ตามรอย พระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ปราบมาร พลิกชะตาชีวิตรับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/357765

ตามรอย พระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ปราบมาร พลิกชะตาชีวิตรับปีใหม่

วันที่ 5 มกราคม 2562 – 00:00 น.
พระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ปราบมาร
เปิดอ่าน 1,300 ครั้ง

คอลัมน์…  ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน  โดย.  เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee)

สวัสดีปีใหม่ 2562 ปีหมูทองครับคุณผู้อ่านคอลัมน์ตามรอยตำนานแผ่นดินทุกท่าน สัปดาห์นี้สัปดาห์แรกของปีหมูทอง เรามาตามรอยตำนานของ พระอรหันต์ที่มีนามว่า พระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ซึ่งถือว่าเป็นพระอรหันต์ที่มีคุณอันวิเศษในด้านโชคลาภ โภคทรัพย์และขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของท่านกันดีกว่า

ถามว่าทำไมถึงน่าสนใจ ต้องบอกว่าเพราะตอนนี้ทางวัตรป่าเจ้าสัว เมืองอุบลราชธานี ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ให้แวดวงนักสะสมพระเครื่องวัตถุมงคลทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ด้วยการสร้างพระขุนแผนพรายกัญญาและพระกริ่งล้านช้างจนเป็นที่ฮือฮาในเรื่องพุทธคุณมาแล้ว คราวนี้ได้จัดสร้างเหรียญพระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ปางปราบมารมัดมาร ประทับนั่งบนบัลลังก์นาคสักการะชนะเหนือพญามาร (ราหู) ออกมาให้ผู้ที่เคารพศรัทธา นำไปพกพาบูชาติดตัวเพื่อความเป็นสิริมงคล นับว่าน่าสนใจมาก

เพราะเป็นงานพุทธศิลป์สกุลช่างล้านช้าง-อุบลฯ ซึ่งพระญาคูจุณฑ์ แห่งวัตรป่าเจ้าสัว เป็นผู้ออกแบบเองและดำเนินงานสร้างทุกขั้นตอน โดยออกแบบให้หลังเหรียญประทับพระยันต์โสฬสมหามงคลพิชัยสงคราม

กล่าวสำหรับพระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ปางปราบมารนั้น ในตำนานระบุว่าในพิธีฉลองสมโภชพระมหาเจดีย์ ได้มีพญามารมาป่วนสร้างความวุ่นวายหมายจะทำลายพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ พระกีสนาคมหาเถระอุปคุต จึงได้เนรมิตร่างหมาเน่าขึ้นมาตัวหนึ่ง แล้วดึงประคตจากเอวของท่าน ออกมาผูกร่างหมาเน่านั้นคล้องคอพญามารไว้ แล้วสำทับว่าไม่ว่าใครก็ตาม (นอกจากท่านเอง) จะเอาหมาเน่านี้ออกจากคอพญามารไม่ได้ แล้วขับพญามารออกไปจากบริเวณงานทันที พญามารเห็นดังนั้นจึงจำใจต้องกลับไปหาพระเถระ อ้อนวอนให้ช่วยเอาซากหมาเน่าออกจากคอให้แล้วจะไม่มารบกวนการจัดงานอีก พระอุปคุตเถระก็อนุโลมตาม แต่ยังไม่ไว้ใจพญามารนัก เกรงพญามารจะกลับมาทำลายพิธีในภายหลัง จึงเดินนำพญามารไปยังเขาใหญ่ลูกหนึ่งแล้วเอาร่างหมาเน่าทิ้งลงเหว และเนรมิตให้สายประคตยาวขึ้น แล้วพันคอพญามารไว้กับเขาลูกนั้น พร้อมทั้งแจ้งว่าเมื่อเสร็จพิธีฉลองสมโภชพระมหาเจดีย์สิ้นสุดลงแล้วจึงจะแก้โซ่ออก ปล่อยให้พญามารเป็นอิสระ (7 ปี 7 เดือน 7 วัน)

เมื่อพญามารถูกผูกมัดติดกับภูผาบรรพต ใจก็รันทดเศร้าสร้อยที่ต้องจากทิพยวิมานของตนมาทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส เมื่อเริ่มคลายความพยศโหดร้ายจึงเริ่มหวนนึกถึงพระพุทธคุณด้วยการกล่าวรำพันออกมาว่า

“เมื่อพระพุทธองค์ทรงสถิตเหนือรัตนบัลลังก์ภายใต้มหาโพธิบัลลังก์ ข้าพระบาทเกิดความริษยาขว้างจักราวุธอันคมกล้า สามารถตัดวชิรบรรพตให้ขาดลงได้ แต่ทรงอาศัยพระพุทธานุภาพ จักรนั้นก็กลายเป็นพวงดอกไม้บูชา อาวุธทั้งหลายที่บริวารของข้าพระบาทขว้างไปก็กลับกลายเป็นพวงบุปผาชาติตกลงมายังพื้นพสุธา ข้าพระบาทผู้ชื่อว่ามาราธิราช ก็ถึงแก่ความพ่ายแพ้ ขอพระองค์จงทรงเป็นที่พึ่งแก่ข้าพระองค์ในกาลบัดนี้เถิด แต่ปางก่อนข้าพระองค์ได้หลงผิดไปทำอันตรายพระชินสีห์ แต่พระพุทธองค์ไม่เคยทำโทษข้าพระองค์แม้เพียงน้อยนิด มาบัดนี้สาวกของพระองค์ช่างไม่มีความกรุณาเอาเสียเลย ทรมานให้ข้าพระองค์เสวยทุกข์ทรมานแสนสาหัสถึงปานนี้”

พญามารวสวัตดียิ่งคิดก็ยิ่งโศกเศร้า คิดพลางกระทืบบรรพตภูผาเสียงดังสนั่น พลางรำพันขึ้นว่า “หากข้าพเจ้ามีกุศลสมภารได้สั่งสมบุญเอาไว้ในอนาคตกาล ขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นพระพุทธเจ้าผู้มีมหากรุณาต่อสัตว์อันไม่มีประมาณด้วยเถิด”

เมื่อพญามารเปล่งวาจาปรารถนาพุทธภูมิเช่นนั้น พระอุปคุตเถระซึ่งแอบฟังคำรำพึงรำพันของพญามารอยู่ ก็ปรากฏกายขึ้นทันที แล้วกล่าวว่า “ท่านจงอดโทษแก่อาตมาด้วยเถิด ประโยชน์ของท่านคือการปรารถนาพุทธภูมิ อาตมาก็ได้ให้บังเกิดขึ้นแล้ว”

พญามารถามด้วยความน้อยใจว่า “พระคุณเจ้าเป็นพุทธสาวก แต่ทำไมจึงไม่มีใจกรุณาปรานี มาทำโทษข้าพเจ้าแสนสาหัสถึงปานนี้”

พระอุปคุตเถระตอบว่า “เรากับท่านเป็นคู่ปรับกัน เพราะเราปรารถนาดีต่อท่าน เราจึงมิได้แสดงมหากรุณาต่อท่านเหมือนดังพระพุทธองค์ เราจำเป็นต้องทำโทษท่านครั้งนี้เพื่อให้ท่านมีจิตยินดีปรารถนาพุทธภูมิ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปท่านจงหมั่นอบรมบ่มบารมีให้แก่รอบเพื่อมุ่งโพธิญาณเถิด”

ตั้งแต่นั้นมาท้าววสวัตดีมารก็มีจิตเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ในอนาคตกาลท่านจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระนามว่า พระพุทธธรรมสามี เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวในกัปนั้น มีไม้รังเป็นโพธิสถานรองรับการตรัสรู้ธรรมของพระองค์ ซึ่งในยุคสมัยนั้นท่านจะได้สั่งสอนเวไนยสัตว์ให้บรรลุอมตธรรม

