คมเลนส์ส่องพระ : วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/363241

คมเลนส์ส่องพระ : วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 – 00:00 น.
พระเครื่อง,คมเลนส์ส่องพระ,พระสมเด็จจิตรลดา,เหรียญครูบาเจ้าบุญชุ่ม,วัดระฆังฯ รุ่น ๒๓๑ ปี,พระราหู หลวงพ่อน้อย
เปิดอ่าน 2,349 ครั้ง

โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

*** นิตยสาร “สุดยอดพระเครื่องเมืองสยาม” ขอเชิญร่วม งานประกวดพระ ทั่วประเทศ วันอาทิตย์ที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๒ ณ อาคาร บี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ ประธานอำนวยการ ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง ประธานจัดงาน ธนชาต บุญสูง ประธานดำเนินงาน เยาวลักษณ์ จามเจริญ สนับสนุนโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และสมาคมชมรมพระเครื่อง ทั่วประเทศ รางวัลพระชนะเลิศ แต่ละรายการ หนังสือ พระองค์ครู หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ฉบับสมบูรณ์ ชี้ตำหนิพระเนื้อว่าน ทุกพิมพ์ อย่างชัดเจน หนา ๖๓๒ หน้า บรรจุในกล่องแม่เหล็กอย่างสวยงาม

** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มที่ พระสมเด็จจิตรลดา สุดยอดพระเครื่องที่ ในหลวง ร.๙ ทรงสร้างด้วยพระองค์เองทุกขั้นตอน มวลสารที่ทรงใช้ล้วนแต่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากทั่วแผ่นดินสยาม จำนวนสร้าง ๒,๙๐๐ องค์ องค์ในภาพนี้เป็น พระปี ๒๕๐๙ (ปีนี้สร้าง ๒๐๐ องค์เท่านั้น หาได้ยากยิ่ง) สภาพสวยคมชัดมาก ผิวเดิมๆ มวลสารศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก มีเส้นพระเจ้า (เส้นพระเกศา) ของ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ หลายเส้น ไม่มีรอยชำรุดอุดซ่อม ไม่มีเซาะแต่งพิมพ์ มีบัตรรับรอง พระแท้ จากสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เป็นพระของ นพ.มาณพ โกวิทยา นักสะสมพระยอดนิยมหลากหลายสำนัก

** เหรียญหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา รุ่น ๒ ปี ๒๔๘๕ ออกแบบเหมือนกับเหรียญรุ่นแรก ปี ๒๔๖๐ แต่เหรียญรุ่น ๒ มีเฉพาะพิมพ์เศียรโต ยันต์ด้านหลังจะตกขอบ สระอิ (ของคำว่า “เชิง”) จะไม่ติด เหรียญในภาพนี้เป็นบล็อกนิยมสุด พ.พานไม่แตก (ของคำว่า “พนัญเชิง”) ข้างเลื่อย มีเนื้อทองแดงอย่างเดียว สนนราคาหลักแสนต้น เหรียญนี้จัดว่าสวยสมบูรณ์คมชัดมาก ของ รัก สุพรรณ นักสะสมพระทุกประเภทที่นิยมกันในวงการ

** รูปหล่อรุ่นแรก หลวงพ่อวัน (พระครูศรัทธานุรักษ์) วัดรัตนาราม (วัดปากพะยูน) จ.พัทลุง ท่านเป็นศิษย์ พระครูรัตตานุกูล (พระอุปัชฌาจันทร์) วัดควนฝาละมี อ.ปากพะยูน เหรียญของท่านแต่เดิมเป็นเหรียญพัทลุงเพียงไม่กี่เหรียญที่นักเล่นรุ่นเก่าเล่นกัน ในยุคที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นท่านดังมากดังจริงๆ ระดับประเทศก็ว่าได้ คนในพื้นที่นับถือท่านมาก ท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย พระที่ท่านปลุกเสกนั้นถ้าใครไม่มั่นใจ ท่านให้ลองดูเลย ประสบการณ์พระของท่านส่วนใหญ่ดังทางแคล้วคลาด คงกระพัน ในแถบริมทะเลสาบสงขลายุคนั้นไม่มีใครเทียมท่าน และท่านมักจะได้รับนิมนต์ร่วมพิธีปลุกเสกสำคัญๆ ในพื้นที่ริมทะเลสาบหลายวัด รวมทั้งพิธีรูปหล่อและเหรียญสมเด็จโต วัดระฆัง ปี ๒๔๙๕ รูปหล่อรุ่นแรก หลวงพ่อวัน (สร้างช่วงปี ๒๔๙๖-๒๕๐๘) สนนราคาหลักหมื่นต้น องค์เลี่ยมแบบเก่าของ จอมเวชยันต์ ยอดแก้ว ปากพนัง วิศวกรหนุ่มจาก ม.อ.หาดใหญ่ **

** พ่อท่านตุด ปุญญมุนี วัดสามี ต.พังยาง อ.ระโนด จ.สงขลา เกิด พ.ศ.๒๔๓๓ มรณภาพเมื่อ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๑๔ สิริรวมอายุ ๘๒ ปี ทางวัดได้เก็บศพไว้ให้ศิษย์ได้เคารพบูชา ๒ ปี ฌาปนกิจเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๑๗ ณ เมรุวัดสามี เหรียญรุ่นแรก ของท่านเป็นเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง สร้างในวาระที่ท่านอายุครบ ๘๐ ปี (พ.ศ.๒๕๑๓) จำนวน ๑,๐๐๐ เหรียญ ถือเป็นเหรียญหลักเหรียญหายากของ จ.สงขลา สนนราคาสภาพสวยๆ หลักแสนต้น เหรียญในภาพนี้สวยสมบูรณ์คมชัดมาก ของ กรุง สงขลา นักสะสมพระบ้านเกิดเพื่อการอนุรักษ์

** พระผงรุ่นไตรภาคี ท่านเจ้าคุณนรฯ จัดสร้างโดย อธึก สวัสดีมงคล เพื่อหารายได้จัดตั้ง “มูลนิธิสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ)” โดยได้รับมวลสารการจัดสร้างจากองค์พระแตกหักของพระกรุเก่าสมเด็จวัดสามปลื้ม, สมเด็จสรงน้ำ และที่สำคัญ คือ เส้นเกศาของท่านเจ้าคุณนรฯ การจัดสร้างพระผงรุ่นนี้จะทำแบบโบราณประเพณี ผู้กดพิมพ์ต้องนุ่งขาว รับศีลก่อนกดพิมพ์พระในบริเวณอุโบสถวัดเขาบางทราย หลังจากนั้นได้นำพระทั้งหมดถวาย ท่านเจ้าคุณนรฯ อธิษฐานจิตตลอดพรรษา แล้วเข้าพิธีใหญ่วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๓ พระชุดไตรภาคี มีรูปองค์พระ ๓ พิมพ์ คือ พระแก้วมรกต, พระพุทธชินราช และพระพุทธสิหิงค์ ส่วน พระพิมพ์รูปเหมือนท่านเจ้าคุณนรฯ มีแบบลงรักปิดทอง และไม่ลงรักปิดทอง พระไตรภาคีพิมพ์รูปเหมือนองค์นี้เป็น พิมพ์ใหญ่ลงรักปิดทอง ด้านหลังมีเส้นเกศาและผงตะไบทองคำ จำนวนสร้างเพียง ๒๕๐ ชุด ปัจจุบันหายาก และค่าความนิยมค่อนข้างสูง องค์ที่ลงนี้สภาพสวยสมบูรณ์คมชัด ของ รศ.นพ.อัฐพร ตระการสง่า ศิษย์เก่าโรงเรียนเทพศิรินทร์

