้ได้เกิดผล เมื่อผลที่มันเกิดขึ้นที่จิตใจเขาได้รับผลดังที่ใจเขาจึงเกิดความเชื่อศรัทธานับถือมีฤทธิ์มีเดช ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ แท้ที่จริงแล้วมันเกิดจากจิตของเขา มันไม่ได้เกิดจากวัตถุนั้น ถ้าทำด้วยความเชื่อศรัทธา มันจึงจะเกิดเป็นฤทธิ์เป็นผล”

ในครั้งนั้นท่านหลวงปู่เทพโลกอุดร ยังบอกหลวงปู่ขาว ผ่านนิมิตว่า

“ตั้งแต่พ่อบวชมาในสมัยครั้งท่านหลวงพ่อมหากัสสปเถระ เป็นพระอาจารย์สอนกรรมฐาน ท่านไม่เคยสอนเรื่องการสร้างวัตถุมงคล ท่านสอนเรื่องการปฏิบัติอย่างเดียว เน้นหนักมีแต่เรื่องธรรมะล้วนๆ เน้นการปฏิบัติล้วนๆ ไม่ได้สอนในเรื่องวัตถุมงคล แต่เราจะทำอะไรก็ช่างขอให้ใจเรามีความศรัทธาเต็มร้อยเชื่อเต็มร้อย เมื่อเรามีความเชื่อศรัทธาเต็มร้อย ความสำเร็จนั้นไม่ได้อยู่ที่วัตถุมงคล แต่สำเร็จที่ใจเรา เมื่อใจเราสำเร็จแล้ว ทุกอย่างมันต้องสำเร็จ เพราะทุกอย่างมันเกิดที่เหตุเกิดขึ้นที่ใจ ถ้าเรามีความเชื่อขอให้เราตั้งจิตอธิษฐานขอบารมีธรรมที่เราได้บำเพ็ญมาทุกภพทุกชาติบารมีธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเป็นพระบรมครู แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกนี้ เราขอแผ่บิณฑบาตเอากับเทวดาองค์นั้นกับเทวดาองค์นี้จงไปหาข้าทาสบริวารที่เคยสร้างบารมีธรรมในพระพุทธศาสนาถ้าจะสร้างนั่นสร้างนี่ให้บอกวัตถุประสงค์เขาและขอบารมีเขา ขอแผ่เมตตาบิณฑบาตให้ไปสะกิดจิตใจข้าทาสบริวารเนื้อนาบุญสาวกของพระพุทธเจ้านั่นแหละใครมีศรัทธาก็ขอให้มารวมบารมีธรรมอธิษฐานเอา”

เมื่อครั้งที่ท่านมาแสดงธรรมที่บริษัท โอเค เฮิร์บ จำกัด จ.สมุทรปราการ

…………………………

จากการที่ผมได้มีโอกาสไปนั่งฟังคำสอนของท่าน, ได้อ่านบทความ, ได้อ่านหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับตัวท่านหลวงปู่ขาว พุทธรักขิโต แล้วทำให้ผมมานั่งขบคิดใคร่ครวญพบว่า

ทุกประโยคล้วนเต็มไปด้วยปริศนาธรรมที่ยิ่งใหญ่ สอนให้ปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นจนเกินไปนัก ไม่ว่าจะเป็น การยึดมั่นถือมั่นในตัวตนของพระเกจิอาจารย์หรือว่าในวัตถุมงคลใดๆ ก็ตาม

ท่านสอนให้รู้จักละวาง…ปล่อยวางและให้เดินทางสายกลางตามที่พระบรมศาสดาทรงเทศนาสั่งสอนไว้ว่า คนเราต้องไม่ตึงเกินไปไม่หย่อนเกินไปในการดำเนินชีวิต !!

คมเลนส์ส่องพระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/374714

คมเลนส์ส่องพระ

วันที่ 8 มิถุนายน 2562 – 00:00 น.
พระพุทธรูปสมัยเชียงแสนสิงห์สาม ปางมารวิชัยของ อมรศักดิ์ พงศ์พศุฒน์,เหรียญหล่อหลวงปู่ศุข,พิมพ์หูขวางหลังยันต์,เหรียญหล่อพระปิดตาหลวงพ่อห้อย,พระหลวงพ่อทวด,รูปเหมือนปั๊ม หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค พิมพ์หลังเตารีด เนื้อทองระฆัง,เหรียญหลวงพ่อเกษม เขมโก,ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ หลวงปู่นาค วัดอรุณฯ,เหรียญหล่อครูบา
เปิดอ่าน 17,781 ครั้ง

คอลัมน์… พระเครื่อง โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

*** งานประกวดพระ วันอาทิตย์ที่ ๙ มิถุนายนจัดโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขาจ.ชัยภูมิ ณ อาคารหอประชุมแก้วกัลยา โรงเรียนสตรีชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการเหรียญห่วงเชื่อม หลวงพ่อบุญมา ปุญญาภิรโต รุ่นแรก เนื้อสัตตโลหะ หน้ากากอัลปาก้าลงยา พระที่จัดประกวด ๒,๗๙๔ รายการ ค่าส่งพระองค์ละ ๓๐๐ บาท

**วันอาทิตย์ที่ ๑๖ มิ.ย. งานประกวดพระ จัดโดยหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (SEAL)  ร่วมกับ ชมรมศิษย์เก่าเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช (ภาคกลาง) ณ อาคาร บี ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือสุดยอดพระเกจิอาจารย์ของ “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พิมพ์สี่สี กระดาษอาร์ตมัน ปกแข็ง บรรจุในกล่องแม่เหล็กอย่างสวยงาม รางวัลที่ ๒-๓-๔ พระปิดตากรมหลวงชุมพร(ย้อนยุค)

** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มด้วยพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนสิงห์สาม ปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง ๘ นิ้วของ อมรศักดิ์ พงศ์พศุฒน์ องค์นี้สวยสมบูรณ์มาก โดดเด่นด้วยพุทธลักษณะ คือ พระเกศมีลักษณะบัวตูม พระศกขมวดเป็นก้นหอยสังฆาฎิยาวจรดนาภี ปลายเป็นแฉกคล้ายเขี้ยวตะขาบ ฯลฯ