กล่าวสำหรับพระญาคูจุณฑ์นั้น เมื่อออกแบบเหรียญนี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นปริศนาธรรมแล้ว ท่านก็ได้ออกแบบหลังเหรียญให้เป็นยันต์โสฬสมหามงคลพิชัยสงคราม

เพราะยันต์โสฬสมหามงคลนั้นมีพุทธคุณโดดเด่นมากในด้านพลิกชะตาชีวิต ซึ่งยันต์อริยสัจจ์โสฬสมีบันทึกเอาไว้ว่า พระคาถาอริยสัจจ์โสฬสนี้บรรจุอยู่ในพระมหาเจดีย์ที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างเอาไว้ ภายหลังนักปราชญ์ท่านผู้รู้ทั้งหลายจึงเขียนผูกขึ้นมาเป็นยันต์อริยสัจจ์โสฬสมงคล พระยันต์นี้มีคุณานุภาพมาก อาจป้องกันบำบัดเสียซึ้งอุปัทอันตรายทั้งปวง ก่อให้เกิดลาภสักการะการมงคล คุ้มครองป้องกัน ให้ได้รับความสุขสวัสดี เป็นมหาวิเศษนักเป็นทั้งทางอยู่ยงคงกระพันและเป็นเมตตามหานิยมด้วย ก่อทำให้เกิดโภคทรัพย์เงินทองตามแต่จิตของผู้เคารพศรัทธาจะตั้งจิตอธิษฐาน เรียกว่ายันต์นี้สามารถใช้ได้ทุกประการ เรียกว่าเป็นสุดยอดมหายันต์ที่ศักดิ์สิทธิ์มาก มีการถอดรหัสออกมาเป็นตัวเลขดังนี้

โสฬสมังขะสัญเจวะ 16 นะวะโลกุตตะระธัมมะตา 9 จัตตาโร จะมะหาทีปา 4 ปัญจะพุทธามหามุนิ 5 ตรีปิฎก ธัมมักขันธา 3 ฉะกามาวะจะราตะถา 6 ปัญจะทะสะภะเวสัจจัง 15 ทะสะมังสิละเมวะจะ 10 เตรัสสะธุตังถาจะ 13 ปาฏิหารัญจะทะวาทัสสะ 12 เอกะเมรุจะ 1 สุราอัฏฐะ 8 ทะเวจันทังสุริยัง สักขา 2 สัตตะโพชฌังขาเจวะ 7 จุททัสสะจักกะวัตติจะ 14 เอกาทะสะวิษณุราชา 11

  …….สัพเพเทวามัง ปลายันตุสัพพะทา เอเตนะมังขะละเตเชนะ สัพพะโสตถีภะ วันตุเม

 

โดยมีการจัดสร้างเหรียญเป็นชุดเนื้อดำราหูหน้าทอง-หน้าเงิน 1,000 ชุด, เหรียญเนื้อทองแดง 6,000 เหรียญ, เหรียญเนื้อทองฝาบาตร 10,000 เหรียญ รวมทั้งสิ้น 16,000 เหรียญ และสร้างแจกทานตามวัดต่างๆ อีก 15,000 เหรียญ ออกร่วมบุญ 1,000 เหรียญ

เพราะฉะนั้นในการณ์ที่พระญาคูแห่งวัตรป่าเจ้าสัว เมืองอุบลราชธานี สร้างสรรค์งานพุทธศิลป์ล้านช้างขึ้นมาตามรูปแบบปริศนาธรรมงานพุทธศิลป์ญาคู จึงถือว่าพระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ปางปราบมารมัดมาร เสกประคตมัดมาร ถือบาตร ในบาตรมีดอกบัวที่มารถวาย พระยานาคน้อมถวายสักการะซ้ายขวา เป็นบัลลังก์ หรือบัลลังก์นาค ประทับนั่งบนมารหรือพระราหู อันมีพุทธคุณ มหาลาภ ปราบมาร พลิกชะตาชีวิต สมควรจะเสาะหามาบูชาพกพาติดตัวยิ่งนัก

นี้คืองานพุทธศิลป์สกุลช่างล้านช้าง-อุบล ที่มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนที่ต่อไปจะกลายเป็นตำนานและถ้าใครได้ครอบครองถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ที่ล้ำค่าจริงๆ ครับ

นิทรรศการจากคำสอนของพุทธศาสนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/363979

นิทรรศการจากคำสอนของพุทธศาสนา

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 – 19:00 น.
กลับไป จากมา,นาวิน ลาวัลย์ชัยกุล,ศิลปะนามธรรม หัวใจและจิตวิญญาณ,ความสุขความสำเร็จ,ณเรศ จึง,Meraki,ขอบฟ้า จันทร์เพ็ญศรี,นิทรรศการ
เปิดอ่าน 541 ครั้ง

เรื่องราวคำสอนของพุทธศาสนาที่ศิลปินประยุกต์ตามความเข้าใจของตนเอง

นิทรรศการ “Meraki”

          ** นิทรรศการ “Meraki” ผลงานชิ้นล่าสุดของ ขอบฟ้า จันทร์เพ็ญศรี ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานแสดงศิลปะท่าทาง หรือการแสดงสื่อศิลปะ โดยผู้ชมที่เข้ามาในงาน จะถูกแสงและเงาย้อมอยู่บนตัว ผสมกับจังหวะที่จะทำให้แสงและเงานั้นเกิดการเคลื่อนไหว ถึงแม้ว่าจะยืนอยู่เฉยๆ เปิดให้เข้าชมฟรี 2 รอบ วันที่ 2-3 มีนาคม เวลา 16.30-18.30 น. ที่สตูดิโอ ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

นิทรรศการ “ความสุขความสำเร็จ”

          ** นิทรรศการ “ความสุขความสำเร็จ” โดย ณเรศ จึง นำเสนอเรื่องราวคำสอนของพุทธศาสนาที่ศิลปินประยุกต์ตามความเข้าใจของตนเอง ออกมาเป็นภาพที่ไม่ได้อิงประวัติ คัมภีร์ใดๆ แต่เป็นภาพที่เกิดจากความสุขของศิลปินเพื่อเป็นกำลังใจสู่ความสำเร็จในชีวิตศิลปะต่อไป จัดแสดงถึง 14 มีนาคม ที่ห้องนิทรรศการชั้น 2-3 หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นิทรรศการ “ศิลปะนามธรรม หัวใจและจิตวิญญาณ” 

          ** นิทรรศการ “ศิลปะนามธรรม หัวใจและจิตวิญญาณ” โดย สุจินตน์ สุริยะนภาฤกษ์, ณรงค์เดช สุดใจ, วรรธกร กาวินคำ, เอกพงษ์ ใจบุญ, ดิเรก ปรีชาชน, ปัทมาภรณ์ อุณหนันทน์, ผูกพันธ์ ไชยรัตน์, ชาลินี กาวิลาวัน และ วัจนีย์ บุญเจ็น จัดแสดงถึง 16 มีนาคม ที่ห้องจัดแสดงนิทรรศการ ชั้น 1 ขัวศิลปะเชียงราย

นิทรรศการ “กลับไป จากมา”

          ** นิทรรศการ “กลับไป จากมา” โดย นาวิน ลาวัลย์ชัยกุล ถักทอเรื่องราวจากสองบุคคล ผู้ให้อิทธิพลแก่ชีวิตและการทำงานศิลปะของนาวิน นั่นคือบิดาของเขาและ มณเฑียร บุญมา อาจารย์ผู้ล่วงลับและศิลปินไทยผู้มีชื่อเสียง จัดตั้งแต่วันนี้-7 เมษายน ที่บางกอก ซิตี้ แกลเลอรี่

เชิดชูสุดยอดช่างฝีมือแห่งปีเชิดชูสุดยอดช่างฝีมือแห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/363173

เชิดชูสุดยอดช่างฝีมือแห่งปี

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 – 18:00 น.
ไพโรจน์ สืบสาม,ทองอยู่ กำลังหาญ,พิชิต นะงอลา,ครูศิลป์ของแผ่นดิน,ครูช่างศิลปหัตถกรรม,ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม,ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ
เปิดอ่าน 635 ครั้ง

คัดสรรและเชิดชูเกียรติบุคคลที่ทรงคุณค่า ประกอบด้วย ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม

การที่จะอนุรักษ์ รักษาคุณค่าภูมิปัญญา ทักษะฝีมือและองค์ความรู้เชิงช่างที่อยู่ในตัวบุคคลที่ถือได้ว่าเป็นสมบัติอันมีค่าไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา และส่งต่อไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ในขณะเดียวกันก็ยังส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาต่อยอดผสมผสานด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ พัฒนาต่อยอดสู่ความร่วมสมัยและสมัยนิยมอันจะนำไปสู่การสร้างโอกาสทางการตลาดในเชิงพาณิชย์ต่อไปได้ ด้วยความสำคัญดังกล่าวนี้ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) จึงมีการดำเนินกิจกรรมคัดสรรและเชิดชูเกียรติบุคคลที่ทรงคุณค่า ประกอบด้วย ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2552

คุณยายทองอยู่ กำลังหาญ

          ครูศิลป์ของแผ่นดินเป็นบุคคลที่คร่ำหวอดในวงการศิลปหัตถกรรม ที่มีเทคนิคเชิงช่างชั้นสูง และเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่ตกทอดมาจากภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น รวมทั้งเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ที่ได้รับการยอมรับจากสังคมในท้องถิ่น คุณยายทองอยู่ กำลังหาญ อายุ 88 ปี เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็น ครูศิลป์ของแผ่นดินประจำปี 2562 ประเภทเครื่องทอ (ผ้าซิ่นตีนจก ไทยวน–คูบัว จังหวัดราชบุรี) “ผ้าซิ่นตีนจก”

          คุณยายทองอยู่ เล่าว่า เมื่ออายุ 14 ปี เริ่มเรียนรู้การทอผ้าจากแม่เพื่อใช้สวมใส่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็จะมีการทอด้ายเป็นแบบง่ายๆ ไม่มีลวดลายอะไร กระทั่งเกิดแรงบันดาลใจเมื่อมีโอกาสเฝ้ารับเสด็จฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้นเมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นจึงทรงถามว่า “ผ้าอะไรหรือจ๊ะที่นุ่ง ลายแปลกดีนะ ผ้าอย่างนี้ทำได้อีกหรือเปล่า” จากนั้นก็เริ่มมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาเยี่ยม สั่งทำ ส่วนตัวเองก็เริ่มเรียนรู้วิธีการทำ “ผ้าซิ่นตีนจก” ตั้งแต่นั้นมาโดยแม่เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้รวมทั้งเทคนิคจกขนเม่น และยังคงสืบสานงานทอผ้าซิ่นตีนจกโดยยึดถือวิธีทำแบบโบราณดั้งเดิมที่มีมามากว่าร้อยปี ตลอดจนเผยแพร่เทคนิคแบบจกขนเม่น ด้วยการเปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้สืบสานและอนุรักษ์

ไพโรจน์ สืบสาม 

          ในส่วน “ครูช่างศิลปหัตถกรรม” เป็นกลุ่มระดับครูช่าง แต่ประสบการณ์น้อยกว่าครูศิลป์ของแผ่นดิน ซึ่งครูช่างที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องแสดงทักษะฝีมือช่างชั้นสูง มีการทำงานศิลปหัตถกรรมมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานพอสมควร และต้องมีการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นด้วยเช่นกัน ไพโรจน์ สืบสาม อายุ 40 ปี ผู้มีทักษะมีฝีมือทำงานถึง 25 ปี จนได้รับการเชิดชูเกียรติเป็น ครูช่างศิลปหัตถกรรมประจำปี 2562 ประเภทเครื่องประดับทองโบราณ (บางใหญ่ นนทบุรี) บอกว่า หลังจากโรงเรียนเพาะช่างด้านการทำเครื่องประดับไทยเริ่มต้นจากงานซ่อมแซมของเก่า วัตถุโบราณ และพัฒนามาเป็นการทำเครื่องประดับทอง จากนั้นจึงตัดสินใจออกมาสร้างสรรค์งานด้วยตัวเอง มีโอกาสเป็นส่วนร่วมของช่างประณีตศิลป์ไทย จัดทำชุดเครื่องประดับทองโบราณให้โขนละคร “สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติที่ได้รับในครั้งนี้ดีใจที่มีคนเห็นความตั้งใจ เห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ เพราะไม่ใช่แค่เราแต่ยังรวมถึงการสร้างชื่อเสียงให้ชุมชนให้เป็นที่รู้จัก รวมถึงองค์ความรู้ต่างๆ สามารถต่อลมหายใจได้ มีความภาคภูมิใจที่ได้เห็นลูกศิษย์มีความสนใจในงานจนนำมาประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัว

 พิชิต นะงอลา

          และที่สุดผลงาน “ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม” ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่เป็นหัวใจของการสืบสานงานศิลปหัตถกรรมเป็นคนรุ่นใหม่ที่มารับช่วงต่อเพื่ออนุรักษ์ไม่ให้หายไป โดยตัวแทนหนึ่งในกลุ่มทายาท พิชิต นะงอลา อายุ 31 ปี กล่าวว่า ใช้ระยะเวลาการทำงานมาถึง 14 ปี จนกระทั่งได้รับการเชิดชูเป็น ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมประจำปี 2562 ประเภทเครื่องโลหะ (งานดุนโลหะ) ซึ่งแรงบันดาลใจเริ่มแรก คือเมื่ออายุ 17 ปี มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้งานดุนโลหะเพราะต้องการนำมาประกอบอาชีพ เมื่อฝึกฝนได้ 1 ปีเกิดชื่นชอบและคิดว่าสามารถพัฒนาต่อยอดไปได้หลายทางจึงตัดสินใจเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา ภาควิชาศิลปะไทย เพื่อนำความรู้มาต่อยอดงานดุนโลหะที่ฝึกฝนมา ปัจจุบันยังใช้บ้านเป็นที่ฝึกสอนเด็กๆ กว่า 10 คน อนาคตก็วางแผนจะเปิดศูนย์การเรียนรู้ รวบรวมกลุ่มคนที่ทำงานประเภทเดียวกัน จะได้ช่วยกันพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์

นิทรรศการดีๆ ที่ไม่ควรพลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/363159

นิทรรศการดีๆ ที่ไม่ควรพลาด

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 – 14:00 น.
สาธิตจุฬา,ชอบก็ไลค์ ใช่ก็แชร์,ลำพู กันเสนาะ,บ้านสีม่วง,ไวโอเล็ต โฮม,นุรัตนา หะแว
เปิดอ่าน 477 ครั้ง

ช่วงนี้มีทรรศการดีๆ อะไรไปดูกัน

นิทรรศการ “บ้านสีม่วง : ไวโอเล็ต โฮม”

          ** นิทรรศการ “บ้านสีม่วง : ไวโอเล็ต โฮม” โดย นุรัตนา หะแว สีที่เธอโปรดที่สุดเป็นสีที่เธอเห็นจากเสื้อผ้า ตุ๊กตา ของใช้ ของเพื่อนๆ หรือญาติๆ ในวัยเด็ก ส่งผลให้มีความฝันว่าวันหนึ่งเธออยากจะมีบ้านพร้อมกับสิ่งของทุกอย่างภายในบ้านเป็น “สีม่วง” การก่อตัวของความฝันนี้จึงเริ่มต้นด้วยการสะสมสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จนมารู้ตัวอีกทีของใช้ทุกอย่างก็กลายเป็นสีม่วงไปเสียแล้ว จัดแสดงวันนี้-25 มีนาคม ที่ปัตตานี อาร์สเปซ

นิทรรศการ “ชอบก็ไลค์ ใช่ก็แชร์” 

          ** นิทรรศการ “ชอบก็ไลค์ ใช่ก็แชร์” โดย ลำพู กันเสนาะ นำเสนอผลงานจิตรกรรมที่งดงามด้วยเรื่องราวเนื้อหาเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้คนในยุคสมัยที่สื่อสังคมออนไลน์ได้คลี่คลุมรุกคืบไปในทุกสถานการณ์ กิจกรรมการเสพรับข้อมูลและแสดงออกซึ่งตัวตนของผู้คนในโลกออนไลน์กลายเป็นพฤติกรรมที่ผู้คนจำนวนมากกระทำลงไปโดยมิได้ใส่ใจต่อการณ์ควรไม่ควร และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผลงานศิลปะที่ยั่วเย้าเลียนล้อผู้คนด้วยเส้นสีฝีแปรงอันชวนขบขันสนุกสนาน จัดแสดงวันนี้-17 มีนาคม ที่หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล

นิทรรศการ แสดงผลงานศิลปะของนักเรียน อาจารย์ และบุคลากร ครั้งที่ 8 : 60 ปี สาธิตจุฬาฯ

          ** นิทรรศการ แสดงผลงานศิลปะของนักเรียน อาจารย์ และบุคลากร ครั้งที่ 8 : 60 ปี สาธิตจุฬาฯ ผลงานโดย นักเรียน อาจารย์และบุคลากร โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-24 กุมภาพันธ์ ที่ห้องนิทรรศการ 1-2 หอศิลป์จามจุรี

ศิลปะพัฒนาเด็กพิเศษ ตามแนวคิด “ครูอารี สุทธิพันธุ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/362501

ศิลปะพัฒนาเด็กพิเศษ ตามแนวคิด “ครูอารี สุทธิพันธุ์”

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 – 08:00 น.
ครูอารี สุทธิพันธุ์,ศิลปะ,ศิลปินแห่งชาติ,คุณครูของฉัน,ทัศนศิลป์
เปิดอ่าน 791 ครั้ง

การพัฒนาเด็กด้วยศิลปะ เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยสร้างเยาวชนให้เติบโตไปเป็นผู้สร้างนวัตกรรมอันเป็นประโยชน์ของชาติต่อไป

          “ศิลปะ” ใช่เป็นเพียงแค่ศาสตร์แขนงหนึ่งที่ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของงานวาดเขียน หรือปฏิมากรรมเท่านั้น หากแต่เป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนาจิตวิญญาณ ความคิด และรสนิยมของผู้คน ให้นำไปสู่พัฒนาการทางจิตใจให้บุคคลมีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์โดยแนวคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์ของ ศาสตราจารย์พิเศษอารี สุทธิพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ปี 2555 ผู้บุกเบิกริเริ่มจัดการเรียนการสอนวิชาเอกศิลปศึกษา วิทยาลัยวิชาการประสานมิตร หรือปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนาเด็กด้วยศิลปะ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยสร้างเยาวชนให้เติบโตไปเป็นผู้สร้างนวัตกรรมอันเป็นประโยชน์ของชาติต่อไป

          ยังมีเยาวชนอีกกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับการเสริมสร้างพัฒนาการ คือกลุ่มเด็กพิเศษหรือออทิสติก ที่มีความต้องการการดูแลและส่งเสริมด้านต่างๆ เป็นพิเศษมากกว่าเด็กทั่วไป ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ด้วยวิธีการสนับสนุนการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับลักษณะหรือทักษะเฉพาะของเด็กแต่ละคน เด็กกลุ่มนี้มีความจำเป็นต้องได้รับโอกาสและพื้นที่ในการแสดงความสามารถที่เขามีอยู่ในตัวและต้องการการยอมรับ รวมทั้งความเข้าใจ

น้องเกมส์โชว์ผลงานสร้างสรรค์

          เช่นเดียวกับ “น้องเกมส์” เด็กพิเศษจากมูลนิธิออทิสติกไทย ที่มีความสนใจด้านศิลปะและมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมวาดภาพระบายสีเพื่อประกวดในหัวข้อ “คุณครูของฉัน” หนึ่งในกิจกรรมทางศิลปศึกษาภายใต้ โครงการวันครูศิลปะ : อารี สุทธิพันธุ์ จัดโดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่อาคารนวัตกรรม ศ.ดร.สาโรช บัวศรี โดย น้องเกมส์ เปิดเผยว่า สิ่งที่ได้รับจากการเรียนศิลปะคือการมีโอกาสได้คิดนอกกรอบ โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักการหรือเหตุผลใดมากำหนดว่าต้องวาดอย่างไร เลือกสีอะไรถึงจะถูกต้อง แต่งานศิลปะควรถูกถ่ายทอดไปตามเจตนาที่เราต้องการจะสื่อความหมายออกมา

ขีดเขียนและแต้มสีอย่างมีอิสระ

          จะเห็นได้ว่าผลลัพธ์ของการเรียนรู้ของน้องเกมส์สอดคล้องกับแนวคิดของศาสตราจารย์พิเศษอารี กล่าวคือการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้และให้ความสำคัญกับการพัฒนาเชิงสุนทรียะมากกว่าการพัฒนาเชิงช่างฝีมือ จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถสรรหาวิธีคิด วิธีทำแบบใหม่โดยไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ ที่มักถูกกำหนดด้วยหลักการซึ่งอาจไม่เอื้อต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์

          น้องเกมส์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมครั้งนี้ทำให้เขาและเพื่อนๆ มีโอกาสออกมาเผชิญโลกภายนอก มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่มีความสามารถทางศิลปะ และได้เปลี่ยนบรรยากาศ ซึ่งช่วยในเรื่องการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

เด็กๆ ภาคภูมิใจที่ได้แสดงออกในเชิงศิลปะ

          สำหรับศาสตราจารย์พิเศษอารี สุทธิพันธุ์ คือคุณครูศิลปะอีกท่านหนึ่งของแวดวงศิลปะไทยที่มีความมุ่งมั่นต่อการสร้างสรรค์ประโยชน์แก่วงการศิลปศึกษาและศิลปกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนากระบวนการทางความคิดของครูศิลปะในสังคม ซึ่งปรากฏผลลัพธ์ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมยาวนาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จึงจัดโครงการวันครูศิลปะ:อารี สุทธิพันธุ์ ขึ้น เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติต่อศาสตราจารย์พิเศษอารี

สีช่วยพัฒนาความคิดและจิตใจ

          อีกทั้งยังจัดกิจกรรมเพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการเติมเต็มองค์ความรู้ทางศิลปกรรมแก่คณาจารย์ บุคลากร นิสิตในระดับปริญญาตรี นิสิตในระดับบัณฑิตศึกษา และศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษาแล้วให้ได้กลับมารับความรู้ใหม่เพิ่มเติม รวมทั้งกิจกรรมทางศิลปศึกษาที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และสุนทรียภาพของเด็กพิเศษ ให้เป็นเยาวชนที่มีความสามารถและมีศักยภาพในการสร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อการพัฒนาสังคมต่อไป สอดคล้องกับหลักปรัชญาของคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่ว่า “ศิลปกรรมสรรค์สร้างปัญญา ปัญญาสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต”

ไปแอบฟัง “วัยรุ่น” ยุคนี้ เขาคุยอะไรกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/362156

ไปแอบฟัง “วัยรุ่น” ยุคนี้ เขาคุยอะไรกัน

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 – 18:29 น.
อิงลิชทูเดย์,คำสแลง,ผศ ชลาธิป ชาญชัยฤกษ์,English Today,สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,ภาษา,วัยรุ่น
เปิดอ่าน 1,724 ครั้ง

ชวนไปดูคำสแลงที่นิยมใช้กันในหมู่วัยรุ่นหนุ่มสาวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 

Popular Millennial Slang Words (2)

       ผศ. ชลาธิป ชาญชัยฤกษ์  คอลัมภ์ “English Today” สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชวนไปดูคำสแลงที่นิยมใช้กันในหมู่วัยรุ่นหนุ่มสาวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018

Savage หมายถึง ไม่สนใจผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เหมือนกับสำนวน “ไม่แคร์เวิร์ล” ที่เด็กวัยรุ่นไทยนิยมใช้

OTP เป็นคำย่อมาจากอักษาตัวแรกของวลี One True Pairing มีความหมายว่า คู่จิ้นดาราหรือคนดังที่เราชื่นชอบ

Snatch หมายถึง ที่ดูดี หรือเป๊ะ

 

FOMO เป็นคำย่อมาจากอักษรตัวแรกของวลี Fear of Missing Out หมายถึง กลัวตกขบวนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมฮิต ๆ หรือสนุก ๆ ที่มักโพสต์กันบนโซเชียลมีเดีย

JOMO เป็นคำย่อมาจากอักษรตัวแรกของวลี Joy of Missing Out หมายถึง ความสุขจากการที่ได้ปลีกตัวจากกิจกรรมสังคมโดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย เพื่อไปใช้เวลากับตัวเองหรือครอบครัว ตรงข้ามกับคำว่า FOMO

Squad goal หมายถึง เป้าหมายที่อยากให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มทำให้สำเร็จ

TBH เป็นคำย่อมาจากตัวอักษรตัวแรกของวลี To Be Honest มีความหมายว่า บอกตรง ๆ

Almosts หมายถึง คนที่คุณเกือบตกลงคบเป็นแฟนด้วย

Thirst trap หมายถึง ภาพเซ็กซี่หรือข้อความเกี้ยวพาราสีบนโซเชียลมีเดีย

Yeet เป็นคำที่ใช้แสดงความตื่นเต้นหรือเห็นด้วย

Phubbing มาจากคำว่า phone (โทรศัพท์) + snubbing (เมินเฉย ไม่แยแส) มีความหมายว่า การไม่แยแสคนที่อยู่ด้วยแต่หันไปใส่ใจกับโทรศัพท์มือถือแทน

Catfishing หมายถึง การเสแสร้งเป็นคนอื่นบนโซเชียลมีเดีย

Suh เป็นคำย่อของ What’s up มีความหมายว่า เป็นไงบ้าง

Bounce หมายถึง ออกไปอย่างรวดเร็ว

Swol หมายถึง ที่หุ่นดี มีกล้ามกำยำ

Gucci หมายถึง เจ๋ง เฉียบ เริ่ด

Bougie หมายถึง พวกไฮโซ

Canceled หมายถึง ปฏิเสธสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพราะตกยุคหรือกระจอกเกินไป

Girlfriend tax หมายถึง ปริมาณอาหารทั้งหมดที่แฟนสาวของคุณสวาปามเข้าไปหลังจากที่คุณถามเธอว่าหิวไหมแล้วเธอยืนยันว่าไม่หิว ไม่อยากกินอะไร

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

ผศ. ชลาธิป ชาญชัยฤกษ์ 

                                                                 English Today

                                                     สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2 ศิลปินจับมือโชว์เครื่องปั้นดินเผา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/361303

2 ศิลปินจับมือโชว์เครื่องปั้นดินเผ

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 – 15:30 น.
มนุสสานัง,โมก้า,สุวรรณี สาระบุตร,วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์,Gift I Tribute I Taboo-What are We Gifting,คิดถึงพ่อ,เดี่ยวสังกะสี,สมศักดิ์ สัมโภชานนท์,สมศักดิ์ สังกะสี,เพศ-มายา-คติ,อัยฤทธิ์ ธิลา
เปิดอ่าน 468 ครั้ง

ผลงานเครื่องปั้นดินเผาของสองศิลปินหนุ่มสาว ด้วยแนวความคิดเกี่ยวกับการให้

นิทรรศการ “เพศ-มายา-คติ”

          ** นิทรรศการ “เพศ-มายา-คติ” โดย อัยฤทธิ์ ธิลา มายาคติแห่งเพศวิถี ความหมายที่ถูกซ่อนภายใน ระบบทางสังคมและสถานะเพศหญิงที่ถูกกดทับโดยเพศชาย โดยศิลปินได้หยิบยกทฤษฎีการตีความหมายเชิงสัญวิทยา เพื่ออ้างถึงมิติเรื่องเพศที่กำลังเกิดขึ้นว่าแท้จริงแล้วเกิดจากสิ่งใด ชมได้วันนี้-9 กุมภาพันธ์ ที่มิดไนซ์ แกลเลอรี่ โชคชัย 4 ซอย 18 เว้นวันอาทิตย์และวันจันทร์

นิทรรศการศิลปะ เดี่ยวสังกะสี ครั้งที่ 3 งดงามในความพอเพียง “คิดถึงพ่อ”

          ** นิทรรศการศิลปะ เดี่ยวสังกะสี ครั้งที่ 3 งดงามในความพอเพียง “คิดถึงพ่อ” โดย สมศักดิ์ สัมโภชานนท์ (สมศักดิ์ สังกะสี) ตั้งแต่วันนี้-21 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00-19.00 น.(เว้นวันจันทร์) ที่ห้องปฏิบัติการ 2 ชั้น 2 หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน รายได้ทั้งหมดจากการประมูลและส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายภาพเขียนมอบให้แก่ ศิริราชมูลนิธิ สำหรับกองทุนเพื่อผู้ป่วยโรคหัวใจ และกลุ่มสร้างพลเมืองคุณภาพ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นิทรรศการ “Gift I Tribute I Taboo-What are We Gifting?”

          ** นิทรรศการ “Gift I Tribute I Taboo-What are We Gifting?”  โดย สุวรรณี สาระบุตร และ วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ นำเสนอผลงานเครื่องปั้นดินเผาของสองศิลปินหนุ่มสาว ด้วยแนวความคิดเกี่ยวกับการให้ ที่อาจเป็นไปด้วยความจริงใจหรือแฝงผลประโยชน์ตอบแทน จัดแสดง-9 มีนาคม ที่อาร์เดล เธิร์ดเพลส แกลเลอรี่ ซ.ทองหล่อ 10 เว้นวันอาทิตย์

นิทรรศการ “มนุสสานัง”

          ** นิทรรศการ “มนุสสานัง” โดย 31 ศิลปิน ทั้งศิลปินแห่งชาติและศิลปินรุ่นใหม่ สะท้อนมุมมองความคิดฝัน ปรัชญา ความเชื่อ วัฒนธรรม และเรื่องราวแห่งมวลมนุษย์ที่ผสานแนบแน่นในวัฒนธรรมไทย เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้-10 มีนาคม ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (โมก้า) ถ.วิภาวดีรังสิต เว้นวันจันทร์

29 ศิลปินแห่งชาติเสริมศิลป์ให้เด็กกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/360801

29 ศิลปินแห่งชาติเสริมศิลป์ให้เด็กกรุง

วันที่ 30 มกราคม 2562 – 18:35 น.
ศิลปินแห่งชาติสัญจร,โรงละครสนามเสือป่า,ศิลป์ กวี คีตา,อัครศิลปิน,วิศิษฏศิลปิน,ดุริยางค์ราตรี
เปิดอ่าน 913 ครั้ง

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดโครงการศิลปินแห่งชาติสัญจร ครั้งแรกในกรุงเทพฯ

เมื่อเวลา 14.27 น. วันที่ 30 มกราคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโครงการศิลปินแห่งชาติสัญจร ณ โรงละครสนามเสือป่า อาคาร 601 สำนักพระราชวัง เขตดุสิต โดยมี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม, นายกฤษศญพงศ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ศิลปินแห่งชาติ และคณะกรรมการจัดงาน พร้อมด้วย รศ.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เฝ้ารับเสด็จ

เมื่อเสด็จเข้าโรงละครสนามเสือป่า อาคาร 601 สำนักพระราชวัง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับพระราชอาสน์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเข้าเฝ้าฯ ทูลฯ ถวายสูจิบัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกราบบังคมทูลรายงานจากนั้นเสด็จฯไปทอดพระเนตรวีดิทัศน์ “ศิลปินแห่งชาติสัญจรสอนศิลป์” และทอดพระเนตรการถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติ “ศิลป์ กวี คีตา” โดยศิลปินแห่งชาติสร้างสรรค์ผลงานศิลป์ 3 สาขา พร้อมกัน “ศิลป์” สร้างสรรค์งานศิลป์โดยศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ , “กวี” ขับขานบทกวีโดยศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ และ “คีตา” ขับร้องโดยศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ต่อจากนั้นเสด็จฯไปยังอาคารรับรอง 606 ทรงตัดแถบแพรเปิดโครงการศิลปินแห่งชาติสัญจร และ ทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานศิลปะฝีพระหัตถ์ “อัครศิลปิน” และ “วิศิษฏศิลปิน” และผลงานศิลปินแห่งชาติ การนี้ ทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์ “ดุริยางค์ราตรี” เทคนิคสีอะคริลิค

จากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปยังสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา อาคาร 605 สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า

การนี้ เสด็จขึ้นชั้น 5 ทอดพระเนตร ฐานศิลปะนาฏศิลป์ และ ฐานศิลปะการแสดงเทคนิคการแต่งเพลง ขับร้องเพลงลูกทุ่ง ดนตรีไทยสากล เสร็จแล้วเสด็จลงชั้น 3 ทอดพระเนตร ฐานศิลปะเทคนิคสร้างสรรค์สื่อผสม ฐานศิลปะเทคนิคจิตรกรรม ฐานศิลปะสถาปัตยกรรม ฐานศิลปะการสร้างสรรค์งานวรรณศิลป์ ฐานเทคนิคศิลปะผ่านเลนส์

ต่อจากนั้น เสด็จลงชั้น 2 ทอดพระเนตรฐานครูศิลปะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูศิลปะกับศิลปินแห่งชาติ ฐานศิลปะเทคนิคภาพพิมพ์ จากนั้นเสด็จลงชั้น 1 ทอดพระเนตรฐานศิลปะเทคนิคประติมากรรม และ เสด็จฯ กลับ

สำหรับศิลปินแห่งชาติและผู้ทรงคุณวุฒิ โครงการศิลปินแห่งชาติสัญจร ปี 2562  รวม 29 คน สาขาทัศนศิลป์ ประกอบด้วย นายกมล ทัศนาญชลี,นางสาววนิดา พึ่งสุนทร, ศ.เดชา วราชุน, ศ.เกียรติคุณปรีชา เถาทอง, นายวรนันท์ ชัชวาลทิพากร ,นายธงชัย รักปทุม, ศ.วิโชค มุกดามณี, นายปัญญา วิจินธนสาร, ศ.วิชัย สิทธิรัตน์, นายเดโช บูรณบรรพต, นายศราวุธ ดวงจำปา  

สาขาวรรณศิลป์  ประกอบด้วย นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์,นายสถาพร ศรีสัจจัง, นางชมัยภร บางคมบาง, นายไพวรินทร์ ขาวงาม, นายกิตติศักดิ์ มีสมสืบ, รศ.ธัญญา สังขพันธานนท์ สาขาศิลปะการแสดง ประกอบด้วย นายประยงค์ ชื่นเย็น, นางรัจนา พวงประยงค์, นายนคร ถนอมทรัพย์ และนายธนิสร์ ศรีกลิ่นดี  นอกจากนี้ ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่างๆ ร่วมโครงการในครั้งนี้

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการศิลปินแห่งชาติสัญจรมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่ทรงเป็น “อัครศิลปิน” และเพื่อให้ประชาชนได้เจริญรอยตามพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธาน ในการอนุรักษ์  สืบสาน มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงวัฒนธรรม และสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพิ่มพูน ทักษะ และความคิดสร้างสรรค์ ด้านศิลปะให้แก่คณาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ของสถาบันแห่งนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 ม.ค. 2562 โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ สาขาวรรณศิลป์ และสาขาศิลปะการแสดง และผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะ จำนวน 29 คน เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ดังกล่าว

  นายปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ปี 2557 ที่ประจำฐานศิลปะเทคนิคภาพพิมพ์ เผยว่า สำหรับฐานเทคนิคภาพพิมพ์ ได้นำเอาเทคนิควิธีการ มาทำลงในซอฟท์บอร์ด ซึ่งเป็นวัสดุที่ดีในเวลาจำกัด จากปกติแล้วจะทำลงบนไม้อัด ซึ่งเด็กๆที่มาเรียนไม่ได้มีทักษะ หรือประสบการณ์มาก่อน เขาก็จะได้ลองทำจากจินตนการของเขา และไปใช้ประโยชน์ในการพิมพ์เสื้อ หรือกระเป๋า สร้างรายได้ได้อีก จากผลงานที่ไปเห็นนับว่าเด็กมีความสามารถมาก
“การเรียนศิลปะที่ดี คือการให้เด็กได้ทดลอง ลองทำเอง ไม่บีบบังคับ ไม่เกร็ง ทำไปตามความสามารถ จะทำให้เขาสนุกกับศิลปะ ไม่เหมือนการเรียนการสอนในห้องเรียน ที่เด็กจะเครียดและรู้สึกว่าตัวเองไร้ฝีมือ เมื่อเด็กชอบก็จะเป็นการพัฒนาผลงานของเขาได้เอง”

นางรัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง วัย 78 ปี ซึ่งถ่ายทอดความรู้ในฐานนาฏศิลป์ มีนักเรียน นักศึกษาร่วมกิจกรรม 70 กว่า คน  กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการฝึกสอนโขนของนักเรียนและนักศึกษาด้วยความสนใจและแย้มพระสรวลตลอดเวลา ประทับยืนโดยไม่ถือพระองค์ และตรัสขอให้สุขภาพครูแข็งแรง และสอนเด็กไทยต่อไป สร้างความปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดไม่ได้ ทรงให้ความสำคัญส่งเสริมดนตรีและนาฏศิลป์ รวมถึงโขนละคร  รับรู้ได้ว่า ทรงไม่ทอดทิ้งศิลปวัฒนธรรมไทย ศิลปินใหญ่น้อยไม่ว้าเหว่ เพราะมีทูลกระหม่อมแก้วเอาใจใส่  สำหรับเยาวชนที่ร่วมโครงการจะเป็นกำลังสำคัญทดแทนและรักษาศิลปะของชาติ ขอให้มีความเพียรและตั้งมั่นในการสืบสานศิลปะของชาติ  โครงการศิลปินแห่งชาติสัญจรยังสร้างความสามัคคีให้กับครูศิลปะและนักเรียนอีกด้วย เพราะมาจากต่างสถาบัน

หนึ่งในนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ นายชัชรินทร์ เกษษสันต์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านบึงอุตสาหกรรมนุเคราะห์ จังหวัดชลบุรี เผยว่าได้ทราบข่าวจากอาจารย์ที่โรงเรียนว่าจะมีโครงการดังกล่าว จึงสมัตรมาเข้าโครงการฯ และตั้งใจมาที่ฐานศิลปะเทคนิคสร้างสรรค์สื่อผสมโดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นความสนใจส่วนตัว ที่ชื่นชอบงานศิลปะ บวกกับชอบที่นำเอาของเหลือใช้และวัสดุธรรมชาติมาสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งก่อนหน้านี้พอจะมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้างว่า ศิลปะสื่อผสมนั้นต้องประกอบด้วย ภาพ วัสดุ และสิ่งของต่างๆ วันนี้เมื่อได้เข้าฐานก็ได้รับความรู้และเทคนิคจากศิลปินแห่งชาติเพิ่มมากขึ้น รวมถึงแนวทางในการค้นหาแรงบันดาลใจเพื่อนำมาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ โดยในวันนี้ตัวเองเลือกสร้างสรรค์ภาพนกยูง ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวความสง่างามของนกยูง สำหรับผลงานชิ้นดังกล่าวนี้ เกิดจากการวาดด้วยเทตนิคสื่อผสมระหว่างการว่ดด้วยสีโปสเตอร์ การพ่นสีสเปย์ และประดับเลื่อมให้เกิดเป็นภาพสวยงาม โครงการนี้ถือเป็นเวทีที่ได้แสดงความสามารถทั้งยังมีโอกาสได้เรียนรู้จากศิลปินแห่งชาติชื่อดัง ที่จะมาให้เทคนิกการสร้างสรรค์งานอันเป็นประโยชน์ในอนาคตสำหรับตัวเอง ซึ่งมีเป้าหมายจะเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาทางด้านนี้อยู่แล้ว

เคล็ดลับเสริมมงคลรับตรุษจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/360650

เคล็ดลับเสริมมงคลรับตรุษจีน

วันที่ 30 มกราคม 2562 – 10:00 น.
ซาแซขาหมูจักรพรรดิ,ไหว้ตรุษจีนกับซีพี,มั่งมีปีหมูทอง,เทศกาลตรุษจีน,อธนากร ตันอาวัชนการ,ซีพีเอฟ
เปิดอ่าน 648 ครั้ง

เคล็ดลับการไหว้เจ้า เสริมความเป็นสิริมงคล และความมั่งมี

เพื่อความ เฮง เฮง เฮง ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ซีพีเอฟ แนะนำชุดไหว้ “ซาแซขาหมูจักรพรรดิ” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไหว้ตรุษจีนกับซีพี มั่งมีปีหมูทอง” พร้อมกันนี้ อ.ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสชื่อดังผู้เชี่ยวชาญด้านการไหว้ และฮวงจุ้ย ยังได้แนะนำเคล็ดลับการไหว้เจ้า เสริมความเป็นสิริมงคล และความมั่งมี ดังนี้ ส่วนแรก การเตรียมความพร้อม ก่อนถึงช่วงวันตรุษจีนต้องล้างทำความสะอาดบ้าน เพื่อปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีในปีเก่า และเตรียมบ้านให้พร้อมรับความมั่งมีในปีใหม่ และเตรียมจับจ่ายซื้อหาของไหว้ให้พร้อมและให้ครบ ที่สำคัญคือ ชุดไหว้ซาแซ หรือโหงวแซ ประกอบด้วย เป็ด ไก่ เพราะมีปีกบินได้, หมู เพราะวิ่งอยู่บนดิน และปลา หรือสัตว์น้ำ เพราะว่ายอยู่ในน้ำ จึงถือเป็นการไหว้ครบทั้ง 3 โลก คือ โลกของฟ้า โลกของดิน และโลกของน้ำ เชื่อมโยง

อ.ธนากร ตันอาวัชนการ

          ส่วนถัดมา การไหว้ตรุษจีน แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ การไหว้ในวันสิ้นปี ช่วงปีเก่า เป็นการไหว้เพื่อขอบคุณเจ้าที่เจ้าทาง ที่อยู่คอยดูแลเรามาตลอดทั้งปี ควรไหว้ตั้งแต่เช้า เริ่มจากไหว้เจ้าประตูซ้าย-ประตูขวา ให้ช่วยปิดทางให้อย่าให้มีสิ่งชั่วร้ายเข้าบ้าน และเปิดทางให้บรรพบุรุษเข้าบ้าน จากนั้นไหว้เจ้าที่ หรือตี่จูเอี๊ย มีเคล็ดลับคือ ต้องนำเงินมาเก็บไว้ด้วย ต่อมาไหว้บรรพบุรุษ เวลาไหว้ ให้ตั้งกระถางธูปไว้หน้าโต๊ะกินข้าว หมูเห็ดเป็ดไก่ ต้องครบ หลังไหว้เสร็จ นำของไหว้มารับประทานกันในบ้าน เป็นมื้อแรก (มื้อเช้า) หลังเที่ยงจึงไหว้ผีไม่มีญาติ การไหว้เป็นการเอื้อเฟื้อ และบอกกล่าวให้ช่วยดูแลหน้าบ้าน

ชุดไหว้ซาแซขาหมูจักรพรรดิ      

          การไหว้ช่วงปีใหม่ คือการไหว้เทพเจ้าเพื่อขอพร และเสริมความมั่งคั่ง มั่งมี โดยจะไหว้ตอนเที่ยงคืน เพราะเป็นเวลาที่ท้องฟ้าเปิด และเทพเจ้าจะลงมาจากสรวงสวรรค์ การไหว้ไฉ่ซิงเอี๊ยหรือการไหว้เทพเจ้าเงินทอง พิธีการไหว้ มีขั้นตอนดังนี้

          เตรียมพร้อม (เวลา 5 ทุ่ม) เปิดประตูออกมาจัดโต๊ะ หันโต๊ะไปทางทิศตะวันตก และขาดไม่ได้ คือ เงินทอง, ตั้งกระถางธูป ให้ยืนหันหน้าไปทางทิศตะวันตก และวางกระถางธูปติดตัว, นำอาหารวางข้างหน้า, วางเทียบเชิญ (กระดาษแดง เขียนว่า ขอเรียนเชิญเทพเจ้าแห่งโชคลาภ) และกระดาษสีเขียว เขียนชื่อ วันเดือนปีเกิด ของผู้ที่ร่วมพิธี พร้อมคำขอว่าอยากได้อะไร เปรียบเสมือนการวางแผนชีวิตในปีนี้), ถังเงิน ถังทอง (กระดาษเงิน กระดาษทองเพื่อถวายเทพเจ้า) เริ่มพิธีไหว้เวลาเที่ยงคืน จุดพลุ หรือประทัด จากนั้นจุดธูปยาว เรียนเชิญเทพเสวยอาหารอันเลิศรส (อาหารเจ) เมื่อธูปหมดครึ่งหนึ่ง เริ่มขอพร ทั้งสุขภาพ โชคลาภ ทรัพย์สมบัติ และนำถังเงินถังทองเผาเพื่อถวาย พร้อมกับกระดาษสีเขียวที่ขอพรไว้ จากนั้นนำกระถางธูปที่ธูปยังไม่ดับ มีควันอยู่ เดินไปทั่วบ้าน พร้อมกับพูดว่า “เงินอยู่ตรงนี้ ไฉ่ซิงให้มา” ไปทุกห้อง (ยกเว้นห้องน้ำ) แล้วมาจบที่เจ้าที่ และบอกกล่าวขอฝากเงินที่เทพเจ้าให้มา เพื่อไว้ใช้ทั้งปีไม่มีหมด ท้ายสุดไปที่ห้องพระ และเชิญเทพเจ้าให้มาพักพิงที่ห้องนี้ได้ตลอดเวลา แล้วก้มกราบสามครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี

          ช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น เป็นช่วงปีใหม่ จะไหว้เจ้าที่อีกครั้งก็ได้ และธรรมเนียมจีน จะห้ามปัด กวาด เช็ด ถูบ้าน เพราะจะถือว่าจะปัดเอาโชคลาภ หรือสิ่งที่เทพประทานให้ออกไปหมด จากนั้นพาครอบครัวไปเที่ยว ใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน และพูดถึงแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคล และคำที่เป็นมงคลตลอดทั้งวัน

เสริมดวงปัง รับตรุษจีน รู้ไว้มีแต่เฮง เฮง เฮง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/360474

เสริมดวงปัง รับตรุษจีน รู้ไว้มีแต่เฮง เฮง เฮง

วันที่ 28 มกราคม 2562 – 19:00 น.
วันตรุษจีน,อั่งเปา,พระสังกัจจายน์,ไฉ่ซิงเอี๊ย,พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์,เจ้าแม่กวนอิม,เทพเจ้าตั่วเหล่าเอี๊ย,เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย
เปิดอ่าน 990 ครั้ง

เทพเจ้าที่มักนิยมสักการะกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต และเป็นการเสริมดวงชะตา รวมไปถึงการขอพรในด้านต่างๆ

วันตรุษจีน ถือเป็นวันมหามงคลที่มีความสำคัญของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน และเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน ซึ่งจะจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ทั่วโลก และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนจีนรวมถึงคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ในวันตรุษจีนนี้จะมีการกราบไหว้บูชาเทพเจ้าฟ้าดิน กราบไหว้บรรพบุรุษ และเป็นการต้อนรับเทวดาแห่งสวรรค์และโลก การประกอบพิธีกรรมต่างๆ นั้น เพื่อความเป็นสิริมงคลและนำมาซึ่งความสุขความเจริญในชีวิต รวมไปถึงการสวมใส่เสื้อผ้าใหม่สีแดงสด อันเป็นสีที่เป็นสิริมงคลของพี่น้องชาวจีน ถือเป็นสีแห่งความสุข ความสำเร็จ ความมั่งคั่ง และโชคลาภ นอกจากนี้สัญลักษณ์ที่ทุกคนทราบดีในวันตรุษจีนนั่นก็คือ อั่งเปา โดยธรรมเนียมคือผู้ใหญ่จะมอบซองสีแดง ให้แก่เด็กๆ ที่มีอายุต่ำกว่าหรือยังไม่ได้ทำงาน พร้อมกล่าวสวัสดีปีใหม่ ซึ่งสีแดงของซองอั่งเปานั้นมีความหมายถึงโชคดี และเงินที่ใส่ในซองอั่งเปา มักจะมีจำนวนเป็นเลขนำโชคของจีนนั่นก็คือเลข 8 ​

          ส่วนเทพเจ้าที่มักนิยมสักการะกราบไหว้ในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตและเป็นการเสริมดวงชะตา รวมไปถึงการขอพรในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการงาน โชคลาภ เงินทอง ได้แก่

เทพเจ้าเงินตรา “ไฉ่ซิงเอี๊ย” 

          เทพเจ้าเงินตรา “ไฉ่ซิงเอี๊ย” เทพเจ้าแห่งโชคลาภ สำหรับชาวจีนแล้วถือเป็นเทพเจ้าที่มีความสำคัญมากที่สุดในการเริ่มเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ เป็นเทพเจ้าที่ลูกหลานชาวจีนให้ความสำคัญมากที่สุด โดยเชื่อว่า “ไฉ่ซิงเอี๊ย” จะช่วยดลบันดาลความมั่งมีศรีสุข ร่ำรวย โชคลาภ เงินทอง ไหลมาเทมา

พระสังกัจจายน์

          พระสังกัจจายน์ พระอสีติมหาสาวกแห่งโชคลาภ มีพุทธลักษณะอ้วน พุงพลุ้ย หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ เป็นพระอรหันต์ 1 ใน 80 พระอสีติมหาสาวกในศาสนาของพระโคตมพุทธเจ้า ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะ

         

เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย

          เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย เทพผู้มีอำนาจคุ้มครองดูแลดวงชะตาของมวลมนุษย์ให้ร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งชาวจีนให้ความสำคัญมาก ดังจะเห็นได้จากโหราศาสตร์หรือดวงจีนที่ผูกพันกับเรื่องนักษัตรปีเกิด ชาวจีนจะต้องไหว้เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา “ไท้ส่วยเอี๊ย” เพื่อให้คุ้มครอง หากดวงชะตาชีวิตดีอยู่แล้ว ก็จะช่วยส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ถ้าชะตาชีวิตไม่ดีก็จะช่วยให้หนักเป็นเบา คุ้มครองป้องกันจากอุปสรรคทั้งปวงให้ผ่านพ้นไปด้วยดีจนผ่านปีนักษัตรนั้นไปได้ด้วยความราบรื่น

เทพเจ้าตั่วเหล่าเอี๊ย

          เทพเจ้าตั่วเหล่าเอี๊ย หรือ องค์เทพเฮี่ยงเทียนเสี่ยงตี่ ในช่วงตรุษจีนของทุกปี ผู้คนนิยมไปกราบไหว้ขอพรกันอย่างเนืองแน่น เพื่อให้มีโชคมีชัยตลอดทั้งปี ซึ่งชาวจีนถือเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องอภิบาลและปราบปรามศัตรู

พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์

          พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (เจ้าแม่กวนอิม) เป็นพระโพธิสัตว์ที่ได้รับการบูชาแพร่หลายมากที่สุด และเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตา โดยมีความพิเศษตรงใบหน้า พระองค์จะก้มลงมามองมนุษย์เพื่อรับคำขอ สร้างราว พ.ศ.1430 ณ วัดจามยาง ใน เซ็นทรัล ทิเบต เป็นพระที่บูชาในระดับกษัตริย์ หรือทะไลลามะในทิเบต ที่มีหนึ่งเดียวในประเทศไทยและหนึ่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

          ซึ่งทุกท่านจะได้สักการะเทพเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดนี้ได้ที่งาน “คิง เพาเวอร์ ไชนีส นิว เยียร์ 2019 เดอะ บลิสส์ฟูล ฮาร์โมนี่ สำราญความสุข สมบูรณ์เงินทอง รุ่งโรจน์รับปีใหม่” ที่รวบรวบและอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสิริมงคลมาจากประเทศจีนมาไว้ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ แห่งนี้ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกลไปถึงแดนมังกร นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนและสัมผัลกลิ่นอายวัฒนธรรมจีน ได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์-วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์