ตำนานพระกริ่งอู่ทอง (๒ )

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/369097

ตำนานพระกริ่งอู่ทอง (๒ )

วันที่ 20 เมษายน 2562 – 00:00 น.
ตำราพระยันต์ ๑๐๘,ตำนานพระกริ่งอู่ทอง
เปิดอ่าน 3,336 ครั้ง

คอลัมน์…  ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน  โดย…  เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee)

มีข้อความปรากฏบนศิลาจารึกตาพรหมว่า “พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗” ได้สร้างโรงพยาบาลคือ “อโรคยาศาลา” เป็นธรรมทานทั่วพระราชอาณาจักร มากถึง ๑๐๒ แห่ง ด้วยทรงเคารพนับถือพระไภษัชยคุรุทรงพยายามอนุวัติหรือดำเนินตามพระพุทธจริยาของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น นอกจากนั้นยังได้สร้างรูปพระปฏิมา “ไชยพุทธมหานาถ” พระราชทานไปประดิษฐานไว้ในเมืองอื่นๆ ๒๓ แห่ง พระองค์ทรงสร้างธรรมศาลา ขุดสระ สร้างถนน

และจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์พบว่า “พระกริ่งปทุม” ของขอมได้สร้างขึ้นอย่างแพร่หลายทุกยุคในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ เพื่ออุทิศบูชาแด่พระพุทธไภษัชยคุรุ

ซึ่งได้มีการสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๑

พระกริ่งอู่ทองรุ่นแรง (หน้า-หลัง)

ในการสร้างได้มีพิธีปลุกเสกประจุฤทธิ์เข้าไปตามกระบวนลัทธิมหายาน เป็นพระพุทธไภษัชยคุรุไวฑูรย์ประภาราชามูลปรณิธานสูตร ครบสูตร ทำให้พระกริ่งปทุมจึงมีฤทธานุภาพศักดิ์สิทธิ์มาก

แม้ว่าภายหลังเมื่อลัทธิพุทธมหายานเสื่อมสลายลงไป แต่คติการสร้างพระกริ่งยังคงสืบทอดกันมา และกลับมาแพร่หลายในหมู่ชาวไทย ลาว ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอาณาจักรขอม เพราะมีอาณาจักรติดต่อกัน

แต่เมื่อนานเข้าก็หลงลืมประวัติเดิมไปบ้าง วิธีการสร้างแบบเดิม ไปบ้างเพราะพระสูตรมหายานเป็นภาษาสันสกฤตเลือนหายไปตามความนิยมพุทธลัทธิมหายาน ต่อมาพระเกจิอาจารย์ในสายหินยานท่านได้ดัดแปลงวิธีการสร้างใหม่ตามแบบไสยเวทมีการลงพระยันต์ ๑๐๘ และนะปถมัง ๑๔ นะ ในแผ่นที่โลหะซึ่งก็ยังเกิดความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ ถ้ามาตรว่าทำขั้นตอนให้ถูกต้องตามพิธีกรรมจริงๆ

ผู้เขียนเข้ากราบนมัสการพระอาจารย์มหาพิชัย
เจ้าอาวาสวัดเขาท่าเทียม เมืองอู่ทอง ผู้จัดสร้าง พระกริ่งที่เข็มขลัง

ส่วนเม็ดกริ่งในองค์พระนั้น ท่านผู้รู้ได้สันนิษฐานเอาไว้ได้ ๒ ประการ คือประการแรกเพื่อสัญลักษณ์แห่งพระพุทธภาวะ และประการที่สอง เป็นไปตามคติที่ว่าถ้าได้สดับพระนามจะได้รับความโชคดีจึงได้บรรจุเม็ดกริ่งไว้เพราะเมื่อสั่นองค์พระจะได้บุญสองต่อ ผู้สั่นเท่ากับได้เจริญภาวนาถึงพระไภษัชยคุรุ

ส่วนผู้ที่ได้ยินก็ได้รับบุญด้วย
ในบรรดาผู้นับถือในความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธไภษัชยคุรุนั้น จะพบว่า พระกริ่งบางสมัยหรือบางสำนักเป็นพระพุทธรูปนั่งแบบปาง “มารวิชัย” พระหัตถ์ข้างซ้ายแทนที่จะถือ “วัชระ” กลับถือบาตรน้ำมนต์บ้าง หม้อยาบ้าง ผลสมอบ้าง ฯลฯ เหตุก็เพราะผู้สร้างคงมีประสงค์จะให้มีความหมายในทางบูชาแล้วป้องกันสรรพโรคาพาธและความอัปมงคล

สำหรับประเทศไทย การสร้างพระกริ่งปรากฏเป็นหลักฐาน ก่อนยุครัตนโกสินทร์ บ้างก็ว่า “น่าจะมีการสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเพราะมีตำราพระยันต์ ๑๐๘ และนะ ๑๔ นะ” เป็นเครื่องมือ บางท่านบอกว่าลึกไปถึงสมัยสุโขทัยเลยทีเดียว

แต่ “ตำราพระยันต์ ๑๐๘ และนะ ๑๔ นะ” ที่ได้มีการบันทึกไว้ในตอนท้ายของตำราว่า “เป็นพระยันต์ที่ใช้สำหรับลงหล่อพระพุทธรูปที่สำคัญ”

ซึ่งอาจจะทำให้พระคณาจารย์ในยุคต่อมา จึงได้นำเอาพระยันต์ ๑๐๘ และนะ ๑๔ นะ มาลงผสมในหล่อโลหะเพื่อเพิ่มความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ให้กับพระกริ่งที่หล่อมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้

เดวิด เชนเลอร์ นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีระดับโลก ได้กล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ว่า พระองค์ทรงเป็นกษัติย์ผู้สร้าง “ระบบพุทธราชา” ซึ่งพระองค์ทรงปฏิบัติแตกต่างจาก “ระบบเทวราชา” ตามคติฮินดูที่เคยถือปฏิบัติมานานนับศตวรรษในอาณาจักรพระนครและกลายเป็นแบบอย่างพิธีกรรมให้แก่พระมหากษัตริย์ ระบบพุทธราชาได้เติบโตมาจากประเพณีของอินเดีย (เจ้าชายสิทธัตถะหรือพระโคตมพุทธเจ้า)

เพราะในรัชสมัยของพระองค์ทรงไม่ถือพระองค์ว่าเป็นผู้อุทิศตนแก่เทพเจ้าหรือต้องไปรวมกับพระเจ้า(พระศิวะ)หลังจากสิ้นพระชนม์แล้ว แต่ทรงถือว่าพระองค์เป็นพระโพธิสัตว์หรือพระพุทธเจ้าที่ยังทรงมีพระชนม์อยู่ที่ไม่ยอมไปตรัสรู้เพื่อคอยช่วยเหลือราษฎรให้พ้นทุกข์ เพราะเชื่อว่าการไถ่ทุกข์ให้แก่ผู้อื่นด้วยวิธีนี้ กษัตริย์เองก็จะพ้นทุกข์ไปด้วย ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่กฎเกณฑ์ของเทวราชาคือการรวบรวมความยิ่งใหญ่ลี้ลับทั้งหลายเอาไว้ที่พระองค์เอง เช่น พิธีกรรมต่างๆ เทวาลัยปราสาท กาพย์กลอนฉันท์บทกวี การอภิเษกสมรสและจารึก

การที่ทรงอุทิศตนเพื่ออาณาประชาราษฎร์ด้วยมีพระปณิธานก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคมีทั้งถนนหนทาง วัดวาอาราม ศาลาแห่งไฟ และอโรคยาศาลนั้น เดวิด เชนเลอร์ ยังกล่าวถึงเอาไว้ว่า เกิดจากการที่พระองค์ทรงพิจารณาแล้วว่า พระองค์มีภารกิจที่ต้องช่วยขจัดทุกข์โศกทั้งทางกายและใจของราษฎร ดังจารึกที่พบในอโรคยาศาลาว่า

“เราจะช่วยสรรพสัตว์ทั้งหลายที่เวียนว่ายอยู่วัฏสงสาร ด้วยคุณธรรมและราชกิจอันดีงาม ขอราชะแห่งกัมพูชาซึ่งสืบต่อจากเรา จงตั้งอยู่ในความดี พร้อมด้วยมเหสีและนางสนม ข้าราชบริพารและมิตรสหายไปถึงดินแดนสุขาวดีที่ปลอดพ้นจากโรคาทั้งปวง”