** พระราหู หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง จ.นครปฐม แกะจากกะลาตาเดียว เป็นเครื่องรางที่ขึ้นชื่อโด่งดังเป็นเลิศด้านโชคลาภ การสะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตาให้ดีขึ้น หลวงพ่อน้อย สร้างตามตำรับใบลานจารอักขระขอมลาว ซึ่งท่านได้เรียนรู้จนชำนาญศาสตร์ด้านนี้ ชิ้นนี้เป็นของ ไชยากร อิ่มสำราญ (โตโต้) โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ และนักจัดรายการทางวิทยุครอบครัวข่าวเอฟเอ็ม ๑๐๖ ของช่อง ๓ ผู้มีความเชื่อมั่นในเครื่องรางประเภทนี้ ชิ้นนี้เป็นลายมือจารของ หลวงพ่อน้อย โดยตรง แท้ดูง่าย สวยคมชัดระดับนี้เช่าบูชาอยู่ที่หลักแสนขึ้นไป

** วัตถุมงคล วัดระฆังฯ รุ่น ๒๓๑ ปี ชาตกาลแห่งองค์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ปี ๒๕๖๒ พิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดระฆังโฆสิตารามฯ วันเสาร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒ นับเป็นครั้งแรกในรอบ ๑๗ ปี เพื่อนำรายได้บูรณะบ่อเต่า และเสนาสนะสงฆ์ คณะ ๙ วัตถุมงคลที่จัดสร้าง ๑.พระประธานยิ้มรับฟ้า (จำลอง) หน้าตัก ๙ นิ้ว ๕ นิ้ว แบบปิดทองคำแท้ทั้งองค์ และแบบผิวองค์พระรมดำ ๒.พระรูปเหมือนสมเด็จฯ (โต พรหมรังสี) ทรงนั่งบัลลังก์ ขนาดสูง ๑๙ นิ้ว และสูง ๙.๕ นิ้ว เนื้อโลหะผสม ผิวรมดำ แผ่นใบลานปิดทองคำแท้ ๓.รูปเหมือนหล่อขนาดห้อยคอ สูง ๒ ซม. เนื้อทองคำ, เงิน และนวโลหะ ๔.พระสมเด็จเนื้อผง พิมพ์ใหญ่ทรงนิยม เกศทะลุซุ้ม และพิมพ์ใหญ่ เกศจรดซุ้ม สั่งจองได้ที่ คณะ ๙ วัดระฆังฯ และศูนย์จองทั่วประเทศ สอบถามโทร.๐๘-๙๐๑๔-๔๒๗๗

** ขอเชิญร่วมทำบุญบูชา เหรียญครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสงฺวโร เนื้อทองแดง บูชาเหรียญละ ๓๐๐ บาท เพื่อสมทบทุนสร้างพระวิหาร และเสนาสนะ วัดทรายมูล (บ้านป้อง) นครเชียงตุง รัฐชาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า พิธีพุทธาภิเษกวันศุกร์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ณ วัดชยาลังการ์ ต.ป่าป้อง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ถึงเช้าวันเสาร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ (ตลอดทั้งคืน) โดยพระเกจิอาจารย์แดนล้านนา และพระเกจิอาจารย์พร้อมทั้งคณะสงฆ์จากนครเชียงตุง โดยมี พระพรหมมงคล (หลวงปู่ทอง) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๗ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นประธานจุดเทียนชัย สมเด็จอาชญาธรรม พระเจ้าเขมจารีมหาเถระ สมเด็จพระสังฆราชนครเชียงตุง ดับเทียนชัย สอบถาม วัดชยาลังการ์ โทร.๐๙-๒๔๑๐-๑๕๒๔ ต่างจังหวัด (ส่งพัสดุทางไปรษณีย์) ร่วมทำบุญได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาท่าแพ จ.เชียงใหม่ เลขที่บัญชี ๕๐๑๔๑๑๐๔๗๓ ชื่อบัญชี “พระเชี่ยวชาญ คำบาง” (+ค่าส่ง EMS ๗๐ บาท)

** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป ขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด…นะมัสเต ***

พิธีไหว้ครูบูรพาจารย์เขาอ้อ วัดพระอาจารย์ขลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/362671

พิธีไหว้ครูบูรพาจารย์เขาอ้อ วัดพระอาจารย์ขลัง

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 – 00:00 น.
วัดเขาอ้อ,อไข่ มาลีฮวนน่า
เปิดอ่าน 1,242 ครั้ง

คอลัมน์… ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน โดย… เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee)

วัดเขาอ้อ หรือแต่เดิมเป็นสำนักเขาอ้อ ซึ่งเป็นสำนักทิศาปาโมกข์แบบเดียวกันกับในประเทศอินเดีย สำนักเขาอ้อก่อตั้งขึ้นก่อนปี พ.ศ.๘๐๐ ผู้ก่อตั้งคือพรหมณาจารย์หรือพราหมณ์ผู้ทรงเวทที่เดินทางมาจากประเทศอินเดีย เป็นยุคที่นามเรียก “ดราวิเลียนยาตรา” คือยุคสมัยที่ศาสนาพราหมณ์เริ่มเคลื่อนไหวออกจากประเทศอินเดียเพื่อจะขยายฐานศรัทธาของศาสนาพราหมณ์ อันเป็นผลเนื่องจากศาสนาพุทธที่กำลังมาแรงในประเทศอินเดีย ทำให้ศาสนสถานของพราหมณ์หลายแห่งต้องกลายมาเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธ เช่นวัดต่างๆ ในเขตเมืองนครศรีธรรมราช

ศาสนาพุทธได้เริ่มมาตั้งมั่นในเมืองนครศรีธรรมราชราวปี พ.ศ. ๘๐๐ ตามหลักฐานระบุว่าศาสนาพราหมณ์เดินทางมาก่อน ก็แสดงว่าสำนักเขาอ้อย่อมที่จะมีการก่อตั้งขึ้นก่อนปี พ.ศ. ๘๐๐ อย่างแน่นอนเพราะสำนักนักเขาอ้อ พราหมณ์เป็นผู้ก่อตั้ง

มีบันทึกชื่อสำนักเขาอ้อในหนังสือโบราณเล่มหนึ่งที่อยู่ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยพาราณสีในประเทศอินเดีย ค้นพบโดย “เวทย์ วรวิทย์” อดีตมหาเปรียญผู้ผ่านการศึกษาเกี่ยวกับประวัติพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ในบันทึกมีใจความว่าแต่เดิมสำนักเขาอ้อเป็นสำนักทิศาปาโมกข์ คือเป็นที่บำเพ็ญพรตของพราหมณ์ผู้ทรงวิทยาคุณทำหน้าที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่เชื้อพระวงศ์ หรือวรรณะกษัตริย์ และลูกหลานผู้นำ เพราะพราหมณ์เป็นชนชั้นรักสงบมีธาตุแห่งความประนีประนอมสูง มีความคิดกว้างไกล เป็นชนชั้นนักการศึกษาชนชั้นแรกของโลก

โดยนอกจากจะมีวิชาเกี่ยวกับการปกครองตามตำราธรรมศาสตร์แล้ว ยังมีเรื่องพิธีกรรม ฤกษ์ยาม การจัดทัพตามตำราพิชัยสงครามตลอดไปถึงไสยเวท และการแพทย์แผนโบราณที่ใช้พืชสมุนไพรเป็นตัวยา ซึ่งการสืบทอดวิชาในสำนักเขาอ้อได้ดำเนินมาจนกระทั่งถึงพราหมณ์ฤาษีรุ่นสุดท้าย ท่านได้เล็งเห็นถึงสถานการณ์ว่าไม่สามารถที่จะต้านกระแสศรัทธาของศาสนาพุทธได้แน่แล้วจึงคิดหลอมรวมสำนักเขาอ้อเข้ากับศาสนาพุทธและกลัวว่าจะไม่มีผู้ใดรับสืบทอดวิชาอาคมที่เข้มขลัง และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