**พระศาสดา กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา เนื้อชินเงิน ผิวปรอท เป็นพิมพ์ที่หายากพิมพ์หนึ่งของกรุนี้ ขนาดองค์พระกว้างประมาณ ๓ ซม. สูงประมาณ ๔ ซม. พุทธศิลป์งดงามมาก ของ ศ.นพ.พรพรหม เมืองแมน โรงพยาบาลศิริราช

**  เหรียญหล่อ หลวงปู่ศุขวัดปากคลองฯ เนื้อทองเหลืองหูขวางหลังยันต์ ของ สถิต มหัทธนไพศาล ประธานกรรมการบริหาร สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขา จ.ราชบุรี  เหรียญสภาพเดิมๆไม่เคยใช้มาก่อน เหรียญแท้ดูง่ายคลาสสิก ผิวธรรมชาติหล่อแบบโบราณในอดีตพระของท่านยังมีราคายังไม่สูงมากนักมาในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองแต่พระของท่านก็ยังมีสนนราคาค่อนข้างสูงเป็นเรื่องแปลกแต่จริงพระหลักพระยอดนิยมกลับมีราคาสวนกระแสเศรษฐกิจและมีคนพร้อมที่จะเช่าแต่ไม่มีของให้เช่าหมุนเวียนกันเพราะพระเก่าสร้างจำนวนไม่มากขณะที่ความต้องการในตลาดมีมากแต่ไม่มีของพระเกรดเอไม่มีใครเอาออกมาให้เช่ากันต่างคนต่างถือครอบครองกันแบบเหนียวแน่นจริงๆ

** เหรียญพระปิดตา หลวงพ่อห้อย (พระครูไพศาลธรรมวาที) วัดหอมเกร็ด อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็นเหรียญหล่อโบราณ พิมพ์สี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างประมาณ ๑ ซม.เศษ เนื้อทองผสม พิมพ์ทรงคลาสสิก บนหน้าเหรียญไม่มีข้อความอะไรเลย ด้านหลังเป็นยันต์อุณาโลม ในกรอบสามเหลี่ยม สนนราคากว่า ๒ แสนบาท ของชรินทร์ สงขลา ผู้ชำนาญเหรียญเก่าทุกสำนัก หลวงพ่อห้อย  เกิดปี ๒๔๑๕ บวชปี ๒๔๓๕ มรณภาพปี ๒๔๘๓ สิริรวมอายุ ๖๘ ปี

**วัดพะโคะเป็นวัดเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า “วัดหลวง” ปัจจุบันชื่อ “วัดราชประดิษฐาน” ตั้งอยู่ที่บริเวณเขาพัทธสิงค์ ต.ชุมพล อ.สทิงพระ จ.สงขลาแต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่าวัดพะโคะ มากกว่า เป็นวัดที่สมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ (สมเด็จเจ้าพะโคะ) หรือหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด เคยจำพรรษามาก่อน สำหรับพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน รุ่นแรกปี ๒๕๐๖ จัดสร้างในสมัยพระอาจารย์เขียว ปุญญผโล มี ๔ พิมพ์ คือ พิมพ์กรรมการใหญ่, พิมพ์กรรมการเล็ก,พิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็กเนื้อมวลสารสำคัญประกอบด้วยว่าน ๑๐๘, น้ำผึ้งรวง,กล้วยน้ำว้า, น้ำมันตังอิ๊ว, ผงพุทธคุณ และข้าวเหนียวดำกดพิมพ์ครั้งแรกโดยผู้มีชื่อเป็นสิริมงคล คือนำ-ชัย-คงพิธีพุทธาภิเษก ได้มอบให้ท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นเจ้าพิธี ทั้งพิธีพราหมณ์และพิธีพุทธ โดยนิมนต์พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ และพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในสมัยนั้นร่วมพิธีปลุกเสกยิ่งใหญ่ครบถ้วนตามพิธีแบบโบราณพระหลวงพ่อทวดองค์ในภาพนี้เป็นพิมพ์กรรมการใหญ่สภาพสวยสมบูรณ์ไม่ผ่านการใช้มาก่อน สนนราคาสภาพนี้อยู่ที่หลักแสนบาทขึ้นไป เป็นพระของ กรุง สงขลา นักอนุรักษ์พระเครื่องท้องถิ่น

**รูปเหมือนปั๊ม หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค พิมพ์หลังเตารีด ปี ๒๕๑๖ ออกพร้อมกับรูปเหมือนปั๊มพิมพ์อื่นๆ อีกหลายพิมพ์ ปลุกเสกในพิธีเสาร์ ๕ เฉพาะพิมพ์หลังเตารีด สร้างด้วยเนื้อทองคำ ๒ องค์, เนื้อทองแดง ๕ องค์, เนื้อเงิน ๒๙ องค์, เนื้อทองระฆัง ๒,๐๐๐ องค์ และเนื้อตะกั่ว / เนื้อตะกั่วชุบทอง ๑,๐๐๐ องค์ องค์นี้เป็น เนื้อทองระฆัง ของ มาร์ท อ.ก.ว เอกวิทย์ โรจน์รัชชัย จ.กำแพงเพชร ผู้มีประสบการณ์จาก พระหลวงพ่อพรหม อยู่เสมอ จึงมีความศรัทธาเลื่อมใสมากเป็นพิเศษ (หลวงพ่อพรหม เกิดเมื่อ ๑๒ เมษายน ๒๔๒๖ มรณภาพเมื่อ ๓๐ มกราคม ๒๕๑๘ สิริรวมอายุ ๙๒ ปี)

