Life & Health : เตรียมเติมสุขภาพดี…รับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311138

x

Life&Health : เตรียมเติมสุขภาพดี…รับปีใหม่

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปีเก่ากำลังจะผ่านพ้นไปแล้ว ปีใหม่ก้าวเข้ามา เป็นธรรมดาที่อายุจะเพิ่มขึ้นตาม หากยังเป็นเด็กหรือหนุ่ม-สาวคงไม่รู้สึกอะไร แต่สำหรับยุคของการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย สุขภาพนับเป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรละเลย ดังนั้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังใกล้เข้ามานี้ หลายคนคงตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ ด้วยการหันมาดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง วันนี้มีเคล็ดลับเติมเต็มสุขภาพดีด้วยตัวเองจาก พญ.จิตสุดา บัวขาว อายุรแพทย์ มาฝากเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ ดังนี้..

โภชนาการดี ปัจจุบันมีอาหารจั๊งก์ฟู้ด อาหารปนเปื้อนและอาหารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอยู่มาก เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งช่วยหล่อเลี้ยงร่างกายและสมองของเราให้ทำงานได้ดีขึ้น จึงควรหันมาใส่ใจเลือกกินอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม เน้นประเภทผักและผลไม้ต่างๆ ให้ครบ 5 สี เพราะนอกจากจะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมายแล้ว ยังมีสารพฤกษเคมีที่ให้คุณประโยชน์และมีสารต้านอนุมูลอิสระแตกต่างกันออกไป พร้อมหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงและอาหารมีรสเค็มจัด

น้ำ ผู้ช่วยที่ถูกลืม ขบวนการทั้งหลายในร่างกายของเราต้องพึ่งน้ำในการทำงาน แต่มีคนไม่น้อยที่ยังดื่มน้ำไม่เพียงพอ ดังนั้นเราควรดื่มให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ด้วยการใช้วิธีวางแก้วน้ำไว้ใกล้ๆ มือขณะทำงานหรือพกขวดน้ำติดตัว เพื่อจะได้มีน้ำเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะช่วยให้สดชื่นตลอดวัน ส่วนการดื่มชา และกาแฟ แม้จะช่วยกระตุ้นให้คุณมีพลังในการทำงาน แต่มันก็ทำให้ร่างกายคุณสูญเสียน้ำได้

จัดสรรเวลาในการพักผ่อน เพราะมนุษย์เราไม่ใช่เครื่องจักร ควรจะมีเวลาให้ร่างกายและจิตใจได้หยุดพักและผ่อนคลายเสียบ้าง และการนอนหลับอย่างมีคุณภาพจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รวมทั้งช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ได้ดีขึ้น ทำให้สมองปลอดโปร่ง สดชื่น สดใสตลอดทั้งวัน ไม่เครียดง่าย ซึ่งถือเป็นการชาร์จพลังที่ดีวิธีหนึ่ง

มาออกกำลังกายกันเถอะ เลิกมีข้ออ้างต่างๆ นานาไม่ว่าจะเป็น ไม่มีเวลา มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ฯลฯ เพราะอย่างน้อยคุณควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ เช่น วิ่ง เดินเร็ว ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก สัปดาห์ละ 3-5 ครั้งครั้งละ 30 นาที นอกจากจะช่วยลดความเครียดและเพิ่มฮอร์โมนความสุขแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า หน้าตาสดใสแถมผิวพรรณยังเปล่งปลั่งอีกด้วย

ลดเครียดลงบ้างดีกว่า เมื่อรู้ตัวว่ากำลังเครียดต้องรีบปรับเปลี่ยนอารมณ์ไม่ให้ติดกับความเครียดนานเกินไป ด้วยการปล่อยวางความคิด หรือหยุดการทำงานตรงหน้าสักพัก แล้วหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ ผ่อนออกช้าๆ จะช่วยให้จิตใจสงบได้เร็วขึ้น นอกจากนั้นควรพยายามหาความเพลิดเพลินให้กับตัวเองด้วยการออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ปลูกต้นไม้ ดูหนัง ฯลฯ เพื่อความรู้สึกเพลิดเพลิน สมองปลอดโปร่งและช่วยให้ร่างกายและจิตใจของคุณผ่อนคลายได้โดยอัตโนมัติ

ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกิน พฤติกรรมตามใจปาก หรือการรับประทานอาหารที่มีไขมันหรือให้พลังงานสูงมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ นอกจากจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแล้วยังก่อให้เกิดโรคอ้วนตามมา การรักษาสมดุลของพลังงานที่กินเข้าไป และทำกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน เช่น เดินขึ้น-ลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ ทำความสะอาดบ้าน ทำสวน ช่วยให้คุณเป็นคนใหม่ที่มีรูปร่างสมส่วน แถมช่วยมีความกระฉับกระเฉงเพิ่มขึ้นอีกด้วย

จัดเวลาให้เหมาะสม พวกบ้างาน ทำงานหามรุ่งหามค่ำ มีแนวโน้มจะเครียด เหนื่อยล้า อาหารไม่ย่อย ปวดหัวเป็นประจำ มากกว่าคนที่มีความสมดุลของงานและชีวิตส่วนตัว คุณจะต้องคำนึงถึงลิมิตของร่างกายตัวเองบ้าง โดยต้องรู้จักแบ่งเวลาทำงาน เพื่อพักความวุ่นวายจากภารกิจประจำวัน หยุดพักชีวิตจากเทคโนโลยี พร้อมกับหาเวลาพักผ่อนในสถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ เช่น สวนสาธารณะ หรือเดินทางไปพักผ่อนต่างจังหวัดบ้าง รับรองว่าคุณจะรู้สึกสบายทั้งกายและใจขึ้นมาเลยทีเดียว

เช็คอัพร่างกายประจำปี หลายคนมักเข้าใจผิดว่าถ้าแข็งแรงดีก็ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพเพราะไม่น่าจะมีโรคอะไร แต่หารู้ไม่ว่าโรคบางโรคอาจไม่แสดงอาการ ถ้าไม่ตรวจก็จะไม่รู้ หรืออย่างที่โบราณว่าไว้ “กันไว้ดีกว่าแก้” การไปพบแพทย์จะช่วยให้คุณรู้จักการป้องกันโรคต่างๆ หรืออาจจะเป็นการรักษาโรคที่คุณเป็นอยู่เสียตั้งแต่เนิ่นๆ หากผลการตรวจออกมาว่าปกติก็ยังจำเป็นที่เราต้องดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมอยู่ตลอด

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นนี้ ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป เพียงแค่มีความตั้งใจและลงมือทำเท่านั้น เท่านี้คุณก็จะกลายเป็นคนใหม่ที่มีจิตใจแจ่มใสเบิกบาน มีพลังพร้อมไปกับการมีสุขภาพที่ดีกว่าเดิมรับปีใหม่ที่จะมาถึงนี้…สวัสดีปีใหม่ 2561

ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

Life & Health : ‘บันทึกยาที่ใช้…ปลอดภัยต่อเนื่อง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308365

Life&Health : ‘บันทึกยาที่ใช้…ปลอดภัยต่อเนื่อง’

Life&Health : ‘บันทึกยาที่ใช้…ปลอดภัยต่อเนื่อง’

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.29 น.