เพราะท่านทราบดีว่า บรรดาพราหมณ์ นักพรตฤาษีบูรพาจารย์ผู้บรรลุพระเวทมากมายได้ฝังร่างไว้ในถ้ำแห่งนี้มายาวนาน จะถูกปล่อยให้รกร้างไปได้อย่างไร ประกอบกับขณะนั้นอิทธิพลทางพระพุทธศาสนาได้แผ่เข้ามาถึงตัวจังหวัดพัทลุงแล้ว จึงได้ตัดสินใจนิมนต์พระรูปหนึ่งมาจากวัดน้ำเลี้ยว “วัดน้ำเลี้ยว ปัจจุบันเป็นวัดร้างหมดสภาพความเป็นวัดแล้ว” มีนามว่า “พระอาจารย์ทอง” ให้มาอยู่ในถ้ำแทนและมอบคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของบูรพาจารย์พราหมณ์นักพรตฤาษีพร้อมถ่ายทอดวิชาให้และมอบสำนักให้กลายเป็นที่พักสงฆ์ จึงกลายมาเป็น “วัดเขาอ้อ” ตราบจนทุกวันนี้

แม้ว่าสำนักเขาอ้อจะกลายมาเป็นสำนักสงฆ์แล้วแต่ก็ยังคงสืบทอดหน้าที่เป็นสำนักเผยแพร่ความรู้ด้านไสยศาสตร์ไสยเวทผสมผสานกับบทสวดพระคาถาต่างๆ ตามพระสูตรในพุทธศาสนา จนกลายเป็นสุดยอดสรรพวิชาไสยเวทที่ไม่เหมือนสำนักไหนและไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้ ให้แก่ผู้คนต่อมาอีกหลายร้อยปี

โดยมีเจ้าอาวาสผู้เรืองเวทที่ได้สืบทอดสรรพวิชามาจากพราหมณ์ฤาษีพระอาจารย์ทอง, สมเด็จเจ้าจอมทอง, พระอาจารย์ไชยทอง, พระอาจารย์พรหมทอง, พระอาจารย์ทองในถ้ำ, พระอาจารย์ทองหน้าถ้ำ, พระอาจารย์ทองหูยาน, พระอาจารย์ทองเฒ่า, พระอาจารย์ปาล ซึ่งถือว่าเป็น คณะปรมาจารย์ของสำนักเขาอ้อ

ซึ่งจะมีการประกอบพิธีกรรมอันมีลักษณะเฉพาะของสำนักนี้คือ การไหว้ครูบูรพาจารย์ที่บรรจุอัฐิของทุกรูปไว้ในสถูปเจดีย์หน้าถ้ำฉัททันต์บรรพต เมื่อเช้าวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 พร้อมกับมีพิธีกรรมทางไสยศาสตร์คือ พิธีแช่ว่านรางยาและพิธีกินเหนียวกินมัน ด้วยซึ่งมีบรรดาลูกศิษย์เดินทางมาร่วมงานจากทั่วทุกสารทิศกว่าหลายพันคน แต่มีผู้สามารถลงรางแช่ว่านได้เพียง 8 คนและเข้าพิธีกินเหนียวกินมันได้เพียง 400 คนเท่านั้น

ที่สำคัญไปกว่านั้น ในปีนี้ อ.ไข่ มาลีฮวนน่า ศิลปินเพลงชื่อดังของภาคใต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศและแฟนเพลงมากมายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นศิษย์สำนักเขาอ้ออีกคนหนึ่งที่ผ่านการรับรองรับขันพานครูจากฆราวาสอาวุโสสูงสุดของสำนักนี้คือ ท่านอาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์ ศิษย์เอกของพระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม หนึ่งในปรมาจารย์ของสำนัก ได้นำชาวคณะวงดนตรีมาลีฮวนน่า มาเปิดการแสดงคอนเสิร์ตบูชาครูและไหว้ครูบูรณพาจารย์ท่ามกลางแฟนเพลงชาวพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมารับชมการแสดงมากกว่าสามพันคน

โดยมีการขับร้องบทเพลงใหม่ล่าสุดของวง คือเพลง พุทธาคมเขาอ้อ ที่เขียนคำร้อง/ทำนองโดยผม – เอก อัคคี ซึ่งเป็นศิษย์อีกคนหนึ่งของท่านอาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์

ซึ่งหลังการแสดงจบสิ้นลง อ.ไข่ มาลีฮวนน่า ยังได้ลงมาจากเวทีเพื่อกราบเท้าครู คือ ท่านอาจารเปลี่ยน หัทยานนท์ ด้วยความเคารพนับถืออย่างสูงสุดในฐานะพ่อแม่ครูอาจารย์ของเขาอีกด้วยท่ามกลางสายตาของแฟนเพลงที่เฝ้ามองอย่างชื่นชมในความกตัญญูของศิลปินคนโปรด

         เนื้อเพลง –พุทธาคมเขาอ้อ
เล่าขานกันมาพันปี
จากพราหมณ์ ฤาษี ถึงอริยสงฆ์
วิชาพุทธาอาคม
สั่งสมกันมายาวนาน
*สืบสานตำนานเขาอ้อ
สืบสานตำนานเขาอ้อ
สืบสานตำนานเขาอ้อ
ตำนานของคนสู้คน
บุญกรรมความดีต้องสร้าง
อย่าวางคุณงามสั่งสม
เกิดมาเป็นลูกผู้ชายเต็มคน
คำครูสอนตนจงจำใส่ใจ
(โอม…พุทธกัน นะกันพุทธ)
ดนตรี…..
(โอม…พุทธกัน นะกันพุทธ)
ดนตรี…..
(โอม…พุทธกัน นะกันพุทธ)
ปลุกจิตวิญญานนักสู้
ต้องเรียนรู้ฝึกฝน
เป็นลูกผู้ชายอดทน
กินเหนียวเคี้ยวว่านแช่ยา
สืบสานตำนานเขาอ้อ
สืบสานตำนานเขาอ้อ
สืบสานตำนานเขาอ้อ
** เปลี่ยนชีวิตของตน
สั่งสมคุณงามความดี
บารมีของครูที่มี
ช่วยคนให้พ้นทุกข์ภัย
บารมีครูเปลี่ยนช่วยที
ช่วยคนให้พ้นภัยพาล
ช่วยคนให้พ้นภัยพาล
(*)(**)

นิทรรศการภาพถ่ายแห่งปีที่ไม่ควรพลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/371947

นิทรรศการภาพถ่ายแห่งปีที่ไม่ควรพลาด

วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 – 17:00 น.
พิสิฐกุล ควรแถลง,ภรณ์ทิพย์ มั่นคง,Planet Krypton,วิช เลิฟ,witch love,เซนส์ ออฟ เพลส,ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อก,ดั่งแสงทอง แห่งจอมราชา,บรมราชาภิเษก
เปิดอ่าน 4,307 ครั้ง

นิทรรศการภาพถ่ายที่แสดงถึงอารมณ์และบรรยากาศของสถานที่ต่างๆ ผ่านมุมมองของ “แอ๊ด” พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ 

** กองทัพบก ร่วมกับ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และบริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จัดนิทรรศการ “ดั่งแสงทอง แห่งจอมราชา” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 จัดแสดง-20 พฤษภาคมนี้ ที่แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นิทรรศการภาพ “เซนส์ ออฟ เพลส”

          ** ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อก จัดงาน “เซนส์ ออฟ เพลส” นิทรรศการภาพถ่ายที่แสดงถึงอารมณ์และบรรยากาศของสถานที่ต่างๆ ผ่านมุมมองของ “แอ๊ด” พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ ช่างภาพชื่อดังหนึ่งใน ไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์ เปิดให้ชมฟรี-16 มิถุนายน ที่ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อกชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษร วิลเลจ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. หรือติดตามรายละเอียดได้ทาง http://www.facebook.com/leicagallerybangkok

นิทรรศการ “วิช เลิฟ”

          ** นิทรรศการ “วิช เลิฟ” โดย Fahfahs ไม่ใช่นิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวความรักของแม่มด แต่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของสาวน้อยคนหนึ่งที่มีเวทมนตร์เพียง 1 วัน เธอจะทำอะไร ทำให้สมหวังในสิ่งที่รักและปรารถนา ทำเพื่อคนอื่นหรือเพื่อตัวเธอเอง? จัดแสดงวันนี้-29 พฤษภาคม ที่ 10 ml.คาแฟ่แกลเลอรี่ ซอยโชคชัย-ร่วมมิตร (เว้นวันจันทร์)