สำหรับประวัติการสร้างพระกริ่งในเมืองไทยนั้น มีบันทึกชัดเจนว่า ผู้สร้างท่านแรกคือสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว) อันคำว่า “กริ่ง” นี้ สมเด็จฯ (สมเด็จพระสังฆราช แพ ติสฺสเทว) เคยรับสั่งเสมอว่า

คำว่า “กริ่ง” นี้ มาจากคำถามที่ว่า “กึ กุสโล” คือเมื่อพระโยคาวจรบำเพ็ญสมณธรรม มีจิตผ่านกุศลธรรมทั้งปวงเป็นลำดับไปแล้ว ถึงขั้นสุดท้าย จิตเสวยอุเบกขาเวทนา ปุญญาภิสังขาร”

ส่วนเหตุผลที่สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว) วัดสุทัศนเทพวราราม สร้างพระกริ่ง คือ

เมื่อพระองค์ดำรงสมณศักดิ์เป็นพระศรีสมโพธิ ครั้งนั้น สมเด็จพระวันรัต (แดง) ได้อาพาธเป็นอหิวาตกโรค ครั้งนั้นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ครั้งยังทรงเป็นกรมหมื่นเสด็จมาเยี่ยมอาการอาพาธ เมื่อรับสั่งซักถามถึงอาการของโรคจนเป็นที่เข้าพระทัยแล้ว จึงรับสั่งว่า เคยเห็นกรมพระยาปวเรศฯ เสด็จพระอุปัชฌาย์ของพระองค์ ได้อาราธนาพระกริ่งแช่น้ำอธิษฐาน ขอน้ำพระพุทธมนต์แล้วให้คนไข้เป็นอหิวาตกโรคกินหายเป็นปรกติ

และพระองค์จึงรับสั่งให้มหาดเล็กที่ตามเสด็จไปนำพระกริ่งที่วัดบวร นิเวศ แต่สมเด็จฯ ทูลว่า พระกริ่งที่กุฏิก็มี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า จึงรับสั่งให้นำมา แล้วอาราธนาพระกริ่ง แช่น้ำอธิษฐานขอน้ำพระพุทธมนต์แล้วนำไปถวายสมเด็จพระวันรัต (แดง) เมื่อท่านฉันน้ำพระพุทธมนต์แล้วโรคอหิวาต์ก็บรรเทาหายเป็นปรกติ ส่วนพระกริ่งที่อาราธนาขอน้ำพระพุทธมนต์นั้น เป็นพระกริ่งสมัยไหน พระองค์ท่านรับสั่งว่าจำไม่ได้ เข้าใจว่าเป็นพระกริ่งเก่าหรือไม่ก็คงเป็นพระกริ่งของสมเด็จกรมพระยาปวเรศฯ องค์ใดองค์หนึ่ง

ตั้งแต่นั้นมา พระองค์ก็เริ่มสนพระทัยในการสร้างพระกริ่งขึ้นเป็นลำดับ ค้นหาประวัติการสร้างพระกริ่งและตรัสไว้ว่า

“การสร้างพระกริ่งนี้มีมาแต่โบราณกาลแล้ว เริ่มขึ้นที่ประเทศทิเบตก่อน ต่อมาก็ประเทศจีน และประเทศเขมร พระพุทธลักษณะของพระกริ่ง เป็นแบบพระพุทธรูปมหายานทางทิเบต และในเขมรก็มีพระกริ่งแบบนี้เหมือนกับเรา ที่เรียกกันว่า “กริ่งปทุม” ประเพณีนิยมสร้างพระกริ่งของไทยจะได้ครูจากเขมรเป็นแน่แท้ และมีการสร้างกันในยุคกรุงสุโขทัยแล้ว ที่กล่าวว่าตำราสร้างพระกริ่งในยุคกรุงรัตนโกสินทร์นี้ เดิมเป็นของสมเด็จพระพนรัต วัดป่าแก้ว ก็น่าจะจริงเพราะสมเด็จพระพนรัตองค์นั้นท่านคงจะได้รวบรวมวิธีการสร้างตำรับตำราเก่าๆ และในสมัยนั้นวัดป่าแก้วก็นับถือกันว่าเป็นสำนักอรัญญิกาวาส สมถธุระ วิปัสสนาธุระ”

ครับ–กล่าวโดยสรุปพระกริ่งก็คือ พระปฏิมาพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้านั่นเอง

พระพุทธเจ้าองค์นี้เป็นที่นิยมนับถือของปวงพุทธศาสนิกชนฝ่ายลัทธิมหายานอย่างมาก

และปรากฏพระประวัติความเป็นมาในพระสูตรสันสกฤตสูตรหนึ่ง ว่า “พระพุทธเจ้าไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาราชามูลประณิธานสูตร ผู้ทรงเป็นครูในด้านเภสัช คือ การรักษาพยาบาล”

เพราะฉะนั้นตั้งแต่โบราณนานมาจึงนิยมใช้พระกริ่งมาอธิษฐานแล้วแช่น้ำทำเป็นน้ำพระพุทธมนต์แล้วดื่มกินเชื่อว่ารักษาโรคภัยไข้เจ็บได้

(ติดตามอ่านต่อในตอนต่อไป)

คมเลนส์ส่องพระ : วันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/368663

คมเลนส์ส่องพระ : วันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562

วันที่ 13 เมษายน 2562 – 00:00 น.
พระเครื่อง,คมเลนส์ส่องพระ,พ่อท่านผอม ถาวโร,เหรียญกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์,หลวงพ่อทันใจ,พระผงของขวัญ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ,พระพิมพ์สมเด็จ ปรกโพธิ์หกก้าน เนื้อผงแช่น้ำมนต์,พระพุทธรูปเชียงแสน สิงห์สาม
เปิดอ่าน 3,423 ครั้ง

โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

*** งานประกวดพระ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๗ เมษายน ที่ผ่านมา จัดโดยนิตยสาร สุดยอดพระเครื่องเมืองสยาม ณ อาคาร บี ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ หลักสี่ …มีผู้ไปร่วมงานมากพอสมควร เก็บเงินรายได้กว่า ๖.๖ ล้านบาท….ประธานอำนวยการ ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง ประธานจัดงาน ธนชาต บุญสูง ประธานดำเนินงาน เยาวลักษณ์ จามเจริญ สนับสนุนโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ฯลฯ พระที่จัดประกวด ๓,๖๘๐ รายการ ครบทุกประเภท รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ “พระองค์ครู” หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ฉบับสมบูรณ์ ชี้ตำหนิพระเนื้อว่าน ทุกพิมพ์ หนา ๖๓๒ หน้า บรรจุในกล่องแม่เหล็กอย่างสวยงาม  งานนี้คนส่งพระแฮปปี้ เพราะมีรางวัลมากมาย คนจัดงานก็มีความสุขที่ได้มอบสิ่งดีๆ แก่ผู้ร่วมงานโดยทั่วกัน **

*** ขอเชิญร่วมงานประกวดพระ วันอาทิตย์ที่ ๒๘ เมษายน นี้ จัดโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขา จ.ชลบุรี เขต ๑ ณ โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา ศาลารวมใจ ชั้นล่าง  ประธานจัดงาน  ท่านฉัตรชัย ทิมกระจ่าง ประธานชมรมอนุรักษ์พระเครื่องศรีราชา  ประธานดำเนินงาน คมสัน ชาญชัยวรวิทย์ (หน่อย ศรีราชา)  ประธานกรรมการบริหาร สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขา จ.ชลบุรี เขต ๑   พระที่จัดประกวด ๒,๘๑๐ รายการ ครบทุกประเภท ค่าส่งพระองค์ละ ๓๐๐ บาท รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ “พระเครื่องล้ำค่าเมืองชล” จัดทำโดยทีมงานนิตยสาร “พระท่าพระจันทร์” รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมพระยอดนิยม จักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ ๑๑๐ และถ้วยเกียรติยศ จาก ท่านสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา    รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมพระทั่วไป จักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ ๑๑๐ และถ้วยเกียรติยศ จาก ท่านฉัตรชัย ทิมกระจ่าง ประธานสภาเทศบาลเมืองศรีราชา  รางวัลพิเศษ แผงจรยุทธ์ ลุ้นรับรางวัล จักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ ๑๑๐   ๑ คัน **

