เวิร์กช็อปศิลปะกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/365734

เวิร์กช็อปศิลปะกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

วันที่ 16 มีนาคม 2562 – 09:00 น.
วัน แบงค็อก,One Bangkok,โรงเรียนปลูกจิต,โรงเรียนคลองเตยวิทยา,โรงเรียนสุนีพิทยา,BAB BOX
เปิดอ่าน 576 ครั้ง

กิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะ ภายใต้แนวคิด “กรุงเทพฯ ในอนาคต” 

ด้วยตระหนักถึงการสรรค์สร้างชุมชนที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการดำเนินบทบาทในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการ “วัน แบงค็อก” (One Bangkok) จึงได้จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะ ภายใต้แนวคิด “กรุงเทพฯ ในอนาคต” ให้แก่นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-6 จากโรงเรียนปลูกจิต โรงเรียนคลองเตยวิทยา และโรงเรียนสุนีพิทยา เข้าร่วมกิจกรรม

การเรียนรู้ศิลปะภายในห้องเรียน

กิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะ เริ่มจากการปฏิบัติจริงในห้องเรียน โดยมีทีมคุณครูศิลปินอิสระเดินสายไปยังโรงเรียนต่างๆ เพื่อแนะเทคนิคการวาดรูป และกระตุ้นให้นักเรียนได้เกิดความคิดสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาจากจินตนาการที่พวกเขามีต่อกรุงเทพฯ ในอนาคต โดย ด.ญ.ธนพรรณ แซ่ตั้ง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนปลูกจิต นักเรียนผู้ชนะการประกวดวาดภาพ  กล่าวว่า ศิลปะเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่บางทีเราอาจมองไม่เห็น แต่เราอยากให้มันเป็นจริง เราเลยวาดมันขึ้นมา ต้องขอบคุณพี่ๆ ที่ทำให้หนูได้เห็นผลงานของศิลปินชื่อดัง ซึ่งเราก็อยากทำให้ได้แบบเขา เราอยากให้มีกาแล็กซีมารวมอยู่ที่โลก เลยระบายกาแล็กซี อยากให้มีเอเลียนและสิ่งมหัศจรรย์อย่างสัตว์ในเทพนิยายอยู่บนโลก และให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข รับในความแตกต่างของกันและกันได้

ด.ญ.ธนพรรณ แซ่ตั้ง

 ด.ช.ขันเงิน เจริญพานิช

ด้าน ด.ช.ขันเงิน เจริญพานิช ผู้ชนะเลิศในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนคลองเตยวิทยา กล่าวว่า ส่วนตัวชอบการระบายสีแบบไล่สีมากๆ แม้ว่าจะพอทำเป็นอยู่แล้ว แต่ครูที่มาสอนให้เทคนิคใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ สนุกกับการไล่สีมากขึ้น ทำให้พัฒนาและรู้สึกว่าตัวเองถนัดและรักในงานศิลปะมากขึ้นไปอีก

เยาวชนจากทั้งสามโรงเรียนเยี่ยมชมงานศิลปะที่ BAB BOX ณ วัน แบงค็อก

นอกเหนือจากคลาสศิลปะสุดพิเศษที่ส่งตรงถึงห้องเรียนแล้ว ทางโครงการฯ ยังได้นำเยาวชนจากทั้งสามโรงเรียนเยี่ยมชมงานศิลปะที่ BAB BOX ณ วัน แบงค็อก พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะและศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารเทศกาล บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้งานศิลปะจากศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลก รวมถึงภาพวาดต่างๆ ที่จัดแสดงภายในอาคาร โดยมีวิทยากรเล่าเรื่องราวและแนวคิดเบื้องหลังให้เด็กๆ เข้าใจได้ง่ายขึ้น พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ปลุกความคิดสร้างสรรค์เพื่อนำแรงบันดาลใจที่ได้ไปต่อยอดพลังทางศิลปะต่อไป

ซู หลิน ซูน พร้อมด้วยนักเรียนที่ชนะเลิศในแต่ละระดับชั้นจากทั้งสามโรงเรียน

 ซู หลิน ซูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วัน แบงค็อก กล่าวสรุปว่า โครงการตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาเยาวชน ซึ่งการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะครั้งนี้ รวมถึงการส่งมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนวิชาศิลปะให้แก่ทางโรงเรียน เป็นการสนับสนุนให้ศิลปะเติบโตในชุมชนอย่างยั่งยืน และเป็นหนึ่งก้าวเล็กๆ ที่สำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างพลังของเยาวชนผ่านทางศิลปะ ส่งเสริมให้พวกเขาได้ค้นหาศักยภาพในตัวเอง เพื่อเติบโตและเป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยในภายภาคหน้า

เรียนรู้ แลกเปลี่ยน ดันไทยสู่ผู้นำหัตถศิลป์อาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/365724

เรียนรู้ แลกเปลี่ยน ดันไทยสู่ผู้นำหัตถศิลป์อาเซียน

วันที่ 15 มีนาคม 2562 – 13:15 น.
SACICT,ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ,อัมพวัน พิชาลัย
เปิดอ่าน 549 ครั้ง

ผลักดันงานหัตถศิลป์ไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

รู้หรือไม่ว่าในแง่ขององค์ความรู้เรื่องศิลปหัตถกรรม ไทยถือเป็นผู้นำประเทศในอาเซียน ด้วยมีการสืบสาน อนุรักษ์ และต่อยอดอย่างเป็นระบบ เรื่องนี้ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ “SACICT” เน้นย้ำความมั่นใจในโอกาสนัดแนะสื่อมวลชนเพื่อบอกกล่าวถึงภารกิจในการส่งเสริมและสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทย เป็นศูนย์องค์ความรู้งานหัตถศิลป์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และภาพรวมตลอดจนทิศทางการดำเนินงานในปี 2562 พร้อมผลักดันงานหัตถศิลป์ไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ที่ห้องเดอะ ลิฟวิ่ง รูม โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน

อัมพวัน พิชาลัย

การจะยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านศิลปหัตถกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้นั้น อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่าต้องดำเนินการผ่านแนวทางการพัฒนา 4 ด้านคือ บุคคลากร ผลิตภัณฑ์ การตลาด และ เครื่องมือ เริ่มจากการพัฒนาคน เป็นสิ่งแรกที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพฯ ให้ความสำคัญและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2552 โดยจัดกิจกรรมคัดสรรและเชิดชูเกียรติบุคคลทรงคุณค่า ประกอบด้วย ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม เพื่ออนุรักษ์คุณค่าภูมิปัญญา ทักษะฝีมือและองค์ความรู้เชิงช่างที่อยู่ในตัวบุคคลไม่ให้สูญหายไปและส่งต่อไปสู่รุ่นลูกหลาน

ผลิตภัณฑ์จากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ  

ผลิตภัณฑ์จากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ  

ถัดมา การพัฒนาผลิตภัณฑ์ มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมจากความดั้งเดิมสู่ความร่วมสมัย ในโครงการ “SACICT Craft Trend” เน้นการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของตลาด  ต่อด้วย การพัฒนาตลาด โดยสร้างเครือข่ายการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เช่น คิง เพาเวอร์, ไอคอน สยาม และสตาร์บัค เป็นต้น รวมถึงการเพิ่มช่องทางแอปพลิเคชั่น SACICT SHOP และกิจกรรมการตลาดที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ประกอบด้วย งานอัตลักษณ์แห่งสยาม, คราฟท์ แบงค็อก, ฝ้ายทอใจ และ งานชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี นอกจากนี้ได้ร่วมกับองค์กรชั้นนำระหว่างประเทศนำงานศิลปหัตถกรรมไทยไปจัดแสดงและจำหน่าย โดยช่วงกลางปีนี้เราเป็นหน่วยงานเดียวที่ได้รับเชิญให้ร่วมงาน “เรฟเวเลชั่นส์” งานแสดงไฟน์ อาร์ต ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปที่ประเทศฝรั่งเศส

ผลิตภัณฑ์จากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ  

แนวทางที่สี่ การพัฒนาเครื่องมือ (ระบบ Archives)  บิ๊ก ดาต้า โดยวางระบบสืบค้นข้อมูลงานหัตถกรรมในรูปแบบจดหมายเหตุ ในระยะแรกเป็นการจัดเก็บข้อมูลองค์ความรู้ใน 10 ประเภท ได้แก่ เครื่องหิน เครื่องดิน เครื่องโลหะ เครื่องจักสาน เครื่องไม้ เครื่องกระดาษ เครื่องทอ เครื่องรัก เครื่องหนัง และอื่นๆ โดยรวบรวมองค์ความรู้จากตัวบุคคลผ่านครูและทายาท รวมถึงแหล่งเรียนรู้ทั้งพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ข้อมูลความรู้ด้านต่าง ๆ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และสืบสานอย่างถูกต้องตามรากภูมิปัญญาของไทย