นิทรรศการ “Planet Krypton”

          ** นิทรรศการ “Planet Krypton” โดย ภรณ์ทิพย์ มั่นคง ร่วมกับ พิสิฐกุล ควรแถลง นำเสนอผลงานศิลปะแนวอิมเมอร์ซีฟ ที่ซึ่งผู้ชมจะถูกเชิญชวนให้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการอันนำไปสู่การเชื่อมต่อระหว่างความคลุมเครือทางความคิด ที่คนทั่วไปมักเผลอมองข้ามไป จัดแสดงวันนี้-2 มิถุนายน ที่ดับเบิลยูทีเอฟ แกลเลอรี่ (เว้นวันจันทร์)

ไหว้หม่าโจ้ว เสริมพลังทำงาน-สร้างธุรกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/371516

ไหว้หม่าโจ้ว เสริมพลังทำงาน-สร้างธุรกิจ

วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 – 08:00 น.
อคฑา ชินบัญชร,หม่าโจ้ว,ล้ง 1919
เปิดอ่าน 5,607 ครั้ง

อ.คฑา ชินบัญชร ชวนไหว้หม่าโจ้ว เสริมพลังทำงาน-สร้างธุรกิจสู่ครึ่งหลังปีหมูทอง แนะเคล็ดขอพรถูกวิธี

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ดำเนินมาถึงช่วงกลางปี ที่คนทำธุรกิจหลายต่อหลายคนเริ่มบ่นว่าซบเซา คนทำงานเริ่มเหนื่อยล้า ต้องหาพลังใจมาสู้กับครึ่งปีหลังกันต่อ การได้ขอพรจากเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นอีกทางที่ให้เราได้มีขวัญกำลังใจ ช่วงกลางปีนี้ ซินแสชื่อดัง อ.คฑา ชินบัญชร แนะนำมาสักการะเจ้าแม่หม่าโจ้ว ที่ล้ง 1919 แบบไม่ต้องบน เพียงเตรียมผลไม้อย่าง “ส้ม” มาไหว้ขอบคุณ และน้อมนำคุณธรรมของเจ้าแม่มาเป็นแนวทางการใช้ชีวิต

ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว

อ.คฑา ชินบัญชร

อ.คฑา เปิดเผยว่า ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่คู่กับล้ง 1919 มาตั้งแต่เริ่มสร้างเมื่อ 168 ปีก่อน ตั้งแต่เป็นท่าเรือฮ่วยจุงล้ง มีเทพประธานคือ เทียนโหวเซียะบ้อ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “หม่าโจ้ว” เทพผู้อุปถัมภ์การเดินเรือทางทะเลอันเป็นเส้นทางการค้าขายในอดีต จึงถือเป็นเทพที่อำนวยการค้าขายให้รุ่งเรืองด้วย มีผู้คนจากทั่วประเทศรวมถึงชาวต่างชาติต่างมาสักการะ ซึ่งส่วนมากจะสำเร็จตามความปรารถนาที่ขอพรและกลับมาไหว้ขอบคุณเจ้าแม่อยู่เป็นประจำ

ของสักการะที่แนะนำ ส้ม น้ำ ธูปเทียน

ผู้ศรัทธามาขอพรจากหม่าโจ้ว

          “เคล็ดลับการขอพรจากเจ้าแม่หม่าโจ้ว ไม่มีอะไรมาก เนื่องจากท่านขึ้นชื่อในด้านความเมตตา จะประทานพรให้เสมอๆ หลายคนอาจจะคิดว่าต้องบนบานศาลกล่าวอะไรหรือไม่ ต้องขอแนะนำตรงนี้ว่า การไหว้เจ้าขอพรแบบชาวจีนนั้น ไม่นิยมการบน โดยเฉพาะองค์เจ้าแม่หม่าโจ้ว ชาวบ้านในท้องถิ่นที่กราบไหว้มาตลอดชีวิตต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กราบไหว้หม่าโจ้วนั้นไม่ต้องบน เพียงถ้าคำขอพรสำเร็จตามปรารถนาก็จัดของมาไหว้ขอบคุณ หรือมาไหว้และร่วมงาน เสี่ยซิ้ง หรืองิ้วขอบคุณเทพเจ้า ที่จะจัดช่วงก่อนตรุษจีนเป็นประจำทุกปี ส่วนการมาไหว้ขอบคุณเจ้าแม่เมื่อคำขอพรสมปรารถนา ไม่มีของไหว้ตายตัว ให้จัดสิ่งที่เราสามารถจัดหาได้ง่ายมากราบไหว้ ก็เป็นมงคลที่สุดแล้ว แต่ถ้าจะให้แนะนำก็เพียง เตรียมส้ม 1 จาน น้ำดื่มสะอาด และธูปเทียน มาไหว้ตอบแทนท่านก็เพียงพอแล้ว 3 สิ่งที่แนะนำนี้มีความเป็นมงคลในตัว ส้ม หมายถึง ดิน, น้ำดื่ม หมายถึง น้ำ และธูปเทียน หมายถึง สวรรค์ คนจีนเชื่อว่าคำขอพรจะเป็นจริงได้เมื่อดินต่อน้ำ น้ำต่อฟ้า สวรรค์จะได้ยินคำขอพรของผู้ไหว้ ของ 3 สิ่งนี้จึงควรนำมาไหว้ขอบคุณเมื่อเราสมปรารถนา ส่วนผู้ที่ศรัทธาและมีกำลังมากกว่านี้อาจจะจัดขนมสิ่วท้อ ซึ่งเป็นขนมมงคลจำลองผลไม้สวรรค์ หรือจัดอาม่าเพ้า ชุดทรงเทพเจ้าชุดใหญ่ทำจากกระดาษ มาไหว้เพิ่มเติมด้วย ก็ยิ่งเป็นสิริมงคล” ผู้เชี่ยวชาญแนะ

ถวายเครื่องสักการะแด่หม่าโจ้ว

          อ.คฑา กล่าวปิดท้ายว่า การมาไหว้ขอพรเทพเจ้าไม่ได้ทำเพราะความงมงาย เมื่อเวลามาไหว้ มาขอพร จึงควรเรียนรู้ถึงประวัติ คุณธรรมความดีของเทพองค์นั้นๆ อย่างเจ้าแม่หม่าโจ้ว มีเกียรติคุณที่เป็นตำนานว่าท่านสามารถพยากรณ์ลมฟ้าอากาศและท้องทะเลได้ และใช้สิ่งนี้ช่วยให้คนในหมู่บ้านของท่านหาปลาได้มาก เดินทางปลอดภัย ค้าขายร่ำรวย การขอพรท่านจึงควรขอให้ท่านเป็นแบบอย่าง และเราก็น้อมนำเอาความเมตตาและคุณธรรมของท่านมาเป็นพรที่จะทำให้เราได้สมปรารถนา

ขนมสิ่วท้อ

          เข้าสู่ช่วงกลางปีแบบนี้ถึงเวลาสะสมบุญ เพื่อให้การค้ารุ่งเรือง ชีวิตราบรื่น เสริมกำลังใจในการทำงาน เชิญมาสักการะเจ้าแม่หม่าโจ้ว และเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) ตั้งอยู่ภายในโครงการล้ง 1919 ถนนเชียงใหม่ เขตคลองสาน เปิดทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น. (วันจันทร์เปิด 11.00-20.00 น.) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ LHONG 1919

“รื่นเริง เถลิงศก” นิทรรศการ “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 8”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/371082

“รื่นเริง เถลิงศก” นิทรรศการ “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 8”

วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 – 11:00 น.
ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 8,รื่นเริง เถลิงศก,นิลยา บรรดาศักดิ์,ธีรพล สีสังข์,ปฐมพงศ์ บูชาบุตร,เฉลิมกรุง,บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด มหาชน,ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 8 คมชัดลึก
เปิดอ่าน 4,122 ครั้ง

เวทีเฟ้นหาศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีทักษะความสามารถทางศิลปะอันโดดเด่นในการสร้างสรรค์ศิลปะ