** เหรียญหลวงพ่อเกษม เขมโก รุ่นกองพันเชียงใหม่ (ค่ายกาวิละ) ปี ๒๕๑๘จัดสร้างขึ้นเพื่อหารายได้เป็นกองทุนสวัสดิการในการช่วยเหลือครอบครัวทหารที่เสียชีวิตจากการปราบปรามผู้ก่อการร้ายในสมรภูมิและเพื่อให้บรรดาทหารได้มีวัตถุมงคลของหลวงพ่อไว้บูชาติดตัว ออกแบบแกะแม่พิมพ์โดยนายช่างเกษม มงคลเจริญทุกเหรียญตอกโค้ด “กงจักร” จำนวนสร้างเนื้อเงิน ๒๙๙ เหรียญ ทำบุญเหรียญละ ๑๐๙ บาท, เนื้อนวโลหะ ๕๙๙ เหรียญ ทำบุญเหรียญละ ๕๙ บาท และเนื้อทองแดง ๓,๙๙๙ เหรียญ ทำบุญเหรียญละ ๒๙ บาท ปัจจุบันราคาค่านิยมของเหรียญรุ่นนี้ สภาพสวยๆเนื้อเงินประมาณหลักหมื่นปลายถึงแสนต้น,เนื้อนวโลหะประมาณหลักหมื่นกลางถึงหมื่นปลาย และเนื้อทองแดง ประมาณหลักหมื่นต้น เหรียญในภาพนี้เป็นเนื้อนวโลหะ สภาพเดิมๆ ไม่ผ่านการใช้มาก่อน ผิวพรรณวรรณะเนื้อเขียวอมทองสวยงาม แชมป์งานลำปาง (๒๕ พ.ย.๖๑) เป็นเหรียญของอาร์ท ไตรรัตน์จ.เชียงราย สายตรงพระหลวงพ่อเกษม เขมโก

** ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ หลวงปู่นาค วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) ธนบุรี สุดยอดตะกรุดหนังหน้าผากเสือหมายเลข ๑ของวงการขนาดยาว ๒นิ้ว สภาพสวยสมบูรณ์ที่สุดผิวลงรักน้ำเกลี้ยงเก่าปิดทองคำเปลวตรงกลางตะกรุดเดิมๆสุดคลาสิก เชือกมัด ๓เปาะอยู่ครบ ภายในตะกรุดลงอักขระยันต์ไตรสรณคมน์ ของแท้ดูง่ายหายากสุดๆ มีบัตรรับรองของแท้จากสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ของ นพ.มาณพ โกวิทยา แหล่งรวมพระเครื่องรางของขลังยอดนิยมทุกประเภท

** วัดเชฏฐาวรคุปต์ (ป่าขุย) ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จัดสร้างวัตถุมงคลรูปหล่อพระสิงห์, เหรียญหล่อครูบาปัญญา และรูปหล่อหลวงพ่อเงิน บางคลาน รุ่น“ปัญญาบารมี” โดยนำวัตถุมงคลรุ่นนี้ไปขอบารมีพระเกจิอาจารย์อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว ๙ วาระ สุดท้ายประกอบพิธีพุทธาภิเษกวันพุธที่ ๑๙ มิ.ย. ๖๒ โดยพระเกจิอาจารย์ดังภาคเหนือร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุประสงค์ เพื่อนำรายได้บูรณะเสนาสนะวัด สอบถามได้ที่พระธวัชชัย ธีรปญฺโญโทร.๐๘-๐๑๗๓-๒๗๐๙

** วางตลาดแล้ว  นิตยสาร พระท่าพระจันทร์  ฉบับใหม่ อ่านความเป็นมาพร้อมภาพ พระฝักไม้ดำ ฝักไม้ขาว กรุวัดสุนทรประดิษฐ์ บางระกำ จ.พิษณุโลก

** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป … ขอขอบพระคุณ ***

ถอดรหัสปริศนาธรรมหลวงปู่ขาวศิษย์หลวงปู่ใหญ่หลวงปู่เทพโลกอุดร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/374678

ถอดรหัสปริศนาธรรมหลวงปู่ขาวศิษย์หลวงปู่ใหญ่หลวงปู่เทพโลกอุดร

วันที่ 8 มิถุนายน 2562 – 00:00 น.
หลวงปู่ขาว,หลวงปู่ใหญ่,หลวงปู่เทพโลกอุดร,ตามรอยตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 13,501 ครั้ง

คอลัมน์…  ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน   โดย…  เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee)

ทุกครั้งที่ผมเอ่ยถามเรื่องราวของข่าวที่เล่าลือกันถึงเรื่องฤทธิ์วิชาปาฏิหาริย์พุทธาคมของท่านหลวงปู่ขาว พุทธขิกโต แห่งวัดป่าคูณคำวิปัสสนา เมืองสกลนคร ท่านจะปรายมามองด้วยเมตตาแล้วก็อมยิ้ม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเนิบช้าว่า

“เราไม่รู้ดอก เขาว่ากันว่า กันทั้งนั้น เราไม่ได้พูดไม่ได้ทำอะไร ดูกันเอาเอง ใช้ปัญญาใช้สติให้มาก อย่าประมาทกับชีวิต”

แน่นอนว่าตลอดระยะเวลาการทำงานในสายงานผู้สื่อข่าวมาตั้งแต่สมัยก่อนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ ดุ่มเดินมาบนเส้นทางคนมือเปื้อนหมึกตั้งแต่การเป็นผู้สื่อข่าวสายอาชญากรรม การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม บันเทิง ย่อมผ่านเรื่องราวและผู้คนมามากมาย

พระแม่ธรณีอธิษฐานจิตและเครื่องรางว่านไพล่ดำหลวงปู่ขาว

สิ่งที่ผมใช้เป็นอาวุธประจำตัวมาตลอดคือ “สติปัญญาและวิจารณญาน” ถามว่า เคยเจอพระสงฆ์, พระอริยสงฆ์, นักธุรกิจในดงขมิ้น ฯลฯ แน่นอนว่า เจอมามากเห็นมาเยอะ และผมเชื่อในวิบากกรรมและมนต์พระกาล คือ ระยะทางพิสูจน์ม้า-กาลเวลาพิสูจน์คน

พระแท้-คนจริง กาลเวลาย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ เหมือนคำกล่าวที่ว่า ทองแท้ไม่กลัวไฟฉันใดก็ฉันนั้น !!