**  คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มด้วย  พระกริ่งอุบาเก็ง เป็นพระกริ่งนอกอีกองค์หนึ่งที่มีความสำคัญมาก สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นโดยราชสำนักจีน ในราชวงศ์ถัง (ตรงกับสมัยศรีวิชัย) เป็นพระกริ่งยุคเดียวกับ พระกริ่งใหญ่จีน ที่ได้ชื่อว่า พระกริ่งอุบาเก็ง เพราะค้นพบที่ยอดปราสาทพนมบาเก็ง ประเทศกัมพูชา โดยราชสำนักจีนได้พระราชทานให้กัมพูชาและประเทศไทย ในสมัยพระเจ้าอู่ทอง  พระกริ่งอุบาเก็ง จัดเป็นพระกริ่งชั้นสูง มีจำนวนน้อย เป็นหนึ่งใน ชุดเบญจภาคีพระกริ่งนอก ที่มีมูลค่าสูงมาก องค์นี้มีความสมบูรณ์งดงามเป็นอย่างยิ่ง มีภาพในหนังสือ “ภาพพระเครื่อง” ของ ท่านประชุม กาญจนวัฒน์ ปี ๒๕๐๘ และได้รับรางวัลงานประกวดพระที่อยุธยา ปี ๒๕๒๐ โดยลงพิมพ์ในหนังสือเป็นภาพขาวดำ  ปัจจุบันพระกริ่งอุบาเก็งองค์นี้อยู่ในครอบครองของ นพ.อนุชิต กิจธารทอง ศูนย์โรคตา ถนนช่องเขา ใกล้ ม.อ.หาดใหญ่ **

**  พระพุทธรูปเชียงแสน สิงห์สาม หน้าตัก ๕ นิ้ว อายุร่วม ๕๐๐ ปี องค์นี้มีสภาพเดิมๆ ผิวพรรณองค์พระดูธรรมชาติ ศิลปะประณีตในทุกมิติ โดยเฉพาะที่ฐาน มีการฉลุ ๒ ชั้น งดงามอลังการยิ่ง และมีอักษรจีนโบราณบนกระเบื้องเคลือบ ประดับที่กึ่งกลางฐานชั้นบน อักษรจีนนี้เพื่อแสดงตัวตนของแซ่ตระกูลคหบดีชาวจีนไหหลำ “แซ่เงียบ” ที่เพิ่งอพยพเข้ามาทางภาคเหนือตอนล่าง ช่วงปลายรัชกาลที่ ๕  (ขอขอบพระคุณ ท่านรองอธิการบดี พรชัย ตระกูลวรานนท์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่กรุณาให้คำแปล) ในส่วนฐานอีกชั้น บริเวณด้านหลัง มีอักขระโบราณล้านนา สลักโดยรอบ ส่วนนี้มีคุณค่าต่อการศึกษาเชิงโบราณคดียิ่งนัก เป็นพระของ ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ผู้ที่ศึกษาและสะสมพระพุทธรูปโบราณอย่างจริงจัง และสะสมพระพุทธรูปองค์สวยแชมป์จำนวนมาก **

**  พระพิมพ์สมเด็จ ปรกโพธิ์หกก้าน เนื้อผงแช่น้ำมนต์ (ยุคต้น) ปี ๒๔๖๘ เป็น ๑ ใน ๑๓ พิมพ์แรกที่ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี สร้างขึ้นด้วยตัวท่านเอง จากมวลสารศักดิ์สิทธิ์มากมาย โดยเฉพาะผงพระวัดพลับ รวมทั้งผงพระสมเด็จ วัดระฆัง ผสมกับผงอิทธิเจที่ท่านทำขึ้นเอง พระพิมพ์สมเด็จปรกโพธิ์หกก้าน เนื้อผงแช่น้ำมนต์องค์นี้เป็นพระแท้ ดูง่าย ความสวยในระดับแชมป์ หูตากระพริบ พิมพ์ทรงคมชัด ปรกโพธิ์กดติดครบทุกก้าน องค์พระมีความหนามาก คราบน้ำมนต์เดิมๆ ติดรางวัลที่ ๑ งานศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ จัดโดยนิตยสาร “สุดยอดพระเครื่องเมืองสยาม” (๗ เม.ย.๖๒) ของ เฉิน รังเทพ ร้านรังเทพ ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน **

**  ชั่วโมงนี้ พระผงของขวัญ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ รุ่นแรก มีผู้สนใจสะสมอย่างกว้างขวางขึ้นมาก  พระองค์สวยๆ ราคาเฉียดหลักล้าน แสดงว่าพระของท่านศักดิ์สิทธิ์จริง มีประสบการณ์ตลอดมา พระผงของขวัญ รุ่นแรก สร้างปี ๒๔๙๓ จำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ มี ๑๐ แม่พิมพ์ มีทั้งเคลือบเชลแล็กและไม่ได้เคลือบเชลแล็ก องค์ในภาพนี้เป็นพิมพ์ที่ ๓ เคลือบเชลแล็ก สวยสมบูรณ์สภาพเดิมๆ  ติดที่ ๑ งานประกวดพระเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (๗ เม.ย.๖๒) ที่ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ จัดโดยนิตยสาร “สุดยอดพระเครื่องเมืองสยาม” เป็นพระของ ว่าที่ ร.ต.พรศักดิ์ ชัยนิรัติศัย (เล็ก หลักสี่) นักสะสมพระสวยแท้ติดรางวัล **

**  หลวงพ่อทันใจ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ สมัยเชียงแสน หน้าตักกว้าง ๑.๑๐ เมตร ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ วัดศรีมหาราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยากำแพงเพชรอัครโยธิน ประทานให้เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๓ ต่อมาในสมัย พระครูปริยัติวราทร (หลวงพ่อผิว) เป็นเจ้าอาวาสได้จัดสร้าง เหรียญหลวงพ่อทันใจ เป็นที่ระลึกในงานหล่อพระประธาน โดยขอให้ ท่านเจ้าคุณนรฯ อธิษฐานจิตให้ เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๑๓ เหรียญรุ่นนี้สร้างด้วยเนื้อทองคำ ๒๐ เหรียญ, เนื้อเงิน  ๒๕๐ เหรียญ และเนื้อทองแดง  ๕,๐๐๐ เหรียญ ปัจจุบันเนื้อทองคำเช่าบูชากันกว่า ๓ แสนบาท, เนื้อเงินประมาณ ๑ แสนบาท และเนื้อทองแดงหลักหมื่นต้น (ภาพจากหนังสือ “พระเครื่องล้ำค่าเมืองชล” จัดทำโดยทีมงานนิตยสาร “พระท่าพระจันทร์”) **

**  เหรียญกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ปี ๒๔๖๖ เนื้อทองคำ ปลุกเสกโดย หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า สภาพสวยแชมป์ เส้นสายลายพิมพ์คมชัด ผิวเดิมๆ จัดเป็น เหรียญแท้ดูง่าย ที่หายากมากๆ ประมาณ ๑๐ ปี ถึงจะมีเหรียญเนื้อทองคำเข้ามาวงการสักเหรียญหนึ่ง ส่งประกวดติดที่ ๑ หลายงานที่รับรองโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และยังมีบัตรรับรอง พระแท้ จากสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย อีกด้วย เป็นเหรียญของ นพ.มาณพ โกวิทยา แหล่งรวมพระแท้ติดรางวัล **

**  ขอเชิญร่วมแสดงมุทิตาสักการะและสรงน้ำขอพร พ่อท่านผอม ถาวโร วันจันทร์ที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๒ ณ ห้องจัดเลี้ยง โรงแรมเบลล่าบี ชั้น ๒  ติดกับธนาคารกรุงเทพ  บริเวณทางเข้าการไฟฟ้าฝ่ายผลิต บางกรวย เชิงสะพานพระราม ๗  เวลา ๑๐.๐๐ น. เริ่มพิธีสงฆ์  ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์  ๑๒.๐๐ น. พิธีสรงน้ำขอพร พ่อท่านผอม สอบถามโทร.๐๘-๑๘๐๔-๒๒๘๖ **

** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป ขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด…นะมัสเต ***

คอนเสิร์ตสุดอลังการ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/379983

คอนเสิร์ตสุดอลังการ!!

วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 – 07:00 น.
ภิชา ปัญญาอาจอง,ซากุระโปรดัคส์,วาดฝันกับมือ,ซากุระ พิกม่า ไมครอน,วงสยามซินโฟนิเอตต้า,ทฤษฎี ณ พัทลุง,เทศกาลแข่งขันนักร้องประสานเสียงนานาชาติ,ปรีญ่า คอร์เนเลีย ลิงค์,วัน บรีท แอท อะ ไทม์,อีกหนึ่งลมหายใจ,เลอ ลิงค์ แกลเลอรี่,ดอกรวงผึ้ง,พิพิธภัณฑ์ผ้า,ดอกไม้ประจำรัชกาลที่ 10
เปิดอ่าน 3,862 ครั้ง

เปิดด้วยนักร้องประสานเสียงจากอินโดนีเซีย รัสเซีย ญี่ปุ่น และไทย ที่มาจากเทศกาลแข่งขันนักร้องประสานเสียงนานาชาติ ครั้งที่ 12

** ภิชา ปัญญาอาจอง ผู้ช่วยผู้บริหาร บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด จัดโครงการ “พิกม่า ไมครอน ไอ แอม ออริจินัล” ผู้ส่งผลงานจะต้องศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา รังสรรค์ผลงานภายใต้แนวความคิด “วาดฝันกับมือ” บนกระดาษขนาดไม่ต่ำกว่าเอ4 ด้วยปากกาซากุระ พิกม่า ไมครอน พร้อมอธิบายแรงบันดาลใจหรือรูปแบบแนวความคิด ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม สามารถดูรายละเอียดโครงการและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://www.sakura.in.th

วงสยามซินโฟนิเอตต้า ภายใต้การอำนวยดนตรีของ ทฤษฎี ณ พัทลุง

          ** โอเปร่าสยาม ภูมิใจเสนอคอนเสิร์ตสุดอลังการ โดย วงสยามซินโฟนิเอตต้า ภายใต้การอำนวยดนตรีของ ทฤษฎี ณ พัทลุง ซึ่งคอนเสิร์ตดังกล่าวนี้จะเปิดด้วยนักร้องประสานเสียงจากอินโดนีเซีย รัสเซีย ญี่ปุ่น และไทย ที่มาจากเทศกาลแข่งขันนักร้องประสานเสียงนานาชาติ ครั้งที่ 12 ติดตามชมการแสดงคอนเสิร์ตได้วันที่ 23 กรกฎาคม เวลา 19.30 น. ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สอบถามโทร.06-1971-6477

“วัน บรีท แอท อะ ไทม์” หรือ “อีกหนึ่งลมหายใจ” 

          ** ศิลปินหญิงชาวเยอรมัน ปรีญ่า คอร์เนเลีย ลิงค์ ได้นำคอลเลกชั่นผลงานศิลปะของเธอกว่า 63 ชิ้น มาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ “วัน บรีท แอท อะ ไทม์” หรือ “อีกหนึ่งลมหายใจ” จัดแสดงที่ เลอ ลิงค์ แกลเลอรี่ ซ.ต้นสน ถ.เพลินจิต เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 12.00-18.00 น. วันนี้-28 กรกฎาคม สอบถามโทร.09-5591-5041 หรือ http://www.lelinkgallery.com

ประดิษฐ์ดอกรวงผึ้งจากผ้า ดอกไม้ประจำรัชกาลที่ 10

             ** พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขอเชิญชวนบุคคลทั่วไปร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ “ประดิษฐ์ดอกรวงผึ้งจากผ้า ดอกไม้ประจำรัชกาลที่ 10” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการประดิษฐ์ดอกรวงผึ้งจากผ้า ตั้งแต่การประกอบกลีบเข้าด้วยกัน ทำกิ่ง ก้าน และใบ ในวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม เวลา 14.00-17.00 น. ที่โอเพ่น เฮ้าส์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น 6 ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมฟรี! สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.0-2225-9420 ต่อ 0 ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น.

จินตนาการจากงานเขียนสู่งานศิลป์ชูแนวคิด “บวร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/379031

จินตนาการจากงานเขียนสู่งานศิลป์ชูแนวคิด “บวร”

วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 – 06:00 น.
บ้าน วัด โรงเรียน,บวร,อินทัช,วรรณกรรมไทย,เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์,แก้วจอมซน,กลิ่นสีและกาวแป้ง,อยู่กับก๋ง,ความสุขของกะทิ,เด็กชายมะลิวัลย์
เปิดอ่าน 4,185 ครั้ง

สร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยการซึมซับแรงบันดาลใจที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมไทยที่สอดแทรกวิถีชีวิตที่ผูกพันกับ “บ้าน วัด โรงเรียน”

ประสบความสำเร็จในการปลูกฝังให้เยาวชนไทยรักการอ่านมาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้โครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 13 ชวนเหล่าจิตรกรรุ่นใหม่ร่วมปลดปล่อยจินตนาการผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยการซึมซับแรงบันดาลใจที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมไทยที่สอดแทรกวิถีชีวิตที่ผูกพันกับ “บ้าน วัด โรงเรียน” หรือเลือกอ่านได้จาก 50 ตัวอย่างวรรณกรรมชวนอ่าน อาทิ แก้วจอมซน (สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี), อยู่กับก๋ง (หยกบูรพา), กลิ่นสีและกาวแป้ง (พิษณุ ศุภนิมิตร), ความสุขของกะทิ (งามพรรณ เวชชาชีวะ), เด็กชายมะลิวัลย์ (ประภัสสร เสวิกุล) เป็นต้น โดยเป็นวรรณกรรมที่ร้อยเรียงเรื่องราวให้อ่านสนุก เปี่ยมอรรถรสและงดงาม ด้วยวรรณศิลป์ สอดแทรกขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่ผูกพันกับ “บ้าน วัด โรงเรียน” ตั้งแต่แรกเกิดจนวันสุดท้ายของชีวิต

อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

บ้าน วัด โรงเรียน รวมเรียกสั้นๆ ว่า “บวร” เปรียบเสมือน 3 เสาหลักที่เชื่อมโยงผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่อดีต บวรเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะสอดแทรกอยู่ในวรรณกรรมหลายเล่ม ทั้งยังปรากฏในศิลปะการแสดงทุกแขนง อินทัชจึงได้นำบวรมาเป็นโจทย์ของการสร้างสรรค์งานศิลปะในปีนี้ ด้วยมุ่งหวังปลูกจิตสำนึกรักการอ่านให้เยาวชนไทย ควบคู่กับการอนุรักษ์ภาษาและวรรณกรรมไทย ผ่านการถ่ายทอดจินตนาการที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมนำมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะที่สื่อความหมายเชิงบวก บ่งบอกถึงความสุข ความสวยงาม และสะท้อนความเป็น “บวร” ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยได้อย่างแจ่มชัด ผ่านเทคนิคลายเส้นหรือการใช้สีที่ถนัด (ยกเว้นการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิก)

ธนาธิป นาฉลอง-พิสชา พ่วงลาภ กับถ้วยรางวัลพระราชทาน

          อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) พุทธศักราช 2536 และหนึ่งในกรรมการตัดสินโครงการ จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช กล่าวว่า เพราะศิลปะทุกแขนงบนโลกเชื่อมโยงกันด้วยอารมณ์ความรู้สึกจะเห็นได้จากศิลปินระดับโลกที่สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกจากการอ่านหนังสือ โดยไม่จำเป็นต้องถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดในนั้น แต่อาจจะเป็นการหยิบยก เรื่องราวบางช่วงตอนที่กระทบใจหรือสร้างแรงบันดาลใจจนเราอยากถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจ ให้เป็นผลงานศิลปะ เพราะศิลปะที่มีคุณค่าต้องประกอบด้วยองค์รวม 3 ประการ นั่นคือความรู้สึก จินตนาการ และปัญญา

“อีสาน” ผลงานของธนาธิป นาฉลอง เจ้าของรางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เมื่อปีที่แล้ว

          “โครงการที่ให้ความสำคัญและปลูกฝังให้เยาวชนไทยรักการอ่านมีน้อยมาก ทั้งที่เมืองไทยมีวรรณกรรมดีๆ ชวนอ่านเยอะ การอ่านหนังสือดีๆ สักเล่มจะเป็นองค์รวมของปัญญา ยิ่งถ้าเรามีความสามารถในการสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยแล้ว ยิ่งส่งเสริมจินตนาการให้แจ่มชัดขึ้น เป็นการบูรณาการด้านปัญญาและจิตใจไปพร้อมกัน โครงการนี้จึงเป็นกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้เยาวชนไทยที่ดีมาก ผมจึงอยากสนับสนุนให้เยาวชนส่งผลงานเข้ามาประกวดกันมากๆ เพราะสะท้อนว่าพวกเขาอ่านหนังสือมากขึ้นและทำให้เติบโตอย่างลึกซึ้งผ่านการอ่านหนังสือ นำมาถ่ายทอดเป็นศิลปะที่สะท้อนให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ของจิตใจและเป็นเสน่ห์ อย่างหนึ่งที่อยู่ในผลงานศิลปะของเยาวชน” อ.เนาวรัตน์ กล่าว