การประกวด “ศิลปกรรมช้างเผือก” เกิดจากความตั้งใจอันดีของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเฟ้นหาศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีทักษะความสามารถทางศิลปะอันโดดเด่นในการสร้างสรรค์ศิลปะแบบเหมือนจริง (Realistic) และศิลปะรูปลักษณ์ (Figurative Art) โดยยึดถือความเหมือนจริงเป็นแก่นสำคัญเพื่อให้ผลงานศิลปะเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สำคัญในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านศิลปะร่วมสมัยให้ขยายไปสู่การรับรู้ของสังคมในวงกว้าง ซึ่งในปีนี้ดำเนินโครงการมาเป็นปีที่ 8 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “รื่นเริง เถลิงศก” ต้องการบอกเล่าถึงบรรยากาศของความสุข ความหวัง ความปรารถนาอันดีที่ผู้คนพึงมีต่อกัน ในการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการและพระราชทานรางวัล โดยมี ทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย ผศ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และคณะผู้จัดงาน เฝ้ารับเสด็จ ณ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน

ซึ่งในปีนี้ผลงานที่ได้รับรางวัลช้างเผือก ได้แก่ “รื่นเริง เถลิงศก” โดย นิลยา บรรดาศักดิ์ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “สมมติเทพ” โดย ธีรพล สีสังข์ รางวัลซีอีโอ อวอร์ด ได้แก่ “เฉลิมกรุง” โดย ปฐมพงศ์ บูชาบุตร นอกจากนี้ยังมีรางวัลรองชนะเลิศ 5 รางวัล ประกอบด้วย ธนวัฒน์ สุริยะทองธรรม, ธีรวุฒิ คำอ่อน, คุณนิตยา เหิรเมฆ, สุทธิพันธ์ ขะยะ, อนันต์ยศ จันทร์นวล และรางวัลชมเชยอีก 12 รางวัล

  นิติกร กรัยวิเชียร กล่าวว่า ในครั้งนี้มีศิลปินจำนวน 136 คน ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวนทั้งสิ้น 156 ชิ้น โดยมีผลงานที่ได้รับรางวัลจำนวน 20 ชิ้น และผลงานที่ได้รับคัดเลือกให้ร่วมแสดงในนิทรรศการจำนวน 36 ชิ้น รวมผลงานจัดแสดงในนิทรรศการทั้งสิ้น 56 ชิ้น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในการพระราชทานรางวัล ตั้งแต่การประกวดครั้งแรกตราบจนปัจจุบัน และขอขอบพระคุณคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน ตลอดจนศิลปินผู้ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดทุกคน และจะมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนให้วงการศิลปะร่วมสมัยของประเทศไทยเจริญรุดหน้าสืบเนื่องต่อไปในอนาคต

นิลยา บรรดาศักดิ์ กับผลงาน “รื่นเริง เถลิงศก”

เจ้าของรางวัลช้างเผือก นิลยา บรรดาศักดิ์ เผยถึงแรงบันดาลใจผลงานชิ้นนี้ว่า โลกปัจจุบันการเข้าหาข้อมูลในทุกเรื่องอยู่ภายใต้อุ้งมือมนุษย์ ข้อมูลทุกอย่างล้วนอยู่ในโลกไซเบอร์ การเรียนรู้โดยอาศัยประสบการณ์ตรงกับการเผชิญเหตุการณ์จริง สำหรับคนยุคใหม่จึงเป็นเรื่องยากขึ้นทุกขณะ จึงเกิดการตั้งคำถามว่าสิ่งที่เราเผชิญอยู่นั้นเราจะเข้าไปสู่ความจริงแท้ได้อย่างไร หรือเป็นแค่สิ่งที่เห็นในโลกไซเบอร์ เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ในรูปแบบที่แตกต่าง โดยต้องการแลกเปลี่ยนแบ่งปัน เรียนรู้ซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่

“หนึ่งในแรงบันดาลใจจากงานชิ้นนี้คือได้เห็นภาพประทับใจในประเพณีสงกรานต์จากภาพถ่ายของมงคลชัย ปัญญาตระกูล จากการท่องเข้าไปในโลกไซเบอร์ โดยแปลงภาพถ่ายที่เป็นเทคโนโลยีทันสมัยสู่กระบวนการที่ถักทอ อันเป็นวิถีชีวิตที่สะท้อนวัฒนธรรมดั้งเดิมในสังคมไทย สอดคล้องกับการเริ่มต้นศักราชใหม่ผ่านประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นเทศกาลปีใหม่ของไทย การอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาของคนในครอบครัว เข้าวัดทำบุญ สรงน้ำพระ ไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อชีวิตเป็นการ “รื่นเริง เถลิงศก”

ผลงาน “สมมติเทพ” ของธีรพล สีสังข์

ธีรพล สีสังข์ ผู้ชนะรางวัลชนะเลิศ ภายใต้ผลงานชื่อ “สมมติเทพ” เผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและภูมิใจมากๆ ที่ผลงาน 3 มิติชิ้นนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ซึ่งทำด้วยเทคนิค ถักเส้นใยโลหะ ทองแดง เงิน และทองคำ ใช้ระยะเวลาในการสร้างสรรค์ผลงานเป็นเวลา 2 เดือน สำหรับแรงบันดาลใจที่เป็นตัวขับเคลื่อนในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกนี้มาจาก “พระสุวรรณมาลา” ที่ถักอย่างประณีตด้วยทองคำ เป็นเครื่องประดับศีรษะสตรี หรือเป็นเครื่องประกอบอิสริยศักดิ์สมัยอยุธยาตอนต้น ทำด้วยลวดทองคำเส้นเล็กๆ ถักสานกันเป็นทรงคล้ายหมวก เปรียบเสมือนเครื่องทรงเทวดา นางฟ้า ในพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา ทำให้สร้างสรรค์กระบวนการผลิตชิ้นงาน และขั้นตอนอย่างละเอียด และเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีงานเฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก”

รางวัลซีอีโอ อวอร์ด ได้แก่ “เฉลิมกรุง” โดย ปฐมพงศ์ บูชาบุตร

  ทั้งนี้ นิทรรศการ “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 8” ภายใต้หัวข้อ “รื่นเริง เถลิงศก” จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันนี้–12 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00-21.00 น. ณ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และสำหรับหัวข้อการประกวดศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 9 ได้กำหนดหัวข้อ “สยามเมืองยิ้ม” เพื่อถ่ายทอดความงดงามอันลึกซึ้งชวนให้ปรากฏออกมาในรูปของผลงานศิลปะ ทั้งในเชิงจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และสื่อผสมโดยไม่จำกัดเทคนิคและวัสดุ ทั้งนี้จะเปิดรับผลงานระหว่างวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.00-18.00 น. สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเฟซบุ๊ก : ศิลปกรรมช้างเผือก, http://www.thaibev.com และ http://www.bacc.or.th

Trans-Synthesis ทวิลักษณ์และการข้ามผ่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/371107

Trans-Synthesis ทวิลักษณ์และการข้ามผ่าน

วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 – 18:00 น.
ไม่รัก ไม่หลอก,เรื่องที่ไม่เคยบอกตรงๆ,นพไชย อังควัฒนะพงษ์,นิทรรศการ,ซีคอนสแควร์,มหกรรมศิลปะ พระทศธรรมราชา,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก,สงขลาพาวิลเลียน,มูลนิธิสงขลาเมืองเก่า,Trans-Synthesis,ทวิลักษณ์และการข้ามผ่าน,สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา,วันวิสาขบูชา
เปิดอ่าน 3,269 ครั้ง

จัดแสดงประวัติศาสตร์และศิลปะร่วมสมัย

** มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร) ขอเชิญร่วมกิจกรรมในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจำปี 2562 พร้อมร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และเวียนเทียนร่วมกัน ในระหว่างวันที่ 12-18 พฤษภาคม ตั้งแต่ 09.00-19.30 น. บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mbu.ac.th หรือโทร. 0-2444-6000

นิทรรศการ “Trans-Synthesis ทวิลักษณ์และการข้ามผ่าน”