หลวงปู่ขาวดำเนินวิถีแบบพระป่าปฏิบัติกรรมฐานที่เข้าใจวิถีเมือง จึงไม่เป็นทุกข์ใจ สังเคราะห์ญาติโยมไปตามกำลังและแรงบุญแรงกรรมของบุคคลนั้น

หลวงปู่ขาว พุทธขิตโต วัดป่าคูณคำวิปัสนา

สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นด้วยตาตัวเองคือ การแบ่งพื้นที่ของวัดป่าคูณคำวิปัสสนาออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนคือ พื้นที่ของศาสนสถานสิ่งปลูกสร้างถาวรวัตถุเพื่อเป็นศูนย์กลางรวมจิตใจของคนที่อยากกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เนื้อนัยน์ตามองเห็น จับต้องได้ นั่นคือ พระธาตุคูณคำธรรมเจดีย์ที่สูงเสียดฟ้า ศาลาโรงธรรม, พระพุทธรูปปางไสยาสน์ อันเป็นปริศนาธรรมให้ตระหนักถึงการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าตลอดกาลในเรื่องของกายสังขาร แม้แต่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังดับขันธ์ปรินิพพาน รวมไปถึงศาลามหาวิหารที่กำลังดำเนินการก่อสร้างเต็มพื้นที่หนึ่งไร่ เพื่อไว้ให้สำหรับพระสงฆ์และพุทธบริษัทใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและใช้นั่งวิปัสสนากรรมฐาน ฯลฯ

อีกส่วนหนึ่งคือ พื้นที่ซึ่งพระภิกษุสงฆ์พักและปฏิบัติศาสนกิจ เจริญสติ พิจารณาสำรวจจิตใจตนเอง จะอยู่ในพื้นที่ของป่าที่รกครึ้ม เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ มีเพียงทางเดินเทปูนซีเมนต์เล็กๆ ลัดเลาะลดเลี้ยวไปตามใต้โคนไม้ กุฏิพระสงฆ์จะซ่อนอยู่ในป่าเขียวครึ้ม ทิ้งห่างกันเป็นระยะ แต่ว่ามีระบบระเบียบเรียบร้อยดี หลวงปู่ขาว ท่านมักจะนั่งคุยกับญาติโยมที่มาหาที่เฉลียงหน้ากุฏิ ไม่ว่าจะยากดีมีจนร่ำรวยมาจากไหน ต้องเดินหลบต้นไม้ ต้องก้มหัวให้กับกิ่งไม้ ต้องระวังเท้าไม่ให้พลาดไปเหยียบกิ้งกือที่เดินกันอย่างร่าเริงบนทางปูน

และทุกคนต้องนั่งบนเสื่อดินน้ำมันเสมอเหมือนกันหมด เพราะที่นี่ไม่มีเก้าอี้ นอกจากเสื่อและโต๊ะม้าหินสองชุดที่อยู่ใต้โคนไม้ตะเคียน !

อย่างที่เล่าไปแล้วว่า เมื่อผมถามท่านว่า ที่เขาว่ากันว่าหลวงปู่ขาว พุทธขิโต เป็นพระธุดงค์มีฤทธิ์เล่นฤทธิ์ ท่านก็หัวเราะแล้วบอกว่า

หลวงปู่ขาวขณะจารอักขณะด้วยเหล็กแหลมบนหลังผู้เขียน

“เราก็ไม่รู้มี…ตาก็ดูเอา มีนักปฏิบัติธรรมบอกว่า นั่งสมาธิเห็นนางฟ้า พระอินทร์ พระพรหม กูนั่งแทบตายไม่เห็นบ้าอะไรเลย ไอ้พวกประมาท พวกนี้ไม่นานก็เป็นบ้า เป็นโรคประสาทกันหมด พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนเรื่องนี้ ท่านสอนให้ดูใจตัวเอง ให้ปฏิบัติศีล ปฏิบัติจิตภาวนา ให้จิตสงบ แล้วก็พิจารณาทุกข์ ธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ ไม่เที่ยง ไม่มีตัวตนต่างหาก เพื่อละ เพื่อถอนกิเลส โลภ โกรธ หลง ที่อยู่ในจิตใจตนเอง เรื่องฤทธิ์ ญาณรู้ จะมีหรือไม่มี ไม่ใช่สาระสำคัญอะไร ท้ายสุดพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ทรงยกย่องให้ความสำคัญเกินสติปัญญาเลย”

หวนนึกถึงตอนที่ไปกราบครั้งแรก ที่ท่านมองหน้าจ้องตาผม แล้วมอบว่านไพลดำที่ปั๊มยันต์ นะ มะ พะ ทะ ให้แล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนลงเอาเหล็กจารแหลมคมของหลวงปู่หงส์มาลงอักขระยันต์บนแผ่นหลังหนังสดๆของผม แล้วถามว่า

“เอ็งไปทำอะไรมา !? ผิวเอ็งนี่มันดำเพราะน้ำยางว่านเนาะ เล่นเอาเหนื่อยเลย ใช้แรงเยอะ อืมมันก็ดีเนาะ !!”

เมื่อไปกราบท่านล่าสุดในงานแสดงมุทิตาจิตคล้ายวันเกิดท่าน หลวงปู่ก็ตบกบาลผมเบาๆ แล้วท่านก็เมตตาบริกรรมคาถาให้ เมื่อผมเอาเนื้อดินหนังพระแม่ธรณีจากเท้าของท่านที่ท่านเหยียบย่างโปรดสัตว์ไปเลี่ยมใส่หลอดพลาสติกเล็กๆ ไปให้ท่านเสกกำกับเพื่อเก็บไว้พกพาบูชาติดตัวเวลาเดินทางเมื่อวางไว้บนฝ่ามือท่านก็หยิบไปถือแล้วตรวจดู ท่านบอกว่า

“อืมมันก็ดีเนาะบ่ต้องห่วง”

ผมนึกภาวนาในใจว่า ในเมื่อผมมีพระแม่ธรณี, มีรอยเท้าของครูบาอาจารย์ศิษย์หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร อริยสงฆ์เหนือโลกที่ย่ำโลกมาทั้ง ๘ ทิศอยู่กับตัว ผมจะย่ำไปทิศไหนของโลกก็ไม่ต้องหวั่นไหวให้ใจสะเทือน !!

และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับผมจนได้ !!