“สุขสุดของปวงไทย” ผลงานของพิสชา พ่วงลาภ เจ้าของรางวัลชนะเลิศระดับอุดมศึกษา เมื่อปีที่แล้ว

          ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา โครงการประสบความสำเร็จในการปลูกจิตสำนึกรักการอ่านให้เยาวชนไทย 16,580 คน พร้อมส่งเสริมด้านความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอผลงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจการอ่านวรรณกรรมพื้นบ้าน วรรณกรรมในชั้นเรียน วรรณกรรมร่วมสมัย และวรรณกรรมที่ได้รับรางวัลกว่า 2,000 เรื่อง มอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนและสถาบันการศึกษาถึง 15,140,000 บาท รวมถึงรายได้จากการจำหน่ายภาพ การกุศลสมทบทุนมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาให้เยาวชนที่เรียนดีแต่ ขาดแคลนทุนทรัพย์ 7,500,000 บาท

          “เยาวชนได้รางวัล สถาบันก็ได้ด้วย” นอกจากน้องๆ จะได้รับรางวัลแห่งความภูมิใจแล้ว โครงการยังมีเงินสนับสนุนให้แก่สถาบันการศึกษาของน้องๆ ที่ได้รับรางวัลเพื่อนำไปใช้พัฒนาการเรียนการสอน หรือจัดกิจกรรมด้านศิลปะด้วยเช่นกัน น้องๆ คนไหนสนใจรีบส่งผลงานมาร่วมประกวด ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.08-2796-1670-1, 0-2934-6767 หรือ 0-2118-6953 และติดตามความเคลื่อนไหวหรือค้นหา 50 ตัวอย่างวรรณกรรมชวนอ่านที่ http://www.intouchcompany.com, FB : intouchstation

นิทรรศการดีๆ ที่ไม่ควรพลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/379029

นิทรรศการดีๆ ที่ไม่ควรพลาด

วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 – 01:00 น.
วันอาสาฬหบูชา,เมืองโบราณ,พุทธมหาวิหารวชิรธรรม,ถวายเทียนพรรษา,พระธาตุบังพวน,มหาวิหารวชิรธรรม,โรฮิงญา,ไพโรจน์ พิเชฐเมธากุล,พรพจน์ กาญจนหัตถกิจ,อะ ฮิวแมน,วิชวล ไดอารี่,นัยย์ - สิ่งที่ซ่อนเร้น,ณภัทร์ ภัทรพรเลิศ,ปัญญวัฒน์ มหันตปัญญ์,สมภพ เตชะมังคลานนท์
เปิดอ่าน 7,308 ครั้ง

ภาพถ่ายบันทึกการเดินทางรอบโลกในช่วงเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมาของ พรพจน์ กาญจนหัตถกิจ

          ** เนื่องใน “วันอาสาฬหบูชา” อังคารที่ 16 กรกฎาคม เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ จัดกิจกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนา เวลา 16.00 น. เชิญร่วมเป็นเจ้าภาพและร่วมพิธีถวายเทียนพรรษา จำนวน 28 คู่ ณ พุทธมหาวิหารวชิรธรรม เวลา 17.00 น. ฟังพระธรรมเทศนา พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นประกอบพิธีเวียนเทียน ณ พระธาตุบังพวน เวลา 20.00 น. เชิญสักการะหลวงพ่อโต ตักบาตรเหรียญพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ไหว้พระธาตุประจำปีเกิด ณ มหาวิหารวชิรธรรม พุทธาวาสแห่งอนันตจักรวาล

นิทรรศการ “วิชวล ไดอารี่”

          ** นิทรรศการ “วิชวล ไดอารี่” โดย พรพจน์ กาญจนหัตถกิจ บันทึกการเดินทางรอบโลกในช่วงเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา ผ่านกล้องไลก้าตัวโปรด นำเสนอเรื่องราวการสำรวจเหตุการณ์สถานที่และผู้คนที่มีความสำคัญต่อเขาผ่านภาพถ่าย ถ่ายทอดออกมาผ่านแสง สี และองค์ประกอบต่างๆ จัดแสดงถึง 22 กรกฎาคมนี้ ที่ไลก้า แกลเลอรี่ แบงคอก

นิทรรศการ “นัยย์ – สิ่งที่ซ่อนเร้น”

          ** นิทรรศการ “นัยย์ – สิ่งที่ซ่อนเร้น” โดย 3 ศิลปิน ณภัทร์ ภัทรพรเลิศ, ปัญญวัฒน์ มหันตปัญญ์ และสมภพ เตชะมังคลานนท์ ที่หยิบยกแง่มุมของมนุษย์ที่ถูกซ่อนเร้น ปิดบัง หรือทำให้มองไม่เห็น มานำเสนออย่างเปิดเผยในรูปแบบผลงานจิตรกรรมโดยมีหัวใจสำคัญคือ การนำกายภาพของมนุษย์มาแสดงออกโดยแฝงความคิดและอารมณ์ที่แตกต่างหลากหลาย เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้-27 กรกฎาคม ที่จอยแมน แกลเลอรี่ ถ.มหาไชย(เว้นวันจันทร์)

นิทรรศการ “อะ ฮิวแมน”

          ** นิทรรศการ “อะ ฮิวแมน” โดย ไพโรจน์ พิเชฐเมธากุล นำเสนอภาพวาดของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาหลากหลายวัย ที่จะสะท้อนความจริง ร่องรอยบาดแผล และความหวังของเหล่าผู้ลี้ภัยเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ชมได้ตั้งแต่วันนี้-31 กรกฎาคม ที่ละลานตาไฟน์อาร์ต ซ.นราธิวาส 22 (เว้นวันอาทิตย์และจันทร์)

รุ่นใหม่ตบเท้าร่วมคัดนักแสดงโขนตอน “สืบมรรคา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/378388

รุ่นใหม่ตบเท้าร่วมคัดนักแสดงโขนตอน “สืบมรรคา”

วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 – 07:00 น.
โขน,มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ,สืบมรรคา,ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ,ประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว,จตุพร รัตนวราหะ,รัจนา พวงประยงค์,อนุชา ทีรคานนท์,สุรัตน์ จงดา,สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
เปิดอ่าน 6,620 ครั้ง

นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลป และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศมาร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับรอบตัดสินในการคัดเลือกนักแสดงโขนรุ่นใหม่เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 2562 ตอน “สืบมรรคา” โดยปีนี้ได้รับความสนใจจากนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลป และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศมาร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามเกือบ 800 คน

ส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมคัดเลือกนักแสดงโขนรุ่นใหม่

ดร.สุรัตน์ จงดา-ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ-ดร.อนุชา ทีรคานนท์

ซึ่งได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขน และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ครูประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์โขน) พุทธศักราช 2551, ครูจตุพร รัตนวราหะ ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์โขน) พุทธศักราช 2552, ครูรัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย) พุทธศักราช 2554, ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้เขียนบทและกำกับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 2562, ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา ฯลฯ ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ผ่านการคัดเลือกนักแสดงรุ่นใหม่ทั้งหมด 158 คน รวมทั้งมอบทุนการศึกษาให้แก่ผู้ที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุดจำนวน 22 คน ที่ห้องเทเวศร์ อาคารหอประชุม สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เมื่อวันก่อน

ส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมคัดเลือกนักแสดงโขนรุ่นใหม่

          ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ กล่าวว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีโอกาสฝึกฝีมือและมีใจรักในการแสดงโขน สมดังพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อนุรักษ์โขนการแสดงชั้นสูงของไทย และมีการจัดแสดงโขนต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงจัดให้มีการคัดเลือกนักแสดงโขนรุ่นใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยครั้งนี้มีนักแสดงรุ่นใหม่เข้ามาคัดเลือกเพิ่มขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา เป็นที่น่าปลาบปลื้มใจที่มีเยาวชนให้ความสนใจและตั้งใจมาสมัครจากทั่วประเทศ การที่คนรุ่นใหม่เข้ามาคัดเลือกนั้นจะได้รับประโยชน์ติดตัวไปอย่างแน่นอน เพราะอาจารย์ที่เป็นกรรมการคัดเลือกล้วนเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งเยาวชนที่มาร่วมคัดเลือกยังสามารถนำข้อแนะนำไปปรับปรุงการแสดงของตนเองต่อไป