          ** สงขลาพาวิลเลียน โดย มูลนิธิสงขลาเมืองเก่า จัดนิทรรศการ “Trans-Synthesis ทวิลักษณ์และการข้ามผ่าน” ประวัติศาสตร์และศิลปะร่วมสมัย โดย อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ, เอมานูเอล เด เรคจี, สมภพ บุตราช, อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์, วิทยา จันมา, บุษราพร ทองชัย และ อเลสซานโดร โคโคซินสกี้ จัดแสดงที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี วันนี้-23 มิถุนายนนี้

นิทรรศการศิลปะ “ไม่รัก ไม่หลอก กับเรื่องที่ไม่เคยบอกตรงๆ” 

          ** หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ “ไม่รัก ไม่หลอก กับเรื่องที่ไม่เคยบอกตรงๆ” โดย นพไชย อังควัฒนะพงษ์ กับเรื่องราวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยของศิลปินผ่านผลงานศิลปะหลากหลายสื่อนับแต่จิตรกรรม สื่อประสม ประติมากรรม ถ่ายทอดออกมาราวภาพตัดปะของชีวิตที่ไม่ต่อเนื่องแต่เกี่ยวโยงบนสัมพันธภาพที่ไม่เคยบอกกับใคร จัดแสดงวันนี้-13 กรกฎาคม ที่หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท

          ** ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ร่วมกับ 100 ศิลปิน รวมดวงใจแสดงความจงรักภักดี จัดงาน “มหกรรมศิลปะ พระทศธรรมราชา” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รวบรวมผลงานเทิดพระเกียรติและพระบรมสาทิสลักษณ์ กว่า 150 ผลงาน จัดแสดงวันนี้-26 พฤษภาคม บริเวณชั้น 2 และชั้น 3 โซนโรบินสัน สอบถามโทร.0-2721-8888

ใช้ภาษาให้สนุก “Goldilocks principle”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/369939

ใช้ภาษาให้สนุก “Goldilocks principle”

วันที่ 26 เมษายน 2562 – 15:14 น.
อิงลิชทูเดย์,English Today,Goldilocks principle,สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,ผศ ชลาธิป ชาญชัยฤกษ์,ภาษา,คำคุณศัพท์ขยายคำนาม
เปิดอ่าน 2,634 ครั้ง

เกร็ดภาษาวันละนิดกับ English Today สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 Goldilocks เป็นชื่อของเด็กหญิงในนิทานสำหรับเด็กเรื่อง Goldilocks and the Three Bears ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหนูน้อยผมทองคนหนึ่งที่ไปเดินเล่นในป่าและพบเข้ากับบ้านของหมีพ่อ แม่ ลูก สามตัวที่บังเอิญไม่อยู่บ้านในวันนั้น โกลดิลอคส์เดินเข้าไปในบ้านและเห็นชามข้าวต้ม 3 ชามวางอยู่บนโต๊ะ จึงลองชิมดูและพบว่า ข้าวต้มในชามของพ่อหมีร้อนเกินไป ขณะที่ชามของแม่หมีก็เย็นเกินไป แต่ชามของลูกหมีอุ่นกำลังดี เธอจึงกินจนเกลี้ยงชาม เมื่ออิ่มท้อง โกลดิลอคส์เดินต่อไปยังห้องนอนเพื่อพักผ่อน แต่เมื่อล้มตัวลงนอนก็พบว่าเตียงของพ่อหมีแข็งเกินไป ส่วนของแม่หมีนั้นนิ่มเกินไป ขณะที่เตียงของลูกหมีนั้นนุ่มพอดี เธอจึงนอนหลับสบายบนเตียงนั้น

     Goldilocks หรือ goldilocks ถูกนำมาใช้เป็นคำคุณศัพท์ขยายคำนาม (ใช้วางหน้าคำนามได้เพียงอย่างเดียว) เพื่ออธิบายบุคคล สิ่งของ หรือสถานการณ์ที่มีคุณสมบัติหรือสภาพที่เหมาะสมลงตัวที่สุด ไม่สุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือที่เรียกกันว่า Goldilocks principle ซึ่งสอดคล้องกับคำสอนในพุทธศาสนาที่ว่า อันว่าสายพิณนั้นหากขึงตึงนักมักขาด ขึงหย่อนนักมักไม่ดัง แต่หากขึงพอเหมาะเพราะจับใจ มาดูประโยคตัวอย่างกันค่ะ

     -In light of mounting concerns over political uncertainty, the nation seems to need a goldilocks prime minister candidate more than ever.

     ความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น ทำให้ดูเหมือนประเทศจะต้องการว่าที่นายกรัฐมนตรีที่เหมาะสมลงตัวที่สุดกว่าครั้งใด ๆ

     -Bangkok is considered a goldilocks tourist destination.

กรุงเทพมหานครถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ลงตัวที่สุด

     ในทางเศรษฐศาสตร์ Goldilocks ถูกนำมาใช้ ในวลี Goldilocks economy หมายถึง สภาวะเศรษฐกิจที่เหมาะสม เช่น มีการขยายตัวสม่ำเสมอ ไม่ร้อนแรงเกินไป มีอัตราดอกเบี้ยต่ำหรืออัตราเงินเฟ้อต่ำ เป็นต้น

     นอกจาก Goldilocks แล้ว ยังมีคำที่มาจากนิทานหรือเทพนิยาย (fairy tales) ที่นำมาใช้ในความหมายที่แตกต่างจากเดิมอีกเป็นจำนวนมาก อาทิ

     ogre เดิมหมายถึง ยักษ์กินคนเหมือนตัวการ์ตูนเชร็คในภาพยนตร์แอนนิเมชันเรื่อง Shrek ของบริษัทดรีมเวิร์ก แต่ปัจจุบันหมายถึง คนที่น่ากลัว น่ารังเกียจ

     troll เดิมหมายถึง สิ่งมีชีวิตรูปร่างหน้าตาน่าเกลียดที่อาศัยอยู่ตามถ้ำตามคติความเชื่อของชาวสแกนดิเนเวียน ซึ่งอาจเป็นยักษ์หรือคนแคระก็ได้ แต่ปัจจุบันถูกนำมาใช้ในความหมายว่า พวกเกรียนคีย์บอร์ดที่คอยก่อกวนคุกคามผู้อื่นในโลกออนไลน์

     fairy godmother เดิมหมายถึง นางฟ้าที่มีมนต์วิเศษคอยให้ความช่วยเหลือแก่คนใดคนหนึ่งเหมือนพ่อแม่หรือที่ปรึกษา เช่น นางฟ้าใจดีในเทพนิยายเรื่องซินเดอเรลล่าที่โบกไม้กายสิทธิ์ (wave a magic wand) เสกสิ่งของ ต่าง ๆ ให้แก่ซินเดอเรลล่า แต่ปัจจุบันหมายถึงผู้ที่เอื้อเฟื้อช่วยเหลือผู้อื่น ส่วน wave a magic wand เป็นสำนวนหมายถึง แก้ไขปัญหาที่ยากลำบากอย่างได้ผลเหมือนโบกไม้กายสิทธิ์

     -The traffic in Bangkok is a nightmare. It’s simply impossible to wave a magic wand and make the problem go away.

      การจราจรในกรุงเทพมหานครเลวร้ายมากจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะโบกไม้กายสิทธิ์เพียงครั้งเดียวแล้วปัดเป่าปัญหานี้ให้หมดไป

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

ผศ. ชลาธิป ชาญชัยฤกษ์

English Today

สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คนรักแมวไม่ควรพลาด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/369841

คนรักแมวไม่ควรพลาด!

