ผลงานสุดพิเศษครั้งนี้กำกับการแสดงโดย Jonathan Glazer และถ่ายภาพโดย Mario Sorrenti Adam Driver ที่ลึกลับและชอบการผจญภัยตั้งอยู่ท่ามกลางความงามอันน่าเกรงขามของธรรมชาติ อดัมรวบรวมจิตวิญญาณของน้ำหอม เปิดรับเสรีภาพในการแสดงออกและความงามของความขัดแย้ง อาทิ ความแข็งแกร่งแต่ละเอียดอ่อน ทรงพลังแต่อ่อนโยน แข็งแรงและสร้างสรรค์
ซึ่งภายในงานยังเต็มไปด้วยนาฬิกาอีกหลากหลายแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็น Breitling, Maurice Lacroix, Oris, Frederique Constant, Mido, Tissot, Hamilton, Luminox, Salvatore Ferragamo, Seiko, Citizen, Issey Miyake, Casio, Guess, Emporio Armani, Apple Watch และ Beauty Gem พร้อมพบกับโซนใหม่ล่าสุด Smart Watch Zone เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ และผู้ที่ชื่นชอบความทันสมัย และสายรักสุขภาพ โดยพบการเปิดตัว สมาร์ทวอทซ์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple และ Garmin รวมทั้งแบรนด์อื่นๆ อาทิ Suunto, Fibit, Samsung, Huawei นอกจากนี้ยังมี Gadget Zone ที่รวบรวมอุปกรณ์ล้ำสมัยเช่น หูฟัง และลำโพง ที่เชื่อมต่อแบบบลูทูธจากแบรนด์ดัง อาทิ Segway, Marshall, Bang & Olufsen, Bose อีกด้วย
ซึ่งงานยังมาพร้อมกับ 7 ข้อเสนอที่ดีที่สุดของปี ที่ไม่ควรพลาด! และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมความสะดวกในการช้อปผ่านหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งที่ดีที่สุดของ “Central Bring You The Best ครบทุกสิ่งที่ดีที่สุด” ทั้ง Central App, เว็บไซต์ www.central.co.th, Central Chat & Shop ช้อปผ่านแชต Line Official @centralofficial, Central Personal Shopper On Demand โทร. 1425 โดยลูกค้าสามารถชมสินค้าที่ต้องการได้แบบเรียลไทม์ ผ่าน Video Call เสมือน Live Shopping กับผู้ช่วยช้อปส่วนตัว หรือช้อปผ่าน live และ Inbox ที่เฟซบุ๊กเพจ www.facebookcom/CentralDepartmentStore
Empathy ความเข้าใจลูกค้า พนักงานทุกคนจะต้องถูกเทรนด์ให้มองเห็นลูกค้าเหมือนเป็นคนในครอบครัวระวิภา จะไม่เลือกขายของที่แพงที่สุดให้กับลูกค้า แต่จะแนะนำสิ่งที่ดีและเหมาะสมที่สุด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกคนอย่างแท้จริง ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ทางระวิภาต้องใช้ช่องทางออนไลน์ในการดูแลลูกค้า ทางแบรนด์ได้มีการทำ Video Call Shopping ในรูปแบบของ Visual ที่ลูกค้าสามารถมาสั่งซื้อสินค้า และพูดคุยกับพนักงานขายได้ เสมือนไปซื้อสินค้าจากหน้าร้าน รวมถึงการ Live และมีพนักงานคอยให้บริการตอบคำถามลูกค้าอยู่ตลอดเวลา
Word of Mouth การตลาดที่ได้ผลดีที่สุด และใช้งบน้อยที่สุด โดยระวิภา เผยว่า กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบสร้อยข้อมือ มักจะบอกต่อถึงผลลัพธ์หลังสวมใส่สร้อยข้อมือของแบรนด์ให้กับคนใกล้ตัว หรือคนรู้จัก จึงเกิด Word of Mouth ที่คนพูดถึงแบบปากต่อปากเอง และสามารถสร้างคอมมูนิตี้ให้กับแบรนด์ จนเกิดยอดการสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องได้
วันที่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 16:40 น.ครั้งแรกในเอเชีย! ADRIAN CHENG และ CARINE ROITFELD เตรียมเนรมิต SAVOIR-FAIRE: THE MASTERY OF CRAFT IN FASHION นิทรรศการการเดินทางอันแสนพิเศษของสุดยอดงานฝีมือจากดีไซน์เนอร์และแฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลก
สายแฟชั่นตั้งตารอเตรียมพบกับ Savoir-Faire: The Mastery of Craft in Fashion นิทรรศการแฟชั่นสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในเอเชีย! ซึ่งจัดแสดงผลงานอันงดงามตระการตาของงานฝีมือสุดประณีตที่ได้รับการอนุรักษ์และสืบทอดมาอย่างยาวนานจากหลากหลายแฟชั่นแบรนด์ดังและดีไซเนอร์ระดับโลก พร้อมด้วยชิ้นงานมาสเตอร์พีซจากดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่และผลงานหายากจาก K11 Craft & Guild Foundation โดยนิทรรศการนี้เป็นผลงานความร่วมมือครั้งล่าสุดจาก 2 ผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นและศิลปะอย่าง Adrian Cheng (เอเดรียน เชง) และ Carine Roitfeld (คารีน รอยท์เฟลด์) พร้อมเผยโฉมให้เข้าชมตั้งแต่ 13 ธันวาคม 2021 – 14 กุมภาพันธ์ 2022 ณ K11 Art and Culture Centre โครงการ Victoria Dockside ฮ่องกง
นิทรรศการในครั้งนี้ รังสรรค์และคัดเลือกผลงานทุกชิ้นอย่างพิถีพิถันโดยฝีมือของ Carine Roitfeld แฟชั่นสไตลิสต์และบรรณาธิการระดับโลก ซึ่งภายในงานผู้เข้าชมจะเสมือนได้ร่วมเดินทางท่องไปบนหน้าบทบรรณาธิการแฟชั่นของ Carine Roitfeld พร้อมสัมผัสผลงานหายากอันทรงเสน่ห์และละเมียดละไมจากแบรนด์ระดับโลกมากมาย อาทิ Balenciaga, Chanel, Christian Dior, Givenchy, Iris van Herpen, Loewe, Louis Vuitton, Tom Ford และ Valentino และเหล่าดีไซเนอร์คนดัง อาทิ Richard Quinn และ Tom Van der Borght นอกจากนี้ยังมีชิ้นงานที่ไม่ซ้ำแบบใครจากคอลเลคชั่นส่วนตัวของ Carine Roitfeld ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน
Adrian Cheng ผู้ก่อตั้ง K11 Craft & Guild Foundation กล่าวว่า “ด้วยความเข้าใจในงานหัตถศิลป์ การถ่ายทอดประเพณี ความคิด และเทคนิคระหว่างสังคมและวัฒนธรรม แฟชั่นได้สร้างความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในการเชื่อมโยงและการแลกเปลี่ยนนี้ขึ้น ผมตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับ Carine Roitfeld เพื่อนำเสนอนิทรรศการงานฝีมืออันทรงพลังในครั้งนี้ ดังนั้นเราคงจะได้ร่วมกันเฉลิมฉลองนวัตกรรมสำหรับอนาคตนี้ร่วมกัน ด้วยการนำนิทรรศการที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้มาสู่เอเชียเป็นครั้งแรกเพื่อฟื้นฟูภูมิทัศน์วัฒนธรรมของฮ่องกงต่อไป”
การเปิดตัวนิทรรศการครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นงานระดับโลก โดย Adrian Cheng และ Carine Roitfeld จะเป็นเจ้าภาพเฉลิมฉลองการเปิดงานในเมืองบ้านเกิดของพวกเขา ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ซึ่ง Roitfeld จะเป็นเจ้าภาพจัดงานที่ Hôtel de Crillon ณ โรงแรม Rosewood ในกรุงปารีส ในขณะเดียวกัน Cheng จะจัดงานเปิดตัวในชื่อ ‘K11 NIGHT’ ที่ทางเดินริมน้ำ Victoria Dockside อันเป็นสัญลักษณ์ของฮ่องกง ซึ่งสนับสนุนโดย UBS AG Cheng และทั้งสองคนเฉลิมฉลองข้ามทวีปด้วยกันผ่านการสตรีมสดเสมือนจริง ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นของนิทรรศการอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ การประมูลเพื่อการกุศลจะจัดขึ้นที่งานเปิดตัวในฮ่องกงอีกด้วย โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปบริจาคให้กับ UNESCO และ K11 Craft & Guild Foundation เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูงานฝีมือที่หายไป
นิทรรศการ Savoir-Faire: The Mastery of Craft in Fashion สร้างสรรค์โดย CR Studios ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2521 ถึง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2022 ณ K11 Art & Culture Centre ซึ่งตั้งอยู่ที่ K11 MUSEA ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.k11musea.com/happenings
ผลงานของดีไซน์เนอร์และแบรนด์ที่เข้าร่วมในนิทรรศการนี้ ได้แก่ Alexander McQueen, Balenciaga, Celine, Chanel, Christian Dior, Givenchy, Iris van Herpen, Jean Paul Gaultier, Loewe, Louis Vuitton, Matty Bovan, Mugler, Oscar de la Renta, Paco Rabanne, Richard Quinn, Saint Laurent, Tom Ford, Tom Van Der Borght, Valentino, Versace และ Viktor & Rolf