ในปัจจุบันคนไทยมีอายุยืนยาวขึ้น กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีประมาณการณ์ว่าสัดส่วนผู้สูงอายุของประชากรไทย จะเพิ่มขึ้นถึง 17% ในปี 2563 แต่เมื่อสูงวัยขึ้นมักจะมีโรคต่างๆ ที่ตามมาโดยเฉพาะพวกโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ และเบาหวาน โดยมีผู้ป่วยเพียงบางส่วนที่รู้ตัวและได้รับการรักษา และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแต่ควบคุมไม่ได้ก็มีจำนวนไม่น้อย ผู้ป่วยโรคเรื้อรังเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ยารักษาเป็นประจำและต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก ภญ.จันทิมา โยธาพิทักษ์ ผู้ช่วยนายกสภาเภสัชกรรม ฝ่ายวิชาการ แนะนำว่า ผู้ที่ต้องใช้ยาเป็นประจำควรมี “สมุดบันทึกยา” พกไว้ติดตัว ซึ่ง “สมุดบันทึกยา”คือ สมุดที่บันทึกรายการยาที่ผู้ป่วยต้องใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นยาที่ได้จาก โรงพยาบาล ร้านยา คลินิก ศูนย์บริการสาธารณสุข หรือ สถานพยาบาลอื่นๆ ในสมุดบันทึกยานอกจากจะมีรายการยาทั้งหมดที่ผู้ป่วยได้รับแล้ว ยังมีการบันทึกรายละเอียดที่สำคัญของผู้ป่วยไว้ เช่น อายุ น้ำหนักตัว ส่วนสูง รวมทั้งประวัติการแพ้ยา อาการข้างเคียงของยาที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้แพทย์หรือเภสัชกร สามารถส่งต่อข้อมูลเรื่องยา และเลือกจ่ายยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโดยไม่มีปัญหากับยาที่ผู้ป่วยใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการได้รับยาซ้ำซ้อน ยาตีกันหรือแพ้ยาซ้ำ รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยจากการใช้ยาให้แก่ผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ในภาวะฉุกเฉิน หรือเมื่อเกิดวิกฤติภัย สมุดบันทึกยาที่พกติดตัวไว้ ยังสามารถช่วยให้ผู้ป่วยที่ไม่มีโอกาสไปรับการรักษาในสถานพยาบาลเดิม สามารถรับยาจากหน่วยบริการอื่นได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้หากมีการไปพบแพทย์หลายๆ โรงพยาบาลหรือคลินิก อาจทำให้ผู้ป่วยได้รับยาชนิดเดียวกันจนเกิดการรับประทานยาซ้ำซ้อน หรือเกิด “การตีกัน” ของยา ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงแก่ผู้ป่วยได้ การไปพบแพทย์หรือเภสัชกรจึงควรมีรายการยา หรือนำยาที่กำลังใช้อยู่ทุกชนิดไปด้วยทุกครั้ง เพื่อให้เภสัชกรพิจารณาว่ามียาที่รับประทานซ้ำซ้อนกันหรือไม่ หรือมียาชนิดใดที่ตีกันหรือไม่ จะได้หาทางแก้ไขและป้องกัน เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากการใช้ยา

ข้อควรปฏิบัติเพื่อลดปัญหาจากการใช้ยา

l ต้องรู้จักชื่อยาและความแรงของยาที่ใช้

l มีประวัติแพ้ยาต้องแจ้งแพทย์ เภสัชกรทุกครั้งเมื่อมารับการรักษา

l ถ้ามียา สมุนไพร อาหารเสริมที่ต้องใช้เป็นประจำควรบันทึกไว้ในสมุดบันทึกยา และให้แพทย์ หรือเภสัชกรดูทุกครั้งเมื่อมารับการรักษา

l ก่อนใช้ยา ควรอ่านฉลากยาอย่างละเอียด และไม่ควรกินยาของคนอื่น การไม่อ่านฉลากยา และใช้ยาผิด อาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ หากมีข้อสงสัย ให้ปรึกษาเภสัชกรทุกครั้ง

l ใช้ยาตามคำแนะนำในฉลากยา

l ผู้ป่วยที่มีภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรแจ้งเภสัชกรทุกครั้งที่รับยา เพื่อให้เภสัชกรพิจารณาความเหมาะสมของยา และผลของยาที่อาจมีต่อบุตรในครรภ์หรือบุตรที่ได้รับนมแม่

l ภายหลังที่ใช้ยาที่ไม่เคยรู้จัก หรือใช้เป็นครั้งแรกให้หมั่นสังเกตตัวเอง ถ้าพบความผิดปกติสงสัยแพ้ยาให้รีบกลับมาพบแพทย์หรือปรึกษาเภสัชกรใกล้บ้าน

นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ป่วยและประชาชนผู้ใช้ยา ควรดูแลบันทึกการใช้ยาของตนเองเพื่อความปลอดภัย รวมถึงการบันทึกรายการยา สมุนไพร อาหารเสริม ที่ประชาชนหาซื้อมาใช้เองเพิ่มเติม เพื่อให้มีบันทึกยาที่สมบูรณ์พอที่จะเป็นเครื่องมือในการป้องกันอันตรายจากยาและช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ยาอย่างแท้จริง หากมีปัญหาเรื่องการใช้ยาหรือสมุนไพรให้ปรึกษา…เภสัชกร

ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

เลขาธิการ สภาเภสัชกรรม