วันที่ 26 เมษายน 2562 – 10:00 น.
วัฒนธรรมอาเซียน,ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ร้อยใจไทยอาเซียน,ความสุขของแสง,อุทิศ เหมะมูล,เดอะแจม แฟคทอรี่ แกลเลอรี่,ไลฟ์,แคทลียา พันธ์โตดี,แมว,หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล,วงกลมและความเงียบ,สำราญ เชื้อพันธ์,พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโมก้า
เปิดอ่าน 2,031 ครั้ง

นิทรรศการว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทาง วิถีชีวิต และความรู้สึกต่างๆ ที่เข้ามากระทบกับจิตใจ โดยใช้แมวเป็นสัญลักษณ์

นิทรรศการ “วงกลมและความเงียบ”

          ** นิทรรศการ “วงกลมและความเงียบ” โดย สำราญ เชื้อพันธ์ วงกลมปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางพื้นที่ว่าง ความไม่มีอะไรของมันจึงก่อเกิดเป็นการขูดขีดเสียดสี เสียดทานของการหมุน ความเงียบ และเสียงก็เช่นกัน ชมได้-30 เมษายนนี้ ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโมก้า (เว้นวันจันทร์)

นิทรรศการ “ไลฟ์”

          ** นิทรรศการ “ไลฟ์”  โดย แคทลียา พันธ์โตดี นำเสนอผลงานภาพพิมพ์แกะไม้ งานจิตรกรรมวาดเส้น และงานวัสดุปะติด ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทาง วิถีชีวิต และความรู้สึกต่างๆ ที่เข้ามากระทบกับจิตใจ โดยใช้แมวเป็นสัญลักษณ์สื่อความหมายถึงสัมพันธภาพในรูปแบบต่างๆ เปิดให้ชม-19 พฤษภาคมนี้ ที่หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล ถนนบรมราชชนนี (เว้นวันจันทร์)

นิทรรศการ “ความสุขของแสง”

          ** นิทรรศการ “ความสุขของแสง” โดย อุทิศ เหมะมูล นักเขียนรางวัลซีไรต์ปี 2562 นำเสนอสถานที่ส่วนตัวพื้นที่ในความทรงจำที่ถูกเปิดเผยและเปลือยออกผ่านแสง ซึ่งจับสัมผัสไปยังวัตถุ สถานที่ ทิวทัศน์ และเรือนร่าง จนก่อเกิดเป็นอากาศ บรรยากาศที่ทั้งลึกลับ เย้ยยวนและเป็นส่วนตัว จัดแสดงวันนี้-20 พฤษภาคม ที่เดอะแจม แฟคทอรี่ แกลเลอรี่

ประกวดภาพถ่ายทางวัฒนธรรมอาเซียน 

          ** เนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนในปี 2562 สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม จัดประกวดภาพถ่ายทางวัฒนธรรมอาเซียน ภายใต้หัวข้อ “ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ร้อยใจไทยอาเซียน” ส่งผลงานได้ถึง 3 มิถุนายน สแกนคิวอาร์โค้ด เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัคร หรือทาง tiny.cc/no614y

พระองค์หญิงสิริภาฯ ทรงติดตามความคืบหน้าก่อสร้างธรรมเจดีย์ฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/369674

พระองค์หญิงสิริภาฯ ทรงติดตามความคืบหน้าก่อสร้างธรรมเจดีย์ฯ

วันที่ 24 เมษายน 2562 – 14:47 น.
ศิลปวัฒนธรรม,พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์,วัฒนา พุฒิชาติ,โครงการพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรมวิสุทธิมงคล,หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน,รศวิเชษฎ์ สุวิสิทฐ์,อปัญญา วิจินธนสาร,พระวิหาร,วัดเกษรศีลคุณ วัดป่าบ้านตาด,อุดรธานี,ติดตาม,ความคืบหน้า
เปิดอ่าน 2,706 ครั้ง

พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ ศิลปกรรมไทยองค์สำคัญองค์สุดท้ายในสมัยรัชกาลที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

   พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ องค์ประธานคณะผู้ออกแบบโครงการพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) เสด็จไปทรงติดตามตรวจเยี่ยมความคืบหน้าของการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ ศิลปกรรมไทยองค์สำคัญองค์สุดท้ายในสมัยรัชกาลที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมี วัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ รศ.วิเชษฎ์ สุวิสิทฐ์, อ.ปัญญา วิจินธนสาร, อ.วนิดา พึ่งสุนทร เหล่าข้าราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมรับเสด็จ ณ วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี วันก่อน

วัฒนา พุฒิชาติ กราบทูลรายงานฯ

ก่อนเริ่มทรงงาน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จไปยังกุฏิพระธรรมวิสุทธิมงคล ทรงกราบอัฐิธาตุ และรูปเหมือนพระธรรมวิสุทธิมงคล พร้อมวางพานพุ่มดอกบัว ถวายสักการะ พร้อมกันนั้น ทรงนมัสการ พระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด และ พระอาจารย์อินถวาย สันตุสสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคําน้อย จากนั้นเสด็จไปยังบริเวณก่อสร้างของโครงการ โอกาสนี้ วัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กราบทูลรายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ฯ ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างในส่วนของโครงสร้างแล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ 85 และภาพรวมของโครงการทั้งหมดมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 50 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 50 นั้น เป็นงานในส่วนศิลปกรรมไทย และงานระบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จ และสามารถเปิดให้ศรัทธาสาธุชนเข้าเยี่ยมชมได้ในช่วงกลางปี 2563 เพื่อระลึกถึงหลักธรรมคำสอนของหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ผู้เป็นแบบอย่างในการทำความดีเพื่อพระพุทธศาสนา ประเทศชาติ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน

ความคืบหน้าในส่วนของพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์

ความคืบหน้าของพระวิหาร

       จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยังบริเวณสถานที่ก่อสร้างฯ ทั้ง 3 อาคาร ประกอบด้วย ส่วนพระเจดีย์ ส่วนพระวิหาร และส่วนพิพิธภัณฑ์ ทรงตรวจติดตามผลความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้างในส่วนต่างๆ รวม 6 จุด ดังนี้ 1) บริเวณด้านหน้าของโครงการ จัดแสดงภาพถ่าย รูปตัด/แบบแปลน รวมถึงจัดแสดงความก้าวหน้าของโครงการฯ ในรูปแบบ S-curve และความก้าวหน้าของแต่ละหมวดงาน 2) ลานประทักษิณพระเจดีย์ จัดแสดงความคืบหน้าในส่วนของรายละเอียดงานซุ้มประทีปชิ้นงานโลหะทองแดง งานขึ้นหุ่นลวดลายต่างๆ งานหล่อยอดฉัตรทองคำ รายละเอียดห้องพระบรมสารีริกธาตุ  และภาพ Perspective งานตกแต่งหินอ่อนในพระเจดีย์ อาทิ รูปสลักปูนปั้นภายในพระเจดีย์ ยอดฉัตรทองคำที่มีความสูง 113 เซนติเมตร

องค์ประกอบของพระวิหาร​​​​​​​

      3) ส่วนพระวิหาร จัดแสดงชิ้นงานหลังคาทองแดง รูปตัดองค์พระประธาน ภาพถ่ายงานหล่อสำริดขนาดเท่าจริงของพระมหาเถระ 3 รูป ได้แก่ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และ หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน  4) ส่วนพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงแบบแปลนการจัดนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ทั้ง 6 โซน ดังนี้  ธรรมของพระพุทธเจ้า – จากกตัญญูมีสัจจะสู่ร่มกาสาวพัสตร์ – การปริยัติ มุ่งมั่น เพียรพยายามสู่การปฏิบัติ – บารมีหลวงตาช่วยชาติ – เมตตา อบรมสั่งสอน – ละสังขาร ศิษยานุศิษย์ สามัคคีบูชา 5) จุดบรรยายแนวแกนโครงการ และ 6) จุดบรรยายพื้นที่ปลูกต้นกระดุมทองบริเวณหน้าโครงการฯ

บรรยายความคืบหน้าส่วนต่างๆ 

    โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ อยู่บนพื้นที่ขนาด 181 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา บริเวณทางเข้าวัดป่าบ้านตาด เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานบรรจุอัฐิธาตุ สถานที่รวบรวมประวัติ หนังสือ คำสอน เครื่องอัฐบริขาร และเพื่อระลึกถึงคุณูปการของหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ในฐานะที่เป็น “ถูปารหบุคคล” หรือบุคคลผู้ควรแก่การสร้างสถูปเจดีย์ไว้บูชาของชาวจังหวัดอุดรธานี และประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งมีบทบาทอย่างยิ่งในการใช้ธรรมะช่วยเหลือวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศเมื่อปี 2540 โดยทอดผ้าป่าทองคำและเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ชื่อ “โครงการผ้าป่าช่วยชาติ” รวมทั้งเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนให้ถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติ และทำความดีเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไป

“มิวพาส”บัตรเดียวตะลุยเที่ยวแหล่งเรียนรู้ทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/369267

“มิวพาส”บัตรเดียวตะลุยเที่ยวแหล่งเรียนรู้ทั่วไทย

วันที่ 19 เมษายน 2562 – 17:51 น.
มิวเซียมสยาม,มิวพาส,แอพพลิเคชั่นมิวเซียมไทยแลนด์,ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์,มิวเซียมสยาม คมชัดลึก
เปิดอ่าน 1,714 ครั้ง

มิวเซียมสยามมีไฮไลท์แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สุดฟินตลอดเดือนเมษามาแนะนำ

เดือนเมษายนของทุกปีเป็นช่วงปิดเทอมพอดี หลายครอบครัวจึงมีเวลาอยู่ร่วมกันแบบพร้อมหน้า ขณะที่บางคนก็เลือกใช้ช่วงเวลานี้เก็บกระเป๋าบินลัดฟ้าไปตามล่าทริปในฝันกันถึงต่างแดน แต่เชื่อว่ามีหลายคนที่คิดตรงกัน คือเที่ยวที่ไหนก็ไม่อุ่นใจเท่าบ้านเรา เพราะนอกจากเงินทองไม่รั่วไหล ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศให้คึกคัก ยังได้ใช้เวลานี้ใกล้ชิดกับคนในครอบครัว หรือแม้แต่ก๊วนเพื่อนสนิท เหตุผลเหล่านี้ทำให้เดือนเมษายนเหมาะกับการวางแผนท่องเที่ยวเป็นที่สุด

มิวพาสและแอพพลิเคชั่นมิวเซียมไทยแลนด์

 ราเมศ พรหมเย็น

  ราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในแหล่งเรียนรู้ที่มีให้เลือกไปมากกว่าในอดีต ซึ่งความคึกคักของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในประเทศให้มีความพร้อมรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ทำให้เกิดเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวแนวใหม่ที่น่าจับตา และเป็นโอกาสที่ดีของผู้ถือบัตรมิวพาส ที่สามารถไปตามแหล่งเรียนรู้ที่ร่วมโครงการได้อย่างคุ้มค่า โดยมิวเซียมสยามมีไฮไลท์สุดฟินตลอดเดือนเมษายนมาแนะนำ และอยากเชิญชวนให้ออกไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่สุดสร้างสรรค์ ตามแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทั่วประเทศที่สามารถกางปฏิทินท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งเดือน ที่คัดมาแล้วว่าถูกใจนักเดินทางแน่นอน

นิทรรศการเดี่ยว “ปิลาร์ อัลบาร์ราซิน”

ชมศิลปะร่วมสมัยกับมิวเซียมน้องใหม่มาแรง
ปล่อยให้ช่วงปิดเทอมเดือนเมษายนกลายเป็นวันว่างอยู่ทำไม ในเมื่อสามารถทำให้ทุกวันเป็นวันแห่งการเรียนรู้ได้กับนิทรรศการเดี่ยว “ปิลาร์ อัลบาร์ราซิน” ศิลปินหญิงจากแคว้นอันดาลูเซีย ทางตอนใต้ของประเทศสเปน ซึ่งนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ครั้งแรกในเอเชีย พร้อมชมงานศิลปะร่วมสมัยภายในพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมมาให้ชมทั้งของไทยและต่างประเทศ โดยพื้นที่แห่งนี้ได้ดัดแปลงพื้นที่คลังสินค้าที่มีประวัติศาสตร์งานฝีมือมาช้านานให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่ที่มาแรงที่สุดแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่

ซากุระเมืองไทย

ทิวลิปบานในอุทยานหลวงราชพฤกษ์

เที่ยวเชียงใหม่ต่อไม่ง้อฝุ่นจิ๋ว
ไม่เห็นต้องเหนื่อยนั่งเครื่องบินไปไกลถึงต่างประเทศเพื่อชมความงามของดอกซากุระ ท่ามกลางอากาศหนาวเพราะที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ ก็มีให้ชมอย่างจุใจ กับดอกกัลปพฤกษ์ หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ซากุระเมืองไทย” ที่ผลิดอกสวยงามพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดเดือนเมษายน พร้อมชมดอกไม้นานาพรรณ ดอกเอื้องเมืองเหนือ ซึ่งน่าจะเหมาะอย่างยิ่งกับสายเซลฟี่ แต่ไฮไลท์ที่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะมีทุ่งดอกทิวลิปพร้อมให้นักท่องเที่ยวไปชิลกันต่อ

ชม-ช็อปงานหัตถกรรมที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ

ช็อปงานคราฟท์กรุงเก่า
เมื่อเอ่ยถึงกรุงเก่าพระนครศรีอยุธยา หลายคนจะนึกถึงการเดินสายไหว้พระมาเป็นอันดับแรก จนมองข้ามเรื่องราวความเป็นมากับอารยธรรมเก่าแก่ที่หล่อหลอมวิถีชีวิตของผู้คนจากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งในเดือนนี้ หอนิทรรศการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ได้นำงานคราฟท์ที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดของไทย พบเทรนด์งานคราฟท์ล่าสุดที่ไม่ว่าจะเป็นคนเจเนอเรชั่นไหนก็เข้าถึงได้ไม่ยาก โดยผู้ที่สนใจสามารถโชว์บัตรมิวพาสไปเที่ยวต่อที่หอนิทรรศการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ จ.พระนครศรีอยุธยา ก็ได้เช่นกัน

สเปซ อินสไปเรียม จ.ชลบุรี

นิทรรศการเคลื่อนที่เมืองไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

แหล่งเรียนรู้ด้านอวกาศและประวัติศาสตร์บ้านเมืองที่สำคัญ
ปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งเรียนรู้มากมายที่รอให้ผู้ที่สนใจออกเดินทางไปค้นหา ซึ่งในเดือนเมษายนมี 2 อีเวนท์ที่น่าจะโดนใจสายเนิร์ด ไปเริ่มกันที่แหล่งเรียนรู้ทางด้านอวกาศแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยที่ชื่อว่า “สเปซ อินสไปเรียม” (Space Inspirium) ที่สเปซอินสไปร์เลียม จ.ชลบุรี ที่จัดกิจกรรม “GISTDA Space camp ครั้งที่ 5” ระหว่างวันที่ 26-30 เมษายน และ นิทรรศการเคลื่อนที่ เมืองไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ภาพเหตุการณ์บ้านเมือง สถานที่สำคัญ การเข้ามาของศิลปวัฒนธรรมและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ตลอดจนนวัตกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรัชสมัยช่วงปีพุทธศักราช 2468-2477 โดยนิทรรศการดังกล่าวจัดระหว่างวันที่ 13 เมษายน-30 มิถุนายน 2562
 มิวเซียมสยามรวบรวมกิจกรรมที่น่าสนใจมาไว้ในคอนเทนต์เดียว แต่ก่อนจะตัดสินใจเก็บกระเป๋าออกไปเที่ยว อย่าลืมพกบัตรมิวพาสติดตัวไว้ทุกครั้ง หรือจะนำบัตรไปลงทะเบียนเป็นดิจิทัลการ์ดในแอพพลิเคชั่นมิวเซียมไทยแลนด์ก็ทำได้ จะได้ไม่พลาดสิทธิประโยชน์ดีๆ เพราะนอกจากจะเข้าชมแหล่งเรียนรู้ที่ร่วมโครงการฟรีกว่า 55 แห่งทั่วประเทศแล้ว ยังมีส่วนลดในร้านอาหาร เครื่องดื่ม และของที่ระลึกตามแหล่งเรียนรู้อีกมากมาย