(อ่านต่อฉบับหน้า)

คมเลนส์ส่องพระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/373889

คมเลนส์ส่องพระ

วันที่ 1 มิถุนายน 2562 – 00:00 น.
คมเลนส์ส่องพระ,พิมพ์เข่าตรง,พิมพ์อกนูนใหญ่,พิมพ์อกนูนเล็ก,ตะกรุดดาบสหรีกัญชัย
เปิดอ่าน 15,186 ครั้ง

โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

*** งานประกวดพระ วันอาทิตย์ที่ ๒ มิ.ย.นี้  จัดโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขาจ.ลำพูน ร่วมกับ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดลำพูน ณ อนุสรณ์ วงศ์วรรณ สเตเดียม จ.ลำพูน รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ  เหรียญท้าวเวสสุวรรณ  รุ่น “ทรัพย์เศรษฐี” เนื้อ ๑๐๐ สาย อธิษฐานจิตโดย ครูบากฤษดา สุเมโธ วัดสันพระเจ้าแดง จ.ลำพูน  พระที่จัดประกวด ๒,๓๑๙ รายการ  ค่าส่งพระองค์ละ ๓๐๐ บาท  ประธานดำเนินงาน  ธีระกาญจณ์ วัฒนไชยกิตติ (เอส เชียงใหม่)

**  ถัดไปวันอาทิตย์ที่ ๙  มิถุนายน  สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขาจังหวัดชัยภูมิ จัดงาน ประกวดพระ ณ อาคารหอประชุมแก้วกัลยา โรงเรียนสตรีชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ เหรียญห่วงเชื่อม หลวงพ่อบุญมา ปุญญาภิรโต รุ่นแรก เนื้อสัตตะโลหะ หน้ากากอัลปาก้าลงยา  พระที่จัดประกวด ๒,๗๙๔ รายการ  ค่าส่งพระองค์ละ ๓๐๐ บาท

**  พระองค์แรกวันนี้  คมเลนส์ส่องพระ  ขอเสนอ  พระพุทธรูปเชียงแสน สิงห์สาม อายุกว่า ๕๐๐ ปี จุดเด่นของพระพิมพ์นี้ คือ ชายสังฆาฏิยาวลงมาจรดพระหัตถ์   องค์นี้ศิลปะคลาสสิก ฝีมือช่างหลวง ผิวพรรณสวยงาม  ดินใต้ฐานตามมาตรฐานพระแท้ดูง่าย  ปัจจุบัน พระพุทธรูปเชียงแสน องค์พระแท้ถึงยุคหาชมได้ยากยิ่ง   องค์นี้เป็นพระของ  ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช  นักสะสมพระพุทธรูปยุคเก่า

** พระนางพญา เนื้อดินเผา กรุวัดนางพญา จ.พิษณุโลก เป็น ๑ ใน ๕ ของพระชุดเบญจภาคียอดนิยม  สร้างโดย  พระวิสุทธิกษัตริย์   พระมเหสีของ พระมหาธรรมราชา และเป็นพระมารดาของ พระสุพรรณกัลยา,  สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  และ สมเด็จพระเอกาทศรถ  ในคราวบูรณปฏิสังขรณ์  วัดราชบูรณะ  ช่วง พ.ศ.๒๐๙๐-๒๑๐๐ พร้อมกับทรงสร้าง  พระนางพญา  บรรจุไว้ในองค์เจดีย์ วัดนางพญา  ต่อมา พ.ศ.๒๔๔๔ ได้มีการขุดพบ  พระนางพญา  ครั้งแรก มีหลายพิมพ์ อาทิ พิมพ์เข่าโค้ง, พิมพ์เข่าตรง, พิมพ์อกนูนใหญ่, พิมพ์อกนูนเล็ก, พิมพ์สังฆาฏิ ฯลฯ องค์ในภาพนี้ คือ  พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ  สภาพสวยเดิมสุดๆ แท้ดูง่าย  ได้ผ่านการรับรองจาก สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย มาแล้ว  เป็นพระของ  เกล้า วังวิเศษ  ชาวพิษณุโลกโดยกำเนิด

**  เหรียญพระนาคปรก หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์  เป็นเหรียญขนาดเล็ก กว้างประมาณ ๑ ซม. สูงประมาณ ๒ ซม. สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๐  พร้อมกับเหรียญเสมารุ่นแรกของท่าน  มีเนื้อเงิน, เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง และเนื้อทองแดงผิวไฟ  ขอบข้างแบบกระบอก  ภาพนี้เป็นเหรียญเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง  สวยคมชัดสภาพเดิมๆ  สนนราคาหลักแสนกลาง ของ อนุศักดิ์ กิตติศิริสวัสดิ์  ผู้นิยมสะสมพระหลวงพ่อเดิม ด้วยความศรัทธาเลื่อมใส

**  พระพิฆเนศ พิมพ์วันทา พระอาจารย์เอียด วัดเขาอ้อ จ.พัทลุง เป็นการสร้างยุคแรกๆ ประมาณ พ.ศ.๒๔๐๐ กว่าๆ เป็นยุคที่ยังได้รับอิทธิพลมาจากพราหมณ์ ที่มาสร้าง “สำนักเขาอ้อ”  ซึ่งมีความเชื่อในเรื่องเทพเจ้า และนับถือบูชา พระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ  องค์นี้สร้างแบบโบราณ โดยการปั้นหุ่นเทียน  มีการวางยันต์แบบที่เรียกว่า “ยันต์เส้นขนมจีน” บนองค์พระ ทีละองค์ จึงสร้างได้จำนวนน้อย และไม่ซ้ำกัน  ซึ่งเป็นวิธีการสร้างพระของพระเกจิอาจารย์ สายเขาอ้อ ยุคแรก  พระพิฆเนศ องค์นี้ถือว่าเป็น “องค์ครู” มีศิลปะสวยงามมาก  งานปั้นสมส่วน การวางยันต์ได้สวยงามอลังการ  สุดยอดพุทธศิลป์ของงานปั้น สำนักตักศิลาเขาอ้อ องค์หนึ่งที่ได้พบเห็นมา มูลค่าการเช่าหาอยู่ที่หลักแสนกลาง ของ เล็ก ระโนด จ.สงขลา นักสะสมพระท้องถิ่นเพื่อการอนุรักษ์