ผลิตภัณฑ์จากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ  

ทั้งนี้ ในการที่ไทยเป็นประธานอาเซียน และในปี 2562 เป็น “ปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน” ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้ร่วมกับเครือข่ายองค์กรพันธมิตรด้านศิลปหัตถกรรมในอาเซียนในการดำเนินงานต่าง ๆ อาทิ โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยในวัฒนธรรมร่วม จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 เพื่ออนุรักษ์และสืบสานหัตถกรรมที่ใกล้สูญหาย พร้อมโครงการประกวดการออกแบบงานศิลปหัตถกรรมในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยคัดเลือกสุดยอดนักสร้างสรรค์งานหัตถกรรมในภูมิภาคอาเซียน และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทักษะในการสร้างสรรค์งานหัตถกรรม เพื่อสร้างเครือข่ายนักสร้างสรรค์หัตถกรรมอาเซียน ทำให้เกิดการสืบสานภูมิปัญญาและพัฒนางานศิลปหัตถกรรมอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของอาเซียนให้คงอยู่ และสามารถปรับตัวเข้ากับบริบททางสังคมและประชาคมโลก อันจะสร้างความยั่งยืนทางวัฒนธรรมของอาเซียนต่อไป

ผลิตภัณฑ์จากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ  

“การแลกเปลี่ยนความรู้กับประเทศต่างๆ เราทำมาตลอด ปีแรกๆ เอาคนของเราไปศึกษาและทำงานร่วมกับเขา จนเกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ อันแรกเลยคือเครื่องไม้เครื่องมือที่ต่างกัน ก็จะได้เห็นว่าถ้าใช้เครื่องมือแบบนี้ๆ ก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น อันที่สองคือวิธีการทำงาน บางประเทศเขามีการจดวัตถุดิบ ผสมนั่นนี่ และวิธีทำไว้หมดเลย แค่คนไทยชอบลองผิดลองถูกแล้วทำใหม่ แบบนี้เสียเวลา อีกอันหนึ่งคือวิธีคิดต้นทุนแล้วตั้งราคา ไปเห็นบางประเทศเขาจดทุกอย่าง แม้กระทั่งเวลาที่เสียไป คิดละเอียดมาก ทำให้ได้ราคาที่แท้จริง แต่คนไทยคิดราคารวบยอดทีเดียวจนบางครั้งลืมค่าภูมิปัญญาที่เราสั่งสมมา

ผลิตภัณฑ์จากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ  

เราพบว่าคนที่กลับมามีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด อย่างการทอผ้าบางคนจากที่เคยทอได้แค่หน้าพอแลกเปลี่ยนความรู้กลับมาก็ทดใส่ตา จมูก ปาก เป็นหน้าคนที่สมบูรณ์ เห็นการพัฒนา นี่คือความเปลี่ยนแปลง ขณะที่เราเองก็จะมีการบังคับด้วยว่าให้ทำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เสมอเพื่อไม่ให้จำเจ อย่างปีนี้เราจะเอานักออกแบบไปด้วยหนึ่งคนต่อหนึ่งโครงการ เพื่อเวลาลงพื้นที่นักออกแบบจะมีมุมมองความคิดที่ต่างออกไป เกิดการทำการบ้าน มีการระดมสมองตกผลึกความหลังจากไปเจออะไรมา แต่ก่อนไปเราก็เลือกคนไปนะต้องพร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ไม่ตีกรอบตัวเอง แล้วมาแบ่งปันให้คนอื่นๆ ได้” อัมพวัน กล่าวทิ้งท้าย

3 ศิลปินแห่งชาติผนึกกำลังโชว์ผลงานกว่า 500 ชิ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/365504

3 ศิลปินแห่งชาติผนึกกำลังโชว์ผลงานกว่า 500 ชิ้น

วันที่ 14 มีนาคม 2562 – 08:00 น.
ซูนี ไอโคซาฮีดร็อน,เทียนเทียนเซี่ยงซ่าง,เอเชีย พลัส,มลังเมลืองเรืองรุ้ง,ทวี รัชนีกร,ชวลิต เสริมปรุงสุข,อินสนธิ์ วงศ์สาม,หอธรรมพระบารมี,IN-TA-LIT,มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง,เชนจ์,รัมภาพร วรสีหะ,วีระกิตติ์ ชื่นภาณุวัฒน์,กัณกวี กาญจนะเดชะ
เปิดอ่าน 621 ครั้ง

3 ศิษย์อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ร่วมแสดงผลงาน ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ประติมากรรม และศิลปะสื่อผสม

** หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ คณะซูนี ไอโคซาฮีดร็อน เชิญชมนิทรรศการ “เทียนเทียนเซี่ยงซ่าง: ศิลปะ {การเรียนรู้} คือ การเรียนรู้ {ศิลปะ}” โดยรวบรวมผลงานออกแบบสร้างสรรค์ตุ๊กตาเทียนเทียน ของศิลปินหลายสาขาของฮ่องกงและนานาประเทศกว่า 200 ชิ้น และศิลปิน นักออกแบบ ผู้รักและสนับสนุนงานศิลปะไทยอีกกว่า 100 ชิ้น มาจัดแสดงที่ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 8 วันนี้-12 เมษายนนี้

** บริษัท เอเชีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เชิญชวนส่งผลงานเข้าประกวดจิตรกรรมเอเชีย พลัส ครั้งที่ 9 ในหัวข้อ “มลังเมลืองเรืองรุ้ง” ชิงเงินรางวัลรวม 600,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://www.asiaplus.co.th/artcontest ส่งผลงานในวันที่ 28-29 มีนาคม สอบถามข้อมูลและติดตามการประกวดจากเฟซบุ๊ก Asia Plus Art Contest, LINE จิตรกรรมเอเชีย พลัส#9 หรือ 0-2680-4045, 0-2680-4042

ทวี รัชนีกร- ชวลิต เสริมปรุงสุข-อินสนธิ์ วงศ์สาม

** หอธรรมพระบารมี จ.ฉะเชิงเทรา เชิญร่วมปรากฏการณ์ศิลปะ “IN-TA-LIT” ผลงานโดย 3 ศิลปินแห่งชาติ ได้แก่ อินสนธิ์ วงศ์สาม, ทวี รัชนีกร และ ชวลิต เสริมปรุงสุข ศิษย์อาจารย์ศิลป์ พีระศรี แสดงผลงาน ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ประติมากรรม และศิลปะสื่อผสม กว่า 500 ชิ้น เปิดให้ชมฟรี ตั้งแต่วันนี้-25 เมษายน

** มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ เชิญชมนิทรรศการภาพถ่าย “เชนจ์” การเปลี่ยนแปลงผ่านแรงบันดาลใจจากดอยสู่เมือง นิทรรศการภาพถ่ายที่สะท้อนเรื่องราวการพัฒนาด้านต่างๆ ในพื้นที่ โครงการพัฒนาดอยตุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นการเผยแพร่งานพัฒนาที่สนองแนวพระราชดำริของสมเด็จย่า ผ่านมุมมองของช่างภาพรุ่นใหม่ ได้แก่ รัมภาพร วรสีหะ, วีระกิตติ์ ชื่นภาณุวัฒน์ และ กัณกวี กาญจนะเดชะ เปิดให้ชมฟรีวันนี้-31 มีนาคม 10.00-18.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) บริเวณชั้น 1 มิวเซียมสยาม

ปิ๊กเมืองเก่ารำลึก”เชียงแสน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/364610

ปิ๊กเมืองเก่ารำลึก”เชียงแสน”

วันที่ 5 มีนาคม 2562 – 16:30 น.
เชียงแสน,ศมส,พีรพน พิสณุพงศ์
เปิดอ่าน 667 ครั้ง

ศมส. จัดมหกรรมเมืองพิพิธภัณฑ์เชียงแสน : ปาเจียงแสนปิ๊กบ้าน

นับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2562 มีโอกาสแวะเวียนไป จ.ชียงราย หลายครั้ง แต่ละครั้งจะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ซ้ำกัน เนื่องจากเชียงรายมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจกระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัด อย่างครั้งล่าสุดได้ร่วมทริปกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) หรือ ศมส. โดยการนำของ พีรพน พิสณุพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ จับมือเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคเหนือ พัฒนาคู่มือเรียนรู้เมืองเชียงแสน หนุนการจัดการเรียนรู้ท้องถิ่นในมหกรรมเมืองพิพิธภัณฑ์เชียงแสน : ปาเจียงแสนปิ๊กบ้าน ที่วัดเจดีย์หลวง และบริเวณเมืองเก่าเชียงแสน

วัดเจดีย์หลวง 

ภายในงานจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการแบ่งออกเป็น 5 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 ของดีเมืองเชียงแสน ประกอบด้วย นิทรรศการของดีเมืองเชียงแสน เช่น จารึกเมืองเชียงแสน วิหารสกุลช่างเชียงแสนใน จ.ลำปาง อุปกรณ์เครื่องตีเงิน ลวดลายสลุงเงินของชาวเชียงแสน ฯลฯ และมีกิจกรรม อาทิ สาธิตการทอผ้าห่อคัมภีร์และการทำสวยกาบแบบเชียงแสน สาธิตการจารคัมภีร์ใบลาน การตัดกระดาษ การทำสวยดอก เป็นต้น  โซนที่ 2 จูงแขนปิ๊กบ้าน จัดแสดงนิทรรศการของชาวไทยวนเชื้อสายเชียงแสนที่ไปตั้งถิ่นฐานในจังหวัดต่างๆ 10 จังหวัด เช่น ราชบุรี สีคิ้ว แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ฯลฯ

พีรพน พิสณุพงศ์ ชมนิทรรศการ

รำลึกความหลังจากภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเชียงแสนในอดีต

โซนที่ 3 สร้างสรรค์ความรู้ เป็นการจัดบูธเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ในสถานศึกษาที่มีการสร้างชุดความรู้เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ในเชียงแสนที่มีหลากหลายและมากแห่งจนเชียงแสนถือว่าเป็นเมืองพิพิธภัณฑ์โดยแท้ โซนที่ 4 ภาพคู่ความหลัง ประกอบด้วยนิทรรศการภาพถ่ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เมืองเชียงแสน นิทรรศการภาพถ่ายน้ำท่วมเมืองเชียงแสน พ.ศ.2509 นิทรรศการภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเชียงแสนในอดีต เป็นต้น และ โซนที่ 5 รวมพลังพัฒนา เป็นนิทรรศการที่แสดงถึงการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ในรูปของคลินิกพิพิธภัณฑ์ ใครมีปัญหาเรื่องอะไรเชิญมาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในบูธนี้ นิทรรศการแสดงผลงาน เรื่องราวที่ทำผ่านมาตลอดโครงการ ในปี 2560-2561 แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ งานซ่อม งานสร้าง และงานเสริม

 จัดแสดงผ้าทอโบราณจาก จ.แพร่

การละเล่นพื้นบ้าน

ทั้งนี้ภายในอาณาเขตเมืองเก่าเชียงแสนเมืองยังมีโบราณสถานสำคัญๆ ทั้งด้านนอกและด้านในกำแพงเมืองหลายแห่ง ที่ปิ๊กมาแล้วไม่ควรพลาดชมก็อย่าง วัดเจดีย์หลวง ภายในวัดนอกจากพระเจดีย์หลวงแล้วยังมีพระวิหารซึ่งเก่าแก่มากพังทลายเกือบหมด และเจดีย์ธาตุแบบต่างๆ อีก 4 องค์ สิ่งสำคัญภายในวัดคือ เจดีย์ระฆังฐานแปดเหลี่ยม เป็นเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเชียงแสน ติดกับวัดเจดีย์หลวงเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน ตั้งขึ้นเมื่อปี 2500 เพื่อเป็นสถานที่อนุรักษ์และจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่ได้จากการดำเนินงานทางโบราณคดีภายในเมืองโบราณเชียงแสนและพื้นที่ใกล้เคียง นับเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งแรกในภาคเหนือ หลังจากนั้นในปี 2540 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอย่างเป็นทางการ

 วัดป่าสัก

ห่างกันไม่ไกลเป็นที่ตั้งของ วัดป่าสัก เจดีย์วัดป่าสักเป็นเจดีย์ทรงปราสาท 5 ยอด มีลวดลายปูนปั้นที่งดงาม รูปแบบทางสถาปัตยกรรม ส่วนฐานได้รับอิทธิพลจากเจดีย์เชียงยัน จ.ลำพูน และด้านศิลปกรรมได้รับอิทธิพลจากพุกาม จีน ขอม และสุโขทัย เดินทางออกจากเมืองเชียงแสนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไม่ไกลนักเป็นที่ตั้งของ วัดพระธาตุจอมกิตติ ตั้งอยู่บนดอยจอมกิตติ สร้างเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ กระดูกหน้าผาก กระดูกอก และกระดูกแขน เป็นเจดีย์ย่อเหลี่ยมไม้สิบสองสมัยเชียงแสน สิ่งสำคัญภายในวัดได้แก่พระเจดีย์ทรงปราสาทยอดทรงระฆัง สร้างขึ้นเมื่อปี 1483 ต่อมาเมื่อปี 2030 มีการสร้างเจดีย์ครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมองค์เจดีย์ในปัจจุบัน

พระธาตุผาเงา

อีกหนึ่งสถานที่ไม่ควรพลาดชมคือ วัดพระธาตุผาเงา ได้ชื่อมาจาก “พระธาตุผาเงา” ที่ตั้งอยู่บนยอดหินก้อนใหญ่ คำว่าผาเงา หมายถึงเงาของหน้าผา หรือก้อนหินที่มีลักษณะเป็นรูปสูงใหญ่คล้ายรูปทรงพระเจดีย์ ชาวบ้านจึงเรียกกันว่าพระธาตุผาเงา สิ่งสำคัญภายในวัดนอกจากองค์พระธาตุผาเงาแล้วยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง อาทิ พระเจดีย์เจ็ดยอด พระเจดีย์จอมจัน พระวิหารสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อผาเงา พระธาตุพุทธนิมิต ซุ้มประตูพระธาตุผาเงาที่มีลวดลายลักษณะสวยงาม เป็นต้น

วัดพระธาตุจอมกิตติ 

ขยับขึ้นไปทางเหนืออีกนิดเป็นที่ตั้งของ หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ บนพื้นที่กว่า 250 ไร่ เปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2548 จัดแสดงเนื้อหาประวัติศาสตร์และพัฒนาการของฝิ่นและสารเสพติดที่ได้จากฝิ่น สงครามฝิ่น ขบวนการค้ายาเสพติด ที่ซับซ้อนอยู่ในทุกส่วนของโลกสารเสพติดอื่นๆ ผลกระทบของสารเสพติดต่อสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และต่อบุคคล ผู้เข้าชมได้มีปฏิสัมพันธ์ สัมผัส ตระหนักถึงมหันตภัย เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อปัญหาจากฝิ่นและสารเสพติด ได้ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้และร่วมกันแก้หรือควบคุมปัญหายาเสพติดตลอดจนนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง

..ชาวเชียงแสนที่โยกย้ายไปอยู่พื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ปิ๊กบ้านครั้งหน้า อย่าลืมแวะไปรำลึกความทรงจำกันนะคะ…

เมืองแห่งตำนานอารยะสยาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/363984

เมืองแห่งตำนานอารยะสยาม

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 – 12:00 น.
พัทยา,เลเจนด์ สยาม พัทยา,เลเจนด์ สยาม,Legend Siam Pattaya,สยาม วิไลซ์,ไทยอารยะ,ภูมิแผ่นดิน
เปิดอ่าน 969 ครั้ง

ความตระการตาแห่งสยามประเทศที่ทั่วโลกต้องจับตามอง

หากจะพูดถึงเมืองยอดฮิตลอดกาลสำหรับนักท่องเที่ยว คงหนีไม่พ้น “พัทยา” ที่เต็มไปด้วยสีสันและมีเสน่ห์ที่สุดของประเทศไทย และอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนไม่ควรพลาดในเวลานี้คือ “เลเจนด์ สยาม พัทยา” (Legend Siam Pattaya) เมืองแห่งตำนานอารยะสยาม ธีมพาร์คเชิงวัฒนธรรมไทย ที่นำเสนอประวัติศาสตร์และอารยธรรมอันภาคภูมิใจของสยามประเทศในยุคสมัยต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยจัดงานเปิดตัวเป็นทางการอย่างยิ่งใหญ่ไปแล้วเมื่อวันก่อน

 “เลเจนด์ สยาม พัทยา” เปรียบเสมือนโชว์รูมนำเสนออัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้ง 77 จังหวัดของประเทศไทยให้เผยแพร่สู่เวทีโลก ผ่านศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีชีวิต การละเล่น การร้องรำ รวมถึงสินค้าและอาหารคาวหวาน อันเป็นรากเหง้าแห่งเอกลักษณ์ความเป็นชาติไทย ให้นักท่องเที่ยวได้เพลินเพลินกับความเป็นไทยตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบันอย่างเต็มรูปแบบ บนพื้นที่กว่า 164 ไร่ โดยมีสิ่งก่อสร้างตามแบบฉบับไทยในยุคต่างๆ กว่า 100,000 ตารางเมตร พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยยักษ์เฝ้ากำแพงเมืองที่สูงที่สุดในประเทศ ได้แก่ ทศกัณฐ์และสหัสเดชะ แบ่งพื้นที่เป็น 3 โซนตามวิถีแห่งการดำเนินชีวิต ดังนี้

         

          โซน 1 : สยาม วิไลซ์ ความศิวิไลซ์แห่งอารยธรรมสยาม ร่วมสัมผัสตำนานแห่งเสน่ห์ของวิถีเมืองกรุงอันน่าหลงใหล อันประกอบไปด้วย “ทาวน์สแควร์” จัตุรัสพระนคร จุดศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยอันทรงคุณค่า ไม่ว่าจะย่างกรายไปมุมใดก็ล้วนถ่ายรูปได้งดงามประหนึ่งข้ามเวลาไปในยุครัตนโกสินทร์ “แบล็กเมจิก” จอมโจรขมังเวทย์ ห้องกระจกวงกตแห่งมนตรา ซึ่งถูกลงอักขระอาคมมหายันต์โดยจอมโจรขมังเวทย์ ร่วมพิสูจน์ความลี้ลับแห่งมนตราอาคมในตำนานที่ยังคงสืบสานความขลังจนถึงปัจจุบัน “พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ” ประติมากรรมปูนปั้นขนาดมหึมามีความสูงกว่า 11 เมตร ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คอันศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญแห่งสยามวิไลซ์ เพื่อให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้สักการะ “สยามวิไลซ์ ไทย แมชชีน” ร่วมเปิดจินตนาการไปกับเครื่องไทม์แมชชีนย้อนเวลาสู่ยุคทองอันเรืองรองของกรุงศรีอยุธยา ผ่านเรื่องราวของกัปตันจากเมืองกรุงเทพฯ แห่งโลกอนาคต ด้วยเทคนิคการฉายภาพระบบดิจิทัล 3 มิติและกราฟฟิกสุดตระการตาพร้อมเปิดอายตนะทั้ง 6 เพื่อพบกับเรื่องราวที่ยังทรงคุณค่าจวบจนปัจจุบัน

โซน 2 : ไทยอารยะ สัมผัสความงดงามของวัฒนธรรมแห่งวิถีพื้นบ้าน อาทิ งานวัด วิถีชีวิตแห่งความสนุกสนานของชาวสยาม เพลิดเพลินไปกับเครื่องเล่นงานวัดนานาชนิด อีกหนึ่งความตื่นเต้นที่หาดูได้ยากอย่าง มวยวัด ตลาดบก มีสินค้าอันเป็นเอกลักษณ์ของทุกจังหวัดรวบรวมมาไว้อยู่ที่นี่ที่เดียว โดยภายในไทยอารยะมีสิ่งที่น่าสนใจ ดังนี้ “บ้านแม่นาค” นำเสนอเรื่องราวตำนานรักอมตะสุดเฮี้ยนแห่งคลองพระโขนง ให้เหล่าคนชอบลองของได้ท้าพิสูจน์กันตั้งแต่ก้าวแรกจนก้าวสุดท้าย “พระพรหมทรงหงส์” เทวรูปพระพรหมอันงดงาม ทรงอยู่บนหงส์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปางที่หาชมได้ยาก “งานวัดป่าหิมพานต์” รื่นเริงบันเทิงใจกับงานวัดสไตล์ไทยๆ มรดกแห่งความสุขของชาวสยามที่สืบทอดต่อกันมาทุกยุคสมัย สนุกไปกับเครื่องเล่นที่ปลุกสัตว์ป่าหิมพานต์สุดพิศวงให้กลับมาโลดแล่นโจนทะยานนอกวรรณคดีได้อีกครั้ง “แซงซัวรี่ ออฟ ธรรมมะ” วิหารธรรม ดื่มด่ำไปกับเรื่องราวของแก่นพระพุทธศาสนา ด้วยทรีดี แมปปิ้ง (3D Mapping) ในสไตล์เข้าถึงง่ายแบบยายสอนหลาน “เรือนกลางน้ำ และเรือนริมน้ำ” หมู่เรือนอาหารที่รวบรวมความอร่อยหลากหลายจากร้านขึ้นชื่อทั่วทุกภาคของประเทศไทยให้ได้อิ่มอร่อยกับอาหารไทยรสเลิศท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำที่งดงามแถมยังมีตลาดน้ำที่จับจ่ายซื้อของกันบนเรือได้เหมือนสมัยก่อนอีกด้วย “เรือนอารยะ” ภัตตาคารอาหารเรือนไทยริมน้ำขนาดใหญ่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้กว่า 720 ที่นั่ง “ไทย วิสดอม มาร์เก็ต” ตลาดบก ตำนานสยาม ตลาดวิถีไทย โชว์รูมอัตลักษณ์แห่งสยามประเทศ กับเรือนสถาปัตยกรรมไทยทั้ง 4 ภาค ที่นำเสนอสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์หรือของดีประจำจังหวัดจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยทั้ง 77 จังหวัด พร้อมการแสดงที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน

          โซน 3 : ภูมิแผ่นดิน ผืนแผ่นดินแห่งสยามได้บันทึกเรื่องราวตำนานไว้มากมาย นำเสนอเรื่องราวความภาคภูมิใจอันทรงคุณค่าของผืนแผ่นดินไทย “บางระจัน” ปลุกตำนานวีรชนผู้กล้าแห่งบ้านบางระจัน บอกเล่าเรื่องราวความรัก ความเสียสละ ความกล้าหาญ และความสามัคคีในการปกป้องบ้านเมือง ผ่านการแสดงโชว์สดศึกบางระจันที่ทั้งตื่นเต้นระทึกใจและสุดมันไปกับฉากแอ็กชั่นอย่างใกล้ชิด “เกษตรวิถีไทย” สานต่องานที่พ่อสร้างกับเกษตรวิถีไทย ศาสตร์แห่งพระราชา ผ่านทุ่งนาเขียวขจี ป่าไม้ภูเขาและท้องน้ำเลข ๙ อันแสดงถึงใจที่รักและภักดี “เรือนปลายนา” นิทรรศการพิพิธภัณฑ์เชิดชูข้าวไทย “ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับข้าวไทย “ปางช้างสยาม” การแสดงโชว์ของเหล่าช้างแสนรู้ สัตว์คู่บ้านคู่เมืองไทย และ “นางพญานาคิณีศรีปทุมมา วิสุทธิเทวี” หรือเจ้าย่าศรีปทุมมานาคิณี เอกอัครมเหสีขององค์นาคาธิบดีศรีสุทโธ หรือเจ้าปู่ศรีสุทโธ มหาเทพนาคาผู้ยิ่งใหญ่ หากอธิษฐานจิตขอในสิ่งที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่นจะสัมฤทธิ์ผลสมหวังดั่งใจปรารถนาทั้งเรื่องโชคลาภ การงาน และความรัก

สัมผัสกับตำนานอันมีมนต์ขลังและเสน่ห์ที่น่าหลงใหล ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไทยแลนด์ ซิกเนเจอร์ จะประกาศความภาคภูมิใจในอารยะแห่งสยามในมุมต่างๆ ไปสู่เวทีโลกในระดับสากล เป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกต้องมาเยี่ยมชม

คมเลนส์ส่องพระ : วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/362359

คมเลนส์ส่องพระ : วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 – 00:00 น.
คมเลนส์ส่องพระ,วันมาฆบูชา,พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ กรุทุ่งเศรษฐี,พระคง ลำพูน องค์นี้เป็นกรุเก่า,พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์,พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์ขี้ตา ๓ ชาย,หลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร,พระสังกัจจายน์ วัดตานีนรสโมสร วัดกลาง,พระหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม พิมพ์สมเด็จ,พระปิดตาหลังเต่า พ่อท่านกล่ำ วัดศา
เปิดอ่าน 4,068 ครั้ง

โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

*** วันมาฆบูชา วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ (ปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒) เป็นวันสำคัญวันหนึ่งในพุทธศาสนา คือ วันที่มีการประชุมสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ ที่เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปฏิโมกข์แก่พระสงฆ์สาวกเป็นครั้งแรก ณ เวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์ เพื่อให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบไป…ทางราชการไทยได้ประกาศให้วันนี้เป็นวันหยุดราชการ สิ่งที่ชาวพุทธควรปฏิบัติ คือ ทำบุญตักบาตร เข้าวัดฟังพระธรรมเทศนา และเวียนเทียน เพื่อน้อมบูชาพระรัตนตรัย โอวาทปาฏิโมกข์ คือ หลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตของตนให้ผ่องใส อันเป็นหลักปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนทั้งมวล

** วันอาทิตย์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ นี้มี งานประกวดพระท้องถิ่นภาคเหนือ ๕๐๐ รายการ ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ จ.ลำพูน ที่ปรึกษาการจัดงาน พรรค คูวิบูลย์ศิลป์, นิวัติ แสนวงศ์ และ วีระชัย ไชยเจริญ (โจ๊ก ลำพูน) ค่าส่งพระองค์ละ ๓๐๐ บาท รับทันที เหรียญครูบาจันต๊ะ วัดหนองช้างคืน จ.ลำพูน เนื้อทองเหลือง ๑ เหรียญ รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการ พระยอดนิยม รับหนังสือ พระรอด กรุวัดมหาวัน ฉบับ ๓ ภาษา รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการ พระทั่วไป รับหนังสือ พระกรุดอนแก้ว จ.ลำพูน งานนี้สนับสนุนโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ฯลฯ

** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มที่ พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ กรุทุ่งเศรษฐี จ.กำแพงเพชร ๑ ใน ๕ ของพระชุดเบญจภาคี ที่หายากสุดๆ องค์นี้สวยสมบูรณ์มาก สภาพเดิมๆ เป็นพระแท้ดูง่ายทั้งพิมพ์ทรงและเนื้อพระ ได้รับรางวัลที่ ๒ งานใหญ่ที่ รร.นรต.สามพราน (๒๗ ม.ค.๖๒) เป็นพระของ บอย โกพัด นักสะสมพระสวยติดรางวัล

** พระคง ลำพูน องค์นี้เป็นกรุเก่า เนื้อหามวลสารหนึกนุ่มทั้งด้านหน้าและหลัง พิมพ์ทรงองค์พระดูสมมาตรสง่างาม เป็นพระฟอร์มสวย แท้ดูง่าย ที่สำคัญ คือ การเลี่ยมกระเช้านากแบบเก่าก่อน ทำให้ดูมีเสน่ห์ คลาสสิกมาก เป็นพระของ ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สายวิศวกรรมและเทคโนโลยี แต่หลงใหลในงานพุทธศิลป์ ศิลปะและวัฒนธรรม ถึงขั้นศึกษาและอนุรักษ์อย่างจริงจัง

** พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ พิมพ์ปั้น เนื้อผงคลุกรัก เป็นพระยุคแรกของท่าน สร้างด้วยวิธีปั้นทีละองค์ ไม่มีแม่พิมพ์บังคับรูปทรง การพิจารณาดูจากเนื้อพระเป็นหลัก องค์นี้มีภาพอยู่ในหนังสือ “พระปิดตาเมืองชล” จัดทำโดยนิตยสาร “พระท่าพระจันทร์” เป็นพระของ เฉลิมพล อานุภาพบรรเจิด (สจ.บอม เมืองน่าน)

** สุดยอดคนหนุ่มสายตาเฉียบ รังสรรค์ ทับแก้ว (ดามพ์ สุพรรณ) กรรมการตัดสินพระชุดเบญจภาคี มีพระหลักยอดนิยมมากมาย หนึ่งในนั้น คือ พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์ขี้ตา ๓ ชาย สวยสมบูรณ์คมชัดทุกมิติ แท้ดูง่ายทั้งพิมพ์ทรงและเนื้อพระ

** หลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร (พระครูนิวาสธรรมขันธ์) วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เป็นพระเกจิอาจารย์ ผู้มีวิชาอาคมขลัง โด่งดังเรื่อง มีดหมอ, สิงห์งาแกะ, รูปเหมือนปั๊ม, รูปเหมือนหล่อโบราณ และที่นำมาให้ชมนี้ คือ เหรียญรูปเหมือน รุ่นแรก ปี ๒๔๘๒ เนื้อเงิน พิมพ์หนังสือตรง ดอกจันโค้ง เป็นเหรียญปั๊มข้างกระบอก หูเชื่อม สภาพสวยสมบูรณ์ สนนราคาหลักล้านต้น ของ อนุศักดิ์ กิตติศิริสวัสดิ์ นักสะสมพระหลักยอดนิยม (เหรียญหลวงพ่อเดิม รุ่นนี้ยังมีเนื้อทองคำ (น้อยมาก) และเนื้อทองแดงอีกด้วย)

** พระสังกัจจายน์ วัดตานีนรสโมสร (วัดกลาง) พระอารามหลวง เป็นพระในตำนานหายากสุดๆ พิธีหล่อโบราณ ปี ๒๔๘๔ ช่วงสงครามอินโดจีน โดย พระครูวินัยธร (เหมือน) เป็นผู้สร้าง พระอธิการพลับ เป็นผู้ปลุกเสก พร้อมกับพระเกจิอาจารย์อีกหลายท่าน มีหลายพิมพ์ หลายขนาด จำนวนสร้างไม่มากนัก คาดว่าคงไม่เกิน ๕๐๐ องค์ จึงไม่แปลกที่คนในพื้นที่ต่างหวงและเก็บเงียบ ทำให้พระมีหมุนเวียนในวงการน้อย พุทธศิลป์งดงามมาก มีทั้งเนื้อเงิน ทอง สัมฤทธิ์ และเนื้อโลหะผสม บนองค์พระจะปรากฏยันต์ นะ โม พุท ธา ยะ ส่วนใหญ่ยันต์ตัว “พุท” จะปรากฏอยู่ด้านหน้า องค์นี้เป็นพระของ จูน หาดใหญ่ คนรุ่นใหม่สนใจสะสมพระเครื่อง

** ของดีราคาเยา พระหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม พิมพ์สมเด็จ หลังพระสิวลี บล็อกเอวเล็ก เนื้อผงน้ำมัน ลงกรุ ปี ๒๕๑๕ เป็นพระที่หลวงพ่อสร้างเอง ผสมมวลสารและกดพิมพ์ที่วัด มีทั้งที่แจกให้ญาติโยมลูกศิษย์ไปก่อน และที่บรรจุกรุภายหลัง ต่อมาได้มีการเปิดกรุ นำพระชุดนี้ให้เช่าบูชา เมื่อปี ๒๕๓๙ มีบันทึกการจัดสร้างเป็นหลักฐานชัดเจน พิมพ์ทรงสวยงามคมชัด ประวัติแน่นอนแบบนี้เก็บสะสมได้ยาว… พระชุดนี้กดพิมพ์กันเองที่วัด โดยตัวกดพิมพ์เป็นคันโยกมือ ทำให้ปรากฏเนื้อปลิ้นเนื้อเกินตามขอบทั้งสี่ด้าน ทั้งด้านหน้าบ้างและด้านหลังบ้าง เป็นเอกลักษณ์ที่ใช้พิจารณาพระแท้ได้เป็นอย่างดี องค์ในภาพนี้เป็นพระของ ฐกร บึงสว่าง จากเฟสบุ๊ค “ชุมชนคนเล่นพระ”

** พระปิดตาหลังเต่า พ่อท่านกล่ำ วัดศาลาบางปู จ.นครศรีธรรมราช ปี ๒๕๒๘ จำนวนสร้าง ๕๐๐ องค์ ผสมด้วยมวลสารที่พ่อท่านลบเอง และผง ๕ มหาเมตตา หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค (คุณหมอสมสุข คงอุไร มอบให้) องค์ในภาพเป็นพระของ ส.ต.อ.พิทยุตม์ รอดรัสสา สภ.ปะรุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ผู้รอดตายมาหลายครั้งเพราะบารมีของวัตถุมงคล พ่อท่านกล่ำ ขนาดไป้ป์บอมม์ลงหน้าห้องนอนถึง ๒ ลูก ยังกระจายออกด้านข้างหมดไม่พุ่งไปตรงประตูห้อง ล่าสุดเหตุการณ์ถูกลอบวางระเบิดเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ปกติเขาจะต้องออกไปลาดตระเวนกับเพื่อนตำรวจคนหนึ่ง แต่วันนั้นเขาถูกสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่น เพื่อนคนนั้นถูกระเบิดของคนร้ายเสียชีวิต ส.ต.อ.พิทยุตม์ รอดรัสสา เป็นผู้หนึ่งที่ศรัทธาพ่อท่านกล่ำอย่างหมดหัวใจ

** วางตลาดแล้ว นิตยสาร พระเกจิ ฉบับใหม่ ปก หลวงปู่ถนอม วัดขามเตี้ย รับทันที “พระยอดขุนพลมหาลาภ” พร้อมกับหนังสือ ในฉบับอ่านเรื่อง หลวงปู่ตี๋ วัดดอนเนรมิต, พ่อท่านเอียด วัดขันประชาสรรค์, เหรียญจตุรพิธพรชัย วัดรัตนชัย อยุธยา ฯลฯ

** นิตยสาร ลานโพธิ์ ฉบับใหม่ ปก เหรียญหลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค พร้อมกับเรื่องในฉบับ อ่านเรื่อง หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ จ.ปทุมธานี, ปรอทเสก หลวงพ่อปี่ จ.ชลบุรี, หลวงพ่อสุวรรณ วัดภูตบรรพต (เขาผี) จ.สงขลา ฯลฯ

** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป ขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด…นะมัสเต ***

รูปเหมือน ‘พระอาจารย์สุริยัณ’ รุ่นแรกลูกศิษย์แห่บูชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/361834

รูปเหมือน ‘พระอาจารย์สุริยัณ’ รุ่นแรกลูกศิษย์แห่บูชา

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 – 00:00 น.
พระอาจารย์สุริยัณ,พระเครื่อง,รูปเหมือน
เปิดอ่าน 2,539 ครั้ง

คอลัมน์… พระเครื่อง

เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา พระอาจารย์สุริยัณ จนฺทวณฺโณ วัดป่าฉัพพรรณรังสี ต.หนองโดน อ. จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ได้ประกอบพิธีเททองหล่อวัตถุมงคลครั้งแรกขึ้นที่วัด ในโอกาสทำบุญอายุครบ ๓ รอบ โดยจัดสร้างรูปหล่อตามแบบฉบับ “พิธีทันใจ” รูปเหมือนพระอาจารย์สุริยัณ จนฺทวณฺโณ วัดป่าฉัพพรรณรังสี รุ่น “เศรษฐีรวยทันใจ” ขนาดห้อยคอ พร้อมทั้งจัดพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล ฉลองอายุครบ ๓ รอบ เพื่อหารายได้จัดสร้างเสนาสนะและถาวรวัตถุต่างๆ ในวัด

โดยมีพระเกจิอาจารย์ ๑๐ รูป นั่งปรกเจริญจิตภาวนา คือ ๑.พระเทพภาวนาวิกรม วิ. วัดผาเกิ้ง จ.ชัยภูมิ ๒.หลวงพ่อสนม อติธัมโม วัดพระปรางค์เหลือง จ.นครสวรรค์ ๓.หลวงพ่อใจ ฐิตาจาโร วัดพระยาญาติ จ.สมุทรสงคราม ๔.หลวงพ่อมหาสุรศักดิ์ อติสักโข วัดประดู่ พระอารามหลวง จ.สมุทรสาคร ๕.พระภาวนาประชาราช วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ๖.หลวงพ่อแม้น อาจารสัมปันโน วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา ๗.พระสุวีรญาณ วัดศรีแก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ๘.พระครูปลัดไพรินทร์ สิริวฑฺฒโน วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี ๙.พระอาจารย์ ยุทธนา อริโย ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน (วัดอัมพวัน) จ.ขอนแก่น และ ๑๐.พระอาจารย์สุริยัณ จนฺทวณฺโณ วัดป่าฉัพพรรณรังสี จ.ชัยภูมิ

จำนวนสร้าง เนื้อทองคำ ๘ องค์, เนื้อเงิน ๙๙ องค์, เนื้อนวโลหะ ๑๐๘ องค์ และเนื้อสัมฤทธิ์ ๙๙๙ องค์ ตอกโค้ดและเลขไทยกำกับทุกองค์ ยกเว้นเนื้อทองคำตอกเฉพาะโค้ดไม่มีเลข ท่ามกลางศิษยานุศิษย์นับพันคนที่มาร่วมงานและเป็นสักขีพยาน

พระอาจารย์สุริยัณ  วัดป่าฉัพพรรณรังสี

เมื่อเสร็จพิธีในช่วงบ่าย ทางวัดได้เปิดให้ร่วมทำบุญบูชารูปเหมือน พระอาจารย์สุริยัณ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็หมดทุกเนื้อ นับเป็นรุ่นที่สำเร็จสมปรารถนาทุกประการแบบทันใจจริงๆ

คมเลนส์ส่องพระ : วันเสาร์ 9 กุมภาพันธ์ 2562

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/361816

 คมเลนส์ส่องพระ : วันเสาร์ 9 กุมภาพันธ์ 2562

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 – 00:00 น.
คมเลนส์ส่องพระ,พระพุทธชินสีห์ หล่อที่อิตาลี,พระป๋วย สกุลพระลำพูน,พระลีลาทุ่งเศรษฐี ท่านเจ้าคุณนรฯ,พระปิดตาข้าวตอกแตก เนื้อผง หลวงปู่เอี่ยม,เหรียญพระอาจารย์วรรณ วัดรัตนาราม,เจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
เปิดอ่าน 1,847 ครั้ง

คอลัมน์… คมเลนส์ส่องพระ โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

***งานประกวดพระท้องถิ่นภาคเหนือ ๕๐๐ รายการ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ จ.ลำพูน ที่ปรึกษาการจัดงาน พรรค คูวิบูลย์ศิลป์, นิวัติ แสนวงศ์ และ วีระชัย ไชยเจริญ (โจ๊ก ลำพูน) ค่าส่งพระองค์ละ ๓๐๐ บาท รับทันที เหรียญครูบาจันต๊ะ วัดหนองช้างคืน จ.ลำพูน เนื้อทองเหลือง ๑ เหรียญ รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการ พระยอดนิยม รับหนังสือ พระรอด กรุวัดมหาวัน ฉบับ ๓ ภาษา รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการ พระทั่วไป รับหนังสือ พระกรุดอนแก้ว จ.ลำพูน งานนี้สนับสนุนโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ฯลฯ

** นิตยสาร “สุดยอดพระเครื่อง” จัดงานประกวดพระ วันอาทิตย์ที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๒ ณ อาคารบี ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ จัดโดย ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง, ธนชาต บุญสูง และ เยาวลักษณ์ จามเจริญ สนับสนุนโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ฯลฯ รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ “พระองค์ครู” หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ฉบับสมบูรณ์ ชี้ตำหนิพระเนื้อว่านทุกพิมพ์ หนา ๖๓๒ หน้า บรรจุกล่องแม่เหล็กอย่างสวยงาม

**คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มด้วย พระพุทธชินสีห์ พระพุทธรูปขนาดบูชาจำลองจากพระพุทธชินสีห์ ที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร พิธีเททองหล่อที่ประเทศอิตาลี เมื่อคราวที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ประพาสยุโรป พ.ศ.๒๔๔๐ มี ๒ ขนาด คือ หน้าตัก ๕ นิ้ว และ ๗ นิ้ว องค์ในภาพนี้ขนาด ๕ นิ้ว ลงรักปิดทองเก่าถึงยุค ทำให้ดูมีเสน่ห์สวยคลาสสิก ด้วยจำนวนสร้างที่น้อยมาก จึงหายากสุดๆ มีคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์และเชิงศิลป์ ทำให้มีมูลค่าในการเช่าหาสูงที่สุดในบรรดา พระพุทธชินสีห์ ที่จำลองจาก พระพุทธชินสีห์ องค์จริง ผู้ที่มีจึงมักจะหวงแหนเป็นพิเศษ องค์นี้เป็นพระของ ชรินทร์ สงขลา

** องค์ต่อไปส่งมาจาก นพ.ภาณุเมศ ศรีสว่าง ผู้ชำนาญโรคหัวใจ ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ พระป๋วย องค์แรกของปี ๒๕๖๒ พระพิมพ์นี้ได้รับอิทธิพลพุทธศิลป์ลพบุรี ลักษณะคล้ายกับ พระหลวงพ่อหมอ และ พระหลวงพ่อจุก แต่ พระป๋วย เป็นปางมารวิชัย องค์พระมีขนาดใหญ่กว่าพระทั่วๆ ไป ขุดพบจากหลายกรุในเมืองลำพูน

**เหรียญอาร์มหลวงพ่อโสธร ปี ๒๔๖๐ มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์สระอุชัด-สระอุไม่ชัด สร้างด้วยเนื้อโลหะ ๔ ชนิด คือ ทองคำ, เงิน, สำริด และทองแดง ด้านหลังมี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ยันต์เล็กและพิมพ์ยันต์ใหญ่ เป็นเหรียญข้างเลื่อย ชั่วโมงนี้เหรียญเนื้อทองคำราคาประมาณ ๑๐ ล้านบาท เนื้อสำริดประมาณ ๓-๕ ล้านบาท เนื้อเงินประมาณ ๑-๓ ล้านบาท และเนื้อทองแดงประมาณ ๓-๕ ล้านบาท (ข้อมูลจากใหญ่ มรดกไทย) ในภาพนี้เป็น เหรียญเนื้อเงิน ชนะเลิศงาน ร.ร.นรต.สามพราน เมื่อ ๒๗ มกราคม ๖๒ ของ บอย โกพัด สุดยอดนักซื้อแห่งปี ๖๑

**พระลีลาทุ่งเศรษฐี ท่านเจ้าคุณนรฯ ปี ๒๕๐๗ จัดสร้างโดย ท่านเจ้าคุณอุดมสารโสภณ เพื่อมอบแก่ผู้บริจาคทรัพย์ในการก่อสร้างพระอุโบสถ วัดวังกระโจม จ.นครนายก เป็นพระพิมพ์แรกที่ ท่านเจ้าคุณนรฯ ได้อธิษฐานจิตให้ (ไม่นับรวมที่ท่านร่วมในพิธีใหญ่ ปี ๒๔๙๕)มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก สร้างพิมพ์ละ ๒,๐๐๐ องค์ องค์ในภาพนี้เป็น พิมพ์ใหญ่ ของ รศ.นพ.อัฐพร ตระการสง่า โรงพยาบาลศิริราช ได้รับรางวัลที่ ๑ งาน ร.ร.นรต.สามพราน ที่ผ่านมา

**หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ธนบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมมากมาย สร้างพระเครื่องหลากหลายรูปแบบ เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง พระปิดตาข้าวตอกแตก เนื้อผง เป็นอีกพิมพ์หนึ่งที่โด่งดังมาตลอด นักเลงรุ่นปู่รุ่นทวดจนถึงยุคปัจจุบัน ยอมรับว่าครบเครื่องจริงๆ ทั้งเมตตาแคล้วคลาด คงกระพัน คุ้มครองป้องกันอันตรายทั้งปวงได้สุดยอด องค์นี้เป็นพระของ จงรักษ์ ตู่สมุย ทองชุม เพิ่งได้มาจากรังพระเก่า

**พระอาจารย์วรรณ  (พระครูศรัทธานุรักษ์) วัดรัตนาราม อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ท่านเกิดปี ๒๔๒๙ มรณภาพปี ๒๕๑๐ สิริรวมอายุได้ ๘๑ ปี เป็นพระเกจิอาจารย์ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มีชื่อเสียงโด่งดังมาช้านาน เหรียญรุ่นแรก สร้างในคราวฉลองพัดยศ ปี ๒๔๙๗ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง ด้านหลังมียันต์ ๒ แบบ คือ ยันต์ห้า กับ ยันต์พุฒ ในภาพนี้คือ ยันต์ห้า (นิยมสุด) เป็นเหรียญหลักหายากของ จ.พัทลุง จนได้ฉายาว่า เหรียญในตำนาน จำนวนสร้างหลักร้อยเหรียญ สนนราคาเหรียญสวยๆ อยู่ที่ ๒-๓ แสนบาท เหรียญในภาพนี้สภาพสวยสมบูรณ์คมชัดมาก ของ กรุง สงขลา นักสะสมพระบ้านเกิดด้วยใจรัก

**วางตลาดแล้ว นิตยสาร พระท่าพระจันทร์ ฉบับใหม่ เสนอเรื่อง หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ตอนที่ ๒ หาซื้อนิตยสาร “พระท่าพระจันทร์” ได้ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

**นิตยสาร สุดยอดพระเครื่อง ฉบับใหม่ อ่านเรื่อง สุดยอดเครื่องรางของขลัง “นางกวัก” ทั้งยุคเก่า, ยุคพระเกจิอาจารย์ก่อนและหลังปี ๒๕๐๐ เขียนโดย “ชาญสมร” ฯลฯ

**เจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร สร้างแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๕ ขณะนี้เจดีย์พระอาจารย์ฝั้นได้ชำรุดทรุดโทรมลงตามกาลเวลา หลวงปู่แปลง สุนทโร เจ้าอาวาสวัดป่าอุดมสมพรและผู้เกี่ยวข้อง จึงได้มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการบูรณะเจดีย์องค์นี้ ให้มีความคงทนแข็งแรงขึ้น พร้อมกับปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายใน ฯลฯ ประมาณการค่าใช้จ่าย ๑๐ ล้านบาท คณะศิษย์จึงได้จัดงานทอดผ้าป่าสามัคคีขึ้นในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ เชิงสะพานพระราม ๗ บางกรวย จ.นนทบุรี เป็นงานรวมลูกศิษย์พระอาจารย์ฝั้นมาประชุมกันมากที่สุดงานหนึ่ง เวลา ๐๗.๐๐-๑๑.๓๐ น. สอบถามโทร.๐-๒๔๓๖-๕๕๘๑ หรือโอนเงินร่วมทำบุญได้ที่ ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา ชื่อบัญชี “บูรณะเจดีย์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร” เลขที่บัญชี๑๔๓-๐-๒๑๐๒๕-๗

**พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป…ขอขอบพระคุณ…นะมัสเต ***

ตามไปดู..พิธีโบราณอายุนับพันปี อ.ไข่ มาลีฮวนน่า ลงรางแช่ว่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/361642

ตามไปดู..พิธีโบราณอายุนับพันปี อ.ไข่ มาลีฮวนน่า ลงรางแช่ว่าน

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 – 00:00 น.
อไข่ มาลีฮวนน่า,พิธีโบราณ,วัดเขาอ้อ
เปิดอ่าน 1,346 ครั้ง

คอลัมน์… ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน โดย… เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee)

สำนักตักศิลามหาเวทย์ วัดเขาอ้อ เป็นวัดโบราณที่มีอายุยาวนานมานับพันปีตั้งแต่ยุคพราหมณ์ ฤาษี จนมาถึงยุคอริยสงฆ์ นับได้ว่าเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทยและคาบสมุทรมลายู โดยตั้งอยู่ที่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ริมทางรถไฟ สถานีรถไฟปากคลองขึ้นอยู่ในเขต ต.มะกอกเหนือ อันมีกำนันเล็ก เขาอ้อ หรือ นายอนันต์ มณีประสิทธิ เป็นผู้นำชุมชน อีกทั้งยังเป็นผู้ที่สืบสานสรรพวิชาอาคมมาจากอาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์ เจ้าพิธีกรรมตามหลักไสยศาสตร์ของวัดเขาอ้อ ซึ่ง อ.เปลี่ยน นั้นขณะนี้วัย ๘๒ ปีแล้ว ถือเป็นฆราวาสจอมขมังเวทอาวุโสสูงสุดของสำนัก

สำหรับสรรพวิชาทั้งในศาสตร์ด้านไสยเวทและศาสตร์ด้านยาสมุนไพรนั้น ในปัจจุบันนี้ได้รับการแพร่หลายออกไปสู่ในจังหวัดใกล้เคียงอย่างทั่วถึงกัน เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วเจ้าอาวาสในวัดนั้นๆ ล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์ที่มาร่ำเรียนวิชาไปจากวัดเขาอ้อทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นวัดดอนศาลา, วัดบ้านสวน, วัดประดู่เรียง ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าวัดใดจะนำเอาวิชาไสยศาสตร์จากที่นี่ไปใช้แม้ว่าจะได้ผลด้วยวิทยาคมขลัง แต่ก็มีพิธีอีกอย่างหนึ่งที่ไม่สามารถที่จะทำได้อย่างเข้มขลังเท่ากันที่สำนักวัดเขาอ้อทำ เพราะต้องใช้สถานที่ในวัดเขาอ้อเท่านั้นทำการทำพิธี นั่นก็คือ “การแช่ว่านรางยา กินเหนียวกินมัน” เพื่อที่จะสร้างความขลังให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมพิธี
ซึ่งศาสตร์แห่งการแช่ว่านรางยากินเหนียวกินมันนี้ถือได้ว่าเป็นสุดยอดของเคล็ดวิชาวัดเขาอ้อ เพราะเชื่อกันว่า ผู้ใดที่ได้ลงไปนอนแช่น้ำว่านที่ผ่านการปลุกเสกตามหลักไสยศาสตร์ของพระอาจารย์ผู้มีกฤติยาคมแกร่งกล้าวัดเขาอ้อแล้ว หากคนคนนั้นประพฤติปฏิบัติตนตามคำสอนเชื่อกันว่าน้ำว่านที่แช่ ข้าวเหนียวและน้ำมันเสกที่กินจะอยู่ยงคงกระพันชาตรี เปี่ยมด้วยอำนาจ บารมีและมีตบะด้านเมตตามหานิยม ชีวิตมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง

ดังนั้นด้วยเหตุนี้เองวัดเขาอ้อจึงได้มีชื่ออีกอย่างหนึ่งตามคำเรียกขานของชาวบ้านทั่วไปว่า “วัดพระอาจารย์ขลัง” ซึ่งในปีนี้จะมีการจัดพิธีแช่ว่านรางยา กินเหนียวกินมันกันในงาน ไหว้ครูบูรพาจารย์สำนักวัดเขาอ้อ ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๒ กุมภาพันธ์ นี้

สำหรับพิธีกรรมต่างๆ ที่ประกอบขึ้นในวัดเขาอ้อนั้น ไม่ว่าจะเป็นการปลุกเสกพระเครื่อง หรือทำพิธีอะไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วพระอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมของวัดแห่งนี้มักจะใช้สถานที่ประกอบพิธีกรรมที่มิดชิด และเป็นสถานที่ซึ่งคนธรรมดาไม่กล้าจะเหยียบย่างเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นบนเชิงเขาอ้อหรือที่ในถ้ำฉัททันต์ของวัด
ส่วนใหญ่แล้วเจ้าอาวาสของวัดเขาอ้อมักจะใช้สถานที่ในถ้ำฉัททันต์บรรพตแห่งนี้มาปลุกเสกเครื่องรางของขลังแล้ว นอกจากว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่เงียบสงบแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นเสริมอยู่ด้วยนั่นก็คือ ความเชื่อที่ว่าหากได้ปลุกเสกหรือทำพิธีกรรมภายในถ้ำ หรือในโบสถ์ที่มีประตูทางเข้าด้านเดียวนั้น จะทำให้วัตถุมงคลดังกล่าวมีความขลัง มีพลังฤทธานุภาพทางคงกระพันชาตรี หรือที่เรียกว่ามหาอุตม์

แต่สำหรับการทำพิธีแช่ว่านเกินเหนียวกินมันนั้น จะจัดให้มีขึ้นที่ไหล่เขา ในราวเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีซึ่งเป็นงานไหว้ครูบูรพาจารย์ของสำนัก เนื่องจากพิธีแช่ยา เป็นพิธีใหญ่มากจึงจัดขึ้นเฉพาะในวาระสำคัญเท่านั้น เครื่องบูชาครูต้องมีได้แก่หัวหมู ๑ หัว บายศรีใหญ่ ยอดบายศรีมีแหวนทองคำหนัก ๑ บาทสวมไว้ หมากพลู ธูปเทียน ดอกไม้ อาหารคาวหวาน แท่งเหล็กกล้า หนังเสือ หนังหมี ฯลฯ ส่วนเครื่องยาหรือว่านที่ต้องใช้ในพิธีมี ๑๐๘ ชนิด ซึ่งต้นว่านเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปตามป่าเขาในจังหวัดพัทลุงและตามภูเขาในพื้นที่ใกล้เคียง

การประกอบพิธีกรรมแต่ละครั้ง ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นเวลานาน เพราะบางครั้งต้องเสียเวลาในการค้นหาตัวว่านและว่านทุกชนิดที่นำมาประกอบพิธีกรรมนั้นจะต้องผ่านการตรวจสอบจากอาจารย์เปลี่ยน ผู้ประกอบพิธีเสียก่อนจึงจะใช้ได้

ในการทำพิธีแช่ยานี้เป็นการแช่ว่านต้ม อ.เปลี่ยน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่เรืองวิทยาคมทางไสยศาสตร์สูงมาก จะประกอบพิธีกรรมได้ขลังและศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก่อนการแช่ว่านสำหรับผู้ที่ไม่บริสุทธิ์จะต้องสะเดาะเคราะห์ หรือทำพิธีเกิดใหม่เสียก่อนเพื่อให้ตัวเองบริสุทธิ์ ด้วยการนำด้ายขาว ด้ายดำ ด้ายแดง และหญ้าคา นำมาฟั่นเป็นเชือกยาวเท่ากับความสูงของคนที่จะแช่ว่าน โดยให้ผู้ที่จะสะเดาะใหม่นั่งลงในท่าของทารกที่อยู่ในครรภ์ของมารดาและให้อยู่แต่ภายในบ่วงเชือกหญ้าคา

จากนั้นอาจารย์ก็จะโยนบ่วงให้คล้องตัวเพื่อทำพิธีเกิดใหม่ให้เหมือนอย่างที่ทารกคลอดจากท้องของมารดาทุกประการ และหลังจากนั้นก็นำน้ำพระพุทธมนต์มารดให้ ซึ่งหมายความว่าคนคนนั้นได้เกิดใหม่แล้ว มีความบริสุทธิ์ ทั้งกาย ใจ วาจา

ในขณะที่ปลุกเสกนั้น อาจารย์ก็จะตบมือลงไปที่รางยาเรื่อยๆ และผู้ที่จะแช่ยาก็จะต้องนุ่งห่มผ้าขาวผืนเดียว ประนมมืออยู่ใกล้ๆ กับอาจารย์ จนเมื่ออาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมปลุกเสกครบ ๑๐๘ คาบแล้ว พระภิกษุสงฆ์ก็จะเจริญพระพุทธมนต์บนปากรางยาเมื่อเสร็จแล้วอาจารย์ก็จะลงอักขระที่ฝ่ามือฝ่าเท้า และศีรษะของคนที่จะแช่ยาให้พร้อมกับสอนคาถาเวลาลง กับเวลาขึ้นรางยา ในการลงรางยาแต่ละครั้งนั้นจะต้องเลือกเอาคนที่มีกำลังวันมากกว่าคนอื่น ลงก่อนโดยแบ่งเป็นกำลังตามวันเกิดดังนี้ คือ วันอาทิตย์ กำลัง ๖ วันจันทร์ กำลัง ๑๕ วันอังคาร กำลัง ๘ วันพุธ กำลัง ๑๗ วันพฤหัสบดี กำลัง ๑๙ วันศุกร์ กำลัง ๒๑ วันเสาร์ กำลัง ๑๐
โดยอาจารย์จะนำหนังหมีครอบศีรษะให้ศิษย์ และใช้เท้าเหยียบเหล็กกล้าที่วางอยู่บนหนังเสือพร้อมกับจับมือของผู้ที่แช่ยา ส่งลงรางครั้งละคน จนครบตามจำนวน

หลังจากนั้นทุกคนก็จะต้องนอนลงแช่น้ำยาให้ท่วมอก ศีรษะอยู่เหนือน้ำยาและห้ามไม่ให้น้ำยาเข้าหู เข้าตา เพราะอาจทำให้หูหนวก ตาบอดได้ ผู้แช่ยาจึงจำเป็นต้องระมัดระวังในเรื่องนี้เป็นอันมาก ผู้ที่แช่นั้นจะต้องนอนแช่ไป ภาวนาไป ซึ่งคาถาที่ใช้ท่องในการแช่ว่านนั้นมีใจความว่า “เพ็ดชะคงๆ มะอึกเพ็ดชะด้านๆ มะอึก มะอะอุ” ตลอดเวลาที่นอนแช่ โดยมีอาจารย์ผู้ประกอบพิธีจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และจะมีพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ให้เมื่อขึ้นจากรางยา เพื่อไปเข้าพิธีกรรมกินข้าวเหนียวดำกินมันที่หุงด้วยน้ำว่าน ๑๐๘ ชนิดต่อไป

ซึ่งในปีนี้ศิลปินเพลงชื่อดังสายเลือดปักษ์ใต้ อ.ไข่ มาลีฮวนน่า หรือ คฑาวุธ ทองไทย จะเข้าร่วมพิธีกรรมอันเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ด้วยการลงรางแช่ว่านกินเหนียวกินมัน ในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ และจะเปิดการแสดงฟรีคอนเสิร์ต “มาลีฮวนน่าบูชาครูบูรพาจารย์สำนักเขาอ้อ” ในคืนนั้นด้วย พร้อมกับเปิดตัวผลงานเพลงใหม่ล่าสุด “พุทธาคมเขาอ้อ” ที่เขียนคำร้อง/ทำนองโดย เอก อัคคี

ในงานไหว้ครูของสำนักวัดเขาอ้อปีนี้จะมีการจัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อแจกให้บรรดาศิษย์ผู้เลื่อมใสศรัทธาสายสรรพวิชาเขาอ้อคือ เหรียญพระพิฆเนศ ที่ระลึกงานไหว้ครูเขาอ้อ และมีเครื่องรางของขลังวัตถุมงคลอื่นๆ ที่สร้างขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้เช่าหาบูชากัน อาทิ ตะกรุดโทน (๕๐ ดอก), รูปหล่อพระปิดตากุมารในครรภ์ (๑๙ ช่อ), พระปิดตากุมารในครรภ์ อีกจำนวนหนึ่ง ฯลฯ

วัตถุมงคลทั้งหมดทำพิธีปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์สายเขาอ้อ อาทิ พระอาจารย์เชียร วัดเขาอ้อ, พ่อท่านพรหม วัดบ้านสวน, พระครูกาชาด วัดประดู่หอม, พระอาจารย์รรรสิริ วัดภูเขาทอง, พระอาจารย์เสถียร์ วัดโคกโดน ผู้ที่สนใจสามารถไปสอบถามได้กับทางวัดเขาอ้อในวันที่ ๑๐-๑๒ กุมภาพันธ์นี้ เพื่อเป็นการสืบสานตำนานเขาอ้อ ตักศิลามหาเวทแห่งนี้

เหรียญหล่อพระพุทธ รุ่น ๒’หลวงพ่อทา’ วัดพะเนียงแตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/361039

เหรียญหล่อพระพุทธ รุ่น ๒’หลวงพ่อทา’ วัดพะเนียงแตก

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 – 00:00 น.
หลวงพ่อทา,พระเครื่อง
เปิดอ่าน 2,050 ครั้ง

โดย…  0 ต้น อ้อมน้อย 0

หนึ่งในพระคณาจารย์ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาองค์พระปฐมเจดีย์ทั้ง ๔ ทิศ พระครูอุตรการบดี (ทา โสณุตฺตโร) วัดพะเนียงแตก อ.เมือง จ.นครปฐม (ผู้รักษาองค์พระปฐมเจดีย์ ด้านทิศเหนือ) ท่านได้สร้างเหรียญหล่อพระพุทธเนื้อทองผสม ที่ได้รับการกล่าวขานว่า มีพุทธคุณโดดเด่นทางแคล้วคลาด มหาอุด และพระปิดตาที่ได้รับการจัดให้อยู่ใน “ชุด ๕ เสือ เมืองนครปฐม”

พระครูอุตรการบดี (ทา โสณุตฺตโร) วัดพะเนียงแตก นามเดิม ทา หรือ วัน เกิดเมื่อวันเดือนปีใดไม่ปรากฏเป็นที่แน่ชัด อยู่ในช่วงรัชกาลที่ ๓ พื้นเพเดิมเป็นชาว อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เมื่ออายุครบบวชได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ณ พัทธสีมาวัดบ้านฆ้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

ต่อมาท่านได้ธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดพะเนียงแตก จ.นครปฐม (ชื่อเดิมวัดปทุมคงคา) ในขณะนั้นหลวงปู่สุข เจ้าอาวาสวัดพะเนียงแตก รูปแรก ได้มรณภาพ คณะสงฆ์และชาวบ้าน ตลอดจนเหล่าทายกทายิกาได้เล็งเห็นว่า หลวงพ่อทา มีศีลาจารวัตรน่าเลื่อมใส จึงพร้อมใจกันนิมนต์ให้ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา โดยได้รับสมณศักดิ์ที่พระวินัยธรรม เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๔๓๓ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอุตรการบดี” เจ้าคณะรองเมืองนครชัยศรี (ข้อมูลจากราชกิจจานุเบกษา กรุงเทพมหานครในพระบรมมหาราชวัง เล่ม ๖ แผ่นที่ ๑๓ วันที่ ๓๐ มิถุนายน รัตนโกสินทร์ศก ๑๐๘) ตามลำดับ
ในด้านวัตถุมงคล ท่านได้สร้าง เหรียญหล่อพระพุทธ เนื้อทองผสม ขึ้น ๒ รุ่น คือ รุ่นแรกออกในงานผูกพัทธสีมาวัดบางหลวง อ.บางเลน จ.นครปฐม ที่จะกล่าวถึงในคอลัมน์นี้คือ เหรียญหล่อพระพุทธ รุ่น ๒ ออกที่วัดพะเนียงแตก พุทธลักษณะ พิมพ์ทรงห้าเหลี่ยม มีรอยหยักทั้งสองข้าง องค์พระพุทธปางสมาธิประทับบนอาสนะ ด้านหลังเป็นอักขระยันต์ตัว มิ และอุณาโลม หล่อด้วยเนื้อทองผสม มีแบบหูในตัวและไม่มีหูในตัว เหรียญในภาพนี้เป็นแบบมีหูในตัว เหรียญมีลักษณะพิเศษแปลกแตกต่างกว่าเหรียญอื่นทั่วไป คือเป็นเหรียญหูขวางคล้ายกันกับเหรียญจอบหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
เหรียญหล่อพระพุทธ หลวงพ่อทา รุ่น ๒ นี้จัดเป็นเหรียญหล่อยอดนิยม ที่มีประสบการณ์สูงอันดับต้นๆ ของ จ.นครปฐม สนนราคาอยู่ในหลักแสนต้นถึงหลักแสนกลาง
ขอขอบพระคุณ เจ้าของเหรียญในภาพนี้ พ.ต.อ.วินัย บำรุงกิจ รองผู้บังคับการศูนย์ฝึกโรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม