“8 โมงเช้า”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/360478

 “8 โมงเช้า”

วันที่ 28 มกราคม 2562 – 15:30 น.
8 โมงเช้า,ธำมรงค์ วนาฤทธิกุล,โพสต์ปั๊บรับปุ๊บ,ประเทศเล็กที่สมบูรณ์,ประทีป สุธาทองไทย,ตัวเปล่า เล่าเปลือย,Bare,รุ่งพันธุ์ บุรุษชาติ
เปิดอ่าน 427 ครั้ง

ท้องถนนอันวิกฤติของกรุงเทพฯ ในช่วง 8 โมงเช้า

นิทรรศการ “8 โมงเช้า”

          ** วันหนึ่งบนสะพานลอยคนข้ามระหว่างทางไปทำงาน ธำมรงค์ วนาฤทธิกุล ใช้กล้องถ่ายรูปส่องลงมาบนท้องถนนอันวิกฤติของกรุงเทพฯ เห็นคนงานนั่งๆ นอนๆ อยู่บนท้ายรถกระบะ และนั่นคือที่มาของผลงานชุด “8 โมงเช้า” ที่ศิลปินออกไปถ่ายทุกๆ เช้าตลอดปีที่ผ่านมา จัดแสดงให้ชมวันนี้-23 กุมภาพันธ์ ที่คัดมันดู โฟโต้ แกลเลอรี่ ถ.ปั้น (เว้นวันอาทิตย์และจันทร์)

          ** สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ จังหวัดกระบี่ จัดกิจกรรม “โพสต์ปั๊บรับปุ๊บ ไทยแลนด์ เบียนนาเล่ กระบี่ 2018” ผู้ร่วมสนุกจะต้องโพสต์ภาพถ่ายผลงานศิลปะที่จัดแสดงในโครงการผ่านเฟซบุ๊กตามกติกาที่กำหนด แล้วนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ประจำจุดประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่วันนี้-28 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-16.00 น. รับฟรีของที่ระลึก 1 โพสต์ต่อ 1 ชิ้น จนกว่าของจะหมด

นิทรรศการ “ประเทศเล็กที่สมบูรณ์”

          ** นิทรรศการ “ประเทศเล็กที่สมบูรณ์” โดย ประทีป สุธาทองไทย นำเสนอผลงานศิลปะซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการสืบค้นต้นตอปัญหาเรื่องภาพจำของอีสาน ทั้งการสร้างความเป็นอีสานผ่านการเขียนซึ่งตัวประวัติศาสตร์เสียเอง และที่อยู่ในรูปแบบของหนังสือที่มีส่วนในการหล่อหลอมภาพจำของอีสานมาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น ชมได้-5 พฤษภาคม ที่ต้นสนแกลเลอรี่ (เว้นวันจันทร์-พุธ)

นิทรรศการศิลปะ “ตัวเปล่า เล่าเปลือย : Bare” 

          ** นิทรรศการศิลปะ “ตัวเปล่า เล่าเปลือย : Bare” โดย รุ่งพันธุ์ บุรุษชาติ และ ศิลปินรับเชิญกว่า 100 ท่าน บอกเล่าเรื่องราวในวัย 60 ที่ไม่มีภาระ และพันธะใดๆ สีสัน เส้นสาย ทีแปรง ที่ถ่ายทอดสรีระสตรีในแต่ละอิริยาบถที่ตามองเห็น ถูกแต่งแต้ม ตัดทอน ดัดแปลง เพื่อให้เกิดความงามอารมณ์ตามจินตนาการ และรสนิยม จัดแสดงวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ ที่ จี23 อาร์ต แกลเลอรี่ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “สวัสดีปีจอหมา มาคอยท่าปีกุนหมู”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/359678

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “สวัสดีปีจอหมา มาคอยท่าปีกุนหมู”

วันที่ 21 มกราคม 2562 – 18:00 น.
ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์,พระราชวังแห่งชาติไต้หวัน,ศรีศิลป์ เอมเจริญ,สวัสดีปีจอหมา,มาคอยท่าปีกุนหมู,บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่,Up the River During Qingming-NPM New Media Art Exhibition
เปิดอ่าน 466 ครั้ง

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่สมเด็จพระเทพฯ ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ในช่วงปี 2560-2561

** ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ร่วมกับ พระราชวังแห่งชาติไต้หวัน (กู้กง) จัดนิทรรศการ “Up the River During Qingming-NPM New Media Art Exhibition” นิทรรศการสื่อผสมมัลติมีเดีย คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ อาทิ การเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวเมืองไคเฟิงที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำนานนับศตวรรษ รวมถึงภาพเขียนโบราณอันล้ำค้าของจีน จัดแสดงวันจันทร์-วันอาทิตย์ 10.00-22.00น.ที่ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ เจริญกรุง 24

นิทรรศการ “สีสันศรีศิลป์”

         ** นิทรรศการ “สีสันศรีศิลป์” โดย ศรีศิลป์ เอมเจริญ จากความประทับใจในความงดงามของธรรมชาติโดยเฉพาะแสงและเงา แล้วจึงถ่ายทอดความงามที่เห็นโดยใช้เกรียงวาด เพื่อแสดงออกถึงความหนักแน่นด้วยสีสันที่สดใส วันนี้-31 มกราคม ที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์ใหาวิทยาลัย

นิทรรศการภาพภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “สวัสดีปีจอหมา มาคอยท่าปีกุนหมู”

          ** นิทรรศการภาพภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “สวัสดีปีจอหมา มาคอยท่าปีกุนหมู” ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่ได้ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ในช่วงปี 2560-2561 เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้-10 มีนาคม ชั้น 9 หอศิลป์กทม.(เว้นวันจันทร์)

การประกวดภาพยนตร์สั้น ระดับอุดมศึกษา

** บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 จัดการประกวดภาพยนตร์สั้น ระดับอุดมศึกษา ภายใต้แนวคิด “บียอนด์ บลีซซ์” ความยาวไม่เกิน2หน้ากระดาษเอ 4ที่จะนำมาผลิตเป็นภาพยนตร์สั้นความยาว 5-10 นาที ชิงทุนการศึกษา พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ ส่งผลงานภายในวันที่ 24 มกราคม ดูรายละเอียดได้ทาง http://www.facebook.com/Bkkartbiennale หรือwww.bkkartbiennale.com

“ตรุษจีนปีหมู” ชวนดูนิทรรศการ”หยางหลิ่วชิง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/359673

“ตรุษจีนปีหมู” ชวนดูนิทรรศการ”หยางหลิ่วชิง”

วันที่ 21 มกราคม 2562 – 14:07 น.
ตรุษจีนปีหมู,หยางหลิ่วชิง,ดรณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา,เดอะ เกรท ไชนีส นิวเยียร์ 2019,งิ้วปักกิ่ง,ระบำละเล่นดอกบัว,ระบำเด็กสมบูรณ์,เชิดสิงโต,ตรุษจีน,เซ็นทรัลเวิลด์,การแสดง,นครเทียนจิน,สาธารณรัฐประชาชนจีน,ศิลปวัฒนธรรม
เปิดอ่าน 499 ครั้ง

ชวนชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมตระการตาส่งตรงจากนครเทียนจิน คอนเซ็ปต์ “โลกแห่งความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์”

ทศกาลปีใหม่สากลผ่านพ้นไป เทศกาลปีใหม่ของชาวจีนขยับใกล้เข้ามา เพื่อเสริมความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ตลอดปี 2562 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นำโดย ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เชิญชวนชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมตระการตาส่งตรงจากนครเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในงาน “เดอะ เกรท ไชนีส นิวเยียร์ 2019”  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โลกแห่งความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์”

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา 

 ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวว่า เซ็นทรัลเวิลด์ได้รับความร่วมมือจากศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน นำการแสดงอันล้ำค่าจากนครเทียนจินมาจัดให้ชมฟรี โดยเทียนจินเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของจีน เปรียบเสมือนประตูสู่กรุงปักกิ่ง มีฉายาว่า “เซี่ยงไฮ้ทางเหนือ” นอกจากนี้ ยังเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ที่มีสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก การแสดงมีทั้งหมด 6 ชุด จัดแสดงที่เซ็นทรัล คอร์ท ประกอบด้วย “ระบำละเล่นดอกบัว” เรื่องราวของเด็กๆ ที่เล่นด้วยกันอย่างสนุกสนาน ผ่านฉากต่างๆ สื่อถึงการใช้ชีวิตชีวิตที่ร่ำรวยและมีความสุขของผู้คน, “ระบำโคมแดงฉลองตรุษจีน” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพมงคลต้อนรับประเพณีปีใหม่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมจีนโบราณของศิลปินชาวจีนระดับโลกนามว่า “หยางหลิ่วชิง” สื่อถึงการเฉลิมฉลองของชาวจีนในเทศกาลแห่งฤดูใบไม้ผลิ

ระบำโคมแดงฉลองตรุษจีน

งิ้วปักกิ่ง ตอนกุ้ยเฟยร่ำเมรัย

   “การแสดงกังฟู” นำเสนอโดยอาจารย์และนักเรียนของโรงเรียนวัฒนธรรมและศิลปะการต่อสู้เทียนจินฮั่วหยวนเจีย บ้านเกิดของปรมาจารย์กังฟูนาม “ฮั่วหยวนเจี๋ย” ที่วางรากฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ด้วยท่าทางการแสดงที่เคร่งขรึม สง่างาม แสดงถึงความอดทนและเปิดเผย บรรเลงบทเพลง “สายน้ำไหล”ด้วยพิณจีนโบราณ เครื่องดนตรีที่เก่าแก่ที่สุดของจีน โดยศิลปิน หม่า เสี่ยวกวง นอกจากนี้ยังมี “งิ้วปักกิ่ง” ตอนกุ้ยเฟยร่ำเมรัย ใช้นักแสดงเพียง 1 คน แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของการแต่งหน้าและเครื่องแต่งกายของงิ้วแบบดั้งเดิมตามฉบับของชาวจีนได้เป็นอย่างดี และ “ระบำเด็กสมบูรณ์” แสดงโดยนักเต้น 13 คน แต่ละคนสวมเครื่องหัวให้ดูเหมือนตุ๊กตาปีใหม่ในรูปแกะสลักไม้หยางหลิ่วชิง พร้อมแสดงการเต้นรำแบบสดๆ ให้แก่ผู้ชม

ระบำละเล่นดอกบัว

   

การแสดงกังฟู จากโรงเรียนฮั่วหยวนเจีย

    นอกจากนี้ยังมี นิทรรศการศิลปะปีใหม่ “หยางหลิ่วชิง” จัดแสดงภาพวาดอันล้ำค่าที่สื่อถึง “ความมั่งคั่ง” ได้แก่ รูปภาพปีใหม่ของเมืองหยางหลิ่วชิง เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของเมืองหยางลิ่วชิง เป็นภาพที่ใช้เทคนิคการพิมพ์ภาพด้วยไม้แกะสลัก แล้วระบายด้วยสีสันสดใส แสดงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันปีใหม่, “จัดแสดงว่าวสไตล์หยางหลิ่วซิง”, “การแกะสลักเมล็ดผลไม้ตามแบบฉบับของตระกูลหลี่” เป็นการนำเมล็ดพืชและผลไม้ต่างๆ มาใช้เป็นวัสดุในการแกะสลักอย่างพิถีพิถัน เป็นงานฝีมือลวดลายศิลปะที่งดงามตามธีมต่างๆ เช่น บทกวีความสุขของชาวประมง, กระเช้าดอกไม้, “ปี่เซียะ” ที่มักนิยมแขวนติดตัวเพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้าย

รูปภาพปีใหม่ของเมืองหยางหลิ่วชิง

      พร้อมด้วย นิทรรศการมนต์เสน่ห์แห่งสวรรค์บนดิน โดยคัดเลือกผลงาน 17 ภาพถ่ายความงามแห่งหมู่บ้านชนบท ในประเทศจีน ที่สร้างสรรค์ภาพถ่ายโดยช่างภาพชาวจีนมาร่วมจัดแสดง, รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสูง 3 เมตร, ระฆังเงินระฆังทอง ที่ผ่านการสวดพุทธมนต์จากพระจีนเพื่อความสิริมงคลแล้ว, โชว์มังกรทองยักษ์ บนจอ “เดอะ พาโนรามิก” อินเทอร์แอ็กทีฟ ดิจิทัล ที่ใหญ่ที่สุดในโลก, เสริมความมงคลกับ อ.จิตรา ก่อนันทเกียรติ นักสะสมความรู้เรื่องจีนมายาวนานกว่า 30 ปี จะมาทำพิธีเบิกเนตรมังกรเชิญชวนให้ประชาชนมาลอดท้องเสริมความมงคล พร้อมแนะนำวิธีปฏิบัติตัวสู่ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ในปีหมู

โชว์เชิดสิงโตคณะคุณเซ็งเค็ง

     ที่พลาดไม่ได้คือการโชว์ “เชิดสิงโต” คณะคุณเซ็งเค็ง จากประเทศมาเลเซีย การันตีด้วยรางวัลแชมป์โลกหลายเวทีที่จะมาแสดงการเชิดสิงโตกระโดดโลดแล่นบนเสาดอกเหมยประดับไฟแอลอีดี, พบกับ “เดอะ เวิลด์ ออฟ แลนเทิร์น” โชว์โคมไฟแห่งความรุ่งโรจน์ชัชวาลตระการตา สูงกว่า 10 เมตร สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง พร้อมด้วยแสง สี เสียง ตระการตา ทั้งเหล่าเทวดานางฟ้าที่โบยบินบนท้องนภา ร่ายรำด้วยลีลาอันอ่อนช้อย เพื่อโปรยปรายความสุขจากสรวงสวรรค์ลงมาสู่พื้นดินให้ทุกท่านได้จับจ่าย ไหว้ กิน เที่ยว ครบจบในที่เดียว ระหว่างวันที่ 29 มกราคม–5 กุมภาพันธ์นี้

นิทรรศการกลุ่มครั้งใหญ่ที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/358830

นิทรรศการกลุ่มครั้งใหญ่ที่สุด

วันที่ 14 มกราคม 2562 – 19:00 น.
หริธร อัครพัฒน์,บาร์,นภัส ลีฬหพงศ์,อะไรเนี่ย แผลบแผลบ ก็สิบปีแล้ว,แกลเลอรี่ซีสเคป,มอร์ ออร์ เลส,ไมเคิล จานัวริโอ,อีโมชั่น ไดอารี่ 3652018
เปิดอ่าน 459 ครั้ง

นิทรรศการครั้งใหญ่ที่รวบรวมกว่า 98 นิทรรศการ จาก 101 กิจกรรมทางศิลปะมาไว้ที่นี่

** นิทรรศการ “บาร์” โดย หริธร อัครพัฒน์ ถ่ายทอดข้อเท็จจริงแห่งการดำรงอยู่ของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนความคิดรากเหง้าเชิงพุทธศาสนาและปรัชญาแห่งการดำรงอยู่ของเขา สร้างสรรค์ภาพที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของประกายอันเงียบสงบ และความสอดประสานกลมกลืนอันรุ่มรวยล้นเหลือ ชมได้ตั้งแต่วันนี้-10 กุมภาพันธ์ ที่ Toot Yung Art Center จ.เชียงใหม่ (เว้นวันจันทร์)

นิทรรศการ “อิโมชั่น ไดอารี่ 365.2018”

          ** นิทรรศการ “อีโมชั่น ไดอารี่ 365.2018” โดย นภัส ลีฬหพงศ์ นำเสนอผลงานร่วมสมัยที่ได้รับแรงบันดาลใจซึ่งสังเคราะห์มาจากอุปนิสัยของศิลปิน โดยนำมาจากจิตใต้สำนึก ด้วยวิธีการนำความรู้ทางจิตวิทยามาประยุกต์ใช้กับรูปแบบการสร้างสรรค์ที่อิสระไม่ยึดติดรูปธรรม จัดแสดงวันนี้-24 มกราคม ที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นิทรรศการ “อะไรเนี่ย แผลบแผลบ ก็สิบปีแล้ว”

          ** นิทรรศการกลุ่มครั้งใหญ่ที่สุดของแกลเลอรี่ซีสเคป “อะไรเนี่ย แผลบแผลบ ก็สิบปีแล้ว” ด้วยการรวบรวม 98 นิทรรศการ จาก 101 กิจกรรมทางศิลปะที่เคยเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้บันทึกไว้ในฐานะบทบาทหน้าหนึ่งทางประวัติศาสตร์ศิลปะของเชียงใหม่ วันนี้-13 กุมภาพันธ์ ที่แกลเลอรี่ ซีสเคป จ.เชียงใหม่ (เว้นวันจันทร์)

          ** นิทรรศการ “มอร์ ออร์ เลส” โดย ไมเคิล จานัวริโอ ผู้ชมชาวไทยจะได้เห็นถึงการเปรียบเทียบที่ใกล้เคียงกันของวิธีการดำเนินการของศิลปินข้างถนนในประเทศไทยและโปรตุเกส และอุปสรรคที่พวกเขามีอุดมการณ์ร่วมเพื่อการต่อต้าน ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดเสรีภาพของสื่อ อำนาจรวบรัดของผู้บริหารประเทศ ฯลฯ จัดแสดงวันนี้-10 กุมภาพันธ์ ที่ดับเบิ้ลยูทีเอฟ แกลเลอรี่ สุขุมวิท 51 (เว้นวันจันทร์)

สานต่อโครงการเชิดชูผู้ทำงานศิลปหัตถกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/358827

สานต่อโครงการเชิดชูผู้ทำงานศิลปหัตถกรรม

วันที่ 14 มกราคม 2562 – 13:53 น.
ศิลปหัตถกรรม,ครูศิลป์ของแผ่นดิน,ครูช่างศิลปหัตถกรรม,ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม,ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ องค์การมหาชน,ศิลปหัตถกรรม คมชัดลึก
เปิดอ่าน 549 ครั้ง

เฟ้นหาบุคคลที่มีองค์ความรู้ภูมิปัญญาทักษะฝีมือเชิงช่างในงานศิลปหัตถกรรม

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT สานต่อโครงการเชิดชูผู้ทำงานศิลปหัตถกรรม คัดสรรเป็น ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2562 ด้วยการเฟ้นหาบุคคลที่มีองค์ความรู้ภูมิปัญญาที่สืบทอดมาแต่ดั้งเดิมมีทักษะฝีมือเชิงช่างในงานศิลปหัตถกรรมจากทั่วประเทศกว่า 300 ราย คัดสรรผู้ที่มีทักษะฝีมือในงานศิลปหัตถกรรม มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ และมีผลงานโดดเด่น เตรียมประกาศเชิดชูเกียรติ พร้อมนำสุดยอดผลงานจัดแสดงภายใน “งานอัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 10” ระหว่างวันที่ 31 มกราคม-3 กุมภาพันธ์นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

อัมพวัน พิชาลัย

 อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ หรือ SACICT เห็นถึงคุณค่าในตัวบุคคลผู้อนุรักษ์และสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยความอุตสาหะ รักษาคุณค่าภูมิปัญญาดั้งเดิมในศาสตร์และศิลป์เชิงช่าง ด้วยความหวงแหนในสมบัติของบรรพบุรุษ ซึ่งงานหัตถกรรมบางประเภทก็มีแนวโน้มที่จะสูญหายไปจากวิถีชีวิตและสังคมไทยในปัจจุบัน บางประเภทก็นับวันเหลือผู้ที่สนใจสืบสานงานฝีมือเชิงช่างน้อยลงไปทุกที

“ทางเราจึงให้ความสำคัญกับการที่จะอนุรักษ์ รักษาคุณค่าภูมิปัญญา ทักษะฝีมือและองค์ความรู้เชิงช่างที่อยู่ในตัวบุคคล ที่ถือได้ว่าเป็นสมบัติอันมีค่าที่สุดเหล่านี้ ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา และส่งต่อไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน คนรุ่นหลังได้เห็นคุณค่า เกิดเป็นแรงบันดาลใจในการช่วยกันอนุรักษ์ รักษา สืบสานต่อ ในขณะเดียวกัน ก็ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาต่อยอดผสมผสานด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม และแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ พัฒนาต่อยอดสู่ความร่วมสมัยและสมัยนิยมอันจะนำไปสู่การสร้างโอกาสทางการตลาดในเชิงพาณิชย์ต่อไปได้และด้วยความสำคัญนี้ เราจึงมีการดำเนินกิจกรรมคัดสรร และเชิดชูเกียรติบุคคลที่ทรงคุณค่าเหล่านี้ใน 3 สถานะ ประกอบด้วย ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา” ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าว

สำหรับการเตรียมการสรรหาบุคคลเพื่อที่จะเชิดชูเป็น ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ในปี 2562 นี้ ให้ความสำคัญกับกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคลที่ถือเป็นสุดยอดฝีมือ ได้เริ่มจากการสรรหาบุคคลจากทั่วประเทศ เป็นที่น่ายินดีในปีนี้ มีจำนวนผู้ที่เสนอชื่อเข้าร่วมการคัดสรรทั้ง 3 ประเภทบุคคลจากทั่วประเทศมากกว่า 300 ราย ในหลากหลายประเภทผลงานศิลปหัตถกรรม เช่น เครื่องทอ เครื่องกระดาษ เครื่องไม้ เครื่องดิน เครื่องโลหะ เครื่องจักสาน เป็นต้น แต่ละคนล้วนแล้วมีผลงานที่น่าสนใจทั้งสิ้น

ทั้งนี้การพิจารณาคัดสรรบุคคลที่สมควรได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรมประจำปี 2562 จะพิจารณาโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีการแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในงานศิลปหัตถกรรมหลากหลายแขนง และในแต่ละปีคณะกรรมการ จะทำงานกันอย่างหนักมาก เพื่อร่วมพิจารณาคัดสรรบุคคลผู้มีฝีมือ โดยจะให้ความสำคัญในเรื่องของบุคคลผู้มีทักษะฝีมือ และผู้ที่เปี่ยมด้วยองค์ความรู้ภูมิปัญญาที่สะท้อนผ่านผลงานอันทรงคุณค่า งดงาม น่าประทับใจ ที่เป็นที่สุดของงานแขนงนั้นๆ จริงๆ โดยผู้ที่ได้รับการคัดสรรเป็นที่สุดของสุดยอดฝีมือแล้ว SACICT จะประกาศเชิดชูเกียรติ พร้อมทั้งนำผลงานที่สะท้อนตัวตนของผู้ได้รับการเชิดชูทุกท่าน นำมาจัดแสดงให้ได้ชื่นชมภายในงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 10” ประจำปี 2562 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หรือสนใจติดตามได้ที่ http://www.sacict.or.th และhttps://www.facebook.com/sacict/

ความในใจ ‘บุรุษไปรษณีย์ปัตตานี’ ในพื้นที่สีแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/357998

ความในใจ ‘บุรุษไปรษณีย์ปัตตานี’ ในพื้นที่สีแดง

วันที่ 7 มกราคม 2562 – 12:27 น.
ไปรษณีย์,ปาริ แวอิซอ,ปัตตานี,พื้นที่สีแดง,วัฒนธรรม,อัสลามุไลกุม,แขกประจำบ้าน,พุทธ,มุสลิม,ชีวิต,อันตราย
เปิดอ่าน 1,255 ครั้ง

แม้พื้นที่ดังกล่าวจะมีความรุนแรงจากการต่อสู้ปะทะกันระหว่างสองฝ่าย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยนและความผูกพันของชาวบ้านที่มีให้แก่กัน

   ‘อัสลามุไลกุม ไปรษณีย์ครับ’ คำทักทายที่อาจฟังไม่คุ้นหูคนทั่วไป แต่เป็นที่คุ้นชินสำหรับ ‘ชาวปัตตานี’ ซึ่งจะรู้ได้ทันทีว่าผู้มาเยือนไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือบุรุษไปรษณีย์ “แขกประจำบ้าน” ผู้ทำหน้าที่เสมือนทูตสัมพันธไมตรีระหว่างไปรษณีย์ไทยกับประชาชน ทั้งยังเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของไปรษณีย์ในการทำหน้าที่ส่งจดหมายให้แก่ผู้คนมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ

ปาริ แวอิซอ

 ปาริ แวอิซอ หนุ่มใหญ่วัย 49 ปี หนึ่งในบุรุษไปรษณีย์ผู้ประจำการอยู่ในเขตจังหวัดปัตตานี ทุกๆ วัน เขาจะทำหน้าที่นำจ่ายพัสดุและจดหมายตามบ้านต่างๆ ที่ระบุหน้าซอง บนเส้นทางปฏิบัติงานเป็นเขตพื้นที่อันตรายหรือ ‘พื้นที่สีแดง’ ที่มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ก่อการร้ายและเจ้าหน้าที่ ซึ่งหมายถึง “ปาริ” คือบุรุษไปรษณีย์ที่เสี่ยงชีวิตทุกวันเพื่อนำส่งจดหมายและพัสดุให้ถึงมือผู้รับ และวันนี้เขาได้ถ่ายทอดภาพวิถีชีวิตอันงดงามพร้อมเรื่องเล่าน่าประทับใจสู่ผู้คนทั่วไป

มอเตอร์ไซค์คู่ใจ ไปไหนไปกัน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะคู่ใจของบุรุษไปรษณีย์ที่ปรากฏกายคู่กันเสมอ เรียกได้ว่าบุกป่าฝ่าฟันไปด้วยกันทุกที่เลยทีเดียว ย้อนกลับไปเมื่อปี 2538 ขณะที่ปาริเป็นเพียงพนักงานนำจ่ายหน้าใหม่ แต่ต้องทำหน้าที่ส่งจดหมายและพัสดุให้ถึงมือผู้รับ การลงพื้นที่แต่ละครั้งจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยวิทยาการสมัยนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีช่วยนำทางใดๆ เหมือนสมัยนี้ การจะเดินทางไปบ้านเลขที่ตามจ่าหน้าซองจึงต้องอาศัยความจำเพียงอย่างเดียว ดังนั้นการหลงทางจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ปาริเล่าว่าสมัยทำงานแรกๆ ถึงขั้นฝันถึงบ้านเลขที่เลยทีเดียว แต่ถึงจะอย่างไรมอเตอร์ไซค์คู่ใจนี้ก็ทำหน้าที่พาไปและพากลับจนทำให้ปัจจุบันนี้เพียงแค่เห็นเลขที่บ้านอย่างเดียวก็รู้ได้เลยว่าอยู่ที่ไหนและไปอย่างไร

24 ปีกับ ‘พื้นที่สีแดง’

จ.ปัตตานี เป็นหนึ่งใน ‘พื้นที่สีแดง’ ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ที่ทุกคนทราบดีว่าการย่างกรายไปที่ใดนั้นคือความเสี่ยง แต่ด้วยอาชีพบุรุษไปรษณีย์ทำให้ปาริไม่สามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางแสนอันตรายนี้ได้ บ่อยครั้งที่ชีวิตของเขาคาบเกี่ยวกับสถานการณ์อันน่ากลัวจนเรียกได้ว่า ‘เฉียด’ ความตายแบบเส้นยาแดงผ่าแปด เช่น เหตุการณ์เมื่อปี 2545 ขณะออกปฏิบัติหน้าที่ปาริได้พูดคุยทักทายกับหน่วยทหารลาดตระเวนในพื้นที่ แต่คล้อยหลังไปเพียงครู่เดียวเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวถูกระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัส จุดเดียวกับที่เขาได้สนทนาเมื่อสักครู่นี้เพียงไม่กี่นาที เหตุการณ์นั้นเป็นเพียงหนึ่งในร้อยที่เขาประสบมาตลอดระยะเวลา 24 ปีของการเป็นบุรุษไปรษณีย์บนพื้นที่สีแดง แม้หลายครั้งจะทำให้รู้สึกกลัวแต่ก็ไม่อาจทำให้ละทิ้งความรับผิดชอบต่อหน้าที่ไปได้ ด้วยหัวใจหลักของการทำงานคือส่งให้ถึงมือผู้รับ

ต่างวัฒนธรรม-ศาสนา อยู่ร่วมกันได้

มุมสงบ

เครื่องแบบไปรษณีย์คือเสื้อเกราะชั้นดีที่สุด

 “บุรุษๆ อย่าไปเลย ข้างหน้าเขายิงกันอยู่” เสียงร้องเตือนจากชาวบ้านตะโกนบอกปาริที่กำลังมุ่งหน้าไปส่งจดหมายการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ก่อการร้ายไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับคนที่นี่ แต่กระนั้นก็ยังต้องเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไม่ทันตั้งตัว สำหรับนายปาริ ผู้ใช้เวลาค่อนวันหมดไปกับการเดินทางไปยังที่ต่างๆ แล้ว สิ่งเดียวที่เป็นเครื่องคุ้มกันเขาจากความเสี่ยง คือเครื่องแบบไปรษณีย์ และคำทักทาย ‘อัสลามุไลกุม ไปรษณีย์ครับ’ เพื่อแสดงเจตนาของผู้มาเยือน เครื่องแบบที่แสดงถึงบทบาทของบุรุษไปรษณีย์อย่างชัดเจนจึงกลายเป็นเสื้อเกราะตัวเก่งที่ห่อหุ้มปาริให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัยตลอด 24 ปีที่ผ่านมา

สีสันปัตตานี

ไม่เปลี่ยนใจ อย่างไรก็ปัตตานี

การปฏิบัติหน้าที่ในเขตอันตรายเคยเป็นเรื่องน่าขยาดสำหรับปาริ แต่วันนี้มุมมองต่อปัตตานีพื้นที่สีแดงที่เขาคลุกคลีมาเป็นเวลากว่า 20 ปี ได้เปลี่ยนไป แม้พื้นที่ดังกล่าวจะมีความรุนแรงจากการต่อสู้ปะทะกันระหว่างสองฝ่าย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยนและความผูกพันของชาวบ้านที่มีให้แก่กัน เหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ปาริตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะทำหน้าที่บุรุษไปรษณีย์แดนใต้นี้ไปจนกว่าจะเกษียณอายุ นอกจากปณิธานในการทำหน้าที่บุรุษไปรษณีย์แล้ว ปาริยังตั้งใจนำเสนอความสวยงามอีกด้านของปัตตานีที่เขาได้สัมผัสในระหว่างเส้นทางนำจ่ายผ่านภาพถ่ายเพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงความสุขทุกครั้งในการลงพื้นที่ปฏิบัติงาน

เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

 ผลตอบแทนสำหรับบุรุษไปรษณีย์เช่น ปาริ ไม่ใช่แค่เงินเดือน หากแต่เป็นรอยยิ้มและน้ำใจเล็กน้อยจากชาวบ้านที่กลายเป็นครอบครัวใหญ่ไปแล้วสำหรับเขาเหล่านี้ล้วนมีมูลค่ากว่าเม็ดเงินที่เขาได้รับในแต่ละเดือนและเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ปาริยังทำหน้าที่ส่งจดหมายและพัสดุในเส้นทางที่น้อยคนไม่กล้าจะย่างกรายไม่เพียงแต่ ปาริ แวอิซอ ที่มุ่งมั่นในการให้บริการส่งจดหมายและพัสดุในพื้นที่เสี่ยงแต่ยังมีบุรุษไปรษณีย์อีกหลายสิบท่านในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยึดมั่นในหัวใจให้บริการอย่างไม่ย่อท้อเพื่อการให้บริการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่