**  เหรียญพัดยศ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี ๒๕๑๖ สร้างในโอกาสงานพิธีฉลองการเลื่อนสมณศักดิ์ของหลวงปู่  จำนวนสร้าง ๕๐๐ เหรียญ มีพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก  เนื้อทองคำ, เนื้อเงิน, เนื้อนวโลหะ และเนื้อทองแดง  ภาพนี้เป็น พิมพ์เล็ก เนื้อเงิน สภาพสวยคมชัดมาก จมูกโด่ง ผิวเนื้อเงินขึ้นรุ้ง  ปรากฏน้ำทองทั่วทั้งองค์พระทั้งหน้าและหลัง  เป็นเหรียญแชมป์งานศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ปี ๒๕๖๒ ของ เฉิน รังเทพ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน

** เหรียญหลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี  จ.สมุทรสงคราม  รุ่นแรก พิมพ์ “นะ” สังฆาฏิ ปี ๒๕๑๑ เนื้อทองแดงรมดำ  สภาพสวยเดิมๆ  รมดำเดิม  เหรียญรุ่นนี้มี ๒ พิมพ์  คือ  ๑.พิมพ์ “น” เหนือศีรษะ  ๒.พิมพ์ตัวขอม “นะ” สังฆาฏิ  ค่านิยมไม่ต่างกันมาก ขึ้นกับสภาพความสวยงามสมบูรณ์คมชัดมากกว่า  เหรียญนี้มีรอยจารดินสอ  ด้านหน้าทั้งเหรียญ  เป็นเหรียญแชมป์งานประกวดของสมาคม  ถือว่าแชมป์ตัวจริง  ของ  ฐกร บึงสว่าง  ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ชื่อดัง

**  สุดยอดตะกรุดแดนเหนือ ตะกรุดดาบสหรีกัญชัย ครูบาขันแก้ว วัดป่ายาง จ.ลำพูน ขนาดยาว ๒.๕ ซม. หนึ่งในสุดยอดพระอริยสงฆ์แห่งล้านนา  ครูบาขันแก้ว เป็นศิษย์ ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย วัดบ้านปาง  และยังเป็นสหธรรมิกที่มีความสนิทสนมเป็นอย่างมากกับ  ครูบาชุ่ม วัดวังมุย  โดย หมอสมสุข คงอุไร (ศิษย์หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค) ได้เกิดความเลื่อมใสใน  ครูบาขันแก้ว  เมื่อครั้งได้เห็นการปลุกเสกพระของท่าน แบบลืมตา  ซึ่งคล้ายกับ  หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค …  ตำราการสร้าง ดาบสหรีกัญชัย นี้ดั้งเดิม ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย ได้มาจากถ้ำเทวดา  ต่อมาได้มอบให้  ครูบาชุ่ม  ก่อนที่ท่านจะมอบต่อให้  ครูบาขันแก้ว  ตามตำรายันต์ดาบสหลีกัญชัยนี้เป็น พญายันต์ เป็นของสูงค่าประมาณมิได้  ห้ามนำไปใช้ในทางที่ผิด  ผู้ใดได้ครอบครองจะเป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่  บูชาทุกวันแล้วจะทำให้ครอบครัวเป็นสุข ภูตผีไม่กล้ากล้ำกราย  ไปไหนผู้คนเคารพยำเกรง  คนที่คิดร้ายกับเราจะแพ้ภัยตนเอง  เป็นสง่าราศีแก่คนทั้งหลาย  เป็นที่รักและเคารพทั้งมนุษย์ และเทวดา  ทำการใดๆ จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  ป้องกันคุณไสย คุณผี คุณคน อยู่ที่ใดจะจำเริญที่นั่น ดอกนี้ตัวจริงเสียงจริง สภาพสวย เนื้อจัดมาก พร้อมเชือกร้อยเดิมๆ จากวัด ของ เติ้ง รักษ์ศิลป์ ผู้ชำนาญเครื่องรางทุกประเภท

**  ขอเชิญร่วมงานบุญครั้งสำคัญ และร่วมกันบันทึกประวัติศาสตร์ของ เมืองน่าน ด้วยการบูชา  พระสมเด็จนครน่าน  ถือเป็นที่สุดแห่งมวลสาร และ พิธีพุทธาภิเษก ๙ วาระ วัดสำคัญ ที่สุดแห่งยอดพระเกจิอาจารย์จากทั่วประเทศกว่า ๑๐๐ ท่าน ร่วมนั่งปรกและอธิษฐานจิต  จำนวนสร้าง ๘๔,๐๐๐ องค์ แบ่งบรรจุกรุ ๓๐,๐๐๐ องค์ เปิดให้ประชาชนร่วมบูชา ๕๔,๐๐๐ องค์ มี ๓ พิมพ์ คือ  ๑.พระสมเด็จพิมพ์พระประธานใหญ่,  ๒.พระสมเด็จพิมพ์พระประธานปรกโพธิ์  และ ๓.พระสมเด็จพิมพ์พระประธานเกตุบัวตูม…วัตถุประสงค์เพื่อรายได้ สร้างสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดน่าน  หลังวัดมิ่งเมือง สอบถามได้ที่ Facebook ศึกษาพระเครื่องวัดมิ่งเมือง  จ.น่าน โทร.๐๘-๔๗๑๑-๔๔๑๖

** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป  ขอขอบพระคุณ ***

ถอดรหัสปริศนาธรรมหลวงปู่ขาวศิษย์หลวงปู่ใหญ่:หลวงปู่เทพอุดร2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/373697

ถอดรหัสปริศนาธรรมหลวงปู่ขาวศิษย์หลวงปู่ใหญ่:หลวงปู่เทพอุดร2

วันที่ 1 มิถุนายน 2562 – 00:00 น.
หลวงปู่ขาว,หลวงปู่เทพโลกอุดร,ตามรอยตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 18,071 ครั้ง

คอลัมน์…ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน   โดย…  เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee) 