ดร.สุรัตน์ จงดา

ส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมคัดเลือกนักแสดงโขนรุ่นใหม่

          ดร.สุรัตน์ จงดา เผยว่า “สืบมรรคา” เป็นตอนที่จะได้เห็นหนุมานผจญภัยที่ด่านต่างๆ จนถึงเมืองลงกา หนุมานจะไปสร้างวีรกรรมเผากรุงลงกา ซึ่งจะมีความสนุกสนาน หลากรส และเต็มไปด้วยสีสัน อีกทั้งด้วยความที่มีบทบู๊ค่อนข้างมาก ดังนั้นการคัดเลือกนักแสดงจึงต้องเข้มข้นเป็นพิเศษ แม้บทเด่นจะเป็นหนุมาน ที่ต้องมีความแคล่วคล่องว่องไว ผู้แสดงบทยักษ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากต้องปะทะกับหนุมาน จึงต้องมีพละกำลังสูง มีท่าพิเศษที่ต้องใช้ความแข็งแรงของร่างกาย ซึ่งยักษ์ก็ต้องรับท่าต่างๆ ให้สมดุลกันด้วย อยากให้ทุกคนได้มาชม จะได้รู้ว่าการแสดงโขนไม่ได้ล้าสมัยและปีนี้เป็นแฟนตาซีมากกว่าเดิม สนุกสนานมากขึ้น ใครเป็นแฟนหนุมานต้องไม่พลาดติดตาม

อ.รัจนา พวงประยงค์

          ด้าน อ.รัจนา พวงประยงค์ กล่าวว่า เพราะตัวละครนางในตอนสืบมรรคา มีสองตัวละครที่โดดเด่นคือ นางสีดา ต้องมีบุคลิกที่สง่า สงบนิ่ง และ บุษมาลี ที่ต้องมีความสวยและคล่องแคล่ว ดังนั้นการคัดเลือกตัวละครนางต้องดูทั้งบุคลิกลักษณะความงดงามของใบหน้า ความสมบูรณ์ของสรีระ รวมถึงความฉลาดในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าบนเวทีได้ ขณะเดียวกันนักแสดงโขนที่ดีต้องมีความขยัน ความตั้งใจ รวมทั้งต้องมีไหวพริบปฏิภาณ ตั้งสติให้ได้ และต้องจำบทให้แม่นยำด้วย สิ่งที่ต้องการในฐานะครูนาฏศิลป์ คือต้องการสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีใจรักและมีความสามารถด้านนาฏศิลป์เพื่อสืบทอดและอนุรักษ์ให้นาฏศิลป์ของไทยคงอยู่สืบไป

ส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมคัดเลือกนักแสดงโขนรุ่นใหม่

          การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 2562 ตอน “สืบมรรคา” จะเปิดการแสดงระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2562 ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา

หุ่นละครเล็ก “หนุมานชาญสมร ตอน แก้กลมัจฉา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/378381

หุ่นละครเล็ก “หนุมานชาญสมร ตอน แก้กลมัจฉา”

วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 – 17:00 น.
ไฟ-ฟ้า อาร์ต คอนเทสต์ 2019,ทู เรียลิตี้ส์,โนอาห์ ชาฮาร์,ทีเอ็มบี,เด็กธรรมดา คือสิ่งที่สวยงาม,ชลูด นิ่มเสมอ,เอเชียทีค,นาฏยศาลา,หุ่นละครเล็ก,โจหลุยส์,หนุมานชาญสมร,แก้กลมัจฉา
เปิดอ่าน 4,931 ครั้ง

เอเชียทีค ร่วมกับ นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) จัดงาน “เทิดไท้พระมหากษัตรา พระบรมราชาภิเษก” 

          ** นิทรรศการ “ทู เรียลิตี้ส์” โดย โนอาห์ ชาฮาร์ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การถ่ายภาพผู้คน ดึงโลกที่หลบซ่อนอยู่ภายในออกมา ในขณะที่ฮาร์นคือขั้วตรงข้าม ผลงานทัศนียภาพอันน่าประทับใจและภาพวิวทิวทัศน์ได้ครอบคลุมฉากการถ่ายภาพ จัดแสดงวันนี้-24 กรกฎาคม ที่อาร์ซีบี โฟโต้กราเฟอร์ แกลเลอรี่ ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

 

          **  เอเชียทีค ร่วมกับ นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) จัดงาน “เทิดไท้พระมหากษัตรา พระบรมราชาภิเษก” ภายในงานมีนิทรรศการพระมหาพิชัยมงกุฎ (จำลอง) ทำด้วยไม้สักทองหลางและไม้สัก พร้อมชมการแสดงหุ่นละครเล็กชุดใหม่เรื่อง “หนุมานชาญสมร ตอน แก้กลมัจฉา” สามารถชมการแสดงได้วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 19.30 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.asiatiquethailand.com

          ** มูลนิธิทีเอ็มบี เชิญชวนน้องๆ เข้าร่วมกิจกรรรม “ไฟ-ฟ้า อาร์ต คอนเทสต์ 2019” พร้อมสร้างสรรค์และส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดศิลปกรรมเยาวชน ในหัวข้อ “เด็กธรรมดา คือสิ่งที่สวยงาม” เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้นำเสนอมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ผ่านผลงานศิลปะ จุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน พร้อมชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 25,000 บาท ใบประกาศเกียรติคุณและโล่รางวัลสำหรับโรงเรียน ส่งผลงานวันนี้-27 กันยายน ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.tmbfoundation.or.th หรือติดต่อฝ่ายประสานงานโครงการ 08-9836-4417, 08-5553-2206

** นิทรรศการ “ชลูด นิ่มเสมอ : เมืองกับจินตภาพและภาพสะท้อนของผู้คน” นำเสนอมุมมองของ ศ.เกียรติคุณ ชลูด นิ่มเสมอ ที่มีต่อเมืองและความเปลี่ยนแปลงของเมืองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชมได้ตั้งแต่วันนี้-21 กรกฎาคม ที่หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล ถ.บรมราชชนนี (ปิดวันจันทร์)

มหกรรม”ศิลปะ-ดนตรี-การแสดง” ครั้งที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/378231

มหกรรม”ศิลปะ-ดนตรี-การแสดง” ครั้งที่ 9

วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 – 12:00 น.
มหกรรมศิลปะ ดนตรี และการแสดง ครั้งที่ 9,อาเซียน,มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,คณะศิลปกรรมศาสตร์,ศิริพรรณ ทองเจิม,ผศดรระวิวรรณ วรรณวิไชย,กระทรวงวัฒนธรรม,โครงการเครือข่ายศิลปวัฒนธรรม,โครงการเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมฯ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 3,292 ครั้ง

สื่อสารถึงวัฒนธรรมประจำชาติผ่านท่วงท่าที่สวยงามและเครื่องแต่งกายอันวิจิตรบรรจง

ในโอกาสที่ไทยเป็นประธานอาเซียนในปี 2562 ซึ่งสอดคล้องกับมติที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนที่กำกับดูแลงานด้านวัฒนธรรมและศิลปะ ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 ณ เมืองยอกยาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้เห็นชอบการกำหนดให้ปี 2562 เป็นปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Cultural Year 2019) นับว่าเป็นปีแห่งโอกาสสำคัญที่สถาบันการศึกษาร่วมกันบูรณาการทางวิชาการด้านศิลปกรรมนำไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการเพิ่มขีดความสามารถของอาจารย์ผู้สอน และนิสิต นักศึกษา ให้สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดให้สอดคล้องกับหน้าที่ของตัวเองอย่างเหมาะสม

ด้วยเหตุนี้ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จัดงาน “มหกรรมศิลปะ ดนตรี และการแสดง ครั้งที่ 9” (The 9th International Festival of Arts and Culture 2019) ภายใต้โครงการเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการและมหกรรมศิลปะดนตรี และการแสดง ครั้งที่ 9 และองค์กรเครือข่ายความร่วมมือทางด้านศิลปวัฒนธรรม สถาบันการศึกษาทั้งภายในประเทศและต่างประเทศกว่า 10 ประเทศ ร่วมเสนอความคิดสร้างสรรค์ผสานศิลปวัฒนธรรมประจำชาติผ่านการแสดงสุดตระการตาจำนวนกว่า 50 ชุด การแสดง เป็นการสร้างแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่เรียนรู้วัฒนธรรมและการแสดงต่างชาติ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งทางวิชาการด้านศิลปกรรม

ศิริพรรณ ทองเจิม ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานการจัดงาน กล่าวว่า มหกรรมศิลปะ ดนตรี และการแสดง นอกจากความร่วมมือของนานาประเทศ และสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ในประเทศไทยแล้ว กระทรวงวัฒนธรรมก็เข้ามามีบทบาทสนับสนุนงานมหกรรมครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงที่พร้อมให้การสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม และวัฒนธรรม ในเชิงการอนุรักษ์ผ่านการส่งเสริมและเผยแพร่

ซึ่งงานมหกรรมศิลปะ ดนตรี และการแสดง ในครั้งที่ 9 นี้ได้รับความร่วมมือจากนานาประเทศเข้าร่วม อันได้แก่ บังกลาเทศ, บัลกาเรีย, ฟิจิ, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิตาลี, เกาหลี, ฟิลิปปินส์, รัสเซีย และ ประเทศไทย อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษาในไทย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, มหาวิทยาลัยนเรศวร, สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยทักษิณ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

ด้าน ผศ.ดร.ระวิวรรณ วรรณวิไชย คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดเผยว่า คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว มุ่งเน้นการขับเคลื่อนความเป็นศิลปกรรมศาสตร์และก้าวสู่ความเป็นสากล สำหรับมหกรรมศิลปะ ดนตรี และการแสดง ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการเครือข่ายศิลปกรรมวัฒนธรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ และได้มีการจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 และยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรจาก 10 ประเทศนำศิลปะการแสดงเข้าร่วมทำการแสดง ซึ่งในบางประเทศก็มาร่วมทำการแสดงต่อเนื่องหลายปี แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายของโครงการ

และถือเป็นโอกาสอันดีที่นิสิตของ มศว หรือนักศึกษาจากสถาบันอื่นๆ จะมีโอกาสได้รับชมไปพร้อมกับการศึกษาเรียนรู้ด้านศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ของนานาชาติ ในขณะที่นักแสดงจากแต่ละประเทศก็จะมีโอกาสได้เรียนรู้ศิลปะการแสดงจากประเทศเรา ซึ่งอธิบายความเป็นมาของวัฒนธรรม ประเพณี ประจำชาติได้เป็นอย่างดี ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สำหรับสิ่งชี้วัดความสำเร็จของโครงการในปัจจุบัน เราดูได้จากความร่วมมือจากต่างประเทศที่ต่อเนื่องและเพิ่มจำนวนขึ้นในทุกปี และการพัฒนาขีดความสามารถของนักวิชาการ อาจารย์ ที่ได้เรียนรู้ศิลปะการแสดงจากต่างประเทศและสามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอนต่อไป

นักแสดงจากนานาประเทศรวมทั้งในประเทศไทย ได้นำเอาการแสดงอันมีรากเหง้าจากวัฒนธรรม ประเพณี มาเผยแพร่ในงานมหกรรมศิลปะ ดนตรี และการแสดงในครั้งที่ 9 ได้อย่างตระการตา แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และการสื่อสารให้เห็นถึงวัฒนธรรมประจำชาติ ผ่านท่วงท่าที่สวยงาม และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ได้รับการออกแบบอย่างวิจิตรบรรจง

สำหรับมหกรรมศิลปะ ดนตรี และการแสดง เป็นหนึ่งกิจกรรมภายใต้โครงการเครือข่ายศิลปกรรมวัฒนธรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ เป็นเวทีแห่งโอกาสให้เยาวชน นิสิต นักศึกษา นักวิชาการ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมจากนานาชาติ นำไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถทางวิชาการ ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบเครื่องแต่งกาย การแสดง สร้างเสริมการเรียนรู้ด้านศิลปกรรมศาสตร์สู่ความชำนาญในสาขาอาชีพการแสดง ดนตรี นาฎศิลป์แนวร่วมสมัยและดั้งเดิม และสามารถแสดงให้นานาประเทศได้เห็นถึงอารยธรรมอันงดงามและมีควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างยั่งยืนสืบไป

ดอกไม้จากใจไว้อาลัย…”ป๋า” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/377348

ดอกไม้จากใจไว้อาลัย…”ป๋า” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

วันที่ 28 มิถุนายน 2562 – 11:00 น.
ป๋าเปรม,พลอเปรม ติณสูลานนท,กองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ,ดอกไม้จากใจไว้อาลัย ป๋า,ดอกไม้จากใจไว้อาลัย ป๋า อปัญญา วิจินธนสาร,จารุวัตร บุญแวดล้อม,ออนุพงษ์ จันทร,ผศธณฤทภ์ ทิพย์วารี,ออัฐพร นิ่มมาลัยแก้ว
เปิดอ่าน 5,194 ครั้ง

ชวนนิสิต-นักศึกษาที่เคยได้รับทุน “ป๋า” ส่งผลงานเข้าประกวด

ถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของประเทศไทยสำหรับการจากไปของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในพระมหากษัตริย์ถึง 2 พระองค์ ท่านถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบด้วยวัย 99 ปี

……..

  พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ หรือที่คนนิยมเรียกท่านว่า “ป๋าเปรม” เป็นปูชนียบุคคลที่สร้างคุณงามความดีให้แก่บ้านเมืองมากมาย ท่านเสียสละทำงานเพื่อแผ่นดิน เป็นเจ้าของประโยคลึกซึ้งว่า “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้วงการศิลปะ คือการสร้างคน ลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนผ่านการสนับสนุนการศึกษาศิลปะของนักศึกษาเรียนดีแต่ยากจน ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่รับทราบภารกิจนี้ของ “ป๋าเปรม”

ดังนั้นเพื่อแสดงการไว้อาลัยต่อคุณงามความดีของ “ป๋า” และเพื่อส่งเสริมศิลปะให้ศิลปินที่เคยได้รับทุนจากกองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ “มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรมติณสูลานนท์” ได้มีโอกาสแสดงออกในการสร้างสรรค์ผลงานตามแนวทางที่ถนัดอย่างเป็นอิสระ อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ และประธานคณะทำงานกองทุนฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ จึงได้จัดทำโครงการเฉพาะกิจเพื่อเชิดชูเกียรติและไว้อาลัย “ป๋า” ด้วยการจัดกิจกรรม “ประกวดผลงานการสร้างสรรค์ศิลปะในหมู่อดีตนิสิต-นักศึกษาที่เคยได้รับทุนจากกองทุนฯ(ป๋า)” ภายใต้หัวข้อ ดอกไม้จากใจไว้อาลัย “ป๋า”

จารุวัตร บุญแวดล้อม ซึ่งเคยได้รับทุนกำลังต้อนรับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในงานมอบทุนฯ

        อ.ปัญญา วิจินธนสาร กล่าวว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มีคุณอย่างอเนกอนันต์ต่อกองทุนฯ กรรมการและนิสิตนักศึกษาทุนทุกคนมีความอาลัยอย่างยิ่ง ท่านเป็นรัฐบุรุษผู้เกิดมาเพื่อแผ่นดินไทยและมีคุณูปการต่อศิลปวัฒนธรรม ท่านเป็นผู้มีพระคุณโดยเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งกองทุนฯ สนับสนุนการศึกษาศิลปะของนิสิต-นักศึกษามาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปี 2561 มีนิสิต-นักศึกษาได้รับทุนรวมทั้งสิ้น 1,413 คน

กองทุนฯ สนับสนุนการศึกษาศิลปะตั้งแต่ปี 44-61 มีนิสิต-นักศึกษาได้รับทุนแล้ว 1,413 คน

“ย้อนหลังไป พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมศิลปะมาตลอด เมื่อปี 2528 พล.อ.เปรม ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้รับเชิญไปเยือนสหราชอาณาจักร หนึ่งในภารกิจสถานทูตจัดกิจกรรมให้คนไทยในอังกฤษได้พบนายกรัฐมนตรี ตัวเอง และ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งช่วงนั้นเป็นจิตรกรอาสาเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดพุทธปทีป วัดไทยในกรุงลอนดอน ได้มีโอกาสพบสนทนาและนำภาพให้ดู ท่านสนใจ เช้าวันรุ่งขึ้นท่านยกเลิกภารกิจส่วนตัวเพื่อไปชมจิตรกรรมฝาผนัง จากนั้นรัฐบาลจัดสรรงบประมาณดูแลการสร้างจิตรกรรมในช่วงสุดท้าย ทำให้งานสำเร็จร่วมฉลอง 60 พรรษาในหลวงรัชกาลที่ 9 คุณความดีของท่านจะไม่เลือนหาย” อ.ปัญญาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของความสนใจในงานศิลปะของ “ป๋าเปรม”