มีบันทึกเอาไว้ว่าหลวงปู่ใหญ่หรือหลวงปู่เทพโลกอุดรนั้นมีอภินิหารมาก ไปมาไร้ร่องรอย เป็นอาจารย์ใหญ่ในสายอภิญญา ได้รับพุทธบัญชาจากพระพุทธเจ้าให้อยู่ดูแลพระศาสนาไปจนกว่าจะครบถ้วน ๕,๐๐๐ ปี ตามพระพุทธพยากรณ์ เป็นพระอรหันต์มาตั้งแต่สมัยครั้งพุทธกาล และเป็นสหธรรมิกกับพระโมคคัลลานะ

ท่านมีฤทธิ์มาก สายในดง ศิษย์ของท่านมีทั้งพระและฆราวาส (ฤาษี ดาบส ตาปะขาว) มีความลึกลับซ่อนเร้นปิดบังอำพรางมาก มีปฏิปทาแปลกประหลาดไม่เหมือนใคร บ้างก็แกล้งบ้า (แบบหลวงพ่อเชย อาจารย์ของเซียนสูที่ชลบุรี), บ้างก็ไม่สนใจความเป็นไปของโลก (แบบหลวงพ่อกบ หลวงพ่อโอภาสี ฯลฯ), บ้างออกแนวพระเกจิอาจารย์ (สมเด็จโต วัดระฆัง, หลวงปู่ศุข ปากคลองมะขามเฒ่า, หลวงพ่อเงิน บางคลาน, หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค, หลวงปู่หมุน ฯลฯ), บ้างก็ออกแนวพระสายวิปัสสนากรรมฐาน (หลวงปู่มั่น ฯลฯ), บ้างก็ออกแนวพระอาจารย์สำนักใหญ่ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ, หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน), บ้างก็ออกแนวพระสันโดษ (ชอบปลีกวิเวกอยู่รูปเดียว เช่น หลวงปู่แสง วัดมณีชลขัณฑ์, หลวงพ่อเกษม เขมโก, หลวงปู่พิศดู, หลวงปู่จำปา, หลวงปู่โง่น ฯลฯ)

พระธาตุคูณคำ

เรียกว่า ศิษย์ของท่านที่เป็นพระอภิญญาสายหลวงปู่ใหญ่หรือหลวงปู่เทพโลกอุดรนั้น มีทั้งแบบในดงและนอกดง

สายในดงคือ สายที่อยู่แต่ในป่าเขาลำเนาไพรหรืออยู่ในอีกมิติหนึ่ง เช่น อมรโคยานทวีป หรือ เขาคันธมาทน์ ในป่าหิมพานต์ ฯลฯ บางรูปก็จำพรรษาอยู่ในน้ำในสะดือทะเล (เกษียรสมุทร) เช่น หลวงพ่อพระอุปคุต เป็นต้น

สายนอกดงคือ จะอยู่นอกป่าลึกหรืออยู่ในเมืองหรือใกล้กับตัวเมือง พอให้คนได้พบได้เจอบ้าง เพื่อทำหน้าที่สอนคน ดึงคน หรือโปรดคนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันในสายของหลวงปู่ ซึ่งต้องมีบุญบารมีพอสมควร การพบเจอหลวงปู่ใหญ่ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนอกจากจะต้องมีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกัน

ว่ากันว่าเป็นภาพหลวงปู่เทพอุดร ถ่ายภาพกับหลวงพ่อจรัญ

ในหนังสือของหลวงพ่อจรัญและในคัมภีร์อโศกาวทาน เคยมีการเขียนบันทึกเอาไว้ถึง รูปลักษณ์ของหลวงปู่ใหญ่นั้นมีรูปแบบที่สุดแท้แต่ว่าท่านจะมาในรูปลักษณ์กายใด อย่างที่หลวงพ่อจรัญบันทึกไว้คือ มีรูปลักษณะเป็นพระแก่เฒ่าชราภาพมาก หูยานเกือบถึงบ่า ผมเผ้ายาวรุงรัง ผิวหนังเหี่ยวย่นหย่อนยานมาก แต่น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยพลัง และทรงฤทธิ์อภิญญาสูงมาก พูดได้ทุกภาษาในโลก แต่หลักๆ จะพูดเป็นภาษามคธหรือภาษาบาลี สามารถเหาะเหินเดินอากาศหรือล่องหนหายตัวได้เป็นเรื่องปกติ เนรมิตร่างกายได้ทุกสภาพ

หลวงปู่ขาวเคยเล่าให้ทราบเกี่ยวกับเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดรเอาไว้และทาง http://kutbak.sakhonnakhon.police.go.th/rice/rice.htm นำมาลงเผยแพร่ว่า ท่านได้เมตตาเล่าถึงความสัมพันธ์ที่ท่านได้รับจากหลวงปู่เทพโลกอุดรให้ได้รับทราบ

“เรายอมจริงๆ ยอมรับท่านทุกอย่าง ยอมเป็นทาสรับใช้ท่าน ยอมศิโรราบ เพราะเราเคยเห็นสิ่งต่างๆ หลายอย่างจากท่าน แต่ถ้าเราจะมายกให้เห็นเป็นหลักฐานขึ้นมาอ้างอิงเช่นคนอื่นๆ นั้นจนปัญญา เพราะไม่มีตัวตนในตอนที่ได้อยู่กับท่านด้วยกายเนื้อตลอด ๗ วัน แต่สำหรับทุกๆ วันพระท่านจะมาสอนประจำทางสมาธิจะอยู่แห่งใดทุกวันพระท่านก็จะมาสอนให้โอวาท อย่างงานที่ท่านให้บูรณะพระธาตุคูณคำในวัด มีอะไรจะปรึกษาท่านตลอด อย่างปรึกษาท่านว่า “ลูกจะสร้างสิ่งนี้จะสำเร็จไหม” หลวงปู่จะบอกให้ทราบ

ว่ากันว่าเป็นภาพหลวงปู่เทพอุดร ถ่ายภาพกับหลวงพ่อจรัญ

“ลูกเอ๋ย ถ้าถามว่าการสร้างในพระพุทธศาสนานี่มันดีไหม มันดี แต่ก็อย่างมงาย ให้สร้างเพราะสละความตระหนี่ สร้างเพื่อให้เป็นพุทธบูชา ถ้าจะสร้างก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าการสร้างวัตถุเพื่อให้เกิดอิทธิฤทธิ์ต่างๆ นั้นมันผิดกับหลักธรรมคำสอน พระพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระบรมศาสดาของเราท่านไม่ได้สอนในเรื่องฤทธิ์เรื่องเดช

ท่านไม่ได้สอนให้ทำในเรื่องวัตถุมงคล แต่ถ้าเราทำก็ทำได้แต่ว่าเราอย่าไปยึดติดกับมัน เราทำไว้เพื่อประดับตาโลกแต่สิ่งนี้มิใช่แก่นของพระธรรม พ่อก็ไม่ห้ามแต่ก็อย่าไปหลงงมงายจนถอนตัวไม่ขึ้น วัตถุมงคลนั้นมันดีตรงกำลังใจ

สมมติเรามีความท้อแท้ แต่จิตเรามีความเชื่อว่าสิ่งทั้งหลายมันช่วยได้นั่นแหละคือตัวศรัทธา ความเชื่อมั่นเกิดเป็นฤทธิ์กระตุ้นจิตใจให้ได้เกิดผล เมื่อผลที่เกิดขึ้นที่จิตใจเขาได้รับผลดังใจเขาจึงเกิดความเชื่อศรัทธานับถือมีฤทธิ์มีเดช ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ แท้ที่จริงแล้วมันเกิดจากจิตของเขา มันไม่ได้เกิดจากวัตถุนั้น ถ้าทำด้วยความเชื่อศรัทธาจึงจะเกิดเป็นฤทธิ์เป็นผล”

นายภันธกานต์ กิ้มทอง เคยเขียนบทความโดยอ้างอิงว่า หลวงปู่ขาว เคยได้กราบเรียนหลวงปู่เทพโลกอุดร “แล้ววัตถุมงคลที่พ่อสร้างไว้ล่ะมีไหม”

ท่านบอกให้ทราบว่า

“ตั้งแต่พ่อบวชมาในสมัยครั้งท่านหลวงพ่อมหากัสสปเถระ เป็นพระอาจารย์สอนกรรมฐาน ท่านไม่เคยสอนเรื่องการสร้างวัตถุมงคล ท่านสอนเรื่องการปฏิบัติอย่างเดียว เน้นหนักมีแต่เรื่องธรรมะล้วนๆ เน้นการปฏิบัติล้วนๆ ไม่ได้สอนในเรื่องวัตถุมงคล แต่ที่เขาเล่าลือกันว่าเป็นพระกรุหลวงพ่อแตกที่นั่นที่นี่สิ่งที่เขาพูดเขาอุปโลกน์ขึ้นมาเองพ่อไม่ได้ทำขึ้น

หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

แต่ที่ทำจริงๆ คือกรุวังหน้า ๘๔,๐๐๐ องค์นั้นพ่อทำไว้จริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างนะลูกเราจะทำอะไรก็ช่างขอให้ใจเรามีความศรัทธาเต็มร้อยเชื่อเต็มร้อย เมื่อเรามีความเชื่อศรัทธาเต็มร้อยความสำเร็จนั้นไม่ได้อยู่ที่วัตถุมงคล แต่สำเร็จที่ใจเรา เมื่อใจเราสำเร็จแล้ว ทุกอย่างมันต้องสำเร็จ

เพราะทุกอย่างมันเกิดที่เหตุเกิดขึ้นที่ใจ ถ้าเรามีความเชื่อขอให้เราตั้งจิตอธิษฐานขอบารมีธรรมที่เราได้บำเพ็ญมาทุกภพทุกชาติ บารมีธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเป็นพระบรมครูแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกนี้ เราขอแผ่บิณฑบาตเอากับเทวดาองค์นั้นกับเทวดาองค์นี้จงไปหาข้าทาสบริวารที่เคยสร้างบารมีธรรมในพระพุทธศาสนาถ้าจะสร้างนั่นสร้างนี่ให้บอกวัตถุประสงค์เขาและขอบารมีเขาขอแผ่เมตตาบิณฑบาตให้ไปสะกิดจิตใจข้าทาสบริวารเนื้อนาบุญสาวกของพระพุทธเจ้านั่นแหละ ใครมีศรัทธาก็ขอให้มารวมบารมีธรรมอธิษฐานเอา”

หลวงปู่ขาว ท่านขยายความเอาไว้ว่า “ในบรรดาศิษย์ของท่านพระมหากัสสปเถระมีที่เป็นเลิศในทางปัญญา คือท่านพระโสณเถระ และท่านที่เป็นเลิศทางมีฤทธิ์เดชคือพระอุตตรเถระหรือที่ชาวไทยเรียกขานนามท่านว่าหลวงปู่เทพโลกอุดร ท่านพระมหากัสสปเถระได้สั่งกำชับพระอุตตรเถระไว้ว่า ถ้าถึงคราวเกิดวิกฤติในศาสนาขององค์พระสมณโคดมขึ้นมาเมื่อใดยุคนั้นหลังพุทธองค์ปรินิพพานไป ๒,๕๐๐ ปีแล้วจิตใจของผู้คนจะเสื่อมถอยไปจากศีลธรรมมากขึ้นๆ แต่พระพุทธศาสนาของสมณโคดมนั้นยังคงความศักดิ์สิทธิ์อยู่เช่นเดิม

แต่ความเชื่อมั่นของมนุษย์โลกจะลดลง ความเชื่อในบาปบุญคุณโทษไม่ค่อยมี เพราะเป็นช่วงที่พญามารขึ้นมาปกครอง ฉะนั้นจะต้องหาอุบายให้ผู้คนรับรู้เพื่อเอาชนะพญามาร(กิเลสในจิตของตน)ไม่ให้มาครอบครองโลกได้อย่างน้อย ถ้าเป็นสามส่วนให้คงเหลือไว้สักหนึ่งส่วนก็ยังดี และในช่วงเวลานั้นหากจะเอาปัญญามาแก้ไขปัญหาก็คงไม่ได้ผล เพราะสังคมโลกไม่ค่อยยอมรับ ไม่ได้เอาสติปัญญามาแก้ไขปัญหา เพราะไม่เชื่อในธรรมะ

(อ่านต่อฉบับหน้า)