เด็กทุนป๋า…จารุวัตร บุญแวดล้อม-อ.อัฐพร นิ่มมาลัยแก้ว-อ.อนุพงษ์ จันทร-ผศ.ธณฤทภ์ ทิพย์วารี

นอกจากนี้ อ.ปัญญา ยังเล่าอีกว่า พอมาในช่วง พล.อ.เปรม พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นองคมนตรีและประธานองคมนตรีตามลำดับ ท่านไม่ทิ้งวงการศิลปะ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยศิลปากรได้เชิญ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานเปิดงานศิลปนิพนธ์ โดยนักศึกษาปริญญาชั้นปีสุดท้ายคณะจิตรกรรมฯ ทุกปี ท่านให้ความเมตตาไม่เคยปฏิเสธ ถามไถ่นักศึกษาทำงานเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่พบนักศึกษาไม่มีเงิน ขณะที่การสร้างศิลปนิพนธ์ต้องลงทุนสูง จึงเป็นที่มาของ กองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ “มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรมติณสูลานนท์” ตามดำริของ พล.อ.เปรม กองทุนดังกล่าวนี้จึงยืนหยัดสนับสนุนนักศึกษาเก่งและดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์มาจนทุกวันนี้

“ภิกษุสันดานกา” ผลงานของ อ.อนุพงษ์ จันทร

“วันหนึ่งมีนักศึกษาคณะจิตรกรรมฯ ชื่อ สมพร แต้มประสิทธิ์ ไปหย่อนหนังสือขอทุนเรียนศิลปะที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ บ้านพักของ พล.อ.เปรม ท่านจึงมีดำริให้จัดงานประมูลภาพจิตรกรรมเพื่อหาทุนการศึกษา สมพรเป็นหนึ่งในนักศึกษาทุน ปัจจุบันเป็นศิลปินมีผลงานเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ” อ.ปัญญากล่าว

จากให้ทุนนิสิต-นักศึกษาในสถาบันการศึกษาศิลปะโดยตรง คณะกรรมการพิจารณาขยายการคัดเลือกผลงานของนิสิต-นักศึกษาภาคอีสาน ภาคใต้ และสถาบันราชภัฏต่างๆ เข้ารับทุน อีกทั้งเพิ่มจากระดับปริญญาตรีเป็นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้วย กระจายให้ทั่วถึงตามดำริ “ป๋าเปรม”

“ปี 60 ที่ พล.อ.เปรม มาเป็นประธานประมูลผลงานศิลปะได้เงิน 60 ล้านบาท เป็นผลงานของศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นเยี่ยม รายได้เข้ามาสมทบกองทุนฯ ระยะหลังมีผลงานของนักศึกษาทุนที่มีชื่อเสียงร่วมประมูลด้วย ช่วยลดการขอบริจาคผลงานจากศิลปินอาวุโส เป็นช่องทางการเพิ่มรายได้ อีกทั้งแสดงให้สังคมเห็นว่า ศิลปะพัฒนาประเทศได้จริง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนรักงานศิลป์เท่านั้น” อ.ปัญญา กล่าว

ผลงานล่าสุดของ อ.อัฐพร นิ่มมาลัยแก้ว

สำหรับครั้งนี้ เพื่อแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ “ป๋าเปรม” จึงอยากเชิญชวนอดีตนิสิต-นักศึกษาที่เคยได้รับทุนจากกองทุนฯ ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด โดยสามารถส่งได้ 2 ผลงาน/ต่อคน ตั้งแต่วันที่ 1-31 กรกฎาคม 2562 ไปที่สำนักงานกองทุนฯ เลขที่ 146/51 ถนนสุโขทัย เขตดุสิต 10300 ต้องเป็นผลงาน 2 มติ ประเภทจิตรกรรมและภาพพิมพ์ ขนาดไม่ต่ำกว่า 60×80 ซม. แต่ไม่เกิน 120 ซม. ต้องเป็นผลงานที่สร้างสรรค์ด้วยตัวเอง ด้วยความคิดอิสระที่แสดงความเคารพและอาลัยต่อ “ป๋า” โดยไม่จำกัดกลวิธี (Technique) ในการสร้างสรรค์ และก่อนการส่งโปรดติดต่อล่วงหน้า หมายเลขโทรศัพท์ 0-2241-0088 หรือที่ 08-0400-5566 ระหว่างเวลา 09.30-16.00 น.

โดยรางวัลของการประกวด รางวัลที่ 1 รางวัลยอดเยี่ยม 30,0000 บาท 1 รางวัล รางวัลที่ 2 จำนวน 3 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท รางวัลที่ 3 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 15,000 บาท ผลงานทั้งหมดจะนำลงสูจิบัตรการเปิดนิทรรศการที่จะจัดขึ้นตลอดเดือนกันยายน 2562 ณ หอศิลป์เจ้าฟ้า และในสูจิบัตรงานประมูลเพื่อหาทุนของกองทุน ประจำปี 2562 ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2562 ผลงานที่ชนะการประกวดเป็นสิทธิของกองทุนฯ

นิทรรศการภาพพิมพ์และวาดเส้นนานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/377363

นิทรรศการภาพพิมพ์และวาดเส้นนานาชาติ

วันที่ 27 มิถุนายน 2562 – 18:30 น.
แอมนีเซีย,ตะวัน วัตุยา,สุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์,เดอะ ไฟล์เตอร์ โปรเจ็กท์
เปิดอ่าน 4,896 ครั้ง

เปิดเวทีให้ศิลปินแสดงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์

** นิทรรศการ “แอมนีเซีย” โดย ตะวัน วัตุยา เป็นการทวงคืนความทรงจำผ่านผลงานศิลปะ เมื่อมองภาพวาดเหล่านี้ เรามองเห็นชีวิตมองเห็นมนุษย์ บุคคลเบื้องหลังภาพวาดมีตัวตน มีอุปนิสัย มีบุคลิก มีเอกลักษณ์ มีอดีต และควรจะได้มีปัจจุบัน จัดแสดงวันนี้-14 กรกฎาคม ที่ 1 โปรเจ็กท์ส ซ.เจริญกรุง 28 (เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์)

          ** สุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ ครีเอทีฟ แชร์แมน บีบีดีโอ กรุงเทพ จัดงานเปิดตัว “เดอะ ไฟล์เตอร์ โปรเจ็กท์” นิทรรศภาพถ่ายและหนังสือภาพถ่ายของผู้พิการสู้ชีวิต 6 ท่าน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ต้องต่อสู้และดำรงชีวิตในโลกปัจจุบัน ในวันที่ 10 กรกฎาคม เวลา 14.00 น. บริเวณลานกิจกรรม ชั้น 3 เซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานจะมีการประมูลภาพถ่ายมาสเตอร์พีซ 6 ภาพ และจำหน่ายหนังสือภาพจาก 6 นักสู้ชีวิต ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะบริจาคให้มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย (มพพท.)

นิทรรศการ “สิ่งที่มองไม่เห็น”

          ** สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย ขอเชิญชมนิทรรศการ “สิ่งที่มองไม่เห็น” นำเสนอของใช้ในชีวิตประจำวันจากประเทศเยอรมนีและไทย ที่ชวนให้ขบคิดถึงรากเหง้าของตัวเองผ่านสิ่งที่มองไม่เห็น และร่วมหาคำตอบว่าอะไรคือความเป็นเยอรมัน อะไรคือความเป็นไทย วันนี้-15 กันยายน เวลา 10.30-21.00 น. (เว้นวันจันทร์) ที่ห้องแกลเลอรี่ ชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ กรุงเทพฯ สอบถามโทร.0-2105-7400

นิทรรศการภาพพิมพ์และวาดเส้นนานาชาติ ครั้งที่ 5 

          ** มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดนิทรรศการภาพพิมพ์และวาดเส้นนานาชาติ ครั้งที่ 5 เพื่อสนับสนุนให้ศิลปินมีเวทีแสดงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิด และมุมมองที่หลากหลายในด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกับศิลปินทั่วโลก จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-11 สิงหาคม ที่ห้องนิทรรศการหลักชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร